-
News Car2 Min Read
ฮอนด้าจับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One® เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ พร้อมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One โดยฮอนด้าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน FIA*1 Formula One World Championship (F1) ตั้งแต่ฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป ในฐานะผู้ผลิตและสนับสนุนเพาเวอร์ยูนิต (PU) ภายใต้ความร่วมมือแบบพันธมิตรกับทีม Aston Martin Aramco Formula One
ภาพรวมข้อมูลจากงานแถลงข่าวของผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ประกอบด้วย:
– นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด
– นายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1
– นายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One
*1 Fédération Internationale de lʼAutomobile
<คำกล่าวของนายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด>
■ ความสำคัญและจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ของฮอนด้า
ย้อนกลับไปในปี 1964 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฮอนด้าเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ บริษัทได้ตัดสินใจก้าวสู่ความท้าทายครั้งสำคัญด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ซึ่งถือเป็นซีรีส์การแข่งขันรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ แต่ฮอนด้าก็สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ F1 มาครองได้สำเร็จในปีที่ 2 ณ รายการ Mexican Grand Prix ในปี 1965 นับจากนั้นเป็นต้นมา ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 จนถึงต้นทศวรรษที่ 1990 ฮอนด้าได้ก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองร่วมกับทีมระดับตำนานอย่าง Williams และ McLaren และ ฮอนด้ายังคงสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด
ร่วมคว้าแชมป์โลกประเภทนักขับร่วมกับ Red Bull Racing ซึ่งกลายเป็นอีกบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของความเร็วและนวัตกรรมยานยนต์การเข้าร่วมแข่งขัน F1 ซึ่งนับเป็นสุดยอดของโลกแห่งยนตรกรรมและวงการมอเตอร์สปอร์ต สะท้อนถึงเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ นายโซอิจิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นผู้จุดประกายให้วิศวกรของฮอนด้า “มุ่งมั่นสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก” และ “กล้าเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุด” ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ฮอนด้ายึดถือเสมอมา โดยไม่หวั่นต่อความยากลำบาก และการเลือกเดินบนเส้นทางที่ท้าทายที่สุดเสมอ
■ ความมุ่งมั่นของฮอนด้าต่อความท้าทายในยุคใหม่ของ F1
ในปี 2026 การแข่งขัน F1 จะมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบครั้งสำคัญ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต โดยในส่วนของเพาเวอร์ยูนิตนั้น กำลังไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์และแบตเตอรีจะถูกพัฒนาให้เพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 3 เท่าจากปัจจุบัน พร้อมกำหนดให้เครื่องยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ เชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ขั้นสูง ช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งหมายความว่า F1 กำลังก้าวสู่การเป็นมอเตอร์สปอร์ตแห่งอนาคต ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ ภายใต้กฎควบคุมงบประมาณของ F1*2 กำหนดให้ผู้ผลิตเพาเวอร์ยูนิตแต่ละรายจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา เพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุดด้วยการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายใต้ยุคใหม่ของ F1 ฮอนด้ามุ่งหวังให้การแข่งขัน F1 เป็นสัญลักษณ์แห่งความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ โดย Honda Racing Corporation (HRC) หน่วยงานฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของฮอนด้า ได้พัฒนา RA626H ซึ่งเป็นเพาเวอร์ยูนิตรุ่นใหม่สำหรับฤดูกาลแข่งขันปี 2026 ด้วยเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าเผชิญกับทุกความท้าทายร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One ต่อไป
*2 กฎควบคุมงบประมาณถูกกำหนดโดย FIA สำหรับค่าใช้จ่ายประจำปีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพาเวอร์ยูนิต โดยมีการบังคับใช้ระบบในลักษณะเดียวกันเพื่อควบคุมงบประมาณประจำปีของแต่ละทีมแข่งขัน
■ การนำโลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่มาใช้และการต่อยอดองค์ความรู้ของ HRC
รถแข่งที่ติดตั้งเพาเวอร์ยูนิต RA626H จะมีการใช้โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ใหม่สำหรับธุรกิจรถยนต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคตและจะปรากฏอยู่บนรถแข่ง F1 รวมถึงรถแข่งของฮอนด้าในรายการมอเตอร์สปอร์ตอื่น ๆ (ซึ่งมีแผนจะใช้ในรายการ IndyCar, Super GT, Super Formula Championship และ Super Taikyu Series)
นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ที่ HRC สั่งสมจากการแข่งขัน F1 และมอเตอร์
สปอร์ตรายการอื่น ๆ มาต่อยอด สู่การสร้างสรรค์รถยนต์รุ่น HRC-spec ซึ่งจะมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ โดยจะทำให้กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของฮอนด้า มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์มากยิ่งขึ้น โดยการนำยนตรกรรมรุ่น HRC-spec ออกสู่ตลาด ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบอย่าง Civic Type R HRC Concept ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสถึง “ความสนุกในการขับขี่” และ จิตวิญญาณแห่งความท้าทายของฮอนด้าฮอนด้ามองว่า F1 ไม่ได้เป็นเพียงรายการการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยวิศวกรของฮอนด้าที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นในสนามแข่งขันระดับโลก จะนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นผลิตจริง เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มอบความสุขและแรงบันดาลใจที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า
■ การประยุกต์ใช้และการต่อยอดเทคโนโลยีจาก F1 สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต
ฮอนด้าได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก F1 อาทิ เทคโนโลยีการเผาไหม้ประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Combustion) และเทคโนโลยีการจัดการความร้อน (Thermal Management) เทคโนโลยีในด้านระบบเครื่องยนต์รอบสูง (High Rotational Speed) ที่ครอบคลุมถึงมอเตอร์กำลังสูงและระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดใหญ่ ตลอดจนเทคโนโลยีเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่จะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ HEV และรถยนต์ EV เจเนอเรชันถัดไปเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนการเดินทางบนน่านฟ้าของฮอนด้า เช่น eVTOL และ เครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน
องค์ความรู้ด้านเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนของฮอนด้าได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ยั่งยืน (SAFs) รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับขับเคลื่อน eVTOL ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีสำหรับชิ้นส่วนที่หมุนด้วยความเร็วสูง เช่น เทอร์โบและมอเตอร์ ยังได้รับการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวิศวกรเครื่องยนต์อากาศยานและทีมพัฒนาเพาเวอร์ยูนิตของ F1 เพื่อยกระดับนวัตกรรมผ่านการใช้งานจริงทั้งในสนามแข่งและบนฟ้า ก่อให้เกิดการประสานพลังที่พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยีของฮอนด้าให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ฮอนด้าจะใช้เทคโนโลยีจาก F1 เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสำหรับยานพาหนะที่ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางอวกาศ พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน รวมถึงการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง
■ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ F1 และความมุ่งมั่นของฮอนด้า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตรสื่อทั้งทางทีวี คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย บริการสตรีมมิ่งระดับโลก และภาพยนตร์ ทำให้ฐานผู้ติดตามของ F1 เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยในปี 2025 มีจำนวนแฟน F1 ทั่วโลกสูงถึง 827 ล้านคน และในการแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อปีที่ผ่านมา ณ สนาม ซูซูกะเซอร์กิต ได้สร้างสถิติผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่การปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ในปี 2009 สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมและความน่าตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความสุขแห่งชัยชนะร่วมกับแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนาน รวมถึงแฟนคลับรุ่นใหม่ของ F1 และฮอนด้าด้วยเช่นกัน
นับตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขันปี 2026 เป็นต้นไป ฮอนด้าจะดำเนินกิจกรรมในรายการ F1 ภายใต้โลโก้ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธมิตรระหว่างฮอนด้าและ F1 โดยฮอนด้าจะร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One เพื่อถ่ายทอดความตื่นเต้นและความท้าทายในการก้าวสู่จุดสูงสุดของโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนในเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งใหม่นี้ต่อไป
<คำกล่าวของนายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1>
นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับวงการ F1 เมื่อฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One ได้ร่วมมือกันและก้าวเข้าสู่การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลสูงสุดของ F1
การแข่งขัน Formula 1 เริ่มต้นจัดการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 1976 ก่อนจะย้ายมาจัดที่สนามซูซูกะในปี 1987 ทำให้การแข่งขัน F1 มีความผูกพันกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเป็นสังเวียนที่ใช้ตัดสินตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับมาแล้วถึง 13 ครั้ง โดยปัจจุบันความนิยมของ F1 กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น โดยมีฐานแฟนที่หลงใหลใน F1 อยู่กว่า 17 ล้านคน โดยการแข่งขัน Japanese Grand Prix ที่สนามซูซูกะเซอร์กิต เมื่อปีที่ผ่านมา มียอดผู้เข้าชมช่วงสุดสัปดาห์สูงถึง 266,000 คน และมียอดผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การกลับมาของฮอนด้าสู่ F1 ในปีนี้จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของกีฬานี้ในตลาดญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในระดับสากล กีฬาชนิดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีฐานแฟนคลับรวมกว่า 827 ล้านคนทั่วโลก โดยกลยุทธ์สำคัญของ F1 คือการเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับผู้ชมผ่านพื้นที่สื่อที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้คนในมิติที่เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ดนตรี รวมถึงสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ ซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของวงการมอเตอร์สปอร์ตนี้ส่งผลดีต่อผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ปัจจุบันทีมแข่ง F1 กำลังเติบโตและอยู่ในภาวะที่เฟื่องฟูทั้งด้านภาพลักษณ์และการเงินจนสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำจำนวนมาก สะท้อนถึงเสน่ห์และศักยภาพของ F1 ที่มีความน่าดึงดูดใจอย่างเหนือระดับในสายตาแบรนด์ระดับโลก
การปฏิรูปกฎระเบียบครั้งสำคัญสำหรับฤดูกาล 2026 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้ฮอนด้าตัดสินใจ หวนคืนสู่สังเวียนนี้อีกครั้ง โดยกฎใหม่ดังกล่าวจะมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์ และเพาเวอร์ยูนิต ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ F1 ไฮไลต์สำคัญคือ การนำเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีโครงสร้างเรียบง่ายขึ้นแต่ขับเคลื่อนด้วยการใช้พลังงานเชื้อเพลิงยั่งยืนให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและยอดเยี่ยมเช่นเดิม
F1 สะท้อนให้เห็นถึงพันธสัญญาของฮอนด้า และทีม Aston Martin Aramco Formula One ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และกำลังดำเนินงานตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 โดยเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 26% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดย F1 พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอย่างฮอนด้าเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานของวงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป
<คำกล่าวของนายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One>
นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งใหม่ ทีม Aston Martin Aramco Formula One และฮอนด้า ต่างมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกันในหลายด้าน ซึ่งได้หล่อหลอมเป็นพันธสัญญาที่แข็งแกร่งเพื่อมุ่งสู่ฤดูกาล 2026 และต่อยอดความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
Aston Martin Technology Centre แห่งใหม่ ณ เมืองซิลเวอร์สโตน สหราชอาณาจักร ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีอุโมงค์ลมแห่งใหม่ เป็นนวัตกรรมสำคัญในการพัฒนารถแข่ง พร้อมด้วย ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อยกระดับขีดความสามารถของทีมไปอีกขั้น เรามุ่งมั่นที่จะทลายทุกข้อจำกัดและทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายคือความสำเร็จในอนาคตเป็นหัวใจสำคัญ
ทีม Aston Martin Aramco Formula One กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นพันธมิตรโรงงานร่วมกับฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต จะถูกออกแบบและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญต่อความมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ ทีมยังภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Aramco ในฐานะผู้สนับสนุนเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และ Valvoline สำหรับผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นเป็นครั้งแรก พันธมิตรที่แข็งแกร่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ เราขอขอบคุณฮอนด้า Aramco และ Valvoline ที่ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และทุ่มเททำงานเคียงข้างกันอย่างเต็มกำลัง
ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างฐานปฏิบัติการของทีม Aston Martin Aramco Formula One ในสหราชอาณาจักร และ HRC Sakura ในประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและเพียบพร้อมด้วยองค์ประกอบสำคัญสู่ชัยชนะ นอกจากนี้ นักแข่งของทีมยังมีความเชื่อมั่นในเพาเวอร์ยูนิตและทีมวิศวกรของฮอนด้า ขณะเดียวกัน การก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ของนายแอนดี้ โคเวลล์ ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการผสานการทำงานอย่างเป็นเอกภาพของทุกฝ่าย ซึ่งความเชี่ยวชาญระดับโลกของนายแอนดี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทีมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ขอเชิญชวนแฟน ๆ ของทีม Aston Martin Aramco Formula One ทุกท่านในญี่ปุ่น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่ชัยชนะ และด้วยความร่วมมือกับฮอนด้า ทีมงานทุกคนพร้อมทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อคว้าชัยชนะและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางไปกับทุกคน และขอขอบคุณทุกแรงใจและการสนับสนุนที่มีให้เราเสมอมา

DSC_3585
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
DSC_3585 -
แนวคิด MOTOR EXPO 2026 “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”
“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เพื่อมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ อย่างครบครัน
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชม และเลือกซื้อตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมียานยนต์ประเภทอื่นที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจักรยานยนต์ และเรือ
พื้นที่งานทุกตารางนิ้ว เต็มไปด้วยรถยนต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน, สปอร์ท, เอสยูวี, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี, เอมพีวี, พิคอัพ ฯลฯ แต่ละประเภทล้วนเป็นรุ่นล่าสุดในตลาด ยิ่งกว่านั้น รถเหล่านี้ยังมีความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ระบบขุมกำลัง แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เชื้อเพลิงเบนซิน และดีเซล, แบบไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และแบบไฟฟ้า 100 % ระบบขับเคลื่อน แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ถึงระดับช่วยขับอัตโนมัติ ขณะที่ราคาจำหน่าย เริ่มตั้งแต่หลักแสนต้น จนถึงหลักหลายล้านบาท ส่วนจักรยานยนต์ ก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกขนาดเครื่องยนต์ และทุกระดับราคา เช่นเดียวกัน
นี่คือจุดเด่นของงาน “มหกรรมยานยนต์” และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน เราจึงกำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์ – Here, There and Every Car”
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Flying Spur ลุยหิมะ ทุบสถิติ ‘Winter Lap Record’ ณ สนามแข่งเหนือสุดของโลก ย้ำภาพซีดานสมรรถนะสูงในทุกสภาพถนน
Flying Spur Speed สุดยอดยนตรกรรมซีดานทุบสถิติ ‘Winter Lap Record’ ด้วยเวลา 2:58 นาที ต่อ รอบ ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเวลาดีที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในสภาพพื้นถนนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ ณ Drivecenter Arena ประเทศสวีเดน สนามแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตที่ทันสมัย และเป็นหนึ่งในสนามแข่งรถที่อยู่เหนือสุดของโลก โดยตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนนของยนตรกรรมซีดานรุ่นนี้
สถิติใหม่ได้รับการบันทึกไว้ ณ สนามแข่งรถ Drivecenter Arena ในเมืองเฟลล์ฟอร์สทางตอนเหนือของประเทศสวีเดนที่พัฒนาจากฐานทัพอากาศเฟลล์ฟอร์สเดิม และอยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลเพียง 160 กิโลเมตร แม้ว่าสนามแข่งรถระยะทาง 3.3 กิโลเมตรจะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะหนากว่า 12 นิ้ว แต่ Flying Spur Speed ก็สามารถทำความเร็วรอบสนามได้ในเวลาที่ต่ำกว่า 3 นาที โดยสามารถทำเวลาดีที่สุด 2:58 นาที ซึ่งถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่รถยนต์ได้เคยทำไว้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ณ สนามแข่งรถแห่งนี้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแปรผันและระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังของ Flying Spur ช่วยให้ตัวรถมีความคล่องตัวเป็นพิเศษในสภาพอากาศเช่นนี้ และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 190 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงระหว่างการบันทึกสถิติบนเส้นทางที่ยาวที่สุดเพียง 450 เมตรที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็ง
สถิตินี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของเบนท์ลีย์อย่างสถิติการทำความเร็วบนน้ำแข็ง 2 รายการที่เบนท์ลีย์เคยทำไว้ในปี 2550 และ 2554 และการบันทึกสถิติการขับขี่ต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์คลาสสิก รุ่น Turbo R ณ สนามทดสอบมิลล์บรูคในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2529 ที่ตัวรถสามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้ถึง 225 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงรอบสนามที่มีเส้นทางที่ลาดเอียง โดย Flying Spur Speed ที่ใช้บันทึกสถิติในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกันกับสถิติการทำความเร็วบนน้ำแข็งในปี 2529 นั้นมีหมายเลขทะเบียน Y15 BML และมีสเปกเดียวกับรุ่น Turbo R ในคอลเลกชันรถยนต์คลาสสิกของเบนท์ลีย์ด้วยตัวถังในเฉดสี Brooklands Green พร้อมการตกแต่งด้วยเส้นสายสีเหลือง และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยเฉดสีขาว Linen เฉดสีเขียว Cumbrian และวีเนียร์แบบ Walnut เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 40 ปีของรุ่น Turbo R เมื่อปีที่ผ่านมา
Flying Spur Speed ยนตรกรรมซีดานสมรรถนะสูงสำหรับทุกสภาพถนน
Flying Spur Speed คือ ยนตรกรรมแบบซีดานที่ออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นถนนด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Ultra Performance Hybrid และระบบแชสซีขั้นสูง เครื่องยนต์ รุ่น V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร 600 แรงม้าผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้าได้รับการติดตั้งอย่างลงตัวพร้อมกับเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ในโหมดสปอร์ต ระบบขับเคลื่อนนี้จะให้พละกำลังสูงสุด 782 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร โดยแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมจังหวะการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ รุ่น V8 ได้อย่างลงตัว
ในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) มอเตอร์ไฟฟ้ามอบพละกำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตรที่จะเหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ขณะที่แบตเตอรี่ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมงมอบพิสัยการเดินด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 76 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการขับขี่ของสหภาพยุโรป โดยเมื่อรวมพละกำลังแล้ว เครื่องยนต์ รุ่น V8 และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำให้ Flying Spur Speed รุ่นใหม่มีพิสัยการเดินทางรวมกว่า 829 กิโลเมตร และสำหรับการขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วน ตัวรถจะสามารถทำความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงด้วยอัตราการใช้คันเร่งสูงสุด 75%
ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟของเบนท์ลีย์ (Bentley Performance Active Chassis) ถือเป็นมาตรฐานในรุ่น Flying Spur Speed คุณสมบัติเด่นของระบบช่วงล่างใหม่ที่ล้ำสมัยนี้ ได้แก่ ระบบช่วงล่างไดนามิกไรด์ (Bentley Dynamic Ride) และระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ (All-Wheel Steering) พร้อมด้วยเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถล (Limited Slip Differential) ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ซอฟต์แวร์ ESC รุ่นใหม่ช่วยให้สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้หลากหลาย มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นถนน
ระบบแชสซี และซอฟต์แวร์ ESC ได้รับการปรับแต่งทางกลไกอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากการกระจายน้ำหนักที่เน้นไปทางด้านหลังของรถยนต์รุ่นใหม่แบบ 48.3 ต่อ 51.7 ระบบนี้ใช้การกระจายแรงบิดแบบแอคทีฟจากด้านหน้าไปด้านหลังผ่านเฟืองท้ายตัวกลาง และการกระจายแรงบิดอย่างแม่นยำในแต่ละเพลาด้วยการใช้เบรกเพื่อให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพการณ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำเวลาต่อรอบบนพื้นน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งจอง New Flying Spur ราคา 16.9 ล้านบาท พร้อมด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงที่จะมอบความคุ้มครองและการดูแลรักษารถยนต์เบนท์ลีย์ไปตลอด 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เจาะ 6 จุดเด่น WEY G9 ลักชัวรี MPV ยุคใหม่ที่เข้าใจชีวิตจริงของผู้นำและครอบครัวไฮเอนด์
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการ หลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส WEY G9 – The Crafted Masterpiece คือลักชัวรี MPV ยุคใหม่ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยการหลอมรวม 3 แกนหลัก Confidence, Comfort และ Convenience เข้าไว้ในยนตรกรรมที่ทั้งสง่างามและเปี่ยมประสิทธิภาพ ไม่ใช่แค่ความหรูหราที่มองเห็นได้ แต่คือการสร้าง “พื้นที่คุณภาพ” ที่ตอบโจทย์ชีวิตจริงของผู้บริหาร นักธุรกิจ และครอบครัวไฮเอนด์ในทุกโมเมนต์ ถ่ายทอดผ่าน 6 ไฮไลต์สำคัญที่พัฒนาจากอินไซต์การใช้งานจริงในระดับโลก ทำให้ WEY G9 ก้าวไปไกลกว่าคำว่ายานพาหนะสู่การเป็นรถเพียงคันเดียวที่พร้อมรองรับทุกบทบาทของชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งความมั่นใจในการขับขี่ ความสบายระดับเฟิร์สคลาส และเทคโนโลยีระดับสูงที่มอบประสบการณ์สุดล้ำ ความสะดวกสบาย และสุนทรียภาพของการเดินทางในทุกช่วงเวลา
- มั่นใจทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะระดับแฟลกชิปและความปลอดภัยขั้นสูง
WEY G9 สร้างมาตรฐานใหม่ของความมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดระดับแฟลกชิป ที่พร้อมพาผู้โดยสารเดินทางได้อย่างไร้ข้อจำกัดทั้งในเมืองและต่างจังหวัด รองรับการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170กิโลเมตร (NEDC) และระยะทางการขับขี่รวมมากกว่า 1,000 กิโลเมตร หมดกังวลเรื่องการเสียเวลาแวะชาร์จ พร้อมยกระดับการควบคุมให้มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบ Hi4 (Hybrid Intelligent 4-Wheel Drive) ที่เพิ่มเสถียรภาพและประสิทธิภาพในการขับขี่ในทุกสภาพถนน พร้อเทคโนโลยี iTVC มอบความนุ่มนวลและเพิ่มการยึดเกาะได้อย่างยอดเยี่ยม ไม่ว่าจะเจอฝน ถนนลื่น ทางโค้ง หรือทางลาดชัน ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความปลอดภัยแบบรอบด้านด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบอัจฉริยะมากกว่า 28 รายการ เสริมความแข็งแกร่งด้วยโครงสร้างตัวถังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับแรงกระแทกพร้อมถุงลมนิรภัยด้านข้างที่ยาวเป็นพิเศษ ครอบคลุมตั้งแต่แถวที่หนึ่งถึงแถวที่สาม และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX จำนวน 3 จุด ทั้งในที่นั่งแถวสองและแถวสาม เพื่อมอบความอุ่นใจสูงสุดให้ผู้ขับขี่และทุกคนในครอบครัว
- ที่สุดของความผ่อนคลายระดับเฟิร์สคลาสบนทุกเส้นทาง
สำหรับผู้บริหารที่ใช้เวลาอยู่บนท้องถนนไม่ต่างจากการอยู่ในห้องประชุม WEY G9 จึงออกแบบประสบการณ์การนั่งให้เหนือกว่าการเดินทาง ยกระดับทุกนาทีบนรถให้เป็นช่วงเวลาคุณภาพ เริ่มตั้งแต่เบาะหุ้มหนัง NAPPA สัมผัสนุ่มหรู รองรับสรีระอย่างประณีต ไปจนถึง เบาะแถวสองแบบ Zero Gravity Seat ที่ปรับองศาใน Golden Angle ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA สร้างมุมที่นั่งที่สมบูรณ์แบบ เพื่อกระจายน้ำหนัก ลดความเมื่อยล้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เสริมความผ่อนคลายระดับเฟิร์สคลาสด้วยระบบนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบและระบบระบายอากาศ ทำให้ WEY G9 ตอบโจทย์ได้ทั้งการเดินทางระยะสั้นในวันทำงานที่ต้องการความพร้อมทุกวินาที ไปจนถึงทริประยะไกลกับครอบครัวที่ต้องการความสบายแบบไร้ขีดจำกัด
- ห้องโดยสารระดับ Masterpiece พื้นที่คุณภาพที่รวมการทำงานและการพักผ่อนในคันเดียว
WEY G9 ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่คุณภาพที่รวมการทำงานและการพักผ่อนไว้ในคันเดียวอย่างสมบูรณ์แบบสำหรับผู้บริหารที่ต้องใช้ทุกนาทีให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยห้องโดยสารที่เน้นความโปร่ง โล่ง และการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระ มาพร้อมพื้นห้องโดยสารแบบราบเรียบตลอดทั้งคัน ผสานความสูงภายใน 1,277 มิลลิเมตร และช่องทางเดินกลางกว้าง 170 มิลลิเมตร ให้ความรู้สึกเหมือนนั่งอยู่ในเลานจ์ส่วนตัว เติมเต็มความพรีเมียมด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งตู้เย็นขนาดใหญ่ 12.5 ลิตร ที่สามารถรักษาอุณหภูมิภายในได้นานถึง 24 ชั่วโมง ระบบไฟสร้างบรรยากาศ ช่องจ่ายไฟ 12V สำหรับอุปกรณ์เสริม และหน้าจอผู้โดยสารด้านหลังขนาด 17.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เพื่อสร้างความเพลิดเพลินและผ่อนคลายระหว่างเดินทาง หรือต้องการบรรยากาศที่เงียบสงบเพื่อเตรียมตัวก่อนประชุม ประชุมด่วนระหว่างเดินทาง ไปจนถึงการพักผ่อนแบบพรีเมียมกับครอบครัวในวันหยุด ก็สามารถตอบโจทย์การใช้งานอย่างต่อเนื่องได้ในทุกสถานการณ์
- สัมผัสเทคโนโลยีอัจฉริยะ ใช้งานง่าย ตอบโจทย์ทุกความต้องการ
WEY G9 ยกระดับประสบการณ์การเดินทางได้อย่างไร้รอยต่อ ด้วยเทคโนโลยีที่ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะตลอดเส้นทาง เริ่มจากระบบ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างประสบการณ์การเชื่อมต่อที่ราบรื่นระหว่างคนกับรถ ใช้งานง่าย ตอบสนองได้ฉับไว และเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญได้ทันที สามารถแสดงภาพและสถานะของรถยนต์ในรูปแบบ 3 มิติแบบเรียลไทม์บนหน้าจอแสดงผล รวมถึงสามารถสั่งงานอุปกรณ์ต่าง ๆ โดยการสั่งงานจากภาพบนหน้าจอ พร้อมระบบการนำทาง Petal Maps Global Navigation อันทันสมัย และระบบสั่งงานด้วยเสียงที่รองรับมากถึง 21 ภาษา ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ได้โดยง่ายดายและปลอดภัย เสริมความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยไซเบอร์ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด ซึ่งเทคโนโลยีต่าง ๆ ใน WEY G9 ไม่ใช่แค่ความล้ำสมัยแต่คือความสบายใจที่จับต้องได้ และพร้อมพาทั้งผู้บริหารและครอบครัวเดินทางได้อย่างสะดวก ปลอดภัย และเหนือระดับในทุกวัน
- Eco-Luxury ผสานความหรูหรากับความใส่ใจโลกในทุกเส้นทาง
WEY G9 สะท้อนแนวคิดความหรูหรายุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ด้วยระบบ Plug-in Hybrid (PHEV) ที่สามารถเปิดระบบปรับอากาศขณะจอดรถได้โดยไม่ต้องติดเครื่องยนต์ ช่วยลดการปล่อยไอเสียและเสียงรบกวน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารที่ต้องใช้รถเป็นพื้นที่ประชุมระหว่างวัน หรือครอบครัวที่จอดรอรับ–ส่งบุตรหลานที่โรงเรียน นอกจากนี้ WEY G9 ยังเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดการปล่อยสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ด้วยกระบวนการเชื่อมพื้นผิวด้วยคลื่นเสียงอัลตร้าโซนิก เพื่อลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ พร้อมใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ช่วยลดกลิ่นและสาร VOC สร้างบรรยากาศที่สะอาด ปลอดภัย และสบายใจสำหรับทุกคน อีกทั้ง WEY G9 เป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และผ่านการประเมิน China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับ 5 ดาว
- 6. เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับบุคคลเหนือระดับ
การเป็นเจ้าของ WEY G9 คือการก้าวสู่มาตรฐานใหม่ของการดูแลแบบลักชัวรี ผ่าน WEY Exclusive Service บริการพิเศษที่ออกแบบมาเพื่อลูกค้าคนพิเศษโดยเฉพาะ มอบความอุ่นใจเหนือระดับด้วย Personal Assistant ส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมดูแลทุกขั้นตอนทั้งด้านการให้คำแนะนำด้านการใช้งานตัวรถ การปรึกษาปัญหา หรือแม้แต่การแจ้งเตือนและนัดหมายเพื่อนำรถเข้ารับบริการอย่างครบวงจร บริการรถทดแทนเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ–ส่ง และ ความช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ที่พร้อมอำนวยความสะดวกได้มากกว่าที่เคย ไม่ว่าจะเป็น รถลีมูซีน การจัดการค่าเดินทาง หรือตัวเลือกด้านที่พัก เพื่อให้ทุกสถานการณ์เป็นเรื่องสะดวกสบายและเป็นระบบยิ่งขึ้น เสริมด้วยบริการ Pick-up & Delivery สำหรับการตรวจเช็กตามระยะ ช่วยให้เจ้าของรถไม่ต้องเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว และสามารถโฟกัสกับธุรกิจและชีวิตส่วนตัวได้อย่างเต็มที่ สะท้อนตัวตนของ WEY G9 ที่ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือเอกสิทธิ์แห่งไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรีที่ตอบโจทย์ผู้นำยุคใหม่อย่างแท้จริง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Benz BKK Group สร้างปรากฏการณ์ความประทับใจครั้งยิ่งใหญ่ “The Endless Appreciation Concert” รวมลูกค้าคนพิเศษกว่า 4,500 คน บนค่ำคืนแห่งเสียงดนตรีและคำขอบคุณจากใจ
Benz BKK Group ผู้นำตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ Mercedes-Benz อย่างเป็นทางการ จัดกิจกรรมพิเศษแห่งปี “Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความอบอุ่น สนุกสนาน และความซาบซึ้งใจ จากลูกค้าคนพิเศษกว่า 4,500 คน จากทั้ง 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ได้แก่ Benz BKK Bangna, Benz BKK Vipawadee และ Benz BKK Autohaus Kanchanapisek ณ UOB Live เมื่อวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
งานคอนเสิร์ตครั้งนี้เปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่โดยคณะผู้บริหาร Benz BKK Group ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ คุณเหรียญชัย ลิขิตพฤกษ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด, คุณอนุพล ลิขิตพฤกษ์ไพศาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารยายนต์กลุ่ม บีเคเค กรุ๊ป และคุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการบริษัท บีเคเค กรุ๊ป จำกัด ขึ้นปรากฏตัวบนเวที แสดงความตั้งใจในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่ามาตรฐาน เพื่อขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจและสนับสนุน Benz BKK Group มาอย่างยาวนานกว่า 34 ปี
ไฮไลต์ของค่ำคืนคือการรวมตัวของศิลปินระดับตำนานและขวัญใจทุกเจเนอเรชัน นำโดย บอย Peacemaker ที่เปิดเวทีด้วยเพลงฮิตบิลต์อารมณ์แฟนเพลงให้สนุกสุดพลัง ต่อด้วย นูโว วงร็อกระดับเลเจนด์ที่ปลุกความทรงจำด้วยบทเพลงอมตะ และเติมเต็มสีสันความสนุกด้วย ปาล์มมี่ ก่อนปิดท้ายค่ำคืนอย่างยิ่งใหญ่ด้วย Rock Brothers จาก กบ Taxi, ปู Blackhead และ อี๊ด fly ที่ชวนผู้ชมร้องตามได้ทุกเพลง สร้างบรรยากาศความสนุกและพลังร่วมกันทั้งฮอลล์
“Benz BKK Group : The Endless Appreciation Concert” ไม่ได้เป็นเพียงคอนเสิร์ต แต่คือบทพิสูจน์ของความใส่ใจ และความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่าง Benz BKK Group กับลูกค้า ที่ไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ทางธุรกิจ หากเป็นการเดินทางร่วมกันบนถนนแห่งความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และความทรงจำที่งดงาม
Benz BKK Group 3 โชว์รูม 3 มุมเมือง ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่เป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งความประทับใจครั้งนี้ และยืนยันความมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งด้านผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ เพื่อส่งต่อสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกเส้นทาง พร้อมเดินหน้าสร้างกิจกรรมและประสบการณ์พิเศษอย่างต่อเนื่อง เพื่อเติบโตไปสู่อนาคตร่วมกันอย่างยั่งยืน : สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ให้ Benz BKK ดูแลคุณ Hotline 1449 หรือติดตามข้อมูลข่าวสารกิจกรรมของ Benz BKK ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ Official Facebook page: Benz BKK Group, Benz BKK Kanchanapisek และ Benz BKK Vipawadee
-
MOTOR EXPO คืนกำไรผู้ชมอลังการ จับรางวัล รถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน
“IMC สื่อสากล” จับรางวัลหาผู้โชคดีจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ลุ้นรถยนต์ 3 คัน และรถจักรยานยนต์ 1 คัน จากกิจกรรมคืนกำไรให้ผู้ชมที่ “ซื้อรถ…ชิงรถ” “ซื้อบัตร…ชิงรถ” “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” และ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรางวัล” ณ ห้องรอยัลจูบิลี อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ในวันพุธที่ 21 มกราคม 2569
สำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่ผ่านการตรวจสอบตามกฎกติกาของการชิงรางวัลแล้ว จะประกาศ ทางเวบไซท์ motorexpo.co.th, autoinfo.co.th, ทาง Line @motorexpo ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 และทางนิตยสาร “ฟอร์มูลา”, 4 WHEELS ฉบับประจำเดือนเมษายน 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
GWM เชื่อมสัมพันธ์ลูกค้า HAVAL สะท้อนการเติบโตเคียงข้างกันตลอด 5 ปีในไทย
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) เดินหน้าสานสัมพันธ์อย่างแน่นแฟ้นกับลูกค้ากลุ่มแรกในประเทศไทย ในกิจกรรม HAVAL Owners Club TH Happy New Year Meeting 2026 ทริปพิเศษที่จัดขึ้นโดยกลุ่มผู้ใช้งาน GWM HAVAL กว่า 44 ชีวิต รวม 22 คัน นำโดย GWM HAVAL H6 จำนวน 19 คัน และ GWM HAVAL JOLION จำนวน 3 คัน โดย GWM (Thailand) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ เพื่อสานต่อความสัมพันธ์และแสดงความขอบคุณแก่ครอบครัว GWM HAVAL ที่ได้มอบความไว้วางใจและเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์และแบรนด์ GWM รวมถึงการบริการหลังการขาย มาเป็นเวลากว่า 5 ปีตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาดำเนินธุรกิจในประเทศไทย รวมถึงยังเป็นการตอกย้ำการเคียงข้างผู้ใช้งานชาวไทยอย่างต่อเนื่องในระยะยาว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในกลุ่มผู้ใช้งานทั่วประเทศ
โดยผู้ที่เข้าร่วมทริปในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในลูกค้ากลุ่มแรกของ GWM ตั้งแต่วันแรกที่นำรถยนต์คุณภาพ GWM HAVAL H6 HEV เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเป็นรุ่นแรกเมื่อปี 2564 โดยต่างให้ความไว้วางใจในสมรรถนะการขับขี่ ดีไซน์ร่วมสมัย เทคโนโลยีที่ล้ำหน้าเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัย สู่การเป็นกลุ่มลูกค้ารายสำคัญที่เป็นเสียงสะท้อนหลักถึงคุณภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์มายาวนานกว่า 5 ปี
ทริปเอ็กซ์คลูซีฟเพื่อเฉลิมฉลองปีใหม่ร่วมกันอย่างอบอุ่นในกิจกรรม HAVAL Owners Club TH Happy New Year Meeting 2026 นี้ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 17–18 มกราคม 2569 ณ บางแสน จังหวัดชลบุรี ได้ออกเดินทางจากพาร์ทเนอร์ สโตร์ GWM เอก ชลบุรี ที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และเป็นกันเอง มุ่งหน้าสู่ “ทำฟาร์มดี Café and farm” เพื่อให้สมาชิกได้ทำกิจกรรมร่วมกันทั้งครอบครัว ประกอบด้วย การทำโดนัท แต่งหน้าเค้ก ทำเทียน และเพนต์กระเป๋าผ้าที่สามารถนำกลับไปเป็นของที่ระลึกจากฝีมือตนเองได้อีกด้วย หลังจากนั้นเดินทางต่อเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Bangsaen Heritage ซึ่งมีเสน่ห์ด้านโลเคชันติดชายหาด พร้อมบรรยากาศการพักผ่อนที่สะดวกสบาย เหมาะแก่การชาร์จพลังในช่วงบ่ายตามอัธยาศัย ไฮไลต์ของวันอยู่ในช่วงค่ำ กับดินเนอร์พิเศษท่ามกลางบรรยากาศเฉลิมฉลองสุดอบอุ่น นอกจากนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่ทุกคนได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ GWM HAVAL ร่วมกันอีกด้วย
กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่าผู้ใช้งานจริงและแบรนด์ที่ก้าวข้ามความสัมพันธ์แบบการซื้อขาย ไปสู่ความไว้วางใจในระยะยาว ทั้งในด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการดูแลหลังการขายอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้ความสำคัญกับการรรับฟังเสียงของลูกค้าหรือ User-centric ที่ GWM ยึดมั่นเสมอมา เพื่อนำไปปรับปรุงและพัฒนาการให้บริการเพื่อสร้างความพึงพอใจและประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์อย่างแท้จริง โดย GWM (Thailand) ได้ดำเนินการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในหลายมิติ ตั้งแต่การยกระดับมาตรฐานบุคลากรและช่างเทคนิค การปรับปรุงระบบจัดการอะไหล่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นผ่านแคมเปญการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน การขยายเครือข่ายศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ไปจนถึงการพัฒนาระบบรับฟังและแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ พร้อมบูรณาการการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ สโตร์ทั่วประเทศ เพื่อให้สามารถส่งมอบมาตรฐานการบริการที่สม่ำเสมอในทุกพื้นที่ ทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจให้กับผู้ใช้งานชาวไทยอย่างยั่งยืน
#GWM #GWMThailand #GWMTH #HAVALH6 #HAVALJOLION #GWMHAVAL # HAVALOwnersClubTH
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
คณะผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม มอบเงินสนับสนุน 900,000 บาท แก่ 3 โรงเรียน ส่งเสริมการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
คณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุ ตอกย้ำบทบาทการเป็นองค์กรที่เติบโตควบคู่กับสังคมไทย เดินหน้าสานต่อภารกิจด้านความรับผิดชอบต่อสังคม มอบเงินบริจาครวมทั้งสิ้น 900,000 บาท ให้แก่โรงเรียน 3 แห่ง ใน 3 จังหวัด เพื่อนำไปใช้สนับสนุนโครงการด้านพลังงานสะอาด การพัฒนาทางการศึกษา และการยกระดับคุณภาพชีวิตของนักเรียนและชุมชนอย่างยั่งยืน ดังนี้
- โรงเรียนวัดท่าแคลง จังหวัดจันทบุรี ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 300,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืน ควบคู่กับโครงการพัฒนาฟาร์มเชิงนิเวศ มุ่งส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดและพลังงานทดแทน ฟื้นฟูสมดุลของระบบนิเวศ และสนับสนุนการเกษตรที่ปลอดภัยและยั่งยืน อันจะช่วยเสริมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่นักเรียนและชุมชนโดยรอบ
- โรงเรียนวัดหนามแดง (คัณฑาโรราษฎร์บำรุง) จังหวัดฉะเชิงเทรา ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 300,000 บาท เพื่อดำเนินโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืน และโครงการปรับปรุงโรงเรียนเต็มรูปแบบ โดยมีเป้าหมายในการลดค่าใช้จ่าย ด้านพลังงานไฟฟ้า พร้อมยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้เหมาะสม และเอื้อต่อการพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่างรอบด้าน
- โรงเรียนวัดไผ่จรเข้ จังหวัดนครปฐม ได้รับเงินสนับสนุนจำนวน 300,000 บาท เพื่อขับเคลื่อนโครงการพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อความยั่งยืน และโครงการห้องเรียนดิจิทัลอัจฉริยะ มุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาว พร้อมนำเทคโนโลยีการเรียนการสอนสมัยใหม่มาใช้ เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา และเตรียมความพร้อมให้แก่นักเรียนในการก้าวสู่โลกยุคดิจิทัล
กิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความตั้งใจของคณะบุคคลผู้ผลิตชิ้นส่วนอีซูซุในการมีส่วนร่วมพัฒนาการศึกษา สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งสร้างรากฐานที่มั่นคงให้แก่ เยาวชนไทย พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
กรังด์ปรีซ์ฯ ผนึก MOTONATION เปิดเวทีแห่งเกียรติยศระดับภูมิภาค ในงานมอบรางวัล The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter เชิดชูสุดยอดยานยนต์เอเชียครั้ง แรกในไทย
ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับภูมิภาคอีกครั้ง ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานประกาศรางวัล The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter (AAA) อย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกนอกประเทศมาเลเซีย โดยความร่วมมือระหว่าง บริษัท ASIAAUTO VENTURE SDN BHD (MOTONATION) ประเทศมาเลเซีย และ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมการสนับสนุนจาก สมาคมผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ไทย (TAPMA) สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย (TSAE) และสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (TAJA) โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในค่ำคืนวันที่ 17 มกราคม 2569 ณ ห้องวิภาวดีบอลรูม โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว โดยได้รับเกียรติจากท่านศุภกิจ บุญศิริ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบรางวั
ลในครั้งนี้ ท่ามกลางผู้บริหารระดับสูง ผู้นำองค์กร และบุคลากรสำคัญจากอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วภูมิภาคเอเชีย ที่เข้าร่วมงานกันอย่างคับคั่ง ภายใต้บรรยากาศสุดหรูในธีม Black-Tie พร้อมโชว์สุดพิเศษ ด้วยการแสดงโขน ศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทยที่ผสมผสานการรำ และดนตรีไทย เพื่อเล่าเรื่องราวในวรรณคดีของไทย สร้างความประทับใจกับแขกที่เข้าร่วมภายในงานเป็นอย่างมาก รางวัล Asia Automotive Award ได้รับการยอมรับในฐานะเครื่องหมายแห่งความเป็นเลิศของอุตสาหกรรมยานยนต์เอเชีย ครอบคลุมมากกว่า 11 สาขารางวัล อาทิ นวัตกรรม (Innovation), ความยั่งยืน (Sustainability), มอเตอร์สปอร์ต (Motorsport), ผลิตภัณฑ์หลังการขาย (Aftermarket), ความเป็นผู้นำ (Leadership) และรางวัลอันทรงเกียรติอื่น ๆ โดยมีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายประเทศร่วมพิจารณาตัดสินอย่างเข้มข้นและโปร่งใส
Mr. Por Boon Kuan ประธานจัดงาน The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter ประธานจัดงานกล่าวว่า “การนำเวที Asia Automotive Award มาจัดที่ประเทศไทยในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพอันโดดเด่นของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในภูมิภาคเอเชีย และเป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการได้แสดงความสามารถในระดับนานาชาติ”
ด้าน คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าปฏิบัติการ สายการผลิต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ในฐานะรองประธานจัดงานกล่าวว่า “การได้รับเกียรติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการตอกย้ำความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และเป็นประตูสู่ความร่วมมือระดับภูมิภาคอย่างเป็นรูปธรรม เวทีแห่งนี้ไม่เพียงเชิดชูความสำเร็จ แต่ยังสร้างแรงบันดาลใจให้วงการยานยนต์เอเชียก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน”
การจัดงาน The 5th Asia Automotive Award 2025 – Thailand Chapter ในประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นจุดหมายสำคัญที่สะท้อนบทบาทของไทยในฐานะศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ของภูมิภาคและเป็นเวทีแห่งเกียรติยศที่รวมสุดยอดผู้ประกอบการยานยนต์จากทั่วเอเชียไว้อย่างสมศักดิ์ศรี ติดตามผลการตัดสินเพิ่มเติ
มอย่างเป็นทางการได้ที่ https://asiaautomotiveawards. com
-
News Car1 Min Read
Benz BKK Bangna จัดใหญ่!!! ขยายพื้นที่พร้อมเปิดโซนชั้น 7 ครั้งแรก โชว์ Mercedes-Benz Certified กว่า 120 คัน ในงาน EXPO ครั้งที่ 11
Benz BKK Bangna โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ รวมถึงรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองภายใต้ Mercedes-Benz Certified และศูนย์บริการครบวงจรที่ใหญ่ที่สุด เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญของวงการรถยนต์มือสอง จัดงาน “Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna EXPO ครั้งที่ 11” อย่างยิ่งใหญ่ ระหว่างวันที่ 22 – 25 มกราคม 2569 บริเวณชั้น 3 และชั้น 7 โชว์รูม Benz BKK Bangna
การจัดงานครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกของการเปิดลานจอดชั้น 7 ให้เข้าชมอย่างเป็นทางการ พร้อมผสานพื้นที่จัดแสดงทั้งพื้นที่ชั้น 3 และชั้น 7 รวมกว่า 6,419 ตารางเมตร นำรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์มือสองคุณภาพระดับศูนย์มาตรฐาน Mercedes-Benz Certified กว่า 120 คัน มาจัดแสดงอย่างครบครัน ตอกย้ำความเป็นมหกรรมรถเบนซ์มือสองจากศูนย์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปี
สำหรับภายในงานผู้เข้าชมจะได้สัมผัสประสบการณ์การเลือกซื้อรถเบนซ์มือสองในบรรยากาศระดับพรีเมียมตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้าสู่พื้นที่จัดแสดง ซึ่งรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ถูกจัดวางเรียงรายเต็มพื้นที่ สร้างความรู้สึก “ไม่อยากเชื่อว่านี่คือรถมือสอง” ด้วยความหลากหลายของรถยนต์ครบทุกเซกเมนต์ ทั้งรถผู้บริหารไมล์น้อย รถ Demo และรถรุ่นยอดนิยม โดยรถทุกคันผ่านการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดตามมาตรฐาน Mercedes-Benz Certified พร้อมการรับประกันคุณภาพนาน 1 ปี
คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เบนซ์ บีเคเค กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “การจัดงานในครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของ Benz BKK Group ที่ต้องการยกระดับภาพรวมของตลาดรถเบนซ์มือสองให้ชัดเจนยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงเรื่องของการซื้อขายรถยนต์ แต่คือการส่งมอบความมั่นใจ ความโปร่งใส และประสบการณ์ที่ลูกค้าสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญและยึดถือมาโดยตลอด”
Benz BKK Bangna ยังมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะภายในงาน เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถเบนซ์ได้ง่ายยิ่งขึ้น ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 799,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% และข้อเสนอ ดาวน์ 0%* รวมถึงสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงาน รับฟรี!! เครื่องดูดฝุ่น Dyson V8 Slim™ Fluffy มูลค่า 15,900 บาท* และผู้ที่ลงทะเบียนร่วมงานยังจะได้รับ BKK Journey Set ของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจาก Benz BKK Bangna อีกด้วย
นอกจากนี้ ภายในงานยังครบวงจรด้วยบริการ Trade-in รับซื้อ–แลกเปลี่ยนรถ พร้อมประเมินราคาอย่างรวดเร็ว ปลอดภัย และรับเงินได้ภายใน 1 ชั่วโมง ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านรถยนต์ในที่เดียว ทั้งซื้อ–ขาย–ซ่อม ครบจบที่ Benz BKK Bangna
มหกรรมสุดยิ่งใหญ่ Mercedes-Benz Certified by Benz BKK Bangna EXPO ครั้งที่ 11 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–25 มกราคม 2569 (4 วันเท่านั้น) ณ Benz BKK Bangna พร้อมบริการอาหารและเครื่องดื่มฟรีตลอดงาน นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญที่ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถเบนซ์มือสองจากศูนย์ ด้วยขนาดงาน คุณภาพรถ และประสบการณ์ที่ “ให้มากกว่านี้ ไม่มีอีกแล้ว”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine









































































































































