-
แชมป์ Honda City Hatchback One Make Race 2025 “กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร” คว้าประสบการณ์ระดับโลก ในรายการ Super Taikyu ณ สนาม Fuji Speed Way
ศึก “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025” โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน ) ตอกย้ำความมุ่งมั่น ด้วยการส่งแชมป์ประจำปี 2025 อย่าง “กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร” ไปสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในศึก “Eneos Super Endurance Series 2025 Empowered by BRIDGESTONE” หรือคุ้นหูกันในชื่อ Super Taikyu เป็นการเดินทางไปแข่งเรซที่ 7 ณ สนาม Fuji Speed Way ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นี่คือจุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า Honda One Make Race ไม่ได้มองแค่ “ชัยชนะ” ในประเทศ แต่เป็นเวทีเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้นักแข่งไทยได้เก็บเกี่ยว “ประสบการณ์แข่งจริง” ในสนามระดับสากล เพื่อนำพาทักษะของพวกเขาข้ามผ่านขีดจำกัดไปอีกขั้น โดย กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร แชมป์ Honda City Hatchback One Make Race 2025 ได้เดินทางไปร่วมทีม M&K Racing ลงสนามด้วยการใช้รถแข่ง Civic FL5 TCR หมายเลข 96 ในรุ่น ST-TCR นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากรถแข่ง One Make Race สู่รถแข่ง TCR ระดับโลก ที่ต้องการการปรับตัวและทักษะที่สูงขึ้นมาก
การเตรียมความพร้อมการเดินทางไปถึงญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วยกระบวนการที่เข้มข้น นักแข่งต้องเข้ารับการอบรมอย่างละเอียด ทั้งจากสนาม Fuji Speedway และผู้จัดรายการ Super Taikyu เพื่อทำความเข้าใจกฎข้อบังคับและกติกาการแข่งขันระดับสากล แม้จะมีเวลาจำกัดในการปรับตัวเข้ากับรถแข่ง Endurance และรูปแบบการแข่งขัน 4 ชั่วโมง เขาเริ่มต้นทำความคุ้นเคยกับสนามด้วยรถแข่ง Honda N1 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่รถแข่ง Civic TCR เป็นครั้งแรก โดยปรับตัวและเรียนรู้ และทำความคุ้นเคยกับรถแข่งได้อย่างรวดเร็ว
พิสูจน์ความสามารถและผลลัพธ์อันน่าประทับใจ ในช่วงของการควอลิฟาย แบ่งกลุ่มนักแข่งเป็น 4 กลุ่ม โดย “กอล์ฟ” อยู่ในกลุ่ม D ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้ลงไปควอลิฟาย เขาได้สร้างความประทับใจให้กับทีมและผู้เข้าร่วมแข่งขัน โดยสามารถทำเวลาเป็นอันดับ 2 ของรุ่น ในกลุ่ม D ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของนักแข่งไทยบนเวทีระดับโลก
ในวันแข่งขันจริง ซึ่งเป็นการแข่งขัน 4 ชั่วโมง ท่ามกลางรถแข่งกว่า 60 คัน จาก 9 รุ่น แผนที่วางไว้ คือ กอล์ฟได้รับมอบหมายให้ลงขับเป็นคนที่ 3 จากนักแข่งทั้งหมด 4 คน โดยใช้เวลาขับทั้งหมด 50 นาที และด้วยการทำงานเป็นทีมอย่างมีมาตรฐาน ทำให้รถแข่ง Civic TCR หมายเลข 96 สามารถเข้าเส้นชัยในอันดับ 6 Overall ของการแข่งขันนี้ได้สำเร็จ นับเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ ถึงแม้จะไม่ได้ก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียม แต่การได้ร่วมทีมแข่งระดับมาตรฐาน ได้ขับรถแข่งระดับโลก และได้พิสูจน์ตัวเองในสนามระดับสากลอย่าง Super Taikyu คือ “ประสบการณ์” ที่หาได้ยากและมีมูลค่ามหาศาล การเข้าร่วมการแข่งขันนี้ คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันเจตนารมณ์ของ Honda One Make Race ที่จะมอบโอกาสเช่นนี้ให้กับแชมป์ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และนำพาประสบการณ์อันล้ำค่านี้กลับมาพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลต่อไปในอนาคต
สำหรับ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ เตรียมเดินหน้าจัดการแข่งขันต่อในฤดูกาล 2026 โดย กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการแข่งขันประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของ “รุ่นการแข่งขัน” เพื่อยกระดับความมันส์ให้สูงขึ้น แฟนๆรอติดตามอัพเดทข้อมูลก่อนใครได้ที่เพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
กลุ่มทำงานต่างประเทศภายใต้ “Tateshina Meeting” เปิดตัวแคมเปญ“KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” โดยมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี (Toyota Mobility Foundation) และฮอนด้า (Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration) เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศไทย — ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยตามแนวคิดความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี” —
มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation – TMF) และ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda Motor Co., Ltd. – Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration – BMA) ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสององค์กรในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนในประเทศ
ทั้งนี้ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกันภายใต้คณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศของกรอบความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม “Tateshina Meeting” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นศูนย์” ทั้งสององค์กรได้แบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการด้านความปลอดภัยทางถนนที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาประยุกต์และขยายผลสู่ระดับสากล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการจราจรที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรเตรียมดำเนินแคมเปญในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี (TAM-DEE-DAI-DEE / Good Deeds Bring Good Returns)” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีและลดอุบัติเหตุทั้งจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งมีการติดตามและประเมินผลลัพธ์ของแคมเปญ เพื่อพัฒนาแนวทางด้านความปลอดภัยทางถนนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
🔗 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแคมเปญ: https://kubdeedaidee.com
- ความเป็นมาของโครงการ
ตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผลลัพธ์ที่ตามมาของการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ คือ อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มคนรุ่นใหม่
แม้ว่าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินกิจกรรมรณรงค์และโครงการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ พัฒนามาตรการและแนวทางใหม่ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ภายใต้แคมเปญนี้ TMF และ Honda ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ (รถยนต์และรถจักรยานยนต์) จะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้และรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Networking Services – SNS) เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในวงกว้าง
โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรุงเทพมหานคร (BMA) ผ่านการดำเนินกิจกรรมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแคมเปญ รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อของกรุงเทพมหานคร โครงการนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
- แนวทางและวัตถุประสงค์ของโครงการ
แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อเชื่อมโยง “ทำดีได้ดี” ซึ่งเป็นสุภาษิตไทยที่สืบทอดกันมายาวนานในวิถีชีวิตของคนไทย เข้ากับพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยมีแนวคิดในการ “ตีความใหม่” ว่าความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เพียง “หน้าที่” ที่ต้องปฏิบัติเท่านั้น แต่เป็น “การกระทำที่ดี” ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตนเองและผู้อื่น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
TMF และ Honda มุ่งหวังที่จะสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่างมีความเอื้อเฟื้อและใส่ใจต่อกัน ภายใต้แนวคิด “ขับดี (KUB-DEE)” แคมเปญได้หยิบยกพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสังเกตและระมัดระวังรถจักรยานยนต์ในขณะขับขี่ การตรวจสอบจุดอับสายตา และการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย — มานำเสนอเป็นตัวอย่างของ “พฤติกรรมการขับขี่ที่ดี”
แนวทางเหล่านี้ถูกออกแบบบนพื้นฐานข้อมูลเชิงลึกจากรูปแบบอุบัติเหตุและพฤติกรรมการขับขี่ที่พบบ่อยในประเทศไทย เพื่อเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและจดจำว่าพฤติกรรมเหล่านี้คือ “การทำดี” ที่สร้างความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน
- แผนดำเนินการของโครงการ
ในการสร้างสรรค์ภาพหลักของแคมเปญบนเว็บไซต์ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกับศิลปินไทยรุ่นใหม่ นายสราวุธ พานนู เพื่อนำเสนอผลงานที่ผสานเอกลักษณ์ของศิลปะไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับสไตล์ร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารแนวคิด “ทำดีได้ดี” ในมิติใหม่ ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น และสะท้อนแนวคิดของแคมเปญในรูปแบบที่ทั้งทันสมัยและคงไว้ซึ่งรากฐานของวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ ภายในเว็บไซต์แคมเปญยังได้เพิ่มฟีเจอร์เชิงอินเทอร์แอ็กทีฟ “KUB-DEE-DAI-DEE Generator” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ใช้งานสามารถเลือกพฤติกรรมการขับขี่ที่ต้องการตระหนักรู้มากขึ้น จากหมวด “KUB-DEE (ขับดี)” ที่แนะนำไว้ในเว็บไซต์ และสามารถสร้างวอลล์เปเปอร์หรือวิดีโอสั้นในสไตล์ของตนเอง เพื่อแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียได้โดยตรง
กลไกนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความรู้ด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ “ประกาศเจตนารมณ์แห่งการขับดี” ต่อสังคมรอบข้าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
- ทิศทางต่อไปของโครงการ (Future Developments)
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 เป็นต้นไป แคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” จะเริ่มเผยแพร่ทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย สื่อโฆษณากลางแจ้ง เว็บไซต์แคมเปญพิเศษ รวมถึง สื่อในเครือของกรุงเทพมหานคร (BMA) เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และส่งต่อแนวคิด “ขับดีได้ดี” เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีในสังคมไทย
จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการดำเนินแคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” ในระยะแรก ทำให้มีแผนที่จะขยายผลต่อเนื่องในปี 2026 โดยร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) และ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เพื่อส่งต่อแนวคิดและสารรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนนไปสู่ประชาชนในวงกว้างยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนของแต่ละองค์กรร่วมแสดงความคิดเห็น ดังนี้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (Chadchart Sittipunt), ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
“กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนนมาโดยตลอด
การเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ โดย TMF และ Honda ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่อย่างมีน้ำใจและปลอดภัย ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง
กรุงเทพมหานครพร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และจะเดินหน้าพัฒนาระบบถนนให้ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อทุกคนต่อไป”
มร. ซูซูมุ มัตสึดะ (Susumu Matsuda), รองประธานกรรมการ มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation)
“ในที่ประชุม Tateshina Meeting เราให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่า ‘ความปลอดภัยทางถนนเป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมกันสร้างได้’ เราเชื่อว่าการที่แต่ละคนได้คิดว่า ‘ฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง’ และลงมือปฏิบัติจริง คือจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิด ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ จะได้รับการยอมรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนชาวไทย และช่วยส่งต่อจิตสำนึกแห่งความเอื้อเฟื้อและความปลอดภัยให้แผ่ขยายระหว่างผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์”
มร. ฮิเดอากิ ทาคาอิชิ (Hideaki Takaishi), ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ TMF ในการเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนที่เป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทย
การส่งเสริมให้เกิดการขับขี่อย่างมีน้ำใจ ทั้งในมุมมองของผู้ใช้รถยนต์และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ จะช่วยมอบทั้ง ‘ความปลอดภัยและความสุข’ ให้กับทุกคน และร่วมกันก้าวไปสู่สังคมที่ปลอดอุบัติเหตุอย่างแท้จริง”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ZEEKR มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทยในขณะนี้ บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยนายอเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เดินทางเข้ามอบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 100,000 บาท ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมีคุณสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ
ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ขอส่งกำลังใจให้ทุกพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย รวมถึงอาสาสมัครจากทุกหน่วยงานที่ร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย และรู้สึกขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา ซึ่งพร้อมมุ่งมั่นเดินหน้าเคียงข้างคนไทยสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
NEX POINT เปิดประสบการณ์ทดสอบ “รถหัวลากไฟฟ้า” และ “รถโดยสารไฟฟ้า”
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX POINT ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “NEX EV Driving Experience” ทดสอบการขับขี่ยานยนต์เชิงพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ได้จัดให้มีการทดสอบรถหัวลากไฟฟ้า และรถโดยสารไฟฟ้า ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของ NEXPOINT ในการเป็นผู้นำตลาดด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ด้วยยอดจดทะเบียนรถบรรทุกไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้ามากกว่า 2,800 คัน ทั่วประเทศ และสนับสนุนนโยบายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Net Zero Emission) รวมถึงนโยบายการลดหย่อนภาษี จากสิทธิประโยชน์ หักค่าเสื่อมสูงสุด 2 เท่า เป็นเวลา 5 ปี สำหรับผู้ซื้อรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ประกอบภายในประเทศ อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคการขนส่งของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์และขนส่งมวลชน
โดยรถที่ใช้ในการทดสอบนั้น มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น
- NEX EV Tractor 423 kWh
เป็นรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% ออกแบบมาเพื่องานขนส่งขนาดใหญ่และหนักโดยเฉพาะ ความจุแบตเตอรี่ 423 kWh 550 แรงม้า กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 410 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด มีหัวชาร์จแบบ DC สามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัว ระยะทางวิ่งประมาณ 300 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ)
- NEX EV City Bus 8 m
รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ขนาด 8 เมตร จำนวน 22 ที่นั่ง และ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนสูงสุด 165 kW แรงบิดสูงสุด 2,000 นิวตันเมตร โดยระยะทางวิ่งประมาณ 120-140 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ) พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฮดรอลิค มือจับสำหรับผู้โดยสารยืน 16 จุด ทั้งนี้ยังไม่รวมเสาสำหรับจับยึดในตัวรถ อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน อาทิ อุปกรณ์ดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ทางออกหนีไฟฉุกเฉิน
โดยจุดเด่นของรถทั้ง 2 รุ่นนี้คือ รถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ที่สร้างโดยฝีมือคนไทยโดยโรงงานที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล โดยขีดความสามารถของ Nex Point สามารถประกอบสร้างรถโดยใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้นถือได้ว่าเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐาน
ในการทดสอบครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่ทดสอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากโรงเรียนสอนขับรถ 3K Solution Management ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนขับรถโดยสารไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย และเตรียมสอนขับรถหัวลากในอนาคต เหตุผลสำคัญสำหรับสถานที่ในการทดสอบจำเป็นต้องเป็นสถานที่แบบปิดเพราะการที่จะทดสอบรถหัวลากหรือรถบัสนั้นจำเป็นต้องมีใบขับขี่เฉพาะที่เรียกว่า ใบขับขี่ ท.1-4 ซึ่งจะแยกประเภทของรถที่ใช้ในการขับขี่ ดังนั้นถ้ายังไม่มีก็ไม่สามารถขับบนถนนสาธารณะได้
โดยโรงเรียนสอนขับรถ 3K Solution Management เป็นโรงเรียนที่ได้มาตราฐานการรับรองจากกรมขนส่งทางบก จึงทำให้มีสถานที่ที่เหมาะสมในการขับขี่รถบรรทุกได้หลากหลายรูปแบบ ในการทดสอบแบ่งออกเป็นสองสถานี แยกระหว่าง EV Tractor 423 kWh และ EV City Bus 8 m
EV Tractor 423 kWh รถหัวลากไฟฟ้า วิ่งทดสอบในส่วนหัวลาก เพื่อให้ง่ายต่อการทดสอบและได้เห็นถึงประสิทธิภาพเบื้องต้นจุดเด่นสำหรับรถไฟฟ้าคือกำลังแรงบิดที่มีมากทำให้การออกตัวนั้นไม่ต้องรอรอบเรียกได้ว่าการขับขี่นั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย แม้ว่ารถที่ไม่มีประสบการณ์ในการขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้อย่างสบาย ๆ จุดหลักสำคัญหรับการขับขี่รถหัวลากนั้นคือวงเลี้ยว ที่ต้องกะระยะในการเลี้ยว ในส่วนประสิทธิภาพของตัวรถนั้นถ้าเทียบกับรถที่มีเครื่องยนต์จะรู้สึกได้เลยว่ารถไฟฟ้าขับขี่ได้ง่ายกว่า
EV City Bus 8 m รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ที่หลายคนเคยเห็นตามท้องถนนกันมาบ้างแล้ว ในการทดสอบกับสถานที่ ที่จำลองสภาพพื้นที่แบบในเมือง ทำให้เห็นว่าจุดเด่นคืออัตราเร่งที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจในการเร่งออกตัวทุกครั้ง วงเลี้ยวแคบทำให้มีความคล่องตัว ในสภาพพื้นที่ต่างจากในเมือง ด้วยแรงบิดที่มีมหาศาลทำให้การขึ้นเนิน หยุดเบรก และออกตัวทำได้แบบสบาย ๆ
ในการทดสอบแสดงให้เห็นว่า ประสิทธิภาพของรถไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นนี้ ให้การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ขับขี่ง่าย และการที่ผลิตด้วยคนไทยทำให้ในเรื่องการบำรุงรักษานั้นง่ายดาย มั่นใจในเรื่องของการดูแลรักษาและบริการหลังการขายได้ จุดเด่นที่สำคัญ คือช่วยลดต้นทุนในการขนส่งได้อย่างแน่นอน แม้ว่าระยะในการวิ่งอาจจะดูน้อยแต่ถ้าวิ่งในเส้นทางประจำก็สามารถวางแผนการเดินทางได้
มากกว่ายานยนต์รถไฟฟ้าที่ดี บริการที่ดี คือ หัวใจหลักสำคัญ โดยทาง NEX POINT การันตีทีมช่างที่เก่งความรู้ เก่งความชำนาญ และเก่งประสบการณ์ฝีมือขั้นเทพ ที่พร้อมจะเดินเคียงข้างไปกับศูนย์บริการ และเคียงข้างไปพร้อมผู้จัดจำหน่ายทั่วภูมิภาค โดยจะทำหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าเสมือนเป็นมิตรแท้ ทางธุรกิจ และให้บริการหลังการขายที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างรวดเร็วและฉับไว อาทิ การติดตั้งไปจนถึงการบำรุงรักษายานยนต์ การดูแลระบบแบตเตอรี่ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุมการชาร์จ ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมยานยนต์ และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า สร้างความไว้วางใจสร้างมาตรฐานแก่ลูกค้าในการดูแลระดับ Professional โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานอย่างแน่นอน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
GWM เตรียมเปิดตัวและประกาศราคา WEY G9 Hi4 และ NEW POER SAHAR DIESEL อย่างเป็นทางการ พร้อมส่ง “Secret Model” สร้างเซอร์ไพรส์สุดเร้าใจในงาน Motor Expo 2025
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” สำหรับ Motor Expo 2025 ครั้งนี้ GWM (Thailand) สร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวไทยอีกครั้งกับไฮไลต์ด้วยการเปิดตัวของแบรนด์ใหม่และการเผยโฉมพร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการของยนตรกรรมล้ำหน้าทั้ง 3 รุ่น 3 เซกเมนต์ ตั้งแต่ GWM WEY แบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับไฮเอนด์ ที่นำโดย WEY G9 Hi4 (เวย์ จีไนน์ ไฮโฟร์) ยนตรกรรม MPV ลักชัวรี่รุ่นใหม่ล่าสุด (New-Generation Luxury MPV) ที่ผสานเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่เพื่อการเดินทางที่เหนือระดับและสะดวกสบายขั้นสุด พร้อมเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยแนวคิดการออกแบบที่หรูหรา สร้างการจดจำและตอบทุกเป้าหมายของการเดินทาง ตามมาด้วยการเผยโฉมพร้อมประกาศราคาของ NEW POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงระดับพรีเมียมกับสมรรถนะพร้อมลุยด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T รุ่นใหม่ล่าสุดของ GWM และปิดท้ายด้วยเซอร์ไพรส์แบบคาดไม่ถึงที่พร้อมจะหยุดทุกสายตากับยนตรกรรม Top Secret ที่จะเข้ามาสร้างสีสันบนท้องถนนในไทยเพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง
3 ไฮไลต์สำคัญภายในบูธ GWM งาน Motor Expo 2025
ไฮไลต์ที่ 1: การเปิดตัวแบรนด์ GWM WEY และประกาศราคา WEY G9 Hi4 (เวย์ จีไนน์ ไฮโฟร์) เตรียมพบกับ GWM WEY แบรนด์ระดับ Luxury ของ GWM พร้อมกันครั้งแรกในประเทศไทย GWM WEY เป็นแบรนด์ระดับลักชัวรี่ที่ตั้งชื่อตามนามสกุลของ แจ็ค เวย์ ประธานและผู้ก่อตั้ง GWM สะท้อนถึง “เกียรติยศ ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่น” ของ แจ็ค เวย์ ที่มีต่อแบรนด์นี้ พร้อมกันนี้ในงาน Motor Expo 2025 GWM จะประเดิมนำรถยนต์ MPV หรูระดับไฮเอนด์ WEY G9 Hi4 เข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างเป็นทางการเป็นรุ่นแรก ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ MPV ในประเทศไทย ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมลักชัวรี่อัจฉริยะได้ครบถ้วน ทั้งความปลอดภัย เทคโนโลยี และความสะดวกสบายเหนือระดับ ขับเคลื่อนด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะที่ล้ำสมัยที่สุดของ GWM ผสานพลังเครื่องยนต์และ 2 มอเตอร์ไฟฟ้าอย่างลงตัว เพื่อการขับขี่ที่มั่นคง นุ่มนวล และทรงพลังในทุกสภาพถนน มอบความสะดวกสบายขั้นสุดด้วยเบาะแถวสองแบบสภาวะไร้น้ำหนัก (Zero-Gravity Seat) ที่ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ลดแรงกดทับ พร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง มอบความผ่อนคลายขั้นสุดตลอดการเดินทาง นอกจากนี้ WEY G9 Hi4 มาพร้อมระบบ Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะรุ่นล่าสุดที่ทำงานร่วมกับ AI เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานง่าย ปลอดภัย และล้ำสมัย รวมถึงระบบความปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber Security) ที่ทันสมัย เพื่อให้ทุกข้อมูลทางธุรกิจและข้อมูลส่วนตัวได้รับการปกป้องขั้นสุด WEY G9 Hi4 จึงเป็นเจเนอเรชั่นใหม่ของรถ MPV ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบาย พร้อมสมรรถนะและเทคโนโลยีขั้นสูงที่ตอบโจทย์ทุกด้านของชีวิต
ไฮไลต์ที่ 2: การเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ NEW POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงระดับพรีเมียม ที่จะมาเป็นเพื่อนรู้ใจที่จะช่วยยกระดับทุกไลฟ์สไตล์ไปอีกขั้น หรือเรียกว่า “The Next Level of Lifestyle Partner” พร้อมรองรับการตกแต่งได้อย่างหลากหลาย ฉีกกฎรถกระบะเดิม ๆ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) และเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ถ่ายทอดพลังต่อเนื่อง ตอบสนองฉับไว สมรรถนะสูง ประหยัดน้ำมัน พร้อมลุยทุกไลฟ์สไตล์ มาพร้อมมิติตัวรถใหญ่ที่สุดในรถเซกเมนต์เดียวกัน พร้อมดีไซน์ภายนอกที่ดุดัน เร้าใจกว่าที่เคย มอบความมั่นใจในการขับขี่ด้วยกล้อง 360° พร้อมฟังก์ชัน Body Transparent ระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ มอบความพรีเมียมเหนือชั้นด้วยห้องโดยสารกว้าง เบาะหลังปรับเอนได้ หน้าจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว พร้อมที่ชาร์จไร้สาย มั่นใจทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีและความปลอดภัยล้ำสมัยรวมถึงระบบช่วยขับขี่มากกว่า 26 รายการ พร้อมความสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด แฟน ๆ สายผจญภัย กิจกรรมกลางแจ้ง และสายออฟโรดต้องจับตามอง
ไฮไลต์ที่ 3: พบกับ “Secret Model” รถยนต์รุ่นลับที่ GWM ตั้งใจรังสรรค์มาเพื่องาน Motor Expo โดยเฉพาะ และจะมาเป็นเซอร์ไพร์สที่เหนือความคาดหมาย ที่สำคัญยังมี “เอกลักษณ์ที่โดดเด่นจนทำให้ทุกสายตาต้องหยุดมอง” รับรองว่าจะกลายเป็นจุดสนใจและสร้างเสียงฮือฮาให้กับแฟน ๆ ขาวไทย เผยโฉมพร้อมกันภายในงาน อีกไม่นานเกินรอ รับรองว่าถูกใจใช่เลย!
พบกับงานแถลงข่าวเปิดตัวแบรนด์ GWM WEY และการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ WEY G9 Hi4 ได้ในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.25–13.35 น. และงานเปิดตัวและประกาศราคาของ NEW POER SAHAR DIESEL และ Secret Model ในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 เวลา 14.00–14.20 น. ห้ามพลาด! กับ 3 ไฮไลต์สำคัญภายในงาน Motor Expo 2025 และทัพยานยนต์อีกหลากหลายรุ่นที่ตอบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษที่ไม่ควรพลาดในงาน Motor Expo 2025 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
#GWM #GWMThailand #MotorExpo2025 #GWMWEY #WEYG9 #POERSAHARDIESEL
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ แบงค็อก เคลียร์สต็อกสุดท้าย Bentayga Hybrid เริ่มต้น 13.XX ล้านบาท ราคาดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ก่อนปรับราคาปีหน้า
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ลุยเคลียร์รถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ Bentayga Hybrid สต็อกสุดท้าย เริ่มต้น 13.XX ล้านบาท ซึ่งถือเป็นราคารถยนต์เบนท์ลีย์จากผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา โดยราคา Bentayga Hybrid จะมีการปรับขึ้น 8-10% ในปีหน้าตามโครงสร้างภาษีใหม่ปี 2569
เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยว่านโยบายจากภาครัฐในเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 ในรถยนต์กลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ขนาดความจุกระบอกสูบ 3,000 ซีซี ขึ้นไป จะส่งผลต่อราคาขายปลีกของรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป และจะมีผลทำให้ราคารถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga แบบเครื่องยนต์ไฮบริด (PHEV) มีการปรับราคาขายสูงขึ้นเฉลี่ย 8-10% ในปีหน้า ดังนั้น ในปี 2568 นี้ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเดิมกับราคาที่ดีที่สุดพร้อมทั้งรับข้อเสนอพิเศษ โดยลูกค้าที่ทำการจองและออกรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะยังคงได้รับราคาเดิมจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตปัจจุบัน
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมส่งมอบรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ทันทีกับสต็อกเฉดสีและออปชันที่ครบครันและครอบคลุมทุกความต้องการกับราคาที่ดีที่สุด เริ่มต้นที่ 13.XX ล้านบาท สำหรับ Demo Car และ เริ่มต้นที่ 15.XX ล้านบาท สำหรับ New Stock Car พร้อมรับข้อเสนอพิเศษเพื่อให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์เป็นเรื่องง่าย และเหนือกว่าด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
โตโยต้า สร้างความมั่นใจและตอกย้ำการเป็นผู้นำด้านการบริการลูกค้า จัดกิจกรรม “การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้า” อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 47 The 47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest
พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีประกาศผลและมอบรางวัลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568 พร้อมด้วย นางสาว ฉัตรประอร นิยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้บริหารภาครัฐในสังกัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงศึกษาธิการ และส่วนงานพื้นที่ฉะเชิงเทราเข้าร่วมกิจกรรม โดยมี มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และคณะผู้บริหารระดับสูง ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า จังหวัดฉะเชิงเทรา
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งมั่นในการพัฒนาทรัพยากรบุคคล เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) และหนึ่งในกลไกสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร นั่นคือ การแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า ที่โตโยต้าได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาทักษะการบริการของบุคลากรผู้แทนจำหน่าย ให้มีความพร้อมในการให้บริการลูกค้า ภายใต้ความเปลี่ยนแปลง ทั้งในด้านพฤติกรรม ความต้องการของลูกค้า และเทคโนโลยียานยนต์ที่มีพัฒนาการก้าวหน้าอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น เพื่อรักษาความผูกพันของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
โดยในปี 2568 นี้ เป็นการแข่งขันปีที่ 47 (47th Toyota Dealer Customer Service Skills Contest) โดยมีการจัดกิจกรรมแข่งขันครบทั้ง 8 ประเภทการแข่งขันครอบคลุมการปฏิบัติงานด้านบริการลูกค้า และด้านตัวถังและสีรถยนต์ พร้อมเนื้อหาที่เข้มข้น มุ่งเน้นการประยุกต์จากการปฏิบัติที่หน้างานจริงที่ผู้แทนจำหน่าย โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันจากทุกผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศกว่า 1,100 คน เข้าร่วมสอบทฤษฎีเพื่อคัดกรอง และผ่านเข้าสู่การแข่งขันภาคปฏิบัติในรอบคัดเลือก รวม 730 คน และมีเพียง 90 คนเท่านั้น ที่เป็นสุดยอดฝีมือผ่านการแข่งขันเข้ามาจนถึงรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ
มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวเกี่ยวกับนโยบายการพัฒนาบุคลากรว่า “การพัฒนาทรัพยากรบุคคลคือหัวใจสำคัญในการสร้าง Ever Better Dealer และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้ลูกค้า”
ภายใต้กรอบนโยบาย Toyota Service Promise โตโยต้ามุ่งเน้นการสร้างความสุขของพนักงาน (Employee Happiness) ผ่านการพัฒนาทักษะ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และกิจกรรมส่งเสริมแรงจูงใจ เพราะเมื่อพนักงานมีความสุข จะส่งต่อบริการที่มีคุณภาพไปยังลูกค้าได้อย่างแท้จริง โดยโตโยต้ามีแนวทางสำคัญในการพัฒนาบุคลากรผู้แทนจำหน่าย เริ่มจากการผลิตบุคลากรคุณภาพผ่านวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ซึ่งได้ผลิตบุคลากรกว่า 3,900 คน พร้อมเปิดหลักสูตรเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อรองรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโต ควบคู่กับความร่วมมือกับภาครัฐผ่านโครงการ T-TEP และระบบทวิภาคี (DVT) เพื่อให้นักศึกษาได้ฝึกงานจริงและได้รับการรับรองมาตรฐานโตโยต้า รวมถึงการอบรมต่อเนื่องครอบคลุมเทคโนโลยีใหม่ เช่น รถยนต์ไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ โดยมีบุคลากรกว่า 6,000 คนต่อปีเข้ารับการอบรม
โตโยต้าจะเดินหน้าพัฒนาบุคลากรและยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และรักษาความเป็นผู้นำด้านบริการในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคต่อไป”
สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ โดย พันตำรวจโท วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างโตโยต้ากับกระทรวงแรงงานว่า “ที่ผ่านมาโตโยต้าได้ให้ความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านการพัฒนาความสามารถ ของกำลังแรงงานในภาคบริการ โดยใช้กระบวนการพัฒนาฝีมือแรงงาน ที่เหมาะสมกับความต้องการของแรงงาน รวมถึงการยกระดับความสามารถของแรงงานเดิมให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี”
พร้อมทั้งกล่าวถึงการจัดงานการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า “นับเป็นกิจกรรมที่ช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้บุคลากรมีการพัฒนาศักยภาพทักษะฝีมือและความรู้ในการทำงานของตนให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล และรองรับความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่มีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้คุณภาพการบริการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลูกค้ามีความอุ่นใจและมั่นใจในบริการ ทั้งยังเป็นตัวอย่างกลไกที่ดีในการยกระดับศักยภาพแรงงานไทย สอดคล้องกับแผนพัฒนาและยกระดับมาตรฐานฝีมือแรงงานให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล”
ผลการแข่งขันทักษะการบริการลูกค้าโตโยต้า รอบชิงชนะเลิศ ประจำปี 2568
- ประเภท ผู้บริหารงานตัวถังและสีรถยนต์
รางวัลชนะเลิศ คุณพัชราภรณ์ แจ้งสนอง โตโยต้า โฆสิตอ่างทอง
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณดารารัตน์ พินิจเขียน โตโยต้า ฉะเชิงเทรา
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนลินรัตน์ บุราณรมย์ โตโยต้า ทองรวยสีมา - ประเภท ช่างซ่อมตัวถังรถยนต์
รางวัลชนะเลิศ คุณชนน สีขาว โตโยต้า เพิร์ล
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณมานพ นนท์ลา โตโยต้า บัสส์
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณอรรถพล ลือชัย โตโยต้า สระบุรี - ประเภท ช่างซ่อมสีรถยนต์
รางวัลชนะเลิศ คุณวัชระ ปรีจินดา โตโยต้า เมืองตรัง
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวิเชียร โทธุโย โตโยต้า ขอนแก่น
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณมานะ วิเศษสิงห์ โตโยต้า อุตรดิตถ์ - ประเภท พนักงาน Call Center
รางวัลชนะเลิศ คุณดวงจิตร บุบผา บริษัท พิธานพาณิชย์ (หาดใหญ่)
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวาสนา ขัมอุปถัมป์ โตโยต้า วิชั่น
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนันทนา บุญชู โตโยต้า ชัยรัชการ - ประเภท พนักงานลูกค้าสัมพันธ์
รางวัลชนะเลิศ คุณกัลยาณี ปันวงค์ โตโยต้า ล้านนา
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณปุณณ์นิษฐ์ฐา นิ่มนวล โตโยต้า สุพรรณบุรี
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณนิรชา เนินคีรี โตโยต้า นครระยอง - ประเภท พนักงานอะไหล่
รางวัลชนะเลิศ คุณชัญญานุช พงษ์วัน โตโยต้า พนมรุ้ง
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณวุฒิไกร สุวรรณแจ่ม โตโยต้า เมืองเลย
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณจักรภัทร เทียมสอน โตโยต้า นนทบุรี - ประเภท ผู้บริหารงานบริการ
รางวัลชนะเลิศ คุณชนิตา นิ่มพริก โตโยต้า เพิร์ล
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณอรรถพล คันศร โตโยต้า นนทบุรี
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณสิทธิชัย จันทะแจ่ม โตโยต้า เน็กซ์ - ประเภท ช่างเทคนิคระดับพื้นฐาน
รางวัลชนะเลิศ คุณวิชัย จันชฎา โตโยต้า เค.มอเตอร์ส
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสิทธา ปัญญากุล โตโยต้า ขอนแก่น
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณปิยะณัฐ โสตะบรรณ์ โตโยต้า กรุงไทย - ประเภท ช่างเทคนิคระดับสูง
รางวัลชนะเลิศ คุณธีรพล คุณวงศ์ โตโยต้า เค.มอเตอร์ส
รองชนะเลิศอันดับ 1 คุณสยุมภู คูหาทอง โตโยต้า นครสวรรค์ 1981
รองชนะเลิศอันดับ 2 คุณศิริชัย กมลาไสย โตโยต้า ขอนแก่น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ประเภท ผู้บริหารงานตัวถังและสีรถยนต์
-
LAMBORGHINI PRIVATE VIEWING AT CHIANGMAI ร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สุดแห่งขุมพลังไฮบริดจากลัมโบร์กินี และ The Last NA รุ่นไอคอนิกระดับตำนาน ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 ณ รีสอร์ท อนันตรา เชียงใหม่
บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ จัดงาน Lamborghini Private Viewing at Chiangmai เอาใจเหล่าแฟนพันธุ์แท้วัวกระทิงดุ ร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สุดแห่งขุมพลังไฮบริดในแบบเอ็กซ์คลูซีฟ อย่าง Lamborghini Urus SE ซูเปอร์เอสยูวีปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแรกของแบรนด์ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบ V8 ทรงพลังด้วยกำลังเครื่องรวม 800 CV พร้อมประสิทธิภาพและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดในคลาสตามแบบฉบับลัมโบร์กินี และ The Last NA รุ่นไอคอนิก ระดับตำนาน อย่าง Lamborghini Huracan Tecnica รุ่นที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ V10 (NA) สุดคลาสสิกของแบรนด์ ซึ่งนับเป็นการเปิดประสบการณ์การขับขี่ครั้งแรกที่ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 21-23 พฤศจิกายน 2568 ณ รีสอร์ท อนันตรา เชียงใหม่
เรนาสโซ มอเตอร์ มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์การขับขี่และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับท่านเจ้าของรถลัมโบร์กินี ด้วยวิสัยทัศน์การบริหารงานด้านการบริการลูกค้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ และใส่ใจในทุกรายละเอียดของรถลัมโบร์กินีทุกคันก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้าคนสำคัญเสมอ
ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
NEW GWM TANK 300 DIESEL สร้างปรากฏการณ์! ผ่าน 3 บทพิสูจน์ความสำเร็จ ยอดขายเติบโต เปิดเวทีส่งออก และขับเคลื่นชุมชนผู้ใช้ที่แข็งแกร่ง
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุดความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้รับเสียงชื่นชมอย่างแพร่หลาย ไม่เพียงเพราะเป็นรถที่ลุยนอกเมือง เดินทางท่องเที่ยวได้ แต่ยังตอบโจทย์ชีวิตประจำวันบนถนนไทย ตั้งแต่ซอยแคบ ฝนหนัก น้ำท่วม ไปจนถึงลานจอดในห้างสรรพสินค้า นำมาสู่ 3 บทพิสูจน์ที่ชี้ชัดความสำเร็จ ได้แก่ 1.) ยอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง 2.) เดินหน้าผลิตเพื่อส่งออก ศักยภาพการผลิตในประเทศไทยในมาตรฐานสากลที่ส่งออกแล้วทั่วโลก และ 3.) ชุมชนผู้ใช้จริงหรือ TANKER CLUB ที่แข็งแกร่ง การันตีด้วยเสียงจริงจากผู้ใช้งานจริง จนกลายเป็นรถออฟโรดทรง Boxy ที่ครองใจผู้ใช้ชาวไทยอย่างแท้จริง
3 บทพิสูจน์ที่เป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ในไทย
- บทพิสูจน์ที่ 1 ยอดขายเติบโตต่อเนื่อง: ความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ไม่ได้เกิดจากกระแสชั่วคราว แต่จากการใช้งานจริงที่ตอบโจทย์ความชื่นชอบและการใช้งานจริงของคนไทย ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจนเนอเรชันล่าสุดที่โดดเด่นด้านสมรรถนะ การใช้พลังงานที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากมาย ประกอบกับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร และราคาที่จับต้องได้ คุ้มค่าคุ้มราคากับสิ่งที่ได้รับ สื่งสำคัญที่สุดคือการมาพร้อมกับการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร (หรือ 8 ปี) สร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคชาวไทยได้อย่างยอดเยี่ยม โดยตั้งแต่เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบัน GWM (Thailand) ได้ส่งมอบรถยนต์รุ่นนี้ไปแล้วเกือบ 6,000 คัน และล่าสุดขึ้นแท่นอันดับ 2 ในกลุ่ม PPV ในประเทศไทย 6 เดือนติดต่อกัน (พฤษภาคม – กันยายน 2568) และสามารถครองยอดขายอันดับ 1 ในกลุ่ม C-SUV ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 และยังคงรักษาความร้อนแรงได้จวบจนถึงสิ้นเดือนกันยายนอีกด้วย
- บทพิสูจน์ที่ 2 ผลิตในไทย ส่งออกไปจริง: GWM (Thailand) เริ่มทำการส่งออก GWM TANK 300 ตั้งแต่ปี 2567 โดยเริ่มประเดิมส่งออก GWM TANK 300 HEV สู่ประเทศอินโดนีเซีย และขยายตลาดสู่ประเทศ ภูฏาน แอนติกา จาเมกา เซนต์ลูเซีย และบาร์เบโดส และในปี 2568 ได้เริ่มส่งออก NEW GWM TANK 300 DIESEL ไปยังประเทศอินโดนีเซีย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นตั้งใจของ GWM ในการผลักดันให้โรงงานอัจฉริยะที่จังหวัดระยอง เป็นฐานการส่งออกที่สำคัญของ GWM ไปยังทั่วโลก ยืนยันศักยภาพในการผลิต และคุณภาพฝีมือแรงงานไทยของสายการผลิตในประเทศไทย เน้นย้ำมาตรฐานความปลอดภัยและคุณภาพไว้ครบถ้วน พร้อมกระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดที่ได้มาตรฐานสากล โดยข้อมูลล่าสุดเมื่อเดือน ตุลาคมที่ผ่านมา NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้ส่งออกไปแล้วเกือบ 500 คัน
- บทพิสูจน์ที่ 3 การรันตีคุณภาพจากผู้ใช้งานจริง ผ่าน TANKER CLUB คอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง และคุณภาพบริการหลังการขายที่ผู้ใช้ไว้วางใจ: NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้รับการพัฒนามาจากเสียงของผู้บริโภคชาวไทย ซึ่ง GWM ได้มีการปรับปรุงให้เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย รถยนต์คันนี้จึงไม่เพียงโดดเด่นด้านดีไซน์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย แต่ยังเป็นรถยนต์ที่มีฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งที่รักและมั่นใจในคุณภาพและได้รับประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งาน นอกจากนี้ ยังมี TANKER CLUB ชุมชนผู้ใช้งานจริงที่แข็งแกร่ง สร้างมิตรภาพที่เหนียวแน่นผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แบ่งปันข้อมูลที่เป็นประโยขน์สู่ GWM โดยเฉพาะอย่างยิ่งการพัฒนางานบริการหลังการขายที่ GWM ให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ๆ เพื่อมอบการบริการที่รวดเร็ว ฉับไว โปร่งใส และใส่ใจ สู่การบอกต่อประสบการณ์ดี ๆ ของผู้ใช้จริงต่อบุคคลรอบข้าง สร้างผลลัพธ์เชิงบวกและการเติบโตของยอดขาย ในวงกว้าง ตอกย้ำความไว้วางใจที่ลูกค้ามีให้กับแบรนด์และผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ในทุกก้าวของความสำเร็จของ NEW GWM TANK 300 DIESEL เราเห็นชัดว่าพลังสำคัญที่สุดไม่ใช่แค่เทคโนโลยีหรือสมรรถนะของรถ แต่คือ ‘ความไว้วางใจของลูกค้า’ ที่เกิดจากการใช้งานจริงบนถนนไทย ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง จนรถรุ่นนี้เติบโตขึ้นจากยอดขายเพียงช่วงเปิดตัว สู่การเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่พบเห็นได้บ่อยในชีวิตประจำวันของคนไทยอย่างแท้จริง เสียงสะท้อนจากกลุ่มผู้ใช้จริงใน TANKER CLUB คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้เรารู้ว่า GWM ไม่ได้แค่ขายรถ แต่กำลังสร้าง ‘ชุมชนของคนที่เชื่อในคุณภาพเดียวกันและมีจิตวิญญาณเดียวกัน’ และเราจะเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จนี้ให้ไกลขึ้นไปอีกขั้น ด้วยการขยายตลาดส่งออกจากประเทศไทยไปยังประเทศใหม่ ๆ ทั่วโลก รวมถึงการเพิ่มระดับความพึงพอใจของลูกค้าเพื่อก้าวสู่การเป็น “อันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายของแบรนด์จากประเทศจีน” ผลักดันให้ NEW GWM TANK 300 DIESEL ประสบความสำเร็จในขั้นต่อไป เพื่อให้ GWM ขึ้นสู่การเป็น “แบรนด์จากประเทศจีนที่คนไทยไว้วางใจมากที่สุด” หรือ “The Most Trusted Chinese Brand in Thailand” อย่างแท้จริง”
#GWM #GWMThailand #GWMTANK #TANK300 #TANK300DIESEL #NEWGWMTANK300DIESEL #DIESEL #MotorExpo2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าร่วมกับกลุ่มอารีมิตรเปิดโชว์รูมแห่งใหม่จังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมส่งมอบประสบการณ์ลูกค้าอย่างเหนือระดับ
มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ตอกย้ำการให้ความสำคัญกับบริการหลังการขายและผลักดันกลยุทธ์การขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ประกาศความร่วมมือกับ กลุ่มอารีมิตร เพิ่มเงินลงทุนอีกกว่า 100 ล้านบาท เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ บนเนื้อที่ 12 ไร่ ใจกลางย่านชุมชนและเขตเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดร้อยเอ็ด เพื่อส่งมอบบริการที่ครบวงจรให้กับลูกค้าในภาคอีสานตอนกลาง ภายใต้หลักการทำงาน “ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า คือมาตรฐานการทำงานของเรา” อันสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่มุ่งเน้นให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขและสร้างความพึงพอใจที่น่าจดจำให้กับลูกค้ามาสด้าทุกคน จากการเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ครั้งนี้ ส่งผลให้มาสด้าอารีมิตรสามารถให้บริการลูกค้าได้ครอบคลุมทั้ง 3 จังหวัด ทั้งใน กาฬสินธุ์ มหาสารคาม และร้อยเอ็ด
นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เนื่องจากมาสด้าได้เล็งเห็นถึงศักยภาพการเติบโตของภาคอีสานตอนกลาง ที่มีลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมากและมีโอกาสขยายตัวทางเศรษฐกิจในระดับภูมิภาค จึงได้ร่วมมือกับ กลุ่มอารีมิตร ผู้จำหน่ายที่มีความพร้อมและศักยภาพสูง เพื่อลงทุนเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการ รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังแห่งใหม่ ที่พร้อมให้บริการแบบครบวงจรเพิ่มเติมในจังหวัดร้อยเอ็ด หลังจากมีปริมาณลูกค้ามาเข้ารับบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งในกาฬสินธุ์และมหาสารคาม เพื่อเพิ่มความสะดวกให้กับลูกค้าในจังหวัดและพื้นที่ใกล้เคียง ซึ่งกลุ่มอารีมิตร เป็นกลุ่มธุรกิจที่เชี่ยวชาญด้านการดำเนินธุรกิจรถยนต์มายาวนานกว่า 30 ปี มาสด้าเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า ด้วยความพร้อมของกลุ่มอารีมิตร ทั้งในด้านสิ่งอำนวยความสะดวก บุคลากร ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์การดำเนินธุรกิจที่การันตีด้วยรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยมถึง 4 ปี ผมเชื่อว่าจะทำให้มาสด้า อารีมิตร สาขาร้อยเอ็ด เป็นอีกหนึ่งสาขาที่สร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดี”
นางพิกุล อุตรนคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด กล่าวว่า “กลุ่มอารีมิตร ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการให้บริการและขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับต่อความต้องการของลูกค้าและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการใช้รถยนต์มาสด้า ครั้งนี้เราได้เปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแบบครบวงจรแห่งใหม่ สาขาร้อยเอ็ด เสริมทัพจากสาขากาฬสินธุ์ และมหาสารคาม ด้วยเงินลงทุนกว่า 100 ล้านบาท โดยโชว์รูมแห่งใหม่นี้ตั้งอยู่ในทำเลศักยภาพใจกลางเมืองร้อยเอ็ด รายล้อมด้วยแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ บนถนนบายพาสทำให้เดินทางสะดวกสบาย ใกล้ห้างสรรพสินค้าโรบินสันร้อยเอ็ด โฮมโปรและไทวัสดุ สามารถรองรับทั้งลูกค้าและผู้มาเยี่ยมชมได้อย่างสะดวกครบวงจรในทุกมิติของการให้บริการ”
“บนเนื้อที่ครอบคลุม 12 ไร่ หรือ 19,200 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่ส่วนโชว์รูมที่จัดแสดงรถยนต์มาสด้าได้ครบทุกรุ่น พร้อมด้วยห้องรับรองลูกค้าขนาดกว้างขวาง ที่ได้รับการตกแต่งอย่างทันสมัยและเป็นไปตามมาตรฐานมาสด้า ภายใต้แนวคิด Customer-Centric ที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขในทุกด้านของการใช้ชีวิต และคอนเซ็ปต์ “Joy Drives Lives” ที่พร้อมให้การต้อนรับ ส่งมอบประสบการณ์การให้บริการด้วยความอบอุ่น จริงใจ และเป็นกันเองกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ และยังพร้อมด้วยศูนย์บริการมาตรฐาน ที่สามารถส่งมอบงานบริการได้ถึง 500 งานต่อเดือน โดยช่างเทคนิคมืออาชีพที่ได้รับการฝึกอบรมตามมาตรฐาน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ที่สำคัญมีการสำรองอะไหล่ครบถ้วน เพื่อสามารถให้บริการลูกค้าได้อย่างตรงเวลาและครอบคลุม”
นายณัฐพล อุตรนคร กรรมการผู้จัดการขาย บริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด กล่าวว่า “มาสด้า อารีมิตร มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกขั้นตอน ทั้งด้านการขาย การบริการหลังการขาย รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังแบบครบวงจร โดยยึดมั่นในคุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน ตามปรัชญาการทำงาน “ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า คือมาตรฐานงานบริการของเรา” ด้วยเหตุนี้ กลุ่มอารีมิตรจึงได้มุ่งมั่นยกระดับบริการหลังการขายให้ครอบคลุมกับจำนวนลูกค้าที่มาใช้บริการ ด้วยการเปิดสาขาร้อยเอ็ด ต่อจากสาขากาฬสินธุ์ และมหาสารคาม เพื่อมอบความสะดวกและรวดเร็วให้กับลูกค้ามาสด้าที่มาใช้บริการ”
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในครั้งนี้ มาสด้า อารีมิตร จึงขอมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่จองและออกรถทุกรุ่นที่ มาสด้า อารีมิตร สาขาร้อยเอ็ด ดังต่อไปนี้
- ลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1-14 ธ.ค. 68 รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 3,000 บาท จำนวน 27 รางวัล
- ลูกค้าที่มาร่วมงานเปิดโชว์รูมและจองรถภายในวันที่ 1-13 ธ.ค.68 จะได้รับสิทธิ์ร่วมจับรางวัลเครื่องชงกาแฟมูลค่า 15,000 บาท จำนวน 7 รางวัล
- ลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 15-30 ธ.ค. 68 รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 14 รางวัล
“มาสด้า อารีมิตร ขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านสำหรับการสนับสนุน เราหวังว่าจะได้ให้การดูแลท่านและรถยนต์ของท่านในโอกาสถัดไป เพื่อให้รถยนต์มาสด้า เป็นส่วนหนึ่งในการส่งมอบประสบการณ์ความสุข ให้กับท่านและครอบครัวของท่านไปตลอดอายุการใช้งาน” นายณัฐพล อุตรนคร กล่าวเสริม
สำหรับลูกค้ามาสด้าที่จะเข้ารับบริการที่ มาสด้า อารีมิตร สาขาร้อยเอ็ด หรือ สาขาอื่น ๆ สามารถนัดหมายเข้ารับบริการได้ตามที่อยู่และเบอร์ติดต่อ ดังต่อไปนี้
- มาสด้า อารีมิตร สาขา ร้อยเอ็ด ตั้งอยู่ที่ 449 หมู่ที่ 16 ถ.บายพาส เหนือเมือง เมืองร้อยเอ็ด จังหวัดร้อยเอ็ด รหัสไปรษณีย์ 45000 โทร. 092-989-0810 Line: @areemitmazda3
- มาสด้า อารีมิตร สาขา กาฬสินธุ์ ตั้งอยู่ที่ 9/1 ถนนสงเปลือย ตำบล กาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ 46000 โทร 043-010-252 หรือ 098-101-0030 Line: @areemitmazda
- มาสด้า อารีมิตร สาขา มหาสารคาม ตั้งอยู่ที่ เลขที่ 927 ถนนนครสวรรค์ ตำบลตลาด อำเภอเมืองมหาสารคาม จังหวัดมหาสารคาม 44000 โทร 043-010-252 หรือ 098-101-0040 Line: @areemitmazda2
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine













































































































