• ispace และ Bridgestone ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ มุ่งสู่การใช้ยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง

    2 Min Read

    ispace และ Bridgestone ลงนามข้อตกลงความร่วมมือ มุ่งสู่การใช้ยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง

    บริษัท ไอสเปซ (ispace) และ บริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น (Bridgestone) เผยว่าได้ลงนามข้อตกลงความร่วมมือมุ่งสู่การใช้ยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง ภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือนี้ ispace และ Bridgestone จะร่วมกันยกระดับสมรรถนะของรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง โดย Bridgestone ได้พัฒนายางที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ (elastic wheels)*1 เพื่อตอบสนองต่อสภาพพื้นผิวบนดวงจันทร์ มอบสมรรถนะในการวิ่งผ่านบนพื้นที่ที่อยู่ภายใต้สภาวะการทำงานที่ยากลำบากและยังเพิ่มความทนทานให้กับรถสำรวจดวงจันทร์ ซึ่งยางเหล่านี้จะถูกติดตั้งในรถสำรวจดวงจันทร์ต้นแบบขนาดเล็กและกลางที่พัฒนาโดย ispace โดยจะมีการทดสอบสมรรถนะบนโลกก่อนการนำไปใช้งานจริงบนดวงจันทร์ จากข้อตกลงความร่วมมือนี้ทั้งสองบริษัทจะประเมินความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีและโอกาสทางธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับพื้นผิวบนดวงจันทร์ และตั้งเป้าหมายใช้ยางเหล่านี้ทางธุรกิจให้เร็วที่สุดราวปีพ.ศ. 2572 นอกจากนี้ ispace และ Bridgestone ยังมีแผนที่จะสานต่อความร่วมมือภายใต้โครงการนี้เพื่อมีส่วนช่วยขับเคลื่อนความก้าวหน้าของอุตสาหกรรมอวกาศของญี่ปุ่น
    โดยคำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากกองทุนยุทธศาสตร์อวกาศ (Space Strategy Fund) ที่ก่อตั้งขึ้นภายใต้
    การกำกับขององค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA)

    โมเดลคอนเซปต์ของยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ที่พัฒนาโดย Bridgestone

     

    แถลงการณ์จากคุณ Takeshi Hakamada ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ispace

    “เป้าหมายของ ispace ในการสร้างเศรษฐกิจกระแสใหม่ (New Economy) บนดวงจันทร์ จำเป็นต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากผู้เล่นในหลากหลายอุตสาหกรรม ซึ่งข้อตกลงในการทดสอบและตรวจสอบเทคโนโลยีสำหรับภารกิจดวงจันทร์ในอนาคตนี้ถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์” คุณ Takeshi Hakamada ผู้ก่อตั้ง
    และประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ispace กล่าว “Bridgestone ซึ่งเป็นผู้นำในการขับเคลื่อนการเดินทางระดับโลกผ่านความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยี กำลังพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ที่สามารถใช้งานได้ในสภาพแวดล้อมสุดขั้วบนดวงจันทร์ ซึ่งยางเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญต่อความก้าวหน้าของมนุษยชาติ
    บนดวงจันทร์ รถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กที่ ispace กำลังพัฒนาถือเป็นหนึ่งในรถสำรวจดวงจันทร์ที่เล็กที่สุดในโลกซึ่งจะเป็นเทคโนโลยีที่สำคัญสำหรับการสำรวจดวงจันทร์ และยังเป็นขอบเขตใหม่ของมวลมนุษยชาติ เรารอคอยที่จะร่วมมือกับ Bridgestone ในครั้งนี้”

     

    แถลงการณ์จากคุณ Masaki Ota ผู้อำนวยการส่วนงาน OE Business Strategy & Planning / New Mobility Business ของ Bridgestone

    “Bridgestone ได้เริ่มทำวิจัยและพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ตั้งแต่ พ.ศ. 2562 ซึ่งในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 เราได้เปิดตัวโมเดลคอนเซปต์ยาง*2 ที่มีน้ำหนักเบาลงสำหรับรถสำรวจ
    ดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง และกำลังมุ่งขยายเครือข่ายในธุรกิจอวกาศ รวมถึงสร้างโอกาสใหม่ ๆ สำหรับการร่วมสร้างสรรค์ เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เริ่มร่วมมือกับ ispace ซึ่งมีวิสัยทัศน์สอดคล้องกับเราในโครงการนี้

    ยาง Bridgestone สำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างซี่ลวดโลหะบาง*3 ที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ ในขณะเดียวกันยังทนทานเป็นอย่างดี การออกแบบนี้มอบสมรรถนะการวิ่งผ่านพื้นผิวและการดูดซับแรงกระแทกได้เหนือชั้น ซึ่งช่วยให้รถสำรวจดวงจันทร์สามารถเคลื่อนที่บนพื้นผิวดวงจันทร์และเอาชนะอุปสรรคต่าง ๆ ได้ เช่น ก้อนหิน

     

    ด้วยคุณสมบัติทางเทคนิคดังกล่าวนี้ ยางของเราจึงสามารถรองรับกับรถสำรวจดวงจันทร์ของ ispace ได้ตั้งแต่พื้นดินขึ้นสู่สภาพแวดล้อมที่สุดขั้วบนดวงจันทร์ ความร่วมมือกับ ispace ซึ่งเป็นสตาร์ทอัพด้านอวกาศที่ก่อตั้งในญี่ปุ่น สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่เหนือชั้นด้านยางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ และยังมีส่วนช่วยพัฒนาการสำรวจดวงจันทร์ของญี่ปุ่นให้ก้าวหน้า”

     

    เกี่ยวกับบริษัท ไอสเปซ (https://ispace-inc.com)

    ispace เป็นบริษัทระดับโลกด้านการพัฒนาทรัพยากรบนดวงจันทร์ ด้วยวิสัยทัศน์ “Expand our planet. Expand our future.” เชี่ยวชาญในการออกแบบและสร้างยานลงจอดบนดวงจันทร์ และรถสำรวจดวงจันทร์ โดยมีเป้าหมายในการขยายขอบเขตการดำรงชีวิตของมนุษย์สู่อวกาศ และสร้างโลกที่ยั่งยืนผ่านการให้บริการขนส่งสู่ดวงจันทร์ที่มีความถี่สูงและต้นทุนต่ำ ปัจจุบันบริษัทมีหน่วยธุรกิจในประเทศญี่ปุ่น ลักเซมเบิร์ก และสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยพนักงานมากกว่า 300 คนทั่วโลก สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: www.ispace-inc.com และติดตามได้ทาง X: @ispace_inc

     

    เกี่ยวกับบริษัท บริดจสโตน คอร์ปอเรชั่น (https://www.bridgestone.co.jp/)

    Bridgestone ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2474 ที่เมืองคุรุเมะ จังหวัดฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีพันธกิจ “รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า” และวิสัยทัศน์ “สู่ปี พ.ศ. 2593 Bridgestone ยังคงส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้า ในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน” บริษัทได้ขยายและพัฒนาธุรกิจมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคม รวมถึงสนับสนุนการเดินทางและวิถีชีวิตของผู้คน ในฐานะผู้นำระดับโลกด้านอุตสาหกรรมยางรถยนต์และผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับยาง Bridgestone ดำเนินธุรกิจโรงงานผลิตและศูนย์วิจัยพัฒนาเกือบ 130 แห่งทั่วโลก ครอบคลุมธุรกิจหลักคือยางรถยนต์
    พรีเมียม, ธุรกิจโซลูชั่น, ผลิตภัณฑ์อื่นๆ และธุรกิจใหม่ ในกว่า 150 ประเทศและภูมิภาค*4

     

    หนึ่งในธุรกิจใหม่เพื่ออนาคต คือ Bridgestone ได้มีส่วนร่วมพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์
    โดยยึดตามหลักพื้นฐานของบริษัท “ยางดูแลชีวิต” ซึ่ง Bridgestone ได้พัฒนายางด้วยการใช้เทคโนโลยีจาก “ยางไร้ลม (AirFree)” เพื่อตอบโจทย์ข้อกำหนดที่เข้มงวดด้านการเคลื่อนที่ผ่านสภาพพื้นผิวและความทนทานซึ่งช่วยส่งเสริมการเดินทางสู่อวกาศ และด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง บริษัทมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนสำคัญของอนาคตแห่งการเดินทางโดยท้าทายสภาพแวดล้อมสุดขั้วของกิจกรรมมนุษย์บนพื้นผิวดวงจันทร์ จากการพัฒนายางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ Bridgestone กำลังมุ่งบรรลุพันธสัญญาขององค์กรด้าน “Extension (ด้านการเติบโต) เพราะโลกไม่เคยหยุด เราต้องไปให้สุดด้วยนวัตกรรม” ตามที่ระบุไว้ใน “Bridgestone E8 Commitment (พันธสัญญา E8 ของ Bridgestone)” *5

     

    • สามารถดูภาพรวมเกี่ยวกับเทคโนโลยียางสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ที่พัฒนาโดย Bridgestone ได้ที่เว็บไซต์Bridgestone’s Lunar Rover Tire Supporting the movement of lunar mobility with safety and peace of mind, enabling humankind to pursue the moon | Bridgestone
    • ในเดือนเมษายน พ.ศ. 2568 Bridgestone ได้เปิดตัวโมเดลคอนเซปต์ของยางที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปทรงได้ซึ่งพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาลงสำหรับรถสำรวจดวงจันทร์ขนาดเล็กและกลาง อ้างอิงจากยางรุ่นที่สอง

    Bridgestone to Exhibit at 40th Space Symposium Empowering Lunar Mobility from the Ground Up under Extreme Conditions News | Bridgestone

    • ส่วนประกอบที่เชื่อมระหว่างผิวสัมผัสของยางกับล้อ ทำหน้าที่รองรับน้ำหนัก และดูดซับแรงกระแทก
    • ณ สิ้นเดือนธันวาคม พ.ศ. 2567
    • กลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนได้ประกาศ “พันธสัญญา E8 ของ Bridgestone” (Bridgestone E8 Commitment) ซึ่งเป็นพันธสัญญาขององค์กร เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์: “สู่ปี พ.ศ. 2593 Bridgestone ยังคงส่งมอบคุณค่าให้สังคมและลูกค้าในฐานะองค์กรผู้ส่งมอบโซลูชั่นอย่างยั่งยืน” พันธสัญญาดังกล่าวจะเป็นแกนหลักในการขับเคลื่อนการบริหารควบคู่ไปกับการสร้างความไว้วางใจและน่าเชื่อถือให้กับคนรุ่นต่อไปในอนาคต “พันธสัญญา E8 ของ Bridgestone” (Bridgestone E8 Commitment) ประกอบด้วยคุณค่า 8 ด้าน ที่เริ่มต้นด้วยตัวอักษร E (ได้แก่ Energy (ด้านพลังงาน), Ecology (ด้านสิ่งแวดล้อม), Efficiency (ด้านประสิทธิภาพ), Extension (ด้านการเติบโต), Economy (ด้านเศรษฐกิจ), Emotion (ด้านความรู้สึก), Ease (ด้านความสะดวกสบาย) และ Empowerment (ด้านพลังสังคม)) ซึ่งกลุ่มบริษัทในเครือบริดจสโตนจะมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผ่านเจตจำนง และกระบวนการทำงาน ร่วมกับพนักงาน สังคม พันธมิตร และลูกค้าเพื่อสังคมที่ยั่งยืน

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • อีซูซุยกทัพรถแต่งเสริมหล่อร่วมงาน “Bangkok Auto Salon 2025”

    2 Min Read

    อีซูซุยกทัพรถแต่งเสริมหล่อร่วมงาน “Bangkok Auto Salon 2025”

    อีซูซุตอบโจทย์แฟนสปอร์ตเรซซิ่ง นำรถแต่งพิเศษเสริมหล่อ 4 รุ่น 4 สไตล์ ร่วมโชว์ตัวในงาน “Bangkok Auto Salon 2025” นำขบวนโดย ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพยอดนิยม รุ่นมังกรทอง หรือ TFR ในตำนานที่ผ่านการปรับลุคใหม่ ตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” พร้อมด้วย ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” และรถปิกอัพ ISUZU D-MAX พร้อมลุยโค้งสุดท้ายของแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” ซื้อและรับรถอีซูซุ ดีแมคซ์ทุกรุ่นภายในเดือนสิงหาคม ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำ ทุกสัปดาห์

     

    กลุ่มตรีเพชร โดย คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด  เผยว่า ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ปัจจุบันรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะสำหรับเดินทางเท่านั้น แต่เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต เทรนด์การแต่งรถจึงเป็นกระแสที่ผู้คนให้ความสนใจ เนื่องจากการแต่งรถถือเป็นการแสดงออกถึงตัวตน ความชอบ และความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่มีขีดจำกัด งาน Bangkok Auto Salon 2025 คือการสร้างปรากฏการณ์วัฒนธรรมของคนที่ขื่นชอบและรักการแต่งรถที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน        บริเวณงานจะจัดแสดงรถแต่งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้ที่ชื่นชอบการแต่งรถได้สัมผัสอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งจำหน่ายรถแต่งและอุปกรณ์โมดิฟายหลากหลาย ภายใต้ลิขสิทธิ์จาก Tokyo Auto Salon ประเทศญี่ปุ่นโดยอีซูซุได้นำรถแต่งพิเศษ 4 รุ่น 4 สไตล์มาจัดแสดง นำโดย ISUZU DRAGON MAX  รถปิกอัพยอดนิยม รุ่นมังกรทอง หรือ TFR ในตำนานที่ผ่านการปรับลุคใหม่ รถอเนกประสงค์ระดับหรู ISUZU MU-X “THE NEXT PEAK” และรถปิกอัพ ISUZU D-MAX HI-LANDER ที่เสริมลุคด้วยชุดแต่งพิเศษแนวสปอร์ต เพิ่มความโดดเด่นจากพื้นฐานของรถเดิมและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ยังเอาใจสายเรซซิ่งด้วยการนำ ISUZU SAFETY CAR ที่ผ่านการโมดิฟายสเปกเดียวกับรถแข่งในสนามมาอวดโฉมสุดเร้าใจอีกด้วย และสำหรับผู้ที่ต้องการซื้อรถอีซูซุ ดีแมคซ์ อยากให้รีบตัดสินใจ เพราะเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการจัดแคมเพจ์น ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์ซึ่งจะหมดเขตในวันที่ 31 สิงหาคมนี้” 

     

    รถตกแต่งพิเศษจากอีซูซุทั้ง 4 คัน มาพร้อมพละกำลังอันยอดเยี่ยมจากเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคต 2.2 และ 3.0 Ddi MAXFORCE…The FORCE of FUTURE พลังใหม่…กำหนดโลก ตอบโจทย์ด้านสมรรถนะครบครันทั้งด้านความเร็ว ความแรง ความทนทาน การเกาะถนน ความประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย

    • ISUZU DRAGON MAX รถปิกอัพหนึ่งเดียว คันเดียวในโลก ที่สร้างขึ้นเพื่อตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” บนพื้นฐานของรถปิกอัพอีซูซุยอดนิยมรุ่น TFR ปี 1988 หรือ “มังกรทองในตำนาน” โดยการยกระดับและปรับให้เป็นมาตรฐานใหม่หมดภายใต้คอนเซ็ปต์ “Restomod” (Restoration & Modernization) ผสานความคลาสสิกของตัวถังดั้งเดิมเข้ากับความทันสมัยในทุกมิติ และนวัตกรรมแห่งอนาคต จึงไม่ใช่แค่รถแต่งต้นแบบ แต่คือตำนานบทใหม่ในการสร้างรถที่สะท้อนเจตนารมณ์ของอีซูซุในการอยู่ร่วมกับสังคมไทยอย่างต่อเนื่องยาวนาน

    –  ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยชุดกันชนหน้า กระจังหน้า และฝากระโปรงหน้าใหม่ทั้งหมด    ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ LED พร้อมไฟ DRL ที่กันชนหน้า โฉบเฉี่ยวในทุกมุมมอง เส้นสายด้านข้างคมชัดด้วยชุดสเกิร์ตแบบ Muscle Line เสริมด้วยโป่งล้อหน้าและกระบะท้ายแบบ Wide Body เพิ่มมิติความดุดัน ฝาท้ายดีไซน์ใหม่พร้อมสปอยเลอร์ Duck Tail สะกดทุกสายตาด้วยชุดไฟท้าย LED ดีไซน์ล้ำสมัยและสีตัวรถ Katana Matte Silver ที่สะท้อนความเท่เฉพาะตัว พร้อมด้วยกระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

     

      ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวยกใหม่ทั้งหมด ด้วยชุดแร็คพวงมาลัย ปีกนก คอม้า และเพลาท้ายใหม่แทนของเดิม เสริมสมรรถนะการขับขี่ด้วยโช้กอัพ Profender รุ่น Queen Series & Piggy Back ที่มอบความนุ่มนวลและมั่นใจในทุกเส้นทาง พร้อมล้อแม็กซ์ Bradley-V ขนาด 8×17 นิ้ว จับคู่กับยาง Yokohama Advan Fleva V701 ขนาด 225/50 R17 เสริมด้วยระบบดิสก์เบรก Brembo ทั้งหน้าและหลัง พร้อมจานเบรกขนาด 340 และ 320 มม. มั่นใจในพลังเบรกทุกจังหวะ

     

    ห้องโดยสารสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียม ด้วยวัสดุตกแต่งคอนโซลและเบาะนั่งแบบอาคันทาร่า (Alcantara) เสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยเบาะนั่ง Recaro Premium Classic Seat หน้าจอมาตรวัด AIM MXT ขนาด 10 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้อย่างครบถ้วน ติดตั้งจอกลางระบบ Android ขนาด 11.8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับกล่อง ECU Shop Ultra Boost ที่เพิ่มแรงม้า พร้อมแสดงค่าฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น แรงดันน้ำมันเชื้อเพลิง ค่าบูสต์เทอร์โบ และอุณหภูมิภายนอก

     

    ขุมพลังใต้ฝากระโปรงคือหัวใจสำคัญของ ISUZU DRAGON MAX กับเครื่องยนต์ดีเซลรุ่นใหม่ล่าสุด 2.2 Ddi MAXFORCE เพิ่มพละกำลังด้วยกล่องพ่วง ECU Shop Ultra Boost ให้กำลังสูงสุดถึง 220 แรงม้า และแรงบิด 550 นิวตัน-เมตร พร้อมคันเร่งไฟฟ้า Boost Speed Next ที่ตอบสนองฉับไว และให้ประสบการณ์การขับขี่เต็มพลังแบบไร้ควัน

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ACTIVE 4×2 สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบรับไลฟ์สไตล์ของคนเมืองยุคใหม่ที่มองหารถอเนกประสงค์ที่แรง ลุย เท่ และตอบสนองได้ทุกอารมณ์การขับขี่ ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยคอนเซ็ปต์ SPORT SUV ตกแต่งด้วยชุดบอดี้พาร์ท รอบคันสไตล์สปอร์ตจาก AKC เสริมสมรรถนะด้วยชุดโหลดช่วงล่าง 3.5 นิ้วจาก Profender รุ่น Tune Series พร้อมปีกนกปรับองศาเพิ่มความหนึบและปรับมุมล้อให้เหมาะสมกับสไตล์การขับแบบสปอร์ตอย่างแท้จริง เสริมลุคให้สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยล้อ LENSO JAGER AJAX รุ่นใหม่ล่าสุด จับคู่กับยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50 R20 เสริมสมรรถนะด้วยระบบเบรกจัดเต็มจาก Run Stop เบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT รุ่น R8 พร้อมจานเบรกขนาด 355 มม. เบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT รุ่น R3 พร้อมจานเบรกขนาดเดียวกัน เติมความเร้าใจด้วยลวดลายกราฟฟิกพิเศษเฉพาะรุ่น ให้ดู     โดดเด่น สะกดทุกสายตา กล้าฉีกกฎความจำเจอย่างมีสไตล์

    • ISUZU D-MAX HI-LANDER 4 ประตู เกรด M สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 0 Ddi เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ปลดล็อกนิยามใหม่แห่งปิกอัพยกสูงระดับ TOP CLASS ที่เติมเต็มอารมณ์สปอร์ตด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยวหรูหราล้ำอนาคต ผสานศาสตร์แห่งวิศวกรรมการขับเคลื่อนที่มาพร้อมกับความแรงแต่ประหยัดตามแบบฉบับอีซูซุไว้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เสริมลุคความพรีเมียมแบบพิเศษให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วย Bold Body Set ชุดแต่งพิเศษรอบคัน พร้อมด้วยล้อแต่งแท้ จาก LENSO สุดเท่ สะกดทุกสายตา

    • ISUZU SAFETY CAR 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด รถนำหน้าขบวน รถแข่งที่มีสมรรถนะความแรงเทียบเท่ารถแข่ง พร้อมประกาศศักดารถปิกอัพสายพันธุ์ซิ่งที่แท้จริงจากอีซูซุ ปรับแต่งความแรงด้วยคันเร่งไฟฟ้าและกล่องพ่วงเพิ่มแรงม้าจาก ECU Shop ที่รีดพลังแบบแรงไร้ควันออกมาได้ถึง 250 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 515 นิวตัน-เมตร ส่งพลังไหลลื่นต่อเนื่องทุกสปีดแบบไม่ยั้ง  ช่วงล่างอัพเกรดใหม่เต็มระบบด้วยโช้คอัพ Explorar สเปกเดียวกับรถแข่งในสนาม ดิสก์เบรกสี่ล้อขนาด 6 pot จานเบรกขนาด 355 มม.จาก Run Stop ล้อ VEGAS จาก MK Sport จับคู่กับยาง Toyo Proxes Sport ขนาด 245/45 R18 ด้านหน้า และ 275/40 R18 ด้านหลัง ไล่เบาด้วยชุดคาร์บอนคอมโพสิตที่ฝากระโปรงหน้าและฝาท้ายจาก Akana Carbon เสริมความปลอดภัยด้วยชุด Roll Cage เบาะนั่งรถแข่ง Sparco พร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุดจาก Sabelt พร้อมชุดสัญญาณไฟไซเรนแบบรถ Safety Car มืออาชีพ

    อีกหนึ่งสีสันพิเศษของงาน คือ การรวมพลรถแต่งหลากสไตล์จาก ISUZU CAR CLUB กลุ่มคนรัก อีซูซุตัวจริงที่จะรวมพลังมาเติมเต็มความเร้าใจ นำรถแต่งสุดรักสุดหวงกว่า 30 คัน มาประชันและเข้าร่วมในกิจกรรม Car Parade บน Red Carpet ในบรรยากาศและแสงสีสไตล์ Tokyo Street Show  ให้ชมกันอย่างใกล้ชิด พร้อมแลกเปลี่ยนไอเดีย สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้รักการแต่งรถทุกแนวในวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม 2568 ห้ามพลาด! กับโค้งสุดท้ายของแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์”  ลูกค้าที่ซื้อและรับรถ   อีซูซุ ดีแมคซ์ภายใน วันที่  31 สิงหาคม 2568 ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 26,051.39 บาท สัปดาห์ละ 22 รางวัล

     

    ร่วมติดตามไอเดียการแต่งรถ พร้อมทดลองขับและสัมผัสสมรรถนะสปอร์ตตัวจริงจากอีซูซุได้ในงาน “Bangkok Auto Salon 2025”  ปรากฏการณ์วัฒนธรรมคนรักรถแต่งที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ระหว่างวันที่ 27-31 สิงหาคม นี้ ณ บูธอีซูซุ ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Curvistan Bangkok เผยโฉมนิทรรศการใหม่ ‘Raceborn’ ฉลอง 1 ปี ถ่ายทอดจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของ Porsche

    1 Min Read

    Curvistan Bangkok เผยโฉมนิทรรศการใหม่ ‘Raceborn’ ฉลอง 1 ปี ถ่ายทอดจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตของ Porsche

    เคอร์วิสตาน แบงคอก (Curvistan Bangkok) ฉลองครบรอบ 1 ปีด้วยนิทรรศการใหม่สุดพิเศษ “Raceborn” เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตอันยิ่งใหญ่ของปอร์เช่ ไฮไลต์สำคัญคือการนำปอร์เช่ 956 (Porsche 956) รถแข่งในตำนาน ส่งตรงจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่  (Porsche Museum) ประเทศเยอรมนี มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกที่กรุงเทพฯ ผู้เข้าชมจะได้สัมผัสการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ต ผลงานวิศวกรรมชั้นสูง และดีไซน์ร่วมสมัย ในนิทรรศการเดียวกันอย่างลงตัว

     

    เคอร์วิสตาน แบงคอก พื้นที่ไลฟ์สไตล์สุดสร้างสรรค์ด้านยานยนต์และดีไซน์ ใจกลางย่านทองหล่อ ซอยสุขุมวิท 38 เปิดตัวนิทรรศการพิเศษในโอกาสครบรอบ 1 ปี ภายใต้ชื่อ “Raceborn” ถ่ายทอดเรื่องราวมอเตอร์สปอร์ตอันทรงคุณค่าของปอร์เช่ (Porsche) ผ่านการจัดแสดงเชิงประสบการณ์ที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง

     

    นับตั้งแต่เปิดในปี 2567 เคอร์วิสตาน (Curvistan) ได้กลายเป็นจุดหมายทางวัฒนธรรมที่สำคัญ ที่ดึงดูดทั้งผู้รักรถยนต์ ผู้สนใจงานดีไซน์ และผู้ที่หลงใหลในปอร์เช่ แนวคิดของเคอร์วิสตาน ถูกสร้างสรรค์โดย คุณ        สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ผู้ก่อตั้งนิตยสาร Curves และคุณชานนท์ เรืองกฤติยา นักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และนักสะสมปอร์เช่ชาวไทย โดยผสมผสานพื้นที่แกลเลอรี งานออกแบบ คาเฟ่ และการเล่าเรื่องราวด้านยานยนต์เข้าไว้ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมนิทรรศการหมุนเวียนตามธีมที่เปลี่ยนแปลงตลอดปี ภายใต้การสนับสนุนจากพิพิธภัณฑ์ปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี ปอร์เช่ ประเทศไทย และปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก (Porsche Asia Pacific) ทำให้เคอร์วิสตาน กลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่สำคัญทางวัฒนธรรมของกรุงเทพฯ

     

    นิทรรศการ Raceborn” ที่เพิ่งเปิดตัว ถ่ายทอดจุดกำเนิดที่แท้จริงของปอร์เช่บนสนามแข่ง โดยอ้างอิงจากความสำเร็จตลอดหลายทศวรรษในรายการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ (Endurance Racing), ฟอร์มูลา อี (Formula E) และการแข่งขันในระดับลูกค้า (Customer Motorsport) ภายในงานได้คัดสรรรถแข่งระดับตำนาน ซึ่งหาชมได้ยากจากคลังประวัติศาสตร์ของปอร์เช่มาจัดแสดง โดยมีไฮไลต์สำคัญคือรถแข่งปอร์เช่ 956 ที่ถูกส่งตรงจาก พิพิธภัณฑ์ ปอร์เช่ เมืองสตุ๊ทการ์ท ประเทศเยอรมนี มาจัดแสดงเป็นพิเศษ

    มร. ไมเคิล เวตเตอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่ 956 คือตำนานที่เปลี่ยนโฉมหน้าวงการมอเตอร์สปอร์ต และการที่ได้นำรถคันนี้มาจัดแสดงที่กรุงเทพฯ ถือเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของเรา นี่คือโอกาสที่แฟนชาวไทยจะได้สัมผัสกับมรดกแห่งความเป็น ‘Raceborn’ ของปอร์เช่อย่างใกล้ชิด ในเจ็ดเดือนแรกของปีนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย มียอดการจดทะเบียนเพิ่มขึ้นถึง 29% สะท้อนให้เห็นถึงความหลงใหลและความผูกพันของลูกค้าชาวไทยที่มีต่อวัฒนธรรมมอเตอร์สปอร์ตของปอร์เช่และ เคอร์วิสตานก็เป็นเวทีที่สมบูรณ์แบบในการเฉลิมฉลองจิตวิญญาณนี้ร่วมกัน”

     

    ไฮไลต์สุดพิเศษของนิทรรศการครั้งนี้ คือ ปอร์เช่ 956 (Porsche 956) “LH” หรือ Langheck” / “Longtail” รถแข่งในตำนานที่ไม่เพียงแต่คว้าชัยชนะในสนาม หากยังเป็นผู้สร้างการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่แก่วงการมอเตอร์สปอร์ตในยุคนั้น เปิดตัวครั้งแรกในปี 1982 รถรุ่นนี้คือคำตอบของปอร์เช่ต่อกติกาใหม่ของ FIA Group C ด้วยการผสานเทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ล้ำสมัยเข้ากับโครงสร้างแชสซีแบบอะลูมิเนียม
    โมโนค็อกที่มีน้ำหนักเบา ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของรถแข่งปอร์เช่ที่ใช้โครงสร้างในลักษณะนี้

    ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ที่พัฒนามาจากรุ่น 936 ปอร์เช่ 956 สามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 365 กม./ชม. บนทางตรง มูลแซน (Mulsanne) อย่างน่าทึ่ง และได้สร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็วในวงการเอ็นดูรานซ์ ด้วยชัยชนะต่อเนื่องหลายรายการที่การแข่งขัน 24 ชั่วโมงแห่งเลอมังส์ โดยมีนักแข่งในตำนาน เซอร์ แจ็กกี้ อิกซ์ (Sir Jacky Ickx) เป็นผู้ขับขี่ รวมถึงการคว้าชัยชนะอันดับ 1, 2 และ 3 ในปีเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่

     

    แต่สิ่งที่สร้างความประทับใจที่สุดของ ปอร์เช่ 956 เกิดขึ้นในปี 1983 เมื่อ สเตฟาน เบลโลฟ (Stefan Bellof) นักแข่งในตำนาน ขับปอร์เช่ 956 ทำรอบสนามที่เร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้บนสนามนูร์เบอร์กริง นอร์ดชไลเฟอ (Nürburgring Nordschleife) ด้วยเวลา 6 นาที 11.13 วินาที ซึ่งถือเป็นสถิติที่อยู่ยาวนานถึง 35 ปี ก่อนที่ ทิโม เบิร์นฮาร์ด (Timo Bernhard) ขับปอร์เช่ 919 อีโว (Porsche 919 Evo) เวอร์ชันไฟฟ้า ทำลายสถิติใหม่

     

    ด้วยดีไซน์อันงดงาม สมรรถนะล้ำสมัย และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนการแข่งขัน Group C ทำให้
    ปอร์เช่ 956 ได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในรถแข่งที่ทรงเกียรติที่สุดตลอดกาล การปรากฏตัวของรถคันนี้ในกรุงเทพฯ ถือเป็นโอกาสอันหายาก ที่แฟนๆ ผู้หลงใหลในความเร็วจะได้สัมผัสไอคอนตัวจริงแห่งโลกมอเตอร์สปอร์ต อย่างใกล้ชิด

    ปิดท้ายด้วย 911 คาร์เรเร่า (911 Carrera) ที่มาพร้อมลวดลายพิเศษซึ่งได้แรงบันดาลใจจาก 956 LH เพิ่มความโดดเด่นสะดุดตาให้กับนิทรรศการ โดยลวดลายดังกล่าวเป็นการแสดงความเคารพต่อยุคทองของการแข่งขัน Group C ที่ปอร์เช่ครองความยิ่งใหญ่ ถ่ายทอดสายสัมพันธ์ระหว่างอดีตและปัจจุบันอย่างงดงาม และเชื่อมโยงกับจุดเริ่มต้นแห่งความสำเร็จบนสนามแข่งของแบรนด์

     

    เมื่อรวมทั้งหมดแล้ว นิทรรศการ Raceborn ที่เคอร์วิสตาน แบงคอก ถือเป็นเครื่องย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่า รถสปอร์ต รถยนต์อเนกประสงค์ และรถยนต์ไฟฟ้าของปอร์เช่ทุกคันมีดีเอ็นเอที่หล่อหลอมมาจากสนามแข่งที่ท้าทายที่สุดของโลก ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพันธุ์แท้มอเตอร์สปอร์ต ผู้หลงใหลในปอร์เช่ หรือเพียงแค่สนใจอยากสัมผัสรถยนต์ที่สร้างประวัติศาสตร์ Raceborn สามารถมอบประสบการณ์ที่กระตุ้นความรู้สึกได้เทียบเท่ากับเสียงเครื่องยนต์ซึ่งเป็นหัวใจของนิทรรศการ

     

    นิทรรศการ Raceborn เปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 28 สิงหาคม 2568 ต่อหน้าสื่อมวลชนจากประเทศไทยและทั่วโลก โดยงานเปิดตัวปิดท้ายด้วยปาร์ตี้สุดคึกคัก เพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 1 ปีของ
    เคอร์วิสตาน แบงคอก

     

    นิทรรศการเปิดให้บุคคลทั่วไปเข้าชม โดยไม่มีค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง วันที่ 15 พฤศจิกายน 2568 ที่เคอร์วิสตาน แบงคอก ตั้งอยู่ที่ ซอยสุขุมวิท 38 ติดกับ BTS ทองหล่อ เปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่ 08.00–21.30 น.


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อัปเลเวลความสปอร์ตกับรถฮอนด้ารุ่นฮิต ในงาน Bangkok Auto Salon 2025 นำโดย HR-V e:HEV แต่ง MUGEN และ HR-V e:HEV พร้อมชุดแต่งโมดูโล ไฮไลต์ Civic Type R ตัวแรงสายสนามแข่ง

    1 Min Read

    อัปเลเวลความสปอร์ตกับรถฮอนด้ารุ่นฮิต ในงาน Bangkok Auto Salon 2025 นำโดย HR-V e:HEV แต่ง MUGEN รอบคัน สะท้อน DNA สปอร์ตเข้มเต็มขั้น และ HR-V e:HEV พร้อมชุดแต่งโมดูโล พร้อมด้วยไฮไลต์ Civic Type R ตัวแรงสายสนามแข่ง

    เสริมสปิริตความสปอร์ตตามแบบฉบับฮอนด้า ในงาน Bangkok Auto Salon 2025 บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด อัปลุครถยนต์รุ่นฮิต นำโดย HR-V e:HEV กับชุดแต่ง MUGEN รอบคัน หลอมรวมจิตวิญญาณความแรงแห่งญี่ปุ่นไว้ในรถฮอนด้า และเวอร์ชันแต่ง Modulo เสริมความ
    พรีเมียมและความอเนกประสงค์ อีกทั้งเอาใจสาวกสายซิ่งกับ Honda Civic Type R ไอคอนิกความแรงจากสนามแข่งที่ยกมาให้สัมผัสภายในงาน ฯ สะท้อนแบรนด์ DNA ความสปอร์ตเต็มพิกัด ในงานเวทีรถแต่งแห่งปี ณ บูทฮอนด้า (A1) ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 สิงหาคม 2568

    ไฮไลต์ของบูทรถยนต์ฮอนด้า ในงาน Bangkok Auto Salon 2025

    Honda HR-V e:HEV เอสยูวียอดนิยม จัดแสดงพร้อมโชว์ไอเดียอัปลุคที่ใช่ในสไตล์คุณ กับ 2 ลุค

    • Honda HR-V e:HEV กับชุดแต่ง MUGEN รอบคัน ลุคหล่อแรง! เอาใจแฟนพันธุ์แท้ฮอนด้าสายสปอร์ต ด้วยชุดแต่ง MUGEN สำนักแต่งระดับตำนานจากญี่ปุ่น ถ่ายทอดจิตวิญญาณและ DNA สปอร์ต
      เต็มพิกัดในคอนเซ็ปต์ Aggressive Sport สู่ Total look ดุดันแต่โดดเด่น พร้อมหลากหลายไอเท็มแต่งสุดพิเศษ อาทิ
    • สปอยเลอร์หน้า ราคา 22,400 บาท
    • สเกิร์ตข้าง ราคา 32,000 บาท
    • สปอยเลอร์หลัง ราคา 22,600 บาท
    • สปอยเลอร์วิงหลัง ราคา 34,000 บาท
    • สปอยเลอร์วิงหลัง (ตรงกลาง) ราคา 34,000 บาท
    • ล้ออะลูมิเนียมขนาด 18 นิ้ว MDW (18x5J) สีดำ เท่สะดุดตาด้วยก้านล้อดีไซน์ Diamond-cut

    โดยจัดจำหน่ายผ่านโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมรับประกันอุปกรณ์ตกแต่งนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร กรณีติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมรถยนต์ใหม่ สามารถดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง MUGEN เพิ่มเติมได้ที่ https://www.mugenpower-thailand.com/hrv/index.html

    • Honda HR-V e:HEV พร้อมชุดแต่ง Modulo ลุคเสริมความสปอร์ตพรีเมียม และยกระดับความอเนกประสงค์ ไอเดียการแต่งที่ตอบโจทย์สำหรับสายใช้งานตัวจริง กับชุดแต่งโมดูโลแท้จากฮอนด้า ที่มาในคอนเซ็ปต์ More premium, More sporty ซึ่งมีให้เลือกตกแต่งทั้งรูปแบบแพ็กเกจและไอเท็ม ได้แก่
    • แพ็กเกจ Modulo Urban Shark Grey เติมเต็มลุค Everyday Sport อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยชุดแต่งรอบคันประกอบด้วย สเกิร์ตหน้า สเกิร์ตหลัง และสเกิร์ตข้างสี Shark Grey ในราคา 21,000 บาท
    • แพ็กเกจ Utility เสริมความอเนกประสงค์ในการใช้งาน ประกอบด้วย ม่านบังแดดผู้โดยสารตอนหลัง และแผ่นกั้นห้องสัมภาระท้ายรถ ในราคา 4,800 บาท

    อีกทั้งยังเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานด้วยชุดไฟส่องสว่างบริเวณฝาท้ายรถในราคา 2,500 บาท คิ้วบันได
    สเตนเลส LED ราคา 3,900 บาท เป็นต้น สามารถดูรายละเอียดอุปกรณ์ตกแต่ง Modulo สำหรับ HR-V e:HEV เพิ่มเติมได้ที่ https://hondaaccess.co.th/products/hrv

    Honda Civic Type R ที่สุดแห่งยนตรกรรมความสปอร์ต ตำนานความแรง ขวัญใจสาวกฮอนด้า

    ที่สามารถมาสัมผัสไอคอนิกความสปอร์ตได้ภายในงาน พร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้ด้วยดีลพิเศษกับแคมเปญ
    “The Ultimate Drive Deal” ที่มอบข้อเสนอสุดพิเศษรวมมูลค่า 400,000 บาท เมื่อจองและรับรถระหว่างวันที่
    1 สิงหาคม 2568 – 31 ตุลาคม 2568 ประกอบด้วย

    • รับทันที ! แคมเปญพิเศษมูลค่า 200,000 บาท*
    • และรับเพิ่ม ! บัตรของขวัญ SIAM GIFT CARD มูลค่า 200,000 บาท**เพื่อใช้จ่ายแทนเงินสดสำหรับศูนย์การค้าเครือสยามพิวรรธน์ เช่น สยามพารากอน สยามเซ็นเตอร์ และไอคอนสยาม

    อ่านรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/promotions/detail/promotion-civictyper-theultimatedrivedeal-aug2025

    สัมผัสไอเดียอัปลุคสปอร์ตตามแบบฉบับ DNA ของฮอนด้า ได้ที่งาน Bangkok Auto Salon 2025 ณ บูทฮอนด้า (A1) ฮอลล์ 100 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 27 – 31 สิงหาคม 2568 นี้

    สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากเจ้าหน้าที่ทั้งในงานฯ และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน LINE Official Account: @honda-thailand หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

     

    หมายเหตุ

    * เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    ** บัตรของขวัญ SIAM GIFT CARD สามารถใช้บัตรนี้เสมือนเงินสดเพื่อชำระค่าสินค้าและ/หรือบริการในร้านค้าที่รับชำระในศูนย์การค้าสยามพารากอน และ/หรือ สยามเซ็นเตอร์ และ/หรือ สยามดิสคัฟเวอรี่ และ/หรือไอคอนสยาม และ/หรือ ศูนย์การค้าอื่นภายใต้กลุ่มบริษัทสยามพิวรรธน์ หรือที่อาจกำหนดเพิ่มเติม โดยบัตรนี้สามารถใช้ร่วมกับบัตรเครดิตหรือเงินสดได้ตามนโยบายของทางร้านค้าหรือตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

    – ราคาอุปกรณ์ตกแต่ง รวมค่าแรงติดตั้ง ไม่รวม VAT 7%

    – อุปกรณ์ตกแต่ง มาพร้อมการรับประกันนาน 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (กรณีติดตั้งพร้อมรถยนต์ใหม่)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • PTG มุ่งมั่นปลูกฝัง DNA ความยั่งยืน ได้รับเกียรติบัตร “โครงการ ESG DNA” จากตลาดหลักทรัพย์ฯ

    1 Min Read

     PTG มุ่งมั่นปลูกฝัง DNA ความยั่งยืน ได้รับเกียรติบัตร “โครงการ ESG DNA” จากตลาดหลักทรัพย์ฯ

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG  ได้รับมอบเกียรติบัตรจาก “โครงการ ESG DNA” ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยมีนายธีรพันธ์ ดิษยบุตร (ขวา) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานการเงินและความยั่งยืน เป็นตัวแทนเข้ารับมอบจาก ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร (ซ้าย) รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ฯ

     

    สำหรับเกียรติบัตรนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ PTG ในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ให้ความสำคัญกับหลัก ESG (สิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล) โดยบริษัทได้ส่งเสริมให้พนักงานกว่า 70% เข้าร่วมโครงการ e-Learning เพื่อนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการทำงานอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรต่อไป  ซึ่งงานดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อเร็ว ๆ นี้ ณ อาคารตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • โตโยต้าจับมือ Monomax ยกระดับประสบการณ์แฟนลูกหนังชาวไทยถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีก พร้อมส่งแคมเปญ ‘เชียร์มันส์ ติดโปร’ มอบสิทธิพิเศษรวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท

    1 Min Read

    ชำแหละค่าใช้จ่ายการดูแลรักษารถเอสยูวีระดับพรีเมียม NEW GWM TANK 500 DIESEL เริ่มต้นเพียง 1,841 บาท พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ถึง 1 ล้านกิโลเมตร!

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” เผยข้อมูลค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษารถยนต์ SUV 7 ที่นั่งสุดพรีเมียม NEW GWM TANK 500 DIESEL ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T
    เจนใหม่ล่าสุด ที่มอบความคุ้มค่าในทุกมิติ ถึงแม้ตัวรถจะหรูหราเหนือระดับ แต่การบำรุงรักษาไม่ได้สร้างความกังวลให้กับผู้ที่เป็นเจ้าของ ให้อิสรภาพแก่ผู้ใช้รู้สึกสบายกระเป๋า ไร้ภาระที่หนักอึ้ง สบายใจและมั่นใจภายใต้การดูแลที่โปร่งใส ครอบคลุมทั้งอะไหล่และการบริการของทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจาก GWM ตลอดระยะเวลาของการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL

    เทียบชัด! ความกังวลของผู้ใช้เครื่องยนต์ดีเซลกับความคุ้มค่า เริ่มต้นเพียง 1,841 บาท ของ NEW GWM TANK 500 DIESEL

     

    ความกังวลของผู้ใช้รถดีเซลทั่วไป คุ้มค่ากว่า ประหยัดกว่า ตลอดระยะเวลาใช้งาน NEW GWM TANK 500 DIESEL
    น้ำมันเครื่องและไส้กรองต้องเปลี่ยนบ่อย ทำให้ค่าใช้จ่ายสูง กำหนดรอบเปลี่ยนชัดเจนทุก 6 เดือน หรือ 10,000 กม. น้ำมันเครื่อง E24D และไส้กรองมีราคาสุดคุ้ม เริ่มต้นเช็กระยะเพียง 1,841 บาท
    ค่าเปลี่ยนไส้กรองน้ำมันเชื้อเพลิง ไส้กรองอากาศ ไส้กรองแอร์จะแพงมั้ย? ไส้กรองทั้ง 3 ประเภท จะเปลี่ยนทุก 1 ปี หรือ 20,000 กม. แต่ละอย่างในราคาเพียงหลักร้อย รวมทั้ง 3 ไส้กรองมีค่าใช้จ่ายเพียง 1,400 บาท
    สายพานไทม์มิ่งค่าใช้จ่ายสูง ขาดแล้วเสียหายหนัก ตรวจสภาพทุก ๆ ปี หรือ 20,000 กม. และเปลี่ยนตามรอบทุก 80,000 กม. ราคาเพียง 1,835 บาทเท่านั้น
    DPF (กรองเขม่า) อุดตันซ่อมแพง GWM จะเช็กการทำงานของวาล์วควบคุมการนำไอเสียกลับไปเผาซ้ำและระบบระบายความร้อน ให้ทุก ๆ 1 ปี หรือ 20,000 กม. ป้องกันการอุดตันและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา ประหยัดค่าใช้จ่าย โดยไม่ต้องเติมน้ำยาบำบัดไอเสียสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล
    น้ำมันเกียร์/เฟืองท้ายมีราคาสูง เปลี่ยนตามรอบพร้อมเช็กสภาพ รวมในแพ็กเกจบำรุงรักษา ไม่มีค่าแรงเพิ่มสำหรับลูกค้า GCSI (GWM CARE Service Inclusive)
    หัวฉีด ปั้มน้ำมันเชื้อเพลิง เทอร์โบ มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมสูง การบำรุงรักษาตามระยะช่วยยืดอายุอุปกรณ์สำคัญ ๆ ใช้น้ำมันและอะไหล่แท้คุณภาพสูง ลดโอกาสเสียหาย
    ค่าแรงศูนย์บริการแพง ฟรีค่าแรงสูงสุด 10 ครั้ง ภายใน 5 ปี หรือ 100,000 กม. สำหรับลูกค้า GCSI (GWM CARE Service Inclusive)

    GWM ได้ออกแบบโปรแกรมการบำรุงรักษา NEW GWM TANK 500 DIESEL มาอย่างโปร่งใส โดยรถยนต์รุ่นนี้จะเข้ารับการเช็กระยะทุก ๆ 6 เดือนหรือ 10,000 กม. และมีค่าใช้จ่ายรวมอะไหล่ในแต่ละครั้งเริ่มต้นเพียง 1,841 บาท สำหรับการเช็กระยะ 10,000 กม. และจะมีค่าใช้จ่ายสูงสุดเพียง 11,855 บาท ในระยะ 80,000 กม. เนื่องจากมีการเปลี่ยนถ่ายและเปลี่ยนอะไหล่สำคัญหลายรายการ เช่น น้ำมันเกียร์, น้ำมันเฟืองท้าย, น้ำยาหล่อเย็นเครื่องยนต์ น้ำมันเบรก และสายพานไทม์มิ่ง เป็นต้น โดยค่าบำรุงรักษาตามระยะทางตลอดระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร จะอยู่ที่เพียง 38,446 บาท หรือเฉลี่ยเพียงปีละประมาณ 7,700 บาท* โดยไม่มีค่าแรงเพิ่มเติมในทุกระยะ นอกจากนี้ ในการเช็กระยะทุกครั้ง GWM จะมีการตรวจเช็กสภาพอุปกรณ์สำคัญ ๆ อาทิ น็อต จานเบรก ยางกันฝุ่นและลูกหมาก อินเตอร์คูลเลอร์ หม้อน้ำ ถังพักน้ำหล่อเย็น แบตเตอรี่ 12V การรั่วซึมต่าง ๆ พร้อมบริการคุณภาพจากทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ GWM จึงมั่นใจได้ว่ารถยนต์ NEW GWM TANK 500 DIESEL ทุกคันจะได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดในทุกการเดินทาง (หมายเหตุ ราคาค่าบำรุงรักษาทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้น ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และเริ่มมีผลวันที่ 1 กันยายน 2568 เป็นต้นไป หรือจนกว่าจะมีการแจ้งการเปลี่ยแปลงเพิ่มเติม และค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ อ้างอิงจากรุ่น NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD)

    GWM ดูแลให้ทุกขั้นตอน ง่ายเหมือนอยู่บ้าน เพราะใส่ใจแม้ในวันที่ยุ่งที่สุด

    นอกจากค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาที่คุ้มค่าและโปร่งใสแล้ว GWM ยังให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายของลูกค้าเป็นอันดับแรก แม้ในวันที่ไม่มีเวลาเดินทางมาศูนย์บริการ หรือศูนย์บริการอยู่ห่างไกลจากบ้าน ผู้ใช้งานก็สามารถเลือกใช้บริการ Mobile Service เพื่อตรวจเช็กและบำรุงรักษารถนอกสถานที่ได้อย่างครบครัน โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญของ GWM จะเดินทางไปยังสถานที่ที่ลูกค้ากำหนด เช่น ที่บ้านหรือที่ทำงาน เพื่อดำเนินการบำรุงรักษาตามระยะและให้คำแนะนำการดูแลรถ โดยไม่จำเป็นต้องนำรถเข้าศูนย์บริการด้วยตัวเอง โดยมีค่าใช้จ่ายที่เข้าถึงได้ ช่วยให้ทุกขั้นตอนของการดูแลรถเป็นเรื่องง่าย ไม่ต่างจากความสุขในการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ดูแลได้ครบ จบ สบายใจในที่เดียว

    ทนทาน รับประกันยาวนาน 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) สูงที่สุดในไทย

    ไร้กังวลเรื่องความทนทานและค่าใช้จ่ายระยะยาวของเครื่องยนต์ดีเซล เพราะ GWM มอบการรับประกันยาวนานที่สุดในไทยถึง 1 ล้านกิโลเมตร (หรือ 8 ปี) ให้คุณมั่นใจในคุณภาพของเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างยาวนานเกือบ 30 ปี การันตีโดยผู้ใช้เกือบ 2 ล้านคน ในกว่า 170 ประเทศทั่วโลก จนเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด ที่อยู่ใน NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ผ่านบทพิสูจน์ถึงความทนทานในระยะทางกว่า 6 ล้านกิโลเมตร มอบความอุ่นใจในการใช้งานและการดูแลรักษาในอนาคต

    NEW GWM TANK 500 DIESEL วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้

    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท

    (*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)

    ยกระดับชีวิตให้ Go Beyond ไปกับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่มอบทุกความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของรถ SUV 7 ที่นั่งสุดพรีเมียมในทุกมิติ ทั้งความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารผ่านดีไซน์ที่เทียบเท่ารถยุโรป สมรรถนะแรงด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ ได้แล้ววันนี้ ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM เว็บไซต์ https://www.gwm.co.th/ หรือ GWM Contact Center หมายเลข 02-668-8888

    #NEWGWMTANK500DIESEL #GWMTANK500 #GWMTHAILAND #TANK500 #TANK500DIESEL #DIESEL


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ซีเนียร์ คอม เปิดตัว “H-Meter Capital” ชูเทคโนโลยีปฏิวัติวงการเช่าซื้อไทย ขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัล

    1 Min Read

    ซีเนียร์ คอม เปิดตัว “H-Meter Capital” ชูเทคโนโลยีปฏิวัติวงการเช่าซื้อไทย ขับเคลื่อนสู่การเป็นผู้นำด้านแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัล

    บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด ผู้นำด้านการพัฒนาซอฟต์แวร์และที่ปรึกษาด้านระบบสินเชื่อเช่าซื้อและบริหารจัดการดีลเลอร์ยานยนต์มายาวนานกว่า 33 ปี ประกาศเปิดตัวแพลตฟอร์มสินเชื่อดิจิทัลครบวงจร “H-Meter Capital Experience Version BOT Comply” อย่างเป็นทางการ ชูจุดเด่นเป็นเครื่องมือสำคัญช่วยให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบการ สามารถปรับตัวและปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ใหม่ของพระราชบัญญัติการกำกับดูแลธุรกิจเช่าซื้อที่มีผลบังคับใช้ในวันที่ 2 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ในฐานะบริษัทซอฟต์แวร์ไทยหวังใช้เทคโนโลยียกระดับมาตรฐานและความโปร่งใสของธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้อ สร้างความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค และช่วยลดภาระหนี้ครัวเรือนในภาพรวมได้

    มุมมองผู้บริหารต่อวิกฤตหนี้ครัวเรือนไทย

    คุณสุพนิต อึ่งอารี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ (COO) บริษัท ซีเนียร์ คอม จำกัด ได้แสดงมุมมองต่อปัญหาหนี้ครัวเรือนไทยที่ปัจจุบันอยู่ในระดับ 87.4% ของ GDP ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความเสี่ยงสำคัญต่อเสถียรภาพทางการเงินของประเทศ โดยเฉพาะธุรกิจเช่าซื้อ-ลีสซิ่งที่มีสัดส่วนของหนี้ครัวเรือนกว่า 10% หรือมูลค่าถึง 1.6 ล้านล้านบาท

    “ปัญหาหลักที่เราพบคือความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน (Financial Literacy) ของผู้บริโภคไทยในเรื่องเช่าซื้อยังไม่เพียงพอ ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักเข้าใจเพียงรายละเอียดพื้นฐาน เช่น ค่างวดที่ต้องชำระ อัตราดอกเบี้ย แต่มักละเลยข้อกำหนดแฝงในสัญญา สิทธิ์และขั้นตอนเมื่อถูกยึดทรัพย์ รายละเอียดประกันภัยและค่าบริการเสริม รวมถึงเงื่อนไขปิดสัญญาก่อนกำหนด การเข้ามาควบคุมดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในการสร้างเสถียรภาพและปกป้องสิทธิของลูกหนี้

    เปิดตัว H-Meter Capital: การปฏิวัติระบบเช่าซื้อ-ลีสซิ่ง

    คุณสุพนิต ได้เปิดตัว H-Meter Capital ในฐานะซอฟต์แวร์ที่ช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปรับตัวได้ไวที่สุด และเริ่มต้นใช้งานได้ทันกับกำหนดการประกาศใช้ พ.ร.ฎ. เช่าซื้อ-ลีสซิ่ง ด้วยการทำงานแบบครบวงจร ใช้ได้ทั้งกลุ่มรายย่อยและรายใหญ่ สามารถบริหารจัดการสินเชื่อได้อย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ซึ่งตอบโจทย์มาตรฐานของ ธปท. ได้อย่างสมบูรณ์

    “แพลตฟอร์ม H-Meter Capital ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยทีมงานคนไทยเพื่อธุรกิจไทยโดยเฉพาะ ด้วยประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 33 ปี ทำให้เข้าใจถึงความต้องการและสภาพแวดล้อมทางธุรกิจอย่างลึกซึ้ง เพราะ H-Meter Capital ถูกออกแบบมาเป็น Turnkey Solution ที่ครอบคลุมการทำงานตั้งแต่การยืนยันตัวตน การตรวจสอบเครดิต การประเมินความเสี่ยง การสร้างใบคำขอสินเชื่อ การทำสัญญา การบริหารจัดการรายการชำระเงิน ไปจนถึงการติดตามหนี้” คุณสุพนิต อธิบาย

    ไฮไลท์เทคโนโลยี H-Meter Capital ได้แก่

    • ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล (E-KYC) และ NDID: เพิ่มความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือ
    • ปัญญาประดิษฐ์ (AI): ช่วยประมวลผลและจัดทำเอกสารได้อย่างแม่นยำ รวมถึงการปรับเงื่อนไขสินเชื่อให้เหมาะสมกับลูกหนี้แต่ละราย
    • การคำนวณที่โปร่งใส: คำนวณยอดปิดบัญชีพร้อมอัตราดอกเบี้ยที่เป็นธรรมตามสัญญา ทำให้ผู้ประกอบการสามารถปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของ พ.ร.ฎ. ได้อย่างไม่ยุ่งยาก
    • Dashboard สำหรับผู้บริหาร แสดงภาพรวมธุรกิจแบบ Real-Time วิเคราะห์ข้อมูล พยากรณ์กระแสเงินสดจากการรับชำระ

    ประโยชน์สำหรับทุกภาคส่วน: ระบบ Turnkey ที่เหนือกว่า

    มุมผู้ประกอบการ:

    ผู้ประกอบการรายใหญ่: ระบบที่ครบวงจรและมีประสิทธิภาพสูง พร้อมทีมงานมากประสบการณ์ช่วยบริหารจัดการการย้ายข้อมูลเก่าขึ้นระบบใหม่ได้ครบถ้วน พร้อมดำเนินงานต่อด้วยการออกแบบการ cut-over ที่มี downtime น้อยที่สุด เพื่อช่วยบริหารจัดการพอร์ตสินเชื่อขนาดใหญ่ได้อย่างราบรื่น ลดขั้นตอนร่างเอกสาร ส่งมอบรายงาน และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

    ผู้ประกอบการรายย่อย: เพิ่มขีดความสามารถในการทำงาน เข้าถึงระบบมาตรฐานสูงในราคาที่เข้าถึงได้ ช่วยให้แข่งขันในตลาดได้อย่างเท่าเทียม และสร้างความน่าเชื่อถือให้กับองค์กร

    มุมผู้บริโภค:

    ความโปร่งใสและเป็นธรรม: ระบบที่ใช้ AI ช่วยในการปรับเงื่อนไข โปรโมชั่นและคำนวณอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทำให้ผู้บริโภคได้รับความเป็นธรรมและเข้าใจในรายละเอียดสัญญาอย่างชัดเจน

    ลดภาระหนี้: ด้วยการคำนวณที่แม่นยำและเป็นธรรม ผู้บริโภคสามารถบริหารจัดการหนี้สินได้ดีขึ้น ลดโอกาสในการเกิดปัญหาหนี้เสียในระยะยาว

    ปัจจุบัน H-Meter Capital เริ่มให้บริการแก่บริษัทชั้นนำในวงการสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งหลายแห่งมาระยะหนึ่งแล้ว โดยมีบัญชีผู้ใช้งานระบบ (concurrent user) กว่า 10,000 คน ปริมาณธุรกรรมเฉลี่ยกว่า 5 ล้าน รายการต่อเดือน และมีมูลค่าพอร์ตสินเชื่อที่บริหารจัดการผ่านระบบสูงกว่า 10,000 ล้านบาท แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการดำเนินงานได้อย่างชัดเจน

    แผนการต่อยอดเทคโนโลยีการเงินเพื่อขยายธุรกิจในอนาคต

    คุณสุพิชชา อึงอารี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) เปิดเผยแผนการขยายบริการของ H-Meter Capital ไปสู่ธุรกิจใหม่ๆ ว่า “ระบบของ H-Meter Capital เป็นโซลูชันจัดการผลิตภัณฑ์การเงินที่เราออกแบบและพัฒนามาเพื่อลดความซับซ้อนและเร่งกระบวนการให้ผู้ประกอบการทุกขนาด ไม่ว่าจะเป็นรายใหญ่หรือรายย่อย ให้มีความคล่องตัวในการดำเนินธุรกิจและมีความโปร่งใส เป็นธรรมต่อผู้บริโภค ซึ่งการขยายการใช้งานจะเพิ่มมูลค่าทางการเงินในประเทศได้มาก

    จากความสำเร็จในปัจจุบัน ซีเนียร์ คอม ยังคงเดินหน้าขยายศักยภาพของแพลตฟอร์ม H-Meter Capital สู่กลุ่มธุรกิจสินเชื่ออื่นๆ ได้แก่ Locked-Phone Financing, Agricultural Machinery Financing และ Home Loans สำหรับผู้ให้สินเชื่อที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank Lender) เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการยกระดับความมั่นคงทางเศรษฐกิจในระดับครัวเรือนและสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งให้กับเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ร่วมงาน Goodwood Festival of Speed กับการเผยโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่ ​​พร้อมเปิดตัว Bentayga Speed รุ่นล่าสุดเป็นครั้งแรกในอังกฤษ

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ร่วมงาน Goodwood Festival of Speed กับการเผยโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่ ​​พร้อมเปิดตัว Bentayga Speed รุ่นล่าสุดเป็นครั้งแรกในอังกฤษ

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ร่วมงาน Goodwood Festival of Speed กับการเผยโฉมอัตลักษณ์แบรนด์ใหม่สุดยิ่งใหญ่ด้วยโครงสร้างอาคาร 2 ชั้นที่ก่อสร้างด้วยเหล็กมากกว่า 200 ตันบนพื้นที่กว่า 500 ตารางเมตร ซึ่งถือเป็นโครงสร้างการจัดแสดงที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในงานเทศกาลแห่งความเร็วเพื่อมอบประสบการณ์ลูกค้าและการต้อนรับที่เหนือระดับให้แก่ลูกค้าและแขกวีไอพีภายในงานฯ พร้อมนำเสนอแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ให้แก่ผู้เข้าชมงานกว่า 200,000 คน

    Bentayga Speed ​​รุ่นใหม่ และ รุ่น Batur Convertible ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกภายในงานฯ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนี้ได้มาพร้อมกับรถยนต์เบนท์ลีย์อีกกว่า 30 คันที่เดินทางมารวมตัวกันที่ซัสเซกซ์ในเทศกาลแห่งความเร็วนี้ โดยมีรถยนต์เบนท์ลีย์อีก 5 คันเข้าร่วมรอบ Supercar และ First Glance เพื่อแข่งขันบนเส้นทางขึ้นเขาร่วมกับรถยนต์เบนท์ลีย์อีก 3 คันที่ทำหน้าที่เป็น Course Cars และสนับสนุนด้านอื่นๆ พร้อมด้วยรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมคนขับ 18 คัน สำหรับบริการลูกค้า สื่อมวลชน และแขกวีไอพีกว่า 400 คน ตลอดระยะเวลาการจัดงาน 4 วัน

    บริเวณด้านหน้ามีการจัดแสดงยนตรกรรมรุ่นล่าสุด 3 รุ่นให้ผู้เข้าชมงานได้สัมผัสอย่างใกล้ชิดอย่างรุ่น Continental GT Speed ​​ในสีส้ม Orange Flame ที่โดดเด่นด้วยชุดแต่งคาร์บอน Styling Specification ใหม่ พร้อมด้วยท่อไอเสียไทเทเนียมสไตล์สปอร์ต Akrapovic ที่เพิ่งเปิดตัวล่าสุด ส่วนรุ่น Flying Spur Black Edition เผยโฉมในเฉดสีดำที่โดดเด่นสะดุดตากับคาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin สีสันสดใสที่เผยให้เห็นด้านในของล้ออัลลอยด์สีดำขนาด 22 นิ้ว สำหรับ Bentayga S Black Edition มาในเฉดสีเทาแบบซาติน Storm Grey สุดร่วมสมัยที่ไม่เพียงแต่แสดงให้เห็นถึงทักษะของช่างเทคนิค ณ โรงทำสีในเมืองครูว์ ซึ่งใช้เวลากว่า 55 ชั่วโมงในการพ่นสีแบบซาตินด้วยมือแล้ว แต่ยังมาพร้อมกับชุดแต่งในเฉดสีฟ้า Klien Blue เฉพาะในรุ่น Black Edition อีกด้วย

    ภายในงานยังมีการสาธิตการเย็บพวงมาลัยด้วยมือและเทคนิคการทำไม้เพื่อผลิตชิ้นงานวีเนียร์ อีกทั้ง ผู้เข้าชมงานยังสามารถเลือกชมสินค้าของที่ระลึกเบนท์ลีย์ คอลเลกชันที่นำมาให้เลือกสรรอีกมากมาย

     

    ในการแข่งขันบนเส้นทางไต่เขาอันโด่งดัง รถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่ได้ขับเคี่ยวกันอย่างดุเดือดบนเส้นทางกว่า 1.2 ไมล์สู่ยอดเขา โดยมี Bacalar ยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่ถือเป็นรถยนต์ผลิตตัวถังพิเศษรุ่นใหม่คันแรกจากเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ พร้อมด้วย Batur Convertible รุ่นล่าสุดที่ได้เปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกในสหราชอาณาจักร ตามมาด้วย Continental GT Speed ​​รุ่นใหม่ล่าสุด และรุ่น Bentayga Speed ที่ขับโดยทีมงานนักพัฒนาแชสซีส์และระบบส่งกำลังเพื่อแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่พวกเขามีต่อสุดยอดยนตรกรรมเหล่านี้

     

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ศูนย์บริการ Volvo GT Auto พัฒนาการ ฉลองเปิดสาขาใหม่ มอบข้อเสนอสุดพิเศษ  “Welcome Home” ลดอะไหล่สูงสุด 20%

    1 Min Read

    ศูนย์บริการ Volvo GT Auto พัฒนาการ ฉลองเปิดสาขาใหม่ มอบข้อเสนอสุดพิเศษ “Welcome Home” ลดอะไหล่สูงสุด 20%

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ประกาศเปิดให้บริการศูนย์บริการ Service Center รูปโฉมใหม่ล่าสุดตามมาตรฐานของวอลโว่ ที่ Volvo GT Auto สาขาพัฒนาการ อย่างเป็นทางการ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการด้านการดูแลรถวอลโว่แบบครบวงจร พร้อมให้บริการด้านการบำรุงรักษาและซ่อมแซมด้วยมาตรฐานระดับโลก อีกทั้งบริการหลังการขายโดยผู้เชี่ยวชาญที่ได้การรับอบรมตามมาตรฐานวอลโว่ ให้ผู้ใช้บริการมั่นใจในคุณภาพและความรวดเร็ว เพื่อให้สามารถจัดการเวลาได้อย่างสะดวกสบาย โดยศูนย์บริการ Volvo GT Auto สาขาพัฒนาการให้บริการครอบคลุมพื้นที่เขตสวนหลวง หัวหมาก และพื้นที่ใกล้เคียง

    เพื่อเป็นการฉลองการเปิดศูนย์บริการแห่งใหม่ Volvo GT Auto สาขาพัฒนาการ มอบข้อเสนอ Service สุดพิเศษ “Welcome home” ให้กับลูกค้าที่ซื้ออะไหล่ที่ Volvo GT Auto สาขาพัฒนาการ
    ตั้งแต่วันนี้ – 31 ตุลาคม 2568 จะได้รับสิทธิพิเศษ ดังนี้
    • ส่วนลด 20% สำหรับอะไหล่ อาทิ ปีกนก, แร็คพวงมาลัย, เพลาขับ, แบตเตอรี่
    • ส่วนลด 20% เมื่อซื้อคู่ และส่วนลด 15% เมื่อเลือกซื้ออย่างใดอย่างหนึ่ง อาทิ ผ้าเบรกและจานเบรก, ชุดใบปัดน้ำฝนหน้า-หลังและน้ำยาล้างกระจก, โช้คหน้าและโช้คหลัง

    ติดต่อศูนย์บริการ หรือนัดหมายนำรถเข้าศูนย์บริการ ได้ที่เบอร์ 081-401-9999 , 082-222-8888 หรือ LINE https://lin.ee/wO9USsvS ได้ทุกวันจันทร์ – เสาร์ ในเวลาทำการ 08.00 – 17.00 น.

    ศูนย์บริการ Volvo GT Auto สาขาพัฒนาการ ตั้งอยู่ที่บริเวณพัฒนาการซอย 19 เลขที่ 1107 ถนนพัฒนาการ, แขวง/เขต สวนหลวง กรุงเทพมหานคร หรือนำรถเข้ามาใช้บริการได้ที่ https://maps.app.goo.gl/CwuxNgxVbJWi6SFR7

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับวอลโว่ได้ที่
    Website – www.volvocars.com/th
    Facebook – https://www.facebook.com/volvocarsth
    Youtube – https://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    LINE – https://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าเผยยอดจองสิทธิ์ NEW bZ4X แตะระดับ 1,000 คัน หลังเปิดตัวเพียงสามวัน

    1 Min Read

    โตโยต้าเผยยอดจองสิทธิ์ NEW bZ4X แตะระดับ 1,000 คัน หลังเปิดตัวเพียงสามวัน

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยยอดจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ รุ่น NEW bZ4X แตะระดับ 1,000 คัน หลังการเปิดรับจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้า BEV รุ่นดังกล่าวผ่านช่องทางออนไลน์ เพียงแค่สามวัน เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม ที่ผ่านมา

    สำหรับ NEW bZ4X ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยดีไซน์การออกแบบที่สะดุดตาและน่าดึงดูด ใช้เวลาในการชาร์จเร็วขึ้น และที่สำคัญ ในรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ยังสามารถทำระยะการขับขี่ได้ถึง 600 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ข้อมูลระยะทางวิ่งสูงสุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ระหว่างการรับรองขั้นสุดท้าย) ภายใต้มาตรฐาน NEDC ซึ่งไกลกว่ารถหลายรุ่นด้วยกัน นอกจากนี้ พละกำลังสูงสุดยังได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และติดตั้งระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบมาตรฐานโตโยต้าในทุกรุ่นย่อย กับเสถียรภาพ (stability) ความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัย (steering feel) ความนุ่มนวล (riding comfort) และประสิทธิภาพการเบรกที่ยู่ในระดับ “สูงสุดในรถระดับเดียวกัน”

    นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวว่า “โตโยต้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความสนใจจองสิทธิ์ NEW bZ4X  ทั้งการให้ความไว้วางใจทางด้านคุณภาพ การให้บริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความเชื่อมั่นที่มีให้กับบริการหลังการขาย ซึ่งรวมถึงความพร้อมของระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ครอบคลุมกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ โดยโตโยต้าตั้งเป้าที่จะขายรถรุ่นนี้ ที่ 6,000 คันในช่วงปีแรก ซึ่ง NEW bZ4X จะสามารถเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าได้ในเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป

    ทั้งนี้ผู้ที่สนใจจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของ NEW bZ4X ยังสามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ที่ https://stores.toyota.co.th/register/bz4x

    • รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD) ราคาเริ่มต้น        1,5xx,xxxx บาท
    • รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) ราคาเริ่มต้น        1,6xx,xxxx บาท

    (มาพร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Precious Metal Black Roof / Platinum White Black Roof / Emotional Red Black Roof / Attitude Black)

    พิเศษ รับทันทีส่วนลดเงินสด 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เฉพาะ 2,000 สิทธิ์แรก สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 21 สิงหาคม -19 ตุลาคม 2568 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

    (อัตราดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติจาก โตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

    โดยคำนวณจากดอกเบี้ยต้นงวดและส่วนลดดอกเบี้ยรถไฟฟ้า)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment