-
ปอร์เช่เปิดตัว 911 Cup ใหม่ – สมรรถนะเหนือชั้นยิ่งขึ้นสำหรับรถแข่งวันเมครุ่นยอดนิยม

ปอร์เช่ (Porsche) เผยโฉม 911 Cup รุ่นใหม่ล่าสุด รถแข่งวันเมคคัพที่พัฒนาสำหรับการแข่งขัน ปอร์เช่ โมบิล 1 ซูเปอร์คัพ (Porsche Mobil 1 Supercup) และ คาร์เรร่า คัพ (Carrera Cup) และรายการอื่น ๆ ที่ปอร์เช่ รับรอง 911 Cup รุ่นใหม่นี้พร้อมลงแข่งตั้งแต่ต้นฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป รถรุ่นนี้ต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่นก่อน ด้วยการปรับปรุงในรายละเอียดในหลายจุด เน้นเพิ่มสมรรถนะ ลดต้นทุนการดูแลรักษา และทำให้ควบคุมง่ายขึ้นสำหรับทั้งนักแข่งและทีมช่าง ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบ 4.0 ลิตร แบบไร้ระบบอัดอากาศ ให้พลังสูงสุด 382 กิโลวัตต์ (520 แรงม้า) เพิ่มขึ้น 10 แรงม้า

ปอร์เช่เปิดตัวรถแข่งรุ่นใหม่ในตระกูล 911 สำหรับรายการวันเมคคัพและซีรีส์ต่าง ๆ อย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ 911 คัพ (911 Cup) การตั้งชื่อนี้เป็นส่วนหนึ่งของการปรับมาตรฐานการตั้งชื่อรถแข่งลูกค้าของปอร์เช่ให้ชัดเจนและเป็นหนึ่งเดียว โดยต่อไปรถแข่งที่จะใช้ในรายการแข่งขันแบบเปิดยี่ห้อ หรือในเซ็กเมนต์เฉพาะ จะใช้ชื่อตามท้ายด้วย “GT” ตามด้วยหมายเลข เหมือนเช่น 911 จีที 3 อาร์ (911 GT3 R) รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวพร้อมกันในวันนี้ โดย 911 คัพ รุ่นใหม่นี้พัฒนามาจากรถสปอร์ต 911 จีที รุ่นที่สามารถวิ่งบนถนนได้จริง และผลิตพร้อมกับรถรุ่นมาตรฐานที่โรงงานหลักของปอร์เช่ในเมืองซุฟเฟนเฮาเซน ซึ่งแนวทางนี้พิสูจน์แล้วว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก ตั้งแต่เริ่มสายการผลิตปลายปี 2020 จนถึงปัจจุบัน ปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต (Porsche Motorsport) ผลิต 911 จีที 3 คัพ (911 GT3 Cup) รุ่นปัจจุบันไปแล้ว 1,130 คัน และหากนับรวมทั้งหมดปอร์เช่ได้ผลิตรถแข่ง 911 สำหรับการแข่งขันวันเมคเรซมาแล้วถึง 5,381 คัน

โทมัส เลาเดนบัค (Thomas Laudenbach) รองประธานฝ่ายมอเตอร์สปอร์ต กล่าวว่า “เช่นเดียวกับรุ่นที่ประสบความสำเร็จในอดีต 911 คัพ ใหม่ยังคงก้าวข้ามขีดจำกัด ด้วยการผสานชิ้นส่วนจากรถสปอร์ต
จีที รุ่นใช้บนถนนเข้ากับเทคโนโลยีมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง จนกลายเป็นรถแข่งที่มีสมรรถนะสูงและมีคอนเซ็ปต์ที่ลงตัว การขับ 911 คัพ ถือเป็นความท้าทายเสมอ และเราต้องการให้เป็นเช่นนั้นต่อไป เพราะมันยังเป็นเวทีฝึกฝนฝีมือให้กับนักแข่งเยาวชน ปอร์เช่ จูเนียร์ (Porsche Junior) อีกด้วย ความสำเร็จของแนวคิดนี้พิสูจน์ได้จากชัยชนะนับไม่ถ้วนทั้งในระดับสนามและแชมป์เปี้ยนชิพมากมาย”
ไมเคิล ไดรเซอร์ (Michael Dreiser) ผู้อำนวยการฝ่ายขาย ปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต กล่าวเสริมว่า
“รถแข่งคัพที่พัฒนาจาก 911 คือหนึ่งในรถแข่งที่ขายดีที่สุดในโลก ร่วมกับ 718 จีที 4 อาร์เอส คลับสปอร์ต (718 GT4 RS Clubsport) มันคือรากฐานสำคัญของลำดับขั้นในมอเตอร์สปอร์ตของเรา และถูกใช้ทั่วโลกในซีรีส์วันเมคคัพ ความสำเร็จของรุ่นนี้ยังไปไกลกว่านั้นมาก เคล็ดลับอยู่ที่ ‘สมรรถนะที่รอบด้าน’ รถคัพ สามารถทำผลงานโดดเด่นได้อย่างสม่ำเสมอ ทั้งในการแข่งเอ็นดูรานซ์ (Endurance Races) รายการจีที แบบเปิด และการแข่งขันอีกนับไม่ถ้วน”

โครงสร้างตัวถัง: ดีไซน์ใหม่ ปรับอากาศพลศาสตร์ให้ดียิ่งขึ้น
911 คัพ รุ่นใหม่นี้โดดเด่นจากรุ่นก่อนทันทีที่มองเห็น โดยเฉพาะด้านหน้าที่สะท้อนเส้นสายของ 911 จีที 3 เจเนอเรชัน 992.2 ได้อย่างชัดเจน สปอยเลอร์หน้าถูกออกแบบเป็น 3 ชิ้นแยก ทำให้เมื่อเกิดการกระแทกสามารถเปลี่ยนเฉพาะส่วนที่เสียหายได้ ลดทั้งค่าบรรจุภัณฑ์และค่าขนส่งของชิ้นส่วนอะไหล่ การตัดไฟเดย์ไทม์รันนิ่งไลต์ออกก็เพื่อเหตุผลเดียวกัน ลดความเสี่ยงต่อการทำให้หม้อน้ำด้านหลังเสียหายเมื่อเกิดการชน และไม่ต้องเสียเวลาเปลี่ยน
ซุ้มล้อถูกออกแบบให้มีช่องระบายอากาศแบบบานเกล็ด เพื่อช่วยไหลเวียนลมผ่านซุ้มล้อ และสร้างแรงกดอากาศเพิ่มที่เพลาหน้า ร่วมกับแผงใต้ท้องรถที่ปรับให้ลู่ลมยิ่งขึ้น (เหมือนในรุ่นมาตรฐานที่ใช้ขับขี่บนถนน) เพื่อเสริมเสถียรภาพในการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีแผงบังคับทิศทางลม (turning vanes) หลังซุ้มล้อหน้าเพื่อจัดการการไหลของอากาศให้ดียิ่งขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยให้เพลาหน้าตอบสนองแม่นยำ โดยเฉพาะในความเร็วสูง ทำให้ผู้ขับสามารถเล็งมุมเข้าโค้งได้คมกว่าเดิม
ด้านหลังของ 911 คัพ ถูกออกแบบใหม่หมดให้ดุดันกว่าเดิม ปีกหลังแบบ swan-neck ปรับการเชื่อมกับขาตั้งใหม่ ทำให้ปรับตำแหน่งและจัดการได้ง่ายขึ้น ฝาครอบห้องเครื่องก็ถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด เช่นเดียวกับชิ้นส่วนตัวถังเกือบทั้งหมด (รวมถึงประตู) ที่ทำจากผ้าคาร์บอนรีไซเคิลผสมเรซินชีวภาพ ตัวผ้าคาร์บอนนี้ได้มาจากกระบวนการผลิตอื่น นอกจากช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมแล้ว ยังช่วยควบคุมราคาชิ้นส่วนอะไหล่ให้นิ่งขึ้นด้วย

เครื่องยนต์: ขุมพลังแข่งที่พัฒนาจนใกล้เคียงกับ 911 จีที 3 มากขึ้น
911 คัพ ยังคงใช้เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 6 สูบ ระบายความร้อนด้วยน้ำ สามารถทำความเร็วรอบได้สูง และไร้ระบบอัดอากาศ (NA) ความจุ 4.0 ลิตร ให้เสียงที่ทรงพลัง ดุดันเร้าใจ พัฒนามาจากเครื่องของปอร์เช่ 911 จีที 3 รุ่นที่ใช้บนท้องถนน สำหรับรุ่นแข่งใหม่นี้มีกำลัง 382 กิโลวัตต์ (520 แรงม้า) พร้อมอัปเกรดชิ้นส่วนจากเครื่องรุ่นผลิตบนท้องถนน เช่น ลิ้นปีกผีเสื้อแยกแต่ละสูบที่ปรับการไหลของอากาศให้ดียิ่งขึ้น และเพลาลูกเบี้ยวที่ขยายระยะเวลาเปิดวาล์ว ทำให้ไม่ต้องใช้ลิ้นปีกผีเสื้อตรงกลางอีกต่อไป และสามารถติดตั้งตัวจำกัดอากาศ (Air Restrictor) เพื่อเข้าร่วมแข่งในรายการมอเตอร์สปอร์ตอื่นได้ แม้กำลังเพิ่มขึ้น 10 แรงม้า แต่ยังคงทนทาน ใช้งานได้ถึง 100 ชั่วโมงในสนามก่อนรับการซ่อมบำรุงใหญ่ และมีชุดท่อไอเสียให้เลือก 3 แบบ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎควบคุมเสียงที่แตกต่างกันตามสนามและประเทศ
ระบบส่งกำลังอัปเกรดเป็นคลัตช์แข่งโลหะ 4 แผ่น ที่แข็งแรงกว่าเดิม รับหน้าที่ส่งกำลังไปยังเกียร์ 6 จังหวะ การอัปเกรดนี้ทำให้เพิ่มรอบเครื่องขณะออกตัวจากเดิมที่จำกัดไว้ 6,500 รอบ/นาที ทำให้เสียงเครื่องตอนสตาร์ทเร้าใจยิ่งกว่าเดิม นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชันสตาร์ทเครื่องอัตโนมัติ ซึ่งจะทำงานทันทีเมื่อผู้ขับเหยียบคลัตช์หลังจากรถดับโดยไม่ได้ตั้งใจ และเพิ่มระบบไฟเบรกกระพริบ (stroboscope) เพื่อเตือนรถคันหลังในช่วงออกสตาร์ท แทนการใช้ไฟฉุกเฉินแบบเดิม

ระบบเบรก: ประสิทธิภาพสูงขึ้น ใช้ทนนานกว่าเดิม
ระบบเบรกของ 911 คัพ ถูกปรับปรุงครั้งใหญ่ ด้านหน้าใช้จานเบรกขนาด 380 มม. หนาขึ้นจาก 32 มม. เป็น 35 มม. ทำให้มีช่องระบายอากาศภายในที่ใหญ่ขึ้น ระบายความร้อนได้ดีขึ้น การปรับนี้เกิดจากการย้ายหม้อน้ำหลักไปไว้ด้านหลัง ทำให้สามารถนำลมเย็นเข้าสู่ระบบเบรกจากด้านหน้ากลางของตัวรถได้โดยตรง นอกจากนี้ยังลดขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของส่วนยึดจานเบรก (Brake Disc Hat) เพื่อเพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างจานเบรกกับผ้าเบรก ส่งผลให้หยุดรถได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยผ้าเบรกที่กว้างขึ้น คงความทนทานในการแข่งระยะไกล และยืดอายุการใช้งานของชิ้นส่วนแต่ละชิ้นได้อย่างชัดเจน
ระบบ ABS สำหรับแข่ง Bosch M5 จะติดตั้งมาให้จากโรงงานทุกรุ่น 911 คัพ มาพร้อมการประมวลผลข้อมูลที่แม่นยำขึ้น รับสัญญาณจากเซนเซอร์ตรวจจับอัตราเร่งรุ่นใหม่ที่สามารถอ่านข้อมูลได้ละเอียดกว่าเดิม ซอฟต์แวร์ยังสามารถแจ้งเตือนเมื่อมีการรั่วในระบบเบรกทั้งสองวงจร อีกทั้งถังน้ำมันเบรกถูกขยายขนาดเพื่อรองรับการแข่งระยะไกล
จุดหยุดของพวงมาลัยก็ได้รับการปรับให้หมุนได้มุมกว้างขึ้น ทำให้เลี้ยวในโค้งแคบหรือถนนในเมืองได้ง่ายขึ้น และยังช่วยให้ผู้ขับควบคุมรถขณะโอเวอร์สเตียร์ได้ดีขึ้นอีกด้วย

ห้องโดยสาร: ควบคุมง่ายขึ้นทั้งในสนามและขณะเข้าพิต
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันรุ่นใหม่ของ 911 คัพ ถูกออกแบบให้ดูหรูขึ้นและใช้งานง่ายขึ้น ปุ่มปรับแบบหมุนตรงกลางใช้สำหรับตั้งค่าระดับการทำงานของ ABS และระบบควบคุมการลื่นไถล (Traction Control) ปุ่มควบคุมที่มีไฟสีส่องสว่างถูกออกแบบใหม่เพื่อให้มองเห็นป้ายกำกับได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
แผงควบคุมหลักข้างเบาะคนขับยังคงอยู่ในตำแหน่งที่เอื้อมถึงง่าย แม้ขณะกำลังแข่ง จากเดิม 10 ปุ่มเหลือเพียง 8 ปุ่ม ปุ่มขวาล่างใช้เปิดหน้าเมนูเสริมบนจอแสดงผล เพื่อปรับการตั้งค่ารายละเอียดต่าง ๆ ได้จากในรถ เช่น ความเร็วในเลนพิต (Pit Lane Speed), การจูนเสียงไอเสีย (Exhaust Mapping) และการรีเซ็ตองศาพวงมาลัย โดยไม่ต้องเสียเวลาต่อคอมพิวเตอร์ ทำให้ทีมงานทำงานได้ง่ายขึ้น ภายในคานประตูยังเพิ่มแผ่นโฟมเสริมเพื่อปกป้องแขน ขา และเท้าของผู้ขับมากขึ้น

แมตเธียส ชูลซ์ (Matthias Scholz) ผู้อำนวยการฝ่ายรถแข่งจีที กล่าวว่า “911 คัพ ใหม่ มีความโดดเด่นเพราะเราลงรายละเอียดในทุกจุด มันแข็งแกร่งขึ้น เร็วขึ้น แต่ก็ใช้งานจริงได้ง่ายขึ้น อายุการใช้งานชิ้นส่วนยังคงเดิม หรือบางชิ้นก็ทนขึ้นแม้สมรรถนะสูงขึ้น วัสดุบางส่วนถูกแทนที่ด้วยชิ้นงานที่มีองค์ประกอบของวัสดุรีไซเคิล ห้องโดยสารถูกปรับให้ใช้งานง่ายขึ้น พร้อมระบบอิเล็กทรอนิกส์เพิ่มเติมที่รองรับการแข่งขันหลายรูปแบบ”

ระบบอิเล็กทรอนิกส์: ฟังก์ชันเสริมที่ใช้งานได้จริง
ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่อัปเกรดใหม่ใน 911 คัพ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ได้ดีขึ้น ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (TPMS) แสดงอุณหภูมิของลมยางบนหน้าปัดกลางได้ทันที เสาอากาศ GPS ที่ทรงพลังขึ้นมากเข้ามาแทนที่ระบบอินฟราเรดเดิม เพื่อใช้เก็บข้อมูลรอบเวลาและตำแหน่งรถได้แม่นยำยิ่งขึ้น ฟีเจอร์ยอดนิยมจากรุ่นพี่ 911 จีที 3 อาร์ ถูกนำมาใช้ เช่น การวัดรอบเวลาขณะวิ่งผ่านเลนพิต และฟังก์ชัน “pre-kill” ที่ช่วยปิดเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถหยุดนิ่งในช่วงพักเข้าพิต นอกจากนี้ ยังมีระบบอิเล็กทรอนิกส์ใหม่ คอยตรวจสอบระดับพลังงานของแบตเตอรี่ 9 โวลต์ ที่ใช้ในชุดปล่อยสารดับเพลิงด้วย
ในการพัฒนา 911 คัพ ทางปอร์เช่ มอเตอร์สปอร์ต ร่วมมือกับ มิชลิน (Michelin) เพื่อสร้างยางรุ่นใหม่สำหรับรถแข่งวันเมคคัพ โดยทดสอบจริงในสนามระดับโลก ได้แก่ สนามอิตาเลียนกรังด์ปรีซ์ที่มอนซา สนามเลาซิทซ์ริงที่เยอรมนี และสนามทดสอบภายในของปอร์เช่ ที่ศูนย์พัฒนาไวส์ซาค โดยมีอดีตนักแข่ง ปอร์เช่ จูเนียร์ 3 คน คือ บาสเตียน บุส, ลอริน ไฮน์ริช, และเคลาส์ บัคเลอร์ ร่วมกับนักแข่งมืออาชีพมากประสบการณ์ มาร์โก ซีฟรีด ขับทดสอบ
ติดตามความเคลื่อนไหวแบบเรียลไทม์และภาพจากสนามแข่งทั่วโลกของ Porsche Motorsport ได้ทาง X (@PorscheRaces), WhatsApp (Porsche Motorsport) และ Instagram (@porsche.motorsport)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ทะยานสู่อนาคตกับขบวนยนตรกรรมพลังงานใหม่ครั้งยิ่งใหญ่แห่งปี! ‘Next Drive Auto Show’ ที่เซ็นทรัล เวสต์เกต ครบทั้งไฮบริดและอีวี

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวสต์เกต ร่วมกับ บริษัท ทีที เอเบิ้ล จำกัด จัดงาน “Next Drive Auto Show” ครั้งแรกกับมหกรรมแสดงยนตรกรรมพลังงานทางเลือกครบวงจร ทั้ง Electric, Hybrid, Plug-in Hybrid และพาหนะพลังงานใหม่ อาทิ E-Motorcycle, E-Bike, E-Scooter จากหลากหลายแบรนด์ดัง รวบรวมที่สุดแห่งเทคโนโลยียานยนต์สะอาดและนวัตกรรมแห่งอนาคตไว้ในที่เดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองยุคใหม่ พร้อมเป็นเวทีแสดงศักยภาพอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และสร้างโอกาสเชื่อมโยงธุรกิจระหว่างผู้ผลิต ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค ระหว่างวันที่ 20–26 สิงหาคม 2568 ณ ลานโปรโมชั่น ชั้น 1
ไฮไลต์ภายในงาน พบกับ Exclusive Preview 6 EV สุดล้ำ รวมรถรุ่นพิเศษและรับชมรถรุ่นใหม่ล่าสุดก่อนใคร อาทิ
- Chery iCar V23 รถไฟฟ้าสไตล์ Retro-Rugged SUV สุดเท่
- Zeekr 7X SUV พรีเมียมไฟฟ้าดีไซน์ล้ำ
- Hyundai All-New Santa Fe โฉมใหม่ SUV 3 แถว 6 ที่นั่ง เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย
- Range Rover PHEV LWB Autobiography SUV สุดหรูพลังงานทางเลือก
- Volvo Ex90 SUV ไฟฟ้า ที่มีระบบความปลอดภัยขั้นสูง และเทคโนโลยีล้ำสมัย
- MERCEDES-BENX EQE 300 EV ระดับลักชัวรี ดีไซน์หรู และฟีเจอร์อัจฉริยะครบ
- Land Rover Defender ตำนาน SUV ผสานเทคโนโลยีทันสมัย
พร้อมรถไฮไลต์อื่นๆ กว่า 10 รุ่น และแบรนด์ชั้นนำทั้งพรีเมียม & Future Mobility อาทิ Mercedes-Benz, Volvo, Lexus, Porsche, Land Rover, Toyota, Hyundai, Zeekr, Chery, Kia, Mitsubishi, Deepal, Denza และอีกมากมาย
โปรโมชันสุดคุ้ม เฉพาะในงานเท่านั้น อาทิ ดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 72 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1 ฟรีของแถมพิเศษจากหลากหลายแบรนด์ และดีลพิเศษจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น Toyota ดาวน์ 0 บาท ฟรีประกันภัย Zeekr ดอกเบี้ย 0% + ประกันภัย 3 ปี Land Rover รับ Trail Pack และส่วนลดโรงแรมทั่วโลก Deepal ฟรีโฮมชาร์จ + ประกันภัย + ของแถม Monowheel & Auto1 ส่วนลดอุปกรณ์และบริการรถยนต์สูงสุดกว่า 50% โซนอุปกรณ์ตกแต่งและบริการครบวงจร พบกับแบรนด์ชั้นนำอย่าง Monowheel Auto1 โชคดีทะเบียน และอื่น ๆ อีกมากมาย
ติดตามความเคลื่อนไหวของเซ็นทรัลพัฒนา คลิก https://www.centralpattana.co.th/th/shopping/shopping-update/lifestyle-activities
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ฮอนด้าชวนลูกค้า Honda e:HEV สมัครร่วมทริป “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ”ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย เลือกเส้นทางเพื่อ Drive อย่างใจอยาก จะล่องใต้หรอยแรง หรือ แอ่วเหนือม่วนใจ๋ ก็ฟินสุด ๆ สมัครด่วนทาง LINE Honda Thailand Official Account ตั้งแต่ 15 ส.ค. – 14 ก.ย. 68

ห้ามพลาด! ทริปสุด Exclusive สำหรับครอบครัว Honda e:HEV เที่ยวฟรีสุดฟินกับรถยนต์ e:HEV คู่ใจ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ Honda e:HEV ทุกรุ่น ได้แก่ City e:HEV, City Hatchback e:HEV, Civic e:HEV, Accord e:HEV, HR-V e:HEV และ CR-V e:HEV สมัครเข้าร่วมทริปสุด Exclusive “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” ออกเดินทางสัมผัสเสน่ห์แห่งธรรมชาติ บน 2 เส้นทางเหนือ-ใต้ จำนวน 18 คัน/ทริป ให้คุณเลือกปักหมุดทริปที่ใช่ได้อย่างใจอยากในสไตล์คุณ ลุยชิล ๆ ทุกเส้นทางกับรถ e:HEV ที่สมรรถนะเร้าใจ ขับขี่ได้ไกล ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม
โดยสามารถสมัครเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม และเลือกเดินทางเพียงทริปใดทริปหนึ่ง ดังนี้- ทริปที่ 1 Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ล่องใต้ไปนครศรีธรรมราช วันที่ 25–28 กันยายน 2568
แลเมืองคอน ออกเดินทางสู่เมืองแห่งศิลป์และวัฒนธรรมริมอ่าวไทย ชื่นชมมรดกโลก สัมผัสวิถีชีวิตเรียบง่าย และลิ้มรสอาหารพื้นบ้านใต้แท้ ๆ พร้อมทะเลสวย ฟ้าใส และบรรยากาศชวนฝัน
- ทริปที่ 2 Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – แอ่วเหนือไปเมืองน่าน วันที่ 2–5 ตุลาคม 2568
แอ่วเหนือแบบสโลว์ไลฟ์ สัมผัสมนต์เสน่ห์เมืองเก่าท่ามกลางขุนเขาและสายหมอก ดื่มด่ำธรรมชาติแสนสงบ และค้นพบความงดงามของวิถีล้านนาที่อบอุ่นและเรียบง่าย
มาร่วมชาร์จพลังชีวิต ไปกับ Honda e:HEV – The Exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นเรื่องราวที่น่าจดจำไปพร้อมกับฮอนด้า! ลูกค้าที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 เพียงทำตามกติกาขั้นตอนง่าย ๆ ดังนี้
- ถ่ายรูปเก๋ ๆ หรือวิดีโอสั้นกับ Honda e:HEV คันโปรด ที่จะใช้ร่วมทริป
- เขียนแคปชันให้ปัง! ว่า “Honda e:HEV ของคุณ Drive ดั่งใจ เพราะอะไร?”
เช่น “Honda City e:HEV Drive ดั่งใจ เพราะคล่องตัวทุกซอย ซิ่งหน่อยก็ยังนุ่มนวล” - โพสต์ลง Facebook Instagram หรือ TikTok ส่วนตัว พร้อมเปิดโพสต์เป็น สาธารณะ
- ติดแฮชแท็กให้ครบ! #eHEVDriveดั่งใจ #HondaWeAreFamily #HondaThailand
- แคปโพสต์ของคุณ จากนั้นลงทะเบียนร่วมกิจกรรมผ่าน LINE Official Account: Honda Thailand โดยคลิก “Event & Activity” แล้วเลือกหัวข้อ “สมัครร่วมทริป Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” แนบภาพที่แคป แล้วเลือกทริปที่ใช่ ว่าจะแอ่วเหนือม่วนใจ๋ที่น่าน หรือล่องใต้ที่นครศรีธรรมราช พร้อมกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
- ผู้ที่ทำตามกติกาและตอบคำถามได้โดนใจคณะกรรมการมากที่สุด จำนวน 18 ท่าน/ทริป จะได้รับสิทธิ์เข้าร่วมทริป Honda e:HEV Drive ดั่งใจ 1 สิทธิ์ เท่ากับ 2 ท่าน (เจ้าของรถ Honda e:HEV 1 ท่าน พร้อมผู้ติดตาม 1 ท่าน)
ทำครบตามนี้ รอลุ้นได้เลยว่าคุณจะได้ไป “Drive” ดั่งใจแอ่วเหนือหรือล่องใต้! ฮอนด้าก็จัดให้อย่างที่ใจอยาก!
- ระยะเวลาสมัครร่วมกิจกรรม: วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568
- ประกาศผล: วันที่ 18 กันยายน 2568 ทาง LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account
เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรม “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ”
- เป็นเจ้าของรถยนต์ Honda e:HEV รุ่นใดก็ได้ และต้องมีเอกสารยืนยันความเป็นเจ้าของรถยนต์
- มีอายุไม่ต่ำกว่า 18 ปีบริบูรณ์ ในวันเข้าร่วมกิจกรรม
- มีใบอนุญาตขับขี่ ที่ยังไม่หมดอายุจนถึงวันเข้าร่วมกิจกรรม
- สมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่ วันที่ 15 สิงหาคม – 14 กันยายน 2568 ทาง Honda Thailand LINE Official Account โดยผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมสามารถเลือกเดินทางได้เพียง 1 ทริปเท่านั้น คือ
– ทริปที่ 1: “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ล่องใต้ไปนครศรีธรรมราช”
เดินทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 25-28 กันยายน 2568
หรือ
– ทริปที่ 2: “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ – ม่วนเหนือไปเมืองน่าน”
เดินทางจากกรุงเทพฯ ปลายทางจังหวัดน่าน วันที่ 2-5 ตุลาคม 2568 - ร่วมสนุกโดยถ่ายภาพของคุณคู่กับรถยนต์ Honda e:HEV คู่ใจที่จะใช้ร่วมทริปกิจกรรม “Honda e:HEV Drive ดั่งใจ” และเขียนแคปชันว่า “Honda e:HEV ของคุณ Drive ดั่งใจ เพราะอะไร?” โพสต์ลง Facebook Instagram หรือ TikTok ส่วนตัวของคุณ เปิดเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮซแท็ก #eHEVDriveดั่งใจ #HondaWeareFamily #HondaThailand จากนั้นแคปโพสต์ทางโซเซียลของคุณ และเข้าไปที่ Honda Thailand LINE Official Account แนบรูปแคปโพสต์ทางโซเซียลของคุณ พร้อมกรอกข้อมูลให้ถูกต้องและครบถ้วน
- คณะกรรมการจะดำเนินการคัดเลือกลูกค้าผู้โชคดีเพื่อเข้าร่วมกิจกรรม ณ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยจะประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ในวันที่ 18 กันยายน 2568 ผ่าน LINE VOOM และ Facebook Honda Thailand Official Account
- เกณฑ์การตัดสินของคณะกรรมการจะพิจารณาจากภาพถ่ายและเนื้อหาของข้อความเป็นสำคัญ โดยผลการตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด และสงวนสิทธิ์สำหรับผู้ทำผิดกติกา
- ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ต้องเดินทางโดยใช้รถยนต์ Honda e:HEV ของท่าน และสามารถพาผู้ติดตามมาร่วมกิจกรรมได้อีก 1 ท่าน (1 สิทธิ์ = 2 ท่าน)
- ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมยอมรับและเข้าใจเงื่อนไขในการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้สมัครที่ปฏิบัติตามเงื่อนไข
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรม ยินยอมให้ทางบริษัทฯ เผยแพร่รูปถ่ายและวิดีโอจากกิจกรรม เพื่อการโฆษณาและประชาสัมพันธ์ในเชิงธุรกิจทั้งในปัจจุบันและ/หรือในอนาคตตามที่เห็นสมควร
- ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รับทราบและตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดรวมถึงเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการก่อนการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการสมัคร โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
- พนักงาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย และพนักงานของผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
- ไม่สามารถโอนสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมให้กับผู้อื่นได้ และของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
- บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ความรับผิดชอบต่อความเสียหายและการสูญเสียจากการร่วมกิจกรรม
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Call Center 02-341-7777
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Car / News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าเปิดศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริง “The M.O.V.E. by Honda” Immersive Experience Center แห่งแรกในไทย เปิดประตูสู่อนาคตแห่งการเดินทาง ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy”

บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด และบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเปิดตัว “The M.O.V.E. by Honda” ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ใจกลางกรุงเทพฯ อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดให้เข้าชมตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 จนถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569 ณ EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE
ขอเชิญทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต ผ่านทั้ง 5 ประสาทสัมผัสในโซนมัลติเซนซอรีที่ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับอารมณ์ ความรู้สึก และวิถีแห่งความยั่งยืนได้อย่าง กลมกลืนภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy”

โซนทางเข้า และ Dream Sphere
เริ่มต้นที่โซนทางเข้าด้วยการเช็กอินแบบอินเทอร์แอคทีฟที่พาผู้เข้าชมสัมผัสปรัชญาของฮอนด้าซึ่งยึด “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เป็นหัวใจสำคัญมาอย่างยาวนาน มุ่งเน้นทั้งความพึงพอใจ ของลูกค้า ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ
ถัดจากโซนทางเข้า ผู้เข้าชมจะได้ก้าวเข้าสู่ Dream Sphere — ห้องจัดแสดงภาพเคลื่อนไหวแบบ 360 องศา ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความเป็นมาของฮอนด้าตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันและอนาคต ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเส้นทางแห่งความฝันและความท้าทายตั้งแต่วันก่อตั้งไปจนถึงทศวรรษข้างหน้า พร้อมเชื่อมโยงถึงจิตวิญญาณแห่งความท้าทาย และเหตุการณ์สำคัญที่ได้หล่อหลอมเส้นทางของบริษัทมาจนถึงปัจจุบัน

Future Ride
ในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้ชมภาพแห่งอนาคตของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ผ่านเครื่องจำลองการขับขี่อัจฉริยะที่มอบประสบการณ์แห่งอนาคตอย่างใกล้ชิด ภายใต้ธีม “Expected Life. Unexpected Discoveries.” ที่ชวนให้ก้าวข้ามความคุ้นเคย ไปค้นพบประสบการณ์และความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ในโลกของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า

Future Mobility
ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าสู่ “New Mobility Ecosystem” หรือระบบนิเวศการเดินทางยุคใหม่ ที่ผสานยานยนต์อนาคตให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันอย่างไร้รอยต่อ เปิดโอกาสให้ผู้คนเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระและเพิ่มความหลากหลายในการเดินทางให้มากยิ่งขึ้น ภายในโซน ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเครื่องจำลองเสมือนจริงแบบ 360 องศา พาเหินฟ้าจากกรุงเทพฯ สู่พัทยาเสมือนกำลังเดินทางจริง พร้อมเปิดมุมมองใหม่ว่าการเดินทางแห่งอนาคตอาจใกล้ตัวกว่าที่คิด
ความเป็นอิสระในการเคลื่อนไหวเหล่านี้ได้สะท้อนถึงพันธกิจของฮอนด้าในการสร้างการเดินทางที่ชาญฉลาด ยั่งยืน และสนุกยิ่งขึ้น พร้อมขยับความฝันด้านการเคลื่อนไหวของฮอนด้า ให้เข้าใกล้ความจริงด้วยการผสมผสานความสะดวกสบายเข้ากับความเพลิดเพลินได้อย่างลงตัว

Future Drive
ถ่ายทอดวิสัยทัศน์ของฮอนด้าในการสร้างคุณค่าใหม่ให้กับโลกแห่งการเดินทาง จากความฝันในการ “รังสรรค์นิยามใหม่แห่งการขับเคลื่อน” มาสู่ความจริง เปลี่ยนภาพจำของรถยนต์ไฟฟ้าจาก “Thick and Heavy” เป็น “Thin, Light and Wise” ไม่ใช่เพียงแค่ยานยนต์ไฟฟ้า แต่รวมถึงนวัตกรรมที่มอบประสบการณ์ที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ความยั่งยืน และการใส่ใจผู้ใช้งานเป็นหัวใจสำคัญ
แนวคิดนี้สะท้อนความเชื่อของฮอนด้าว่า อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ต้องก้าวข้ามขอบเขตของเทคโนโลยี เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ มอบความปลอดภัย และส่งมอบอิสระให้กับผู้คนและสังคม โดยในโซนนี้ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสกับยานยนต์ไฟฟ้าของฮอนด้าที่หลอมรวมแนวคิดเหล่านี้ไว้ และมีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนสู่อนาคตของการเดินทางที่ชาญฉลาด เปี่ยมไปด้วยความหมาย และสร้างสภาพแวดล้อมที่สะอาดไปด้วยกัน

The M.O.V.E. Cafe
The M.O.V.E Café คือบทสรุปของการเดินทางภายใน The M.O.V.E by Honda พื้นที่สุดท้ายที่ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสวิสัยทัศน์การเดินทางแห่งอนาคตของฮอนด้าผ่าน “รสชาติ” ปิดท้ายประสบ การณ์ครบทั้ง 5 ประสาทสัมผัสที่เป็นหัวใจของศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้อย่างสมบูรณ์แบบ
คาเฟ่แห่งนี้นำเสนอประสบการณ์การลิ้มรสที่รังสรรค์อย่างพิถีพิถัน ภายใต้แนวคิด “Sense the Synergy” โดยเชฟเดช คิ้วคชา ผสานทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน กลิ่น การสัมผัส และรสชาติไว้ในหนึ่งเดียว ที่นี่จึงไม่ใช่แค่คาเฟ่ทั่วไป แต่เป็นจุดหมายที่รวมความคิดสร้างสรรค์ ด้านอาหารเข้ากับแรงบันดาลใจจากอนาคตแห่งการขับเคลื่อน ถ่ายทอดความประทับใจ และคุณค่าทางอารมณ์ในแบบเฉพาะของฮอนด้า
The M.O.V.E. by Honda คืออีกหนึ่งก้าวสำคัญบนเส้นทางของฮอนด้าสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าและความยั่งยืน ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งนี้ จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่การจัดแสดงเทคโนโลยี ทั้งรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และเทคโนโลยีการเคลื่อนที่ ที่หมุนเวียนมาให้ชม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการถ่ายทอดจิตวิญญาณของโกลบอลแบรนด์สโลแกน “The Power of Dreams – How we move you.” สะท้อนเจตนารมณ์ของฮอนด้า ที่ยึดมั่นว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การเคลื่อนที่จากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง แต่คือการสร้างความผูกพันที่มีคุณค่า ก้าวสู่ความยั่งยืน และมอบประสบการณ์ที่เติมเต็มความหมายให้กับชีวิต
ฮอนด้า มุ่งขับเคลื่อนผู้คน ไม่เพียงแค่ในเชิงกายภาพ แต่ยังรวมถึงมิติของการขับเคลื่อนความรู้สึกและสังคมไปด้วยกัน ทั้งหมดนี้ได้เริ่มต้นขึ้นแล้วในประเทศไทยกับ The M.O.V.E. by Honda ศูนย์สร้างประสบการณ์เสมือนจริงแห่งแรกของแบรนด์ ที่เปิดต้อนรับทั้งลูกค้า ผู้หลงใหลในนวัตกรรม และผู้ที่สนใจที่อยากสัมผัสประสบการณ์ใหม่ได้แล้ววันนี้
ชื่อกิจกรรม: The M.O.V.E. by Honda
สถานที่: EM GLASS ชั้น G ศูนย์การค้า EMSPHERE
628 ถนนสุขุมวิท แขวงคลองเตย เขตคลองเตย กรุงเทพฯ 10110
วันเปิดให้เข้าชม: 15 สิงหาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2569
เวลาเปิดให้เข้าชม:
- วันที่ 15 สิงหาคม 2568 เวลา 19:00 – 22:00 น.
- ตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป เปิดทุกวัน เวลา 10:00 – 22:00 น
ค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี
LINE Official Account: @TheM.O.V.E.byHonda
จัดโดย: บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้ามอเตอร์ จำกัด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“Premium Design x Powerful Diesel” มาตรฐานใหม่ของความพรีเมียมอันทรงพลัง ของ NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่น Black Warrior

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีหลังจากเปิดตัวไปเพียงสามสัปดาห์และได้ฤกษ์ส่งมอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ล็อตแรกไปเมื่อ 29 กรกฎาคมที่ผ่านมา และเริ่มทยอยส่งมอบให้กับลูกค้าทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่นไฮไลต์ “รุ่น Black Warrior” ได้ยกมาตรฐานใหม่และสร้างความต่างให้แก่วงการรถยนต์เอสยูวีพรีเมียม 7 ที่นั่ง ที่แฟน ๆ GWM TANK ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันถึงความพรีเมียมเกินคาดที่คอบคลุมทุกด้านเทียบเท่ารถยุโรป โดยเฉพาะด้านดีไซน์ภายนอกและภายใน เทคโนโลยีอันล้ำสมัย และขุมพลังดีเซล 2.4T เจนใหม่ล่าสุดที่คิดค้นโดย GWM ซึ่งได้หลอมรวมสู่การเป็นยนตรกรรมเพื่อผู้นำยุคใหม่ สะท้อนบุคลิกที่สงบนิ่ง มั่นคง ล้ำหน้า และทรงพลัง โดยเฉพาะในสีพิเศษอย่าง Black Warrior 2 รุ่น ทั้ง 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD

Black Warrior ดีไซน์ระดับผู้นำที่สะท้อนความพรีเมียมอย่างแท้จริง
NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่นพิเศษ Black Warrior ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มผู้นำที่มองหายานยนต์ที่สะท้อนตัวตนและสถานะผู้นำ โดยมาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นด้วยสีดำล้วนและเส้นสายที่เฉียบคม หนักแน่น มอบความแข็งแกร่งและสง่างามในทุกมุมมอง สีตัวถังพิเศษแบบสีดำเงาลึกแบบ Black Warrior ช่วยขับให้มิติของรถดูหนักแน่นยิ่งขึ้น เพิ่มความดุดันและทรงพลังอย่างลงตัว กระจังหน้าสีดำขนาดใหญ่พร้อมโลโก้สีดำ ไฟหน้าและไฟท้ายแบบรมดำ กรอบประตูสีดำ เสริมด้วยล้ออัลลอยสีดำ ขนาด 20 นิ้ว พร้อมยาง Continental ขนาด 265/50 R20 และยางอะไหล่ อีกทั้งยังยกระดับความพรีเมียมด้วยวัสดุตกแต่งคุณภาพสูง เช่น เบาะหนัง Nappa แผงคอนโซลหรูหราเหนือระดับ พร้อม Ambient Light ที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมตั้งแต่เปิดประตูเข้าสู่ตัวรถ เบาะนวดไฟฟ้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า และหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาที่ช่วยสร้างบรรยากาศโปร่งโล่งเหนือระดับ พร้อมระบบเบาะระบายอากาศในที่นั่งด้านหน้าและแถวสอง ยกระดับความสบายทุกตำแหน่งที่นั่งอย่างแท้จริง อัปเกรดความล้ำสมัยด้วยหน้าจอคู่แบบอินเทอร์แอคทีฟขนาดใหญ่สูงสุด 14.6 นิ้ว พร้อมระบบเสียงรอบทิศทาง 12 ตำแหน่ง ระบบชาร์จไร้สาย 50W และระบบควบคุมด้วยเสียงที่รองรับทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ให้ห้องโดยสารเปรียบเสมือน Smart Lounge ที่ออกแบบมาเพื่อนักเดินทางสไตล์ผู้นำโดยเฉพาะ ป้องกันเสียงรบกวนจากภายนอกด้วยกระจกสองชั้นแบบ Double Layer Laminated Glass และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) เพื่อให้ทุกการเดินทางเป็นประสบการณ์ที่เหนือระดับ รถคันนี้ไม่เพียงสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้นำที่โดดเด่น น่าเคารพเกรงขาม แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งความพรีเมียม ความสะดวกสบาย และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยสำหรับทุกการเดินทางเทียบชั้นรถยุโรปได้เลยทีเดียว

พรีเมียมเหนือชั้นด้วยขุมพลังดีเซล 2.4T นิ่ง เงียบ นุ่มนวล แต่แรง ประหยัด พร้อมลุยทุกเส้นทาง
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับกับ NEW GWM TANK 500 DIESEL รุ่นพิเศษสี Black Warrior ผ่านหัวใจสำคัญอย่างเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนฯ ใหม่ล่าสุด ที่มอบสมรรถนะอันทรงพลังด้วยพละกำลังสูงสุด 135 กิโลวัตต์ หรือ 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตร ที่มาในรอบต่ำเพียง 1,500–2,500 รอบ/นาที พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่เปลี่ยนเกียร์สูงได้แม้ในความเร็วต่ำ ผลลัพธ์คือการส่งกำลังที่ลื่นไหล สามารถออกตัวได้อย่างนุ่มนวล และเร่งแซงได้อย่างทันใจ ตอบสนองได้ฉับไวในทุกการขับขี่ คล่องตัวทั้งในเมือง นุ่มนวลเมื่อเร่งแซง และมั่นคงบนทางไกล ทันใจ นอกจากนี้ ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ นิ่ง เงียบ และนุ่มนวลได้อย่างเหนือความคาดหมายของรถเอสยูวีดีเซลด้วยกัน ผ่านการออกแบบการจัดการ NVH (Noise, Vibration, Harshness) อย่างพิถีพิถัน ส่งผลให้ห้องโดยสารเงียบสงบแม้ขณะขับผ่านพื้นผิวขรุขระ หรือวิ่งด้วยความเร็วสูง ก็พร้อมถ่ายทอดอารมณ์ความพรีเมียมอย่างเหนือชั้น ทั้งยังพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ซึ่งออกแบบขึ้นเฉพาะสำหรับตระกูล GWM TANK พร้อมโหมดการขับขี่ที่ครอบคลุม โดยรุ่น 2.4T ULTRA มาพร้อม 3 โหมดการขับขี่ ได้แก่ โหมดปกติ โหมดสปอร์ต และโหมดประหยัด ขณะที่ 2.4T ULTRA 4WD มีมากถึง 8 โหมด ครอบคลุมทุกสภาพเส้นทางทั้งออนโรดและออฟโรด พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัยอย่าง Tank Turn, Off-road Cruise Control และระบบล็อกเฟืองหน้า-หลัง เพื่อการควบคุมที่แม่นยำ มั่นใจ และทรงพลังในทุกเส้นทาง

ความพรีเมียมทั้งในด้านดีไซน์และเครื่องยนต์ดีเซลที่สะท้อนใน NEW GWM TANK 500 DIESEL โดยเฉพาะในรุ่น Black Warrior นี้เป็นสิ่งที่ GWM ต้องการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์เอสยูวีในประเทศไทย และยังเป็นอีกก้าวสำคัญตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของคนไทยให้ทัดเทียมกับระดับโลก โดย NEW GWM TANK 500 DIESEL วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำสุดพรีเมียม ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการสำหรับลูกค้าที่ออกรถ 500 ท่านแรก พร้อมข้อเสนอพิเศษสู่การเดินทางที่เหนือระดับ ดังนี้
- NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
- NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
- NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท
(*ทั้งรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

โดยราคาแนะนำสำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ NEW GWM TANK 500 DIESEL 500 คันแรก ยังได้สิทธิพิเศษดังนี้ ได้แก่ รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

สัมผัสความพรีเมียมทั้งด้านดีไซน์และขุมพลังดีเซลใน NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้แล้ววันนี้ ผ่าน GWM Partner Store ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย พาลูกค้าร่วมเป็นสักขีพยานความยิ่งใหญ่! ร่วมพิธีตีธงสู้ศึกการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 พร้อมส่งแรงเชียร์ ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์อย่างใกล้ชิด

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ปลุกจิตวิญญาณแห่งตำนานมอเตอร์สปอร์ตขึ้นอีกครั้ง จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟพาลูกค้าร่วมเป็นสักขีพยานความยิ่งใหญ่
ส่งแรงใจเชียร์ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ร่วมพิธีปล่อยตัวตีธงเปิดการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 (Asia Cross Country Rally 2025 (AXCR 2025)) อย่างเป็นทางการ ณ Walking Street ใจกลางเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 8 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยกิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในความมุ่งมั่นของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ที่ต้องการถ่ายทอดความเร้าใจของดีเอ็นเอมอเตอร์สปอร์ตให้ลูกค้าคนสำคัญได้มาร่วมสัมผัสอย่างใกล้ชิด
นางสาวริสึโคะ คาเนะโคะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารประสบการณ์ลูกค้าและนวัตกรรมการบริการ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จุดมุ่งหมายในการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตของเราไม่ใช่แค่การคว้าชัยชนะ แต่รวมถึงการแบ่งปันความหลงใหลและจิตวิญญาณที่ผลักดันให้เราก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง การจัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟร่วมพิธีตีธงเปิดการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025 ในปีนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าของเรา โดยเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถเข้าใกล้สนามแข่งขันมากยิ่งขึ้นและสัมผัสถึงความมุ่งมั่นของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต อย่างใกล้ชิด รวมถึงการจัดทริปสุดประทับใจที่เราตั้งใจตอบแทนลูกค้าอย่างเต็มที่ เพื่อเชื่อมโยงลูกค้าเข้ากับดีเอ็นเอของมิตซูบิชิ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความทนทาน และความมุ่งมั่นที่พร้อมฝ่าฟันทุกความท้าทาย”
สำหรับลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้จะได้รับประสบการณ์สุดประทับใจ ตั้งแต่ร่วมพิธีเปิดการแข่งขัน การพบปะกระทบไหล่กับเหล่านักแข่งและทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต พร้อมรับประทานอาหารมื้อค่ำ ภายใต้การดูแลต้อนรับ แบบเอ็กซ์คลูซีฟด้วยที่พักระดับพรีเมียม อาหารเลิศรส และของที่ระลึก AXCR ลิมิเต็ดอิดิชัน ทั้งยังได้ร่วมสนุกกับกิจกรรมการแข่งขันรถโกคาร์ตในวันที่สอง อีกด้วย
นางสาว กุสุมา กลิ่นแก้ว ลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เผยว่า “นี่เป็นครั้งแรกที่ได้มาร่วมพิธีปล่อยตัวตีธงเปิดการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ นับเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจมาก การได้เห็นรถไทรทัน แรลลี่คาร์ที่ใช้ในการแข่งขันและยังได้พบกับนักแข่งตัวจริงอย่างใกล้ชิด ถือเป็นประสบการณ์สุดพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยๆ รวมถึงก่อนหน้านี้เคยได้ทดลองขับรถมิตซูบิชิในกิจกรรม “Mitsubishi e:MOTION Verse” และตัดสินใจซื้อรถเพราะประทับใจในสมรรถนะการขับขี่ด้วยค่ะ”
นาย อุดม นาดี อีกหนึ่งลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรม เจ้าของรถยนต์ มิตซูบิชิ ไทรทัน ซิงเกิ้ล แค็บ ขับเคลื่อน 4 ล้อ กล่าวว่า “ในฐานะเจ้าของรถไทรทันและนักแข่ง การแข่งขันครั้งนี้ทำให้ผมเห็นถึงสมรรถนะรถที่ยอดเยี่ยมแบบคาดไม่ถึง และดีเอ็นเอสายพันธุ์สปอร์ตที่พร้อมลุยในทุกสภาพถนน ผมรู้สึกประทับใจในความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการฝึกซ้อมของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ตอย่างมาก รวมถึงการใช้รถมิตซูบิชิ ไทรทันลงสนามแข่งขันจริง ก็ยิ่งทำให้ผมเชื่อมั่นในตัวรถยนต์มิตซูบิชิไปอีกขั้น และผมหวังว่ามิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะจัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้อีกในปีหน้า ผมและครอบครัวจะมาร่วมงานอีกแน่นอน!”
การแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (AXCR) เป็นการแข่งขันแรลลี่ข้ามประเทศรายการใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยในปีนี้จัดการแข่งขันขึ้นเป็นครั้งที่ 30 และถือเป็นหนึ่งในปีที่ท้าทายที่สุด โดยเส้นทางการแข่งขันเริ่มต้นที่พัทยา ครอบคลุมระยะทางกว่า 3,200 กิโลเมตร ในภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
รวมระยะเวลา 8 วันสุดหฤโหด ผ่านพื้นที่ภูเขาสูง ป่าทึบ และทางข้ามแม่น้ำ ก่อนจะวนกลับมาจบการแข่งขันที่เมืองพัทยาในวันที่ 16 สิงหาคม ด้วยระยะความยาวของเส้นทางและสภาพพื้นผิวถนนที่หลากหลายในการทดสอบทั้งสมรรถนะการขับขี่และความแข็งแกร่งของทั้งรถแข่งและทีมแข่งอย่างถึงขีดสุดมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ขอเชิญชวนแฟน ๆ ชาวไทยร่วมส่งแรงใจเชียร์ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ในภารกิจสุดเร้าใจครั้งนี้ได้ทางช่องทางอย่างเป็นทางการของเรา:
ติดตามข่าวสารการแข่งขันของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้ที่ช่องทาง Facebook อย่างเป็นทางการ
www.facebook.com/MitsubishiMotorsTHเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2025
https://asiacrosscountryrally.com/index_ja.html
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โตโยต้า ร่วมโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” มอบข้าวรัชมงคล พร้อมจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชน เนื่องในวันแม่แห่งชาติ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ” เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ วัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก จ.กรุงเทพมหานคร และ วัดศาลาปูนวรวิหาร จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมอบข้าวจาก “โรงสีข้าวรัชมงคล” เป็นจำนวน 2,000 กิโลกรัม แก่ประชาชนที่เข้าร่วมงาน ตลอดจนประชาชนกลุ่มเปราะบาง เมื่อวันที่ 8 และ 12 สิงหาคม 2568


ภายในงานโตโยต้าได้นำองค์ความรู้ภายใต้โครงการ “โตโยต้าถนนสีขาว” มาส่งต่อแก่ประชาชน โดยการจัดกิจกรรมอบรม ที่มุ่งเน้นเสริมสร้างทักษะการขับขี่ปลอดภัย “Save Life” รวมถึงลดการสิ้นเปลืองพลังงาน “Save Energy” ควบคู่กับการนำเครื่องจำลองการขับขี่ ให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสประสบการณ์จริง และนำไปประยุกต์ใช้ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ยั่งยืนต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ปลุกตำนานเสียงคำรามของ GR Supra กับ “TOYOTA GR Supra Track Edition” THE LAST ROAR OF LEGEND เปิดรับจองวันนี้ ผ่าน GR GARAGE 6 แห่งทั่วประเทศ

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ปลุกตำนานรถสปอร์ตพันธุ์แรงแห่ง GR Series กับการคำรามครั้งสุดท้ายของตำนาน GR Supra ด้วยการแนะนำ “TOYOTA GR Supra Track Edition” ที่จะเป็น GR Supra โฉมสุดท้ายประจำเจเนอเรชันที่ 5 ในประเทศไทย จากฝีมือการพัฒนาโดย Toyota GAZOO Racing ทำให้มั่นใจได้ว่าจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ผ่านการปรับแต่งเพื่อเสริมโครงสร้างตัวถังรถยนต์ และช่วงล่างใหม่ ให้แข็งแรงทรงพลังยิ่งขึ้น พร้อมแนะนำสีพิเศษ กับสีดำ Matte Black เมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2568
สำหรับการจำหน่าย “TOYOTA GR Supra Track Edition” ในประเทศไทย เปิดรับจอง ผ่าน GR Garage ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Toyota GR Performance อย่างเป็นทางการ ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ด้วยจำนวนจำกัด
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า “บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำ GR Supra เจเนอเรชันที่ 5 ครั้งแรกอย่างเป็นทางการสู่ประเทศไทยเมื่อปีพ.ศ. 2562 จากนั้นก็ได้แนะนำ “Toyota GR Supra 2020 Edition” เมื่อเดือนมิถุนายน 2563 โดย Toyota GR Supra เป็นรถรุ่นแรกของโตโยต้าภายใต้ซีรีย์ GR ที่พัฒนาขึ้นจากแรงบันดาลใจของ คุณอากิโอะ โตโยดะ MASTER DRIVER และประธานกรรมการบริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ด้วยเส้นทาง และแรงบันดาลใจอันยาวนานกว่า 50 ปี ถ่ายทอดประสบการณ์อันเป็นที่สุดแห่งการผสมผสานสุดยอดสมรรถนะในการขับขี่ และเอกลักษณ์สไตล์รถสปอร์ตได้อย่างลงตัว ทำให้รถรุ่นนี้กลายเป็นที่ชื่นชอบของผู้หลงไหลในสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูง และเป็นเป็นรถในฝันของอีกหลายคน

“GR Supra Track Edition” ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 3.0 ลิตรแบบหกสูบเรียง เครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง (inline-six-cylinder engine) จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มอบกำลังสูงสุดถึง 387 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ปรับแต่งองค์ประกอบต่างๆ ของโครงสร้างตัวรถให้แข็งแกร่ง มอบประสบการณ์ในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ผสานการทำงานกับเทคโนโลยีชั้นสูง ADAPTIVE VARIABLE SUSPENSION ช่วยปรับการทำงานอัตโนมัติให้เข้ากับรูปแบบการขับขี่ และสภาพถนน ทั้งยังเสริมความมั่นคงปลอดภัยในขณะขับขี่ขั้นสุด ทำให้ผู้ขับขี่ควบคุมพวงมาลัย ทั้งบังคับรถได้อย่างแม่นยำ มาพร้อมระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense
นอกจากนี้ยังมาพร้อมภาพลักษณ์ดีไซน์สปอร์ต โดดเด่นด้วย สปอยเลอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์
ล้ออัลลอย 19 นิ้ว สีดำ Matte Black หน้า 235/35R19 หลัง 275/35R19 พร้อมคาลิเปอร์สีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR ภายในห้องโดยสารสีดำ เบาะนั่งหุ้มหนัง Alcantara ตกแต่งโลโก้ GR ที่พนักพิงศีรษะ พร้อมเข็มขัดนิรภัยสีแดงสไตล์สปอร์ต พร้อมรองรับ Apple CarPlay และ Andriod Auto สีพิเศษภายนอกสีดำ Matte Balck” เฉพาะรุ่น Track EditionEXPERIENCE THE LEGENDARY SPIRIT รุ่นพิเศษ Track Edition จำนวนจำกัด

– (ใหม่) เพิ่มแผ่นบังซุ้มล้อ (Wheel Arch Flap)
– (ใหม่) ล้ออัลลอย 19 นิ้ว สีดำ Matte Black หน้า 235/35R19 หลัง 275/35R19 พร้อมคาลิเปอร์สีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR
– (ใหม่) ขยายขนาดแผ่นรีดอากาศใต้ท้องรถด้านหน้า (Front Air Spat) เพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ และแอร์โรไดนามิก
– (ใหม่) สปอยเลอร์หลังคาร์บอนไฟเบอร์

– (ใหม่) ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งโลโก้ GR ที่พนักพิงศีรษะ พร้อมเข็มขัดนิรภัยสีแดง

– (ใหม่) ปรับปรุงระบบช่วงล่างแบบแปรผันใหม่ (Adaptive Variable Suspension) เพิ่มประสิทธิภาพระบบกันสะเทือนด้านหลัง
– (ใหม่) เสริมความแข็งแรงด้วยเหล็กกันโคลงหน้า (Front Stabilizer Bar) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่
– (ใหม่) ปรับปรุงมุมแคมเบอร์ล้อหน้าและล้อหลังใหม่ ช่วยให้ผู้ขับขี่มีเสถียรภาพในการเข้าโค้งที่ดีขึ้น
– (ใหม่) เสริมความแข็งแรงบูชยางสำหรับปีกนกด้านหน้า (Front Control Arm) และขายึดยางเสริมแรงสำหรับซับเฟรมด้านหลัง (Rear Subframe Mount) ช่วยควบคุมรถได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น
– (ใหม่) เสริมความแข็งแรงโครงสร้างเหล็กกันโคลงใต้พื้นด้านหลัง (Rear Under-Floor Brace) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของตัวถัง และควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ
– (ใหม่) ปรับปรุงพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power Steering) ควบคุมและตอบสนองได้แม่นยำมากขึ้น
– (ใหม่) จานเบรกหน้า Brembo ขนาด 18 นิ้ว (374 มม.) ช่วยให้ควบคุมการเบรกได้ดียิ่งขึ้น
– (ใหม่) ปรับปรุงระบบควบคุมเฟืองท้าย LSD (Limited Slip Differential) ช่วยเพิ่มการยึดเกาะพื้นผิวถนน และช่วยลดอาการหน้าดื้อขณะเข้าโค้ง (Understeer)
นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมถึง Package การขายว่า “นอกจากนี้เรายังมีความยินดีมอบสิทธิประโยชน์อีกมากมาย ประกอบด้วย
– Warranty รับประกันรถยนต์ตามระยะทาง ระยะเวลา 3 ปี หรือ100,000 กม.
– GR Service Package แพ็กเกจบำรุงรักษารถยนต์ตามระยะทาง ระยะเวลา 3 ปี หรือ 72,000 กม.
– บริการ Roadside Service 5 ปี
– ของที่ระลึกพิเศษ (สินค้าพิเศษ GR Collection)”
– ประสบการณ์แบบ Exclusive กับทีมนักแข่ง Toyota Gazoo Racing Thailand
หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลง ยกเลิก เงื่อนไขโดยมิต้องแจ้งล่วงหน้า“GR Supra Track Edition”… THE LAST ROAR OF LEGEND 1 รุ่น 5 สี (1 สีใหม่)
– (ใหม่) สีดำ MATTE BLACK
– สีขาว… MATTE AVALANCHE WHITE METALLIC
– สีขาว… WHITE METALLIC
– สีดำ… BLACK METALLIC
– สีแดง… PROMINENCE REDราคา 5,749,000 บาท
และทางเลือก รุ่นมาตรฐาน ราคา 5,349,000 บาท**ราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศ และภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว
สามารถศึกษารายละเอียดข้อมูลด้านผลิตภัณฑ์ได้ที่ https://www.toyota.co.th/model/grsupraลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ สามารถติดต่อ GR Garage ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ Toyota GR Performance อย่างเป็นทางการ ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ
กรุงเทพฯ และภาคกลาง
• GR Garage Krungthai (บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด)
• GR Garage K.Motors (บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
• GR Garage Thonburi (บริษัท โตโยต้า ธนบุรี จำกัด)
ภาคเหนือ
• GR Garage Rich (บริษัท โตโยต้าริช จำกัด)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
• GR Garage Khonkaen (บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
ภาคใต้
• GR Garage Pearl (บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
พบการโชว์สมรรถนะ GR Supra Track Edition ครั้งแรก!
ที่ “Toyota Gazoo Racing Thailand 2025” สนามที่ 2 ในวันที่ 16 สิงหาคม 2568
ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จ.ภูเก็ตและร่วมสัมผัส TOYOTA GR Supra Track Edition คันจริง
ภายในงาน Bangkok Auto Salon 2025 ระหว่างวันที่ 27 – 31 สิงหาคมนี้
ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่
https://www.toyota.co.th/
Facebook: Toyota Motor Thailand
LINE Official: @ToyotaThailand
TikTok: @ToyotaMotorTH
X: @ToyotaMotorTH
Instagram: @toyotamotorthailandofficial
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“พีทีที สเตชั่น ใจป้ำ แจก Samsung Galaxy Z Fold7 & Z Flip7” สัปดาห์ละ 70 เครื่อง ทุก 7 สัปดาห์ รวมมูลค่ากว่า 24 ล้านบาท สมาชิก blueplus+ รับสิทธิ์ลุ้นรับมือถือฟรี! เพียงเติมน้ำมันครบ 500 บาท
พีทีที สเตชั่น เติมสนุก แจกสนั่น กับแคมเปญใหญ่ “เติมปั๊บ ลุ้นรับมือถือ” แจกฟรี! Samsung Galaxy Z Fold7 & Z Flip7” สมาร์ตโฟนสุดล้ำรุ่นใหม่ล่าสุด รวม 490 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 24 ล้านบาท เพียงเป็นสมาชิก blueplus+ และเติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ ครบทุก 500 บาท รับ 1 สิทธิ์ลุ้นโชคฟรี แจกหนักทุกสัปดาห์ เพียงแจ้งเบอร์โทรศัพท์ที่ลงทะเบียนสมาชิก blueplus+ ไว้ และพิเศษ! สำหรับสมาชิกบลูพลัสรับสิทธิ์ลุ้นรางวัล X2 เพียงกดรับสิทธิ์ผ่านกิจกรรมบนแอปพลิเคชัน blueplus+ ครั้งแรก ครั้งเดียวตลอดกิจกรรม ตลอดช่วงแคมเปญหลังลงทะเบียน ตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ถึง 30 กันยายน 2568 ที่ พีทีที สเตชั่น ทุกสาขาทั่วประเทศที่ร่วมรายการ
พร้อมแล้วไปลุ้นกันเลย แวะ พีทีที สเตชั่น เติมน้ำมันครบตามเงื่อนไข ลุ้นรับมือถือฟรี ยิ่งเติมบ่อย ยิ่งมีสิทธิ์ลุ้นโชคเยอะ ประกาศผลทุกวันศุกร์! สัปดาห์ละ 70 รางวัล ได้แก่ Samsung Galaxy Z Fold7 256GB มูลค่ารางวัลละ 67,900 บาท จำนวน 21 รางวัล และ Samsung Galaxy Z Filp7 256GB มูลค่ารางวัลละ 40,900 บาท จำนวน 49 รางวัล ทั้งหมด 7 สัปดาห์ รวม 490 รางวัล มูลค่าของรางวัลทั้งสิ้นกว่า 24 ล้านบาท ติดตามการจับรางวัลครั้งแรกในวันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม 2568 และจับรางวัลต่อเนื่องทุกวันศุกร์จนถึง 3 ตุลาคม 2568 พร้อมติดตามการประกาศผลผู้โชคดีได้ทาง https://pttstationluckydraw.pttor.com/Announce, blueplus.com, แอปพลิเคชัน blueplus+ ,Facebook: PTT Station และ blueplus+
ส่วนใครยังไม่ได้เป็นสมาชิก blueplus+ สมัครฟรี! พร้อมรับสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นส่วนลด ของแถม หรือสิทธิพิเศษในกิจกรรมต่าง ๆ โดยสามารถสมัครสมาชิกได้ที่ พีทีที สเตชั่น และร้านค้าในเครือ อาทิ Café Amazon, Jiffy และ FIT Auto หรือสมัครผ่านทางเว็บไซต์ www.blueplus.com/#register รวมถึงดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน blueplus+ ได้ทั้งบนระบบ iOS และ Android ที่ https://blueplusapp.onelink.me/Zvvl/download เพื่อไม่พลาดทุกความพิเศษที่รอคุณอยู่
ศึกษาข้อมูลรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.pttor.com/th/news/promotion และติดตามโปรโมชันและกิจกรรมอื่น ๆ ได้ที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 1365 Contact Center
#พีทีทีสเตชั่น #PTTStation #โปรโมชันพีทีทีสเตชั่น #พีทีทีสเตชั่นใจป้ำแจกฟรี
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
เมอร์เซเดส-เบนซ์ เตรียมเผยโฉม CLA 250+ with EQ Technology ครั้งแรกในงาน Motor Expo พร้อมส่งท้ายไลน์อัพ Mercedes-EQ ด้วยแคมเปญ “DEFINING ELECTRIC”

เมอร์เซเดส–เบนซ์ (ประเทศไทย) ประเดิมจัดงาน CLASS OF ITS OWN. “The new CLA Designer Talk” สร้างปรากฏการณ์ในรอบ 20 ปี ด้วยการดึงตัว “เดนนิส บริงส์” (Dennis Brings) ดีไซเนอร์ระดับโลกจาก Mercedes-Benz Design มาร่วมเผยแรงบันดาลใจและแนวคิดการออกแบบรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เจเนอเรชันล่าสุด “The new CLA” ก่อนที่จะนำรุ่น CLA 250+ with EQ Technology
มาจัดแสดงในประเทศไทยครั้งแรกที่งาน Motor Expo 2025 โดย The new CLA มาพร้อมแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) ที่เน้นความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพการผลิตให้สามารถเข้ากับรถยนต์ทุกระบบขับเคลื่อนทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด และรถยนต์สันดาปภายใน สอดคล้องกับการปรับกลยุทธ์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากเดิมที่ใช้ซับแบรนด์ Mercedes-EQ จะถูกเปลี่ยนมาอยู่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-Benz ทั้งหมด โดยรถยนต์ทุกรุ่นที่เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% จะใช้ชื่อรุ่นตามด้วย “with EQ Technology” ส่วนรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
จะตามด้วย “with EQ Hybrid Technology”
มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส–เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับการทำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มีการใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างจากประเทศอื่นๆ โดยเริ่มต้นด้วยการนำรุ่นแฟลกชิปในเซกเมนต์ Top-End Luxury อย่าง EQS มาเปิดตัวครั้งแรกในปี 2565 ทั้งรุ่นนำเข้าและรุ่นประกอบในประเทศ
เพื่อทำให้คนไทยได้สัมผัสกับขั้นสุดของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับโลกจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ก่อนที่ในปี 2566–2567 จะเริ่มเปิดตัวรถยนต์ในเซกเมนต์ Entry Luxury อย่าง EQB 250 ที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี จนไปถึงการเปิดตัว EQE 350 4MATIC SUV, EQE 53 4MATIC+, EQE 300 และ EQS 450 4MATIC SUV ตามลำดับ ซึ่งจากระยะเวลาที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ มีความเข้าใจในโจทย์และความพร้อมของผู้บริโภคชาวไทยสำหรับการใช้งานรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นอย่างดี

โดยกลยุทธ์ด้านรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ต่อจากนี้ หลังจากการเปลี่ยนผ่านของยุค Mercedes-EQ ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ คาดหวังให้ The new CLA เป็นโมเดลสำคัญที่จะเข้ามาตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทย ที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ในเซกเมนต์ที่จับต้องได้ โดย CLA 250+ with EQ Technology จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ประกอบในประเทศไทยด้วยแพลตฟอร์ม MMA ที่ทำให้กระบวนการผลิตรถยนต์ของทุกระบบขับเคลื่อนมีความยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่งผลดีต่อการกำหนดโครงสร้างราคาของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่จะเปิดตัวในอนาคต”

ภายในงาน CLASS OF ITS OWN. “The new CLA Designer Talk” เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้รับเกียรติจาก มร. เดนนิส บริงส์ (Dennis Brings) ตำแหน่ง Senior Designer จากสตูดิโอ Mercedes-Benz Design ในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นหนึ่งในทีมงานในแผนก “Lights & Parts”
โดยเดนนิส บริงส์ ได้พูดถึงแนวคิดการออกแบบและองค์ประกอบสำคัญของ The new CLA ไว้ดังนี้- ออกแบบภายใต้แนวคิด “Sensual Purity” ดีเอ็นเอของแบรนด์ที่สะท้อนไอคอนนิกสไตล์
อันหรูหราและเรียบง่าย แต่ยังคงเปี่ยมไปด้วยความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตา - นำเสนอสัญลักษณ์ดวงดาวของแบรนด์ให้เข้ากับองค์ประกอบต่างๆ ของตัวรถ อาทิ กระจังหน้า Starpanel ในรูปแบบไฟแอนิเมชัน โคมไฟหน้าติดตั้ง Daytime Running Light รูปทรง
Star Shaped และไฟท้าย Digital Jewelry ที่ผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์ให้ออกมาเป็นรายละเอียดของอัญมณีที่ลงตัว - ดีไซน์ภายในของ The new CLA ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสวนหินญี่ปุ่น หรือ “Zen Garden” สะท้อนศิลปะแห่งการลดทอนและคงไว้เฉพาะสิ่งที่เป็นแก่นแท้ เหลือไว้เพียงส่วนประกอบที่เป็นหัวใจของวิศวกรรมยานยนต์ เช่น การใช้วัสดุกระจกบนจอกลาง MBUX Superscreen วัสดุโลหะบนคอนโซลกลาง และวัสดุหนังบนแผงบุนุ่มบริเวณข้างประตู
CLA 250+ with EQ Technology จะเป็นก้าวสำคัญของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ในการนำเสนอรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ตอบโจทย์ในทุกมิติ ทั้งในด้านสมรรถนะอันทรงพลังที่ให้กำลังสูงสุด 272 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 335 นิวตันเมตร รวมถึงการติดตั้งแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุด 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และมีประสิทธิภาพการชาร์จที่รองรับ DC Charge สูงสุด 320 kW โดยการชาร์จเพียง 10 นาที ด้วยกระแสไฟเต็มกำลัง จะสามารถขับขี่ได้ไกลถึง 325 กิโลเมตร นอกจากนี้ The new CLA ยังถือเป็นรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยการติดตั้งระบบปฏิบัติการ MB.OS ที่ผสานการทำงานของเทคโนโลยี AI ด้วยระบบ MBUX Virtual Assistance ที่ร่วมมือกับ Google นอกจากนี้ยังเชื่อมต่อเข้ากับแอปพลิเคชันระดับโลกมากมาย อาทิ ChatGPT, Gemini, Google Maps, Microsoft Teams, Webex, Zoom ฯลฯ
นอกจากนี้ สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่วางจำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้จัดแคมเปญ “DEFINING ELECTRIC: Reimagine Intelligence.” ชวนลูกค้าทุกคนรับข้อเสนอสุดพิเศษ กับส่วนลดสูงสุดถึง 3 ล้านบาท พร้อมร่วมทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% กว่า 8 รุ่น ได้ที่โครงการวัน แบงค็อก (One Bangkok) ในวันที่ 15-17 สิงหาคม 2568 และโครงการเซ็นทรัล วิลเลจ (Central Village) ในวันที่ 23-24 และ 30-31 สิงหาคม 2568
รายละเอียดข้อเสนอพิเศษของแคมเปญ “DEFINING ELECTRIC: Reimagine Intelligence.”: https://mb4.me/FB-Defining
ลูกค้าที่สนใจรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่าย เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ 31 แห่งทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ www.mercedes-benz.co.th หรือโซเชียลมีเดีผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ออกแบบภายใต้แนวคิด “Sensual Purity” ดีเอ็นเอของแบรนด์ที่สะท้อนไอคอนนิกสไตล์





























































































































































