• เอ็มจี ถอดรหัสความสำเร็จของ NEW MG S5 EV ในตลาดยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายสะสมกว่า 40,000 คัน พร้อมอีกระดับสู่การเป็น Drive Solution ให้กับคนไทย

    1 Min Read

    เอ็มจี ถอดรหัสความสำเร็จของ NEW MG S5 EV ในตลาดยานยนต์ไทย ด้วยยอดขายสะสมกว่า 40,000 คัน พร้อมอีกระดับสู่การเป็น Drive Solution ให้กับคนไทย

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย สะท้อนความสำเร็จของ NEW MG S5 EV ยนตรกรรม e-SUV             ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีในเมืองไทย ด้วยรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 สามารถ ทำยอดขายสะสมทั่วโลกได้กว่า 40,000 คัน พร้อมเดินหน้าสู่อีกขั้นจากภาพจำ “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” สู่การเป็นอีวีที่ “ให้” และ “เข้าถึงใจ” มากกว่า ชูภาพการเป็นยนตรกรรมสำหรับครอบครัวยุคใหม่ที่พร้อม Drive Solution ให้กับผู้ใช้งานในทุกที่นั่ง ตอกย้ำแนวทางการนำเสนอผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี ด้วยมุมมองใหม่ภายใต้กลยุทธ์ GLOCAL

     

    NEW MG S5 EV  ถือเป็นหนึ่งในยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นยอดนิยมของ เอ็มจี เปิดตัวอย่างเป็นทางการในเมืองไทย เมื่อไตรมาสแรกของปี 2568 โดยเป็นโกลบอลอีวีที่เข้ามาทำตลาดในกลุ่ม B-SUV ภายใต้แนวคิด Make Anywhere Possible กับจุดเด่น “ขับสนุก วิ่งไกล ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” ทั้งยังเป็น e-SUV รุ่นแรกของ เอ็มจี ที่พัฒนาบน NEBULA PURE ELECTRIC PLATFORM ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะรองรับทุกขนาดของรถ มาพร้อมสมรรถนะที่เหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ทรงตัวและเกาะถนนได้ดีด้วยการกระจายน้ำหนักแบบสมมาตร 50:50 และการวางตำแหน่งแบตเตอรี่ที่ช่วยให้จุดศูนย์ถ่วงต่ำ (Low Centre of Gravity) ทำให้รถเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ช่วงล่างอิสระ 5-Link Suspension   ปรับจูนมาเป็นพิเศษเพื่อเพิ่มความนุ่มนวล และความเฉียบคมในการควบคุม นอกจากจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ข้างต้นแล้ว เอ็มจี ยังได้สร้างภาพจำให้กับ NEW MG S5 EV PLUS ให้เป็น “อีวีมหาชน” ที่สามารถครองใจครอบครัวยุคใหม่ ให้ผู้บริโภคจดจำได้ง่าย ทำให้เห็นภาพการใช้งานที่ชัดเจนมากขึ้น กับการเป็น e-SUV ที่ “ใหญ่ – เย็น – ยาว – เยอะ” ด้วยห้องโดยสารที่กว้าง มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว เพิ่มความเย็นสบายด้วยเบาะนั่งคู่หน้าระบบ เป่าลม พร้อมระบบแอร์หลัง ใช้งานระยะยาวได้อย่างมั่นใจทั้งวิ่งไกลและชาร์จไว มาพร้อมแบตเตอรี่มาตรฐานระดับโลกที่พัฒนา ร่วมกับ CATL ทำให้ เอ็มจี สามารถมอบความมั่นใจกับลูกค้าด้วย EV LIFETIME WARRANTY ทำให้ยนตรกรรมรุ่นนี้เป็นที่สนใจและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

    NEW MG S5 EV ถือเป็นหนึ่งในโมเดลหัวหอกของ เอ็มจี ที่ทำผลงานได้อย่างโดดเด่น การันตีความสำเร็จทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น การได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาว จากองค์กรทดสอบความปลอดภัยยานยนต์ระดับสากลถึง 3 มาตรฐาน ได้แก่ Euro NCAP, ASEAN NCAP และ ANCAP สะท้อนให้เห็นถึงการเป็น “โกลบอลโมเดล” ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล และสามารถสร้างยอดขายรวมทั่วโลกได้กว่า 40,000 คัน ในช่วงปีที่ผ่านมา สำหรับประเทศไทย NEW MG S5 EV ยังได้พิสูจน์ศักยภาพด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของ เอ็มจี ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้บริโภค ด้วยการคว้ารางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 ส่งผลให้รถรุ่นนี้ก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตัวเลือกสำคัญของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจนมียอดจำหน่ายสะสมมากกว่า 5,500 คัน จากกระแสการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องของลูกค้า ทำให้ NEW MG S5 EV รุ่น D+ ได้รับความต้องการในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด เอ็มจี ได้เพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้นอย่างเต็มที่ ส่งผลให้สามารถนำ NEW MG S5 EV รุ่น D+ กลับมาวางจำหน่ายในตลาดได้อีกครั้ง

    นาย ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เผยว่า “ความสำเร็จของ NEW MG S5 EV สะท้อนถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การสื่อสารการตลาด และการบริการหลังการขาย เพื่อให้รถเป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตและการเดินทางระยะยาวในอนาคตของผู้บริโภค และจากกลยุทธ์ GLOCAL ที่ใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานของ เอ็มจี ในทศวรรษนี้ จะถูกนำมาประยุกต์สู่การพัฒนาและยกระดับผลิตภัณฑ์ที่เน้นผสมผสานเข้ากับบริบทภายในประเทศมากยิ่งขึ้น ซึ่งในปีนี้ NEW MG S5 EV จะเป็นโมเดลที่ เอ็มจี นำเสนอด้วยมุมมองใหม่ เพื่อให้คนไทยเห็นภาพของยนตรกรรมเป็นมากกว่าแค่ “ยานพาหนะ” แต่เป็นสิ่งที่ช่วย Drive Solution ให้กับการใช้ชีวิตในทุก ๆ รูปแบบ มุ่งทะลายกรอบข้อจำกัดของครอบครัวยุคใหม่ โดยถ่ายทอดให้เห็นถึง User Benefits และ Customer Experiences ที่จะได้รับจากรถรุ่นนี้ อาทิ ครอบครัวที่มีหลากหลายเจนเนอเรชั่น สามารถใช้เวลาด้วยกันด้วยรถรุ่นนี้ ผู้สูงวัยขึ้นลงได้ง่ายเด็กนั่งสบายปลอดภัย หรือ ครอบครัวผู้ประกอบการรุ่นใหม่ ใช้รถได้อย่างคุ้มค่า ขนคน ขนของ เป็นต้น นอกจากการนำเสนอภาพการใช้งานจริงให้เห็นเป็นรูปธรรมแล้ว เรายังคงให้ความสำคัญกับความเชื่อมั่นในตัวรถด้วยการมอบความอุ่นใจในระยะยาวอย่าง EV LIFETIME WARRANTY และเครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศเพื่อผลักดันให้รถรุ่นนี้สู่เป้าหมาย อีวีมหาชน อย่างแท้จริง”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    Bridgestone ตอกย้ำพันธมิตรระดับโลกกับ Automobili Lamborghini เปิดประสบการณ์ขับขี่เร้าใจสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้า “Lamborghini Temerario”

    1 Min Read

    Bridgestone ตอกย้ำพันธมิตรระดับโลกกับ Automobili Lamborghini เปิดประสบการณ์ขับขี่เร้าใจสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้ลูกค้า “Lamborghini Temerario”

    Bridgestone สานต่อความร่วมมือพันธมิตรระดับโลกกับแบรนด์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์หรู Lamborghini จัดกิจกรรม Temerario Driving Experience” ณ สนามทดสอบไทย บริดจสโตน อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ปลุกทุกสัมผัส แห่งการขับขี่ให้ลูกค้า Lamborghini Temerario ได้สัมผัสขีดสุดของสมรรถนะจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นล่าสุด มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบใหม่ล่าสุด ผสานระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฟฟ้า ถ่ายทอดพลังได้อย่างเร้าใจในทุกจังหวะการขับขี่ สะท้อนดีเอ็นเอของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้อย่างลงตัว

    ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำความแข็งแกร่งระหว่าง Bridgestone และ Automobili Lamborghini ผ่านการถ่ายทอดขุมพลังแรงม้าของ Lamborghini Temerario อย่างเต็มประสิทธิภาพบนสนามทดสอบมาตรฐานสากล โดยแบ่งออกเป็น 2 สถานีหลัก Main Track เพื่อประเมินอัตราเร่งของรถ และ Dry Handling เพื่อทดสอบการตอบสนองของพวงมาลัย เสริมความมั่นใจในการควบคุมและความเร็วที่ เหนือระดับด้วยยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียม BRIDGESTONE POTENZA SPORT ซึ่ง Bridgestoneได้ร่วมพัฒนาด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการเพื่อยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้เร้าใจและพรีเมียมในทุกเส้นทาง

    นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้โชว์นวัตกรรมด้านมอเตอร์สปอร์ตภายในงานผ่านการจัดแสดงยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียม BRIDGESTONE POTENZA SPORT ยางมาตรฐานที่ได้รับความไว้วางใจให้ติดตั้ง
    ในซูเปอร์สปอร์ตคาร์และรถสปอร์ตพรีเมียมชั้นนำ อาทิ Lamborghini Temerario, Lamborghini Huracán STO, Maserati MC20 และ BMW 8 Series เป็นต้น รวมถึง BRIDGESTONE POTENZA RACE ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถสปอร์ตพรีเมียมสมรรถนะสูง ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในสนามแข่ง
    และการขับขี่ในชีวิตประจำวันอย่างลงตัว

    สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ BRIDGESTONE POTENZA ทั้ง 2 รุ่น และช่องทางการติดต่อได้ที่

    • BRIDGESTONE POTENZA SPORT รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ และติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ BRIDGESTONE หรือศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรค็อกพิท (COCKPIT)
      ทั่วประเทศ
    • BRIDGESTONE POTENZA RACE รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ และติดต่อผ่านตัวแทนจำหน่ายยางรถยนต์ BRIDGESTONE อย่างเป็นทางการ

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปิดตัวคอลเลกชัน Porsche x SMEG ครั้งแรกในประเทศไทย

    1 Min Read

    เปิดตัวคอลเลกชัน Porsche x SMEG ครั้งแรกในประเทศไทย

    ปอร์เช่ ประเทศไทย ร่วมกับ SMEG ประเทศไทย สองผู้นำด้านการสะท้อนสมรรถนะ งานฝีมือ และสไตล์เหนือกาลเวลา เชิญร่วมสัมผัสประสบการณ์กับกิจกรรม Exclusive Photography Experience พร้อมเปิดตัวคอลเลกชัน Porsche x SMEG ครั้งแรกในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2569 ณ DAS HAUS BKK

    ความร่วมมือครั้งนี้ถ่ายทอดผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ของ SMEG ใน 3 คอลเลกชัน ได้แก่ Carrara White Metallic, Shade Green และสินค้ารุ่นพิเศษ 917 Salzburg ที่ได้รับแรงบันดาลใจจาก ปอร์เช่ 917 KH สีแดง-ขาวในตำนานที่สร้างประวัติศาสตร์ด้วยชัยชนะรวมครั้งแรกของปอร์เช่ในการแข่งขัน 24 Hours of Le Mans ในปี 1970

    สินค้าในคอลเลกชันนี้สะท้อนรายละเอียดการออกแบบและเฉดสีที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งเชื่อมโยงแรงบันดาลใจจากยนตรกรรมสู่ไลฟ์สไตล์ได้อย่าลงตัว โดยกิจกรรม Exclusive Photography Experience ณ DAS HAUS BKK เปิดพื้นที่ให้ผู้หลงใหลในงานออกแบบและยนตรกรรมได้ร่วมบันทึกภาพความประทับใจคู่กับรถและสินค้าในคอลเลคชัน Porsche x SMEG ในบรรยากาศที่สะท้อนจิตวิญญาณของทั้งปอร์เช่และ SMEG

    แรงบันดาลใจจากเลอมังส์ สู่คอลเลกชัน 917 SALZBURG

    คอลเลกชัน 917 SALZBURG ได้รับแรงบันดาลใจจากชัยชนะระดับตำนานของปอร์เช่ 917 จากการแข่งขัน เลอมังส์ ในปี 1970 ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของปอร์เช่ในโลกมอเตอร์สปอร์ต สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะ ความแม่นยำทางวิศวกรรม และแนวคิดด้านการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ ผ่านการตีความใหม่สู่เครื่องใช้ไฟฟ้าดีไซน์พิเศษจาก SMEG อย่างตู้เย็นและเครื่องชงกาแฟที่ผสานเส้นสายและโทนสีอันเป็นเอกลักษณ์ของรถแข่งระดับตำนานให้เข้ากับงานออกแบบจากอิตาลี พร้อมยกระดับงานออกแบบจากสนามแข่งสู่พื้นที่ในการใช้ชีวิตประจำวันอย่างโดดเด่นและมีเอกลักษณ์

    CARRARA WHITE ความบริสุทธิ์ในการออกแบบที่เชื่อมโยงยนตรกรรมและไลฟ์สไตล์

    สะท้อนแรงบันดาลใจจากหินอ่อน Carrara จากเมืองคาราร่า แคว้นทัสคานี ประเทศอิตาลี โดยโทนสีสามารถเปลี่ยนมิติไปตามแสงและมุมมอง ตั้งแต่เทาอ่อนไปจนถึงขาวสว่างที่ให้ความรู้สึกคล้ายหิมะภายใต้แสงแดด โดยสำหรับปอร์เช่ เฉดสี Carrara White ถือเป็นสีที่สะท้อนการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยความสะอาด เป็นธรรมชาติและร่วมสมัย โดยปอร์เช่และ SMEG ได้นำเฉดสี Carrara White มาตีความใหม่ในคอลเลกชัน Porsche x SMEG ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผสานความคลาสสิกเข้ากับรายละเอียดงานออกแบบอย่างประณีต ถ่ายทอดรสนิยมเรียบหรู พร้อมเชื่อมโยงแรงบันดาลใจจากยนตรกรรมสู่ไลฟ์สไตล์

    จาก 911 ดาการ์ สู่เฉดสีแห่งสมรรถนะในคอลเลกชัน SHADE GREEN

    เฉดสีเขียวที่ได้รับแรงบันดาลใจจากปอร์เช่ 911 ดาการ์ (911 Dakar) ถ่ายทอดบุคลิกสุขุมแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง พร้อมสะท้อนจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและสมรรถนะที่โดดเด่น โดยให้ความรู้สึกสุขุมแต่ทรงพลังในแบบเฉพาะตัว ไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ของยนตรกรรมสายออฟโรดที่พร้อมก้าวข้ามขีดจำกัด แต่ยังถ่ายทอดแนวคิดการออกแบบที่ผสานความแข็งแกร่ง ความประณีต และความร่วมสมัยอย่างลงตัว ผ่านเครื่องใช้ไฟฟ้าในคอลเลกชัน SHADE GREEN ไม่ว่าจะเป็นตู้เย็น เครื่องปั่น เครื่องปิ้งขนมปัง และกาต้มน้ำ ซึ่งโดดเด่นด้วยสีสันและรายละเอียดงานออกแบบที่พิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ

    กิจกรรม Exclusive Photography Experience เปิดพื้นที่ให้ร่วมบันทึกภาพความประทับใจ ตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ – 8 มีนาคม 2569 ณ DAS HAUS BKK หมุดหมายของคนรักรถและครอบครัวย่านบางนา (https://share.google/A77erKt2DPBZcOH8M) ร่วมสัมผัสคอลเลกชัน Porsche x SMEG พร้อมบันทึกช่วงเวลาที่สะท้อนถึงการผสมผสานระหว่างมรดกแห่งมอเตอร์สปอร์ตและงานออกแบบอิตาเลียน ภายใต้บรรยากาศที่ถ่ายทอดแรงบันดาลใจในการออกแบบได้อย่างเต็มรูปแบบ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • นิสสัน เตรียมเปิดตัวรถยนต์พลัง e-POWER รุ่นใหม่ ผลิตในประเทศ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมสร้างความตื่นเต้นด้วยดีไซน์โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในไทยและอาเซียนโดยเฉพาะ

    1 Min Read

    นิสสัน เตรียมเปิดตัวรถยนต์พลัง e-POWER รุ่นใหม่ ผลิตในประเทศ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 พร้อมสร้างความตื่นเต้นด้วยดีไซน์โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนารถยนต์ที่ตอบโจทย์ลูกค้าในไทยและอาเซียนโดยเฉพาะ

    นิสสัน ประเทศไทย เตรียมเปิดตัวรถยนต์อี-พาวเวอร์ (e-POWER) รุ่นใหม่ล่าสุดที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2026 โดยเป็นรถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย นับเป็นการขยายไลน์ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าของนิสสันในภูมิภาคอาเซียน  รถยนต์รุ่นใหม่นี้ถูกพัฒนาขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการด้านสมรรถนะ สภาพการขับขี่ และไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทย และตลาดอาเซียนโดยเฉพาะ โดยจะมาพร้อมกับเทคโนโลยี อี-พาวเวอร์ เอกสิทธิ์ของนิสสัน มีดีไซน์โดดเด่นแบบรถเอสยูวี พร้อมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยรวมถึงระบบการเชื่อมต่อที่ล้ำสมัย  รถยนต์รุ่นนี้ผลิตที่โรงงานนิสสัน ในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนิสสันที่มีต่อการยกระดับการผลิตในประเทศ และการส่งมอบผลิตภัณฑ์ยานยนต์ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้โดยเฉพาะ

    โทชิฮิโระ ฟูจิคิ ประธาน นิสสัน ประเทศไทย และอาเซียน กล่าวว่า “นิสสันยังคงตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เราเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นผ่านการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในภูมิภาคนี้ โดยรถยนต์ อี-พาวเวอร์ รุ่นใหม่ได้รับการพัฒนาเพื่อตอบสนองต่อความชื่นชอบ และพฤติกรรมการขับขี่ของลูกค้าในประเทศไทย และทั่วทั้งอาเซียน สะท้อนถึงความตั้งใจของนิสสันในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และสภาพการขับขี่ของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง โดยผู้ที่สนใจเตรียมสัมผัสประสบการณ์ความตื่นเต้นของรถยนต์อี -พาวเวอร์ รุ่นใหม่นี้ พร้อมติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์”

    เพื่อสร้างความตื่นเต้นครั้งใหม่ให้แก่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ลูกค้า และสื่อมวลชนสามารถติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของนิสสัน พร้อมร่วมเยี่ยมชมบูธนิสสันในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ได้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม ถึง 5 เมษายน 2569  และร่วมเป็นกลุ่มแรกที่ได้สัมผัสรถยนต์รุ่นใหม่ในการเปิดตัวสู่สาธารณชน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ‘มิชลิน’ คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติในงานแสดงเทคโนโลยียางล้อ Tire Technology Expo ประจำปี 2569 ณ ประเทศเยอรมนี

    1 Min Read

    ‘มิชลิน’ คว้า 4 รางวัลอันทรงเกียรติในงานแสดงเทคโนโลยียางล้อ Tire Technology Expo ประจำปี 2569 ณ ประเทศเยอรมนี

    ‘มิชลิน’ คว้ารางวัลอันทรงเกียรติ 4 รางวัล ในงาน Tire Technology Expo มหกรรมแสดงสินค้าระดับนานาชาติด้านการออกแบบ การผลิต และนวัตกรรม ในแวดวงอุตสาหกรรมยางรถยนต์ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 มีนาคม 2569 ที่เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี

    ฟิลิปป์ ฌาควิน (Philippe Jacquin) รองประธานบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาประจำมิชลิน ซึ่งเป็นหนึ่งในกรรมการบริหารกลุ่มมิชลิน เปิดเผยว่า “การครอง 4 รางวัลในงาน Tire Technology Expo เป็นเครื่องตอกย้ำถึงพลังร่วมของทีมงานมิชลิน ตลอดจนความเชี่ยวชาญเชิงลึกด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อมในนวัตกรรมของเรา  ความรู้ความชำนาญเชิงลึกด้านวัสดุประเภทโพลิเมอร์คอมโพสิตซึ่งสะท้อนอยู่ในนวัตกรรมสำหรับใช้งานบนดวงจันทร์และบนท้องถนนเป็นปัจจัยที่ขับเคลื่อนให้มิชลินได้แสดงศักยภาพในการก้าวข้ามขีดจำกัด, เปิดประสบการณ์ใหม่, เปลี่ยนงานวิจัยให้เป็นโซลูชั่นที่ใช้งานได้จริง ตลอดจนผลักดันให้การพัฒนาวัสดุรุ่นใหม่ที่ล้ำหน้าเกิดขึ้นได้เร็วขึ้น  รางวัลที่เราได้รับไม่เพียงมอบให้เพื่อยกย่องความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ของเรา แต่ยังเป็นรางวัลสำหรับความมุ่งมั่นทุ่มเทต่อการทำงานของทีมงานมิชลินทุกคน ซึ่งล้วนมีส่วนในการสร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตประจำวันและขับเคลื่อนการเดินทางสัญจรให้ก้าวรุดหน้าเพื่อผู้คนทั้งในปัจจุบันและอนาคต

    รางวัล แนวคิดแห่งปี: MiLAW ยางล้อสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ที่ผลักดันให้มิชลินขยายขีดความสามารถทางเทคโนโลยี

    MiLAW (Michelin Lunar Airless Wheel) ยางล้อไร้ลมสำหรับภารกิจสำรวจดวงจันทร์ คว้ารางวัล “แนวคิดแห่งปี” (Concept of the Year) ในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย  ยางล้อไร้ลมดังกล่าวออกแบบมาเพื่อติดตั้งกับยานสำรวจดวงจันทร์ในอนาคตภายใต้โครงการ ARTEMIS โดยเป็นผลงานจากการวิจัยนานกว่า 20 ปี ในเรื่องโครงสร้างยางล้อไร้ลม, โพลิเมอร์ไฮเทค และกระบวนการผลิตที่ล้ำสมัย อาทิ การพิมพ์ 3 มิติ ฯลฯ

    ยาง MiLAW ไม่เพียงต้องมีศักยภาพในการทนต่อสภาพแวดล้อมสุดขั้ว ทั้งระดับรังสี พื้นผิวที่หยาบและขรุขระ ตลอดจนอุณหภูมิที่ผันผวนระหว่าง -240 ถึง 100 องศาเซลเซียส แต่ยังต้องให้สมรรถนะในการยึดเกาะและความทนทานที่จำเป็นต่อภารกิจสำรวจดวงจันทร์  ในการพัฒนายางล้อรุ่นนี้ มิชลินต้องทำการทดสอบที่เข้มงวดเป็นพิเศษ ทั้งยังต้องขยายขีดความสามารถด้านการจำลองภาพเสมือนจริงแบบดิจิทัล (Digital Simulation) ให้มากขึ้นกว่าเดิม

    ความรู้ที่ได้รับจากการพัฒนานวัตกรรมสำหรับใช้งานในอวกาศนี้ถูกนำไปต่อยอดสู่นวัตกรรมแห่งอนาคตใหม่ ๆ ของกลุ่มมิชลินบนพื้นโลก โดยเฉพาะนวัตกรรมเพื่อการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่ต้องการความแข็งแกร่งทนทานไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

    รางวัล ยางแห่งปี: ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจียางพรีเมียมที่ได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA และครองอันดับหนึ่งในฐานะยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1) ทั้งยังได้รับการยอมรับจากผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำ

    ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ (MICHELIN Primacy 5 Energy) ได้รับยกย่องให้ครองตำแหน่ง “ยางแห่งปี”  ทั้งนี้ ผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกราว 20 ราย วางใจเลือกใช้ยางรุ่นนี้ก่อนที่ยางจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ โดยรถยนต์รุ่นใหม่กว่า 50 รุ่นซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาจะติดตั้งยางรุ่นนี้เป็นยางมาตรฐานติดรถ นอกจากนี้ ยาง ‘มิชลิน ไพรมาซี่ 5 เอนเนอจี’ ยังได้รับมาตรฐานสูงสุดระดับ AAA ซึ่งเป็นมาตรฐานความเป็นเลิศในทุกหมวดหมู่บนฉลากยางรถยนต์ตามมาตรฐานสหภาพยุโรป (EU Label) ได้แก่ สมรรถนะการยึดเกาะบนถนนเปียก, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน และการลดเสียงรบกวนจากภายนอก ทั้งยังครองอันดับหนึ่งในฐานะยางที่มีอายุใช้งานดีเยี่ยมยาวนานสูงสุดเมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์ยางในกลุ่มประเภทเดียวกัน(1)

    ยางรุ่นนี้จึงตอบโจทย์ความต้องการยางพรีเมียมที่ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่า ไม่ว่าจะในด้านความปลอดภัย, การรองรับรถยนต์ไฟฟ้า, การลดการปล่อยมลพิษ, ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน หรือความยั่งยืนของวัสดุ

    รางวัล ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมแห่งปีประเภทการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม: โครงการ BioButterfly ที่นำชีวมวลมาใช้ในการผลิตบิวทาไดอีนและอีลาสโทเมอร์

    โครงการ BioButterfly โดย มิชลิน ร่วมกับ ‘ไอเอฟพี เอเนอจีส์ นูเวลล์ส’ (IFP Energies Nouvelles) และ ‘แอคเซนส์’ (Axens) ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานจัดการสิ่งแวดล้อมและพลังงานแห่งประเทศฝรั่งเศส (ADEME) ได้รับรางวัล “ความสำเร็จด้านสิ่งแวดล้อมแห่งปี” ประเภทการสนับสนุนภาคอุตสาหกรรม (Environment Achievement of the Year – Industrial Contribution)

    หลังใช้เวลากว่า 12 ปีในการวิจัยและใช้เงินลงทุนไปกว่า 80 ล้านยูโร (ราว 2,900 ล้านบาท) โรงงานต้นแบบเชิงอุตสาหกรรม (Industrial Demonstrator) ของมิชลิน ณ เมืองบาซองส์ (Bassens) ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเริ่มดำเนินงานเมื่อปี 2566 ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสำเร็จและประสิทธิภาพของกระบวนการผลิตบิวทาไดอีนจากชีวมวล (Bio-Based Butadiene) ที่ใช้ไบโอเอทานอล (Bioethanol) เป็นวัตถุดิบ

    อีลาสโทเมอร์ชุดแรกที่ผลิตด้วยกระบวนการนี้ตอบโจทย์ข้อกำหนดที่จำเป็นในการนำมาใช้ผลิตยางรถยนต์ได้อย่างดี ขณะเดียวกันยังช่วยลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หรือ “คาร์บอนฟุตพริ้นท์” ลงได้อย่างมากเมื่อเทียบกับการผลิตบิวทาไดอีนจากฟอสซิล

    ทั้งนี้ โครงการ BioButterfly ถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาอุตสาหกรรมอีลาสโทเมอร์จากชีวมวล (Bio-Based Elastomer) และลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดห่วงโซ่คุณค่าผลิตภัณฑ์ยาง (Tire Value Chain)

    รางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการอุทิศตนในการพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์ประจำปี 2569: ปาสคาล พร็อสต์ (Pascal Prost) ผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านยางล้อ

    มร.ปาสคาล พร็อสต์ ซึ่งอุทิศตนทำงานให้กับมิชลินมานานถึง 35 ปี โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้เชี่ยวชาญอาวุโสด้านยางล้อ (Senior Fellow – Tires) ได้รับรางวัลเกียรติยศสูงสุดด้านการอุทิศตนในการพัฒนาเทคโนโลยียางรถยนต์ประจำปี 2569 (Tire Tech 2026 Lifetime Achievement Award) โดยตลอดเส้นทางอาชีพ มร.พร็อสต์ เผชิญและรับมือกับทุกความท้าทายทางเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับยางอย่างมุ่งมั่นและกระตือรือร้น โดยเฉพาะโจทย์ด้านสมรรถนะซึ่งมักมีข้อกำหนดที่ขัดแย้งกันเองนอกจากนี้ เขายังประสานความร่วมมือกับทีมงานหลายฝ่ายภายในกลุ่มมิชลิน ทั้งยังทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยและบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ชั้นนำหลายแห่ง

    เส้นทางอาชีพด้านเทคนิคของ มร.พร็อสต์ ในกลุ่มยางรถยนต์นั่งและยางรถสองล้อ โดยเฉพาะผลงานเรื่องยางที่มีแรงต้านทานการหมุนต่ำและการออกแบบยางที่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิต (Eco-Design) สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณแห่งนวัตกรรม, การทุ่มเทเพื่อสมรรถนะที่เหนือกว่า และความมุ่งมั่นส่งเสริมให้เกิดการสัญจรที่ยั่งยืน ซึ่งเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของมิชลิน

    รางวัลนี้ไม่เพียงมอบให้เพื่อยกย่องการอุทิศตนให้กับอาชีพการงานด้วยการมุ่งมั่นพัฒนาความเชี่ยวชาญทางเทคนิค แต่ยังเชิดชูความเป็นเลิศที่เกิดจากพลังร่วมของพนักงานกลุ่มมิชลินทุกคน

    รางวัลอันทรงเกียรติทั้ง 4 รางวัลดังกล่าว ซึ่งครอบคลุมงานวิจัยขั้นสูง, นวัตกรรมผลิตภัณฑ์, การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และการยกย่องมืออาชีพที่โดดเด่น สะท้อนความเชี่ยวชาญที่หลากหลายและลึกซึ้งของกลุ่มมิชลิน ทั้งยังแสดงให้เห็นถึงพลังแห่งการขับเคลื่อนที่แท้จริง โดยมิชลินมุ่งมั่นคิดค้นพัฒนานวัตกรรมเพื่อการเดินทางสัญจรที่ปลอดภัย มีสมรรถนะสูง และยั่งยืนยิ่งขึ้น สำหรับการใช้งานทั้งบนโลกและนอกโลก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาแล้ว ! Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 2569 ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท ดีไซน์สปอร์ต Fastback พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม เปิดราคาจริง 23 มี.ค. 2569 และสัมผัสคันจริงในงาน Motor Show 2026 และโชว์รูมฮอนด้า

    1 Min Read

    มาแล้ว ! Honda e:N2 SUV ไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ เปิดจองสิทธิ์ 5 – 22 มี.ค. 2569 ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท ดีไซน์สปอร์ต Fastback พร้อมฟีเจอร์พรีเมียม เปิดราคาจริง 23 มี.ค. 2569 และสัมผัสคันจริงในงาน Motor Show 2026 และโชว์รูมฮอนด้า

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำและเผยสเปกอย่างเป็นทางการของ ‘Honda e:N2’ รถเอสยูวีไฟฟ้า 100% ด้วยราคาประมาณการ 1,4XX,XXX บาท* ยนตรกรรมรุ่นล่าสุดที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ของฮอนด้าให้หลากหลาย ครอบคลุมความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการก้าวสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

    เปิดรับจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! ตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. 2569 – 22 มี.ค. 2569 พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ*

    • ดอกเบี้ย 1.54%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
    • ฟรีประกันภัย 1 ปี (ประกันภัยชั้น 1)
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรีโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา

    พิเศษ! เฉพาะลูกค้าที่รับรถ Honda e:N2 100 คันแรก รับเพิ่ม! สกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Motocompacto มูลค่า 65,000 บาท* (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) โดยลูกค้าจะต้องทำการจองสิทธิ์ล่วงหน้าระหว่างวันที่ 5 มีนาคม 2569 – 22 มีนาคม 2569 พร้อมทำการจองอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 23 มีนาคม 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 (โดยขอสงวนสิทธิ์การจองสิทธิ์ จองอย่างเป็นทางการและรับรถกับผู้จำหน่ายเดียวกัน)

    Honda e:N2 มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตเอสยูวีท้ายลาดแบบ Fastback เส้นสายเฉียบคม โดดเด่นด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าในดีไซน์ Grille-less เอกลักษณ์ของรถยนต์ไฟฟ้า พร้อมกระจกด้านหลังแบบ Privacy กระจกที่นั่งด้านหน้าและด้านหลังแบบกันเสียงซึ่งติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย!

    ห้องโดยสารกว้างขวาง ครบครันด้วยเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย อาทิ เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งเบาะนั่งของผู้ขับขี่ พร้อมเลื่อนอัตโนมัติเวลาขึ้น – ลงรถ (Easy Entry / Exit) เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ แผ่นกรองอากาศกรองฝุ่น PM 2.5 และระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5 ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster พร้อมเทคโนโลยีที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์อย่างลงตัว อาทิ

    ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย ช่องเชื่อมต่อ USB Type-C 4 ตำแหน่ง ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT

    อีกทั้งฟีเจอร์ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในไทย! อาทิ น้ำหอมอโรมา (Aroma Diffuser) และกระจกมองหลังแบบกล้องพร้อมปรับลดแสงอัตโนมัติ

    ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังไฟฟ้า 100% ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์มขับเคลื่อนด้วยล้อหน้า e:N Architecture F ประสิทธิภาพสูง ที่มาพร้อมการปรับจูนการตอบสนองของอัตราเร่งอย่างเหมาะสม มอบการขับขี่ที่มั่นใจ นุ่มนวล และควบคุมง่าย ตอบสนองเร็วทันใจด้วยกำลังสูงสุด 150 กิโลวัตต์หรือ 204 แรงม้า (PS) ให้แรงบิดสูงสุด 310 นิวตัน-เมตร รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 530 กิโลเมตร** (ตามมาตรฐาน NEDC) ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง

    จัดเต็มเทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information: BSI) ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)

    ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System: MVCS) เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และหลัง 4 จุด พร้อมครั้งแรกของรถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย! กับถุงลมกลางด้านหน้า พร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็น

    มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 9.4 นิ้ว

    ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head Up Display: HUD) ขนาด 11.5 นิ้ว ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold

    Honda e:N2 มาพร้อมสีภายนอกที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีเทาเออร์เบิน (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และ สีใหม่! สีขาวไดมอนด์ดัสต์ (มุก) พร้อมภายในห้องโดยสารสีทูโทน (เทา/ดำ) ตกแต่งด้วยแถบสีส้ม

    จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ Honda e:N2 ก่อนใครได้แล้ววันนี้! ด้วยราคาประมาณการ 1.4XX ล้านบาท และเตรียมพบกับการประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda e:N2 ได้ในวันที่ 23 มีนาคม 2569
    ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (The 47th Bangkok International Motor Show) รวมถึงสัมผัสได้ที่บูทฮอนด้า (A22) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 ภายในงานฯ และที่โชว์รูมฮอนด้า

    ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง www.honda.co.th/en2 และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จาก
    ที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand
    หมายเหตุ:
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
    **ขึ้นอยู่กับสภาพถนนและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทำความรู้จัก GWM ORA 5 HEV เจนเนอเรชั่นใหม่ของรถเอสยูวีไฮบริด เปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทย 12 มีนาคมนี้ แรง ประหยัด เทคโนโลยีจัดเต็ม ลบภาพรถ SUV-B ไฮบริดแบบเดิม ๆ

    1 Min Read

    ทำความรู้จัก GWM ORA 5 HEV เจนเนอเรชั่นใหม่ของรถเอสยูวีไฮบริด เปิดตัวครั้งแรกของโลกในไทย 12 มีนาคมนี้ แรง ประหยัด เทคโนโลยีจัดเต็ม ลบภาพรถ SUV-B ไฮบริดแบบเดิม ๆ

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส โดยในเดือนมีนาคมนี้ GWM (Thailand) ใส่เกียร์เดินหน้าเต็มสูบสานต่อความสำเร็จของ GWM ORA Good Cat ด้วยการเปิดตัว GWM ORA 5 โดยนอกเหนือจากขุมพลัง BEV แล้ว ยังเป็นครั้งแรกของโลกที่จะเผยโฉมรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ซึ่ง GWM ORA 5 HEV ถือเป็นรถ SUV-B ไฮบริดเจอเนอเรชันใหม่ที่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างจากรถเอสยูวีในเซกเมนต์เดียวกันที่มีอยู่ในตลาดเมืองไทยในปัจจุบัน มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบบริดอัจฉริยะ DHT-HEV เจเนอเรชันใหม่ แบบ 2-Speed Direct Drive ที่ออกแบบให้เกิดความสมดุลสูงสุดระหว่างประสิทธิภาพการใช้พลังงาน สมรรถนะ และความทนทานในระยะยาว ซึ่งได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งระบบ เพื่อยกระดับมาตรฐานเทคโนโลยีไฮบริดของแบรนด์สู่มิติที่แตกต่าง โดย GWM ORA 5 HEV ถือเป็นโมเดลเชิงกลยุทธ์ระดับโลกปี 2026 ซึ่งถูกวางให้เป็นขุมพลังหลักสำหรับหลายตลาดสำคัญทั่วโลก การพัฒนาในครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการต่อยอดเทคโนโลยีเดิม แต่เป็นก้าวสำคัญในการปรับแนวคิดของระบบไฮบริดจาก GWM อย่างชัดเจน

    เทคโนโลยีเครื่องยนต์ไฮบริด DHT-HEV มาพร้อมจุดเด่นสำคัญ 4 ประการ ได้แก่ การใช้พลังงานผ่านระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ สมรรถนะการเร่งที่ตอบสนองฉับไว การออกแบบเชิงวิศวกรรมที่เน้นความทนทานและความปลอดภัย และความนุ่มนวลเงียบสบายในการขับขี่ โดยระบบไฮบริดที่ล้ำสมัยนี้ จะสามารถปรับสมดุลการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และพลังงานไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสม เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความประหยัดน้ำมันในการใช้งานจริง พร้อมเสริมความต่อเนื่องของการส่งกำลังให้ลื่นไหลและตอบสนองทันใจ อีกทั้งยังมีระบบ Regenerative Energy Recovery ที่ช่วยนำพลังงานจากช่วงชะลอความเร็วกลับมาใช้ใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมให้ดียิ่งขึ้น

    GWM ORA 5 HEV มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ขับเคลื่อนล้อหน้า ให้พละกำลังรวมสูงสุด 223 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 476 นิวตันเมตร รองรับระยะทางขับขี่มากกว่า 1,000 กิโลเมตร (ระยะทางการขับขี่ขึ้นอยู่กับลักษณธการขับขี่ของแต่ละบุคคล) การประสานการทำงานระหว่างมอเตอร์คู่และเกียร์ช่วยให้การส่งกำลังเป็นไปอย่างต่อเนื่องและราบรื่นในช่วงเร่งความเร็ว พร้อมแรงบิดเสริมแบบเรียลไทม์ระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ มอบความรู้สึกและประสบการณ์ขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์ไฟฟ้าล้วน ขณะเดียวกัน ชุดส่งกำลังยังติดตั้งฉนวนป้องกันเสียงรบกวน (NVH) สำหรับทั้งระบบไฟฟ้าแรงดันสูงและแรงดันต่ำ ช่วยลดเสียงลงได้ประมาณ 3–5 เดซิเบล ยกระดับความเงียบภายในห้องโดยสารสู่มาตรฐานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรม

    หัวใจสำคัญของการพัฒนาครั้งนี้ คือการผสานพลังของเครื่องยนต์ไฮบริดประสิทธิภาพสูงเข้ากับโมดูลขับเคลื่อนไฟฟ้า (มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวและแบตเตอรี่ไฮบริด) แบบบูรณาการ และระบบบริหารจัดการพลังงานขั้นสูง เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานจริง ทั้งในด้านความประหยัด การเร่งแซง และความมั่นใจในทุกเส้นทาง ขณะเดียวกัน โครงสร้างระบบยังได้รับการออกแบบให้รองรับการใช้งานระยะยาว พร้อมมาตรฐานด้านความปลอดภัยและความทนทานที่ครอบคลุมการใช้งานในหลากหลายสภาพแวดล้อม

    GWM ORA 5 HEV คือ การก้าวสู่บทใหม่ของเครื่องยนต์ไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดจาก GWM ที่ผสานความประหยัด สมรรถนะที่ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น และความทนทานในการใช้งานระยะยาวเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุลและลงตัว พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่และยกระดับตลาด SUV-B ในประเทศไทย เพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ผู้ใช้งานในไทยด้วยเทคโนโลยีไฮบริดแห่งอนาคตจาก GWM โดย GWM ORA 5 HEV มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกของโลกในประเทศไทยในวันที่ 12 มีนาคม 2569 นี้

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5SUV #GWMORA5HEV #ORA5 #ORA


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “PTG” ประกาศ! ตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายรัฐ ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

    1 Min Read

    “PTG” ประกาศ! ตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายรัฐ ลดภาระค่าครองชีพประชาชน

     

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ยืนยันตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามนโยบายภาครัฐ ตอกย้ำ! ไม่มีการขึ้นราคาในช่วงนี้แม้ราคาน้ำมันในตลาดโลกจะปรับตัวสูงขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง  เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน

    นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลางที่       ทวีความตึงเครียด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในระยะนี้ และอาจกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานพลังงาน ซึ่ง PTG ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนและผู้ใช้บริการ โดย PTG จะยังคงไม่ปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลในระดับปัจจุบันจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ซึ่งจะคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชนและผู้ใช้พลังงานเป็นสำคัญ

    พร้อมกันนี้จะบริหารจัดการด้านการจัดหาและต้นทุนอย่างรอบคอบ เพื่อดูแลลูกค้าและสังคมท่ามกลางความผันผวนของตลาดพลังงาน และเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ตลาดโลกอย่างใกล้ชิด ควบคู่กับการประสานกับหน่วยงานของภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้การพิจารณาด้านราคาจะดำเนินการอย่างเหมาะสมตามภาวะต้นทุนและสถานการณ์ตลาด

    บริษัทฯ ขอความร่วมมือผู้ใช้พลังงานไม่ตื่นตระหนกหรือกักตุน เนื่องจากปริมาณสำรองน้ำมันและระบบขนส่งภายในประเทศยังคงดำเนินการได้ตามปกติ แม้สถานการณ์ระหว่างประเทศยังมีความไม่แน่นอน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดประสบการณ์ City Run ชวนลูกค้าพิชิตเส้นทางวิ่ง 5K ใจกลางสาทร กับกิจกรรม The Urban Performance Presented by The all-new electric CLA

    1 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดประสบการณ์ City Run ชวนลูกค้าพิชิตเส้นทางวิ่ง 5K ใจกลางสาทร กับกิจกรรม The Urban Performance Presented by The all-new electric CLA

    เมอร์เซเดสเบนซ์ ประเทศไทย เดินหน้ามอบประสบการณ์เชิงไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์เทรนด์การวิ่งในเมืองของกลุ่มคนเจเนอเรชันใหม่ ผ่านแคมเปญ “The Urban Performance Presented by The all-new electric CLA” ชวนลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ ร่วมกิจกรรมการวิ่งแบบ City Run กับระยะทางรวม 5.6 กิโลเมตร (5K) ในเส้นทางย่านสาทร – ถนนจันทน์ พร้อมนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นล่าสุด “The all-new electric CLA” มาร่วมนำขบวนในงาน เพื่อตอกย้ำการสร้าง CLA Community ร่วมกับลูกค้าชาวไทยทุกคน โดยจะมีการจัดแคมเปญอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี ครอบคลุมมิติไลฟ์สไตล์ทั้งในด้านกีฬา ดนตรี และแฟชั่น

    กิจกรรม City Run ในสไตล์ The all-new electric CLA จัดขึ้นเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา ณ โครงการวนิลามูน (Vanilla Moon) โดยมีคณะผู้บริหารจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย คุณพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และคุณอัชฌ์ บุณยประสิทธิ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาดและสื่อสารองค์กร ที่เดินทางมาต้อนรับลูกค้าทุกคน พร้อมร่วมเปิดงานอย่างเป็นทางการ ก่อนที่นักวิ่งทุกคนจะเริ่มวอร์มอัพและเตรียมปล่อยตัวจากจุดสตาร์ท โดยแบ่งกลุ่มนักวิ่งออกเป็น 4 กลุ่ม ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีเหล่าเพซเซอร์ (Pacer) ที่เป็นนักวิ่งอาชีพมานำการวิ่งและดูแลความปลอดภัยของนักวิ่งทุกคนตลอดเส้นทาง

    โดยเส้นทางการวิ่งในระยะทางรวม 5.6 กิโลเมตร จากบริเวณถนนจันทน์ นักวิ่งทุกคนจะได้พบกับบรรยากาศของชุมชนกลางเมืองกรุงเทพมหานคร พร้อมเห็นมุมมองของวิถีไลฟ์สไตล์ผ่านการออกกำลังกายยามเช้าในวันที่ไม่เร่งรีบ โดยมุ่งหน้าสู่แลนด์มาร์คสำคัญอย่างสกายวอล์กช่องนนทรี (Chong Nonsi Skywalk) ที่เชื่อมต่อกับสวนสาธารณะลอยฟ้าที่อยู่กลางถนนนราธิวาสราชนครินทร์ และวิ่งผ่านเส้นทางในซอยสาทร 11 (เซนต์หลุยส์ 3) กลับมาเข้าเส้นชัยที่จุดรวมตัวบริเวณโครงการวนิลามูน เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษ “The Fastest Lap” การแข่งวิ่งระยะสั้นแบบ Sprint Challenge ในระยะทาง 300 เมตร เพื่อหาผู้ชนะที่จะได้รับรางวัลพิเศษจาก The all-new electric CLA ก่อนจบกิจกรรมด้วย Networking Party ที่ให้ทุกคนร่วมเฉลิมฉลองไลฟ์สไตล์ในแบบฉบับของ CLA Community ไปด้วยกัน

    “The Urban Performance Presented by The all-new electric CLA” เป็นหนึ่งในกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์จากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ที่จัดขึ้นเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ให้กับลูกค้า
    ที่ สนใจเป็นเจ้าของ The all-new electric CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ล้ำสมัยที่สุดของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ และยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการพัฒนาและนำเสนอยนตรกรรมแห่งอนาคตอย่างต่อเนื่อง โดยรถยนต์รุ่นดังกล่าวจะเปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคมนี้ ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47

    ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • 3 รางวัลใหญ่ Future Trends Awards 2026 การันตี “ตรีเพชรอีซูซุเซลส์” องค์กรแห่งอนาคตที่เติบโตด้วยศักยภาพคน

    1 Min Read

    3 รางวัลใหญ่ Future Trends Awards 2026 การันตี “ตรีเพชรอีซูซุเซลส์” องค์กรแห่งอนาคตที่เติบโตด้วยศักยภาพคน

                บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ก้าวขึ้นสู่การเป็นองค์กรแห่งอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังของคนและการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม ตอกย้ำแนวคิด “Trusted Buddy” เพื่อนคู่คิดที่อยู่เคียงข้างคนไทยมาอย่างต่อเนื่องเกือบ 70 ปี มุ่งมั่นดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม และเติบโตเคียงข้างประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างคุณค่าทางสังคมอันเป็นเอกลักษณ์ (Unique Social Value) ควบคู่กับการพัฒนาองค์กรอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติธุรกิจ บุคลากร และความรับผิดชอบต่อสังคม สร้างความแข็งแกร่งและความภาคภูมิใจสูงสุดให้กับองค์กร

    ความสำเร็จดังกล่าวการันตีด้วยการคว้า 3 รางวัลเกียรติยศจากเวที Future Trends Awards 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ได้แก่

    • The Future Corporate Awards: The Most Impactful องค์กรแห่งอนาคตที่เป็นที่สุดด้าน
      การส่งผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม
    • The Better World Corporate Awards: Leading of People องค์กรยอดเยี่ยมด้านการบริหารและพัฒนาบุคลากร (People)
    • The Most Beloved Employer Awards: Experienced Professional Love รางวัลองค์กรที่ดึงดูดใจและครองใจพนักงานระดับมืออาชีพที่มีประสบการณ์มากที่สุด

    รางวัลทั้ง 3 สาขานี้ สะท้อนความสำเร็จในการบริหารองค์กรที่ให้ “บุคลากร” เป็นหัวใจสำคัญ เปิดโอกาสให้พนักงานทุกเจเนอเรชันได้ผสานจุดแข็งและศักยภาพในการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านระบบพี่เลี้ยงที่ถ่ายทอดความเชี่ยวชาญและประสบการณ์จากพนักงานรุ่นพี่ ควบคู่กับพลังความคิดสร้างสรรค์ นวัตกรรมและการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ของพนักงานรุ่นน้อง ภายใต้สภาพแวดล้อมการทำงานที่ยืดหยุ่นและเอื้อต่อการทำงาน ส่งเสริมความผูกพันภายในองค์กร เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว

    ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment