-
อีซูซุร่วมยินดีแชมป์ THAI FIGHT 2025 พร้อมแจกรางวัลใหญ่ รถปิกอัพ Isuzu D-Max
ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่ สำหรับการแข่งขันมวยไทยระดับโลก “THAI FIGHT 2025” รอบชิงชนะเลิศ ท่ามกลางบรรยากาศแสงสีเสียงสุดอลังการและลมหนาวริมกว๊านพะเยา โดยได้รับเกียรติจาก คุณอรอาภา โล่ห์วีระ ผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา กล่าวเปิดงานในฐานะประธานจัดการแข่งขัน THAI FIGHT พะเยา พร้อมด้วย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดีกับเหล่านักชกไทยที่คว้าชัยบนเวทีการต่อสู้ โดยมีกำลังใจจากแฟนมวยทั่วโลก ณ ลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมือง จังหวัดพะเยา
การแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศครั้งนี้เป็นการช่วงชิงรางวัลเกียรติยศสูงสุด ถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เข็มขัดแชมป์ พร้อมรับรางวัลใหญ่รถปิกอัพ ใหม่! อีซูซุ ดีแมคซ์ ไฮแลนเดอร์ 2.2 Ddi MAXFORCE และเงินสดรวมมูลค่ารางวัลกว่า 4 ล้านบาท ซึ่งเหล่านักชกไทยต่างทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะใน 3 คู่เอกที่สะกดสายตาผู้ชม เริ่มต้นด้วยการก้าวขึ้นสังเวียนของ จรวดศึก สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว แชมป์จากรายการ Isuzu Thailand Championship 2025 โชว์ชั้นเชิงมวยไทยเอาชนะคะแนน อาหมัด มาซูมิเนีย จากอิหร่านไปอย่างสุดเดือด คว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ คู่ถัดมาเป็นศึกสายเลือดที่เป็น การเจอกันระหว่างยอดฝีมือชาวไทยด้วยกันเอง เขี้ยวเพชร ซีทรู วิตามินโด-ฮวาน เฉือนเอาชนะคะแนน พรพิทักษ์ สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว ไปอย่างสมศักดิ์ศรี คว้าชัยเป็นเจ้าของรถปิกอัพอีซูซุไปได้ในที่สุด ปิดท้ายด้วยความประทับใจกับนักชกขวัญใจมหาชน น้องโอ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า อาศัยความแกร่งและอาวุธ ที่หนักหน่วงเอาชนะคะแนน รุสลาน นากิเยฟ จากอาเซอร์ไบจาน ประกาศศักดามวยไทยให้ก้องโลก ท่ามกลางเสียงเชียร์ที่ดังกระหึ่มไปทั้งกว๊านพะเยา
มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ขอแสดงความยินดีกับ จรวดศึก และ เขี้ยวเพชร ที่คว้าแชมป์ THAI FIGHT 2025 มาครองได้อย่างสง่างาม ด้วยหัวใจนักสู้ที่แข็งแกร่งจนได้รับพระราชทานถ้วยรางวัลอันทรงเกียรติ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจในอาชีพนักชก ผมขออวยพรให้ทั้งสองท่านประสบความสำเร็จยิ่งขึ้นไปในอนาคต พร้อมกันนี้ ขอขอบคุณผู้ชมทุกท่าน ที่ให้การสนับสนุนรถอีซูซุ รายการ Isuzu Thailand Championship และ THAI FIGHT ด้วยดีเสมอมา ทุกแรงใจของท่านคือพลังสำคัญที่ขับเคลื่อนให้อีซูซุมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความไว้วางใจจากทุกท่านเช่นนี้ตลอดไป”
ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2025 รอบชิงชนะเลิศ
- ดาวแพร่ ปุ๋ยไข่มุก (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 2 เซเยดชาโฮ กีซาเรี่ยน (อิหร่าน)
- จูดี้ ฮัมเบอร์ (สกอตแลนด์) แพ้คะแนน จัสติน เดอปอร์เตส (ฝรั่งเศส)
- จรวดศึก สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว (ไทย) ชนะคะแนน อาหมัด มาซูมิเนีย (อิหร่าน)
- กล้าศึก พุ่มพันธุ์ม่วง อคาเดมี่ (ไทย) แพ้คะแนน ยอดคมปฏัก ซินบีมวยไทย (ไทย)
- เขี้ยวเพชร ซีทรู วิตามิน โด-ฮวาน (ไทย) ชนะคะแนน พรพิทักษ์ สจ.วิชิตเมืองแปดริ้ว (ไทย)
- ไลอ้อน มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า (ไทย) ชนะน็อกยกที่ 1 ยาอีร์ เมนาเฮ็ม (อิสราเอล)
- น้องโอ มูลนิธิธรรมนัส พรหมเผ่า (ไทย) ชนะคะแนน รุสลาน นากิเยฟ (อาเซอร์ไบจาน)
- แสนชัย พี.เค. แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน ฮามิด บาห์เรห์มานด์ฟาร์ (อิหร่าน)
ติดตามข่าวสารของกลุ่มตรีเพชรได้ที่ www.tripetchgroup.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
PTG ผนึก “กาแฟพันธุ์ไทย-แอตลาส เอ็นเนอยี” ส่งต่อกำลังใจหนุนฮีโร่ทหารกล้า
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG รวมพลังบริษัทในเครือ คือ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด และ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ร่วมส่งต่อความห่วงใย และส่งกำลังใจให้กับทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติตามแนวชายแดนไทย – กัมพูชาซึ่งถือเป็นการทำหน้าที่ของประชาชนคนไทยที่อยู่แนวหลังที่พร้อมสนับสนุนผู้ปฎิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของประเทศในทุกสถานการณ์
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) เปิดเผยว่า PTG ในฐานะผู้ประกอบการธุรกิจไทยที่เติบโต มาพร้อมกับการสนับสนุนจากคนไทยเล็งเห็นความสำคัญของการช่วยเหลือสังคมผ่านโครงการต่างๆ เพื่อสร้างความยั่งยืนร่วมกัน โดยมองว่าการช่วยเหลือสังคมไม่ใช่แค่หน้าที่แต่เป็นส่วนหนึ่ง ของการสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งและเติบโตไปพร้อมกับสังคมอย่างแท้จริง กลุ่มบริษัทฯ จึงขอส่งกำลังใจ และความห่วงใยให้กับทหารผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศในพื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ผ่านบริษัทในเครือ
ทั้งนี้ในส่วนของ บริษัท กาแฟพันธุ์ไทย จำกัด ร่วมส่งกำลังใจและสนับสนุนเหล่าทหารกล้า ผ่านมูลนิธิโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โดยทุกการสั่งซื้อเมนู “ไทยการิโน” ทั้งชนิดร้อน และเย็นจำนวน 1 แก้ว จะมีส่วนร่วมในการบริจาค เงินจำนวน 5 บาท เพื่อสนับสนุนการรักษาพยาบาลผู้ป่วยทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ปะทะ พื้นที่ชายแดนไทย – กัมพูชา ในการปฏิบัติหน้าที่ป้องกันประเทศ ตั้งแต่วันที่ 18 ธันวาคม 2568 – 18 มกราคม 2569 ที่ร้านกาแฟพันธุ์ไทยทุกสาขาทั่วประเทศ เดลิเวอรีไม่ร่วมรายการ
ขณะที่ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS ได้ร่วมส่งกำลังใจสู่แนวหน้า โดยมอบแก๊สกระป๋องพีที จำนวน 1,800 กระป๋อง พร้อมเตาแก๊สอเนกประสงค์ จำนวน 50 เตาให้กับกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 1 มอบแก๊สกระป๋องพีที จำนวน 3,000 กระป๋อง พร้อมเตาแก๊สอเนกประสงค์ จำนวน 100 เตา ให้กับกองบัญชาการกองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา และมอบแก๊สกระป๋องพีที จำนวน 50 ลัง พร้อมเตาแก๊สอเนกประสงค์ จำนวน 50 เตาให้กับกองบัญชาการกองทัพบก เพื่อนำไปใช้สนับสนุนภารกิจเสริมความมั่นคงของฐานที่มั่นในการปกป้องอธิปไตยของไทย และเตรียมส่งมอบให้กับฐานปฏิบัติการในพื้นที่อื่น ๆ ต่อไป
กลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนผู้ปฎิบัติหน้าที่เพื่อความปลอดภัยของประเทศในทุกสถานการณ์ และขอส่งกำลังใจ ความห่วงใยไปยังเจ้าหน้าที่ อาสาสมัคร และพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบนี้ และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายโดยเร็ว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เชลล์คว้ารางวัลสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตอกย้ำมาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย ขับเคลื่อนสังคมไทยปลอดแร่ใยหินเพื่ออนาคตยั่งยืน
บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด ได้รับรางวัล “มติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่มีการขับเคลื่อนได้สัมฤทธิผลเป็นที่ประจักษ์” จากสำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ สะท้อนบทบาท และวัฒนธรรมขององค์กรที่ให้ความสำคัญสูงสุดต่อความปลอดภัยและสุขภาพ พร้อมตอกย้ำการดำเนินงาน
อย่างเป็นระบบ โปร่งใส และสอดคล้องกับมาตรฐานสากล ผลักดันสังคมไทยสู่สังคมไร้แร่ใยหิน ทั้งในระดับนโยบายและระดับปฏิบัติการภายในสถานประกอบการอย่างเป็นรูปธรรมข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ระบุว่าแร่ใยหินทุกชนิดเป็นสารก่อมะเร็งในมนุษย์ ไม่มีระดับการสัมผัสที่ปลอดภัย ในหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ได้มีการจำกัดการใช้แร่ใยหินบางชนิดแล้ว เนื่องจากส่งผลกระทบต่อสุขภาพระยะยาว มีความพยายามร่วมกันจากหลายภาคส่วนที่จะผลักดันให้ยุติการใช้แร่ใยหินทุกชนิดและให้ใช้วัสดุทดแทนที่ปลอดภัย รวมถึงการควบคุมการสัมผัสในงานซ่อมบำรุงและการรื้อถอน
เชลล์ในฐานะบริษัทน้ำมันแห่งแรกของประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจมาเป็นเวลา 134 ปี ให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานอาชีวอนามัย ความปลอดภัย ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม (HSSE) ในทุกขั้นตอนของการปฏิบัติงาน เพื่อให้สอดคล้องกับแผนดังกล่าว ตลอดหลายปีที่ผ่านมาเชลล์ได้ มีการรื้อถอนและเปลี่ยนวัสดุทดแทนหลังคาที่มีแร่ใยหิน (Asbestos-Containing Materials: ACM) รวมถึงเปลี่ยนฉนวนถังและท่อในสถานประกอบการทั้งหมดของเชลล์ทั่วประเทศกว่า 50 จุดให้เป็นวัสดุที่ปลอดภัย โดยทุกขั้นตอนในการทำงานที่เกี่ยวข้องกับ
แร่ใยหินนั้น ดำเนินการโดยทีมที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด และมีการตรวจวัดคุณภาพอากาศตลอดระยะเวลาปฏิบัติการ เพื่อป้องกันผลกระทบทางสุขภาพต่อผู้ปฏิบัติงาน และชุมชนโดยรอบคุณอรอุทัย ณ เชียงใหม่ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เชลล์แห่งประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ขอขอบคุณคณะกรรมการสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ที่มอบประกาศเกียรติคุณในการขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ
ให้สัมฤทธิ์ผลและเป็นที่ประจักษ์ มองเห็นความมุ่งมั่นตั้งใจของเชลล์ในการทำให้สังคมไทยไร้แร่ใยหินอย่างเป็นรูปธรรมรางวัลที่เราได้รับจากสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ 18 นี้เป็นความภาคภูมิใจของเชลล์ประเทศไทย ตอกย้ำเจตนารมณ์ของเราที่ให้ความสำคัญสูงสุดกับอาชีวอนามัย ความปลอดภัย ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม ของผู้คนและชุมชน ดำเนินงานตามมาตรฐานสากลด้วยความรับผิดชอบ พร้อมร่วมมือกับทุกภาคส่วนในการสนับสนุน
การพัฒนานโยบายสาธารณะ ผ่านการส่งเสริมแนวทางการจัดการที่โปร่งใส โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของสุขภาพและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมไทยและคุณภาพชีวิตของประชาชน”การขับเคลื่อนของเชลล์ประเทศไทยจึงไม่เพียงเป็นการยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัยและสุขภาพภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มแข็งของภาคเอกชนในการสร้างสังคมที่ดีขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เชลล์ยังคงเดินหน้าพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง ด้วยความเชื่อว่าการให้ความสำคัญสูงสุดกับการจัดการด้านอาชีวอนามัย ความปลอดภัย ความมั่นคง และสิ่งแวดล้อม จะทำให้สังคมไทยมีคุณภาพชีวิตที่ดี เป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตและพัฒนาสังคมไทยอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” แจกจริง! มอบเก้าอี้นวดไฟฟ้า Amaxs แก่ผู้โชคดี
นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน “FAST Auto Show Thailand 2025” มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจร มอบรางวัลใหญ่ “เก้าอี้นวดไฟฟ้าแบรนด์ Amaxs รุ่น ROBO8989 MASSAGE CHAIR” จำนวน 1 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 279,000 บาท ให้แก่ผู้โชคดีที่ได้สิทธิ์จากกิจกรรม “ซื้อรถ ลุ้นรับ” ผ่านการจองและซื้อทั้งรถใหม่ป้ายแดง และรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพเยี่ยมภายในงาน “FAST Auto Show Thailand 2025” ครั้งที่ 13 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 – 6 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา โดยมี นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใหม่ และนายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงานฝ่ายรถใช้แล้ว ร่วมแสดงความยินดีและเป็นพยานในการมอบรางวัลให้แก่ นางณัฏฐนันท์ บาร์โลว ผู้โชคดีจากกิจกรรมในงานดังกล่าว
ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ (Fast Auto Show Thailand) จัดโดย บริษัท คิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทภายใต้ความร่วมมือทางธุรกิจของ 3 ค่ายใหญ่ ในวงการสื่อรถยนต์เมืองไทย โดยนำจุดแข็งของ “กรังด์ปรีซ์” ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่-รถจักรยานยนต์และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ “สื่อสากล” ผู้จัดงาน “ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป” ที่เชี่ยวชาญด้านรถใหม่ รถนำเข้าและกลุ่มผู้นำเข้าอิสระ และ “วี.เอ แอนด์ ซันส์” ที่เชี่ยวชาญและคร่ำหวอดในวงการรถยนต์ใช้แล้วมากว่า 15 ปี เพื่อต่อยอดธุรกิจอีเวนต์โชว์รถครบวงจรที่ เปี่ยมด้วยคุณภาพในช่วงกลางปี ทั้งนี้ งาน “FAST Auto Show Thailand 2026” กำหนดให้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 – 5 กรกฎาคม 2569 โดยจะยกระดับประสบการณ์เลือกซื้อรถใหม่และรถยนต์ใช้แล้วให้ครบวงจรยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มมาตรฐานความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคในทุกขั้นตอนการซื้อขายภายในงาน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM (Thailand) เปิด WEY G9 Gallery Lounge ครั้งแรกในประเทศไทย ปักหมุดชลบุรี พร้อมยกระดับประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟในทุกมิติ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจากได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดตัว WEY G9 – The Crafted Masterpiece ด้วยยอดจองกว่า 378 คัน ล่าสุด GWM Thailand พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ของประสบการณ์ลูกค้าลักชัวรี ด้วยการเปิด WEY G9 Gallery Lounge แห่งแรกในประเทศไทย ณ พาร์ทเนอร์ สโตร์ GWM EK ชลบุรี จังหวัดชลบุรี ซึ่งเปิดดำเนินการอย่างเป็นทางการในโอกาสเดียวกัน ทั้ง WEY G9 Gallery Lounge และ GWM Ek ชลบุรี จะดำเนินงานภายใต้การบริหารของ EK Group พันธมิตรหลักรายสำคัญในพื้นที่ภาคตะวันออก ซึ่งดูแลและบริหารงาน GWM Partner Store กว่า 6 แห่ง ครอบคลุมทั้งจังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี และกรุงเทพฯ การเปิด WEY G9 Gallery Lounge ครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของแบรนด์ ในการยกระดับประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟให้เหนือกว่า ครอบคลุมทุกการบริการตั้งแต่การขายและบริการหลังการขายของ GWM WEY สะท้อนวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของ GWM ในการก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย
การเปิด WEY G9 Gallery Lounge ชลบุรี คือก้าวสำคัญที่สะท้อนความประณีต หรูหรา สอดคล้องกับ WEY G9 ซึ่งเป็น “The Crafted Masterpiece” ที่ถูกออกแบบเพื่อมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างเป็นรูปธรรม ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับบริการเหนือระดับ โดยจังหวัดชลบุรีเป็นหนึ่งในพื้นที่กลยุทธ์สำคัญ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การลงทุน และอุตสาหกรรมของภาคตะวันออก รวมถึงเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงในด้านกำลังซื้อและไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี จังหวัดชลบุรีจึงเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญในการเปิด WEY G9 Gallery Lounge แห่งแรกของประเทศ และเป็นต้นแบบสำหรับการขยาย Gallery Lounge ไปยังจังหวัดอื่น ๆ ทั่วประเทศในอนาคต
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวถึงการเปิด WEY G9 Gallery Lounge ว่า “หมุดหมายสำคัญในครั้งนี้ เกิดขึ้นได้จากความร่วมมือกับพันธมิตรรายสำคัญอย่าง EK Group ที่ต่างมองเห็นถึงเป้าหมายสำคัญเดียวกัน คือ การยกระดับประสบการณ์ที่เอ็กซ์คลูซีฟอย่างครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานในไทย โดย WEY G9 Gallery Lounge ไม่ได้เป็นเพียงแค่โชว์รูม แต่เป็นพื้นที่ที่ถ่ายทอดแนวคิดและ DNA ของแบรนด์ GWM WEY อย่างสมบูรณ์แบบ เราตั้งใจสร้างสภาพแวดล้อมที่ลูกค้าจะได้สัมผัสความลักชัวรี ความพิถีพิถัน และการบริการระดับพรีเมียมในทุกมิติของประสบการณ์ ตั้งแต่ก้าวแรกที่เข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ ไปจนถึงทุกช่วงเวลาของการครอบครอง WEY G9 และเรามีแผนขยาย WEY G9 Gallery Lounge ไปยังพื้นที่ศักยภาพอื่น ๆ ต่อไปในอนาคต โดยเรามีพาร์ทเนอร์หลายรายที่ให้ความสนใจในการเปิดพื้นที่สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้อีกหลายแห่งทั่วประเทศ และจะเริ่มก่อสร้างและทยอยเปิดมากขึ้นเรื่อย ๆ ในอนาคตอันใกล้“
WEY G9 Gallery Lounge โดดเด่นด้วยการออกแบบที่เรียบหรู สง่างาม ถ่ายทอดอารมณ์พรีเมียมลักชัวรีในทุกรายละเอียด ตั้งแต่การออกแบบสถาปัตยกรรมที่สะท้อนความหรูหรา การตกแต่งที่ประณีต ไปจนถึงการคัดสรรวัสดุคุณภาพอย่างพิถีพิถัน แสง และบรรยากาศโดยรวม เพื่อสร้างพื้นที่ที่ให้ความรู้สึกเป็นส่วนตัวและเอ็กซ์คลูซีฟกว่าพื้นที่โดยทั่วไป โดยพาร์ทเนอร์ที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการ WEY Exclusive Partner Store จะต้องผ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกอย่างเข้มงวด ทั้งด้านความพร้อมของสถานที่ บุคลากรที่ผ่านการอบรม WEY G9 Expert Certified และมาตรฐานการบริการในแบบ GWM WEY เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ลักชัวรีอย่างสมบูรณ์แบบในทุกมิติของประสบการณ์
สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่เอ็กซ์คลูซีฟและเหนือระดับในทุกมิติ พร้อมข้อเสนอพิเศษจาก GWM WEY และ WEY G9 ณ WEY G9 Gallery Lounge แห่งแรก ณ GWM Ek ชลบุรี และอีกหลากหลายสาชาทั่วประเทศเร็ว ๆ นี้
#GWM #GWMThailand #GWMWEY #WEYG9 #WEYG9GalleryLounge
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“เพชรบุรี – หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” เสน่ห์คาราวานรถโบราณ สร้างสีสันเมืองทะเล
สมาคมรถโบราณฯ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน และพันธมิตร จัดคาราวานรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน ท่องเที่ยวกรุงเทพฯ-เพชรบุรี-หัวหิน เมื่อวันที่ 19-21 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “ปีนี้สมาคมฯ จัดงาน “เพชรบุรี -หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ภายใต้แนวคิด “เสน่ห์วันวาน…สีสันเมืองทะเล-The Charm of Yesteryear…a Seaside Town with Local Colour” โดยร่วมกับ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 และได้รับการสนับสนุนอย่างดีเช่นเคยจาก หอการค้าจังหวัดเพชรบุรี เทศบาลเมืองชะอำ เทศบาลตำบลท่ายาง เทศบาลนครหัวหิน การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงพันธมิตรใหม่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน
พิพัฒน์ พัฒนานุสรณ์ ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน กล่าวเสริมว่า “โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการจัดงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่งในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ถ่ายทอดเสน่ห์ของเมืองประวัติศาสตร์ สร้างสีสันให้กับเมืองหัวหิน และจังหวัดเพชรบุรีอย่างงดงาม นอกจากนี้ กิจกรรมยังเป็นการเชื่อมโยงเครือข่ายพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ชุมชนท้องถิ่นเข้าด้วยกันอย่างเข้มแข็ง อีกทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว สร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับพื้นที่ในระดับประเทศ และนานาชาติ โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ขอขอบคุณสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย และทุกภาคส่วนที่ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้งานในปีนี้สำเร็จงดงามอีกครั้ง”
คาราวานประกอบด้วย รถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 50 คัน นำโดย Alfa Romeo 2600 Sprint ปี 1962, Porsche 356 Cabriolet ปี 1962, Armstrong Siddeley ปี 1949 ฯลฯ โดยออกเดินทางเช้าวันศุกร์ที่ 19 ธันวาคม 2568 จากพิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพฯ โดยมีสมาชิกรถโบราณจากประเทศมาเลเซีย และสิงคโปร์ ร่วมขบวนด้วย
จุดหมายแรก คือ ตลาดเมืองเก่า อำเภอท่ายาง จังหวัดเพชรบุรี เยี่ยมชมย่านการค้าเก่าแก่ มีห้องแถวไม้ 2 ชั้นตั้งเรียงกันเป็นแนวยาว สลับอาคารสมัยใหม่ พร้อมรับประทานอาหารคาวหวาน และผักผลไม้พื้นถิ่นมากมาย ที่สนับสนุนโดย นายกเทศมนตรีเทศบาลท่ายาง ก่อนจะมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนโรงเรียนธรรมิกวิทยา แล้วเดินทางไปรับประทานอาหารเที่ยงที่พันธ์สุข (1000 สุข) สนับสนุนโดยหอการค้าจังหวัดเพชรบุรี จากนั้น เคลื่อนขบวนไปชมวนอุทยานเขานางพันธุรัตน์ ร่วมกิจกรรมและเรียนรู้ความหลากหลายของทรัพยากรป่าไม้ สัตว์ป่า ก่อนมุ่งสู่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน จัดงานสังสรรค์พูดคุยกับเจ้าของรถโบราณในหัวข้อ “นี่แหละรถคันรัก” ณ Lagoon Lawn
วันที่สองเดินทางไป ร้านโขมพัสตร์ หัวหิน ชมการผลิตผ้า และเพนท์กระเป๋า แล้วเคลื่อนขบวนไปรับประทานอาหารกลางวันที่ ฮาร์ดร็อค คาเฟ่ หัวหิน จากนั้นกลับโรงแรมดุสิตธานี หัวหิน ช่วงค่ำ สมาชิกแต่งตัวย้อนยุค ’70 ร่วมงาน วินเทจ คาร์ กาลา ดินเนอร์ ณ ห้องรอยัล ดุสิต แกรนด์บอลรูม
ผู้ชื่นชอบเสน่ห์รถโบราณ และสีสันเมืองทะเล สามารถชมภาพ และเรื่องราวประทับใจในงาน “เพชรบุรี-หัวหิน วินเทจ คาร์ พาเหรด ครั้งที่ 23” ย้อนหลังได้ที่ Facebook.com/VintageCarClub
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
กรุงศรี ออโต้ ชี้ผู้บริโภคปี 2569 พลิกนิยามการเลือกซื้อ “รถคันใหม่” ต้องคุ้มทั้งครอบครัว ประหยัดระยะยาว และครบจบบนดิจิทัล
“กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผยผลสำรวจจาก “KA the Poll” ที่สะท้อนแนวโน้มการตัดสินใจซื้อรถยนต์ของผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่าง ในปี 2569 ชี้ 5 เทรนด์ที่ผู้บริโภคยุคใหม่ ไม่ได้มองแค่รุ่นรถและราคา แต่ให้ความสำคัญกับความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็น การเลือกรถที่ใช้ร่วมกันได้ทั้งครอบครัว การซื้อรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย การมองหาทางเลือกใหม่ในการใช้รถ ตลอดจนการมองหาสินเชื่อดิจิทัลที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่มากยิ่งขึ้น
เทรนด์ที่ 1: ถูกและดีไม่พอ ต้อง “คุ้มค่า” ตลอดอายุรถ
ผู้บริโภคยุคปัจจุบันไม่ได้ตัดสินใจเลือกซื้อรถจากราคาหรือคุณภาพเท่านั้น แต่พวกเขายังมองไปถึง “ต้นทุนรวมตลอดการใช้งานรถ (TCO – Total Cost of Ownership)” ทั้งค่าน้ำมัน ค่าซ่อมบำรุง ค่าเสื่อมราคา และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละปีอีกด้วย โดย 72% ของผู้ตอบแบบสอบถาม เผยว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับการวางแผนค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถในระยะยาว อีกทั้งกว่า 24% ของผู้ที่เปลี่ยนมาใช้รถไฟฟ้า รถไฮบริด และปลั๊กอินไฮบริด ยังต้องการให้แบรนด์รถยนต์นำเสนอ “ต้นทุนรวมต่อปี” ให้เห็นอย่างชัดเจนตั้งแต่ต้น เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการเลือกซื้อรถยนต์คันต่อไป
เทรนด์ที่ 2: เลือกซื้อรถไฟฟ้า เมื่อมองหาความประหยัด
ด้วยปัจจัยด้านความคุ้มค่า การประหยัดค่าใช้จ่าย และทางเลือกที่หลากหลาย ทำให้ความนิยมของรถยนต์ไฟฟ้าเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดย 48% ของผู้ตอบแบบสอบถามมีแผนที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริด เพื่อประหยัดค่าเชื้อเพลิงในระยะยาว ขณะเดียวกัน กว่า 32% ยังให้ความสำคัญกับการมองหาเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ช่วยยกระดับทั้งความปลอดภัยและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรถ อาทิ ระบบช่วยขับขี่ขั้นสูงและระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ และอีก 14% ต้องการความชัดเจนด้านความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานอย่างสถานีชาร์จ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ผู้บริโภคใช้พิจารณา ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อรถคันใหม่
เทรนด์ที่ 3: ซื้อรถคันเดียว ต้องใช้ได้ทั้งบ้าน
ผู้บริโภคจำนวนมากเริ่มพิจารณารถยนต์จากไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้งานของคนในครอบครัว ไม่ได้เลือกจากความต้องการของผู้ขับเพียงคนเดียว โดย 27% ของผู้ตอบแบบสอบถาม มีแนวโน้มที่จะเลือกซื้อรถเพียงคันเดียวเพื่อใช้ร่วมกันทั้งครอบครัว หรือวางแผนลดจำนวนรถ เพื่อช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายโดยรวมลง
เทรนด์ที่ 4: ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไป ใช้รถน้อยลง จึงมองหาทางเลือกที่ยืดหยุ่นมากขึ้น
รูปแบบการทำงานในปัจจุบัน โดยเฉพาะการทำงานจากที่บ้าน (Work from Home) ส่งผลต่อพฤติกรรมการใช้รถของผู้บริโภคอย่างชัดเจน โดยกว่า 12% ของผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่าใช้รถน้อยลงจากเดิม ในขณะที่อีก7% มีไลฟ์สไตล์และความต้องการในการใช้รถที่เปลี่ยนไป ซึ่งสอดคล้องกับเทรนด์การใช้รถที่ไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้าของที่ได้รับความนิยมมากขึ้น ซึ่งกว่า 11% ของผู้ตอบแบบสอบถามมองว่าบริการเช่ารถระยะยาว (Car Subscription) จะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในอนาคต ด้วยจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นของค่าใช้จ่าย และความสะดวกสบายในการบำรุงรักษาที่ผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องจัดการด้วยตนเอง
เทรนด์ที่ 5: ขอสินเชื่อรถยนต์ ต้องสะดวก-ง่าย-ออนไลน์ เท่านั้น
ผู้บริโภคยุคดิจิทัลให้ความสำคัญกับความรวดเร็วและความสะดวกของกระบวนการขอสินเชื่อ โดย 33% ของผู้ตอบแบบสอบถาม กล่าวว่าการสมัครสินเชื่อกับสถาบันการเงินที่มีช่องทางดิจิทัลเต็มรูปแบบมีแนวโน้มที่จะมีความสำคัญมากขึ้นในอนาคต ขณะที่ 18% กล่าวถึงตัวเลือกที่รวมประกันกับสินเชื่อไว้ในแพ็กเกจเดียว เพื่อช่วยให้การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถยนต์เป็นไปอย่างครบ-จบ-ในครั้งเดียว
ผลสำรวจจาก “KA the Poll” จัดทำขึ้นผ่านการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภคกลุ่มตัวอย่างในองค์กรของ
กรุงศรี ออโต้ ที่สะท้อนให้เห็นถึงแนวโน้มพฤติกรรมในปี 2569 โดยมีแนวโน้มในการให้ความสำคัญกับการวางแผนการเงินในระยะยาว และการมองหาทางเลือกที่ช่วยบริหารค่าใช้จ่ายรวมได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าแค่เรื่องฟังก์ชัน ซึ่ง กรุงศรี ออโต้ ในฐานะแบรนด์ผู้กำหนดทิศทางตลาด (Market Shaper) จะยังคงเดินหน้าพัฒนาโซลูชันดิจิทัล ให้พร้อมรองรับพฤติกรรมผู้ใช้รถที่เปลี่ยนไป เพื่อขับเคลื่อนตลาดสินเชื่อยานยนต์สู่อนาคตที่ยั่งยืนรู้หรือไม่:
- ผู้ใช้รถจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเรื่องอะไหล่และค่าบำรุงรักษาเฉลี่ยอยู่ที่ราว 60,000-80,000 บาท สำหรับการถือครองรถยนต์เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือเมื่อระยะทางประมาณ 150,000 กิโลเมตร
- ในไตรมาสแรกปี 2568 ประเทศไทยมีสถานีชาร์จ EV สาธารณะรวมแล้วกว่า 3,720 แห่ง รวมจำนวนหัวชาร์จทั้งหมดกว่า 11,622 หัว
- ปัจจุบัน กรุงศรี ออโต้ มีสัดส่วนยอดสินเชื่อใหม่ผ่านช่องทางดิจิทัลอยู่ที่ 7% เมื่อเทียบกับยอดสินเชื่อทั้งหมด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
C PAINT พลิกโฉมงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ไทย เปิดกลยุทธ์ Pop-up Store รายแรก ตั้งเป้า 100 สาขา รองรับงานซ่อม 50,000 คัน ภายใน 3 ปี รับการเติบโตของตลาด EV
PAINT ศูนย์บริการซ่อมสีและตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร เดินหน้าขยายธุรกิจอย่างเป็นทางการ พร้อมวางตำแหน่งแบรนด์ในตลาดงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ระดับพรีเมียม ด้วยมาตรฐานคุณภาพระดับโรงงาน พร้อมการเข้าถึงที่สะดวกยิ่งขึ้น ด้วยกลยุทธ์ C PAINT Pop-up Store ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลด้วยระบบ C PAINT Connect ยกระดับประสบการณ์ลูกค้า ให้สามารถติดตามสถานะงานซ่อมได้ทุกที่ ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง รองรับความต้องการของผู้ใช้รถยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความรวดเร็ว ความโปร่งใส และเชื่อถือได้ โดยบริษัทฯ ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ 10,000 คันภายในปี 2569 และขยายศักยภาพรองรับเป็น 50,000 คันภายใน 3 ปี ควบคู่กับแผนขยายสาขาให้ครบ 25 สาขาภายในปี 2569 เร่งขยายเครือข่ายความร่วมมือกับพันธมิตรในอุตสาหกรรมยานยนต์และบริษัทประกันภัย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางธุรกิจอย่างยั่งยืน จากทั้งงานเคลมประกัน งานซ่อมพรีเมียม และบริการฟื้นฟูสภาพรถยนต์
คุณพัณณ์ชิตา ภักดีชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพอร์เฟคท์ บอดี้เพ้นท์ จำกัด
กล่าวว่า “C PAINT เกิดจากประสบการณ์กว่า 15 ปีในอุตสาหกรรมรถยนต์ เราเห็นความกังวลของลูกค้าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคุณภาพงานซ่อม ความล่าช้า ไปจนถึงการสื่อสารที่ไม่ชัดเจน เราจึงต้องการสร้างศูนย์ซ่อมที่มีความโปร่งใส เชื่อถือได้ และยกระดับมาตรฐานงานซ่อมให้กับวงการศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ ทั้งนี้เราได้ออกแบบและพัฒนาระบบ C PAINT CONNECT เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการให้ข้อมูลของสถานะการซ่อม ลดความกังวลของลูกค้า โดยในปี 2569 C PAINT ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ 10,000 คัน พร้อมมองโอกาสในการขยายสาขา C PAINT Pop-up Store ให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคในระยะยาว”ธุรกิจงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์เป็นบริการที่ต้องอาศัยความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง C PAINT จึงมุ่งยกระดับมาตรฐานการให้บริการอย่างรอบด้านและทุกมิติ เน้นคุณภาพงานซ่อมโดยนำเทคโนโลยีงานพ่นสีสมัยใหม่ ห้องอบสีระบบปิดมาตรฐาน เครื่องมือที่ใช้ทันสมัย ไปจนถึงกระบวนการควบคุมคุณภาพในทุกขั้นตอน (Quality Gate) ควบคู่การพัฒนาความสามารถของทีมงานผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค การวางระบบบริหารจัดการคุณภาพที่ชัดเจน โดยจุดเด่นของ C PAINT คือ คุณภาพงานระดับศูนย์บริการกับราคาที่เข้าถึงได้ง่าย พร้อมการส่งมอบตรงเวลา และบริการที่โปร่งใสผ่านระบบติดตามงานซ่อมแบบเรียลไทม์ รองรับรถยนต์ทุกประเภท ทั้งรถสันดาป รถไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดประเทศไทย
จากข้อมูลเชิงลึกด้านพฤติกรรมผู้บริโภคที่จัดทำโดยสำนักวิจัยระดับสากล เผยแพร่เมื่อเดือนตุลาคม ปี 2568 ระบุว่า อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุครถยนต์ไฟฟ้าอย่างจริงจัง จากแรงสนับสนุนนโยบายภาครัฐและความต้องการของผู้ใช้รถที่มองหาทางเลือกการขับขี่ที่ทันสมัยและคุ้มค่ายิ่งขึ้น ซึ่งส่งผลให้ตลาดบริการซ่อมบำรุงและงานซ่อมสีรถยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มเติบโตตามไปด้วย บริษัทฯ จึงเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีการให้บริการและยกระดับศักยภาพของบุคลากรอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าอย่างครบวงจร โดยมุ่งเสริมทักษะเฉพาะทางด้านงานซ่อมและการควบคุมคุณภาพ สะท้อนกลยุทธ์ในการสร้างความแตกต่างและความได้เปรียบทางธุรกิจในระยะยาว
C PAINT ใช้ระยะเวลาในการพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการให้บริการด้านงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์ในระดับสูงสุด โดยได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรด้านงานซ่อมสีและตัวถังอย่าง ABLE BODY AND PAINT ก่อนเปิดตัวแบรนด์อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ บริษัทฯ ตั้งเป้ารองรับงานซ่อมสีและตัวถังรถยนต์จำนวน 50,000 คันภายในระยะเวลา 3 ปี ควบคู่กับการเดินหน้าขยายจุดให้บริการในรูปแบบ C PAINT Pop-up Store 100 สาขา เพื่อเพิ่มความสะดวกและการเข้าถึงบริการของผู้ใช้รถ
ลูกค้าเพียงนำรถเข้าจอด ณ จุดให้บริการ C PAINT ทีมงานจะดูแลกระบวนการทั้งหมดอย่างครบวงจร ตั้งแต่การประเมินราคาซ่อม การดำเนินการเคลมประกันภัย ไปจนถึงการกำหนดระยะเวลาส่งมอบ โดยทุกขั้นตอนจะได้รับการสื่อสารอย่างชัดเจนและโปร่งใส ผ่านระบบ C PAINT CONNECT ซึ่งเชื่อมต่อข้อมูลและแจ้งสถานะงานซ่อมให้ลูกค้าทราบแบบเรียลไทม์ สร้างความมั่นใจตลอดระยะเวลาการให้บริการ พร้อมยังมีบริการรถเช่าใช้ระหว่างซ่อมในราคาพิเศษ
คุณพัณณ์ชิตา บริหาร C PAINT ภายใต้กลยุทธ์ 7C การดูแลที่ยั่งยืน “เรายึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ช่วยให้แบรนด์เข้าใจความต้องการของลูกค้าได้อย่างชัดเจนและรอบด้าน สร้างประสบการณ์ที่ตอบโจทย์เจ้าของรถได้มากที่สุด เราพร้อมผลักดันการเติบโตของ C PAINT ให้แข็งแกร่งและต่อเนื่อง”
C PAINT ตั้งเป้าก้าวสู่เบอร์หนึ่งศูนย์ซ่อมสีและตัวถังรถยนต์มาตรฐานครบวงจร พร้อมขยายสู่หัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน
#CPAINT #ซ่อมสีตัวถัง #ซ่อมสีระดับโปรบริการแบบมือหนึ่ง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
พีทีที สเตชั่น ขึ้นแท่นอันดับ 1 หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน “ระดับสีเงิน” สูงสุดในไทย ร่วมกระทรวงพาณิชย์ ปล่อยขบวนรถสายตรวจเฉพาะกิจ ตรวจสอบหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานทั่วประเทศ
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานในพิธี และนายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ร่วมพิธีปล่อยขบวนรถสายตรวจเฉพาะกิจ พร้อมประชาสัมพันธ์โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน ณ บริเวณวงเวียนริมน้ำ กระทรวงพาณิชย์ โดยมีการตรวจสอบหัวจ่ายน้ำมันตามเส้นทางการเดินทางหลักและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ ครอบคลุมสถานีบริการน้ำมันกว่า 7,000 สถานี ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 1- 26 ธันวาคม 2568 เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนที่เข้าใช้บริการสถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ สะท้อนความตั้งใจของภาครัฐและภาคเอกชนในการทำงานร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้บริโภคและเสริมสร้างมาตรฐานการค้าภายในประเทศอย่างต่อเนื่อง
สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ค้าน้ำมันที่เข้าร่วมโครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” โดยปัจจุบัน มีสถานีบริการที่ผ่านการรับรองหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน “ระดับสีเงิน (รักษามาตรฐานต่อเนื่อง 6 เดือน)” จำนวน 1,912 สถานี คิดเป็น ร้อยละ 86 ของสถานีบริการพีทีที สเตชั่นทั้งหมดทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็น แบรนด์สถานีบริการน้ำมันที่ได้รับมาตรฐานในระดับนี้จำนวนมากที่สุดในประเทศ และอยู่ระหว่างการการมุ่งสู่การรับรองระดับสูงสุดคือระดับสีทองที่ต้องรักษามาตรฐานต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปี อีกด้วย
นายพิมาน กล่าวว่า “การเข้าร่วม ‘โครงการหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน’ ของกรมการค้าภายในครั้งนี้ สอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานและความตั้งใจของ OR ที่ให้ความสำคัญกับการรักษามาตรฐานการให้บริการของ พีทีที สเตชั่น โดย พีทีที สเตชั่น ได้รับป้ายหัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐานระดับสีเงินจำนวนมากที่สุด ณ ขณะนี้ ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้ทีมงาน ในการเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการให้บริการต่อไป เราจะยังคงร่วมมือกับกรมการค้าภายในอย่างใกล้ชิด และตรวจประเมินภายในอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนมั่นใจได้ว่า พีทีที สเตชั่น ให้บริการด้วยคุณภาพสูงสุดในทุกขั้นตอน”
ทั้งนี้ โครงการ “หัวจ่ายเชื้อเพลิงมาตรฐาน” ถือเป็นมาตรการเสริมนอกเหนือจากมาตรการทางกฎหมายที่ได้ปรับปรุงให้มีความเข้มข้นยิ่งขึ้นตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยปรับลดอายุคำรับรองหัวจ่ายน้ำมันจากเดิม 2 ปี เป็น 1 ปี ปรับลดค่าความคลาดเคลื่อนสำหรับการตรวจสอบให้คำรับรองจากเดิม ±0.5% เป็น ±0.3% และสำหรับการตรวจสอบความเที่ยงตรงระหว่างใช้งานจากเดิม ±1% เป็น ±0.5% ซึ่งเป็นมาตรฐานที่สูงที่สุดในอาเซียน นอกจากนี้ OR มีหน่วยงานตรวจสอบมาตรฐานการให้บริการของสถานีบริการ Ptt Station ทั่วประเทศ (Mobile Unit) อย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้บริโภคจะได้รับทั้งสินค้าและบริการที่ได้มาตรฐานสูงสุด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว Styling Specification ชุดแต่งคาร์บอนใหม่กับอีกระดับความโดดเด่นสไตล์สปอร์ตฉบับแกรนด์ทัวเรอร์นิวเจน
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวชุดแต่ง Styling Specification ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นสำหรับรถยนต์รุ่น Continental GT, Continental GT Convertible (GTC) และ Flying Spur เจเนอเรชันล่าสุด ชุดแต่งใหม่สะท้อนสมรรถนะของสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์ระดับไอคอนิกผ่านรูปลักษณ์ที่โดดเด่นด้วยแรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต โดยผู้ครอบครองสามารถเลือกออปชันท่อไอเสีย Akrapovič ไทเทเนียมใหม่ และชุดแต่ง Blackline Specification เพิ่มเติมเพื่อเสริมรูปลักษณ์ให้ดูดุดันและน่าเกรงขามยิ่งขึ้น การพัฒนาชุดแต่งใหม่นี้ต่อยอดจากความสำเร็จในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์กว่า 1 ใน 4 เลือกตกแต่งรถยนต์พร้อมกับตัวเลือกออปชันชุดแต่งสไตล์สปอร์ตนี้
โดยเพื่อเป็นการตอบรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นในการเลือกปรับแต่งเฉพาะบุคคล ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่จึงกลับมาอีกครั้งสำหรับเป็นตัวเลือกในรุ่น Mulliner และในทุกรุ่นย่อยเพื่อเป็นการขยายโอกาสการนำเสนอภาพลักษณ์ความสปอร์ตของยนตรกรรมเบนท์ลีย์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น
ในประเทศไทย ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่สามารถเลือกปรับแต่งได้กับเบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย โดยเป็นการติดตั้งเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าปัจจุบันเพื่อให้ผู้ครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถยกระดับรูปลักษณ์และสมรรถนะความสปอร์ตของสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์ นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถเลือกการปรับแต่งนี้ในระหว่างขั้นตอนการสั่งซื้อรถยนต์เบนท์ลีย์ใหม่เพื่อให้มั่นใจได้ถึงการผสานที่ลงตัวกับการออกแบบและความเหนือชั้นในด้านสมรรถนะ
จากสนามแข่งสู่การถ่ายทอดผ่านคาร์บอนไฟเบอร์
ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fibre Styling Specification) พัฒนาต่อยอดจากความสำเร็จในรุ่นก่อนหน้า ซึ่งกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นสำหรับผู้ครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ทั่วโลกด้วยจำนวนลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์กว่า 1 ใน 4 ที่เลือกชุดแต่งนี้ โดยชุดแต่งใหม่ได้ยกระดับมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้น พร้อมด้วยคุณสมบัติในการปรับแต่งในทุกรุ่นหลักและรุ่นย่อยของรถยนต์เบนท์ลีย์
โดยจากความคิดเห็นและความต้องการของลูกค้าในการปรับแต่งที่เพิ่มมากขึ้น ชุดตกแต่งคาร์บอนไฟเบอร์จึงกลับมาอีกครั้งในการปรับแต่งรุ่น Mulliner นอกเหนือจากรุ่นย่อยอื่นๆ ใน Continental GT, Continental GTC และ Flying Spur เจเนอเรชันล่าสุด การเพิ่มโอกาสในการปรับแต่งตัวเลือกนี้ ทำให้รุ่นที่เน้นการออกแบบเฉพาะบุคคลก็สามารถปรับแต่งรูปลักษณ์เพิ่มเติมเพื่อให้โดดเด่นด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผสมผสานความหรูหรา พร้อมสะท้อนความเป็นตัวตนเข้ากับสมรรถนะที่เหนือกว่า
ตัวชุดแต่งใหม่รังสรรค์จากชิ้นส่วนต่างๆ ที่ผลิตขึ้นด้วยมืออย่างพิถีพิถัน ประกอบไปด้วยสปลิตเตอร์หน้าคาร์บอนไฟเบอร์ ดิฟฟิวเซอร์หลังที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่ารุ่นก่อน คิ้วล่างข้างตัวถังที่ยาวตลอดแนวพร้อมการตกแต่งด้วยโลโก้เบนท์ลีย์โลหะขึ้นรูปด้วยไฟฟ้า และฝาครอบกระจกมองข้าง เช่นเดียวกับวัสดุตกแต่งที่ใช้ตกแต่งภายในห้องโดยสาร ชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์แต่ละชิ้นได้รับการจัดเรียงให้เข้ากันอย่างลงตัวตามแนวเส้นกึ่งกลางเพื่อให้ได้ความสมมาตรและความกลมกลืนอันไร้ที่ติ
ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์แบบใหม่นี้ได้รับการเพิ่มความโดดเด่นในด้านรูปลักษณ์ ในขณะเดียวกันก็ยังคงผสานเข้ากับดีไซน์ดีเอ็นเอล่าสุดของเบนท์ลีย์อย่างลงตัว ทำให้ช่วยเสริมสัดส่วนที่แข็งแกร่งของสุดยอดยนตรกรรม Continental GT และ Flying Spur โดยแต่ละองค์ประกอบได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด และได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับการอัปเดตตามรุ่นล่าสุดของรถยนต์เพื่อให้เข้ากับรถยนต์เบนท์ลีย์แต่ละรุ่นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แรงบันดาลใจจากดีเอ็นเอของเบนท์ลีย์
ภายใต้พื้นผิวที่เงางามและโดดเด่น วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์มอบความแข็งแกร่ง ความทนทาน และคุณสมบัติด้านน้ำหนักที่เบาสำหรับใช้ในรถยนต์สมรรถนะสูง ควบคู่ไปกับความประณีตและงดงามในแบบฉบับเบนท์ลีย์ วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ถูกวางซ้อนกันหลายชั้นเพื่อความสมบูรณ์ของโครงสร้างที่ดีที่สุด โดยชิ้นส่วนต่างๆ ได้ผ่านการทดสอบ การตรวจสอบอย่างเข้มงวด และความทนทานในห้องปฏิบัติการอย่างเข้มข้น
จุดเด่นอีกประการหนึ่ง คือ การตกแต่งด้วยโลโก้เบนท์ลีย์แบบ 3 มิติที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษด้วยการขึ้นรูปอย่างประณีตบนคิ้วล่างข้างตัวถัง โดยตัวโลโก้ได้รับการขึ้นรูปอย่างแม่นยำโดยใช้กระบวนการขึ้นรูปด้วยไฟฟ้าแบบพิเศษ พร้อมด้วยพื้นผิวเหลี่ยมมุมคล้ายอัญมณีที่สะท้อนแสงได้อย่างละเอียด รูปทรงได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อลดความไม่สมบูรณ์ของการเคลือบสี อาทิ ฟองอากาศ ทำให้ได้ผิวสัมผัสที่ไร้ที่ติ ตัวโลโก้จึงสวยงามและมีคุณค่า แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดอย่างพิถีพิถันของเบนท์ลีย์ในทุกพื้นผิวของตัวรถยนต์
กำเนิดแห่งสมรรถนะ
ชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แต่ยังสะท้อนถึงวิศวกรรมยานยนต์ที่เป็นหัวใจสำคัญของรุ่น Continental GT และ รุ่น Flying Spur เจเนอเรชันล่าสุด ทั้งสองรุ่นขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ของเบนท์ลีย์ที่มอบพละกำลังสูงสุดถึง 782 แรงม้า แรงบิด 1,000 นิวตันเมตร ทำอัตราเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.2 วินาที พร้อมระบบแชสซีขั้นสูงและการกระจายแรงบิดด้วยเบรกที่จะช่วยให้การควบคุมคล่องตัวและแม่นยำยิ่งขึ้น อีกทั้ง ประโยชน์ด้านอากาศพลศาสตร์จากชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ได้ตอกย้ำจุดเด่นของรถยนต์เบนท์ลีย์ในด้านสมรรถนะที่จะตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
ชิ้นส่วนต่างๆ ได้รับการพัฒนาควบคู่ไปกับรถยนต์รุ่นล่าสุด โดยผ่านการทดสอบความทนทานกว่า 100,000 กิโลเมตร และได้รับพัฒนาผ่านกระบวนการผลิตหลายรอบเพื่อให้ตรงตามมาตรฐานที่เข้มงวดของเบนท์ลีย์อย่างสปลิตเตอร์ด้านหน้าที่เสริมความแข็งแรงใหม่ มีความหนาเป็นสองเท่าเพื่อความแข็งแกร่งและเสถียรภาพที่มากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการผสานรวมระหว่างการออกแบบและฟังก์ชันการใช้งาน มอบประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์สูงสุดควบคู่ไปกับสไตล์ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์
สำหรับผู้ที่สนใจชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ใหม่สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

















































































































