• ท้าลมหนาว! “Chang Classic Car Revival 2025” จัดเต็มรถคลาสสิค 1,000 คัน เตรียมสร้างปรากฏการณ์แห่งปี 13-14 ธ.ค. ชมฟรีที่บุรีรัมย์

    1 Min Read

    ท้าลมหนาว! “Chang Classic Car Revival 2025” จัดเต็มรถคลาสสิค 1,000 คัน เตรียมสร้างปรากฏการณ์แห่งปี 13-14 ธ.ค. ชมฟรีที่บุรีรัมย์

    น้ำแร่ธรรมชาติ ตรา ช้าง ร่วมกับ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต สังเวียนความเร็วระดับโลกของไทย ประกาศความพร้อมจัดงาน ช้าง คลาสสิค คาร์ รีไววัล (Chang Classic Car Revival)  สานต่อความสำเร็จปีที่ 6 กับเทศกาลรถคลาสสิคและรถสปอร์ตยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน ยกระดับความมันส์ครบวงจร ทั้งการแข่งขันจับเวลา, แดร็ก, แทร็กเดย์, มอเตอร์โชว์และประกวดรถคลาสสิค ฯลฯ ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 13-14 ธ.ค.นี้ เปิดให้ชมงาน “ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย” คาดผู้ร่วมงานทะลักกว่าหมื่นคน รถคลาสสิคและรถหายากเข้าร่วมกว่า 1,000 คัน  จัดเต็ม 2 วัน 2 คืน ครบรส เพื่อคนรักรถสายเก๋าจอมซิ่งทุกยุคสมัย พร้อมปะทะกับงานยักษ์ของชาวสองล้อ “Chang Presents 23 ปี Commander City” ที่อัดแน่นความบันเทิงและกิจกรรมเพื่อการกุศล

    นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยว่า “การจัดงาน Chang Classic Car Revival เป็นมากกว่าเทศกาล แต่เป็นความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการรถคลาสสิคในประเทศไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดยงานในปี 2025 นี้ ได้ยกระดับความยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีกขั้น ทั้งในแง่ของจำนวนรถที่เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 1,000 คัน และความหลากหลายของกิจกรรมที่ตอบโจทย์คนรักรถทุกประเภท ตั้งแต่รถย้อนยุค วินเทจ, Super Car, Exotic Car รถสปอร์ตพิเศษ สมรรถนะสูงที่ผลิตจำนวนจำกัด รวมถึงรถจักรยานยนต์คลาสสิค ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยไปพร้อมๆ กัน”

    “Chang Classic Car Revival จัดขึ้นเพียงปีละครั้งและเป็นงานเดียวที่จะได้นำรถคลาสสิคมาร่วมแสดงศักยภาพในสนามระดับโลกที่มีความปลอดภัยสูงระดับ FIA Grade 1 สร้างผลกระทบเชิงบวกต่อวงการรถคลาสสิคในหลายภาคส่วนอย่างแท้จริง ไล่ตั้งแต่การเพิ่มมูลค่าให้กับวงการรถคลาสสิคไทย, การพัฒนาทักษะแแสดงถึงความสามารถและศักยภาพของช่างไทย ในการทำรถคลาสสิคในระดับสากล สู่สายตาชาวโลก เพื่อให้วงการรถคลาสสิคไทยสามารถเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน”

    สำหรับกิจกรรม 2 วัน จัดเต็มครบรสที่คนรักรถคลาสสิคไม่ควรพลาด อาทิ ขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทยทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์, การประกวดรถคลาสสิค และมอเตอร์โชว์ของคลาสสิค ชมรถสะสมหายาก ฯลฯ ภายในงานยังมีบูธสินค้าของตกแต่งรถ และร้านอาหารชื่อดังชั้นนำของจังหวัดบุรีรัมย์ให้บริการอย่างเต็มที่

    ไฮไลต์สำคัญที่ชาวมอเตอร์สปอร์ตต้องจับตา คือกิจกรรมหลักสำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์สายเก๋าจอมซิ่ง ที่มาพิสูจน์สมรรถนะคันโปรดในสนามระดับโลก

    • Chang Track Parade ( ช้าง แทร็ก พาเหรด) ขบวนพาเหรดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของไทย-อาเซียน ของรถคลาสสิคทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์
    • Classic Trackday (คลาสสิค แทร็กเดย์) ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบนสนามแข่งระดับโลก แบ่งรุ่นการขับขี่สุดคลาสสิคไล่ตั้งแต่ Infinity Super Car Club, Siam Lotus & Sports Car, โมเดิร์นคลาสสิคปี 90, ไปจนถึงรถคลาสสิคปี 50-90, รถสกู๊ตเตอร์คลาสสิค และมอเตอร์ไซค์คลาสสิค
    • Classic Drag (คลาสสิค แดร็ก) การแข่งขันประลองความเร็วในสนามแดร็กแบบแข่งทางตรง ชิงถ้วยรางวัลที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์
    • MINI Challenge (มินิ ชาเลนจ์) การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแบบวันเมคเรซของรถมินิคูเปอร์ รถเล็กสเปคจี๊ด
    • Classic Gymkhana Battle (คลาสสิค จิมคาน่า แบทเทิล) แข่งขันทักษะการขับขี่สไตล์จิมคาน่า
    • ชมรถจักรยานยนต์คลาสสิคและย้อนยุค ช้าง คลาสสิค แอนด์ เรโทร มอเตอร์ไซเคิล

     

    พร้อมสร้างประวัติศาสตร์ครั้งแรกของไทย เมื่อรถอเมริกันสุดคลาสสิคจะยกทัพมาวิ่งกันอย่างคับคั่งในสนามระดับโลกอย่าง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต และที่ห้ามพลาดอีกอย่างคือ การอวดโฉมของ Dodge Charger รถสปอร์ตในตำนานรุ่นเดียวกับรถคู่ใจของ โดมินิก ทอเร็ตโต พระเอกจากภาพยนตร์ Fast & Furious ที่โด่งดังไปทั่วโลก

     

    พิเศษสุด! สำหรับประชาชนทั่วไป ร่วมงานฟรี รวมทั้งกิจกรรม Grid Walk ในวันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. เวลา 17.30 น. และวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค. เวลา 17.00 น. อีกหนึ่งสีสันที่จะได้ชมรถสวยๆนับร้อยคันอย่างใกล้ชิดบริเวณกริดสตาร์ต บนสนามแข่งระดับโลก พร้อมถ่ายรูปสวยๆเป็นที่ระลึก

    ภายในงานยังมีการฉลองครบรอบ 23 ปี คอมมานเดอร์ซิตี้ ในงาน Chang Presents 23 ปี Commander City วันเสาร์ที่ 13 ธ.ค. เวลา 18.00 น. เป็นต้นไป พบกับมหกรรมดนตรีของชาว 2 ล้อที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประเทศไทย นำโดยนักร้องลูกทุ่ง 1,000 ล้านวิว มนต์แคน แก่นคูณ” และสาวลูกทุ่งอินดี้เจ้าเสน่ห์ มีนตรา อินทิรา” พร้อมศิลปินอีกคับคั่ง อาทิ มอคค่า การ์เดน, ไก่ กะละมัง, ป๋าพยัพ คำพันธุ์ และวงฟรีดอม พร้อม 2 สาวสุดเซ็กซี่ DJ ‘ฟิวส์ฟี่ และ MC รมณ โดยบรรยากาศภายในงานมาในธีมย้อนยุค งานวัด ครบครันด้วยซุ้มปาลูกโป่ง สาวน้อยตกน้ำ ชิงช้าสวรรค์ และบูธสินค้าของตกแต่งรถ รวมถึงการแข่งขัน คอมมานเดอร์ ซิตี้ แดร็ก เรซ” สำหรับประชาชนทั่วไป ชิงถ้วยรางวัล

    บัตรเข้างานเพียง 500 บาท รับฟรีเสื้อ ครบรอบ 23 ปี คอมมานเดอร์ซิตี้สำหรับเข้างาน 1 ตัว ซึ่งสามารถใส่เสื้อแทนบัตรเข้างานได้ และได้รับสิทธิ์ขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก “ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต” รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่าย มอบให้กับโรงพยาบาลทั้ง 5 ภาค เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ซื้อบัตรได้ที่ LINE @ccmc หรือแฟนเพจ Commander City ด่วนมีจำนวนจำกัด วันนี้ถึง 10 ธ.ค.

    ทั้งนี้ ในส่วนของงาน “Chang Classic Car Revival 2025” ในวันเสาร์และอาทิตย์ที่ 13-14 ธันวาคม 2568 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ เปิดให้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย  หรือรับชมทางออนไลน์ได้ทางเพจ Chang Circuit Buriram


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง ยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่ง ประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้ง ยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่ง ประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้งคุณยางเย คริส จู ดำรงตำแหน่งประธานและซีอีโอคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป คุณคริสจะเข้ามาดำรงตำแหน่งต่อจาก คุณเรเน่ แกร์ฮาร์ด ซึ่งจะย้ายไปรับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เอเชีย ประจำประเทศสิงคโปร์

    คุณคริส มีประสบการณ์มากกว่า 18 ปี ทางด้านการบริหารจัดการแบรนด์ การขาย การสื่อสารองค์กร และการพัฒนาช่องทางการจำหน่าย ทั้งแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิ ณ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศเกาหลีใต้ โดยปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายบริหารแบรนด์ รับผิดชอบการสื่อสารการตลาด การบริหารจัดการผลิตภัณฑ์ การบริหารจัดการลูกค้าสัมพันธ์ และศูนย์ขับขี่บีเอ็มดับเบิลยู (BMW Driving Center) โดยมุ่งเน้นที่การส่งเสริมความเป็นเลิศของแบรนด์ และยกระดับการมีส่วนร่วมกับลูกค้า

    คุณริตู ชานดี รองประธานอาวุโสฝ่ายขาย ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลางและแอฟริกา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กล่าวว่า “คุณคริสนำประสบการณ์อันล้ำค่าที่สั่งสมมาจากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศเกาหลีใต้ พร้อมความรู้อันกว้างขวางทางด้านตลาดยานยนต์ ควบคู่กับพื้นฐานที่แข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการแบรนด์ การบริหารงานขาย และการสร้างการมีส่วนร่วมกับลูกค้า ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างสถานะของเราในฐานะแบรนด์ยานยนต์พรีเมียมชั้นนำของประเทศไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”

    “นอกจากนี้ ขอแสดงความชื่นชม คุณเรเน่ สำหรับความเป็นผู้นำที่โดดเด่น ที่เปี่ยมไปด้วยความทุ่มเทและความมุ่งมั่นที่มีต่อองค์กร ภายใต้การนำของคุณเรเน่ และทีมเวิร์คที่มีประสิทธิภาพสูง บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้บรรลุเป้าหมายสำคัญหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การครองตำแหน่งผู้นำยานยนต์ระดับพรีเมียมห้าปีซ้อน ด้วยประสบการณ์อันกว้างขวางทางธุรกิจยานยนต์ทั้งในด้านค้าปลีกและค้าส่ง ควบคู่กับการนำบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ไปสู่ความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง จะเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถ สำหรับตำแหน่งระดับภูมิภาคที่กำลังจะมาถึง ซึ่งคุณเรเน่จะรับผิดชอบการบริหารจัดการตลาด 14 ประเทศ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชียใต้ และเอเชียแปซิฟิก” คุณริตู ชานดี กล่าวสรุป

    การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงนี้สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ด้านบุคลากรเชิงรุกและไม่เคยหยุดนิ่งของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เพื่อสร้างประสิทธิภาพในการปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว รักษาความเป็นผู้นำได้อย่างมั่นใจ เพื่อส่งมอบคุณค่าอันน่าประทับใจให้แก่ลูกค้าในทุกตลาดอย่างต่อเนื่อง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • GEELY EX2 สร้างกระแสแรงต่อเนื่อง ฉลองยอดจองทะลุ 1,000 คัน เพียง 3 วันหลังเปิดตัว

    1 Min Read

    GEELY EX2 สร้างกระแสแรงต่อเนื่อง ฉลองยอดจองทะลุ 1,000 คัน เพียง 3 วันหลังเปิดตัว

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ขอแสดงความขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับ GEELY EX2 อย่างล้นหลาม ด้วยราคาสุดพิเศษ เริ่มต้นที่ 399,990 บาท โดยสามารถทำยอดจองทะลุ 1,000 คัน ในเวลาเพียง 3 วัน หลังการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สะท้อนความไว้วางใจจากลูกค้าที่มีต่อ GEELY ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์คุณภาพมาตรฐานระดับโลก และบริการที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีและขอบคุณลูกค้าชาวไทยทุกท่านที่ให้การตอบรับ GEELY EX2 อย่างอบอุ่นและเกินความคาดหมาย การที่สามารถสร้างยอดจองทะลุ 1,000 คัน ภายในเวลาเพียง 3 วัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการอันเป็นเลิศของเรา ความไว้วางใจนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เรามุ่งมั่นยิ่งขึ้นในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ดีที่สุด พร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานใหม่ในตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทย”

    ขณะนี้ บริษัทกำลังเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับการส่งมอบรถล็อตแรกให้กับลูกค้าในช่วงปลายเดือนธันวาคมนี้ตามกำหนดการ เพื่อให้ลูกค้าสามารถสัมผัสประสบการณ์ GEELY EX2 ได้อย่างรวดเร็วที่สุด ผ่านการยกระดับมาตรฐานการบริการด้วยแผนงานขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครบ 40 แห่งภายในปีนี้ และเพิ่มจำนวนเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 พร้อมการพัฒนาระบบสนับสนุนครบวงจร เช่น บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง การรับประกันตัวรถและแบตเตอรี่ระยะยาว รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จที่ติดตั้งพร้อมใช้งาน เพื่อให้ลูกค้ารู้สึกมั่นใจในทุกมิติของการเป็นเจ้าของ GEELY EX2 ตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมาย และสร้างความเชื่อมั่นว่าลูกค้าจะได้รับทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย และความสะดวกสบายสูงสุด

    GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% เปิดตัวด้วย 2 รุ่นย่อย รุ่น PRO และรุ่น MAX มาพร้อมแนวคิด EXTRA IN ORDINARY เปลี่ยนทุกวันธรรมดา…ให้พิเศษ มากกว่าเดิม” โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวล ขุมพลังแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟต LFP ขนาด 39.4 kWh วิ่งได้ไกล 395 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC อัดแน่นด้วยฟังก์ชันดีที่สุดในกลุ่มรถระดับเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นรัศมีวงเลี้ยวแคบเพียง 4.95 เมตร เพื่อความคล่องตัวสูงสุดในทุกสภาพจราจร พื้นที่เก็บของทางด้านหน้าขนาดใหญ่ ความจุถึง 70 ลิตร มอบประโยชน์ใช้สอยได้เต็มพิกัด

    พิเศษเฉพาะในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ธนบุรีนอยสเติร์น มอบข้อเสนอสุดคุ้มค่า สำหรับ GEELY EX2 ทั้ง 2 รุ่น ด้วยแคมเปญ Basic Package พร้อมส่วนลดมูลค่า 30,000 บาท เฉพาะลูกค้าที่จอง GEELY EX2 ในช่วงงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 จำนวน 2,000 สิทธิ์แรก

    • รุ่น PRO ในราคาพิเศษ 399,990 บาท จากราคาปกติ 429,990 บาท
    • รุ่น MAX ในราคาพิเศษ 429,990 บาท จากราคาปกติ 459,990 บาท

     

    พร้อมรับสิทธิพิเศษครบครัน ได้แก่

    • รับประกันตัวรถยาวนาน 6 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • รับประกันแบตเตอรี่นานถึง 8 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร
    • ประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงนาน 5 ปี
    • Portable Charger

     

    นอกจากนี้ ทุกการจองตั้งแต่ 3,999 บาทภายในงาน ลูกค้าจะได้รับกระเป๋าผ้าใบดีไซน์พิเศษจาก GEELY มูลค่า 1,290 บาท พร้อมสิทธิ์แลกซื้อแพ็กเกจอุปกรณ์ตกแต่ง GEELY EX2 ในราคาพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น

    • ชุดอุปกรณ์ A ที่รวมกล่องเก็บของใต้เบาะผู้โดยสารตอนหลัง กล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง พรมปูพื้น พรมปู Frunk และพรมปูท้ายรถ ในราคาเพียง 8,999* บาท (จากราคาปกติ 13,49* บาท)
    • ฟิล์มกรองแสงลามินา ราคาพิเศษ 8,999* บาท (จากราคาปกติ 15,675* บาท)
    • ชุดอุปกรณ์ C ที่ประกอบด้วยกล่องเก็บของใต้ที่นั่งผู้โดยสารตอนหลัง และกล้องติดรถยนต์หน้า–หลัง ในราคาเพียง 4,999* บาท (จากราคาปกติ 6,681.82* บาท)

     

    สำหรับลูกค้าที่สนใจ สามารถเข้าเยี่ยมชมและสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำสมัยของ GEELYได้ที่บูธ GEELY (A15) ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี

    *ราคาไม่รวม vat


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “NEX ชูนวัตกรรม 6-in-1 เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าต้นแบบ ‘NEX VANTASTIC’ ระยะทาง 333 กม. ราคาเริ่ม 1,059,000 บาท พร้อมโชว์ครั้งแรก Motor Expo 2025”

    2 Min Read

    NEX ชูนวัตกรรม 6-in-1 เปิดตัวรถตู้ไฟฟ้าต้นแบบ ‘NEX VANTASTIC’ ระยะทาง 333 กม. ราคาเริ่ม 1,059,000 บาท พร้อมโชว์ครั้งแรก Motor Expo 2025”

     

    NEX รุกสร้างปรากฏการณ์ใหม่ให้วงการยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย เปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ที่มาพร้อมระยะวิ่งสูงสุดถึง 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จ และระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแบบ 6-in-1 เตรียมอวดโฉมครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเปิดให้จองสิทธิ์ และเตรียมส่งมอบรถได้ภายในช่วงต้นปีหน้า ทั้งยังจัดแสดงไลน์อัพรถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ครบทุกเซ็กเมนต์ พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับรถทุกรุ่นภายในงานอีกด้วย

     

    นายธนพัชร์ สุขสุธรรมวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX กล่าวว่า “สำหรับการเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ในปีนี้ NEX มุ่งนำเสนอศักยภาพด้านความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของไทย โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตลาดในประเทศอย่างครบวงจร ทั้งรถบัส รถหัวลากแทรกเตอร์ และรถสำหรับงานโลจิสติกส์ประเภทต่าง ๆ

    ปีนี้เราเปิดตัว “NEX VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ ขนาด  8 คิว สามารถวิ่งได้ประมาณ 333 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง มาพร้อมระบบ 6-in-1 ที่รวมเทคโนโลยีการขับเคลื่อนที่มีความปลอดภัยและระบบควบคุมเสถียรภาพระดับเดียวกับรถยนต์นั่งส่วนบุคคล รุ่นที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ยังคงเป็น พวงมาลัยซ้าย และยังไม่ใช่รุ่นที่วางจำหน่ายจริง โดยบริษัทมีแผนปรับรายละเอียดให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดไทยมากที่สุด อย่างไรก็ตาม รถรุ่นต้นแบบยังคง โครงสร้างและมิติตัวถังตามแบบฉบับเดิม เพื่อสะท้อนศักยภาพของผลิตภัณฑ์ได้อย่างครบถ้วน พร้อมเปิดราคาอย่างเป็นทางการที่ 1,059,000 บาท

     

    ภายในงาน Motor Expo 2025 เรายังเปิดรับจองสิทธิ์ เพียง 5,000 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษ E-Voucher ชาร์จไฟมูลค่า 10,000 บาท พร้อมประกันภัยชั้น 1 ฟรี 1 ปี และสามารถส่งมอบได้ตั้งแต่ต้นปีหน้า

     

    การเข้าร่วมงาน Motor Expo 2025 ถือเป็นการกลับมาอีกครั้งของ NEX ภายหลังการปรับโครงสร้างองค์กรและยกระดับคุณภาพการให้บริการใหม่ทั้งหมด เพื่อให้สอดคล้องกับบทบาทของเราในฐานะผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เราได้ขยายเครือข่ายการให้บริการหลังการขาย และเพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุงให้รวดเร็วยิ่งขึ้น หากรถของลูกค้าต้องใช้เวลาซ่อมเกิน 3 วัน เรามีบริการจัดหารถทดแทนเพื่อไม่ให้กระทบต่อการดำเนินธุรกิจ”

     

    ไฮไลท์ข้อมูล “VANTASTIC” CARGO VAN ขนาด 8.0 คิว

    ตัวรถ “Vantastic” CARGO VAN ถูกออกแบบให้สมดุลทั้งความกว้าง ความสูง และระยะฐานล้อ ได้แก่ ความยาว 5,195 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,810 มิลลิเมตร ความสูง 1,960 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,400 มิลลิเมตร ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 100% แบตเตอรี่ความจุ 66kWh ให้กำลังสูงสุด 125 กิโลวัตต์ และแรงบิด 245 นิวตันเมตร รองรับการชาร์จเร็วระดับ 2C โดยมีอัตราการชาร์จ (DC) 20-80% ภายใน 18 นาที ความจุแบตเตอรี่ขนาด 66 kWh ระยะทางวิ่งสูงสุด 333 กิโลเมตร ตัวถังรถเป็นประตูบานเลื่อนด้านข้างเดี่ยว ไฟหน้า LED เปิด-ปิดอัตโนมัติ มาพร้อมไฟ Daytime Running Light ไฟท้ายแบบฮาโลเจน ระบบช่วงล่างอิสระแบบแม็คเฟอร์สันสตรัท ดิสก์เบรกหน้าและหลัง ล้อขนาด 16 นิ้ว ยางขนาด 195/75R16

     

    เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารเป็นแบบผ้า ที่นั่งคนขับปรับได้ 4 ทิศทาง ที่นั่งผู้โดยสารปรับได้ 2 ทิศทาง มีพอร์ทชาร์ต USB Type A ขนาด 10w 1 จุด และ Type C ขนาด 30w 1 จุด ในส่วนของระบบความปลอดภัยยังมาพร้อมเรดาร์ถอยหลังและกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัยที่นั่งคนขับและที่นั่งผู้โดยสาร สัญญาณแจ้งเตือนการเปิดประตู (ทุกประตู)

     

    โปรโมชั่น

     

    นอกจากนี้ภายในบูธยังมีรถที่เป็นไฮไลท์ ได้แก่

    1. NEX EV Tractor 423 kWh

    เป็นรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% ตัวรถถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานสูงเพื่องานขนส่งขนาดใหญ่และบรรทุกหนักโดยเฉพาะ โครงสร้างตัวถังเหล็กกล้าความแข็งแรงสูง (High Tensile Steel) น้ำหนักรถเปล่า (Curb weight) 11,010 กิโลกรัม (ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย/อุปกรณ์เสริม)

    น้ำหนักลากจูงสูงสุด (GCWR) 50,500 กิโลกรัม มิติโดยรวม (ยาว x กว้าง x สูง): ประมาณ 7,400 x 2,550 x 3,600 มม.

     

    แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Lithium-ion) ความจุแบตเตอรี่ 423 kWh กำลังมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 410 กิโลวัตต์ ให้กำลังสูงสุด 550 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมระบบเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด มีหัวชาร์จแบบ DC สามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัว ระยะทางวิ่งต่อการชาร์จประมาณ 300 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ) ระบบเบรกลมแบบวงจรคู่ (Dual Circuit Air Braking System) ใช้ระบบเบรกที่เชื่อถือได้และเป็นมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกขนาดใหญ่ เพื่อประสิทธิภาพในการหยุดรถที่ดี ระบบเบรกเสริม (Regenerative Braking) ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้ามีระบบช่วยเบรกด้วยการเปลี่ยนพลังงานจลน์กลับไปเป็นพลังงานไฟฟ้าเก็บเข้าแบตเตอรี่ ซึ่งช่วยชะลอความเร็วรถได้อย่างมีประสิทธิภาพและยังช่วยลดการสึกหรอของเบรกหลักด้วย ระบบเบรกมือ (Parking Brake) เป็นแบบดรัมเบรกเพื่อการจอดรถที่มั่นคง ล้อขนาด 22.5 นิ้ว โดยเป็นขอบล้อที่ออกแบบมาให้ใช้กับยางขนาด 12R22.5 ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานสำหรับรถบรรทุกหนักในประเทศไทย

     

    เทคโนโลยีเสริมความปลอดภัยและการจัดการ มาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) เพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกอย่างกะทันหัน และ ระบบ IVMS Tracking เป็นระบบติดตามและเฝ้าระวังตำแหน่งของรถแบบเรียลไทม์ ช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารจัดการการขนส่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเพิ่มความปลอดภัยในการติดตามทรัพย์สิน มีการใช้ระบบควบคุมทางไฟฟ้าที่ออกแบบมาเพื่อความแม่นยำและเสถียรภาพในการขับขี่

     

    1. โปรโมชั่น Premium ราคา 3,890,000 บาท

    รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 500,000 กิโลเมตร

     

    1. โปรโมชั่น Platinum ราคา 4,290,000 บาท

    รับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 1,000,000 กิโลเมตร

     

    โดยมีการเช่าสุดพิเศษ 2 รูปแบบ

    1. เช่าซื้อ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถเพียงอย่างเดียว
    2. เช่าใช้ ผู้เช่าจ่ายค่างวดรถ หมดกังวลเรื่องค่าบำรุงรักษา

     

     

     

    2.กระบะไฟฟ้า NEX BEV PICKUP Single Cab ราคาพิเศษ 989,000 บาท (จำนวนจำกัด)

    รถกระบะ 2 ประตู ปิกอัพตอนเดียวพลังงานไฟฟ้า 100% เหมาะสำหรับงานบรรทุกและขนส่งเชิงพาณิชย์  มอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ แรงบิดสูงสุด 330 นิวตันเมตร แบตเตอรี่ความจุ 65 kWh ชาร์จเต็มระยะทางวิ่งได้สูงสุด 300 กิโลเมตร ระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง 245/70 R17

     

    ภายในถูกออกแบบให้เน้นความเรียบง่ายแต่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ มาพร้อมหน้าจอสัมผัส LCD ขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ AUX, USB, และ Bluetooth พร้อมลำโพง 4 ตำแหน่ง

    กุญแจรีโมทแบบ Keyless Entry เพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกรถ มาพร้อมปุ่ม Push Start พวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้าไฮดรอลิก (EHPS) กระจกมองข้างสามารถปรับและพับเก็บด้วยไฟฟ้า และระบบเซ็นทรัลล็อกเพื่อความปลอดภัยและการใช้งานที่สะดวก

    นอกจากนี้ NEX BEV PICKUP Single Cab ยังมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยสำหรับการใช้งานรถกระบะเชิงพาณิชย์ อาทิ ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS – Anti-lock Braking System) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมทิศทางของรถได้ในขณะเบรกกะทันหัน ถุงลมนิรภัย (SRS Airbags) คู่หน้า สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบเซ็นทรัลล็อก (Central Locking System) เพิ่มความสะดวกและปลอดภัยในการล็อกประตูรถทั้งหมดพร้อมกัน มาพร้อมเข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด และมีสัญญาณเตือนเมื่อไม่มีการคาดเข็มขัดนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ระบบความปลอดภัยเหล่านี้เน้นการใช้งานที่เชื่อถือได้และตอบโจทย์พื้นฐานของรถกระบะที่เน้นงานบรรทุกเป็นหลัก

     

    “อยากเชิญชวนผู้ประกอบการที่ใช้รถเชิงพาณิชย์เข้ามาเยี่ยมชมบูธของเรา NEX มีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบโจทย์ธุรกิจโลจิสติกส์ได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะ “VANTASTIC” CARGO VAN ซึ่งเป็นเซ็กเมนต์ที่ตลาดไทยยังขาดอยู่ และเชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายธนพัชร์ กล่าวปิดท้าย

     

    พบกับ “VANTASTIC” CARGO VAN รถตู้ไฟฟ้า 100% รุ่นต้นแบบ และรุ่นอื่น ๆ พร้อมจองสิทธิ์และรับข้อเสนอพิเศษมากมาย ได้ที่ บูท เน็กซ์ พอยท์ (B07) ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025 พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

    2 Min Read

    GAC AION Thailand ขนทัพยนตรกรรมพลังงานใหม่จัดแสดงครบทุกไลน์อัปในงาน Motor Expo 2025  พร้อมเผยโฉม “Govy AirCab” ยานยนต์บินได้ไร้คนขับ

    GAC AION Thailand ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลก ประกาศความยิ่งใหญ่ส่งท้ายปีในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยในปีนี้ GAC ได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงบูท A12 ให้กลายเป็นศูนย์กลางแห่งเทคโนโลยีโลกอนาคต ภายใต้แนวคิดที่มุ่งเน้นการเชื่อมต่อการเดินทางอัจฉริยะและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ขนทัพยนตรกรรมไฟฟ้าครอบคลุมทุกเซกเมนต์ และไฮไลต์สำคัญกับการเปิดตัวสีใหม่ของ HYPTEC HT และการปรากฏตัวครั้งแรกของนวัตกรรมอากาศยานไร้คนขับ “Govy AirCab” พร้อมจัดหนักแคมเปญส่งเสริมการขาย พร้อมขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty

    Mr. Wang Haoyong ประธานกรรมการบริหาร GAC AION Thailand ได้กล่าวเปิดงานโดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จและทิศทางกลยุทธ์ของแบรนด์ในประเทศไทยว่า “ภายใต้กลยุทธ์ระดับโลก ‘ONE GAC 2.0’ เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่เปลี่ยนจากการส่งออกผลิตภัณฑ์เพียงอย่างเดียว ไปสู่การส่งออกระบบนิเวศการเดินทาง (Mobility Ecosystem) แบบครบวงจร โดยยึดมั่นในปรัชญา ‘In local, for local’ หรือการดำเนินงานในท้องถิ่นเพื่อคนในท้องถิ่นอย่างแท้จริง”

    Mr. Wang Haoyong กล่าวเสริมถึงความสำเร็จในปีที่ผ่านมาว่า “ประเทศไทยเปรียบเสมือนเครื่องยนต์หลักในกลยุทธ์ระดับโลกของเรา ตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคมปีนี้ เรามียอดขายรถยนต์ในประเทศไทยมากกว่า 10,000 คัน เติบโตขึ้นถึง 149% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ GAC ยังคงรักษาตำแหน่งท็อป 3 ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยได้อย่างเหนียวแน่น”

    “เราไม่ใช่แค่ผู้เข้าร่วมในตลาด แต่เราคือพันธมิตรที่ช่วยยกระดับการผลิตในท้องถิ่น โดยปัจจุบันเรามีอัตราการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Localization rate) สูงถึง 51% และในปีนี้จะมีรถยนต์อีกหลายรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ซึ่งจะช่วยให้การส่งมอบรถรวดเร็วยิ่งขึ้น” นอกจากนี้ GAC ยังเป็นผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) รายเดียวในประเทศไทยที่มีขีดความสามารถในการซ่อมแบตเตอรี่ได้ครบทุกระดับ ทำให้การซ่อมบำรุงแบตเตอรี่มีความรวดเร็วและปลอดภัย”

    สำหรับทิศทางในปี 2026 GAC มุ่งมั่นที่จะนำเสนอรถยนต์ไฮบริดที่ปรับจูนให้เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย พร้อมขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครอบคลุม 80 แห่งทั่วประเทศ และขยายคลังอะไหล่ให้มีขนาดถึง 12,000 ตารางเมตร เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้คำมั่นสัญญา ‘Drive GAC WITH CONFIDENCE’”

    เผยโฉมความหรูหราบทใหม่ GAC HYPTEC HT สีใหม่ “Moonstone Grey”

    GAC AION Thailand ได้เผยโฉม GAC HYPTEC HT ในเฉดสีใหม่ “Moonstone Grey” (สีเทามูนสโตน) ที่สะท้อนความสปอร์ตลักชัวรีขั้นสุด สีเทาพิเศษนี้ช่วยขับเน้นเส้นสายตัวถังให้ดูมีมิติ ลึกลับ และทรงพลัง ผสานเข้ากับดีไซน์ประตูแบบปีกนก (Gull-wing Doors) อันเป็นเอกลักษณ์ และห้องโดยสารระดับ First Class มอบสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ที่เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมียมอย่างลงตัว

     

    ข้อเสนอสุดพิเศษในงาน Motor Expo 2025

    GAC AION Thailand มอบข้อเสนอที่คุ้มค่าที่สุดแห่งปี ตอบสนองมาตรการ EV 3.0 ก่อนมีการปรับโครงสร้างราคาในปีถัดไป สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถและออกใบกำกับภาษี ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2568 และจดทะเบียนรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569

    GAC AION UT

    • ราคาพิเศษ: GAC AION UT รุ่น 420 Standard ราคา 469,900 บาท (จากปกติ 519,900 บาท) และรุ่น 500 Premium ราคา 599,900 บาท (จากปกติ 669,900 บาท)
    • ข้อเสนอทางการเงิน: เลือกผ่อนชำระสบาย เริ่มต้นเพียง วันละ 165 บาท หรือ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท
    • สิทธิประโยชน์: ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท, รับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) และเลือกรับฟรี Home Charger หรือ สายชาร์จพกพาและสายต่อพ่วง VtoL

    GAC AION V

    • ราคาพิเศษ: GAC AION V รุ่น 602 Luxury ราคาเพียง 899,900 บาท (จากปกติ 1,029,900 บาท)
    • สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท), ส่วนลดพิเศษสำหรับชุดแต่งรอบคันมูลค่า 6,000 บาท พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

    GAC HYPTEC HT

    • ราคาพิเศษ: GAC HYPTEC HT รุ่น 620 Premium ราคาเพียง 1,249,000 บาท (จากปกติ 1,449,000 บาท) และรุ่น 620 Luxury ราคาเพียง 1,549,000 บาท (จากปกติ 1,749,000 บาท)
    • ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ99%
    • สิทธิประโยชน์: รับฟรี iPhone 17 Pro (มูลค่า 43,900 บาท) พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

    GAC M8 PHEV

    • ข้อเสนอพิเศษ: ราคาเริ่มต้น 2,499,000 บาท
    • ข้อเสนอทางการเงิน: อัตราดอกเบี้ยพิเศษ88% หรือเลือกแผน Smart Buy ผ่อนชำระเริ่มต้นเพียง 12,232 บาท/เดือน
    • สิทธิประโยชน์: ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. พร้อมโปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 60,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี อุปกรณ์ตกแต่งแท้ (จอเพดานและตู้เย็นภายในรถยนต์ พร้อมบริการติดตั้ง) และสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย พร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและชุดเกียร์มอเตอร์ไฟฟ้า ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty)

    GAC AION Thailand ประกาศมอบสิทธิ์ “Lifetime Warranty” ให้กับรถยนต์ รุ่น GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V, GAC AION UT และ GAC AION Y Plus เพื่อขอบคุณทุกความไว้วางใจและสร้างความเชื่อมั่นสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทย

    เพื่อเป็นการตอบแทนความไว้วางใจที่ลูกค้าชาวไทยมอบให้เสมอมา GAC AION Thailand ได้ประกาศยกระดับมาตรฐานการดูแลครั้งสำคัญ ด้วยการมอบสิทธิ์การรับประกันแบตเตอรี่ขับเคลื่อนและมอเตอร์ขับเคลื่อนพร้อมกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) ให้ครอบคลุมรถยนต์ GAC AION ครบทุกรุ่น ได้แก่ GAC HYPTEC HT, GAC M8 PHEV, GAC AION V,  GAC AION UT และ GAC AION Y Plus โดยสิทธิพิเศษนี้มอบให้ทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าปัจจุบัน ที่จองและออกรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 เพื่อยืนยันถึงความตั้งใจจริงที่จะดูแลสมาชิกครอบครัว GAC AION ทุกท่านเสมือนคนในครอบครัว และสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวอย่างแท้จริง

     

    การขยายสิทธิ์ Lifetime Warranty ครั้งนี้ ครอบคลุมการรับประกัน 3 หัวใจหลักของยานยนต์ไฟฟ้า ได้แก่ แบตเตอรี่ขับเคลื่อน, มอเตอร์ขับเคลื่อน และกล่องควบคุมในชุดมอเตอร์ ซึ่งถือเป็นคำมั่นสัญญาภายใต้ปรัชญา “Drive GAC WITH CONFIDENCE” ที่ต้องการให้ผู้ใช้งานทุกคนขับขี่ได้อย่างอุ่นใจ ไร้กังวล และเชื่อมั่นในคุณภาพระดับโลกของ GAC AION ตลอดอายุการใช้งาน

     

     

    ทะยานสู่อนาคตกับ “Govy AirCab” ครั้งแรกในไทย

    “Govy AirCab” (โกวี่ แอร์แค็บ) สร้างปรากฏการณ์ในงาน Motor Expo 2025 ในฐานะยานยนต์บินได้ไร้คนขับ (Autonomous Flying Vehicle) รุ่นแรกของโลกที่มีการผลิตแบบ Mass Production ตอกย้ำวิสัยทัศน์ของ GAC AION ในการปฏิวัติการเดินทางสู่น่านฟ้าอัจฉริยะ โดดเด่นด้วยระบบขับเคลื่อน 6 แกน 12 ใบพัด พร้อมระบบความปลอดภัยสำรอง (Redundancy Design) ที่ช่วยประคองตัวเครื่องลงจอดได้อย่างนิ่มนวลแม้เกิดเหตุขัดข้อง รองรับการบินไกล 30 กิโลเมตร และชาร์จเร็วเพียง 25 นาที

    จากกระแสตอบรับที่ท่วมท้นด้วยยอดจองกว่า 1,000 คันในฮ่องกง ปัจจุบัน Govy AirCab ได้รับใบอนุญาตทำการบินพิเศษ (Special Flight License) เรียบร้อยแล้ว และกำลังเดินหน้าขอใบรับรองความสมควรเดินอากาศ โดยมีเป้าหมายเริ่มสายการผลิตและส่งมอบภายในสิ้นปี 2026 เพื่อรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการขนส่งระยะสั้น ซึ่งจะเป็นการเปิดมิติใหม่แห่งการเดินทางให้กับประเทศไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • LAMBORGHINI NIGHT 2025: BLACK AND WHITE GLAMOUR ค่ำคืนแห่งสไตล์และความสำเร็จ ส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดประมูลผลงานศิลป์ เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่

    1 Min Read

    LAMBORGHINI NIGHT 2025: BLACK AND WHITE GLAMOUR ค่ำคืนแห่งสไตล์และความสำเร็จ ส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ด้วยการเปิดประมูลผลงานศิลป์ เพื่อสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่

    นับเป็นอีกครั้งที่ครอบครัวลัมโบร์กินีในประเทศไทยรวมตัวกันอย่างยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี! กับงาน LAMBORGHINI NIGHT 2025″ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่อีเวนต์ประจำปี แต่นี่คือประเพณีสำคัญที่ตอกย้ำถึงความสัมพันธ์อันแข็งแกร่ง อีกทั้งแสดงความขอบคุณอย่างลึกซึ้งต่อลูกค้าคนสำคัญ ที่มอบความไว้วางใจและเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจตลอดปีที่ผ่านมา

     

    เพื่อเฉลิมฉลองบทสรุปอันงดงามและนับถอยหลังสู่การเริ่มต้นที่น่าตื่นเต้นในปีถัดไปร่วมกัน เรนาสโซ  มอเตอร์ นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส  ลีนุตพงษ์ กรรมการ พร้อมด้วย ภานุเมศ จงกลรัตนาภรณ์ ประธาน ลัมโบร์กินีคลับไทยแลนด์ (LCT) ร่วมกันจัดงาน LAMBORGHINI NIGHT 2025 ที่ปีนี้มาในคอนเซ็ปต์ BLACK AND WHITE GLAMOUR เมื่อค่ำวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2568 ณ แมกโนเลีย บอลรูม โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากจะอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งการเฉลิมฉลองที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่มีแพชชั่นและไลฟ์สไตล์เดียวกันแล้ว งานนี้ เรนาสโซ  มอเตอร์ ยังได้ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้ลัมโบร์กินีร่วมกันส่งต่อความสุขส่งท้ายปีผ่านกิจกรรมการประมูลเพื่อการกุศลอีกด้วย ก่อนปิดท้ายค่ำคืนด้วยการแสดงจาก อ๊อฟ ปองศักดิ์ ศิลปินท็อปโวคอลของวงการ

    โดยไฮไลต์ของงานคือ การเปิดประมูลผลงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกอย่าง ล้อรถลวดลายกราฟฟิตี้ ซึ่งที่ได้รับเกียรติจาก BIGDEL ศิลปินผู้คร่ำหวอดในวงการกราฟฟิตี้และสตรีทอาร์ตมาร่วมครีเอท โดยสมาชิกที่ได้ผลงานสุดพิเศษนี้ไปครอบครอง คือ คุณอัครวรรษ์ รามภาพ ซึ่งรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 738,000 บาท จะถูกนำไปสมทบทุนจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ เพื่อฟื้นฟูจากสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงส่งมอบให้กับองค์กรการกุศลชั้นนำระดับโลกอย่าง Movember ประจำปี 2025 อีกด้วย

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM เขย่าตลาดด้วย “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” พิเศษเริ่ม 799 แสนบาท และ “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่ 1.349 ล้านบาท เพียง 300 คัน

    1 Min Read

    GWM เขย่าตลาดด้วย “NEW GWM POER SAHAR DIESEL” พิเศษเริ่ม 799 แสนบาท และ “NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition” ที่ 1.349 ล้านบาท เพียง 300 คัน

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” หลังจาก GWM (Thailand) เรียกเสียงฮือฮาในงาน Motor Expo 2025 กับการเผยโฉมและเปิดราคา WEY G9 MPV หรูเพียงหนึ่งเดียวของ GWM ล่าสุด ได้สร้างกระแสต่อเนื่องด้วยการปฏิวัติวงการรถกระบะในประเทศไทย เปิดราคาอย่างเป็นทางการของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม เครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด มาพร้อม 3 รุ่นย่อย ในราคาพิเศษสำหรับช่วงเปิดตัวระหว่าง 799 – 999 แสนบาท เพียง 300 คันแรกที่ทำการส่งมอบเท่านั้น โดยการมาถึงของรถกระบะที่เปรียบเสมือนเพื่อนคู่ใจทุกการเดินทางอย่าง NEW GWM POER SAHAR DIESEL ได้เข้ามาเติมเต็มรถยนต์ตระกูล GWM DIESEL Family เพื่อเป็นทางเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมให้แก่ผู้ใช้งานชาวไทย ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีเซอร์ไพรส์กับการเปิดตัวรถออฟโรดระดับไอคอนอย่าง NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่ให้สายลุยได้รีบสะสมและเป็นเจ้าของในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น ในราคาเพียง 1.349 ล้านบาท

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ผสานระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ส่งกำลังได้ต่อเนื่องและตอบสนองฉับไว รองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ ตัวรถมีมิติยาว 5,445 มิลลิเมตร กว้าง 1,991 มิลลิเมตร สูง 1,924 มิลลิเมตร พร้อมระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ให้สมดุลทั้งความกว้างขวางและเสถียรภาพในการขับขี่ เสริมศักยภาพการลุยด้วยระยะความสูงใต้ท้องรถ 224 มิลลิเมตร และความสามารถลุยน้ำลึกสูงสุด 800 มิลลิเมตร ด้านดีไซน์ภายนอกเน้นความสปอร์ตดุดันด้วยกระจังหน้าสีดำ ราวหลังคาและบันไดข้างสีดำ กรอบหน้าต่างโทนดำ ไฟหน้า–ไฟท้ายรมดำ จับคู่กับล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 265/60 R18 ที่ช่วยขับให้บุคลิกภายนอกดูลงตัวและสะดุดตายิ่งขึ้น ดีไซน์ภายในเรียบหรูพรีเมียมด้วยเบาะหนังสังเคราะห์คุณภาพดี พร้อมเบาะนั่งด้านหลังสามารถปรับเอนได้ถึง 33 องศา และเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่และความปลอดภัยสูงถึง 26 รายการ คุ้มค่าด้วยอัตราการบริโภคน้ำมันเฉลี่ย 14 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 2WD) และ 13.5 กิโลเมตรต่อลิตร (ในรุ่น 4WD) ตามมาตรฐาน NEDC นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดิสก์เบรค 4 ล้อ และการปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทยอีกด้วย นอกจากนี้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่เสมือน “เพื่อนคู่ใจ” ที่พร้อมยกระดับไลฟ์สไตล์ในทุกมิติ ด้วยโครงสร้างและฟังก์ชันที่รองรับการปรับแต่งได้หลากหลายรูปแบบ ใช้งานได้ทั้งในวันทำงาน ทริปท่องเที่ยวระยะไกล ไปจนถึงทริปผจญภัยสุดท้าทาย ผสานความพรีเมียมเข้ากับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว

     

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีดำ และสีเทา ใน 3 รุ่นย่อย โดยมีราคาพิเศษช่วงเปิดตัว กับส่วนลด 50,000 บาท สำหรับ 300 คันแรก ดังนี้

    • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น PRO ราคา 799,000 บาท (จากราคา 849,000 บาท)
    • NEW GWM POER SAHAR Diesel 2WD รุ่น ULTRA ราคา 899,000 บาท (จากราคา 949,000 บาท)
    • NEW GWM POER SAHAR Diesel 4WD รุ่น ULTRA ราคา 999,000 บาท (จากราคา 1,049,000 บาท)

    หลังจากประสบความสำเร็จอย่างมากกับ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่เปิดตัวในไทยช่วงปลายเดือนมีนาคม และปัจจุบันมียอดส่งมอบสะสมทะลุ 6,000 คันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อเป็นการขอบคุณแฟน ๆ ชาวไทยกับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ล่าสุด  GWM จัดเซอร์ไพรส์พิเศษในงาน Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ที่มาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับลูกค้าที่มองหารถออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีภายนอก Sand Beige สุดโดดเด่น ผสานกับกระจังหน้าโลโก้ TANK ขนาดใหญ่สีเดียวกับตัวรถ ชุดแต่งฝากระโปรงหน้า คิ้วกันกระแทกประตูด้านข้าง ฝาครอบล้ออะไหล่และฝาครอบไฟท้ายดีไซน์เฉพาะ รวมถึงชุดสเกิร์ตกันชนหน้า–หลังที่ช่วยเพิ่มบุคลิกดุดันและสะท้อน DNA ออฟโรดของ NEW GWM TANK 300 DIESEL ได้อย่างชัดเจน นักสะสมสายออฟโรดต้องไม่พลาดกับรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น โดยมีราคาจำหน่ายที่ 1,349,000 บาท

     

    สัมผัส NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม และ NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition ได้ ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ) สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GWM application และ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

     

    #GWM #GWMThailand #GWMPOER #GWMTANK #POERDIESEL #TANK300DIESEL

    #NEWGWMPOERSAHARDIESEL #NEWGWMTANK300DIESEL #MotorExpo2025


    No Comment
  • GWM จับมือพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ อัปเดตความสำเร็จปี 2025 พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ปี 2026 ร่วมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย

    1 Min Read

    GWM จับมือพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ อัปเดตความสำเร็จปี 2025 พร้อมเปิดแผนกลยุทธ์ปี 2026 ร่วมเดินหน้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขาย

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงานประชุมพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศ ณ โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “New Way to Win” เพื่ออัปเดตผลการดำเนินงานของ GWM (Thailand) ในช่วง 10 เดือนของปี 2568 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง และประกาศแผนการเติบโตเชิงรุกในปี 2569 ผ่านนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน รวมถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของงานบริการหลังการขาย เพื่อก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับหนึ่งในประเทศไทยด้านบริการหลังการขาย และเป็นแบรนด์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด โดยภายในงานมีพาร์ทเนอร์กว่า 75 ราย รวม 142 ท่าน เข้าร่วมการประชุมอย่างพร้อมเพรียง

    ปี 2568 ถือเป็นปีแห่งความสำเร็จของ GWM โดยตั้งแต่เดือนมกราคมถึงตุลาคม GWM มียอดขายมากกว่า 1.06 ล้านคัน เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดรถพวงมาลัยขวาทำผลงานได้ดียิ่งกว่า มียอดขาย 102,000 คัน หรือเติบโต 41% สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจน ขณะที่ในประเทศไทย GWM (Thailand) ได้สร้างแรงกระเพื่อมครั้งสำคัญให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย ด้วยการนำกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” เข้ามาใช้อย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลากหลายพลังงานและเซกเมนต์ ครอบคลุมทุกพลังงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่ GWM ได้นำเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุดเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ใน GWM TANK ทั้ง GWM TANK 300 DIESEL, GWM TANK 500 DIESEL และล่าสุด NEW GWM POER SAHAR DIESEL ซึ่งเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้กับ “GWM Diesel Family” พร้อมกับการสร้างสีสันให้กับแฟน ๆ ชาวไทยด้วย NEW GWM TANK 300 DIESEL Desert Storm Limited Edition รวมถึง WEY G9 รถยนต์ Luxury MPV จากแบรนด์ GWM WEY รวม 3 รุ่นที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Motor Expo 2025 ซึ่งรถยนต์ของ GWM ครอบคลุมเซกเมนต์ตลาดรถยนต์ในประเทศไทยถึง 85% สร้างโอกาสทางการขายให้กับพาร์ทเนอร์อย่างเป็นรูปธรรม โดยยอดขายสะสมรวมในทุกรุ่นตั้งแต่เดือนมกราคม-ตุลาคม 2025 อยู่ที่ 13,313 คัน เติบโตจากช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาถึง 124% ซึ่งความสำเร็จนี้ เป็นผลสืบเนื่องมาจากการดำเนินกลยุทธ์การมีผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (User-Centric) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของคนไทย การร่วมแรงร่วมใจของเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สะท้อนความเชื่อมั่นของผู้ใช้งานไทยที่มีต่อนวัตกรรมรถยนต์ที่ล้ำหน้ารวมถึงความแข็งแกร่งในแบรนด์ GWM อีกด้วย

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมร่วมกันระหว่าง GWM และพันธมิตรทั่วประเทศสำหรับงาน Motor Expo 2025 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์และฤดูกาลขายที่สำคัญที่สุดช่วงปลายปี โดย GWM ได้เสริมความพร้อมด้านการตลาดและการขายผ่านการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ 3 รุ่น ควบคู่กับการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับพันธมิตร เพื่อมอบแคมเปญที่ดีที่สุดของ GWM แก่ลูกค้า นอกจากการพูดคุยถึงผลการดำเนินงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมาและแผนการสร้างการเติบโตในช่วงโค้งสุดท้ายของปี GWM ยังแสดงแผนงานของปี 2569 ที่ยังคงเดินหน้าสร้างการเติบโตของแบรนด์และผลิตภัณฑ์ร่วมกับพาร์ทเนอร์ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเสริมทัพรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นเข้าสู่ประเทศไทย การทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่าง GWM และพาร์ทเนอร์ในการตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้ตรงจุด และการตั้งหมุดหมายครั้งสำคัญในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และมุ่งยกระดับบริการหลังการขายก้าวสู่การเป็นแบรนด์จีนอันดับ 1 ด้านบริการหลังการขายในประเทศไทย ผ่านการบูรณาการอย่างต่อเนื่อง ทั้งการพัฒนาความรู้และทักษะของทีมช่าง การบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ การเดินหน้าขยายศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสี และการรับฟังข้อกังวลใจและเอาใจใส่ดูแลลูกค้าตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM ขอขอบคุณพาร์ทเนอร์ทุกท่านที่เป็นส่วนสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับ GWM เรามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนในประเทศไทยและร่วมเติบโตไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการขายและการบริการหลังการขาย เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าของเรา สุขภาพทางการเงินและผลประกอบการของพาร์ทเนอร์จึงเป็นหนึ่งในตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับ GWM (Thailand) ในปี 2569 เราจะยังคงเดินหน้าไปพร้อมกับพาร์ทเนอร์ พร้อมนำนวัตกรรมที่ครอบคลุมทุกพลังงานและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส สนับสนุนการดำเนินงานด้านการตลาดและการประชาสัมพันธ์ รวมถึงร่วมกันการพัฒนาการบริการหลังการขายในทุกมิติ เราขอขอบคุณทุกความร่วมมือและความเชื่อมั่นที่พาร์ทเนอร์มีให้กับ GWM เราจะจับมือกันเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าและสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน”

    #GWM #GWMThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series

    3 Min Read

    ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มส่งท้ายปี เปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น พร้อมยกขบวนรถยนต์ฮอนด้าครบทุกเซกเมนต์และขุมพลัง ให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) เปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้เป็นพื้นที่แห่งการสัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่า ถ่ายทอดผ่านโซนจัดแสดงต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้ง Trail Zone สำหรับไลฟ์สไตล์สายลุย Sport Lifestyle Zone อัปลุคสปอร์ตเท่ผ่านดีไซน์ และ Urban Modern Zone สะท้อนลุคพรีเมียม ให้ผู้เข้าชมได้เลือกสัมผัสรถที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าภายในงาน ได้แก่

    • ไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำโดยไฮไลต์การเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่และอัปเกรดฟีเจอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมในหลากรุ่น เพิ่มความคุ้มค่า ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของไฮบริด SUV ขนาดใหญ่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท
    • เปิดตัวไลน์อัป HuNT Series ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคันที่นำเสนอในรถ SUV ยอดนิยมของฮอนด้า 2 รุ่น ได้แก่ Honda HR-V e:HEV และ Honda CR-V e:HEV ในโฉมอัปลุคพิเศษรุ่น ‘e:HEV HuNT’สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ผ่านสไตล์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์สายลุยที่พร้อมออกค้นหาประสบการณ์ในแบบของตัวเองในทุกการเดินทาง
    • เพิ่มทางเลือกให้ไลน์อัป City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยม ด้วย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE รุ่นแต่งพิเศษที่อัปลุคสปอร์ต สะท้อนความเท่และความแอกทีฟอีกขั้น
    • เซอร์ไพรส์พิเศษ! กับการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่หลายคนรอคอย รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเผยสเปกและราคาประมาณการ รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท จัดแสดงให้สัมผัสคันจริงเฉพาะในงาน Motor Expo 2025 และเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    โดยทุกรุ่นมาพร้อมขบวนความคุ้มค่าแบบพลัสพลัส จัดใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญพิเศษ Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย** สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี หรือ Double Smile Plus ผ่อนเบา ดาวน์สบาย รวมถึงรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ** มูลค่า 50,000 – 85,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่
    1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเป็นเจ้าของ ที่ไม่ใช่เพียงการขับขี่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายในทุกผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า และประสบการณ์อันน่าดึงดูดใจตลอดการเป็นเจ้าของ นำโดยไลน์อัป e:HEV ที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น ก้าวสำคัญนี้คือการปลุกพลังความมีชีวิตชีวาและปลดล็อกอีกขั้นของความตื่นเต้น เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสำหรับลูกค้าทุกคน”

     

    ไฮไลต์ไลน์อัปขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV– The EXCITING Hybrid

    New Honda CR-V e:HEV

    Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท พร้อมเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ e:HEV HuNT กับดีไซน์อัปลุคสะท้อนไวบ์ที่แตกต่าง และ e:HEV RS ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าอย่างลงตัว มีให้เลือกรวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้แก่

    • ใหม่! รุ่น e:HEV E ราคา 1,399,000 บาท
    • รุ่น e:HEV ES ราคา 1,549,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV RS ราคา 1,659,000 บาท
    • รุ่น e:HEV RS 4WD ราคา 1,729,000 บาท

    จัดเต็มความคุ้มค่าด้วยฟีเจอร์ใหม่! พร้อมทั้งอัปเกรดฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติมในหลากหลายรุ่น* อาทิ

    • ใหม่! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ในทุกรุ่นย่อย
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ใหม่! โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! ขนาดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นขนาด 2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

    ดีไซน์ปรับลุคทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนเฉพาะรุ่นอย่างมีสไตล์ พร้อมทางเลือกสีใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV RS 4WD)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV ใหม่ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (รับรถภายใน 31 มกราคม 2569 สำหรับรุ่น e:HEV HuNT) มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**

    HuNT Series

    ครั้งแรกกับการอัปดีไซน์รถเอสยูวีรุ่นยอดนิยมของฮอนด้า ทั้ง Honda CR-V e:HEV และ Honda HR-V e:HEV
    สู่ลุคพิเศษในรุ่น e:HEV HuNT ที่สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ให้รังสรรค์เรื่องราวในสไตล์ของตัวเอง
    สู่ประสบการณ์สุดยูนีค โดดเด่นด้วยดีไซน์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง

    Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT                 ราคา 1,599,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์ใหม่! ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคัน ได้แก่

    • ชุดเสริมหลังคาคู่
    • คิ้วตกแต่งกระจังหน้าสี Glossy Copper
    • กรอบไฟตัดหมอกสี Glossy Copper
    • แผงใต้กันชนหน้า
    • บันไดข้าง
    • คิ้วตกแต่งซุ้มล้อหน้า-หลัง
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) ราคา 1,599,000 บาท
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 1,609,000 บาท

    จัดเต็มฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ

    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM)
    • แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
    • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
    • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง
    • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key
    • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด
    • ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 203,000 บาท**

    Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT  ราคาเริ่มต้น 1,087,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์

    • กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมใหม่! ตกแต่งด้วยคิ้วกระจังหน้าด้านบนสี STARRY SILVER
    • ใหม่! กันชนหน้าสีดำตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสี SHARK GREY
    • ใหม่! ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวส่วนบนตกแต่งด้วยสี STARRY SILVER
    • ใหม่! ภายในห้องโดยสารสีดำและตกแต่งสีกากี มาพร้อมเบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,087,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 1,091,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ

    • ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก
    • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
    • ช่องปรับอากาศ และช่องเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 152,000 บาท**
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี**

    Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE

    ซิตี้คาร์ไฮบริดซีดานที่อัปลุคความสปอร์ตและคาแรกเตอร์ให้โดดเด่นอีกขั้น เพิ่มทางเลือกตอบโจทย์สายมีสไตล์ ผสานเสน่ห์ความลุ่มลึก น่าค้นหา ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมพลัง สะท้อนตัวตนอันชัดเจนของผู้ขับขี่ สู่นิยามใหม่ที่แตกต่างเหนือใคร โดย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE ราคาเริ่มต้น 735,000 บาท มาพร้อมไฮไลต์

    • ใหม่! กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา
    • ใหม่! กระจังหน้าทรงรังผึ้งสไตล์สปอร์ต
    • ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ
    • ใหม่! มือจับประตูสีดำ
    • ใหม่! โลโก้ H-mark สีดำ (หน้าและหลัง)
    • ใหม่! โลโก้ City สีดำ
    • ใหม่! ล้ออัลลอยสีดำแบบสปอร์ต ขนาด 16 นิ้ว
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 735,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก)           ราคา 739,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อาทิ

    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
    • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง
    • ช่องปรับอากาศตอนหลัง
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทั้ง 6 ฟังก์ชัน พร้อมไฮไลต์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
    • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท**
    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับฟรีประกันภัย 2 ปี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

     

    New Honda STEP WGN e:HEV

    การกลับมาอย่างเป็นทางการของ Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำ Japanese Quality’ มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

    เผยสเปกและราคาประมาณการ**** รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของ และจัดแสดงให้สัมผัสคันจริงภายในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น

    จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท** และฟรีกล้องติดรถยนต์
    หน้า
    -หลัง อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท** (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.39%** สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV SPADA โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังทรงกล่องภายใต้แนวคิด Life Expander BOX พร้อมห้องโดยสารโปร่งโล่ง กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายทุกที่นั่ง พร้อมเบาะที่ปรับพับได้หลากหลาย เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว ยกระดับคุณค่าในฐานะพาร์ตเนอร์ที่สร้างโมเมนต์น่าจดจำในทุกการเดินทาง ให้ทุกเจเนอเรชัน STEP ใกล้กันยิ่งขึ้น… ‘WHAT BRINGS US TOGETHER’

    ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่
    ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง
    มอบความสมูทในทุกการขับขี่ มั่นใจทุกการออกตัวโดยไม่ต้องรอรอบ
    ด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.5 กม./ลิตร*** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายและการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ

    • เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
      ปรับได้หลากหลายรูปแบบ

      • เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
      • เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
    • ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
    • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
    • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด2 นิ้ว
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่
    • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
    • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

    สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ

    นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัสได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ทั้งไลน์อัปเทอร์โบ และไลน์อัปพลังงานไฟฟ้า 100%

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า A08 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และ
    โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
    โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777


    No Comment
  • GWM เปิดตัว WEY G9 ลักชัวรี่ MPV ราคา 2.349 ล้านบาท จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Hi4 สุดล้ำ ความสบายเหนือระดับ และความปลอดภัยขั้นสูง พร้อม WEY Exclusive Privileges เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ

    2 Min Read

    GWM เปิดตัว WEY G9 ลักชัวรี่ MPV ราคา 2.349 ล้านบาท จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี Hi4 สุดล้ำ ความสบายเหนือระดับ และความปลอดภัยขั้นสูง พร้อม WEY Exclusive Privileges เอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญ

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM เดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้ตลาดรถลักชัวรี่ MPV ในประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว WEY G9 รถ MPV ลักชัวรี่รุ่นแรกจากแบรนด์ GWM WEY ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยแนวคิด The Crafted Masterpiece เสมือนประติมากรรมชิ้นเอก ที่มอบประสบการณ์การเดินทางเหนือระดับ ผ่านงานออกแบบที่ประณีต หรูหรา พร้อมเทคโนโลยี Hi4 อันล้ำสมัย ความสะดวกสบายและระบบความปลอดภัยระดับแฟลกชิป โดย WEY G9 รุ่น Hi4 Ultra เปิดตัวด้วยราคาเพียง 2,349,000 บาท ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสยนตรกรรมรุ่นใหม่ พร้อมทัพรถพลังงานใหม่ทุกรุ่นของ GWM ได้อย่างใกล้ชิด ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ถึง 10 ธันวาคม 2568

    WEY G9 คือ ลักชัวรี่ MPV ยุคใหม่ ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ และข้าราชการระดับสูง รวมถึงการใช้งานของครอบครัวระดับไฮเอนด์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเจรจาธุรกิจ หรือแม้แต่การท่องเที่ยวพักผ่อนวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย ความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และภาพลักษณ์ที่น่าเชื่อถือ โดย WEY G9 มาพร้อมสีภายนอกที่บ่งบอกถึงความเรียบหรูเหนือระดับถึง 4 สี ได้แก่ สีขาว Aurora White, สีทอง Superior Gold, สีเทา Wisdom Grey และ สีดำ Nebula Black

    และเพื่อตอบโจทย์ความเป็น The Crafted Masterpiece อย่างเป็นรูปธรรม WEY G9 มาพร้อม WEY Exclusive Privileges มอบประสบการณ์สุดพิเศษและการบริการเหนือระดับให้กับลูกค้าทุกท่าน ที่มอบความสะดวกสบาย อุ่นใจและไร้กังวลในทุกการเดินทาง และในทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของ ได้แก่

    • Personal Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวพิเศษเฉพาะลูกค้า WEY G9 เท่านั้น ที่จะช่วยดูแลในทุกที่ทุกเวลา และทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง อาทิ การแนะนำตอบคำถามด้านการใช้งานรถ ประสานงานแก้ไขกรณีมีปัญหาทางเทคนิค แจ้งเตือนและนัดหมายนำรถเข้ารับบริการ แจ้งเตือนและประสานงานต่ออายุทะเบียนรถยนต์หรือประกันอุบัติเหตุรถยนต์ประจำปี เป็นต้น
    • รถทดแทนการใช้งานรุ่น WEY G9 พร้อมบริการรับ-ส่ง ในกรณีที่รถ WEY G9 มีปัญหาทางด้านเทคนิคในระยะเวลารับประกันคุณภาพ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และต้องใช้ระยะเวลาในการซ่อมเกิน 2 วันทำการ GWM ขอมอบรถทดแทนการใช้งานเป็นรุ่น WEY G9 พร้อมบริการส่งและรับรถถึงมือท่าน เพื่อให้ลูกค้า WEY G9 ได้รับความสะดวกสบายอย่างต่อเนื่อง
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟ ไม่ว่ารถ WEY G9 จะไปเกิดปัญหาทางด้านเทคนิคอยู่ที่ใด ลูกค้า
      WEY G9 สามารถเลือกรับบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง) ดังต่อไปนี้

      • บริการรถลีมูซีนเพื่อรับ-ส่งลูกค้าคนพิเศษจากจุดเกิดเหตุเพื่อให้ท่านถึงที่หมายได้อย่างสะดวกและปลอดภัย (เฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล)
      • บริการช่วยเหลือค่าเดินทางต่อจากจุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
      • บริการจัดหาตั๋วเครื่องบินจากสนามบินใกล้จุดเกิดเหตุสู่จุดหมายปลายทาง
      • บริการจัดหาที่พักเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าระหว่างรอการแก้ไขปัญหาทางด้านเทคนิค
      • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กคลูซีฟไม่ครอบคลุมกรณีอุบัติเหตุทุกกรณี และจำกัดมูลค่าสูงสุดไม่เกิน 10,000 บาทต่อเหตุการณ์ โดยจะคำนวณจากมูลค่าที่เกิดขึ้นตามจริง ทั้งนี้การบริการดังกล่าวไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และมีระยะเวลา 5 ปี นับจากวันรับมอบรถ
    • บริการ Pick-up & Delivery GWM ขอมอบบริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะปีละ 2 ครั้ง เป็นระยะเวลา 5 ปี มูลค่าสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อปี ให้กับลูกค้า WEY G9
    • การบำรุงรักษา GPSI แบบไร้กังวล มอบความอุ่นใจในทุกการเช็กระยะ ด้วยบริการฟรีค่าแรงและค่าอะไหล่จำนวน 10 ครั้ง ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    นอกจากนี้ WEY G9 ยังมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น  ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม  ฟรี ค่าแรงและค่าอะไหล่บำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันคุณภาพรถใหม่ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่ปลั๊กอินไฮบริด 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดย GWM จะเริ่มส่งมอบ WEY G9 ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2569 เป็นต้นไป

    ** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

    สำหรับ WEY G9 โดยโดดเด่นใน 3 มิติสำคัญ หรือ 3C ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหารยุคใหม่อย่างแท้จริง ได้แก่

    • Confidence มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยสมรรถนะระดับแฟลกชิป: WEY G9 มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์เบนซิน 5 ลิตร เทอร์โบ ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังอัจฉริยะ DHT ให้กำลังรวมสูงสุด 442 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 642 นิวตันเมตร รองรับการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนสูงสุดถึง 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) พร้อมถังน้ำมัน 58 ลิตร มอบระยะทางขับขี่รวมกว่า 1,000 กิโลเมตร เหมาะสำหรับผู้บริหารที่ต้องเดินทางต่อเนื่องทั้งภายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จ หัวใจหลักของสมรรถนะอยู่ที่เทคโนโลยี Hi4 – Hybrid Intelligent 4-Wheel Drive ระบบไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะที่ผสาน “สามแหล่งพลังงาน + เก้าโหมดการทำงาน” สามารถปรับเปลี่ยนระบบการทำงานเพื่อรองรับทุกสภาพถนน ตั้งแต่พื้นผิวลื่นจนถึงการเข้าโค้งด้วยความเร็ว มาพร้อมระบบ ITVC ที่สามารถปรับแรงบิดแบบเรียลไทม์ภายใน 0.01 วินาที เพิ่มเสถียรภาพ ลดอาการลื่นไถล และมอบความมั่นใจสูงสุดในทุกสถานการณ์ โดยเทคโนโลยี Hi4 ได้รับรางวัลสูงสุดจาก China SAE ปี 2025 ตอกย้ำความเหนือชั้นด้านวิศวกรรมยานยนต์
    • Comfort ความสบายเหนือระดับที่สัมผัสได้จริง: ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบให้โปร่งโล่ง เดินผ่านสะดวกด้วยช่องกลางที่กว้างถึง 170 มิลลิเมตร นอกจากนี้ เบาะยังหุ้มด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูงที่ให้สัมผัสนุ่ม หรูหรา ระบายอากาศได้ดี เบาะแถวสองแบบ Zero Gravity Seat ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ของสภาวะไร้น้ำหนักในเทคโนโลยีอวกาศของ NASA ปรับเข้ามุม Golden Angle เพื่อให้หัวใจและหัวเข่าอยู่ระดับเดียวกัน มอบความสบายเกินพิกัด รองรับการเดินทางยาว ๆ ของผู้บริหาร เพิ่มความผ่อนคลายด้วยระบบนวดไฟฟ้า 6 โหมด ระบบระบายอากาศ พร้อมตู้เย็นภายในรถขนาดใหญ่ 5 ลิตร เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C มอบความสะดวกสบายขั้นสุดให้กับทุกการเดินทาง
    • Convenience ความสะดวกที่ชาญฉลาดและปลอดภัย: WEY G9 มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.3 สามารถแสดงสถานะรถในรูปแบบภาพสามมิติแบบเรียลไทม์ รองรับคำสั่งเสียงมากถึง 21 ภาษาและหลายสำเนียง ควบคุมทุกอย่างด้วยปลายนิ้ว เช่น สั่งเปิดฝาท้าย ปรับอุณหภูมิ หรือควบคุมระบบเบาะโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน รองรับ Petal Maps Navigation แบบ 3 มิติ การเชื่อมต่อกับแอปผ่าน GWM App Store และระบบความปลอดภัยไซเบอร์ระดับองค์กรแบบ End-to-End เพิ่มความมั่นใจให้ผู้ใช้ที่ต้องจัดการข้อมูลสำคัญ ทั้งยังมีระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ ถุงลมนิรภัย 6 จุด และโครงสร้างตัวถังที่ทำจากเหล็กกล้าสัดส่วนสูงถึง 01 เปอร์เซ็นต์ รวมถึงระบบปกป้องแบตเตอรี่หลายชั้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในทุกการเดินทาง

    สัมผัส WEY G9 – The Crafted Masterpiece ที่คุณจะต้องหลงใหลในความลักชัวรี่ ความล้ำสมัย และความสะดวกสบายได้แล้ววันนี้ และเตรียมพบกับการเปิดตัว NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม ที่จะมาเป็นเพื่อนคู่ใจในทุกไลฟ์สไตล์ โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ณ บูธ GWM A05 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    #GWM #GWMThailand #GWMWEY #WEYG9 #MotorExpo2025


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment