-
News Car1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า แจกความคุ้มส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่กับโปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” ยางคุณภาพราคาพิเศษ เสริมความมั่นใจทุกการเดินทาง
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เดินหน้าดูแลผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศรับช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เปิดโปรโมชันพิเศษ “ยางไงก็คุ้ม” มอบความคุ้มค่าและความปลอดภัยในการเดินทาง ด้วยยางรถจักรยานยนต์คุณภาพจากแบรนด์ชั้นนำ ในราคาพิเศษ พร้อมบริการตรวจเช็กและเปลี่ยนยางโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ ณ ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
โปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” คัดสรรยางที่เหมาะสมกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าหลากหลายรุ่น ครอบคลุมทั้งรถครอบครัวและรถออโตเมติก ตอบโจทย์การใช้งานจริงทั้งด้านคุณภาพ ความทนทาน และความคุ้มค่า โดยมีรายละเอียดดังนี้
ยาง V-Rubber
คุ้มจริง ถูกใจ Wave110i / Wave125i (ล้อซี่ลวด และล้อแม็ก ใช้ยางใน)
- ยางหน้าขนาด 70/90-17 ราคา 440 บาท
- ยางหลังขนาด 80/90-17 ราคา 520 บาท
คุ้มค่า พร้อมชิล Scoopy / Click (ล้อซี่ลวด ใช้ยางใน)
- ยางหน้าขนาด 80/90-14 ราคา 405 บาท
- ยางหลังขนาด 90/90-14 ราคา 505 บาท
คุ้มครบ จัดเต็ม Click (ล้อแม็ก ไม่ใช้ยางใน)
- ยางหน้าขนาด 80/90-14 ราคา 520 บาท
- ยางหลังขนาด 90/90-14 ราคา 595 บาท
ยาง MICHELIN
PCX150 แบบไม่ใช้ยางใน (ปี 2018–2020)
- ยางนอกล้อหน้าขนาด 100/80-14 M/C 48P ราคาเส้นละ 1,930 บาท
- ยางนอกล้อหลังขนาด 120/70-14 M/C 61P ราคาเส้นละ 2,350 บาท
PCX160 แบบไม่ใช้ยางใน (ปี 2023 เป็นต้นไป)
- ยางนอกล้อหน้าขนาด 110/70-14 M/C 50P ราคาเส้นละ 1,580 บาท
- ยางนอกล้อหลังขนาด 130/70-13 M/C 63P ราคาเส้นละ 1,850 บาท
โปรโมชัน “ยางไงก็คุ้ม” มอบราคาพิเศษตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 มีนาคม 2569 เพื่อให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้ามั่นใจทุกเส้นทาง กับยางคุณภาพที่ช่วยเสริมความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
ทั้งนี้ โปรโมชันดังกล่าวสามารถใช้ได้กับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเฉพาะรุ่นที่บริษัทฯ กำหนด โดยราคาดังกล่าวยังไม่รวมค่าติดตั้ง ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ยางไงก็คุ้ม #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HondaWingCenter
-
ZEEKR มอบความสุขส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีม้าทอง 2569 ขยายสิทธิพิเศษชาร์จฟรีสำหรับผู้ใช้รถ ZEEKR ที่ ZEEKR Power เซ็นทรัลเวิลด์ พร้อมแนะนำเคล็ดลับขับขี่ทางไกลให้ปลอดภัยทุกเส้นทาง
ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี แนะเคล็ดลับขับขี่ทางไกลให้ปลอดภัยทุกเส้นทาง พร้อมตอบแทนลูกค้าผู้มีอุปการคุณโดยการขยายสิทธิพิเศษสำหรับผู้ใช้รถ ZEEKR สามารถชาร์จฟรีที่สถานีชาร์จ ZEEKR Power เซ็นทรัลเวิลด์ ไปจนถึงวันที่ 30 เมษายน 2569
ก้าวสู่เทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปี 2569 ที่กำลังใกล้จะมาถึง ZEEKR Thailand ขอส่งมอบความสุขความปรารถนาดี และความห่วงใยมายังผู้ขับขี่ที่วางแผนเดินทางไกลเพื่อการท่องเที่ยวหรือกลับบ้านที่ต่างจังหวัด โดยเน้นย้ำที่การเตรียมพร้อมทั้งผู้ขับขี่ที่ควรพักผ่อนให้พอ และแนะเคล็ดลับการขับรถอีวีทางไกลให้มีความปลอดภัยสูงสุดดังนี้
- แบตเตอรี่: ควรชาร์จให้เต็ม (80-100%) หรืออย่างน้อย 80% เพื่อให้ระบบทำงานเต็มประสิทธิภาพ และช่วยยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้น
- ยาง: เช็กลมยางตามค่าที่ศูนย์บริการแนะนำ (อาจต้องเพิ่มแรงดันมากกว่าปกติสำหรับการใช้งานต่อเนื่องและระยะทางไกล) และตรวจสอบสภาพดอกยางที่มีดอกยางลึกเพียงพอ สภาพยางสมบูรณ์ไม่มีรอยแตก
- ระบบไฟ: เช็กไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว ไฟเบรก ว่าทำงานดีปกติ
- ระบบเบรก: ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก และสภาพน้ำมันเบรกตามคู่มือรถเพื่อความปลอดภัยเสมอ
- ระบบระบายความร้อน: ตรวจสอบระดับน้ำหล่อเย็นแบตเตอรี่ / มอเตอร์ (ถ้ามี) และรักษาระบบแบตเตอรี่ไม่ให้ร้อนหรือเย็นจัดเกินไป
- ที่ปัดน้ำฝน / น้ำฉีดกระจก: เติมให้เต็มพร้อมใช้งาน ปรับความเร็วของที่ปัดน้ำฝนให้เหมาะกับความแรงของฝน เพื่อช่วยให้มองเห็นวิสัยทัศน์ได้ดีขึ้น ไม่เสียสมาธิในการขับขี่
ที่สำคัญจัดเตรียมสายพ่วงแบตเตอรี่ (สำหรับฉุกเฉิน), สายลากจูง และชุดปฐมพยาบาล, ไฟฉาย, ป้ายสะท้อนแสง ติดรถ รวมถึงการพกกุญแจรีโมทติดตัวเพื่อเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่มากยิ่งขึ้นเมื่อเดินทางไกล เนื่องจากในบางพื้นที่อาจมีสัญญาณอินเทอร์เน็ตเบาบาง
พร้อมเตรียมออกเดินทางไปกับ ZEEKR ด้วยรถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรีหลากหลายรุ่นที่เหมาะสำหรับทุกกิจกรรมในช่วงเทศกาลแห่งการท่องเที่ยว
ZEEKR 7X
กลุ่มเพื่อน หรือครอบครัว…มั่นใจทุกเส้นทาง
ZEEKR 7X คือ The Next Generation of Tech-Luxe SUV ที่มอบความสะดวกสบายระดับลักชูรีทั้งกลุ่มเพื่อน หรือครอบครัวตั้งแต่การเข้าออกรถยนต์ด้วยประตูไฟฟ้า ระบบประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติทั้ง 4 บาน ที่มากับสมรรถนะเหนือชั้นด้วยระบบขับเคลื่อน Intelligent AWD Lightning Switch ปรับกำลังขับอัตโนมัติทันทีตามสภาพถนน และโหมด Off-Road สามารถยกความสูงตัวรถได้ถึง 230 มิลลิเมตร รองรับการขับขี่ทุกเส้นทาง ให้ระยะทางวิ่งมากกว่า 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) และชาร์จไวเพียง 16 นาที จาก 10%–80%
ZEEKR 009 รุ่น 6-Seater
รถเอ็มพีวีไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรี 6 ที่นั่ง อีกหนึ่งในสมาชิกครอบครัวที่มอบความสะดวกสบายระดับเฟิร์สคลาส
การเดินทางไกลสำหรับทุกคนในครอบครัวจะเป็นเรื่องของความสุขตลอดไป ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง ออกแบบมาเพื่อนำเสนอประสบการณ์การเดินทางคุณภาพระดับเฟิร์สคลาสของสายการบิน พร้อมเบาะที่นั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ Sofaro First Class Airline Seats และโหมดการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอนได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ รวมถึงระบบเสียงรอบทิศทางจาก YAMAHA 30 ตำแหน่งที่พร้อมให้ความบันเทิงได้ในทุกการเดินทาง
ZEEKR 009 รุ่น 7-Seater
บทสรุปที่ตอบโจทย์ทุกการเดินทางทั้งครอบครัวขนาดใหญ่
นิยามใหม่ของความพรีเมียมทั้งสมรรถนะที่แข็งแกร่ง ห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส และวัสดุคุณภาพสูงที่สะท้อนถึงความประณีตในทุกรายละเอียด โดยรุ่นนี้ยังคงไว้ซึ่งฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์อย่างครบครัน ให้ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย หรูหราอย่างแท้จริง และด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่ให้กำลังสูงถึง 603 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
เพียง 4.5 วินาที แบตเตอรี่ขนาด 116 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่ 686 กิโลเมตร ต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDCZEEKR 009 รุ่น Standard 7-Seater
จะเดินทางใกล้ไกล…ความสะดวกสบายคือเรื่องหลัก
รุ่นนี้ครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ไว้อย่างครบครัน รองรับผู้โดยสารได้มากถึง 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอ เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อนขนาดใหญ่ ลูกค้าองค์กร กลุ่มการบริการ หรือการเดินทางที่มีผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางท่องเที่ยว หรือต้องการเดินทางระยะไกลในขณะที่ยังได้รับความสะดวกสบายในทุกมิติ โดยช่วงล่างของรถเป็นแบบ High Performance Air Suspension Package หรือช่วงล่างแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกันสะเทือน CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารเพื่อให้ทุกการเดินทางนุ่มนวล และผ่อนคลาย พร้อมสมรรถนะที่วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 712 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ
ZEEKR X
โกลบอล พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี สำหรับคนเมือง
ด้วยพลังขับเคลื่อนที่วิ่งไกลได้ถึง 540 กิโลเมตร โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีแห่งยุคอนาคตและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ มาพร้อมนวัตกรรมการขับขี่สุดไฮเทคและแพลตฟอร์ม SEA อัจฉริยะ
เริ่มต้นเดินทางไปกับ ZEEKR ด้วยรถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรีในปี 2569 ที่กำลังจะมาถึง พร้อมเพิ่มความอุ่นใจตลอดการเดินทางเมื่อรถเกิดเหตุฉุกเฉิน รับสิทธิ์บริการช่วยเหลือได้ทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999 สำหรับผู้สนใจจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ZEEKR ทุกรุ่นได้ที่ ZEEKR House ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ หรือติดตามโปรโมชันพิเศษได้ทาง www.zeekrlife.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM ขอบคุณลูกค้าชาวไทย ปิดปี 2568 ด้วยยอดขาย GWM ORA Good Cat ทะลุกว่า 7,000 คัน จบมาตรการ EV 3.0 อย่างครบถ้วนและงดงาม
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ส่งท้ายปีอย่างยิ่งใหญ่ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ หลัง GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าที่ครองใจผู้บริโภคชาวไทยมาอย่างยาวนาน ทำยอดขายทั้งปี 2568 มากกว่า 7,000 คัน เติบโต 139% จากปีที่ผ่านมา และถือเป็นการปิดฉากความสำเร็จของการดำเนินการตามข้อกำหนดของนโยบาย EV 3.0 ได้อย่างครบถ้วนและสมบูรณ์
ภายใต้กรอบมาตรการสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 ของภาครัฐ GWM เป็นหนึ่งในสองแบรนด์แรกที่เข้าร่วมมาตั้งแต่ปี 2565 และยังเป็นผู้ผลิตรายแรกที่เริ่มเดินสายการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อจำหน่ายในประเทศไทย ณ GWM Smart Factory ในจังหวัดระยอง ตามเงื่อนไขการผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้า ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของอุตสาหกรรม EV ของประเทศไทย โดยในช่วงมาตรการ EV 3.0 GWM ได้นำเข้ารถยนต์ไฟฟ้ารวมทั้งสิ้น 9,645 คัน ส่งผลให้ต้องผลิตชดเชยตามข้อกำหนดเป็นจำนวน 14,468 คัน ซึ่งปัจจุบัน GWM ได้ดำเนินการผลิตไปครบ 100% แล้ว โดยแบ่งเป็น 1.) ผลิตเพื่อการส่งออกรวมมากกว่า 3,000 คัน โดยเริ่มส่งออกตั้งแต่เดือนเมษายน 2568 ไปยังตลาดสำคัญ เช่น ออสเตรเลียและบราซิล หรือคิดเป็นกว่า 4,500 คัน ตามข้อกำหนดการการชดเชย 1.5 เท่าของยอดการส่งออก ถือเป็นก้าวสำคัญของการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกที่สำคัญของ GWM ไปประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 2.) ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศ ซึ่งปัจจุบัน GWM ได้ส่งมอบ GWM ORA Good Cat ที่ผลิตในประเทศรวมมากกว่า 10,000 คัน ซึ่งทั้งตัวเลขการส่งออกและการขายนี้ ทำให้ GWM สามารถผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าได้มากกว่าที่มาตรการฯ กำหนด และทำให้ GWM ORA Good Cat ขึ้นเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงที่สุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความสำเร็จและความไว้วางใจของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงที่มีดีไซน์ที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีที่โดดเด่น และความคุ้มค่าคุ้มราคา
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวถึงความสำเร็จนี้ว่า “GWM ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การสนับสนุน GWM ORA Good Cat อย่างอบอุ่นเสมอมาตลอดระยะเวลา 4 ปี และขอขอบคุณภาครัฐที่ผลักดันมาตรการ EV 3.0 จนเกิดการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทย ความสำเร็จของการผลิตและจำหน่าย GWM ORA Good Cat นี้ ไม่เพียงตอกย้ำคุณภาพผลิตภัณฑ์ของเรา แต่ยังสะท้อนความไว้วางใจต่อแบรนด์และการบริการหลังการขายที่ลูกค้าชาวไทยมีให้กับ GWM อย่างแท้จริง ในปี 2569 เราจะเดินหน้านำรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูง ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการขับขี่และความปลอดภัยที่ล้ำหน้า รวมถึงดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์มาให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง เพื่อเดินหน้าก้าวขึ้นสู่ เป้าหมายการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับ 1 แบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายในไทย รวมถึงเป็นส่วนหนึ่งที่ร่วมผลักดันและสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน”
#GWM #GWMThailand #GWMORAGoodCat #GWMORA #ORA #EV3.0 #ThailandEV3.0
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
วอลโว่ ทรัคส์ มอบของขวัญปีใหม่ เปิดตัว “Volvo FM13 PRO” รถบรรทุกพรีเมียมสเปคคุ้มค่า ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น
วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถบรรทุกจากประเทศสวีเดน ตอกย้ำความเป็นผู้นำนวัตกรรมขนส่ง มอบของขวัญปีใหม่แก่ผู้ประกอบการไทยด้วยการเปิดตัวรถบรรทุกรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด “Volvo FM13 PRO” ภายใต้แนวคิด “The Professional Choice for Every Journey” โดยเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่น Euro 5 ที่เปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เพื่อส่งมอบสมรรถนะระดับมืออาชีพในราคาที่คุ้มค่ากว่าเดิม พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งไทยสู่ความยั่งยืน
นางสาววิลาวัลย์ วิศปาแพ้ว กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูดี ทรัคส์ คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ผู้แทนจำหน่าย วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) อย่างเป็นทางการ เปิดเผยว่า “เนื่องในโอกาสส่งท้ายปีและเข้าสู่เทศกาลแห่งความสุข วอลโว่ ทรัคส์ ขอมอบ ‘ของขวัญ’ ชิ้นพิเศษให้กับผู้ประกอบการขนส่งชาวไทย ด้วยการเปิดตัว Volvo FM13 PRO ซึ่งเราตั้งใจออกแบบมาให้เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับธุรกิจ โดยการปรับจูนสเปคให้ตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบ ราคาเข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังคงไว้ซึ่งมาตรฐานความปลอดภัย สมรรถนะ และความเป็นมืออาชีพตามแบบฉบับของวอลโว่ ทรัคส์ อย่างครบถ้วน”
“เราเชื่อว่า Volvo FM13 PRO จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์ และพันธมิตรทางธุรกิจของเราสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมตอบโจทย์การขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยมาตรฐานไอเสีย Euro 5” นางสาววิลาวัลย์กล่าวเสริม
ไฮไลต์เทคโนโลยีและข้อมูลผลิตภัณฑ์ Volvo FM13 PRO:
- สมรรถนะเครื่องยนต์: เครื่องยนต์ 13 ลิตร 380 แรงม้า มาตรฐาน Euro 5 ที่มาพร้อมเทคโนโลยี SCR ช่วยบำบัดไอเสียอย่างมีประสิทธิภาพและรองรับน้ำมันเชื้อเพลิงไบโอดีเซล
- ระบบส่งกำลัง: เกียร์กึ่งอัตโนมัติ I-Shift Generation G ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบาย เปลี่ยนเกียร์รวดเร็ว และเพิ่มอัตราการประหยัดน้ำมัน
- ช่วงล่างและระบบเบรก: ระบบช่วงล่างถุงลมพร้อมดิสก์เบรก ระบบควบคุมเบรกแบบไฟฟ้า (EBS) เพื่อการรับน้ำหนักและสมรรถนะการยึดเกาะถนนที่เหนือกว่า พร้อมเบรกเสริม Volvo Engine Brake (VEB) เพิ่มความปลอดภัย
- ความปลอดภัยอัจฉริยะ: ระบบถุงลมพวงมาลัย (Airbag) และทางออกฉุกเฉินทางหลังคา (Sky Window) ตามมาตรฐานสากล
- ความสะดวกสบายของผู้ขับขี่: เบาะนั่งแบบถุงลมลดความเมื่อยล้า จอแสดงผลข้อมูลดิจิทัลขนาด 12 นิ้วที่อ่านง่าย และระบบ Central door locks พร้อมรีโมทคอนโทรล
- ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์: โคมไฟหน้าโฉมใหม่พร้อมไฟส่องสว่างกลางวัน (Daytime Running Light) รูปตัว “V” ที่สะท้อนเอกลักษณ์ความพรีเมียมของแบรนด์
ด้าน นายมาร์ติน ซอมเมอร์ รองประธานฝ่ายขาย วอลโว่ ทรัคส์ (ประเทศไทย) กล่าวถึงจุดเด่นของผลิตภัณฑ์ว่า “Volvo FM13 PRO คือรถบรรทุกที่ให้ความโปรเฟชชั่นนัลในทุกมิติ โดยเรายังคงใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ 13 ลิตร 380 แรงม้า มาตรฐาน Euro 5 และเกียร์ I-Shift Generation – G รุ่นล่าสุดที่ขึ้นชื่อเรื่องความประหยัดน้ำมันและการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น โดยรุ่น PRO นี้มีการปรับฟีเจอร์ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการได้รับรถบรรทุกสมรรถนะสูงในงบประมาณที่คุ้มค่าที่สุด”
นอกจากผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพแล้ว วอลโว่ ทรัคส์ ยังคงให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขายอย่างมืออาชีพผ่านเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐาน 23 แห่งทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจว่าทุกการเดินทางของลูกค้าจะเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นคง
“เรามั่นใจว่า Volvo FM13 PRO จะเป็นทางเลือกที่ถูกต้อง (The pro choice) สำหรับทุกเส้นทางและทุกธุรกิจขนส่งที่มองหาความคุ้มค่าโดยไม่สูญเสียมาตรฐานระดับพรีเมียม” นายมาร์ติน กล่าวปิดท้าย
วอลโว่ ทรัคส์ ยังคงมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนอุตสาหกรรมขนส่งไทยไปสู่อนาคตที่ยั่งยืน ผ่านการพัฒนาและปรับปรุงสเปครถบรรทุกให้สอดคล้องกับการใช้งานจริงในประเทศไทยอย่างสูงสุด (Specification Optimization) เพื่อให้รถบรรทุกของเราเป็นเครื่องมือที่ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อย่างแท้จริง เราเชื่อมั่นว่าการมอบสมรรถนะมาตรฐานยุโรปในรูปแบบที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานจริง จะเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจโลจิสติกส์ไทยแข็งแกร่งขึ้น สามารถปรับตัวและอยู่รอดได้ในสภาวะเศรษฐกิจที่มีความท้าทาย พร้อมเติบโตได้อย่างมั่นคงควบคู่ไปกับความปลอดภัยที่เป็นเลิศและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
กรังด์ปรีซ์ฯ คว้ารางวัลดีเด่น “อาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน” จาก พพ. กระทรวงพลังงาน ในงาน Thailand Energy Awards 2024
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้ารับรางวัลดีเด่น ประเภทอาคารสร้างสรรค์เพื่อการอนุรักษ์พลังงาน สาขา อาคารปรับปรุงเพื่อการอนุรักษ์พลังงาน (Retrofitted Building) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลอันทรงเกียรติ ในงาน “Thailand Energy Awards 2024” จัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน โดยได้รับเกียรติจาก นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ณ ห้องแซฟไฟร์ 202 อาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม ชั้น 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันอังคารที่ 23 ธันวาคม 2568 ที่ผ่านมา
ภายในงานยังมีการจัด “นิทรรศการความสำเร็จ Thailand Energy Awards 2024” โดย นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และนางสาวนันธิกา ทั้งสุพานิช อธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ได้ให้เกียรติเดินเยี่ยมชมผลงานที่ได้รับรางวัลจากหน่วยงานต่างๆ สำหรับผลงานของบริษัท กรังด์ปรีซ์ฯ มี นางสาวชิดชนก ไทยสาครพันธ์ หัวหน้างานอาชีวอนามัย ความปลอดภัย และสิ่งแวดล้อม/QMR เป็นผู้แทนนำเสนอผลงาน
การประกวด Thailand Energy Awards มีวัตถุประสงค์เพื่อเชิดชูหน่วยงานและอาคารที่มีผลงานโดดเด่นด้านการประหยัดพลังงาน โดยเน้นการออกแบบและการบริหารจัดการพลังงานอย่างสร้างสรรค์ สะท้อนศักยภาพของคนไทยในการพัฒนาองค์ความรู้และนวัตกรรมด้านพลังงานให้ได้มาตรฐานสากล ซึ่งถือเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ เศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำ และสอดคล้องกับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emission) ภายในปี ค.ศ. 2050
ทั้งนี้ โครงการ Thailand Energy Awards ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 25 โดยในปี 2024 (พ.ศ. 2567) มีผลงานส่งเข้าประกวดทั้งสิ้น 109 ผลงาน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้พิจารณาคัดเลือกอย่างเข้มข้น จนได้ผลงานที่สมควรได้รับรางวัลจำนวน 54 ผลงาน ซึ่งสามารถช่วยลดการใช้พลังงานคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 11,357 ล้านบาท และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 2.20 ล้านตัน นอกจากนี้ ประเทศไทยยังได้ส่งผลงานเข้าประกวดในเวที ASEAN Energy Awards 2024 และสามารถคว้ารางวัลมาได้ถึง 19 รางวัล ซึ่งบริษัท กรังด์ปรีซ์ฯ ก็สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ ประเภท Retrofitted Building of the ASEAN Energy Efficiency and Conservation Best Practices Awards 2024 มาด้วยในครั้งนี้ ตอกย้ำบทบาทผู้นำด้านพลังงานของประเทศไทยในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) พร้อมยืนหยัดในการร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
อีซูซุร่วมกับเอส เอฟ เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE”
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ร่วมกับ โรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ โดย คุณสุวัฒน์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงานเปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” พร้อมสัมผัสประสบการณ์เสมือนจริงอย่างใกล้ชิดของ ISUZU V-CROSS 4x4 “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรด รุ่นใหม่ล่าสุด ในสนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ “ISUZU 4×4 Experience” ณ โรงภาพยนตร์ เอส เอฟ เวิลด์ ซีเนม่า ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์
คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุ และ SF Cinema เป็นพันธมิตรที่ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องมา 17 ปีแล้ว โดยในปีนี้เป็นการร่วมมือกันสร้างภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดที่ 16 ยกระดับประสบการณ์การรับชมทั้งภาพและเสียงให้ทรงพลังยิ่งขึ้น สำหรับปีนี้จะเป็นการเล่าถึงสมรรถนะของ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ผ่าน ISUZU 4×4 EXPERIENCE สนามทดสอบรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งประกอบด้วย 9 สถานี ที่ออกแบบและปรับปรุงโดย nendo บริษัทดีไซน์ระดับโลกจากญี่ปุ่น ในภาพยนตร์โฆษณาชุดนี้ เรานำเอกลักษณ์ของสถานีต่าง ๆ มาผสานเข้ากับภาพและเสียงจากธรรมชาติ เช่น ป่า ลม หรือภูเขา เพื่อสะท้อน “สมรรถนะหนึ่งเดียว” ของ ISUZU V-CROSS 4×4 ในสภาพแวดล้อมจริงอย่างสมบูรณ์แบบ ซึ่งภาพยนตร์ชุดนี้จะทำให้ผู้ชม ได้สัมผัสสมรรถนะของรถทั้งภาพและเสียงตั้งแต่วินาทีแรก และนี่คือที่มาของการสร้างสรรค์ Digital Sound Check ชุดใหม่ในปีนี้”
คุณสุวิทย์ ทองร่มโพธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานการตลาด บริษัท เอส เอฟ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำด้านเทคโนโลยีภาพและเสียงในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ยังคงมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การรับชมภาพยนตร์อย่างต่อเนื่อง และในปีนี้นับเป็นอีกหนึ่งปีแห่งความร่วมมืออันแข็งแกร่งกับอีซูซุในการนำเสนอ Digital Sound Check ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของโรงภาพยนตร์ในเครือ เอส เอฟ มาอย่างยาวนาน โดยภาพยนตร์โฆษณาชุดล่าสุด “ISUZU V-CROSS 4x4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” จะพาผู้ชมทั่วประเทศสัมผัสถึงศักยภาพของภาพและเสียงที่ดีที่สุดในโรงภาพยนตร์ เอส เอฟ ครอบคลุมทุกสาขาทั่วประเทศ ทุกโรง ทุกรอบ ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคมนี้เป็นต้นไป โดยความพิเศษในวันนี้ ทุกท่านจะได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์ดังกล่าวก่อนใคร ณ โรงภาพยนตร์ Zigma CineStadium ด้วย ระบบฉาย Digital 4K ผสานกับระบบเสียง Dolby Atmos ซึ่งถือเป็นมาตรฐานสูงสุดในโลกภาพยนตร์”
ภายในงานยังได้พบกับแขกรับเชิญพิเศษ “คุณนนน กรภัทร์ เกิดพันธุ์” ที่ได้ร่วมแชร์ประสบการณ์ การขับรถ ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ที่สนาม ISUZU 4×4 EXPERIENCE กับพิธีกรหนุ่ม “คุณแบม ปีติภัทร คูตระกูล” โดยเผยว่า “ผมมีโอกาสได้ไปถ่ายรายการที่สนาม ISUZU 4x4 EXPERIENCE มาแล้วครับ ต้องบอกเลยว่าสนามสวยมาก การใช้เส้นสายตกแต่งหลากสี กับความท้าทายของสถานีทดสอบนี่มันลงตัวอย่างไม่น่าเชื่อ แล้วภาพที่ออกมาในรายการนี่สวยและโหดมากครับ ที่สำคัญคือได้ขับ ISUZU V-CROSS 4×4 คันนี้ บอกเลยว่าสมรรถนะนี่สุด ๆ ผ่านทุกสถานการณ์ยาก ๆ ไปได้แบบนิ่ง ๆ ชิล ๆ แถมยังมีฟังก์ชันที่ช่วยให้ลุยได้ง่ายและมั่นใจอย่าง พวงมาลัยไฟฟ้า EPS และกล้องรอบคัน 360 องศา พร้อมมุมมองใต้ท้องรถอีกด้วย อย่างที่ทางอีซูซุบอกเลยว่าเป็น THE ONE & ONLY จริง ๆ ครับ อยากให้ ทุกท่านรอติดตามชมความสนุกกันในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ครับ”
เชิญร่วมสัมผัสปรากฏการณ์เหนือระดับของ ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” ปิกอัพสปอร์ตออฟโรดรุ่นล่าสุดได้อย่างเต็มอรรถรส ผ่านภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “ISUZU V-CROSS 4×4 THE ONE & ONLY EXPERIENCE” ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2568 ในโรงภาพยนตร์เครือ เอส เอฟ ซีเนม่า ทุกสาขาทั่วประเทศ และติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official: @isuzuthai
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GEELY EX2 ล็อตแรกออกเดินทางสู่ประเทศไทย เตรียมพร้อมทยอยส่งมอบให้ลูกค้าตามแผน
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เผยความคืบหน้า GEELY EX2 ล็อตแรกกำลังออกจากท่าเรือกวางโจว ประเทศจีน และจะเดินทางถึงไทยเร็วๆ นี้ หลังสร้างกระแสตอบรับอย่างล้นหลามในระหว่างงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา โดยกวาดยอดจองถึง 4,016 คัน ทั้งนี้ GEELY EX2 จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบคุณภาพตามมาตรฐาน ก่อนทยอยส่งมอบให้ลูกค้าที่จองครบ 2,000 สิทธิ์แรก และพร้อมรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด ตอกย้ำความพร้อมในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และประสบการณ์ที่ดีที่สุด พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จของ GEELY EX2 ที่สะท้อนผ่านยอดจองทั่วประเทศ 4,016 คัน พิสูจน์ให้เห็นชัดเจนถึงศักยภาพของแบรนด์ในการขยายตลาดและเติบโตอย่างมั่นคงในประเทศไทย จากความโดดเด่นของนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและคุณภาพคุ้มค่าเกินราคาของ GEELY อีกทั้งบริการหลังการขายที่มั่นใจได้จากประสบการณ์กว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี การเร่งนำ GEELY EX2 ล็อตแรกเข้าไทยนี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของธนบุรีนอยสเตินในการทำงานร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น อย่างใกล้ชิด และยังมีแผนทยอยนำเข้าล็อตใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้กระบวนการส่งมอบรถเป็นไปอย่างราบรื่นและให้ลูกค้าได้รับรถโดยเร็วที่สุด ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้าวางรากฐานระยะยาวผ่านแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าเพิ่มเครือข่ายเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 เพื่อเสริมความเชื่อมั่นของแบรนด์ GEELY ในประเทศไทย”
GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น PRO และรุ่น MAX มาพร้อมแนวคิด “EXtra in Ordinary เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล ขุมพลังแบตเตอรีลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อัดแน่นด้วยฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด
พร้อมกันนี้ ธนบุรีนอยสเตินร่วมกับ จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น ได้ประกาศมอบของขวัญปีใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการขยายระยะเวลาแคมเปญโปรโมชันพิเศษ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 โดยมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้
- GEELY EX2 รุ่น PRO ราคา 399,990 บาท
- GEELY EX2 รุ่น MAX ราคา 429,990 บาท
พร้อมรับสิทธิพิเศษ ภายใต้ Basic Package ได้แก่
- ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี Portable Charger
- ฟรี พรมปูพื้น
สำหรับลูกค้าที่จองรถ GEELY EX2 ในแคมเปญราคาพิเศษนี้ จะต้องรับรถภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 เพื่อรักษาสิทธิ์ตามโปรโมชัน โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด ซึ่งจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง
ทั้งนี้ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่ผ่านมา GEELY สามารถทำยอดจองรวมทั่วประเทศได้ถึง 4,831 คัน เป็น GEELY EX2 4,016 คัน และ GEELY EX5 815 คัน โดยการนำเข้า GEELY EX2 ล็อตแรกนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความพร้อมของแบรนด์ในการรุกตลาดไทยอย่างจริงจัง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ รวมถึงระบบบริการหลังการขายที่พร้อมรองรับลูกค้าอย่างครบวงจร เพื่อขับเคลื่อน GEELY สู่ผู้นำตลาดยานยนต์ไฟฟ้าไทยในอนาคต
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ก Geely Thonburi Thailand
-
News Car1 Min Read
ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบประสบการณ์ที่มากกว่าการขับขี่ ขับเคลื่อนปีแห่งสมรรถนะ การรวมตัว และความหลงใหลในปอร์เช่
ปัจจุบันความสำเร็จในอุตสาหกรรมรถยนต์ ไม่เพียงแค่วัดผลจากยอดจดทะเบียนเพียงอย่างเดียว แต่ยังวัดจากคุณค่าของแบรนด์ ความสัมพันธ์กับลูกค้า และพลังการเชื่อมโยงกับผู้คน โดยในปี 2568 ปอร์เช่ ประเทศไทยได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การเติบโตอย่างยั่งยืนและการสร้างกลุ่มผู้หลงใหลในแบรนด์ที่แข็งแกร่งไม่ได้แยกจากกัน แต่มีความเชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง ด้วยความมุ่งมั่นต่อลูกค้าและแฟนๆ ของปอร์เช่ ควบคู่กับกลุ่มรถยนต์ที่พร้อมรับความต้องการในอนาคต และกลยุทธ์ทางธุรกิจที่แข็งแกร่ง ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังคงเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จในฐานะหนึ่งในผู้นำกลุ่มรถยนต์ระดับพรีเมียมอย่างต่อเนื่อง แม้จะต้องเผชิญความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “การเติบโตของเราในปี 2568 ไม่ได้เพียงวัดจากยอดจดทะเบียนหรือยอดจองรถ แต่ยังสะท้อนผ่านความแข็งแกร่งของความสัมพันธ์ที่เราสร้างขึ้นอย่างต่อเนื่องกับลูกค้าและกลุ่มผู้หลงใหลปอร์เช่ในวงกว้าง เรามุ่งมั่นที่จะสนับสนุนกิจกรรมและประสบการณ์ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณและเอกลักษณ์ของปอร์เช่ การรวมกลุ่มของผู้หลงใหลไม่เพียงช่วยเสริมความสัมพันธ์กับแบรนด์ให้แน่นแฟ้นขึ้น แต่ยังทำให้ทุกคนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางเดียวกัน ปอร์เช่ ประเทศไทย ภูมิใจที่ได้สนับสนุนทุกกิจกรรมของผู้หลงใหลในปอร์เช่ เพื่อร่วมกันสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต”
พลังขับเคลื่อนที่แข็งแกร่งท่ามกลางสภาพตลาดที่ท้าทาย
แม้ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมจะมีการแข่งขันสูง และยังต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายจากสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ในระดับโลก ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังคงรักษาผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งตลอดช่วง 11 เดือนแรกของปี 2568 โดยมีแรงขับคลื่อนสำคัญมาจากกลุ่มรถยนต์พลังงานไฟฟ้า
ในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤศจิกายนที่ผ่านมา รถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วน (BEV) และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คิดเป็นสัดส่วนถึง 89% ของยอดจำหน่ายรวมของปอร์เช่ ประเทศไทย สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของลูกค้าอย่างชัดเจน และความเชื่อมั่นต่อกลยุทธ์ในการนำเสนอระบบขับเคลื่อนที่หลากหลายของแบรนด์ การเติบโตดังกล่าวไม่เพียงสะท้อนถึงความต้องการซื้อที่ยังคงมีความแข็งแกร่งเท่านั้น แต่ยังเป็นผลจากกลยุทธ์ด้านผลิตภัณฑ์ที่สมดุลและสอดคล้องกับความต้องการของตลาดในประเทศ
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่ารถยนต์เอสยูวีระดับพรีเมียมยังคงเป็นกลุ่มตลาดที่มีความแข็งแกร่ง ซึ่งคาเยนน์ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำของปอร์เช่ในเซกเมนต์ดังกล่าว ด้วยการผสานดีเอ็นเอ แห่งรถสปอร์ตเข้ากับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว ส่งผลให้สามารถดึงดูดทั้งลูกค้าใหม่และผู้หลงใหลในปอร์เช่มาอย่างต่อเนื่อง
เดินหน้าขยายเครือข่าย เพื่อยกระดับประสบการณ์ลูกค้า
ตลอดปี 2568 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้เดินหน้าขยายและพัฒนาโชว์รูมและศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ”Destination Porsche” เพื่อเพิ่มการเข้าถึงและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในพื้นที่สำคัญของกรุงเทพฯ และชลบุรี ครอบคลุมตั้งแต่ Porsche Centre Bangna, Porsche Centre Pattanakarn และ Porsche Centre Pattaya ซึ่งทุกที่ได้ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่สอดคล้อง เป็นหนึ่งเดียว และสะท้อนตัวตนของปอร์เช่
การพัฒนา Porsche Centre Bangkok นับเป็นหมุดหมายสำคัญลำดับถัดไป โดยเป็นการขยายพื้นที่เพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า ซึ่งมีกำหนดแล้วเสร็จในช่วงปลายปี 2569 โดยจะก้าวขึ้นเป็นศูนย์บริการปอร์เช่ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ครอบคลุมทั้งงานขาย บริการหลังการขาย และพื้นที่สำหรับชุมชนอย่างครบวงจรในแห่งเดียว รวมถึงการเตรียมเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ Porsche Centre Kanlapaphruek ในช่วงปลายปี 2569 เพื่อขยายการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าในพื้นที่ที่มีศักยภาพสูงอีกหนึ่งแห่ง
โดยภายในสิ้นปี 2569 ปอร์เช่ ประเทศไทย จะมีเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการรวมทั้งสิ้น 6 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทั้งหมดจะเกิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Destination Porsche” เพื่อสร้างเครือข่ายที่พร้อมสำหรับอนาคต ที่จะรองรับทั้งการเติบโตและความพึงพอใจของลูกค้า
ตำนานรถยนต์ที่เชื่อมโยงอดีตและปัจจุบัน
ทิศทางธุรกิจของปอร์เช่ ประเทศไทย ขับเคลื่อนด้วยกลุ่มรถยนต์ที่สืบสานเอกลักษณ์เดิมและพร้อมมุ่งสู่อนาคต โดยในปี 2568 ได้เปิดตัวรุ่นใหม่หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น 911 จีทีเอส ที-ไฮบริด (911 GTS T-Hybrid) รุ่นล่าสุด ซึ่งพิสูจน์ความคล่องตัวบนเส้นทางภูเขาในจังหวัดเชียงใหม่ และ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นปี 2026 ที่ยกระดับอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับรุ่นปีล่าสุด ซึ่งไม่ว่าจะเป็นรุ่นหรือระบบขับเคลื่อนแบบใด จิตวิญญาณจากสนามแข่งยังคงไม่เปลี่ยนแปลง และหล่อหลอมอยู่ในปอร์เช่ทุกคัน
ระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ายังคงเป็นหนึ่งในทิศทางหลักของปอร์เช่ ประเทศไทย โดยรุ่นสำคัญอย่าง ไทคานน์ (Taycan) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้า 100% คันแรกของปอร์เช่ ยังคงสร้างมาตรฐานใหม่ด้านสมรรถนะไฟฟ้า ขณะที่ มาคันน์ (Macan) เอสยูวีที่ผสานความสปอร์ตและการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์การขับขี่ในเมือง ได้ถ่ายทอดการผสานพลังงานไฟฟ้าและอารมณ์การขับขี่แบบปอร์เช่ สู่อีกหนึ่งกลุ่มตลาดสำคัญของประเทศไทย
ปอร์เช่ยังคงยึดมั่นในแนวคิดว่ารถสปอร์ตแห่งอนาคตจะต้องรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย จึงได้พัฒนาเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด และระบบขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าไปพร้อมกัน ซึ่งล่าสุดได้เปิดตัว
คาเยนน์ อิเล็กทริค (Cayenne Electric) ที่มีพละกำลังสูงสุดถึง 1,156 แรงม้า ตอกย้ำบทบาทของปอร์เช่ในการสร้างมาตรฐานใหม่อีกครั้ง ซึ่งไม่เพียงแค่ด้านสมรรถนะ แต่ยังเปิดมิติใหม่ในด้านความสามารถในการชาร์จ ประสิทธิภาพ และการใช้งานในชีวิตประจำวันนอกเหนือจากทางเลือกระบบขับเคลื่อน การปรับแต่งเฉพาะบุคคลได้มีบทบาทสำคัญในการสร้างประสบการณ์ร่วมกับปอร์เช่ ผ่านโปรแกรม Porsche Exclusive Manufaktur เปิดโอกาสให้เจ้าของรถได้ถ่ายทอดตัวตนผ่านรถของตนเอง เปลี่ยนปอร์เช่แต่ละคันให้เป็นผลงานที่สะท้อนเอกลักษณ์ส่วนบุคคล มากกว่าเพียงรถยนต์หนึ่งคัน
ชุมชนและประสบการณ์ที่มากกว่าแค่รถยนต์
สำหรับปอร์เช่ การสร้างชุมชนไม่ได้หยุดอยู่แค่เพียงหลังพวงมาลัย โดยตลอดปี 2568 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้ให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่องกับการสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืน โดยมองลูกค้าในฐานะกลุ่มผู้หลงใหลในปอร์เช่ร่วมกัน
ปอร์เช่ ประเทศไทย สร้างประสบการณ์ร่วมผ่านกิจกรรมหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ในด้านประสบการณ์การขับขี่อย่าง การเดินทาง Epic Road Trip จากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท การแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตอย่าง ปอร์เช่ คาร์เรร่า คัพ เอเชีย 2025 (PCCA) ที่บางแสน กิจกรรมขับรถในสนามแข่งต่างๆ กิจกรรมโรดโชว์จากตัวแทนจำหน่าย นิทรรศการต่าง ๆ ที่ เคอร์วิสตาน แบงคอก (Curvistan Bangkok) ซึ่งได้จัดแสดงรถแข่งระดับตำนานอย่างปอร์เช่ 956 (Porsche 956) รวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมของ Porsche Club Thailand อย่างต่อเนื่อง อาทิ Drive of the year, Grand Summer Trip และ Track Day ซึ่งทุกกิจกรรมสะท้อนแนวคิดของปอร์เช่ที่เชื่อว่าการเป็นเจ้าของปอร์เช่ยกระดับคุณค่าผ่านการเดินทางและการสร้างความทรงจำร่วมกัน
กิจกรรมที่โดดเด่นที่สุดคือดาส เทรฟเฟ่น ครั้งที่ 10 (Das Treffen X) งานรวมตัวของคนรักปอร์เช่ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งฉลองครบรอบ 10 ปี เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพฯ โดยปอร์เช่ ประเทศไทย สนับสนุนงานนี้อย่างต่อเนื่องมากว่าทศวรรษ และในวันนี้ ดาส เทรฟเฟ่น ได้เติบโตจนเป็นหมุดหมายทางวัฒนธรรมของชุมชนปอร์เช่ในภูมิภาค สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการดูแลและเชื่อมโยงผู้คนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสร้างคุณค่าลึกซึ้งและยั่งยืนยิ่งกว่าตัวเลขทางธุรกิจ
นอกเหนือจากประสบการณ์ ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังเชื่อว่าสินค้าไลฟ์สไตล์ เป็นอีกหนึ่งการแสดงตัวตนของแบรนด์ ตั้งแต่การร่วมออกแบบคอลเลคชั่นร่วมกับดีไซเนอร์ต่างๆ ไปจนถึงเสื้อผ้ารุ่นพิเศษ โดยสินค้าปอร์เช่ ไลฟ์สไตล์ (Porsche Lifestyle) ได้ต่อยอดความผูกพันกับผู้หลงใหลให้ไปไกลกว่าแค่รถยนต์ อย่างเสื้อยืดรุ่นพิเศษที่ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัวล่าสุด ที่ได้ร่วมสร้างสรรค์กับ TRK หรือ เติ้ล – ธีระยุทธ พืชเพ็ญ ศิลปินสตรีทอาร์ตชาวไทยชื่อดัง ก็ได้ถ่ายทอดงานออกแบบสุดพิเศษที่ผสานความคิดสร้างสรรค์ร่วมสมัย วัฒนธรรมไทย และจิตวิญญาณของปอร์เช่ ผ่านลวดลายที่โดดเด่น
ทุก ๆ การดำเนินงานตลอดปี 2025 ได้ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทย ที่เชื่อว่าชุมชนที่แข็งแกร่งไม่ได้เกิดจากรถยนต์และกิจกรรมเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากการสร้างคุณค่าให้ผู้คนได้ใช้ชีวิตร่วมกับปอร์เช่ในทุกวัน ผ่านทั้งในสิ่งที่สัมผัสได้และความรู้สึกในระดับลึกซึ้ง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยกระดับมาตรฐานการซ่อม ประกาศขยายศูนย์บริการซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน วอลโว่ คาร์ เพื่อรองรับการให้บริการลูกค้าในเขตภาคอีสาน
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศแต่งตั้ง บริษัท เอซ ขอนแก่น พรีเมียม บอดี้ แอนด์ เพ้นท์ เซอร์วิส จำกัด (ACE ขอนแก่น) เป็นผู้ให้บริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานจาก วอลโว่ คาร์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการรับบริการซ่อมตัวถังและสีด้วยมาตรฐานและอะไหล่แท้ของ วอลโว่ คาร์ แก่ลูกค้าในจังหวัดขอนแก่น และพื้นที่ใกล้เคียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยลูกค้าผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถติดต่อ โชว์รูมวอลโว่ ธนาสิทธิ์ ขอนแก่น เพื่อนำรถเข้ารับบริการได้แล้ววันนี้
การขยายการบริการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความมุ่งมั่นของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่ขึ้นอีกขั้นผ่านการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น โดย ACE ขอนแก่น เป็นผู้ให้บริการซ่อมตัวถังและสีแก่แบรนด์รถยนต์ชั้นนำที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี และให้บริการในจังหวัดขอนแก่น และพื้นที่ใกล้เคียงในภาคตะวันออกเฉียงเหนือมาอย่างยาวนาน ซึ่ง ACE ขอนแก่น ได้ผ่านเกณฑ์การพิจารณาและตรวจสอบกว่า 200 รายการ ที่ตรงตามมาตรฐานศูนย์ซ่อมของวอลโว่ คาร์ ที่มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย มีพื้นที่และขั้นตอนการทำงานที่เหมาะสมเพื่อการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และส่งมอบงานซ่อมที่มีคุณภาพได้รับมาตรฐานให้แก่ลูกค้าผู้รับบริการอีกทั้งยังครอบคลุมถึงความเชี่ยวชาญชำนาญการของช่างผู้ปฎิบัติงาน, ความพร้อมของอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อการซ่อม, สถานที่ปฎิบัติงานที่มีมาตรฐานความปลอดภัยและคำนึงถึงความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม, สถานที่ตั้งที่อยู่ในพื้นที่ใกล้กับโชว์รูมวอลโว่ คาร์ ขอนแก่น
ลูกค้าที่นำรถเข้ารับบริการจาก ACE ขอนแก่น จะได้รับบริการจากช่างผู้ชำนาญการที่ผ่านการฝึกอบรมโดยทีมงานเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในทักษะการซ่อมและทำสีซึ่งรวมถึง หลักการซ่อมพื้นฐานตามมาตรฐานวอลโว่ คาร์, การใช้โปรแกรมการวิเคราะห์ปัญหาของรถเพื่อการคุณภาพการซ่อมที่ตรงจุด และถอดประกอบตัวถังและชิ้นส่วนอย่างถูกวิธี, ผ่านการอบรมการจัดการแบตเตอรี่แรงดันสูง (high voltage battery) นอกจากนี้ ACE ขอนแก่น ยังให้บริการตามมาตรฐานของวอลโว่ คาร์ ด้วยอะไหล่แท้วอลโว่ที่มีระยะเวลาการรับประกันตามมาตรฐาน, อุปกรณ์เครื่องมือซ่อมแบรนด์ Car-O-Liner มาตรฐานคุณภาพชั้นนำระดับโลก, การรับประกันการซ่อมตัวถัง 1 ปี และงานสี 2 ปีห้องพ่นสีติดตั้งตัวกรองอากาศจึงไม่ก่อให้เกิดฝุ่นในเนื้อเพื่อความเรียบเนียนบนตัวถังรถ, อุโมงค์ไฟความสว่างสูงเพื่อตรวจสอบความละเอียดของการซ่อมตัวถังและสีเป็นขั้นตอนสุดท้าย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีสีสูตรน้ำ (Water based paint) ที่เป็นมาตรฐานของวอลโว่ เพื่อลดปริมาณสารพิษซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ลูกค้าจึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพของรถที่ได้รับว่าจะเป็นมาตรฐานเดียวกับรถที่ออกจากโรงงาน และการมีส่วนร่วมในการสร้างความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม
ลูกค้าผู้สนใจเข้ารับบริการสามารถติดต่อ โชว์รูมวอลโว่ ธนาสิทธิ์ ขอนแก่น ตั้งอยูที่ 567 หมู่ 7 ตำบลแดงใหญ่ อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น เพื่อนำรถเข้ารับบริการได้ตั้งแต่วันนี้ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมในการเข้ารับบริการได้ที่ฝ่ายบริการหลังการขาย โชว์รูมวอลโว่ ธนาสิทธิ์ ขอนแก่น โทร 063-310-3777 , 043-241-456
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่
Website – www.volvocars.com/th
Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
Youtube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=trueเยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446
สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
กระแสตอบรับรถไฟฟ้า Mazda6e ลูกค้าหลั่งไหลร่วมงานสุดคึกคัก โรดโชว์ 8 จังหวัด เก็บยอดจองเพิ่มอีกกว่า 1,000 คัน รวมทะลุ 4,000 คัน
มาสด้าเผยกระแสตอบรับงาน Mazda6e Electric Showcase ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม ลูกค้าหลั่งไหลเข้าร่วมสัมผัสยนตรกรรมไฟฟ้ารุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทยกันอย่างเนืองแน่นที่โชว์รูมมาสด้า ภายหลังจัดกิจกรรมไปแล้ว 8 จังหวัด คว้ายอดจองสิทธิ์แพ็คเกจเพิ่มอีกกว่า 1,000 สิทธิ์ คาดการณ์ยอดจองแพ็คเกจรวมทะลุเกิน 4,000 สิทธิ์ มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับกระแสตอบรับเป็นอย่างดี และขอเชิญชวนลูกค้าในจังหวัดสงขลาและเชียงใหม่ เตรียมพบกับกิจกรรมรอบสุดท้ายของเดือนธันวาคม ณ มาสด้า ชูเกียรติยนต์ หาดใหญ่ และ มาสด้า เชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 26-27 ธ.ค. 2568 พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่องตลอดเดือนมกราคม 2569 โดยลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมได้แล้วตั้งแต่วันนี้
The All-Electric Mazda6e คือรถไฟฟ้า BEV 100% รุ่นแรกจากมาสด้าในประเทศไทย ที่เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo Design – Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ มอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล
นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า กิจกรรม Mazda6e Electric Showcase จัดงานไปแล้ว 8 จังหวัด ประกอบด้วย นครราชสีมา, ร้อยเอ็ด, มหาสารคาม, กาฬสินธ์, อุดรธานี, หนองคาย, ขอนแก่น และนครศรีธรรมราช โดยภายในงานฯ นอกจากลูกค้าจะได้รับประสบการณ์พิเศษในการสัมผัสยนตรกรรม The All-Electric Mazda6e กันอย่างใกล้ชิดแล้ว ยังได้รับฟังบรรยายข้อมูลผลิตภัณฑ์ พร้อมร่วมกิจกรรม Product Walk-Through จากผู้เชี่ยวชาญด้านการฝึกอบรมและทีมงานที่กำกับดูแลด้านผลิตภัณฑ์รถไฟฟ้าโดยตรงจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ได้แนะนำวิธีการใช้งานพร้อมให้รายละเอียดอย่างครบถ้วน ถือเป็นประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มาสด้ามุ่งมั่นใส่ใจดูแลเพื่อส่งมอบให้กับลูกค้า ตามปรัชญา Joy Drives Lives โดยการส่งมอบความสุขในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน
วันนี้ มาสด้าขยายโอกาสเพื่อเปิดให้ลูกค้าผู้สนใจจองรับสิทธิพิเศษภายใต้ ‘Mazda6e Premiere Package’* ประกอบด้วย ส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” รวมมูลค่ารวมสูงสุดถึง 70,000 บาท* ผู้ที่สนใจชม The All-Electric Mazda6e และต้องการจองรับแพ็คเกจพิเศษนี้ หากไม่สะดวกเดินทางมาร่วมงานที่โชว์รูม สามารถรับชมรถแบบ 360 องศา ผ่าน Mazda Virtual Showroom พร้อมจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package ผ่านช่องทางออนไลน์ได้ด้วยเช่นกัน
- ชม The All-Electric Mazda6e: https://www.mazda.co.th/th/mazda6e-virtual-showroom
- จองสิทธิ์แพ็คเกจ: https://www.mazda.co.th/th/mazda6e-pre-register
สำหรับงาน Mazda6e Electric Showcase เตรียมจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกครั้งตลอดเดือนมกราคม 2569 อีก 6 จังหวัด ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถติดตามข่าวสารและกำหนดการได้จากช่องทาง Mazda Official Platform หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โชว์รูมมาสด้าใกล้บ้าน
หมายเหตุ:
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
**อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC
***อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine









































































































