• มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์อย่างแท้จริง

    2 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี รุ่นเรือธงเจเนอเรชันใหม่ ที่สะท้อนตัวตนแบรนด์อย่างแท้จริง

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) เปิดตัว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร1 รถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี โฉมใหม่ครั้งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตำแหน่งเป็นรถยนต์รุ่นเรือธงเจเนอเรชันล่าสุด สะท้อนตัวตนบทใหม่ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ผลิตขึ้นที่ฐานการผลิตของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในประเทศไทย โดยจะเริ่มเปิดตัวและวางจำหน่ายในประเทศไทยเป็นที่แรก ก่อนขยายไปยังประเทศญี่ปุ่นและออสเตรเลีย ภายในปีงบประมาณ 25692 และมีแผนเปิดตัวไปยังกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ครอบคลุมตลาดในภูมิภาคอาเซียน ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง ตั้งแต่ปีงบประมาณ 2570 เป็นต้นไป

    นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2525 ปาเจโรได้พลิกโฉมเซกเมนต์รถยนต์ครอสคันทรีขับเคลื่อน 4 ล้อ (4WD) ด้วยการรวมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง เข้ากับความสะดวกสบายแบบรถยนต์นั่ง จนได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบกิจกรรมกลางแจ้ง และกลายเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่ปลุกกระแสรุ่นรถยนต์เพื่อการพักผ่อนและสันทนาการ (Recreation Vehicle – RV) ในช่วงทศวรรษ 1990 ซึ่งปาเจโรทั้ง 4 รุ่น มียอดการผลิตกว่า 3.29 ล้านคัน ขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในรุ่นรถยนต์ที่เป็นตำนานที่สุดของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ครองใจผู้ใช้งานในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้สานต่อแนวคิดผลิตภัณฑ์ที่นิยามความเป็นปาเจโรมาตั้งแต่รุ่นแรก ด้วยการผสาน “ความมั่นใจในการขับขี่” (Confidence) ซึ่งสะท้อนผ่านสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยม และความน่าเชื่อถือที่ได้รับการพิสูจน์มาอย่างยาวนาน เข้ากับ “ความสะดวกสบาย” (Comfort) ทั้งในด้านความสบายของห้องโดยสาร และความคล่องตัวในการควบคุมรถ ก่อนต่อยอดรากฐานอันแข็งแกร่งนี้ด้วย “ความเหนือระดับ” (Prestige) ผ่านคุณภาพและความประณีตในแบบฉบับไอคอนิก ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการพัฒนาให้ก้าวไปอีกขั้นในทุกมิติ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่น แข็งแกร่งจากเส้นสายที่คมชัด ทรงพลัง เสริมด้วยวัสดุภายในห้องโดยสารคุณภาพสูงที่ออกแบบมาให้รองรับทุกการใช้งาน พร้อมสอดแทรกดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ได้อย่างลงตัว

    ภายใน ห้องโดยสารของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมคงมิติตัวรถที่ช่วยให้ควบคุมและบังคับเลี้ยวได้ง่าย นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งประสานการควบคุมการเร่ง การเข้าโค้ง และการเบรก เพื่อการตอบสนองของรถที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติ ร่วมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่มอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่เหนือชั้น และความง่ายสำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวัน รวมถึงโครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง พร้อมระบบกันสะเทือนที่ได้รับการปรับจูนมาอย่างเหมาะสม โดยเทคโนโลยีเหล่านี้ จะทำงานร่วมกันเพื่อมอบความมั่นใจให้ผู้ขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง พร้อมลุยทุกการผจญภัยได้อย่างไร้กังวล

    “ภายใต้วิสัยทัศน์ระยะกลางถึงระยะยาวสู่ปี 2573 เรามุ่งมั่นที่จะยกระดับความพึงพอใจของลูกค้าและเพิ่มมูลค่าขององค์กร ผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์และ​เสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ ควบคู่ไปกับการตอกย้ำเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น” มร. เคสุเกะ คิชิอุระ ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น กล่าว “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ถือเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์นี้ให้เกิดขึ้นจริง ในฐานะรถยนต์รุ่นเรือธง รถยนต์รุ่นนี้จะนำทัพไลน์อัปตระกูลปาเจโรที่จะตามมาในอนาคต รวมถึงรถยนต์ทั้งหมดของเรา โดย ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร คือรถยนต์ครอสคันทรี เอสยูวี ระดับพรีเมียม ที่ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจและพึ่งพาได้ในทุกสถานการณ์ ซึ่งเราจะทยอยเปิดตัวสู่ตลาดต่าง ๆ ทั่วโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าลูกค้าทุกท่านจะตั้งตารอคอยการมาถึงของรถยนต์รุ่นนี้”

     

    เว็บไซต์พิเศษสำหรับ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร: https://www.mitsubishi-motors.co.jp/global/en/lineup/pajero/special/

     

    ภาพรวมผลิตภัณฑ์3

    ความเหนือระดับ (Prestige): คุณภาพเหนือระดับ สะท้อนความเป็นที่สุดของรุ่นเรือธง

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร พัฒนาขึ้นเพื่อสืบทอดจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ของปาเจโรทุกรุ่นที่ผ่านมา พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัดสู่บทใหม่ของยนตรกรรม ที่สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่การเปิดตัวของรุ่นที่ 4 ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “Grand Charisma” ที่ทุกองค์ประกอบได้รับการรังสรรค์และใส่ใจในทุกรายละเอียด เพื่อถ่ายทอดรูปลักษณ์ที่ทรงพลังและสัมผัสที่หรูหราระดับพรีเมียม ตอกย้ำการเป็นยนตรกรรมเรือธงเจเนอเรชันถัดไปของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส อย่างสง่างาม

    • การออกแบบภายนอก

    ด้วยการต่อยอดแนวคิดการออกแบบสัดส่วนตัวถังที่โดดเด่นและทรงพลังในแนวตั้ง พร้อมเอกลักษณ์การออกแบบที่เน้นเส้นสายแนวนอนจากปาเจโรรุ่นแรกให้ร่วมสมัยยิ่งขึ้น ด้วยซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนถึงสมรรถนะอันทรงพลัง และพื้นผิวตัวถังที่ได้รับการปั้นแต่งอย่างมีมิติ เสริมบุคลิกให้ดูสง่างามและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน โดยด้านหน้าถ่ายทอดความแข็งแกร่งจากภายในผ่านแรงบันดาลใจจาก “เคนโด้” (Kendo) ศิลปะการต่อสู้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่ให้ความสำคัญกับวินัย ความมุ่งมั่น และความแข็งแกร่งของจิตใจ พร้อมนำเสนอทางเลือกกระจังหน้า 2 รูปแบบ ได้แก่ กระจังหน้าแบบซี่แนวนอน ที่สะท้อนความประณีตพิถีพิถันตามแบบฉบับงานฝีมือญี่ปุ่น และกระจังหน้าลายรังผึ้ง ที่ผสานความงดงามจากฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับความแข็งแกร่งได้อย่างไร้ที่ติ โดยทั้งสองรูปแบบยังโดดเด่นด้วยไฟหน้ารูปทรงตัว T อันเป็นเอกลักษณ์ เติมเต็มรูปลักษณ์ด้านหน้าให้ดูทันสมัยยิ่งขึ้น

    ซิกเนเจอร์ของปาเจโรยังถ่ายทอดผ่านรายละเอียดต่าง ๆ รอบคัน ไม่ว่าจะเป็น เสา C ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากโรลบาร์ของปาเจโร รุ่นแรก รวมถึงโครงสร้างทรงหกเหลี่ยม (Hexagonal Motif) ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากตำแหน่งยางอะไหล่ท้ายรถในรุ่นก่อนหน้า องค์ประกอบทั้งหมดนี้ถือเป็นการนำความเป็นปาเจโรมาตีความใหม่ได้อย่างลงตัว

    • การออกแบบภายใน

    ภายในห้องโดยสารมีการนำแผงหน้าจอแนวนอนบริเวณคอนโซลหน้าจากปาเจโรรุ่นแรกมาปรับใช้ใหม่ โดยผสานฟังก์ชันการใช้งานเข้ากับห้องโดยสารระดับพรีเมียม ด้วยแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display) ที่เชื่อมต่อหน้าจอขนาด 14.3 นิ้ว4 จำนวน 2 หน้าจออย่างไร้รอยต่อ พร้อมภาพกราฟิกบนจอที่ให้กลิ่นอายความเป็นปาเจโร รวมถึงหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) ที่นำชุดมาตรวัดสามส่วนในตำนานมาปรับโฉมให้เข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน

    วัสดุพื้นผิวมีการใช้เทคนิคงานหัตถศิลป์ดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “คิเมะโคมิ” (Kimekomi) บนหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง ด้วยการฝังวัสดุให้แนบลึกไปกับพื้นผิว ช่วยเพิ่มความทนทานและรักษารูปทรงได้ดี โดยแผงประตูยังตกแต่งด้วยตะเข็บรูปตัว S ซึ่งเป็นงานที่ต้องอาศัยทักษะ ความประณีตสูง และการเย็บที่แม่นยำตามแนวโค้งที่ซับซ้อน สะท้อนถึงฝีมือและความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือชาวญี่ปุ่น

