-
News Car1 Min Read
โตโยต้า จัดกิจกรรม GR DAY COFFEE & CONNECT มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับการจัด GR Car Meet ครั้งแรก
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย เจ้าของ GR Garage และ GR Expertise จาก GR Garage ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GR Performance อย่างเป็นทางการ ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ร่วมมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับการจัด GR Car Meet ครั้งแรก ในกิจกรรม GR Day : Coffee & Connect พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ได้แก่ GR 86 Mini Press Talk และการร่วมแบ่งปันประสบการณ์การแข่งขันทางเรียบของ GR86 กับนักแข่งทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์ นำโดย นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2568 ณ Silooet House บางใหญ่
สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้ ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี โดยมีเจ้าของรถ GR หลากหลายรุ่น เข้าร่วมกิจกรรมนี้ รวมทั้งสิ้นกว่า 100 คัน ทั้ง GR Supra, GR Corolla, GR Yaris และ GR 86 เพื่อร่วมพูดคุย แบ่งปันประสบการณ์ และสนุกไปกับไลฟ์สไตล์ GR ร่วมกัน โดยภายในงานผู้ร่วมงานยังได้เพลิดเพลินไปกับอาหาร และเครื่องดื่ม Latte Art Coffee รวมทั้งเลือกซื้อสินค้าจาก GR Collection และร้านพันธมิตรอีกด้วย
กิจกรรมภายในงาน เริ่มจาก GR 86 Mini Press Talk โดยนายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้กล่าวถึงความน่าสนใจของ GR 86 ว่า เป็นรถสปอร์ตขับหลังรุ่นล่าสุดที่มอบความสนุกในการขับขี่อย่างแท้จริง ให้ผู้ขับสัมผัสจังหวะของรถได้ชัดเจน มาพร้อมเครื่องยนต์แบบ 4 สูบแนวนอน ขุมกำลังสูงสุด 237 แรงม้า เร้าใจทุกวินาที เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่ไร้ขีดจำกัดทั้งในสนามแข่งและถนนจริง พร้อมดีไซน์ที่ดูโฉบเฉี่ยวกับรูปลักษณ์ที่ดุดันยิ่งขึ้น ซึ่งลูกค้าที่ซื้อ GR 86 ผ่าน GR Garage จะได้รับสิทธิ์และประสบการณ์แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ตลอดจนสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษต่างๆ ต่อเนื่องในอนาคต
นอกจากนี้ ผู้ที่สนใจยังสามารถเลือกเป็นเจ้าของ GR Corolla และ GR Yaris เกียร์อัตโนมัติ DAT ล๊อตสุดท้าย โดยติดต่อได้ที่ GR Garage ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ
กิจกรรมไฮไลท์ภายในงาน ยังมีการร่วมแบ่งปันประสบการณ์การแข่งขันทางเรียบของ GR 86 และสมรรถนะของรถแข่ง GR 86 ในปี 2024 โดย นายสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง ทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์ รวมทั้ง การเล่าถึงความสุดยอดของ GR 86 กับสมรรถนะสุดขีดในฐานะรถขับเคลื่อนล้อหลัง และทักษะการดริฟท์ โดยสองนักดริฟท์ระดับประเทศ ที่คว้าชัยระดับโลกในการแข่ง D1 ที่ประเทศญี่ปุ่น กับ คุณเดชะพล โตยิ่งเจริญ และคุณกนพิชิต โตยิ่งเจริญ พร้อมทั้งเสียงจากผู้ใช้จริง โดย คุณกล้า กฤษฎิ์ วสุรัตน์ นักแข่งสังกัดทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์
ปิดท้ายด้วยการพูดคุยกับผู้แทนจำหน่าย GR Garage ทั้ง 6 แห่ง ซึ่งในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก เจ้าของ GR Garage ประกอบด้วย คุณพิเทพ จันทรเสรีกุล บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด คุณคาร์ล ออพเพนบอร์น บริษัท โตโยต้า ธนบุรี จำกัด คุณกมลพงศ์ สงวนตระกูล บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด รวมทั้ง คุณสุภาพร สิทธิยะ GR Expertise บริษัท โตโยต้าริช จำกัด และ คุณทศพร เปราะทองคำ GR Expertise บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด มาร่วมพูดถึงความพิเศษของ GR Garage ทั้งในด้านการให้บริการและการสร้างประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เตรียมไว้สำหรับลูกค้าทุกท่าน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
สรยท. จัดเสวนา “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทย ปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและการแข่งขัน” ปี 2569 ถึงจุดเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ โครงสร้างภาษี, ยานยนต์ไฟฟ้า, ตลาดในประเทศ และตลาดส่งออก ปัจจัยสำคัญหนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) จัดเสวนาในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทยปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและการแข่งขัน” โดยมีวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิทั้งภาครัฐและเอกชน ประกอบด้วย นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม, นายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) และรศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษา สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมกันฉายภาพให้เห็นการแข่งแข่งของตลาดยานยนต์ในประเทศไทยตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ที่จะเกิดขึ้นในปี 2569 ภายใต้เงื่อนไขทางภาษีต่างๆ จากภาครัฐที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงและมีผลบังคับใช้ 1 มกราคม 2569 โดยมีนายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของการจัดเสวนาในครั้งนี้ต่อ นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ประธานในพิธี, วิทยากร และสื่อมวลชน ณ ห้องจูปิเตอร์ 4-5 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” กล่าวเปิดการสัมมนาว่า การเสวนา “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทยปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและการแข่งขัน” เป็นประเด็นสำคัญของผู้ที่อยู่ในแวงวงยานยนต์ทั้งผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ซึ่งเป็นช่วงที่อุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านครั้งใหญ่ ตั้งแต่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าการลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ การปรับภาษี การเข้ามาของผู้ผลิตรายใหม่ รวมถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของผู้บริโภคที่ผันแปรไปตามปัจจัยแวดล้อมต่างๆ ที่เกิดขึ้น
“หากมองถึงยอดขายรถยนต์ 9 เดือน ปี 2568 ชี้ให้เห็นสัญญาณการฟื้นตัวอย่างช้า โดยมียอดขาย 478,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 2% ส่วนเดือนกันยายน 2568 มียอดขายเพิ่มขึ้น 48,350 คัน เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งจะส่งผลดีต่อยอดขายรวมเติบโตขึ้นกว่าปีที่ผ่านมาพอสมควร การเสวนาครั้งนี้จะเป็นเวทีการแลกเปลี่ยนข้อมูลนำไปสู่การกำหนดนโยบายและแนวทางการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับภูมิภาค ระดับโลกได้อย่างรวดเร็วและยั่งยืนอีกด้วย”
นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า “ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์มีความเปลี่ยนแปลงทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งการปรับเปลี่ยนกฎข้อบังคับระเบียบกติกา มาตรการด้านภาษี ดังนั้นเพื่อให้ผู้อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์ปรับตัวให้สอดคล้องกับสภาพตลาดที่เปลี่ยนไป สมาคมฯ
จึงจัดเสวนาในหัวข้อ “อนาคตอุตสาหกรรรมยานยนต์ไทยปี พ.ศ. 2569 : นโยบาย ทิศทางและ
การแข่งขัน” เพื่อเป็นเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ มุมมอง ภาพรวม และชี้ทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ที่กำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ทั้งนโยบายภาครัฐ เทคโนโลยี และการแข่งขันที่รุนแรง“การเสวนาในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม, สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) และสมาคมยานยนต์ไฟฟ้า ไทย (EVAT) มาเป็นวิทยากรให้ข้อมูลเชิงลึก ร่วมมองไปข้างหน้าถึงโอกาส และความท้าทายของอุตสาหกรรมยานยนต์ในปี 2569 และในปีต่อไป คิดว่าเวทีการเสวนาวันนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย อีกทั้งสื่อมวลชนและผู้เข้าร่วมเสวนาครั้งนี้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งส่งต่อข้อมูลที่ถูกต้องสู่สาธารณะในวงกว้างต่อไป”
นางสาวพธู ทองจุล ผู้อำนวยการกองนโยบายอุตสาหกรรมรายสาขา 1 สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวด้วยว่า ในปี 2569 อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีผลกรทบทั้งทางบวกและทางลบอันเนื่องมาจากต้องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิต โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป ซึ่งแนวทางการปรับโครงสร้างภาษีใหม่ จะมีกรอบครอบคลุมตั้งแต่ ขนาดของเครื่องยนต์และประเภทของยานยนต์ไฟฟ้า (xEV), อัตราการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2), การใช้ชิ้นส่วนภายใสประเทศ, มาตรฐานความปลอดภัยของตัวรถ และการติดตั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งจะมีข้อกำหนดในการติดตั้ง ADAS แตกต่างกันไปตามประเภทรถยนต์และได้รับอัตราภาษีที่แตกต่างกันไปด้วย ขณะที่รถยนต์ไฟฟ้า ตามโครงการ EV 3.5 และ 3.5 ก็ให้อยู่ในข้อกำหนดตามมาตรการนั้นๆ
“ถ้ารถยนต์รุ่นใดไม่ร่วมโครงการ อาทิ รถยนต์ไฮบริด (HEV) เครื่องยนต์สันดาปภายในร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาดเล็ก (MHEV) จะต้องได้รับผลกระทบทางภาษีปรับขึ้นเป็นขั้นบันได หรือถ้าเข้าร่วมโครงการจะได้รับการลดหย่อนภาษีตามเงินลุงทุน, การใช้แบตเตอรี่ และการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเข้ามาเป็นเงื่อนไขในการพิจารณาภาษี และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ซึ่งในปี 2569 จะมีรถยนต์กลุ่มปิกอัพบางยี่ห้อเข้าเกณฑ์ได้รับอัตราภาษีใหม่ 2-3% เท่านั้น ส่วนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ก็มีบางรุ่นได้รับการปรับฐานภาษีใหม่ด้วย แม้สัดส่วนการลดหย่อนภาษีจะน้อยกว่ารถยนต์กลุ่มปิกอัพก็ตาม”
อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่ในปี 2569 จะส่งผลดีกับการส่งเสริมการผลิตรถยนต์ในประเทศแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยให้สอดคล้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอีกด้วย ส่วนมาตรการกำจัดซากรถยนต์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ยังอยู่ระหว่างกระบวนการออกมาตรการมารองรับปริมาณรถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นจำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา
ทางด้านนายสุวัชร์ ศุภกาญจน์เดชากุล นายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย (TAIA) กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยผลิตรถยนต์เป็นอันดับ 10 ของโลก ในปี 2567 ผลิตรถยนต์ลดลง 19.9% ซึ่งผลิตได้เพียง 1.47 ล้านคัน ลดลงจากปี 2566 ประมาณ 23% ขณะที่ประเทศจีนผลิตรถยนต์เพิ่มขึ้น 27% โดยไทยได้เปลี่ยนนโยบายไปผลิตรถยนต์เพื่อการส่งออกแทนยอดขายภายในประเทศที่ลดลงในช่วงที่ทผ่านมา อันเนื่องประเทศจีนได้ก้าวเข้าสู่การผลิตรถยนต์สมัยใหม่ที่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว
“ตลาดส่งออกของรถยนต์ 80% ที่ผลิตจากประเทศไทยประกอบด้วย เอเชีย, ออสเตรเลีย/โอเชียเนีย และตะวันออกกลาง มีออสเตรเลียเป็นตลาดใหญ่ของปิกอัพที่ผลิตจากไทย ปัจจุบันเริ่มได้รับผลกระทบจากรถไฟฟ้าจีนบ้างแล้วจากการกำจัดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) เพราะปิกอัพ 99.5% เป็นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ขณะที่รถยนต์นั่งอีก 33% ก็ยังเป็นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) จึงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ประเทศไยต้องปรับกลยุทธ์ให้ส่งออกรถยนต์ให้มาขึ้นทดแทนตลาดในปะเทศ ทั้งนี้พฤติกรรมของผู้บริโภคก็เปลี่ยนไป เนื่องจากมีรถยนต์ทางเลือกมากขึ้น โดยพฤติกรรมการเลือกซื้อรถยนต์ในปัจจุบัน ผู้บริโภคให้ความสำคัญไปที่ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง, สิ่งแวดล้อมและประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ส่วนข้อกังวลก็ยังมีเรื่องสถานีชาร์จแบตเตอรี่ เวลาที่ใช้ในการชาร์จ และราคาแบตเตอรี่”
ทางด้านโครงการส่งเสริมตลาดรถยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ในสองปีแรกรัฐบาลส่งเสริมให้นำรถยนต์ไฟฟ้าสำเร็จรูป (CBU) เข้ามาจำหน่าย โดยสนับสนุน 150,000 บาท/คัน แต่ในสองปีหลังให้ผู้นำเข้าผลิตรถยนต์ชดเชย 1:1 ซึ่งโครงการ EV 3.0 จะสิ้นสุดในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 นี้ แต่รัฐบาลอนุโลมให้จดทะเบียนได้ถึงวันที่ 31 มกราคม 2569 หลังจากนี้จะยังเหลือเพียงโครงการ EV 3.5 ที่จะต้องเดินหน้าต่อไป
สำหรับแนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยในปี 2569 ตลาดยังมีดความเชื่อมโยงกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในประเทศไทยปี 2568 จะอยู่ประมาณ 2.8% หากมองไปถึงปี 2569 ผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในประเทศไทยจะอยู่ประมาณ 2.4% ขณะที่นโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ของรัฐบาลส่งผลให้ราคารถยนต์นั่งปรับราคาขึ้นเล็กน้อย ส่วนรถยนต์ปิกอัพราคาลดลงเล็กน้อย ภารกิจของรัฐบาลต้องเร่งเจรจาภาษีกับคู่ค้าให้ได้ภาษีรถยนต์ที่จะส่งออกที่เหมาะเพื่อให้รถยนต์จากไทยแข่งขันในตลาดโลกได้
“ตลาดรถยนต์ของไทยผูกกับการส่งออก เมื่อใดที่ไทยได้รับผลกระกับการส่งออกตลาดรถยนต์ก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยยังเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลโดยตรงต่อกำลังซื้อภายในประเทศ ถึงอย่างไรก็ยังคาดว่า ตลาดรถยนต์ในปี 2569 จะเป็นบวกเล็กน้อย โดยเศรษฐกิจการเมืองมีผลกระทบกับตลาดรถยนต์โดยตรง อยู่ทีการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการเมืองของรัฐบาล”
รศ.ดร.ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมกิตติมศักดิ์ และที่ปรึกษาสมาคม สมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) กล่าวถึงสถาการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มองเห็นความก้าวหน้าของ
ยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ยานยนต์ไฟฟ้ามีข้อดีในเรื่องของการลดการใช้พลังงานจากน้ำมัน และยังใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลดมลพิษ อีกทั้งยังช่วยแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมอีกด้วย และปัจจุบันรถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมจากผู้บริโภคชาวไทยมากขึ้น ตั้งแต่เดือนมกราคม – กรกฎาคม 2568 มีรถยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนคิดเป็นสัดส่วน 15.6% ของตลาดในประเทศไทย ตั้งแต่มีรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยปัจจุบันมียอดจะทะเบียน 229,562 คัน ส่วนหนึ่งเป็นผลจากโครงการ EV 3.0 ทำให้ผู้ประกอบการรายใหม่นำรถยนต์ไฟฟ้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยจำนวนมาก
“ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าบ้านเรายังมีแนวโน้มการเติบโต แม้ที่ผ่านผู้บริโภคจะตอบรับจำนวนมาก สิ่งที่กังวลยังเป็นเรื่องสถานีชาร์จที่ยังไม่เพียงพอ ซึ่งรัฐบาลจะต้องส่งเสริมการลงทุน ปัจจุบันสถานีชาร์จในบ้านเรามี 3,800 แห่ง หรือประมาณ 10,000 ชาร์จ มีสัดส่วน 30 คัน/หัวชาร์จ แต่เป็นตลาดที่มีการแข่งขันรุนแรง ส่วนใหญ่อยู่ในกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งยังไม่ตอบโจทย์การเดินทางผู้ที่ใช้รถยนต์ไฟฟ้า”
สำหรับในปี 2568 มีทางรถยานยนต์ไฟฟ้าจากแบรนด์ต่างเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยประมาณ 100 รุ่น ทำให้ตลาดมีการแข่งขันราคากันอย่างรุนแรง แต่มาตรฐานการพัฒนาแบตเตอรี่ระยะทางในการวิ่งต่อการชาร์จแบตเตอรี่ของแต่ละเซกเม้นต์เริ่มนิ่ง ทำให้ผู้บริโภคมีความมั่นใจในการตัดสินใจ หลังจากนี้รถยนต์ไฟฟ้าจะก้าวเข้าสู่การแข่งขันสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่างๆ โดยตลาดรถยนต์ไฟฟ้านับจากนี้ไปจะอยู่ที่นโยบายด้านสรรพสามิตที่จะส่งผลให้มีการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และมีกาถ่ายทอดเทคโนโลยีและใช้ชิ้นส่วนในประเทศมากขึ้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
MOTOR EXPO 2025 ส่งต่อน้ำใจคนไทยช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม
“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” หรือ Motor Expo 2025 เปิดให้ผู้ชมงาน และประชาชนทั่วไปนำอาหารแห้ง สิ่งของเครื่องใช้มาบริจาค ภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อรวบรวมส่งผ่าน Thai PBS ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
SPIRIT 4×4 ชวนขับรถบังคับจิ๋วในสนามจำลอง และลองนั่งรถลุยทางวิบาก ในงาน MOTOR EXPO 2025
โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ (Spirit of The 4×4 Driving School) จัดกิจกรรมในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” นำทีมครูฝึกมากประสบการณ์ ร่วมพูดคุยกับผู้สนใจรถขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมแนะนำหลักสูตรสำหรับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ขั้นพื้นฐาน Part Time และหลักสูตรใหม่ “Spirit Plus” แบบ Full Time
นอกจากนี้ ภายในบูธ ยังเปิดให้ผู้สนใจได้ทดลองขับรถบังคับลุยสนามจำลอง และเส้นทางทุรกันดาร หลากหลายรูปแบบ
ส่วนภายนอกอาคาร มีสนามจำลองสถานการณ์วิบาก ให้ทดลองนั่งรถ 4×4 ที่ขับโดยผู้เชี่ยวชาญ ผู้สนใจสามารถสอบถาม และลงทะเบียนได้ที่บูธ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ
ผู้สนใจการขับรถขับเคลื่อน 4 ล้อ เชิญเข้าร่วมกิจกรรมได้ที่บูธ โรงเรียนพัฒนาทักษะการขับขี่รถขับเคลื่อน 4 ล้อ ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้-10 ธันวาคม 2568
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
CHERY Group นำโดย OMODA & JAECOO มอบเงิน 1 ล้านบาทแก่สภากาชาดไทย ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้
CHERY Group นำโดย OMODA & JAECOO ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลั
งงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม โดยมีคุณวรางคณา ศศิธร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) จำกัด มอบเงินบริจาคจำนวน 1 ล้านบาทให้แก่สภากาชาดไทย ซึ่งคุณจันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจั ดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ ทั้งนี้ เงินบริจาคดังกล่าวจะนำไปใช้ ในการช่วยเหลือและบรรเทาทุกข์ผู้ ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่ วมต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
พีทีที สเตชั่น เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย เติมน้ำมัน แจกฟรี! มะพร้าว กว่า 20,000 ลูก ระหว่างวันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2568 เฉพาะสถานีฯ ในกรุงเทพฯ ที่ร่วมรายการ
คุณวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน พร้อมด้วย คุณพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ร่วมเปิดกิจกรรม “เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย เติมน้ำมันรับฟรี มะพร้าว” ณ พีทีที สเตชั่น ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวม 188 สถานี เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรไทยในช่วงที่ผลผลิตล้นตลาด พร้อมส่งต่อผลไม้คุณภาพจากแหล่งผลิตโดยตรงสู่มือผู้บริโภค โดย พีทีที สเตชั่น ได้รับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าว เพื่อส่งมอบเป็นของขวัญแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าที่เติมน้ำมันครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรีมะพร้าว 1 ลูก (จำกัด 1 ลูก/ใบเสร็จ) โดยรวมแล้วมีการจัดสรรผลผลิตกว่า 20,000 ลูก เพื่อกระจายให้กับลูกค้าในสถานีบริการที่ร่วมรายการ ระหว่างวันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2568 หรือจนกว่าสินค้าจะหมด
คุณพิมาน เปิดเผยว่า กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกผลไม้ไทยตามมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2568 ซึ่งเป็นหนึ่งในความตั้งใจของ พีทีที สเตชั่น ที่จะสนับสนุนเกษตรกรไทยให้สามารถระบายผลผลิตได้อย่างเหมาะสม และช่วยลดผลกระทบจากภาวะราคาตกต่ำ ขณะเดียวกันก็ส่งต่อความสุขเล็ก ๆ ให้กับผู้ใช้บริการ พีทีที สเตชั่น ผ่านผลไม้ไทยสดใหม่ที่มากด้วยคุณภาพและรสชาติ โดย OR รับซื้อมะพร้าวจากเกษตรกร รวมกว่า 20,000 ลูก มูลค่ากว่า 170,000 บาท เพื่อนำมากระจายสู่ผู้ใช้บริการ พีทีที สเตชั่น ที่ร่วมรายการ ซึ่งกิจกรรมนี้ไม่เพียงเป็นการแบ่งเบาภาระของพี่น้องเกษตรกร แต่ยังตอกย้ำว่า พีทีที สเตชั่น เป็นศูนย์กลางของชุมชนตามแนวคิด Living Community ที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและเกษตรกรสามารถเข้าถึงตลาด และส่งต่อผลผลิตคุณภาพสู่ผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง อีกทั้งเป็นการร่วมเติมเต็มรอยยิ้มให้ชุมชน และส่งต่อความสุขให้กับผู้คนที่มาใช้บริการ โดย พีทีที สเตชั่น ยังคงมุ่งมั่นขับเคลื่อนธุรกิจบนหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ESG) สนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างต่อเนื่องในหลายมิติ พร้อมเดินหน้าเป็นศูนย์รวมพลังของชุมชน เพื่อสร้างระบบเศรษฐกิจที่เติบโตไปด้วยกันอย่างมั่นคงและครอบคลุมในทุกพื้นที่
ติดตามโปรโมชันและกิจกรรมอื่น ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1365 Contact Center
#PTTStation #เติมเต็มรอยยิ้มให้เกษตรกรไทย #เติมเต็มทุกความสุข #มะพร้าว #เกษตรกรไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GEELY ส่งมอบ GEELY EX5 47 คัน เพื่อใช้ในหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวง หนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศ พร้อมขับเคลื่อนไทยสู่ยุคพลังงานยั่งยืน
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย พร้อมด้วยผู้บริหารจากผู้จำหน่าย GEELY ได้แก่ นายวรศักดิ์ ชาญไพบูลย์รัตน์ และนางสุรีย์พร ชาญไพบูลย์รัตน์ กรรมการผู้จัดการ เอ็มพลัส บางบัวทอง เดินหน้าเสริมความเชื่อมั่นต่อหน่วยงานราชการ หน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และกลุ่มผู้บริโภคชาวไทย ด้วยการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า GEELY EX5 รุ่น PRO จำนวน 47 คัน ให้แก่บริษัท มาสเตอร์ ไดรฟเวอร์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด ที่ได้ให้ความไว้วางใจในการนำไปใช้ในหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวง พร้อมผลักดันการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีนายวรัญญู เจริญวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการ เป็นผู้แทนรับมอบ เมื่อเร็วๆ นี้
การส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า GEELY EX5 รุ่น PRO จำนวน 47 คันเพื่อนำไปใช้ในหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันถึงความพร้อมและมาตรฐานการบริการที่บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด มุ่งมั่นนำเสนอ โดยผสานความแข็งแกร่งของพันธมิตรอย่างเอ็มพลัส บางบัวทอง และบริษัท มาสเตอร์ ไดรฟเวอร์ แอนด์ เซอร์วิสเซส (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเสริมศักยภาพการดำเนินงานของหน่วยงานราชการ และหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสมรรถนะของ GEELY ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและได้รับการยอมรับจากภาครัฐ และนับเป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันการใช้พลังงานสะอาด ลดการปล่อยคาร์บอน และขับเคลื่อนระบบยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ของประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “ธนบุรีนอยสเติร์น รู้สึกภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ การตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย โดยเฉพาะ GEELY EX5 รุ่น PRO ที่จำหน่ายหมดสต็อกแล้ว สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์ GEELY ทั้งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย การส่งมอบในครั้งนี้ยังตอกย้ำถึงบทบาทของเราในฐานะพันธมิตรด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่ภาครัฐไว้วางใจ พร้อมกันนี้ ยังสอดรับเป้าหมายของบริษัทฯ ในการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนและสร้างผลเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมของประเทศในระยะยาว เราพร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้าและพันธมิตรในทุกมิติ เพื่อร่วมผลักดันระบบไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน”
GEELY EX5 รุ่น PRO เป็นรถยนต์อเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า 100% โดดเด่นด้านการจัดการพื้นที่และความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) ผสานกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง เสริมด้วยนวัตกรรม Cell-to-Body (CTB) Integration มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 11-in-1 Intelligent Electric Drive ควบคู่นวัตกรรม Short Blade Battery แบตเตอรี่ LFP รุ่นใหม่ ที่มีขนาดเล็กแต่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมการประหยัดพลังงาน มอบระยะทางวิ่งสูงสุด 495 กิโลเมตรตามมาตรฐาน NEDC ทั้งยังมีดีไซน์ทันสมัยที่คว้ารางวัลจาก Red Dot Design Award และการันตีความปลอดภัยด้วยคะแนนระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR ชวนเด็กๆ อบรมฟรี ! ในงาน MOTOR EXPO 2025
โครงการ “โตไป…ขับเป็น” SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR จัดกิจกรรมในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เพื่อให้เด็กๆ เรียนรู้กฎจราจร ฝึกขับขี่บนถนนจำลองที่ปลอดภัย และรับใบขับขี่จำลองเป็นที่ระลึ
ก กิจกรรม มีทั้งภาคทฤษฎี โดยวิทยากรจากกองบังคั
บการตำรวจจราจร และภาคปฏิบัติ ฝึกขับขี่รถบังคับขนาดเล็ กในสนามจำลอง เพื่อเรียนรู้เครื่องหมายจราจร ปลูกฝังการขับขี่ปลอดภัยขั้นพื้ นฐาน ซึ่งจะช่วยลดอุบัติเหตุได้ ในอนาคต บูธ “โตไป…ขับเป็น” SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR เป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ขับเป็น…ขับปลอดภัย กับ สื่อสากล” ซึ่งสนับสนุนโดย บริษัท เอเนออส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด
ผู้ปกครองสามารถพาบุตรหลานอายุ 3-8 ปี ความสูงไม่เกิน 120 เซนติเมตร และน้ำหนักไม่เกิน 20 กิโลกรัม เข้าร่วมกิจกรรมได้ฟรี ที่บูธ SKILL DRIVING EXPERIENCE JUNIOR บริเวณลอบบี้ฮอลล์ อาคารชาลเลนเจอร์ 2 IMPACT เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ –10 ธันวาคม 2568
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าและฟอร์ด ร่วมฉลองครบรอบ 30 ปี โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ด้วยรากฐานที่มั่นคงเป็นฐานการผลิตในไทยก้าวไกลสู่เวทีระดับโลก
บริษัท ออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที โรงงานผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่างมาสด้าและฟอร์ด จัดพิธีเฉลิมฉลองการดำเนินงานในประเทศไทยครบรอบ 30 ปี ตอกย้ำบทบาทสำคัญในการเป็นหนึ่งของผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย เพื่อสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจและส่งเสริมทักษะแรงงานไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากล โดยพิธีเฉลิมฉลองการครบรอบในครั้งนี้ มีผู้บริหารระดับสูงจาก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประกอบด้วย มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer และ มร. ฮิโรชิ ชิบะ General Manager, ASEAN Business Office พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงจาก ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี, เอเอที และพนักงาน เข้าร่วมงานกันอย่างเนืองแน่น ณ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 68 ที่ผ่านมา
มร. โทรุ นากาจิม่า, Managing Executive Officer กล่าวว่า “โรงงานออโต้ อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ เอเอที เป็นหนึ่งในโรงงานหลักที่ผลิตและส่งออกรถยนต์มาสด้านอกประเทศญี่ปุ่น โดยได้ก่อตั้งเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538 ในฐานะบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี เอเอทีได้สร้างประวัติศาสตร์เป็นโรงงานผลิตยานยนต์แบบครบวงจรที่ทันสมัย ด้วยเงินลงทุนเริ่มต้นกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา เอเอทีไม่เพียงเป็นโรงงานผลิตรถยนต์ที่มีบทบาทสำคัญในการวางมาตรฐาน และยกกระดับคุณภาพในการผลิตรถยนต์ แต่ยังเป็นพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและสร้างสรรค์สังคมมาอย่างต่อเนื่อง”
โรงงานเอเอทีแห่งนี้เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีการผลิตอันล้ำสมัย มีทีมวิศวกรที่มีฝีมือและทักษะในการผลิตที่เปี่ยมด้วยมาตรฐานในระดับสากล ได้ทำการผลิตทั้งรถยนต์นั่งรุ่นยอดนิยมและรถครอสโอเวอร์เอสยูวีของมาสด้า ประกอบด้วย Mazda2, Mazda3, Mazda CX-3 และ Mazda CX-30 เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและส่งกลับไปจำหน่ายยังประเทศญี่ปุ่น จึงถือว่าเอเอทีมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในระดับโลก ขณะที่ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ชูเอเอทีเป็นฐานการผลิตที่สำคัญและทำการผลิตรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ และฟอร์ด เรนเจอร์ ซุปเปอร์ ดิวตี้ พร้อมทั้งรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ เพื่อขายในประเทศและส่งไปจำหน่ายมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก
นอกจากนี้ มาสด้า และ ฟอร์ด ยังได้มีการลงทุนที่เอเอทีอย่างต่อเนื่อง สร้างงานให้กับพนักงานกว่า 5,400 คน และยกระดับทักษะแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล มีการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศในสัดส่วนสูงถึง 67% และยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบชิ้นส่วนในประเทศไทย สร้างมูลค่าเพิ่มอย่างเป็นรูปธรรม ความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจนี้ยืนยันด้วยยอดการผลิตรถยนต์สะสมมากกว่า 4 ล้านคัน ซึ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงบทบาทสำคัญของเอเอทีในการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก
“การฉลองครบรอบ 30 ปีของเอเอที เป็นการยกย่องพนักงานทุกคนที่ยึดมั่นใน ‘ฝีมือและทักษะในการผลิต’ เราภูมิใจที่คนไทยได้ก้าวขึ้นเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนองค์กรให้เป็นที่ยอมรับระดับสากล’ มร. ซิลวิโอ อิลลี ประธานบริษัทและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ออโต้อัล ลายแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว ‘เราขอขอบคุณซัพพลายเออร์และพันธมิตรทางธุรกิจทุกท่านที่ร่วมสร้างความสำเร็จนี้มาด้วยกัน เอเอทีจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นผู้นำในการผลิตรถยนต์คุณภาพที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในอนาคต โดยลงทุนต่อเนื่องในการยกระดับบุคลากรให้เชี่ยวชาญเทคโนโลยีขั้นสูง พร้อมยึดมั่นในหลักการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้ก้าวหน้าอย่างมั่นคง”
รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับมาสด้า
ปัจจุบัน มาสด้ามีโรงงานผลิต 2 แห่ง ในประเทศไทย ได้แก่ โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ (ประเทศไทย) หรือ เอเอที ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ร่วมกับฟอร์ด และโรงงานผลิตเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ Mazda Powertrain Manufacturing Thailand (MPMT) ซึ่งทั้งสองโรงงานนี้ คือรากฐานสำคัญของมาสด้า เพื่อส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์มาสด้าและชิ้นส่วนสำคัญ เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกยังตลาดต่างประเทศทั่วโลก
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Bridgestone x Top Secret x Carnival สร้างปรากฏการณ์แห่งแฟชั่น เปิดตัวคอลเลคชั่นสุดลิมิเต็ดพร้อมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตใจกลางสยามสแควร์
บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตและคนรักสตรีทแฟชั่น ด้วยการเปิดตัวเสื้อแจ็คเก็ตลิมิเต็ด “Bridgestone x Top Secret x Carnival” คอลเลคชั่นสุดพิเศษที่มาพร้อมดีไซน์เฉพาะตัว โดดเด่นด้วยโลโก้ของ BRIDGESTONE และ POTENZA ซึ่งสะท้อนถึงพลังและความเร็วในแบบฉบับมอเตอร์สปอร์ตอย่างชัดเจน โดยได้เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ณ ใจกลางสยามสแควร์ เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
งานเปิดตัวเต็มไปด้วยบรรยากาศคึกคักจากเหล่าแฟนมอเตอร์สปอร์ตและคนรุ่นใหม่สายแฟชั่นที่มาร่วมงานอย่างอบอุ่น คอลแลบครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือของ พาร์ทเนอร์ระดับท็อป และ Top Secret Thailand สำนักแต่งรถยนต์ชื่อดัง ที่นำทีมโดยคุณเบียร์ ใบหยก และ Carnival แบรนด์ไลฟ์สไตล์สตรีทแฟชั่นชั้นนำของไทย นำโดยคุณอนุพงศ์ คุตติกุล ผู้บริหารและผู้ก่อตั้ง
ภายในงานอัดแน่นด้วยความมันแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ทั้งการจัดแสดงรถซิ่งสุดเท่ Top Secret Thailand มาพร้อมแก๊งร่างทองที่ติดยาง BRIDGESTONE POTENZA เรียกความสนใจจากเหล่าแฟนคลับอย่างล้นหลาม ไฮไลต์ของงานกับการแจกลายเซ็นบนเสื้อแจ็คเก็ตจากคุณเบียร์ ใบหยก พร้อมด้วยคุณ Smoky Nagata ผู้ก่อตั้ง Top Secret สำนักแต่งรถชื่อดังระดับตำนานจากญี่ปุ่น นอกจากนี้ บริดจสโตนยังนำเสนอ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE005 ยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียม รุ่นใหม่ล่าสุดให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ต และยังจัดเต็มความสนุกด้วยกิจกรรม แจกของที่ระลึก อาทิ กระป๋องน้ำดื่มสีทองสุดลิมิเต็ด Bridgestone x Top Secret ส่วนลดยางบริดจสโตน 15% และอื่นๆ อีกมากมาย
คุณจุติพงศ์ บุญสูง ประธานกรรมการบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด กล่าวว่า “บริดจสโตนรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชั่นพิเศษครั้งนี้ ขอขอบคุณ Top Secret และ Carnival ที่ร่วมกันสร้างปรากฏการณ์แฟชั่นสุดเอ็กซ์คลูซีฟเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตพร้อมถ่ายทอดตัวตนของทั้งสามพาร์ทเนอร์ได้อย่างโดดเด่นและลงตัว งานครั้งนี้ยังสะท้อนถึงพลังของคอมมูนิตี้และความร่วมมือ ที่แข็งแกร่งซึ่งบริดจสโตนภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วม”
คุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความร่วมมือระหว่าง Bridgestone x Top Secret x Carnival ครั้งนี้ เป็นอีกก้าวที่ทำให้บริดจสโตนได้ถ่ายทอดความเป็นมอเตอร์สปอร์ตผ่านยางรถยนต์สปอร์ตพรีเมียมBRIDGESTONE POTENZA บนคอลเลคชั่นแจ็คเก็ตลิมิเต็ดสุดเท่ ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญด้านรถยนต์สมรรถนะสูงจาก Top Secret Thailand เข้ากับสตรีทแฟชั่นจาก Carnival ทำให้คอลเลคชั่นนี้เข้าถึง คนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ผมหวังว่าทุกคนจะได้เห็นอีกมุมหนึ่งของบริดจสโตน ไม่เพียงแค่แบรนด์ ยางรถยนต์ที่ผูกพันกับการเดินทางของคนไทย แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์และแฟชั่นที่คนรุ่นใหม่เข้าถึงได้อย่างสนุกและใกล้ชิดยิ่งขึ้น”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine







































































































































