-
News Car1 Min Read
อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 47 แก่โรงเรียนบ้านไหล่สูง จังหวัดอุบลราชธานี”
กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และคุณสมศรี พร้อมญาติ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 11 กรมทรัพยากรน้ำบาดาลกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาสิ่งที่ดีให้สังคมและชุมชนอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” แห่งที่ 47 ให้แก่ โรงเรียนบ้านไหล่สูง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของนักเรียนและครูในโรงเรียนรวมถึงคนในชุมชนตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”
มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “โครงการ ‘อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต’ เป็นโครงการเพื่อสังคมระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความตั้งใจที่จะส่งมอบน้ำดื่มสะอาดให้แก่โรงเรียนทั่วประเทศไทยให้นักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษาได้มีน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอและยั่งยืน แม้ในช่วงเวลาที่สังคมต้องเผชิญกับความท้าทายและสถานการณ์ อันยากลำบาก กลุ่มอีซูซุยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์ที่จะสานต่อโครงการ ‘อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต’ อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่เยาวชนไทย และส่งต่อสิ่งดี ๆ ให้กับสังคมต่อไป”
โรงเรียนบ้านไหล่สูง ตำบลไหล่ทุ่ง อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี เปิดสอนตั้งแต่ระดับ ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา โรงเรียนแห่งนี้ประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคบริโภค เนื่องจากแหล่งน้ำในพื้นที่มีคุณภาพไม่เหมาะสม ทั้งยังพบปัญหาน้ำสนิม น้ำเค็ม และน้ำกร่อย ซึ่งไม่สามารถบำบัดด้วยเครื่องกรองน้ำทั่วไปที่โรงเรียนมีอยู่ในปัจจุบันได้ จึงทำให้มีความจำเป็นต้องจัดซื้อน้ำดื่มสำหรับบริโภคทั้งหมด ในปริมาณสัปดาห์ละ 15 ถัง ราคาถังละ 15 บาท คิดเป็นค่าใช้จ่ายประมาณ 900 บาท ต่อเดือน หากโรงเรียนบ้านไหล่สูงได้รับการสนับสนุนจากโครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” จะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อน้ำดื่ม และสามารถนำงบประมาณส่วนนี้ไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาด้านอื่น ๆ ที่ยังขาดแคลนภายในโรงเรียนได้ ด้วยเหตุนี้กลุ่มอีซูซุจึงส่งทีมงานลงพื้นที่พร้อมเจ้าหน้าที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจปัญหาและติดตั้งระบบน้ำดื่มสะอาดที่ประกอบด้วยระบบบ่อน้ำบาดาลครบวงจร ระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน อาคารผลิตน้ำดื่ม พร้อมจัดอบรมวิธีการใช้งาน การทำความสะอาด และการบำรุงรักษาให้แก่บุคลากรที่รับผิดชอบ รวมทั้งการเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำให้ได้มาตรฐานอย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ได้มาตรฐานด้านสุขอนามัย โครงการนี้จะช่วยให้นักเรียน บุคลากรในโรงเรียน และชุมชนใกล้เคียงกว่า 3,000 คน ได้มีน้ำดื่มสะอาดถูกหลักอนามัยบริโภคอย่างต่อเนื่อง พร้อมขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลที่ความลึก 44 เมตร ซึ่งมีอัตราการสูบน้ำ 10 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง (10,000 ลิตรต่อชั่วโมง) และติดตั้งระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐานองค์การอนามัยโลก (WHO) ซึ่งนอกจากจะช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคภายในโรงเรียนได้อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดแล้ว จะช่วยสร้างความเท่าเทียมในการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาด และช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียน และบุคลากรได้อย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” ได้เพิ่มอุปกรณ์พิเศษในกระบวนการผลิตน้ำดื่มสะอาด นั่นคือการติดตั้งระบบพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของอีซูซุในเรื่องความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ซึ่งเป็นนโยบายหลักของอีซูซุ รวมทั้งการสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลไทยในการใช้พลังงานจากทรัพยากรทดแทน และยังช่วยลดค่าไฟฟ้าของโรงเรียนได้ประมาณ 3,000 บาท ต่อเดือนอีกด้วย
คุณสมศรี พร้อมญาติ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 11 กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวถึงโครงการว่า “รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่โรงเรียนบ้านไหล่สูงได้รับการสนับสนุนจากโครงการอีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต และขอขอบคุณกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ที่ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินโครงการนี้ขึ้นมา เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำให้กับโรงเรียนและชุมชนโดยรอบ ทำให้นักเรียน บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนในพื้นที่มีน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านระบบประปาและการปรับปรุงคุณภาพน้ำให้กับเยาวชนและประชาชนในพื้นที่อีกด้วย ถือเป็นโครงการที่สร้างประโยชน์และคุณค่าให้กับชุมชนอย่างแท้จริง”
คุณจารุวรรณ เสียงไพเราะ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านไหล่สูง กล่าวถึงปัญหาน้ำที่โรงเรียนว่า “โรงเรียนขาดแคลนน้ำไม่มีน้ำบริโภคและอุปโภค ในบ่อของเราน้ำมีไม่เพียงพอถ้าหน้าฝนน้ำจะมีดินโคลนปะปน หน้าแล้งก็แทบจะเรียกว่าไม่มีน้ำ ทำให้เราขาดแคลนน้ำที่ใช้ในโรงเรียนอย่างมาก ทางกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยพบกับปัญหาที่สำคัญของเราและได้มาช่วยสร้างอาคารผลิตน้ำดื่มที่ใช้สำหรับอุปโภคบริโภค ต้องขอบพระคุณโครงการอีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต เพราะน้ำที่อีซูซุสร้างให้กับพวกเรานั้นเป็นน้ำที่ได้มาตรฐานสามารถดื่มได้ เป็นการพัฒนาให้ลูกนักเรียนได้เจริญเติบโตได้มีสุขภาพที่สมบูรณ์แข็งแรงและเป็นเด็กที่ดีต่อไปค่ะ”
โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นตามปณิธานที่ได้ตั้งไว้ว่า จะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป เพื่อตอบแทนสังคมโดยมีเป้าหมายที่จะบรรเทาความเดือดร้อนปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดให้หมดไป อีซูซุยังมุ่งเน้นแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ตอกย้ำคุณค่าแบรนด์อีซูซุที่อยู่เคียงข้างคนไทย และเติบโตคู่สังคมไทย ที่ไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการทำธุรกิจในประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนประเทศไทยต่อในอนาคตอย่างยั่งยืน
#IsuzuGivesWaterForLife #อีซูซุให้น้ำเพื่อชีวิต #Isuzu #อีซูซุ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
default -
“ธนบุรีพานิช” เปิดทริปตามรอย Mercedes-Benz ถึงเยอรมนี สัมผัสประสบการณ์ขับ Mercedes-AMG บน Autobahn พร้อม “ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน” ร่วมเดินทาง
ธนบุรีพานิช ชวนลูกค้า Mercedes-Benz และผู้หลงใหลในโลกแห่งยนตรกรรม ร่วมออกเดินทางครั้งพิเศษกับ “The Mercedes-Benz Journey: Discover Germany Through the Legacy of Mercedes-Benz” สู่ประเทศเยอรมนี เพื่อสัมผัสโลกของ Mercedes-Benz ถึงถิ่นกำเนิด ผ่านประสบการณ์ที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์ งานฝีมือ นวัตกรรม และ Performance ตั้งแต่ยนตรกรรมระดับตำนาน ไปจนถึงการสัมผัสสมรรถนะของ Mercedes-AMG ด้วยตัวเองในดินแดนต้นกำเนิด พร้อมอีกหนึ่งความพิเศษกับ “ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน” ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และรถยนต์ ที่จะร่วมเดินทางในฐานะ Special Guest เติมเต็มประสบการณ์ด้วยเรื่องราว ความรู้ และมุมมองที่น่าสนใจ
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญที่สุดของการเดินทาง คือการไปถึง Affalterbach บ้านเกิดของ Mercedes-AMG เปิดประสบการณ์ AMG Factory Experience สัมผัสเบื้องหลังโลกแห่ง Performance อย่างใกล้ชิด ก่อนก้าวขึ้นนั่งหลังพวงมาลัยกับ AMG Driving Experience on Road ขับ Mercedes-AMG บนถนนจริงของประเทศเยอรมนี ทั้งเส้นทางชนบทและบางช่วงของ Autobahn พร้อม AMG Instructor ผู้เชี่ยวชาญโดยเฉพาะ ที่จะถ่ายทอดเทคนิคการขับและการควบคุมรถ ให้ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสสมรรถนะและคาแรกเตอร์ของ Mercedes-AMG ในดินแดนต้นกำเนิดด้วยตัวเอง
จากโลกแห่ง Performance การเดินทางจะพากลับไปยังจุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์ยานยนต์ ณ Mercedes-Benz Museum เมือง Stuttgart ผ่านยนตรกรรมกว่า 160 คัน ตั้งแต่รถยนต์รุ่นแรกของโลก รถแข่งและยนตรกรรมระดับตำนาน ไปจนถึงเทคโนโลยีและแนวคิดแห่งอนาคต พร้อมเยือน Mercedes-Benz Classic Center เพื่อสัมผัสเบื้องหลังงานฝีมือ การดูแล และการฟื้นฟูยนตรกรรมคลาสสิกโดยผู้เชี่ยวชาญ
อีกหนึ่งความพิเศษของการเดินทางครั้งนี้ คือการมี ดร.วิทย์ สิทธิเวคิน ร่วมเป็น Special Guest ในช่วงพิเศษของทริป ด้วยความรู้และความสนใจที่ครอบคลุมทั้ง โลกยานยนต์และประวัติศาสตร์ ผสานกับเอกลักษณ์ในการเล่าเรื่องที่สนุกและเข้าใจง่าย มาร่วมเปิดมุมมองและเชื่อมโยงเรื่องราวเบื้องหลังของรถ เทคโนโลยี ผู้คน สถานที่ และเหตุการณ์สำคัญ ทำให้แต่ละจุดหมายไม่ได้มีเพียงสิ่งให้ชม แต่ยังมีเรื่องราวให้เข้าใจและค้นพบมากยิ่งขึ้น
ความพิเศษของ The Mercedes-Benz Journey ยังอยู่ที่ผู้พาการเดินทางครั้งนี้กลับไปสู่ต้นกำเนิด เพราะ ธนบุรีพานิช ผู้บุกเบิก Mercedes-Benz ในประเทศไทย และมีเรื่องราวร่วมกับแบรนด์ดาวสามแฉกมายาวนานกว่า 85 ปี ครั้งนี้จึงเป็นการพาคนรัก Mercedes-Benz จากจุดเริ่มต้นของเรื่องราวในประเทศไทย กลับไปสัมผัสจิตวิญญาณของแบรนด์ถึงถิ่นกำเนิดในประเทศเยอรมนี ผ่านประสบการณ์ที่ตั้งใจคัดสรรขึ้นเป็นพิเศษ
นอกจากโลกแห่งยนตรกรรม โปรแกรมยังเติมเต็มการเดินทางด้วยประสบการณ์ด้านศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์ ตั้งแต่ Motorworld Region Stuttgart จุดหมายของคนรักรถคลาสสิกและยนตรกรรมหายาก, Herrenchiemsee Palace พระราชวังกลางทะเลสาบแห่งบาวาเรีย ไปจนถึง Ingolstadt Village และ Maximilianstrasse ถนนสายลักชัวรี่ใจกลาง Munich เพื่อให้การเดินทางครบทั้ง Passion, Culture และ Lifestyle ในแบบ Mercedes-Benz
The Mercedes-Benz Journey: Discover Germany Through the Legacy of Mercedes-Benz จัดขึ้นบนเส้นทาง Stuttgart – Munich ประเทศเยอรมนี ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 6 พฤศจิกายน 2569 ธนบุรีพานิชมอบสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าในราคา 179,000 บาทต่อท่าน และราคาสำหรับบุคคลทั่วไป 199,000 บาทต่อท่าน รวมบัตรโดยสารเครื่องบินชั้น Economy Class (ราคาดังกล่าวยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
สอบถามรายละเอียดและสำรองสิทธิ์ได้ที่ ธนบุรีพานิช โทร. 02-405-8818 หรือ LINE Official Account: @Benzthonburi
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
TOYOTA GAZOO Racing Thailand ฝ่าศึกเอ็นดูรานซ์ 10 ชั่วโมง ครองแชมป์ RAAT Thailand Endurance Championship ผงาดรับถ้วยพระราชทานฯครั้งที่ 6
“TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถภายใต้การสนับสนุนของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศความสำเร็จในศึก “RAAT Thailand Endurance Championship 2026” สนามปิดฤดูกาล หลังรถแข่ง Toyota Corolla Altis GR Sport หมายเลข 19 คว้าอันดับ 2 ทั้งแบบ Overall และรุ่น TC2 ส่งให้ TOYOTA GAZOO Racing Thailand คว้าแชมป์ RAAT Thailand Endurance Championship ต่อเนื่องเป็นสมัยที่ 5 และสร้างสถิติทีมแข่งที่ครองถ้วยพระราชทานฯ ถึง 6 ครั้งจากการแข่งขันทั้งหมด 7 ฤดูกาล ตอกย้ำความเป็นหนึ่งของการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบประเภทเอ็นดูรานซ์ของประเทศไทย ที่ต้องอาศัยทั้งความเร็ว ความทนทาน และการทำงานร่วมกันอย่างแม่นยำตลอดการแข่งขัน
การแข่งขันปิดฤดูกาลครั้งนี้นับเป็นบททดสอบสำคัญของทั้งรถแข่ง นักแข่ง และทีมงาน ที่ต้องอาศัยความแม่นยำในการวางกลยุทธ์และการบริหารการแข่งขันตลอด 10 ชม. ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัดในช่วงแรก ก่อนที่ฝนจะลงมาสร้างความยากและท้าทายในการแข่งขัน โดย TOYOTA GAZOO Racing Thailand ยังคงแสดงศักยภาพอันแข็งแกร่งรอบด้าน สร้างผลงานเยี่ยมจบการแข่งขันในแต่ละรุ่น ดังนี้
รุ่น TC2 ด้วยรถแข่ง Toyota Corolla Altis GR Sport จำนวน 2 คัน เริ่มจากหมายเลข 19 ขับโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, มานัต กุละปาลานนท์ และ ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ ฟอร์มดีรักษาผลงานเยี่ยม เข้าเส้นชัยคว้าอันดับ 2 ทั้งในรุ่นและแบบ Overall ด้วยจำนวน 287 รอบสนาม ส่งให้ทีมคว้าแชมป์ประจำปีได้สำเร็จ
ขณะที่รถหมายเลข 20 ขับโดย กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ กฤษฎิ์ วสุรัตน์ รวมพลังกันฝ่าดราม่าสู้สุดความสามารถ ก่อนจบการแข่งขันในอันดับ 4 ของรุ่น และอันดับ 20 แบบ Overall ด้วยจำนวน 228 รอบสนาม
รุ่น TC3 รถแข่ง Toyota Yaris ATIV หมายเลข 29 โดย นรรัศมิ์ อภิวาท, ณ ดล วัฒนธรรม และ ชิบะ เคนทาโร่ ดวลกับคู่แข่งอย่างเข้มข้นตลอด 10 ชั่วโมง ก่อนจบการแข่งขันในอันดับ 3 ของรุ่น และอันดับ 8 แบบOverall ด้วยจำนวน 263 รอบสนาม
รุ่น TC N+ รถแข่ง Toyota Yaris ATIV HEV หมายเลข 39 ขับโดย สิทธิชัย ฆังนิมิตร, ทรงศักดิ์ กรศิริสืบสกุล และณัฐพล อังฤทธานนท์ ลงสนามพิสูจน์สมรรถนะของเทคโนโลยีไฮบริดภายใต้การแข่งขันสุดทรหด ก่อนจบการแข่งขันในอันดับ 5 ของรุ่น และอันดับ 19 แบบOverall ด้วยจำนวน 229 รอบสนาม
หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่งสังกัด TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “การแข่งขัน 10 ชั่วโมงสนามนี้เต็มไปด้วยความท้าทาย ทุกคนในทีมทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยมจนสามารถคว้าแชมป์ประจำฤดูกาลได้สำเร็จ เป็นการครองแชมป์ต่อเนื่องสมัยที่ 5 และเราครองถ้วยพระราชทานฯ เป็นครั้งที่ 6 จาก 7 ฤดูกาล เป็นผลจากความทุ่มเทของทุกคนตลอดทั้งปี ขณะเดียวกันทุกประสบการณ์จากสนามแข่งขันยังเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาต่อยอดตามแนวคิด ‘MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS‘ และขอขอบคุณแฟนมอเตอร์สปอร์ตทุกคนที่สนับสนุนทีมมาโดยตลอด”
แฟนมอเตอร์สปอร์ตสามารถติดตามข่าวสาร และการแข่งขันโปรแกรมถัดไปของทีมในรายการ TSS The Super Series by B-Quik 2026 ระหว่างวันที่ 30 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ได้ทาง Facebook และ Instagram : TOYOTAGAZOORacingTeamThailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“ก้อง-สมเกียรติ” แท็กทีม “ดิ๊กสัน” ลุยศึก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” สนาม 9 ฝรั่งเศส
“ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดขวัญใจชาวไทยจากทีมโรงงาน “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” พร้อมเต็มร้อยก่อนลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 9 ที่ เซอร์กิต เดอ เนแวร์ส มันญี-คูร์ส ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งจะเป็นการลงแข่งสนามแห่งนี้เป็นครั้งแรกของชีวิตในสุดสัปดาห์นี้ หลังฝึกซ้อมอย่างหนักและทดสอบรถแข่ง Honda CBR1000RR-R กับทีมในช่วงพักเบรก
หลังจากพักเบรกครึ่งฤดูกาลกว่า 2 เดือน ในที่สุด ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ก็ได้ฤกษ์กลับมาดวลความเร็วกันอีกครั้งที่ประเทศฝรั่งเศส โดยจะแข่งขันกันระหว่างวันที่ 4-6 กันยายนนี้ ภายใต้การรอคอยของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก
ล่าสุด “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยเจ้าของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 35 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี พร้อมด้วย “เจค ดิ๊กสัน” ทีมเมทชาวอังกฤษหมายเลข 96 และทีมงานได้เดินทางถึงสนามเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์ของการแข่งขัน
นักบิดชาวไทยใช้เวลาช่วงพักเบรก 2 เดือนในการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมร่างกายอย่างหนัก รวมถึงโปรแกรมการทดสอบร่วมกับทีม 2 ครั้ง ในสนามที่ไม่เคยลงแข่งมาก่อนอย่าง เซอร์กิต เดอ เนแวร์ส มันญี-คูร์ส ที่จะใช้ดวลความเร็วสุดสัปดาห์นี้ และ เซอร์กิโต เอสโตริล ในประเทศโปรตุเกส ซึ่งทีมสามารถเก็บข้อมูลสำคัญในการเซ็ตติ้งรถแข่งภายใต้สภาพสนามที่แตกต่าง และ “ก้อง-สมเกียรติ” ก็ลงทดสอบเป็นจำนวนรอบที่เยอะมาก เพื่อเรียนรู้และปรับตัวให้เข้ากับทั้งสองสนาม
“ก้อง-สมเกียรติ” เผยก่อนเข้าสู่สุดสัปดาห์นี้ว่า “หลังจบการเทสต์ที่ เอสโตริล เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมไม่ได้เดินทางกลับเมืองไทย และใช้เวลา 2-3 วันในอิตาลี เพื่อให้ร่างกายพร้อมที่สุด ตอนนี้เรามาถึง มันญี-คูร์ส แล้ว และเป็นครั้งแรกในชีวิตของผมกับการลงแข่งในสนามแห่งนี้ ซึ่งเราได้ทดสอบกันในช่วงเดือนสิงหาคม”