    • สีตัวถัง

    เฉดสีตัวถังเสริมบุคลิกอันน่าเกรงขามและความเหนือระดับ โดยมีสีไฮไลต์ 2 เฉดสี ได้แก่ สีอาร์เมอร์ คอปเปอร์ (Armor Copper) ที่ถ่ายทอดความรู้สึกหนักแน่นและแข็งแกร่งดุจโลหะชิ้นใหญ่ พร้อมขับเน้นให้รูปทรงตัวถังที่มีมิติและสัดส่วนอันบึกบึนดูโดดเด่นยิ่งขึ้น และสีแฟนทอม บลู (Phantom Blue) สีฟ้าอมเทาที่ให้ความรู้สึกสง่างามและมั่นคง เสริมความโดดเด่นด้วยประกายสีทอง  ที่เผยประกายแตกต่างไปตามมุมและการเปลี่ยนแปลงของแสง สะท้อนบุคลิกอันทันสมัย ความประณีต และความงดงามจากฟังก์ชันการใช้งาน โดยสีตัวถังเหล่านี้กลมกลืนเข้ากับหลากหลายสภาพแวดล้อม ตั้งแต่การขับขี่ในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงการออกเดินทางและทำกิจกรรมกลางแจ้ง

    ภายในห้องโดยสารมีการเลือกใช้โทนสีน้ำตาลคาเมล (Camel) ที่ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ความพรีเมียม ควบคู่กับความงดงามที่ผสานประโยชน์ใช้สอยได้อย่างลงตัว ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเฉดสีตามธรรมชาติของวัสดุแท้ อีกทั้งยังช่วยพรางร่องรอยจากการใช้งานในชีวิตประจำวันให้สังเกตเห็นได้ยากยิ่งขึ้น และยังได้รับการออกแบบอย่างลงตัวเมื่อจับคู่กับโทนสีดำ เพื่อสร้างความตัดกันอย่างมีระดับ แต่ยังคงกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับรูปลักษณ์ภายนอกอันทรงพลังของตัวรถ

    • ความเงียบภายในห้องโดยสารที่ดียิ่งขึ้น

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการยกระดับมาตรฐานการลดเสียงรบกวนอย่างครอบคลุมรอบด้าน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนสามารถพูดคุยกันอย่างเป็นธรรมชาติ แม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงบนทางหลวงหรือในภาวะที่มีเสียงรบกวนสูง โดยนอกจากกระจกบังลมหน้าแล้ว ยังได้นำกระจกกันเสียงรบกวน (Acoustic Glass) มาใช้กับกระจกประตูทั้งบานหน้าและบานหลัง ควบคู่ไปกับการติดตั้งวัสดุลดเสียงรบกวนอย่างทั่วถึงตลอดโครงสร้างตัวถังและจุดสำคัญต่าง ๆ ของตัวรถ ช่วยลดทั้งเสียงลมปะทะและเสียงเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารที่สงบและผ่อนคลายยิ่งขึ้น ให้ผู้โดยสารในทุกแถวที่นั่งสามารถเพลิดเพลินกับการพูดคุยได้อย่างสบายใจ

    • ระบบอินโฟเทนเมนต์และการเชื่อมต่ออัจฉริยะ

    ระบบอินโฟเทนเมนต์อันล้ำสมัย เติมเต็มคุณค่าใหม่ให้กับทุกช่วงเวลาบนท้องถนน โดยแผงหน้าจอแบบชิ้นเดียว (Monolithic Display)  ที่เชื่อมหน้าจอระบบสัมผัสและหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 14.3 นิ้ว ช่วยปลุกเร้าแรงบันดาลใจในการผจญภัยผ่านกราฟิกที่ดูสะอาดตา ใช้งานง่าย นอกเหนือจากลำดับการแสดงผลเมื่อเริ่มต้นระบบที่ได้รับการออกแบบเฉพาะ และเอฟเฟกต์ภาพที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างกันในแต่ละโหมดการขับขี่แล้ว หน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ (Meter Display) ยังมาพร้อมธีมภาพพื้นหลังถึง 16 แบบ ที่สามารถปรับเปลี่ยนตามช่วงเวลาของวันได้แบบเรียลไทม์ นอกจากนี้ ดีไซน์มาตรวัด 3 ช่องสุดไอคอนิกจากรุ่นก่อนหน้าได้ถูกนำมาตีความใหม่เป็นหน้าจอมัลติมิเตอร์ (Multi Meter) ที่แสดงผลข้อมูลการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น ระดับความสูง ทิศทางการเดินทาง อุณหภูมิ หน้าจอแสดงผลระดับความชันและความเอียง และสถานะการทำงานของระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ช่วยให้ผู้ขับขี่ประเมินสถานะและสภาวะการขับขี่ได้อย่างแม่นยำเพียงแค่ชำเลืองมอง ขณะที่ระบบ
    เครื่องเสียงเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน (Smartphone-link Display Audio) ยังรองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สาย ช่วยให้การเข้าถึงระบบแผนที่นำทาง แอปพลิเคชันฟังเพลง และอื่น ๆ ที่รองรับ เป็นไปได้อย่างง่ายดาย

     

    ความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence): สมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดที่วางใจได้

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการพัฒนาสมรรถนะการขับขี่จากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ที่ได้รับการพิสูจน์จากการใช้งานท่ามกลางหนึ่งในสภาพแวดล้อมที่โหดหินที่สุดของโลก พร้อมยกระดับความสามารถรอบด้านด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่เหนือชั้นในทุกด้านตามแบบของปาเจโร

    ด้วยการทำงานประสานกันระหว่างเครื่องยนต์คลีนดีเซลที่ทรงพลังแต่ควบคุมได้อย่างง่ายดาย โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่ทั้งแกร่งและทนทานสูง และระบบกันสะเทือนที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อช่วยรักษาหน้ายางให้สัมผัสพื้นผิวอย่างเหมาะสม ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร จึงมอบสมรรถนะออฟโรดที่ไว้วางใจได้ พร้อมความคล่องตัวในการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่บนถนนลาดยาง ช่วยให้ผู้ขับขี่เดินทางได้อย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง

    • เครื่องยนต์คลีนดีเซล 4 ลิตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดรุ่นใหม่

    เครื่องยนต์คลีนดีเซล 2.4 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษ พร้อมเทอร์โบแปรผันแบบ Single Variable-Geometry Turbocharger (VGT) ให้แรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร5 มอบอัตราเร่งที่ทรงพลัง และการตอบสนองฉับไวได้ดั่งใจ  ตั้งแต่ออกตัวต่อเนื่องไปจนถึงการขับขี่ด้วยความเร็วสูง จับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด (8AT) พร้อมโหมดสปอร์ต ที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่นและต่อเนื่อง ทั้งบนถนนปกติและเส้นทางออฟโรด โดยระบบส่งกำลังดังกล่าวมอบอัตราเร่งที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำตามความต้องการของผู้ขับขี่ ควบคู่กับการลดเสียงรบกวนที่ดียิ่งขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเหนือระดับขั้นสุด

    • โครงสร้างแบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่แข็งแกร่ง พร้อมระบบกันสะเทือนประสิทธิภาพสูง

    โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรม (Ladder Frame) ที่มีความแข็งแกร่งสูง ซึ่งได้รับการต่อยอดจากประสบการณ์การแข่งขันแรลลี่ตลอดหลายทศวรรษ รวมถึงการทดสอบและพัฒนาในสภาพแวดล้อมอันสมบุกสมบัน ทำหน้าที่เป็นพื้นฐานสำคัญของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร พร้อมเพิ่มสัดส่วนการใช้เหล็กกล้าความแข็งแรงสูง ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งต่อแรงบิดและแรงดัดได้อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้ตัวรถมีเสถียรภาพในการควบคุมและมอบความนุ่มนวลตลอดการขับขี่ในระดับสูง รวมถึงความทนทานและวางใจได้ในทุกการใช้งาน

    ระบบกันสะเทือนด้านหน้าอิสระแบบปีกนกสองชั้นทำงานร่วมกับระบบกันสะเทือนด้านหลังแบบคานแข็ง 5-Link ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ช่วยให้ล้อสัมผัสพื้นถนนได้อย่างมั่นคง รองรับการเดินทางบนเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมมอบการควบคุมพวงมาลัยที่เป็นธรรมชาติและการทรงตัวที่ดี

    นอกเหนือจากการมอบสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรดอันยอดเยี่ยมแล้ว ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังได้รับการพัฒนาโดยคำนึงถึงความสะดวกสบายของผู้โดยสารตลอดการเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางระยะไกลหรือการขับขี่บนพื้นผิวขรุขระ ทำให้ “ความสะดวกสบายในทุกเส้นทางออฟโรด” (Off-Road Comfort) เป็นหนึ่งในมาตรฐานสำคัญในการพัฒนา เพื่อสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะออฟโรดและความประณีตในการขับขี่บนถนนให้เกิดขึ้นในระดับสูง โดยแท่นยึดตัวถังที่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งยังช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์ขณะขับขี่บนถนนขรุขระและเส้นทางทุรกันดาร พร้อมช่วยยกระดับการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้ประสบการณ์การขับขี่โดยรวมมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

    • สมรรถนะรอบด้านด้วยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC)

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) เอกสิทธิ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ซึ่งช่วยให้การควบคุมรถเป็นธรรมชาติและตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างเสถียรภาพในการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม โดยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) เปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกโหมดการขับเคลื่อนให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทางได้ถึง 4 รูปแบบ ได้แก่ 2H (ขับเคลื่อน 2 ล้อหลัง) 4H (ขับเคลื่อน 4 ล้อแบบฟูลไทม์) 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) และ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ) ซึ่งช่วยเสริมสมรรถนะการขับขี่แบบออฟโรด และรักษาการทรงตัวในการควบคุมรถบนถนนลาดยางได้เป็นอย่างดี

    นอกเหนือจากระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II (SS4-II) ระบบ Super-All Wheel Control  (S-AWC) ยังทำงานร่วมกับระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ซึ่งควบคุมการกระจายแรงบิดระหว่างล้อซ้ายและขวาผ่านการทำงานของเบรกคู่หน้า ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว พร้อมระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (Active Stability and Traction Control – ASTC) ที่ช่วยกระจายแรงขับเพื่อคงเสถียรภาพบนพื้นผิวที่ลื่น และระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (Anti-lock Braking System – ABS) ที่ช่วยป้องกันล้อล็อกและการลื่นไถลขณะเบรก โดยระบบ Super-All Wheel Control (S-AWC) จะประมวลผลและปรับสมดุลแรงขับเคลื่อนและแรงเบรกของล้อทั้ง 4 อย่างเหมาะสมตามการควบคุมของผู้ขับขี่และสภาพพื้นผิวถนน ช่วยให้สามารถขับขี่ได้อย่างปลอดภัย มั่นใจ และสะดวกสบาย ในหลากหลายสภาพอากาศและเส้นทาง

    พร้อมกันนี้ ยังมีโหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ ได้แก่ Normal, Eco, Gravel, Snow, Mud, Sand และ Rock ซึ่งได้รับการปรับให้เหมาะกับสภาพเส้นทางที่แตกต่างกัน ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถและเดินทางได้อย่างมั่นใจบนพื้นผิวถนนที่หลากหลาย นอกจากนี้ จานเบรกขนาดใหญ่ 18 นิ้ว และหม้อลมเบรกไฟฟ้า ยังมอบน้ำหนักแป้นเบรกที่มั่นใจและให้ความรู้สึกในการเบรกที่เป็นธรรมชาติ

     

    • มิติตัวรถที่ได้รับการออกแบบเพื่อรองรับการขับขี่ที่หลากหลาย

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่ง่ายดายและสะดวกสบาย ตั้งแต่การใช้งานบนถนนในเมืองไปจนถึงการผจญภัยในโลกกว้าง ด้วยตัวรถที่มีความยาว 4,920 มิลลิเมตร กว้าง 1,925 มิลลิเมตร และสูง 1,910 มิลลิเมตร6 พร้อมความกว้างช่วงล้อหน้าและหลัง 1,630 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,870 มิลลิเมตร

    ตัวรถมาพร้อมระยะต่ำสุดถึงพื้น 230 มิลลิเมตร6 ควบคู่กับมุมไต่ 30.4 องศา6 มุมคร่อม 22.6 องศา6 และมุมจาก 25.8 องศา6 โดยการกระจายน้ำหนักด้านหน้าและด้านหลังในอัตราส่วน 52:48 โครงสร้างแชสซีส์แบบแลดเดอร์เฟรมที่มีความแข็งแกร่งและทนทานสูง ยังทำงานประสานอย่างลงตัวกับระบบช่วงล่างที่มีระยะช่วงยุบ-ยืดสูง ช่วยให้ล้อสามารถยึดเกาะพื้นผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพและรักษาการสัมผัสกับพื้นถนนแม้ต้องผ่านพื้นผิวที่ไม่เรียบ พร้อมรับมือกับเส้นทางทุรกันดารและภูมิประเทศที่ท้าทายได้อย่างมั่นใจ

     

    ความสะดวกสบาย (Comfort): ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร และความคล่องตัวในการควบคุม

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มอบห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกคน ด้วยการจัดสรรการวางเบาะนั่ง รวมถึงพื้นที่ใช้สอยอย่างเหมาะสม พร้อมใส่ใจในทุกรายละเอียด ตั้งแต่พื้นที่สำหรับผู้โดยสารแถวที่สาม ความสะดวกในการเข้า-ออก ความเงียบสงบภายในห้องโดยสาร ไปจนถึงการควบคุมอุณหภูมิ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับความสบายตลอดทั้งเส้นทาง แม้ในการเดินทางระยะไกล

    • ห้องโดยสารพรีเมียม กว้างขวาง และสะดวกสบาย

    ห้องโดยสารแบบ 3 แถว 7 ที่นั่งของ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการจัดพื้นที่และตำแหน่งเบาะนั่งอย่างเหมาะสม เพื่อมอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวางแก่ผู้โดยสารในทุกแถว โดยเบาะนั่งคนขับได้รับการจัดวางให้อยู่ในตำแหน่งสูงขึ้น เพื่อเพิ่มมุมมองการมองเห็นและช่วยให้กะระยะตัวรถได้ง่ายยิ่งขึ้น ขณะที่เบาะนั่งแถวที่สองสามารถเลื่อนได้ถึง 150 มิลลิเมตร พร้อมกลไกพับเบาะแบบจังหวะเดียว ช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกห้องโดยสารและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ส่วนเบาะนั่งแถวที่สามมอบพื้นที่เหนือศีรษะที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารผู้ใหญ่ พร้อมออกแบบพื้นที่วางเท้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้สามารถสอดปลายเท้าเข้าไปใต้เบาะนั่งแถวที่สองได้อย่างง่ายดาย

    เพื่อมอบความสบายตลอดการเดินทางในทุกที่นั่ง เบาะนั่งคู่หน้าและแถวที่สอง ถูกออกแบบมาให้รองรับสรีระอย่างเป็นธรรมชาติ ช่วยให้ผู้โดยสารนั่งได้อย่างผ่อนคลาย ขณะที่เบาะนั่งแถวที่ 3 ได้รับการปรับตำแหน่งและองศาการนั่งให้เหมาะสมยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ยังมาพร้อมระบบระบายอากาศสำหรับเบาะนั่งที่ช่วยส่งผ่านความเย็นอย่างเป็นธรรมชาติทั่วทั้งตัวเบาะ พร้อมระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 3 โซน ที่สามารถตั้งอุณหภูมิแยกอิสระในแต่ละโซน เพื่อรักษาอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เหมาะสม ตั้งแต่บริเวณเบาะคู่หน้าไปจนถึงผู้โดยสารแถวที่สาม

     

    • เทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ เพื่อความอุ่นใจยิ่งกว่าเดิม

    ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อสนับสนุนผู้ขับขี่ในทุกสภาวะการเดินทาง ประกอบด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation – FCM) ที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้า นักปั่นจักรยาน และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ พร้อมระบบช่วยเบรกขณะเลี้ยวผ่านทางแยก ระบบคาดการณ์และเตือนการชนด้านหน้าตรง (Predictive Forward Collision Warning – PFCW) และระบบช่วยเหลือฉุกเฉินเมื่อเหยียบคันเร่งผิดพลาด (Emergency Assist for Pedal Misapplication – EAPM) รวมถึงยังมีระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (Emergency Lane Assist – ELA) ที่ได้รับการติดตั้งเป็นครั้งแรกใน ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร โดยใช้กล้องด้านหน้าและเรดาร์ในการตรวจจับเส้นแบ่งช่องจราจรและยานพาหนะโดยรอบ พร้อมส่งสัญญาณเตือนและช่วยควบคุมพวงมาลัยเมื่อระบบตรวจพบความเสี่ยงที่รถจะออกนอกช่องทางการจราจร ขณะที่ระบบเตือนด้านหน้าขณะถอยออกจากช่องจอด (Front Cross Traffic Alert – FCTA) สามารถตรวจจับรถที่กำลังเข้ามาจากด้านใดด้านหนึ่งบริเวณทางแยก พร้อมแจ้งเตือนผู้ขับขี่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการชนกับรถที่วิ่งตัดผ่านด้านหน้า

    สำหรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อม MI-PILOT ระบบช่วยเหลือการขับขี่บนทางหลวงแบบเลนเดียวของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส โดยทำงานร่วมกับระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control – ACC) และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน (Lane Keep Assist – LKA) เพื่อรักษาระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างเหมาะสม และประคองรถให้อยู่กึ่งกลางช่องทางบนทางหลวง ช่วยลดภาระและความเหนื่อยล้าของผู้ขับขี่ระหว่างการเดินทางระยะไกล

    ยิ่งไปกว่านั้น ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร ได้รับการติดตั้งถุงลม 8 ตำแหน่ง รวมถึงถุงลม SRS ตรงกลางระหว่างผู้โดยสารด้านหน้าเป็นครั้งแรกอีกด้วย ซึ่งช่วยลดความเสี่ยงจากการกระแทกระหว่างผู้โดยสารเบาะคู่หน้าในกรณีเกิดการชน พร้อมเสริมการปกป้องผู้โดยสารในระดับสูง ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยครอบคลุม 360 องศา และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ จึงช่วยเสริมความมั่นใจและความอุ่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทาง

     

    • กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ เพื่อเพิ่มทัศนวิสัยรอบด้าน

    กล้องมองภาพรอบคันแบบ 3 มิติ เป็นการรวมภาพจากกล้อง 4 ตัวที่ติดตั้งรอบตัวรถ เข้ากับภาพจำลอง 3 มิติ ของตัวรถ เพื่อแสดงสภาพแวดล้อมโดยรอบได้อย่างรอบด้าน โดยประมวลผลภาพด้วยความเร็วประมาณ 30 เฟรมต่อวินาที และแสดงผลแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถจอดรถและควบคุมรถในพื้นที่จำกัดได้สะดวกยิ่งขึ้นในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ขณะเดียวกันยังเพิ่มการรับรู้สภาพพื้นผิวและลักษณะภูมิประเทศรอบตัวรถได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่บนเส้นทางออฟโรด

    กล้องรอบคันแบบ 3 มิติ ยังมาพร้อมฟีเจอร์แสดงภาพใต้ท้องรถด้านหน้า ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสภาพพื้นผิวถนนบริเวณใต้ท้องรถและด้านหน้ารถ ซึ่งโดยปกติจะเป็นพื้นที่อับสายตาจากตำแหน่งผู้ขับขี่ เพื่อเพิ่มความมั่นใจเมื่อต้องขับผ่านเส้นทางท้าทาย ทั้งทางลาดชันและพื้นผิวที่เต็มไปด้วยก้อนหิน โดยมุมมองนี้จะแสดงผลขึ้นโดยอัตโนมัติเมื่อเลือกใช้โหมดขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ 4HLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลาง) หรือ 4LLc (ขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมล็อกเฟืองกลางและใช้เกียร์อัตราทดต่ำ) และยังสามารถเปิดใช้งานด้วยตัวเองได้ตลอดเวลาที่ต้องการ ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจในการควบคุมรถและมีสมาธิจดจ่อกับเส้นทางเบื้องหน้าได้อย่างเต็มที่เมื่อขับขี่แบบออฟโรด

     

    • เทคโนโลยีเชื่อมต่ออัจฉริยะ MITSUBISHI CONNECT เพื่อความสะดวกในชีวิตประจำวัน

    MITSUBISHI CONNECT รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวันและเพิ่มความอุ่นใจในสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้วยบริการเชื่อมต่อที่หลากหลาย อาทิ การควบคุมระบบปรับอากาศและตรวจสอบสถานะของตัวรถจากระยะไกลผ่านสมาร์ตโฟน รวมถึงฟังก์ชัน SOS Call ที่เชื่อมต่อผู้โดยสารไปยังศูนย์ปฏิบัติการเพื่อรับความช่วยเหลือในกรณีฉุกเฉินได้อย่างทันท่วงที

     

    • เครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate: สุนทรียภาพแห่งเสียงระดับพรีเมียมตลอดการเดินทาง

    เพื่อเติมเต็มบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร มาพร้อมเครื่องเสียง Dynamic Sound Yamaha Ultimate ซึ่งได้รับการพัฒนาร่วมกับยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น เพื่อมอบความสุนทรีย์ที่เต็มอิ่มขั้นสุด โดยเครื่องเสียงนี้ประกอบด้วยลำโพงทั้งหมด 12 ตำแหน่ง และแอมพลิฟายเออร์ 2 ชุด พร้อมเทคโนโลยีชดเชยเสียงรบกวนที่ช่วยปรับระดับความดังและการจูนเสียงโดยอัตโนมัติตามความเร็วของตัวรถ เพื่อลดผลกระทบจากเสียงรบกวนจากพื้นถนน ช่วยให้ผู้โดยสารสัมผัสประสบการณ์การฟังเพลงที่เต็มอรรถรสและมีคุณภาพในหลากหลายรูปแบบการขับขี่

    1. ทําตลาดภายใต้ชื่อ มอนเตโร (Montero) ในบางประเทศ
    2. ปีงบประมาณ 2569 ครอบคลุมตั้งแต่เดือนเมษายน 2569 ถึงเดือนมีนาคม 2570
    3. ข้อมูลจำเพาะและฟีเจอร์อาจแตกต่างกันตามรุ่นย่อยและ/หรือตลาดที่จำหน่าย
    4. หน้าจอขนาด 3 นิ้ว มีเฉพาะในรุ่นย่อยที่กำหนด
    5. แรงบิดสูงสุด 470 นิวตันเมตร มีเฉพาะในข้อมูลจำเพาะที่กำหนด
    6. สำหรับรถยนต์ที่ติดตั้งยางขนาด 20 นิ้ว

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และบาร์เซโลนา มอเตอร์ ส่งมอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ให้แก่ธนาคารออมสิน เพื่อใช้ในภารกิจของธนาคารและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และบาร์เซโลนา มอเตอร์ ส่งมอบรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ให้แก่ธนาคารออมสิน เพื่อใช้ในภารกิจของธนาคารและส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย  ร่วมกับ บาร์เซโลนา มอเตอร์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ และ บริษัท พนากิจเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ผู้ให้บริการด้านการจัดการรถยนต์องค์กร (Fleet Management) จัดพิธีส่งมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดระดับพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ให้แก่ธนาคารออมสิน (GSB) เพื่อนำไปใช้ในภารกิจของธนาคารทดแทนรถยนต์เดิมที่หมดอายุสัญญาลง โดยการเลือกใช้รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในครั้งนี้ยังเป็นการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทน เพื่อช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพของธนาคาร

    รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ได้รับการคัดเลือกเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคาร ด้วยความโดดเด่นในการผสานเทคโนโลยีการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัยเข้ากับความยืดหยุ่นของเครื่องยนต์สันดาปที่มีประสิทธิภาพสูง รถยนต์รุ่นนี้ช่วยลดอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวันได้อย่างมีนัยสำคัญ อีกทั้งยังมาพร้อมโปรแกรมบำรุงรักษา BMW Service Inclusive (BSI) ระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กม. ช่วยให้รถยนต์ได้รับการดูแลตามมาตรฐานโดยช่างผู้เชี่ยวชาญและใช้อะไหล่แท้ของบีเอ็มดับเบิลยู พร้อมช่วยลดภาระในการบริหารค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลาการใช้งาน ซึ่งตอบโจทย์ด้านการบริหารค่าใช้จ่ายให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

    นายภิรมย์ โพธิ์เจริญ รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มลูกค้าธุรกิจและภาครัฐ สายงานลูกค้าธุรกิจ SME ธนาคารออมสิน กล่าวว่า “การรับมอบรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ในครั้งนี้ เป็นการจัดหารถยนต์เพื่อนำมาใช้ในภารกิจของธนาคารทดแทนรถยนต์ฟลีทเดิมที่หมดสัญญาลง ซึ่งนอกจากจะตอบโจทย์ด้านสมรรถนะการใช้งานที่สะดวกสบายและปลอดภัยแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนการใช้พลังงานทดแทน ซึ่งช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเดินทางได้อย่างเป็นรูปธรรม”

    นายกวิน ลีนุตพงษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บาร์เซโลนา มอเตอร์ กล่าวเสริมว่า “บาร์เซโลนา มอเตอร์ รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นพันธมิตรในการส่งมอบรถยนต์ระดับพรีเมียมฟลีทนี้ให้กับธนาคารออมสิน เรามุ่งมั่นนำเสนอยานยนต์ที่ผสานสมรรถนะอันทรงพลังและเทคโนโลยีที่ส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนได้อย่างลงตัว นอกเหนือจากการส่งมอบรถยนต์แล้ว ทีมงานของเรายังพร้อมมอบบริการหลังการขายและการดูแลรักษารถยนต์ด้วยมาตรฐานสูงสุด เพื่อให้ผู้บริหารของธนาคารออมสินได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและอุ่นใจในทุกเส้นทาง”

    ด้าน มร. ธอมัส กอเรียน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและพัฒนาธุรกิจ บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือในครั้งนี้เป็นบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยูและเครือข่ายผู้จำหน่ายของเรา ในการสนับสนุนการดำเนินงานของธนาคารออมสิน เราภูมิใจที่บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport จะได้เป็นส่วนหนึ่งในการปฏิบัติภารกิจของธนาคาร พร้อมทั้งตอกย้ำถึงความพยายามร่วมกันในการส่งเสริมการใช้พลังงานทดแทนเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น”

    ปัจจุบัน รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ได้ส่งมอบเป็นที่เรียบร้อย และพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการอำนวยความสะดวกให้แก่ธนาคารออมสิน เพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จทางธุรกิจควบคู่ไปกับการส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกอย่างมีประสิทธิภาพ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR ก้าวสู่ Modern Lifestyle Brand ชูกลยุทธ์ Brand Experience สร้างความผูกพันกับผู้บริโภค ผ่านไลฟ์สไตล์เหนือระดับ

    1 Min Read

    ZEEKR ก้าวสู่ Modern Lifestyle Brand ชูกลยุทธ์ Brand Experience สร้างความผูกพันกับผู้บริโภค ผ่านไลฟ์สไตล์เหนือระดับ

    ZEEKR ประเทศไทย เดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของผู้เป็นเจ้าของรถ ZEEKR ทุกรุ่น ด้วยกลยุทธ์ Brand Experience ที่ผสาน สุขภาพ เทคโนโลยี ศิลปะ ครอบครัว และไลฟ์สไตล์ เข้าไว้ด้วยกัน มุ่งให้ความสำคัญในการสร้างช่วงเวลาสุดประทับใจให้แก่ผู้ใช้งาน พร้อมนำแบรนด์ก้าวข้ามจากการเป็น Premium EV Brand สู่ “Modern Lifestyle Brand” ที่เชื่อมโยงกับวิธีคิด รสนิยม และไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับได้อย่างลงตัว

    แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่านกิจกรรมหลากหลายที่ ZEEKR สร้างสรรค์ขึ้น เพื่อสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค เริ่มจากกิจกรรมสำคัญในเดือนสิงหาคมได้แก่ Mother’s Day Exclusive Experience – ZEEKR x SARRAN โดยจับมือกับ SARRAN แบรนด์จิวเวลรีที่ขับเคลื่อนความงดงามของกุลสตรีและวิถีไทยผ่านงานออกแบบเครื่องประดับสุดอาร์ต สร้างโมเมนต์และประสบการณ์สุดประทับใจจากความสัมพันธ์ระหว่างแม่-ลูก ผ่านศิลปะ กลิ่น และวัฒนธรรมไทยร่วมสมัย โดยได้รับเกียรติจาก คุณศรัณย์ อยู่คงดี ศิลปินและผู้ก่อตั้ง แบรนด์ร่วมถ่ายทอดศาสตร์อบร่ำแบบไทย พร้อมสร้างสรรค์ Exclusive Scented Pin จิบชาดอกไม้ไทย และรับประทานอาหารกลางวันภายใต้คอนเซ็ปต์ Blooming Thai Garden ท่ามกลางบรรยากาศร่วมสมัยที่เปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของบ้านสุริยาศัย สะท้อนมิติของแบรนด์ที่เชื่อมโยงความ Luxury กับ Craftsmanship ที่ทำให้เกิดช่วงเวลาที่ไม่มีวันลืมให้แก่ผู้เป็นเจ้าของรถ

    รวมถึงกิจกรรม ZEEKR ON ICE ที่สะท้อนแนวคิด IMAGINE BEYOND” โดย ZEEKR นำรถหลากหลายรุ่นที่มีผู้คนทั่วโลกใช้งานอยู่บนถนนจริง ไปลงสนามท้าทายธรรมชาติบนลานน้ำแข็ง ที่ Southern Hemisphere Proving Grounds (SHPG) บริเวณเทือกเขาแอลป์บนเกาะใต้ ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งมีพื้นผิวหิมะและน้ำแข็งตามธรรมชาติ โดยเชิญตัวแทนจากหลากหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย บินลัดฟ้าไปทดสอบสมรรถนะและการควบคุมรถในสภาวะแรงยึดเกาะต่ำ เพื่อแสดงศักยภาพของรถทุกรุ่นของ ZEEKR สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการลงทุน พัฒนา และยกระดับเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องของแบรนด์

    นอกจากนี้ ZEEKR ยังต่อยอดการสร้าง Community ผู้ใช้รถ ZEEKR ผ่าน ZEEKR Society | The Modern Living Gathering โดยจัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เริ่มจาก ZEEKR Morning Run รวมนักวิ่งจาก ZEEKR RUN CLUB มาวิ่งรับแสงแรกของวัน พร้อมชาร์จพลังแบบเต็มร้อย, Matcha Ritual Serenity เอ็กซ์คลูซีฟเวิร์กชอป ชวนผู้หลงใหลในมัทฉะมาคราฟต์ความสุข ปลุกแพชชัน และเติมเต็มไปกับเทคนิคการชงมัทฉะแบบมือโปร, AI Morning Talk ที่มาแบบ Hands-on Workshop โดย คุณภูมิ เล่นแร่แปรพรอมพ์ ช่วยปลดล็อกสกิล AI ให้กลายเป็นผู้ช่วยส่วนตัว ยกระดับการทำงาน และสามารถเอาไปต่อยอดการใช้งานได้จริง ในช่วงเย็นกับกิจกรรม ZEEKR WINE TASTING ที่ยกระดับค่ำคืนธรรมดา ให้กลายเป็นความทรงจำสุดพิเศษที่เต็มอิ่มไปด้วยมิตรภาพใหม่ๆ ด้วยการชิมรสชาติไวน์ในแบบต่างๆพร้อมกับผู้เชี่ยวชาญในการอธิบายที่มาที่ไป และ เป็นตัวแปรการสร้างบทสนทนาและความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกผู้เข้าร่วมงาน

    ขณะเดียวกัน ZEEKR ยังยกระดับ Ownership Experience ผ่านกิจกรรม Rain Ready – Drive with Confidence” สำหรับเจ้าของ ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 ถ่ายทอดความรู้และคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการใช้งานและดูแลรถในช่วงฤดูฝน เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจตลอดการใช้งานจริง สะท้อน Brand Experience ที่ไม่ได้มีเพียงมิติของ Lifestyle แต่ครอบคลุมถึงการดูแลผู้เป็นเจ้าของรถอย่างต่อเนื่อง

    ทุกกิจกรรมที่เกิดขึ้น เป็นส่วนสำคัญในการยกระดับบทบาทของ ZEEKR Community เพื่อสร้างความแตกต่างจาก Premium EV Brand สู่การเป็น Modern Lifestyle Brand ที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ โดยสำหรับ ZEEKR คำว่า Luxury ไม่ได้หมายถึงวัสดุ ดีไซน์ หรือสมรรถนะ แต่รวมถึงคุณภาพของเวลา ประสบการณ์ และความสัมพันธ์ ระหว่างรถ กับผู้ใช้ ขณะที่ Technology ไม่ได้จำกัดอยู่ภายในรถยนต์ แต่เป็นส่วนหนึ่งของการยกระดับชีวิตในทุกวัน นี่คือแนวทางที่ ZEEKR ต้องการสร้างความแตกต่างให้ผู้บริโภคในตลาด Premium EV ของประเทศไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” “SPIRIT 4×4” ลุย “น่าน” ให้กำลังใจจากอุทกภัยน้ำท่วม

    1 Min Read

    “คนไทยไม่เคยทิ้งกัน” “SPIRIT 4×4” ลุย “น่าน” ให้กำลังใจจากอุทกภัยน้ำท่วม

    โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดตั้งโดย บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ “Thailand International Motor Expo” ได้รับการสนับสนุนจาก ฟอร์ด ประเทศไทย เดินทางไปยังพื้นที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วมรอบล่าสุด เพื่อมอบของใช้จำเป็นให้กับอาจารย์ นักเรียน รร.บ้านส้าน พระสงฆ์ วัดส้าน และชาวบ้านห้วยปูด อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเป็นกำลังใจให้ เมื่อวันที่ 26-28 สิงหาคม 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • BENZ BKK ปิด BIG Motor Sale 2026 ยอดจองรวม 193 คัน ตอกย้ำความเชื่อมั่น “3 โชว์รูม 3 มุมเมือง” บางนา • วิภาวดี • กาญจนาภิเษก

    1 Min Read

    BENZ BKK ปิด BIG Motor Sale 2026 ยอดจองรวม 193 คัน ตอกย้ำความเชื่อมั่น “3 โชว์รูม 3 มุมเมือง” บางนา • วิภาวดี • กาญจนาภิเษก

    BENZ BKK ประกาศความสำเร็จจากงาน BIG Motor Sale 2026 ณ ไบเทค บางนา ด้วยยอดจอง Mercedes-Benz รวมตลอด 10 วัน 193 คัน แบ่งเป็น Mercedes-Benz รถใหม่ 109 คัน และ Mercedes-Benz Certified 84 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2568 ที่มียอดจองรวม 178 คัน

    ปีนี้ BENZ BKK ยกทัพ Mercedes-Benz มากกว่า 26 คัน จัดแสดงบนพื้นที่ 896 ตารางเมตร ณ Booth A01 พร้อมทางเลือกทั้งรถใหม่รุ่นล่าสุด รถ Demo รถผู้บริหารไมล์น้อย และ Mercedes-Benz Certified โดยได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าตลอดการจัดงาน  และจากกระแสตอบรับดังกล่าว BENZ BKK จึง ขยายพื้นที่จัดแสดงเพิ่มเติมภายในงาน Bangkok Auto Salon 2026 พร้อมนำรถ Demo ไมล์น้อย มาจัดแสดงเพิ่มอีก 12 คัน ทำให้ตลอดช่วงงานมี Mercedes-Benz จัดแสดงรวม เกือบ 40 คัน เพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้ชม เปรียบเทียบ และเลือกคันที่ตรงกับความต้องการได้มากยิ่งขึ้น

    ความสำเร็จครั้งนี้สะท้อนความแข็งแกร่งของ BENZ BKK “3 โชว์รูม 3 มุมเมือง” บางนา • วิภาวดี • กาญจนาภิเษก ที่พร้อมดูแลลูกค้า Mercedes-Benz อย่างครบวงจร ทั้ง ซื้อ • ขาย • ซ่อม • แลกเปลี่ยน ครบ จบในที่เดียวBENZ BKK ขอขอบพระคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับ ทุกความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ รวมถึงพันธมิตร ผู้จัดงาน และทีมงานทุกฝ่ายที่ร่วมกันสร้างความสำเร็จตลอด BIG Motor Sale 2026

    แม้งานจะจบลง แต่ข้อเสนอพิเศษยังคงมีต่อเนื่อง ลูกค้าที่สนใจ Mercedes-Benz รถใหม่ สามารถสอบถามรายละเอียดแคมเปญ FLEX TO FIT YOU | ยืดหยุ่นได้ในแบบคุณ ได้ที่ BENZ BKK ทั้ง 3 โชว์รูม สำหรับ Mercedes-Benz Certified ยังคงมีรถ Demo รถผู้บริหารไมล์น้อยและรถคุณภาพผ่านการรับรอง เติมเข้าสต็อก อย่างต่อเนื่องทุกวัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ลูกค้าได้เลือก Mercedes-Benz คันที่ตรงกับความต้องการ

    ทุกยอดจองคือทุกความไว้วางใจ และเราพร้อมดูแลต่อไปในทุกการเดินทาง

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม BENZ BKK GROUP Hotline: 1449

    • BENZ BKK Bangna โทร. 02-745-2222
      • BENZ BKK Vipawadee โทร. 02-930-1888
      •  BENZ BKK Kanchanapisek โทร. 02-764-4999
      •  Mercedes-Benz Certified โทร. 0888-111-888
    *เงื่อนไข รายละเอียดผลิตภัณฑ์ โปรแกรมทางการเงิน ของสมนาคุณ และสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ เป็นไปตามที่บริษัทฯ และผู้ให้บริการทางการเงินกำหนด

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยภาพ ‘ทอร์คัล’ วิ่งทดสอบขั้นสุดท้าย พร้อมยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นล่าสุดในงาน Monterey Car Week

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยภาพ ‘ทอร์คัล’ วิ่งทดสอบขั้นสุดท้าย พร้อมยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นล่าสุดในงาน Monterey Car Week

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ประมวลภาพบรรยากาศการเข้าร่วมงานสัปดาห์ Monterey Car Week พร้อมเผยภาพ Torcal (ทอร์คัล) ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในเวอร์ชันโปรโตไทป์ (Camouflaged Prototype) ระหว่างวิ่งทดสอบสมรรถนะเรียบหาด Pebble Beach พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนชั้นนำได้ร่วมทดลองนั่งเป็นครั้งแรกในช่วงงานสัปดาห์ Monterey Car Week ที่จัดขึ้นในรัฐแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยมีการจัดแสดง New Supersports จาก ‘Design Theme by Mulliner’ ที่มาในลวดลายธีม ‘Dragon’ ผ่านเทคนิค ‘Paint Fade’ ที่มีการไล่ระดับเฉดสีดำ Black Crystal และเฉดสีแดง Dragon Red II จากด้านหนึ่งของตัวรถไปสู่อีกด้านหนึ่ง สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวอันโดดเด่นและภาพลักษณ์ ‘Driver-focused’ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ สำหรับ Supersports คันนี้ได้รับการจัดแสดงตลอดทั้งสัปดาห์ ณ Stazione Remota และ The Quail, A Motorsports Gathering

    นอกจากนี้ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ยังได้จัดแสดง Bentayga X Concept และ ‘Smoky’ รถยนต์คลาสสิกที่ถือเป็น Bentley Supersports ปี 2469 ที่ได้เดินทางมาเยือนประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นครั้งแรกในรอบ 100 ปี ในงาน Pebble Beach Concours d’Elegance งานแสดงรถยนต์คลาสสิกที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลกที่จัดขึ้นระหว่างงานสัปดาห์ Monterey Car Week ในแคลิฟอร์เนีย

    สำหรับ Bentley Torcal ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกกับแนวคิดใหม่ที่จะสะท้อนเอกลักษณ์ความเป็นแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ผ่านงานฝีมือและสมรรถนะอันโดดเด่นตั้งแต่ปี 2462 เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในวันที่ 23 กันยายนนี้

     

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • พิสูจน์ขุมพลังแห่งสมรรถนะรถโตโยต้า พร้อมปลุกเร้าจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 2 จ.ภูเก็ต

    2 Min Read

    พิสูจน์ขุมพลังแห่งสมรรถนะรถโตโยต้า พร้อมปลุกเร้าจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 2 จ.ภูเก็ต

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ นายวีระชัย อัศวใจเพชร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ นายรอมดอน หะยีอาแว รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้สนับสนุนรายการอย่างเป็นทางการ และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าจังหวัดภูเก็ต เปิดการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 สนามที่ 2 ที่จัดขึ้นในวันที่ 2930 สิงหาคม 2569 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จ.ภูเก็ต จัดเต็มกิจกรรมสุดมันส์โดนใจวัยรุ่นแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวภูเก็ต ตลอดทั้งสองวัน กระหึ่มไปด้วยเสียงเชียร์และความสนุกของผู้ชมรอบสนาม

    นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเปิดการแข่งขันว่า ขอขอบคุณทางจังหวัด หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ห้างร้าน รวมทั้ง พี่น้องชาวภูเก็ตทุกท่าน ที่ให้การต้อนรับ เข้าร่วมกิจกรรม และสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด   

    ตลอดกว่า 15 ปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้จัดกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตในจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นในการส่งมอบความสุขและแรงบันดาลใจให้กับคนไทย พร้อมทั้งร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอย่างต่อเนื่อง  

    สนามภูเก็ต เป็นสนามที่ 2 ของการแข่งขันนี้  ภายใต้แนวคิด Making ever-better motorsports-bred cars พัฒนาจากสนามแข่งสู่รถที่ดียิ่งกว่า  เปิดสนามการแข่งขันด้วยรายการ “Yaris Ativ HEV GR Sport Challenge Cup” ถือเป็นครั้งแรกกับการนำรถยนต์ไฮบริด มาลงสนามแข่ง แบบ One Make Race โดยมีนักแข่งคนดัง นักข่าวสายยานยนต์ อินฟลูเอนเซอร์อีกหลากหลาย  ร่วมพิสูจน์สมรรถนะของรถยนต์ไฮบริด บนสนามแข่งจริง

    ต่อด้วยการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Toyota One Make Race” ทั้ง “ยาริส วันเมคเรซ” “ยาริส เอทีฟ เลดี้ วันเมคเรซ” “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” และ “โคโรลล่า อัลติส จีอาร์สปอร์ต วันเมคเรซ”

     

    ผลการแข่งขัน Yaris Ativ HEV GR Sport Challenge Cup (แข่งขัน 15 รอบ)

    เปิดรายการแรกด้วยสมรรถนะรถยนต์ไฮบริด YARIS ATIV HEV GR Sport ลงสนามแข่งครั้งแรกที่เดียวที่สนามภูเก็ต เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆ นักแข่งคนดัง พิชช่า มิย่า ทองเจือ, ชาช่า รามณรงค์  นักข่าวสายยานยนต์ CokeyP , Carnest,  Streetmetal อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ลีซอ, ท๊อป ทศพล, สอดอ สไตล์  มาร่วมสร้างความสนุกสนานให้กับการแข่งขัน ผู้ที่คว้าตำแหน่งแชมป์ได้แก่ หมายเลข 9 พิชชา มิย่า ทองเจือ
    จากทีม One Make Race

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 9 พิชชา มิย่า ทองเจือ One Make Race
    2 6 นนทนัตถ์ ชัยสิริสุวรรณ Carnest
    3 3 ทศพล หมายสุข (ท๊อป) Influencer
    4 4 ธีรเทพ วิโนทัย (ลีซอ) Influencer
    5 8 ภิญญดา พลทะมัย TGR Academy
    6 7 พีรพัชร หุนสวัสดิ์ Cokey P
    7 10 ชาช่า ริต์ตา รามณรงค์ One Make Race
    8 5 กิตติธัช เกศมณี Street Metal
    9 1 ชุนสุเกะ อาคากิ JP Guest
    10 2 พิมพ์ลดา ดงกันจ่า (สอดอ สไตล์) Influencer

     

    ผลการแข่งขัน YARIS ATIV Lady One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

    เพลิดเพลินกันต่อกับนักแข่งสาวสวยในรายการ โดยนักแข่งดาวรุ่งจาก Toyota Racing Star Team มิย่า พิชชา ทองเจือ” ลงสนามด้วย YARIS ATIV One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก และสามารถชิงแชมป์อันดับ 1 ขึ้นยืนโพเดียมได้ในสนามนี้

     

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 198 พิชชา มิย่า ทองเจือ TOYOTA Racing Star Team
    2 189 กิติยา ธีรวัฒน์วาที KT Team Thailand
    3 169 กมลศิกานต์ ธนสินชัย BoxzaRacing Motorsport Team
    4 121 ชาช่า ริต์ตา รามณรงค์ TRANE Titanium FAST FORWARD SPORT
    5 116 สุธาศินี ศิริรักษ์ RaceGO

     

     

    ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 1 (แข่งขัน 20 รอบ)

    มันส์กันต่อด้วยสมรรถนะ และความปราดเปรียวของรถยนต์ YARIS Hatchback เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆ นักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ป๊ายปาย โอริโอ้” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ลงสนามด้วย YARIS One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน ตลอด 20 รอบการแข่งขัน และผู้ที่คว้าตำแหน่งแชมป์สนามสองได้แก่ หมายเลข 73
    นันทพันธ์ สิริสริตธรากุล จากทีม N-Sports

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 73 นันทพันธ์ สิริสริตธรากุล N-Sports, Acre, Singha Team Vattan
    2 24 กิตติณัฏฐ์ เหลืองอรุณชัย RukTeam Nexzter PMC52
    3 53 ชิษณุพงศ์ โพธิ์เจริญธรรม Apex Sim Racing Team by HGRAcademy
    4 68 ศิริภากรณ์ แยบยนต์ Tmc-Drive68LensoxWolverByWootbangbon3
    5 21 Aleeanz Voltz B-Quik Racing Team

     

     ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 2 (แข่งขัน 20 รอบ)

    เร้าใจต่อเนื่อง มันส์ไม่แพ้ Division 1 สำหรับแชมป์สนามสองตกเป็นของ หมายเลข 1
    Christopher Murray จากทีม WOOT Bangbon 3

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 1 Christopher Murray WOOT Bangbon 3
    2 15 กนต์ธร กุณวงษ์ Compact​ Brakes​ Super​club​ Racing​
    3 28 แมธธิว ซานิค BENDIX SRT REWORTH RACING
    4 26 นัทตพล หกยอด B-Quik Racing Team
    5 27 พงษ์ทร สอนโพนงาม B-Quik Racing Team

     

     

    ผลการแข่งขัน HILUX REVO One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

    กระหึ่มสนามไปกับรายการแข่งขันชิงเจ้ากระบะ โชว์สมรรถนะของเครื่องยนต์ GD Super Power 2,400 ซีซี ผลการแข่งขัน ตำแหน่งแชมป์สนามนี้ ตกเป็นของ หมายเลข 22  โชคชัย จารุนงคราญ
    จากทีม Black Hunter Motorsport by HGR x VG x Ricota

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 22 โชคชัย จารุนงคราญ Black Hunter Motorsport by HGR x VG x Ricota
    2 17 จักรพันธ์ วรรณรัตน์ Team TRANE TITANIUM x FAST FORWARD SPORT YOKOHAMA Tuned by Art
    3 13 เฉลิมพล ผลลูกอินทร์ VOLTRONIC NEXZTER WISE RACING TEAM BY RYNNI ครม.คนรักเมีย
    4 90 กีระนันท์ ปั้นทอง Team TRANE TITANIUM x FAST FORWARD SPORT YOKOHAMA by รถซิ่งไทยแลนด์
    5 52 กิตติศักดิ์ ชาตะพันธ์วิทยา W-Tech Motorsport VOLTRONIC NEXZTER
    By RYNNI

     

    ผลการแข่งขัน COROLLA ALTIS GR Sport One Make Race (แข่งขัน 22 รอบ)

    เข้มข้น เร้าใจสุดๆ กับนักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ปังปอนด์ อัครวุฒิ” ดารานักแข่งสุดหล่อ เข้าร่วมแข่งขัน และสามารถชิงอันดับที่ 4  ขึ้นยืนโพรเดียมได้ในสนามนี้ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนคลับ จบการแข่งขันปรากฎว่า  หมายเลข 16 ณัฏฐ์ธนัน เพียวทองคำ จากทีม N-Sports คว้าแชมป์อันดับ 1
    ไปครอง

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 16 ณัฏฐ์ธนัน เพียวทองคำ N-Sports, Acre, Singha Team Vattan
    2 66 ศริทธนา มิตรอารี Lenso Motorsport Sinthorn
    by Vanguard Garage
    3 3 Kentaro Chiba
    4 10 อัครวุฒิ มังคลสุต TOYOTA Racing Star Team
    5 7 สิตานัน พิกุลขจร BFIN RACING COMPACT ELF THE HUB

     

    นอกจากการแข่งขันรถยนต์สุดเร้าใจแล้ว ภายในงานยังจัดเต็มด้วยกิจกรรมหลากหลาย ซึ่งได้รับความสนใจจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวภูเก็ตเข้าร่วมสัมผัสประสบการณ์และร่วมสนุกกันอย่างคับคั่งตลอดทั้งสองวัน

    • กิจกรรม 4x4 Adventure Track ได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก โดยเปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองขับรถยนต์โตโยต้าฟรีผ่านสถานีทดสอบทั้ง 3 รูปแบบ พร้อมสัมผัสสมรรถนะการขับขี่บนอุปสรรคจำลองสุดท้าทาย โดยเฉพาะการไต่ภูเขาจำลองสูงกว่า 5 เมตร ที่สร้างทั้งความตื่นเต้นและความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรมตลอดทั้งสองวัน
    • กิจกรรม WALK ABOUT ON TRACK เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ใกล้ชิดกับเหล่านักแข่ง รถแข่ง ดารา และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังอย่างเป็นกันเอง ไม่ว่าจะเป็น รถถัง จิตร เมืองนนท์, โนเกีย, ปอนเทค, แตงโม ปุณณดา และ ชาช่า รามณรงค์ สร้างความประทับใจและสีสันให้กับผู้ร่วมงาน
    • เติมเต็มความสนุกด้วยคอนเสิร์ตสุดมันส์ จากวง Retrospect พร้อมมินิคอนเสิร์ตจาก น้องตอง เกวลิน บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคักและความบันเทิง
    • GR DRIFT SHOW และ MULTI-PATHWAY SHOW โชว์สมรรถนะจากรถยนต์หลากหลายรุ่น โดยนักแข่งทีม Toyota Gazoo Racing Thailand และนักขับมืออาชีพระดับแชมป์ อย่าง เป้, ปอนด์ ถ่ายทอดทักษะการขับขี่อันเร้าใจ เรียกเสียงเชียร์และเสียงปรบมือจากผู้ชมรอบสนามได้อย่างล้นหลาม
    • กิจกรรม Balance Bike Kids (จักรยานขาไถ) ได้รับการตอบรับอย่างดีจากทั้งเด็กๆ และผู้ปกครองที่พาบุตรหลานเข้าร่วมกิจกรรม สร้างรอยยิ้ม ความสนุกสนาน และสีสันให้กับงานได้เป็นอย่างมาก

     

    มันส์กันต่อกับ Toyota Gazoo Racing Thailand สนามที่ 3 และ 4
    26-27 กันยายน นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
    แฟนพันธุ์แท้กีฬามอเตอร์สปอร์ต ห้ามพลาด!


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ยืนยันความพร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รองรับการใช้น้ำมัน E20 และ B20 เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

    1 Min Read

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ร่วมกับกระทรวงพลังงาน ยืนยันความพร้อมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ รองรับการใช้น้ำมัน E20 และ B20 เสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของประเทศ

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) ร่วมกับ กรมธุรกิจพลังงาน (DOEB) ภายใต้กระทรวงพลังงาน เดินหน้าสนับสนุนและส่งเสริมการใช้ E20 และ B20 ยืนยันความพร้อมของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ใช้รถเท่านั้น แต่เป็นการขับเคลื่อนทุกมิติ ตั้งแต่การเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานและเศรษฐกิจระดับประเทศอย่างยั่งยืน ภาคเกษตรกรรม ภาคอุตสาหกรรม ภาคการขนส่ง ไปจนถึงผู้บริโภค โดยปัจจุบันมีบริษัทรองรับการใช้น้ำมัน E20 จากผู้ผลิตรถยนต์ จำนวน 16 ยี่ห้อ รวม 273 รุ่น และรถจักรยานยนต์ 5 ยี่ห้อ รวม 138 รุ่น รวมถึงการรองรับการใช้น้ำมัน B20 จากผู้ผลิตรถยนต์ จำนวน 15 ยี่ห้อ รวม 1,135 รุ่น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค

    คุณยุพิน บุญศิริจันทร์ นายกสมาคมฯ กล่าวว่า “ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์พร้อมที่จะเป็นส่วนร่วมในการขับเคลื่อนนโยบายพลังงานของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่สถานการณ์พลังงานโลกมีความผันผวน การส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และน้ำมันดีเซล B20 ที่ผลิตได้ภายในประเทศ เป็นการสนับสนุนเกษตรกรไทย ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลผลิตทางการเกษตร ลดภาระต้นทุนด้านพลังงานของภาคการขนส่งและประชาชน ลดการพึ่งพาการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และนำไปสู่แนวทางสำคัญในการสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศ อีกทั้งผู้ประกอบการรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่เป็นสมาชิกของ TAIA ได้มีการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน อันเป็นส่วนสำคัญของการขับเคลื่อนภาคยานยนต์ไปสู่ความยั่งยืน”

    สำหรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ปัจจุบันมีการรองรับจากผู้ผลิตรถยนต์ จำนวน 16 ยี่ห้อ ได้แก่ BMW & MINI, BYD, Changan, Ford, Geely, Great Wall Motor, Honda, Mazda, Mercedes-Benz, Mitsubishi, Nissan, Suzuki, Toyota & Lexus และ Volvo รวม 273 รุ่น ขณะที่ผู้ผลิตรถจักรยานยนต์มีการรองรับจาก 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Kawasaki, Honda, Suzuki, Yamaha และ Royal Enfield รวม 138 รุ่น รวมถึงการรองรับการใช้น้ำมันดีเซล B20 ปัจจุบันมีผู้ผลิตรถยนต์จำนวน 15 ยี่ห้อ ได้แก่ Chevrolet, Ford, Great Wall Motor, Hino, Hyundai, Isuzu, MAN, Mazda, MG, Mitsubishi, Nissan, Scania, Toyota, UD Trucks และ Volvo Trucks รวม 1,135 รุ่น นอกจากนี้ สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศก็มีความพร้อมในการให้บริการ โดยมีสถานีบริการน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 จำนวน 6,079 แห่ง และสถานีบริการน้ำมันดีเซล B20 จำนวน 1,282 แห่ง ครอบคลุมทั่วประเทศ

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) และ กรมธุรกิจพลังงาน (DOEB)   ภายใต้กระทรวงพลังงาน ขอสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภคและยืนยันว่า ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นที่ผู้ผลิตให้การรับรอง สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20 ได้จริง โดยไม่กระทบต่อประสิทธิภาพและการทำงานของเครื่องยนต์ ไม่ทำให้เครื่องยนต์เสียหาย  และตัวรถยังคงได้รับการรับประกันตามเงื่อนไขที่แต่ละบริษัทกำหนดอย่างครบถ้วน โดยผู้บริโภคสามารถตรวจสอบรุ่นรถที่สามารถใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20  ได้จากผู้แทนจำหน่ายหรือศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ คู่มือการใช้งาน สัญลักษณ์หรือสติ๊กเกอร์บริเวณฝาถังน้ำมัน หรือรายชื่อรุ่นรถตามประกาศรับรองของกรมธุรกิจพลังงาน เพื่อให้การใช้น้ำมันเชื้อเพลิงแก๊สโซฮอล์ E20 เป็นไปอย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับ สสน. สานต่อ “โครงการต้นกล้าพันธุ์ใหม่” ปีที่ 2 จัดกิจกรรม “ตุ้มโฮมคำแพง ปลูกฮัก ปลูกป่า : Plant Together, Grow Forever” ณ โรงเรียนบัวเชดวิทยา จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

    1 Min Read

    มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับ สสน. สานต่อ “โครงการต้นกล้าพันธุ์ใหม่” ปีที่ 2 จัดกิจกรรม “ตุ้มโฮมคำแพง ปลูกฮัก ปลูกป่า : Plant Together, Grow Forever” ณ โรงเรียนบัวเชดวิทยา จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569

    เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนบัวเชดวิทยา อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ นำโดย นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ กรรมการผู้จัดการมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับ ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) หรือ สสน. สานต่อ “โครงการต้นกล้าพันธุ์ใหม่” ปีที่ 2 จัดกิจกรรม “ตุ้มโฮมคำแพง ปลูกฮัก ปลูกป่า : Plant Together, Grow Forever” โดยมี นายบรรลุ สุวรรณดี ปลัดอำเภออาวุโส อำเภอบัวเชด จังหวัดสุรินทร์ พร้อมด้วยผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ ผู้บริหารสถานศึกษา คณะครู นักเรียน และภาคีเครือข่าย เข้าร่วมกิจกรรม

    “โครงการต้นกล้าพันธุ์ใหม่” เป็นความร่วมมือระหว่างมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยและ สสน. มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการบริหารจัดการ ดิน น้ำ ป่า และขยะ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพเยาวชนให้เป็นผู้นำด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชุมชนและสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน

    ตลอดการดำเนินโครงการในปีที่ 1 และปีที่ 2 สามารถสร้างเครือข่ายเยาวชนจาก 4 ภูมิภาค รวมกว่า 60 โรงเรียน มีเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมมากกว่า 2,300 คน และร่วมเพาะกล้าไม้ท้องถิ่นกว่า 135,000 ต้น จาก 78 ชนิด เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูพื้นที่สีเขียวและระบบนิเวศ

    สำหรับการดำเนินงานในปีที่ 2 โครงการได้คัดเลือก โรงเรียนบัวเชดวิทยาเป็นโรงเรียนต้นแบบด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมของภาคตะวันออก เปิดพื้นที่การเรียนรู้ให้เยาวชนและผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงมือปฏิบัติจริงผ่าน 4 ฐานการเรียนรู้ ได้แก่ การทำพวงกุญแจจากขยะรีไซเคิล การทำแผ่นปูพื้นจากขยะรีไซเคิล การปลูกต้นไม้ และการทำปุ๋ยคอก

    ทั้ง 4 ฐานกิจกรรมได้รับการออกแบบเพื่อส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดปริมาณขยะ เพิ่มพื้นที่สีเขียว และสร้างความรู้ความเข้าใจด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อให้เยาวชนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ตลอดจนต่อยอดและขยายผลสู่ครอบครัวและชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ในโอกาสนี้ นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ กรรมการผู้จัดการมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย กล่าวว่า “โครงการต้นกล้าพันธุ์ใหม่เป็นเวทีสำคัญในการหล่อหลอมเยาวชนให้เติบโตเป็นผู้นำรุ่นใหม่ที่มีหัวใจสีเขียว พร้อมเป็นพลังขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติในชุมชนของตนเอง มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยพร้อมเดินหน้าสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่อง และขยายผลการดำเนินงานไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างสังคมที่เติบโตควบคู่กับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน”

    ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “โครงการต้นกล้าพันธุ์ใหม่ไม่ใช่เพียงการปลูกป่าหรืออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่เป็นการ ‘ปลูกคน’ ให้เติบโตเป็นผู้ดูแลทรัพยากรธรรมชาติของประเทศ และเชื่อว่าประสบการณ์จากการลงมือปฏิบัติจริงจะช่วยปลูกฝังความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน”

    โครงการ “ต้นกล้าพันธุ์ใหม่” ยังคงเดินหน้าสร้างเครือข่ายเยาวชนรักษ์สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ฟื้นฟูระบบนิเวศ และสร้างสังคมที่เติบโตไปพร้อมกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในทุกภูมิภาคของประเทศไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • BIG MOTOR SALE ฉลองความสำเร็จเปิดทางเลือกใหม่ ให้ผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย ในรูปแบบ “ยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” ประกาศกำหนดงานปีหน้า “20 – 29 สิงหาคม 2570” ไบเทค บางนา

    1 Min Read

    BIG MOTOR SALE ฉลองความสำเร็จเปิดทางเลือกใหม่ ให้ผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย ในรูปแบบ “ยกโชว์รูม มาขายที่นี่!” ประกาศกำหนดงานปีหน้า “20 – 29 สิงหาคม 2570” ไบเทค บางนา

    บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด ประกาศความสำเร็จการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2026 มหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ครั้งที่ 13 หลังได้รับการตอบรับอย่างดีตลอด 10 วันของการจัดงาน ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ โดยมียอดขายรถยนต์ ซื้อจอง ภายในงาน รวม 11,165 คัน (ตามเอกสารจากแต่ละแบรนด์ที่แจ้งอย่างเป็นทางการ) สะท้อนความสนใจของผู้บริโภคที่มีต่อการเลือกซื้อยานยนต์ และบทบาทของ BIG MOTOR SALE ในฐานะผู้สร้างทางเลือกใหม่ รวมโชว์รูมยานยนต์ ชั้นนำมาขายในที่เดียว เชื่อมโยงผู้ซื้อและผู้จำหน่าย พร้อมมีส่วนช่วยสร้างความคึกคักให้กับภาคเศรษฐกิจอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในช่วงกลางปี

                คุณจุฑามาศ ขันมณี ประธานร่วมอำนวยการจัดงาน BIG MOTOR SALE 2026 กล่าวว่า “การจัดงานครั้งนี้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากแบรนด์ยานยนต์ชั้นนำที่เข้าร่วมงาน รวมถึงประชาชนที่เดินทางมาเลือกชมและเลือกซื้อยานยนต์ประเภทต่างๆ หนาแน่นตลอด 10 วันแห่งการจัดงาน สิ่งที่เราภาคภูมิใจคือการได้สร้างพื้นที่ให้ผู้ซื้อและผู้จำหน่ายได้พบกันโดยตรงอย่างสะดวกสบาย ภายใต้แนวคิด “เปิดทางเลือกใหม่ให้ผู้ซื้อ ผู้จำหน่าย” ตลอดจนยังเป็นการเปิดพื้นที่ในการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดยานยนต์ประเทศไทย ทำให้ผู้บริโภคสามารถเลือกชมรถจากหลากหลายแบรนด์ เปรียบเทียบรุ่น เทคโนโลยี และข้อเสนอได้ภายในสถานที่เดียว ขณะที่ผู้จำหน่ายสามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และแคมเปญทางการตลาดเข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งช่วยสร้างกิจกรรมทางการตลาดและกระตุ้นการใช้จ่ายที่เกี่ยวเนื่องกับอุตสาหกรรมยานยนต์”

                นอกจากที่กล่าวมา BIG MOTOR SALE 2026 ยังได้มุ่งเน้นถึงการพัฒนาพื้นที่จัดงานภายใต้ ภูมิทัศน์ใหม่ ให้ตอบโจทย์ประสบการณ์ของผู้เข้าชมมากขึ้น ทั้งพื้นที่จัดแสดงภายในฮอลล์และกิจกรรมบริเวณโดยรอบ พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการตลาด ความบันเทิง และสิทธิประโยชน์จากแบรนด์ต่างๆ รวมถึงการให้ความสำคัญกับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเปิดโอกาสให้กลุ่ม Pet Family สามารถพาน้องหมา น้องแมว และสัตว์เลี้ยงแสนรักในรถเข็นเข้าชมงานได้ เพื่อให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวสามารถใช้เวลาร่วมกันได้อย่างสะดวกสบาย

                ด้านการสร้างโอกาสให้คนรุ่นใหม่ BIG MOTOR SALE ยังเปิดพื้นที่ให้นักศึกษาจากสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เข้าร่วมทำงาน Part-Time ตลอดระยะเวลาการจัดงาน เพื่อเปิดประสบการณ์ การทำงานจริงและเรียนรู้การทำงานในอุตสาหกรรมอีเวนต์และยานยนต์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เชื่อมโยง  ภาคธุรกิจกับการพัฒนาทักษะและประสบการณ์ของคนรุ่นใหม่

    ทั้งนี้ ความสำเร็จของ BIG MOTOR SALE 2026 ไม่ได้สะท้อนเฉพาะจำนวนผู้เข้าชมงานหรือ  ยอดจำหน่ายยานยนต์ที่เพิ่มขึ้นเป็นนัยสำคัญ แต่ยังมีส่วนช่วยสร้างการหมุนเวียนของเศรษฐกิจ จากการจ้างงานในส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดงาน เช่น  ผู้ก่อสร้าง  พนักงาน – เจ้าหน้าที่จากแบรนด์ต่างๆ  การประชาสัมพันธ์ ศิลปิน – การแสดง ตลอดจนผู้ค้าขายรายย่อยอีกมากมายด้วย

    บริษัท ยานยนต์สแควร์ กรุ๊ป จำกัด จะ “ยกโชว์รูมมาไว้ที่นี่” เพื่อเปิดทางเลือกใหม่ให้ผู้ซื้อ และ ผู้จำหน่าย เป็นปีที่ 14 ระหว่างวันที่ 20 – 29 สิงหาคม 2570 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ ท่านที่สนใจข่าวสารต่างๆ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/bigmotorsale.yanyont


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment