• จ่ายครั้งเดียว วอลโว่ คุ้มครองตลอดการเป็นเจ้าของรถ กับโปรแกรม Volvo Genuine Parts Extended Warranty

    1 Min Read

    จ่ายครั้งเดียว วอลโว่ คุ้มครองตลอดการเป็นเจ้าของรถ กับโปรแกรม Volvo Genuine Parts Extended Warranty

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถวอลโว่กับโปรแกรม Volvo Genuine Parts Extended Warranty ที่พร้อมนำเสนอแก่ลูกค้าวอลโว่ทั่วประเทศผ่านตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการมอบประสบการณ์การบริการที่มีคุณภาพ มอบความอุ่นใจว่าวอลโว่จะอยู่เคียงข้างลูกค้าตลอดระยะการใช้รถ พร้อมช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าของรถวอลโว่

    โปรแกรม Volvo Genuine Parts Extended Warranty เป็นบริการรับประกันหลังการขายเพื่อดูแลผู้ใช้งานรถวอลโว่เพิ่มเติมจากการรับประกันที่ผู้ใช้งานได้รับเมื่อซื้อรถใหม่ ซึ่งเป็นการมอบความอุ่นใจว่าลูกค้าจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีตลอดช่วงการเป็นเจ้าของรถ และไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายแม้เมื่อรถหมดประกัน

    สิทธิประโยชน์ที่ลูกค้าจะได้รับ:

    • อะไหล่แท้วอลโว่ที่ซื้อหลังจากครบกำหนดระยะเวลาการรับประกันรถยนต์และที่ติดตั้งโดยศูนย์บริการอย่างเป็นทางการของวอลโว่ทั่วประเทศ จะมีสิทธิ์ในการรับประกันอะไหล่ชิ้นที่เปลี่ยนตลอดช่วงการเป็นเจ้าของรถ
    • หากอะไหล่ชิ้นดังกล่าวเกิดความบกพร่อง วอลโว่จะทำการเปลี่ยนอะไหล่ที่รับประกันโดยไม่มีค่าใช้จ่ายทั้งในส่วนของอะไหล่และค่าแรง

    เงื่อนไขการรับสิทธิโปรแกรม Volvo Genuine Parts Extended Warranty ลูกค้าต้องซื้อรถจากตัวแทนผู้จัดจำหน่ายวอลโว่อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคมพ.ศ. 2563 เป็นต้นไป, เป็นเจ้าของรถบุคคลเดิม และมีการซื้อและติดตั้งอะไหล่แท้วอลโว่จากตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ โดยมีหลักฐานการซื้อ อาทิ ใบเสร็จหรือใบกำกับภาษีที่ระบุชื่อตรงกับชื่อผู้ครอบครองรถ และมีการนำรถเข้ารับการบำรุงรักษา ณ ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการ ตามที่วอลโว่แนะนำอย่างต่อเนื่องตลอดการใช้งาน โดยหากมีการเปลี่ยนชื่อผู้ครอบครองรถ สิทธิ์การรับประกัน Volvo Genuine Parts Extended Warranty จะสิ้นสุดลงโดยอัตโนมัติ

    คุณคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ”ลูกค้าคือหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำ การรับประกันอะไหล่ตลอดอายุการเป็นเจ้าของรถ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของวอลโว่ที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของลูกค้าในระยะยาว, ยกระดับการบริการซึ่งมาพร้อมมาตรฐานระดับสากลของวอลโว่ และมอบความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าว่าเราจะอยู่เคียงข้างพวกเขาตลอดการเป็นเจ้าของแม้ว่ารถจะพ้นระยะเวลาการรับประกันไปแล้วก็ตาม ซึ่งปัจจุบัน วอลโว่ คาร์ มีจำนวนลูกค้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โปรแกรมดังกล่าวจึงเป็นเสมือนเครื่องยืนยันว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากวอลโว่ตลอดระยะเวลาที่ในการเป็นของเจ้าของรถ”

    ลูกค้าที่สนใจสามารถตรวจสอบชิ้นส่วนอะไหล่ที่เข้าร่วมและไม่เข้าร่วมในโปรแกรม Volvo Genuine Parts Extended Warranty ได้ที่ตัวแทนผู้จัดจำหน่ายรถวอลโว่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

    สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับบริการของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://www.volvocars.com/th-th/l/service-and-maintenance/

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

    เว็บไซต์www.volvocars.com/th
    Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth
    Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    LINEhttps://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • กรุงศรี ออโต้ ชวนสัมผัสประสบการณ์ “ทดลองขับขี่” ยานยนต์แบบครบจบทุกสไตล์ ในงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025” ครั้งที่ 2

    1 Min Read

    กรุงศรี ออโต้ ชวนสัมผัสประสบการณ์ “ทดลองขับขี่” ยานยนต์แบบครบจบทุกสไตล์
    ในงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025” ครั้งที่ 2

    “กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา (จำกัด) เชิญชวนเคนที่กำลังมองหารถป้ายแดงมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟก่อนตัดสินใจซื้อรถ ในงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025” งานทดลองขับขี่รถสุดยิ่งใหญ่ที่รวบรวมรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ทั้งสันดาปและอีวี กว่า 29 แบรนด์ 70 รุ่น ไว้ในที่เดียว พร้อมจัดเต็มโปรโมชันสุดคุ้มสำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อรถยนต์ภายในงาน ลุ้นรับสิทธิ์ถึง 3 ต่อ และโปรโมชันพิเศษสำหรับลูกค้าสินเชื่อรถจักรยานยนต์ รับบัตรกำนัลมูลค่าสูงสุด 500 บาท และรับกรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เฉพาะภายในงานระหว่างวันที่ 16–17 สิงหาคม 2568 เวลา 09:00 – 17:00 น. ณ บราโว บีเคเค (Bravo BKK)

     

    กรุงศรี ออโต้ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในบริการสินเชื่อยานยนต์ ด้วยบริการทดลองขับขี่แบบครบวงจร เจ้าแรกและเจ้าเดียวในตลาด ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง ด้วยการให้ลูกค้าได้ทดลองขับขี่จริงก่อน
    เพื่อเพิ่มความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ ผ่านการจัดงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 โดยในครั้งนี้ กรุงศรี ออโต้ กลับมาในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม ด้วยการเตรียมพร้อมเปิดพื้นที่ผ่าน 4 โซนหลัก เพื่อเชื่อมต่อผู้บริโภคกว่า 3,000 คน และพันธมิตรยานยนต์กว่า 29 แบรนด์ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองขับขี่กันอย่างจุใจ โดยกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย

     

    • Test Drive & Ride Zone ที่เปิดโอกาสให้ผู้สนใจซื้อรถได้สัมผัสประสบการณ์ทดลองขับขี่ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์มากกว่า 70 รุ่น จากกว่า 29 แบรนด์ชั้นนำ บนเส้นทางทดสอบที่ออกแบบมาให้สามารถสัมผัสสมรรถนะจริงของรถ เพื่อให้ผู้ทดลองสามารถพิจารณาก่อนตัดสินใจ โดยผู้ลงทะเบียนสามารถเลือกทดลองได้สูงสุดถึง 3 คันต่อคน
    • Krungsri Auto Advisory Zone พบกับทีมที่ปรึกษาด้านการเงินจาก กรุงศรี ออโต้ ที่พร้อมให้คำแนะนำ และช่วยวางแผนการผ่อนชำระให้เหมาะกับอาชีพ รายได้ และไลฟ์สไตล์ของแต่ละบุคคล
    • Market Zone รวบรวมสินค้าไลฟ์สไตล์สำหรับคนรักรถและการเดินทาง อาทิ หมวกกันน็อคที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี Glancing Off ที่ช่วยเบี่ยงเบนแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุ MUFU กล้องติดหมวกกันน็อค อันดับ 1 จากประเทศไต้หวัน ที่มีความสามารถในการบันทึกภาพอัตโนมัติ
      PT Maxnitron น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ 100% คุณภาพสูง เกรดพรีเมียม พร้อมด้วยสินค้าและอุปกรณ์เสริมอื่นอีกมากมาย
    • Fill the Tank Zone อิ่มอร่อยกับเมนูเด็ดจากร้านดัง ที่ขนทัพมาเสิร์ฟถึงหน้างานให้ลิ้มลองอย่าง
      ร้านสุกี้พรศิริ ร้านคั่วไก่ไอ้เครา ร้านกาแฟพันธุ์ไทย และร้านอาหารชื่อดังอื่น ๆ ที่น่าลิ้มลอง

     

    ทั้งนี้ พลาดไม่ได้กับหลากหลายข้อเสนอสุดพิเศษ! กรุงศรี ออโต้ ยังได้ขนทัพผลิตภัณฑ์และบริการด้านสินเชื่อ รวมถึงรางวัลมากมายสำหรับลูกค้าที่สมัครสินเชื่อภายในงาน Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025 ไม่ว่าจะเป็น

     

    แคมเปญสำหรับผู้ขอสินเชื่อรถใหม่ ‘กรุงศรี นิว คาร์’ รับสิทธิ์ 3 ต่อ

    • ต่อที่ 1: ลูกค้าที่ร่วมงานและสมัครสินเชื่อรถยนต์ภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 พร้อมได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญา และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 ได้สิทธิ์ลุ้นรับรางวัลเครื่องใช้ไฟฟ้าจำนวน 70 รางวัล มูลค่าสูงสุด 10,990 บาทต่อสัญญา รวมมูลค่ากว่า 180,000 บาท
    • ต่อที่ 2: ลูกค้าที่สมัครสินเชื่อภายในงาน พร้อมได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญา และรับรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2568 รับเพิ่มบัตรของขวัญกรุงศรี (Krungsri Gift Card) มูลค่าสูงสุด 3,000 บาท
    • ต่อที่ 3: ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าเก่าที่ปิดบัญชีไม่เกิน 5 ปี (ยกเว้นผลิตภัณฑ์ประกันภัย) รับสิทธิ์ลุ้นทองคำ 1 สิทธิ์ ต่อ 1 สัญญาเช่าซื้อ จากแคมเปญ Welcome Back กรุงศรี นิว คาร์ รวมมูลค่า 1 ล้านบาท

     

    แคมเปญสำหรับผู้ขอสินเชื่อ ‘กรุงศรี มอเตอร์ไซค์’ และ ‘กรุงศรี บิ๊ก ไบค์’

    • ลูกค้าที่สมัครสินเชื่อภายในงาน พร้อมได้รับอนุมัติเป็นเลขที่สัญญา และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2568 จะได้รับของสมนาคุณตามประเภทรถ ได้แก่
    • Big Bike ขนาด 250 ซีซี. ขึ้นไป รับบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 500 บาท
    • Normal Bike และ Junior Bike ขนาดไม่เกิน 250 ซีซี. รับบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 200 บาท
    • EV Bike รับบัตรกำนัล Lotus’s มูลค่า 200 บาท
    • รับเพิ่ม! กรมธรรม์ประกันอุบัติเหตุ โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สำหรับลูกค้าที่จองและทำสัญญาภายในงาน และได้รับอนุมัติภายใน 90 วัน

     

    ลูกค้าปัจจุบัน กรุงศรี ออโต้ และผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025” ได้ระหว่างวันที่ 16 – 17 สิงหาคม 2568 เวลา 09:00 – 17:00 น. ณ บราโว บีเคเค (Bravo BKK) โดยสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ ตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม – 13 สิงหาคม 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • มาสด้าเปิดตัว NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL จัดสรรอุปกรณ์ใหม่ เพิ่มรุ่นเริ่มต้น ปรับไลน์อัพใหม่ ใส่เทคโนโลยีสกายแอคทีฟเต็มคัน ราคาใหม่ 899,000 บาท คุ้มค่าเกินราคา

    2 Min Read

    มาสด้าเปิดตัว NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL จัดสรรอุปกรณ์ใหม่ เพิ่มรุ่นเริ่มต้น

    ปรับไลน์อัพใหม่ ใส่เทคโนโลยีสกายแอคทีฟเต็มคัน ราคาใหม่ 899,000 บาท คุ้มค่าเกินราคา

    มาสด้าเผยโฉมอีกหนึ่งยนตรกรรมภายใต้ ESSENTIAL COLLECTION ครอสโอเวอร์เอสยูวีสปอร์ตพรีเมี่ยม NEW MAZDA CX-30 ESSENTIAL ภายใต้แนวคิด “LIVE A LIFE OF VALUE” เติมเต็มชีวิตให้คุ้มค่ากับเอสยูวีที่ใช่ ตอบโจทย์ทุกความต้องการ สง่างามด้วย โคโดะ ดีไซน์ ที่ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ “Less is More” เรียบง่ายแต่งดงาม คงไว้ซึ่งความโฉบเฉี่ยวและทรงพลัง มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus เหนือระดับด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 2.0 ลิตร ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน ตอบสนองดีที่สุดให้กำลังสูงสุด 165 แรงม้า สัมผัสประสบการณ์ใหม่แห่งการควบคุมการขับขี่ที่แม่นยำและสมดุล ด้วยสกายแอคทีฟแพลตฟอร์มเจเนอเรชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยรอบคัน ราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 899,000 บาท  ดอกเบี้ย 2.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 พิเศษสุด ลูกค้า Mazda Family รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.mazda.co.th

    ทั้งนี้ New Mazda CX-30 Essential ได้มีการปรับเพิ่มออพชันและฟีเจอร์ใหม่เพิ่มขึ้นทุกรุ่น ซึ่งปัจจุบัน Mazda CX-30 มีจำหน่ายด้วยกันทั้งหมด 4 รุ่น ประกอบด้วย

    1. CX-30 Carbon Edition           ราคาจำหน่าย             1,211,000 บาท
    2. CX-30 SP                                  ราคาจำหน่าย             1,199,000 บาท
    3. CX-30 S                                    ราคาจำหน่าย             1,099,000 บาท
    4. CX-30 C                                    ราคาจำหน่าย             989,000 บาท

     

    สำหรับ New Mazda CX-30 Essential ได้มีปรับไลน์อัพใหม่ ประกอบด้วย

    1. รุ่น PRIME                ราคาจำหน่าย 899,000 บาท        รุ่นเริ่มต้นใหม่ ที่ลูกค้าเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
    2. รุ่น ULTRA                ราคาจำหน่าย 999,000 บาท                ปรับอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น C
    3. ร่น SIGNATURE        ราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท    ปรับเพิ่มอุปกรณ์และฟังก์ชั่นจากรุ่น S ในราคาเท่าเดิม

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า มาสด้าเป็นแบรนด์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะไม่เหมือนใคร มีประวัติศาสตร์การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานมากกว่า 74 ปี ด้วยการเป็นผู้ผลิตยานยนต์ที่มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย เพื่อให้รถยนต์มาสด้าเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสุขและเติมเต็มการใช้ชีวิตของลูกค้า ตลอดจนสร้างความยั่งยืนให้กับโลก ผู้คน และสังคม อันเป็นปณิธานสูงสุดของเรา ทั้งนี้ แม้ว่ายุคสมัยจะเปลี่ยนแปลงไป แต่สิ่งสำคัญที่ทำให้แบรนด์มาสด้ายังคงได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในหลายประเทศทั่วโลก คือ การคงไว้ซึ่งดีเอ็นเอของแบรนด์ในทุกยนตรกรรม ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตาม มาสด้ายังคงคุณค่าหลัก 5 ประการ หรือ 5 Common Values ในการพัฒนารถยนต์มาสด้าทุกรุ่น ประกอบด้วย

    • Artful Design การออกแบบสร้างสรรค์ดุจงานศิลปะชิ้นเอก Car As Art ถ่ายทอดภายใต้คอนเซ็ป KODO: Soul of Motion จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหว โดดเด่นด้วยความสวยงามต้องตาต้องใจผู้พบเห็น ทั้งดีไซน์ภายนอกและภายใน รวมถึงสีภายนอกอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาสด้าที่ผลิตขึ้นด้วยแนวทาง “ทาคุมินูริ” ที่หมายถึงการเพ้นท์สีโดยช่างผู้ชำนาญการ
    • Japanese Mastery ความเชี่ยวชาญ พิถีพิถันในแบบฉบับของญี่ปุ่น คุณค่าระดับสูง สัมผัสได้จากคุณภาพอันประณีตพิถีพิถัน และมีเสน่ห์เฉพาะของชาวญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดลงในทุกองค์ประกอบของรถมาสด้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการตัดเย็บและการคัดสรรวัสดุภายในที่ประณีตดุจงานทำมือ แบบสุนทรียศาสตร์สไตล์ญี่ปุ่น
    • Human-Centricity การออกแบบโดยเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลาง โดยคำนึงถึงการใช้งานตามหลักสรีรศาสตร์ของมนุษย์เป็นหลัก ทั้งในเรื่องตำแหน่งผู้ขับขี่ การจัดวางอุปกรณ์ความสะดวกต่าง ๆ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงการจัดวางตำแหน่งเบาะนั่งที่ช่วยรักษากระดูสันหลังให้มีรูปทรงตัว S ทำให้กระดูกเชิงกรานตั้งตรง ช่วยลดความเหนื่อยล้าในการขับขี่
    • Effortless Joyful Driving ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและควบคุมง่ายดั่งใจ กับระบบการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus ควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล มั่นใจทุกการเข้าโค้ง พร้อมรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน รวมถึงระบบความปลอดภัย i-Activsense ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ที่คาดไม่ถึง ระบบความปลอดภัยเชิงปกป้องและโครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟช่วยลดการบาดเจ็บให้น้อยที่สุดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
    • Ingenious Solution นวัตกรรมอัจฉริยะขั้นสูง อาทิ เครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ของมาสด้า SKYACTIV-G และเกียร์อัตโนมัติ SKYACTIV-DRIVE โดดเด่นด้วยการรวมทุกข้อดีของเกียร์อัตโนมัติจากทุกระบบเข้ามาไว้ด้วยกัน ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ การเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น ให้อัตราเร่งต่อเนื่องและประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว

    ครอสโอเวอร์เอสยูวีระดับพรีเมี่ยม New Mazda CX-30 Essential ได้รับการออกแบบตามสไตล์ที่มีเอกลักษณ์ ภายใต้ KODO Design, Soul of Motion มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Less is More” ที่เน้นถึงความเรียบง่ายแต่งดงาม ถือเป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจของมาสด้าในการมุ่งมั่นพัฒนายนตรกรรมขึ้นไปอีกขั้น เพราะปรัชญาการออกแบบมาสด้า คือรถยนต์เปรียบเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก “Car As Art” ที่บรรจงสรรสร้างขึ้นด้วยความเอาใจใส่ในทุกรายละเอียด สอดคล้องกับการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ และยังคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุดของผู้ขับขี่และผู้โดยสารผ่านเทคโนโลยี SKYACTIV และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย i-Activsense ที่ให้ทั้งสะดวกสบายและความปลอดภัยไปพร้อมกัน

    Mazda CX-30 คือครอสโอเวอร์เอสยูวีเจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดของมาสด้า ที่ถ่ายทอดเอกลักษณ์เหล่านี้ไว้อย่างลงตัวในทุกองค์ประกอบ ทั้งยังได้รับการการันตีความยอดเยี่ยมด้วยรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยม Thailand Car of the year 2020 เป็นรถยนต์แบรนด์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่เข้ารอบ 3 คันสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล World Car of the Year 2020, คว้ารางวัล Golden Steering Wheel Award 2019 ประเภท Compact SUV จากประเทศเยอรมนี, รางวัล RedDot Award 2020 ประเภท Product Design จากประเทศเยอรมนี, รางวัล Design Trophy 2020 ประเภท SUV และ ประเภท “Champion of all Classes” จากประเทศเยอรมนี และยังได้รับรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายจากหลายประเทศทั่วโลก นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย รถรุ่นนี้ก็กลายเป็นหนึ่งในยนตรกรรมที่สร้างศักยภาพด้านการแข่งขันในตลาดให้กับแบรนด์มาสด้ามาจนถึงปัจจุบัน

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “Mazda CX-30 เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคม 2563 ซึ่งอยู่ในช่วเดียวกันกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ถึงแม้ว่าการเปิดตัวจะเจอกับวิกฤตที่หนักหนาสาหัส แต่ก็ไม่ทำให้ความนิยมรถยนต์รุ่นนี้ลดลง กลับทำให้รถยนต์รุ่นนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างรวดเร็ว จนถึงปัจจุบันมีรถยนต์รุ่นนี้อยู่ในการครอบครองของลูกค้าชาวไทยไปแล้วกว่า 25,000 คัน และยังคงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัว New Mazda CX-30 Essential ภายใต้กลุ่ม ESSENTIAL COLLECTION ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างกระแสความนิยมเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น เพราะเป็นการปรับเปลี่ยนรุ่นย่อยใหม่ และปรับราคาใหม่ เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าคุ้มราคามากยิ่งขึ้น โดยรุ่นเริ่มต้นใหม่ที่เพิ่มเข้ามามีราคาให้เข้าถึงได้ง่ายเพียง 899,000 บาท ทางมาสด้าได้พัฒนาและออกแบบรุ่นย่อยใหม่ โดยคัดสรรอุปกรณ์ให้เหมาะสมและจำเป็นต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันทุกรูปแบบ พร้อมราคาใหม่ที่ให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ง่ายขึ้น โดยวางกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้ที่กำลังมองหารถเอสยูวีสไตล์ใหม่ เพื่อเติมเต็มประสบการณ์ของชีวิตคู่ หรือเป็นครอบครัวเริ่มต้นขนาดเล็กที่ต้องการความอเนกประสงค์จากรถเอสยูวีที่มีราคาที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ด้วยฟังก์ชั่นความปลอดภัยและความสะดวกสบายครบครัน และมีสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม”

    นอกจากนั้น รถรุ่นนี้ยังมาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus หนึ่งในเทคโนโลยี Skyactiv-Vehicle Dynamic ที่พัฒนาต่อยอดจากระบบ GVC เพื่อช่วยควบคุมสมรรถนะในการขับขี่ให้แม่นยำและสมดุล โดยเฉพาะในขณะเข้าโค้งและในสถานการณ์ฉุกเฉินได้ดียิ่งขึ้น ส่งผลให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกันของคนกับรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยมีให้เลือก 3 รุ่น ได้แก่

    • รุ่น PRIME คุ้มสุด รุ่นเริ่มต้นใหม่ที่ออกแบบมาให้เป็นเจ้าของได้ง่าย มาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน กับราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าเดิม เพียง 899,000 บาท

    โดยรวบรวมทุกเอกลักษณ์ของดีเอ็นเอรถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่มาไว้อย่างลงตัว กับสมรรถนะเหนือระดับของเครื่องยนต์ SKYACTIV-G 2.0 ลิตร มีอัตราส่วนกำลังอัดสูงถึง 13.0:1 ให้แรงม้าสูงสุด 165 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 213 นิวตัน-เมตร รองรับน้ำมัน E85 ประหยัดน้ำมันสูงสุด 15.4 กม./ลิตร* ให้อัตราเร่งและการตอบสนองดีเยี่ยม ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมระบบเปิด-ปิดและปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ มาพร้อมระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง GVC Plus เบรกมือไฟฟ้า พร้อม Auto Hold และฟังก์ชั่นที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ หน้าจอสี Center Display แบบ Widescreen ขนาด 8.8 นิ้ว พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM* และหน้าจอแสดงผลข้อมูลการขับขี่แบบสีบนกระจกหน้า Windshield Active Driving Display ที่ปัดน้ำฝนกระจกหน้าปรับอัตโนมัติและที่ปัดน้ำฝนกระจกหลัง กุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมสัญญาณกันขโมย Burglar Alarm ระบบล็อกและปลดล็อกประตูอัตโนมัติ เบาะนั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง เบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าปรับได้ 6 ทิศทาง พนักพิงด้านหลังพร้อมที่วางแก้ว พนักพิงเบาะหลังพับได้แบบ 60:40 กล้องมองหลัง พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง ม่านถุงลมนิรภัย และบริเวณหัวเข่าด้านคนขับ รวม 7 ตำแหน่ง ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว

    • รุ่น ULTRA สบายสุด มอบความสบายในราคาคุ้มค่ากว่าเคย ราคาจำหน่าย 999,000 บาท

    มาพร้อมฟังก์ชั่นที่ลงตัวกับทุกมิติของชีวิต ทั้งระบบ Infotainment ครบครัน มอบความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อไร้ขีดจำกัด ผ่านระบบ Mazda Connect รองรับ Apple CarPlay® และ Android AutoTM* พร้อมปุ่มควบคุมอัจฉริยะ Center Commander ที่ออกแบบตามแนวคิดมนุษย์เป็นศูนย์กลางเอกลักษณ์ของมาสด้า ภายในตกแต่งอย่างประณีตมาพร้อมเบาะนั่งหุ้มหนัง เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 10 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งได้ 2 ตำแหน่ง มอบความสะดวกสบายให้กับการใช้งานกับประตูท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Dual Zone พร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ Smart Keyless Entry ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control) ล้ออัลลอย ขนาด 16 นิ้ว  พร้อมกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด มอบความอุ่นใจให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง

    *สำหรับ Android เวอร์ชั่น 10 ขึ้นไป สามารถเชื่อมต่อได้ทันที

    • รุ่น SIGNATURE ครบทั้งสไตล์และฟังก์ชั่นที่ใช่ วางราคาจำหน่าย 1,099,000 บาท

    โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตพรีเมี่ยมและความครบครันในทุกฟังก์ชั่น มาพร้อมล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า ไฟท้ายแบบ LED Signature กระจังหน้าและวัสดุตกแต่งเสาประตูด้านนอกสีดำเปียโน ขับสนุกได้อย่างใจด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย Sports Paddle Shift และมอบความมั่นใจในทุกการขับขี่กับเทคโนโลยีความปลอดภัย i-Activsense ครบครัน อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM, ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC, ระบบเตือนเมื่อมีรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS, ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC รบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS และระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะขณะถอยลัง ตอบรับความสุนทรีย์ได้ครบทุกจุดสัมผัสกับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่พิถีพิถันเสมือนงานทำมือ เรียบหรูด้วยเบาะหนังสีดำ และเพิ่มอรรถรสให้การเดินทางด้วยระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง

    New Mazda CX-30 Essential มาพร้อมระบบความปลอดภัยสุดล้ำ i-Activsense มากมายหลายระบบ ประกอบด้วย

    • ไฟหน้าโปรเจคเตอร์แบบ LED พร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่เวลากลางวัน (Daytime Running Lamp) แบบ LED Signature
    • ไฟท้ายแบบ LED Signature
    • กระจังหน้าและวัสดุตกแต่งเสาประตูด้านนอกสีดำเปียโน
    • ระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Sports Paddle Shift)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)
    • ระบบช่วยหยุดรถอัตโนมัติเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง SBS-RC (Smart Brake Support-Rear Crossing)
    • ระบบปรับองศาไฟหน้าตามการเลี้ยวของรถ AFS (Adaptive Front-lighting System)
    • ระบบช่วยเตือนเมื่อผู้ขับเหนื่อยล้าขณะขับขี่ DAA (Driver Attention Alert)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LAS (Lane-Keep Assist System)
    • ระบบเตือนเมื่อรถเบี่ยงออกนอกเลน LDWS (Lane Departure Warning System)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน ABSM (Advanced Blind Spot Monitoring)
    • ระบบช่วยเบรกและหยุดรถอัตโนมัติขณะถอยหลัง SBS-R (Smart Brake Support-Reverse)
    • ระบบควบคุมความเร็วและพวงมาลัยตามรถคันหน้า CTS (Cruising & Traffic Support)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ MRCC (Mazda Radar Cruise Control)
    • ระบบเตือนการชนด้านหน้าและช่วยเบรกอัตโนมัติแบบ Advance (Advanced Smart Brake Support)
    • ระบบป้องกันล้อล็อก 4W-ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA
    • ระบบควบคุมเสถียรภาพและการทรงตัวของรถ DSC (Dynamic Stability Control)
    • ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System)
    • ระบบช่วยออกตัวของรถขณะอยู่บนเนิน HLA (Hill Launch Assist)
    • ระบบสัญญาณไฟฉุกเฉินเตือนอัตโนมัติเมื่อเบรกกะทันหัน ESS (Emergency Signal System)
    • ระบบปรับไฟหน้าสูงอัตโนมัติ HBC (High Beam Control)
    • จุดยึดเบาะนั่งเด็กแบบ ISOFIX
    • พวงมาลัยยุบตัวแปรผันตามการทำงานของถุงลมนิรภัย พร้อมแป้นเบรกยุบตัวได้
    • คานเหล็กเสริมกันกระแทกด้านหน้า ด้านข้าง และด้านหลัง
    • หลังคาซันรูฟแบบไฟฟ้า
    • ระบบเสียง Bose® รอบทิศทาง พร้อมลำโพง 12 ตำแหน่ง
    • กระจกมองหลังปรับลดแสงอัตโนมัติ
    • ระบบแสดงภาพ 360 องศา รอบทิศทาง
    • ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้า 4 จุด
    • ระบบเซ็นเซอร์กะระยะด้านหลัง 4 จุด
    • ล้ออัลลอย ขนาด 18 นิ้ว

    New Mazda CX-30 Essential มาพร้อมสีภายนอกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย

    • สีแดง โซล เรด คริสตัล (Soul Red Crystal)
    • สีเทา แมชชีน เกรย์ (Machine Gray)
    • สีบรอนซ์ แพลตทินั่ม ควอตซ์ (Platinum Quartz)
    • สีเทา โพลีเมทัล เกรย์ (Polymetal Gray)
    • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)
    • สีขาว สโนว์เฟลก ไวท์ เพิร์ล (Snowflake White Pearl)

    หมายเหตุ: สีแดง โซล เรด คริสตัล เพิ่ม 17,000 บาท สีเทา แมชชีน เกรย์ เพิ่ม 15,000 บาท และ สีขาว สโนเฟลค ไวท์เพิร์ล เพิ่ม 10,000 บาท

    มาสด้าต้องการให้รถยนต์มาสด้าเข้ามาเติมเต็มวิถีการดำรงชีวิตของลูกค้า เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิต เป็นเหมือนเพื่อนคู่ใจในการเดินทาง ก่อเกิดเป็นความผูกพันกับแบรนด์ในระยะยาว และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าครอสโอเวอร์เอสยูวี New Mazda CX-30 Essential จะเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถอเนกประสงค์ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการด้วยไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยองค์ประกอบที่ใส่มาครบครัน พร้อมส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่และดีไซน์ที่สง่างาม ที่สำคัญมีการปรับราคาใหม่ให้เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ลูกค้าที่สนใจสามารถแวะชมและสัมผัสคันจริงได้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ พร้อมรับข้อเสนอ ดอกเบี้ย 2.49%1 ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2 พิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family รับฟรีบัตรน้ำมัน มูลค่า 20,000 บาท หรือศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.mazda.co.th


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • LAMBORGHINI SHOWCASE 2025 THE FUTURE UNLEASHED การปรากฎตัวของลัมโบร์กินีขุมพลังไฮบริดแบบครบไลน์ ครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2568 ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

    1 Min Read

    LAMBORGHINI SHOWCASE 2025 THE FUTURE UNLEASHED การปรากฎตัวของลัมโบร์กินีขุมพลังไฮบริดแบบครบไลน์ ครั้งแรกในประเทศไทย ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2568 ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี

    บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ ยกทัพลัมโบร์กินีขุมพลังไฮบริดแบบครบไลน์ ครั้งแรกในประเทศไทย จัดแสดงในงาน LAMBORGHINI SHOWCASE 2025 อาทิ Lamborghini Temerario, Lamborghini Urus SE, Lamborghini Revuelto พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สุดแห่งตำนาน เครื่องยนต์ N/A อย่าง Lamborghini Tecnica  ภายในงานพบกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่พร้อมให้ทุกคนในครอบครัวได้ร่วมสนุกกัน ระหว่างวันที่ 1-4 สิงหาคม 2568 ณ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ชั้น G

    เรนาสโซ มอเตอร์ มุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์การขับขี่และบริการหลังการขาย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับท่านเจ้าของรถลัมโบร์กินี ด้วยวิสัยทัศน์การบริหารงานด้านการบริการลูกค้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ และใส่ใจในทุกรายละเอียดของรถลัมโบร์กินีทุกคันก่อนส่งมอบถึงมือลูกค้าคนสำคัญเสมอ

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2568 ยอดขายรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% คาดการณ์ตลาดปี 2568 อยู่ที่ 600,000 คัน

    1 Min Read

    ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2568 ยอดขายรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% คาดการณ์ตลาดปี 2568 อยู่ที่ 600,000 คัน

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย รายงานสรุปยอดขายรถยนต์ครึ่งปีพ.ศ. 2568 ยอดขายสะสมตลาดรวม 302,694 คัน ลดลง 1.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายสะสมตลาดรถยนต์นั่ง 117,482 คัน ลดลง 1.5% ยอดขายสะสมรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 185,212 คัน ลดลง 1.8% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายสะสม 94,715 คัน ลดลง 12.7%  

    สำหรับยอดขายประจำเดือนมิถุนายน 2568 ยอดขายสะสมตลาดรวม 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 5.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ยอดขายสะสมตลาดรถยนต์นั่ง 19,397 คัน เพิ่มขึ้น 9.4% ยอดขายสะสมรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ 30,682 คัน เพิ่มขึ้น 2.5% และรถกระบะขนาด 1 ตัน ยอดขายสะสม 15,307 คัน ลดลง 8.2%  

     

    • ประเด็นสำคัญ
    • ตลาดรถยนต์ครึ่งปีพ.ศ. 2568 มียอดขาย 302,694 คัน ลดลง 7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง มียอดขายสะสม 117,482 คัน ลดลง 1.5% ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ มียอดขายลดลง 1.8% ด้วยยอดขาย 185,212 คัน และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย 94,715 คัน ลดลงถึง 12.7% ในส่วนของตลาด xEV มียอดขายทั้งหมด 132,493 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.8% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 21.8% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ทั้งนี้ ยอดขายรถยนต์ HEV อยู่ที่ 67,202 คัน ซึ่งยอดขายรวมอยู่ในระดับเดียวกันกับปีที่แล้ว ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ BEV อยู่ที่ 56,529 คัน เติบโตขึ้น 54.5 %
    • ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2568 มียอดขาย 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา กลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง เพิ่มขึ้น 9.4% ด้วยยอดขาย 19,397 คัน ตลาดรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ เพิ่มขึ้นเช่นกันที่ 2.5% ด้วยยอดขาย 30,682 คัน และตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน มียอดขาย 15,307 คัน ลดลง 8.2% ในส่วนของตลาด xEV มียอดขายทั้งหมด 21,915 คัน คิดเป็นสัดส่วน 43.7% ของตลาดรถยนต์ทั้งหมด เติบโตขึ้น 30.6% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว โดยมียอดขายรถยนต์ HEV เติบโตขึ้น 11.6% ด้วยยอดขาย 11,034 คัน ในขณะที่ยอดขายรถยนต์ BEV อยู่ที่ 9,743 คัน เพิ่มขึ้น 59.9%
    • ตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม มีแนวโน้มทรงตัว หรือลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยเศรษฐกิจโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ยังคงฟื้นตัวช้า ความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนอาจลดหรือชะลอการลงทุนและการใช้จ่ายออกไป เพื่อรอความชัดเจนด้านต่างๆ จากสถานการณ์ข้อตกลงการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและประเทศคู่ค้า รวมถึงความไม่แน่นอนระหว่างสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา

    นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ทั้งนี้ ในครึ่งปีแรก โตโยต้ามียอดขายรถยนต์รวมที่ 113,889 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดถึง 37.6% โดยเฉพาะ ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน  (Pure Pick up + รถกระบะดัดแปลง PPV)  มียอดขายรวมอยู่ที่ 42,430 คัน มีส่วนแบ่งการตลาดรถยนต์เซกเมนต์นี้ถึง 44.8% สำหรับยอดขายรถยนต์นั่งอยู่ที่ 39,644 คัน มีส่วนแบ่งการตลาด 33.7% อีกทั้งโตโยต้ายังมียอดขายรถยนต์ไฮบริดถึง 31,793  คัน หรือคิดเป็นสัดส่วนถึง 24% ของยอดจำหน่ายรถยนต์ในกลุ่มตลาด xEV ทั้งหมด 

    ภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในครึ่งปีแรก 2568 เริ่มส่งสัญญาณมีแนวโน้มที่ดีขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงครึ่งปีหลังของที่ผ่านมา โดยมีตัวเลขยอดขายรวมครึ่งปีแรกของปี 2568 อยู่ที่ 302,694 คัน หรือลดลงเพียงเล็กน้อยที่ 1.7% เมื่อเทียบกับปี 2567 โตโยต้ายังคงคาดการณ์ระดับตลาดในปี 2568 ที่ระดับ 600,000 คัน สำหรับโตโยต้า ตั้งเป้าหมายยอดขายอยู่ที่ 231,000 คัน หรือเพิ่มขึ้น 5% สร้างส่วนแบ่งทางการตลาด เท่ากับ 38.5% ของยอดขายรถยนต์ทั้งหมด โดยในครึ่งปีหลัง โตโยต้ามีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่หลายรุ่น ทั้งในกลุ่มตลาดรถยนต์นั่ง และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ รวมถึงตลาด xEV ซึ่งเป็นตลาดที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทย เพื่อร่วมส่งเสริมการเติบโตของเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยอย่างยั่งยืน”

     

    • ปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมิถุนายน 2568
    1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 50,079 คัน เพิ่มขึ้น 1%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      19,105 คัน      เพิ่มขึ้น    3%              ส่วนแบ่งตลาด   38.1%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ           5,625 คัน       ลดลง     20.5%         ส่วนแบ่งตลาด   11.2%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า       5,149 คัน       ลดลง     15.9%         ส่วนแบ่งตลาด   10.3%

    1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 19,397 คัน เพิ่มขึ้น 4%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      6,575 คัน        เพิ่มขึ้น    22.4%         ส่วนแบ่งตลาด   33.9%

    อันดับที่ 2 ฮอนด้า      3,130 คัน        ลดลง     7.4%           ส่วนแบ่งตลาด   16.1%

    อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ      876 คัน           ลดลง     48.3%         ส่วนแบ่งตลาด   4.5%

    1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 30,682 คัน เพิ่มขึ้น 5%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      12,530 คัน      ลดลง   4.9%            ส่วนแบ่งตลาด  40.8%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ           5,625 คัน        ลดลง   20.5%           ส่วนแบ่งตลาด 18.3%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า      2,019 คัน        ลดลง   26.4%            ส่วนแบ่งตลาด  6.6%

    1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

    ปริมาณการขาย 15,307 คัน ลดลง 8.2%                                

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      7,099 คัน        ลดลง    10.6%          ส่วนแบ่งตลาด 46.4%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ           4,756 คัน        ลดลง    22.6%          ส่วนแบ่งตลาด 31.1%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด        1,399 คัน        ลดลง    14.5%           ส่วนแบ่งตลาด  9.1%

                                   *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 4,032 คัน

    โตโยต้า 1,258 คัน – อีซูซุ 988 คัน – ฟอร์ด 578 คัน – มิตซูบิชิ 129 คัน – นิสสัน 33 คัน

    1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 11,269 คัน ลดลง 9%                                

    อันดับที่ 1 โตโยต้า      5,841 คัน        ลดลง   16%             ส่วนแบ่งตลาด 51.8%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ          3,768 คัน        ลดลง    29.3%          ส่วนแบ่งตลาด 33.4%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด        821 คัน           ลดลง    23.1%           ส่วนแบ่งตลาด  7.3%     

     

    • สถิติการจำหน่ายรถยนต์ เดือนมกราคม – มิถุนายน 2568
    1. ตลาดรถยนต์รวม ปริมาณการขาย 302,694 คัน ลดลง 7%                             

    อันดับที่ 1 โตโยต้า    113,889 คัน       ลดลง     2.1%           ส่วนแบ่งตลาด 37.6%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ        37,506 คัน        ลดลง     18.9%          ส่วนแบ่งตลาด 12.4%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า    35,355 คัน        ลดลง    18.7%         ส่วนแบ่งตลาด 11.7%

    1. ตลาดรถยนต์นั่ง ปริมาณการขาย 117,482 คัน ลดลง 5%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า   39,644 คัน         เพิ่มขึ้น  19.2%           ส่วนแบ่งตลาด 33.7%

    อันดับที่ 2 ฮอนด้า   19,672 คัน         ลดลง    20.1%          ส่วนแบ่งตลาด 16.7%

    อันดับที่ 3 มิตซูบิชิ    5,915 คัน           ลดลง   40.2%           ส่วนแบ่งตลาด  5%

    1. ตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ ปริมาณการขาย 185,212 คัน ลดลง 8%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า  74,245 คัน           ลดลง     10.6%           ส่วนแบ่งตลาด 40.1%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ       37,506 คัน           ลดลง    18.9%           ส่วนแบ่งตลาด 20.3%

    อันดับที่ 3 ฮอนด้า  15,683 คัน          เพิ่มขึ้น  16.9%           ส่วนแบ่งตลาด 8.5%

    1. ตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน (Pure Pick up และ รถกระบะดัดแปลง PPV*)

    ปริมาณการขาย 94,715 คัน ลดลง 12.7%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า 42,430 คัน           ลดลง   14.6%           ส่วนแบ่งตลาด 44.8%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ     32,804 คัน            ลดลง   19.2%           ส่วนแบ่งตลาด 34.6%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด   9,400 คัน             ลดลง   16.7%           ส่วนแบ่งตลาด  9.9%

                                   *ปริมาณการขายรถกระบะดัดแปลง (ในตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน) 20,714 คัน

    โตโยต้า 7,294 คัน – อีซูซุ 6,183 คัน – ฟอร์ด 3,717 คัน – มิตซูบิชิ 888 คัน – นิสสัน 269 คัน

    1. ตลาดรถกระบะ Pure Pick up ปริมาณการขาย 73,995 คัน ลดลง 4%

    อันดับที่ 1 โตโยต้า 35,136 คัน           ลดลง  17.7%             ส่วนแบ่งตลาด 47.5%

    อันดับที่ 2 อีซูซุ      26,621 คัน           ลดลง  23.2%            ส่วนแบ่งตลาด  36%

    อันดับที่ 3 ฟอร์ด    5,683 คัน            ลดลง   19%              ส่วนแบ่งตลาด  7.7%   


    าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • นิสสันร่วมพัฒนาทักษะเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เพื่อการศึกษา ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธร

    1 Min Read

    นิสสันร่วมพัฒนาทักษะเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ เพื่อการศึกษา ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธร

    นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย ร่วมกับสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน บริจาคเครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรสำหรับใช้ในการเรียนรู้และเพิ่มพูนทักษะวิชาชีพ

    ความร่วมมือดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมเพื่อสังคมที่นิสสันดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีประสบการณ์ตรง และพัฒนาทักษะความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์อันทันสมัย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการประกอบอาชีพต่อไป

    ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย กล่าวว่า “ที่นิสสัน มอเตอร์ เรามีวิสัยทัศน์ในการยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรม และมีความตั้งใจที่จะมีส่วนร่วมในการพัฒนาสังคมไทย เราได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสนับสนุนการพัฒนาทักษะของเยาวชน นิสสันเชื่อมั่นอย่างแน่วแน่ว่าการมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เยาวชนคือการลงทุนที่มีคุณค่าที่สุด เราหวังว่าความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยเสริมสร้างทักษะที่จำเป็น และเปิดโอกาสให้เยาวชนได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศไทยในอนาคต”

    เครื่องยนต์ระบบขับเคลื่อน อี-พาวเวอร์ ของนิสสันที่ส่งมอบให้แก่ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรครั้งนี้ เป็นระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าแบบพิเศษที่ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบเหมือนรถไฟฟ้า โดยไม่ต้องชาร์จไฟ  เครื่องยนต์ดังกล่าว ติดตั้งในรถรุ่นหลักๆ ของนิสสัน ได้แก่ นิสสัน คิกส์ อี-พาวเวอร์ และนิสสัน เซเรน่า อี-พาวเวอร์ รวมถึงรุ่นอื่น ๆ ที่กำลังจะเปิดตัวในอนาคต

    เครื่องยนต์ อี-พาวเวอร์ ถือเป็นเครื่องมือการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะกับเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสอดคล้องกับแนวโน้มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน

    นิสสัน ได้เริ่มให้การสนับสนุนศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธรมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยได้บริจาคเครื่องยนต์หลากหลายประเภท อาทิ เครื่องยนต์เบนซิน และเครื่องยนต์ดีเซลเพื่อให้เยาวชนได้ใช้ในการเรียนและฝึกฝนทักษะ  ตลอดจนได้มีการจัดเวิร์คช็อปสำหรับครูผู้สอน เพื่อเพิ่มพูนความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับนวัตกรรมเทคโนโลยียานยนต์สมัยใหม่ รวมถึงเทคโนโลยีอี-พาวเวอร์ของนิสสัน

    ความร่วมมือที่ได้รับการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทยนี้ ยังตอกย้ำความสัมพันธ์อันใกล้ชิดที่มีมาอย่างยาวนานระหว่างประเทศญี่ปุ่นและไทย ที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นร่วมกันที่จะส่งเสริมการพัฒนาชุมชนและสังคมในระยะยาว ตลอดจนสนับสนุนการพัฒนาผ่านการศึกษาและนวัตกรรม

    มร. ทาคาอากิ ยานางิ รองประธานอาวุโส นิสสัน ประเทศไทย พร้อม มร. ทัตสึชิ นิชิโอกะ อัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย และ คุณนลินนาถ ไกรนรา รองอธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกันมอบเครื่องยนต์    อี-พาวเวอร์ ให้แก่ คุณวัชริน แม่นยำ ผู้อำนวยการ ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านสิรินธร


    าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยกระดับยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าไปอีกขั้น ZEEKR ประเทศไทย ส่ง ZEEKR 7X ลุยตลาด SUV ภายใต้แนวคิด Indulge Every Journey เมื่อการเดินทางของนวัตกรรมขั้นสุดสอดรับกับความลักชูรีอย่างลงตัว

    1 Min Read

    ยกระดับยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าไปอีกขั้น ZEEKR ประเทศไทย ส่ง ZEEKR 7X ลุยตลาด SUV ภายใต้แนวคิด Indulge Every Journey เมื่อการเดินทางของนวัตกรรมขั้นสุดสอดรับกับความลักชูรีอย่างลงตัว

    การมาถึงของ ZEEKR 7X ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้า 5 ที่นั่ง ไม่เพียงแต่เป็นการประกาศความพร้อมในการบุกตลาด EV ในเซกเมนต์ SUV ของแบรนด์ ZEEKR แต่ยังถือเป็น   การสร้างปรากฏการณ์ “ขั้นกว่า” ของการขับขี่ที่ให้ความรู้สึกดื่มด่ำ “ขั้นสุด” ตลอดทุกเส้นทาง ทุกช่วงเวลา ทุกผู้โดยสารภายใน ซึ่งสอดคล้องกับคอนเซ็ปต์ Indulge Every Journey โดย ZEEKR 7X พร้อมแล้วที่จะประกาศเปิดตัวสู่สายตาชาวไทยอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 สิงหาคมนี้

    จากการเติบโตของตลาด SUV ที่กลายเป็นเมกะเทรนด์ทั่วโลก โดยเฉพาะ SUV ไฟฟ้าที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และรูปแบบการใช้ชีวิตที่ผู้คนเริ่มแสวงหา Work Life Balance และการทำกิจกรรมที่สะท้อนตัวตนผ่านการออกเดินทางสู่ปลายทางหลายรูปแบบเพื่อหาแรงบันดาลใจ ซึ่ง ZEEKR ประเทศไทยได้มีการแนะนำยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าในรุ่น ZEEKR 7X เรียกความสนใจมาแล้วจากกลุ่มลูกค้าที่มายลโฉมภายในงานมอเตอร์โชว์ 2025 เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ในแง่ของการเดินทางระยะไกล ไปได้ทุกสภาพถนน ใช้งานได้อเนกประสงค์ พร้อมรองรับได้ทุกกิจกรรม อีกทั้งยังช่วยประหยัดพลังงาน

    ZEEKR 7X ฉายภาพความงดงามโดยมีจุดเริ่มต้นจากแนวคิด Hidden Energy Design Concept โดดเด่นด้วยปรัชญาการออกแบบที่ลึกซึ้ง ด้วยการนำ Golden Ratio หรืออัตราส่วนทองคำซึ่งเป็นหลักคณิตศาสตร์แห่งความสมบูรณ์แบบมาประยุกต์ใช้ในการกำหนดสัดส่วนทุกองค์ประกอบของรถยนต์ ทำให้ได้รูปลักษณ์ที่สมดุลอย่างที่สุดและสร้างความประทับใจแรกเห็น โดยจุดเด่นที่สะดุดตาคือ ZEEKR Stargate หน้าจอ LED พาดยาวจรดซ้าย ไปขวาขนาดใหญ่ 93 นิ้ว ที่ประกอบด้วยไฟ LED ถึง 1,831 ดวง ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการแสดงออกทางศิลปะ แต่ยังสื่อสารได้หลากหลายรูปแบบ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถแสดงตัวตนและอารมณ์ได้ในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยนวัตกรรมการแสดงลวดลายพิเศษเลือกได้ตามเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่

    ความสะดวกสบายระดับลักชูรีเริ่มต้นตั้งแต่การเข้าออกรถยนต์ด้วย Automatic Doors ระบบประตูเปิด-ปิดอัตโนมัติทั้ง 4 บาน ที่ไม่เพียงแต่เพิ่มความสะดวก แต่ยังสร้างความประทับใจให้กับทุกคนที่ได้ลอง ทำให้การใช้รถในชีวิตประจำวันกลายเป็นประสบการณ์ที่หรูหราและไม่ธรรมดา ล้อ Forged Wheel ขนาด 21 นิ้วที่ผลิตด้วยเทคโนโลยีการตีขึ้นรูปให้ได้น้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่ง ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักรถเพื่อประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ดีขึ้น แต่ยังช่วยให้การขับขี่นุ่มนวลและควบคุมได้แม่นยำมากขึ้น เมื่อคู่กับระบบเบรก Akebono Caliper สมรรถนะสูง ทำให้มั่นใจได้ในทุกการหยุดรถ แม้ในความเร็วสูงหรือสภาพถนนที่ท้าทาย

     

    ห้องโดยสารที่เรียบหรู…ให้ทุกดีเทลบ่งบอกรสนิยมระดับมาสเตอร์คลาส

    ภายในห้องโดยสาร ZEEKR 7X คือพื้นที่แห่งการผ่อนคลายขั้นสูง มอบความสบายด้วยเบาะหนัง Nappa ที่มีชื่อเสียงในด้านความนุ่มและหรูหรา ไม่เพียงแต่ให้ความสบายในการนั่ง แต่ยังสื่อถึงรสนิยมระดับสูงของเจ้าของรถ ระบบนวดและเป่าลมในเบาะคู่หน้าจะช่วยคลายความเมื่อยล้าหลังจากวันทำงานที่หนักหน่วง ทำให้การขับรถระยะไกลไม่ใช่ภาระ แต่กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการฟื้นฟูพลังงาน

    สำหรับเบาะหลังที่ปรับเอนด้วยระบบไฟฟ้าช่วยให้ผู้โดยสารสามารถปรับองศาการนั่งให้เหมาะกับกิจกรรมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การพักผ่อน หรือการชมภาพยนตร์ ทำให้ห้องโดยสารหลังเปลี่ยนเป็นห้องนั่งเล่นส่วนตัวที่สมบูรณ์แบบซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดทุกมิติกับการออกแบบภายในที่คำนึงทุกอิริยาบถของผู้โดยสาร และการผ่อนคลายที่เหนือระดับ ในส่วนของระบบสารสนเทศและบันเทิงของ ZEEKR 7X นำเสนอด้วยหน้าจอกลาง Mini LED ขนาด 16 นิ้วที่มีความละเอียด 3.5K ให้ภาพที่คมชัด

    หน้าจอ AR HUD ขนาด 36.21 นิ้ว จะฉายข้อมูลสำคัญขึ้นมาบนกระจกหน้ารถ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถติดตามข้อมูลต่างๆ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกในการขับขี่ หน้าจอ Cluster ขนาด 13.02 นิ้ว ทำหน้าที่แสดงข้อมูลการขับขี่ทั้งหมดในรูปแบบที่สวยงามและเข้าใจง่าย การทำงานของหน้าจอทั้งหมดนี้ขับเคลื่อนด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 Processor เทคโนโลยี 5nm Process Technology ที่ให้การประมวลผลรวดเร็วและราบรื่น ทำให้การใช้งานฟังก์ชันต่างๆ บนหน้าจอทำได้อย่างสะดวกสบายไร้รอยต่อ ตอบสนองคำสั่งการได้ทันทีทันใด

    และระบบเสียง ZEEKR Sound Pro ที่มาพร้อมลำโพงคุณภาพระดับสตูดิโอจำนวน 21 จุดรอบคัน สร้างมิติเสียงรอบทิศทางเสมือนโฮมเธียเตอร์เคลื่อนที่ ช่วยสร้างประสบการณ์ความรู้สึกดื่มด่ำในสุนทรียภาพของเสียง

     

    ทลายทุกขีดจำกัดของความเป็นไปได้

    ในแง่ของสมรรถนะขุมพลังเหนือชั้นของ ZEEKR 7X คือระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่สร้างกำลังสูงสุด 637 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 710 นิวตันเมตร ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร ต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 3.8 วินาที ทำให้การออกตัวจากสัญญาณไฟแดงหรือการแซงเป็นเรื่องง่ายดาย ระบบขับเคลื่อน Intelligent AWD Lightning Switch สามารถปรับกำลังขับอัตโนมัติทันทีตามสภาพถนน ส่วนช่วงล่าง ถุงลม (Air Suspension) สามารถปรับระดับตามสภาพถนนเพื่อให้การขับขี่มีความนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ในโหมด      Off-Road สามารถยกความสูงตัวรถได้ถึง 230 มิลลิเมตร รองรับทุกเส้นทาง โดย ZEEKR 7X ใช้ระบบไฟฟ้า 800V ทั้งระบบซึ่งรองรับการชาร์จเร็วแบบ 4C fast charging ได้อย่างรวดเร็วเพียง 16 นาทีจาก 10% – 80% (ขึ้นอยู่กับปริมาณไฟคงเหลือ กำลังไฟของตู้ชาร์จ และรูปแบบการใช้งาน เป็นต้น)  ทำให้การเดินทางระยะไกลไม่ใช่ข้อจำกัดอีกต่อไป และด้วยระยะทางวิ่งที่มากกว่า 700 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน NEDC) ทำให้มั่นใจได้ว่าจะไปถึงจุดหมายอย่างไร้กังวล

     

    ความปลอดภัย..PRIORITY

    ZEEKR 7X สร้างขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA (Sustainable Experience Architecture) ที่ออกแบบมาเพื่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพสูงสุดและได้รับการรับรองด้วยมาตรฐาน Euro NCAP 5 ดาว โดยได้คะแนน 91% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารผู้ใหญ่ และ 90% สำหรับการปกป้องผู้โดยสารเด็ก ซึ่งสะท้อนถึงความใส่ใจในความปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว ส่วนโครงสร้างตัวรถแบบ Dome-Shaped และโครงสร้างตัวถังหลังแบบ Single Piece Die-Cast แบบชิ้นเดียวไร้รอยต่อ เพิ่มความปลอดภัยและน้ำหนักเบา ส่งผลให้ประสิทธิภาพการใช้พลังงาน  ดียิ่งขึ้น สำหรับระบบช่วยขับขี่ ZEEKR AD ทำงานร่วมกับ Dual Mobileye Chips เพิ่มความแม่นยำและปลอดภัย

     

    Indulge Every Journey ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    ZEEKR 7X มีรุ่นย่อยทั้งหมด 2 รุ่น คือ ZEEKR 7X RWD Long Range และ ZEEKR 7X AWD Performance วันนี้ ZEEKR พร้อมเปิดประตูสู่อนาคตด้วย ZEEKR 7X ยนตรกรรม SUV ไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรีที่จะมาสร้างปรากฏการณ์ยานยนต์ไฟฟ้าเมืองไทยภายใต้คอนเซ็ปต์ “Indulge Every Journey” ที่ไม่เพียงแค่มุ่งเน้นจุดหมายปลายทาง แต่ยังยกระดับทุกวินาทีของการเดินทางให้กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจและดื่มด่ำไปด้วยความสุขสมบูรณ์แบบ

     

    สามารถจองสิทธิ์เป็นเจ้าของได้ที่ ZEEKR House ทั้ง 13 สาขา ทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ และร่วมเคานต์ดาวน์ไปด้วยกันกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ ZEEKR 7X ในวันที่ 15 สิงหาคม 2568 นี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กรังด์ปรีซ์ฯ มอบรางวัลผู้โชคดี จากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 รวมมูลค่ากว่า 1.94 ล้านบาท

    1 Min Read

    กรังด์ปรีซ์ฯ มอบรางวัลผู้โชคดี  จากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 รวมมูลค่ากว่า 1.94 ล้านบาท

     บริษัท กรังด์ปรีซ์  อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” ครั้งที่ 46 ภายใต้ธีม “The Talk of Sensuous  Automotive” หรือ “สนทนาภาษายานยนต์” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 26 มีนาคม – 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งประสบความสำเร็จตามคาดหมาย มียอดผู้เข้าชมงานมากถึง 1.6 ล้านคน  มีค่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์กว่า 54 แบรนด์ ที่เข้ารวมงานฯและกวาดยอดจองในงานรวมทุกเซ็กเม้นท์จำนวนสูงถึง 79,941 คัน ส่งผลให้ภาพรวมอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยในปีนี้ยังคงอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง 

    ซึ่งเป็นประจำของทุกปีที่คณะผู้จัดงานฯ จะทำการการจับรางวัลผู้โชคดีจากการตอบแบบสอบถามสำรวจความพึงพอใจจากผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมงานผ่าน Line OA @GrandPrix.Group ลุ้นรับรางวัลรถยนต์ไฟฟ้า,รถจักรยานยนต์ และของที่ระลึกในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  โดยแบ่งเป็น รางวัลผู้โชคดีจากการซื้อบัตรเข้าชมงาน รางวัลจองรถยนต์ รางวัลจองรถจักรยานยนต์ รางวัลจากอภินันทนาการ และรางวัลซื้อสินค้าภายใน Hall 4 มูลค่า 1,000 บาทขึ้นไป และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล  โดยได้ทำการจับรางวัลผู้โชคดี ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี บริเวณจุดโชว์รถรางวัล LUCKY DRAW เมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 ที่ผ่านมา และได้ทำการประกาศรายชื่อ ผู้โชคดีใน www.motorshow.in.th  และนิตยสารในเครือกรังด์ปรีซ์ฯ

    สำหรับพิธีมอบรางวัลแก่ผู้โชคดี จัดขึ้นในวันศุกรที่ 25 กรกฎาคม 2568  เวลา 11.00 – 12.00 น. ณ บริเวณลานจอดรถรางวัล ด้านหน้า อาคาร 1 บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานการจัดงานฯ  พร้อมด้วย คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์  คุณพีระพงศ์    เอี่ยมลำเนา  คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา  และคุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม รองประธานการจัดงานฯ  ร่วมกันมอบรางวัล และแสดงความยินดีกับผู้โชคดีจากงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46  โดยมีรายชื่อดังต่อไปนี้

    รางวัลผู้โชคดีจากการซื้อบัตรเข้าชมงาน

    1. รถยนต์ไฟฟ้า JAECOO 6 EV                                        มูลค่า    1,099,000          บาท     

    ได้แก่ คุณปัญญา วิจิตขะจี

    1. รถจักรยานยนต์ Yamaha Grand Filano Hybrid             มูลค่า    64,700               บาท

    ได้แก่ คุณอนุวัฒน์ หงษ์เทศ

     

    1. รถจักรยานยนต์ Honda Scoopy I Urban             มูลค่า    50,600               บาท

    ได้แก่ คุณนนนพัทธ์ พระนอ

    รางวัลผู้โชคดีจากการจองซื้อรถยนต์ในงาน และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถยนต์ไฟฟ้า NETA VII SMART มูลค่า    427,000             บาท

    ได้แก่ คุณกิตติ วงษ์วุฒิศักดิ์ 

    รางวัลผู้โชคดีจากการจองซื้อรถจักรยานยนต์ในงาน และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถจักรยานยนต์ Kawasaki W230                                     มูลค่า    149,900             บาท

    ได้แก่ คุณรัตนะ แสงศิริ

    รางวัลผู้โชคดีจากบัตรอภินันทนาการ  และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถจักรยานยนต์ SUZUKI Burgman                         มูลค่า    69,900               บาท

    ได้แก่ คุณกันตชา ศรีอยุธย์

    รางวัลผู้โชคดี จากการซื้อสินค้าภายใน Hall  มูลว่า 1,000 ขึ้นไป และได้ส่งข้อมูลเพื่อทำการชิงโชคลุ้นรับรถรางวัล

    1. รถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้า Yadea             มูลค่า    22,000               บาท     

    ได้แก่ คุณวีระวัฒน์ เจียระไนกาญจน์

    นอกจากนี้ยังมีการจับรางวัลสำหรับรายชื่อผู้โชคดีที่จะได้ของที่ระลึกในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 จำนวน 100 รางวัล มูลค่ารวม 50,000 บาท (ซึ่งประกาศในเว็บไซต์ www.bangkok-motorshow.in.th  และทาง นิตยสารในเครือกรังด์ปรีซ์ฉบับเดือน พฤษภาคม 2568 )  สำหรับกำหนดการจัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 จะมีขึ้นวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าตอกย้ำเอกลักษณ์ยนตรกรรมที่สร้างความสำเร็จทั่วโลก

    1 Min Read

    มาสด้าตอกย้ำเอกลักษณ์ยนตรกรรมที่สร้างความสำเร็จทั่วโลก

    เมื่อเอ่ยถึงแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่มีเรื่องราวความเป็นมามากกว่า 100 ปี ผ่านร้อน ผ่านหนาว และฝ่าฟันอุปสรรคนานัปการ แต่ยังคงยืนหยัดอย่างสง่างามท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ของโลก นั่นคือแบรนด์ “มาสด้า” มาเจาะรายละเอียดว่ากว่าจะเดินทางมาไกลจนถึงวันนี้ มีอะไรที่มาสด้าได้รังสรรให้กับมวลมนุษยชาติไว้อย่างน่าสนใจ

    มาสด้า เป็นแบรนด์รถยนต์ที่สร้างตำนานและถ่ายทอดเรื่องราวต่าง ๆ ไว้มากมาย สิ่งที่เรียกได้ว่าเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นอกเหนือจากปรัชญาที่มุ่งเน้นมนุษย์เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาแล้ว ยังคงมีองค์ประกอบอื่น ๆ อีกมากที่ทำให้รถมาสด้าได้รับการยอมรับจากลูกค้าทั่วโลก กลายเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จและเป็นแบรนด์ที่ดำรงอยู่มากกว่า 100 ปี องค์ประกอบหลายสิ่ง ได้ถูกถ่ายทอดลงในรถยนต์ของมาสด้าทุกเจเนอเรชั่น แต่สิ่งที่มาสด้าแตกต่างอย่างชัดเจนเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวาง คือการมาพร้อมเอกลักษณ์ที่โดดเด่น ด้วยภาพลักษณ์ใหม่กับรถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ ด้วยแนวทางการออกแบบที่เสริมให้รถยนต์โดดเด่นยิ่งขึ้น รวมถึงเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ช่วยให้การขับขี่เป็นไปอย่างง่ายดายและปลอดภัย โดยเฉพาะการขับขี่เป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างรถกับผู้ขับขี่ ตามปรัชญา Jinba-ittai โดยให้รถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพตามความตั้งใจของผู้ขับขี่ เพิ่มความปลอดภัยและความมั่นใจมากขึ้น

    มาสด้าพัฒนารถยนต์เจเนอเรชั่นใหม่เพื่อให้เป็น “สิ่งที่เป็นปรารถนาในระดับสากล” การสร้างรถยนต์ที่ทำให้เกิดความปรารถนาของผู้คนนั้น ต้องสร้างคุณค่าใหม่ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน มาสด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ โดยใช้หลักปรัชญามนุษย์เป็นศูนย์กลางในการยกระดับคุณค่าผลิตภัณฑ์ในทุกด้าน ได้แก่ การออกแบบ สมรรถนะการขับขี่ การลดแรงสั่นสะเทือนจากพื้นถนน ความนุ่มนวลในการขับขี่ เป็นมิตต่อสิ่งแวดล้อม และความรู้สึกถึงคุณภาพอันประณีต เพื่อให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากที่สุดสำหรับทุกคน มาสด้าได้ออกแบบและเชื่อมโยงองค์ประกอบทุกอย่างเข้าด้วยกัน เพื่อดึงความสามารถโดยธรรมชาติของมนุษย์ในการรักษาสมดุล ผลลัพธ์ที่ได้คือ SKYACTIV-Vehicle Architecture เป็นเทคโนโลยีโครงสร้างตัวถังชุดใหม่ที่ทำให้การขับขี่เป็นธรรมชาติมากขึ้น

    สมรรถนะอันทรงพลังจากเทคโนโลยี SKYACTIV สร้างชื่อเสียงกระหึ่มไปทั่วโลก

    รถยนต์มาสด้าได้รับการพัฒนาขุมพลังด้วยเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ โดยมอบสมรรถนะอันทรงพลังที่มาจากโครงสร้างตัวถังใหม่ SKYACTIV-Vehicle Architecture และปรับให้เข้ากับการรับความรู้สึกของมนุษย์ เพื่อมอบความรู้สึกในการขับขี่ที่เป็นธรรมชาติ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันระหว่างรถยนต์และผู้ขับขี่ พร้อมผสานทุกฟังก์ชันตามปรัชญา Human Centric ทำให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง องค์ประกอบเหล่านี้คือเหตุผลที่ทำให้รถยนต์มาสด้าให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากรถยนต์คันอื่น โดยเทคโนโลยีสกายแอคทีฟของมาสด้า มีดังต่อไปนี้

    • เครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน SKTYACTIV-G ให้สมรรถนะความแรงและประหยัดน้ำมัน โดยฉีดเชื้อเพลิงโดยตรงเข้าสู่ห้องเผาไหม้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีอัตราส่วนการอัดสูงที่สุดในโลก คืออัตรา 14.0:1 ช่วยให้ประหยัดนํ้ามัน มีแรงบิดดีขึ้น และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • เครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล SKYACTIV-D พัฒนาให้สามารถทำงานตอบสนองผู้ขับได้ดียิ่งขึ้น จากอัตราส่วนกำลังการบีบอัดที่สมบูรณ์ ทำให้ได้เครื่องยนต์ที่มีประสิทธิภาพสูง แรง รอบจัด และยังสะอาด จึงเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
    • เกียร์อัตโนมัติสกายแอคทีฟ-ไดร์ฟ (Skyactiv-Drive)  เกียร์อัตโนมัติที่ตอบสนองอย่างรวดเร็วทันใจ มอบความสนุกสนานในการขับขี่ ออกตัวแรง เปลี่ยนเกียร์ได้ราบรื่น และเร่งแซงได้อย่างนุ่มนวล พร้อมทั้งประหยัดนํ้ามันเชื้อเพลิง
    • สกายแอคทีฟ-บอดี้ (Skyactiv-Body) โครงสร้างตัวถังสกายแอคทีฟ ที่ผลิตจากเหล็กกล้าคุณภาพสูง High Tensile Steel น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ให้การควบคุมรถที่มั่นคง ช่วยลดแรงสะเทือนจากถนน และกระจายแรงปะทะที่เข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน
    • สกายแอคทีฟ-แชสซี (Skyactiv-Chassis) ช่วงล่างและระบบบังคับเลี้ยวสกายแอคทีฟ ระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคงและให้ความนุ่มนวลแก่ห้องโดยสาร พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่ช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัยและประหยัดน้ำมัน

    สมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ ทรงพลัง ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน

    เพื่อมอบความปลอดภัยให้ครอบคลุม เครื่องยนต์ SKYACTIV-G รุ่นล่าสุดยังสามารถควบคุมความเร็วได้อย่างทันท่วงทีในทุกสถานการณ์การขับขี่ รวมถึงยังมีระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง G-Vectoring Control Plus สร้างความมั่นใจให้กับการขับขี่ในทุกสภาพถนน ด้วยการเพิ่มเสถียรภาพในการควบคุมรถ ลดแรงเหวี่ยงในขณะเข้าโค้ง ทำให้การขับขี่เป็นไปอย่างราบรื่น นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังมีความเงียบสงบผ่านการพัฒนาเรื่องการลดเสียงรบกวน การสั่นสะเทือน และความกระด้าง ให้ความเพลิดเพลินและความสบาย จากคุณสมบัติที่ครบถ้วนเหล่านี้สามารถมอบความอุ่นใจให้ผู้โดยสารทุกคนได้ผ่อนคลายและสุนทรียภาพในการขับขี่

    เทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่รื่นรมย์

    รถยนต์มาสด้าทุกรุ่น มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน เพื่อช่วยผู้ขับขี่และช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน จุดประสงค์พื้นฐานความปลอดภัยเชิงป้องกันของมาสด้า คือการสร้างความมั่นใจในการขับขี่และการขับขี่ที่สนุกสนานให้กับผู้โดยสารทุกคน ตั้งแต่ตำแหน่งคนขับ รูปแบบแป้นเหยียบและทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี เทคโนโลยี i-Activsense รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงป้องกันที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องผู้โดยสารในกรณีที่เกิดการชนปะทะ นอกจากนี้ รถยนต์มาสด้าเจเนอเรชั่นใหม่ ยังมาพร้อมไฟหน้าแอลอีดีแบบปรับได้ (ALH) เพิ่มทัศนวิสัยให้กับกับผู้ขับขี่ในเวลากลางคืน

    ในส่วนของความปลอดภัยเชิงปกป้อง เป้าหมายคือเพื่อปกป้องผู้โดยสารและคนเดินเท้าในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ  ด้วยการใช้เหล็กกล้าทนแรงดึงสูงพิเศษที่มีความแข็งแรงสูง และโครงสร้างสร้างตัวถังที่สามารถดูดซับแรงจากการกระแทกได้ดีขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ การตกแต่งภายในยังใช้โครงสร้างป้องกันที่พัฒนาขึ้นตามลักษณะทางกายภาพของมนุษย์เพื่อลดการบาดเจ็บ พร้อมปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยถุงลมนิรภัยครบทุกจุด ไม่ว่าจะเป็น ด้านหน้า ม่านนิรภัย ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และถุงลมนิรภัยที่หัวเข่า* (ในบางรุ่น*)

    การออกแบบตามหลักปรัชญาของมาสด้า

    จาก นากาเร่ ดีไซน์ (Nagare’) สู่ โคโดะ ดีไซน์ ที่ถูกรังสรรขึ้นจากเส้นสายความพลิ้วไหวตามธรรมชาติ การเคลื่อนที่อย่างคล่องแคล่ว แข็งแรง ดั่งนักกีฬา การพัฒนาปรัชญาการออกแบบ นากาเร่ มีความหมายว่า ความต่อเนื่อง ไหลลื่น เป็นธรรมชาติ โดยนำเอาความสวยงามของธรรมชาติที่เกิดจากการเคลื่อนไหวของสรรพสิ่งในธรรมชาติในหลากหลายลักษณะ ความพิถีพิถันการออกแบบเส้นสายที่ลื่นไหลต่อเนื่องของธรรมชาติผสมผสานเข้ากับการขึ้นรูปของตัวรถ การไหลอย่างต่อเนื่องของสรรพสิ่งในธรรมชาติ อาทิ กระแสลม น้ำ การเปลี่ยนรูปของทรายบนเนินทรายที่เกิดจากกระแสลม สายธาร ลาวา เป็นต้น มาสด้าได้นำเอาความสวยงามจากภาพของความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องไหลลื่น เหล่านั้น มาประยุกต์ใช้เป็นการยกระดับของงานดีไซน์ ภายใต้แนวทางการออกแบบ นากาเร่ มาสด้าได้ออกแบบรถต้นแบบทั้งสิ้น 7 คัน หลังจากนั้นได้นำมาใช้กับการออกแบบรถมาสด้าและเป็นรถที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายจริง

    ความคิดสร้างสรรค์และแนวทางของมาสด้าได้เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง มาสด้าได้นำปรัชญาการออกแบบสำหรับยนตรกรรมและถูกถ่ายทอดมาถึงยุคปัจจุบัน คือการผสมผสานความสวยงามและพลังเข้าไว้ด้วยกัน เป็นสิ่งที่มองเห็นและสัมผัสได้ในการเคลื่อนไหวของสิ่งมีชีวิต ทั้งมนุษย์และสัตว์ เป็นช่วงจังหวะของการเคลื่อนไหวที่กำลังจะเริ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ช่วงจังหวะที่เสือซีต้าห์กำลังกระโจนเข้าตะครุบเหยื่อ หรือศิลปะการป้องกันตัวในอดีตของญี่ปุ่น ในจังหวะที่ดาบ “เคนโด้” กำลังจะถูกฟาดเพื่อเข้าจู่โจม ทั้งหมดคือช่วงเวลาขณะที่พละกำลังถูกรวบรวมเอาไว้เพื่อใช้งาน ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างรวดเร็ว เป็นการแสดงออกถึงความสมดุลของความแข็งแกร่ง และความปราดเปรียว ในจังหวะเข้าจู่โจมนั้นต้องใช้สมาธิและการช่วงชิงจังหวะ ทำให้รับรู้ได้ถึง พละกำลัง ความเร็ว กล้ามเนื้อ และรูปทรงที่มีความแข็งแรง ทั้งหมดเกิดขึ้นโดยธรรมชาติ เป็นความสวยงามอย่างประณีต มีเสน่ห์อย่างไม่น่าเชื่อ

    มาสด้าได้ผสมผสานคุณสมบัติทั้งสามอย่างเพื่อเป็นองค์ประกอบสำคัญในการขึ้นรูปของ โคโดะ ดีไซน์ จิตวิญญาณแห่งการเคลื่อนไหวที่งดงาม ‘KODO – Soul of Motion’ ประกอบด้วย

     

     

     

    • ความรวดเร็ว (Speed): การขึ้นรูปที่บ่งบอกถึงความรวดเร็ว ให้ภาพของรถยนต์ที่มีการปลุกเร้าสัญชาตญาณของสรรพสิ่งที่มีชีวิตให้เกิดความต้องการในการควบคุมเครื่องจักรอันนี้ เป็นเครื่องจักรที่มีความเร็วและทรงพลัง
    • ทรงพลัง (Tense): การขึ้นรูปที่ก่อให้เกิดความพิถีพิถันของความแข็งแกร่งมีพละกำลัง ในจังหวะการเริ่มต้นของการเคลื่อนที่เข้าจู่โจม เป็นการขึ้นรูปที่ประณีต ที่มีรากฐานของความเรียบง่ายด้วยสปิริตของชาวญี่ปุ่น
    • ความงดงาม (Alluring): คุณภาพที่สามารถสัมผัสได้ ถ่ายทอดอย่างลึกซึ้ง เหนือระดับ ด้วยความประณีต และการเลือกสรรอย่างมีคุณค่า  รู้สึกได้ถึงศิลปะของผลิตภัณฑ์ที่ทำจากมือของมนุษย์อย่างประณีต

    มาสด้าได้กำหนดการเคลื่อนไหวโดยฉับพลันแบบนี้ ที่เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง ความรวดเร็ว แสดงออกอย่างน่าเกรงขาม ให้เป็นแนวทางของการขึ้นรูปงานดีไซน์ และเป็นการให้คำนิยามของ โคโดะ ‘KODO’ ที่มาสด้าใช้ในการออกแบบรถยนต์มาสด้าให้มีภาพลักษณ์ของความเร็ว ความทรงพลัง รวมถึงองค์ประกอบต่าง ๆ ทำให้ดูมีชีวิตชีวา แสดงออกถึงจิตวิญญาณ ‘KODO – Soul of Motion’ เป็นภาษาการออกแบบใหม่ที่เป็นตัวแทนของรถมาสด้าเจนเนอเรชั่นใหม่ มาสด้า ชินาริ (Shinari) คือรถต้นแบบที่ออกแบบด้วยความบริสุทธิ์งดงาม เป็นต้นแบบของรถ 4 ประตู และรถสปอร์ต 2 ประตู 4 ที่นั่ง ในภาษาญี่ปุ่น ชินาริ หมายถึงรูปลักษณ์ที่อ่อนโยนสวยงามแต่เต็มเปี่ยมด้วยพลัง พร้อมกับคุณสมบัติของความยืดหยุ่น สามารถรักษารูปทรงของตัวเองได้ถึงแม้จะได้รับแรงดึง ยืด หรือบิดตัวอย่างรุนแรง คล้ายกับคุณสมบัติธรรมชาติในเหล็กและไม้ไผ่ ชินาริ ยังหมายถึงตัวตนของบุคคลหรือสิ่งมีชีวิตที่พร้อมจะเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้ด้วยความรวดเร็วฉับไว ภายใต้การเคลื่อนไหวดังกล่าว นักออกแบบมาสด้าจึงได้ค้นพบศักยภาพที่แท้จริง

    เพื่อนำแนวคิดมาพัฒนาต่อยอดให้กลายเป็นจริง รถยนต์มาสด้าทุกคันถูกพัฒนาขึ้นอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การขึ้นรูปโมเดลจากดินเหนียว ก่อนเติมความโฉบเฉี่ยวผสมผสานเส้นสายที่เรียบง่ายด้วยแนวคิดการออกแบบ KODO Design ที่เรียบง่ายแต่งดงาม ช่วยสร้างความสมบูรณ์แบบให้กับรถยนต์ ด้วยสุนทรียศาสตร์แบบญี่ปุ่น ที่พัฒนายนตรกรรมให้มีความสง่างามเสมือนงานศิลปะชิ้นเอก ดึงดูดใจผู้พบเห็น ทีมออกแบบและวิศวกรได้ทำงานร่วมกันเพื่อเนรมิตรถยนต์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลายหลาย ด้วยห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน

     

     

    ความสำเร็จจากการออกแบบภายใต้ โคโดะ ดีไซน์ ไม่ได้ถูกจำกัดในบางประเทศเท่านั้น แต่ยังได้รับรางวัลการันตีความสำเร็จมากมายมาแล้วทั่วโลก รางวัล 2020 World Car Design of the Year, 2021 Canadian Car of the Year, 2010 Red Dot “Best of the Best” จากประเทศเยอรมนี ในรถยนต์ All New Mazda3 และ รางวัลอีกมาย อาทิ รางวัล 2020 Red Dot award ประเภท Product design จากประเทศเยอรมนี รางวัล 2020 Design trophy ประเภท SUV และประเภท Champion of all classes จากประเทศเยอรมนี และยังเป็นรถยนต์ญี่ปุ่นเพียงแบรนด์เดียวที่เข้ารอบ 3 คันสุดท้ายเพื่อชิงรางวัล 2020 World Car of the Year และ World car design of the Year ในรถยนต์ All-New Mazda CX-30

    สิ่งเหล่านี้ เป็นเพียงปัจจัยบางส่วนที่ทำให้มาสด้าประสบความสำเร็จมาแล้วทั่วโลก มาสด้าเป็นแบรนด์รถยนต์เล็กๆ ที่มีต้นกำเนิดจากการเป็นผู้ผลิตจุกไม้ค็อกจากเมืองฮิโรชิม่า ได้ก้าวผ่านความท้าทายในหลายยุคหลายสมัยจนสามารถครองใจผู้คนในระดับโลก และมีฐานแฟนคลับอย่างแน่นหนาในหลายประเทศ มาสด้าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ส่งมอบประสบการณ์ความสุขในการขับขี่ และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้า ควบคู่กับการสร้างความยั่งยืนให้กับ โลก สังคม และผู้คน อันเป็นพันธกิจของเราตลอดไป


    No Comment
  • มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน

    1 Min Read

    มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว ตั้งโรงครัวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม จ.น่าน

    จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยร่วมกับมูลนิธิเอสซีจี และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชปัว จัดตั้งโรงครัวช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ที่ยังไม่สามารถอพยพได้ ระหว่างวันที่ 24–26 กรกฎาคม 2568

    โรงครัวดังกล่าวจัดเตรียมอาหารและน้ำดื่มแจกจ่ายให้ผู้ประสบภัย เพื่อเสริมสร้างขวัญกำลังใจ และช่วยคลี่คลายสถานการณ์ในเบื้องต้น ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของโตโยต้า ในการสนับสนุนสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืน

    ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนถึงพลังของภาคเอกชนและหน่วยงานในพื้นที่ในการร่วมฝ่าวิกฤติ และดูแลประชาชนอย่างเต็มกำลัง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment