• LAMBORGHINI SHOWCASE 2025 THE FUTURE UNLEASHED การปรากฎตัวของลัมโบร์กินีขุมพลังไฮบริดแบบครบไลน์ ครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2568 ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

    1 Min Read

    LAMBORGHINI SHOWCASE 2025 THE FUTURE UNLEASHED การปรากฎตัวของลัมโบร์กินีขุมพลังไฮบริดแบบครบไลน์ ครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2568 ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

    บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ ยกทัพลัมโบร์กินีขุมพลังไฮบริดแบบครบไลน์ ครั้งแรกในประเทศไทย จัดแสดงในงาน LAMBORGHINI SHOWCASE 2025 อาทิ Lamborghini Temerario, Lamborghini Urus SE, Lamborghini Revuelto พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สุดแห่งตำนาน เครื่องยนต์ N/A อย่าง Lamborghini Tecnica  ภายในงานพบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พร้อมให้ทุกคนในครอบครัวได้ร่วมสนุกกัน ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2568 ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G

    เรนาสโซ มอเตอร์ มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์การขับขี่และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับท่านเจ้าของรถลัมโบร์กินี ด้วยวิสัยทัศน์การบริหารงานด้านการบริการลูกค้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ และใส่ใจในทุกรายละเอียดของรถลัมโบร์กินีทุกคันก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้าคนสำคัญเสมอ

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2568 ยอดขายรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% คาดการณ์ตลาดปี 2568 อยู่ที่ 600,000 คัน

    1 Min Read

    ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2568 ยอดขายรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% คาดการณ์ตลาดปี 2568 อยู่ที่ 600,000 คัน

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย รายงานสรุปยอดขายรถยนต์ครึ่งปีพ.ศ. 2568 ยอดขายสะสมตลาดรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายสะสมตลาดรถยนต์นั่ง 117,482 คัน ลดลง 1.5% ยอดขายสะสมรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 185,212 คัน ลดลง 1.8% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายสะสม 94,715 คัน ลดลง 12.7%  

    สำหรับยอดขายประจำเดือนมิถุนายน 2568 ยอดขายสะสมตลาดรวม 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายสะสมตลาดรถยนต์นั่ง 19,397 คัน เพิ่มขึ้น 9.4% ยอดขายสะสมรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 30,682 คัน เพิ่มขึ้น 2.5% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายสะสม 15,307 คัน ลดลง 8.2%  

     

    • ประเด็นสำคัญ
    • ตลาดรถยนต์ครึ่งปีพ.ศ. 2568 มียอดขาย 302,694 คัน ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง มียอดขายสะสม 117,482 คัน ลดลง 1.5% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มียอดขายลดลง 1.8% ด้วยยอดขาย 185,212 คัน และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย 94,715 คัน ลดลงถึง 12.7% ในส่วนของตลาด xEV มียอดขายทั้งหมด 132,493 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.8% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ HEV อยู่ที่ 67,202 คัน ซึ่งยอดขายรวมอยู่ในระดับเดียวกันกับปีที่แล้ว ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ BEV อยู่ที่ 56,529 คัน เติบโตขึ้น 54.5 %
    • ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2568 มียอดขาย 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 9.4% ด้วยยอดขาย 19,397 คัน ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 2.5% ด้วยยอดขาย 30,682 คัน และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย 15,307 คัน ลดลง 8.2% ในส่วนของตลาด xEV มียอดขายทั้งหมด 21,915 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.7% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมียอดขายรถยนต์ HEV เติบโตขึ้น 11.6% ด้วยยอดขาย 11,034 คัน ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ BEV อยู่ที่ 9,743 คัน เพิ่มขึ้น 59.9%
    • ตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม มีแนวโน้มทรงตัว หรือลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงฟื้นตัวช้า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนอาจลดหรือชะลอการลงทุนและการใช้จ่ายออกไป เพื่อรอความชัดเจนด้านต่างๆ จากสถานการณ์ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศคู่ค้า รวมถึงความไม่แน่นอนระหว่างสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา

    นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรก โตโยต้ามียอดขายรถยนต์รวมที่ 113,889 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 37.6% โดยเฉพาะ ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up + รถกระบะดัดแปลง PPV)  มียอดขายรวมอยู่ที่ 42,430 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์เซกเมนต์นี้ถึง 44.8% สำหรับยอดขายรถยนต์นั่งอยู่ที่ 39,644 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 33.7% อีกทั้งโตโยต้ายังมียอดขายรถยนต์ไฮบริดถึง 31,793  คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 24% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ในกลุ่มตลาด xEV ทั้งหมด 

    ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครึ่งปีแรก 2568 เริ่มส่งสัญญาณมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขยอดขายรวมครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ 302,694 คัน หรือลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 1.7% เมื่อเทียบกับปี 2567 โตโยต้ายังคงคาดการณ์ระดับตลาดในปี 2568 ที่ระดับ 600,000 คัน สำหรับโตโยต้า ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 231,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5% สร้างส่วนแบ่งทางการตลาด เท่ากับ 38.5% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด โดยในครึ่งปีหลัง โตโยต้ามีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น ทั้งในกลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงตลาด xEV ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทย เพื่อร่วมส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน”

     

    • ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2568
    1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 1%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      19,105 คัน      เพิ่มขึ้น    3%              ส่วนแบ่งตลาด   38.1%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ           5,625 คัน       ลดลง     20.5%         ส่วนแบ่งตลาด   11.2%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า       5,149 คัน       ลดลง     15.9%         ส่วนแบ่งตลาด   10.3%

    1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 19,397 คัน เพิ่มขึ้น 4%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      6,575 คัน        เพิ่มขึ้น    22.4%         ส่วนแบ่งตลาด   33.9%

    อันดับที่ 2 ฮอนด้า      3,130 คัน        ลดลง     7.4%           ส่วนแบ่งตลาด   16.1%

    อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      876 คัน           ลดลง     48.3%         ส่วนแบ่งตลาด   4.5%

    1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 30,682 คัน เพิ่มขึ้น 5%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      12,530 คัน      ลดลง   4.9%            ส่วนแบ่งตลาด  40.8%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ           5,625 คัน        ลดลง   20.5%           ส่วนแบ่งตลาด 18.3%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า      2,019 คัน        ลดลง   26.4%            ส่วนแบ่งตลาด  6.6%

    1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

    ปริมาณการขาย 15,307 คัน ลดลง 8.2%                                

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      7,099 คัน        ลดลง    10.6%          ส่วนแบ่งตลาด 46.4%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ           4,756 คัน        ลดลง    22.6%          ส่วนแบ่งตลาด 31.1%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด        1,399 คัน        ลดลง    14.5%           ส่วนแบ่งตลาด  9.1%

                                   *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,032 คัน

    โตโยต้า 1,258 คัน – อีซูซุ 988 คัน – ฟอร์ด 578 คัน – มิตซูบิชิ 129 คัน – นิสสัน 33 คัน

    1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 11,269 คัน ลดลง 9%                                

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      5,841 คัน        ลดลง   16%             ส่วนแบ่งตลาด 51.8%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ          3,768 คัน        ลดลง    29.3%          ส่วนแบ่งตลาด 33.4%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด        821 คัน           ลดลง    23.1%           ส่วนแบ่งตลาด  7.3%     

     

    • สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2568
    1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 302,694 คัน ลดลง 7%                             

    อันดับที่ 1 โตโยต้า    113,889 คัน       ลดลง     2.1%           ส่วนแบ่งตลาด 37.6%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ        37,506 คัน        ลดลง     18.9%          ส่วนแบ่งตลาด 12.4%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า    35,355 คัน        ลดลง    18.7%         ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

    1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 117,482 คัน ลดลง 5%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า   39,644 คัน         เพิ่มขึ้น  19.2%           ส่วนแบ่งตลาด 33.7%

    อันดับที่ 2 ฮอนด้า   19,672 คัน         ลดลง    20.1%          ส่วนแบ่งตลาด 16.7%

    อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ    5,915 คัน           ลดลง   40.2%           ส่วนแบ่งตลาด  5%

    1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 185,212 คัน ลดลง 8%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า  74,245 คัน           ลดลง     10.6%           ส่วนแบ่งตลาด 40.1%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ       37,506 คัน           ลดลง    18.9%           ส่วนแบ่งตลาด 20.3%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า  15,683 คัน          เพิ่มขึ้น  16.9%           ส่วนแบ่งตลาด 8.5%

    1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

    ปริมาณการขาย 94,715 คัน ลดลง 12.7%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า 42,430 คัน           ลดลง   14.6%           ส่วนแบ่งตลาด 44.8%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ     32,804 คัน            ลดลง   19.2%           ส่วนแบ่งตลาด 34.6%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด   9,400 คัน             ลดลง   16.7%           ส่วนแบ่งตลาด  9.9%

                                   *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 20,714 คัน

    โตโยต้า 7,294 คัน – อีซูซุ 6,183 คัน – ฟอร์ด 3,717 คัน – มิตซูบิชิ 888 คัน – นิสสัน 269 คัน

    1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 73,995 คัน ลดลง 4%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า 35,136 คัน           ลดลง  17.7%             ส่วนแบ่งตลาด 47.5%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ      26,621 คัน           ลดลง  23.2%            ส่วนแบ่งตลาด  36%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด    5,683 คัน            ลดลง   19%              ส่วนแบ่งตลาด  7.7%   


    าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • นิสสันร่วมพัฒนาทักษะเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เพื่อการศึกษา ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธร

    1 Min Read

    นิสสันร่วมพัฒนาทักษะเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เพื่อการศึกษา ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธร

    นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรสำหรับใช้ในการเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะวิชาชีพ

    ความร่วมมือดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมที่นิสสันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีประสบการณ์ตรง และพัฒนาทักษะความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์อันทันสมัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพต่อไป

    ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่นิสสัน มอเตอร์ เรามีวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรม และมีความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทย เราได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะของเยาวชน นิสสันเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนคือการลงทุนที่มีคุณค่าที่สุด เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในอนาคต”

    เครื่องยนต์ระบบขับเคลื่อน อี-พาวเวอร์ ของนิสสันที่ส่งมอบให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรครั้งนี้ เป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบพิเศษที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเหมือนรถไฟฟ้า โดยไม่ต้องชาร์จไฟ  เครื่องยนต์ดังกล่าว ติดตั้งในรถรุ่นหลักๆ ของนิสสัน ได้แก่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต

    เครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ถือเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

    นิสสัน ได้เริ่มให้การสนับสนุนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยได้บริจาคเครื่องยนต์หลากหลายประเภท อาทิ เครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อให้เยาวชนได้ใช้ในการเรียนและฝึกฝนทักษะ  ตลอดจนได้มีการจัดเวิร์คช็อปสำหรับครูผู้สอน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ของนิสสัน

    ความร่วมมือที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยนี้ ยังตอกย้ำความสัมพันธ์อันใกล้ชิดที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างประเทศญี่ปุ่นและไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสังคมในระยะยาว ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาผ่านการศึกษาและนวัตกรรม

    มร. ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย พร้อม มร. ทัตสึชิ นิชิโอกะ อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และ คุณนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกันมอบเครื่องยนต์    อี-พาวเวอร์ ให้แก่ คุณวัชริน แม่นยำ ผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธร


    าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยกระดับยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าไปอีกขั้น ZEEKR ประเทศไทย ส่ง ZEEKR 7X ลุยตลาด SUV ภายใต้แนวคิด Indulge Every Journey เมื่อการเดินทางของนวัตกรรมขั้นสุดสอดรับกับความลักชูรีอย่างลงตัว

    1 Min Read

    ยกระดับยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าไปอีกขั้น ZEEKR ประเทศไทย ส่ง ZEEKR 7X ลุยตลาด SUV ภายใต้แนวคิด Indulge Every Journey เมื่อการเดินทางของนวัตกรรมขั้นสุดสอดรับกับความลักชูรีอย่างลงตัว

    การมาถึงของ ZEEKR 7X ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศความพร้อมในการบุกตลาด EV ในเซกเมนต์ SUV ของแบรนด์ ZEEKR แต่ยังถือเป็น   การสร้างปรากฏการณ์ “ขั้นกว่า” ของการขับขี่ที่ให้ความรู้สึกดื่มด่ำ “ขั้นสุด” ตลอดทุกเส้นทาง ทุกช่วงเวลา ทุกผู้โดยสารภายใน ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Indulge Every Journey โดย ZEEKR 7X พร้อมแล้วที่จะประกาศเปิดตัวสู่สายตาชาวไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

    จากการเติบโตของตลาด SUV ที่กลายเป็นเมกะเทรนด์ทั่วโลก โดยเฉพาะ SUV ไฟฟ้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ผู้คนเริ่มแสวงหา Work Life Balance และการทำกิจกรรมที่สะท้อนตัวตนผ่านการออกเดินทางสู่ปลายทางหลายรูปแบบเพื่อหาแรงบันดาลใจ ซึ่ง ZEEKR ประเทศไทยได้มีการแนะนำยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าในรุ่น ZEEKR 7X เรียกความสนใจมาแล้วจากกลุ่มลูกค้าที่มายลโฉมภายในงานมอเตอร์โชว์ 2025 เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ในแง่ของการเดินทางระยะไกล ไปได้ทุกสภาพถนน ใช้งานได้อเนกประสงค์ พร้อมรองรับได้ทุกกิจกรรม อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน

    ZEEKR 7X ฉายภาพความงดงามโดยมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิด Hidden Energy Design Concept โดดเด่นด้วยปรัชญาการออกแบบที่ลึกซึ้ง ด้วยการนำ Golden Ratio หรืออัตราส่วนทองคำซึ่งเป็นหลักคณิตศาสตร์แห่งความสมบูรณ์แบบมาประยุกต์ใช้ในการกำหนดสัดส่วนทุกองค์ประกอบของรถยนต์ ทำให้ได้รูปลักษณ์ที่สมดุลอย่างที่สุดและสร้างความประทับใจแรกเห็น โดยจุดเด่นที่สะดุดตาคือ ZEEKR Stargate หน้าจอ LED พาดยาวจรดซ้าย ไปขวาขนาดใหญ่ 93 นิ้ว ที่ประกอบด้วยไฟ LED ถึง 1,831 ดวง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกทางศิลปะ แต่ยังสื่อสารได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถแสดงตัวตนและอารมณ์ได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยนวัตกรรมการแสดงลวดลายพิเศษเลือกได้ตามเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่

    ความสะดวกสบายระดับลักชูรีเริ่มต้นตั้งแต่การเข้าออกรถยนต์ด้วย Automatic Doors ระบบประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติทั้ง 4 บาน ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวก แต่ยังสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ได้ลอง ทำให้การใช้รถในชีวิตประจำวันกลายเป็นประสบการณ์ที่หรูหราและไม่ธรรมดา ล้อ Forged Wheel ขนาด 21 นิ้วที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการตีขึ้นรูปให้ได้น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักรถเพื่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและควบคุมได้แม่นยำมากขึ้น เมื่อคู่กับระบบเบรก Akebono Caliper สมรรถนะสูง ทำให้มั่นใจได้ในทุกการหยุดรถ แม้ในความเร็วสูงหรือสภาพถนนที่ท้าทาย

     

    ห้องโดยสารที่เรียบหรู…ให้ทุกดีเทลบ่งบอกรสนิยมระดับมาสเตอร์คลาส

    ภายในห้องโดยสาร ZEEKR 7X คือพื้นที่แห่งการผ่อนคลายขั้นสูง มอบความสบายด้วยเบาะหนัง Nappa ที่มีชื่อเสียงในด้านความนุ่มและหรูหรา ไม่เพียงแต่ให้ความสบายในการนั่ง แต่ยังสื่อถึงรสนิยมระดับสูงของเจ้าของรถ ระบบนวดและเป่าลมในเบาะคู่หน้าจะช่วยคลายความเมื่อยล้าหลังจากวันทำงานที่หนักหน่วง ทำให้การขับรถระยะไกลไม่ใช่ภาระ แต่กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูพลังงาน

    สำหรับเบาะหลังที่ปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้าช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับองศาการนั่งให้เหมาะกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การพักผ่อน หรือการชมภาพยนตร์ ทำให้ห้องโดยสารหลังเปลี่ยนเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดทุกมิติกับการออกแบบภายในที่คำนึงทุกอิริยาบถของผู้โดยสาร และการผ่อนคลายที่เหนือระดับ ในส่วนของระบบสารสนเทศและบันเทิงของ ZEEKR 7X นำเสนอด้วยหน้าจอกลาง Mini LED ขนาด 16 นิ้วที่มีความละเอียด 3.5K ให้ภาพที่คมชัด

    หน้าจอ AR HUD ขนาด 36.21 นิ้ว จะฉายข้อมูลสำคัญขึ้นมาบนกระจกหน้ารถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่ หน้าจอ Cluster ขนาด 13.02 นิ้ว ทำหน้าที่แสดงข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดในรูปแบบที่สวยงามและเข้าใจง่าย การทำงานของหน้าจอทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 Processor เทคโนโลยี 5nm Process Technology ที่ให้การประมวลผลรวดเร็วและราบรื่น ทำให้การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ บนหน้าจอทำได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ ตอบสนองคำสั่งการได้ทันทีทันใด

    และระบบเสียง ZEEKR Sound Pro ที่มาพร้อมลำโพงคุณภาพระดับสตูดิโอจำนวน 21 จุดรอบคัน สร้างมิติเสียงรอบทิศทางเสมือนโฮมเธียเตอร์เคลื่อนที่ ช่วยสร้างประสบการณ์ความรู้สึกดื่มด่ำในสุนทรียภาพของเสียง

     

    ทลายทุกขีดจำกัดของความเป็นไปได้

    ในแง่ของสมรรถนะขุมพลังเหนือชั้นของ ZEEKR 7X คือระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่สร้างกำลังสูงสุด 637 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.8 วินาที ทำให้การออกตัวจากสัญญาณไฟแดงหรือการแซงเป็นเรื่องง่ายดาย ระบบขับเคลื่อน Intelligent AWD Lightning Switch สามารถปรับกำลังขับอัตโนมัติทันทีตามสภาพถนน ส่วนช่วงล่าง ถุงลม (Air Suspension) สามารถปรับระดับตามสภาพถนนเพื่อให้การขับขี่มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ในโหมด      Off-Road สามารถยกความสูงตัวรถได้ถึง 230 มิลลิเมตร รองรับทุกเส้นทาง โดย ZEEKR 7X ใช้ระบบไฟฟ้า 800V ทั้งระบบซึ่งรองรับการชาร์จเร็วแบบ 4C fast charging ได้อย่างรวดเร็วเพียง 16 นาทีจาก 10% – 80% (ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟคงเหลือ กำลังไฟของตู้ชาร์จ และรูปแบบการใช้งาน เป็นต้น)  ทำให้การเดินทางระยะไกลไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป และด้วยระยะทางวิ่งที่มากกว่า 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไปถึงจุดหมายอย่างไร้กังวล

     

    ความปลอดภัย..PRIORITY

    ZEEKR 7X สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture) ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดและได้รับการรับรองด้วยมาตรฐาน Euro NCAP 5 ดาว โดยได้คะแนน 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ และ 90% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารเด็ก ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว ส่วนโครงสร้างตัวรถแบบ Dome-Shaped และโครงสร้างตัวถังหลังแบบ Single Piece Die-Cast แบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อ เพิ่มความปลอดภัยและน้ำหนักเบา ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน  ดียิ่งขึ้น สำหรับระบบช่วยขับขี่ ZEEKR AD ทำงานร่วมกับ Dual Mobileye Chips เพิ่มความแม่นยำและปลอดภัย

     

    Indulge Every Journey ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    ZEEKR 7X มีรุ่นย่อยทั้งหมด 2 รุ่น คือ ZEEKR 7X RWD Long Range และ ZEEKR 7X AWD Performance วันนี้ ZEEKR พร้อมเปิดประตูสู่อนาคตด้วย ZEEKR 7X ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรีที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “Indulge Every Journey” ที่ไม่เพียงแค่มุ่งเน้นจุดหมายปลายทาง แต่ยังยกระดับทุกวินาทีของการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและดื่มด่ำไปด้วยความสุขสมบูรณ์แบบ

     

    สามารถจองสิทธิ์เป็นเจ้าของได้ที่ ZEEKR House ทั้ง 13 สาขา ทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ และร่วมเคานต์ดาวน์ไปด้วยกันกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ZEEKR 7X ในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กรังด์ปรีซ์ฯ มอบรางวัลผู้โชคดี จากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 รวมมูลค่ากว่า 1.94 ล้านบาท

    1 Min Read

    กรังด์ปรีซ์ฯ มอบรางวัลผู้โชคดี  จากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 รวมมูลค่ากว่า 1.94 ล้านบาท

     บริษัท กรังด์ปรีซ์  อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ภายใต้ธีม “The Talk of Sensuous  Automotive” หรือ “สนทนาภาษายานยนต์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จตามคาดหมาย มียอดผู้เข้าชมงานมากถึง 1.6 ล้านคน  มีค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 54 แบรนด์ ที่เข้ารวมงานฯและกวาดยอดจองในงานรวมทุกเซ็กเม้นท์จำนวนสูงถึง 79,941 คัน ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในปีนี้ยังคงอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    ซึ่งเป็นประจำของทุกปีที่คณะผู้จัดงานฯ จะทำการการจับรางวัลผู้โชคดีจากการตอบแบบสอบถามสำรวจความพึงพอใจจากผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมงานผ่าน Line OA @GrandPrix.Group ลุ้นรับรางวัลรถยนต์ไฟฟ้า,รถจักรยานยนต์ และของที่ระลึกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  โดยแบ่งเป็น รางวัลผู้โชคดีจากการซื้อบัตรเข้าชมงาน รางวัลจองรถยนต์ รางวัลจองรถจักรยานยนต์ รางวัลจากอภินันทนาการ และรางวัลซื้อสินค้าภายใน Hall 4 มูลค่า 1,000 บาทขึ้นไป และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล  โดยได้ทำการจับรางวัลผู้โชคดี ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี บริเวณจุดโชว์รถรางวัล LUCKY DRAW เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา และได้ทำการประกาศรายชื่อ ผู้โชคดีใน www.motorshow.in.th  และนิตยสารในเครือกรังด์ปรีซ์ฯ

    สำหรับพิธีมอบรางวัลแก่ผู้โชคดี จัดขึ้นในวันศุกรที่ 25 กรกฎาคม 2568  เวลา 11.00 – 12.00 น. ณ บริเวณลานจอดรถรางวัล ด้านหน้า อาคาร 1 บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานการจัดงานฯ  พร้อมด้วย คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์  คุณพีระพงศ์    เอี่ยมลำเนา  คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา  และคุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม รองประธานการจัดงานฯ  ร่วมกันมอบรางวัล และแสดงความยินดีกับผู้โชคดีจากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

    รางวัลผู้โชคดีจากการซื้อบัตรเข้าชมงาน

    1. รถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 6 EV                                        มูลค่า    1,099,000          บาท     

    ได้แก่ คุณปัญญา วิจิตขะจี

    1. รถจักรยานยนต์ Yamaha Grand Filano Hybrid             มูลค่า    64,700               บาท

    ได้แก่ คุณอนุวัฒน์ หงษ์เทศ

     

    1. รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy I Urban             มูลค่า    50,600               บาท

    ได้แก่ คุณนนนพัทธ์ พระนอ

    รางวัลผู้โชคดีจากการจองซื้อรถยนต์ในงาน และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถยนต์ไฟฟ้า NETA VII SMART มูลค่า    427,000             บาท

    ได้แก่ คุณกิตติ วงษ์วุฒิศักดิ์ 

    รางวัลผู้โชคดีจากการจองซื้อรถจักรยานยนต์ในงาน และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถจักรยานยนต์ Kawasaki W230                                     มูลค่า    149,900             บาท

    ได้แก่ คุณรัตนะ แสงศิริ

    รางวัลผู้โชคดีจากบัตรอภินันทนาการ  และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถจักรยานยนต์ SUZUKI Burgman                         มูลค่า    69,900               บาท

    ได้แก่ คุณกันตชา ศรีอยุธย์

    รางวัลผู้โชคดี จากการซื้อสินค้าภายใน Hall  มูลว่า 1,000 ขึ้นไป และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Yadea             มูลค่า    22,000               บาท     

    ได้แก่ คุณวีระวัฒน์ เจียระไนกาญจน์

    นอกจากนี้ยังมีการจับรางวัลสำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่จะได้ของที่ระลึกในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 จำนวน 100 รางวัล มูลค่ารวม 50,000 บาท (ซึ่งประกาศในเว็บไซต์ www.bangkok-motorshow.in.th  และทาง นิตยสารในเครือกรังด์ปรีซ์ฉบับเดือน พฤษภาคม 2568 )  สำหรับกำหนดการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 จะมีขึ้นวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าตอกย้ำเอกลักษณ์ยนตรกรรมที่สร้างความสำเร็จทั่วโลก

    1 Min Read

    มาสด้าตอกย้ำเอกลักษณ์ยนตรกรรมที่สร้างความสำเร็จทั่วโลก

    เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวความเป็นมามากกว่า 100 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว และฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ แต่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก นั่นคือแบรนด์ “มาสด้า” มาเจาะรายละเอียดว่ากว่าจะเดินทางมาไกลจนถึงวันนี้ มีอะไรที่มาสด้าได้รังสรรให้กับมวลมนุษยชาติไว้อย่างน่าสนใจ

    มาสด้า เป็นแบรนด์รถยนต์ที่สร้างตำนานและถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ไว้มากมาย สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นอกเหนือจากปรัชญาที่มุ่งเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาแล้ว ยังคงมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากที่ทำให้รถมาสด้าได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบรนด์ที่ดำรงอยู่มากกว่า 100 ปี องค์ประกอบหลายสิ่ง ได้ถูกถ่ายทอดลงในรถยนต์ของมาสด้าทุกเจเนอเรชั่น แต่สิ่งที่มาสด้าแตกต่างอย่างชัดเจนเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง คือการมาพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยภาพลักษณ์ใหม่กับรถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยแนวทางการออกแบบที่เสริมให้รถยนต์โดดเด่นยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยเฉพาะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถกับผู้ขับขี่ ตามปรัชญา Jinba-ittai โดยให้รถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามความตั้งใจของผู้ขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจมากขึ้น

    มาสด้าพัฒนารถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่เพื่อให้เป็น “สิ่งที่เป็นปรารถนาในระดับสากล” การสร้างรถยนต์ที่ทำให้เกิดความปรารถนาของผู้คนนั้น ต้องสร้างคุณค่าใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มาสด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ โดยใช้หลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลางในการยกระดับคุณค่าผลิตภัณฑ์ในทุกด้าน ได้แก่ การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ การลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ความนุ่มนวลในการขับขี่ เป็นมิตต่อสิ่งแวดล้อม และความรู้สึกถึงคุณภาพอันประณีต เพื่อให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากที่สุดสำหรับทุกคน มาสด้าได้ออกแบบและเชื่อมโยงองค์ประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อดึงความสามารถโดยธรรมชาติของมนุษย์ในการรักษาสมดุล ผลลัพธ์ที่ได้คือ SKYACTIV-Vehicle Architecture เป็นเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังชุดใหม่ที่ทำให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

    สมรรถนะอันทรงพลังจากเทคโนโลยี SKYACTIV สร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่วโลก

    รถยนต์มาสด้าได้รับการพัฒนาขุมพลังด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ โดยมอบสมรรถนะอันทรงพลังที่มาจากโครงสร้างตัวถังใหม่ SKYACTIV-Vehicle Architecture และปรับให้เข้ากับการรับความรู้สึกของมนุษย์ เพื่อมอบความรู้สึกในการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ พร้อมผสานทุกฟังก์ชันตามปรัชญา Human Centric ทำให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง องค์ประกอบเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้รถยนต์มาสด้าให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรถยนต์คันอื่น โดยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟของมาสด้า มีดังต่อไปนี้

    • เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน SKTYACTIV-G ให้สมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมัน โดยฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดในโลก คืออัตรา 14.0:1 ช่วยให้ประหยัดนํ้ามัน มีแรงบิดดีขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล SKYACTIV-D พัฒนาให้สามารถทำงานตอบสนองผู้ขับได้ดียิ่งขึ้น จากอัตราส่วนกำลังการบีบอัดที่สมบูรณ์ ทำให้ได้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง แรง รอบจัด และยังสะอาด จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ-ไดร์ฟ (Skyactiv-Drive)  เกียร์อัตโนมัติที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วทันใจ มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ออกตัวแรง เปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่น และเร่งแซงได้อย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง
    • สกายแอคทีฟ-บอดี้ (Skyactiv-Body) โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ ที่ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง High Tensile Steel น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ให้การควบคุมรถที่มั่นคง ช่วยลดแรงสะเทือนจากถนน และกระจายแรงปะทะที่เข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
    • สกายแอคทีฟ-แชสซี (Skyactiv-Chassis) ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคงและให้ความนุ่มนวลแก่ห้องโดยสาร พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยและประหยัดน้ำมัน

    สมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ ทรงพลัง ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน

    เพื่อมอบความปลอดภัยให้ครอบคลุม เครื่องยนต์ SKYACTIV-G รุ่นล่าสุดยังสามารถควบคุมความเร็วได้อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์การขับขี่ รวมถึงยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus สร้างความมั่นใจให้กับการขับขี่ในทุกสภาพถนน ด้วยการเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ ลดแรงเหวี่ยงในขณะเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังมีความเงียบสงบผ่านการพัฒนาเรื่องการลดเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง ให้ความเพลิดเพลินและความสบาย จากคุณสมบัติที่ครบถ้วนเหล่านี้สามารถมอบความอุ่นใจให้ผู้โดยสารทุกคนได้ผ่อนคลายและสุนทรียภาพในการขับขี่

    เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์

    รถยนต์มาสด้าทุกรุ่น มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เพื่อช่วยผู้ขับขี่และช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จุดประสงค์พื้นฐานความปลอดภัยเชิงป้องกันของมาสด้า คือการสร้างความมั่นใจในการขับขี่และการขับขี่ที่สนุกสนานให้กับผู้โดยสารทุกคน ตั้งแต่ตำแหน่งคนขับ รูปแบบแป้นเหยียบและทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี เทคโนโลยี i-Activsense รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดการชนปะทะ นอกจากนี้ รถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ ยังมาพร้อมไฟหน้าแอลอีดีแบบปรับได้ (ALH) เพิ่มทัศนวิสัยให้กับกับผู้ขับขี่ในเวลากลางคืน

    ในส่วนของความปลอดภัยเชิงปกป้อง เป้าหมายคือเพื่อปกป้องผู้โดยสารและคนเดินเท้าในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ  ด้วยการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษที่มีความแข็งแรงสูง และโครงสร้างสร้างตัวถังที่สามารถดูดซับแรงจากการกระแทกได้ดีขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ การตกแต่งภายในยังใช้โครงสร้างป้องกันที่พัฒนาขึ้นตามลักษณะทางกายภาพของมนุษย์เพื่อลดการบาดเจ็บ พร้อมปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยถุงลมนิรภัยครบทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น ด้านหน้า ม่านนิรภัย ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และถุงลมนิรภัยที่หัวเข่า* (ในบางรุ่น*)

    การออกแบบตามหลักปรัชญาของมาสด้า

    จาก นากาเร่ ดีไซน์ (Nagare’) สู่ โคโดะ ดีไซน์ ที่ถูกรังสรรขึ้นจากเส้นสายความพลิ้วไหวตามธรรมชาติ การเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่ว แข็งแรง ดั่งนักกีฬา การพัฒนาปรัชญาการออกแบบ นากาเร่ มีความหมายว่า ความต่อเนื่อง ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ โดยนำเอาความสวยงามของธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งในธรรมชาติในหลากหลายลักษณะ ความพิถีพิถันการออกแบบเส้นสายที่ลื่นไหลต่อเนื่องของธรรมชาติผสมผสานเข้ากับการขึ้นรูปของตัวรถ การไหลอย่างต่อเนื่องของสรรพสิ่งในธรรมชาติ อาทิ กระแสลม น้ำ การเปลี่ยนรูปของทรายบนเนินทรายที่เกิดจากกระแสลม สายธาร ลาวา เป็นต้น มาสด้าได้นำเอาความสวยงามจากภาพของความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไหลลื่น เหล่านั้น มาประยุกต์ใช้เป็นการยกระดับของงานดีไซน์ ภายใต้แนวทางการออกแบบ นากาเร่ มาสด้าได้ออกแบบรถต้นแบบทั้งสิ้น 7 คัน หลังจากนั้นได้นำมาใช้กับการออกแบบรถมาสด้าและเป็นรถที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายจริง

    ความคิดสร้างสรรค์และแนวทางของมาสด้าได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง มาสด้าได้นำปรัชญาการออกแบบสำหรับยนตรกรรมและถูกถ่ายทอดมาถึงยุคปัจจุบัน คือการผสมผสานความสวยงามและพลังเข้าไว้ด้วยกัน เป็นสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้ในการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ทั้งมนุษย์และสัตว์ เป็นช่วงจังหวะของการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเริ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ช่วงจังหวะที่เสือซีต้าห์กำลังกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อ หรือศิลปะการป้องกันตัวในอดีตของญี่ปุ่น ในจังหวะที่ดาบ “เคนโด้” กำลังจะถูกฟาดเพื่อเข้าจู่โจม ทั้งหมดคือช่วงเวลาขณะที่พละกำลังถูกรวบรวมเอาไว้เพื่อใช้งาน ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว เป็นการแสดงออกถึงความสมดุลของความแข็งแกร่ง และความปราดเปรียว ในจังหวะเข้าจู่โจมนั้นต้องใช้สมาธิและการช่วงชิงจังหวะ ทำให้รับรู้ได้ถึง พละกำลัง ความเร็ว กล้ามเนื้อ และรูปทรงที่มีความแข็งแรง ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เป็นความสวยงามอย่างประณีต มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ

    มาสด้าได้ผสมผสานคุณสมบัติทั้งสามอย่างเพื่อเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขึ้นรูปของ โคโดะ ดีไซน์ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงาม ‘KODO – Soul of Motion’ ประกอบด้วย

     

     

     

    • ความรวดเร็ว (Speed): การขึ้นรูปที่บ่งบอกถึงความรวดเร็ว ให้ภาพของรถยนต์ที่มีการปลุกเร้าสัญชาตญาณของสรรพสิ่งที่มีชีวิตให้เกิดความต้องการในการควบคุมเครื่องจักรอันนี้ เป็นเครื่องจักรที่มีความเร็วและทรงพลัง
    • ทรงพลัง (Tense): การขึ้นรูปที่ก่อให้เกิดความพิถีพิถันของความแข็งแกร่งมีพละกำลัง ในจังหวะการเริ่มต้นของการเคลื่อนที่เข้าจู่โจม เป็นการขึ้นรูปที่ประณีต ที่มีรากฐานของความเรียบง่ายด้วยสปิริตของชาวญี่ปุ่น
    • ความงดงาม (Alluring): คุณภาพที่สามารถสัมผัสได้ ถ่ายทอดอย่างลึกซึ้ง เหนือระดับ ด้วยความประณีต และการเลือกสรรอย่างมีคุณค่า  รู้สึกได้ถึงศิลปะของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมือของมนุษย์อย่างประณีต

    มาสด้าได้กำหนดการเคลื่อนไหวโดยฉับพลันแบบนี้ ที่เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง ความรวดเร็ว แสดงออกอย่างน่าเกรงขาม ให้เป็นแนวทางของการขึ้นรูปงานดีไซน์ และเป็นการให้คำนิยามของ โคโดะ ‘KODO’ ที่มาสด้าใช้ในการออกแบบรถยนต์มาสด้าให้มีภาพลักษณ์ของความเร็ว ความทรงพลัง รวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ทำให้ดูมีชีวิตชีวา แสดงออกถึงจิตวิญญาณ ‘KODO – Soul of Motion’ เป็นภาษาการออกแบบใหม่ที่เป็นตัวแทนของรถมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่ มาสด้า ชินาริ (Shinari) คือรถต้นแบบที่ออกแบบด้วยความบริสุทธิ์งดงาม เป็นต้นแบบของรถ 4 ประตู และรถสปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่ง ในภาษาญี่ปุ่น ชินาริ หมายถึงรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนสวยงามแต่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง พร้อมกับคุณสมบัติของความยืดหยุ่น สามารถรักษารูปทรงของตัวเองได้ถึงแม้จะได้รับแรงดึง ยืด หรือบิดตัวอย่างรุนแรง คล้ายกับคุณสมบัติธรรมชาติในเหล็กและไม้ไผ่ ชินาริ ยังหมายถึงตัวตนของบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้ด้วยความรวดเร็วฉับไว ภายใต้การเคลื่อนไหวดังกล่าว นักออกแบบมาสด้าจึงได้ค้นพบศักยภาพที่แท้จริง

    เพื่อนำแนวคิดมาพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นจริง รถยนต์มาสด้าทุกคันถูกพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การขึ้นรูปโมเดลจากดินเหนียว ก่อนเติมความโฉบเฉี่ยวผสมผสานเส้นสายที่เรียบง่ายด้วยแนวคิดการออกแบบ KODO Design ที่เรียบง่ายแต่งดงาม ช่วยสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับรถยนต์ ด้วยสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ที่พัฒนายนตรกรรมให้มีความสง่างามเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก ดึงดูดใจผู้พบเห็น ทีมออกแบบและวิศวกรได้ทำงานร่วมกันเพื่อเนรมิตรถยนต์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลายหลาย ด้วยห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน

     

     

    ความสำเร็จจากการออกแบบภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ ไม่ได้ถูกจำกัดในบางประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จมากมายมาแล้วทั่วโลก รางวัล 2020 World Car Design of the Year, 2021 Canadian Car of the Year, 2010 Red Dot “Best of the Best” จากประเทศเยอรมนี ในรถยนต์ All New Mazda3 และ รางวัลอีกมาย อาทิ รางวัล 2020 Red Dot award ประเภท Product design จากประเทศเยอรมนี รางวัล 2020 Design trophy ประเภท SUV และประเภท Champion of all classes จากประเทศเยอรมนี และยังเป็นรถยนต์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่เข้ารอบ 3 คันสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล 2020 World Car of the Year และ World car design of the Year ในรถยนต์ All-New Mazda CX-30

    สิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงปัจจัยบางส่วนที่ทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก มาสด้าเป็นแบรนด์รถยนต์เล็กๆ ที่มีต้นกำเนิดจากการเป็นผู้ผลิตจุกไม้ค็อกจากเมืองฮิโรชิม่า ได้ก้าวผ่านความท้าทายในหลายยุคหลายสมัยจนสามารถครองใจผู้คนในระดับโลก และมีฐานแฟนคลับอย่างแน่นหนาในหลายประเทศ มาสด้าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้กับ โลก สังคม และผู้คน อันเป็นพันธกิจของเราตลอดไป


    No Comment
  • มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน

    1 Min Read

    มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน

    จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จัดตั้งโรงครัวช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถอพยพได้ ระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2568

    โรงครัวดังกล่าวจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในเบื้องต้น ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของโตโยต้า ในการสนับสนุนสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

    ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่ในการร่วมฝ่าวิกฤติ และดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • พร้อมแล้ว..เต็ม 100..งานใหญ่สิงหาคมนี้

    1 Min Read

    พร้อมแล้ว..เต็ม 100..งานใหญ่สิงหาคมนี้

    จรวย  ขันมณี  และ วิลักษณ์  โหลทอง  ร่วมกันนำ 2 งานใหญ่แห่งปี BIG MOTOR SALE และ BANGKOK AUTO SALON ออกแสดงให้ประชาชนเลือกชม รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และอุปกรณ์ตกแต่ง 22-31 สิงหาคม 2568 ไบเทค บางนา


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • GWM บุกตลาดพรีเมียม PPV 7 ที่นั่ง เปิดตัว “NEW GWM TANK 500 DIESEL” อย่างเป็นทางการ เคาะราคาแนะนำเริ่มต้น 1.399 – 1.599 ล้านบาท

    1 Min Read

    GWM บุกตลาดพรีเมียม PPV 7 ที่นั่ง เปิดตัว “NEW GWM TANK 500 DIESEL” อย่างเป็นทางการเคาะราคาแนะนำเริ่มต้น 1.399 – 1.599 ล้านบาท

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ได้ฤกษ์เปิดม่านเผย NEW GWM TANK 500 DIESEL อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด พร้อมขับเคลื่อนส่วนผสมที่ลงตัวทั้ง “ความพรีเมียมและความสมาร์ต” แบบเต็มขั้นในยนตรกรรมพรีเมียม PPV 7 ที่นั่ง ตอบไลฟ์สไตล์ทุกด้านของผู้ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต เพื่อรับประสบการณ์การขับขี่ที่ครอบคลุมทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.) ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน 2.) ความสบายเหนือระดับด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย 3.) เทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัย และ 4.) ความปลอดภัยที่อัดแน่นสร้างความมั่นใจให้ในทุกเส้นทาง โดยมีราคาแนะนำช่วงเปิดตัวเริ่มต้นที่ 1.399 – 1.599 ล้านบาท สำหรับลูกค้าที่ออกรถ 500 ท่านแรก พร้อมข้อเสนอพิเศษสู่การเดินทางที่เหนือระดับ และยังสร้างความต่างอย่างมีสไตล์ สะท้อนความต้องการบาลานซ์ระหว่าง “งาน ชีวิต ไลฟ์สไตล์” ของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่าน “ป้อง ณวัฒน์ กุลรัตนรักษ์” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ มุ่งตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทาง ทั้งเพื่อธุรกิจ การเดินทางกับครอบครัว และทริปผจญภัย สู่การนิยามมาตรฐานใหม่ของรถ PPV 7 ที่นั่ง ระดับโลกอย่างแท้จริง

     

    NEW GWM TANK 500 DIESEL พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 2 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำสุดพรีเมียม ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้

    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท

    (*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

    โดยราคาแนะนำในช่วงเปิดตัวสุดพิเศษนี้ สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถ NEW GWM TANK 500 DIESEL 500 คันแรกเท่านั้น พิเศษยิ่งขึ้น รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปีเต็ม ฟรี บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี ฟรี ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทางภายในระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน และไม่รวมอะไหล่สิ้นเปลือง) ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี พร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร** (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซล 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    ** เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดได้ที่ GWM Thailand – Service

     

    ปาร์คเกอร์ ฉี ประธาน GWM ตลาดต่างประเทศ กล่าวว่า “วันนี้นับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของ GWM ในการสานต่อกลยุทธ์ระดับโลก All scenario, All powertrain, All users ด้วยการเปิดตัว NEW GWM TANK 500 DIESEL อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เรามั่นใจว่า NEW GWM TANK 500 DIESEL จะได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคชาวไทย และจะเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างสำคัญที่ร่วมยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่เวทีโลกไปพร้อมกับเรา”

     

    “ในปีนี้ GWM เฉลิมฉลองครบรอบ 35 ปี ด้วยเครือข่ายที่ครอบคลุมกว่า 170 ประเทศทั่วโลก และในช่วงต้นปีนี้ GWM ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้งานทั่วโลกมากกว่า 15 ล้านคน สำหรับปีที่ผ่านมา ยอดขายในตลาดต่างประเทศทะลุ 450,000 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 44.61% นี่เป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั่วโลกที่มีต่อแบรนด์ GWM ความสำเร็จนี้เกิดจากยุทธศาสตร์ 4 เสาหลักของโลกาภิวัตน์ คือ ผลิตในพื้นที่ ดำเนินการในพื้นที่ เติบโตในระดับโลก และบูรณาการห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งขับเคลื่อนด้วยแนวคิด ‘In Local, For Local’ ที่ให้ความสำคัญกับผู้บริโภคในแต่ละประเทศเป็นศูนย์กลางของทุกการพัฒนา ไม่เพียงเพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ที่สุด แต่ยังส่งเสริมการจ้างงาน และยกระดับคุณภาพชีวิตในชุมชนท้องถิ่น ภายในปี 2030 เราตั้งเป้ายอดขายในต่างประเทศกว่า 1 ล้านคันต่อปี โดยมากกว่า 30% จะเป็นรถยนต์พรีเมียม และประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์สำคัญในการบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาเพื่อรองรับตลาดระดับภูมิภาค และระดับโลก” ปาร์คเกอร์ ฉี กล่าวเสริม

    NEW GWM TANK 500 DIESEL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบ 2.4T แบบ VGT ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) เหนือกว่าด้วย 4 จุดเด่นหลักที่ยกระดับมาตรฐานวงการ PPV ได้แก่ 1.) ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ทรงพลัง ลำโพง 12 ตัว และระบบ surround sound system กระจก 2 ชั้น แบบ Double layer laminated glass 2.) ความสบายเหนือระดับจากห้องโดยสารกว้างขวาง เบาะหนัง Nappa ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบจดจำตำแหน่ง นวด และระบายอากาศ และพาโนรามาซันรูฟ ม่านบังแดดสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง 3.) เทคโนโลยีอัจฉริยะล้ำสมัย เช่น กล้องมองรอบคัน 540 องศา (กล้อง 360 องศาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ), Head-up Display, ระบบสั่งงานด้วยเสียง และหน้าจอ Smart Dual Screen ระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ ระบบการควบคุมรถจากทางไกลผ่าน GWM application สุดท้าย 4.) ความปลอดภัยที่อัดแน่นด้วยชุดระบบ GWM Intelligent Driving Assistance (L2+) และระบบความปลอดภัยเชิงรุกและเชิงรับมากมาย  (ผลิตภัณฑ์แต่ละรุ่นมีข้อมูลอุปกรณ์และฟังก์ชั่นที่แตกต่างกัน โปรดศึกษารายละเอียดของผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM ร่วมกิจกรรมกับเหล่า TANKER พา GWM TANK 300 บุกตะลุยทริปสุดท้าทายและแสนอบอุ่น ณ จังหวัดกาญจนบุรี

    1 Min Read

    GWM ร่วมกิจกรรมกับเหล่า TANKER พา GWM TANK 300 บุกตะลุยทริปสุดท้าทายและแสนอบอุ่น
    ณ จังหวัดกาญจนบุรี

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios)
    ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM (Thailand) ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมของชุมชนผู้ใช้จริงของ GWM TANK 300 ที่ TANK MASTER และ TANK Captain ได้ร่วมกันจัดขึ้น โดยมี GWM TANK 300 ทั้งรุ่นไฮบริดและดีเซลกว่า 43 คัน เหล่า TANKER ผู้ที่รักการผจญภัย มีสไตล์เฉพาะตัว และพร้อมเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ มากกว่า 87 ท่านเข้าร่วมทริป 3 วัน 2 คืนนี้กันอย่างอบอุ่น เพื่อเปิดประสบการณ์ชาร์จพลังท่ามกลางธรรมชาติ ท้าทายสมรรถนะการขับขี่ทั้งในเชิงท่องเที่ยวทางธรรมชาติ และเชิงวัฒนธรรม ที่ถูกใจทั้งสายลุย และสายชิล ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปราย ณ เมืองสายหมอกแห่งทองผาภูมิจังหวัดกาญจนบุรี ในระหว่างวันที่ 18 – 20 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา

     

    ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM มีความยินดีที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของ TANKER CLUB ในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการส่งเสริมให้ผู้ใช้งานได้มีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกัน คือรากฐานสำคัญของการพัฒนาผลิตภัณฑ์ และบริการที่ตอบโจทย์ได้จริง รวมถึงเป็นรากฐานที่สำคัญของการเติบโตของแบรนด์ในระยะยาว นับตั้งแต่การเปิดตัว NEW GWM TANK 300 DIESEL ในประเทศไทย เรามีจำนวนผู้ใช้งานจริงหรือชาว TANKER เพิ่มขึ้นในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง เรามุ่งมั่นให้การสนับสนุนกิจกรรมทุก ๆ กิจกรรมที่เราจะสามารถเข้าไปมีส่วนร่วมให้ได้มากที่สุด เป็นสื่อกลางที่ช่วยสนับสนุนให้ TANKER CLUB Thailand เป็นคอมมูนิตี้ที่สร้างสรรค์กิจกรรมเชิงบวก ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ด้านการใช้งาน ด้านท่องเที่ยวสันทนาการ ด้านการช่วยเหลือสังคมและอื่น ๆ และพื้นที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ส่งมอบประสบการณ์ และความประทับใจในการขับขี่ GWM TANK 300 ร่วมกัน นอกจากนี้ GWM จะยังเป็นสื่อกลางในการเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใช้งานทุกรุ่น ไม่ว่าจะเป็น GWM TANK, GWM ORA, GWM HAVAL หรือ GWM POER ซึ่งผู้ใช้แต่ละท่านต่างเป็นครอบครัวเดียวกัน เราหวังจะสร้างครอบครัว GWM Family ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือและแบ่งปันซึ่งกันและกัน ให้มีความแข็งแกร่ง และเติบโตอย่างยั่งยืนในประเทศไทย”

    คาราวานชาว TANKER เริ่มออกเดินทางจาก GWM เพรสทีจ ปทุมธานี ที่คอยต้อนรับ และอำนวยความสะดวกแก่เหล่า TANKER อย่างอบอุ่น ก่อนมุ่งหน้าผ่านเส้นทางออนโรดสู่จังหวัดกาญจนบุรี ระหว่างทางได้แวะชมเขื่อนวชิราลงกรณ์ ท่ามกลางสายฝนโปรยปราย ก่อนเข้าที่พัก และเดินทางต่อไปยังบ้านอีต่อง หมู่บ้านที่ต้องเดินทางผ่าน 399 โค้ง อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลกว่า 1,000 เมตร ปกคลุมไปด้วยสายหมอก อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบธรรมชาติ สัมผัสกลิ่นอายวิถีชีวิตชุมชน และวันถัดมาจึงออกเดินทางได้เยี่ยมชมศูนย์การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ช่องเขาขาด ซึ่งจัดแสดงนิทรรศการรวบรวมเรื่องราว และร่องรอยทางประวัติศาสตร์ของการก่อสร้างเส้นทางรถไฟสายมรณะ (ไทย-พม่า) สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ก่อนเข้าสู่อุโมงค์เหมืองแร่เก่า “ดร.ผล กลีบบัว” ซึ่งเหล่า TANKER ได้ขับขี่ GWM TANK 300 ผ่านเส้นทางที่น่าตื่นเต้น และได้ทดสอบสมรรถนะของรถในด้านต่างๆ ท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อมด้วยความท้าทายในแบบฉบับออฟโรด

    นอกเหนือจากประสบการณ์ความสนุกและท้าทายระหว่างการขับขี่แล้ว บรรดา TANKER ยังได้แลกเปลี่ยนเรื่องราว ประสบการณ์ และความคิดเห็นจากการใช้งาน GWM TANK 300 อย่างเป็นกันเอง โดยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้สะท้อนให้เห็นถึงพื้นที่สร้างสรรค์ของชุมชนชาว TANKER ภายใต้ GWM TANKER CLUB THAILAND คอมมูนิตี้ของผู้ใช้งาน TANK ที่ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ เพื่อเป็นชุมชนสำหรับผู้ใช้ ดำเนินงานโดยผู้ใช้ และเพื่อผู้ใช้ โดยการเดินทางในครั้งนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงพาผู้ใช้งานไปยังจุดหมายปลายทาง แต่ยังเชื่อมโยง TANKER เข้าหากันในฐานะ “เจ้าของคอมมูนิตี้” ที่แท้จริง และเป็นพลังสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ TANKER CLUB เติบโตอย่างแข็งแรงจากรากฐานของความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมที่แท้จริง

    ตลอดเส้นทางที่เต็มไปด้วยฝน หมอก และความชันของทองผาภูมิ ชาว TANKER ต่างพิสูจน์ให้เห็นว่า เส้นทางที่ยากที่สุดมักพาผู้คนไปสู่ความผูกพันที่เหนียวแน่นที่สุด และสำหรับ GWM นี่ไม่ใช่เพียงกิจกรรม แต่คือการ “เดินทางร่วมกัน” เพื่อสร้างรากฐานที่ยั่งยืนกว่ายอดขาย และทรงพลังยิ่งกว่าตัวเลข ซึ่งคือความสัมพันธ์ที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจของผู้ใช้จริง

    GWM (Thailand) ขอขอบคุณ GWM เพรสทีจ ปทุมธานี GWM พระนคร อุดมสุข และ GWM วัน เทพารักษ์ ที่ช่วยสนับสนุนการจัดกิจกรรมของชาว TANKER CLUB THAILAND ในครั้งนี้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment