• GAC ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญ! จัดงาน AION UT Play Day สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า AION UT ครบ 1,000 คันในประเทศไทย

    1 Min Read

    GAC ฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญ! จัดงาน AION UT Play Day สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า AION UT ครบ 1,000 คันในประเทศไทย

    GAC ประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จและความมุ่งมั่นในการทำตลาดในประเทศไทย ด้วยการจัดงานเฉลิมฉลองครั้งยิ่งใหญ่ “AION UT : Play Day” เนื่องในโอกาสส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้า Compact SUV รุ่นยอดนิยมอย่าง AION UT ให้กับลูกค้าชาวไทยครบ 1,000 คัน ตอกย้ำถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์ เทคโนโลยี และสมรรถนะของตัวรถ

    งาน “AION UT : Play Day” จัดขึ้นอย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง ณ โอบ ราชพฤกษ์ โดย GAC ได้เชิญลูกค้าคนสำคัญของ AION UT กว่า 100 ท่าน มาร่วมเฉลิมฉลองและรับมอบรถยนต์ในบรรยากาศสุดพิเศษ ภายในงานได้เปิดพื้นที่ให้คณะผู้บริหารได้พบปะพูดคุยกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของแบรนด์ที่ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการขาย แต่ให้ความสำคัญกับการสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำและความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า

    บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยรอยยิ้มและความประทับใจ โดย GAC ได้เตรียมกิจกรรมสนุกๆ ที่สร้างสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษเพื่อให้แขกผู้มีเกียรติได้ร่วมสนุกและสร้างความทรงจำที่ดีตลอดทั้งวัน ก่อนจะปิดท้ายด้วยมื้อค่ำสุดพิเศษเคล้าเสียงดนตรีสด และกิจกรรม Lucky Draw เพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้ความไว้วางใจ ในรถยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะจาก GAC

    นอกจากนี้ ภายในงานยังได้รับเกียรติจากอินฟลูเอนเซอร์ด้านรถยนต์ชื่อดัง คุณปวรวัจน์ ภานุพัฒน์บวรชัย หรือ “คุณแชมป์ 300 Garagelife” ซึ่งได้ให้ความไว้วางใจตัดสินใจเลือกซื้อรถยนต์ไฟฟ้า AION UT เป็นรถคู่ใจคันใหม่ โดยคุณแชมป์ยังเป็นลูกค้าคนสำคัญที่รับมอบรถ AION UT เป็นคันที่ 1,000 ของประเทศไทย ซึ่งได้ให้เกียรติขึ้นรับมอบช่อดอกไม้แสดงความยินดีจากคณะผู้บริหารบนเวที สร้างสีสันและตอกย้ำถึงความน่าเชื่อถือของแบรนด์ GAC ในกลุ่มผู้ที่รักและชื่นชอบรถยนต์ตัวจริง

    Mr. Andrew Wang ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไอออน ออโตโมบิล เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความสำเร็จในการส่งมอบ AION UT ครบ 1,000 คันในระยะเวลาอันรวดเร็ว คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า AION UT สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าชาวไทยได้อย่างตรงจุด งานในวันนี้จึงไม่ใช่แค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นการแสดงความขอบคุณจากใจจริงที่เรามีต่อลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจเลือก GAC เราขอยืนยันว่านอกจากการพัฒนารถยนต์ที่มีคุณภาพแล้ว เราให้ความสำคัญสูงสุดกับบริการหลังการขายที่ดีเยี่ยม เพื่อให้ลูกค้าทุกท่านอุ่นใจและมั่นใจได้ตลอดการใช้งาน และนี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้าง AION Community ที่แข็งแกร่ง ซึ่งเราจะเดินหน้ามอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าของเราต่อไป

    GAC ยังให้ความสำคัญกับลูกค้าที่ได้สั่งจองรถยนต์ AION UT เข้ามาก่อนการเปิดตัวและประกาศราคาอย่างเป็นทางการในวันที่ 24 มิถุนายนที่ผ่านมา โดยบริษัทฯ ขอยืนยันว่า จะเร่งดำเนินการและทยอยส่งมอบรถให้กับลูกค้ากลุ่มดังกล่าวให้ทันภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้อย่างแน่นอน

    การจัดงาน “AION UT : Play Day” ในครั้งนี้ ไม่เพียงเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่น แต่ยังเป็นการประกาศความพร้อมของ GAC ในการเดินหน้ารุกตลาดรถยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมตอบสนองทุกความต้องการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าชาวไทย และสร้างแบรนด์ให้เป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์คนไทยอย่างยั่งยืน

    สำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ไฟฟ้า AION UT สามารถเข้าไปสัมผัสและทดลองขับรถได้ ที่ตัวแทนจำหน่าย GAC ทั่วประเทศ

    เกี่ยวกับ GAC Group

    GAC Group เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับโลกที่มุ่งมั่นส่งมอบคุณค่าให้กับอุตสาหกรรม ผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง นวัตกรรมล้ำสมัย และบริการที่ยอดเยี่ยม โดยมีเป้าหมายในการก้าวสู่ระดับแนวหน้าของผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของโลกที่น่าเชื่อถือในระดับโลก โดย GAC Group ได้ก้าวสู่ตลาดรถยนต์โลกอย่างเป็นทางการในปี 2013 และเติบโตเข้าสู่ตลาดอย่างมั่นคง ด้วยการยึดมั่นในคุณค่าแห่ง “คุณภาพระดับแนวหน้าและเทคโนโลยีล้ำสมัย” พร้อมหลักการ “ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง บริการจากภายใน” เพื่อสร้างแบรนด์ที่เชื่อถือในเวทีสากล และยกระดับประสบการณ์ของผู้ใช้งานทุกมิติ

    ปัจจุบัน GAC Group มีสำนักงานใหญ่จำนวน 5 แห่ง ครอบคลุมกว่า 74 ประเทศทั่วโลก ได้แก่ ประเทศอเมริกา, ยุโรป, เอเชียแปซิฟิก, กลุ่มประเทศ CIS และอียิปต์ เสริมศักยภาพการขยายตัวในตลาดต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ด้วยการขับเคลื่อนนวัตกรรมที่โดดเด่นและวัฒนธรรมขององค์กรที่แข็งแกร่ง

    ด้วยความสำเร็จที่โดดเด่น GAC Group ได้รับการจัดอันดับใน Fortune Global 500 ต่อเนื่องถึง 12 ปี โดยในปี 2024 อยู่ที่อันดับ 181 มีบุคลากรระดับแนวหน้ากว่า 100,000 คน ครอบคลุม 15 ประเทศทั่วโลก รวมถึงทีมวิจัยและพัฒนา (R&D) กว่า 6,000 คนที่เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

    GAC Group มีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D Centers) ในจีน สหรัฐอเมริกา และอีกหลากหลายประเทศ พร้อมครอบครองเทคโนโลยีด้านสิทธิบัตรหรือสิทธิการอนุญาตกว่า 18,600 รายการ และผลงานการพัฒนาอัจฉริยะกว่า 7,500 รายการ ครอบคลุมเทคโนโลยีและนวัตกรรมขององค์กร

    ด้านศักยภาพทางผลิต GAC Group มียอดขายกว่า 2.5 ล้านคันในปี 2023 ติดอันดับ 4 ของอุตสาหกรรมยานยนต์จีน โดยปัจจุบันมีแบรนด์รถยนต์ในเครือที่ยืนหยัดด้วย 3 แบรนด์ได้แก่ AION, HYPTEC และ GAC Motor นอกจากนี้ GAC Group ยังเป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์กับแบรนด์ชั้นนำในผู้ผลิตชั้นนำ ได้แก่ HONDA และ TOYOTA ผ่านบริษัทระหว่าง GAC HONDA และ GAC TOYOTA

    ในฐานะผู้นำอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ GAC Group ใช้ Big Data ขับเคลื่อนโซลูชันพลังงานอัจฉริยะ และระบบ AI ผ่านการทดสอบที่มีความแม่นยำสูงถึง 95% พร้อมยกระดับขอบเขตการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ตั้งแต่การผลิต พัฒนา เทคโนโลยี ไปจนถึงการให้บริการระดับโลก

    GAC Group ไม่เพียงแค่เป็นผู้นำด้านยานยนต์ แต่ยังเน้นย้ำถึงการดำเนินธุรกิจด้วยจริยธรรม ความโปร่งใส และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ความพึงพอใจมากกว่า เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าให้แก่ผู้บริโภคทั่วโลก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฤดูฝนนี้…รถ EV พร้อมแค่ไหน? เช็ก 5 สิ่งที่ประกันรถยนต์ไฟฟ้าควรมี

    1 Min Read

    ฤดูฝนนี้…รถ EV พร้อมแค่ไหน? เช็ก 5 สิ่งที่ประกันรถยนต์ไฟฟ้าควรมี

    เมื่อกระแสความนิยมใช้รถไฟฟ้า (EV) ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สิ่งที่ต้องพิจารณาจึงไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของรุ่นรถ แบรนด์ หรือประสิทธิภาพของแบตเตอรี่  ผู้ซื้อรถ EV ในปัจจุบัน มีเกณฑ์การพิจารณาเพื่อเลือกซื้อรถที่เปลี่ยนไป ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับปัจจัยเรื่องฤดูกาล ต้นทุนค่าซ่อมบำรุงที่สูงขึ้น และความต้องการใช้รถในระยะยาว ในยุคนี้ “ประกันภัย” จึงไม่ใช่เรื่องรองอีกต่อไป แต่คือเรื่องสำคัญที่ควรให้ความสำคัญตั้งแต่ตัดสินใจออกรถ EV คันใหม่ รู้ใจประกันภัย ผู้นำด้านประกันภัยดิจิทัล มีข้อมูลเชิงลึกที่น่าสนใจมาแบ่งปันให้ผู้ขับขี่ชาวไทย ได้ตัดสินใจซื้อรถได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น และยังได้ร่วมสร้างถนนที่ปลอดภัยในการใช้รถไปด้วยกัน

    “รถไฟฟ้ากำลังเปลี่ยนโฉมหน้าการเดินทางในประเทศไทย กระนั้นการขับขี่ที่ชาญฉลาดยังต้องเริ่มต้นด้วยความคุ้มครองที่ชาญฉลาดเช่นกัน” นายนิโคลาส ฟาเกต์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทรู้ใจกล่าว “รู้ใจไม่เพียงก้าวทันอนาคต เรายังสร้างอนาคตไปพร้อมกันด้วย  ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ลูกค้าสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับงบประมาณและไลฟ์สไตล์ของพวกเขา ที่ตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะบุคคล การเติบโตที่ยั่งยืน พร้อมไปกับการลดความเสี่ยงและสอดคล้องไปกับพฤติกรรมของลูกค้าที่เปลี่ยนไป  เรามุ่งมั่นที่จะส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัย และนำเสนอประกันภัยที่ตอบโจทย์ชีวิตของผู้ขับขี่ในปัจจุบัน”

    คุ้มครองรถ EV ของคุณจากน้ำท่วมและความเสียหายจากฤดูฝน

    เมื่อฤดูฝนมาเยือน พร้อมกับความเป็นจริงที่ผู้ที่จะซื้อรถ EV หลายคนอาจไม่ได้คาดคิด ทั้งน้ำท่วมฉับพลัน ถนนลื่น หรือทัศนวิสัยการขับขี่ที่ลดลง ซึ่งนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝัน และสำหรับรถ EV สิ่งเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อระบบเซ็นเซอร์ ระบบเบรก และชุดควบคุมอิเล็กทรอนิกส์  รู้ใจจึงออกแบบประกันรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 ที่ครอบคลุมความเสียหายจากน้ำท่วมและภัยธรรมชาติ พร้อมบริการเสริมช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง เพื่อให้ลูกค้ารับมือกับเหตุไม่คาดฝันได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัย

    บริการเสริมช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง ของรู้ใจ ประกอบด้วย:

    • เปลี่ยนยางฉุกเฉินนอกสถานที่
    • บริการลากรถฟรีไปยังอู่หรือจุดชาร์จที่ได้รับรอง หากรถเสียหรือแบตเตอรี่หมด
    • ซ่อมแซมเบื้องต้น ณ จุดเกิดเหตุ

    คุ้มครองเครื่องชาร์จติดผนัง (Wall Charger) ที่บ้าน

    ขณะที่โครงสร้างพื้นฐานด้านสถานีชาร์จไฟฟ้าในประเทศไทยยังมีบริการไม่ทั่วถึง รู้ใจเล็งเห็นถึงกระแสความนิยมในการติดตั้งเครื่องชาร์จไฟติดผนังที่บ้าน แต่ด้วยราคาที่สูงถึงหลักแสนบาท ไม่รวมค่าติดตั้งและปรับปรุงระบบไฟฟ้า  รู้ใจจึงมอบความคุ้มครองเสริมสำหรับ Wall Charger ที่คุ้มครองความเสียหายขณะชาร์จรถยนต์ ที่ช่วยให้เจ้าของรถ EV มั่นใจยิ่งขึ้น

    รู้ใจคุ้มครองแบตเตอรี่สูงสุด 100%

    แบตเตอรี่คือหัวใจของรถ EV และเป็นส่วนประกอบที่แพงที่สุดของรถ การซ่อมหรือเปลี่ยนเมื่อเกิดอุบัติเหตุอาจมีค่าใช้จ่ายสูงถึงหลักแสนบาท ประกันรถยนต์ไฟฟ้าชั้น 1 ของรู้ใจครอบคลุมการเปลี่ยนแบตเตอรี่ตามอายุการใช้งานของรถ โดยคุ้มครองแบตเตอรี่สูงสุด 100% สำหรับรถอายุไม่เกินหนึ่งปี และลดลงตามลำดับเหลือ 50% สำหรับรถที่มีอายุห้าปีขึ้นไป โดยความคุ้มครองจะครอบคลุมความเสียหายจากอุบัติเหตุรถชน ไฟไหม้ น้ำท่วม ภัยธรรมชาติ และการโจรกรรม พร้อมการซ่อมโดยศูนย์ซ่อมชั้นนำทั่วประเทศ

    รับประกันงานซ่อมนาน 12 เดือน

    รู้ใจ รับประกันบริการซ่อมโดยผู้เชี่ยวชาญสำหรับผู้ใช้รถ EV ทั่วประเทศ โดยผู้ถือกรมธรรม์สามารถเข้ารับบริการได้ที่ศูนย์ซ่อมรถยนต์ไฟฟ้าในเครือทั่วประเทศ   ซึ่งมีช่างผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง พร้อมอุปกรณ์ที่สามารถจัดการกับระบบ EV ขั้นสูง รวมถึงการสอบเทียบเซ็นเซอร์และตรวจเช็กแบตเตอรี่ พร้อมรับประกันงานซ่อมนาน 12 เดือน เพื่อความมั่นใจในคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัย

    ประสบการณ์ประกันภัยดิจิทัลเต็มรูปแบบ

    รู้ใจ ยืนหยัดในฐานะผู้นำด้านประกันภัยดิจิทัล โดยลูกค้าสามารถซื้อ เปรียบเทียบ และปรับแต่งความคุ้มครองได้สะดวกผ่านเว็บไซต์ 24 ชม. โดยไม่ต้องใช้เอกสาร พร้อมทั้งสามารถแจ้งเคลมทันทีผ่านฟีเจอร์ VDO Claim บนแอปพลิเคชันได้โดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่มาถึงที่เกิดเหตุในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเพียงเล็กน้อย สะท้อนถึงพันธกิจของรู้ใจที่ทำให้ประกันภัยเป็นเรื่องง่าย รวดเร็ว และยืดหยุ่นตามความต้องการของผู้ขับขี่

    รู้ใจ ไม่เพียงมอบความคุ้มครอง แต่เป็นผู้ให้บริการประกันภัยที่มุ่งสร้างถนนที่ปลอดภัย รู้ใจกำลังพัฒนาเครื่องมือที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่เข้าใจพฤติกรรมของตนและความเสี่ยงในเชิงลึกยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการปูรากฐานสำหรับประกันภัยยุคใหม่ในประเทศไทย

    “เราเชื่อว่าอนาคตของประกันภัยจะไม่ใช่แค่เรื่องของการคุ้มครอง แต่คือการป้องกัน” นายนิโคลาส กล่าวเสริม “รู้ใจมุ่งพัฒนานวัตกรรมที่ทำให้ประกันภัยฉลาดขึ้น เรียบง่ายขึ้น และตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้จริง ขณะที่ยังส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยทั่วประเทศ” เมื่อจำนวนผู้ใช้รถ EV เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รู้ใจจะเป็นพันธมิตรที่ไว้ใจได้ในทุกการเดินทาง

    ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า ขับเคลื่อนด้วยความเข้าใจ ขับเคลื่อนอย่างปลอดภัย — กับรู้ใจ

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมหรือรับใบเสนอราคาได้ที่ www.roojai.com หรือโทร 02 080 9191

    No Comment
  • กลุ่ม PTG ชูธงผู้นำแห่งการให้ สานต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน” ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ตามแนวคิด ESG ณ ต.สระสี่มุม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

    1 Min Read

    กลุ่ม PTG ชูธงผู้นำแห่งการให้ สานต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน” ส่งเสริมคุณภาพชีวิต เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน ตามแนวคิด ESG ณ ต.สระสี่มุม อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำการบริการในธุรกิจพลังงานครบวงจรของประเทศ ชูธงผู้นำแห่งการให้ สานต่อโครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน” นำพนักงานกว่า 50 คน ร่วมสนับสนุนคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนตำบลสระสี่มุม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม เพื่อให้ทุกคนในชุมชน “อยู่ดีมีสุข” ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน” เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน

     

    นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG  เปิดเผยว่า “PTG ดำเนินธุรกิจและเติบโตเคียงคู่กับคนไทยมากว่า 37 ปี ซึ่งบริษัทฯ มีความตระหนักดีในการให้ความช่วยเหลือสังคม ส่งเสริมคุณภาพชีวิตของชุมชน เพื่อเป้าหมายสู่ความยั่งยืน โดยบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม สังคม และหลักธรรมาภิบาล จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) มาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “พีที ค่ายอาสาทำจริงไม่ทิ้งกัน””

    สำหรับกิจกรรม CSR ในครั้งนี้ จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 2 สิงหาคม 2568 ณ โรงเรียนวัดดอนเตาอิฐ ตำบลสระสี่มุม อำเภอกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม ซึ่งเป็นอีกพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินกิจการทั้งสถานีบริการน้ำมันพีที และบริษัทฯ ในเครือ โดยกิจกรรมหลักคือโครงการ “พีที ชุมชนตาสว่าง” กิจกรรมส่งเสริมสุขภาพอนามัย พัฒนาด้านความ เป็นอยู่ของคนในชุมชน บริการวัดสายตาประกอบแว่น และให้ความรู้เรื่องดวงตากับผู้สูงอายุ ปัจจุบันเรามอบแว่นตาให้ผู้สูงอายุไปแล้วกว่า 6,100 คน และในชุมชนนี้จะเพิ่มอีกจำนวน 500 คน เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

    นอกจากนี้ยังได้ร่วมพัฒนาคุณภาพการศึกษา สนับสนุนทุนการศึกษาให้กับนักเรียนเรียนดีแต่ขาดแคลน ทุนทรัพย์ ที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนนี้ ทั้ง 5 สถานศึกษา จำนวน 40 ทุน ทุนละ 2,000 บาท พร้อมมอบทุนการ ศึกษาบุตรและธิดาของพนักงานเรียนดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ อีกจำนวน 10 ทุน ทุนละ 2,000 บาท รวมถึงสนับสนุนอุปกรณ์การเรียนการสอน อุปกรณ์กีฬา กล่องปฐมพยาบาล พร้อมมอบพันธุ์ผักสวนครัวสำหรับประกอบอาหารกลางวัน ทั้ง 5 สถานศึกษา สนับสนุนจินตนาการของน้อง ๆ ด้วยการจัดกิจกรรมประกวดวาดภาพระบายสีให้หัวข้อ “เด็กรุ่นใหม่ ก้าวไกลไปกับ พีที” เพื่อให้น้อง ๆ ได้นำศักยภาพของตัวเอง มาแสดงความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปะอย่างเปิดกว้าง สนับสนุนด้านโภชนาการให้กับน้อง ๆ นักเรียน โดยการสนับสนุนแปลงผักสวนครัวเพื่อน้อง พร้อมร่วมกันปลูกผักสวนครัวไม้กินได้ จำนวนกว่า 300 ต้น พร้อมมอบเชื้อเห็ดนางฟ้า จำนวนกว่า 1,000 ก้อน และสนับสนุนแปลงผักไฮโดรโปนิกส์ ให้กับโรงเรียนวัดดอนเตาอิฐ เพื่อให้น้อง ๆ ได้นำผลผลิตมาประกอบอาหารกลางวันในอนาคต อีกทั้งยังจัดกิจกรรมปลูกป่าสร้างปอด เพิ่มพื้นที่สีเขียวให้ชุมชน ณ พื้นที่สาธารณะวัดดอนเตาอิฐ ตำบลสระสี่มุม พร้อมกิจกรรมต้นไม้แลกยิ้ม มอบต้นไม้กินได้กว่า 300 ต้น เพื่อให้ชาวบ้านได้นำต้นไม้ กลับไปปลูก ที่บ้าน เพื่อให้ชาวบ้านใช้ประโยชน์ในอนาคตอย่างยั่งยืน

    ครั้งนี้ PTG ยังได้สนับสนุนหนังสือเสริมพัฒนาการ และนำอาสาสมัคร Gen Z จากมหาวิทยาลัยเกษตร ศาสตร์ วิทยาเขตกําแพงแสน มาร่วมกิจกรรม PT พี่อาสา สอนน้องเรียน พาน้องเล่น PT Gen Z English Fun เสริมสร้างความรู้สอดแทรกกิจกรรมนันทนาการภาษาอังกฤษให้กับน้อง ๆ และยังมีวงดนตรีนักศึกษามาสร้างสีสันกับเพลงเพราะ ๆ กับกิจกรรม PT Gen Z Music Concert ให้ทุกคนได้เพลิดเพลินกัน และ PTG ยังคำนึงถึงความปลอดภัยในการขับขี่ของคนในชุมชน ด้วยการจัดอบรมการขับขี่ปลอดภัยให้กับชาวบ้านในชุมชนนี้ นำวิทยากรด้านการจราจรพร้อมแจกหมวกกันน็อคให้กับผู้เข้าร่วมอบรม ได้ขับขี่อย่างถูกกฎจราจรและปลอดภัย พร้อมสนับสนุนหมวกกันน็อคสำหรับเด็ก ให้กับสถานศึกษาในตำบลสระสี่มุม จำนวน 100 ใบอีกด้วย

                PTG ยังใส่ใจความเป็นอยู่ของผู้คนในชุมชนแบบทุกมิติ ได้ไปเยี่ยมเยียนผู้ป่วยติดเตียง พร้อมมอบของอุปโภคบริโภคเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน จำนวน 10 ราย และเติมเต็มความสุขด้วยกิจกรรมสันทนาการให้กับชาวบ้านและน้อง ๆ เพื่อส่งต่อความสุขและรอยยิ้ม รวมถึงมอบของอุปโภคบริโภค และอาหารปรุงสุกพร้อมรับประทานตลอดงาน

     

    ทั้งนี้ นับตั้งแต่บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ได้จัดตั้งขึ้น บริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ เพื่อให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนตามความจำเป็นในหลากหลายด้าน ตลอดจนส่ง เสริมคุณภาพชีวิตให้กับคนในสังคม เพื่อให้คนไทย “อยู่ดีมีสุข”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี วาง NEW MG IM6 LONG RANGE ลุยตลาดครึ่งปีหลัง ชูจุดเด่น “วิ่งไกลถึง 750 กิโลเมตร” พร้อมเปิดตัววันที่ 22 สิงหาคม นี้

    1 Min Read

    เอ็มจี วาง NEW MG IM6 LONG RANGE ลุยตลาดครึ่งปีหลัง ชูจุดเด่น “วิ่งไกลถึง 750 กิโลเมตร” พร้อมเปิดตัววันที่ 22 สิงหาคม นี้

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยเตรียมเปิดตัว NEW MG IM6 LONG RANGE รุ่นย่อยล่าสุด ชูจุดเด่นเป็นหนึ่งในพรีเมียมอีวีรุ่นที่ “วิ่งได้ไกลและชาร์จได้ไวที่สุดในคลาส” ด้วยระยะทางวิ่งได้ไกลสูงถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จไวทันใจด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จแบบกระแสตรงสูงสุด 396 kW ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์และลดความกังวลในการใช้รถยนต์ไฟฟ้าของคนไทยด้วยเทคโนโลยีชาร์จเร็ว 10-80% เพียง 18 นาที  พร้อมเตรียมเผยโฉมอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2025 วันที่ 22 สิงหาคมนี้

     

    NEW MG IM6 รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมรุ่นล่าสุดจาก เอ็มจี โดดเด่นด้วยการเป็น The First ever Premium Intelligent e-SUV ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาดเมืองไทย ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขับเคลื่อนตัวตน บนความเป็นตัวเอง” (I’M WHO I’M) เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะที่ทรงพลัง ความปลอดภัยขั้นสูง และดีไซน์ที่ล้ำสมัย ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะ อาทิ แชสซีดิจิทัล IM Digital Chassis มอเตอร์ไฟฟ้า Permanent Magnet Synchronous Motor ระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ ระบบ One Touch iAD ฟังก์ชัน Crab Mode ระบบช่วงล่างถุงลมอัจฉริยะ และระบบความปลอดภัย Advanced Synchronized Protection System ที่ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับ 5 ดาวจาก China NCAP และดีไซน์เพื่อรองรับ EURO-NCAP ให้ความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาวด้วยการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน (LIFETIME WARRANTY) ตอกย้ำการเป็นหนึ่งในตัวเลือกระดับแนวหน้าของกลุ่ม Premium Intelligent e-SUV  ในเมืองไทย โดยนำร่องเปิดตลาดไปเมื่อต้นปีด้วย 2 รุ่นย่อย คือ รุ่น Premium 2WD และ รุ่น Performance AWD  เพื่อขยายทางเลือกให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น เอ็มจี ได้เตรียมเปิดตัว NEW MG IM6 LONG RANGE รุ่นย่อยใหม่ ลงสู้ศึกสมรภูมิอีวี ชูจุดเด่น e-SUV ที่ “วิ่งไกลกว่าและชาร์จไวกว่า” กับ 3 ความเด็ดเฉพาะของรุ่นนี้ประกอบด้วย วิ่งไกลกว่า ด้วยระยะทาง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน NEDC ชาร์จเร็วด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนแรงดันไฟฟ้า 800 โวลต์ รองรับการชาร์จ Quick Charge สูงสุด 396 kW ถือเป็นยนตรกรรมที่ผสานจุดเด่น “ชาร์จไวกว่า” และ “ขับได้ไกลกว่า” ไว้ในคันเดียว ตอบโจทย์ทั้งการเดินทางในเมืองและระยะไกลได้อย่างมั่นใจ พร้อมฟีเจอร์อัจฉริยะอีกมากมาย โดยมีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Big Motor Sale 2025 ซึ่งจะกลายเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของรถไฟฟ้าที่มีระยะทางการขับขี่ที่ไกล และชาร์จได้ไวในตลาด

     

    นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า
    NEW MG IM6 LONG RANGE คืออีกหนึ่งรุ่นสำคัญที่สะท้อนถึงการรับฟังเสียงลูกค้าของเอ็มจีอย่างแท้จริงเราเชื่อว่ารุ่นนี้จะเข้ามาเติมเต็มทางเลือกให้กับลูกค้าควบคู่ไปกับรุ่น Premium 2WD ซึ่งโดดเด่นด้วยระบบเลี้ยวสี่ล้อและระบบช่วยจอดอัตโนมัติที่ติดตั้งมาตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย รวมถึงรุ่น Performance AWD ที่ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาสมรรถนะสูงสุดด้วยพละกำลัง 778 แรงม้า และระบบช่วงล่างแบบถุงลม สำหรับรุ่น LONG RANGE นี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ขับขี่ได้ระยะไกลถึง 750 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างเดินทาง พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน การเปิดตัวรุ่นใหม่นี้จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของเอ็มจีในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาด และเดินหน้าขับเคลื่อนตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทยอย่างมั่นคง”

    *ระยะเวลาในการชาร์จ ขึ้นอยู่กับระดับแบตเตอรี่คงเหลือและกำลังของเครื่องอัดประจุไฟฟ้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • สรุป 5 เหตุผลที่ NEW GWM TANK 500 DIESEL เป็นรถ PPV ระดับพรีเมียมที่ควรมีอยู่คู่บ้านคนไทย

    1 Min Read

    สรุป 5 เหตุผลที่ NEW GWM TANK 500 DIESEL  เป็นรถ PPV ระดับพรีเมียมที่ควรมีอยู่คู่บ้านคนไทย

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ส่งมอบบทสรุป 5 ไฮไลต์สำคัญที่สะท้อนความต่างของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่เป็นมากกว่ารถยนต์ PPV 7 ที่นั่ง แต่เป็นทางเลือกที่ชาญฉลาดที่มอบทั้งความพรีเมียม ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอันล้ำสมัย รวมถึงความปลอดภัยที่จัดเต็ม พร้อมความคุ้มค่าในราคาแนะนำช่วงเปิดตัว เริ่มตั้งแต่ 1.399 – 1.629 ล้านบาท ที่ใครได้ครอบครองจะต้องตกหลุมรัก มอบคุณค่าอันทรงพลัง สำหรับผู้นำยุคใหม่ที่มองหาทั้งสมรรถนะ ความพรีเมียมเหนือระดับ และความยืดหยุ่นในทุกบทบาทของชีวิต ตอบโจทย์ทั้งเรื่องงาน ไลฟ์สไตล์ และครอบครัว โดยหลังจากเปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อ 24 กรกฎาคม 2568 ได้สร้างกระแสเป็นที่พูดถึงในวงกว้างและได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในไทย และถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกในรถกลุ่ม PPV ที่มอบความคุ้มค่าคุ้มราคาให้กับผู้ใช้ชาวไทย จากเหตุผลหลัก 5 ข้อดังต่อไปนี้

     

    • ดีไซน์ระดับ Flagship สะท้อนพลังผู้นำในทุกมิติของตัวตน: NEW GWM TANK 500 DIESEL ถ่ายทอดตัวตนของผู้นำผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมด้วยพลังและจิตวิญญาณแห่งความสำเร็จ เส้นสายที่เฉียบคม รูปทรงของตัวรถที่แข็งแกร่ง และความประณีตในรายละเอียด ล้วนสะท้อนความมั่นใจของผู้เป็นเจ้าของ ไม่ว่าจะจอดอยู่ในลานจอด หรือแล่นผ่านใจกลางเมือง รถคันนี้ไม่ใช่แค่สะดุดตา แต่ยังแสดงออกถึงวิสัยทัศน์ ความหนักแน่น และภาวะผู้นำที่ชัดเจน โดยเฉพาะในรุ่นสี Black Warrior ที่มอบลุคพรีเมียม เข้มขรึม สะท้อนรสนิยมเหนือระดับและพลังอำนาจในสไตล์สุขุมนุ่มลึก ปลุกเร้าความรู้สึกมั่นใจในทุกวินาที พร้อมสื่อถึงความสงบนิ่งและเด็ดขาดในทุกการตัดสินใจ เป็นการส่งต่อข้อความที่บอกโลกว่า “นี่คือผู้นำตัวจริง”

    • ห้องโดยสารเหนือระดับ ส่งมอบความพรีเมียมที่โอบรับทุกช่วงเวลา: ไม่ว่าชีวิตจะเร่งรีบเพียงใด การเดินทางกับ NEW GWM TANK 500 DIESEL คือช่วงเวลาแห่งการได้หายใจลึก ๆ ยาว ๆ หลังจากวันที่เหน็ดเหนื่อย ห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นโอเอซิสแห่งความเงียบสงบในโลกที่หมุนเร็ว เบาะหนัง Nappa แท้ที่นุ่มแน่นรับกับสรีระ พร้อมฟังก์ชันปรับไฟฟ้าและระบบนวดในรุ่น Ultra กระจกสองชั้นและระบบ Active Noise Cancellationป้องกันเสียงรบกวน การปรับจูนระบบช่วงล่างให้เหมาะกับถนนเมืองไทย สร้างประสบการณ์ระดับพรีเมียม พื้นที่ภายในกว้างขวางด้วยความจุสัมภาระสูงสุดถึง 795 ลิตรเมื่อพับเบาะหลัง เสริมด้วยระบบปรับอากาศแบบแยกโซนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง และระบบฟอกอากาศ N95 ที่สามารถกรองเชื้อโรคและ 5 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนรู้สึกสดชื่นแม้การเดินทางยาวนาน หน้าจอแสดงผลคู่ขนาด 12.3 นิ้ว และ 14.6 นิ้ว พร้อมระบบ Smart Interaction มอบการเชื่อมต่อที่ลื่นไหลและสะดวกสบาย พร้อมด้วย ambient light แบบปรับได้หลากสี ช่วยแต่งแต้มอารมณ์ให้กลมกลืนไปกับทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะกำลังขับผ่านแสงอาทิตย์ยามเช้า หรือลัดเลาะกลางค่ำคืนอันเงียบสงบ ทุกแสง สี เสียง และสัมผัสในห้องโดยสาร เพราะการเดินทางไม่ใช่แค่การพาไปถึงที่หมาย แต่คือการนำพาความรู้สึกที่ดีที่สุดในทุกโมเม้นต์คืนแก่ผู้เดินทาง

    • ระบบช่วยขับ L2+ เพราะความปลอดภัยคือการส่งมอบความรัก: ในส่วนสำคัญของการเดินทาง ความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญสำหรับคุณและคนที่คุณรัก NEW GWM TANK 500 DIESEL มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะระดับ L2+ ที่มองเห็นสิ่งที่นักเดินทางมองไม่เห็น และคิดแทนในช่วงเวลาที่ผู้ขับขี่กำลังเหนื่อยล้า รถยนต์รุ่นนี้โดดเด่นด้วยระบบ Adaptive Cruise Control ที่ควบคุมความเร็วและระยะห่างจากรถคันหน้าอย่างนุ่มนวล ผสานกับ Lane Keeping Assist ที่ช่วยให้รถอยู่ในเลนอย่างแม่นยำ แม้ในทางโค้งหรือช่วงเร่งรีบ เหนือไปกว่านั้น ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนและเบรกฉุกเฉินขณะถอยหลัง (Rear Cross-Traffic Alert & Braking), ระบบเตือนการชนด้านหน้า (FCW – Forward Collision Warning) รวมถึงจุดเด่นด้านโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ที่ได้รับการออกแบบขึ้นมาโดยเฉพาะสำหรับรถยนต์ในตระกูล GWM TANK เพื่อรองรับภารกิจหนักหน่วงและเส้นทางที่ท้าทาย ด้วยเฟรมแชสซีขนาดใหญ่ที่แยกออกจากตัวถัง เสริมด้วยเหล็กกล้าความแข็งแรงสูงในจุดสำคัญ ช่วยกระจายและดูดซับแรงกระแทกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปกป้องชิ้นส่วนสำคัญในทุกเส้นทาง เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่ได้มาแทนที่การขับขี่ แต่เข้ามาเติมเต็มความรู้สึกมั่นใจ ให้ทุกกิโลเมตรคือพื้นที่ที่ปลอดภัย และทุกเส้นทางคือโอกาสให้ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ในแบบของตัวเอง

    • หนึ่งเดียวเพื่อทุกบทบาท: NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกออกแบบมาเพื่อรองรับทุกมิติของชีวิต ไม่ว่าจะเป็นผู้นำองค์กรที่ต้องใช้ชีวิตในเมือง หรือนักเดินทางผู้แสวงหาความหมายใหม่ ๆ ในธรรมชาติ ด้วยดีไซน์หรูหราแต่ทรงพลัง เหมาะกับทั้งนักบริหาร เจ้าของกิจการ หรือหัวหน้าครอบครัวที่ต้องการความน่าเชื่อถือ ความมั่นใจ และความสะดวกสบายในทุกเส้นทาง ภายในเงียบสงบ พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อที่ช่วยให้ทุกประชุมหรือสื่อสารระหว่างเดินทางได้อย่างราบรื่นและม่านบังแดดสำหรับด้านหลัง ขณะที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย พร้อมลุยได้ทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นชายหาด ป่าเขา หรือทางลูกรัง ไม่ว่าจะทำงาน พักผ่อน หรือผจญภัย GWM TANK 500 DIESEL คือรถคันเดียวที่ตอบโจทย์ทุกบทบาทในชีวิตคุณ
    • ขุมพลังที่เชื่อมั่นได้ เพราะบางเส้นทางไม่อาจย้อนกลับ: ทุกการเดินทางคือการตัดสินใจ และ NEW GWM TANK 500 DIESEL คือคำตอบของผู้ที่ต้องการพลังที่มั่นใจได้ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ไกลแค่ไหน ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน (VGT) ที่ให้แรงบิดสูงถึง 480 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ การขับขี่จึงทรงพลังตั้งแต่ออกตัว ไม่ว่าจะเร่งแซง ลุยทางชัน ทั้งการขับขี่ในเมืองและนอกเมือง พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด (9AT) ที่ส่งผ่านกำลังได้อย่างลื่นไหล และช่วยประหยัดเชื้อเพลิงยิ่งกว่าเดิม และด้วยเทคโลยีเครื่องยนต์ดีเซลอันล้ำสมัย ที่ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญกับ NVH (Noise, vibration, harshness) แม้ภายนอกจะเต็มไปด้วยเสียงลมหรือถนนขรุขระ แต่การเดินทางก็ยังคงเงียบ นิ่ง และราบรื่น และเพื่อเติมเต็มความมั่นใจในระยะยาว GWM รับประกันเครื่องยนต์ดีเซลนานสูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เพราะบางเส้นทางในชีวิตไม่มีโอกาสให้ย้อนกลับอีกครั้ง รถที่ไว้ใจได้จึงไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือพลังใจตลอดทาง

    นี่คือ 5 เหตุผลที่สะท้อนทั้งสมรรถนะ ความพรีเมียม และมุมมองการใช้ชีวิตอย่างมีเป้าหมาย NEW GWM TANK 500 DIESEL ไม่เพียงเป็นยานยนต์อเนกประสงค์ PPV ระดับ Flagship แต่ยังเป็นตัวแทนของไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้นำยุคใหม่ที่ต้องการมากกว่าการขับขี่ทั่วไป GWM มุ่งมั่นที่จะเป็นแบรนด์ที่เข้าใจผู้ใช้ และส่งมอบนวัตกรรมที่ผสานความปลอดภัย เทคโนโลยี และอารมณ์ในการขับขี่ไว้อย่างกลมกลืน พร้อมเดินเคียงข้างผู้ใช้ในทุกเส้นทางของชีวิต

    NEW GWM TANK 500 DIESEL พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการใน 3 รุ่นย่อย ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นตกแต่งพิเศษ Black Warrior (เฉพาะรุ่น 2.4T ULTRA และ 2.4T ULTRA 4WD) ในราคาแนะนำในช่วงการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ดังนี้

    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T PRO ราคา 1,399,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA* ราคา 1,499,000 บาท
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T ULTRA 4WD* ราคา 1,599,000 บาท

    (*ทั้ง ULTRA และ ULTRA 4WD มาพร้อมสีพิเศษ Black Warrior ซึ่งจะมีราคาเพิ่มจากรุ่นปกติ 30,000 บาท)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า ลงนามสัญญา GR GARAGE เปิดตัวผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GR Performance อย่างเป็นทางการ

    1 Min Read

    โตโยต้า ลงนามสัญญา GR GARAGE เปิดตัวผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GR Performance อย่างเป็นทางการ

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยตัวแทนจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ประกอบด้วย คุณพิเทพ จันทรเสรีกุล บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด คุณจิรเดช สมภพรุ่งโรจน์ บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด คุณสุชาวดี ประโยชน์อมร ภาณุประภา พร้อมด้วย คุณคาร์ล ออพเพนบอร์น บริษัท โตโยต้า ธนบุรี จำกัด คุณเรืองชัย จิตรสกุล บริษัท โตโยต้าริช จำกัด คุณกมลพงศ์ สงวนตระกูล บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด และ คุณชัยภัทร ณ ระนอง บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่าย     โตโยต้า จำกัด ร่วมเป็นเกียรติในพิธีลงนามสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย GR GARAGE ประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2568 ณ TOYOTA ALIVE ถนนบางนา-ตราด กม.3

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งสร้างแบรนด์ GR ในประเทศไทยอย่างจริงจัง โดยเริ่มจากแผนการดำเนินงานที่มุ่งเน้นจากการจำหน่ายรถยนต์ตระกูล GR Series ซึ่งเป็นรถยนต์ที่ได้รับการพัฒนาจาก Toyota Gazoo Racing ในประเทศญี่ปุ่น และยังมีแผนแนะนำรถยนต์สมรรถนะสูง GR Performance อย่างต่อเนื่องในอนาคตอีกด้วย

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เปิดเผยว่า นับตั้งแต่การเปิดตัว GR Supra ในปี พ.ศ. 2562 โตโยต้ามีเป้าหมายมากกว่าการจำหน่ายรถยนต์ เรามุ่งมั่นในการสร้างแบรนด์ GR ให้แข็งแกร่ง ภายใต้แรงบันดาลใจจากโลกของมอเตอร์สปอร์ต และความยึดมั่นในจิตวิญญาณแห่งการขับขี่อย่างแท้จริง ทำให้ GR จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่ตราสัญลักษณ์ แต่เป็นปรัชญาแห่งการพัฒนารถยนต์ให้ดียิ่งขึ้นผ่านการแข่งขัน ให้กับลูกค้าชาวไทย

    สำหรับบทบาทและความรับผิดชอบของ GR GARAGE นั้น จะเป็นยิ่งกว่าการเป็นโชว์รูมจำหน่ายรถยนต์ แต่เป็นจุดเชื่อมโยงประสบการณ์ของแบรนด์ GR อย่างเต็มรูปแบบ โดยโตโยต้าได้ริเริ่มโครงการ GR GARAGE ผ่านการลงนามในสัญญาแต่งตั้งผู้แทนจำหน่าย GR GARAGE ประจำปี 2568 ร่วมกับ GR GARAGE เป็นครั้งแรกในประเทศไทย จำนวน 6 แห่ง ในวันนี้

    ทั้งนี้ในปัจจุบัน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย มีการจำหน่ายรถยนต์ GR จำนวน 2 รุ่น คือ GR Yaris และ GR Corolla และภายในสิ้นปีนี้ เรามีแผนที่จะขยายการจำหน่ายรถยนต์เพิ่มอีก 2 รุ่น ทำให้ภายในปี 2568 โตโยต้าจะจำหน่ายรถยนต์ GR Series รวมทั้งสิ้น 4 รุ่น”

    สำหรับ GR Garage จะเป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ GR Performance อย่างเป็นทางการ โดยมีผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าที่ให้ความสนใจสมัครหลายแห่ง ที่มีความรักในแบรนด์และผลิตภัณฑ์ GR รวมถึงกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตในประเทศ บริษัทฯ มีการคัดเลือก GR Garage อย่างเป็นทางการ 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่

    กรุงเทพฯ

    • GR Garage Krungthai (บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด)
    • GR Garage K.Motors (บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
    • GR Garage Thonburi (บริษัท โตโยต้า ธนบุรี จำกัด)

    ภาคเหนือ

    • GR Garage Rich (บริษัท โตโยต้าริช จำกัด)

    ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    • GR Garage Khonkaen (บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)

    ภาคใต้

    • GR Garage Pearl (บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)

     

    เชิญทำความรู้จัก GR Garage ทั้ง 6 แห่ง

    ที่งาน GR Garage Mini Press Talk ภายในงาน Bangkok Auto Salon 2025

    วันที่ 29 สิงหาคม เวลา 14:00 น.

    ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Bridgestone ได้รับเลือกจาก Lamborghini ในฐานะพันธมิตรร่วมพัฒนายางสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้วยผลิตภัณฑ์ “POTENZA SPORT” ให้ “Lamborghini Temerario”

    1 Min Read

    Bridgestone ได้รับเลือกจาก Lamborghini ในฐานะพันธมิตรร่วมพัฒนายางสปอร์ตสมรรถนะสูง ด้วยผลิตภัณฑ์ “POTENZA SPORT” ให้ “Lamborghini Temerario” เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในประเทศไทย ตอกย้ำแบรนด์ยางรถยนต์คุณภาพพรีเมียมสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ตหรูระดับโลก

    เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา Bridgestone ได้เข้าร่วมงานเปิดตัว Lamborghini Temerario” รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ปลั๊กอินไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ
    สมรรถนะสูงล่าสุด พร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดดเด่นด้วยนวัตกรรมเครื่องยนต์ที่เร่งรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที มอบสมรรถนะกว่า 920 แรงม้า พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านประสิทธิภาพอันทรงพลัง ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ และสุนทรีย์แห่งการเดินทางอย่างเหนือชั้น ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ประเทศไทย ณ โรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ โดย Bridgestone ได้รับเลือกอีกครั้ง
    ในฐานะพันธมิตรร่วมพัฒนาด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการด้วยผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง POTENZA SPORT” ด้วยนวัตกรรมที่ยกระดับความเร้าใจในการขับขี่สไตล์สปอร์ตให้รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario ได้ถึงขีดสุด

    สมรรถนะเหนือชั้นของผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ POTENZA SPORT ช่วยปลดปล่อยศักยภาพใน
    การขับขี่ให้รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario ได้เต็มพิกัด

    • ที่สุดแห่งนวัตกรรมกับสูตรเนื้อยางแบบใหม่: ด้วยเทคโนโลยีการผสมเนื้อยางที่แข็งแรงขึ้น
      เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะขั้นสุด และการขับขี่เต็มเสถียรภาพทั้งบนถนนแห้งและถนนเปียก
    • โครงสร้างยางออกแบบมาเพื่อรถสปอร์ต: โครงสร้างของยางได้รับการออกแบบและพัฒนาประสิทธิภาพของแรงยึดเกาะถนน จะเร็วแค่ไหนก็แม่นยำทุกการหักเลี้ยว เข้าโค้ง ตอบสนองอย่างฉับไวทุกการขับขี่
    • เทคโนโลยีเสริมพลังแห่งการขับขี่: รวบรวมที่สุดแห่งเทคโนโลยีเพื่อศักยภาพขั้นสุดของยางรถสปอร์ตโดยการผสานกำลังเส้นใยเหล็กและดอกยางแบบไฮบริด ตอบสนองการควบคุมอย่างเหนือชั้นบนทุกความเร็ว
    • เต็มสมรรถนะหน้าสัมผัสยางสไตล์สปอร์ต: ด้วยหน้ายางที่ออกแบบมาให้กว้างขึ้นเพื่อเพิ่ม
      การยึดเกาะถนนอันทรงพลัง ในขณะเดียวกันยังเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ที่สนุกและควบคุมได้ดีขึ้นบนถนนแห้ง
    • ลายดอกยางแบบไม่สมมาตรเพิ่มการขับขี่ขั้นสุด: เสริมความแข็งแรงของแก้มยาง ลดการบิดตัวของบล็อกดอกยาง ยึดเกาะกับพื้นถนนได้ดี และเพิ่มเสถียรภาพทุกการเข้าโค้ง
    • จัดวางร่องรีดน้ำให้เหมาะสม พร้อมทุกความท้าทาย: นอกจากจะให้ประสิทธิภาพการรีดน้ำได้เร็วขึ้นแล้วยังเพิ่มพื้นที่สัมผัสกับพื้นถนน ยึดเกาะ เข้าโค้ง และเบรกบนถนนเปียกได้ดียิ่งขึ้น
    • เทคโนโลยีใหม่ออกแบบร่องดอกยางแบบ 3 มิติ: พัฒนาดอกยางแบบ 3 มิติ เพื่อช่วยลดการบิดตัว เพิ่มความแข็งแรงของร่องดอกยาง ต้านทานการสึกหรอ และเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกในย่านความเร็วสูงให้ดียิ่งขึ้น

    พัฒนายางรถยนต์เสมือนจริงเพื่อส่งมอบประสิทธิภาพการใช้งานและขับเคลื่อนความยั่งยืน

    ผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ POTENZA SPORT สำหรับรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario ได้รับการพัฒนาที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาของบริดจสโตนในประเทศอิตาลี โดยใช้เทคโนโลยี Virtual Tyre Development (VTD) ซึ่งเป็นเอกสิทธิ์เฉพาะของ Bridgestone เทคโนโลยี VTD ช่วยส่งมอบประสิทธิภาพและขับเคลื่อนความยั่งยืนในกระบวนการพัฒนายางรถยนต์ โดยสามารถลดจำนวนยางรถยนต์ต้นแบบลงได้ประมาณ 200 เส้น ลดการทดสอบยานพาหนะจริงลง 80% รวมถึงลดระยะเวลาการพัฒนายางรถยนต์
    ลงได้ถึง 50% นอกจากนี้เทคโนโลยี VTD ยังช่วยลดการใช้วัตถุดิบ และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน
    ไดออกไซด์ในขั้นตอนการพัฒนายางมาตรฐานติดรถยนต์ได้ถึง 60%

    ซึ่งรถยนต์ซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario ได้รับการติดตั้งด้วยผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ POTENZA SPORT ขนาด 255/35ZR20 สำหรับล้อหน้า และขนาด 325/30ZR21 สำหรับล้อหลัง

    คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการบริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยว่า “Bridgestone รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับเลือกจาก Lamborghini ในฐานะพันธมิตรร่วมพัฒนาด้านเทคนิค
    ด้วยการถ่ายทอดมรดกทางมอเตอร์สปอร์ตผ่านยางรถยนต์ทรงพลัง POTENZA SPORT ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อเสริมสมรรถนะและยกระดับความเร้าใจในการขับขี่ให้รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ต Lamborghini Temerario นับเป็นอีกก้าวของความร่วมมือที่สำเร็จอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำแบรนด์ยางรถยนต์คุณภาพพรีเมียมที่แบรนด์รถยนต์ซูเปอร์สปอร์ตหรูระดับโลกเชื่อมั่นและไว้วางใจ”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี ผงาดยอดขายโตขึ้น 28% ในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมร่วมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน ในงาน Yuyuan Lantern Festival 2025

    1 Min Read

    เอ็มจี ผงาดยอดขายโตขึ้น 28% ในช่วงครึ่งปีแรก พร้อมร่วมฉลอง 50 ปีความสัมพันธ์ไทย–จีน ในงาน Yuyuan Lantern Festival 2025

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน กับงาน “Yuyuan Lantern Festival 2025” ภายใต้แนวคิดแห่งความร่วมมือ “Global Experiential Destination” ถ่ายทอดมิตรภาพอันแน่นแฟ้นของสองประเทศผ่านเทคโนโลยีและนวัตกรรม ที่จับต้องได้ พร้อมจัดแสดงยนตรกรรมรุ่นสำคัญเพื่อแสดงศักยภาพจีนสมัยใหม่ ที่เชื่อมโยงวัฒนธรรม อุตสาหกรรม และอนาคตของยานยนต์อย่างกลมกลืน พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งสวนตลาดด้วยยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกกว่า 11,367 คัน เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    เอ็มจี นับเป็นแบรนด์รถยนต์จากจีนแบรนด์แรกที่เข้ามาวางรากฐานในประเทศไทย โดยเป็นการร่วมทุนระหว่าง  SAIC MOTOR CORPORATION ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่จากสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่ได้รับการจัดอันดับที่ 138 ใน Fortune Global 500 ปี 2025 ด้วยรายได้รวมมากกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์ในปี 2024 และติดอันดับต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 โดยใน 6 เดือนแรกของปี 2025 SAIC MOTOR CORPORATION มียอดขายรถยนต์แบบขายส่งเพิ่มขึ้น 12.4% และยอดส่งมอบถึงลูกค้าอยู่ที่ 2.21 ล้านคัน และเครือเจริญโภคภัณฑ์ของไทย กับความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจสู่ทศวรรษที่ 2 ด้วยแผนงานระยะยาวและการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น โรงงานผลิตรถยนต์ที่ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตขั้นสูงพร้อมเดินหน้าเพิ่มความคล่องตัว เร่งพัฒนารถ รุ่นใหม่ให้เร็วขึ้น และล่าสุดกับ โรงงานผลิตแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารองรับทั้งตลาดในประเทศและการส่งออก รวมถึงยังมีคลังอะไหล่ โชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 125 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมแทบทุกจังหวัด และยังมีแผนขยายเพิ่มอย่างต่อเนื่อง

    จากก้าวแรกในไทยสู่การเป็นแบรนด์ชั้นนำด้านยนตรกรรม

    ตลอดระยะเวลาเกินกว่าทศวรรษ รถยนต์แบรนด์ เอ็มจี ปรากฏบนท้องถนนเมืองไทยมากกว่า 2 แสนคัน  ไม่เพียงแค่เติบโตด้วยยอดขายที่มั่นคง หรือการขยายเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่สร้างผลงานสำคัญ โดยเฉพาะการเปลี่ยนผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยสู่อนาคตแห่งพลังงานทางเลือกอย่างแท้จริง ด้วยวิสัยทัศน์ที่กล้าท้าทาย มองเห็นโอกาสและความเป็นไปได้ ผนวกกับความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคยุคใหม่ เอ็มจี ได้พัฒนายานยนต์อย่างต่อเนื่องและครอบคลุมทุกเซกเมนต์ โดยนำเสนอนวัตกรรมที่เป็นมากกว่าแค่ “รถ” แต่คือตัวแทนของเทคโนโลยี ดีไซน์ และ วิถีชีวิตแห่งอนาคตไว้ในทุกรุ่นอย่างแท้จริง เอ็มจี จึงเดินหน้าพัฒนาอย่างรอบด้าน ไม่เพียงแค่ผลิตภัณฑ์ แต่ยังรวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน สู่เป้าหมายในการสร้าง MG EV ECOSYSTEM ที่แข็งแกร่งและครอบคลุม

    เอ็มจี สู่บทบาทที่ภาคภูมิใจ ในฐานะ “ตัวแทนแห่งนวัตกรรมจีนยุคใหม่”

    การปรากฏตัวของ เอ็มจี ในงาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ครั้งนี้ เปรียบเสมือนการประกาศพลังของแบรนด์ในฐานะ “ตัวแทนแห่งนวัตกรรมจีนยุคใหม่” ที่ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ แต่ยังสะท้อนถึงบทบาทของ เอ็มจี ในฐานะ สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพอันมั่นคงระหว่างสองแผ่นดินที่เติบโตเคียงข้างกันด้วย   คุณค่าด้านความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า และวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน ภายในงานนี้ เอ็มจี ยังนำทัพยนตรกรรมรุ่นไฮไลท์มาจัดแสดง เพื่อให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสนวัตกรรมอย่างใกล้ชิด เริ่มจาก NEW MG4 ELECTRIC รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้าที่มีระบบขับเคลื่อนล้อหลัง เสริมทัพด้วย e-SUV ระดับพรีเมียมอย่าง NEW MG IM6 รถเอสยูวีคูเป้ไฟฟ้าซึ่งเป็น The First ever Premium Intelligent e-SUV ที่มาพร้อมสมรรถนะเหนือชั้นและเทคโนโลยีอัจฉริยะตอบโจทย์ชีวิตดิจิทัล และ NEW MG S5 EV รถอีวีมหาชนรุ่นล่าสุด ที่มอบทั้งระยะทางการขับขี่ที่ไกล ดีไซน์ที่โดดเด่น ภายในกว้างขวาง และเทคโนโลยีครบครัน ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขับสนุก วิ่งไกล  ชาร์จไว นั่งสบาย พร้อม LIFETIME WARRANTY” ทั้งหมดนี้ พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสจริง เพื่อพิสูจน์ว่า เอ็มจี ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถยนต์ แต่คือผู้นำด้านนวัตกรรมที่เข้าใจผู้คน และมุ่งมั่นสร้างสรรค์อนาคตที่ทุกคนเข้าถึงได้

    นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเติบโตของ เอ็มจี ในประเทศไทย คือบทพิสูจน์ว่า ความร่วมมือระหว่างไทยและจีนไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในระดับนโยบาย แต่แสดงออกอย่างชัดเจนในชีวิตประจำวันของผู้คน ผ่านนวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์และเข้าใจผู้บริโภคชาวไทยอย่างแท้จริง การเข้าร่วมงาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่การจัดแสดงรถยนต์ แต่เป็นการประกาศบทบาทของ เอ็มจี ในฐานะตัวแทนของนวัตกรรมจีนยุคใหม่ ที่ไม่หยุดเพียงแค่การพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของมิตรภาพอันมั่นคงระหว่างสองแผ่นดิน ที่ร่วมพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ความก้าวหน้า และวิสัยทัศน์สู่อนาคตที่ยั่งยืน สอดคล้องกับผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งปีแรกของ เอ็มจี ที่แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของแบรนด์ ด้วยยอดขายรวมกว่า 11,367 คัน เติบโตขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่ามีอัตราการเติบโตเฉลี่ยสูงกว่าตลาดรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จดังกล่าวมาจากโมเดลหลักที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ได้แก่ NEW MG4 ELECTRIC, NEW MG S5 EV, NEW MG IM6, ALL NEW MG3 HYBRID+ และ MG5 PRO ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของแบรนด์ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง และสำหรับ ครึ่งปีหลังนี้ เอ็มจี ยังคงเดินหน้ายกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่คุ้มค่าและเข้าถึงง่ายให้กับผู้บริโภคคนไทยต่อไป

    สำหรับผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งมิตรภาพไทย–จีน และชมยนตรกรรมรุ่นไฮไลท์จาก เอ็มจี ได้ที่ งาน Yuyuan Lantern Festival 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วง 1 – 6 สิงหาคมนี้ ที่ ศูนย์การค้าไอคอนสยาม โซน River Park ชั้น G

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • SPRC ร่วมปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

    1 Min Read

    SPRC ร่วมปันน้ำใจช่วยเหลือผู้ประสบภัยชายแดนไทย-กัมพูชา

    เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ร่วมกับ คาลเท็กซ์ โดย บริษัท สตาร์ ฟูเอลส์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ SPRC และเป็นผู้ได้รับสิทธิแต่เพียงผู้เดียวในการประกอบธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้ชื่อคาลเท็กซ์ในประเทศไทย นำโดย นายพงษ์กรณ์ ช่อชูวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านปฏิบัติการเพื่อความเป็นเลิศ SPRC (ที่ 5 จากซ้าย) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน มอบสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ให้แก่ นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง (กลาง) ณ อาคารศาลากลาง ศูนย์ราชการจังหวัดระยอง เพื่อนำไปบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดย SPRC หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการส่งมอบในครั้งนี้ จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือสังคมไทยและสร้างขวัญกำลังใจแก่ทุกท่านให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ที่ท้าทายนี้ไปได้ ซึ่งสะท้อนถึงเจตนารมณ์ของ SPRC ในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยในยามเกิดวิกฤต


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ นำเสนอหนัง Heritage Leather สะท้อนความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลาในสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์เจนใหม่

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ นำเสนอหนัง Heritage Leather สะท้อนความคลาสสิกที่อยู่เหนือกาลเวลาในสุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์เจนใหม่

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ (Bentley Mulliner) นำเสนอตัวเลือกการตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยหนังแบบ Heritage Leather ที่มีต้นแบบมาจากในรถยนต์คลาสสิกรุ่น Blower และ Speed Six ในอดีต ตัววัสดุหนังได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นครั้งแรกโดยแผนกออกแบบพิเศษของเบนท์ลีย์ โดยที่ลูกค้าสามารถเลือกตกแต่งภายในห้องโดยสารของรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นล่าสุดได้ผ่านตัวเลือกการปรับแต่งเฉพาะบุคคล สำหรับหนังแบบ Heritage Leather ที่คัดสรรโดย Bridge of Weir มอบรูปลักษณ์และสัมผัสแบบเดียวกับรถยนต์คลาสสิกในยุค 1930s ให้กับภายในห้องโดยสารของยนตรกรรมเบนท์ลีย์ในยุคปัจจุบันที่มาพร้อมกับการตกแต่งแบบทูโทนและลายไม้แบบ Haircell Grain กับตัวเลือก 2 เฉดสีตามแบบฉบับดั้งเดิมของรถยนต์เบนท์ลีย์ในยุคนั้น อันได้แก่ สีแดง Ox Blood Red และสีเขียว Parsons Napier Green

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์สได้สั่งผลิตรถยนต์ตัวอย่าง รุ่น Bentley Continental GT Mulliner เจเนอเรชันล่าสุดด้วยเบาะโดยสารแบบ Heritage Leather ตามแบบยนตรกรรมคลาสสิกในอดีตอย่างรุ่น Speed Six Continuation Series ที่สร้างขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีวิวัฒนาการที่ยาวนานกว่า 95 ปี โดยการพัฒนาในครั้งนี้ได้ใช้เวลาเพียงสองปี สำหรับยนตรกรรมทั้ง 2 รุ่นได้ถูกรังสรรค์ขึ้นด้วยเฉดสีเทา Bedford Grey พร้อมด้วยเบาะโดยสารหนังแบบ Heritage Leather ในเฉดสีแดง Ox Blood Red

    ในระหว่างการพัฒนาและการทดสอบรุ่น Blower Continuation Series หนังแบบ Heritage Leather ได้มอบสัมผัสที่ดีเยี่ยมและเทคนิคการผลิตแบบดั้งเดิมในการพัฒนารุ่น Mulliner Continuation Series ด้วยระดับความคงทนเช่นเดียวกับยนตรกรรมเบนท์ลีย์ในยุคปัจจุบัน

     

    ตัวเลือกเฉดสีเป็นสีแบบดั้งเดิมในช่วงทศวรรษ 1920 และ 1930 จากบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่พิพิธภัณฑ์ยานยนต์แห่งชาติ ณ เมืองโบลิเยอ ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งสีเหล่านี้ได้รวมถึงเฉดสีแดง Ox Blood Red และเฉดสีเขียว Parsons Napier Green

     

    รถยนต์เบนท์ลีย์หลายรุ่นในยุคคริกเกิลวูดและยุคก่อนสงครามยังคงใช้วัสดุทำเบาะโดยสารแบบดั้งเดิมที่มีคุณสมบัติด้านความคงทนอันถือเป็นคุณสมบัติของวัสดุจากธรรมชาติที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

    เบาะโดยสารของรถยนต์คลาสสิกรุ่น Speed Six ยังคงรักษาเทคนิคการทำเบาะโดยสารแบบดั้งเดิมในยุค 1920 และ 1930 ไว้อย่างเหนียวแน่น ส่วนภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งด้วยโลโก้รูปตัว B แบบนูนที่เรียบง่าย ส่วนภายในห้องโดยสารของรุ่น Continental GT ยังแสดงให้เห็นถึงทักษะอันหลากหลายของเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ไม่ว่าจะเป็นส่วนพนักพิงของเบาะโดยสารที่เย็บและปักลาย การเจาะรูเป็นลวดลายเพชร การปักและการเดินเส้นแบบตัดกัน

    ในยุคของ Speed Six รุ่นดั้งเดิม เบาะโดยสารหนังมักได้รับการเคลือบด้วยน้ำมันธรรมชาติ แว็กซ์ หรือแม้แต่สารเคลือบเงาเพื่อให้ได้พื้นผิวที่เรียบเนียนและเงางาม เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์จึงได้ร่วมมือกับซัพพลายเออร์เพื่อจำลองความเงางามบนเบาะโดยสารหนังสำหรับยนตรกรรมทั้งสองรุ่นที่เข้าคู่กัน โดยเฉดสีที่ต่างกันเล็กน้อยจะช่วยสร้างภาพลักษณ์ของหนังที่ผ่านการขัดสีเก่า

     

    Bridge of Weir ได้ให้บริการแก่ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์มาเป็นเวลากว่าหนึ่งศตวรรษ และผลิตวัสดุหนังที่ผ่านกระบวนการผลิตคาร์บอนต่ำด้วยการจัดหาจากแหล่งที่ยั่งยืน ความสามารถในการตรวจสอบย้อนกลับ และกระบวนการผลิตแบบหมุนเวียน ซึ่งส่งผลให้มีระดับการประเมินวงจรชีวิตที่ผ่านการตรวจสอบแบบอิสระที่ 8 กิโลกรัม ต่อ CO2e/m2 (คาร์บอนที่สะสมต่อตารางเมตรของพื้นที่อาคาร) โดยเฉลี่ย ซึ่งถือเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในอุตสาหกรรมการผลิตวัสดุหนัง

     

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับซัพพลายเออร์เพื่อให้มั่นใจว่าพวกเขาปฏิบัติตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวด ซึ่งรวมถึงการใช้น้ำและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดการขยะ และการควบคุมสารเคมี ทีมช่างฝีมือของเบนท์ลีย์ให้ความสำคัญกับการใช้วัสดุจากธรรมชาติเพื่อให้ผลงานของพวกเขาคงอยู่ได้นานหลายทศวรรษ ซึ่งหนังถือเป็นวัสดุทำเบาะโดยสารที่ยั่งยืน ทนทาน สวยงาม และเหนือสิ่งอื่นใดคือคุณภาพที่เป็นคุณสมบัติของยนตรกรรมเบนท์ลีย์


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment