• ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เริ่มต้น 1,479,000 บาท เพิ่มเติม ! Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ในทุกรุ่นย่อย

    2 Min Read

    คุ้มค่ายิ่งขึ้น ! ด้วยราคาใหม่ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ เริ่มต้น 1,479,000 บาท เพิ่มเติม ! Blind Spot Information และ Cross Traffic Monitor ในทุกรุ่นย่อย

    จัดเต็มโปรแรง Honda Pro OH! MY GOOOOD ครอบคลุมไลน์อัป xEV ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 วันที่ 22 – 31 ส.ค. 68 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด
    อี
    :เอชอีวี ใหม่ คุ้มค่ายิ่งขึ้นกับการเพิ่มฟีเจอร์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) และ ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย และอัปลุคใหม่ เสริมความสปอร์ต ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่

    • ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
    • ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E

    พร้อมราคาใหม่ เพื่อยกระดับความคุ้มค่าไปอีกขั้น ทั้ง 3 รุ่นย่อย เริ่มต้น 1,479,000 บาท

    • รุ่น e:HEV E ราคา 1,479,000 บาท
    • รุ่น e:HEV EL ราคา 1,599,000 บาท
    • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,729,000 บาท

    ให้คุณเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ด้วยข้อเสนอสุดพิเศษ ดอกเบี้ย 0.99%* พร้อมฟรีประกันภัย
    1 ปี
    หรือ ดอกเบี้ย 1.99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม 2568 – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายใน 31 ตุลาคม 2568 ร่วมสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025
    ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ตั้งแต่วันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568
    หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    ฮอนด้ายกขบวนไลน์อัปรถ xEV ในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถ e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ และรถยนต์ไฟฟ้า

    จัดแสดงที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 พิเศษกับโซน The City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยมที่เสิร์ฟสุด ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ มอบความสนุก เร้าใจในการขับขี่ และความสะดวกสบายในทุกที่นั่ง ทั้งในรุ่น ซิตี้ และซิตี้ แฮทช์แบ็ก พร้อมกับ
    ซิตี้ แฮทช์แบ็ก  DRIVAL Limited Edition พร้อมชุดแต่งสไตล์สปอร์ตสุดเท่ โดยโซนนี้มาพร้อมกิจกรรมให้ลูกค้าได้ร่วมสนุกเพื่อสัมผัสจุดเด่นต่าง ๆ ของ The City Series เพื่อลุ้นรับของรางวัลสุดน่ารักจากฮอนด้า ภายในงานนี้โดยเฉพาะ

     

    นอกจากนี้ ทุกรุ่นยังมาพร้อมข้อเสนอฟีลกู้ดแบบต่อเนื่อง ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลย
    ไม่ต้องลุ้น’
    ได้ที่งานและข้อเสนอเดียวกันที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 นี้ รีบด่วน ! ก่อนตกขบวนความคุ้ม

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้า มุ่งมั่นสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่จะยกระดับประสบการณ์ตลอดการใช้งานให้กับลูกค้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยพร้อมขับเคลื่อนและเปิดโอกาสใหม่ ๆ ให้กับชีวิตของผู้คน การเปิดตัว ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในวันนี้ เรารับฟังเสียงของลูกค้าชาวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ ๆ ในทุกมิติ โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย และเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย ตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างชัดเจน พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ที่เคียงข้างและให้คุณได้ใช้ชีวิตอย่างที่ใจอยาก”

     

    ไฮไลต์ไลน์อัป xEV ของฮอนด้าที่จัดแสดงในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ราคาเริ่มต้น 1,479,000 บาท

    ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

    ดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่า 204,000 บาท*)

     

     

    ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ ยนตรกรรมที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ

    กับความสปอร์ตพรีเมียมเหนือระดับที่สัมผัสได้ตั้งแต่แรกเห็น

    • ใหม่ ! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
      โดยระบบนี้จะใช้เรดาร์คลื่นมิลลิเมตรที่ติดตั้งอยู่ภายในบริเวณกันชนหลัง เพื่อตรวจจับยานพาหนะที่อยู่ในมุมอับสายตา และแจ้งเตือนให้ผู้ขับขี่ระมัดระวัง ผ่านไฟแสดงสถานะบนพื้นผิวของกระจกมองข้าง และถ้าหากมีการเปิดไฟเลี้ยว หลังจากตรวจพบยานพาหนะในตำแหน่งจุดบอด ไฟแสดงสถานะจะกระพริบพร้อมเสียงเตือน ช่วยลดความเสี่ยงจากการเปลี่ยนเลนโดยไม่ทันสังเกต เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง
    • ใหม่ ! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย

    เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ขณะถอยหลัง โดยระบบจะทำการเตือนด้วยเสียงและสัญลักษณ์แสดงบนหน้าจอกลาง เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาของรถขณะถอย ซึ่งระบบนี้มีประโยชน์สำหรับผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับถอยหลังในลานจอดรถที่มีรถหนาแน่นและมีมุมอับสายตาจากตำแหน่งของผู้ขับขี่

    • ปรับลุคใหม่ ในทุกรุ่นย่อย เพื่อยกระดับความสปอร์ตพรีเมียมในภาพรวม ได้แก่
    • ใหม่ ! กันชนล่าง ด้านหน้า ด้านข้างและด้านหลัง สีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! แถบตกแต่งมุมไฟหน้าสีใสและสีดำในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! กรอบไฟหน้าสีเดียวกับตัวรถในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่ ! ช่องดักอากาศข้างกันชนสีดำ ในรุ่น e:HEV RS
    • ใหม่ ! ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว เปลี่ยนจาก สีเงิน เป็น Gloss Black ในรุ่น e:HEV E
    • ทุกรุ่นย่อยมาพร้อมระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ ด้วยการตอบสนองที่ทันใจและทรงพลังด้วยการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัวในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT
      ที่มอบแรงบิดมอเตอร์สูงสุด 335 นิวตัน-เมตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนที่มีประสิทธิภาพสูง ผสานการทำงานกับเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Direct Injection Atkinson-Cycle DOHC มอบพลังการขับเคลื่อนที่ไร้กังวลในทุกเส้นทาง โดยระบบสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมถึง 3 กม./ลิตร (ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6)
    • มั่นใจทุกการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ในทุกรุ่นย่อย
    • มอบการใช้งานที่ง่าย ด้วยหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่*
      ที่ติดตั้งใน ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ อาทิ
    • ปุ่ม Experience Selection Dial ที่เลือกปรับได้ดั่งใจ
    • แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว อย่าง Google Assistant, Google Maps และแอปอื่น ๆ อีกมากมายจาก Google Play ในรถยนต์ของคุณเพื่อประสบการณ์การขับขี่แบบมีผู้ช่วยที่ราบรื่นและปรับเปลี่ยนได้ในแบบของคุณ
    • ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารแบบปรับเฉดสีได้ (Multi-color Ambient Light)
    • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camara System – MVCS)
    • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
    • ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-up Display: HUD) ขนาด 5 นิ้ว
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
    • ช่องเชื่อมต่อ USB type C 4 ตำแหน่ง และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
      • สีภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สีเทาเมทิเออรอยด์
        (เมทัลลิก)และสีดำคริสตัล (มุก) พร้อมภายในสีดำ และสีดำตกแต่งด้วยด้ายสีแดง (เฉพาะรุ่น e:HEV RS)

    สำหรับสีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท

    ไลน์อัป Honda e:HEV – The exciting Hybrid Drive ดั่งใจ

    ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือ

    ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อม Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี (มูลค่าสูงสุด 213,000 บาท*)

    เทิร์นรถใหม่ รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท**

    ü ขับสนุก สมูททุกจังหวะ อัตราเร่งแรงทันใจ อีกทั้งให้อัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

    ü มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ที่ติดตั้งในทุกรุ่น

    ü ไร้กังวลระยะยาว ด้วยการฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี

    ü สะดวกทุกที่ กับการเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานของฮอนด้าทั่วประเทศ กว่า 222 แห่ง พร้อมดูแลด้วยช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญโดยตรงจากฮอนด้า

    Honda City e:HEV  Honda City Hatchback e:HEV และ Honda City Hatchback DRIVAL ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท

    ซิตี้คาร์ที่ใช้งานคล่องตัว ขับสนุก อัตราเร่งมั่นใจ ห้องโดยสารกว้างขวาง มีให้เลือกทั้งตัวถังซีดาน และแฮทช์แบ็ก
    5 ประตู ที่มาพร้อมเบาะอัลตราซีทอันเป็นเอกลักษณ์ พับเบาะเพิ่มสเปซได้หลากหลาย ตอบโจทย์สายอเนกประสงค์ พร้อมให้คุณไดรฟ์สไตล์สปอร์ตแบบจัดเต็ม ด้วยชุดแต่งลิมิเต็ดสุดเท่ กับ Honda City Hatchback DRIVAL เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่ากว่า 131,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท
    3. พิเศษเฉพาะในงาน BIG MOTOR SALE สำหรับ City Hatchback DRIVAL รับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมบัตรน้ำมันมูลค่า 15,000 บาท และสิทธิพิเศษเพิ่มเติมอีกมูลค่า 20,000 บาท
    4. เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda City Hatchback DRIVAL เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda City Hatchback DRIVAL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

    Honda Civic e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท

    สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น ดีไซน์สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น เร่งแรงเร้าใจ ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ พร้อมฟังก์ชันการใช้งานและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 173,000 บาท

    Honda Accord e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท

    รถซีดานครอบครัว พรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง มอบประสบการณ์ความสะดวกสบายเหนือระดับ พร้อมหลากหลายเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัยและเทคโนโลยีการขับขี่อื่น ๆ ที่ครบครัน เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่าสูงสุด 30,000 บาท*
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 205,000 บาท และรับฟรีบัตรเติมน้ำมันมูลค่า สูงสุด 30,000 บาท*
    3. เพิ่มเติม Happy Trade-in สำหรับ Honda Accord e:HEV รุ่น E เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Accord e:HEV รุ่น E ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 40,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

    Honda HR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท

    ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย ลุยได้ทุกเส้นทาง รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
    2. ดอกเบี้ย 99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 154,000 บาท
    3. เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda HR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า
      รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า
      20,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

     

    Honda CR-V e:HEV ราคาเริ่มต้น 1,589,000 บาท

    รถ Flagship SUV คันจบของครอบครัว ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบายทุกที่นั่ง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกระดับพรีเมียมและเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่หลากหลาย เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    1. ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
    2. ดอกเบี้ย99% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่ากว่า 213,000 บาท
    3. เพิ่มเติม Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda CR-V e:HEV ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 60,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2568 – 31 สิงหาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568)

    โดย Honda Exclusive Care คือ แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ฮอนด้าใหม่ทุกรุ่น เพื่อมอบความมั่นใจ
    ในการใช้รถฮอนด้าในระยะยาว ซึ่งมีทั้งแบบ 3 ปี และ 5 ปี มูลค่าสูงสุดกว่า 213,000 บาท* ซึ่งมูลค่าจะแตกต่างกันในแต่ละรุ่น ประกอบไปด้วย

    • ฟรีประกันภัย 1 ปี
    • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา โดยแบบ 3 ปี จะครอบคลุม 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในขณะที่แบบ 5 ปี จะครอบคลุมไปถึง 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรีรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง สำหรับรถยนต์ e:HEV ทุกรุ่น
    • เฉพาะแบบ 5 ปี จะมีฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง ซึ่งปกติจะได้ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร แต่ขยายเพิ่มให้อีกเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

     

    Honda e:N1 รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจากฮอนด้า

    ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69%* พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี

    หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%**

    พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้งและสายชาร์จแบบพกพา (รวมมูลค่า 69,500 บาท*)

    ลูกค้านำรถมา Trade-in รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท***

    วิ่งได้สูงสุด 500 กม.* ต่อการชาร์จ ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย สมูทในทุกจังหวะ ราคา 1,199,000 บาท

    เชื่อมั่นตลอดการใช้งานด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กม.

    พร้อมให้บริการและดูแลผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ด้วยศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานและช่างผู้เชี่ยวชาญ

     

    มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป หรือ ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ ค่างวดเริ่มต้นเพียง 12,949 บาท หรือดาวน์ต่ำเพียง 10%  พร้อมรับโฮมชาร์จเจอร์พร้อมบริการติดตั้ง และสายชาร์จแบบพกพา

    โดย Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับ Honda e:N1 ประกอบด้วย

    • ฟรีประกันภัย 1 ปี
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    เพิ่มเติมกับแคมเปญ Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ เฉพาะ Honda e:N1 ที่เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 )

     

    ยกแคมเปญ ‘Honda Pro OH! MY GOOOOD ยกขบวนคุ้ม รับเลยไม่ต้องลุ้น’

    ให้เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เลือกโปรที่ใช่ในสไตล์คุณ

     

    • คุ้ม 1: ทางเลือกดอกเบี้ย ดอกเบี้ยต่ำ ออกรถง่าย เลือกได้ตามสะดวก ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี หรือเลือกรับดอกเบี้ยเพียง 0.99% พร้อมฟรี Honda Exclusive Care แพ็กเกจที่ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ เซฟเงินในกระเป๋า ให้คุณใช้รถฮอนด้าได้อย่างมั่นใจยาว ๆ รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 200,000 บาท**
    • คุ้ม 2: Friend Get Friend ลูกค้าฮอนด้า ชวนเพื่อนมาซื้อรถ ลูกค้าฮอนด้าที่เป็นผู้แนะนำรับ E-Coupon มูลค่า 3,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าและใช้บริการที่ศูนย์ฮอนด้า ในขณะที่ลูกค้าที่ออกรถใหม่จะได้รับบัตรน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท
    • คุ้ม 3 รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ Happy Trade-in รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม*** มูลค่า 15,000 บาท ถึง 100,000 บาท เมื่อนำรถยนต์แบรนด์ใดก็ได้ที่เป็นรถสันดาป หรือรถไฮบริด หรือรถปลั๊กอินไฮบริดมาขายและออกรถใหม่ สำหรับ Honda e:N1 จะได้รับสิทธิพิเศษมูลค่า 100,000 บาท*** (เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 22 สิงหาคม – 30 กันยายน 2568 และรับรถภายในวันที่ 30 กันยายน 2568 )
    • คุ้ม 4: แคมเปญสำหรับลูกค้าปัจจุบัน ‘สบายดี Season บริการหลังการขาย ผ่อนสบาย 0%’**** กับหลากหลายสิทธิประโยชน์ อาทิ ดอกเบี้ย 0% สำหรับการผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการทุกประเภท บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ เป็นต้น

     

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทฮอนด้าและสัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด อี:เอชอีวี ใหม่ พร้อมไลน์อัปรถยนต์ xEV
    ที่หลากหลายได้ที่งาน BIG MOTOR SALE 2025 ณ บูทฮอนด้า (A27) ฮอลล์ 102 ศูนย์นิทรรศการและการประชุม
    ไบเทค บางนา ระหว่างวันที่ 22 – 31 สิงหาคม 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ BEV รุ่น NEW bZ4X ในประเทศไทย

    4 Min Read

    โตโยต้า แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ BEV รุ่น NEW bZ4X ในประเทศไทย

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย มร. คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YAR IS ATIV และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าวการเปิดตัว NEW YARIS ATIV HEV” รถยนต์ซับคอมแพคซีดานรุ่นยอดนิยมในประเทศไทยของโตโยต้า กับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ที่จะมาเติมเต็มตลาดรถยนต์ในกลุ่มอีโคเซกเมนต์กับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Premium และเร้าใจขึ้นอีกระดับ กับรุ่น HEV GR Sport

    พร้อมแนะนำและเปิดรับจองสิทธิ์รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ รุ่น NEW bZ4X ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตรฐานการผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ มีความพร้อมของชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ไว้วางใจได้สูงสุด ผ่านช่องทางออนไลน์ ในวันที่ 21 สิงหาคม 2568 Toyota ALIVE บางนา

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ NEW YARIS ATIV HEV กับทางเลือกรุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport  มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด 2NR-VEX ขนาด 1.5 ลิตร 4 สูบ แถวเรียง DOHC 16 วาล์ว แบบ Dual VVT-i ผสานพลังกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบซิงโครนัสแม่เหล็กถาวร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า พร้อมอัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 29.4 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO Stickerโดยทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ในรุ่น HEV Premium) การออกแบบภายนอก กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ กระจังหน้าด้านล่างสีเทาเมทัลลิก พร้อมล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 16 นิ้ว ในรุ่น HEV Premium ภายในฟังก์ชันอำนวยความสะดวกสบายครบครัน หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย พร้อมความมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัยเหนือระดับตามมาตรฐานโตโยต้า

    สำหรับรุ่น HEV GR Sport โฉบเฉี่ยว ดูสปอร์ต กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ได้แก่ สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลังและสปอยเลอร์หลัง ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาดำ พร้อมกระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ สำหรับภายในมากับเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมโลโก้ GR และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนพิเศษ

    โดยลูกค้าสามารถมอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าตลอดอายุการใช้งานด้วยศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านระบบไฮบริด และมาตรฐานความพร้อมด้านอะไหล่ที่ครบครัน ภายใต้แนวคิด TOYOTA NO.1 TRUSTED HYBRID”

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก แต่ด้วยไลน์อัพของผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของโตโยต้า ทำให้เรายังคงรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด และครองอันดับหนึ่งด้วยยอดขายสูงสุดในกลุ่มผลิตภัณฑ์ทั้ง 7 เซกเมนต์ นอกจากนี้ อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากการเติบโตของตลาด xEV และ SUV ซึ่งการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก็ได้ส่งผลให้ยอดขายรถยนต์ BEV ในกลุ่มตลาด xEV เติบโตขึ้นด้วย หากแต่เมื่อพิจารณาด้านการใช้งานจริงแล้ว เรายังเชื่อมั่นว่ารถยนต์ HEV ยังคงมีบทบาทสำคัญ สอดคล้องไปในแนวทางเดียวกันกับตลาดโลก สำหรับกลุ่มตลาด SUV มีกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ หรือ D-SUV ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่เป็นรถ BEV ทำให้ยอดขายรถ SUV ในปัจจุบันมีสัดส่วนสูงสุดในประเทศไทย

    ซึ่งในวันนี้ เรายินดีแนะนำรถยนต์ 2 รุ่น ที่จะมาช่วยเสริมทัพไลน์อัพผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของโตโยต้า เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า และการเติบโตของตลาดในเซกเมนต์นี้

    เริ่มจาก bZ4X ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ D-Segment เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่กำลังมองหารถ SUV ขนาดใหญ่ โดยในปี 2565 โตโยต้าได้แนะนำรถ BEV รุ่นแรกคือ bZ4X สู่ประเทศไทย ภายใต้มาตรการสนับสนุนรถยนต์ไฟฟ้า EV3.0 ของรัฐบาลไทย แต่เนื่องจากขีดจำกัดด้านการจัดสรรจำนวนรถในเวลานั้น ทำให้เราขายเพียงแค่ 132 คันเท่านั้น

    แต่สำหรับ bZ4X ใหม่จะนำเข้าจากญี่ปุ่นในรูปแบบ CBU และเข้าร่วมมาตรการ EV3.5 ด้วยเป้าหมายยอดขายที่ มากกว่าเดิม ถึง 6,000 คันในช่วงปีแรก

    หลายท่านอาจคิดว่า NEW bZ4X เป็นเพียงการปรับโฉมผลิตภัณฑ์ในรูปแบบไมเนอร์เชนจ์ แต่ในความเป็นจริง การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับผลิตภัณฑ์อีกขั้น ด้วยดีไซน์การออกแบบที่สะดุดตาและน่าดึงดูด ใช้เวลาในการชาร์จเร็วขึ้น และที่สำคัญ ในรุ่นระบบขับเคลื่อนล้อหน้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่ ยังสามารถทำระยะการขับขี่ได้ถึง 600* กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง ภายใต้มาตรฐาน NEDC ซึ่งไกลกว่ารถหลายรุ่นด้วยกัน พละกำลังสูงสุดได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น และติดตั้งระบบความปลอดภัยเต็มรูปแบบมาตรฐานโตโยต้าในทุกรุ่นย่อย    

    หมายเหตุ * ข้อมูลระยะทางวิ่งสูงสุดอาจมีการเปลี่ยนแปลง โดยอยู่ระหว่างการรับรองขั้นสุดท้าย

     

    ผมเชื่อมั่นว่าเสถียรภาพ (stability) ความรู้สึกในการควบคุมพวงมาลัย (steering feel) ความนุ่มนวล (riding comfort) และประสิทธิภาพการเบรกนั้นอยู่ในระดับ “สูงสุดในรถระดับเดียวกัน” โดยเราจะจัดให้สื่อมวลชนได้ทดลองขับรถรุ่นนี้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม เพื่อให้ท่านได้สัมผัสถึงความยอดเยี่ยมของรถรุ่นนี้ด้วยตนเอง และเราจะประกาศราคาอย่างเป็นทางการในช่วงกลางเดือนตุลาคม โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป ทั้งนี้ เราขอประกาศการเปิดรับจองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของล่วงหน้า ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    และโตโยต้ายังมีอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่สำหรับ bZ4X ใหม่ โดยที่รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้าจะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,5xx,xxx บาท และรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ จะมีราคาเริ่มต้นที่ 1,6xx,xxx บาท

    นอกจากการที่ bZ4X มีมาตรฐานคุณภาพระดับโลกของโตโยต้าแล้ว เรายังมีระบบการจัดการชิ้นส่วนอะไหล่และเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุม กับโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ เราจึงมั่นใจว่า NEW bZ4X จะมอบความอุ่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า จึงอาจกล่าวได้ว่า bZ4X ใหม่จะไม่เพียงแต่มอบความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของเท่านั้น แต่ยังมอบความสุขให้กับชีวิตผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ในทุกๆ วันอีกด้วย

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวแนะนำ YARIS ATIV ว่ “ในวันนี้ เราขอแนะนำรถอีกรุ่นหนึ่ง คือ NEW YARIS ATIV HEV โดยบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มีการแนะนำ YARIS ATIV สู่ตลาดรถอีโคเซกเมนต์ในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2560 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากลูกค้าชาวไทย ทั้งมีบทบาทสำคัญในตลาดกลุ่มอีโคเซกเมนต์ ด้วยยอดขายสะสมรวมกว่า 280,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกจนถึงปัจจุบัน (ข้อมูลยอดจำหน่ายสะสมตั้งแต่เดือน ระหว่างสิงหาคม 2560  – กรกฎาคม พ.ศ. 2568)  

    ที่สำคัญ เรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ที่ YARIS ATIV ได้มีส่วนสร้างการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน นับตั้งแต่การมีส่วนร่วมของวิศวกรชาวไทยในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ นอกจากนั้น ยังใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศถึง 73% ผลิตภายใต้คุณภาพมาตรฐานระดับโลกของ โตโยต้า ณ โรงงานประกอบรถยนต์โตโยต้าเกตเวย์ จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อตอบสนองความต้องการภายในประเทศและส่งออกไปจำหน่ายยังกว่า 34 ประเทศทั่วโลก

    เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศ ตลอดจนความต้องการของรถยนต์ไฮบริด ที่เพิ่มมากขึ้น และต่อยอดการส่งเสริมเศรษฐกิจและความยั่งยืนของอุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย เราจึงขอแนะนำ NEW YARIS ATIV HEV ที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด “Be Confident & Beyond Expectation”  โดยรถยนต์รุ่นนี้จะครองใจลูกค้าในประเทศไทย และเป็นหนึ่งในรุ่นที่สร้างยอดขายให้กับโตโยต้า ด้วยเป้าหมายการขายที่ 20,000 คัน ในปีแรก กับทางเลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport

    ซึ่งนอกเหนือจากดีไซน์ภายนอกซึ่งได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี และภายในของรถที่มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันแล้ว ยังมีการปรับขนาดของเครื่องยนต์จาก 1.2 ลิตร เป็น 1.5 ลิตร และดัวยเทคโนโลยีไฮบริดที่เชื่อถือได้ของโตโยต้า NEW YARIS ATIV HEV สามารถมอบสมรรถนะอันทรงพลังและประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน โดยมีอัตราสิ้นการใช้เชื้อเพลิงไฮบริดที่ดีที่สุดในประเทศไทย ที่ 29.4 กม./ลิตร

    และสำหรับ รุ่น HEV GR Sport ยังโดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและระบบช่วงล่างที่เป็นเอกลักษณ์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนานยิ่งขึ้น โดยมร. คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YARIS ATIV จะะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมในภายหลัง

    ยิ่งไปกว่านั้น เราภูมิใจที่ได้มีส่วนร่วมในการสนับสนุนเศรษฐกิจไทยต่อไป โดย NEW YARIS ATIV HEV จะใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศเริ่มต้นที่ 65% โดยเรามีแผนที่จะเพิ่มให้มากขึ้น รวมทั้ง มีการส่งออกรถรุ่นนี้ไปยัง 23 ประเทศอีกด้วย

    เราเชื่อมั่นว่ารถยนต์ไฟฟ้าใหม่ 2 รุ่น ได้แก่ bZ4X ใหม่และ NEW YARIS ATIV HEV จะช่วยตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์แบบครบวงจร เพื่อสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อโตโยต้าให้มากขึ้น พร้อมก้าวเดินและเติบโตไปพร้อมๆ กัน  นอกจากนี้ เรายังจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพิ่มเติมให้กับลูกค้าในประเทศไทยอีก ในปลายปีนี้” มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้าย

    มร.คาซุฮิโกะ โยชิโอกะ ผู้จัดการโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ YARIS ATIV กล่าวถึงรถรุ่นนี้ว่า “หลายคนน่าจะมีประสบการณ์ที่ดีกับ YARIS ATIV รุ่นปัจจุบัน ซึ่งคุณจะได้รับประสบการณ์ที่น่าเพลิดเพลินยิ่งขึ้น กับรุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด (HEV) ซึ่งต่อยอดจากรุ่นเครื่องยนต์สันดาป (ICE) โดยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ด้วยเทคโนโลยีไฮบริด ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความปลอดภัยที่ทันสมัยครบครัน

     

    3.1. รถยนต์ไฮบริดสำหรับทุกคน (HEV for everyone)

    โตโยต้ามุ่งหวังให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสระบบไฮบริดของโตโยต้า (THS : Toyota Hybrid System) ผ่านการออกแบบและพัฒนาให้ตอบโจทย์ลูกค้าทั้งในด้านของสมรรถนะการขับขี่ อัตราการประหยัดน้ำมัน และราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่าย ซึ่งทั้งหมดนี้ สามารถรวมอยู่ในรถรุ่น NEW YARIS ATIV HEV  

     

    3.2. รถยนต์ไฮบริดที่ไว้ใจได้ (Reliable HEV)

    ด้วยความเชี่ยวชาญของโตโยต้าในระบบไฮบริดที่มีมาอย่างยาวนาน ที่เราคิดว่าสามารถตอบโจทย์การจราจรที่หนาแน่นในประเทศไทย เพราะเราเข้าใจดีว่าการเปลี่ยนเลนหรือการขับขี่นานๆอาจทำให้ผู้ขับขี่นั้นเหนื่อยล้า ดังนั้นเราจึงมุ่งเน้นให้จังหวะการออกตัวมีอัตราเร่งที่ดีขึ้นและประหยัดน้ำมันมากขึ้น ด้วยการเสริมกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า เพื่อให้การขับขี่ในชีวิตประจำวันนั้นง่ายยิ่งขึ้น

     

    ด้วยประสิทธิภาพของระบบไฮบริดของโตโยต้า NEW YARIS ATIV HEV จะเหมือนเป็นคู่หูที่ไว้ใจได้คู่ใจคุณในทุกการเดินทาง ไม่ว่าจะใกล้หรือไกล

     

    3.3. การออกแบบพิเศษ รุ่น HEV GR Sport (GR Sport Package)

    สำหรับในรุ่น HEV GR Sport ที่ถูกออกแบบและพัฒนา จากสนามแข่งสู่ถนนจริง ด้วยดีไซน์ภายนอกที่แตกต่าง พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ที่ไม่ใช่เพียงเสริมภาพลักษณ์ให้ดูโดดเด่น แต่ยังช่วยเสริมอากาศพลศาสตร์ของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น รวมไปถึงการเพิ่มสมรรถนะการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยที่ถูกปรับจูนพิเศษ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ชื่นชอบความสปอร์ต ไม่เหมือนใคร ในทุกด้าน   

     

    และ HEV GR Sport ยังได้รับการทดสอบขับโดยนักขับมืออาชีพของ GR จากฝ่ายสถาบันทักษะเทคนิคขั้นสูง เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามปรัชญาของ GR ที่ว่า “รถสปอร์ตที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่า มอบความตื่นเต้นและความสนุกสนานในการขับขี่ทุกวัน”

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า โตโยต้าเป็นผู้บุกเบิกตลาดรถยนต์ไฮบริดและได้รับความไว้วางใจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 16 ปี อีกทั้งยังมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับโลกโดยลูกค้าสามารถมอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าตลอดการใช้งาน ภายใต้แนวคิด “TOYOTA NO.1 TRUSTED HEV” โดยมีจุดเด่น ดังนี้

    1. การรับประกันระบบไฮบริด 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง และรับประกันแบตเตอรี่สูงสุด 10 ปีไม่จำกัดระยะทาง (เช็กระยะตามเงื่อนไข TCFR Plus+)
    2. Toyota Service Technician ช่างผู้ชำนาญการ ที่ผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์การศึกษาและฝึกอบรม

    โตโยต้าที่มีมากกว่า 8,000 คน รวมถึงอุปกรณ์การซ่อมที่ได้มาตรฐานสำหรับรถไฮบริด ที่ศูนย์บริการทั่วประเทศกว่า 450 แห่ง

    1. ด้านอะไหล่ เรามีความพร้อมให้บริการ เรามีการจัดเตรียมอะไหล่ไว้รองรับนานกว่า 15 ปี และสามารถจัดส่งได้เร็วสุดภายใน 48 ชั่วโมง

    ด้วยจุดแข็งหลักที่กล่าวมาสามารถพิสูจน์ได้ถึงความไว้วางใจของลูกค้า จากความนิยมและราคาขายต่อรถไฮบริดของโตโยต้านั้น ยังคงมีมูลค่าที่สูง และเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง

    ซึ่ง NEW YARIS ATIV HEV เป็นอีกทางเลือกที่เข้าถึงได้ในราคาที่คุ้มค่าสำหรับคนรุ่นใหม่ กับ 2 รุ่นย่อย ได้แก่ HEV Premium และ HEV GR Sport

    สำหรับรุ่น HEV Premium มาพร้อมกับเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร  แบตเตอรี่ Lithium-ion ขับเคลื่อนล้อหน้า เมื่อเครื่องยนต์และมอเตอร์ทำงานควบคู่กัน จะได้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมโดยเฉพาะอัตราเร่งในช่วงออกตัวและช่วงการเปลี่ยนระบบส่งกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นเครื่องยนต์ ประหยัดน้ำมันสูงสุดในกลุ่มรถ HEV อยู่ที่ 29.4 km/L และยังคงสิทธิพิเศษ ที่คุ้มค่าตลอดอายุการใช้งาน เช่นเดียวกับรถยนต์โตโยต้าทุกรุ่น อาทิเช่น บริการสินเชื่อ Connected Auto Loan (CAL) , ประกัน PHYD , โปรแกรมสะสมคะแนน Toyota Alive X , โปรแกรม TCFR Plus+ สิทธิประโยชน์ตามการเช็กระยะต่อเนื่อง มาพร้อมสเปคจุดเด่นและจุดที่เพิ่มเติมใหม่ ดังนี้

    อุปกรณ์ภายนอก

    –         กระจังหน้าด้านบนโครเมียมรมดำ และด้านล่างสีเทาเมทัลลิก

    –         ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ ขนาด 16 นิ้ว  

    อุปกรณ์ภายใน

    –         เบาะหนังสังเคราะห์สีดำ-เทา

    อุปกรณ์อำนวยความสะดวก

    –         หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto

     แบบไร้สาย

    –         อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย

    –         ระบบเบรกมือแบบไฟฟ้า EPB (Electric Parking Brake) พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH (Auto Brake Hold)

    –         ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมช่องปรับอากาศตอนหลัง และระบบกรองฝุ่น PM2.5

    –         ไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสาร (Ambient Light) ปรับได้ 64 เฉดสี

     

    ระบบความปลอดภัย

    –         ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense (TSS) พร้อมฟังก์ชั่นใหม่ LKC : Lane Keeping

    Control หรือระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน ที่จะทำงานคู่กับ Adaptive Cruise Control แบบ All-speed

    –         ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor)

              –         ระบบช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

    –         กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)

    –         สัญญาณเตือนกะระยะด้านหน้า 2 ตำแหน่ง และด้านหลัง 4 ตำแหน่ง

    –         กล้องวิดีโอบันทึกภาพด้านหน้า DVR (Digital Video Recorder)

    –         Airbag 6 ตำแหน่ง

     

    สำหรับผู้ที่มองหาความโดดเด่น สปอร์ตและขับสนุกยิ่งขึ้น เรามีรุ่น HEV GR Sport ไว้ให้เป็นทางเลือกกับ สเปกหลักที่เพิ่มขึ้น ดังนี้

    –         กระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมโลโก้ GR

    –         ชุดแต่ง GR-S ได้แก่ สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง

    –         ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว

    –         หลังคาดำ

    –         ช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS พร้อมโลโก้ GR ปรับจูนพิเศษ

    –         กระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ

    –         เบาะหนังสังเคราะห์และพวงมาลัยสีดำ พร้อมโลโก้ GR

    –         ลำโพง pioneer 6 ตำแหน่ง        

     

    สำหรับสีภายนอก รุ่น HEV Premium มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี และรุ่น HEV GR Sport มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี มาพร้อมหลังคาดำ

     

    โดยในครั้งนี้เรามั่นใจว่า NEW YARIS ATIV HEV นั้นจะเข้ามาเติมเต็มความต้องการของลูกค้าในตลาดรถยนต์อีโคเซกเมนต์ ได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ด้วยทางเลือกที่หลากหลายตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่มองหานวัตกรรม คุณภาพ เน้นความคุ้มค่าในระยะยาวและเป็นเจ้าของง่าย ผ่านการสื่อสาร ที่สะท้อนภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่ ที่มุ่งมั่นสู่การพัฒนาตัวเองในทุกจังหวะของชีวิต พร้อมยกระดับชีวิตได้ในทุกมุมมอง ถ่ายทอดเรื่องราวผ่านพรีเซนเตอร์ที่เป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ทั้ง 2 ท่านภายใต้คอนเซปต์การสื่อสาร YOUR DAYS ELEVATED’ ‘จังหวะที่ใช่ ในแบบเรา’

    เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ให้พรีเมียมและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น ทางเราได้จัดเตรียมชุดแต่งใหม่ภายใต้ชื่อ CHARISMO DRIFT มาเป็นทางเลือกในรุ่น HEV Premium โดยในชุดจะประกอบไปด้วย สเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง ซึ่งจะเป็นทางเลือกให้กับลูกค้าที่ต้องการความสปอร์ต แตกต่างไม่เหมือนใคร   

    เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่เฝ้ารอการเปิดตัวและต้องการเป็นเจ้าของรถยนต์นั่งไฮบริดตัวเริ่มต้น NEW YARIS ATIV HEV เราจึงขอมอบราคาพิเศษแนะนำจนถึงสิ้นปีนี้

    เพื่อให้ทุกท่านเป็นเจ้าของ NEW YARIS ATIV HEV ได้ง่ายยิ่งขึ้น เรายังได้เตรียมข้อเสนอสุดพิเศษ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 6,443 บาทต่อเดือน หรือ เลือกรับฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care พร้อมรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดสูงสุด 10 ปี (เช็กระยะตามเงื่อนไข TCFR Plus+) รวมทั้งบริการและสิทธิพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย”

    เลือกเป็นเจ้าของ NEW YARIS ATIV HEV ได้ 2 รุ่นย่อย

    ราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการ

    • รุ่น HEV GR Sport           ราคา 779,000 บาท บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก หลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof และสีแดง หลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof, ภายในสีดำ)

    สำหรับสี Platinum White Pearl with Black Roof เพิ่ม 12,000 บาท

    สำหรับสี Red Mica Metallic with Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท

     

    • รุ่น HEV Premium ราคา 729,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน Metal Stream Metallic / สีเทา Urban Metal / สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก Platinum White Pearl / และสีแดง Red Mica Metallic, ภายในสีดำ-เทา)

    สำหรับสี Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

    ราคาพิเศษช่วงแนะนำ  (ตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคม 2568 ถึง 31 ธันวาคม 2568)

    • รุ่น HEV GR Sport           ราคา 769,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก หลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof และสีแดง หลังคาดำ Red Mica Metallic with Black Roof, ภายในสีดำ)

    สำหรับสี Platinum White Pearl with Black Roof เพิ่ม 12,000 บาท

    สำหรับสี Red Mica Metallic with Black Roof เพิ่ม 5,000 บาท

     

    • รุ่น HEV Premium ราคา 719,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

    (มาพร้อมสีภายนอก 5 สี ได้แก่ สีเงิน Metal Stream Metallic / สีเทา Urban Metal / สีดำ Attitude Black Mica / สีขาวมุก Platinum White Pearl / และสีแดง Red Mica Metallic, ภายในสีดำ-เทา)

    สำหรับสี Platinum White Pearl เพิ่ม 7,000 บาท

     

    พร้อมขยายระยะเวลาการคุ้มครอง TCFR Plus+ มูลค่า 12,000 บาท ขยายระยะรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.  

    และขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด  

    (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

     

    ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง TOYOTA ACCESSORIES

    • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHARISMO DRIFT

    (สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV Premium และ YARIS ATIV รุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร)

    : เสริมภาพลักษณ์สปอร์ตพรีเมียม สะกดทุกสายตาด้วยความโดดเด่นเหนือระดับ

      – ราคาขายปลีกแนะนำ 19,990 บาท**

        – พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 4,000 บาท เหลือ 15,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 240 บาท/เดือน***

    • สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     4,600 บาท
    • ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     6,500 บาท
    • สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     4,600บาท
    • สปอยเลอร์หลัง ราคา     4,290 บาท
    • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง GR

    (สำหรับรุ่น NEW YARIS ATIV HEV รุ่น HEV Premium และ YARIS ATIV รุ่นเครื่องยนต์ 1.2 ลิตร)

    : ชุดแต่ง SPORT RACING แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง MOTORSPORT ถ่ายทอดสู่ทุกเส้นทางของคุณ

      – ราคาขายปลีกแนะนำ 28,990 บาท**

    – พิเศษช่วงแนะนำ รับส่วนลด 6,000 บาท เหลือ 22,990 บาท** หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้น 345 บาท/เดือน****

    • สเกิร์ตกันชนหน้า GR ราคา     6,890 บาท
    • ชุดสเกิร์ตข้าง GR ราคา     7,900 บาท
    • สเกิร์ตกันชนหลัง GR ราคา     7,200บาท
    • สปอยเลอร์หลัง GR ราคา     7,000 บาท

     

                    หมายเหตุ

    • **รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแรงติดตั้ง
    • ***ราคาผ่อนเพิ่ม 240 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 15,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%
    • ****ราคาผ่อนเพิ่ม 345 บาท/เดือน (ราคาพิเศษช่วงแนะนำ 22,990 บาท) ไม่รวมค่าติดตั้ง คำนวณจากรถยาริสเอทีฟ รุ่น HEV Premium โดยโปรแกรมสบายดีของโตโยต้าลีสซิ่ง ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.69%
    • ชุดอุปกรณ์ตกแต่ง CHARISMO DRIFT และ GR ที่จัดจำหน่ายผ่านช่องทางผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า อยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพอุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้าสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน
    • โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/tga

     

    และพบทางเลือกในการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO

    มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน ในราคาเริ่มต้นเพียง 12,900 บาท ต่อเดือน ในรุ่น HEV Premium พร้อมบริการครบวงจร ประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษา ต่อ พรบ. ภาษี ให้ตลอดอายุสัญญา

     

    และเปิดรับจองสิทธิ์ เพื่อเป็นเจ้าของ NEW bZ4Xผ่านช่องทางออนไลน์

    ที่ https://stores.toyota.co.th/register/bz4x

    • รุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า (FWD)    ราคาเริ่มต้น 1,5xx,xxxx บาท
    • รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD)         ราคาเริ่มต้น1,6xx,xxxx บาท

    (มาพร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Precious Metal Black Roof / Platinum White Black Roof / Emotional Red Black Roof / Attitude Black)

    พิเศษ รับทันทีส่วนลดเงินสด 20,000 บาท พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% เฉพาะ 2,000 สิทธิ์แรก สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ตั้งแต่ 21 สิงหาคม -19 ตุลาคม 2568 หรือจนกว่าสิทธิ์จะหมด

    (อัตราดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติจาก โตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด

    โดยคำนวณจากดอกเบี้ยต้นงวดและส่วนลดดอกเบี้ยรถไฟฟ้า)

     

    พบ TOYOTA NEW YARIS ATIV HEV ครั้งแรก ในงาน BIG MOTOR SALE

    ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา กรุงเทพฯ

     

    หรือกิจกรรม Toyota Easy Drive Easy Deal ที่ Future Park รังสิต

    ในวันที่ 21-25 สิงหาคม 2568

     

    ทดลองขับ NEW YARIS ATIV HEV ณ Toyota ALIVE ได้ตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคมนี้

    และสัมผัสและทดลองขับ พร้อมพบกิจกรรมพิเศษที่ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

    ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ สะเทือนงาน ‘BIG MOTOR SALE 2025’ นำโดย G6 โฉมใหม่ พร้อมแชมป์ยอดขายที่ 1 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ X9 ทั้งรุ่นย่อย EXECUTIVE และ LUXURY จองวันนี้รับข้อเสนอเกินต้าน!

    2 Min Read

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ยกทัพยนตรกรรมไฟฟ้าสุดล้ำ สะเทือนงาน ‘BIG MOTOR SALE 2025’ นำโดย G6 โฉมใหม่ พร้อมแชมป์ยอดขายที่ 1 รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะ X9 ทั้งรุ่นย่อย EXECUTIVE และ LUXURY จองวันนี้รับข้อเสนอเกินต้าน!

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA เขย่างาน BIG MOTOR SALE 2025 ด้วยนวัตกรรมสุดล้ำ ชูไฮไลท์เด็ด เอ็กซ์เผิง G6 ปรับโฉมใหม่สุดว้าว! เอ็กซ์เผิง X9 EXECUTIVE และ LUXURY รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะรุ่นยอดนิยม ตื่นตาสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต ตอกย้ำจุดยืนผู้นำด้าน AI Mobility ระดับโลก พร้อมอัดโปรสุดพิเศษ เพิ่มโอกาสครอบครองรุ่นที่ใช่ ที่บูธ A24 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

    อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง ขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์ที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตยุคใหม่ งาน BIG Motor Sale ปีนี้ เรารังสรรค์บูธจัดแสดงนวัตกรรมสุดล้ำ ภายใต้แนวคิด‘CONNEXT, NOW’ ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากแบรนด์คอนเซปต์ ‘LIVE THE NEXT, NOW’ ที่เชื่อมต่อทุกไลฟ์สไตล์ของอนาคต สะท้อนตัวตนของแบรนด์ในเวทีระดับโลกและประเทศไทย พบกับยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ทั้ง G6 โฉมใหม่ และ X9 EXECUTIVE พร้อมสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘Iron’ เชิญสัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษเพื่องานนี้โดยเฉพาะ”

     

    เอ็กซ์เผิง G6 ใหม่ The NEXT Intelligent SUV ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสุดไฮเทค

    เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ เอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุด ครั้งแรกกับการใช้แบตเตอรี่ 5C ทุกรุ่นย่อย รองรับกระแสไฟสูงสุด 451 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 10-80% เพียง 12 นาที* ปรับโฉมทั้งภายนอกและห้องโดยสาร รูปลักษณ์ด้านหน้า มาพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์แบบใหม่ พาดยาวเป็นเส้นเดียว พร้อมโลโก้ เอ็กซ์เผิง บนฝากระโปรง เปลี่ยนฝาท้ายและกันชนหลังแบบ C-Ring เพิ่มความปอร์ต ห้องโดยสารติดตั้งจอกลาง
    และจอหน้าผู้ขับแบบใหม่ ขนาด 15.6 และ 10.25 นิ้ว กระจกมองหลังสามารถแสดงภาพจากกล้อง แท่นชาร์จไร้สายสำหรับสมาร์ทโฟนปรับปรุงใหม่ เปลี่ยนแอมเบียนไลท์ พร้อมแผงประตูลายใหม่ น พร้อมล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลายใหม่ และครั้งนี้มีการเพิ่มรุ่น ‘AWD Performance’ ทึ่ติดตั้งมอเตอร์คู่ ขับเคลื่อน
    4 ล้อ (AWD-All Wheel Drive) ให้กำลัง 486 แรงม้า (PS) แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.13 วินาที โดยตัวถังมี 5 สีให้เลือก คือ ม่วง (Stellar Purple), ขาว (Arctic White), เทา (Graphite Gray) และดำ (Midnight Black) พิเศษเฉพาะรุ่น AWD Performance ใช้สีดำ ‘Black Edition’ พร้อมล้ออัลลอยรมดำ ดุดันแบบสุดๆ

     

    เอ็กซ์เผิง X9 EXECUTIVE และ X9 LUXURY รถตู้ไฟฟ้าทรงสปอร์ตอัจฉริยะระดับแฟลกชิป

    เอ็กซ์เผิง X9 ‘EXECUTIVE’ อัลตราสมาร์ทคูเป้เอ็มพีวี ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานสำหรับทุกกลุ่ม ครั้งแรกกับเบาะนั่งแถวที่สองแบบ Zero Gravity ระดับเฟิร์สคลาส ปรับไฟฟ้าได้ 14 ทิศทาง มาพร้อมช่อง ทางเดินระหว่างเบาะแถวที่สอง และที่ชาร์จแบบไร้สาย โดยเบาะแถวที่สามสามารถพับราบด้วยระบบไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ขนาด 101.5 กิโลวัตต์/ชั่วโมง วิ่งได้ไกล 690 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ (NEDC) รองรับความเร็วในการชาร์จถึง 317 กิโลวัตต์ ติดตั้งจอภาพขนาด 21.4 นิ้ว ขับกล่อมด้วยลำโพง XOPERA 23 ตำแหน่ง ติดตั้งชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 8295 เด่นด้วยระบบเลี้ยว 4 ล้อ ช่วยให้วงเลี้ยวแคบเพียง 5.4 เมตร มาพร้อมช่วงล่างถุงลม Dual-Chamber สามารถปรับสูง-ต่ำ และความหนืดได้ เพื่อประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด ขณะที่  X9 LUXURY มาพร้อมเบาะหนังแท้แนปป้า ผสาน Zero-gravity Seat หรูหรามีระดับ เบาะนั่งแถวสองปรับไฟฟ้า 18 ทิศทาง พร้อม Wireless Charger 50w

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง ‘New G6’ และ ‘X9’ ภายในเดือนสิงหาคม 2568

    • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี*
    • ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง*
    • ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด*
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
    • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
    • พิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน สำหรับ ‘New G6’ และ 9,000 คะแนน สำหรับ ‘X9’*

    พร้อมกันนี้ เอ็กซ์เผิง สร้างความเชื่อมั่นด้านการบริการหลังการขาย ผ่านโปรแกรม ‘XPENG ASEAN Borderless Warranty’ มาตรฐานการรับประกันไร้พรมแดน ครอบคลุมมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย เพื่อให้เจ้าของรถ เอ็กซ์เผิง สามารถเดินทางข้ามพรมแดนได้อย่างมั่นใจ

    ราคาของรถยนต์ เอ็กซ์เผิง ทุกรุ่น

    New G6 (Long Range) ราคา 1,349,000 บาท*
    New G6 (AWD Performace) ราคา 1,489,000 บาท*

    X9 EXECUTIVE ราคา 2,499,000 บาท*
    X9 LUXURY ราคา 2,749,000 บาท*

    เชิญสัมผัสและทดลองขับ เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ และ เอ็กซ์เผิง ‘X9 EXECUTIVE’ ได้ที่งาน BIG MOTOR SALE บูธ A24 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมนี้ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา
    และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง 15 สาขาทั่วประเทศ

    ข้อมูลเครือข่ายพาร์ทเนอร์ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย

    สาขารามคำแหง โทร. 02-078-1889, แจ้งวัฒนะ โทร. 1524, ประดิษฐ์มนูธรรม โทร. 02-515-0525, ราชพฤกษ์ โทร. 02-079-1155, สุขุมวิท โทร. 1488, ตลิ่งชัน โทร. 063-338-3699, วิภาวดี-หลักสี่ โทร. 02-551-1388, ศรีนครินทร์ โทร. 094-854-3111, เชียงใหม่ โทร. 062-326-5969, ขอนแก่น โทร. 066-084-1345, อุบลราชธานี โทร. 099-287-5205, พัทยา โทร. 038-195-656, ภูเก็ต โทร. 083-516-4663, สุราษฎร์ธานี โทร. 1488 และหาดใหญ่ โทร. 1488,

    Facebook: XPENG Thailand

    www.xpeng.co.th

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสประสบการณ์ ”Xperience the Force” กับ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี พร้อมทัพยนตรกรรม และข้อเสนอดอกเบี้ยสุดพิเศษ ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    1 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ชวนสัมผัสประสบการณ์ ”Xperience the Force” กับ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี พร้อมทัพยนตรกรรม และข้อเสนอดอกเบี้ยสุดพิเศษ ภายในงาน BIG MOTOR SALE 2025

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ขนทัพยนตรกรรมสุดยิ่งใหญ่ พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษมามอบให้ลูกค้าทุกท่าน ภายในงาน “BIG MOTOR SALE 2025” ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา พร้อมชูรุ่นไฮไลต์ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีฟูลไฮบริดอันล้ำสมัย Mitsubishi e:Motion ผสานสมรรถนะอันทรงพลัง ความนุ่มนวลในการขับขี่ และความปลอดภัยไว้ในหนึ่งเดียว สะท้อนถึงดีเอ็นเอของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (Mitsubishi Motors-ness) และความเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไทยที่มุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ พร้อมจัดโปรโมชันสุดพิเศษ อาทิ ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0.99% พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี และสิทธิประโยชน์อื่น ๆ อีกมากมายภายในงาน

    มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “รถยนต์ทุกรุ่นที่มิตซูบิชินำเสนอในงาน BIG MOTOR SALE ครั้งนี้ ล้วนสะท้อนถึงความเป็น Mitsubishi Motors-ness อย่างชัดเจน ซึ่งเกิดจากการพัฒนาและสร้างสรรค์ยนตรกรรมเพื่อเติมเต็มชีวิตแห่งการเดินทางยุคใหม่ ภายใต้แนวคิดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยไฮไลต์ภายในงานนี้คือ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่ได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีนับตั้งแต่การเปิดตัวเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อยานยนต์ของมิตซูบิชิ และแนวทางในการดำเนินธุรกิจที่มุ่งขับเคลื่อนเทคโนโลยีไปพร้อมกับความยั่งยืนของเรา”

    สำหรับไฮไลต์ภายในงาน ได้แก่ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี รถยนต์คอมแพกต์เอสยูวี ไฮบริดรุ่นล่าสุด จากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส  ที่จะพาทุกท่านมาสัมผัสกับแนวคิด “Xperience the Force” โดดเด่นด้วยการมอบ ประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และมั่นใจได้ในทุกเส้นทาง โดยมาพร้อมกับ 3 สุดยอดเทคโนโลยี ภายใต้แนวคิดMITSUBISHI e:MOTION ได้แก่ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC) ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจแต่ยังคงความนุ่มนวลเหนือระดับ พร้อมการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการทั้งสไตล์และฟังก์ชันที่ครบครัน ตอกย้ำความเป็นผู้นำในกลุ่มยานยนต์ไฮบริด

    อีกหนึ่งไฮไลต์ ที่เราขนทัพมาจัดแสดงภายในงาน คือ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เพลย์ รุ่นพิเศษ จำนวนจำกัด โดดเด่นด้วยดีไซน์แบบสปอร์ตพรีเมียม ชุดแต่งสีดำรอบคัน หลังคาสีดำ กระจกมองข้างสีดำ คิ้วขอบกระจกประตูสีดำ กระจังหน้าตกแต่งไดนามิกชิลด์สีดำ เสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ และล้ออัลลอยสีดำ มอบลุคสปอร์ตพรีเมียม พร้อมผสานสมรรถนะอันทรงพลัง เทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยสะท้อนตัวตนของครอบครัวรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความทันสมัยและไลฟ์สไตล์แอ็กทีฟ มาให้ชมภายในงานอีกด้วย

     

    เพื่อความพิเศษที่มากกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อ ออล-นิว มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี เลือกรับดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมรับฟรีบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท และสำหรับลูกค้าที่ซื้อ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี และ เอ็กซ์แพนเดอร์ ครอส เอชอีวี เลือกรับส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท พิเศษ เฉพาะ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี เพลย์ รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 10,000 บาท ภายในงาน

     

    ผู้สนใจสามารถชมรถยนต์ มิตซูบิชิ หลากหลายรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์จากแคมเปญพิเศษมากมาย อาทิ ข้อเสนอผ่อนชำระดอกเบี้ยพิเศษ และ ครอบครัวมิตซูบิชิรับส่วนลดเพิ่ม 10,000 บาท ผ่าน M-Drive ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย (A18) งาน BIG MOTOR SALE 2025 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคมคม 2568 ฮอลล์ EH 101 – 104 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

     

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม และนัดหมายทดลองขับได้ที่ www.mitsubishi-motors.co.th หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ โทร. 02-079-9500 เปิดรับสายทุกวันตลอด 24 ชั่วโมง และติดตามข้อมูลข่าวสารของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ที่ www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ แสดงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด ‘LIVE THE NEXT, NOW’ พร้อมเปิดตัว XPENG ‘New G6’

    1 Min Read

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ แสดงวิสัยทัศน์ด้านการขับเคลื่อนด้วย AI ภายใต้แนวคิด ‘LIVE THE NEXT, NOW’ พร้อมเปิดตัว XPENG ‘New G6’

    เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม-ไฮเทค ‘เอ็กซ์เผิง’ ร่วมมือกับบริษัท เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดงาน ‘XPENG VISION NIGHT THAILAND’ นำเสนอนวัตกรรมการขับเคลื่อนแห่งอนาคต พร้อมเฉลิมฉลองครบรอบ 1 ปี ของ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ด้วยการเปิดตัว
    ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นใหม่ เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ ณ ยูโอบี ไลฟ์ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มสเฟียร์

    มร. เจมส์ วู รองประธาน เอ็กซ์เผิง มอเตอร์ส กล่าวว่า “เอ็กซ์เผิง มองอนาคตผ่านสองเสาหลักใหญ่ คือ AI และพลังงาน เรากำลังพัฒนาเทคโนโลยี AI ที่ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลการขับขี่จริงมหาศาล ทำให้รถเรียนรู้และขยายศักยภาพไปได้ทั่วโลก ขณะเดียวกันเราก็ยกระดับ ด้านพลังงาน ด้วยแบตเตอรี่ที่ประจุไฟได้เร็ว ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่เคย ทั้งหมดนี้ ไม่หยุดอยู่ที่รถยนต์ แต่ยังต่อยอดไปถึงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์และยานยนต์บินได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนวิธีที่มนุษย์เดินทางและใช้ชีวิตในอนาคต เป้าหมายของ เอ็กซ์เผิง คือ การทำให้ทุกคน รวมถึงลูกค้าในประเทศไทย ได้สัมผัสอนาคตตั้งแต่วันนี้ สอดคล้องกับคอนเซปต์  ‘LIVE THE NEXT, NOW’

    อภิวันท์ สิงห์ทวีศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย กล่าวว่า “XPENG VISION NIGHT THAILAND ไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลองความสำเร็จในรอบหนึ่งปีที่ผ่านมา ด้วยยอดส่งมอบรถร่วม 3,000 คัน และการมียอดจดทะเบียนเป็นอันดับ 1 ประเภทรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมจีน ในเดือนมิถุนายนและกรกฎาคมที่ผ่านมา แต่ยังเป็นการประกาศถึงวิสัยทัศน์ และทิศทางของ เอ็กซ์เผิง ในการนำประเทศไทยก้าวสู่อนาคต ด้วยเทคโนโลยี AI Mobility ยุคใหม่”

    เตรียมพบกับซอฟต์แวร์เวอร์ชันใหม่ ที่ล้ำสมัยที่สุด

    บริษัทฯ ให้ความสำคัญสูงสุดกับการพัฒนาซอฟต์แวร์อันล้ำสมัย โดยระบบปฏิบัติการเวอร์ชันถัดไปที่จะเปิดให้ใช้งานในเร็วๆ นี้ จะถูกทยอยปล่อยอัปเดต เพื่อให้ผู้ใช้งานได้รับประสบการณ์ที่ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง สัมผัสฟังก์ชันใหม่ๆ อาทิ โหมดสัตว์เลี้ยง (Pet Mode) ที่ช่วยให้สามารถจอดรถ เปิดระบบปรับอากาศ และล็อกประตูเพื่อให้สัตว์เลี้ยงอยู่ในรถได้อย่างปลอดภัย แอปพลิเคชัน ‘Karafun’ ที่มอบความสนุกในการร้องคาราโอเกะ โดยไม่จำเป็นต้องใช้ไมโครโฟน การปรับปรุงระบบช่วยเหลือผู้ขับ ให้ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำยิ่งขึ้น การปรับอุณหภูมิต่ำสุดของระบบปรับอากาศ จาก 18 องศาเซลเซียส เป็น 16 องศาเซลเซียส รวมถึงการอัปเกรดด้านความบันเทิง และเพิ่มความความเสถียรของระบบอื่นๆ ซึ่งการทยอยปล่อยฟังก์ชันใหม่ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความใส่ใจในคุณภาพและความมั่นใจ ว่าทุกการอัปเดตได้รับการทดสอบและปรับปรุง เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของผู้ใช้งาน

    เปิดตัว XPENG ‘New G6’, The NEXT Intelligent SUV

    เอ็กซ์เผิง ‘New G6’, โฉมใหม่ของเอสยูวีไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่พร้อมนำพาทุกท่าน ทะยานสู่อนาคตอย่างมั่นใจ ครั้งแรกกับการใช้แบตเตอรี่ 5C ทุกรุ่นย่อย รองรับกระแสไฟสูงสุด 451 kW ใช้เวลาชาร์จจาก 10 – 80% เพียง 12 นาที* ปรับโฉมทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร รูปลักษณ์ด้านหน้ามาพร้อมเดย์ไทม์รันนิงไลท์ดีไซน์ใหม่แบบ Galaxy Light Wing พาดยาวเป็นเส้นเดียว พร้อมโลโก้เอ็กซ์เผิง บนฝากระโปรง เปลี่ยนดีไซน์ฝาท้ายแบบ Ducktail และกันชนหลังแบบ C-Ring ดูสปอร์ตและโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น เข้ากันกับล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว ลายใหม่ ห้องโดยสารติดตั้งจอกลางและจอหน้าผู้ขับแบบใหม่ ขนาด 15.6 และ 10.25 นิ้วตามลำดับ ขณะที่พวงมาลัยได้รับการปรับปรุงให้กลมกลืนกับห้องโดยสารมากขึ้น เปลี่ยนมาใช้ช่องแอร์แบบปรับมือ ตามความต้องการของลูกค้าในไทยและต่างประเทศ กระจกมองหลังสามารถแสดงภาพ จากกล้องได้แบบเรียลไทม์ เพิ่มไฟสร้างบรรยากาศในห้องโดยสารแบบ Starlight Rhythm Matrix โดย New G6 มาพร้อมกับ 2 รุ่นย่อย คือ ‘Long Range’ และ ‘AWD Performance’ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของ G6 ที่ติดตั้งมอเตอร์คู่ขับเคลื่อน 4 ล้อ (All-wheel Drive) กำลังสูงสุด 486 แรงม้า (PS) แรงบิด 600 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 4.13 วินาที สำหรับรุ่น ‘Long Range’ มีให้เลือก 4 สี คือ ม่วง (Stellar Purple), ขาว (Arctic White), เทา (Graphite Gray) และดำ (Midnight Black) ส่วนรุ่น ‘AWD Performance’ มาพร้อมสีดำ (Midnight Black) ในสไตล์ ‘Black Edition’ ผสานล้ออัลลอยรมดำ ดุดันเต็มพิกัด

    นอกเหนือจากการนำเสนอวิสัยทัศน์ นวัตกรรม และยานยนต๋ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นล่าสุด เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ เอ็กซ์เผิง ประเทศไทย ยังได้จัดแสดงหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ‘IRON’ และชิปประมวลผลอัจฉริยะ ‘TURING AI CHIP’ ภายในงาน

    XPENG ‘IRON’ หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์อัจฉริยะ

    เอ็กซ์เผิง ‘IRON’ เป็นหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์รุ่นล่าสุดของ เอ็กซ์เผิง ใช้เวลาพัฒนากว่า 5 ปี มีข้อต่อมากกว่า 60 จุด พร้อมความสามารถในการเคลื่อนไหวกว่า 200 องศาอิสระ มือของ IRON มีขนาดเท่ามือมนุษย์แบบ 1:1 และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ 22 องศา โดย ‘IRON’ มีความสูง 178  เซนติเมตร หนัก 78  กิโลกรัม ปัจจุบันได้มีส่วนช่วยทำงานในสายการผลิตของ เอ็กซ์เผิง โดยใช้เทคโนโลยี AI และระบบควบคุมการเคลื่อนไหว ที่อิงจากโมเดลขับขี่อัตโนมัติ สามารถหยิบจับสิ่งของ ประกอบ และเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่นและแม่นยำ วางแผนเริ่มผลิต เชิงพาณิชย์ในปี 2569 และตั้งเป้าขยายการใช้งาน สู่สำนักงาน ร้านค้า รวมถึงครัวเรือนในอนาคต

    XPENG ‘TURING AI CHIP’ ศักยภาพในการประมวลผล เพื่อการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ

    เอ็กซ์เผิง TURING AI CHIP คือ ชิปอัจฉริยะรุ่นแรกที่พัฒนาโดย เอ็กซ์เผิง สำหรับการขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 (Autonomous Driving Level 4) มาพร้อม 40-Core Processor ที่มีประสิทธิภาพการประมวลผลสูงกว่าเดิม 3 เท่า และสามารถประมวลผลข้อมูลได้ถึง 30,000 ล้านพารามิเตอร์ โดยไม่ต้องพึ่งพาการคำนวณจากคลาวด์ (Cloud-Free Intelligence) ช่วยให้การตัดสินใจของรถ สามารถทำได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ และปลอดภัยมากขึ้น นับเป็นก้าวสำคัญในการขับเคลื่อนอนาคตของการขับขี่อัตโนมัติเต็มรูปแบบ ผ่านเทคโนโลยีที่ เอ็กซ์เผิง พัฒนาขึ้นเองทั้งหมด

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่จอง เอ็กซ์เผิง ‘New G6’ และ เอ็กซ์เผิง ‘X9’ ภายในเดือนสิงหาคม 2568

    • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง พร้อมพรบ. นาน 1 ปี*
    • ฟรี Wallbox พร้อมติดตั้ง*
    • ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน 1 ชุด*
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*
    • รับประกันแบตเตอรี่ และมอเตอร์ขับเคลื่อน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี*
    • พิเศษ คะแนนสะสม MOBILIFE 6,000 คะแนน สำหรับ ‘New G6’ และ 9,000 คะแนน สำหรับ ‘X9’*

    XPENG VISION NIGHT THAILAND เป็นงานที่แสดงถึงความมุ่งมั่น ในการสร้างประสบการณ์ใหม่ของการเดินทาง ผ่านเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ AI แพลตฟอร์มยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะสมรรถนะสูงและบริการเชื่อมต่ออัจฉริยะ เพื่อมอบประสบการณ์เดินทางที่สมบูรณ์แบบ ให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย

    สัมผัสยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เอ็กซ์เผิง ‘NEW G6’ และ เอ็กซ์เผิง ‘X9’ ได้ที่งาน BIG Motor Sale 2025 ระหว่างวันที่ 22-31 สิงหาคม 2568 ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา และโชว์รูม เอ็กซ์เผิง ทั่วประเทศ

    *เมื่อชาร์จไฟกับ XPENG Supercharger, เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทำไม PHEV ถึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ในประเทศไทย

    2 Min Read

    ทำไม PHEV ถึงกลายเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ในประเทศไทย

    GWM (Thailand) มุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก โดยยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” โดยท่ามกลางยุคที่การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ากำลังเข้ามาเปลี่ยนโฉมวงการยานยนต์ รถปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) คือทางเลือกที่ตอบโจทย์สำหรับไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของคนไทย มอบโซลูชันเพื่อให้ได้รับประโยชน์ทางเศรษฐกิจของรถไฟฟ้าโดยไม่มีความกังวลเรื่องระยะทาง ด้วยการผสานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และพลังงานจากเชื้อเพลิง ทำให้ขับในเมืองได้อย่างประหยัดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมให้ความมั่นใจเมื่อต้องเดินทางไกล ประหยัดค่าใช้จ่ายและลดความกังวลใจในการชาร์จเมื่อไม่สะดวก เหมาะกับสภาพการขับขี่และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศไทย

     

    5 ข้อได้เปรียบของรถยนต์พลังงาน PHEV สำหรับคนไทย

    1. พลังงาน 2 รูปแบบ – ยืดหยุ่นทุกการเดินทาง

    รถยนต์ PHEV เหมาะทั้งการขับขี่ในเขตเมืองและนอกเมือง ด้วยการผสานแบตเตอรี่ขนาดใหญ่และพลังงานจากเชื้อเพลิง พร้อมรับมือทุกเส้นทางได้อย่างมั่นใจ สำหรับการขับขี่เขตเมืองก็สามารถเลือกใช้พลังงานไฟฟ้าล้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในการเดินทางไกลเข้าไปในเขตพื้นที่ทุรกันดาร ในอำเภอรองเขตต่างจังหวัดที่ไม่มีตู้ชาร์จไฟไว้รองรับ หมดกังวลเรื่องการหาสถานีชาร์จตลอดเส้นทางเมื่อแบตเตอรี่มีไฟที่ไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า

    1. ประหยัดจริงในชีวิตประจำวัน

    ในช่วงที่น้ำมันมีราคาสูงและมีความผันผวนอย่างต่อเนื่อง การใช้รถยนต์ที่มีระบบพลังงานไฟฟ้า ถือเป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดสำหรับคนไทยยุคใหม่ รถ PHEV หลายรุ่นมีระยะทางไฟฟ้าล้วนที่ยาวกว่า HEV ตัวอย่างเช่น GWM HAVAL H6 ที่มีระยะทางไฟฟ้าล้วนที่ยาวที่สุดในบรรดารถ PHEV ทั้งหมด เกิน 150 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) ซึ่งหมายความว่าสามารถใช้เป็น BEV ได้ในชีวิตประจำวัน เนื่องจากมีไฟฟ้ามาช่วยในการขับเคลื่อน จึงทำให้รถยนต์ PHEV มีความประหยัดมากกว่ารถยนต์ไฮบริดโดยทั่วไป ต้นทุนค่าใช้จ่ายในการขับขี่ต่อกิโลเมตรต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้โหมดไฟฟ้าล้วน และเมื่อไฟฟ้าหมด รถก็ยังสามารถใช้พลังงานจากน้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยิ่งในการขับขี่ในชีวิตประจำวันที่มีระยะทางที่ไม่เกินระยะการขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วน ยิ่งทำให้ประหยัด เสมือนการขับขี่ด้วยรถยนต์ไฟฟ้า

     

    1. รักษ์โลก รักษ์เมือง

    เมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์สันดาปและรถยนต์ไฮบริด รถยนต์ PHEV ที่มีระบบไฟฟ้าเข้ามาช่วยในการขับเคลื่อน จะมีการปล่อยเขม่า ฝุ่น PM 2.5 และแก๊สพิษออกสู่บรรยากาศที่น้อยกว่า ช่วยรักษาคุณภาพอากาศในเมืองให้ดีขึ้น อีกทั้งยังขับเงียบ ลดมลพิษทางเสียง ส่งเสริมบรรยากาศการขับขี่ที่ราบรื่นต่อผู้ขับและทุกคนบนถนน

    1. เหมาะกับพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย

    ในปัจจุบันพฤติกรรมคนไทยได้เปลี่ยนไปจากแต่ก่อน รถยนต์เป็นพาหนะคู่ใจที่ใช้ในการทำงานและใช้พักผ่อนในวันหยุดสุดสัปดาห์ และการเดินทางท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่คนไทยชื่นชอบเป็นอันดับต้น ๆ ดังนั้น รถยนต์จึงควรสร้างความสะดวกสบายในการเดินทางไกลในทุกสถานการณ์ไม่ว่าจุดหมายปลายทางจะอยู่ที่ใด รถยนต์ PHEV ถือเป็นระบบพลังงานที่เหมาะสมกับความต้องการดังกล่าวของผู้ใช้งาน มอบการขับขี่ที่ไร้กังวลกับการชาร์จไฟ ขับขี่ได้ในระยะทางไกล ไม่ว่าจะเหนือสุดหรือใต้สุด ก็สามารถไปถึงได้อย่างไร้รอยต่อ อีกทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอีกด้วย

    1. ก้าวสู่อนาคตแห่ง EV เต็มรูปแบบได้อย่างมั่นใจ

    ยังมีผู้ขับขี่อีกจำนวนไม่น้อยที่ยังไม่พร้อมกับการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า 100% กับข้อจำกัดเกี่ยวกับการเดินทางได้ในระยะทางที่จำกัด และต้องเสียเวลาสำหรับการหาตู้ชาร์จและรอการชาร์จไฟ ดังนั้นรถยนต์ PHEV จึงเป็นคำตอบที่ช่วยลดข้อกังวลดังกล่าว ช่วยให้ผู้ใช้คุ้นเคยกับการชาร์จไฟและการขับโหมดไฟฟ้า 100% ก่อนก้าวสู่การใช้รถไฟฟ้าล้วนในอนาคต เหมาะกับช่วงที่โครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จยังอยู่ระหว่างการขยายตัว

    ตารางเปรียบเทียบ PHEV vs BEV vs HEV vs ICE ในบริบทของประเทศไทย โดยคำนึงถึงโครงสร้างพื้นฐาน, ค่าครองชีพ, และพฤติกรรมผู้ใช้รถในไทย

    คุณสมบัติ / ประเภท

    รถยนต์ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV)

    รถยนต์ไฟฟ้า 100%

    (BEV)

    รถยนต์ไฮบริด (HEV)

    รถยนต์สันดาป

    (ICE)

    ความสะดวกด้านการใช้งาน ใช้ไฟฟ้าสำหรับเดินทางระยะสั้น และใช้น้ำมันสำหรับเดินทางไกล เหมาะกับสภาพจราจรติดขัดในเมืองไทย ต้องพึ่งพาสถานีชาร์จที่อาจยังไม่ครอบคลุมทุกพื้นที่ เติมน้ำมันปกติและประหยัดกว่ารถน้ำมันล้วน  เติมน้ำมันง่าย สถานีมีทั่วประเทศ
    ระยะทางไฟฟ้าล้วน 40 – 150 กม. ต่อการชาร์จ (HAVAL H6 PHEV มีระยะทางไฟฟ้าล้วนยาวที่สุดในรถ PHEV ที่ 150 กม.) 200 – 600 กม. ระยะทางไฟฟ้าล้วนจำกัด (1-5+ กม.)
    ระยะทางขับขี่รวม
    (ขึ้นอยู่กับรุ่นและพฤติกรรมการขับขี่)
    700 กม. ถึงมากกว่า 1,000 กม. ต่อการชาร์จ + เติมน้ำมัน (แล้วแต่รุ่นและยี่ห้อรถยนต์) ประมาณ 200 – 700 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง โดยเฉลี่ย 700 – 900 กม. โดยเฉลี่ย 500 – 800 กม.
    ค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิง /ไฟฟ้า เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่าย ~0.7 – 1.3บาท/กม. และในโหมดไฮบริด ~1.8 – 2.2 บาท/กม. เมื่อวิ่งด้วยไฟฟ้าจะมีค่าใช้จ่าย ~0.7 – 1.3บาท/กม. โหมดไฮบริด ~1.8 – 2.2 บาท/กม. สูงสุด (เฉลี่ย 3–5 บาท/กม.)
    การปล่อยมลพิษ ต่ำกว่าระบบไฮบริด และเป็นศูนย์เมื่อวิ่งในโหมดไฟฟ้า ศูนย์ ปานกลาง สูง
    โครงสร้างพื้นฐานในไทย พร้อมใช้งาน ยังมีข้อจำกัด โดยเฉพาะในเขตต่างจังหวัดและเขตห่างไกลจากตัวเมือง พร้อมใช้งาน พร้อมใช้งาน
    เหมาะกับใคร คนเมืองที่ใช้เดินทางระยะสั้น ๆ ในวันทำงาน และขับทางไกลในวันหยุด โดยไม่ต้องกังวลเรื่องจุดชาร์จต่าง ๆ คนเมืองที่มีจุดชาร์จที่บ้าน/คอนโด และขับในเส้นทางที่ชัดเจน และมีจุดชาร์จที่ชัดเจน ผู้ใช้ทั่วไปที่อยากประหยัดน้ำมัน แต่ไม่ต้องการชาร์จไฟ ผู้ที่มีการใช้รถที่หลากหลาย และยังไม่พร้อมที่จะเข้าสู่ระบบพลังงานใหม่

    ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV คือตัวเลือกที่สมดุลระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ตอบโจทย์ครบทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกลอย่างมั่นใจ โดดเด่นด้วยระยะทางการขับขี่ด้วยไฟฟ้าที่สูงสุดในเซกเมนต์ถึง 150 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (มาตรฐาน NEDC) และเมื่อบวกกับน้ำมัน 1 ถัง สามารถเดินทางได้ระยะทางไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว เพียงพอสำหรับการเดินทางในเมืองในแต่ละวัน ขณะเดียวกันยังมอบความคล่องตัวเมื่อต้องออกต่างจังหวัดด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์น้ำมันที่พร้อมทำงานต่อเนื่องโดยไม่ต้องกังวลเรื่องสถานีชาร์จ แต่เมื่อต้องทำการชาร์จ รถยนต์คันนี้ก็มีแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาดใหญ่ 27.54 k โดยใช้พอร์ต CCS Type 2 combo (Combined Charging System) รองรับการชาร์จเร็ว DC สูงสุด 41 kW โดยเวลาในการชาร์จจาก 0-80% ใช้เวลาประมาณ 35 นาที  รวดเร็วทันใจในการชาร์จกว่ารถยนต์ PHEV ในเซกเมนต์เดียวกัน พร้อมโหมดการขับขี่ถึง 4 โหมด ได้แก่ ปกติ สปอร์ต ประหยัด และพื้นหิมะ รวมถึงโหมดที่ให้ผู้ขับสามารถเลือกการขับขี่แบบไฮบริดหรือแบบไฟฟ้าล้วน ช่วยประหยัดการใช้น้ำมันได้อย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนี้ ช่วงล่างยังได้รับการพัฒนาใหม่ให้ตอบโจทย์สภาพถนนและสไตล์การขับขี่ของคนไทยโดยเฉพาะ

    ยิ่งไปกว่านั้น ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV ยังมีจุดเด่น 4 ด้าน ตอบรับไลฟ์สไตล์ครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างลงตัว ทั้ง 1.) ดีไซน์สปอร์ตพรีเมียม โดยภายนอกอัปเกรดใหม่ สปอร์ตหรูด้วยกระจังหน้า Smoke Chrome, ไฟหน้า LED อัจฉริยะ, ไฟท้าย LED Light Strip, ล้ออัลลอย 19 นิ้ว พร้อมคาลิเปอร์เบรกสีแดง (เฉพาะรุ่น PHEV ULTRA) 2.) เทคโนโลยีภายในล้ำสมัย ด้วยห้องโดยสารอัปเกรดด้วยจอดิจิทัล 10.25 นิ้ว, Head-up Display, หน้าจออินโฟเทนเมนต์ 14.6 นิ้ว พร้อม Coffee OS 3.0, Snapdragon, ระบบนำทาง Petal Map ของ Huawei, ระบบเสียง Amor luxury hifi และที่ชาร์จไร้สาย 50W เพิ่มความสะดวกสบายและอรรถรสในการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว 3.) สมรรถนะทรงพลัง มาพร้อมเครื่องยนต์เทอร์โบ 1.5 ลิตร ปลั๊กอิน-ไฮบริด มอบพละกำลัง 326 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ตอบสนองทันใจแม้ในการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง 4.) ความปลอดภัยล้ำหน้า เพราะครอบครัวคือสิ่งล้ำค่าในชีวิตของทุกคน ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV จึงมอบระบบความปลอดภัยอัจฉริยะกว่า 31 รายการ ทั้ง First-in-class และ Best-in-class เช่น กล้องรอบทิศทาง 540°, ระบบช่วยควบคุมและรักษาเลน, ระบบเตือนและช่วยเบรกจุดอับสายตา, โครงสร้างตัวรถที่แข็งแกร่ง และเทคโนโลยีช่วยขับขั้นสูงเพื่อความมั่นใจในการขับขี่ตลอดการเดินทาง

    ด้วยฟีเจอร์ที่น่าประทับใจทำให้ ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV กลายเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้ยุคใหม่ GWM ขอขอบคุณผู้ใช้ชาวไทยในโอกาสครบรอบ 4 ปีในประเทศไทย ด้วยแคมเปญ GWM HAVAL H6 4th Anniversary พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ 3 ทางเลือกสำหรับรุ่น PHEV ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และพิเศษสำหรับลูกค้า GWM เดิมที่จะได้รับส่วนลดเพิ่มอีก 20,000 บาท นอกเหนือจากโปรโมชั่นด้านล่าง:

    1. สำหรับสายชิล ผ่อนเบา เพียง 5,000 บาทต่อเดือนนาน 12 เดือน พร้อมดอกเบี้ยพิเศษ 95% (เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน) และส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท
    2. สายอัปเกรด นำรถเก่ามาแลกใหม่ รับส่วนลดสูงสุด 60,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษที่สามารถใช้ร่วมกับโปรโมชั่นหลัก ทั้งส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท และดอกเบี้ยเริ่มต้น 95% (เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน)
    3. สายมองไกล เลือกรับบริการ GWM Pro Service Inclusive ครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทางสูงสุดถึง 10 ครั้งใน 5 ปี หรือ 100,000 กม. รวมทั้งบริการติดตั้ง GWM Home Charger ฟรี พร้อมส่วนลดเงินสดสูงสุด 80,000 บาท และดอกเบี้ยพิเศษ 95%

    ด้วยจุดเด่นทั้งหมดนี้ ALL NEW HAVAL H6 PHEV จึงเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าและเหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้รถของคนไทยและสอดคล้องกับโครงสร้างพื้นฐานในปัจจุบัน อีกทั้งยังเป็นก้าวสำคัญสู่การเปลี่ยนผ่านสู่สังคมยานยนต์พลังงานสะอาดในอนาคตอย่างยั่งยืน

    ทดลองขับและสัมผัส ALL NEW GWM HAVAL H6 PHEV ได้แล้ววันนี้ที่ GWM Partner Store กว่า 72 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน GWM, เว็บไซต์ www.gwm.co.th หรือโทร GWM Contact Center 02-668-8888

    #GWMHAVALH6PHEV #ALLNEWGWMHAVALH6 #GWMHAVALTHAILAND
    #GWMTHAILAND #HavalH6 #H6 #PHEV


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เนรมิต Bentayga เฉดสีพิเศษ Candy Pink พร้อมตัวเลือกอีกกว่า 111 เฉดสีสู่การรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันอย่างไร้ขีดจำกัด

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เนรมิต Bentayga เฉดสีพิเศษ Candy Pink พร้อมตัวเลือกอีกกว่า 111 เฉดสีสู่การรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันอย่างไร้ขีดจำกัด

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ได้เนรมิตสุดยอดยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่น Bentayga Extended Wheelbase (EWB) ด้วยเฉดสีชมพู Candy Pink ที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ โดยผลงานที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ได้รับการรังสรรค์ขึ้นจากความต้องการของลูกค้าชาวอเมริกันรายหนึ่งที่ต้องการรถยนต์คันใหม่ในเฉดสีชมพูที่เป็นสีโปรดของเธอ ซึ่งเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ก็ได้เติมเต็มความฝันของเธอด้วยการรังสรรค์ยนตรกรรมในเฉดสีพิเศษนี้ขึ้น

    สำหรับ Bentayga EWB เฉดสีพิเศษ การตกแต่งภายนอกตัวถังได้ผสานเข้ากับภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยหนังและด้ายเฉดสี Cherry Blossom พร้อมด้วยโลโก้แบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ที่ปักลายบนเบาะโดยสาร โดยลูกค้าเลือกติดตั้งช่องเก็บความเย็น Mulliner Bottle Cooler ที่มากับฝากระจกฝ้าแบบ Soft Close ระหว่างเบาะโดยสารแบบ Airline Seat Specification ภายในห้องโดยสารเพื่อความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

    Bentayga ถือเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของเทรนด์ที่เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ที่ต้องการการออกแบบเฉพาะบุคคล โดยกว่า 70% ของลูกค้าต้องการออปชันจากมูลินเนอร์อย่างน้อยหนึ่งออปชันในการตกแต่งรถยนต์เบนท์ลีย์ของตน

     

    การปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะบุคคล

    นอกเหนือจากรายละเอียดและข้อกำหนดในการปรับแต่งนับหมื่นล้านรายการจากรายการออปชันของเบนท์ลีย์ ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ยังได้มีส่วนร่วมในการออกแบบยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการที่เรียกว่า “Co-Creation” โดยทีมนักออกแบบและช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญจากเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์จะร่วมมือกับลูกค้าในการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันในเวิร์กช็อปด้วยโทนสีที่สดใส วัสดุที่สั่งทำพิเศษ และคุณสมบัติที่ปรับแต่งได้

    การตกแต่งด้วยเฉดสีภายนอกมีให้เลือกสรรถึง 111 เฉดสี ซึ่งมีทั้งสีพื้น สีเมทัลลิก สีมุก สีซาติน และตัวเลือกเฉดสีอื่นอีกมากมาย โดยเฉดสีชมพูเป็นเฉดสีที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษด้วยความเชี่ยวชาญของทีมเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์และวิสัยทัศน์ของลูกค้าที่ถูกถ่ายทอดออกมาอย่างมีชีวิตชีวาผ่านเฉดสีชมพู Candy Pink พร้อมกับการตกแต่งด้วยชุดแต่ง Blackline Specification ที่ได้มอบความคอนทราสต์แบบร่วมสมัยให้กับภายนอกของตัวรถบริเวณมือจับประตู ท่อไอเสีย ไบรท์แวร์ กรอบโคมไฟ กระจังหน้าและกระจังหน้าส่วนล่าง ราวหลังคา และช่องระบายอากาศด้านข้างที่ล้วนตกแต่งด้วยเฉดสีดำเงา พร้อมกระจกความเป็นส่วนตัวที่จะช่วยเสริมรูปลักษณ์ภายนอกให้ดูโดดเด่นยิ่งขึ้น

    ภายในห้องโดยสารแสดงให้เห็นถึงความประณีตและความวิจิตรบรรจงของงานฝีมือด้วยการใช้หนังและด้ายในเฉดสี Cherry Blossom ที่จะมาช่วยเสริมความโดดเด่นให้กับภายนอกของตัวรถ โดยหนังในเฉดสี Cherry Blossom ได้ถูกนำมาตกแต่งบริเวณเบาะโดยสาร คอนโซลกลาง ประตู คันเกียร์ และพวงมาลัย สำหรับขั้นตอนการผลิต Bentayga EWB ใช้เวลาราว 132 ชั่วโมง โดยใช้เวลา 24 ชั่วโมงในการพ่นสีขาวตัวถัง และอีก 18 ชั่วโมงในการตกแต่งภายในห้องโดยสารอันสวยงาม

    รูปแบบเฉดสีภายในห้องโดยสารที่ออกแบบพิเศษช่วยให้สามารถใช้ด้ายเฉดสีชมพู Cherry Blossom กับทุกส่วนของห้องโดยสารที่รวมถึงการปักโลโก้แบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ หรือแม้แต่ขอบพรมปูพื้นที่ทำจากขนสัตว์แท้ 100% ก็ยังสามารถตกแต่งด้วยหนังเฉดสี Cherry Blossom ได้ สำหรับพรมปูพื้นผลิตจากขนสัตว์ที่คัดสรรมาเป็นพิเศษเพื่อความสะอาดและความบริสุทธิ์ของสีที่ผ่านการทดสอบเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐานด้านคุณภาพก่อนนำไปใช้งานจริง

     

    ความหรูหราภายในห้องโดยสาร

    Bentayga EWB มอบความหรูหราแบบเหนือระดับสำหรับผู้โดยสารในตอนหลังด้วยพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าคู่แข่งในระดับเดียวกัน พร้อมด้วยคุณสมบัติที่หรูหราที่สุดที่ได้รับการสั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ

    ประการแรก คือ คุณสมบัติ Airline Seat Specification ซึ่งเป็นเบาะโดยสารที่ล้ำหน้าที่สุดเท่าที่เคยมีมาในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยเบาะโดยสารแบบพิเศษนี้สามารถปรับได้ถึง 22 ทิศทาง พร้อมติดตั้งระบบตรวจวัดอุณหภูมิและเทคโนโลยีปรับท่านั่งแบบอัตโนมัติที่สามารถปรับแรงดันลมได้ 177 ระดับ ใน 6 โซนอิสระตลอดระยะเวลา 3 ชั่วโมงเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลดความเหนื่อยล้าในขณะเดินทาง

    Mulliner Bottle Cooler หรือช่องเก็บความเย็นระหว่างเบาะโดยสารตอนหลังยังได้รับการติดตั้งสำหรับแช่ขวดเครื่องดื่มขนาด 750 มิลลิลิตร พร้อมฝากระจกฝ้าแบบ Soft Close และแก้วคริสตัล Cumbria ที่สั่งทำขึ้นเป็นพิเศษ จำนวน 2 ใบ

    Bentayga EWB ได้ยกระดับความบันเทิงภายในห้องโดยสารตอนหลังไปอีกขั้นด้วยการติดตั้งระบบความบันเทิงสำหรับห้องโดยสารส่วนหลัง และระบบเสียงจาก ‘Bang & Olufsen for Bentley’ โดยลำโพง B&O มีดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยอะลูมิเนียมและรูเสียงที่มีหลายขนาดและหลายมุมตามรูปแบบ Fibonacci ที่เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งรูที่ทำมุมถูกจัดวางให้แน่นหนาที่สุดเพื่อให้ได้เสียงที่ใส และสร้างความโดดเด่นตัดกับพื้นผิวกระจกมุกแบบมันเงา

    ปัจจุบัน เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ดำเนินงานในฐานะแผนกออกแบบพิเศษของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สที่ให้บริการแบบครบวงจรตั้งแต่การตกแต่งรถยนต์แบบเฉพาะบุคคลไปจนถึงการผลิตตัวถังรถยนต์ โดยมอบบริการแบบส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่ต้องการรังสรรค์รถยนต์ในฝัน โดยร่วมกันออกแบบคุณสมบัติพิเศษและตกแต่งให้ตรงกับรสนิยมเฉพาะตัวของแต่ละบุคคล

    Rich Pepe, Bentley Palmyra ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ได้เผยความประทับใจที่มีต่อการออกแบบรถยนต์ในฝันของเธอว่า “การร่วมมือกับมูลิเนอร์เป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมาก และผมตั้งตารอที่จะได้สั่งทำเบนท์ลีย์ในฝันรุ่นต่อไปแล้ว”

     

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับการออกแบบยนตรกรรมในฝันให้มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV นำเสนอวิสัยทัศน์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสำหรับตลาดไทย

    1 Min Read

    OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV นำเสนอวิสัยทัศน์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสำหรับตลาดไทย

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ระดับโลก เปิดตัว “JAECOO 5 EV” ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบจากธรรมชาติหรือที่เรียกว่า “Origin of nature” พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมในราคาที่เข้าถึงได้ เริ่มต้นที่ 629,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic และเริ่มต้นที่ 679,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max

     

    พิเศษสำหรับลูกค้า JAECOO 5 EV 1,000 ท่านแรก ที่จองและรับภายใน 30 กันยายน 2568 รับข้อเสนอสุดพิเศษ ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic และราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max

    คุณบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ โอโมดา แอนด์ เจคู บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “JAECOO 5 EV คือการตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่มองหายานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งสะท้อนความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอรถไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ JAECOO 5 EV ไม่เพียงแต่มอบประสบการณ์การขับขี่ระดับพรีเมียมเท่านั้น แต่ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย พื้นที่ภายในที่กว้างขวาง และบริการหลังการขายที่ต่อเนื่องและครอบคลุม เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่คุ้มค่าที่สุด”

    JAECOO 5 EV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ JAECOO 5 EV Long Range Max และ JAECOO 5 EV Long Range Dynamic โดยรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max โดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในด้วยเบาะหนังสังเคราะห์พรีเมียม เบาะปรับไฟฟ้า หน้าจอสัมผัสขนาด 13.2 นิ้ว ไฟเรืองแสงปรับได้ 64 สี กล้องรอบคัน 540° หลังคาพาโนรามิค (Panoramic Fixed Glass Roof) ที่มีขนาดใหญ่ถึง 1.45 ตร.ม. มีสีภายนอก 5 สี และสีภายใน 2 สี (ขึ้นอยู่กับ combination ของแต่ละสีรถภายนอก) ในขณะที่รุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic มาพร้อมเบาะผ้า หน้าจอสัมผัสขนาด 9 นิ้ว กล้องรอบคัน 360° มีสีภายนอก 3 สี และสีภายใน 1 สี ที่มาพร้อมระบบความบันเทิงครบครัน รวมถึงโหมดคาราโอเกะในรถ

    ด้านสมรรถนะ ทั้งสองรุ่นมาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ให้ระยะวิ่งไกลถึง 461 กิโลเมตร มาพร้อมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ADAS 19 ฟังก์ชัน และโครงสร้างตัวถังที่ใช้เหล็กกำลังสูงถึง 77% นอกจากนี้ JAECOO 5 EV ยังมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย เงียบสงบ และมีระบบช่วยการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินกับการเดินทางได้อย่างสบายใจ

    ห้องโดยสารออกแบบเพื่อความสะดวกสบายด้วยพื้นที่เหนือศีรษะด้านหน้า 992 มม. และด้านหลัง 997 มม. พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่ รองรับการใช้งานที่หลากหลาย รวมถึงการออกแบบที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยง ด้วยวัสดุหุ้มเบาะที่ทนทานและจุดยึด ISOFIX สำหรับที่นั่งสัตว์เลี้ยง

    OMODA & JAECOO มุ่งมั่นในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าด้วยการมอบบริการหลังการขายที่ครอบคลุมและต่อเนื่อง ซึ่งรวมถึงบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง (โทร 02-0208888 กด 1) ฟรี นาน 5 ปี ไม่จำกัดจำนวนครั้ง ครอบคลุมทั่วประเทศไทย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจในการเป็นเจ้าของ JAECOO 5 EV

    OMODA & JAECOO ได้สร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในตลาดไทย โดยสามารถสร้างยอดขายกว่า 4,000 คันภายในระยะเวลาเพียง 9 เดือน พร้อมขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 45 แห่ง ในเดือนสิงหาคม 2568 และตั้งเป้าขยายให้ครอบคลุมทั่วประเทศ 70 แห่งภายในปี 2568 นับเป็นหนึ่งในความสำเร็จของแบรนด์ที่เติบโตเร็วที่สุดในปี 2568 ด้วยยอดขายสะสมทั่วโลกที่ทะลุ 570,000 คัน ความสำเร็จในประเทศไทยยังรวมถึงการจัดตั้งโรงงาน OMODA & JAECOO ในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 และการได้รับการตอบรับอย่างดีจากงาน Motor Expo 2567 ด้วยยอดจองถึง 1,008 คัน ตามด้วยความสำเร็จจากการเปิดตัว JAECOO 7 SHS (Super Hybrid System) ในงาน Bangkok International Motor Show ที่สามารถทำยอดจองทั้งหมดทุกรุ่นได้ถึง 2,568 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคไทยที่มีต่อแบรนด์

    พิเศษสำหรับลูกค้า JAECOO 5 EV 1,000 ท่านแรก ที่จองและรับภายใน 30 กันยายน 2568 รับข้อเสนอสุดพิเศษ ราคาเริ่มต้นที่ 549,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Dynamic และราคาเริ่มต้นที่ 599,000 บาท สำหรับรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max รับฟรี WALL CHARGE พร้อมติดตั้ง ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.78% พร้อมการรับประกันตัวรถ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร*

    ด้วยการเปิดตัว JAECOO 5 EV ในครั้งนี้ OMODA & JAECOO มุ่งหวังที่จะเป็นผู้นำในการนำเสนอยานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในประเทศไทย ด้วยการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น และบริการหลังการขายที่ครอบคลุม เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยให้ก้าวไกลไปอีกขั้น

    สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับ JAECOO 5 EV ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ OMODA & JAECOO ทั่วประเทศ เงื่อนไขต่าง ๆ ข้อกำหนดทั้งหมด และรายละเอียดโปรโมชันเพิ่มเติม สามารถดูได้บนเว็บไซต์ www.omodajaecoo.co.th/th


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ต่อเนื่องกับฤดูกาลความสนุก พร้อมปลุกเร้าจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต ไปกับ Toyota Gazoo Racing Thailand 2025 สนามที่ 2 จ.ภูเก็ต

    3 Min Read

    ต่อเนื่องกับฤดูกาลความสนุก พร้อมปลุกเร้าจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต  ไปกับ Toyota Gazoo Racing Thailand 2025 สนามที่ 2 จ.ภูเก็ต

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วยนายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ นายโสภณ สุวรรณรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการ ผู้สนับสนุนรายการอย่างเป็นทางการ และผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าจังหวัดภูเก็ต เปิดการแข่งขัน Toyota Gazoo Racing Thailand 2025 สนามที่ 2 ที่จัดขึ้นในวันที่ 16-17 สิงหาคม 2568 ณ สวนสาธารณะสะพานหิน จ.ภูเก็ต จัดเต็มกิจกรรมสุดมันส์โดนใจวัยรุ่นชาวภูเก็ตตลอดทั้งสองวัน กระหึ่มไปด้วยเสียงเชียร์และความสนุกของผู้ชมรอบสนาม

                   นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเปิดการแข่งขันว่า ขอขอบคุณทางจังหวัด หน่วยงานบริหารส่วนท้องถิ่น ห้างร้าน รวมทั้ง พี่น้องชาวภูเก็ตทุกท่าน ที่ให้การต้อนรับ เข้าร่วมกิจกรรม และสนับสนุนเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ปีนี้ เป็นปีที่โตโยต้าดำเนินกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตเป็นปีที่ 39 ในประเทศไทย ด้วยความมุ่งมั่นเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทย โดยสนามภูเก็ต เป็นสนามที่ 2 ของการแข่งขันนี้จะทำให้ท่านสนุกสนาน เร้าใจ ภายใต้แนวคิด Make Ever-Better Car From Circuit to the road กับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “Toyota One Make Race” ทั้ง “ยาริส วันเมคเรซ” “ยาริส เอทีฟ เลดี้ วันเมคเรซ” “ไฮลักซ์ รีโว่ วันเมคเรซ” และ “โคโรลล่า อัลติส จีอาร์สปอร์ต วันเมคเรซ”

                รวมทั้ง ในช่วง HOT LAP เราได้ขนขบวนรถสปอร์ตสมรรถนะสูง ตระกูล GR ครบทุกรุ่น มาให้ทุกท่านได้สัมผัส นำโดย GR SUPRA TRACK EDITION รุ่นใหม่ มาโชว์สุดยอดสมรรถนะในตำนาน เป็นครั้งแรก และยังมีรุ่นอื่นๆ ทั้ง GR 86, GR COROLLA, GR YARIS รวมถึงรถยนต์ในรุ่น GR SPORT ร่วมท้าทายขีดจำกัด ซึ่งท่านจะได้นั่งไปกับนักแข่งจากทีม Toyota Gazoo Racing Thailand

     

    ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 1 (แข่งขัน 20 รอบ)

    เปิดรายการแรกด้วยสมรรถนะ และความปราดเปรียวของรถยนต์ YARIS Hatchback เรียกเสียงเชียร์จากแฟนๆ นักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ป๊ายปาย โอริโอ้” อินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ที่ลงสนามด้วย YARIS One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก บรรยากาศการแข่งขันเต็มไปด้วยความตื่นเต้น สนุกสนาน ตลอด 20 รอบการแข่งขัน ผู้ที่คว้าตำแหน่งแชมป์สนามสองได้แก่ หมายเลข 68      ศิริภากรณ์ แยบยนต์ จากทีม TMC-Drive 68 Lenso by Woot Bangbon3

     

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 68 ศิริภากรณ์ แยบยนต์ TMC-Drive 68 Lenso by Woot Bangbon3
    2 23 Abdul Migail 23 Motors Racing Team
    3 22 Komura Toshiki RUK Team Nexzter PMC 52
    4 27 เอกชัย อิทรจินดา B-Quik Racing Team
    5 42 กวินท์ ปฏิภาณประเสริฐ Modern Bug Racing Runstop Ozawa AFV GJ

     

    ผลการแข่งขัน YARIS One Make Race : Division 2 (แข่งขัน 20 รอบ)

    เร้าใจต่อเนื่อง มันส์ไม่แพ้ Division 1 สำหรับแชมป์สนามสองตกเป็นของ หมายเลข 8 Warauyo Hinjiranan จากทีม Men’s Health Masterpiece x Nexkart Racing    

     

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 8 Warauyo Hinjiranan Men’s Health Masterpiece x Nexkart Racing
    2 15 Boonchoke Thiratarakorn Liqui Moly Thailand By Prakin Racing xHGRxVG
    3 99 Tinnasit Isarapongporn Lenso Motorsport by WootBangbon3
    4 39 Clement Leung
    5 5 Jongchai Wongsaithong

     

    ผลการแข่งขัน YARIS ATIV Lady One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

                เพลิดเพลินไปกับนักแข่งสาวสวยในรายการ โดยนักแข่งดาวรุ่งจาก Toyota Racing Star Team  “มิย่า พิชชา ทองเจือ” ลงสนามด้วย YARIS ATIV One Make Race Carbon Neutral Fuel รถแข่งเชื้อเพลิงทางเลือก และสามารถชิงอันดับที่ 4 ขึ้นยืนโพรเดียมได้ในสนามนี้ จบการแข่งขันผลปรากฏว่า อันดับที่ 1 ตกเป็นของ หมายเลข 135 Piyawadee Phuettisan จากทีม  A Motorsport Racing Team

     

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 135 Piyawadee Phuettisan A Motorsport Racing Team
    2 107 Sitanun Pikulkajorn Bfin Racing Compact Wise the Hub
    3 195 Khemisara Khonpdusa Burgundi Motorsport
    4 198 Pitcha Miya Thongchua TOYOTA Racing Star Team
    5 114 Lunlana Greeut ATECH & PSD DRIVING SCHOOL

     

     

    ผลการแข่งขัน HILUX REVO One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

    กระหึ่มสนามไปกับรายการแข่งขันชิงเจ้ากระบะ โชว์สมรรถนะของเครื่องยนต์ GD Super Power 2,400 ซีซี ผลการแข่งขัน ตำแหน่งแชมป์สนามนี้ ตกเป็นของ หมายเลข 4 Naruchit Kiatmaneesri จากทีม              TD Racing by SP Auto

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 4 Naruchit Kiatmaneesri TD Racing by SP Auto
    2 3 Kittisak Seangsalak BKC x Voltronic By House Of Cars x Vangarg Garage
    3 49 Pongsatorn Ownon KM Racing
    4  55 Perk Lertwangpong
    5 19 Nirut Sutcharit

     

    ผลการแข่งขัน COROLLA ALTIS GR Sport One Make Race (แข่งขัน 20 รอบ)

                เข้มข้น เร้าใจสุดๆ ปีนี้ ยังคงมีนักแข่งจาก Toyota Racing Star Team “ปังปอนด์ อัครวุฒิ” ดารานักแข่งสุดหล่อ เข้าร่วมแข่งขัน และสามารถชิงอันดับที่ 2  ขึ้นยืนโพรเดียมได้ในสนามนี้ ท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนคลับ จบการแข่งขันปรากฎว่า  หมายเลข 17 Rotor Thongchua จากทีม Superclub Racing Team คว้าแชมป์อันดับ 1 ไปครอง

     

    อันดับ หมายเลข นักแข่ง ทีม
    1 17 Rotor Thongchua Superclub Racing Team
    2 10 Akalavut Mankalasut TOYOTA Racing Star Team
    3 9 Sittichai Kungnimir SpeedRev Racing By NCL Service
    4 66 Srithana Mitaree Lenso Motorsport Sinthorn B88 Wrap X Treme by VG
    5 3 Kentaro Chiba ORC Racing Motul

    นอกจากการแข่งขันรถยนต์สุดมันส์ ยังมีกิจกรรมสำหรับแฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ร่วมสนุก

    • กิจกรรมพิเศษ GR EXPERIENCE สำหรับลูกค้าจาก GR Garage ทั้ง 6 แห่ง ที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ กับรถสปอร์ต ตระกูล GR Series ในช่วง HOTLAP และได้ร่วมพูดคุยกับ CAR GURU อย่าง คุณเบียร์ ใบหยก
    • การจัดแสดงรถยนต์ GR SUPRA TRACK EDITION รุ่นใหม่
    • กิจกรรม WALK ABOUT ON TRACK / PIT WALK ที่มีทั้งนักแข่ง รถแข่ง ที่ทุกคนได้ไปสัมผัส
    • สนุกกับคอนเสิร์ต จากพิธีกรสายฮา ซานิ นิภาภรณ์ และร็อคสุดมันส์ จากวงไททศมิตร
    • GR FAST FUN SHOW ขับโดยนักแข่งจาก จากทีม Toyota Gazoo Racing Thailand และ GR TRIPLE DRIFT SHOW โดยนักขับมืออาชีพ ระดับแชมป์ อย่าง เป้, ปอนด์ และ พีท ทองเจือ ที่เรียกเสียงความมันส์ได้อย่างสะใจ
    • โซนจัดแสดงนิทรรศการ Make EverBetter Cars From Circuit to the Road จัดแสดงรถ GR Model อาทิ GR Supra และ GR Corolla รวมไปถึงยนตกรรม เชื้อเพลิงทางเลือก Carbon Neutral Fuel เพื่อเสริมสร้าง ความเป็นกลางทางคาร์บอน
    • กิจกรรมการประกวดถ่ายภาพ และ TIKTOK Contest
    • กิจกรรม Pit Service Challenge ที่เปิดโอกาสให้น้องๆ เยาวชนได้ร่วมแข่งขันและใช้ทักษะในการเปลี่ยนยางได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
    • การเปิดพื้นที่แสดงดนตรีสด โดยวงดนตรีจากสถานบันศึกษาในจังหวัดภูเก็ต
    • กิจกรรม Balance Bike Kids (จักรยานขาไถ) สำหรับน้องๆ ที่เข้าร่วมแข่งขันในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับความสนใจและเสริมพัฒนาการทางร่างกายและสร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง
    • บูธของที่ระลึกจาก GR Collection ที่จับมือกับแบรนด์ CARNIVAL จัดแสดงสินค้าเป็นครั้งแรกในงาน
    • สินค้าอุปกรณ์ตกแต่ง พร้อมโปรโมชั่นสุดพิเศษ จากบูธสปอนเซอร์ต่างๆ
    • เหล่า Car Club และแฟนมอเตอร์สปอร์ต พร้อมรถแต่งจัดเต็ม ร่วมพูดคุย Meet & Greet กับศิลปินและอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง อย่าง เบียร์ ใบหยก
    • พบข้อเสนอสุดพิเศษ ภายในบูธผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดภูเก็ต และพันธมิตร

    มันส์กันต่อกับ Toyota Gazoo Racing Thailand สนามที่ 3 และ 4

    13-14 กันยายน นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

    แฟนพันธุ์แท้กีฬามอเตอร์สปอร์ต ห้ามพลาด!


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายต่อเนื่อง จับมือกลุ่มอารีมิตรเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ครอบคลุม 3 จังหวัด สร้างความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจในภาคอีสาน

    1 Min Read

    มาสด้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายต่อเนื่อง จับมือกลุ่มอารีมิตรเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ ครอบคลุม 3 จังหวัด สร้างความแข็งแกร่งด้านเศรษฐกิจในภาคอีสาน

    มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับกลุ่มอารีมิตร กลุ่มธุรกิจรถยนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดในพื้นที่อีสานเหนือ และเป็นผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2560 ประกาศทุ่มงบประมาณกว่า 100 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่ทำเลศักยภาพสูงเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ในจังหวัดมหาสารคาม รองรับการบริการลูกค้าในภาคตะวันออกเฉียงเหนือครอบคลุมทั้งจังหวัดมหาสารคาม, กาฬสินธุ์ และร้อยเอ็ด พร้อมส่งมอบบริการภายใต้ปรัชญา “Enjoy the Moment with Areemit Mazda” เน้นสร้างความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหลักในทุกการปฏิบัติงาน พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษเนื่องในโอกาสเปิดโชว์รูมใหม่ เมื่อจองรถมาสด้าที่อารีมิตร รับโชค 2 ต่อ รวมมูลค่า 190,000 บาท ต่อที่ 1 ลุ้นรับโชครางวัลมูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท ต่อที่ 2 รับบัตรน้ำมันรวมมูลค่า 140,000 บาท และเมื่อนำรถมาสด้าเข้ารับบริการที่อารีมิตร ลุ้นรับโชคคูปองส่วนลดทันที มูลค่าสูงสุด 500 บาท ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 31 สิงหาคม 2568  นอกจากนี้ มาสด้า อารีมิตร ยังมีแผนในการเปิดโชว์รูมแห่งใหม่ในจังหวัดร้อยเอ็ดที่พร้อมเปิดให้บริการเร็ว ๆ นี้

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การขยายโชว์รูมและศูนย์บริการเพิ่มขึ้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การเพิ่มจำนวนสาขาเท่านั้น แต่เป็นการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ทั้งในด้านการบริการที่ได้มาตรฐานเดียวกัน ความสะดวกสบายในการเข้ารับการบริการ และการเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ซึ่งความร่วมมือกับกลุ่มอารีมิตรในครั้งนี้ถือเป็นการขยายการลงทุนเพิ่มเติมในจังหวัดมหาสารคาม จึงเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเกี่ยวกับกลยุทธ์การพัฒนาเครือข่ายของมาสด้า ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้ามาเป็นอันดับหนึ่ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศ และตอบสนองความต้องการของลูกค้าในปัจจุบันรวมถึงในอนาคต ซึ่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีกลุ่มลูกค้ามาสด้าอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ดังนั้น การเปิดโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความสะดวกและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น

    จากความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจรถยนต์มาอย่างยาวนาน ทำให้กลุ่มอารีมิตรมั่นใจกับแบรนด์มาสด้าเป็นอย่างมาก ประกาศเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ได้ทุ่มเงินลงทุนในจังหวัดกาฬสินธุ์ 120 ล้านบาท และในจังหวัดมหาสารคามอีก 100 ล้านบาท และในเร็ว ๆ นี้ เตรียมขยายไปยังจังหวัดร้อยเอ็ดโดยจะเริ่มดำเนินการภายในเดือนตุลาคมนี้ ด้วยการเพิ่มการลงทุนอีก 100 ล้านบาท เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยยึดหลักการบริหารงาน คือ การมุ่งมั่นสร้างยอดขาย ไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาคุณภาพของการบริการหลังการขายสู่ความเป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าในทุก ๆ ด้าน ผ่านแนวคิด ”ความพึงพอใจสูงสุด คือมาตรฐานการทำงานของเรา” โดยได้วางกลยุทธ์การสร้างความแตกต่างผ่านการยกระดับมาตรฐานโชว์รูมในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด พร้อมมุ่งสร้างแบรนด์ให้ก้าวสู่ระดับพรีเมียม โดยตั้งเป้าส่วนแบ่งการตลาดให้ได้มากกว่า 10%

    “ด้วยประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจด้านยานยนต์มากกว่า 30 ปี ของ บริษัท อารีมิตร กรุ๊ป จึงทำให้มีความชำนาญในการดูแลลูกค้า รวมถึงความพร้อมด้านบุคลากร ช่างซ่อม ทีมงานขาย และการให้บริการแบบมืออาชีพ ตั้งแต่เข้ามาดำเนินธุรกิจรถยนต์มาสด้าก็คว้ารางวัลการันตีความสำเร็จมากมาย ทั้งรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม หรือ Mazda Dealer of Excellence Award ถึง 4 ปี ติดต่อกัน เราจึงมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าโชว์รูมและศูนย์บริการแห่งใหม่ที่ดำเนินงานภายใต้มาสด้าอารีมิตร จะส่งมอบการประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าที่มาใช้บริการได้อย่างแน่นอน” นายธีร์ กล่าว

    นางพิกุล อุตรนคร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด กล่าวว่า โชว์รูม มาสด้า อารีมิตร สาขา มหาสารคาม ตั้งอยู่บนพื้นทั้งหมด 3,600 ตารางเมตร แบ่งออกเป็นพื้นที่โชว์รูมและพื้นที่ส่วนงานบริการ ที่สามารถรองรับงานเช็กระยะและงานซ่อมได้กว่า 500 คันต่อเดือน โดยตั้งอยู่บนทำเลศักยภาพซึ่งเป็นย่านชุมชนและเขตเศรษฐกิจหลักของจังหวัดมหาสารคาม อยู่บนถนนสายหลักมีความสะดวกสบายในการเดินทาง และอยู่ใกล้กับสถานที่สำคัญของจังหวัด เช่น เทศบาลเมืองมหาสารคาม ถนนนครสวรรค์ ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อไปยังจังหวัดร้อยเอ็ด และยังมีระยะห่างจากจังหวัดร้อยเอ็ดเพียง 30 กม. ทำให้ลูกค้าในจังหวัดร้อยเอ็ดสามารถเดินทางมารับบริการที่โชว์รูมได้ใกล้ขึ้น ซึ่งส่งผลให้โชว์รูมและศูนย์บริการแห่งนี้จะเป็นจุดเชื่อมต่อที่สามารถรองรับลูกค้าจากทั้งสองจังหวัดได้

    นายณัฐพล อุตรนคร กรรมการผู้จัดการขาย บริษัท อารีมิตร มาสด้า จำกัด กล่าวว่า ที่มาสด้า อารีมิตร เรายึดหลักแนวคิด “Enjoy the Moment with Areemit Mazda” ที่สะท้อนถึงปรัชญาการทำงานที่เน้นสร้างความพึงพอใจของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง เมื่อลูกค้ามารับบริการกับเราจะได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุก ๆ ขั้นตอน ตั้งแต่การติดต่อประสานงาน การเข้ารับบริการ รวมถึงมีความพร้อมของห้องรับรองลูกค้า ที่พร้อมให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่ดีและอบอุ่นในระหว่างรอรับรถ และในส่วนของงานบริการก็เช่นกัน เรามีทีมช่างและพนักงานที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย ด้วยเหตุนี้ เราจึงมั่นใจว่าโชว์รูมแห่งใหม่จะสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัด ได้เป็นอย่างดี

    “มาสด้า อารีมิตร มุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน ทั้งด้านการขาย การบริการหลังการขาย รวมถึงศูนย์ซ่อมสีและตัวถังมาตรฐานแบบครบวงจร โดยยึดมั่นในคุณภาพและความพึงพอใจของลูกค้าเป็นหัวใจสำคัญของการดำเนินงาน ทุกบริการของเราดำเนินการโดยทีมช่างผู้ชำนาญและพนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมตามมาตรฐานจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย พร้อมมอบความมั่นใจด้วยการรับประกันงานซ่อมและอะไหล่สูงสุดถึง 20,000 กิโลเมตร หรือ 1 ปีเต็ม ลูกค้าจึงมั่นใจได้ว่าเราจะให้การดูแลลูกค้าเสมือนคนในครอบครัว เพราะลูกค้าทุกคนคือคนพิเศษสุด เพื่อให้ลูกค้าไว้วางใจและกลับมาใช้บริการกับเราตลอดไป” นายณัฐพล กล่าวเพิ่มเติม

    มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย และ มาสด้า อารีมิตร พร้อมแล้วที่จะเดินหน้าสร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับลูกค้าทุกคน ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ เพื่อแทนคำขอบคุณที่เลือกใช้มาสด้าเป็นรถยนต์คู่ใจไปตลอดการเดินทาง โดยลูกค้ามาสด้าทั้ง 3 จังหวัด หรือพื้นที่ใกล้เคียงสามารถเข้ารับการบริการได้แล้วทั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment