• TOYOTA GAZOO Racing Thailand ส่ง Hilux TRAVO พิสูจน์ความแกร่ง พร้อมสู้ศึกในรายการ AXCR 2026 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS”

    1 Min Read

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ส่ง Hilux TRAVO พิสูจน์ความแกร่ง พร้อมสู้ศึกในรายการ AXCR 2026 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS”

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าตอกย้ำวิสัยทัศน์ “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS” พัฒนาจากสนามแข่งสู่รถที่ดียิ่งกว่า นำโดย นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายสมุทร ตังคชวนะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และนายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand ภายใต้ความร่วมมือระหว่างทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand , ทีมวิศวกรชาวไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด – TMA (TH) และบริษัท ทีซีดี เอเชีย จำกัด ร่วมประกาศความพร้อมรวมพลังพิชิตศึก Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ซึ่งจะแข่งขันระหว่างวันที่ 10–15 สิงหาคม 2569 บนเส้นทาง 2,200 กิโลเมตร จากพัทยาสู่พิษณุโลก ด้วยรถแข่ง Hilux TRAVO จำนวน 3 คัน พร้อม 6 ขุนพลนักแข่ง-โคไดร์เวอร์ของ TOYOTA GAZOO Racing Thailand ทีมวิศวกร และทีมเซอร์วิส เพื่อพิสูจน์ศักยภาพและสมรรถนะรถแข่งทีมไทยบนเวทีครอสคันทรีแรลลี่ระดับนานาชาติ

     

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นเวทีสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ ภายใต้วิสัยทัศน์ ‘MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS’ โดยทุกบททดสอบจากสนามแข่งขันคือข้อมูลสำคัญที่ช่วยยกระดับสมรรถนะ ความทนทาน และคุณภาพของรถยนต์ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับลูกค้า  โดยในปีที่ผ่านมาทัพนักแข่ง “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ได้สร้างผลงานคว้าอันดับ 2 และ 5 ในรุ่น T1D ในรายการ Asia Cross Country Rally 2025 และปีนี้พร้อมเดินหน้าท้าทายทุกอุปสรรค ด้วยการส่ง Hilux TRAVO ร่วมแข่งขันในรายการนี้ เพื่อพิสูจน์สมรรถนะของรถกระบะรุ่นใหม่ภายใต้สภาพการแข่งขันที่หนักหน่วงบนเส้นทางหฤโหดที่สุดอีกครั้ง

    สำหรับรถ Hilux TRAVO ได้รับการพัฒนาและเตรียมความพร้อมเพื่อสู้ศึกเอเชียครอสคันทรีแรลลี่ สามารถรองรับสภาพเส้นทางที่หลากหลาย ทั้งทางฝุ่น ทางโคลน ทางลูกรัง และเนินชัน ตลอดระยะทาง 2,200 กิโลเมตร พร้อมพิสูจน์ความแข็งแกร่ง ความทนทาน และสมรรถนะภายใต้สภาพการใช้งานจริง  การแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งบททดสอบสำคัญที่เปิดโอกาสให้ทีมวิศวกรเก็บข้อมูลจากการใช้งานจริง เพื่อนำไปพัฒนาสมรรถนะ ความทนทาน และคุณภาพของยนตรกรรมโตโยต้าในอนาคต

    ในปีนี้ TOYOTA GAZOO Racing Thailand  ส่งรถ Hilux TRAVO ลงแข่งขันเป็นครั้งแรก จำนวน 3 คัน แบ่งการแข่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

    รุ่น T1D

    • รถหมายเลข 102 ขับโดย หนึ่ง-มานะ พรศิริเชิด และโคไดร์เวอร์ ตอน-กิติศักดิ์ กลิ่นจันทร์
    • รถหมายเลข 107 ขับโดย จุ๊บ-ณัฐพล อังฤทธานนท์ และโคไดร์เวอร์ ตั้ม-ธันยพัต มีนิล

    รุ่น T2A-D

    • รถหมายเลข 130 ขับโดย เก่ง-ภูริมาศ ถินจันทร์ และโคไดร์เวอร์ เล็ก-ประกาย น้ำใจทหาร

    โดยทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand นักแข่งและโคไดรเวอร์ทั้ง 6 คน จะร่วมผนึกกำลังกับทีมวิศวกรและทีมเซอร์วิสเพื่อรับมือกับทุกบททดสอบของการแข่งขัน และแสดงศักยภาพของ Hilux TRAVO บนสนามแข่งเอเชียครอสคันทรีแรลลี่

              ด้าน นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “Asia Cross Country Rally เป็นหนึ่งในการแข่งขันที่ท้าทาย ปีนี้เราเตรียมความพร้อมของ Hilux TRAVO ทั้ง 3 คัน รวมถึงนักแข่ง โคไดรเวอร์ ทีมวิศวกร และทีมเซอร์วิสอย่างเต็มศักยภาพ เพื่อรับมือกับทุกสถานการณ์ในสนาม และมุ่งสร้างผลงานที่ดีที่สุดให้กับ TOYOTA GAZOO Racing Thailand ”

    การแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในการใช้มอเตอร์สปอร์ตเป็นแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเทคโนโลยี ถ่ายทอดองค์ความรู้จากสนามแข่งขันสู่การสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งขึ้น ภายใต้วิสัยทัศน์ “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS” พัฒนาจากสนามแข่งสู่รถที่ดียิ่งกว่า ร่วมติดตามบรรยากาศการแข่งขันพร้อมส่งกำลังใจให้ทีมแข่งรถสัญชาติไทยที่มุ่งมั่นพัฒนาไม่หยุดยั้งได้ทาง  Facebook และ Instagram : TOYOTAGAZOORacingTeamThailand และ TOYOTAGAZOORacingThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2569 ยอดขายรวม 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% โตโยต้าครองความเป็นผู้นำตลาด ยอดขายสะสมรวม 117,333 คัน เติบโต 3.02%

    1 Min Read

    ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2569 ยอดขายรวม 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% โตโยต้าครองความเป็นผู้นำตลาด ยอดขายสะสมรวม 117,333 คัน เติบโต 3.02%

    รายงานตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 42,420 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา 31.53% ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 10,805 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 3.17% และรถ PPV มีปริมาณการขาย 2,983 คัน ลดลง 26.02% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา

    *ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1503

    ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569

     

     

    • ประเด็นสำคัญในเดือนมิถุนายน
    • ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายตลาดรวม 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบ
      กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 42,420 คัน
      เพิ่มขึ้น 53% จากปีที่ผ่านมา
    • รถกระบะ ยอดขาย 10,805 คัน ลดลง 17% จากปีที่ผ่านมา
    • รถ PPV ยอดขาย 2,983 คัน ลดลง 02% จากปีที่ผ่านมา

     

    • ยอดขายตลาดรถยนต์สะสมหกเดือนแรก มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบ

    กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    • รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 240,426 คัน
      เพิ่มขึ้น 13% จากปีที่ผ่านมา
    • รถกระบะ ยอดขาย 70,141 คัน ลดลง 73% จากปีที่ผ่านมา
    • รถ PPV ยอดขาย 20,893 คัน เพิ่มขึ้น 86% จากปีที่ผ่านมา

     

    • โตโยต้า ในเดือนมิถุนายน มียอดขาย 18,203 คัน ลดลง 4.72% จากปีที่ผ่านมา โดยกลุ่ม Eco Segment มียอดขาย 5,649 คัน เพิ่มขึ้น 49% จากปีที่ผ่านมา และ Pure Pick Up มียอดขาย 5,723 คัน ลดลง 2.02% จากปีที่ผ่านมา

     

    • โตโยต้า ยอดขายสะสมหกเดือนแรก 117,333 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 82% เติบโต 3.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ)
      มียอดขาย 37,244 คัน เติบโต 6.00% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 35,567 คัน เติบโต 22.95% จากปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 กลุ่ม มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) สูงถึง 91% และ 79% ตามลำดับ

     

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรก ว่า “ภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตที่ดี ซึ่งในขณะเดียวกัน โตโยต้าเองก็ยังคงสามารถรักษาสถานะความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์  ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา

     

    โดยในกลุ่ม Pure Pick Up แม้ภาพรวมตลาดจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ยอดขายของ Toyota Hilux เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 6.00% ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 52.26% จากการเปิดตัวและส่งมอบ Hilux Travo รุ่นใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่นด้วยยอดขายเฉลี่ยกว่า 6,200 คันต่อเดือน สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่ง มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนด้วยอัตราการเติบโต 4.52% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในส่วนนี้มีผลมาจากกลุ่ม Eco Segment ที่ยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 22.95% จากการเปิดตัว Yaris ATIV HEV ในปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานยอดขายของรุ่นเดิมไว้ได้อย่างมั่นคง แต่ยังเข้ามาช่วยขยายความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น และยังทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คันต่อเดือน ตลอดช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกลุ่มรถ SUV ที่มีทิศทางฟื้นตัวและเติบโตขึ้น 3.68% นำโดย Corolla Cross ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 16.31% จากปีที่แล้ว ด้วยยอดขายเฉลี่ย 1,400 คันต่อเดือน ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

     

    สำหรับตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) รวมถึงผู้บริโภคบางส่วนยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

     

    สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงต้องจับตามองสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสภาวะเศรษฐกิจและความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลาง แต่คาดว่าตลาดโดยรวมน่าจะมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ

     

    นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากความสำเร็จและผลตอบรับที่ดีในทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อโตโยต้ามาโดยตลอด และเพื่อสานต่อแรงขับเคลื่อนนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังเราพร้อมสร้างความคึกคักด้วยแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมรักษาสถานะผู้นำตลาดอย่างมั่นคง”

    หมายเหตุ: ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์  https://fti.or.th/News/details?id=1503

    ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง

    1 Min Read

    GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ประกาศความสำเร็จในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ดำเนินงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าครบตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ได้ก่อนมาตรการสิ้นสุด สะท้อนศักยภาพอันโดดเด่นของ GWM Smart Factory พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวบนพื้นฐานของความโปร่งใส และการปฏิบัติตามข้อตกลงกับภาครัฐอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงจรรยาบรรณและความจริงใจในฐานะนักลงทุนที่ภาครัฐและผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้ พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

    GWM เล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและการเติบโตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจึงได้ร่วมลงนามในข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระยะที่ 1 หรือ EV 3.0 (ปี 2565 – 2568) และระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (ปี 2567 – 2570) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยให้เกิดการขยายตัว และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคตามนโยบาย 30@30 ของรัฐบาลไทย โดย GWM เป็นบริษัทแรกที่เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้มาตรการ EV 3.0 ครบถ้วนเป็นรายแรกในปี 2568 ที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา GWM สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ส่งผลให้ GWM เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมี GWM ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นยอดนิยม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จดังกล่าว

    ทั้งนี้การผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าได้ครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ดังกล่าวเป็นการยืนยันการวางแผนงานที่ดีของบริษัท การปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด การสร้างความเชื่อมั่นและเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้เข้าร่วมมาตรการกับรัฐบาล เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ต่อจากรถยนต์กระบะ และ อีโคคาร์ ที่่ประสบความสำเร็จในอดึต  โดยGWM จะยังคงเดินหน้าผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มกำลังต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศและรองรับการส่งออกในอนาคต โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมาจากสายการผลิตของ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นหลัก ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจรภายใต้แนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และถือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนบนสายการผลิตเดียวกัน ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และไฮบริด (HEV) รวมถึงเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี พร้อมกันนี้ GWM จะเดินหน้ายกระดับการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทย (Local Content) ให้สูงกว่า 50% และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการสร้างงานให้แก่พนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน  รวมไปถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

    โดย GWM ยังคงยืนหยัดเจตนารมณ์ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าคนไทย พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมไปถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA5 #ORA5EV #BEV #EV3.5 #ThailandEV3.5 #GWMSmartFactory


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก ส่งมอบองค์ความรู้การขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างปลอดภัยในงาน Extraordinary Chauffeur Training 2026

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ส่งมอบองค์ความรู้การขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างปลอดภัยในงาน Extraordinary Chauffeur Training 2026

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดกิจกรรมอบรม ‘Bentley Bangkok Extraordinary Chauffeur Training 2026’ เพื่อส่งมอบองค์ความรู้เรื่องการขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างปลอดภัย พร้อมด้วยข้อควรรู้และเทคนิคในการขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และการดูแลรักษารถยนต์เบนท์ลีย์ให้เป็นไปตามมาตรฐาน โดยกิจกรรมฯ จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีสำหรับลูกค้าบริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เน้นย้ำถึงมาตรฐานการบริการและการดูแลหลังการขายอันเป็นหัวใจสำคัญของบริษัทฯ ที่จะดูแลทั้งรถและคุณ พร้อมได้รับเกียรติจาก คุณ อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ และคุณ ดิษวัฒน์ รัตนไมตรีเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายหลังการขาย เบนท์ลีย์ แบงค็อก ขึ้นกล่าวเปิดงานฯ และต้อนรับผู้เข้าร่วมอบรม ณ The HALLS Bangkok แจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา

    ในตลอดช่วงเช้า ผู้เข้าร่วมอบรมได้เรียนรู้ในหัวข้อการขับขี่รถยนต์ประสิทธิภาพสูงที่ครอบคลุมถึงปรัชญาและทัศนคติการขับรถยนต์เชิงป้องกันอุบัติเหตุ หัวใจสำหรับงานบริการ การตรวจเช็คสภาพรถยนต์ก่อนใช้งาน พร้อมด้วยกิจกรรรมเวิร์กช็อปที่เป็นประโยชน์สำหรับการขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์โดยวิทยากรผู้มากประสบการณ์ในสายธุรกิจยานยนต์กว่า 20 ปี และช่วงบ่าย คุณ ธนาธิป สุขพูล ผู้จัดการฝ่ายขาย เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้มาร่วมพูดคุยถึงความเป็นมาของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 107 ปี พร้อมแนะนำรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่เพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับแบรนด์และความภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Bentley Owners Club ในประเทศไทย ต่อด้วยคุณ รัฐกรณ์ เตชะอนันต์ตระกูล ผู้จัดการแผนกขายและการตลาด และ คุณ ธานินท์ ชำนาญกลาง หัวหน้าแผนกขาย AAS Auto Detailing Centre ศูนย์บำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจรระดับพรีเมียมที่ได้มาแบ่งปันเทคนิคการทำความสะอาด การปกป้อง และการป้องกันริ้วรอยต่างๆ ของตัวรถยนต์ พร้อมพาผู้เข้าร่วมอบรมสาธิตการใช้น้ำยาทำความสะอาดรถยนต์จาก Autoglym ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดรถยนต์ระดับพรีเมียมสัญชาติอังกฤษที่ได้รับการไว้วางพระราชหฤทัยจากราชวงศ์อังกฤษให้เป็นผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์พระที่นั่ง พร้อมไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการดูแลรักษารถยนต์เบนท์ลีย์ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร และปิดท้ายด้วยคุณ นราธิป ทองแท้ ผู้จัดการศูนย์บริการที่ได้มาให้ข้อควรรู้และข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับรถยนต์เบนท์ลีย์ที่ครอบคลุมถึงข้อมูลเกี่ยวกับการใช้รถยนต์เบนท์ลีย์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมด้วยเทคนิคต่างๆ และไขข้อสงสัยเกี่ยวกับการใช้งานรถยนต์เบนท์ลีย์ที่เรียกเสียงตอบรับจากผู้เข้าร่วมอบรมได้เป็นอย่างดี

    หลังจบการอบรม คุณ อภิญญา ชัยสันติกุลวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วย คุณ ดิษวัฒน์ รัตนไมตรีเกียรติ ผู้จัดการฝ่ายหลังการขายได้ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีและมอบประกาศนียบัตรและของที่ระลึกให้แก่ผู้เข้าร่วมการอบรมในครั้งนี้ โดย เบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ตั้งใจส่งมอบองค์ความรู้ในการขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์อย่างปลอดภัยเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความประทับใจให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยผู้เข้าร่วมอบรมสามารถนำเอาองค์ความรู้และเทคนิคต่างๆ ในการขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์ไปปรับใช้เพื่อให้การขับขี่รถยนต์เบนท์ลีย์เป็นไปได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ พร้อมสัมผัสได้ถึงสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ที่ต้องมากับความปลอดภัยสูงสุดอันเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์รถยนต์ระดับอัลตราลักชูรี ให้ทุกการขับขี่มั่นใจและเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำในทุกการเดินทางตามสโลแกนของ เอเอเอสฯ ที่ว่า “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ”

     

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Lamborghini Club Thailand Bull Run at Nakhon Nayok ชวนคาราวานกระทิงดุ สัมผัสธรรมชาติเมืองรอง ณ นครนายก เอ็กซ์คลูซีฟทริป ขับขี่รับลมชมสันเขื่อน พร้อมปันน้ำใจช่วยเหลือสัตว์ป่า

    1 Min Read

    Lamborghini Club Thailand Bull Run at Nakhon Nayok ชวนคาราวานกระทิงดุ สัมผัสธรรมชาติเมืองรอง ณ นครนายก เอ็กซ์คลูซีฟทริป ขับขี่รับลมชมสันเขื่อน พร้อมปันน้ำใจช่วยเหลือสัตว์ป่า

    เรนาสโซ มอเตอร์ ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล. พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ พร้อมด้วย
    ภานุเมศ  จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน Lamborghini Club Thailand (ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์) เปิดประสบการณ์สุดเร้าใจครั้งใหม่ แท็กทีมซูเปอร์สปอร์ตคาร์ลัมโบร์กินีหลากรุ่นมุ่งตรงสู่เส้นทางธรรมชาติใกล้กรุงเทพฯ ณ จังหวัดนครนายก กับ Lamborghini Club Thailand Bull Run at Nakhon Nayok

     

    วันเดย์ทริปรับกรีนซีซั่นนี้ เริ่มต้นด้วยการพาคาราวานกระทิงดุทะยานผ่านเส้นทางสายธรรมชาติ ก่อนไปโลดแล่นบนแนวสันเขื่อนของอ่างเก็บน้ำห้วยปรือ หลังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจาก ททท. สำนักงานนครนายกซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่เหล่าสมาชิกได้ขับรถไปบนเส้นทางที่ทอดยาวรอบอ่างเก็บน้ำ พร้อมดื่มด่ำไปกับทัศนียภาพพาโนรามาที่โอบล้อมด้วยเขาอันเขียวขจี จากนั้นร่วมกันส่งมอบเงินบริจาคจำนวนกว่า 60,000 บาท ให้กับหัวหน้าศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 (นครนายก) เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ซึ่งถือเป็นกำลังสำคัญในการช่วยเหลือและฟื้นฟูสัตว์ป่าเจ็บป่วย พลัดหลง รวมถึงสัตว์ป่าคุ้มครองที่เป็นของกลางจากการลักลอบค้าสัตว์ผิดกฎหมาย ในเขตรับผิดชอบที่ครอบคลุมพื้นที่ถึง 10 จังหวัด

    หลังเต็มอิ่มกับช่วงเวลาแห่งการแบ่งปัน ก็แวะเติมพลังมื้อเที่ยง ณ ร้าน Jasmine ห้องอาหารชื่อดังที่แทรกตัวอยู่ในสนามกอล์ฟ Royal Hills ท่ามกลางบรรยากาศที่โอบล้อมด้วยอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ปิดท้ายทริปด้วยการแวะเช็คอินจิบเครื่องดื่มแก้วโปรดที่ drin’c cafe’ คาเฟ่สุดชิคภายใน Banana Resort อำเภอบ้านนา ท่ามกลางร่มไม้บนเส้นทางขากลับ อีกหนึ่งทริปที่ส่งมอบประสบการณ์การเดินทางแบบครบรสเพื่อเติมเต็มความสุขให้แก่ครอบครัวลัมโบร์กินี

    อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับทริปนครนายกในครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Lamborghini Club Thailand Bull Run ที่ เรนาสโซ มอเตอร์ และ Lamborghini Club Thailand จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อกระชับความสัมพันธ์ของครอบครัวลัมโบร์กินี โดยครั้งนี้เราปักหมุดที่จังหวัดนครนายก ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งความพิเศษที่ได้พาสมาชิกเปิดประสบการณ์ขับขี่เส้นทางบนสันเขื่อนของอ่างเก็บน้ำห้วยปรือเป็นครั้งแรก ควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างการร่วมระดมทุนบริจาคช่วยเหลือสัตว์ป่าพลัดหลงและบาดเจ็บ ที่อยู่ภายใต้การดูแลของศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 1 ซึ่งไม่เพียงแต่สร้างความประทับใจตลอดการเดินทาง แต่ยังสร้างประโยชน์กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างยั่งยืนอีกด้วย”

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111


    No Comment
  • BYD BKK GROUP แสดงศักยภาพเครือข่าย “5 โชว์รูม 5 มุมเมือง” ปิดสนามแข่ง เปิดประสบการณ์ทดลองขับจริง ในงาน “BYD BKK DM-i DAY 2026” ตอกย้ำมาตรฐานบริการเดียวกัน “5 Showrooms, One Standard”

    1 Min Read

    BYD BKK GROUP แสดงศักยภาพเครือข่าย “5 โชว์รูม 5 มุมเมือง” ปิดสนามแข่ง เปิดประสบการณ์ทดลองขับจริง ในงาน “BYD BKK DM-i DAY 2026” ตอกย้ำมาตรฐานบริการเดียวกัน “5 Showrooms, One Standard”

    เพราะการเลือกซื้อรถยนต์หนึ่งคัน ไม่ได้วัดกันเพียงแค่ดีไซน์หรือสมรรถนะ แต่ยังรวมถึงประสบการณ์การดูแลตลอดระยะเวลาการใช้งาน BYD BKK GROUP ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ BYD อย่างเป็นทางการ ภายใต้เครือ BKK GROUP จึงเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ลูกค้าด้วยเครือข่าย “5 โชว์รูม 5 มุมเมือง” ที่ครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั่วกรุงเทพมหานครและปริมณฑล พร้อมส่งมอบมาตรฐานการบริการเดียวกันในทุกสาขาภายใต้แนวคิด “5 Showrooms, One Standard”

    ล่าสุด BYD BKK GROUP จัดกิจกรรม “BYD BKK DM-i DAY 2026” ระหว่างวันที่ 18–19 กรกฎาคม 2569 ณ Motor Sport Park เปิดสนามแข่งให้ลูกค้าและผู้สนใจได้ทดลองขับรถยนต์ BYD ในสนามจริง ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของ เพื่อให้ได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และการควบคุมรถในสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงการใช้งานจริงมากที่สุด ภายใต้การดูแลอย่างใกล้ชิดของทีมผู้เชี่ยวชาญ

    กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนแนวคิดของ BYD BKK GROUP ที่เชื่อว่า “ประสบการณ์จริง” คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจศักยภาพของรถยนต์ได้ดีกว่าการรับชมข้อมูลเพียงอย่างเดียว โดยผู้เข้าร่วมงานได้ทดลองขับรถยนต์ BYD ครบทุกรุ่นที่จำหน่ายในประเทศไทย ทั้งเทคโนโลยี DM-i และ BEV รถยนต์ไฟฟ้า 100% ผ่านสถานีทดสอบทั้ง 4 รูปแบบ ซึ่งจำลองสถานการณ์การขับขี่จริง ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบอัตราเร่ง การเปลี่ยนเลน การควบคุมและการทรงตัว รวมถึงการทดสอบความนุ่มนวลของช่วงล่าง เพื่อถ่ายทอดศักยภาพของรถยนต์ BYD ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

    นอกจากกิจกรรมทดลองขับ ยังมีการจัดแสดงรถยนต์รุ่นเด่น ได้แก่ BYD SEALION 6 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i, BYD SEAL 5 DM-i และ BYD SEALION 7 พร้อมโซน VtoL Showcase ที่สาธิตการใช้งานเทคโนโลยี Vehicle-to-Load (VtoL) รวมถึงกิจกรรม Workshop โซนพื้นที่อาหารและเครื่องดื่ม เพื่อสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นสำหรับลูกค้าและทุกคนในครอบครัว

    คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ กรรมการกลุ่ม BYD BKK GROUP กล่าวว่า “BYD BKK GROUP ให้ความสำคัญกับการสร้างความเชื่อมั่นผ่านการบริการในทุกช่วงของการเป็นเจ้าของรถยนต์ เพราะเราเชื่อว่าความประทับใจของลูกค้าไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะวันที่ส่งมอบรถ แต่เกิดขึ้นจากการดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดการใช้งาน

    จุดแข็งของ BYD BKK GROUP คือเครือข่าย ‘5 โชว์รูม 5 มุมเมือง’ ที่ทำให้เราอยู่ใกล้ลูกค้ามากขึ้น ขณะเดียวกันลูกค้าทุกคนจะได้รับการบริการด้วยมาตรฐานเดียวกัน ไม่ว่าจะเข้ารับบริการที่สาขาใด นี่คือความตั้งใจที่เรายึดมั่นภายใต้แนวทาง ‘5 Showrooms, One Standard’ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ BYD ที่ดีที่สุด

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก คุณตวงรัตน์ ลิขิตพฤกษ์ และ คุณปรารถนา ลิขิตพฤกษ์ กรรมการบริษัท พร้อมด้วย คุณชิตพล วัฒนปรีดา ผู้จัดการทั่วไป กลุ่ม BYD BKK GROUP ให้การต้อนรับลูกค้าและผู้เข้าร่วมงานอย่างใกล้ชิด

    ผลตอบรับจากกิจกรรมสะท้อนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์และมาตรฐานการบริการของ BYD BKK GROUP ได้เป็นอย่างดี โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 408 คน จาก 192 ครอบครัว มีการจัดรอบทดลองขับ 16 รอบ รวมรถทดลองขับกว่า 240 คัน และสามารถสร้างยอดจองรถภายในงานได้ถึง 120 คัน ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของกิจกรรมที่มุ่งเน้นการสร้างประสบการณ์ตรงให้กับลูกค้า

    แม้งาน BYD BKK DM-i DAY 2026 จะสิ้นสุดลงแล้ว แต่ลูกค้ายังคงสามารถสัมผัสประสบการณ์ทดลองขับ พร้อมรับข้อเสนอและสิทธิพิเศษมากมายได้ที่ โชว์รูม BYD BKK GROUP ทั้ง 5 สาขา ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด โดยทีมงานผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษาและดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกการตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ BYD เป็นไปอย่างมั่นใจในทุกขั้นตอน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ได้เวลาบูสต์ความสนุกครั้งใหม่! Honda Super-ONE ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทย 14 ส.ค. นี้ ลิมิเต็ดเพียง 30 คันในปีนี้! พร้อมเปิดโอกาสสุด Exclusive ให้ผู้สนใจร่วมสัมผัส EV น้องใหม่ตัวจี๊ดจากฮอนด้า และทดลองขับก่อนใคร ที่แรกและที่เดียวในไทย

    1 Min Read

    ได้เวลาบูสต์ความสนุกครั้งใหม่! Honda Super-ONE ใหม่ เตรียมเปิดตัวในไทย 14 ส.ค. นี้ ลิมิเต็ดเพียง 30 คันในปีนี้! พร้อมเปิดโอกาสสุด Exclusive ให้ผู้สนใจร่วมสัมผัส EV น้องใหม่ตัวจี๊ดจากฮอนด้า และทดลองขับก่อนใคร ที่แรกและที่เดียวในไทย

    มาตามนัด! บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันเตรียมวางจำหน่าย “Honda Super-ONE ใหม่” รถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก รุ่นประกอบและนำเข้าจากญี่ปุ่นสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ในจำนวนจำกัดเพียง 30 คันในปีนี้ พร้อมปักวันเปิดตัวและประกาศราคาในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 ห้ามพลาด! โอกาสสุด Exclusive เปิดรับผู้สนใจเพียง 50 สิทธิ์เท่านั้น (สามารถพาผู้ติดตามมาได้ 1 ท่าน รวมสูงสุด 2 ท่านต่อสิทธิ์) เข้าร่วมงาน “Super-ONE Street Club” สัมผัสคันจริงและทดลองขับก่อนใครที่แรกในไทย! ณ DAS HAUS BKK พร้อมบูสต์ความสนุกไปกับปาร์ตี้และกิจกรรมสไตล์
    คัลเจอร์ญี่ปุ่นสุดคูล โดยผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ 31 กรกฎาคม – 6 สิงหาคม 2569 ผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand และประกาศรายชื่อผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมในวันที่ 10 สิงหาคม 2569

    Honda Super-ONE เป็นรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กรุ่นใหม่ ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” เพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวันให้สนุกและเร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมถ่ายทอด DNA ความสนุก
    ในการขับขี่ (Fun of Driving) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าอย่างชัดเจน โดยชื่อ “Super-ONE” สะท้อนความมุ่งมั่นในการสร้างยนตรกรรมที่ก้าวข้ามมาตรฐานเดิม (Super) พร้อมส่งมอบคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบฉบับของฮอนด้า (One and only)

    การนำเข้า Honda Super-ONE ในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของฮอนด้าในการเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ให้ครอบคลุมไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมเปิดมิติใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าที่มาพร้อมความสนุกในการขับขี่ตามแบบฉบับฮอนด้า อีกทั้งตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้า และตอบรับกระแสความสนใจจากแฟน ๆ ฮอนด้าที่เฝ้ารอการมาถึงของรุ่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง

    เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ Honda Super-ONE ครั้งแรกในไทย พร้อมบูสต์ประสบการณ์
    ความสนุกครั้งใหม่ ในวันที่ 14 สิงหาคม 2569 นี้

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand
    No Comment
  • GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง

    1 Min Read

    GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ประกาศความสำเร็จในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ดำเนินงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าครบตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ได้ก่อนมาตรการสิ้นสุด สะท้อนศักยภาพอันโดดเด่นของ GWM Smart Factory พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวบนพื้นฐานของความโปร่งใส และการปฏิบัติตามข้อตกลงกับภาครัฐอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงจรรยาบรรณและความจริงใจในฐานะนักลงทุนที่ภาครัฐและผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้ พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

    GWM เล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและการเติบโตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจึงได้ร่วมลงนามในข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระยะที่ 1 หรือ EV 3.0 (ปี 2565 – 2568) และระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (ปี 2567 – 2570) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยให้เกิดการขยายตัว และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคตามนโยบาย 30@30 ของรัฐบาลไทย โดย GWM เป็นบริษัทแรกที่เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้มาตรการ EV 3.0 ครบถ้วนเป็นรายแรกในปี 2568 ที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา GWM สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ส่งผลให้ GWM เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมี GWM ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นยอดนิยม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จดังกล่าว

    ทั้งนี้การผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าได้ครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ดังกล่าวเป็นการยืนยันการวางแผนงานที่ดีของบริษัท การปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด การสร้างความเชื่อมั่นและเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้เข้าร่วมมาตรการกับรัฐบาล เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ต่อจากรถยนต์กระบะ และ อีโคคาร์ ที่่ประสบความสำเร็จในอดึต  โดยGWM จะยังคงเดินหน้าผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มกำลังต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศและรองรับการส่งออกในอนาคต โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมาจากสายการผลิตของ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นหลัก ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจรภายใต้แนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และถือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนบนสายการผลิตเดียวกัน ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และไฮบริด (HEV) รวมถึงเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี พร้อมกันนี้ GWM จะเดินหน้ายกระดับการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทย (Local Content) ให้สูงกว่า 50% และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการสร้างงานให้แก่พนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน  รวมไปถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

    โดย GWM ยังคงยืนหยัดเจตนารมณ์ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าคนไทย พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมไปถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บริดจสโตนตอกย้ำผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตในฐานะผู้สนับสนุนหลักในงาน “IMPACT Speed Fest 2026” เทศกาลรถยนต์และคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลุกความมันส์ เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ต ตลอด 3 วันเต็ม

    1 Min Read

    บริดจสโตนตอกย้ำผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตในฐานะผู้สนับสนุนหลักในงาน “IMPACT Speed Fest 2026” เทศกาลรถยนต์และคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ปลุกความมันส์ เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ต ตลอด 3 วันเต็ม

    คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จํากัด (กลาง), คุณเรียวอิจิ ทานากะ ผู้อำนวยการสายงานขายและการตลาดยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด (ที่ 3 จากซ้าย), คุณจุติพงศ์ บุญสูง กรรมการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด (ที่ 3 จากขวา), คุณเอกชาย ชันซื่อ กรรมการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด (ที่ 2 จากขวา) พร้อมด้วยคุณเบียร์ ใบหยก Top Secret Thailand, คุณโก้ StreetDoc และคุณโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน ร่วมงานแถลงข่าวเปิดตัวผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO

    บริดจสโตน ประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของงาน IMPACT Speed Fest 2026 เทศกาลยานยนต์และไลฟ์สไตล์สุดยิ่งใหญ่ระดับประเทศ ร่วมกับ คุณเบียร์ ใบหยก ยูทูบเบอร์สายรถยนต์และเจ้าของสำนักแต่งรถยนต์ Top Secret Thailand และคุณโก้ Street Doc อินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ พร้อมด้วยอินฟลูเอนเซอร์และครีเอเตอร์ชื่อดัง – คุณโอ๊ต ปราโมทย์ ปาทาน, คุณอูโน่ หลาวทอง และคุณบี ใบหยก ร่วมปลุกความมันส์ให้กับผู้ชื่นชอบความเร็วและแฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวจริงสัมผัสความตื่นเต้นเร้าใจด้วยกิจกรรมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ยาง BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่และกิจกรรมความมันส์แบบเอ็กซ์คลูซีฟมากมายภายในบูธบริดจสโตนเมื่อวันที่ 17-19 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ IMPACT Challenger อาคาร 2 – 3 เมืองทองธานี

    โดยกิจกรรมที่สร้างสีสันและได้รับความสนใจอย่างมากคือการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ที่รองรับรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) พร้อมจัดแสดงรถยนต์สมรรถนะสูงจาก Top Secret Thailand และ Street Doc ที่ติดตั้งยาง BRIDGESTONE POTENZA ให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด อีกหนึ่งไฮไลต์ในครั้งนี้ คืองาน StreetDoc. Fest On street ซึ่งได้นำขบวนรถแก๊งร่างทองและรถยนต์ Mitsubishi Lancer Evolution 8 MR ตำนานรถทดสอบยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA มาร่วมโชว์สมรรถนะภายในงาน นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพบปะแฟนคลับของคุณเบียร์ ใบหยก และคุณโก้ STREET DOC พร้อมการจำหน่ายเสื้อยืดจาก STREET DOC X BRIDGESTONE ที่มีเฉพาะงานนี้เท่านั้น จัดเต็มด้วยกิจกรรมร่วมสนุกลุ้นรับของรางวัลมากมายรวมมูลค่ากว่า 500,000 บาท โดยของรางวัลใหญ่ ได้แก่ ยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA จำนวน 1 รางวัล 4 เส้น มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท และส่วนลดยางรถยนต์บริดจสโตนมูลค่า 10,000 บาท จำนวน 4 รางวัล พร้อมของรางวัลและของที่ระลึกสุดลิมิเต็ดอีกมากมาย โดยตลอด 3 วันที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมงาน IMPACT Speed Fest 2026 ทั้งสิ้นมากกว่า 90,000 คน

    สำหรับงาน IMPACT Speed Fest 2026 เป็นเทศกาลรถยนต์และคอมมูนิตี้ไลฟ์สไตล์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 2 ระหว่างวันที่ 17 – 19 กรกฎาคม 2569 ณ IMPACT Challenger อาคาร 2 – 3 โดยเน้นสร้างความแข็งแกร่งให้วัฒนธรรมคนรักรถผ่านมิติของแบรนด์ยานยนต์ ชุดของแต่ง อุปกรณ์ดูแลและทำความสะอาดรถ ยางและล้อแม็ก สำนักแต่งรถ แฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ เกมส์ และอาหาร เพื่อสร้างพื้นที่ที่ทุกคนเข้าถึงได้ง่ายอย่างแท้จริง การได้เป็นผู้สนับสนุนหลักของการจัดงานในครั้งนี้ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกและผู้นำด้านนวัตกรรมยางสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมของบริดจสโตน

    BRIDGESTONE จับมือ TOP SECRET เปิดตัว BRIDGESTONE × TOP SECRET Limited Edition เสื้อคอลแลบสุดพิเศษ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 17 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมด

    นอกจากบรรยากาศภายในงานที่เต็มไปความสนุกสนานและความมันส์ผ่านกิจกรรมที่บริดจสโตนตั้งใจมอบให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ต อีกหนึ่งกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟที่ไม่ควรพลาดสำหรับลูกค้าผู้ชื่นชอบความเร็ว คือ BRIDGESTONE ได้ร่วมมือกับ TOP SECRET เปิดตัว BRIDGESTONE × TOP SECRET Limited Edition เสื้อคอลแลบสุดพิเศษ ผลิตจำนวนจำกัด เพียงลูกค้าซื้อยาง BRIDGESTONE POTENZA รุ่นใดก็ได้ ขนาด 17 นิ้วขึ้นไป จำนวน 4 เส้น ที่ร้าน COCKPIT ทุกสาขาทั่วประเทศ รับสิทธิ์เป็นเจ้าของเสื้อ Limited Edition มูลค่า 1,990 บาท* ตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม 2569 ถึงวันที่ 17 กันยายน 2569 หรือจนกว่าของจะหมด โดยสามารถยืนยันสิทธิ์ได้ง่ายๆ เพียงส่งใบเสร็จซื้อยางรถยนต์บริดจสโตนผ่าน POTENZA CLUB Facebook Group: https://www.facebook.com/share/g/14gYBodaRrM/  เมื่อยืนยันสิทธิ์เรียบร้อย บริษัทฯ จะจัดส่งเสื้อให้ตามชื่อและที่อยู่ที่แจ้งไว้

    *หมายเหตุ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ BRIDGESTONE สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและเลือกใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของค็อกพิทได้ที่


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM เปิดตัว “MY WEY” คอมมูนิตี้เอกสิทธิ์สำหรับเจ้าของ WEY G9

    1 Min Read

    GWM เปิดตัว “MY WEY” คอมมูนิตี้เอกสิทธิ์สำหรับเจ้าของ WEY G9

     

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส หลังจากส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ORA  เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในเมืองไทยและได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคชาวไทย ล่าสุด GWM เปิดตัว MY WEY” คอมมูนิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของ WEY G9 ทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ และการเดินทางในแบบฉบับเดียวกัน  พร้อมส่งมอบประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “My WEY : Where Your Journey Finds Its WEY” 

     

    WEY G9 ผลิตภัณฑ์ระดับ “Crafted Masterpiece”  

    WEY คือแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับลักชัวรี่จาก GWM ที่ยึดพันธกิจ Making Luxury Accessible” หรือ “ทำให้ความหรูหราเข้าถึงได้”  การเติบโตของกลุ่มลูกค้า WEY G9  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์ WEY  ในฐานะ Premium Plug-in Hybrid MPV ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมลักชัวรีอัจฉริยะได้อย่างครบถ้วน ทั้งความปลอดภัยขั้นสูง สุดยอดเทคโนโลยีอัจฉริยะ และความจริงใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบจนถึงงานบริการ โดยผสานความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) ความสะดวกสบาย (Comfort) และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย (Convenience) เข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริด 4 ล้ออัจฉริยะ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดตามความต้องการและมีระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170 กิโลเมตร (NEDC) อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกเส้นทางด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Quality Space เพื่อความสะดวกสบายของทุกคนในครอบครัวโดยเฉพาะเบาะแถวที่สองแบบ Zero-Gravity Seat พร้อมระบบนวดและระบายอากาศ วัสดุหุ้มหนัง NAPPA คุณภาพสูง  ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบฟังก์ชันอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

    การบริการหลังการขายสุดพิเศษ  “WEY Exclusive Service”

    WEY G9 ยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ยังมอบความสะดวกสบายและความอุ่นใจขั้นสุดด้วยบริการสุดพิเศษ WEY Exclusive Service ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วย บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant) ตลอด 24 ชั่วโมง ; บริการรถทดแทนรุ่นเดียวกันกรณีรถมีปัญหาทางเทคนิคภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน;  บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และบริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะฟรี

    “My WEY : Where Your Journey Finds Its WEY” 

    การเปิดตัว MY WEY เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการมอบประสบการณ์ดูแลลูกค้า WEY G9 ขึ้นไปอีกระดับ ตลอดจนการสร้างคอมมูนิตี้ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์และลูกค้าได้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ร่วมกัน  เพื่อสร้างความมั่นใจตลอดช่วงเวลาการเป็นเจ้าของ WEY G9  โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดกิจกรรม “MY WEY Exclusive First Meet” ขึ้น  ณ  นิกันติ กอล์ฟ คลับ  (Nikanti Golf Club) จังหวัดนครปฐม เพื่อแทนคำขอบคุณและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงอย่างเป็นกันเอง  พร้อมประกาศมอบสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของ WEY G9 ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดพิเศษสำหรับแพ็กเกจออกรอบ ณ Nikanti Golf Club และจากโรงแรมในเครือ Hilton Group จำนวน 15 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่จะทยอยแนะนำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

     

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ WEY G9 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของคอมมูนิตี้ WEY ในประเทศไทย สำหรับเรา MY WEY คือพื้นที่พิเศษที่เชื่อมโยงผู้คนซึ่งมีไลฟ์สไตล์ และมุมมองต่อการเดินทางในแบบฉบับเดียวกันให้ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าร่วมกัน  และเราหวังว่า MY WEY จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางร่วมกันอย่างมีความหมาย และเป็นสังคมที่สะท้อนความไว้วางใจ ความผูกพัน และประสบการณ์เหนือระดับระหว่างแบรนด์กับลูกค้าทุกคน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment