• Post Image

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรง พร้อมวอนรัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

    1 Min Read

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรง พร้อมวอนรัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง

    สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Industry Association : TAIA) ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Journalists Association : TAJA) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน (TAIA Meets the Press) ในหัวข้อ “เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” โดยมองแนวโน้มตลาดยานยนต์ปี พ.ศ. 2569 มีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยอาจจะดีขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

    นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยว่า “ในปี พ.ศ. 2569 คาดการณ์การผลิตรถยนต์ของไทยโดยรวมที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 3.4%
    โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน
    และสำหรับตัวเลขรถจักรยานยนต์ คาดการณ์ยอดผลิตที่ 2 ล้านคัน เติบโตลดลงจากปีที่ผ่านมา
    ประมาณ 4.76 %

    ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2569 มี ดังนี้

     

    ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569

    • การผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกในปี 2569 ยังคงมีสัดส่วนมากกว่าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับมากกว่า 60% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด
    • สัดส่วนการผลิตรถยนต์นั่ง xEV มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มรถยนต์นั่งไฟฟ้า HEV BEV และ PHEV ตามลำดับ คาดว่าสัดส่วนของการผลิตรถยนต์นั่ง XEV จะยังคงสัดส่วนมากกว่าการผลิตรถยนต์นั่ง ICE
    • ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถกระบะ 1 ตัน ที่สําคัญของโลก และเป็น Product Champion” ที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเกือบทั้งหมดเป็นรถยนต์กระบ ICE ซึ่งยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศได้ดี
    • ด้านกำลังซื้อภายในประเทศ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากจากหนี้ครัวเรือนและหนี้เสียของสินเชื่อยานยนต์ที่คงตัวอยู่ในระดับสูง (โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์กระบะ) ส่งผลให้สถานบันการเงินยังคงความเข็มงวดในการปล่อยสินเชื่อต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่าจะทำให้ตลาดรถยนต์กระบะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
    • การส่งออกรถยนต์ในปี 2569 มีแนวโน้มคงตัวในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษของประเทศคู่ค้า รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง

    ความท้าทายต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และข้อเสนอแนะ

    1. ผลกระทบจากปัญหาสงครามในภูมิภาคตะวันออกลาง
    • การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไปยังตะวันออกกลางหยุดชะงัก จากการปิดเส้นทางการขนส่งสินค้าสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ โดยในปี 2568 ไทยส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางสูงถึง 200,000 คัน คิดเป็น 21% ของการส่งออกทั้งหมดและเป็นตลาดสำคัญอันดับที่ 3 ของไทย โดยคาดการณ์ผลกระทบได้คือ

    ผลกระทบระยะสั้น

    • ภาคอุตสาหกรรมอาจเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน ค่าเรือขนส่ง(Freight) ค่าระวางเรือ และค่าเบี้ยประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น
    • การขาดแคลนพลังงาน และต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นฉับพลัน ส่งผลต่อกระบวนการผลิตที่อาจหยุดชะงัก รวมถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น

    ผลกระทบระยะกลาง – ยาว

    • หากสงครามยืดเยื้อ อาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายประเทศต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
    1. มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานเชื้อเพลิงในยานยนต์ใหม่ (New Vehicle Efficiency Standard : NVES) ของประเทศออสเตรเลีย โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งจะมีความเข้มงวดมากขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้ผู้ส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยจำเป็นพิจารณารถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น HEV PHEV หรือ BEV เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
    2. โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับยานยนต์ เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์จำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวทางของโครงสร้างภาษีฉบับใหม่ ทั้งการลดการปล่อย CO2 การติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS รวมถึงการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ

    นอกจากนี้ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้เสนอมาตรการต่อภาครัฐ ดังนี้

    1. เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง สมาคมฯ ขอให้ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมและกระตุ้นตลาดรถยนต์ภายในประเทศ เพื่อทดแทนปริมาณรถยนต์ที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตะวันออกกลางได้ รวมถึงมีมาตรการเยียวยาผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม
    2. เพื่อเป็นการรักษาตลาดส่งออกรถยนต์สำคัญของไทยอย่างภูมิภาคออสเตรเลียและโอเชียเนีย สมาคมฯขอให้ภาครัฐหาโอกาสเจรจาเพื่อชะลอหรือผ่อนผัน การบังคับใช้มาตรการ NVES เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมีเวลาปรับตัว
    3. มาตรการกระตุ้นยอดขายในประเทศ

    3.1. มาตรการระยะสั้น เช่น

    3.1.1. มาตรการด้านภาษี: การใช้กลไกการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
    และ การหักค่าใช้จ่ายเงินได้นิติบุคคล สำหรับการซื้อรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ
    เพื่อจูงใจการซื้อรถยนต์

    3.1.2. มาตรการด้านสินเชื่อ: ผ่านการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อสำหรับ
    กู้ซื้อรถ

    3.1.3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: กระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐผ่านงบประมาณ
    ประจำปี

        3.1.4. มาตรการเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานภาครัฐ ให้รวมถึง
    รถยนต์ XEV ทุกชนิด และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

    3.2  มาตรการระยะกลาง – ยาว

    3.2.1. มาตรการ สนับสนุนการผลิตภายในประเทศทดแทนการส่งเสริมการนําเข้า
    รถยนต์จากต่างประเทศ โดยขอให้มีการกําหนดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตตาม
    สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (LOCAL CONTENT) และลดหรือยกเว้นอากร
    นําเข้าชิ้นส่วนสําคัญสําหรับรถยนต์ไฟฟา xEV ในระยะต้นของการผลิตสําหรับ
    ชิ้นส่วนทีไม่มีผู้ผลิตในประเทศไทย

    3.2.2. มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยานยนต์
    สมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริม การเปลี่ยนผ่านของผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ

    3.2.3.เร่งรัดการเจรจาข้อตกลง FTA โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการ
    ส่งรถยนต์จากประเทศไทย

    โดยคาดหวังว่ามาตรการเหล่านี้ จะสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปีนี้ และปีต่อๆไป ให้ฟื้นตัวไปสู่ระดับปกติ และดียิ่งขึ้นต่อไป

     

    นอกจากนี้ภายในงานยังมีการมอบรางวัล “TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025” หรือโครงการประกวดมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้มอบรางวัลให้แก่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์จำนวน 12 บริษัท เพื่อเป็นการยกย่องและส่งเสริมว่าบริษัทดังกล่าว ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม”


    No Comment
  • มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมมือ มหิดล เดินหน้าโครงการ สร้างภูมิคุ้มใจ เด็กไทยเข้มแข็ง

    1 Min Read

    มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมมือ มหิดล เดินหน้าโครงการ สร้างภูมิคุ้มใจ เด็กไทยเข้มแข็ง

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน และ รศ.นพ.อดิศักดิ์  ผลิตผลการพิมพ์ ผู้อำนวยการสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ เพื่อการพัฒนาเด็กและเยาวชน ในโครงการ “สร้างภูมิคุ้มใจ เด็กไทยเข้มแข็ง เด็กคืออนาคตแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพื่อสร้างรากฐานสำคัญในการส่งเสริมสถาบันครอบครัวให้เข้มแข็ง และสร้างพลเมืองที่มีคุณภาพเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ณ มหาวิทยาลัยมหิดล เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569

    ผู้สนใจสามารถติดตามกิจกรรมต่างๆ ของมูลนิธิ “ลมหายใจไร้มลทิน” ได้ที่ lomhaijai.org และ facebook.com/LomhaijaiFoundation


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • เอ็มจี เผยยอดจองครึ่งงานมอเตอร์โชว์ กว่า 5,000 คัน พร้อมทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าในเดือนเมษายน

    1 Min Read

    เอ็มจี เผยยอดจองครึ่งงานมอเตอร์โชว์ กว่า 5,000 คัน  พร้อมทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้าในเดือนเมษายน

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงงานมอเตอร์โชว์ กับกระแสตอบรับที่ร้อนแรงจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจองกว่า 5,000 คัน โดย NEW MG S5 EV และ NEW MG4 MY2026 มียอดจองคิดเป็นสัดส่วนกว่า 71% ในขณะที่ MG IM5 สร้างปรากฏการณ์ด้วยยอดจองคิดเป็นสัดส่วนกว่า 10% ภายหลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Motor Show 2026 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ เอ็มจี พร้อมกันนี้ บริษัทฯ เตรียมทยอยส่งมอบรถยนต์ให้แก่ลูกค้าทั่วประเทศ ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนเมษายนนี้เป็นต้นไป

     

    หลังจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ของ เอ็มจี อย่างเป็นทางการเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสความสนใจจากลูกค้าและผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้า 100% พุ่งสูงเกินความคาดหมาย โดย NEW MG S5 EV และ NEW MG4 MY2026 ถือเป็นรุ่นยอดนิยมในงานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจ และครอบคลุมในชีวิตประจำวัน โดยมียอดจองรวมทั้งสองรุ่นมากกว่า 3,500 คัน ซึ่งจะเริ่มทยอยส่งมอบให้แก่ลูกค้าตั้งแต่เดือนเมษายน เป็นต้นไป

     

    ในขณะเดียวกัน MG IM5 รถพรีเมียมอีวีอัจฉริยะที่ได้รับการยอมรับในฐานะ The 1st Premium Intelligent e-Sedan” โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สวยงาม เทคโนโลยีล้ำสมัย และการขับขี่ที่คล่องตัว ตอบโจทย์การใช้งานของกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ได้อย่างครบถ้วน ด้วยคุณสมบัติที่เหนือกว่า ทำให้ MG IM5 มียอดจองรวมเกือบ 500 คัน โดยการส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรกจะเริ่มขึ้นในช่วงต้นเดือนเมษายน และคาดว่าจะสามารถส่งมอบรถในกลุ่มแรกได้ทั้งหมดภายในเดือนกรกฎาคมนี้

     

    นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “บริษัทฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าชาวไทย ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของ เอ็มจี มียอดจองสูงเกินเป้าที่วางไว้ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ เอ็มจี และการเติบโตอย่างต่อเนื่องของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม ทางบริษัทฯ มีการเร่งสายการผลิตทุกรุ่นที่ผลิตในไทย เพื่อให้สามารถส่งมอบรถให้ลูกค้าได้ตามปริมาณความต้องการ ในส่วนของ MG IM5 เอ็มจี ได้เตรียมแผนนำเข้ารถเพิ่ม เพื่อให้สามารถเริ่มส่งมอบรถให้ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนเมษายนนี้ เป็นต้นไป บริษัทฯ ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจและไว้วางใจในแบรนด์ เอ็มจี เราพร้อมส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ล้ำสมัย และมุ่งมั่นเดินหน้าสู่อนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์อย่างมั่นคง”

     

    ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมทุกรุ่น พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษของ เอ็มจี ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 5 เมษายน นี้ ณ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 อาคาร   ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี และที่โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 125 แห่งทั่วประเทศ

     

    Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #MGIM5 #NEWMGS5EV #MG4MY2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • โตโยต้า จัดกิจกรรม “Green Tea Green Town X ร้องเปลี่ยนโลก” ส่งเสริมเยาวชนแสดงศักยภาพทางดนตรี เพื่อร่วมขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม

    1 Min Read

    โตโยต้า จัดกิจกรรม “Green Tea Green Town X ร้องเปลี่ยนโลก” ส่งเสริมเยาวชนแสดงศักยภาพทางดนตรี เพื่อร่วมขับเคลื่อนสิ่งแวดล้อม

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดกิจกรรม “Green Tea Green Town x ร้องเปลี่ยนโลก” เปิดเวทีให้เยาวชนแสดงศักยภาพทางดนตรี พร้อมร่วมขับเคลื่อนแนวคิดการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมผ่าน บทเพลง โดยได้รับเกียรติจาก คุณสกาวรัตน์ จรัสศรี  ผู้อำนวยการส่วนบริหารการศึกษา เทศบาลนคร พระนครศรีอยุธยา และคุณณัฐปคัลภ์ อัครวิชญ์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ร่วมเปิดกิจกรรม ณ สวนสาธารณะวังหน้า โตโยต้าเมืองสีเขียว  จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันที่ 27 มีนาคม 2569

    กิจกรรมในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และเทศบาลพระนครศรีอยุธยา ภายใต้แนวคิด “โตโยต้า เมืองสีเขียว เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต” โดยมีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ และปลูกฝังจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชนและประชาชน ผ่านการเปิดเวทีให้เยาวชนได้แสดงความสามารถด้านดนตรี พร้อมใช้บทเพลงเป็นสื่อสะท้อนแนวคิด และสร้างแรงบันดาลใจให้สังคมร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน ซึ่งนับเป็นหนึ่งใน  พันธกิจสำคัญของโตโยต้าในการสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน ผ่านการผสมผสานศิลปะด้านดนตรีที่เยาวชนให้ความสนใจ เข้ากับการสื่อสารประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมอย่างสร้างสรรค์ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจถึงความสำคัญของ    การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในวงกว้างมากยิ่งขึ้น

     

    สำหรับกิจกรรม “ร้องเปลี่ยนโลก” เป็นเวทีให้นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่1 – 6 หรือเทียบเท่า แสดงความสามารถด้านดนตรี ร่วมแต่งบทเพลงความยาว 3–5 นาที โดยเนื้อหาต้องสะท้อนแนวคิดด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อกระตุ้นให้ผู้ฟังเกิดความตระหนักและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดูแลโลก พร้อมมอบเงินรางวัล 5,000 บาท เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของเยาวชน ซึ่งมีทีมเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 5 ทีม ได้แก่

    1. วงดนตรีในสังกัด จาก โรงเรียนอยุธยานุสรณ์
    2. วงดนตรีในสังกัด จาก โรงเรียนเทศบาลวัดแม่นางปลื้ม
    3. วงดนตรีในสังกัด จาก โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา
    4. วงดนตรีในสังกัด จาก โรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย
    5. วงดนตรีเยาวชนอิสระ จาก วง The Dawning

     

    นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การแสดงดนตรีจากนักเรียนและศิลปินเวิร์กช็อปสร้างสรรค์ เช่น การชงชาและการเพ้นท์สี รวมถึงตลาดสินค้ามือสอง ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก

     

    โครงการ “ร้องเปลี่ยนโลก” สะท้อนความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการสนับสนุนศักยภาพของเยาวชน ควบคู่กับการปลูกฝังจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM (Thailand) จับมือเหล่า TANKERs สายลุย นำ GWM TANK 300 กว่า 26 คัน ผนึกกำลังจัดกิจกรรม “แสงสว่าง ณ กลางป่า” ส่งต่อระบบโซลาร์เซลล์ ณ โรงเรียนบ้านจอซิเดอเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    1 Min Read

    GWM (Thailand) จับมือเหล่า TANKERs สายลุย นำ GWM TANK 300 กว่า 26 คัน ผนึกกำลังจัดกิจกรรม “แสงสว่าง ณ กลางป่า” ส่งต่อระบบโซลาร์เซลล์  ณ โรงเรียนบ้านจอซิเดอเหนือ จังหวัดแม่ฮ่องสอน

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส โดยล่าสุด GWM (Thailand) ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับ TANKER Club Thailand, TANK300 Camp Travel Thailand Club และ GWM M1X แม่สอด เพื่อส่งต่อความช่วยเหลือสู่พื้นที่ขาดแคลน ภายใต้กิจกรรม “แสงสว่าง ณ กลางป่า” โดยเหล่า TANKER กว่า 60 ชีวิต ได้ขับขี่ GWM TANK 300 กว่า 26 คัน ไปยังโรงเรียนบ้านจอซิเดอเหนือ อ.แม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนที่เข้าถึงยากเป็นลำดับ 3 ของประเทศไทย ระหว่างวันที่ 14 – 15 มีนาคม 2569 เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตและมอบโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ห่างไกล โดยการสนับสนุนกิจกรรมดี ๆ เพื่อสังคมในครั้งนี้ เป็นหนึ่งในพันธกิจของ GWM (Thailand) ที่มุ่งมั่นและเดินหน้าส่งต่อความห่วงใยพร้อมเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    กิจกรรมในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของกลุ่ม TANKER ที่ร่วมกันนำสิ่งของจำเป็น ทำอาหารเลี้ยงน้องๆ คุณครูและจัดกิจกรรมเพื่อสร้างรอยยิ้มและแรงบันดาลใจให้กับน้อง ๆ นักเรียนในพื้นที่ห่างไกล โดยได้มีการส่งมอบระบบโซลาร์เซลล์ โดยเฉพาะแบตเตอรี่ที่ช่วยกักเก็บพลังงานไว้ใช้ในยามขาดแคลน โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝน ช่วยเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงพลังงานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์การเรียน อุปกรณ์กีฬา อุปกรณ์การเกษตร เสื้อผ้า รองเท้า และของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวัน รวมถึงขนม ไอศกรีม และของเล่นให้กับนักเรียนที่เป็นชาวเขาเผ่ากะเหรี่ยงที่อยู่ในพื้นที่มาเป็นระยะเวลายาวนาน นอกจากนี้ ภายในงานยังมีกิจกรรมสันทนาการและเกมสร้างสรรค์ ที่ช่วยเสริมสร้างความสนุกสนานและความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักเรียน ครูอาจารย์ และพี่ๆ TANKERs สร้างบรรยากาศความสนุกสนานและความอบอุ่นให้เกิดขึ้นตลอดระยะเวลาการจัดกิจกรรม

    เหล่า TANKER จากทั่วทุกภาคของประเทศได้รวมตัวกันที่ อ.แม่สะเรียง จ. แม่ฮ่องสอน ก่อนเดินทางเข้าสู่พื้นที่ทุรกันดารและเต็มไปด้วยอุปสรรคอันท้าทาย ทั้งทางโคลน หิน ร่องลึก แอ่งน้ำ ทางชัน และพื้นที่แคบบนภูเขาอันสูงชัน แต่ด้วยสมรรถนะของ GWM TANK 300 ทั้งรุ่นไฮบริดและดีเซล ก็สามารถฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ ไปได้อย่างง่ายดาย ด้วยพละกำลัง แรงม้า แรงบิด และโหมดการช่วยเหลือการขับขี่ โหมดการขับขี่ออฟโรดที่อัดแน่นอยู่ในตัวรถ รวมถึงจิตใจอันมุ่งมั่นและสปิริตที่แรงกล้าของเหล่า TANKER จึงทำให้การขับขี่เพื่อเข้าสู่พื้นที่ยากลำบากเป็นไปได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย

    การรวมพลังลงพื้นที่ในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของเครือข่ายผู้ใช้รถยนต์ GWM TANK ที่ไม่ได้เป็นเพียงคอมมูนิตี้ของผู้ใช้งาน แต่ยังเป็นกลุ่มคนที่พร้อมรวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งดี ๆ ให้กับสังคม โดยมี GWM (Thailand) เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมที่สร้างคุณค่าในระยะยาว พร้อมตอกย้ำบทบาทของแบรนด์ในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทย

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM (Thailand) ขอขอบคุณ TANKER Club Thailand ที่ร่วมสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เพื่อสังคมในครั้งนี้ เราเชื่อว่าการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาและทรัพยากรพื้นฐานที่จำเป็น เป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของเยาวชนสู่การเป็นบุคลากรอันมีคุณค่าของประเทศไทยในอนาคต กิจกรรมในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการส่งมอบสิ่งของที่จำเป็น แต่ยังเป็นการส่งต่อกำลังใจและสร้างรอยยิ้มให้กับน้อง ๆ ในพื้นที่ห่างไกล ซึ่งสะท้อนถึงพลังของการรวมตัวกันระหว่างชาว TANKERs และจิตอาสาทุกภาคส่วน รวมถึง GWM (Thailand) ที่ร่วมกันสร้างคุณค่า โอกาส และผลักดันสังคมไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ แข็งแกร่ง และยั่งยืน”

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #TANK300  #TANK300DIESEL #GWMTANK300DIESEL #TANKER #CSR


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • หนึ่งเดียวแบรนด์รถจีน! GWM คว้ารางวัล TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 จากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

    1 Min Read

    หนึ่งเดียวแบรนด์รถจีน! GWM คว้ารางวัล TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 จากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุก ประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้าน บริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้ารางวัล TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 จากโครงการประกวดมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เมื่อวันอังคารที่ 31 มีนาคม 2569 โดย GWM นับเป็นแบรนด์รถยนต์จีนเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลด้านความปลอดภัยในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และการดำเนินงานองค์กร เพื่อสร้างระบบนิเวศการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับผู้ใช้งานชาวไทย พร้อมตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ยานยนต์ที่ครอบคลุมทุกพลังงานที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในทุกมิติ

    ภายในงานได้รับมอบรางวัลอันทรงเกียรติจากนายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย และ ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยมี นายครรชิต ไชยสุโพธิ์ รองประธานฝ่ายกิจการองค์กรและรัฐกิจสัมพันธ์ เป็นตัวแทนจาก GWM (Thailand) เข้าร่วมรับรางวัล ภายในงาน “TAIA Meets the Press” ซึ่งได้รับเกียรติจากผู้บริหารระดับสูงจากอุตสาหกรรมยานยนต์ รถจักรยานยนต์ และภาคธุรกิจที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนนของประเทศไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล

    รางวัล TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 ถือเป็นการการันตีความเป็นเลิศด้านการบริหารจัดการความปลอดภัยทางถนน เพื่อส่งเสริมให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ชิ้นส่วนยานยนต์ และซัพพลายเออร์ อีกทั้งเพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านความปลอดภัยทางถนนระดับประเทศและระดับโลกสู่การลดอัตราการเสียชีวิตเป็นศูนย์ (ZERO Fatalities) โดยมีเกณฑ์การพิจารณาครอบคลุม 6 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1) นโยบายด้านความปลอดภัย (Policy) 2) การจัดตั้งทีมรับผิดชอบ (Team) 3) การส่งเสริมการใช้หมวกกันน็อคและเข็มขัดนิรภัย 100% (Helmet & Belt Usage) 4) การอบรมพนักงานทั้งแบบ Onsite และ Online (Training) 5) การส่งเสริมการมีใบขับขี่อย่างถูกต้อง (License Promotion) และ 6) การจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุ (Accident Data) ซึ่งสะท้อนถึงแนวทางการดำเนินงานของ GWM ที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเชิงระบบ (Systematic Safety Approach) ตั้งแต่ระดับนโยบายองค์กรไปจนถึงพฤติกรรมการใช้งานจริง พร้อมยืนยันถึงมาตรฐานการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคม และตอกย้ำว่า GWM คือแบรนด์รถยนต์จีนเพียงรายเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้

     

    เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ความปลอดภัยคือรากฐานสำคัญของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต GWM เชื่อมั่นว่าการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้ใช้งานไม่ได้เกิดจากนวัตกรรมเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมาจากมาตรฐานการดำเนินงานที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การพัฒนาเทคโนโลยี การผลิต การให้บริการ ไปจนถึงการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยภายในองค์กร รางวัล TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025 ในครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงความตั้งใจของ GWM ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจได้ในระยะยาว เพื่อสร้างความไว้วางใจและเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน”

     

    #GWM #GWMThailand #GWMTH


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดจองสิทธ์แคมเปญ MB Tires “เปลี่ยนยางฯ 4 เส้น จ่ายเพียง 3 เส้น” ครอบคลุมยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 เมษายนนี้

    1 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดจองสิทธ์แคมเปญ MB Tires “เปลี่ยนยางฯ 4 เส้น จ่ายเพียง 3 เส้น” ครอบคลุมยางรถยนต์แบรนด์ชั้นนำระดับโลก ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 เมษายนนี้

    เมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย จัดแคมเปญพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม MB Tires กับข้อเสนอ เปลี่ยนยางฯ 4 เส้น จ่ายเพียง 3 เส้น* ชวนลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น ทุกช่วงอายุรถยนต์ เข้ารับบริการเปลี่ยนยางรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่พัฒนาร่วมกับผู้ผลิต
    ยางรถยนต์ระดับโลก อาทิ มิชลิน (Michelin) พิเรลลี่ (Pirelli) คอนติเนนทอล (Continental) กู๊ดเยียร์ (Goodyear) บริดจสโตน (Bridgestone) และโยโกฮามา (Yokohama)

    โดยเปิดให้ลูกค้าจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 – 10 เมษายน 2569 และสามารถใช้สิทธิ์ในการเข้ารับบริการได้จนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ที่เข้าร่วมแคมเปญ MB Tires จำนวน 38 แห่ง พร้อมรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

    • ฟรี! ค่าแรงเปลี่ยนยาง 4 เส้น*
    • ฟรี! บริการสลับยาง 1 ครั้ง ที่ศูนย์บริการฯ
    • ฟรี! ของขวัญจากผู้ผลิตฯ ยาง* (สินค้ามีจำนวนจำกัด)
    • การรับประกันยาง บาด บวม แตก ตำ 1 ปี* (เฉพาะยี่ห้อที่เข้าร่วมโปรแกรมนี้เท่านั้นและเป็นไปตามข้อกำหนดและเงื่อนไขของผู้ผลิตฯ ยางรถยนต์แต่ละราย)
    • พิเศษ! แบ่งชำระ 0% 10 เดือน* เมื่อมียอดค่าใช้จ่าย 30,000 บาทขึ้นไป ผ่านบัตรเครดิต
      ยูโอบีเมอร์เซเดส
    *เงื่อนไขและรายละเอียดเพิ่มเติม 
    • สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์เปลี่ยนยางรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ จำนวน 4 เส้น เฉพาะยี่ห้อ Michelin, Pirelli, Continental, Goodyear, Bridgestone, Yokohama ที่ศูนย์บริการฯ ที่เข้าร่วมโปรแกรม MB Tires  ตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 – 10 เม.ย. 69 และชำระค่าใช้จ่ายภายในระยะเวลาตั้งแต่ 1 เม.ย. 69 – 30 มิ.ย. 69
    • ลูกค้าสามารถจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 – 10 เม.ย. 69 (ศูนย์บริการยางฯ 38 แห่งทั่วประเทศ)
    • สามารถใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่วันที่ 1 เม.ย. 69 – 30 มิ.ย. 69 ณ ศูนย์บริการยางฯ ที่จองสิทธิ์ไว้เท่านั้น
    • ยางที่แถมจะเป็นยางรุ่นและขนาดเดียวกันกับยางที่ลูกค้าชำระค่าใช้จ่าย และ/หรือยางที่ราคาขายแนะนำ
      ถูกที่สุด
    • การสนับสนุน 1 สิทธิ์ สามารถใช้ได้เพียง 1 ครั้งต่อหมายเลขตัวถังเท่านั้น
    • สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้
    • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด กรณีมีข้อโต้แย้ง การตัดสินของบริษัทฯ ถือเป็นที่สิ้นสุด
    • โปรดตรวจสอบรายละเอียดแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ

    สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ที่เข้าร่วมแคมเปญยางทั้ง 38 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

    #MercedesBenz #MercedesBenzThailand #MBTHCS


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • The All-Electric Mazda6e กระแสแรงเกินต้าน ส่งยอดจองมาสด้าครึ่งทางมอเตอร์โชว์ทะลุกว่า 2 พันคัน

    1 Min Read

    The All-Electric Mazda6e กระแสแรงเกินต้าน ส่งยอดจองมาสด้าครึ่งทางมอเตอร์โชว์ทะลุกว่า 2 พันคัน

    มาสด้าตอกย้ำความสำเร็จของก้าวแรกในการก้าวเข้ายุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบในประเทศไทย The All-Electric Mazda6e สร้างกระแสตอบรับสุดร้อนแรงส่งผลให้ยอดจองในงานมอเตอร์โชว์รวมทุกรุ่นทะลุเกิน 2,100 คัน หลังผ่านครึ่งทางของงานฯ พร้อมเปิดราคาจำหน่ายสุดเร้าใจเริ่มต้นเพียง 1,169,000 บาท ในขณะที่ยนตรกรรมครอสโอเวอร์เอสยูวีไฟฟ้ายุคใหม่ The All-New Mazda CX-6e ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในอาเซียน และมีแผนที่จะเปิดตัวภายในปีนี้ ก็มีลูกค้าเข้ามาชมอย่างหนาแน่นตลอดทั้งวัน ซึ่งมาสด้าได้จัดแคมเปญมอบข้อเสนอพิเศษมากมายสำหรับรถไฟฟ้าและรถยนต์มาสด้าทุกรุ่น และได้รับความสนใจจากลูกค้าอย่างเนืองแน่นตลอดทั้งวัน ผู้สนใจสามารถเข้าชมยนตรกรรมคันจริงได้ที่งาน มอเตอร์ โชว์ อิมแพค เมืองทองธานี หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mazda.co.th

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “มาสด้าขอขอบคุณเป็นอย่างสูง สำหรับกระแสตอบรับอย่างท้วมท้นต่อ The All-Electric Mazda6e ยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ทั้งจากช่องทางสื่อสารมวลชนต่างๆ และจากลูกค้าทุกท่าน ซึ่งแม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า แต่ก็ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างเต็มเปี่ยมเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้าของเราทุกรุ่น โดยเฉพาะการถ่ายทอดแนวคิด จินบะ-อิตไต ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้าทั่วโลก ดังนั้นแล้ว เมื่อนำมาประกอบกับความเชี่ยวชาญของมาสด้าในการดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลา 75 ปี ในประเทศไทย มาสด้าเชื่อว่า รถไฟฟ้ารุ่นนี้ จะตอบโจทย์ความต้องการ และลดความกังวลใจของลูกค้าที่จะหันมาเลือกใช้รถไฟฟ้าได้ ซึ่งมาสด้า ขอขอบคุณทุกท่านเป็นอย่างสูง ที่ให้การตอบรับเป็นอย่างดียิ่ง เรารอคอยที่จะส่งมอบรถรุ่นนี้ให้กับลูกค้าทุกท่าน และเชื่อว่ารถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ จะมอบประสบการณ์ความสุขในการเดินทางให้กับทุกท่านได้อย่างแน่นอน”

    นอกจากนี้ นายธีร์ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์และแผนธุรกิจของ Mazda6e เพิ่มเติม ดังต่อไปนี้

    • ความสำคัญของ The All-Electric Mazda6e ต่อแผนธุรกิจมาสด้าในประเทศไทย

    The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV รุ่นแรก ในประเทศไทย ที่จะมาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกด้านรูปแบบพลังงานให้กับลูกค้า ตามแนวทาง Multi-solution ที่จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับไลน์อัพของมาสด้า ซึ่งมาสด้าเชื่อว่า ภายหลังจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้แล้ว จะทำให้มาสด้ากลับมาเป็นหนึ่งในผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ได้อีกครั้ง

    • The All-Electric Mazda6e มีเอกลักษณ์อะไรของความเป็นมาสด้า

    รถไฟฟ้ารุ่นนี้คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วนสมบูรณ์ทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็น การออกแบบ สมรรถนะในการขับขี่ ระบบเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายต่างๆ ดังนั้น จึงกล่าวได้ว่า แม้รถรุ่นนี้จะเป็นรถไฟฟ้า แต่ก็ยังไว้ซึ่งดีเอ็นเอเฉกเช่นเดียวกับรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ของเรา

    • ตำแหน่งทางการตลาดของ The All-Electric Mazda6e

    มาสด้าเชื่อว่า The All-Electric Mazda6e จะสามารถดึงดูดกลุ่มลูกค้ายุคใหม่ ที่มองหาประสบการณ์ใหม่ๆ จากรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะผู้ที่มีความเชื่อมั่นในแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น โดยมาสด้ามุ่งมั่นที่จะส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้า ผ่านการผสานสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง เข้ากับดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และดีเอ็นเอความเป็นมาสด้าให้กับลูกค้าในประเทศไทย

    • จุดแข็งที่จะทำให้รถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าประสบความสำเร็จ ท่ามกลางการแข่งขันที่รุนแรงในปัจจุบัน

    มาสด้าได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าชาวไทย โดยครอบคลุมตั้งแต่การพัฒนารถยนต์ ที่คงไว้ซึ่งความเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ มาสด้ายังมีข้อได้เปรียบจากการมีประสบการณ์อย่างยาวนานในการดูแลลูกค้าในประเทศไทยแบบครบวงจร ทำให้เข้าใจความต้องการของลูกค้า รวมถึงเรายังมีโชว์รูม ศูนย์บริการ ศูนย์ซ่อมตัวถังและสี ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ  พร้อมมีระบบกระจายและสำรองอะไหล่ที่มีความพร้อมและมีประสิทธิภาพ ด้วยจุดแข็งเหล่านี้ เราจึงมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จในตลาดประเทศไทย และตอบรับความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

    • แผนกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ของมาสด้าในประเทศไทย

    มาสด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าหลากหลายรูปแบบ ถึง 5 รุ่น ระหว่างปี พ.ศ. 2568 – 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า โดยจะเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า BEV 2 รุ่น รถ PHEV 1 รุ่น และรถ HEV 2 รุ่น ซึ่ง The All-Electric Mazda6e คือรถรุ่นแรกที่เปิดตัวในครั้งนี้ และจะตามมาด้วยรถไฟฟ้าครอสโอเวอร์เอสยูวีอีกหนึ่งรุ่นในปี 2569 นี้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า มาสด้ากำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ เพื่อส่งมอบทางเลือกของรถยนต์ให้กับลูกค้าในประเทศไทย

    สำหรับงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งนี้ รถยนต์ทุกรุ่นจากมาสด้ายังคงได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่ง Mazda2, Mazda3, รถยนต์ครอสโอเวอร์เอสยูวี Mazda CX-3, CX-30, CX-5, CX-8 และ BT-50 ในขณะที่รุ่นอื่นๆ ก็มีผู้เข้าชมอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ทำให้ในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งนี้ มาสด้ามียอดจองถึง 2,100 คัน หลังจากผ่านมาเพียงแค่เจ็ดวัน และสำหรับครอสโอเวอร์เอสยูวี The All-Electric Mazda6e ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในอาเซียน ASEAN PREMIERE ในงานนี้ ก็ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากเช่นกัน ซึ่งมาสด้ามีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในปลายปี 2569 นี้

    สำหรับลูกค้าที่สนใจยนตรกรรมไฟฟ้าจากมาสด้า และยนตรกรรมจากมาสด้าทุกรุ่น สามารถเข้าชมได้ที่งาน มอเตอร์ โชว์ 2026 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ได้จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 นี้ หรือสอบถามข้อมูลได้ที่ผู้จำหน่ายมาสด้าทั่วประเทศ โดยข้อเสนอต่างๆ มีดังต่อไปนี้

    The All-Electric Mazda6e

    • ดอกเบี้ย 1.78%
    • ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance
    • ฟรี Home Charger จากแบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรี ทั่วประเทศ
    • ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี
    • ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี Electric Mazda Ultimate Service (e-MUS) ประกอบด้วย
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
    • ฟรี Electric Mazda Care แพ็กเกจบำรุงรักษารถไฟฟ้า นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
    • ให้การคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นานสูงสุด 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
    • ฟรีบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร

    นอกจากนั้น มาสด้ายังมอบข้อเสนอมากมายสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์มาสด้ารุ่นอื่นๆ ทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดสูงสุด 130,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0% นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) นานสูงสุด 7 ปี ฟรีขยายการรับประกันคุณภาพเป็น 5 ปี หรือ 150,000 กม. ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรน้ำมันมูลค่าสูงสุดอีก 20,000 บาท

    มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมยนตรกรรมตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายของรูปแบบพลังงานต่อไป เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และความสุขในการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า ตลอดจนเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับโลกของของเรา อันเป็นปณิธานสูงสุดของแบรนด์ที่มุ่งมั่นมาอย่างยาวนาน ทั้งในวันนี้และสำหรับคนรุ่นต่อไปจนถึงในอนาคต


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • DEFENDER TROPHY เผยรายชื่อผู้ชนะในเวทีเอเชียแปซิฟิก มุ่งหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่แอฟริกา

    1 Min Read

    DEFENDER TROPHY เผยรายชื่อผู้ชนะในเวทีเอเชียแปซิฟิก มุ่งหน้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่แอฟริกา

    ชาร์ลส์ เมอร์เรย์ (Charles Murray) จากนิวซีแลนด์ และ รอน อึง (Ron Ng) จากสิงคโปร์ ได้รับการประกาศให้เป็นผู้ชนะจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในการแข่งขัน Defender Trophy หลังฝ่าด่านรอบคัดเลือกอันเข้มข้นตลอด 2 วัน ท่ามกลางภูมิประเทศภูเขาสุดท้าทายในเมืองเกาสง ประเทศไต้หวัน

    ทั้งสองได้รับการคัดเลือกจากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 24 คน จากฮ่องกง อินโดนีเซีย นิวซีแลนด์ ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยจะเป็นตัวแทนภูมิภาคเพื่อเดินทางสู่การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับโลกที่ทวีปแอฟริกาในช่วงปลายปีนี้ เพื่อเข้าร่วมภารกิจผจญภัยสุดยิ่งใหญ่ร่วมกับผู้ชนะจากภูมิภาคอื่นทั่วโลก ซึ่งจัดขึ้นโดยความร่วมมือกับ Tusk พันธมิตรด้านการอนุรักษ์สัตว์ป่าที่ทำงานร่วมกับ Defender มาอย่างยาวนาน

    การแข่งขันรอบคัดเลือกในระดับเอเชียแปซิฟิก จัดขึ้นท่ามกลางภูมิประเทศที่มีเทือกเขาสลับซับซ้อนทางตอนใต้ของประเทศไต้หวัน โดยออกแบบมาเพื่อทดสอบทั้งไหวพริบ ความอึด และการทำงานเป็นทีม ผู้เข้าแข่งขันต้องเผชิญกับภารกิจหลากหลายผสมผสานทักษะการขับขี่ การผจญภัย และพละกำลังเข้าด้วยกัน อย่างการขับรถในเส้นทางที่ต้องอาศัยการควบคุมรถเชิงเทคนิคที่แม่นยำและการเลือกเส้นทางอย่างชาญฉลาด เพื่อฝ่าด่านอุปสรรคที่บีบคั้นด้วยเวลา ในขณะที่ต้องผจญภัยโดยต้องร่วมมือกันขนย้ายอุปกรณ์หนัก ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าด้วยการสร้างสรรค์สิ่งปลูกสร้างที่ใช้งานได้จริง

    นอกจากนี้ ยังมีการทดสอบสมรรถภาพร่างกายอย่างเข้มข้น ทั้งการแบกน้ำหนักและการออกแรงผลัก-ดึง เพื่อวัดความแข็งแกร่งและความทรหดของผู้เข้าแข่งขัน แต่ละด่านล้วนต้องอาศัยทั้งทักษะการขับขี่ การวางแผนเชิงกลยุทธ์ และการสื่อสารที่ชัดเจนภายใต้แรงกดดัน

    โดยผู้เข้าแข่งขันจะต้องฝ่าด่านอุปสรรคด้วยยานยนต์ ขับผ่านเส้นทางลาดชันและจุดอันตรายที่ซ่อนอยู่ สร้างสะพานเชือก ขนส่งอุปกรณ์ผ่านภูมิประเทศยากลำบาก รวมถึงภารกิจขับรถในเวลากลางคืน

    ซึ่งผู้ชนะจากเอเชียแปซิฟิกโดดเด่นด้วยความนิ่ง ความคิดเชิงกลยุทธ์ และทักษะเชิงเทคนิคที่สม่ำเสมอในทุกด่าน ความสามารถในการปรับตัวอย่างรวดเร็วต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลง และการสนับสนุนซึ่งกันและกันในสถานการณ์ท้าทาย คือสิ่งที่ทำให้พวกเขาเหนือกว่าคู่แข่ง

    การ์ธ เทิร์นบูล (Garth Turnbull) กรรมการผู้จัดการ จากัวร์ แลนด์ โรเวอร์ เอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “เอเชียแปซิฟิกเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีความหลากหลายและเปี่ยมด้วยพลังที่สุดในโลก ซึ่งภาพความโดดเด่นเหล่านี้ได้สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านศักยภาพของการแข่งขันที่ประเทศไต้หวัน เพราะสำหรับ Defender Trophy ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันด้านทักษะเทคนิค แต่ยังสะท้อนถึงความทรหด การทำงานเป็นทีม และความเคารพต่อสิ่งแวดล้อมที่เราเข้าไปสำรวจ

    เราภูมิใจที่ได้เห็นตัวแทนจากเอเชียแปซิฟิกก้าวสู่เวทีระดับโลกที่แอฟริกา พวกเขาคือภาพสะท้อนของจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและเป้าหมายที่ชัดเจนของ Defender และเราตั้งตารอที่จะได้เห็นพวกเขาแข่งขันในเวทีโลก เพื่อสนับสนุน Tusk พันธมิตรด้านการอนุรักษ์ที่ทำงานร่วมกับเรามาอย่างต่อเนื่อง”

    การแข่งขันรอบคัดเลือกในเอเชียแปซิฟิกครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการกลับมาจัดการแข่งขันระดับโลกของ Defender ซึ่งถือเป็นซีรีส์ใหม่ที่ดีไซน์การแข่งขัน ที่ไม่เพียงทดสอบศักยภาพของมนุษย์ แต่ยังมุ่งสร้างผลกระทบเชิงบวกที่ส่งต่อผู้คนและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง

    ทั้งนี้ การแข่งขันรอบถัดไปจะจัดขึ้นในเดือนหน้า กับรอบชิงชนะเลิศโซนอเมริกาเหนือ ณ บริติชโคลัมเบีย ประเทศแคนาดา

    สัมผัสตำนาน: Defender 110 Trophy Edition และ Defender รุ่นปรับโฉมใหม่

    หัวใจสำคัญของการผจญภัยครั้งนี้คือ Defender 110 Trophy Edition รถยนต์ที่พร้อมสำหรับการเดินทางสำรวจ ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเชิดชูตำนานของ Defender ควบคู่กับการรองรับการผจญภัยในยุคปัจจุบัน

    รถรุ่นดังกล่าวถูกนำเสนอในวาระเฉลิมฉลองครบรอบ 45 ปีของการแข่งขัน Camel Trophy ที่เสมือนเป็นสัญลักษณ์แห่งตำนานของ Defender ทั้งในด้านความทรหดและการทำงานเป็นทีม โดยตัวรถที่มาในสีพิเศษ Deep Sandglow Yellow นั้น ไม่เพียงแต่เป็นการยกย่องหน้าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา แต่ยังพร้อมที่จะส่งต่อจิตวิญญาณแห่งการสำรวจนี้ในอนาคต

    โดยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยนี้ยังคงได้รับการสืบทอดอย่างต่อเนื่องผ่านการเปิดตัว Defender รุ่นปรับโฉมใหม่ ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้นให้มีความโดดเด่นและใช้งานง่ายยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ปรับปรุงใหม่ ทั้งไฟหน้า-ท้ายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ โทนสีตัวถัง และล้อดีไซน์ใหม่ ตอกย้ำเอกลักษณ์อันแข็งแกร่งทั้งบนถนนและเส้นทางออฟโรด

    ภายในห้องโดยสารมาพร้อมหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัสขนาด 13.1 นิ้ว ที่ใช้งานสะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีอย่างระบบ Adaptive Off-Road Cruise Control ที่ช่วยให้การขับขี่ในเส้นทางท้าทายเป็นไปอย่างมั่นใจและแม่นยำมากขึ้น โดยการยกระดับสมรรถนะในครั้งนี้ครอบคลุมทั้งรุ่น 90, 110 และ 130 สะท้อนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของรถยนต์ 4×4 ที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง โดยยังคงรักษาสมรรถนะหลักไว้อย่างครบถ้วน

    ทั้ง Defender Trophy และการเปิดตัว Defender ไลน์อัปใหม่ล่าสุดนี้ ล้วนสะท้อนถึงความมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งของ     แบรนด์ ในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การผจญภัยที่มีความหมาย โดยเป็นการผสมผสานระหว่างมรดกอันล้ำค่า สมรรถนะที่เหนือชั้น และนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อตอบโจทย์เหล่านักสำรวจรุ่นใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

     

    คอลเลกชัน Defender Trophy

    นอกจากนี้ สินค้า Defender Trophy วางจำหน่ายผ่านผู้แทนจำหน่าย Defender ที่ร่วมรายการ ประกอบด้วยเสื้อผ้าและอุปกรณ์สำหรับการผจญภัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากการแข่งขัน รวมถึงอุปกรณ์เดินทางและโมเดลรถรุ่นลิมิเต็ดเอดิชันโดยสินค้าบางรายการ เช่น ตุ๊กตาแรดและสิงโต จะร่วมสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ของ Tusk อีกด้วย

    ข้อมูลเพิ่มเติม: https://www.landrover.com.sg/defender-world/purpose/defender-trophy/overview


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดบูธรับเด็กนักเรียนเยาววิทย์เยือนงาน Motor Show 2026 เผยโฉมเจ้าของผลงานสุดน่ารักกับ Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษที่มีคันเดียวในโลก

    1 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดบูธรับเด็กนักเรียนเยาววิทย์เยือนงาน Motor Show 2026 เผยโฉมเจ้าของผลงานสุดน่ารักกับ Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษที่มีคันเดียวในโลก

    บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ต่อยอดบทบาทผู้สนับสนุนของ “โรงเรียนเยาววิทย์” ที่ทำมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลารวมกว่า 22 ปี ตั้งแต่การก่อตั้งโรงเรียนในอำเภอกะปง จังหวัดพังงา เพื่อรองรับเยาวชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อปี 2547 โดยเนื่องในโอกาสการเฉลิมฉลอง 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) ทีมผู้บริหาร นำโดย มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ได้ร่วมต้อนรับคณะครูและเด็กนักเรียนกว่า 35 คน เข้าร่วมงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Motor Show 2026) พร้อมพาชมผลงานของเด็กนักเรียนที่ร่วมกันระบายสีออกแบบรถแวน Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษ ที่ถูกนำมาจัดแสดงจริงภายในงาน

    นอกจากที่เด็กๆ จะได้ร่วมชื่นชมผลงานของตัวเองและเปิดโลกนวัตกรรมยานยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้พาคณะครูและนักเรียนเข้าเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์พระรามเก้า” แหล่งเรียนรู้ด้านนิเวศวิทยา
    และสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ทำให้การมาท่องเที่ยวของเด็กนักเรียนจากโรงเรียนเยาววิทย์ในครั้งนี้ เต็มไปด้วยการเรียนรู้ที่ครอบคลุมทั้งในด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึงการปลูกฝังแนวคิดในการรักษาสิ่งแวดล้อมและความยั่งยืนให้กับเด็กๆ แบบครบวงจร

    ผลงานการออกแบบ Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษ เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย และศิลปินนักวาดภาพประกอบชื่อดังอย่าง คุณต๊อดอารักษ์ อ่อนวิลัย
    หรือที่รู้จักกันในนาม SAHRED TOY ที่มาร่วมดีไซน์ตัวการ์ตูนและลายเส้น ซึ่งสะท้อนแรงบันดาลใจมาจากการเฉลิมฉลอง 140 ปีแห่งนวัตกรรมยานยนต์ (140 Years of Innovation) โดยในช่วงวันเด็กแห่งชาติ
    เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทีมผู้บริหารได้เข้าไปเยี่ยมโรงเรียนเยาววิทย์ ที่จังหวัดพังงา พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษให้เด็กนักเรียนทุกคนได้มีโอกาสระบายสีลงบนรถแวนคันพิเศษ เพื่อสร้างรอยยิ้มให้กับเด็กๆ ทุกคน รวมถึงการเสริมสร้างทักษะและจินตนาการด้านศิลปะให้กับเยาวชนรุ่นใหม่

    ร่วมสัมผัสความน่ารักและจินตนาการของเด็กๆ ผ่านรถแวน Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รุ่นพิเศษที่มีเพียงคันเดียวในโลก ได้ที่บูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 5 เมษายน 2569 และสำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถแวน Mercedes-Benz Sprinter 419 Business รับข้อเสนอส่วนลดสูงสุด 740,000 บาท* และในรุ่น Mercedes-Benz Sprinter 419 Business Long รับส่วนลดสูงสุด 500,000 บาท*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ

    สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ
    หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250
    และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง
    Facebook: Mercedes-Benz Thailand
    IG: @MercedesBenzThailand และ
    LINE: @mercedesbenzth


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment