-
ฮอนด้า รวมพลังสร้างพื้นที่สีเขียว ผ่านโครงการ ฮอนด้าปลูก “รักษ์” เพื่อโลก พาพนักงานอาสาสมัครร่วมกับชุมชน กว่า 200 คน ปลูกต้นไม้ 3,000 ต้น คืนความสมบูรณ์ให้ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี

บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อพันธกิจเพื่อสังคม ร่วมกันสร้างพื้นที่สีเขียวสู่สิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ ฮอนด้า ปลูก “รักษ์” เพื่อโลก ณ ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี ด้วยการปลูกต้นไม้รวมกว่า 3,000 ต้น บนพื้นที่กว่า 13 ไร่ นำโดยนายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 9 สาขาปราจีนบุรี และคณะกรรมการป่าชุมชนบ้านหว้าเอน พร้อมด้วยชาวบ้านและอาสาสมัครกว่า 200 คน ร่วมกันปลูกป่า เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชนและสิ่งแวดล้อมที่ดีอย่างยั่งยืนในระยะยาว

นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นดำเนินธุรกิจตามเป้าหมายฮอนด้าปี พ.ศ. 2593 (Honda Target 2050) ภายใต้ 2 ทิศทาง ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านความปลอดภัย ซึ่งกิจกรรมนี้สะท้อนให้เห็นความยึดมั่นในวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม ลดการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ สร้างพื้นที่สีเขียวให้แก่ผืนป่าของชุมชนบ้านหว้าเอน ฮอนด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือนี้จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนให้สังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นส่วนหนึ่งในการเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality) ให้เกิดขึ้นในอนาคต”
โครงการ ฮอนด้า ปลูก “รักษ์” เพื่อโลก จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2568 ณ ป่าชุมชนบ้านหว้าเอน จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นชุมชนใกล้เคียงที่อยู่ในพื้นที่ที่ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) ส่วนการผลิตดำเนินการอยู่ ซึ่งได้คัดสรรพันธุ์ไม้ท้องถิ่นที่มีคุณค่าทางเศรษฐกิจและสามารถใช้ประโยชน์ได้จริง อาทิเช่น ต้นสัก พะยูง ตะเคียน มะค่าโมง มะขามยักษ์ และขี้เหล็ก ซึ่งเหมาะสมกับสภาพดินและอากาศของป่าเบญจพรรณในพื้นที่ การปลูกป่ามีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์ เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชน ช่วยกักเก็บคาร์บอนไดออกไซด์ รวมถึงลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับสัตว์ป่า และสร้างแหล่งอาหารที่ยั่งยืน ให้ชุมชนได้พึ่งพิงป่าในการดำรงชีวิตในอนาคต

นายวีระพันธ์ ดีอ่อน ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี กล่าวว่า “ทางจังหวัดปราจีนบุรี ต้องขอขอบคุณการสนับสนุนจากฮอนด้า ที่เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการสร้างพื้นที่สีเขียวและขับเคลื่อนให้พื้นที่ป่าของจังหวัดปราจีนบุรีมีความยั่งยืน โครงการนี้ไม่เพียงช่วยสร้างระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับป่าบ้านหว้าเอน แต่ยังช่วยสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และชุมชน ช่วยลดผลกระทบจากสัตว์ป่า และยกระดับเศรษฐกิจของชุมชนไปพร้อมกัน”

นายมนตรี ชาญกิจ ประธานป่าชุมชนบ้านหว้าเอน กล่าวว่า “ชุมชนบ้านหว้าเอนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางภาครัฐและฮอนด้าได้เข้ามาให้การสนับสนุน การร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นไม้ในวันนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ป่ากลับมาอุดมสมบูรณ์ แต่ยังสร้างโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างรายได้ที่มั่นคงและยั่งยืนให้กับชุมชนของเราอีกด้วย”
โดยกิจกรรมนี้ถือเป็นกิจกรรมนำร่องในระยะแรก และมีแผนที่จะสนับสนุนโครงการตามแผนการจัดการ เพื่อสนับสนุนในการปลูก การบำรุง และการดูแลรักษาเพื่อให้กล้าไม้ได้เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์ในระยะยาวอีกด้วย
ฮอนด้ายังคงยืนหยัดการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยและพร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสังคมที่น่าอยู่ เพื่อเปลี่ยนผ่านสู่สังคมปลอดมลพิษ (Carbon Neutrality) รวมถึงมุ่งมั่นที่จะสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Zero Traffic Collision Fatalities) ให้เกิดขึ้นในอนาคต โดยพร้อมเติบโตเคียงข้างสังคมไทย เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนและสานต่อพันธกิจในฐานะองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าเสริมศักยภาพความแข็งแกร่งให้บุคลากรระดับผู้นำองค์กร จัดสัมมนาถ่ายทอดวิสัยทัศน์และมอบนโยบายส่งมอบความสุขให้ลูกค้า

มาสด้าประกาศรวมพลคนแถวหน้าส่งมอบนโยบายการดำเนินธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน ด้วยการยกระดับประสบการณ์และถ่ายทอดคุณค่าแบรนด์อันเป็นเอกลักษณ์ไปสู่ลูกค้า เดินหน้าพัฒนาทีมเวิร์คให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จัดสัมมนาเพื่อพัฒนาบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้นำ ประจำปี 2568 หรือ Mazda National Dealer Leadership Seminar ภายใต้ธีม “Drive Customer Experience Forward” ผู้นำยุคใหม่พร้อมพลิกโฉมเพื่อขับเคลื่อนประสบการณ์ลูกค้าที่เหนือกว่า โดยถ่ายทอดวิสัยทัศน์และยกระดับคุณค่าแบรนด์มาสด้าอย่างต่อเนื่อง
พร้อมขับเคลื่อนวิถีการทำงานตามแนวทางการปฏิรูปองค์กร (Business Transformation) ด้วยคุณค่าหลัก 3 ประการ คือ Brand & Culture, People และ Mazda Experience Touchpoint เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ให้ลูกค้าได้สัมผัสแบบไร้รอยต่อ โดยเฉพาะการเชื่อมโยงเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์ ณ จุดขาย พร้อมส่งมอบความสุขและยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้ามาสด้าทั่วประเทศ โดยมีบุคลากรระดับผู้นำทีมของผู้จำหน่ายมาสด้า ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายซ่อมตัวถังและสี และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ เข้าร่วมกิจกรรมกว่า 350 คน โดยจัดขึ้น ณ โรงแรม Grand Richmond ระหว่างวันที่ 8-9 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การพัฒนาและยกระดับศักยภาพบุคลากรให้มีความพร้อมอยู่เสมอ คือ หัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดและมีความหมายให้กับลูกค้า ตามที่มาสด้าได้ประกาศนโยบายใหม่ในการปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ความยั่งยืน ทั้งนี้ มาสด้าได้ขับเคลื่อนกลยุทธ์ต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อเสริมประสิทธิภาพในทุกภาคส่วนของการทำงาน โดยผสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อนำนโยบายเหล่านี้ไปเป็นหลักปฏิบัติในการทำงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับลูกค้า มุ่งสู่เป้าหมายสูงสุดของแบรนด์ นั่นคือ Top Customer Retention Brand อันส่งผลต่อการสร้างแบรนด์และธุรกิจที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง
งานสัมมนาจัดขึ้นเพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรของผู้จำหน่ายมาสด้าในระดับผู้นำ ประจำปี 2568 มีวัตถุประสงค์หลักคือการถ่ายทอดนโยบายการทำงานประจำปี และต่อยอดไปสู่การยกระดับคุณค่าแบรนด์ให้กับบุคลากรระดับผู้นำองค์กรของผู้จำหน่าย ทั้งฝ่ายขาย ฝ่ายบริการลูกค้า ฝ่ายซ่อมตัวถังและสี และฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ ซึ่งเป็นบุคลากรแถวหน้าที่ลูกค้าได้สัมผัสโดยตรงให้มีความพร้อมและเข้าใจถึงแนวทางการปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน รวมถึงการถ่ายทอดและผลักดันนโนบายต่าง ๆ สู่บุคลากรมาสด้าทั่วประเทศ ให้สามารถส่งมอบประสบการณ์ที่มีความหมายให้กับลูกค้าด้วยคุณค่าแบรนด์มาสด้าที่มีเอกลักษณ์ รวมถึงการนำเครื่องมือใหม่ ๆ และข้อมูลต่าง ๆ มาสร้างสรรค์ประสบการณ์รูปแบบใหม่ให้กับลูกค้าแบบไร้รอยต่อ พร้อมเชื่อมโยงทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ โดยมีองค์ประกอบหลัก 3 ประการ ดังนี้
- Brand & Culture: การถ่ายทอดคุณค่าและดีเอ็นเอของแบรนด์มาสด้า เพื่อยึดถือเป็นหลักเดียวกันในการปฏิบัติงานของผู้จำหน่ายทั่วประเทศ
- People: การปรับกระบวนการทำงาน เพื่อเพิ่มศักยภาพ ทักษะ และความรู้ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับลูกค้าอย่างสร้างสรรค์ และมุ่งขับเคลื่อนการทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท
- Mazda Experience Touchpoint: การส่งมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ผ่านการรับฟังเสียงของลูกค้าและแฟนมาสด้า หรือ Voice of Fans เพื่อนำมาพัฒนาปรับปรุงให้เกิดประสบการณ์ที่ดีอย่างต่อเนื่องและไร้รอยต่อ ด้วยคุณค่าที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์มาสด้าผ่านเครื่องมือดิจิทัลและเทคโนโลยีต่างๆ
ทั้งนี้ เพื่อให้เข้าถึงประสบการณ์ลูกค้าได้ครบทุกมิติ มาสด้ายังได้รวบรวมทีมบุคลากรมาสด้าชั้นเลิศที่ใกล้ชิดกับลูกค้าและมีผลงานโดดเด่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดูแลและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง มาร่วมออกแบบการทำงานและยกระดับประสบการณ์ลูกค้าทั่วประเทศให้ราบรื่นต่อเนื่อง

งานสัมมนาครั้งนี้ บุคลากรมาสด้าทั่วประเทศยังได้แสดงพลังกันส่งมอบคำมั่นสัญญา เพื่อมุ่งมั่นและตั้งใจส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า โดยร่วมกันเขียนข้อความที่เป็นคำมั่นสัญญาพร้อมเติมเต็มรอยยิ้มให้ลูกค้ามาสด้าของเรา นำโดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ ด้วยการเขียนข้อความ คอมมิสเม้นต์ “Your Happiness is My Happiness – ความสุขของลูกค้า คือความสุขของเรา” ซึ่งไม่ได้เป็นแค่คำมั่นสัญญาส่วนตัวเท่านั้น หากแต่ยังสะท้อนถึงความรู้สึกในใจของบุคลากรมาสด้าทั่วประเทศด้วยเช่นกัน เพื่อมุ่งมั่นและทุ่มเทในการยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งคำมั่นที่ร่วมกันนี้สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าหลักและแก่นแท้ของแบรนด์มาสด้าที่ทุกคนยึดถือมาโดยตลอด และพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าทุกคน

บุคลากรระดับผู้นำของผู้จำหน่าย ถือเป็นหัวใจสำคัญในการถ่ายทอดและส่งต่อคุณค่าหลักของแบรนด์ และนำนโยบายต่าง ๆ ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างสรรค์ปรับเปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้ารูปแบบใหม่ ๆ และนำมาพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้า จะนำมาซึ่งคุณค่าและประสบการณ์ความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า เพื่อให้มาสด้ากลายเป็น Top Customer Retention Brand อันเป็นเป้าหมายสูงสุด มุ่งสู่อนาคตที่ยั่งยืน ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าผลักดันกลยุทธ์ในด้านต่าง ๆ อย่างเต็มกำลัง เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดและได้รับความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้าตลอดไป ภายใต้ปรัชญา Joy Drives Lives ความสุขขับเคลื่อนชีวิต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เชฟรอนผงาดผู้นำ โชว์ศักยภาพน้ำมันหล่อลื่น หนุนอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย

บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันหล่อลื่นคาลเท็กซ์ ฮาโวลีน และคาลเท็กซ์ เดโล่ ตอกย้ำพันธกิจในการเป็นพันธมิตรที่เข้าใจและพร้อมตอบโจทย์ความต้องการของอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยอย่างแท้จริง โชว์ศักยภาพผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารหล่อลื่น นำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและ โซลูชันที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ สำหรับรถบรรทุกอ้อย เครื่องจักรกลเกษตร และเครื่องจักรในโรงงานผลิตน้ำตาล ที่ต้องทำงานหนักต่อเนื่องท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย คงคอนเซ็ปต์พลังแห่งการปกป้องครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของอุตสาหกรรมอ้อยและน้ำตาล ภายใต้แนวคิด “Caltex Business: Getting Closer to your business พันธมิตรใกล้ชิดธุรกิจคุณ” ในงาน Sugarex Thailand 2025 งานแสดงสินค้าและการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียที่ผ่านมา
ภาพรวมในปี 2568 อุตสาหกรรมน้ำตาลยังคงแสดงศักยภาพการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ จากข้อมูลอุตสาหกรรมปริมาณอ้อยเข้าหีบที่ฟื้นตัวแตะ 92 ล้านตัน ส่งผลให้การผลิตน้ำตาลเพิ่มขึ้นกว่า 14% จากการผลิตปี 2566-2567 ขณะที่การส่งออกปีนี้คาดว่าจะขยายตัวมากกว่า 30% ทั้งด้านปริมาณและมูลค่า ปัจจัยเหล่านี้สะท้อนถึงบทบาทสำคัญของภาคเกษตรและอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของไทยแม้ในภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน

การเข้าร่วมงาน Sugarex Thailand 2025 ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เยี่ยมชม ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการโรงงานน้ำตาล เกษตรกรผู้ปลูกอ้อย วิศวกร และผู้ใช้งานเครื่องจักรกลหนัก โดยบูธน้ำมันเครื่องคาลเท็กซ์ในปีนี้มาในธีม “Caltex Business: Getting Closer to your business พันธมิตรใกล้ชิดธุรกิจคุณ” พร้อมไฮไลท์ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางที่เป็นตัวช่วยสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทย อาทิ น้ำมันหล่อลื่นคาลเท็กซ์ เดโล่ สำหรับเครื่องจักรเก็บเกี่ยวอ้อย รถบรรทุก และน้ำมันหล่อลื่นอุตสาหกรรมพิเศษไม่ว่าจะเป็น น้ำมันไฮดรอลิกแรนโด้ น้ำมันเกียร์เมโรป้า น้ำมันเทอร์ไบน์จีเอสที แอดแวนเทจ รวมถึงจาระบีพิเศษ อย่าง Talcor™ Mill Brass Compound ที่มีคุณสมบัติพิเศษไม่กัดกร่อนโลหะผสมทองแดง รับแรงโหลดสูง ยึดเกาะได้ดี ทนต่อการปนเปื้อนและการชะล้างของน้ำอ้อย ออกแบบสำหรับแบริ่งลูกหีบในโรงงานน้ำตาลโดยเฉพาะ
ในบริบทที่อุตสาหกรรมต้องการเสริมความสามารถในการแข่งขันและบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เชฟรอนในฐานะพันธมิตรด้านเทคโนโลยีสารหล่อลื่น ได้เข้าร่วมงาน Sugarex Thailand 2025 งานแสดงสินค้าและการประชุมที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียสำหรับอุตสาหกรรมอ้อย น้ำตาล และไบโอเอทานอล ครั้งที่ 11 เพื่อแสดงศักยภาพของผลิตภัณฑ์ และบริการที่ครอบคลุมตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำของกระบวนการผลิตน้ำตาล โดยเริ่มจากส่วนของยานยนต์ อาทิ รถบรรทุกอ้อย เครื่องจักรทางการเกษตร จนถึงโรงงานผลิตน้ำตาลทั้งในส่วนการลำเลียงอ้อย การหีบอ้อย จนกว่าจะได้เป็นน้ำตาล รวมถึงกิจกรรมอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ เชฟรอนยังได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้ และประสบการณ์กับผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมเพื่อทำความเข้าใจถึงความต้องการที่แท้จริงของผู้ใช้งาน เพื่อนำข้อมูลเหล่านั้นไปพัฒนาให้ตอบโจทย์ได้อย่างตรงจุดยิ่งขึ้นในอนาคต ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับอุตสาหกรรมน้ำตาลไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย นายสันติศักดิ์ ไทยพัฒน์ ประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด ได้เปิดเผยว่า “เชฟรอนเข้าใจถึงความท้าทายที่อุตสาหกรรมน้ำตาลต้องเผชิญ ทั้งด้านการแข่งขัน ต้นทุน และมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม ประกอบกับแรงกดดันจากราคาส่งออกที่อ่อนตัวลง เราจึงมุ่งเน้นนำเสนอโซลูชันด้านสารหล่อลื่นที่ช่วยการหยุดชะงักของเครื่องจักร ยืดอายุการใช้งาน และลดการใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษา ควบคู่ไปกับการมอบบริการวิเคราะห์และให้คำปรึกษาอย่างครบวงจร เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืนและแข่งขันได้ในเวทีโลก การเข้าร่วมงานในครั้งนี้ของเชฟรอนไม่เพียงตอกย้ำบทบาทในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านสารหล่อลื่น แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจที่จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับภาคการผลิตไทย เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในระยะยาว”
ติดตามข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจจากเชฟรอน รวมถึงข้อมูลผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะช่วยยกระดับการทำงานของเครื่องจักรในทุกอุตสาหกรรม ได้ทาง Facebook: Caltex Lubricants Thailand LINE Official: @CaltexLubricants TikTok: tiktok.com/@caltexlubricants.th และ Website: www.caltex.com/th/business-solutions หรือติดต่อผ่านตัวแทนจัดจำหน่ายในพื้นที่ของลูกค้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
พิพิธภัณฑ์คนรักรถ ต้อนรับ อนุบาลบ้านสนุกคิด

พิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok เปิดบ้านต้อนรับ น้องๆ โรงเรียนอนุบาลบ้านสนุกคิด พร้อมครู และผู้ปกครอง จำนวน 23 คน สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ผ่านประวัติศาสตร์ยานยนต์ ทั้ง 7 ยุค อย่างใกล้ชิด เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ จุดประกาย ให้น้องๆ เรียนรู้วิวัฒนาการยานยนต์ อย่างสนุกสนาน เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568
หน่วยงานที่สนใจเข้าชมพิพิธภัณฑ์คนรักรถ Auto Rendezvous Museum-Bangkok สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ โทรศัพท์ 0-2055-8444
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ แบงค็อก แชร์ภาพความประทับใจในกิจกรรม Drive Beyond Luxury ส่งท้าย AAS Driving Experience 2025

เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย แชร์ภาพบรรยากาศความประทับใจในกิจกรรม Drive Beyond Luxury กิจกรรมทดลองขับ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury ในงาน AAS Driving Experience 2025 เพื่อส่งท้ายงานสุดยิ่งใหญ่ประจำปี 2568 ที่กลุ่มบริษัท เอเอเอส ตั้งใจส่งมอบเป็นประสบการณ์สุดพิเศษให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยงานฯ จัดขึ้น ณ สนามแข่งรถปทุมธานี สปีดเวย์ จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 10 – 14 กันยายนที่ผ่านมา
ภายในงานฯ ผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์ Drive Beyond Luxury ได้มีโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริดกับประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ในแบบ On-the-road Test Drive ร่วมกับที่ปรึกษาการขายผู้เชี่ยวชาญที่ได้ร่วมทดลองขับไปกับลูกค้าเพื่อให้ข้อมูลรถยนต์และแนะนำเทคนิคในการขับขี่อย่างใกล้ชิดตลอดเส้นทางการทดลองขับบนถนนรอบสนามแข่งรถปทุมธานีสปีดเวย์ ซึ่งผู้ทดลองขับได้สัมผัสถึงประสบการณ์การขับขี่อันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์เบนท์ลีย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบตลอด 5 วันเต็ม
นอกจากนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดแสดง Bentayga Hybrid รุ่นปี 2025 ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สมรรถนะสูงในเฉดสีดำ Onyx ที่ตกแต่งอย่างสปอร์ตด้วยล้ออัลลอยด์แบบ 5 ก้าน ขนาด 21 นิ้ว พร้อมความโดดเด่นด้วย Self Levelling Wheel Badge by Mulliner ตัวรถยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี LED Welcome Lamps และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งอย่างหรูหราและร่วมสมัยด้วยหนังเฉดสีขาว Linen และ เฉดสีดำ Burnt Oak พร้อมด้วยวีเนียร์แบบ Piano Burnt Oak by Mulliner แบบเปลือยอันงดงามที่จะผสานเข้ากับเทคโนโลยี Mood Lighting Specification หลากหลายสีสันเพื่อสร้างอรรถรสในการเดินทางได้อย่างลงตัว ซึ่งแขกผู้สนใจได้ชื่นชมในด้านความหรูหราและภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและสะดวกสบาย สำหรับผู้ที่หลงใหลในแบรนด์ไลฟ์สไตล์หรูสัญชาติอังกฤษ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังมอบส่วนลดคอลเลกชันเบนท์ลีย์กับไอเทมยอดนิยมที่จัดมาให้เหล่าบรรดาผู้ชื่นชอบและนักสะสมได้เลือกช็อปกันอย่างเต็มที่
เบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ขอขอบคุณแขกผู้ร่วมงานทุกท่านที่ได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมทดลองขับรถยนต์เบนท์ลีย์ที่เราตั้งใจมอบให้เป็นประสบการณ์พิเศษในงานฯ โดย เบนท์ลีย์ แบงค็อก จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาและส่งมอบประสบการณ์สุดพิเศษแบบนี้ให้แก่ลูกค้าคนสำคัญทุกท่านต่อไปในปี 2569
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ต้อนรับตำนานแห่งนักซูโม่ชื่อดัง คุณ Hakuho Sho เยือน Toyota Alive

มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้การต้อนรับตำนานนักกีฬาซูโม่ระดับ Yokozuna ชื่อดัง จากประเทศญี่ปุ่น มร. Hakuho Sho ในโอกาสที่มาเยี่ยมชม TOYOTA ALIVE ถนนบางนา-ตราด กม.3 ท่ามกลางบรรยากาศและการต้อนรับอย่างอบอุ่น ตลอดจนความสนใจมากมาย เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568
มร.Hakuho Sho เป็นนักกีฬาซูโม่จากแดนอาทิตย์อุทัยที่มากฝีมือ จนได้รับการแต่งตั้งเป็น 69th Yokozuna หรือนักกีฬาซูโม่ลำดับที่ 69 ที่อยู่ในระดับ Yokozuna ซึ่งเป็นตำแหน่งระดับสูงสุดในการแข่งขันกีฬาซูโม่ นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ร่วมจัดการแข่งจัดรายการ 26th World Sumo Championship ที่จัดขึ้นในประเทศไทย เมื่อวันที่ 13-14 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งนับเป็นการส่งเสริมวงการกีฬาซูโม่และเพิ่มโอกาสของคนไทยในการเข้าถึงกีฬาชนิดนี้
มร.Hakuho Sho กล่าวถึงความประทับใจในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่มีโอกาสจัดการแข่งขันกีฬาซูโม่ ซึ่งเป็นกีฬาที่แฝงด้วยเอกลักษณ์ของประเทศญี่ปุ่น ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก ที่สำคัญ ผมขอขอบคุณคนไทยทุกคนที่ให้การต้อนรับกีฬาซูโม่ และขอแสดงความซาบซึ้งใจในมิตรภาพที่ผมได้รับในวันนี้ ซึ่งนับเป็นนิมิตหมายอันดี ที่เชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ลงนามความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ ปั้นบุคลากรรุ่นใหม่ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์

บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง ความร่วมมือ (MoU) ครั้งสำคัญ เพื่อยกระดับการศึกษาด้านยานยนต์และการพัฒนาบุคลากรในประเทศไทยอย่างมีนัยสำคัญ ครอบคลุมด้านวิชาการ การฝึกอบรมเชิงปฏิบัติ และเส้นทางสู่การจ้างงานโดยตรงสำหรับนักศึกษาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์นี้จะสร้างบุคลากรที่มีทักษะความสามารถ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและเทคโนโลยีขั้นสูง
นายชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ในขณะที่ประเทศไทยเร่งเดินหน้าสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ระดับภูมิภาค ความต้องการบุคลากรที่มีทักษะสูงและสามารถปรับตัวได้นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่ง ความร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการบ่มเพาะอนาคต ด้วยการผสานรวมแนวปฏิบัติจริงทางอุตสาหกรรมเข้ากับความเป็นเลิศทางวิชาการ เราไม่ได้เพียงแค่ให้ความรู้แก่นักศึกษาเท่านั้น แต่เรากำลังสร้างสรรค์นักนวัตกรรมและช่างเทคนิคที่จะขับเคลื่อนยุคใหม่แห่งการเดินทางในประเทศไทย ยังตอกย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่ของบีเอ็มดับเบิลยู ในการส่งเสริมบุคลากรท้องถิ่นและมีส่วนร่วมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ”
บันทึกข้อตกลงความร่วมมือระยะเวลาสามปีนี้ ได้กำหนดโครงการที่เน้นการปฏิบัติจริง ดังนี้:
- ลดช่องว่างทักษะ:จัดโครงการฝึกงานแบบ Project-Based Internship, สหกิจศึกษา และทวิภาคี
ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาได้สัมผัสประสบการณ์จริงกับเทคโนโลยีล้ำสมัยและกระบวนการปฏิบัติงานของบีเอ็มดับเบิลยู เพื่อให้มั่นใจว่านักศึกษาจะได้รับทักษะที่ตรงกับความต้องการของอุตสาหกรรมและตลาดแรงงาน - สภาพแวดล้อมการเรียนรู้จากของจริง:บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จะพิจารณาสนับสนุนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในสถานที่ทำงานจริงแก่สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เพื่อยกระดับประสบการณ์การเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับนักศึกษา
- เส้นทางสู่การจ้างงานโดยตรง:สร้างช่องทางที่เป็นระบบสำหรับนักศึกษาที่มีศักยภาพสูง เพื่อเข้าสู่กระบวนการสรรหาและคัดเลือกของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ซึ่งจะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้เข้าทำงานกับบริษัทชั้นนำระดับโลกในอุตสาหกรรมยานยนต์
- การถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนความรู้:อำนวยความสะดวกในการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านการบรรยายพิเศษโดยผู้เชี่ยวชาญจากบีเอ็มดับเบิลยู และโดยคณาจารย์จากสถาบันฯ เพื่อส่งเสริมการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง
- ความร่วมมือในการสรรหาบุคลากร:สถาบันฯ จะให้ความร่วมมือในการประสานงานและนำเสนอรายชื่อนักศึกษาที่มีคุณสมบัติเหมาะสมสำหรับการฝึกงานและโอกาสในการจ้างงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เพื่อให้กระบวนการสรรหาบุคลากรเป็นไปอย่างราบรื่น
รองศาสตราจารย์ ดร.คุณหญิงสุมณฑา พรหมบุญ อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เน้นย้ำถึง
ศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงภายใต้ความร่วมมือครั้งนี้ว่า “ความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญต่อการศึกษาด้านยานยนต์ในประเทศไทย สิ่งนี้มอบโอกาสอันล้ำค่าให้นักศึกษาของเราได้เรียนรู้โดยตรงจากผู้นำในอุตสาหกรรม ได้นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง และพัฒนาทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และทักษะปฏิบัติที่จำเป็นสำหรับยนตรกรรมขั้นสูงในปัจจุบัน เรากำลังเสริมสร้างศักยภาพให้นักศึกษาของเรากลายเป็นบุคลากรซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างสูง พร้อมที่จะมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อการเติบโตทางอุตสาหกรรมและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีของประเทศ”ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาในครั้งนี้ พร้อมที่จะยกระดับมาตรฐานการศึกษาด้านอาชีวศึกษาและอุดมศึกษาด้านยานยนต์อย่างมีนัยสำคัญ
เพื่อขับเคลื่อนบุคลากรของประเทศไทยให้ก้าวสู่การแข่งขันและสร้างสรรค์นวัตกรรมในเวทีระดับโลก
ได้อย่างเต็มศักยภาพความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความมุ่งมั่นอันยาวนานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการสนับสนุนการศึกษาด้านอาชีวศึกษา ภายใต้โครงการ BMW Service Apprentice ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย (German-Thai Dual Excellence Education – GTDEE) ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2555 และประสบความสำเร็จในการผลิตบุคลากรคุณภาพไปแล้วถึง 282 คน โครงการดังกล่าวพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ โดยมอบทุนการศึกษาเต็มจำนวน พร้อมการฝึกอบรมทางทฤษฎีและปฏิบัติอย่างเข้มข้น ณ ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู ทั้งนี้ กว่า 76% ของผู้สำเร็จการศึกษาเหล่านี้ได้เข้าสู่เส้นทางอาชีพที่มีความก้าวหน้ากับผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของโครงการในการสร้างบุคลากรยานยนต์ที่มีทักษะสูง สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดาเองก็เป็นพันธมิตรที่สำคัญในโครงการ GTDEE มาตั้งแต่ปี 2555 โดยมีนักศึกษาจำนวนมากเข้าร่วมตลอดหลายปีที่ผ่านมา ตอกย้ำถึงความทุ่มเทของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการบ่มเพาะบุคลากรที่มีทักษะสูงเพื่ออนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย


ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ลดช่องว่างทักษะ:จัดโครงการฝึกงานแบบ Project-Based Internship, สหกิจศึกษา และทวิภาคี
-
News Car1 Min Read
อ.ยนต์เจริญมอเตอร์ ส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ให้กับบ้วนสูนขนส่
งและธนาธรทรานสปอร์ต เสริมทัพธุรกิจขนส่งไทยสู่ ความยั่งยืน 
เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท อ.ยนต์เจริญมอเตอร์ จำกัด ผู้นำด้านยานยนต์เชิงพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า ได้เดินหน้าสานต่อภารกิจด้านการขนส่งสีเขียว ด้วยการส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ จำนวน 4 คัน ให้แก่พันธมิตรในธุรกิจโลจิสติกส์และการขนส่งของไทย พร้อมได้รับเกียรติจากผู้บริหารชั้นนำร่วมเป็นสักขีพยาน ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่การขนส่งที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

พิธีส่งมอบจัดขึ้นอย่างเป็นทางการ โดยมี คุณยงยส ชัยลาภยศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อ.ยนต์เจริญมอเตอร์ จำกัด เซ็นสัญญาลงนามและส่งมอบรถให้แก่ คุณรัชนี สุสัณฐิตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้วนสูนขนส่ง จำกัด และ คุณนุวัฒน์ โพธาธนาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาธรทรานสปอร์ต จำกัด
ภายในงานยังได้รับเกียรติจาก คุณวุฒิวรนาจ มีสวัสดิ์ AVP-Paper Container Business /Packaging Business บริษัท เอสซีจีเจดับเบิลยูดี โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) คุณณัฎฐสิทธิ์ เทพไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสายการขายและการตลาด บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) และ คุณพีระ ลักษณาภิรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท คิวทีซี อีวี จำกัด ร่วมเป็นสักขีพยานและแสดงความยินดี ณ บริษัท บ้วนสูนขนส่ง จำกัด
การส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้าครั้งนี้ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นการยกระดับมาตรฐานการขนส่งของไทยด้วยยานยนต์พลังงานสะอาด นอกจากจะช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว และตอบโจทย์การพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) ที่หลายองค์กรให้ความสำคัญ

คุณยงยส ชัยลาภยศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อ.ยนต์เจริญมอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า อ.ยนต์เจริญมอเตอร์ ดำเนินธุรกิจจำหน่ายรถบรรทุกเชิงพาณิชย์มาร่วม 20 ปี ปัจจุบันเราเป็นดีลเลอร์ของ NEX POINT มาประมาณ 3 ปี ได้ทำการจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์หลากหลายรุ่น หลากหลายขนาด ออกสู่ตลาด วันนี้มาส่งมอบรถบรรทุกไฟฟ้า จำนวน 4 คัน ให้กับทางพาร์ทเนอร์ของเรา คือ บริษัท บ้วนสูนขนส่ง จำกัด และบริษัท ธนาธรทรานสปอร์ต จำกัด
นอกจากการเป็นตัวแทนจำหน่ายแล้ว เรายังเน้นในเรื่องของการบริการหลังการขายและอะไหล่ที่มีรองรับการใช้งานกับรถทุกรุ่น รวมทั้ง Mobile Service ที่มีบริการตลอด 24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ สามารถตอบสนองลูกค้าได้ทันทีที่ต้องการความช่วยเหลือ
อ.ยนต์เจริญมอเตอร์ ยืนยันว่าจะเดินหน้าสนับสนุนภาคธุรกิจไทยในการปรับเปลี่ยนสู่การใช้ยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์อย่างต่อเนื่อง เพื่อร่วมสร้างอนาคตการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ไทยในระดับสากล

คุณรัชนี สุสัณฐิตพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บ้วนสูนขนส่ง จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งให้กับ SCG JWD และล่าสุดได้เลือกใช้รถบรรทุกไฟฟ้าของบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX เข้ามาในการดำเนินงาน โดยก่อนหน้านี้บริษัทได้พิจารณาหลายผู้ผลิต แต่พบว่ารถไฟฟ้าของ NEX สามารถตอบโจทย์ได้อย่างครบถ้วน ทั้งด้านระยะทางต่อการชาร์จที่เหมาะสม และการสนับสนุนแนวทาง Green Logistics ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท

คุณนุวัฒน์ โพธาธนาพงษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนาธรทรานสปอร์ต จำกัด กล่าวว่า “บริษัทดำเนินธุรกิจด้านการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะกล่องกระดาษและแผ่นกระดาษลูกฟูกให้กับ SCG Packaging ซึ่งเราเป็นผู้รับเหมาขนส่งให้กับ SCG มายาวนานเกือบ 20 ปี ภายใต้สัญญาของ SCG โลจิสติกส์ เดิม และปัจจุบันคือ SCG JWD
การเปลี่ยนมาใช้รถบรรทุกไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ของ NEX ครั้งนี้ เนื่องจาก NEX เป็นแบรนด์ที่ได้มาตรฐาน มีรถหลากหลายประเภท ทั้งรถขนส่ง 6 ล้อ 10 ล้อ และรถเทรลเลอร์ อีกทั้งยังเป็นที่ยอมรับในหลายหน่วยงาน จึงเป็นแบรนด์ที่เราให้ความไว้วางใจ
นอกจากนี้ ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะปัญหาโลกร้อน เป็นสิ่งที่บริษัทให้ความสำคัญ สอดคล้องกับนโยบายของ SCG ที่มุ่งเน้นการลดการใช้พลังงานและสนับสนุนการดำเนินงานด้านความยั่งยืน เราเชื่อว่าการปรับใช้รถบรรทุกไฟฟ้านี้จะสร้างความคุ้มค่าในระยะยาว ทั้งต่อธุรกิจและสิ่งแวดล้อม”
รถบรรทุกไฟฟ้าที่ส่งมอบในครั้งนี้ มาพร้อมสมรรถนะที่ตอบโจทย์ธุรกิจขนส่งยุคใหม่ ทั้งด้านพลังงานสะอาด ประสิทธิภาพการขับเคลื่อน และความประหยัดต้นทุน โดยสามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้อย่างมีนัยสำคัญ ช่วยให้ภาคโลจิสติกส์และขนส่งไทยก้าวสู่การดำเนินงานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
Oplus_16908290 Oplus_16908290 -
News Car1 Min Read
ATLAS ผนึก PTG ปั๊มแลนด์มาร์กใหม่ “PT Max Rest” ยกระดับสถานีบริการน้ำมันพีที และก๊าซ LPG รวม Lifestyle Station ครบวงจร บนพื้นที่ 16 ไร่ จ.นครปฐม

บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ ATLAS จับมือกับ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เปิดตัวสถานีบริการน้ำมันพีทีและก๊าซ LPG ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ “PT Max Rest นครชัยศรี 11” สถานีแห่งนี้ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด Resting Area ผสานกับ Lifestyle Station อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ มอบความสะดวกสบายครบวงจร และเติมเต็มทุกพลังแห่งการเดินทาง บนพื้นที่กว่า 16 ไร่ บนถนนเพชรเกษม อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ในโอกาสสำคัญนี้ ได้รับเกียรติจาก นางสาวอโรชา นันทมนตรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม เป็นประธานในพิธีเปิด

นายสุวัชชัย พิทักษ์วงศาภรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอตลาส เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (ATLAS) เปิดเผยวัตถุประสงค์การเปิดสถานี PT Max Rest นครชัยศรี 11 เพื่อเป็นการยกระดับสถานีบริการน้ำมันพีทีและ LPG ให้เป็นพื้นที่สำหรับพักผ่อนและบริการครบวงจร ตอบโจทย์นักเดินทางบนถนนสายหลัก และชาวจังหวัดนครปฐม โดยมีเป้าหมายเป็น “แหล่งแวะพัก” หรือ “Resting Area Destination” โดยโครงการดังกล่าวดำเนินการภายใต้ บริษัท โอลิมปัส ออยล์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ATLAS

การสร้าง Destination แห่งใหม่ ที่ไม่ได้เป็นเพียงจุดพัก แต่เป็นสถานที่ที่รวมบริการครบวงจรไว้ด้วยกัน ทั้ง กาแฟพันธุ์ไทย, กาแฟ Coffee World, ร้านอาหารบริการด่วน Subway ซึ่งเป็นสาขา Flagship Drive Thru แห่งแรกของประเทศ และยังมีศูนย์บริการและซ่อมบำรุงรถยนต์ Autobacs อีกทั้งการตอบโจทย์เมกะเทรนด์ด้านยานยนต์ไฟฟ้าผ่าน จุดชาร์จ EV “Elex by EGAT PT” และร้านค้าชั้นนำอื่นๆ พร้อมด้วยพื้นที่สีเขียวจุดพักผ่อนของผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยในการเดินทาง จนเป็นเสมือน Lifestyle Station สำหรับคนยุคใหม่ ด้วยงบประมาณการลงทุนรวมกว่า 200 ล้านบาท

นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) (PTG) กล่าวว่า PT Max Rest นครชัยศรี 11 จะเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพและวิสัยทัศน์อันโดดเด่น ของการพัฒนาสถานีบริการน้ำมัน และ LPG รูปแบบใหม่ในประเทศไทย ภายใต้การบริหารของ แอตลาส และ โอลิมปัส ออยล์ ที่จะช่วยเสริมสร้าง Ecosystem ของ PTG ให้เกิดความแข็งแกร่ง ครบวงจร และยั่งยืนในอนาคต และเชื่อมโยงจากหน่วยธุรกิจพลังงาน ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ Non-Oil อันจะนำไปสู่การส่งเสริมให้กลุ่มธุรกิจของ PTG มีความสามารถในการแข่งขันเพิ่มขึ้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM ORA Good Cat – EV ไอคอนอันดับ 1 ขวัญใจชาวไทย กับ 5 ความสำเร็จตลอด 4 ปีในไทย

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ฉลองครบรอบ 4 ปีเต็มในประเทศไทยของ GWM ORA Good Cat “เจ้าเหมียวไฟฟ้า” ยอดนิยมที่ครองใจแฟน ๆ ชาวไทย ที่ไม่เพียงสร้างกระแสความนิยมในรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ในประเทศ แต่ยังได้กลายเป็น “ไอคอน” ตัวจริงที่ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ๆ ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ไทย กับ 5 ความสำเร็จของ GWM ORA Good Cat ที่เกินคาดในด้านต่างๆ ครอบคลุมทั้งความสำเร็จในการเป็น “อันดับหนึ่ง” และ “ครั้งแรก” ในหลากหลายด้านตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผู้ใช้งานชาวไทยให้ความเชื่อมั่น กับดีไซน์ที่โดดเด่นไม่ซ้ำใคร คุณภาพระดับโลก พร้อมระบบอัจฉริยะในการขับขี่และระบบความปลอดภัยที่ล้ำหน้า สร้างความโดดเด่นเสริมคาแรกเตอร์ที่ชัดเจนให้กับคนรุ่นใหม่

GWM ORA Good Cat กับการเป็นผู้บุกเบิกและความสำเร็จใน 5 ด้าน
- EV รุ่นแรกที่สร้างกระแสรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในไทย: ถึงแม้จะเป็นช่วงวิกฤตโควิด-19 การเปิดตัวของ ORA Good Cat ในปี 2564 ได้สร้างปรากฏการณ์และความตื่นตัวของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อรถยนต์ไฟฟ้า 100% ในวงกว้าง ด้วยรูปลักษณ์ที่น่ารักแต่ยังคงความทันสมัย พร้อมเทคโนโลยีที่จัดเต็ม ทำให้ ORA Good Cat มาปลุกกระแสการรับรู้ของรถยนต์ไฟฟ้าไปทั้งประเทศ พร้อมยอดจองสิทธิ์เพื่อซื้อที่ถล่มทลายมากกว่า 10,000 คันในระยะเวลาอันรวดเร็วหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ และเป็นจุดเริ่มต้นทำให้คนไทยเปิดใจให้กับรถยนต์ไฟฟ้า จนกลายมาเป็นพาหนะที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ด้วยประโยชน์ที่เหนือกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาป เช่น ต้นทุนการครอบครองต่ำกว่า เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และฟังก์ชันพิเศษอย่าง V2L ที่ตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของคนไทย
- หนึ่งใน 2 แบรนด์แรกที่เซ็น MOU EV 0: GWM เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่มีวิสัยทัศน์ในการนำรถยนต์พลังงานใหม่เข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส รวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่พร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐในการผลักดันไทยสู่สังคมพลังงานสะอาด โดยในเดือนมีนาคม 2565 GWM เป็นแบรนด์แรก ๆ ที่ได้ลงนามข้อตกลงตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้ากับกรมสรรพสามิต ร่วมขับเคลื่อนประเทศสู่อนาคตยานยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง
- อันดับ 1 ยอดขาย BEV ของไทย ปี 2565: GWM ORA Good Cat ขึ้นแท่นปีทองด้วยยอดขายสูงสุดในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ด้วยยอดขายรวมทั้งสิ้น 4,326 คัน และยังคงเป็นรุ่นขายดีอันดับ 1 ของ GWM อย่างต่อเนื่องตลอดทั้ง 4 ปีในไทยจวบจนถึงปัจจุบัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นและความนิยมอย่างไม่เสื่อมคลายจากลูกค้าชาวไทย ที่เลือก GWM ORA Good Cat เป็นรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกและคันหลักในชีวิตประจำวัน
- EV รุ่นแรกที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงในไทย: GWM ORA Good Cat ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่ Made in Thailand ผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยจากโรงงานอัจฉริยะ GWM Smart Factory จ.ระยอง โดยในเดือนมกราคม 2566 รถยนต์ ORA Good Cat คันแรก ได้ออกจากสายการผลิตจากโรงงานในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ถือเป็นความภูมิใจของคนไทยและเพื่อคนไทย ยกระดับศักยภาพของคนไทยและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบนิเวศของรถยนต์ไฟฟ้าที่สมบูรณ์และแข็งแกร่งในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แบตเตอรี่แรงดันสูง ที่ผลิตจากโรงงาน SVOLT พาร์ทเนอร์ทางธุรกิจของ GWM ที่มาลงทุนตั้งโรงงานในประเทศไทย สร้างงาน สร้างรายได้ รวมถึงการแบ่งปันความรู้และเทคโนโลยี เพื่อผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกรถยนต์ไฟฟ้าสู่ตลาดโลกประจำภูมิภาคคอาเซียน
- EV รุ่นแรกที่ส่งออกจากไทยสู่ตลาดโลก: นอกจากจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% คันแรกที่ผลิตเพื่อจำหน่ายโดยโรงงานในประเทศแล้ว GWM ORA Good Cat ยังเป็นรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่ส่งออกจากประเทศไทยไปยังหลายประเทศในหลายทวีป เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย บราซิล และออสเตรเลีย ยกระดับมาตรฐานการผลิตของโรงงานในประเทศไทยในการส่งออกรถยนต์คุณภาพสูงสู่ตลาดโลก ตอกย้ำบทบาทไทยในฐานะศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าแห่งอาเซียนอีกด้วย

ทำไม GWM ORA Good Cat ยังคงเป็น EV ขวัญใจคนไทย ?
ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา GWM ORA Good Cat ไม่ได้โดดเด่นเพียงยอดขายเท่านั้น ด้วยความน่ารักของดีไซน์ Retro Futuristic
ที่คงความคลาสสิกเหนือกาลเวลา และไม่มีวันตกยุค สะท้อนความ smart & stylish เอกลักษณ์การออกแบบที่ไม่เหมือนใคร จึงกลายเป็นไอคอนแห่ง EV ขวัญใจคนรุ่นใหม่ คนเมือง และ First EV Buyers สร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้ด้วยความปลอดภัยระดับโลก การันตีด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาว จาก Australasian New Car Assessment Program** (ANCAP) และจาก European New Car Assessment Programme** (Euro NCAP) ซึ่งทั้งสองสถาบันเป็นสถาบันประเมินรถยนต์ใหม่ตามมาตรฐานออสตราเลเซียและยุโรปตามลำดับ (**สำหรับรถยนต์ ORA Good Cat รุ่นที่วางจำหน่ายในยุโรปและออสเตรเลีย) พร้อมแบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศ ซึ่งผ่านการทดสอบความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ใช้เทคโนโลยี Short Blade Battery ที่มีความเสถียรสูง เหมาะกับสภาพอากาศร้อนชื้นของประเทศไทย อีกทั้ง โครงสร้างตัวถัง IronBone™ แข็งแกร่ง ออกแบบมาเพื่อดูดซับแรงกระแทกอย่างมีประสิทธิภาพช่วยปกป้องผู้ขับและผู้โดยสารในทุกเส้นทางเวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “ความสำเร็จของ GWM ORA Good Cat ตลอด 4 ปีที่ผ่านมา
ไม่เพียงตอกย้ำความเป็นไอคอนของเจ้าเหมียวไฟฟ้าในตลาดประเทศไทย แต่ยังสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อ GWM นอกจากนี้ เรายังมีจำนวนสมาชิกครอบครัวเจ้าเหมียวไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น แข็งแกร่งขึ้น และเหนียวแน่นขึ้น ซึ่งล้วนเป็นผู้ใช้งานที่หลงรักและมอบความไว้วางใจให้แก่ GWM ORA Good Cat ในทุก ๆ การเดินทาง เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เพียงเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง แต่ยังตอบโจทย์การใช้งาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านความปลอดภัยในทุกขณะของการเดินทาง เพื่อให้ทุกชีวิตอุ่นใจ และมั่นใจไปกับรถยนต์คุณภาพที่คุ้มค่าคุ้มราคา ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ครบครัน”ทดลองขับ GWM ORA Good Cat ได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 72 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Contact Center 02-668-8888 หรือ และเว็บไซต์ www.gwm.co.th
#GWM #GWMTH #GWMThailand #GWMORA #GoodCat #ORA
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine





























































































































