“เราพยายามทำงานกันทุกด้าน รวมถึงการเซ็ตติ้งรถแข่ง และดูเหมือนว่าการเซ็ตติ้งตามค่าพื้นฐานจะสำเร็จไปราว 80 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 20 เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ เราจะทำงานเพื่อปรับปรุงในช่วงสุดสัปดาห์นี้ และประเมินว่าจะดำเนินไปทิศทางไหน”
ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 9 จะเข้าสู่โปรแกรมการซ้อมในวันศุกร์ที่ 4 กันยายนนี้ ก่อนจะจับเวลารอบซูเปอร์โพล (ควอลิฟาย) ในวันเสาร์ที่ 5 กันยายนนี้ เพื่อจัดอันดับสตาร์ต และดวลความเร็วเรซแรกในคืนเดียวกัน 20.30 น. ตามเวลาประเทศไทย
จากนั้นจะแข่งขันรอบ ซูเปอร์โพล เรซ ในวันอาทิตย์ที่ 6 กันยายนนี้ เวลา 16.10 น. ก่อนจะปิดท้ายด้วยเรซที่ 2 ในเวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions Now SPOTV
โดยแฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และนักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Sime Motors ยกทัพ BMW, MINI และ Porsche จัดงาน BIG DEAL. BIG BRANDS. BIGGER DEALS. พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ 9-15 กันยายน 2569 นี้
ไซม์ มอเตอร์ส (Sime Motors) ผู้นำกลุ่มผู้จำหน่ายยานยนต์พรีเมียมอย่างเป็นทางการในภูมิภาค เตรียมรวมพลัง 3 แบรนด์ระดับโลก BMW, MINI และ Porsche ในงาน SIME MOTORS BIG DEAL. BIG BRANDS. BIGGER DEALS. ตั้งแต่วันที่ 9–15 กันยายน 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยการจัดแสดงครั้งนี้นับเป็นโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคนรักรถ และลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ ให้ได้สัมผัส และเลือกสรรยานยนต์ระดับพรีเมียมจากทั้ง 3 แบรนด์อย่างใกล้ชิดในงานเดียว
ตลอด 7 วันของการจัดงาน ไซม์ มอเตอร์ส ได้รวบรวมยนตรกรรมระดับไอคอนิกมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นำโดยไฮไลต์สำคัญอย่าง รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด BMW iX3 Neue Klasse พร้อมด้วย BMW iX1, MINI Aceman Shadow Collection ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดมีสไตล์ และสปอร์ตเอสยูวีทรงพลัง Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé พร้อมมอบเอกสิทธิ์สุดพิเศษเฉพาะภายในงาน ทั้งข้อเสนอราคาพิเศษ โบนัสพิเศษ Trade-in การขยายรับประกัน และฟรีแพ็กเกจติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน “Your Wallbox, On Us” สำหรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ
ภายในงานยังมีที่ปรึกษาการขายผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมพาชมรายละเอียดเจาะลึกของแต่ละรุ่น และแนะนำแผนการเงินที่ตอบโจทย์ รวมถึงรับของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าภายในงาน
ร่วมสัมผัสยนตรกรรมจาก 3 แบรนด์พรีเมียมระดับโลกครบจบในที่เดียว พร้อมรับเอกสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงาน โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิพิเศษและนัดหมายเวลาเข้าชมได้ทาง Facebook Official Page ของ Performance Motors
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ต่อยอดองค์ความรู้ TTF Award สู่แปลงนาสาธิต ผ่านโครงการ “TTF FROM BOOK TO FIELD : พันธุ์ดี กับ เมล็ดพันธุ์ดี เพื่อความยั่งยืนของชาวนาไทย”
นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมคณะกรรมการมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมเป็นเกียรติในโครงการ “TTF FROM BOOK TO FIELD : พันธุ์ดี กับ เมล็ดพันธุ์ดี เพื่อความยั่งยืนของชาวนาไทย” นำองค์ความรู้จากผลงานวิชาการที่ได้รับรางวัลมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย (TTF Award) ประจำปี 2566–2567 ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม มาถ่ายทอดและต่อยอดสู่การเรียนรู้ในแปลงนาสาธิต เพื่อให้ความรู้จากงานวิจัยสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์เรียนรู้วิถีชีวิตและจิตวิญญาณชาวนาไทย (นาเฮียใช้) จังหวัดสุพรรณบุรี
โครงการ “TTF FROM BOOK TO FIELD : พันธุ์ดี กับ เมล็ดพันธุ์ดี เพื่อความยั่งยืนของชาวนาไทย” เป็นการต่อยอดจากผลงานวิชาการ เรื่อง “การปรับปรุงพันธุ์ข้าวภายใต้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม” โดย รศ.ดร. ชเนษฎ์ ม้าลำพอง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ “การปรับปรุงพันธุ์ข้าวเพื่อทนทานต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม” พร้อมทั้งให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงพื้นที่แปลงนาสาธิต เพื่อเรียนรู้ข้าวพันธุ์ใหม่ของกรมการข้าว ได้แก่ กข113 และ กข119 พร้อมชมการสาธิตการเตรียมกล้าข้าวสำหรับการปลูกด้วยรถปักดำ การผสมเกสรข้าว และการดำนาแบบปักดำ รวมถึงเรียนรู้การแปรรูปข้าวเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม พร้อมสรุปองค์ความรู้ผ่านกิจกรรม “ภารกิจเมล็ดพันธุ์ปริศนา” เพื่อทบทวนและเชื่อมโยงความรู้สู่การนำไปประยุกต์ใช้จริง
โครงการนี้สะท้อนแนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ผ่าน “การให้ภูมิปัญญา” สู่สังคม ด้วยการเปลี่ยนองค์ความรู้จากผลงานวิชาการให้เกิดประโยชน์ในพื้นที่จริง ครอบคลุมทั้งด้านการพัฒนาพันธุ์ข้าวและเมล็ดพันธุ์ การวางแผนการผลิต การประยุกต์ใช้เทคโนโลยี ตลอดจนการเพิ่มมูลค่าผลผลิต มุ่งส่งเสริมการเรียนรู้และสร้างแรงบันดาลใจแก่คนรุ่นใหม่และผู้เกี่ยวข้อง อันจะนำไปสู่การพัฒนาศักยภาพภาคการเกษตรของไทยอย่างยั่งยืน พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ “สังคมแห่งความรู้” และสร้างประโยชน์ทางภูมิปัญญาแก่สังคมไทยในระยะยาว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Sime Motors ยกทัพ BMW, MINI และ Porsche จัดงาน BIG DEAL. BIG BRANDS. BIGGER DEALS. พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ 9-15 กันยายน 2569 นี้
ไซม์ มอเตอร์ส (Sime Motors) ผู้นำกลุ่มผู้จำหน่ายยานยนต์พรีเมียมอย่างเป็นทางการในภูมิภาค เตรียมรวมพลัง 3 แบรนด์ระดับโลก BMW, MINI และ Porsche ในงาน SIME MOTORS BIG DEAL. BIG BRANDS. BIGGER DEALS. ตั้งแต่วันที่ 9–15 กันยายน 2569 ณ ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต โดยการจัดแสดงครั้งนี้นับเป็นโอกาสสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคนรักรถ และลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์คันใหม่ ให้ได้สัมผัส และเลือกสรรยานยนต์ระดับพรีเมียมจากทั้ง 3 แบรนด์อย่างใกล้ชิดในงานเดียว
ตลอด 7 วันของการจัดงาน ไซม์ มอเตอร์ส ได้รวบรวมยนตรกรรมระดับไอคอนิกมาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด นำโดยไฮไลต์สำคัญอย่าง รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด BMW iX3 Neue Klasse พร้อมด้วย BMW iX1, MINI Aceman Shadow Collection ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์สุดมีสไตล์ และสปอร์ตเอสยูวีทรงพลัง Porsche Cayenne S E-Hybrid Coupé พร้อมมอบเอกสิทธิ์สุดพิเศษเฉพาะภายในงาน ทั้งข้อเสนอราคาพิเศษ โบนัสพิเศษ Trade-in การขยายรับประกัน และฟรีแพ็กเกจติดตั้งเครื่องชาร์จไฟฟ้าที่บ้าน “Your Wallbox, On Us” สำหรับรถยนต์รุ่นที่ร่วมรายการ
ภายในงานยังมีที่ปรึกษาการขายผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมพาชมรายละเอียดเจาะลึกของแต่ละรุ่น และแนะนำแผนการเงินที่ตอบโจทย์ รวมถึงรับของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าภายในงาน
ร่วมสัมผัสยนตรกรรมจาก 3 แบรนด์พรีเมียมระดับโลกครบจบในที่เดียว พร้อมรับเอกสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะในงาน โดยสามารถลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อรับสิทธิพิเศษและนัดหมายเวลาเข้าชมได้ทาง Facebook Official Page ของ Performance Motors
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
RANGE ROVER ELECTRIC: นิยามใหม่แห่ง SUV หรูระดับตำนาน
Range Rover เอสยูวีหรูต้นแบบ พร้อมให้เลือกด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแล้ววันนี้ เปิดศักราชใหม่แห่งความประณีตและขีดความสามารถที่ยกระดับยิ่งขึ้น Range Rover พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกผลิตที่โซลิฮัลล์ ถิ่นกำเนิดของ Range Rover นับตั้งแต่ปี 1970 และนับเป็นหมุดหมายสำคัญของแบรนด์
Range Rover Electric เงียบกว่า ให้สมรรถนะอย่างเป็นธรรมชาติมากกว่า ตอบสนองฉับไวกว่า และมีแรงบิดสูงที่สุดเท่าที่ Range Rover เคยมีมา ผสานงานออกแบบที่ไร้คู่เปรียบเข้ากับความประณีตเหนือระดับและความทันสมัยอันน่าตื่นตา ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้ายกระดับคุณลักษณะอันเป็นเอกลักษณ์ของ Range Rover ทั้งสมรรถนะที่เป็นธรรมชาติ ความหรูหราเหนือกาลเวลา และขีดความสามารถที่ไม่ประนีประนอม พร้อมลดเสียงรบกวนภายในห้องโดยสาร
ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าถูกผสานเข้ากับสถาปัตยกรรมที่ยืดหยุ่นอย่างกลมกลืน ซึ่งได้รับการออกแบบให้รองรับระบบไฟฟ้ามาตั้งแต่ต้น Range Rover Electric มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรคู่ขนาด 260 kW ให้กำลังสูงสุด 550 PS และแรงบิดสูงสุด 850 Nm ลูกค้า Range Rover ส่วนใหญ่จึงสามารถเดินทางในชีวิตประจำวันได้โดยไม่ต้องชาร์จระหว่างทาง ด้วยระยะทางขับขี่สูงสุดประมาณ 600 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP1 และระยะทางขับขี่จริงสูงสุด 535 กิโลเมตร5
มาร์ติน ลิมเพิร์ต กรรมการผู้จัดการ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Electric คือผลลัพธ์จากทศวรรษแห่งการพัฒนาด้านวิศวกรรมและเทคโนโลยีอย่างรอบคอบ ซึ่งสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเอสยูวีหรูต้นแบบ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าสอดคล้องอย่างสมบูรณ์แบบกับความประณีตอันเป็นเลิศของ Range Rover และยกระดับความสงบเสมือนพื้นที่ส่วนตัวสำหรับผู้โดยสาร
“ขณะเดียวกัน ขีดความสามารถรอบด้านของ Range Rover ยังคงครบถ้วน ด้วยการผสานระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอันทรงพลังและยืดหยุ่นเข้ากับเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูง ซึ่งทำให้ Range Rover ทุกรุ่นไร้คู่เปรียบ เปี่ยมสมรรถนะ และเป็นที่ปรารถนา เราขยายขอบเขตโครงการทดสอบและพัฒนาไปไกลกว่าที่วางแผนไว้ เพื่อให้มั่นใจว่า Range Rover Electric คือ Range Rover ที่เปี่ยมขีดความสามารถที่สุดอย่างแท้จริง”
เทคโนโลยีใหม่ช่วยให้ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำในทุกสภาพแวดล้อม รวมถึง Intelligent Driveline Dynamics (IDD) ซึ่งกระจายแรงบิดไปยังล้อหลังได้ตั้งแต่ 100% ถึง 0% เพื่อป้องกันการสูญเสียการยึดเกาะ และ Integrated Traction Management (ITM) ซึ่งควบคุมความเร็วของมอเตอร์ภายใน 50 มิลลิวินาที และจัดการการลื่นไถลได้เร็วกว่ารถยนต์ ICE ที่เทียบเท่ากันถึง 100 เท่า
Integrated Traction Management ทำงานประสานกับโหมด Single Pedal ใหม่ มอบการควบคุมอันเหนือชั้น ช่วยให้ออกตัวบนทางลาดชันสูงสุด 33 องศาได้อย่างนุ่มนวล เทียบเท่าความชันของลานสกีระดับ black diamond หรือไต่ทางลาดชันสูงสุด 45 องศาขณะรถมีแรงส่ง
แมตต์ เบกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ JLR กล่าวว่า “คุณลักษณะที่โดดเด่นของ Range Rover Electric คือความสามารถในการขับเคลื่อนบนทุกพื้นผิว พร้อมความสะดวกสบายและความประณีตอย่างเป็นธรรมชาติ เราทุ่มเทอย่างเต็มที่เพื่อให้รถยังคงคุณสมบัติเหล่านี้ไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวที่ยึดเกาะต่ำและภูมิประเทศขรุขระอันท้าทาย หรือถนนเรียบที่ใช้ความเร็วสูง รถยังคงมั่นคงและประณีตอย่างยิ่ง พร้อมมอบความรู้สึกแห่งการควบคุมและความมั่นใจ การตอบสนองและความแม่นยำของระบบควบคุมชุดส่งกำลังใหม่ที่เกิดจากระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ช่วยสนับสนุนคุณสมบัติเหล่านี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เราภาคภูมิใจกับผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างยิ่ง”
เมื่อต้องชาร์จนอกบ้าน Range Rover Electric สามารถชาร์จจาก 10-80% ได้ภายในเวลาประมาณ 22 นาที หรือเพิ่มระยะทาง 220 กิโลเมตร ภายใน 10 นาที (WLTP) ผ่านเครื่องชาร์จเร็ว DC สาธารณะขนาด 350 kW ที่เร็วที่สุดซึ่งมีให้บริการ เมื่อรถรับกำลังชาร์จในอัตราสูงสุด
Range Rover พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรก ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบซ้อนสองชั้นซึ่งมีความจุใช้งาน 118.5 kWh ประกอบด้วยเซลล์ปริซึม 344 เซลล์ ให้ความหนาแน่นพลังงานโดดเด่น พร้อมสถาปัตยกรรม 800 โวลต์ขั้นสูงที่รองรับการชาร์จแบบแยกส่วนได้อย่างรวดเร็วและยืดหยุ่น
มอเตอร์ไฟฟ้าแม่เหล็กถาวรคู่ขนาด 260 kW ให้แรงบิดมากกว่ามอเตอร์ขนาดเดียวกัน 20% และใช้สารกึ่งตัวนำซิลิคอนคาร์ไบด์ที่รองรับความเร็วในการสวิตช์ระดับไมโครวินาที เพื่อสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพกับสมรรถนะอันเหนือชั้นบนทุกพื้นผิว
Range Rover Electric สามารถเร่งความเร็วจาก 0–100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 4.5 วินาที และเร่งแซงจาก 80–121 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.7 วินาที2
นวัตกรรมที่ผ่านการพิสูจน์
Range Rover Electric ผ่านการทดสอบและพัฒนาทั้งแบบเสมือนจริงและทางกายภาพทั่วโลกอย่างเข้มข้น เพื่อมอบประสบการณ์ในแบบฉบับ Range Rover ตั้งแต่อุณหภูมิ -40°C ที่เมืองอาร์เยพล็อก ประเทศสวีเดน ความร้อนในทะเลทรายดูไบ ไปจนถึงศูนย์ทดสอบ Eastnor Castle ของ JLR ในสหราชอาณาจักร รวมระยะทางทดสอบมากกว่า 1.5 ล้านกิโลเมตร และกว่า 250,000 ชั่วโมงทั้งในโลกเสมือนจริงและโลกจริง
เทคโนโลยีใหม่ช่วยดึงศักยภาพของระบบไฟฟ้าออกมาอย่างเต็มที่ ทั้งระบบคาดการณ์ระยะทางอัจฉริยะและระบบจัดการความร้อน ThermAssistTM ขั้นสูง ซึ่งเพิ่มประสิทธิภาพระยะทางขับขี่ ความเร็วในการชาร์จ อายุการใช้งานแบตเตอรี่ และสมรรถนะในอุณหภูมิสุดขั้ว พร้อมเพิ่มระยะทางสูงสุด 40 กิโลเมตรและลดการใช้พลังงานเพื่อทำความร้อนลง 40% มีการยื่นคำขอจดสิทธิบัตรสำหรับ Range Rover Electric มากกว่า 300 รายการ สูงที่สุดสำหรับรถยนต์รุ่นเดียวในประวัติศาสตร์ของแบรนด์
เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพของแบตเตอรี่ ห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ของ JLR นำแบตเตอรี่ที่ทำงานจริงมาทดสอบแรงสั่นสะเทือนหลายแกนและแรงกระแทกอย่างรุนแรงในสภาวะอุณหภูมิ -40°C ถึง +90°C เมื่อผสานกับโครงอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง Range Rover Electric จึงถูกสร้างขึ้นให้ทนต่อแรงกระแทกและแรงสั่นสะเทือนรุนแรง ขณะที่ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงเหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม
เพื่อความสะดวกในการรับบริการและบำรุงรักษา Range Rover Electric ทุกคันมาพร้อม Battery Digital Twin ซึ่งให้จุดข้อมูลวินิจฉัยมากกว่า 900 รายการ เมื่อทำงานร่วมกับ Software Over the Air ชั้นนำของ JLR6 จะช่วยให้ Range Rover ดูแลรถยนต์ของลูกค้าได้ล่วงหน้า ระบบขับเคลื่อนขั้นสูงของ Range Rover Electric มาพร้อมการรับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน7
ผลิตที่โซลิฮัลล์ ประเทศอังกฤษ
เพื่อรองรับการผลิต Range Rover Electric JLR ได้พลิกโฉมโรงงานผลิตในโซลิฮัลล์ ด้วยการผสานการผลิตขั้นสูง เทคโนโลยีดิจิทัล และการลงทุนครั้งสำคัญในการพัฒนาทักษะด้านพลังงานไฟฟ้า พนักงานฝ่ายผลิต 9,000 คนในโซลิฮัลล์ได้รับการยกระดับทักษะด้านพลังงานไฟฟ้าแล้ว พร้อมพนักงานอีก 1,500 คนทั่วเครือข่ายของ JLR ในภูมิภาคเวสต์มิดแลนด์ส
ไนเจล เบลนคินซอป ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ JLR กล่าวว่า “การผลิต Range Rover Electric ที่โซลิฮัลล์ ผสานความเชี่ยวชาญด้านการผลิต Range Rover ที่สั่งสมมากว่าห้าทศวรรษเข้ากับเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้าและการผลิตขั้นสูงล่าสุด
“Range Rover สร้างมูลค่าที่สำคัญทั่วสหราชอาณาจักรและยุโรป การผลิตที่โซลิฮัลล์สนับสนุนธุรกิจหลายพันแห่ง โดยงบประมาณที่ใช้กับซัพพลายเออร์มากกว่าสองในสามส่งตรงไปยังซัพพลายเออร์ในสหราชอาณาจักรและยุโรป”
เครือข่ายโรงงานผลิตของ JLR ในวงกว้าง รวมถึง Electric Propulsion Manufacturing Centre ในวูล์ฟแฮมป์ตัน8 จะสนับสนุนการผลิต Range Rover Electric ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ผลิตแพ็กแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าควบคู่กับเครื่องยนต์สันดาป ทำให้เป็นโรงงานผลิตเครื่องยนต์สันดาปและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดในสหราชอาณาจักร
การพัฒนาระยะแรกครอบคลุมพื้นที่ 40,000 ตร.ม. และใช้เวลาในการวางแผน วิศวกรรม ก่อสร้าง และเตรียมความพร้อมมากกว่าสองล้านชั่วโมงตลอดสี่ปี การพลิกโฉมครั้งนี้เพิ่มสายการผลิตแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า 13 สาย รองรับด้วยสายพานลำเลียงยาว 9 กิโลเมตร และสายไฟฟ้ากับสายข้อมูลยาว 182 กิโลเมตร ซึ่งยาวกว่าแม่น้ำเทมส์
กล้องสแกนขั้นสูงที่ทำงานด้วย AI ถูกผสานเข้ากับกระบวนการตรวจสอบคุณภาพระหว่างการผลิต Electric Drive Unit เพื่อให้มั่นใจว่าชิ้นส่วนสำคัญประกอบเข้ากันอย่างสมบูรณ์และผ่านมาตรฐานความประณีตอันเข้มงวดของ Range Rover Electric นอกจากนี้ เซลล์แบตเตอรี่ทุกเซลล์ได้รับการทดสอบสมรรถนะก่อนบรรจุในแพ็กแบตเตอรี่ ซึ่งจะได้รับการตรวจสอบความสมบูรณ์ของการประกอบและสมรรถนะอีกครั้งก่อนติดตั้งใน Range Rover Electric ที่โซลิฮัลล์
เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ว
ผู้จำหน่าย Range Rover ได้รับการยกระดับทักษะสำหรับยุคใหม่นี้เช่นกัน พร้อมให้คำแนะนำลูกค้าสำหรับก้าวต่อไปของการเดินทางกับ Range Rover Electric เปิดรับคำสั่งซื้อ Range Rover Electric แล้ววันนี้ โดยมีตัวถังให้เลือกทั้งฐานล้อมาตรฐานและฐานล้อยาว9 ในรุ่น Autobiography รวมถึง SV, SV Ultra และ SV Black3 อีกทั้งยังมี First Edition ที่คัดสรรรายละเอียดอย่างพิถีพิถันในสี Belgravia Green, Santorini Black หรือ Varesine Blue จับคู่กับห้องโดยสาร Light Cloud UltrafabricsTM PU และ KvadratTM ที่เปิดตัวใหม่
สำหรับลูกค้าที่ต้องการสร้างสรรค์ Range Rover Electric ให้สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง บริการสั่งทำ Range Rover Bespoke มอบทางเลือกที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตั้งแต่สีและพื้นผิวตัวถังแทบไร้ขีดจำกัด วัสดุระดับสูง การจับคู่สีตามต้องการ ไปจนถึงรายละเอียดเฉพาะบุคคล รวมถึงงานปักที่มีเอกลักษณ์
สำหรับประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์แลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอ Range Rover Electric อีกก้าวสำคัญของ Range Rover สู่ยนตรกรรมหรูที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ โดยยังคงไว้ซึ่งความประณีต สมรรถนะ และขีดความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์
Range Rover Electric เปิดรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ โดยรายละเอียดเกี่ยวกับรุ่นย่อยและราคาจะประกาศให้ทราบในภายหลัง และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ในช่วงต้นปี 2027 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.landrover.co.th หรือสอบถามข้อมูล โทร. 02-666-7500
1 ตัวเลขดังกล่าวเป็นผลจากการทดสอบของ JLR ตามกฎหมายสหภาพยุโรป ตัวเลข WLTP มีไว้เพื่อเปรียบเทียบรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ที่ทดสอบภายใต้สภาวะเดียวกัน ระยะทางขับขี่จริงอาจแตกต่างออกไป และขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ความเร็ว อุณหภูมิ รูปแบบการขับขี่ ภูมิประเทศ น้ำหนักบรรทุก การใช้ระบบต่าง ๆ ของรถ และสภาพแบตเตอรี่
2 ตัวเลขสมรรถนะสำหรับ Range Rover Electric รุ่นฐานล้อมาตรฐาน (SWB) กำลัง 550 PS โปรดปฏิบัติตามกฎหมายจำกัดความเร็วในแต่ละพื้นที่เสมอ
3 เมื่อรถชาร์จด้วยอัตราการชาร์จสูงสุด
4 กระจังหน้าที่ปรับตามหลักอากาศพลศาสตร์ขึ้นอยู่กับแต่ละตลาด Range Rover SV Electric ยังคงใช้กระจังหน้าดีไซน์เฉพาะ SV และล้อขนาด 22 นิ้วเฉพาะ SV
5 ระยะทางขับขี่จริงอ้างอิงจากรถยนต์รุ่นผลิตจริงบนเส้นทางมาตรฐาน ระยะทางที่ทำได้จะแตกต่างกันตามแบตเตอรี่และสภาพรถ เส้นทางจริง สภาพแวดล้อม และรูปแบบการขับขี่ ใช้เพื่อการเปรียบเทียบเท่านั้น ตัวเลขการทดสอบ WLTP อย่างเป็นทางการอาจแตกต่างออกไป
6 การอัปเดต SOTA ต้องมีบัญชี InControl ที่ใช้งานอยู่และสัญญาณที่มีคุณภาพ การอัปเดตต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของ/ผู้ขับขี่ และจำเป็นต้องเชื่อมต่อเครือข่าย
7 สิทธิประโยชน์และความคุ้มครองโดยละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละตลาด โปรดดูเว็บไซต์ของประเทศของท่านหรือติดต่อผู้จำหน่ายในพื้นที่เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม
8 โรงงานผลิตเพิ่มเติมของ JLR ทั่วภูมิภาคเวสต์มิดแลนด์ส ได้แก่ Battery Assembly Centre (วอร์ริกเชียร์), Castle Bromwich Plant (เบอร์มิงแฮม), Future Energy Lab (โคเวนทรี), Prototype Test and Build Facility (โคเวนทรี) และ Special Vehicle Operations Technical Centre (โคเวนทรี)
9 ความพร้อมจำหน่ายของรุ่นฐานล้อยาวแตกต่างกันในแต่ละตลาด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้า ผนึกกำลังภาคีเครือข่าย เดินหน้าพัฒนาศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อม และเศรษฐกิจหมุนเวียนสู่ชุมชนยั่งยืน “Green Learning Hub”
นายสิริวิทย์ ปรีชาศุทธิ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนองค์กร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยผู้แทนจากภาคีเครือข่าย ได้แก่ นายพสิษฐ์โชติ โกวฤทธิ์ นายกเทศมนตรีเมืองแกนพัฒนา ดร.ปาริชาติ เภสัชชา ผู้อำนวยการกลุ่มนิเทศติดตามและประเมินผลการจัดการศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่เขต2 รศ. ดร.ชาตรี มณีโกศล อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ และนายอลงกต เรียนยอย ผู้อำนวยการโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา ร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียนของชุมชน หรือ Green Learning Hub” เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยา จังหวัดเชียงใหม่
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับภาคีเครือข่ายทั้ง 4 หน่วยงาน มุ่งพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาโครงการ “ศูนย์การเรียนรู้สิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียนของชุมชน” เพื่อสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ตามแนวทางปรัชญา ของเศรษฐกิจพอเพียงและและการจัดการสิ่งแวดล้อม โดยมุ่งยกระดับศูนย์การเรียนรู้ของโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยาให้เป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบที่ยั่งยืนของชุมชน ผ่านการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การจัดทำหลักสูตรและกิจกรรมที่บูรณาการแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงและการจัดการสิ่งแวดล้อมเข้าสู่การเรียนการสอนอย่างเป็นรูปธรรม ควบคู่ไปกับการพัฒนาโรงเรียนป่าจี้วังแดงวิทยาสู่ “โรงเรียนอีโคสคูล (Eco-School)” ด้วยการบริหารจัดการโรงเรียนทั้งระบบโดยกำหนดเป็นพันธกิจหลัก 4 ด้าน ในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน ได้แก่
1.นโยบายด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาและโครงสร้างการบริหารจัดการ
2.การจัดกระบวนการเรียนรู้
3.การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในโรงเรียน
4.การมีส่วนร่วมและเครือข่ายด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา
การประเมินผลการดำเนินงานโรงเรียนอีโคสคูล แบ่งการวัดผลออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ ระดับต้น ระดับกลาง และระดับสูง เพื่อสะท้อนพัฒนาการของโรงเรียนในการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมศึกษาให้มีประสิทธิภาพ
ความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนบทบาทของโตโยต้าในการส่งต่อโอกาสและยกระดับคุณภาพชีวิตภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ผ่านการให้ภูมิปัญญาและให้ความเป็นอยู่ที่ดี มุ่งสร้างโอกาสให้เยาวชนและชุมชนสามารถพึ่งพาตนเอง พร้อมเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โตโยต้าเปิดตัว “School SAFE สัญจร” ภายใต้โครงการโตโยต้าถนนสีขาว นำร่องสร้างวินัยคนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัยในจังหวัดขอนแก่น
นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนาวัชร ดีบุญมี ณ ชุมแพ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น นายประสิทธิ์ ทองแท่งไทย นายกเทศมนตรีนครขอนแก่น ตลอดจนภาคีเครือข่าย ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดขอนแก่น ร่วมเปิดโครงการโตโยต้าถนนสีขาว “School SAFE สัญจร” กิจกรรมอบรมสร้างวินัยคนรุ่นใหม่ ขับขี่ปลอดภัย นำร่องในสถานศึกษา 10 แห่งในจังหวัดขอนแก่น เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2569 ณ โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญในการส่งเสริมความปลอดภัย ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ภายใต้โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว ที่ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องมากว่า 38 ปี ครอบคลุมในทุกมิติ “คน รถ ถนน” โดยเฉพาะด้าน “คน” ที่เน้นการปลูกฝังและถ่ายทอดองค์ความรู้ แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกช่วงวัย
“School SAFE สัญจร” เกิดจากความมุ่งมั่นของโตโยต้า ในการสร้างความรู้ ความตระหนัก และปลูกฝังวินัยด้านความปลอดภัยทางถนนแก่กลุ่มเยาวชน เพื่อวางรากฐานการเป็นผู้ใช้รถใช้ถนนที่มีความรับผิดชอบ และร่วมลดอุบัติเหตุและความสูญเสียอย่างยั่งยืน โดยริเริ่มการจัดกิจกรรมในจังหวัดขอนแก่น ระหว่างวันที่ 17 สิงหาคม – 7 กันยายน 2569 ครอบคลุมสถานศึกษา 10 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล บ้านตูม โรงเรียนเทศบาลสวนสนุก โรงเรียนแก่นนครวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานและมหาวิทยาลัยศรีปทุม วิทยาลัยเทคนิคขอนแก่น โรงเรียนนครขอนแก่น โรงเรียนเทศบาลวัดกลาง โรงเรียนฮั่วเคี้ยววิทยาลัย วิทยาลัยอาชีวศึกษาขอนแก่น และโรงเรียนขอนแก่นวิทยายน ตั้งเป้าส่งเสริมความรู้แก่เยาวชนรวมมากกว่า 2,000 คน
นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “การสร้างความรู้ ความตระหนัก และการปลูกฝังพฤติกรรมที่ถูกต้องตั้งแต่วัยเด็ก จะช่วยให้เยาวชนสามารถเรียนรู้การใช้ถนนอย่างปลอดภัย อันจะนำไปสู่การลดอุบัติเหตุทางถนนได้อย่างยั่งยืน”
“โดยหวังว่ากิจกรรมนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างเครือข่ายความร่วมมือด้านความปลอดภัยทางถนนในจังหวัดขอนแก่น และเป็นต้นแบบที่สามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ทุกคนใช้รถใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย”
กิจกรรม School SAFE สัญจร ประกอบไปด้วยการอบรมภาคทฤษฎี ให้ความรู้ด้านวินัย น้ำใจ และกฎระเบียบในการใช้รถใช้ถนน โดยวิทยากรจากโตโยต้าและพันธมิตร ตลอดจนภาคปฏิบัติ เพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้และตระหนักถึงความปลอดภัยผ่านประสบการณ์จริง ผ่านฐานการเรียนรู้ ได้แก่
- บิงโก: เรียนรู้ความหมายของป้ายจราจรต่าง ๆ ที่พบได้ในชีวิตประจำวัน ผ่านเกมบิงโก
- Car Simulator: จำลองการขับขี่ใน 3 สถานการณ์เสี่ยง ได้แก่ การขับรถเร็ว การเปลี่ยนเลนกะทันหัน และการขับขี่ขณะมึนเมา
- เช็คสุขภาพการขับขี่: ทดสอบสมรรถภาพ 4 ด้าน ได้แก่ ร่างกาย สายตา การตัดสินใจ และความเข้าใจในการขับขี่
- แว่นเมา: ตระหนักถึงผลกระทบของแอลกอฮอล์ต่อการมองเห็น การทรงตัว และการตอบสนอง
- Blind Spot: เรียนรู้จุดอับสายตารอบตัวรถ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ
ทั้งนี้ โตโยต้ามีแผนที่จะนำประสบการณ์จากการดำเนินกิจกรรมในจังหวัดขอนแก่นไป พัฒนาและต่อยอดกิจกรรมสู่สถานศึกษาในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป เพื่อขยายการเรียนรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนไปยังเด็กและเยาวชนในวงกว้าง และร่วมขับเคลื่อนเป้าหมายในการ “สร้างสังคมคนขับรถดี” อย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
































































































































































