-
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดจองสิทธ์แคมเปญ MB Tires “เปลี่ยนยางฯ 4 เส้น จ่ายเพียง 3 เส้น” ครอบคลุมยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 เมษายนนี้
เมอร์เซเดส–เบนซ์ ประเทศไทย จัดแคมเปญพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม MB Tires กับข้อเสนอ “เปลี่ยนยางฯ 4 เส้น จ่ายเพียง 3 เส้น*” ชวนลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น ทุกช่วงอายุรถยนต์ เข้ารับบริการเปลี่ยนยางรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่พัฒนาร่วมกับผู้ผลิต
ยางรถยนต์ระดับโลก อาทิ มิชลิน (Michelin) พิเรลลี่ (Pirelli) คอนติเนนทอล (Continental) กู๊ดเยียร์ (Goodyear) บริดจสโตน (Bridgestone) และโยโกฮามา (Yokohama)โดยเปิดให้ลูกค้าจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 เมษายน 2569 และสามารถใช้สิทธิ์ในการเข้ารับบริการได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ที่เข้าร่วมแคมเปญ MB Tires จำนวน 38 แห่ง พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
- ฟรี! ค่าแรงเปลี่ยนยาง 4 เส้น*
- ฟรี! บริการสลับยาง 1 ครั้ง ที่ศูนย์บริการฯ
- ฟรี! ของขวัญจากผู้ผลิตฯ ยาง* (สินค้ามีจำนวนจำกัด)
- การรับประกันยาง บาด บวม แตก ตำ 1 ปี* (เฉพาะยี่ห้อที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้เท่านั้นและเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของผู้ผลิตฯ ยางรถยนต์แต่ละราย)
- พิเศษ! แบ่งชำระ 0% 10 เดือน* เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 30,000 บาทขึ้นไป ผ่านบัตรเครดิต
ยูโอบีเมอร์เซเดส
*เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติม
-
สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์เปลี่ยนยางรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จำนวน 4 เส้น เฉพาะยี่ห้อ Michelin, Pirelli, Continental, Goodyear, Bridgestone, Yokohama ที่ศูนย์บริการฯ ที่เข้าร่วมโปรแกรม MB Tires ตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 – 10 เม.ย. 69 และชำระค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 – 30 มิ.ย. 69
-
ลูกค้าสามารถจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 – 10 เม.ย. 69 (ศูนย์บริการยางฯ 38 แห่งทั่วประเทศ)
-
สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 – 30 มิ.ย. 69 ณ ศูนย์บริการยางฯ ที่จองสิทธิ์ไว้เท่านั้น
-
ยางที่แถมจะเป็นยางรุ่นและขนาดเดียวกันกับยางที่ลูกค้าชำระค่าใช้จ่าย และ/หรือยางที่ราคาขายแนะนำ
ถูกที่สุด -
การสนับสนุน 1 สิทธิ์ สามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งต่อหมายเลขตัวถังเท่านั้น
-
สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้
-
เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด กรณีมีข้อโต้แย้ง การตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
-
โปรดตรวจสอบรายละเอียดแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ที่เข้าร่วมแคมเปญยางทั้ง 38 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
#MercedesBenz #MercedesBenzThailand #MBTHCS
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
“มารินี” ควบ Honda RC213V ซิวท็อป 9 โมโตจีพี ออสติน เดินหน้าคว้าแต้มต่อเนื่อง
ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 3 รายการ กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส์ ผ่านการแข่งขันรอบ เมนเรซ เมื่อเช้ามืดวันจันทร์ที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส์ เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา
เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 20 รอบสนาม โดย “โจอัน เมียร์” นักบิดชาวสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ได้ออกตัวจากกริดที่ 5 และสร้างโอกาสในการลุ้นโพเดียมได้อีกครั้ง ทว่ามีข้อผิดพลาดเพียงเล็กน้อยส่งผลให้เจ้าตัวพลาดล้มลงในช่วงต้นเรซอย่างน่าเสียดาย
ขณะที่ทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 เดินหน้าสร้างผลงานยอดเยี่ยมอย่างต่อเนื่อง ออกตัวจากกริดที่ 11 ต่อสู้ในกลุ่มกลางอย่างสุดมันส์ และบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 9 ด้วยเวลารวม 41 นาที 5.124 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 14.471 วินาที
ด้านรุกกี้ชาวบราซิเลียน “ดิโอโก้ โมเรร่า” เจ้าของหมายเลข 11 จาก โปร ฮอนด้า แอลซีอาร์ โชว์ฟอร์มดุดันตลอดทั้งเรซ ออกตัวจากกริดที่ 14 บิดเข้าป้ายในอันดับ 13 ตามหลังผู้ชนะ 22.201 วินาที คว้าแต้มมาได้อีกครั้งในสนามนี้ ส่วนทีมเมทจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสอย่าง “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 จาก คาสตรอล ฮอนด้า แอลซีอาร์ พลาดล้มไม่จบการแข่งขัน
สำหรับศึก โมโตจีพี 2026 สนามถัดไปจะโยกกลับไปแข่งขันในทวีปยุโรป ที่ เซอร์กิโต เด เฮเรซ – อังเคล นิเอ็ตโต้ ประเทศสเปน ในรายการ สแปนิช กรังด์ปรีซ์ ระหว่างวันที่ 24-26 เมษายนนี้
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #USGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
The All-Electric Mazda6e กระแสแรงเกินต้าน ส่งยอดจองมาสด้าครึ่งทางมอเตอร์โชว์ทะลุกว่า 2 พันคัน
มาสด้าตอกย้ำความสำเร็จของก้าวแรกในการก้าวเข้ายุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย The All-Electric Mazda6e สร้างกระแสตอบรับสุดร้อนแรงส่งผลให้ยอดจองในงานมอเตอร์โชว์รวมทุกรุ่นทะลุเกิน 2,100 คัน หลังผ่านครึ่งทางของงานฯ พร้อมเปิดราคาจำหน่ายสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 1,169,000 บาท ในขณะที่ยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีไฟฟ้ายุคใหม่ The All-New Mazda CX-6e ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในอาเซียน และมีแผนที่จะเปิดตัวภายในปีนี้ ก็มีลูกค้าเข้ามาชมอย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน ซึ่งมาสด้าได้จัดแคมเปญมอบข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับรถไฟฟ้าและรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น และได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ผู้สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมคันจริงได้ที่งาน มอเตอร์ โชว์ อิมแพค เมืองทองธานี หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าขอขอบคุณเป็นอย่างสูง สำหรับกระแสตอบรับอย่างท้วมท้นต่อ The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ทั้งจากช่องทางสื่อสารมวลชนต่างๆ และจากลูกค้าทุกท่าน ซึ่งแม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้าของเราทุกรุ่น โดยเฉพาะการถ่ายทอดแนวคิด จินบะ-อิตไต ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั่วโลก ดังนั้นแล้ว เมื่อนำมาประกอบกับความเชี่ยวชาญของมาสด้าในการดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลา 75 ปี ในประเทศไทย มาสด้าเชื่อว่า รถไฟฟ้ารุ่นนี้ จะตอบโจทย์ความต้องการ และลดความกังวลใจของลูกค้าที่จะหันมาเลือกใช้รถไฟฟ้าได้ ซึ่งมาสด้า ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง เรารอคอยที่จะส่งมอบรถรุ่นนี้ให้กับลูกค้าทุกท่าน และเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ จะมอบประสบการณ์ความสุขในการเดินทางให้กับทุกท่านได้อย่างแน่นอน”
นอกจากนี้ นายธีร์ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์และแผนธุรกิจของ Mazda6e เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้
- ความสำคัญของ The All-Electric Mazda6e ต่อแผนธุรกิจมาสด้าในประเทศไทย
The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV รุ่นแรก ในประเทศไทย ที่จะมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านรูปแบบพลังงานให้กับลูกค้า ตามแนวทาง Multi-solution ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัพของมาสด้า ซึ่งมาสด้าเชื่อว่า ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้แล้ว จะทำให้มาสด้ากลับมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ได้อีกครั้ง
- The All-Electric Mazda6e มีเอกลักษณ์อะไรของความเป็นมาสด้า
รถไฟฟ้ารุ่นนี้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ สมรรถนะในการขับขี่ ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายต่างๆ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า แม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถไฟฟ้า แต่ก็ยังไว้ซึ่งดีเอ็นเอเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ของเรา
- ตำแหน่งทางการตลาดของ The All-Electric Mazda6e
มาสด้าเชื่อว่า The All-Electric Mazda6e จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น โดยมาสด้ามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า ผ่านการผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง เข้ากับดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และดีเอ็นเอความเป็นมาสด้าให้กับลูกค้าในประเทศไทย
- จุดแข็งที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าประสบความสำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน
มาสด้าได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนารถยนต์ ที่คงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ มาสด้ายังมีข้อได้เปรียบจากการมีประสบการณ์อย่างยาวนานในการดูแลลูกค้าในประเทศไทยแบบครบวงจร ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงเรายังมีโชว์รูม ศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมมีระบบกระจายและสำรองอะไหล่ที่มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพ ด้วยจุดแข็งเหล่านี้ เราจึงมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทย และตอบรับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี
- แผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของมาสด้าในประเทศไทย
มาสด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ถึง 5 รุ่น ระหว่างปี พ.ศ. 2568 – 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV 2 รุ่น รถ PHEV 1 รุ่น และรถ HEV 2 รุ่น ซึ่ง The All-Electric Mazda6e คือรถรุ่นแรกที่เปิดตัวในครั้งนี้ และจะตามมาด้วยรถไฟฟ้าครอสโอเวอร์เอสยูวีอีกหนึ่งรุ่นในปี 2569 นี้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า มาสด้ากำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบทางเลือกของรถยนต์ให้กับลูกค้าในประเทศไทย
สำหรับงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งนี้ รถยนต์ทุกรุ่นจากมาสด้ายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง Mazda2, Mazda3, รถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-3, CX-30, CX-5, CX-8 และ BT-50 ในขณะที่รุ่นอื่นๆ ก็มีผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทำให้ในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งนี้ มาสด้ามียอดจองถึง 2,100 คัน หลังจากผ่านมาเพียงแค่เจ็ดวัน และสำหรับครอสโอเวอร์เอสยูวี The All-Electric Mazda6e ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในอาเซียน ASEAN PREMIERE ในงานนี้ ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเช่นกัน ซึ่งมาสด้ามีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปลายปี 2569 นี้
สำหรับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมไฟฟ้าจากมาสด้า และยนตรกรรมจากมาสด้าทุกรุ่น สามารถเข้าชมได้ที่งาน มอเตอร์ โชว์ 2026 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ได้จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ โดยข้อเสนอต่างๆ มีดังต่อไปนี้
The All-Electric Mazda6e
- ดอกเบี้ย 1.78%
- ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance
- ฟรี Home Charger จากแบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรี ทั่วประเทศ
- ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี
- ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี Electric Mazda Ultimate Service (e-MUS) ประกอบด้วย
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ฟรี Electric Mazda Care แพ็กเกจบำรุงรักษารถไฟฟ้า นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ให้การคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
นอกจากนั้น มาสด้ายังมอบข้อเสนอมากมายสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) นานสูงสุด 7 ปี ฟรีขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุดอีก 20,000 บาท
มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมยนตรกรรมตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายของรูปแบบพลังงานต่อไป เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และความสุขในการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า ตลอดจนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของของเรา อันเป็นปณิธานสูงสุดของแบรนด์ที่มุ่งมั่นมาอย่างยาวนาน ทั้งในวันนี้และสำหรับคนรุ่นต่อไปจนถึงในอนาคต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
DEFENDER TROPHY เผยรายชื่อผู้ชนะในเวทีเอเชียแปซิฟิก มุ่งหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่แอฟริกา
ชาร์ลส์ เมอร์เรย์ (Charles Murray) จากนิวซีแลนด์ และ รอน อึง (Ron Ng) จากสิงคโปร์ ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการแข่งขัน Defender Trophy หลังฝ่าด่านรอบคัดเลือกอันเข้มข้นตลอด 2 วัน ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาสุดท้าทายในเมืองเกาสง ประเทศไต้หวัน
ทั้งสองได้รับการคัดเลือกจากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 24 คน จากฮ่องกง อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยจะเป็นตัวแทนภูมิภาคเพื่อเดินทางสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่ทวีปแอฟริกาในช่วงปลายปีนี้ เพื่อเข้าร่วมภารกิจผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ร่วมกับผู้ชนะจากภูมิภาคอื่นทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Tusk พันธมิตรด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ทำงานร่วมกับ Defender มาอย่างยาวนาน
การแข่งขันรอบคัดเลือกในระดับเอเชียแปซิฟิก จัดขึ้นท่ามกลางภูมิประเทศที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อนทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน โดยออกแบบมาเพื่อทดสอบทั้งไหวพริบ ความอึด และการทำงานเป็นทีม ผู้เข้าแข่งขันต้องเผชิญกับภารกิจหลากหลายผสมผสานทักษะการขับขี่ การผจญภัย และพละกำลังเข้าด้วยกัน อย่างการขับรถในเส้นทางที่ต้องอาศัยการควบคุมรถเชิงเทคนิคที่แม่นยำและการเลือกเส้นทางอย่างชาญฉลาด เพื่อฝ่าด่านอุปสรรคที่บีบคั้นด้วยเวลา ในขณะที่ต้องผจญภัยโดยต้องร่วมมือกันขนย้ายอุปกรณ์หนัก ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการสร้างสรรค์สิ่งปลูกสร้างที่ใช้งานได้จริง
นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายอย่างเข้มข้น ทั้งการแบกน้ำหนักและการออกแรงผลัก-ดึง เพื่อวัดความแข็งแกร่งและความทรหดของผู้เข้าแข่งขัน แต่ละด่านล้วนต้องอาศัยทั้งทักษะการขับขี่ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการสื่อสารที่ชัดเจนภายใต้แรงกดดัน
โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องฝ่าด่านอุปสรรคด้วยยานยนต์ ขับผ่านเส้นทางลาดชันและจุดอันตรายที่ซ่อนอยู่ สร้างสะพานเชือก ขนส่งอุปกรณ์ผ่านภูมิประเทศยากลำบาก รวมถึงภารกิจขับรถในเวลากลางคืน
ซึ่งผู้ชนะจากเอเชียแปซิฟิกโดดเด่นด้วยความนิ่ง ความคิดเชิงกลยุทธ์ และทักษะเชิงเทคนิคที่สม่ำเสมอในทุกด่าน ความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในสถานการณ์ท้าทาย คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเหนือกว่าคู่แข่ง
การ์ธ เทิร์นบูล (Garth Turnbull) กรรมการผู้จัดการ จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายและเปี่ยมด้วยพลังที่สุดในโลก ซึ่งภาพความโดดเด่นเหล่านี้ได้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านศักยภาพของการแข่งขันที่ประเทศไต้หวัน เพราะสำหรับ Defender Trophy ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านทักษะเทคนิค แต่ยังสะท้อนถึงความทรหด การทำงานเป็นทีม และความเคารพต่อสิ่งแวดล้อมที่เราเข้าไปสำรวจ
เราภูมิใจที่ได้เห็นตัวแทนจากเอเชียแปซิฟิกก้าวสู่เวทีระดับโลกที่แอฟริกา พวกเขาคือภาพสะท้อนของจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและเป้าหมายที่ชัดเจนของ Defender และเราตั้งตารอที่จะได้เห็นพวกเขาแข่งขันในเวทีโลก เพื่อสนับสนุน Tusk พันธมิตรด้านการอนุรักษ์ที่ทำงานร่วมกับเรามาอย่างต่อเนื่อง”
การแข่งขันรอบคัดเลือกในเอเชียแปซิฟิกครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการกลับมาจัดการแข่งขันระดับโลกของ Defender ซึ่งถือเป็นซีรีส์ใหม่ที่ดีไซน์การแข่งขัน ที่ไม่เพียงทดสอบศักยภาพของมนุษย์ แต่ยังมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ส่งต่อผู้คนและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การแข่งขันรอบถัดไปจะจัดขึ้นในเดือนหน้า กับรอบชิงชนะเลิศโซนอเมริกาเหนือ ณ บริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา
สัมผัสตำนาน: Defender 110 Trophy Edition และ Defender รุ่นปรับโฉมใหม่
หัวใจสำคัญของการผจญภัยครั้งนี้คือ Defender 110 Trophy Edition รถยนต์ที่พร้อมสำหรับการเดินทางสำรวจ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชิดชูตำนานของ Defender ควบคู่กับการรองรับการผจญภัยในยุคปัจจุบัน
รถรุ่นดังกล่าวถูกนำเสนอในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีของการแข่งขัน Camel Trophy ที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งตำนานของ Defender ทั้งในด้านความทรหดและการทำงานเป็นทีม โดยตัวรถที่มาในสีพิเศษ Deep Sandglow Yellow นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แต่ยังพร้อมที่จะส่งต่อจิตวิญญาณแห่งการสำรวจนี้ในอนาคต
โดยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยนี้ยังคงได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องผ่านการเปิดตัว Defender รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นให้มีความโดดเด่นและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ปรับปรุงใหม่ ทั้งไฟหน้า-ท้ายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โทนสีตัวถัง และล้อดีไซน์ใหม่ ตอกย้ำเอกลักษณ์อันแข็งแกร่งทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรด
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 13.1 นิ้ว ที่ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีอย่างระบบ Adaptive Off-Road Cruise Control ที่ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางท้าทายเป็นไปอย่างมั่นใจและแม่นยำมากขึ้น โดยการยกระดับสมรรถนะในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งรุ่น 90, 110 และ 130 สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ 4×4 ที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง โดยยังคงรักษาสมรรถนะหลักไว้อย่างครบถ้วน
ทั้ง Defender Trophy และการเปิดตัว Defender ไลน์อัปใหม่ล่าสุดนี้ ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งของ แบรนด์ ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การผจญภัยที่มีความหมาย โดยเป็นการผสมผสานระหว่างมรดกอันล้ำค่า สมรรถนะที่เหนือชั้น และนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์เหล่านักสำรวจรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คอลเลกชัน Defender Trophy
นอกจากนี้ สินค้า Defender Trophy วางจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่าย Defender ที่ร่วมรายการ ประกอบด้วยเสื้อผ้าและอุปกรณ์สำหรับการผจญภัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน รวมถึงอุปกรณ์เดินทางและโมเดลรถรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันโดยสินค้าบางรายการ เช่น ตุ๊กตาแรดและสิงโต จะร่วมสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ของ Tusk อีกด้วย
ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.landrover.com.sg/defender-world/purpose/defender-trophy/overview
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดบูธรับเด็กนักเรียนเยาววิทย์เยือนงาน Motor Show 2026 เผยโฉมเจ้าของผลงานสุดน่ารักกับ Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษที่มีคันเดียวในโลก
บริษัท เมอร์เซเดส–เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่อยอดบทบาทผู้สนับสนุนของ “โรงเรียนเยาววิทย์” ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลารวมกว่า 22 ปี ตั้งแต่การก่อตั้งโรงเรียนในอำเภอกะปง จังหวัดพังงา เพื่อรองรับเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547 โดยเนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลอง 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ทีมผู้บริหาร นำโดย มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ร่วมต้อนรับคณะครูและเด็กนักเรียนกว่า 35 คน เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) พร้อมพาชมผลงานของเด็กนักเรียนที่ร่วมกันระบายสีออกแบบรถแวน Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษ ที่ถูกนำมาจัดแสดงจริงภายในงาน
นอกจากที่เด็กๆ จะได้ร่วมชื่นชมผลงานของตัวเองและเปิดโลกนวัตกรรมยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้พาคณะครูและนักเรียนเข้าเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า” แหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยา
และสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ทำให้การมาท่องเที่ยวของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนเยาววิทย์ในครั้งนี้ เต็มไปด้วยการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการปลูกฝังแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้กับเด็กๆ แบบครบวงจรผลงานการออกแบบ Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดังอย่าง คุณต๊อด – อารักษ์ อ่อนวิลัย
หรือที่รู้จักกันในนาม “SAHRED TOY” ที่มาร่วมดีไซน์ตัวการ์ตูนและลายเส้น ซึ่งสะท้อนแรงบันดาลใจมาจากการเฉลิมฉลอง 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) โดยในช่วงวันเด็กแห่งชาติ
เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารได้เข้าไปเยี่ยมโรงเรียนเยาววิทย์ ที่จังหวัดพังงา พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษให้เด็กนักเรียนทุกคนได้มีโอกาสระบายสีลงบนรถแวนคันพิเศษ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ทุกคน รวมถึงการเสริมสร้างทักษะและจินตนาการด้านศิลปะให้กับเยาวชนรุ่นใหม่ร่วมสัมผัสความน่ารักและจินตนาการของเด็กๆ ผ่านรถแวน Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษที่มีเพียงคันเดียวในโลก ได้ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 และสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถแวน Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รับข้อเสนอส่วนลดสูงสุด 740,000 บาท* และในรุ่น Mercedes-Benz Sprinter 419 Business Long รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท*
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ
สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ
หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250
และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง
Facebook: Mercedes-Benz Thailand
IG: @MercedesBenzThailand และ
LINE: @mercedesbenzth
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เชอรี ประเทศไทย ยกระดับความมั่นใจลูกค้า มอบ Lifetime Warranty สำหรับ Chery Q และ Chery V23
เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายในประเทศไทย ด้วยการมอบ “Lifetime Warranty” สำหรับรถรุ่น Chery Q และ Chery V23 เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในแบรนด์ พร้อมตอกย้ำความมั่นใจในคุณภาพ เทคโนโลยี และความทนทานของผลิตภัณฑ์ในระยะยาว
มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี ประเทศไทย กล่าวว่า “นอกเหนือจากยนตรกรรมที่ CHERY สร้างสรรค์มาจากการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ครอบคลุมทุกมิติแล้ว เราได้เล็งเห็นความสำคัญของงานบริการหลังการขายจึงได้มอบโปรแกรม Lifetime Warranty ให้แก่ลูกค้ารถรุ่น Chery Q และ Chery V23 ซึ่งเป็นอีกก้าวสำคัญของ CHERY ในการสร้างความเชื่อมั่นและความแตกต่างในตลาดรถยนต์ โดยมุ่งเน้นให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ไร้ความกังวล ครอบคลุมการดูแลในระยะยาว และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาในอนาคต”
สำหรับโปรแกรม Lifetime Warranty ครอบคลุมการรับประกันสำหรับชิ้นส่วนสำคัญของรถยนต์ไฟฟ้าดังนี้ แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อน และลูกค้าที่อยู่ในเงื่อนไขมีรายละเอียดดังนี้
- ลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า Chery Q จำนวน 3,000 คันแรก ที่จองช่วงวันที่ตั้งแต่ 23 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 นี้
- ลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า Chery V23 จำนวน 2,000 คันแรก ที่จองช่วงวันที่ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569
พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้ารถ Chery V23 ที่รับรถก่อนวันที่ 1 มีนาคม 2569 CHERY ได้ยกระดับการดูแลลูกค้าอีกขั้น ด้วยการเปิดโอกาสให้ลูกค้าทุกท่านสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์จากโปรแกรม Lifetime Warranty ภายในวันที่ 5 เมษายน และนำรถเข้ารับการตรวจสอบ ณ ศูนย์บริการที่ได้ลงทะเบียนไว้ ให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31 พฤษภาคม 2569 เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับความคุ้มครองและการดูแลอย่างครอบคลุมสูงสุดจาก CHERY
นอกเหนือจากโปรแกรม Lifetime Warranty ที่มอบประสบการณ์การใช้งานรถยนต์อย่างไร้ความกังวล CHERY ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายงานบริการหลังการขายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานงานบริการ เพื่อรองรับและต้อนรับครอบครัว CHERY ที่กำลังเติบโตและขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
Lamborghini Bangkok จับมือ Tecnomar ชวนลูกค้าเปิดประสบการณ์การขับขี่ ที่สุดแห่งขุมพลังไฮบริด กับกิจกรรม Private Viewing แบบเอ็กซ์คลูซีฟในไทย
หลัง ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการกับ The Italian Sea Group ไปเมื่อปี 2020 ด้วยการเผยโฉมเรือยอร์ชสุดหรูภายใต้แบรนด์ Tecnomar ซึ่งนอกจากจะประสบความสำเร็จอย่างมากในหมู่นักสะสม การร่วมมือครั้งนั้นยังเชิดชูความเป็นเลิศของอิตาลี ทั้งในแง่นวัตกรรมทางวิศวกรรมและการออกแบบที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งสะท้อนถึงแก่นแท้ของสไตล์และความเชี่ยวชาญของทั้งสอง
แบรนด์ได้อย่างไร้ที่ติล่าสุด เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ ตอกย้ำวิสัยทัศน์ที่ไม่หยุดนิ่ง จับมือกับ Tecnomar โดย ASIAMARINE ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Tecnomar ในภูมิภาคเอเชีย จัดงาน Private Viewing เพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้กับกลุ่มลูกค้าที่หลงใหลในเทคโนโลยี และสมรรถนะขั้นสุด แบบเอ็กซ์คลูซีฟในไทย ซึ่งนอกจากจะได้ยลโฉมสองตัวแทนกระทิงดุ อย่าง
- Lamborghini Temerario ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ปลั๊กอินไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นล่าสุด ที่ดีที่สุดในคลาส (FUORICLASSE) และยังเป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นแรกในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบจับคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้า ที่สามารถทำความเร็วรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที
- Lamborghini Urus SE ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์ในเวอร์ชั่นที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่เคยมีมา มาพร้อมเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 และระบบส่งกำลัง 800 CV ที่ไร้คู่แข่ง
ภายในงานยังได้ชวนเหล่าลูกค้าคนสำคัญ เปิดประสบการณ์การขับขี่ที่สุดแห่งขุมพลังไฮบริด ไปกับ Lamborghini Temerario และ Lamborghini Urus SE อีกด้วย
ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“ก้อง-สมเกียรติ” ลงซ้อมวันแรก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ สนาม 2 เก็บข้อมูล Honda CBR1000RR-R ที่ ปอร์ติเมา
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 2 เข้าสู่โปรแกรมการซ้อมวันแรก เมื่อคืนวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 จากทีมโรงงาน ฮอนด้า เอชอาร์ซี ผ่านความฟิตพร้อมลงแข่งขันในสุดสัปดาห์นี้ หลังจากได้รับบาดเจ็บนานกว่า 6 สัปดาห์ จับคู่กับ “โจนาธาน เรีย”
แชมป์โลก 6 สมัยชาวไอริชหมายเลข 65 ซึ่งหายบาดเจ็บมาช่วยทีมลงแข่งแทน “เจค ดิ๊กสัน” ในสนามนี้เช่นกันโดย 2 นักบิดฮอนด้า ทำงานอย่างหนักกับการหาเซ็ตติ้งรถแข่ง Honda CBR1000RR-R พร้อมกับการสร้างความคุ้นเคยกับสภาพร่างกาย แต่ก็สามารถปรับปรุงเวลาได้อย่างต่อเนื่อง โดยทั้งคู่พลาดล้มด้วยความเร็วสูงในการซ้อมครั้งที่ 2 ผลปรากฏว่า “โจนาธาน เรีย” รั้งอันดับ 17 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.578 วินาที ตามผู้นำ 1.637 วินาที ส่วน “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดชาวไทยจบวันแรกในอันดับ 20 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.921 วินาที ตามผู้นำ 1.980 วินาที
ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 2 จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมครั้งที่ 3 และจับเวลารอบซูเปอร์โพลเพื่อจัดอันดับสตาร์ตในวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมนี้ ก่อนจะดวลความเร็วเรซแรก 22.30 น. ตามเวลาประเทศไทยของคืนเดียวกัน
จากนั้นจะแข่งขันรอบซูเปอร์โพลเรซในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคมนี้ เวลา 18.10 น. และปิดท้ายด้วยเรซที่ 2 เวลา 22.30 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions Now SPOTV ช่อง 689
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #JR65 #WSBK #WorldSBK2026
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า เปิดศึก “ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง” ครั้งที่ 28 เน้นความปลอดภัยคู่ประสิทธิภาพพลังงาน วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลกคว้าแชมป์ประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุด พร้อมทำลายสถิติเดิม
ไทยฮอนด้า ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ และตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ จัดการแข่งขัน “ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง (Honda Eco Mileage Challenge)” ครั้งที่ 28 ประจำปีการศึกษา 2568 เมื่อวันที่ 25–26 มีนาคมที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ภายใต้กติกาใหม่ โดยมุ่งเน้น “ความปลอดภัย” ควบคู่กับ “ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน” ส่งผลให้การแข่งขันเข้มข้นยิ่งขึ้น โดยในปีนี้ วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก พลิกกลับมาคว้าแชมป์สถิติสูงสุดประเภทรถประดิษฐ์ หลังคว้าอันดับ 2 ปีการศึกษา 2567 พร้อมทำลายสถิติประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุดด้วยตัวเลข 1,023.613 กิโลเมตรต่อลิตร ท่ามกลางการเข้าร่วมของเยาวชนกว่า 289 ทีมทั่วประเทศ นำโดย ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด พร้อมด้วยนายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เป็นประธานในพิธีเปิด
ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันในปีนี้ คือการปรับกติกาใหม่ที่มุ่งเน้น “ความปลอดภัย” ควบคู่กับ “ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน” อย่างชัดเจน โดยทุกทีมต้องออกแบบและพัฒนารถแข่งให้สมดุลทั้งสองด้าน ไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัย เช่น โรลบาร์, เข็มขัดนิรภัยแบบ 5 จุด, ระบบเบรกแบบปั๊มคาลิปเปอร์, ปุ่ม Emergency Stop ในประเภทรถประดิษฐ์ รวมถึงการออกแบบโครงสร้างรถให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันยังต้องบริหารจัดการพลังงาน น้ำหนัก และสมรรถนะของรถ เพื่อให้สามารถทำระยะทางได้สูงสุดภายใต้โจทย์เชื้อเพลิง 1 ลิตร
การแข่งขันในปีนี้เข้มข้นและพลิกเกมอย่างน่าจับตา โดยวิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก สามารถกลับมาคว้าแชมป์สถิติสูงสุดประเภทรถประดิษฐ์ได้สำเร็จ หลังจากในปีที่การศึกษา 2567 ที่ผ่านมา คว้าเพียงอันดับ 2 พร้อมสร้างสถิติใหม่ที่ 1,023.613 กิโลเมตรต่อลิตร ทำลายสถิติเดิมของแชมป์เก่าที่ 897.656 กิโลเมตรต่อลิตรอย่างโดดเด่น คว้าถ้วยรางวัลพระราชทาน จากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมรถจักรยานยนต์ Honda Super Cub และเงินรางวัลพัฒนาทีม 30,000 บาท ขณะที่รองชนะเลิศ ได้แก่ วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง ทำสถิติ 936.497 กิโลเมตรต่อลิตร รับรถจักรยานยนต์ Honda Wave 110i พร้อมเงินรางวัลพัฒนาทีม 20,000 บาท
ดร.อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “การแข่งขัน Honda Eco Mileage Challenge เป็นเวทีที่ไทยฮอนด้าเปิดโอกาสให้เยาวชนไทยได้แสดงศักยภาพด้านวิศวกรรมยานยนต์อย่างเต็มที่ ทั้งความคิดสร้างสรรค์ การพัฒนาเทคโนโลยี การเรียนรู้การทำงานเชิงลึกของเครื่องยนต์ และการทำงานเป็นทีม ควบคู่กับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยในปีนี้การแข่งขันมีความท้าทายมากยิ่งขึ้น จากการยกระดับกติกาด้านความปลอดภัยที่เข้มข้นขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการแข่งขันยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนไทยที่สามารถพัฒนาผลงานได้ดียิ่งขึ้น และทำสถิติได้สูงกว่าปีก่อน ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญในการต่อยอดสู่การพัฒนานวัตกรรม และสร้างบุคลากรคุณภาพให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต”
การแข่งขัน “Honda Eco Mileage Challenge” จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 28 โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมศักยภาพด้านวิศวกรรมยานยนต์ให้กับเยาวชนไทย เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษา ได้นำองค์ความรู้ไปพัฒนาและต่อยอดสู่การสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ประหยัดพลังงาน ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
โดยผลการแข่งขันแยกตามรุ่น ได้แก่
- รางวัลสถิติสูงสุด ประเภทรถประดิษฐ์ ระดับอาชีวศึกษา (A1)
อันดับ 1 วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก (1,023.613 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 2 วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง (936.497 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 3 วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทศบาลเมืองกำแพงเพชร (837.102 กิโลเมตร/ลิตร)
- รางวัลสถิติสูงสุด ประเภทรถประดิษฐ์ ระดับอุดมศึกษา (A2)
อันดับ 1 วิทยาลัยเทคนิคเพชรบูรณ์ (911.473 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 2 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน (807.860 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 3 มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน (608.055 กิโลเมตร/ลิตร)
- รางวัลสถิติสูงสุด ประเภทรถประดิษฐ์ สถานศึกษา (B)
อันดับ 1 วิทยาลัยสารพัดช่างเพชรบูรณ์ (854.935 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 2 วิทยาลัยการอาชีวศึกษาปทุมธานี (823.462 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 3 วิทยาลัยสารพัดช่างพิษณุโลก (818.031 กิโลเมตร/ลิตร)
- รางวัลสถิติสูงสุด ประเภทรถตลาด
อันดับ 1 วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี (265.913 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 2 วิทยาลัยเทคนิคตรัง (242.653 กิโลเมตร/ลิตร)
อันดับ 3 วิทยาลัยเทคนิคพัทลุง (227.043 กิโลเมตร/ลิตร)
- รางวัลรถประดิษฐ์สวยงาม
อันดับ 1 วิทยาลัยการอาชีพด่านซ้าย
อันดับ 2 วิทยาลัยเทคนิคราชบุรี
อันดับ 3 สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เฟซบุ๊ก : www.fb.com/HondaEcoMileageChallenge/
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th#HondaEcoMileageChallenge #ECONO28 #ฮอนด้าประหยัดเชื้อเพลิง #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“มารินี-เมียร์” ตั้งเป้าพา “ฮอนด้า” รีดฟอร์มเก่ง โมโตจีพี สนามที่ 3 สหรัฐอเมริกา
“ลูก้า มารินี” และ “โจอัน เมียร์” คู่หูนักบิดจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ผนึกกำลังร่วมกับ “โยฮันน์ ซาร์โก” นักบิดจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสหมายเลข 5 จาก คาสตรอล ฮอนด้า แอลซีอาร์ และ “ดิโอโก้ โมเรร่า” รุกกี้ชาวบราซิเลียน หมายเลข 11 จาก โปร ฮอนด้า แอลซีอาร์ พร้อมลุยศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 3 รายการ กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส์ สุดสัปดาห์นี้ โดยนักบิดฮอนด้าตั้งเป้าพารถแข่ง Honda RC213V สร้างผลงานระดับท็อป ก่อนพักเบรก 3 สัปดาห์
ล่าสุดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา ฮอนด้า เอชอาร์ซี คาสตรอล ยอดทีมแข่งสัญชาติญี่ปุ่นได้เดินทางถึงสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมลงทำการแข่งขัน ขณะที่ 2 นักแข่งของทีมอย่าง “ลูก้า มารินี” นักบิดชาวอิตาเลียนหมายเลข 10 และ “โจอัน เมียร์” ทีมเมทชาวสแปนิชหมายเลข 36 เปิดเผยถึงความพร้อมด้านต่างๆ และตั้งเป้าสร้างผลงานที่ดีในสุดสัปดาห์นี้
“ลูก้า มารินี” กล่าวว่า “สุดสัปดาห์นี้เราได้กลับมาทำงานตามแนวทางที่ถูกต้อง กับสนามที่ผมชอบมากๆ มันเป็นการเดินทางจากสนามที่สั้นที่สุดมาสู่สนามที่มีระยะทางยาวที่สุด นี่จึงเป็นความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เซอร์กิต ออฟ ดิ อเมริกาส์ (COTA) คือแทร็กที่นักบิดสามารถสร้างความแตกต่างได้อย่างแท้จริง ที่ผ่านมาผมมักทำผลงานได้ดีในสนามแห่งนี้ และรถแข่งฮอนด้า Honda RC213V ก็เช่นกัน ผมตั้งตารอที่จะลงสนามและดูว่าเราจะทำอะไรได้บ้าง รวมถึงความคืบหน้าของรถแข่งของเราด้วย มันสำคัญมากที่จะต้องสร้างผลงานให้ดีก่อนพักเบรก 3 สัปดาห์”
“โจอัน เมียร์” กล่าวว่า “การเดินทางมาอเมริกา เป็นเรื่องดีเสมอ โดยเฉพาะที่ ออสติน ซึ่งเป็นเมืองที่ดีและผมก็สนุกกับสุดสัปดาห์การแข่งขันมาก ที่ บราซิล เราแสดงให้เห็นถึงความเร็ว ความแข็งแกร่งของเราในฐานะนักบิดอันดับต้นๆ ของ ฮอนด้า และเป้าหมายสำหรับสุดสัปดาห์นี้คือทำมันให้ได้อีกครั้ง สิ่งสำคัญที่สุดคือการมีสมาธิ และทำงานร่วมกับทีมให้ดีเพื่อสร้างสถานการณ์ที่ดีที่สุด”
ทั้งนี้ ศึก กรังด์ปรีซ์ ออฟ ดิ อเมริกาส์ จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมในคืนวันศุกร์ที่ 27 มีนาคมนี้ ก่อนจะจับเวลารอบควอลิฟายและแข่งขัน “สปรินต์เรซ” ในคืนวันเสาร์ที่ 28 มีนาคมนี้ จากนั้นจะดวลความเร็วรอบเมนเรซในคืนวันอาทิตย์ ซึ่งข้ามเข้าสู่เช้ามืดของวันจันทร์ที่ 30 มีนาคม เริ่มต้นด้วย โมโตทรี 00.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ต่อด้วย โมโตทู 01.15 น. และปิดท้ายด้วย โมโตจีพี 03.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #USGP
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



















































































































