-
เอ็มจี ปลื้มยอดจองทะลุ 10,537 คันในงานมอเตอร์โชว์ 2026
เอ็มจี สร้างสถิติครั้งใหม่ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 ด้วยยอดจองรวมสูงถึง 10,537 คัน สะท้อนกระแสตอบรับอย่างท่วมท้นจากผู้บริโภคในทุกเซกเมนต์ โดยมียอดจองเป็นรถยนต์ไฟฟ้าสูงถึง 96% แบ่งเป็นโมเดลหลัก ดังนี้
- MG S5 EV ยอดจอง 4,316 คัน คิดเป็น 41%
- MG 4 ยอดจอง 3,282 คัน คิดเป็น 31%
- MG IM5 และ MG IM6 ยอดจองรวม 1,756 คัน คิดเป็น 17%
- MG Maxus9 และ MG Maxus7 ยอดจองรวม 752 คัน คิดเป็น 7%
- MG รุ่นอื่นๆ ยอดจองรวม 431 คัน 4%
ความสำเร็จครั้งนี้ตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าในเทคโนโลยีและคุณภาพของรถยนต์เอ็มจีในยุคใหม่ ทางบริษัทฯ ขอขอบคุณทุกการสนับสนุนและความไว้วางใจจากลูกค้าทุกท่าน ที่เป็นแรงผลักดันสำคัญในการพัฒนาและยกระดับนวัตกรรม และการบริการต่อไปในอนาคต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
“บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47” ปลุกตลาดยานยนต์ไทย สวนทางเศรษฐกิจ
ปิดฉากลงอย่างสวยงาม สำหรับงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ซึ่งจัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ภายใต้ธีม “The ICONIC SYNCHRONICITY” หรือ บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ ที่จัดขึ้นท่ามกลางสภาวะความผันผวนด้านพลังงาน เนื่องจากความไม่สงบในตะวันออกกลาง แต่การจัดงานยังคงได้รับความสนใจอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคและผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยตลอดระยะเวลาการจัดงานสามารถสร้างยอดจองรถยนต์ 132,951 คัน และรถจักรยานยนต์ 2,056 คัน ยอดผู้เข้าชมงานรวมทั้งสิ้น 1,798,312 คน สะท้อนถึงกำลังซื้อ และความเชื่อมั่นของตลาดที่เริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
นายจาตุรนต์ โกมลมิศร์ รองประธานจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 เปิดเผยว่า “แม้ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยจะต้องเผชิญกับความผันผวน และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ แต่ถึงกระนั้นงาน “Bangkok International Motor Show” ยังคงเป็นงานแสดงยานยนต์ที่มีศักยภาพในการช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปีที่ผ่านมา”
สำหรับไฮไลต์สำคัญของงานในปีนี้ คือการขยายตัวของกลุ่มยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) ซึ่งมีค่ายรถชั้นนำทั้งจากเอเชียและยุโรปนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เข้ามาเปิดตัวอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น ขณะเดียวกันรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายในยังคงได้รับความสนใจ โดยเฉพาะในกลุ่มรถอเนกประสงค์และรถกระบะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตจริง”
“ความสำเร็จของงานในครั้งนี้ไม่ได้วัดเพียงยอดจองเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบทบาทของงานในการเป็น “แพลตฟอร์ม” เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้จำหน่าย และผู้บริโภค ตลอดจนการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่การเปลี่ยนผ่านในยุคพลังงานใหม่อย่างเป็นรูปธรรม”
นอกจากนี้ ภายในงานยังมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย โปรโมชั่นพิเศษ และกิจกรรมทดลองขับที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี รวมถึงการนำเสนอเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ และโซลูชันการเดินทางแห่งอนาคต สำหรับภาพรวมของงานในปีนี้ จึงถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ซึ่งกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการเปลี่ยนผ่านทั้งด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และโครงสร้างตลาด โดยมีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ทำหน้าที่เป็นเวทีหลักในการขับเคลื่อนและสร้างแรงส่งให้กับทั้งระบบอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย
นายจาตุรนต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ความสำเร็จอันงดงามของการจัดงานในปีนี้ถือเป็นผลลัพธ์จากความมุ่งมั่นตั้งใจและการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ขอขอบคุณคณะผู้บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่เป็นส่วนสำคัญทำให้การจัดงานเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จเกินความคาดหมาย นอกจากนี้ ยังต้องขอขอบคุณทีมงานทุกท่านที่ได้ทุ่มเทแรงกายและแรงใจในการทำงานอย่างหนักตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา”
“ผมขอขอบคุณผู้เข้าร่วมงานทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็นค่ายรถยนต์และจักรยานยนต์ ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมยานยนต์ รวมถึงประชาชนที่ให้ความสนใจและมาเยี่ยมชมงานอย่างล้นหลาม ซึ่งทุกท่านมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันให้เกิดความสำเร็จในวันนี้ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของงานแสดงยานยนต์นี้ในระดับประเทศและระดับภูมิภาค” นายจาตุรนต์กล่าว
อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและยกระดับรูปแบบการจัดงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถตอบโจทย์ความเปลี่ยนแปลงของโลกยานยนต์ในยุคปัจจุบันและอนาคต เพื่อให้งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ก้าวสู่การเป็นหนึ่งในงานแสดงยานยนต์ระดับนานาชาติที่สำคัญของภูมิภาคในอนาคต”
เตรียมพบกับงาน “Bangkok International Motor Show” ครั้งที่ 48 ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 22 มีนาคม- 4 เมษายน 2570 ณ อิมแพค เมืองทองธานี ที่คาดว่าจะยิ่งใหญ่ และเข้มข้นกว่าทุกปีที่ผ่านมา
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม ได้รับความไว้วางใจจากโตโยต้า เลือก “BRIDGESTONE DUELER H/T 684II” เป็นยางมาตรฐานใน “TOYOTA LAND CRUISER FJ” ใหม่ล่าสุด
บริดจสโตน ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์พรีเมียม สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำ เมื่อ “BRIDGESTONE DUELER H/T 684II” ได้รับเลือกเป็นยางมาตรฐานสำหรับ “TOYOTA LAND CRUISER FJ” รถยนต์ SUV รุ่นใหม่ล่าสุดที่เปิดตัวในประเทศไทยเมื่อวันที่
21 มีนาคม 2569 โดยมาพร้อมเทคโนโลยีการออกแบบเฉพาะของบริดจสโตนที่ช่วยยกระดับสมรรถนะการขับขี่ พร้อมเติมเต็มความสนุกแบบออฟโรดให้คล่องตัว มั่นใจ และปลอดภัย เสริมความแข็งแกร่งและ
ความทนทานเพื่อรองรับการเดินทางได้อย่างเหนือระดับในทุกเส้นทางด้วยความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่ทันสมัย บริดจสโตนได้พัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II โดยมีคุณสมบัติเด่น ดังนี้
- สมรรถนะรอบด้านที่เหนือชั้นสำหรับรถกระบะอเนกประสงค์และรถ SUV
- ออกแบบเพื่อให้การขับขี่นุ่มสบาย คล่องตัวทุกพื้นผิวถนน
- ประสิทธิภาพการยึดเกาะบนถนนเปียกและบนถนนแห้งดีเยี่ยม
- เทคโนโลยีการออกแบบและการผลิตที่ทันสมัย ช่วยให้ยางทนทานและมีอายุการใช้งานยาวนาน
นอกจากนี้ยังผ่านการทดสอบความแข็งแรง กระจายน้ำหนักในขณะวิ่งได้อย่างมาตรฐาน ทนทานต่อ
ทุกสภาพถนนที่ใช้ในชีวิตประจำวัน จึงช่วยเติมเต็มสมรรถนะของรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
ที่พัฒนาระบบเครื่องยนต์และระบบควบคุมให้ทำงานประสานกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อของรถอย่างลงตัวเพื่อการขับขี่ที่มั่นใจในทุกสภาพเส้นทางและให้ผู้คนสนุกกับการขับขี่แบบออฟโรดการพัฒนายาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II สำหรับรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
ยังสะท้อนความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของตลาดรถ SUV
ในประเทศไทยผ่านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริงภาพรวมของยาง BRIDGESTONE DUELER H/T 684II กับรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
รุ่นรถ รุ่นยาง ขนาดยาง TOYOTA LAND CRUISER FJ BRIDGESTONE DUELER H/T 684II 265/60R18 110H
คุณสมบัติเด่นของรถยนต์ TOYOTA LAND CRUISER FJ
โตโยต้าเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดกับ TOYOTA LAND CRUISER FJ สัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจ
ครองใจผู้คนทั่วโลก “Bold & Unbound…เป็นให้ชัด ไปให้สุด” ด้วยจุดขายหลัก 5 ประการ ได้แก่ 1) ดีไซน์
ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย 2) สมรรถนะการขับขี่ที่แข็งแกร่ง
3) ความสะดวกสบายในการโดยสาร 4) การทรงตัวที่มั่นคงในทุกสภาพเส้นทาง และ 5) ระบบเบรก
ที่เชื่อถือได้ ซึ่งทำให้ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการขับขี่แบบออฟโรดอย่างแท้จริง -
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ แบงค็อก เชิญเหล่าแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้สัมผัสสุดยอดสมรรถนะ New Continental GT เจนใหม่เป็นครั้งแรกในประเทศไทย
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ แท็ตเลอร์ ไทยแลนด์ (Tatler Thailand) สื่อไลฟ์สไตล์แถวหน้าของเอเชีย เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟด้วยการเชิญเหล่าแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้ร่วมกิจกรรมทดลองขับและสัมผัสสุดยอดสมรรถนะของ New Continental GT ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้เจเนอเรชันล่าสุด เจ้าของขุมพลัง High Performance Hybrid ที่ถือเป็นการเปิดให้ทดลองขับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อปีที่ผ่านมา ในงาน Bentley Bangkok X Tatler Thailand Exclusive Test Drive พร้อมยลโฉมยนตรกรรมแบบครบทุกรุ่น และร่วมกิจกรรมดูแลสุขภาพไปกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ที่ได้มาช่วยเติมเต็มความพิเศษภายในงานฯ โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ Silverskin Cafe and Bistro ในบริเวณโครงการ เรนวูด ปาร์ค จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 มีนาคมที่ผ่านมา
เหล่าแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้ได้มีโอกาสสัมผัสกับสุดยอดสมรรถนะของ New Continental GT ในบริเวณโครงการ เรนวูด ปาร์ค พร้อมชมความงดงามของสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปภายในโครงการฯ ระหว่างการทดลองขับ โดยสุดยอดยนตรกรรมรังสรรค์ขึ้นในเฉดสีเทา Gravity Grey สไตล์สปอร์ตใหม่ ตัวรถมากับขุมพลัง High Performance Hybrid ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในเมืองด้วยพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร ภายในห้องโดยสารโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีระดับซิกเนเจอร์ของรถยนต์เบนท์ลีย์อย่าง Bentley Rotating Display นวัตกรรมหน้าจอแบบ 3 ด้านที่จะเผยให้เห็นหน้าจอแบบดิจิทัลสุดไฮเทค หน้าจอหน้าปัดเข็มนาฬิกา เข็มทิศ เข็มวัดอุณหภูมิแบบคลาสสิค และหน้าแผงวีเนียร์สไตล์เรียบหรู พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่เน้นความสะดวกสบายในการขับขี่อย่าง Front Seat Comfort Specification และ Front Wellness Seating ที่จะให้ความรู้สึกผ่อนคลายและลดความเมื่อยล้าในขณะขับขี่ อีกทั้ง เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมรุ่น Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์กับอรรถประโยชน์อันล้นเหลือ และ รุ่น Flying Spur ยนตรกรรมสปอร์ตซีดานสมรรถนะสูง ซึ่งทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับความโดดเด่นเรื่องสมรรถนะ ประสิทธิภาพในการขับขี่ และความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การออกแบบ และงานฝีมือ สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์แบบอเนกประสงค์ยังได้ทดลองขับ Bentayga Hybrid และรับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ และสิทธิประโยชน์จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำมากมาย
นอกจากแขกจากแท็ตเลอร์คอมมูนิตี้จะได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่แบบเหนือระดับแล้ว แขกภายในงานฯ ยังได้ร่วมกิจกรรมดูแลสุขภาพไปกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ พร้อมดื่มด่ำไปกับชุด High Tea ที่ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษในบรรยากาศสบายๆ ยามบ่าย ณ Silverskin Cafe and Bistro คาเฟ่สไตล์ยุโรปที่มีการตกแต่งในแบบเฉพาะตัวย่านปทุมธานี
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
วอลโว่ จัดโปรรับซัมเมอร์ มอบข้อเสนอ Service Campaign ส่วนลดอะไหล่พิเศษ 40% พร้อมรับตุ๊กตาลิมิเต็ดเอดิชั่น Papa Moose
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ต้อนรับฤดูร้อนเมืองไทยด้วยข้อเสนออะไหล่สุดพิเศษ มอบส่วนลดอะไหล่สูงสุดถึง 40% พร้อมรับตุ๊กตา Papa Moose คอลเลคชันใหม่รุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่นตามเงื่อนไขที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับแคมเปญนี้เท่านั้น เพื่อสะท้อนความใส่ใจที่วอลโว่มีต่อลูกค้าคนสำคัญ ผ่าน Service Campaign ตลอดทั้งปี 2026 ที่นำเสนอในรูปแบบแอนิเมชั่นแสนน่ารัก อบอุ่น และเข้าใจง่าย โดยใช้ตัวละครกวางมูสอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์วอลโว่ ได้แก่ Papa Moose (คุณพ่อ), Mama Moose (คุณแม่), Moose Moose (ลูกชาย) และ Little Moose (ลูกสาว) มาถ่ายทอดข้อเสนออะไหล่สุดพิเศษภายใต้เรื่องราว ‘ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน Moose Family Mission’ ที่ชวนผู้ชมร่วมเอาใจช่วยครอบครัวกวางมูสเดินทางไปรับ Little Moose กลับบ้านอย่างปลอดภัยตลอดทั้งปี
Service Campaign คือแคมเปญสิทธิประโยชน์ด้านงานบริการหลังการขายที่วอลโว่จัดขึ้นตลอดปี 2026 เพื่อมอบข้อเสนอส่วนลดอะไหล่ให้ลูกค้าคนสำคัญ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการยกระดับคุณภาพงานบริการอย่างต่อเนื่อง วอลโว่ยึดถือมาตรฐานด้านความปลอดภัย ความโปร่งใส และความเชี่ยวชาญในทุกขั้นตอน เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านได้รับประสบการณ์การดูแลรถที่ดีที่สุด ทั้งยังสนับสนุนให้ลูกค้านำรถเข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะ เพื่อรักษาสมรรถนะของรถให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเสมอ โดยช่างผู้เชี่ยวชาญและอะไหล่แท้มาตรฐานวอลโว่ นี่หลักการที่วอลโว่ยึดถือมาโดยตลอด เพื่อให้ทุกเส้นทางของลูกค้าเต็มไปด้วยความมั่นใจและปลอดภัยในทุกการเดินทาง
เมื่อนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการวอลโว่ ลูกค้าจะได้รับการดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญภายใต้มาตรฐานการบริการระดับสากล พร้อมรับสิทธิประโยชน์มากมาย ไม่ว่าจะเป็นความคุ้มครองชิ้นส่วนอะไหล่ตลอดอายุการใช้งาน**ตามเงื่อนไขสำหรับเจ้าของรถ การรับประกันอะไหล่แท้ที่เปลี่ยนโดยช่างมืออาชีพ การวิเคราะห์ที่แม่นยำและแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด รวมถึงการอัปเดตซอฟต์แวร์เวอร์ชันล่าสุดทุกครั้งที่เข้ารับบริการตรวจเช็กตามระยะทางและจะได้รับการต่ออายุบริการช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง โดยอัตโนมัติเป็นเวลา 1 ปีเพื่อให้ลูกค้าวางใจได้ว่ารถของตนอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานสูงสุด และสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบายและปลอดภัย
มอบข้อเสนอสุดพิเศษ พร้อมเอาใจช่วยครอบครัวกวางมูสใน ‘ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน Moose Family Mission’
ถ่ายทอดข้อเสนอและสิทธิพิเศษของวอลโว่ ผ่านเรื่องราวแสนสนุกไปกับครอบครัวกวางมูสทั้ง 4 ตัวใน ภารกิจพาน้องสาวกลับบ้าน เรื่องราวที่เริ่มจากน้องสาว Little Moose ไปเข้าค่าย School Camp จนเพลิดเพลินไม่อยากกลับบ้าน ทำให้ทั้งครอบครัวต้องร่วมมือกันพาน้องสาวกลับมาให้ได้ โดยแต่ละช่วงของฤดูกาล จะมีแอนิเมชันที่ถ่ายทอดข้อเสนอประจำฤดูกาลควบคู่กับการเล่าเรื่องภารกิจของครอบครัวกวางมูส เพื่อเชิญชวนให้ลูกค้านำรถเข้าตรวจเช็กเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเดินทางในช่วงวันหยุดยาว เพราะวอลโว่เชื่อว่า การดูแลรถที่ดีคือจุดเริ่มต้นของการเดินทางที่ราบรื่นและปลอดภัยในทุกเส้นทาง เหมือนกับที่ Papa Moose ได้นำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อตรวจเช็กรถให้พร้อม ก่อนออกเดินทางรับลูกสาวกลับบ้าน โดยตลอดปี 2026 แคมเปญจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ช่วง คือ Summer Campaign, Rainy Campaign และ Winter Campaign
Summer Campaign ต้อนรับฤดูร้อน ด้วยข้อเสนอส่วนลดอะไหล่สูงสุด 40%
วอลโว่เชิญชวนลูกค้าเตรียมรถให้พร้อมก่อนออกเดินทางท่องเที่ยวช่วงฤดูร้อน ด้วยข้อเสนอส่วนลดอะไหล่เริ่มตั้งแต่ 15% – 40% โดยข้อเสนอเริ่มตั้งแต่วันนี้ – 5 มิถุนายน พ.ศ. 2569 มีรายละเอียดดังนี้
-
รับส่วนลด 50% สำหรับการล้างแอร์ เมื่อมีการเปลี่ยน คอมเพรสเซอร์ หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง
• รับส่วนลด 40% สำหรับน้ำมันเบรก เมื่อมีการเปลี่ยนผ้าเบรกและจานเบรก
• รับส่วนลด 25% สำหรับจานเบรก เมื่อมีการเปลี่ยนพร้อมผ้าเบรก
• รับส่วนลด 25% สำหรับแบตเตอร์รี่ 12 โวลท์ เมื่อมีค่าใช้จ่ายอะไหล่ 7,000 บาทขึ้นไป
• รับส่วนลด 15% สำหรับน้ำมันเครื่องคาสตรอล และ คอยล์เย็น
นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับบริการตรวจเช็กรถฟรี 32 รายการ และเมื่อใช้จ่ายอะไหล่ตั้งแต่ 9,000 บาทขึ้นไป จะได้รับ ตุ๊กตา Papa Moose รุ่น Limited Edition มูลค่า 850 บาท ทันที* (มีจำนวนจำกัด)
รับชมรายละเอียด Service Campaign เพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ – https://cutt.ly/ftOU4RmN
รับชมวิดีโอคลิป Summer Service Campaign ได้ที่ – https://www.youtube.com/watch?v=vRs_PiPxzBM
หมายเหตุ:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
**ท่านสามารถอ่านข้อมูลการรับประกันอะไหล่ตลอดอายุการใช้งานสำหรับลูกค้าได้ที่ https://www.volvocars.com/th-th/l/service-and-maintenance/genuine-parts-extended-warranty/ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่
Website – www.volvocars.com/th
Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
YouTube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=trueเยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446
สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
รับส่วนลด 50% สำหรับการล้างแอร์ เมื่อมีการเปลี่ยน คอมเพรสเซอร์ หม้อน้ำ พัดลมไฟฟ้า อย่างใดอย่างหนึ่ง
-
News Car1 Min Read
เอ็มจี ขยายกลุ่มลูกค้าครอบครัว นำ “สถานการณ์จริงในชีวิตประจำวัน” สะท้อนแนวทาง Drive Solution ของ NEW MG S5 EV PLUS ในหลากหลายแง่มุม
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย พลิกมุมมองการสื่อสารยนตรกรรมสู่ไลฟ์สไตล์ยุคปัจจุบัน ผ่านกลยุทธ์ “Visual Metaphor Marketing” หรือการสื่อสารด้วยภาพเปรียบเทียบเชิงไลฟ์สไตล์ พร้อมถ่ายทอดจุดเด่นของ NEW MG S5 EV PLUS ให้อยู่ในบริบทที่ผู้บริโภคคุ้นเคยในชีวิตประจำวัน โดยนำองค์ประกอบจากไลฟ์สไตล์หลากหลายรูปแบบมาเปรียบเทียบอย่างสร้างสรรค์ เพื่อความชัดเจน และตรงใจผู้บริโภคในทุกช่วงวัย ตอกย้ำการเป็นอีวีมหาชนที่สามารถ Drive Solution ลบข้อกังวลที่ลูกค้าเจอในชีวิตประจำวันได้อย่างตรงจุดตอบโจทย์ทั้งความสนุกในการขับขี่ และความมั่นใจในทุกเส้นทาง
เอ็มจี ต่อยอดภาพจำของ NEW MG S5 EV PLUS ในการเป็น “อีวีมหาชน” ที่ครองใจครอบครัวยุคใหม่ผ่านแนวคิดการสื่อสารที่หยิบรูปแบบโฆษณาคุ้นเคยในชีวิตประจำวันมาสร้างสรรค์ใหม่ให้โดดเด่นและน่าสนใจยิ่งขึ้นโดยประยุกต์ใช้แนวทางของผลิตภัณฑ์ FMCG ที่เน้นการสร้าง “ความรู้สึกร่วม” (Emotional Connection) ทำให้ยนตรกรรมรุ่นนี้ สามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์การตลาด “Visual Metaphor Marketing” นำจุดเด่นของรถมาเปรียบเทียบกับสิ่งรอบตัวในชีวิตประจำวันในลักษณะ “เข้าใจได้ทันที โดยไม่ต้องอธิบาย” สอดคล้องกับเทรนด์การตลาดยุคใหม่ที่ตรงประเด็น และสร้างการจดจำผ่านประสบการณ์ใกล้ตัวของผู้บริโภค ควบคู่กับการสื่อสารจุดแข็ง “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็น การขับขี่ที่นุ่มนวล ช่วยลดอาการเมารถ และเวียนศีรษะ ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความผ่อนคลาย ขณะเดียวกันยังมาพร้อม ความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP ซึ่งสร้างความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ส่วนภายในห้องโดยสารก็ได้รับการออกแบบให้ทันสมัยด้วย หน้าจอขนาดใหญ่และระบบเชื่อมต่อแบบไร้สาย ที่ใช้งานง่าย มองเห็นชัดเจนรอบด้าน และตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ดิจิทัลของผู้บริโภคยุคใหม่ นอกจากนี้ยังมี EV LIFETIME WARRANTY ที่พร้อมมอบความอุ่นใจและมั่นใจให้กับผู้ใช้งานในระยะยาวทุก ๆ วัน ทำให้ NEW MG S5 EV PLUS ไม่เพียงแต่โดดเด่นในแง่ของ e-SUV ที่ “ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ” แต่ยังสะท้อนบทบาทของแบรนด์ที่เข้าใจผู้บริโภคยุคใหม่ และสามารถเชื่อมโยงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์โดยทำให้ผู้บริโภคเห็นว่า รถคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะ แต่เป็นคำตอบของชีวิตในทุกวัน พร้อมเป็น Drive Solution ที่มอบแนวทางแก้ปัญหาให้กับทุกคนในครอบครัวในทุกที่นั่งของรถรุ่นนี้ และเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตของลูกค้าได้อย่างกลมกลืน
แคมเปญครั้งนี้ เน้นการขยายไปสู่กลุ่มผู้บริโภคใหม่ๆ ในพื้นที่ใหม่ ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการแนะนำผลิตภัณฑ์ผ่านการใช้สื่อที่เข้าถึงชีวิตประจำวันของผู้บริโภคทั้งในออนไลน์ ออฟไลน์ รวมถึงช่องทางโมเดิร์นเทรดอย่าง Big C กว่า 65 สาขาทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาจับจ่ายใช้สอยจะเป็นกลุ่มครอบครัว ถือเป็นลูกค้าเป้าหมายที่ เอ็มจี ให้ความสนใจ โดยชิ้นงานจะปรากฏอยู่บนป้าย LED ตามแผนกสินค้า (Digital Category Signage) กระจายในแผนกต่าง ๆ อาทิ แผนกผลิตภัณฑ์ความงามและของใช้ส่วนตัว แผนกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวกายสำหรับบุรุษ แผนกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด และแผนกเครื่องดื่ม-อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม เป็นต้น รวมถึงจอ LCD TV Signage ภายในสาขา และตู้ชำระเงินอัตโนมัติ (Digital Kiosk) โดยตั้งแต่กลางเดือนกุมภาพันธ์และตลอดเดือนมีนาคม พบว่า มียอดทราฟฟิกรวมทุกสาขาที่เห็นชิ้นงาน NEW MG S5 EV PLUS สูงถึงกว่า 7.4 ล้านครั้งสร้างยอดลูกค้ามุ่งหวังสูงขึ้นกว่า 160%
นายธนพง พงศ์พานิช ผู้จัดการอาวุโสฝ่ายการตลาดและกลยุทธ์การสื่อสาร บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับ NEW MG S5 EV PLUS เราต้องการสื่อสารในมุมที่เข้าใจคนไทยอย่างแท้จริง จึงนำแนวคิดและเทรนด์การตลาดใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้ เพื่อให้การสื่อสารแบรนด์และผลิตภัณฑ์มีความหลากหลาย เข้าถึงง่าย และสะท้อนไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ พร้อมเล่าจุดเด่นของตัวรถในหลายแง่มุมอย่างสร้างสรรค์ โดยจุดเริ่มต้นของแคมเปญ เกิดจากการตั้งคำถามว่า “ปัญหาที่ลูกค้าเจอในชีวิตประจำวันคืออะไร” ก่อนที่ เอ็มจี จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาเหล่านั้น เพื่อสร้างและส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่ตอบโจทย์ได้อย่างรอบด้าน ความสำเร็จของแคมเปญนี้ คือ การที่ เอ็มจี ได้นำผลิตภัณฑ์เข้าถึงคนไทยในวงกว้างมากยิ่งขึ้น ด้วยวิธีการใหม่ ๆที่ เอ็มจี ยังไม่เคยทำมาก่อน ทุกแคมเปญที่ เอ็มจี ลงมือทำ จึงไม่เพียงสะท้อนความเป็นสากล แต่ยังต้องตอบโจทย์วิถีชีวิตและความต้องการเฉพาะตัวของคนไทย เพราะ เอ็มจี ต้องการทำให้เห็นว่ารถทุกรุ่นของ เอ็มจี คือ แรงบันดาลใจและส่วนหนึ่งของชีวิต ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาให้กับลูกค้าทุกคน”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เชอรี ประเทศไทย เปิดตัวในงาน Motor Show ครั้งแรก กระแสแรง ยอดจองทะลุกว่า 3,400 คัน ใน 7 วัน สะท้อนความนิยม ท่ามกลางราคาน้ำมันพุ่ง พร้อมอัดแคมเปญโดนใจผู้บริโภค
เชอรี ประเทศไทย (Chery Thailand) ประกาศความสำเร็จในการร่วมงาน Motor Show ครั้งแรก พร้อมสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย ด้วยยอดจองรถยนต์เชอรีรวมกว่า 3,400 คัน ภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน สะท้อนถึงความนิยมและการยอมรับในแบรนด์ได้อย่างชัดเจน ท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันที่ยังคงปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สำหรับรุ่นที่ได้รับความสนใจสูงอย่างต่อเนื่องคือ Chery V23 ซึ่งทำยอดจองได้มากกว่า 1,600 คัน ด้วยดีไซน์รถทรงกล่องที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ผสานฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ขณะที่
Chery Q ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดีไม่แพ้กัน ด้วยยอดลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษกว่า 1,800 คัน เสริมด้วยแคมเปญพิเศษภายในงาน Motor Show 2026 ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดีอีกทั้งความสำเร็จดังกล่าวยังสอดคล้องกับความแข็งแกร่งของแบรนด์เชอรีในระดับสากล ซึ่ง J.D. Power ประเทศจีน ได้จัดอันดับให้เชอรีเป็นหนึ่งในแบรนด์ที่โดดเด่นด้านคุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้า พร้อมทั้ง Chery V23 เป็นอันดับ 1 ในกลุ่มรถ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง (Midsize Pure Electric SUV) ในปี 2026 ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยยืนยันความเชื่อมั่นและความไว้วางใจจากผู้บริโภคทั่วโลก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
รถยนต์ไฟฟ้า MAZDA6e ที่สุดแห่งความหรูหราสง่างามระดับโลก ชนะเลิศรางวัล World Car Design of the Year 2026
เมื่อผู้คนทั่วโลกต่างยกย่องถึงความสง่างามด้านการออกแบบ ความประณีต เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และการคัดสรรด้วยวัสดุคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ส่งผลให้รถยนต์ไฟฟ้า Mazda6e พิชิตรางวัลอันทรงเกียรติในปีนี้มาครอง นั่นคือ รางวัลรถยนต์ออกแบบยอดเยี่ยมของโลก ประจำปี 2026 (2026 World Car Design of the Year – WCDOTY) จากเวทีการประกวด World Car of the Year Awards 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดย World Car Awards (WCA) ซึ่งในครั้งนี้นับเป็นครั้งที่ 3 ที่รถยนต์จากมาสด้าได้รับรางวัลนี้ ต่อจาก Mazda Roadster (หรือ Mazda MX-5) ในปี 2016 และ Mazda3 ในปี 2020
รางวัลดังกล่าวเริ่มจัดขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมกราคมปี 2004 โดยสมาชิกผู้สื่อข่าวสายยานยนต์จากทั่วโลกร่วมเป็นคณะกรรมการตัดสิน สำหรับปี 2026 รถยนต์ที่ชนะเลิศ ได้รับการคัดเลือกจากรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์ จำนวน 90 รุ่น โดยมีผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ 98 แห่ง จากทั่วโลก ร่วมเป็นคณะกรรมการผู้ลงคะแนนเสียง ซึ่งผลการตัดสินรอบสุดท้ายได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดย WCA เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 (ตามเวลาท้องถิ่น) ณ มหานครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา
Mazda EZ-6 / Mazda6e ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่ของมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ในการมุ่งสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า โดยยังคงรักษาเอกลักษณ์และนวัตกรรมด้านการออกแบบที่มาสด้าได้สั่งสมมาตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดการออกแบบ “KODO — Soul of Motion” และคอนเซ็ปต์ “Authentic Modern” รถรุ่นนี้ผสานความมีชีวิตชีวา ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธรรมชาติ เข้ากับความล้ำสมัยที่เหมาะกับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) พร้อมสัดส่วนตัวถังแบบคูเป้ที่สวยงามลงตัว อีกทั้งยังเน้นงานออกแบบเชิงประติมากรรมและความประณีตของงานฝีมือ เพื่อมอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” แม้จะเข้าสู่ยุคของยานยนต์ไฟฟ้า
Mazda EZ-6 เป็นรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่เปิดตัวในประเทศจีน เมื่อเดือนตุลาคม 2024 โดยผสานดีไซน์เอกลักษณ์ของมาสด้า เข้ากับสมรรถนะการขับขี่แบบ “Jinba-ittai” (ความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ) รวมถึงเทคโนโลยีไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะจากพันธมิตร*1 ส่วน Mazda6e ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก EZ-6 โดยปรับปรุงให้เหมาะสมกับสมรรถนะและฟังก์ชั่นการใช้งานในแต่ละตลาด เริ่มวางจำหน่ายในยุโรปตั้งแต่เดือนกันยายน 2025 และมีแผนเปิดตัวในออสเตรเลีย กลุ่มประเทศอาเซียน และภูมิภาคอื่น ๆ ในปี 2026 เพื่อตอบสนองความต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น สำหรับประเทศไทยรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นนี้ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน ภายใต้ชื่อ The All-Electric Mazda6e และกำลังได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทยอยู่ในขณะนี้
มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในคุณค่าหลัก “Radically Human” โดยมุ่งพัฒนา “Joy of Driving” ความสุขในการขับขี่ และส่งมอบ “Joy of Living” ความสุขในการใช้ชีวิต ผ่านประสบการณ์การเดินทางที่สร้างความประทับใจในชีวิตประจำวันให้กับลูกค้าตลอดไป
*1 Chongqing Changan Automobile Co., Ltd.
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ฮอนด้า คว้า Best Costume Design Award จากงาน Motor Show 2026 ชูดีไซน์ที่สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “Activating Life’s Next Move”
ฮอนด้า โดยบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด คว้ารางวัล Best Costume Design Award จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 โดยมีนายโคจิ อิวานามิประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร.อารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เข้ารับรางวัลจากคุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ณ บูทฮอนด้า ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
รางวัลในครั้งนี้ สะท้อนถึงความตั้งใจด้านงานดีไซน์ของฮอนด้าที่ไม่หยุดอยู่เพียงแค่ตัวรถ แต่ยังรวมถึงภาพลักษณ์ที่สะท้อนการจัดแสดงไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) และสะท้อนผ่านเครื่องแต่งกายของ Honda Lady ซึ่งได้รับการสร้างสรรค์ให้สอดคล้องกับแต่ละโซนการจัดแสดง ภายใต้แนวคิด “Activating Life’s Next Move” ได้แก่
- Life Passion: สะท้อนความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวของยนตรกรรมทั้งรถยนต์และจักรยานยนต์ ผ่านการใช้โทนสีแดงและดำที่ดูดุดันและทรงพลัง
- Urban Life: สะท้อนวิถีคนเมืองยุคใหม่ผ่านลุค Working Woman ที่สามารถปรับเปลี่ยนดีไซน์ลุคทำงาน
ที่ดูเป็นทางการในตอนกลางวัน สู่ลุคเสื้อครอปสำหรับสังสรรค์ในยามค่ำคืนได้อย่างคล่องตัว
- Smart Life: นำเสนอภาพลักษณ์แห่งโลกอนาคตและเทคโนโลยี EV ผ่านการใช้สีขาวและสีน้ำเงิน พร้อมวัสดุ
ที่มีความเงางาม สื่อถึงความล้ำสมัยอย่างมีระดับ
- Life Explorer: เน้นดีไซน์ที่มีความกระฉับกระเฉงและคล่องตัว ในโทนสีน้ำตาล สะท้อนจิตวิญญาณนักเดินทาง
ที่พร้อมลุยไปในทุกเส้นทางอย่างไร้ขีดจำกัด
ร่วมสัมผัสไลน์อัปผลิตภัณฑ์ฮอนด้าที่บูทฮอนด้า (A22 และ M1) ในงานบางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show 2026) อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์: honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยคาดการณ์ตลาดยานยนต์ยังทรง พร้อมวอนรัฐออกมาตรการกระตุ้นต่อเนื่อง
สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Industry Association : TAIA) ร่วมกับสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (The Thai Automotive Journalists Association : TAJA) จัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสื่อมวลชน (TAIA Meets the Press) ในหัวข้อ “เจาะลึกอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย” โดยมองแนวโน้มตลาดยานยนต์ปี พ.ศ. 2569 มีแนวโน้มการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยอาจจะดีขึ้นหากได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง
นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เผยว่า “ในปี พ.ศ. 2569 คาดการณ์การผลิตรถยนต์ของไทยโดยรวมที่ 1.5 ล้านคัน เติบโตขึ้นจากปีที่ผ่านมาประมาณ 3.4%
โดยแบ่งเป็นการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ 550,000 คัน และผลิตเพื่อส่งออก 950,000 คัน
และสำหรับตัวเลขรถจักรยานยนต์ คาดการณ์ยอดผลิตที่ 2 ล้านคัน เติบโตลดลงจากปีที่ผ่านมา
ประมาณ 4.76 %ปัจจัยที่ส่งผลต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทยปี 2569 มี ดังนี้
ทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปี 2569
- การผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกในปี 2569 ยังคงมีสัดส่วนมากกว่าการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ โดยคาดการณ์ว่าจะอยู่ในระดับมากกว่า 60% ของการผลิตรถยนต์ทั้งหมด
- สัดส่วนการผลิตรถยนต์นั่ง xEV มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในประเทศและต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มรถยนต์นั่งไฟฟ้า HEV BEV และ PHEV ตามลำดับ คาดว่าสัดส่วนของการผลิตรถยนต์นั่ง XEV จะยังคงสัดส่วนมากกว่าการผลิตรถยนต์นั่ง ICE
- ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตรถกระบะ 1 ตัน ที่สําคัญของโลก และเป็น “Product Champion” ที่สำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเกือบทั้งหมดเป็นรถยนต์กระบ ICE ซึ่งยังสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศได้ดี
- ด้านกำลังซื้อภายในประเทศ ตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากจากหนี้ครัวเรือนและหนี้เสียของสินเชื่อยานยนต์ที่คงตัวอยู่ในระดับสูง (โดยเฉพาะกลุ่มรถยนต์กระบะ) ส่งผลให้สถานบันการเงินยังคงความเข็มงวดในการปล่อยสินเชื่อต่อไปอีกระยะหนึ่ง และคาดว่าจะทำให้ตลาดรถยนต์กระบะมีแนวโน้มฟื้นตัวได้ช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้
- การส่งออกรถยนต์ในปี 2569 มีแนวโน้มคงตัวในระดับใกล้เคียงกับปีที่แล้ว โดยมีปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลก กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมและมลพิษของประเทศคู่ค้า รวมถึงสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง
ความท้าทายต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และข้อเสนอแนะ
- ผลกระทบจากปัญหาสงครามในภูมิภาคตะวันออกลาง
- การส่งออกรถยนต์และชิ้นส่วนยานยนต์ไปยังตะวันออกกลางหยุดชะงัก จากการปิดเส้นทางการขนส่งสินค้าสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ โดยในปี 2568 ไทยส่งออกรถยนต์ไปยังภูมิภาคตะวันออกกลางสูงถึง 200,000 คัน คิดเป็น 21% ของการส่งออกทั้งหมดและเป็นตลาดสำคัญอันดับที่ 3 ของไทย โดยคาดการณ์ผลกระทบได้คือ
ผลกระทบระยะสั้น
- ภาคอุตสาหกรรมอาจเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากราคาน้ำมัน ค่าเรือขนส่ง(Freight) ค่าระวางเรือ และค่าเบี้ยประกันภัยที่ปรับสูงขึ้น
- การขาดแคลนพลังงาน และต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นฉับพลัน ส่งผลต่อกระบวนการผลิตที่อาจหยุดชะงัก รวมถึงต้นทุนที่อาจเพิ่มขึ้น
ผลกระทบระยะกลาง – ยาว
- หากสงครามยืดเยื้อ อาจก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้หลายประเทศต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง
- มาตรฐานประสิทธิภาพพลังงานเชื้อเพลิงในยานยนต์ใหม่ (New Vehicle Efficiency Standard : NVES) ของประเทศออสเตรเลีย โดยมีผลบังคับใช้มาตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งจะมีความเข้มงวดมากขึ้นในปีนี้ ส่งผลให้ผู้ส่งออกรถยนต์จากประเทศไทยจำเป็นพิจารณารถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น เช่น HEV PHEV หรือ BEV เพื่อให้เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด
- โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่สำหรับยานยนต์ เริ่มบังคับใช้มาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ส่งผลให้ผู้ผลิตรถยนต์จำเป็นต้องพัฒนาผลิตภัณฑ์และปรับตัวให้สอดคล้องกับแนวทางของโครงสร้างภาษีฉบับใหม่ ทั้งการลดการปล่อย CO2 การติดตั้งระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS รวมถึงการใช้ชิ้นส่วนยานยนต์ที่ผลิตในประเทศ
นอกจากนี้ สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้เสนอมาตรการต่อภาครัฐ ดังนี้
- เพื่อบรรเทาผลกระทบจากภาวะสงครามในตะวันออกกลาง สมาคมฯ ขอให้ภาครัฐมีมาตรการส่งเสริมและกระตุ้นตลาดรถยนต์ภายในประเทศ เพื่อทดแทนปริมาณรถยนต์ที่ไม่สามารถส่งออกไปยังตะวันออกกลางได้ รวมถึงมีมาตรการเยียวยาผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะสงคราม
- เพื่อเป็นการรักษาตลาดส่งออกรถยนต์สำคัญของไทยอย่างภูมิภาคออสเตรเลียและโอเชียเนีย สมาคมฯขอให้ภาครัฐหาโอกาสเจรจาเพื่อชะลอหรือผ่อนผัน การบังคับใช้มาตรการ NVES เพื่อให้ผู้ผลิตรถยนต์ในประเทศไทยมีเวลาปรับตัว
- มาตรการกระตุ้นยอดขายในประเทศ
3.1. มาตรการระยะสั้น เช่น
3.1.1. มาตรการด้านภาษี: การใช้กลไกการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
และ การหักค่าใช้จ่ายเงินได้นิติบุคคล สำหรับการซื้อรถยนต์ที่ผลิตในประเทศ
เพื่อจูงใจการซื้อรถยนต์3.1.2. มาตรการด้านสินเชื่อ: ผ่านการผ่อนปรนเงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อสำหรับ
กู้ซื้อรถ3.1.3. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ: กระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐผ่านงบประมาณ
ประจำปี3.1.4. มาตรการเพิ่มสัดส่วนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในหน่วยงานภาครัฐ ให้รวมถึง
รถยนต์ XEV ทุกชนิด และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า3.2 มาตรการระยะกลาง – ยาว
3.2.1. มาตรการ สนับสนุนการผลิตภายในประเทศทดแทนการส่งเสริมการนําเข้า
รถยนต์จากต่างประเทศ โดยขอให้มีการกําหนดโครงสร้างภาษีสรรพสามิตตาม
สัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (LOCAL CONTENT) และลดหรือยกเว้นอากร
นําเข้าชิ้นส่วนสําคัญสําหรับรถยนต์ไฟฟา xEV ในระยะต้นของการผลิตสําหรับ
ชิ้นส่วนทีไม่มีผู้ผลิตในประเทศไทย3.2.2. มาตรการยกระดับอุตสาหกรรมชิ้นส่วนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่ยานยนต์
สมัยใหม่ เพื่อสนับสนุนและส่งเสริม การเปลี่ยนผ่านของผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ3.2.3.เร่งรัดการเจรจาข้อตกลง FTA โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่มีศักยภาพในการ
ส่งรถยนต์จากประเทศไทยโดยคาดหวังว่ามาตรการเหล่านี้ จะสามารถกระตุ้นตลาดรถยนต์และรถจักรยานยนต์ปีนี้ และปีต่อๆไป ให้ฟื้นตัวไปสู่ระดับปกติ และดียิ่งขึ้นต่อไป
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการมอบรางวัล “TAIA-AIC Traffic Safety Awards 2025” หรือโครงการประกวดมาตรการองค์กรส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน โดยสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยได้มอบรางวัลให้แก่บริษัทผู้ผลิตยานยนต์จำนวน 12 บริษัท เพื่อเป็นการยกย่องและส่งเสริมว่าบริษัทดังกล่าว ได้ดำเนินมาตรการด้านความปลอดภัยทางถนนต่างๆอย่างเป็นรูปธรรม”

































































































