• ธนบุรีนอยสเติน สานต่อกิจกรรมสร้างคอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO รวมพลเจ้าของ GEELY EX2 ฉลองความสำเร็จระดับโลก

    1 Min Read

    ธนบุรีนอยสเติน สานต่อกิจกรรมสร้างคอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO รวมพลเจ้าของ GEELY EX2 ฉลองความสำเร็จระดับโลก

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของ GEELY GO คอมมูนิตี้แบรนด์ระดับโลก ผ่านกิจกรรมพิเศษสำหรับเจ้าของรถ GEELY EX2 ในการสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนเรือสิริมหรรณพ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงผู้ใช้งานเข้ากับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ GEELY EX2 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก พร้อมสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์และสมาชิกครอบครัว GEELY สะท้อนความมุ่งมั่นของ ธนบุรีนอยสเติน ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ

    ภายในงาน เจ้าของรถ GEELY EX2 และแขกผู้มีเกียรติรวมกว่า 70 คน ยังได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานและแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะสมาชิกของครอบครัว GEELY ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และสังคมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของเราในการต้อนรับลูกค้า GEELY EX2 สู่ครอบครัว GEELY อย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมฉลองความสำเร็จของรถไฟฟ้าซิตี้คาร์ยอดนิยมรุ่นนี้ที่มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 540,000 คัน และครองตำแหน่งรถยนต์นั่งที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศจีน และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมในประเทศไทยด้วยยอดจองสะสมทะลุ 6,000 คัน ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ GEELY และเป็นที่มาของการออกแบบกิจกรรมภายใต้บริบททางวัฒนธรรมของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนและเชื่อมโยงผู้คนมาอย่างยาวนาน เพื่อสื่อถึงแนวคิดของ GEELY ที่ผสานเข้ากับปรัชญาของธนบุรีนอยสเตินในการสร้างความผูกพันและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว”

    GEELY GO หัวใจสำคัญของการเดินเคียงข้างลูกค้า

    GEELY GO ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า GEELY Owners โดยวางผู้ใช้งานในฐานะศูนย์กลางของการขับเคลื่อนแบรนด์ ภายใต้พันธกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่ Inspiration เชื่อมแรงบันดาลใจผ่านการส่งเสริมศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม Connection สร้างสายสัมพันธ์ร่วมกับผู้คน เทคโนโลยี และชุมชนเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน และ Care มุ่งดูแลเคียงข้างสังคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนความยั่งยืน คอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO จึงถือเป็นพันธกิจเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างคุณค่าและความแตกต่างให้กับแบรนด์ ผ่านการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างผู้ใช้งานกับ GEELY และต่อยอดฐานลูกค้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

    นอกจากนี้ การรวมตัวของคอมมูนิตี้ GEELY GO จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ธนบุรีนอยสเติน ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธนบุรี ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ในการเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าชาวไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการในทุกมิติ โดยมีแผนขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครบ 65 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต และตอกย้ำบทบาทของธนบุรีนอยสเตินในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในระยะยาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Primus Group เสริมทัพ! รุกตลาด EV ลักชูรี ทุ่มงบ 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House แฟลกชิปใหม่ ย่านราชพฤกษ์

    1 Min Read

    Primus Group เสริมทัพ! รุกตลาด EV ลักชูรี ทุ่มงบ 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House แฟลกชิปใหม่ ย่านราชพฤกษ์

    Primus Group แรงไม่หยุด! รับอานิสงค์ตลาดรถ EV บูม ดันยอดรายได้ TOAVH พุ่งแตะ 12,000 ล้านบาท เร่งเสริมทัพขยายเครือข่ายธุริจ ทุ่มงบกว่า 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House Primus แฟลกชิฟใหม่ ย่านราชพฤกษ์  พร้อมเปิดเกมรุกตลาดภาคเหนือ เตรียมผุดโชว์รูมเพิ่มในเชียงใหม่ ขยายกลุ่มลูกค้ารถ EV พรีเมี่ยม

    นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตเพียงเล็กน้อย ส่งผลทำให้ธุรกิจหลายภาคส่วนชะลอ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การเร่งตัดสินใจซื้อยานยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ของภาครัฐ ประกอบกับกลยุทธ์ทางการตลาดของ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างหลากหลาย และมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตมากกว่า 74%

    เช่นเดียวกับ Primus Group ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยอดขายอันดับ 1 ในหลายแบรนด์ที่บริษัทดูแล โดยในปี 2568 มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 5,321 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มียอดขายรวม 3,211 คัน ส่งผลทำให้ TOAVH เติบโตกว่า 20% และมีรายได้รวมกว่า 12,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์เป็นกลุ่มหลัก ที่มีสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้ทั้งหมด

    ด้วยการเติบโตของธุรกิจกลุ่มดีลเลอร์รถยนต์ สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อ Primus Group ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการบริการระดับพรีเมียมแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดสำคัญในการมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจลูกค้า “Top of Mind Brand”

    ล่าสุด Primus Group ได้เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิด Zeekr House Primus โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ของ Zeekr แฟลกชิปแห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โดยโชว์รูมแห่งนี้ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน CI ใหม่ของแบรนด์ ภายใต้แนวคิดโชว์รูมระดับพรีเมียม–ลักชูรี ที่ผสานความหรูหรา ทันสมัย  และฟังก์ชันการใช้งานไว้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับมาตรฐานการ

    บริการที่ครอบคลุมทั้งด้านการจำหน่ายและบริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

    นอกจากนี้ เพื่อการรองรับการเติบโตของตลาดรถ EV ในอนาคต ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของ Primus Group ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดย Primus Group ได้รับความไว้วางใจจาก ZEEKR ประเทศไทย แต่งตั้งให้เป็นดีลเลอร์ Zeekr อย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลกลุ่มลูกค้าในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีแผนเปิด Zeekr House Primus สาขาเชียงใหม่อีก 1 แห่ง ภายในเดือนสิงหาคมศกนี้

    นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group กล่าวว่า Primus Group ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ การให้บริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) การมีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และการมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและเลือกซื้อรถยนต์ การส่งมอบรถยนต์ ไปจนถึงการดูแลบริการหลังการขาย รวมทั้งงานซ่อมสีและตัวถัง  เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    ด้วยหลักการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ทำให้ Primus Group ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านรางวัลความพึงพอใจของลูกค้า และรางวัลยอดขายอันดับ 1 จากหลายแบรนด์ที่บริษัทเป็นผู้แทนจำหน่าย สะท้อนถึงมาตรฐานการให้บริการระดับสูง และศักยภาพของทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ โดยแนวทางดังกล่าว จะนำมาใช้ในการบริหารงานและพัฒนา Zeekr House Primus ให้มีศักยภาพด้านบริการสูงสุดสำหรับลูกค้า Zeekr ด้วยเช่นกัน

    Zeekr House Primus เป็นโชว์รูม Flagship แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ เป็นทำเลที่ตั้งสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ด้วยพื้นที่ใช้งานกว่า 2 ไร่ ภายในได้รับการออกแบบให้ทันสมัยและสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ Zeekr อย่างชัดเจน ด้านหน้าเป็นพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ Zeekr ครบทุกรุ่น ทุกแบบกว่า 6 คัน พร้อมโซนรับรองลูกค้าระดับเอ็กซ์คลูซีฟ และบริการให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ ทั้งมีบริการอาหารว่าง-เครื่องดื่มที่เลือกสรรสำหรับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง เหนือระดับ และตอบโจทย์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัว

    นอกจากนี้ ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับการส่งมอบรถยนต์ที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าในช่วงเวลาสำคัญของการรับมอบรถยนต์ และการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Primus Group

    ด้านศูนย์บริการหลังการขาย Zeekr House Primus ได้ออกแบบพื้นที่เพื่อรองรับการให้บริการอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งงานตรวจเช็ก ซ่อมแซม บำรุงรักษา รวมถึงงานซ่อมสีและตัวถัง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสูง โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของ Zeekr พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อรองรับการดูแลรักษารถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีช่องซ่อมรวม 8 ช่อง รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้ถึง 600 คันต่อเดือน

    “การเปิด Zeekr House Primus บนถนนราชพฤกษ์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเรา ในการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการบริการรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย พร้อมรองรับการเติบโตของฐานลูกค้า Zeekr ที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต”

    Zeekr House Primus สาขาราชพฤกษ์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยฝ่ายขาย เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น. และในวันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. ส่วนศูนย์บริการ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.30-17.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 935 1555 หรือ  https://linktr.ee/Zeekr.Primus.Ratchaphruek


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM ชวนเจ้าของ ORA Good Cat ร่วมแชร์เรื่องราวประทับใจผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Memory” ลุ้นรับสิทธิ์ขับ ORA 5 EV ฟรี 5 ปีเต็ม!

    1 Min Read

    GWM ชวนเจ้าของ ORA Good Cat ร่วมแชร์เรื่องราวประทับใจผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Memory” ลุ้นรับสิทธิ์ขับ ORA 5 EV ฟรี 5 ปีเต็ม!

    – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด เพื่อฉลองการเปิดตัวของ GWM ORA 5 รถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชันใหม่ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Redefine Your New Era เพื่อยกระดับมาตรฐานรถ SUV-B ไปอีกขั้น ด้วย 2 ขุมพลังทางเลือกทั้ง EV และ HEV รวมถึงเพื่อขอบคุณลูกค้า GWM ORA Good Cat GWM (Thailand) จึงได้ออกแคมเปญสุดพิเศษ “Good Cat Good Memory” ชวนเจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่มีต่อเจ้าเหมียวไฟฟ้าคู่ใจ ผ่านภาพถ่ายและแคปชั่นที่ถ่ายทอดประสบการณ์สุดประทับใจ พร้อมลุ้นรับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวม 3 รางวัลใหญ่ เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้า GWM ORA Good Cat ทั่วประเทศ

    กิจกรรม #GoodCatGoodMemory เปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat ทุกรุ่น ร่วมสนุกได้ง่าย ๆ เพียงถ่ายภาพคู่กับ GWM ORA Good Cat ของคุณ พร้อมเขียนแคปชั่นเล่าความประทับใจหรือความทรงจำดี ๆ ที่มีต่อรถยนต์คู่ใจ และโพสต์ลงบนช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว (Facebook หรือ Instagram) โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #GoodCatGoodMemory และแคปภาพโพสต์ของคุณ โดยนำมาคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรมในเฟซบุ๊คเพจของ GWM ORA Thailand และลงทะเบียนยืนยันตัวตนการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat ผ่านลิงก์ https://forms.gle/isufvcNNZdhQuZyM7

    โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat รุ่นใดก็ได้ และกดไลก์เพจ GWM ORA Thailand เพื่อยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม สำหรับรางวัลสุดพิเศษที่เตรียมไว้สำหรับผู้โชคดี ได้แก่

    • รางวัลที่ 1: สิทธิ์ขับ GWM ORA 5 EV ฟรี ระยะเวลา 5 ปี* จำนวน 1 รางวัล
    • รางวัลที่ 2: iPhone 17 Pro Max (256GB) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 48,900 บาท
    • รางวัลที่ 3: กล้อง Insta360 รุ่น X5 จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 18,900 บาท

     

    คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ปฏิบัติตามกติกาครบถ้วนและสามารถถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายและแคปชั่นได้โดนใจมากที่สุด

    โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รับคะแนนจากคณะกรรมการสูงสุด 3 ท่านแรก (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) จะเป็นผู้ได้รับรางวัลโดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้

    • ส่วนที่ 1 : 30 คะแนน พิจารณาจากความสามารถในการเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์จริง โดยถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างชัดเจน แสดงถึงความประทับใจที่มีร่วมกับ GWM ORA Good Cat
    • ส่วนที่ 2 : 25 คะแนน พิจารณาจากความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ โดยมีรูปแบบการเล่าเรื่อง มุมมอง และการนำเสนอมีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่น
    • ส่วนที่ 3 : 25 คะแนน พิจารณาจากความเชื่อมโยงกับแบรนด์ โดยเรื่องราวต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า GWM ORA Good Cat เป็นส่วนสำคัญของความทรงจำ เข้ามาเติมเต็มหรือยกระดับไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    • ส่วนที่ 4 : 20 คะแนน พิจารณาจากคุณภาพและความสมบูรณ์ของผลงาน ภาพและแคปชั่นต้องมีความชัดเจน นำเสนออย่างเหมาะสม เป็นไปตามกติกาและรายละเอียดตามที่กำหนดอย่างครบถ้วน

     

    ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2569 – 31 มีนาคม 2569 ภายในเวลา 23.59 น. และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. ทาง Facebook Fan Page: GWM ORA Thailand

     

    ศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่

    https://drive.google.com/file/d/10oLfRgCqyIdLyyLNL83owJtaiFCzzN2D/view?usp=sharing

    มาร่วมแบ่งปันโมเมนต์และความทรงจำดี ๆ กับรถยนต์คู่ใจของคุณ ผ่านแคมเปญ #GoodCatGoodMemory เพราะทุกการเดินทางกับ GWM ORA Good Cat เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าจดจำ

     

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5 #ORA5 #ORA #ORAGoodCat #GoodCatGoodMemory


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก จัดแสดง Bentayga Hybrid ยนตรกรรมหรูแต่งสปอร์ตกับข้อเสนอมอเตอร์โชว์ พร้อมรับรถทันที ณ งาน AAS Group Roadshow 2026

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก จัดแสดง Bentayga Hybrid ยนตรกรรมหรูแต่งสปอร์ตกับข้อเสนอมอเตอร์โชว์ พร้อมรับรถทันที ณ งาน AAS Group Roadshow 2026

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษสัมผัสความสปอร์ตของ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สุดหรูที่โดดเด่นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตพร้อมส่งมอบกับข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า โดยผู้เข้าชมงานยังสามารถเลือกช้อปคอกเลกชันเบนท์ลีย์ สินค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์และเรียบหรูอย่างตุ๊กตาหมี เสื้อโปโล หมวกเบสบอล เครื่องหนัง และคอลเลกชันอื่นๆ อีกมากมายที่ลดสูงสุดถึง 35% ในงาน AAS Group Roadshow 2026 วันนี้ ถึง วันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม

    ภายในงานฯ ผู้สนใจจะได้สัมผัสกับ Bentayga Hybrid รถยนต์แบบอเนกประสงค์สมรรถนะสูง ขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V6 Hybrid ในเฉดสีขาว Glacier White กับความโดดเด่นด้วยชุดแต่ง Blackline Specification ที่จะสะท้อนสมรรถนะอันเหนือชั้นและรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวของยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับคุณสมบัติ LED Welcome Lamps สู่สัมผัสแห่งความเรียบหรูด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และการเดินด้ายปักโลโก้แบบคอนทราสต์ในเฉดสีขาว Linen บนเบาะโดยสาร พร้อมเพิ่มบรรยากาศความสปอร์ตและความร่วมสมัยด้วยวีเนียร์แบบ Diamond Brushed Aluminium สุดยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ยังมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ในโหมดพลังงานไฟฟ้า (EV) อันเงียบสงบที่สามารถตอบโจทย์การผสมผสานไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวในแบบยนตรกรรมสปอร์ตเข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ได้เป็นอย่างดี

    ผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบภายในงานฯ เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอมูลค่าสูงส่งท้ายไตรมาสแรกของปี ข้อเสนอเดียวกับในช่วงมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยนช์ที่เหนือกว่าโดยผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ให้ลูกค้าสามารถรับรถได้ทันที พร้อมรับความอุ่นใจไปกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม และสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตสูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าปลุกพลังความสปอร์ต! รวมพลสายสปอร์ตตัวจริง สัมผัส DNA แห่งความเร้าใจ กับกิจกรรม Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance รวมพลังคน Type R ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569

    1 Min Read

    ฮอนด้าปลุกพลังความสปอร์ต! รวมพลสายสปอร์ตตัวจริง สัมผัส DNA แห่งความเร้าใจ กับกิจกรรม Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance รวมพลังคน Type R ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กลับมาสร้างความเร้าใจอีกครั้งกับงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance เนรมิตพื้นที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง ให้กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่านักขับและแฟนพันธุ์แท้ Type R กว่า 150 คน ได้ร่วมสัมผัสความสปอร์ตและถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างเต็มพิกัด พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และส่งต่อความภาคภูมิใจในฐานะเจ้าของยนตรกรรมที่เป็นที่สุด ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตอันเป็น DNA ของฮอนด้าอย่างแท้จริง

    • Welcoming Zone จุดลงทะเบียนที่ต้อนรับเหล่าสาวกด้วยความพิเศษกับแบ็กดร็อปเช็คอิน ให้ได้เก็บภาพความประทับใจคู่กับรถคันโปรดในมุมที่สวยที่สุด พร้อมให้เหล่าผู้เข้าร่วมได้พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การขับขี่ในบรรยากาศเป็นกันเอง

    • กิจกรรม Legend of Type R กับการจัดแสดงรถยนต์ Civic Type R ครบทั้ง 7 เจเนอเรชัน ให้แฟน ๆ ได้ย้อนรอยวิวัฒนาการความสปอร์ตแบบใกล้ชิด

    • กิจกรรม Test Drive ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลงสนามจริง เพื่อสัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจของ Honda Civic Type R ด้วยตัวเอง พิสูจน์ความเหนือชั้นของขุมพลังที่ตอบสนองได้อย่างใจคิด ช่วยให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

    • กิจกรรม Type R Insight Talk กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญชวนเจ้าของ Type R ส่งต่อแรงบันดาลใจ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะและเสน่ห์ของ DNA ความสปอร์ต

    • ปิดท้ายความตื่นเต้นด้วยกับการมอบรางวัล Shoot & Share สำหรับผู้ที่เก็บภาพบรรยากาศสุดเท่และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมรางวัลใหญ่ให้กับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด อีกทั้ง รางวัล Popular Vote เปิดโอกาสให้ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ ให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน

    คุณเจตน์ ศศิมณฑล เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R (รุ่น FL5) กล่าวว่า “การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผมได้พบกับกลุ่มคนที่มีแพสชันเดียวกัน คือ คนที่รักใน Civic Type R  สำหรับผม Civic Type R คือรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ่ายทอดสมรรถนะระดับสนามแข่งมาสู่การขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว การได้เห็นเพื่อน ๆ แสดงตัวตนผ่านการตกแต่งรถในหลากหลายสไตล์ ยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และตอกย้ำว่าความสปอร์ตของ Civic Type R สามารถสะท้อนออกมาได้ในแบบที่แตกต่าง แต่มีหัวใจเดียวกัน และผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ขับ Civic Type R”

    ด้าน คุณฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ นักแข่งทีม YK Motor Sport เจ้าของรถยนต์ Civic Type R (รุ่น FK2) เปิดเผยว่า “ผมมีโอกาสได้สัมผัส Civic Type R มาเกือบทุกรุ่น ผมประทับใจในสมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งแรงและขับสนุก กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผมได้กลับมาเจอกับครอบครัว Civic Type R ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองจากการใช้งานจริงร่วมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันแข็งแกร่งของกลุ่มคนรัก Civic Type R ในประเทศไทย และยิ่งตอกย้ำว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถสมรรถนะสูง แต่คือแพสชันที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีหัวใจเดียวกันเข้าด้วยกัน”

    งาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรวมตัวของคนรักความเร็ว แต่เป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จในการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งหล่อหลอมขึ้นจากความหลงใหลในจิตวิญญาณความสปอร์ต ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งต่อความภาคภูมิใจและสร้างมิตรภาพที่เหนียวแน่นผ่านประสบการณ์ที่เหนือระดับ เพื่อให้ครอบครัว Civic Type R เติบโตไปพร้อมกับแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด และร่วมขับเคลื่อนทุกความฝันให้กลายเป็นจริงในทุกเส้นทาง

    โค้งสุดท้าย ! กับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance”  พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

    • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*  
    • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
      Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท** 

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)

    1 Min Read

    อีซูซุแจ้งความคืบหน้าการดำเนินงานตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)

    อีซูซุในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ของประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนนโยบายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนและการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ของรัฐบาลไทย ตลอดจนสนับสนุนเป้าหมายของประเทศไทยในการเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ด้วยแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) ตั้งแต่อีซูซุได้ประกาศ อย่างเป็นทางการไปเมื่อต้นปี 2567 อีซูซุได้ทุ่มเทกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่เหมาะกับการใช้งานในรูปแบบที่แตกต่างกัน  ทั้งการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่ซับซ้อนและแตกต่างกัน ได้แก่

    • การเริ่มจำหน่ายรถ “อีซูซุ ดีแมคซ์ MHEV” เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2567 โดยมีกลุ่มลูกค้าในหัวเมืองใหญ่ และ ลูกค้าองค์กรเป็นหลัก
    • การเริ่มส่งออกรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” จากฐานการผลิตจากประเทศไทยเป็นยี่ห้อแรกไปยังยุโรปเมื่อกลางปี 2568 และการเริ่มจำหน่ายในประเทศไทยในเดือนมีนาคม 2569 นี้
    • การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้า “อีซูซุ เอลฟ์ อีวี” (Isuzu Elf EV)
    • การทดลองโซลูชั่นการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ในประเทศไทย เพื่อยกระดับประสิทธิภาพในการขนส่ง
    • และการพัฒนาไบโอดีเซลเจเนอเรชันใหม่โดยร่วมมือกับกลุ่มปตท. ในการทดสอบการใช้งานจริงกับรถเครื่องยนต์ดีเซล เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ใช้รถ

    มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ตลอด 69 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย อีซูซุได้มุ่งเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการโดยยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” อีซูซุเคียงข้างคุณ…เคียงคู่ไทย เราเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมาโดยตลอด ทั้งการตั้งโรงงานผลิตรถอีซูซุ 2 แห่งในประเทศไทยพร้อมทั้งการลงทุนต่าง ๆ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนไทย  การใช้ชิ้นส่วนในประเทศในระดับสูง การส่งออกรถปิกอัพจากฐานการผลิตในประเทศไทยไปมากกว่า 100 ประเทศทั่วโลก ถือเป็นสินค้าเมดอินไทยแลนด์ที่มีคุณภาพสูง สร้างรายได้ให้กับประเทศมหาศาล จนมีส่วนทำให้รถปิกอัพกลายเป็น “โปรดักแชมเปี้ยน” ของประเทศ สะท้อนจุดยืนในการสร้างคุณค่าทางสังคมของอีซูซุตลอดมา

     

    นอกจากนโยบายการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยแล้ว อีซูซุยังสนับสนุนนโยบายการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนที่รัฐได้ตั้งเป้าหมายไว้ในปี พ.ศ. 2593 (2050) และการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี พ.ศ. 2608 (2065) ในฐานะผู้นำรถเพื่อการพาณิชย์ระดับโลก อีซูซุจึงมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความเป็นกลางทางคาร์บอนสำหรับรถเพื่อการพาณิชย์โดยเฉพาะ ซึ่งมีความแตกต่างจากรถประเภทอื่น ๆ เนื่องจากวัตถุประสงค์ในการใช้งานที่ต่างกัน อาทิ ความสามารถในการบรรทุก ความแข็งแกร่งทนทาน ประสิทธิภาพการขนส่ง เป็นต้น

     

    จากความสำเร็จในการพัฒนารถปิกอัพยอดนิยมเครื่องยนต์ดีเซล 2.2 / 3.0 Ddi MAXFORCE Euro 5 ที่ได้รับการยอมรับจากผู้ใช้ว่า มีสมรรถนะสูง ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม แข็งแกร่งทนทาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ในวันนี้ อีซูซุขอแนะนำ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” รถปิกอัพพลังไฟฟ้า 100% เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าชาวไทย รถรุ่นนี้ถือเป็นรถปิกอัพไฟฟ้ายี่ห้อแรกจากฐานการผลิตไทยไปจำหน่ายยังตลาดยุโรป ตั้งแต่กลางปีที่ผ่านมา การที่อีซูซุใช้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถปิกอัพไฟฟ้า “อีซูซุ ดีแมคซ์ EV” เป็นการตอกย้ำว่าประเทศไทยจะยังคงเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและการลงทุนที่สำคัญที่สุด ไม่เฉพาะเรื่องผลิตภัณฑ์เท่านั้น เรายังให้ความสำคัญกับบริการหลังการขาย โดยได้เตรียมความพร้อมสำหรับ“อีซูซุ ดีแมคซ์ EV”อีกด้วย โดยมีแพคเกจซ่อมบำรุงรักษาให้ลูกค้า ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

     

    ลูกค้าที่สนใจสามารถไปสัมผัสตัวจริงได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 วันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569

     

    เราเชื่อมั่นในแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality) อีซูซุนำเสนอทางเลือกของระบบขับเคลื่อนอันหลากหลาย ซึ่งออกแบบให้สอดคล้องกับความต้องการของแต่ละประเทศและภูมิภาค รวมถึงสภาพการใช้งานเฉพาะของพื้นที่นั้น ๆ เรายังเชื่อมั่นว่า การใช้งานเพื่อการพาณิชย์นั้น รถปิกอัพเครื่องยนต์ดีเซล ยังคงเป็นรถที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่รถประเภทอื่น ๆ เช่น รถปิกอัพไฟฟ้า จะเป็นทางเลือกสำหรับลูกค้าเฉพาะกลุ่มเท่านั้น สำหรับโครงการสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอื่น ๆ ของอีซูซุนั้น กำลังดำเนินการตามแผนที่เคยประกาศไว้ ทั้งรถบรรทุก และน้ำมันทางเลือกใหม่ ซึ่งเราจะมาแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าเป็นระยะ”

    นอกจากในประเทศไทยแล้ว อีซุซุยังมีการลงทุนในศูนย์พัฒนาและทดสอบยานยนต์ไฟฟ้า “The EARTH Lab” ที่เมืองฟูจิซาวะ ประเทศญี่ปุ่น การทดสอบรถบรรทุกไฟฟ้าเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน การสร้างสนามทดสอบรถขับเคลื่อนอัตโนมัติไร้คนขับที่สนามทดสอบรถอีซูซุ ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น (ISUZU HOKKAIDO PROVING GROUND) รวมถึงการพัฒนายานยนต์ไร้คนขับรุ่นใหม่ในรถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์เพื่อนำมาใช้ในการทดสอบ ซึ่งได้ผ่านการวิ่งระยะทางรวมแล้วกว่า 150,000 กิโลเมตร ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น นับตั้งแต่เริ่มการพัฒนาอย่างเต็มรูปแบบในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และได้ดำเนินการทดสอบการขับขี่อัตโนมัติเพื่อการใช้งานจริงเชิงธุรกิจบนถนนสาธารณะสำหรับเส้นทางโลจิสติกส์ของอีซูซุในประเทศญี่ปุ่นแล้วในต้นปีนี้ ตามแนวคิด “โซลูชั่นส์อันหลากหลายสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน” (Multi-pathways to Carbon Neutrality)…ตลอดระยะเวลา 69 ปี ของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย อีซูซุไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนาผ่านนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่างๆ พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยเดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนตามที่ได้ตั้งไว้ ในฐานะนิติบุคคลที่ดีเสมอมาภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทย “วิถีอีซูซุ” (Isuzu Spirit) – – ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ธนบุรีนอยสเติน ผนึกเครือข่ายผู้จำหน่าย  ต่อยอดความสำเร็จ GEELY EX5 และ GEELY EX2  พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตในไทยอย่างยั่งยืน

    1 Min Read

    ธนบุรีนอยสเติน ผนึกเครือข่ายผู้จำหน่าย  ต่อยอดความสำเร็จ GEELY EX5 และ GEELY EX2  พร้อมขับเคลื่อนการเติบโตในไทยอย่างยั่งยืน

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานประชุมผู้จำหน่าย “GEELY Dealer Conference 2026” ภายใต้แนวคิด “Winning the Next Era” ตอกย้ำความสำเร็จของ GEELY EX5 และ GEELY EX2 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าชาวไทย พร้อมประกาศวิสัยทัศน์การยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของแบรนด์ ไปพร้อมกับสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าในระยะยาว และยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ให้ครอบคลุมในทุกมิติ

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยกำลังก้าวข้ามการแข่งขันด้านราคา สู่ยุคของการแข่งขันด้านความเชื่อมั่นอย่างแท้จริง ผู้บริโภคมองหาแบรนด์ที่ไว้วางใจได้ ทั้งในด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการดูแลระยะยาว ธนบุรีนอยสเติน ในฐานะผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการ เรานำจุดแข็งของแบรนด์ยานยนต์คุณภาพระดับโลก ผสานกับความเข้าใจตลาดไทยอย่างลึกซึ้งและดีเอ็นเอการบริการที่เหนือระดับของกลุ่มธนบุรี เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าชาวไทย เราเชื่อมั่นว่า ‘ผลิตภัณฑ์ระดับโลก ต้องมาพร้อมการดูแลแบบไทย’ และนี่คือรากฐานสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นและการเติบโตอย่างยั่งยืนของ GEELY ในประเทศไทย”

    ภายในงาน ธนบุรีนอยสเติน เน้นย้ำทิศทางการเติบโตของแบรนด์ในปีนี้ ผ่านหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยจะยกระดับความแข็งแกร่งในแต่ละด้านมากขึ้น ได้แก่

     

    การต่อยอดความเชี่ยวชาญของกลุ่มธนบุรี ซึ่งมีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยยาวนานกว่า 85 ปี เพื่อสนับสนุนเครือข่ายผู้จำหน่ายให้สามารถเข้าถึงและเข้าใจความต้องการของลูกค้าในประเทศไทยได้อย่างลึกซึ้ง ทั้งในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค ไลฟ์สไตล์การใช้งาน และแนวโน้มของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า รวมถึงการต่อยอดองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าและระบบแบตเตอรียุคใหม่ พร้อมสนับสนุนกลยุทธ์การขายและการตลาดแบบ 360 องศา เพื่อเสริมศักยภาพของดีลเลอร์ทั่วประเทศ

    การชูผลิตภัณฑ์คุณภาพและนวัตกรรมระดับโลกของ GEELY ซึ่งโดดเด่นด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ ก็เป็นอีกหนึ่งหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนธุรกิจ โดยในปีนี้ นอกจากการเดินหน้าต่อยอดความสำเร็จของ GEELY EX5 รถอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า ที่ได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามนับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ธนบุรีนอยสเติน ยังมีแผนเปิดตัวยานยนต์รุ่นพิเศษ พร้อมเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดประเทศไทย เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่หลากหลายได้มากขึ้น

     

    นอกจากนี้ การสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ยอดเยี่ยมผ่านการบริการหลังการขายระดับพรีเมียม ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างยั่งยืน โดยบริษัทมุ่งพัฒนาเครือข่ายศูนย์บริการให้ได้มาตรฐานระดับสากล พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการฝึกอบรม และการนำเทคโนโลยีการบำรุงรักษาที่ทันสมัยมาใช้ เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดในทุกมิติ และสร้างความมั่นใจว่า GEELY จะอยู่เคียงข้างกับลูกค้าในระยะยาว

     

    ปัจจุบัน ธนบุรีนอยสเติน ได้ขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายครอบคลุม 57 แห่งทั่วประเทศ และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 65 แห่งภายในปี 2569 นี้ เพื่อรองรับการเติบโตของฐานลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทยภายในปีนี้

     

     

    “ความสำเร็จของ GEELY ในประเทศไทย สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างธนบุรีนอยสเตินและเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ซึ่งถือเป็นพันธมิตรสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนการเติบโตของแบรนด์ โดยหัวใจสำคัญเหล่านี้จะยังคงเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงานและจะเพิ่มความเข้มข้นมากขึ้น เพื่อขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จร่วมกันกับเครือข่ายผู้จำหน่าย ผลักดันการเติบโตของ GEELY และก้าวสู่การเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างแข็งแกร่ง” นายณรงค์ กล่าวปิดท้าย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า พาร์ทเนอร์ที่คุณมั่นใจตลอดการใช้งาน “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่น” มั่นใจ! ด้วยศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาคในประเทศไทย พร้อมศูนย์บริการและโชว์รูมกว่า 200 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

    1 Min Read

    ฮอนด้า พาร์ทเนอร์ที่คุณมั่นใจตลอดการใช้งาน “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่น” มั่นใจ! ด้วยศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาคในประเทศไทย พร้อมศูนย์บริการและโชว์รูมกว่า 200 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

    การตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ ไม่ใช่เพียงการมองหาพาหนะสำหรับเคลื่อนที่ แต่คือการเลือกเพื่อนร่วมทางที่มอบความมั่นใจว่าจะอยู่เคียงข้างกันไปตลอดทุกเส้นทาง บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยเบื้องหลังความสบายใจในการใช้งานรถยนต์ฮอนด้า ผ่านรากฐานที่แข็งแรงของ Honda’s Asian Parts Center (APC) ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้าซึ่งตั้งอยู่ในประเทศไทย “อะไหล่พร้อม ศูนย์บริการพร้อม ความพร้อมที่คุณเชื่อมั่นครอบคลุมทุกเส้นทาง” เพื่อส่งมอบรอยยิ้มและดูแลทุกการขับขี่อย่างครอบคลุม ด้วยศูนย์บริการฮอนด้ามากกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมใส่ใจดูแลครอบครัวฮอนด้าในทุกการเดินทาง

    ใส่ใจดูแลด้วยความเชื่อมั่น พร้อมเคียงข้างคุณมากกว่า 20 ปี

    Honda’s Asian Parts Center (APC) ศูนย์กลางอะไหล่ประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียของฮอนด้าที่ตั้งอยู่ในประเทศไทย ครอบคลุมพื้นที่กว่า 129,600 ตารางเมตร เทียบเท่าขนาดสนามฟุตบอล 18 สนาม เป็นหัวใจสำคัญในการบริหารจัดการอะไหล่รถยนต์ฮอนด้า โดยอาศัยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สะสมมานานกว่า 27 ปี โดยฮอนด้าสำรองอะไหล่สำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นกว่า 20 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจว่ารถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นจะได้รับการดูแลด้วยอะไหล่ที่ครบครันและครอบคลุมสูงสุด ไม่ว่าจะเป็นรถรุ่นปัจจุบัน หรือรถในตำนานอย่าง Honda Civic EG และ Honda Civic EK Coupe
    สปอร์ตคูเป้ยุค 90 ซึ่งฮอนด้ายังคงมีอะไหล่สำรองบางชิ้นที่เป็นอะไหล่ที่มีความต้องการใช้งานสูงของรถยนต์รุ่นนั้น
    เพื่อรองรับตลอดการใช้งาน สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่า การดูแลครอบครัวฮอนด้าไม่ได้จบลงเมื่อรถถูกส่งมอบ
    แต่ยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องหลายสิบปี     

     

    ดูแลทันใจ เป็นพาร์ทเนอร์ที่พร้อมอยู่เคียงข้าง

    หัวใจสำคัญของการบริการหลังการขายสำหรับฮอนด้า คือการมุ่งเน้นให้รถยนต์ของลูกค้ากลับมาพร้อมใช้งานได้เร็วที่สุด ฮอนด้าจึงได้พัฒนาระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและโลจิสติกส์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาปรับใช้เพื่อให้การเบิกจ่ายอะไหล่มีความรวมเร็วและแม่นยำ โดยวางมาตรฐานจัดส่งอะไหล่ถึงมือตัวแทนจำหน่ายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลภายใน 1 วัน และภายใน 2 วันสำหรับพื้นที่ต่างจังหวัด เพื่อให้การบริการและการซ่อมเป็นไปอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว

     

    นวัตกรรมเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน สร้างสังคมปลอดมลพิษ

    นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อสังคมที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นหลัง ผ่านเป้าหมายการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 โดย Honda’s Asian Parts Center ได้นำเป้าหมายนี้มาปรับใช้ในกระบวนการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการบริหารจัดการพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ การติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรด้วยการรีไซเคิลกระดาษเหลือใช้เพื่อผลิตเป็น กระดาษรังผึ้งสำหรับบรรจุภัณฑ์ ทดแทนการใช้พลาสติกและกระดาษใหม่ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งมิติที่ฮอนด้าได้ส่งต่อความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมผ่านกระบวนการทำงาน

    ทั้งนี้ ความเชื่อมั่นในแบรนด์ฮอนด้าส่วนหนึ่งถูกสร้างขึ้นจากรากฐานการผลิตที่แข็งแกร่งและสร้างการเติบโตของอุตสาหกรรมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยอะไหล่ของฮอนด้ากว่า 90% ถูกผลิตขึ้นภายในประเทศไทย การใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตภายในประเทศ ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนและระบบขนส่งเท่านั้น แต่ยังทำให้ค่าเบี้ยประกันภัยของรถยนต์อยู่ในระดับที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้ง่าย อีกทั้ง ช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ พร้อมทั้งพัฒนาองค์ความรู้และทักษะให้กับบุคลากรชาวไทย เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

     

     

    ความไว้วางใจที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น

    คุณวัชรรักษ์ สินทัตตโสภณ เจ้าของรถยนต์ Honda City Hatchback กล่าวด้วยความประทับใจว่า “สำหรับผม การซื้อรถหนึ่งคันเป็นเหมือนการลงทุนในระยะยาว สิ่งที่ทำให้ผมมั่นใจในฮอนด้า เพราะมีศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ และสัมผัสได้ถึงมาตรฐานการดูแลและความใส่ใจของทีมช่าง ทำให้ผมมั่นใจว่าฮอนด้าพร้อมดูแลรถไปได้ยาว ๆ ครับ”

    ทางด้านคุณเขมจิรา วังกะพันธ์ เจ้าของรถยนต์ Honda Civic e:HEV ถ่ายทอดความรู้สึกว่า “ฮอนด้าเป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจที่อยู่กับครอบครัวมานาน ตั้งแต่รุ่นคุณปู่ คุณพ่อคุณแม่ จนมาถึงรุ่นปัจจุบันค่ะ ไม่ว่าจะขับรถไปที่ไหน ก็จะเห็นศูนย์บริการในทุกพื้นที่ ทุกครั้งที่นำรถเข้าเช็กระยะ ก็สัมผัสได้ถึงมาตรฐานการดูแลและความใส่ใจของพี่ ๆ ทีมช่างที่ดูแลเราเหมือนคนในครอบครัว เป็นความผูกพันที่ส่งต่อกันมา และที่สำคัญขายต่อก็ได้ราคาดี ทำให้เรามั่นใจในการใช้รถและพร้อมที่จะฝากให้พาร์ทเนอร์อย่างฮอนด้าคอยดูแลไปตลอดการใช้งาน”

    จากลูกค้ารถยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย มากกว่า 2.6 ล้านคัน ตลอดเวลากว่า 40 ปี ตอกย้ำให้เห็นได้อย่างชัดเจนว่า ฮอนด้าพร้อมส่งมอบผลิตภัณฑ์และการดูแลลูกค้าที่ดีเยี่ยมตลอดการใช้งาน ทั้งความพร้อมของอะไหล่ จากศูนย์กลางอะไหล่ระดับภูมิภาค ความเชี่ยวชาญของบุคลากร และการบริการที่เป็นเลิศของเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมที่ครอบคลุมกว่า 200 แห่งทั่วประเทศ สิ่งเหล่านี้คือรากฐานสำคัญที่ทำให้ความเชื่อมั่นในแบรนด์ฮอนด้าถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไม่เสื่อมคลาย เพราะสำหรับฮอนด้า ลูกค้าทุกคนเปรียบเสมือนคนสำคัญในครอบครัว และฮอนด้าก็พร้อมที่จะเคียงข้างคุณในทุกการขับขี่และตลอดการใช้งาน

    #HondaPartnerForYourDrive


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM ปักหมุดเตรียมประกาศราคา ORA 5 ทั้ง HEV และ EV พร้อมพบกับ “Secret Model” และเทคโนโลยีขุมพลังระดับโลก ในงาน Bangkok International Motor Show 2026

    1 Min Read

    GWM ปักหมุดเตรียมประกาศราคา ORA 5 ทั้ง HEV และ EV พร้อมพบกับ “Secret Model” และเทคโนโลยีขุมพลังระดับโลก ในงาน Bangkok International Motor Show 2026

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส GWM (Thailand) เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวไทย หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดตัว GWM ORA 5 ครั้งแรกของตลาดโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Bangkok International Motor Show 2026) ด้วยไฮไลต์สำคัญ กับการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ GWM ORA 5 ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด จาก GWM ที่นำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ กับทางเลือกขุมพลังทั้ง EV และ HEV ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือผู้ที่ต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่ผสานความประหยัดและความคล่องตัวในการใช้งานที่ยืดหยุ่นในชีวิตประจำวัน พร้อมกันนี้ GWM ยังเตรียมเผยโฉม Secret Model’ กับเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ที่แฟนๆ GWM คาดไม่ถึงบนเวที Motor Show ปีนี้อีกด้วย

    นอกจากนี้ GWM ยังขนทัพ Technology Showcase สุดล้ำ ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future Mobility) โดยประกอบด้วย กลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ เครื่องยนต์ V6 เครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ; กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ระบบ Hi4 เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ เครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T / 1.5T เจเนอเรชันใหม่ที่เน้นการประหยัดพลังงานพร้อมสมรรถนะที่มากกว่า; กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งจัดแสดงมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ทนทานสูง พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพ; กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้าพร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ และสุดท้ายคือกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซน์พรีเมียมและเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ

     

    สำหรับ GWM ORA 5 ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญในงานมอเตอร์ โชว์ 2026 ในปีนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความทันสมัย ความประหยัดพลังงาน และความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ ORA ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ตอบสนองการใช้งานได้ทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล โดยรุ่น EV มอบระยะทางการขับขี่ที่ไกลกว่าถึง 520 กิโลเมตร (NEDC) รวมถึงประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ขณะที่รุ่น HEV มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสมรรถนะและการประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มากถึง 18 ระบบ

     

    เตรียมพบกับการประกาศราคา GWM ORA 5 และ Secret Model เซอร์ไพรส์ครั้งใหม่เอาใจแฟนๆ GWM ได้ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 รอบสื่อมวลชนในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 10.40-10.55 น. ณ บูธ GWM หมายเลข A10 ณ อาคาร Challenger Hall 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าว ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ GWM Thailand ทั้ง Facebook, YouTube และ TikTok ตั้งแต่เวลา 10.20 น. เป็นต้นไป สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถสัมผัสเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจาก GWM นำโดย GWM ORA 5 ได้ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)

     

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5SUV #GWMORA5HEV #ORA5 #ORA #MotorShow2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ

    1 Min Read

    เอ็มจี เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 The First Premium Intelligent e-SEDAN” ที่เตรียมเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เป็นเจ้าของด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เทคโนโลยีการควบคุมรถอัจฉริยะ ดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่น คุณสมบัติการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง รวมถึงความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมชวนสัมผัสและทดลองขับ MG IM5 คันจริงในงานมอเตอร์โชว์ 2026

     

    สำหรับ MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” มีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติ โดย เอ็มจี ได้ถ่ายทอดความเหนือระดับของยนตรกรรมคันนี้ผ่าน 5 ไฮไลท์สำคัญของ MG IM5 ที่รวบรวมจุดเด่นทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และมาตรฐานความปลอดภัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

    1. Safety is IM’s First Priority มั่นใจทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก

    หัวใจสำคัญของ เอ็มจี ที่ถ่ายทอดสู่ MG IM5 คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมในทุกองค์ประกอบของรถ ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ระบบแบตเตอรี่ ไปจนถึงแชสซีและระบบควบคุมการเคลื่อนไหวของรถ หรือ Motion Control Safety ที่พัฒนาเพื่อเสริมการปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์ พร้อมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ โดยรถยนต์ เอ็มจี ยังได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ด้วยการได้รับการรับรองระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ที่สำคัญ แบตเตอรี่ยังผ่านการทดสอบ Needle Puncture Test จากศูนย์ทดสอบยานยนต์แห่งชาติของจีน และได้รับการรับรอง 5 ดาว จาก China Electric Vehicle Fire Safety Index อย่างครบครันทั้งระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน การป้องกันไฟไหม้ และการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมโครงสร้างป้องกันหลายชั้น ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงลดอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ภายใน 30 วินาที และระบบ AI ที่ตรวจสอบการทำงานของแบตเตอรี่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานในทุกการเดินทาง

    2. Intelligent 4-Wheel Steering System พร้อมระบบ One Touch iAD พลิกนิยามการควบคุมรถให้เหนือชั้น

     MG IM5 มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent 4-Wheel Steering) ที่ช่วยให้การควบคุมรถคล่องตัวและแม่นยำยิ่งขึ้น ลดรัศมีวงเลี้ยวเหลือ เพียง 4.99 เมตร ทำให้การกลับรถในที่แคบหรือการขับในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่าย พร้อมเพิ่มเสถียรภาพในการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง ผสานการทำงานกับ เทคโนโลยี One Touch iAD ที่ช่วยให้การจอดรถและควบคุมการเคลื่อนตัวของรถเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการจอดข้างทาง เข้าช่องจอด หรือถอยออกจากพื้นที่แคบ ระบบสามารถคำนวณและควบคุมการเคลื่อนรถได้อย่างแม่นยำ ช่วยคลี่คลายปัญหาที่จอดยากในชีวิตประจำวัน ให้ทุกสถานการณ์การจอดเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมั่นใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ขับขี่

    3. Stunning Design ในรูปแบบ “Premium Intelligent e-SEDAN” ที่สะกดทุกสายตาในทุกมุมมอง

    การดีไซน์ของ MG IM5 ถ่ายทอดความหรูหราที่ผสานพลังแห่งความสปอร์ตได้อย่างประณีต ในรูปแบบ Sport Coupe Sedan ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนลื่นไหล สร้างภาพลักษณ์ที่พลิ้วไหวแต่แฝงด้วยความทรงพลัง สะท้อนเอกลักษณ์ รสนิยม และความมั่นใจของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน โดยมาพร้อมตัวถังที่มีความยาวถึง 4,931 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสง่างามและความพรีเมียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทุกองค์ประกอบของตัวรถได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความโดดเด่นในทุกมุมมอง ตั้งแต่ดีไซน์ไฟหน้าที่เสริมบุคลิกความทันสมัย ไปจนถึงไฟท้ายแบบ Skyline Taillights ที่พาดยาวตลอดแนวท้ายรถ เพิ่มมิติแห่งความล้ำสมัยและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเส้นสายตัวถังที่ลงตัวช่วยขับเน้นภาพลักษณ์ความพรีเมียม ทำให้ MG IM5 มีความสง่างาม และพร้อมสะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น

    4. สถาปัตยกรรม 800V มาพร้อมแบตเตอรี่ CATL ประสิทธิภาพสูง สามารถรับกระแสไฟสูงสุด 396 kW พร้อมมอบระยะทางการขับขี่ไกลกว่า 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง

    MG IM5 ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 800V SiC Platform ที่ออกแบบโดย SAIC MOTOR CORPORATION เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูง ช่วยลดระยะเวลาการรอคอย ใช้เวลาการชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถเดินทางต่อได้ไกลมากกว่า 600 กิโลเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 100 kWh จาก CATL รองรับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 875 โวลต์ แผ่นปิดแบตเตอรี่ ทนความร้อนได้ถึง 1,000 องศาเซลเซียส และสารเคลือบบนเซลแบตเตอรี่ สามารถทนความร้อนได้ถึง 2,000 องศาเซลเซียส สร้างความอุ่นใจในการขับขี่และเพิ่มอิสระในการเดินทางตลอดระยะทางสูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางระยะไกล ลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างทาง ทำให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย และสบายใจยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง

    เอ็มจี ในฐานะผู้บุกเบิกและเป็นแบรนด์แรก ที่มอบการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน หรือ EV LIFETIME WARRANTY แบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในคุณภาพ มาตรฐานการพัฒนา และความทนทานของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของ MG IM5 พร้อมมุ่งดูแลผู้ใช้งานในระยะยาว เพื่อให้ทุกการเป็นเจ้าของเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกเส้นทาง

    ด้วยการผสาน ดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะไฟฟ้าทรงพลัง และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” ถ่ายทอดความประทับใจที่สะท้อนจุดเด่นของยนตรกรรมรุ่นนี้ได้อย่างครบถ้วน ไม่เพียงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่กล้ากำหนดเส้นทางของตนเองที่พร้อมก้าวสู่อนาคตแห่งการเดินทาง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “มากกว่า” ในทุกมิติ ทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และการใช้งาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมเพื่อคนรุ่นใหม่

    เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือ โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 125 แห่งทั่วประเทศ

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand

     Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #MGIM5 #TheFirstPremium IntelligenteSedan


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment