-
ค่ายรถจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2025 คึกคัก ! บริษัท สื่อสากล จำกัด เปิดจองพื้นที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ค่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์มาครบ พื้นที่แสดงรถยนต์กว่า 95 % ถูกจองภายใน 35 นาที

ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เปิดเผยว่า “จากความสำเร็จของงานปีก่อน ที่มียอดจำหน่ายรถยนต์ 54,513 คัน จักรยานยนต์ 7,982 คัน สร้างเม็ดเงินสะพัดรวมกว่า 5.5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้การเปิดจองพื้นที่ MOTOR EXPO 2025 ภายในอาคารชาลเลนเจอร์ 1-3 รวม 60,000 ตารางเมตร ประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยปีนี้มีการขยายพื้นที่รถยนต์ เพื่อต้อนรับแบรนด์ใหม่ๆ และถูกจองเต็มอย่างรวดเร็ว ส่วนพื้นที่สำหรับจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่องถูกจองไปแล้วกว่า 90 %”

“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “อลังการงานแสดง-The Magnificent Motor Expo” โดยมีผู้อุปถัมภ์อย่างเป็นทางการ ได้แก่ บริษัท ทรู วิชั่นส์ กรุ๊ป จำกัด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด และบริษัท ฟินนิกซ์ ฟิล์ม จำกัด

ยิ่งไปกว่านั้น “IMC” สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” เล็งเห็นถึงความสำคัญของการจัดงานแบบยั่งยืน โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม จากกิจกรรมต่างๆ ภายในงาน และในงานแถลงข่าวปีนี้ ยังมีการมอบของที่ระลึก ที่ทำจากวัสดุรีไซเคิลจากป้ายไวนิลของการจัดงานปีก่อนอีกด้วย
พบกับ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2568 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”

ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” โรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ ได้รับการยกระดับเป็นพื้นที่นำร่อง โครงการการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตคุ้มครอง (OECMs)

บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) ยกระดับศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ณ โรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของประเทศสำหรับการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตคุ้มครอง (Other Effective Area-based Conservation Measures: OECMs) พร้อมทั้งจัดแสดงนิทรรศการและร่วมประชุมในงานวิชาการ “Bioday Play & Learn : Turn to Action” เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2568 ณ อุทยาน 100 ปี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) จัดประชุมงานวิชาการ “Bioday Play & Learn : Turn to Action” เพื่อเผยแพร่ผลงานวิชาการ เสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักในคุณค่าของความหลากหลายทางชีวภาพ ตลอดจนส่งเสริมพฤติกรรมการใช้ชีวิตที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ และสร้างความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนการอนุรักษ์อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งที่ประชุมยังมีมติเห็นชอบให้พื้นที่จำนวน 8 แห่งของประเทศไทยได้รับการยกระดับเป็นพื้นที่นำร่องในการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพนอกเขตพื้นที่คุ้มครอง (OECMs) ได้แก่
- แม่น้ำสงครามตอนล่าง จ.นครพนม
- พื้นที่อนุรักษ์บ้านปากทะเล จ.เพชรบุรี
- โครงการพัฒนาดอยตุง (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ
- ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” จ.ฉะเชิงเทรา
- พื้นที่ทิ้งดินบริเวณทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เหมืองลิกไนต์แม่เมาะ จ.ลำปาง
- ศูนย์เรียนรู้ป่าวังจันทร์ จ.ระยอง
- ศูนย์เรียนรู้ป่าในกรุง กรุงเทพฯ
- ชุมชนคลองขนมจีน จ.พระนครศรีอยุธยา

ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ตั้งอยู่ภายใต้โรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มีพื้นที่ครอบคลุมกว่า 63 ไร่ ซึ่งเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ได้แก่ พนักงานโตโยต้า ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่าย ชุมชนโดยรอบ และประชาชนทั่วไป ในการร่วมกันปลูกป่าและฟื้นฟูระบบนิเวศ ทำให้ชีวพนาเวศมีความหลากหลายทางชีวภาพอย่างเด่นชัด โดยแบ่งเป็น พืช 119 ชนิด สัตว์ 528 ชนิด ได้แก่ กลุ่มนก 149 ชนิด กลุ่มสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก 8 ชนิด กลุ่มสัตว์เลื้อยคลาน 22 ชนิด กลุ่มสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม 5 ชนิด กลุ่มแมงและแมลง 307 ชนิด กลุ่มปลาและสัตว์น้ำ 16 ชนิด กลุ่มสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง 21 ชนิด สะท้อนถึงระบบนิเวศที่สมดุลและอุดมสมบูรณ์ อีกทั้งยังมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มีการจัดทำหลักสูตรสิ่งแวดล้อมศึกษา เพื่อสร้างความเข้าใจและจิตสำนึกในการอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างยั่งยืน โดยปัจจุบันมีบุคคลทั่วไป เยาวชน และหน่วยงานที่สนใจเข้ามาเรียนรู้และศึกษาดูงาน (สะสม) แล้วกว่า 62,000 คน จากทั่วประเทศ

โดยภายในงานมีการจัดแสดงนิทรรศการจากพื้นที่นำร่องทั้ง 8 แห่ง ซึ่งศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ได้จัดแสดงข้อมูลเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของชีวพนาเวศ และแผนแม่บทด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า เพื่อให้ผู้เข้าชมได้เข้าใจถึงแนวทางการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นระบบ นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้มีส่วนร่วมเพื่อส่งเสริมการเรียนรู้ในรูปแบบที่เข้าถึงได้ง่ายและน่าสนใจ อาทิ เกมทดสอบการดมกลิ่น และกิจกรรมทายชนิดของใบไม้

การยกระดับศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” โรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา ให้เป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่องของประเทศภายใต้แนวคิด OECMs (Other Effective area-based Conservation Measures) หรือ “พื้นที่อนุรักษ์นอกเขตคุ้มครอง” ในครั้งนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนเป้าหมายด้านความหลากหลายชีวภาพทั้งในระดับประเทศและระดับสากล ในการเพิ่มพื้นที่อนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพ ให้ได้อย่างน้อยร้อยละ 30 ภายในปี 2030 (30×30) ซึ่งสอดคล้องกับ “พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า 2050” ในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ. 2050 ควบคู่ไปกับการสร้างสังคมที่สามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืนและยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม” ทางเลือกใหม่ของคนกรุงเทพฯ เปลี่ยนขยะให้มีคุณค่า ความร่วมมือสู่เมืองสีเขียวอย่างยั่งยืน

ในยุคที่ปัญหาขยะกลายเป็นโจทย์ท้าทายของเมืองใหญ่ “การคัดแยกขยะตั้งแต่ต้นทาง” จึงเป็นคำตอบสำคัญในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมคนเมืองสู่สังคมสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืน โครงการ “แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม” ได้ถือกำเนิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่าง กรุงเทพมหานคร, มูลนิธิมือวิเศษ, และ พีทีที สเตชั่น โดย บริษัท ปตท. นํ้ามันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR, GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้ว โดยบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC และ บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ปฏิวัติระบบการจัดการขยะรีไซเคิลและปลุกจิตสำนึกใหม่ให้กับสังคมไทย

“จับมือกันสร้างเมืองสีเขียว เริ่มจากการไม่เทรวม”
โครงการ “แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม” จะเพิ่มความสะดวกในการคัดแยกขยะให้กับคนกทม. โดยการจัดตั้ง “จุดรับวัสดุรีไซเคิล” จำนวน 10 แห่งทั่วกรุงเทพฯ ภายในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการรวบรวมวัสดุรีไซเคิล 8 ประเภท ที่สามารถส่งกลับคืนเข้าสู่ระบบรีไซเคิลและอัพไซเคิลเพื่อให้กลับมาสร้างประโยชน์ ปริมาณวัสดุรีไซเคิลสามารถสะสมเป็นแต้ม และนำมาแลกของรางวัลหรือเงิน หรือบริจาคเข้ามูลนิธิมือวิเศษ เพื่อนำไปทำสาธารณประโยชน์เพื่อคนเมืองได้อีกด้วย

นอกจากนี้ยังเป็นการเชื่อมโยงข้อมูล API ของผู้ร่วมโครงการเข้ากับ BKK Waste Pay Application สามารถใช้ลดหย่อนค่าเก็บขยะของ กทม. ตอบสนองสนับสนุนต่อนโยบาย “ไม่เทรวม” ช่วยลดขยะฝังกลบของกทม. และช่วยโลกลดก๊าซเรือนกระจกอีกด้วย
คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร มอบหมายให้ คุณแสนยากร อุ่นมีศรี รองปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นประธานในพิธีเปิด ได้กล่าวถึง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนในการสนับสนุนนโยบายไม่เทรวม “การจัดการขยะอย่างเป็นระบบคือหนึ่งในหัวใจของการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน และนโยบาย ‘ไม่เทรวม’ ของกรุงเทพมหานคร คือ แนวทางที่เราผลักดันให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม โดยโครงการ ‘แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม’ เป็นตัวอย่างของความร่วมมือที่ชัดเจนระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน ที่มาร่วมกันสร้างระบบจัดการขยะที่ทำได้จริง ใกล้บ้าน ใช้งานง่าย และมีประโยชน์ชัดเจน ทั้งในแง่สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตของคนเมือง นี่คือการเริ่มต้นสำคัญของการเปลี่ยนพฤติกรรม และสร้างสังคมไม่เทรวมที่ยั่งยืน”
คุณสถิตพงษ์ เงางาม ผู้จัดการฝ่ายบริหารสถานีบริการส่วนกลาง บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ในฐานะของผู้สนับสนุนพื้นที่และบริหารจัดการจุดรับขยะรีไซเคิลในพื้นที่ พีทีที สเตชั่น ที่มุ่งหวังจะสร้างบริการใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองไปพร้อมเสริมภาพลักษณ์ Green Station กล่าวว่า “พีทีที สเตชั่น ตระหนักถึงปัญหาการบริหารจัดการขยะที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมของประเทศไทย จึงมีแนวคิดที่จะจัดระบบการบริหารจัดการขยะในสถานี เพื่อลดปริมาณขยะและเล็งเห็นคุณค่าของขยะที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ผ่านการคัดแยก และจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับโครงการ แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม ในครั้งนี้เป็นความร่วมมือระหว่าง พีทีที สเตชั่น กับชุมชน ถือเป็นโอกาสดีในการยกระดับการดูแลสิ่งแวดล้อม โดยเชิญชวนประชาชนให้มาร่วมกันแยกขยะและนำส่งวัสดุรีไซเคิลที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งจะช่วยลดปริมาณขยะฝังกลบในกรุงเทพมหานคร ลดค่าใช้จ่ายในการเก็บขยะ และสร้างรายได้ให้กับผู้ที่เข้าร่วมโครงการอีกด้วย ทั้งนี้ พีทีที สเตชั่น มุ่งมั่นที่จะเติมเต็มความสุขให้แก่ผู้คน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยได้สนับสนุนโครงการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมร่วมกับชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อความต้องการและสร้างความตระหนักรู้ในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อาทิ การใช้วัสดุรีไซเคิลภายในสถานีบริการ การสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาด และ ถังขยะ แยก แลก ยิ้ม ซึ่งทำให้ พีทีที สเตชั่น สามารถสร้างสิ่งแวดล้อมที่สะอาดและยั่งยืนมากยิ่งขึ้น”
ดร.อิทธิกร ศรีจันบาล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เวสท์บาย เดลิเวอรี่ จำกัด ผู้นำด้านนวัตกรรมแพลตฟอร์มดิจิทัล บริการรับซื้อขยะรีไซเคิลถึงบ้าน และระบบโลจิสติกส์การจัดการขยะอย่างครบวงจรตั้งแต่ต้นทาง โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อเปลี่ยนการจัดการขยะให้เป็นเรื่องง่ายๆ สะดวก สบาย และเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ผ่านแอปพลิเคชัน ‘WasteBuy Delivery’ ประชาชนสามารถใช้บริการผ่านแอปพริเคชันได้อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นการเรียกรถรับซื้อขยะถึงบ้าน การตรวจสอบราคาขยะรีไซเคิลแบบเรียลไทม์ กล่าวว่า “เวสท์บาย เดลิเวอรี่ ยังได้บูรณาการเทคโนโลยีด้านการจัดการโลจิสติกส์ เช่น ระบบติดตามและควบคุมการเดินรถรับซื้อ รวมถึงการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มมูลค่าและประสิทธิภาพในการรีไซเคิล นอกจากนี้ เรายังได้ริเริ่มโครงการ WasteBuy Recycle Station ซึ่งเป็นความร่วมมือกับ พีทีที สเตชั่น เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาใช้บริการเติมน้ำมัน ให้สามารถนำขยะรีไซเคิลจากบ้าน ที่ทำงาน หรือชุมชนใกล้เคียงมาร่วมโครงการ เพื่อนำไปแลกเป็นเงินสดที่สามารถใช้เติมน้ำมันได้โดยตรง และสามารถสะสมแต้มได้ในอัตรา 1 กิโลกรัม = 1 แต้ม เพื่อแลกรับของพรีเมี่ยม หรือบริจาคเข้าสู่ มูลนิธิมือวิเศษ เพื่อนำไปต่อยอดเป็นกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ ความมุ่งมั่นของเวสท์บาย เดลิเวอรี่ คือการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงง่าย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน และการจัดการขยะอย่างยั่งยืนในกรุงเทพมหานคร เพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น และคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน”
GC YOUเทิร์น แพลตฟอร์มบริหารจัดการพลาสติกใช้แล้วรับผิดชอบการนำพลาสติกใช้แล้วทั้งประเภทขวดใส PET และขวดขุ่น HDPE เข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิลมาตรฐานสูงตามแนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน สู่เม็ดพลาสติก PCR และผลิตภัณฑ์อัพไซเคิล โดยคุณกิจชัย เฉลิมสุขสันต์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาดและการขาย กลุ่มลูกค้าแพลตฟอร์มอุตสาหกรรม บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC กล่าวถึงความมุ่งมั่นในมุมของการจัดการพลาสติกใช้แล้ว “GC YOUเทิร์น คือแพลตฟอร์มที่ช่วยจัดการให้พลาสติกที่ใช้แล้วจะไม่สูญเปล่า เราเชื่อในพลังของการเริ่มต้นเล็กๆ ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงใหญ่ให้กับชุมชนและสิ่งแวดล้อม หากทุกคนช่วยกันแยกทิ้งอย่างถูกวิธี ตั้งแต่ต้นทาง พลาสติกสามารถเทิร์นกลับมาสร้างประโยชน์ได้ใหม่ โดย GC YOUเทิร์น จะนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลและอัพไซเคิลที่ถูกต้องและได้มาตรฐาน ลดเส้นทางสู่หลุมฝังกลบอย่างเป็นรูปธรรม”
8 ประเภทวัสดุรีไซเคิลร่วม “แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม”
- กระดาษรวม
- กระดาษขาวดำ
- กล่อง UHT
- กระป๋องอะลูมิเนียม
- กระป๋องสังกะสี
- ขวดแก้ว
- ขวดพลาสติกใส PET
- ขวดพลาสติกขุ่น HDPE
ขั้นตอนร่วมโครงการ “แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม”
- เพิ่มเพื่อนใน Line@ WasteBuy Delivery และลงทะเบียน
- แยกขยะตามประเภทใส่ถุงโครงการหรือถุงส่วนตัว
- นำส่งที่จุดรับ PTT Station ใกล้บ้าน
- แจ้งเบอร์โทรเพื่อรับ QR Code
- พนักงานรับถุงและชั่งน้ำหนัก
- รับแต้มสะสมและเงินโอนเข้าระบบภายในเย็นวันเดียวกัน
- แลกแต้มผ่านแอปได้เลย
รีไซเคิลได้ครบทั้งขยะและถุงแยกขยะรักษ์โลก ใช้ซ้ำและรีไซเคิลได้
“ถุงแยกขยะรีไซเคิล” ที่ออกแบบเป็นพิเศษภายใต้แนวคิด Eco-Design ผลิตจากเม็ดพลาสติกรีไซเคิล InnoEco rHDPE 30% โดย GC ซึ่งมีคุณสมบัติ แข็งแรง ใช้ซ้ำได้ และสามารถรีไซเคิลต่อได้อีก ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนประจกได้ถึง 20% เมื่อเทียบกับถุงที่ผลิตจากเม็ดพลาสติก HDPE ทั่วไป
เชิญชวนคนกรุงเทพฯ มาร่วม “แยก แลก เทิร์น x ไม่เทรวม” พบกับจุดรับวัสดุรีไซเคิลได้แล้ววันนี้ที่ พีทีที สเตชั่น สาขา บจ. ปิโตรเลียม อเวนิว แจ้งวัฒนะ เปิดบริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00 – 20:00 น.และในวันที่ 25 มิถุนายน 2568 นี้ พร้อมให้บริการเพิ่มเติมอีก 9 สาขา ได้แก่ 1.) สาขาบางบอน 2.) สาขาบรมราชชชนนี ขาเข้า 3.) สาขา บจ.ปิโตรเลียม (ทวีวัฒนา) 4.) สาขา บจ.ปิโตรเลียมน้ำมัน (รามอินทรา กม.3 ขาเข้า) 5.) สาขา บจ.ปิโตรเลียม (อุดมสุข) 6.) สาขาพระราม 2 (ขาออก) 7.) สาขามีนบุรี 8.) สาขาสรรพพาวุธ-บางนา 9.) สาขาหนองแขม
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บริดจสโตน ร่วมกับ TOP SECRET THAILAND และ STREET DOC ชวนสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเร้าใจ พร้อมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน “IMPACT Speed Fest 2025”

บริดจสโตน ตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำด้านมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกและผู้นำด้านนวัตกรรมยางสมรรถนะสูงระดับพรีเมียม ในโอกาสนี้ร่วมกับคุณเบียร์ ใบหยก ยูทูบเบอร์ สายรถยนต์ตัวท็อป เจ้าของสำนักแต่งรถยนต์ TOP SECRET THAILAND และคุณโก้ STREET DOC อินฟลูเอนเซอร์สายรถยนต์ชื่อดัง ชวนลูกค้าและเหล่าคนรักรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ชื่นชอบความเร็วร่วมเปิดประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเร้าใจกับมหกรรมความเร็วสุดยิ่งใหญ่แบบน็อนสต็อปตลอด 60 ชั่วโมงเต็ม ครั้งแรกในประเทศไทย โดยบริดจสโตนร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักในงาน “IMPACT Speed Fest 2025” ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 มิถุนายน 2568 ณ ริมทะเลสาบ เมืองทองธานี
ห้ามพลาด! กับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟจัดเต็มตลอด 3 วันภายในบูธบริดจสโตน ด้วยการจัดแสดงโชว์แกงค์รถซิ่งหาดูยากที่ติดยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA ได้แก่ รถยนต์ TOP SECRET
ทั้ง 5 คัน จากคุณเบียร์ ใบหยก รถยนต์ Mitsubishi Evolution 5 จากคุณโก้ STREET DOC และรถยนต์ Mitsubishi Evolution 8 MR ตำนานรถทดสอบประสิทธิภาพยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA ตัวดังหลากหลายรุ่น นอกจากนี้ยังเอาใจแฟนมอเตอร์สปอร์ตตัวจริงด้วยกิจกรรมร่วมสนุกสุดมันส์ภายในบูธ เพื่อลุ้นรับของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 100,000 บาท โดยของรางวัลใหญ่เป็นยางรถยนต์ BRIDGESTONE POTENZA Adrenalin RE004 จำนวน 1 รางวัล 4 เส้น มูลค่ารวม 40,000 บาท พร้อมของรางวัลและของที่ระลึกสุดลิมิเต็ดอีกมากมาย เช่น เสื้อยืดจาก TOP SECRET X BRIDGESTONE และ STREET DOC X BRIDGESTONE มีจำหน่ายเฉพาะในงานนี้เท่านั้นสำหรับงาน IMPACT Speed Fest 2025 เป็นการจัดมหกรรมสำหรับคนรักรถยนต์และรถจักรยานยนต์สุดยิ่งใหญ่เชื่อมโยงคอมมิวนิตี้คนรักรถเข้าด้วยกัน และสร้าง Destination of Car Culture ของประเทศไทย
ที่ชัดเจนผ่านการจัดงานบนพื้นที่กว่า 100,000 ตารางเมตร ณ ริมทะเลสาบ เมืองทองธานี นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมหลากหลายเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัยไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่เป็นคนรักรถเท่านั้นแล้วพบกับบริดจสโตนและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่เราเตรียมไว้ให้เหล่าคนรักรถได้เต็มอิ่มในงาน IMPACT Speed Fest 2025 ตลอดทั้ง 3 วัน ตั้งแต่วันที่ 13 – 15 มิถุนายน 2568 นี้!
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
OR ยืนยันสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ตรวจสอบคุณภาพน้ำมันเข้มงวดตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า OR ให้ความสำคัญกับคุณภาพน้ำมันที่จำหน่ายให้ผู้บริโภคเป็นอย่างยิ่ง โดยมีระบบการควบคุมคุณภาพที่เข้มงวดและครอบคลุมทุกขั้นตอน ตั้งแต่การรับน้ำมันจากโรงกลั่น การขนส่ง การเก็บรักษา จนถึงการจ่ายให้กับลูกค้าเพื่อให้ผู้บริโภคที่มาเติมน้ำมัน ณ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น มั่นใจว่าจะได้รับน้ำมันที่มีคุณภาพ

ตามที่ได้เกิดเหตุการณ์ปรากฎในโซเชียลมีเดีย เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2568 เวลา 11:50 น. ลูกค้าได้เข้ามาเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 ที่ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สาขาศรีนครินทร์ และได้กลับมาที่สถานีบริการอีกครั้งในเวลา 13:28 น. แจ้งว่าพบน้ำเจือปนในน้ำมันที่เติมไป จึงได้ขอให้ทางสถานีบริการดำเนินการตรวจสอบ จากเหตุการณ์ดังกล่าว OR ได้เร่งประสานงานตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างรวดเร็วและละเอียดถี่ถ้วน โดยขั้นแรกพนักงานหน้าลานได้ร่วมกับลูกค้าตรวจสอบเบื้องต้นทันที โดยตรวจสอบน้ำมันที่มือจ่าย ไม่พบความผิดปกติ จากนั้น ทางสถานีบริการได้ดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมอย่างเข้มงวด โดยแบ่งเป็น 2 ขั้นตอนหลัก ดังนี้
- ขั้นตอนแรก ตรวจสอบก้นถังเก็บน้ำมัน ซึ่งเป็นจุดที่น้ำจะสะสมตัวหากมีการปนเปื้อน โดยจากการตรวจสอบไม่พบน้ำเจือปนในถังเก็บน้ำมันแต่อย่างใด
- ขั้นตอนที่สอง ผู้จัดการสถานีได้ทำการตรวจสอบซ้ำอีกครั้งด้วยอุปกรณ์วัดระดับน้ำอัตโนมัติ หรือ ATG (Automatic Tank Gauge) ซึ่งเป็นระบบที่มีความแม่นยำสูงในการตรวจจับน้ำในถังเก็บน้ำมัน ผลการตรวจสอบยืนยันชัดเจนว่าไม่พบน้ำเจือปนในระบบเก็บน้ำมันของสถานีบริการ
ทั้งนี้ ในระหว่างเวลา 10:00 น. – 14:00 น. มีลูกค้ามาใช้บริการเติมน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จากมือจ่ายดังกล่าว รวม 129 คัน รวมปริมาณน้ำมันที่จำหน่ายไป 813 ลิตร และไม่พบว่ามีการรายงานปัญหาหรือร้องเรียนปัญหาที่คล้ายคลึงกัน นอกจากนี้ สถานีบริการยังได้หยุดการจำหน่ายน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จากมือจ่ายดังกล่าวเพื่อรอการตรวจสอบอีกครั้งจากทีม Mobile Lab ซึ่งได้เข้าตรวจสอบในช่วงเช้าวันที่ 4 มิถุนายน 2568 โดยผลจากการตรวจสอบพบว่าคุณภาพน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 จากมือจ่ายดังกล่าว ที่สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ถนนศรีนครินทร์ ได้คุณภาพตามมาตรฐานทั้งมือจ่ายและถังใต้ดิน ไม่พบน้ำและสิ่งผิดปกติ และไม่เป็นไปตามคลิปที่ลงในโซเชียลมีเดียแต่อย่างใด
OR มุ่งมั่นที่จะส่งมอบสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐานให้แก่ผู้บริโภค รวมถึงยึดมั่นในการดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และเป็นไปตามหลักกำกับดูแลกิจการที่ดี และได้ดำเนินการร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับผู้เผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนความจริง และส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของ OR รวมถึงส่งผลกระทบต่อผู้แทนจำหน่ายสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น กว่า 2,000 แห่งทั่วประเทศต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จัดงานเฉลิมฉลองให้แก่ทีมช่างเทคนิคผู้ชนะเลิศจากการแข่งขัน VISTA 2024

วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จัดงานเลี้ยงเฉลิมฉลองให้แก่ทีมช่างเทคนิคที่คว้าชัยจากเวที VISTA 2024 (Volvo International Service Training Award) การแข่งขันที่จัดขึ้นเพื่อประชันความรู้ความสามารถของพนักงานฝ่ายบริการหลังการขายของวอลโว่ เพื่อเฟ้นหาทีมงานฝ่ายบริการหลังการขายที่มีความสามารถสูงสุดของวอลโว่ การแข่งขันในครั้งนี้เราได้ผู้ชนะจากทีม Service & Repair และ Damage Repair จากผู้แทนจำหน่ายวอลโว่ 2 ราย ได้แก่ บริษัท เมอร์ค ออโต้ จำกัด จำนวน 2 คน และ บริษัท นิวตัน เพรสทีจ ออโต้ จำนวน 4 คน ความสำเร็จนี้ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงมาตรฐานการฝึกอบรม ความเชี่ยวชาญ และทักษะระดับสากลของทีมช่างเทคนิควอลโว่ งานเลี้ยงแสดงความยินดีและมอบรางวัลจัดขึ้นอย่างอบอุ่นเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2568 บนเรือพฤกษ์ครูซ ท่ามกลางบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา

VISTA คือโปรแกรมการแข่งขันที่จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่องยาวนานกว่า 40 ปี โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนาความรู้ทางเทคนิค ส่งเสริมการทำงานเป็นทีม และยกระดับมาตรฐานการให้บริการหลังการขายของพนักงานในเครือข่ายศูนย์บริการวอลโว่ทั่วโลก ผู้เข้าแข่งขันจะได้รับการคัดเลือกเป็นตัวแทนจากศูนย์บริการวอลโว่ และได้รับการคัดเลือกอย่างเป็นทางการโดยบริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมช่างเทคนิคที่มีความสามารถโดดเด่นที่สุด
คุณคริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า
“วอลโว่ยึดมั่นมาโดยตลอดว่า ‘บุคลากร’ คือหัวใจสำคัญขององค์กร โดยเฉพาะทีมบริการหลังการขาย ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการถ่ายทอดประสบการณ์การบริการที่เต็มไปด้วยคุณภาพและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้าอย่างแท้จริง ทีมงานกลุ่มนี้เปรียบเสมือนกระดูกสันหลังขององค์กร ที่คอยขับเคลื่อนการมอบบริการอันเป็นเลิศอย่างต่อเนื่อง การแข่งขัน VISTA จึงไม่เพียงเป็นเวทีประชันทักษะด้านเทคนิค แต่ยังสะท้อนถึงมาตรฐานการบริการหลังการขายระดับสากลที่วอลโว่ให้ความสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการพัฒนาและยกระดับศักยภาพของบุคลากรให้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความพร้อมในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน”
เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจถึงความเชี่ยวชาญและความพร้อมของทีมช่างเทคนิควอลโว่ในการมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า การแข่งขันครั้งนี้จึงออกแบบรูปแบบการทดสอบให้สอดคล้องกับสถานการณ์จริงโดยครอบคลุมทุกองค์ประกอบที่สำคัญของงานบริการหลังการขาย อาทิ
- หลักสูตรการแข่งขัน Service & Repair Core วัดความสามารถทีมช่างเทคนิคในด้าน กระบวนการจัดงานในศูนย์บริการ, การสื่อสาร, การตรวจสอบเบื้องต้น, ระบบแรงดันไฟฟ้าสูง, การระบุชิ้นส่วนอะไหล่, การใช้งานระบบ VIDA และ TIE
- หลักสูตรการแข่งขัน Service & Repair Plus ต้องมีความสามารถในทุกหัวข้อของหลักสูตร Service & Repair Core และเพิ่มเติม อาทิ การวินิจฉัยระบบไฟฟ้าแรงสูงขั้นสูง, ระบบไฟฟ้าแรงต่ำขั้นสูง (ระบบช่วยการขับขี่ ADAS), ระบบกลไกและไฮดรอลิกขั้นสูง, ระบบปรับอากาศขั้นสูง
- หลักสูตรการแข่งขัน Damage Repair วัดความสามารถในด้านทักษะการปฎิบัติงานซ่อมตัวถังและสีมาตรฐาน Volvo Certified Damage Repair Centre (VCDR)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มินิ ประเทศไทย พามินิสเตอร์ปลุกความเป็นนักแข่งใน MINI John Cooper Works Track Day

มินิ ประเทศไทย กระตุ้นจิตวิญญาณนักแข่ง สร้างความตื่นเต้นให้หัวใจชาวมินิสเตอร์ได้เต้นรัวกันอีกครั้ง กับกิจกรรม MINI John Cooper Works Track Day นำลูกค้ากว่า 200 คน สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าใหม่ล่าสุดกับตระกูลจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ นำโดย MINI John Cooper Works Electric พร้อมด้วย MINI John Cooper Works Aceman ณ สนามปทุมธานี สปีดเวย์ เมื่อเร็ว ๆ นี้ โดยลูกค้าที่เข้าร่วมกิจกรรมตลอด 4 วันครั้งนี้ ได้ร่วมทดสอบสมรรถนะที่หลากหลายและเร้าใจในแบบฉบับมินิ ทั้งการขับขี่แบบ fast lap ที่เร้าใจ การขับขี่แบบยิมคาน่า ที่สำคัญกับการขับขี่อย่างปลอดภัย ภายใต้การควบคุมดูแลโดยทีมผู้ฝึกสอนซึ่งได้รับการรับรองตามมาตรฐานสากลของบีเอ็มดับเบิลยู

MINI John Cooper Works Electric แบบ 3 ประตู ด้วยระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้าล้วนที่ให้กำลังสูงสุด 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า และแรงบิด 350 นิวตันเมตรที่ถ่ายทอดพลังได้ทันที เติมความแรงได้อีก พร้อมฟังก์ชัน Electric Boost ที่เสริมพลังให้มอเตอร์ไฟฟ้าเพิ่มอีก 20 กิโลวัตต์ ขณะเร่งความเร็ว ตอกย้ำพลังความแรงของ MINI JCW และถ่ายทอดความรู้สึก “Go-Kart feeling” ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิได้อย่างชัดเจน
การตกแต่งรอบคัน สวยเฉี่ยวด้วยโลโก้ JCW สีแดง-ขาว-ดำ ที่ได้แรงบันดาลใจจากธงตาหมากรุก และสปอยเลอร์ ท้ายที่สวยเด่น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ทั้งในด้านอากาศพลศาสตร์ และด้านระยะทางการขับขี่ ที่สูงถึง 371 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง

ภายในห้องโดยสาร ยังเต็มไปด้วยโทนสีแดงและดำอันเป็นเอกลักษณ์ของจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ ทั้งพวงมาลัย สปอร์ต JCW สีดำที่ประดับด้วยตะเข็บสีแดงและหุ้มผ้าที่ตำแหน่ง 6 นาฬิกาเพื่อให้จับถนัดมือ เบาะสปอร์ต JCW ให้การรองรับที่มั่นคงระหว่างการขับขี่แบบสุดตัว ตกแต่งด้วยตะเข็บสีแดงตัดกับหนังเทียมสีดำ เช่นเดียว กับผิวหน้าของคอนโซล พร้อมด้วยระบบ MINI Experience Modes เพิ่มสีสันที่สนุกสนานให้ทุกการขับขี่

MINI John Cooper Works Electric มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White, ดำ Midnight Black II และน้ำเงิน Blazing Blue ในราคา 2,199,000 บาท
(รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)
สำหรับ MINI John Cooper Works Aceman ในโฉม 5 ประตู ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลัง 190 กิโลวัตต์ / 258 แรงม้า เช่นเดียวกัน แต่มาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่าและตัวถังที่ยกสูงจากพื้นมากขึ้น ความเร็วสูงสุด 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในเวลาเพียง 6.4 วินาที แบตเตอรี่แรงดันสูงขนาด 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ช่วยให้ MINI John Cooper Works Aceman วิ่งได้ไกลถึง 355 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) โดยสามารถชาร์จแบตเตอรี่เต็มได้ในเวลาเพียง 31 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสตรง 95 กิโลวัตต์ หรือ 5 ชั่วโมง 30 นาทีด้วยระบบชาร์จไฟกระแสสลับ 11 กิโลวัตต์

MINI JCW Aceman ใหม่ ยังโดดเด่นด้วยล้ออัลลอย John Cooper Works ขนาด 19 นิ้ว แบบ Strive Spoke ทูโทน ส่วนห้องโดยสารที่กว้างขวาง ยิ่งดูโปร่งโล่งมากขึ้นด้วยหลังคากระจกพาโนรามา ภายในห้องโดยสารยังคงเอกลักษณ์ของรถตระกูล John Cooper Works ไว้ครบถ้วน ทั้งพวงมาลัย JCW แบบเฉพาะรุ่นและเบาะนั่งสปอร์ต จอแสดงผล OLED ทรงกลม พร้อม MINI Experience Modes

รถยนต์มินิเจเนอเรชั่นใหม่ทุกรุ่น รองรับระบบ Digital Key Plus ช่วยให้ใช้สมาร์ทโฟนเป็นกุญแจรถแบบดิจิทัลได้อย่างสะดวก สามารถล็อกและปลดล็อกรถได้โดยไม่ต้องหยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า นอกจากนี้ ทั้ง MINI John Cooper Works Aceman และ John Cooper Works Electric ยังมาพร้อมฟังก์ชัน Remote Parking ที่ช่วยควบคุม การจอดและนำรถออกจากที่จอดผ่านสมาร์ทโฟนได้

MINI John Cooper Works Aceman ใหม่ พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของในสีเทา Legend Grey, แดง Chili Red II, ขาว Nanuq White และดำ Midnight Black II ในราคา 2,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

มินิ ประเทศไทย ยังเตรียมกิจกรรมอีกมากมายสำหรับคนรักมินิตลอดทั้งปีนี้ ติดตามได้ทาง MINI Thailand Facebook Page
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาแรง ! แซงทุกโปร ! ฮอนด้า เสิร์ฟโปรเด็ดตามใจ ให้คุณเลือกได้ ยังไงก็คุ้ม

ลูกค้าที่กำลังมองหารถใหม่อยู่ ห้ามพลาด ! บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ส่งโปรโมชันพิเศษกลางปีสุดคุ้มค่า ด้วยรถฮอนด้าหลากหลายรุ่นที่พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ กับหลากหลายข้อเสนอ* ให้คุณเลือก ไม่ว่าจะเป็นสายดอกเบี้ย 0% ผ่อนชิลๆ พร้อมฟรีประกันภัย หรือ ฟรี Honda Exclusive Care แพ็กเกจสุดคุ้ม ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ มอบความอุ่นใจในระยะยาวสูงสุด 5 ปี หรือ 140,000 กม.* หรือเลือกรับโปร ‘Double Smile Plus’ กับช้อยส์ที่ตรงใจสไตล์คุณ ออกรถที่ใช่ ดาวน์น้อยเริ่มต้นเพียง 10% หรือผ่อนน้อย ค่างวดต่อเดือนสบาย ๆ ก็เป็นเจ้าของรถฮอนด้าได้ง่าย ๆ เสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นในการเป็นเจ้าของรถฟูลไฮบริด e:HEV ของฮอนด้าทุกรุ่น ด้วยการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริดถึง 10 ปี พิเศษยิ่งขึ้นกับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์คันเก่ามาขาย และออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่รุ่นที่ร่วมรายการที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม
สูงสุดถึง 100,000 บาท* สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่ 1 มิถุนายน 2568 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน
31 กรกฎาคม 2568ไฮไลต์โปรเด็ดกลางปีหลากรุ่น คุ้มค่าทุกทางเลือก
เลือกรุ่นไหนก็ปัง ! ไม่ว่าจะเป็นสายซิตี้คาร์ สายประหยัด สายครอบครัว หรือสายซิ่ง เราก็มีให้ครบ !
โปรเด็ดเอาใจสายดอกเบี้ย 0% หรือดาวน์ต่ำ ผ่อนน้อย สะดวกรุ่นไหนก็จัดเลย !
▶ City Turbo และ City Hatchback Turbo
ซิตี้คาร์ 1,000 เทอร์โบตัวแรง ขับสนุกตอบโจทย์สายสปอร์ต ราคาเริ่มต้น 599,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 5,858 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
- เพิ่มเติม สำหรับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ Honda City Turbo และ Honda City Hatchback Turbo ที่
โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568
▶ City e:HEV และ City Hatchback e:HEV


ซิตี้คาร์ไฮบริดสุดคุ้ม ขับประหยัด ออปชั่นจัดเต็ม อัตราเร่งทันใจ ตอบโจทย์ทั้งสายในเมืองนอกเมือง ราคาเริ่มต้น 729,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 7,130 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ All-new HR-V e:HEV

ไฮบริด SUV ยอดนิยม สปอร์ตพรีเมียมลงตัว สะดวกสบาย ขับง่าย รองรับทุกการใช้งานสไตล์อเนกประสงค์ อีกทั้งประหยัดน้ำมันเกินคาด ราคาเริ่มต้น 949,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 9,847 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ Civic e:HEV

สปอร์ตซีดานขวัญใจวัยรุ่น สปอร์ตเท่ ขับมันส์เหลือล้น ประหยัดน้ำมันเหลือ ๆ ราคาเริ่มต้น 1,099,000 บาท
เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 11,403 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ Accord e:HEV

รถซีดานครอบครัว พรีเมียม สะดวกสบายเหนือระดับ ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท เลือกรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ดอกเบี้ย 0% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
- Double Smile Plus ค่างวดเริ่มต้นเพียง 15,865 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
▶ Honda e:N1
รถยนต์ไฟฟ้า 100% รุ่นแรกจากฮอนด้า วิ่งได้ 500 กม. ต่อการชาร์จ ดีไซน์โดดเด่น อัตราเร่งแรง ขับสบาย
สมูทในทุกจังหวะ ราคา 1,199,000 บาท มาพร้อมข้อเสนอพิเศษ- ดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และ
โฮมชาร์จเจอร์และสายชาร์จแบบพกพา พร้อมบริการติดตั้ง - โดย Honda Exclusive Care 5 ปี สำหรับ Honda e:N1 ประกอบด้วย
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- รับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
เพิ่มเติม กับแคมเปญ Honda Family Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่ เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้ามาขายและออกรถยนต์ Honda e:N1 ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 100,000 บาท เมื่อจองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2568 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2568
นอกจากนี้ยังมาพร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษเพียง 0.99% สำหรับรุ่นอื่น ๆ อาทิ
- Civic Turbo รับข้อเสนอดอกเบี้ย 99% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี
- CR-V e:HEV รับข้อเสนอดอกเบี้ย 99% พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรีฮอนด้า อัลติเมท แคร์ (Honda Ultimate Care) ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร
- City Hatchback DRIVAL รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 84% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือรับดอกเบี้ย 0.99% สำหรับลูกค้าทั่วไป พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เพิ่มเติม สำหรับแคมเปญ Honda Happy Trade-in รถเก่าแลกซื้อรถใหม่** เมื่อนำรถยนต์ฮอนด้าหรือรถยนต์ยี่ห้อใดก็ได้มาขายและออกรถยนต์ Honda City Hatchback DRIVAL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติม มูลค่า 15,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 30 มิถุนายน 2568 และรับรถภายใน 31 กรกฎาคม 2568
โปรสุดคุ้มกับ Honda Exclusive Care ครอบคลุมตั้งแต่วันออกรถใหม่ ให้คุณอุ่นใจยาว ๆ
ให้คุณเป็นเจ้าของรถ SUV หลากรุ่นได้ง่าย ๆ เลือกช้อยส์ไหนก็คุ้ม ไม่ว่าจะเป็นดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน หรือเลือกค่างวดสบายกระเป๋า พร้อมรับฮอนด้าช่วยผ่อนสูงสุด 24 เดือน*
- Honda Exclusive Care 5 ปี ประกอบด้วย
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- ฟรีแพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ตามตารางการบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่ และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
โดยรถ SUV ฮอนด้า รุ่นที่ร่วมรายการ ได้แก่
- WR-V Compact SUV ขับสนุกแนวสปอร์ต ราคาเริ่มต้น 799,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 35,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 4,350 บาท จำนวน 24 เดือน รวมมูลค่า 104,400 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,940 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า ดับเบิลยูอาร์-วี เกรด SV เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี
- BR-V รถครอบครัว 7 ที่นั่ง อเนกประสงค์ลงตัวสำหรับทุกคน ราคาเริ่มต้น 915,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 6,200 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 74,400 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 3,294 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า บีอาร์-วี เกรด E สีขาวทาฟเฟต้า เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10% พร้อมรับฟรีประกันภัย 1 ปี
- CR-V Turbo รถ SUV ครอบครัวที่คุ้มและครบ ราคาเริ่มต้น 1,419,000 บาท รับข้อเสนอดอกเบี้ย 0% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี และรับเพิ่มบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท หรือเลือกผ่อนเบา ๆ รับฮอนด้าช่วยผ่อนเดือนละ 8,300 บาท จำนวน 12 เดือน รวมมูลค่า 99,600 บาท จ่ายค่างวดเริ่มต้นเพียง 6,423 บาท [คำนวณจาก ฮอนด้า ซีอาร์-วี เกรด E เงื่อนไขดาวน์ 20% ผ่อน 7 ปี ซึ่งเป็นค่างวดที่หักจากสิทธิพิเศษฮอนด้าช่วยผ่อนแล้ว] หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
มอบประสบการณ์การใช้รถยนต์ฮอนด้า ฟูลไฮบริด e:HEV ได้อย่างมั่นใจ ขับสบายไร้กังวลทุกเส้นทาง โดย
รถฮอนด้า e:HEV ทุกรุ่น มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด
ทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง อีกทั้งบริการหลังการขายภายใต้มาตรฐานเดียวกันโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน ครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 222 แห่งเป็นเจ้าของรถฮอนด้าคันที่ชอบ เลือกออกรถกับโปรที่ใช่ในสไตล์คุณได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขาย หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM (Thailand) ฉลองความสำเร็จกับยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 4 ปี ด้วยการเติบโตสูงถึง 225% ในเดือนพฤษภาคม 2568

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ก้าวเข้าสู่ปีที่ 5 ของการดำเนินธุรกิจอย่างมั่นคง พร้อมประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา กว่า 1,731 คัน เป็นผลมาจากความสำเร็จของการนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL ที่มาพร้อมเทคโนโลยีดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ล่าสุด เข้ามาสู่ตลาด และสามารถครองใจผู้ใช้งานชาวไทยภายในระยะเวลาอันรวดเร็วหลังเปิดตัวได้ไม่นาน

สำหรับยอดขาย 1,731 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2568 นี้ เติบโตจากเดือนพฤษภาคมปีที่ผ่านมาถึง 225% โดย 877 คัน หรือ 50% ของยอดขายรวมทั้งหมดมาจาก NEW GWM TANK 300 DIESEL ในขณะที่อีกประมาณ 50% เป็นสัดส่วนของรถยนต์พลังงานใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับโครงสร้างโดยรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย ที่มีสัดส่วนรถยนต์สันดาปภายในและรถยนต์พลังงานใหม่โดยเฉลี่ย 50:50 แสดงให้เห็นว่า GWM ได้นำเสนอทางเลือกผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่มีระบบพลังงานที่หลากหลายและเหมาะสม ตรงตามความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เมื่อพิจารณาจากปี 2567 GWM มียอดขายในระดับหลักร้อยคัน จวบจวนต้นปี 2568 ยอดขายของเราได้เติบโตขึ้นเรื่อย ๆ และเพิ่มสูงขึ้นสู่ระดับมากกว่า 1,000 คันต่อเดือนในเดือนมีนาคม 2568 และในเดือนพฤษภาคม เราสามารถทำยอดขายที่สูงเป็นประวัติการณ์สู่ระดับ 1,731 คัน
จากความสำเร็จของการนำ NEW GWM TANK 300 DIESEL เข้ามาสู่ตลาดประเทศไทย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจผ่านการนำเสนอเครื่องยนต์ที่หลากหลาย (Multi-powertrains) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขายและการเติบโตของ GWM ในประเทศไทยอย่างแท้จริง
สำหรับยอดขายของรถยนต์ GWM ในช่วง 5 เดือนแรก (มกราคม – พฤษภาคม) ของปี 2568 GWM มียอดขายสะสมอยู่ที่ 5,439 คัน เติบโตจากช่วงระยะเวลาเดียวกันของปี 2567 ถึง 50% ซึ่งสวนกระแสกับตลาดรถยนต์โดยรวมที่มีอัตราการเติบโตที่ลดลง
ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงกลยยุทธ์ระดับโลกและความมุ่งมั่นของ GWM ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพที่หลากหลายและครอบคลุมทุกพลังงาน (Multi Powertrains) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้ทั่วโลกและคนไทยได้ ซึ่งการนำ NEW GWM TANK 300 รุ่นเครื่องยนต์ดีเซลเข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย ถือเป็นการนำกลยุทธ์ดังกล่าวมาประยุกต์ใช้และก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม โดย NEW GWM TANK 300 DIESEL กลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เรือธงหลักของ GWM ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากผู้บริโภคชาวไทย และมีการเติบโตของยอดสั่งจองและยอดขายอย่างมั่นคง ในเดือนพฤษภาคม คาดว่า NEW GWM TANK 300 DIESEL จะขึ้นสู่อันดับ Top 3 ในกลุ่ม PPV โดย GWM ได้มีการเพิ่มกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงควบคุมคุณภาพและการตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าว่า เราจะส่งมอบรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสู่มือลูกค้าชาวไทย

สำหรับเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันด้านสงครามราคาที่รุนแรง GWM ยังคงยึดถือการแข่งขันด้านคุณภาพและคุณค่าในระยะยาว โดย GWM ORA Good Cat ยังสามารถสร้างยอดขายได้อย่างคงที่ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ใช้ชาวไทยและติดอันดับแบรนด์ BEV ชั้นนำอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงและพฤติกรรมของผู้บริโภคชาวไทยที่ไม่ได้เน้นผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกเท่านั้น แต่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความล้ำสมัย ความปลอดภัย ความคุ้มค่า คุ้มราคา และความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ ซึ่งสองคล้องกับปรัชญาการดำเนินธุรกิจของ GWM ที่ไม่สนับสนุนการแข่งขันโดยใช้สงครามราคา แต่จะเน้นการแข่งขันด้านคุณภาพของผลิตภัณฑ์ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่แข็งแกร่งเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการดูแลลูกค้าและพัฒนาด้านการบริการหลังการขายที่มีประสิทธิภาพเป็นสำคัญ เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดี สร้างคุณค่า และสร้างความเชื่อมั่นและความอุ่นใจให้กับลูกค้าในระยะยาว

เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “GWM (Thailand) ขอขอบคุณผู้ใช้งานชาวไทยกว่า 40,000 รายตั้งแต่วันแรกที่เราได้เข้ามาดำเนินธุรกิจในไทยจวบจนปัจจุบันเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี และนี่คือความสำเร็จครั้งสำคัญของเราด้วยยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย ซึ่งสะท้อนถึงความไว้วางใจที่คนไทยมีให้กับเรา นอกจากนี้ ถึงแม้จะอยู่ในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่มีความผันผวนและต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูง GWM ก็สามารถแข่งขันได้อย่างมั่นคง เรามีความได้เปรียบในการแข่งขันเหนือกว่าผู้เล่นรายอื่น โดยเรามีผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยได้มากกว่า มีรถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ในทุกประเภทพลังงาน ไม่ว่าจะเป็น ไฮบริด, ปลั๊กอิน-ไฮบริด, รถยนต์ไฟฟ้า 100% และล่าสุดกับเครื่องยนต์ดีเซล ภายใต้แนวคิด ‘All Scenarios, All Powertrains, All Users’ ทั้งนี้ การดำเนินธุรกิจของ GWM ยึดถือการสร้างคุณค่าในระยะยาว มากกว่าการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีราคาถูกออกสู่ท้องตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์รถยนต์ไฟฟ้าที่มีการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง เพราะเรายึดมั่นและให้ความสำคัญกับคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการดูแลลูกค้าเหนือสิ่งอื่นใด เพื่อสนับสนุนลูกค้าคนไทย พาร์ทเนอร์ชาวไทย และสังคมไทย สร้างการเติบโตของแบรนด์อย่างมั่งคงและยั่งยืนไปพร้อมกับประเทศไทย”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“ฮอนด้า วันเมคเรซ” เปิดฉากยิ่งใหญ่! เสิร์ฟความมันส์สนามระดับโลก “ธนาศิวณัฐ-ประพจน์” แบ่งชัยสนามแรกสถานการณ์ลุ้นแชมป์เข้มข้น

ศึกรถยนต์ทางเรียบชั้นนำของไทย รายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน ) เปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกของฤดูกาล เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม-1 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ภายใต้สุดสัปดาห์สุดยิ่งใหญ่ของเรซระดับโลกอย่าง จีที เวิลด์ ชาลเลนจ์ เอเชีย โดยนับเป็นอีกหนึ่งครั้งที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยให้ความสนใจอย่างมาก

ไฮไลต์ของ “ฮอนด้า วันเมคเรซ” อยู่ที่การดวลความเร็วของเกม 2 รุ่นอย่าง ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ค วันเมคเรซ และ ฮอนด้า คลับ ซึ่งในปีนี้ มีรถแข่งรวมกันทั้ง 2 รุ่นมากกว่า 40 คัน สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับการแข่งขันได้อย่างเต็มเปี่ยม โดยผลการแข่งขันในเรซแรกของ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ค วันเมคเรซ ปรากฏว่าแชมป์เก่าอย่าง “วี” ธนาศิวณัฐ พงสินนัชอาชัญ จาก PT Autobacs X Mugen Thailand ที่ออกสตาร์จากโพลก่อนควบรถแข่งคู่ใจนำโด่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 19.403 วินาที ประเดิมคว้าชัยชนะเรซแรกของฤดูกาลไปครอง
อันดับ 2 เป็นของนักขับมากประสบการณ์อย่าง “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร จาก Nexzter rest club ที่แม้จะต้องออกตัวจากกริดที่ 8 แต่สามารถทะยานขึ้นมาคว้าอันดับ 2 ได้อย่างสุดมันส์ ตามหลังผู้ชนะ 25.877 วินาที ตามด้วย “เต้ย” อัฐพล แก้วอาสา จาก B-Quik Racing Team ตามหลังผู้ชนะ 30.849 วินาที ขณะที่อันดับ 4 เป็นของนักขับสาวหน้าใหม่อย่าง “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร จาก A Motorsport Racing Team Tune by OP ตามหลังผู้ชนะ 33.907 วินาที และ “เอิร์ก” วสิษฐ์พล พิทักษ์วาศาภรณ์ จาก PT Autobacs X Mugen Thailand ที่จบอันดับ 7 โอเวอร์ออล์ และอันดับ 5 ในกลุ่มเกียร์ธรรมดา
ด้านผู้ชนะในรุ่นเกียร์อัตโนมัติได้แก่ “เต้” นันทวัฒน์ ชำนาญ ตามด้วย อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย และ “ยศ” ทัศไนย พัฒนพุล นักขับหน้าใหม่จาก Armstong Racing Team ในอันดับ 2 และ 3 ขณะที่ เซ็ต วัลดรอน นักขับออสเตรเลียนวัย 16 ปี จาก BENDIX SRT RACING ต้องออกจากการแข่งขันหลังรถแข่งมีปัญหา
ส่วนเรซที่ 2 มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อ ธนาศิวณัฐ ที่ได้ออกตัวจากโพลเจอปัญหารถแข่งเล่นงาน หลังออกตัวไปด้วยอาการ “เพลาหน้าขาด” ส่งผลให้ต้องนำรถเข้าพิตหลังผ่านรอบแรก จากนั้นเป็น ประพจน์ ที่ขยับขึ้นเป็นจ่าฝูงโดยมี อัฐพล ไล่กดดันอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งเรซ ซึ่งทั้งคู่ไล่บดกันอย่างหนักจนต้องตัดสินกันถึงโค้งสุดท้าย

ก่อนที่ ประพจน์ จะป้องกันอย่างเหนียวแน่น เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 40.830 วินาที คว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ เฉือน อัฐพล อันดับ 2 เพียง 0.367 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ ปิยะวดี ตามหลัง 21.019 วินาที ตามด้วย วสิษฐ์พล อันดับ 4 ขณะที่ ธนาศิวณัฐ ไล่กวดขึ้นมาจบเรซในอันดับ 8 ขณะที่ผลการแข่งขันในรุ่น อัตโนมัติ ปรากฏว่า นันทวัฒน์ ตามด้วย เซ็ต วัลดรอน และ ทัศไนย ในอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ
ผ่านการแข่งขันสนามแรก (2 เรซ) สถานการณ์ลุ้นแชมป์เข้มข้นอย่างมาก โดย ประพจน์ รั้งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพโอเวอร์ออลล์ มีทั้งสิ้น 43 คะแนน เหนืออันดับ 2 อย่าง ธนาศิวณัฐ อยู่ 8 คะแนน อันดับ 3 ได้แก่ อัฐพล ตามหลัง 10 คะแนน

สำหรับผลการแข่งขัน ฮอนด้า คลับ ปรากฏว่าชัยชนะเรซแรกซึ่งดวลกัน 5 รอบสนาม เป็นของ อนันต์ธร ตั้งเนียรนาทชัย ที่โชว์ฟอร์มดุไล่แซงจากกริดที่ 19 เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 9 นาที 29.601 วินาที ตามด้วย หทัย ไชยวรรณ อันดับ 2 ตามหลัง 3.629 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ บัณฑิต ลัดดาแย้ม ตามหลัง 21.589 วินาที ขณะที่เรซ 2 ชัยชนะยังคงเป็นของ อนันต์ธร เช่นเคยโดยมี หทัย และ บัณฑิต ในอันดับ 2 และ 3 เช่นเคย
นอกจากนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังมอบประสบการณ์สุดพิเศษให้กับลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าได้สัมผัสสนามแข่งระดับโลก ด้วยกิจกรรม ฮอนด้า ไดรฟ์วิ่ง คลีนิค และ ฮอนด้า แทร็ก เอ็กซ์พีเรียนซ์ ที่อบรมทักษะการขับขี่ปลอดภัย และนำผู้ใช้รถลงขับในสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ สนามแข่งมาตรฐานฟอร์มูล่าวัน และ โมโตจีพี ในเมืองไทย ซึ่งมีการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคน
ทั้งนี้ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 สนามถัดไปจะดวลความเร็วต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ติดต่อกัน โดยจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 6-8 มิถุนายนนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย ซึ่งจะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งในศึก พีที แม็กซ์นิตรอน เรซซิ่ง ซีรีส์ 2025 สนามเปิดฤดูกาล สำหรับแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต สามารถรับชมการถ่ายทอดสดความมันส์ การแข่งขันรายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025 ผ่านหน้าจอสดๆได้เช่นเคย ทางเพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine











































































































