• พีทีจี จับมือ เตรียมอุดมศึกษา จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ TU Co-Learning Space by PTG เปิดพื้นที่การศึกษานอกตำราสู่โลกแห่งการทำงานจริง

    1 Min Read

    พีทีจี จับมือ เตรียมอุดมศึกษา จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ TU Co-Learning Space by PTG เปิดพื้นที่การศึกษานอกตำราสู่โลกแห่งการทำงานจริง

    จากแนวคิดและจุดร่วมเดียวกัน คือความเชื่อในพลังของการเรียนรู้ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา จึงได้ร่วมกันจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ TU Co-Learning Space by PTG ต้นแบบแห่งการเรียนรู้นอกห้องเรียน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกและร้านอาหารที่ได้มาตรฐานในเครือพีทีจี โดยร่วมกันออกแบบหลักสูตรการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) นอกห้องเรียน ที่เชื่อมโยงประสบการณ์จริง เพื่อเสริมสร้างศักยภาพสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา และพัฒนาทักษะสู่การเป็นผู้ประกอบการในอนาคต

     

    ดร.บุณยพงศ์ โพธิวัฒน์ธนัต ผู้อำนวยการโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา เปิดเผยว่า “ศูนย์การเรียนรู้ ‘TU Co-Learning Space by PTG’ เป็นพื้นที่เรียนรู้รูปแบบใหม่ ที่ผสมผสานระหว่างการเรียนในโรงเรียนกับโลกการทำงานจริง นักเรียนจะได้ฝึกคิด ฝึกทำ ได้พบกับผู้เชี่ยวชาญ และสถานการณ์จริง เพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นในอนาคต เช่น การแก้ปัญหา การทำงานเป็นทีม พร้อมทั้งได้รับความรู้และแรงบันดาลใจจากบรรยากาศและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัย สะอาด สวยงาม และปลอดภัย เอื้อต่อการทำกิจกรรมและช่วยให้การเรียนรู้น่าสนใจยิ่งขึ้น โครงการนี้จะช่วยให้นักเรียนคิดเป็น กล้าทดลอง กล้าผิดพลาด และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลง คุณครูมีเครื่องมือใหม่ในการสอน ผู้ปกครองเห็นพัฒนาการของลูก และนักเรียนจะเป็นผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้ ขอขอบคุณ พีทีจี ที่เชื่อมั่นในศักยภาพของเด็ก ๆ เตรียมอุดมศึกษา ครูทุกท่านที่พร้อมจะเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกับนักเรียน ผู้ปกครองที่ให้การสนับสนุนโครงการนี้ และนักเรียนทุกคนที่เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดโครงการนี้ วันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่เรากำลังร่วมกันสร้างอนาคตที่สดใสให้กับการศึกษาไทยต่อไป”

     

    คุณพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “การสร้างโอกาสและการพัฒนาคนคุณภาพเพื่อส่งผลเชิงบวกต่อสังคม คือหัวใจสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาคเอกชนและสถาบันการศึกษาในครั้งนี้ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของพีทีจี ที่มุ่งมั่นให้ทุกคนในสังคมได้เข้าถึงชีวิตที่ ‘อยู่ดี มีสุข’ ผ่านโครงการหลากหลาย อาทิ ‘พีที ค่ายอาสา ทำจริงไม่ทิ้งกัน’ ที่มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมการศึกษาในหลายพื้นที่ ตลอดจนความร่วมมือกับคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสนับสนุนพื้นที่ CBS Lounge ศูนย์การเรียนรู้ธุรกิจแบบบูรณาการเพื่อให้นิสิตได้เรียนรู้กระบวนการดำเนินธุรกิจ ผ่านการฝึกปฏิบัติงานจริงและพัฒนาทักษะการบริหารจัดการ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนก้าวสู่โลกการทำงานจริง

    สำหรับความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ขยายโลกทัศน์ของนักเรียนไทย เปิดโอกาสให้เรียนรู้แบบผสมผสานระหว่างความรู้ทางวิชาการและทักษะชีวิต ด้วยพื้นที่ที่เอื้อต่อการพัฒนาทักษะอย่างครบถ้วน ทั้งด้านวิชาการและทักษะชีวิตในโลกยุคใหม่ ส่งเสริมให้นักเรียนได้ค้นหาความชอบ ค้นพบความถนัด พร้อมเสริมศักยภาพสำหรับการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษา เพื่อเตรียมความพร้อมอย่างมั่นใจในการก้าวสู่บทบาทผู้บริหารหรือผู้ประกอบการรุ่นใหม่ในอนาคต”

    ภายในงานยังมีกิจกรรม Mini Talk ในหัวข้อ “Beyond Classroom – เมื่อการเรียนไม่ใช่แค่เพื่อสอบ” จาก คุณปรเมษฐ์ สงวนโชควณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานกลยุทธ์และบริหารการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ศิษย์เก่าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา รุ่น 63 มาร่วมเปิดมุมมองการเรียนรู้และแชร์ประสบการณ์ ว่า “การได้เรียนรู้และทดลองประสบการณ์ที่หลากหลาย จะช่วยให้เราเข้าใจตัวเองมากขึ้นว่าชอบหรือไม่ชอบอะไร การลงมือปฏิบัติในสภาพแวดล้อมการทำงานจริง มีส่วนช่วยให้เราค้นพบเส้นทางที่เหมาะสมกับตนเอง เหมือนอยู่ใน Small Village ที่ทุกคนในโลกเชื่อมโยงกัน เช่นเดียวกับ Co-Learning Space แห่งนี้ ที่มีจุดเริ่มต้นจากโมเดลการเรียนรู้ 70:20:10 โดย 10% เกิดจากทฤษฎีหรือห้องเรียน 20% มาจากการแลกเปลี่ยนกับผู้อื่น และ 70% มาจากประสบการณ์จริง ดังนั้นเราจึงร่วมกันออกแบบสภาพแวดล้อมให้สวยงาม ปลอดภัย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการทำกิจกรรมนอกห้องเรียน รวมถึงพัฒนาหลักสูตรการเรียนรู้ในรูปแบบ Active Learning โดยมีนักเรียนเป็นศูนย์กลางสามารถแบ่งกิจกรรมออกเป็น 3 ทิศทางหลักๆ คือ ทาง พีทีจี เป็นผู้ดูแล เช่น การจัด Restaurant Tour มี Open House เปิดบ้านให้น้อง ๆ ได้ทดลองบริหารจัดการธุรกิจในแบรนด์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น กาแฟพันธุ์ไทย คอฟฟี่เวิลด์ ซับเวย์ และพลีส โยเกิร์ต หรือหากคุณครูต้องการจัด Workshop ให้นักเรียนได้ฝึกฝนทักษะใดเพิ่มเติม พีทีจี ก็ยินดีสนับสนุนอย่างเต็มที่ หรือในส่วนของน้อง ๆ เอง ต้องการติวเตอร์ช่วงสอบ หรือสนใจผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาการใด ๆ พีทีจีก็พร้อมสนับสนุนให้ได้เช่นกัน

    เพราะเราอยากให้พื้นที่นี้เป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างแรงบันดาลใจ เป็นพื้นที่แห่งโอกาสให้ทุกคนได้เรียนรู้ เก็บเกี่ยวประสบการณ์จริง ได้ใช้ศักยภาพของตนเองอย่างเต็มที่ เรียนรู้การแก้ปัญหา พร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่ไม่คาดคิด อยากให้น้องค่อย ๆ สร้างความเข้าใจและเชื่อมโยงประสบการณ์ เมื่อถึงเวลาต้องเผชิญสถานการณ์จริง จะสามารถดึงศักยภาพของตนเองออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ และสิ่งสำคัญคือต้องมีทักษะการเป็นนักเรียนไปตลอดชีวิต ตั้งคำถามให้เยอะ หาคำตอบให้ได้ มองระบบให้ออก มองโลกให้ลึก เพราะคนที่ไม่หยุดเรียนรู้จะเติบโตและประสบความสำเร็จในโลกแห่งการทำงานจริงได้อย่างแข็งแรง

    น้องโอม – นายภารินทร์  ศรีประทีปกุล นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ร่วมแชร์ประสบการณ์การเรียนรู้นอกห้องเรียนว่า “ผมมีโอกาสได้รับมอบหมายให้นำสินค้าไปขายในโรงอาหาร เพื่อหารายได้ไปจัดกิจกรรมงานวันเกิดของโรงเรียน กิจกรรมนี้ไม่ได้เป็นแค่การขายของ แต่เป็นห้องเรียนชีวิตที่ทำให้ผมได้เรียนรู้ทักษะหลายอย่าง ทั้งด้านการตลาด ได้ลองโปรโมทสินค้าผ่านโปสเตอร์ในโรงเรียนและโพสต์ลง Social Media เพื่อให้คนรู้จักและเพิ่มยอดขาย มีการคำนวณต้นทุน ลองตั้งราคาที่มีมาร์จิ้นพอจะได้กำไรไปจัดกิจกรรม แต่ก็ต้องไม่สูงเกินกว่าที่เพื่อน ๆ จะซื้อได้ มีการจัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นความสนใจของลูกค้า มีการทำงานเป็นทีม แบ่งหน้าที่ชัดเจน แต่ก็พร้อมช่วยเหลือกัน จึงได้เรียนรู้ว่าการสื่อสารนั้นสำคัญมาก นอกจากนี้ยังได้ฝึกทักษะการบริหาร การวางแผน การตั้งเป้ายอดขายแต่ละวัน การรวบรวมเงินมาคำนวณรายรับรายจ่าย ทำให้ได้เรียนรู้การจัดการมากขึ้น ในอนาคตผมมีความตั้งใจจะเปิดร้านอาหารของตัวเอง เพราะรู้สึกว่าอาหารบางร้านอร่อย ราคาก็คุ้มค่า แต่กลับไม่ค่อยมีคนรู้จัก เพราะอาจยังขาดเรื่องการตลาดและประชาสัมพันธ์ที่ดี และที่สำคัญผมมีเพื่อนที่บ้านทำร้านอาหารอยู่หลายคน ทำให้ผมคิดว่าน่าจะใช้ Connection ตรงนี้ไปขอคำปรึกษาและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ได้”

     

    น้องนุ๊กนิ๊ก – นางสาวระวิพัชร์  แสงวันดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ร่วมแชร์หลักสูตรวิชาในฝันและความตั้งใจในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมว่า “หนูมองว่า การเงิน เป็นเรื่องที่สำคัญมาก แต่ในปัจจุบันยังแทบไม่มีวิชาลักษณะนี้สอนในโรงเรียนมากเท่าที่ควร หลายคนต้องเจอกับปัญหาการเงินโดยไร้เข็มทิศ ไม่มีผู้แนะนำหรือวางแผนอนาคต ได้แต่ลองผิดลองถูก เพราะแบบนี้เองหนูจึงอยากให้มีวิชา การเงินในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยให้พวกเราเรียนรู้การวางแผนการใช้จ่าย การออม รวมถึงการบริหารจัดการในชีวิตจริง อีกวิชาที่หนูอยากให้มีคือ วิชาธุรกิจปฏิบัติจริง วิชานี้เหมาะกับคนที่มีฝันอยากสร้างธุรกิจของตัวเอง เปิดโอกาสให้เราคิดวางแผน ลงมือทำธุรกิจจริง เห็นทั้งความสำเร็จ และบทเรียนจากความผิดพลาด ได้ฝึกตัดสินใจ ได้สื่อสารจริงจัง และที่สำคัญยังได้ไปปรึกษาครูผู้สอน เพื่อนำประสบการณ์ทั้งหมดไปพัฒนาต่อเมื่อเราโตขึ้น และความฝันที่ยิ่งใหญ่ของหนูคือการเปิด มูลนิธิการศึกษา เพราะยังมีอีกหลายคนที่ยังขาดโอกาสตรงนี้ ถ้ามีโอกาสหนูอยากนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้ ไปช่วยคนที่ขาดแคลน หนูเชื่อว่าการศึกษาสามารถเปลี่ยนชีวิตผู้คน ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิต และช่วยขยายโอกาสในการเลือกทางเดินและกำหนดอนาคตของตัวเองได้”


    าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย ชูนวัตกรรมยางรถยนต์ไฟฟ้า และยางสำหรับทุกสภาพถนน ณ การแข่งขัน บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2025

    1 Min Read

    ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย ชูนวัตกรรมยางรถยนต์ไฟฟ้า และยางสำหรับทุกสภาพถนน ณ การแข่งขัน บางแสน กรังด์ปรีซ์ 2025

    บริษัท ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของงานแข่งขันรถยนต์ B-Quik Thailand Super Series นำเสนอนวัตกรรมยางรุ่นล่าสุดในงานบางแสน กรังด์ปรีซ์ หนึ่งในงานมอเตอร์สปอร์ตชั้นนำของประเทศไทย

    ภายใต้กิจกรรมการตลาดภาคสนาม ฮันกุก ไทร์ นำเสนอผลิตภัณฑ์เด่น 2 กลุ่ม เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของตลาดที่กำลังเติบโต ได้แก่

    • กลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง iON: ยางสมรรถนะสูงที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) โดยเฉพาะ
    • ผลิตภัณฑ์ยางรุ่น Dynapro AT2 Xtreme: ยาง All-Terrain (A/T) ที่ออกแบบมาเพื่อสมรรถนะ และความทนทางทั้งถนนทางเรียบและออฟโรด

    ไฮไลท์หลักภายในงาน คือ การจัดแสดงยางรถยนต์รุ่น iON GT SUV ติดตั้งกับรถ BYD รุ่น ATTO 3 รถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮันกุก ไทร์ ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เข้ากับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

    รถยนต์ไฟฟ้า (EV) มีน้ำหนักมากกว่ารถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ทั่วไปอย่างมาก เนื่องจากชุดแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ ทำให้ยางต้องรับแรงกดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้ยางรถยนต์มาตรฐานทั่วไป ยางจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ iON ของฮันกุก ไทร์ ได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมด้วยโครงสร้างเสริมแรงและสารประกอบพิเศษ เพื่อรองรับน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นนี้ มอบความทนทาน ความปลอดภัย และสมรรถนะสูงสุดแม้ภายใต้การบรรทุกหนัก

    ภายในงานมีผู้เข้าให้ความสนใจอย่างมากมายและแสดงความกังวลเกี่ยวกับอายุที่สั้นของการใช้งานของยางที่ใช้กับรถยนต์ไฟฟ้าของตนในปัจจุบัน เพื่อตอบโจทย์ความกังวลนี้ ฮันกุก ไทร์ได้ย้ำถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์ยาง iON ที่มีแรงต้านการหมุนต่ำ ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมอีกด้วย

    นอกจากนี้ รถยนต์ไฟฟ้ายังมีแรงบิดฉับพลันเมื่อออกตัวซึ่งสามารถทำให้ยางสึกหรอเร็ว ผลิตภัณฑ์กลุ่ม iON ของ ฮันกุก ไทร์ จึงพัฒนายางด้วยสูตรยางขั้นสูงและลวดลายดอกยางที่ปรับแต่งอย่างเหมาะสม เพื่อคงการยึดเกาะและความทนทานแม้ภายใต้สภาวะการใช้งานที่หนัก อีกทั้ง เทคโนโลยี iSound AbsorberTM  ของฮันกุก ไทร์ ยังช่วยลดเสียงรบกวนระหว่างการขับขี่ เพิ่มความเงียบสบายและยกระดับประสบการณ์การขับขี่โดยรวม

    นาย กาฮูน คิม กรรมการผู้จัดการของบริษัท ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย เทคโนโลยียางรถยนต์จำเป็นต้องพัฒนาไปพร้อมกัน ยางซีรีส์ iON ของเราได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อตอบสนองทั้งด้านสมรรถนะและโครงสร้างสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า ตั้งแต่การรองรับน้ำหนักที่มากขึ้น ไปจนถึงการลดเสียงรบกวนบนถนน การนำเสนอนวัตกรรมเหล่านี้ในงานบางแสน กรังด์ปรีซ์ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการสนับสนุนอนาคตแห่งการเดินทางด้วยโซลูชันที่ล้ำสมัยและพร้อมสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า”

    ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ iON รุ่นต่างๆ ที่วางจำหน่ายในประเทศไทย ได้แก่ iON evo และ iON evo AS ซึ่งถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง และรุ่น iON GT ที่ปรับแต่งมาเพื่อระยะทางและประสิทธิภาพในการช่วยประหยัดพลังงาน

    สำหรับผลิตภัณฑ์รุ่น iON ST AS ที่เน้นเรื่องระยะทางการขับขี่ จะมีกำหนดเปิดตัวในประเทศไทยเร็วๆ นี้

    สำหรับรายละเอียดและอัพเดทเพิ่มเติม สามารถศึกษาข้อมูลของ ฮันกุก ไทร์ ประเทศไทย ได้ที่เว็บไซต์ https://www.hankooktire.com/th และ Facebook: @hankooktire.thailand

    No Comment
  • FORTRON ปล่อยของแรงเปิดตัวน้ำมันเครื่องสูตรใหม่ “FORTRON RACING OIL SAE 5W-50” เจาะกลุ่มสายซิ่งตัวจริง

    1 Min Read

    FORTRON ปล่อยของแรงเปิดตัวน้ำมันเครื่องสูตรใหม่ “FORTRON RACING OIL SAE 5W-50” เจาะกลุ่มสายซิ่งตัวจริง

    FORTRON (โฟรตรอน) แบรนด์น้ำมันเครื่องชั้นนำจากประเทศออสเตรเลีย เดินหน้าตอกย้ำภาพลักษณ์ผู้นำเทคโนโลยีสำหรับรถสมรรถนะสูง เปิดตัว FORTRON RACING OIL FULLY SYNTHETIC SAE 5W-50 น้ำมันเครื่องสังเคราะห์แท้ระดับพรีเมี่ยม ที่พร้อมส่งมอบประสบการณ์ใหม่แห่งความแรงให้กับสายซิ่งแบบเต็มสมรรถนะ และพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานในกลุ่มผู้รักความเร็ว รถที่ได้รับการปรับแต่งโมดิฟาย รถแข่ง หรือเครื่องยนต์รอบจัดโดยเฉพาะ ด้วยมาตรฐานระดับโลก API SN/CF, SM และ SL ผสานกับเบสออยล์คุณภาพสูง  PAO + ESTER จากประเทศออสเตรเลีย ที่ได้พัฒนาด้วยสูตรพิเศษ Supreme Technology ทำให้ FORTRON RACING OIL SAE 5W-50 สูตรใหม่นี้ โดดเด่นเหนือใครด้วยคุณสมบัติเด่นในการเพิ่มการหล่อลื่น ทนความร้อนสูง รักษาแรงดันเครื่องยนต์ และคงอัตราเร่งได้เต็มกำลังตลอดการขับขี่

    นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเฉพาะของ FORTRON อย่าง V- SERIES ที่ประกอบด้วย 3 แกนหลัก เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า:

    • V – FLOW : เพิ่มความเร็วในการไหลของน้ำมันเครื่องเข้าสู่ระบบหล่อลื่นเร็วขึ้น 10% ช่วยลดการสึกหรอขณะสตาร์ทรถ คิกดาวน์ (KICK DOWN), ชิฟอัพ (SHIFT UP) ได้ทันที
    • V – PROTECTION : ฟิล์มน้ำมันหนาพิเศษ คงตัวแม้รอบจัดต่อเนื่อง เพิ่มการปกป้องในสภาพการใช้งานหนัก และการลากรอบสูงต่อเนื่อง
    • V – TORQUE : เสริมการทนทานต่อแรงบิดสูงขึ้น 5% รองรับสำหรับรถแรงม้าสูง ลดโอกาสฟิล์มน้ำมันเครื่องขาดในช่วงเร่งหนักหรือโหลดสูง

    FORTRON RACING OIL SAE 5W-50 รองรับเครื่องยนต์เบนซิน ดีเซล และเครื่องยนต์ปรับแต่งพิเศษ รองรับระยะใช้งานสูงสุดได้ถึง 10,000 กิโลเมตรสำหรับรถยนต์ และ 5,000 กิโลเมตร สำหรับมอเตอร์ไซค์  ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความ

    แรงแบบไร้กังวล พร้อมการปกป้องขั้นสุดในทุกจังหวะการขับขี่ ที่พร้อมให้คุณได้สัมผัสแล้ววันนี้ ผ่านช่องทางออนไลน์ LAZMALL : FORTRONTHAILAND, SHOPEEMALL : FORTRONTHAILAND หรือเยี่ยมชมเว็บไซต์  WWW.FORTRON.CO.TH สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 02-961-3727


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ สานต่อแคมเปญ “Welcome Back Stars” ปีที่ 2 ชวนลูกค้ากลับมารับสิทธิประกันคุณภาพ High-Voltage Battery จนถึงอายุรถปีที่ 10* ครอบคลุมไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดกว่า 22 รุ่น

    2 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ สานต่อแคมเปญ “Welcome Back Stars” ปีที่ 2 ชวนลูกค้ากลับมารับสิทธิประกันคุณภาพ High-Voltage Battery จนถึงอายุรถปีที่ 10* ครอบคลุมไฮบริดและปลั๊กอินไฮบริดกว่า 22 รุ่น

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) เปิดแคมเปญบริการหลังการขาย “Welcome Back Stars” ปีที่ 2 ชวนลูกค้ารถยนต์กลุ่ม Hybrid และ Plug-in Hybrid ที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 10 ปี ให้กลับมารับสิทธิการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery) เป็นระยะเวลาสูงสุดถึง 10 ปี* นับตั้งแต่วันที่ส่งมอบรถ สำหรับลูกค้าที่เคยหลุดจากเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพเดิม โดยครอบคลุมรถยนต์กว่า 22 รุ่น ตามรุ่นรถยนต์และรหัสตัวถังที่กำหนด สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถนำรถยนต์เข้ามารับบริการและตรวจสอบสิทธิการรับประกันของรถยนต์ในแต่ละกลุ่ม ได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์

    อย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568

    เงื่อนไขการคืนสิทธิการรับประกันคุณภาพเดิมของ High-Voltage Battery สำหรับรถยนต์กลุ่ม Hybrid
    และ Plug-in Hybrid
    มีดังนี้

    1. เข้ารับบริการ Service A หรือ B ณ ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ทั่วประเทศ
    2. มีค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ มากกว่าหรือเท่ากับ 40,000 บาท* (ค่าแรงและค่าอะไหล่ หลังหักส่วนลดและก่อนคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    3. เข้ารับการตรวจสอบคุณภาพปัจจุบันของ High-Voltage Battery โดยศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และมีผลทดสอบคุณภาพผ่านเกณฑ์โดยแบตเตอรี่ยังคงใช้งานได้ (แบตเตอรี่เสื่อมสภาพตามการใช้งานปกติ) ตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการรับสิทธิ*
    4. เฉพาะรถยนต์รุ่นที่กำหนดในแคมเปญ “Welcome Back Stars” และมีเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพ High-Voltage Battery ตามรายละเอียดที่ระบุในตารางด้านล่างนี้
    รุ่นรถยนต์และเงื่อนไขการรับประกันคุณภาพเดิมของแบตเตอรี่แรงดันสูง (High-Voltage Battery)
    ลูกค้ารถยนต์กลุ่มที่ 1 ลูกค้ารถยนต์กลุ่มที่ 2
    การรับประกัน High-Voltage Battery

    ·         รับประกัน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง ภายใน 5 ปีแรก และ

    จำกัดระยะทาง โดยหน้าจอแสดงผลของรถยนต์ต้องมีระยะทาง

    ไม่เกิน 150,000 กม. ในระหว่างปีที่ 6-10 ปี นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า

    รุ่นรถยนต์

    GLE (W166) 166063 GLE 500 e 4MATIC
    C-Class (W205) 205012 C 300 BlueTEC HYBRID
    C-Class Estate (S205) 205212 C 300 BlueTEC HYBRID Estate
    C-Class (W205) 205047 C 350 e
    C-Class Estate (S205) 205247 C 350 e Estate
    C-Class (W205) 205053 C 300 e
    E-Class (W212) 212098 E 300 BlueTEC HYBRID
    E-Class Estate (S212) 212298 E 300 BlueTEC HYBRID Estate
    E-Class (W213) 213050 E 350 e
    S-Class (V222) 222157 S 400 HYBRID
    S-Class (V222) 222104 S 300 BlueTEC HYBRID
    S-Class (V222) 222163 S 500 e
    S-Class (V222) 222173 S 560 e
    การรับประกัน High-Voltage Battery

    ·         รับประกัน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า

    รุ่นรถยนต์

    C-Class (W206) 206054 C 350 e
    E-Class (W213) 213053 E 300 e
    GLC Coupé (C253) 253353 GLC 300 e 4MATIC Coupé
    GLC (X253) 253953 GLC 300 e 4MATIC
    GLC Coupé (C254) 254356 GLC 350 e 4MATIC  Coupé
    GLC (X254) 254656 GLC 350 e 4MATIC
    GLE (V167) 167117 GLE 350 de 4MATIC
    S-Class (V223) 223168 S 580 e
    Mercedes-Maybach S-Class (Z223) 223968 Mercedes-Maybach S 580 e Premium

    และรุ่นรถยนต์อื่นๆ ในปี 2568 ที่ทางบริษัทฯ กำหนด

    สิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับลูกค้าที่ประสงค์เข้าร่วมแคมเปญเพื่อรับสิทธิ ดังนี้

    1. ส่วนลด 20% จากราคาขายแนะนำสำหรับอะไหล่ High-Voltage Battery
    • สำหรับลูกค้าที่รถยนต์ไม่ผ่านเกณฑ์การทดสอบคุณภาพ High-Voltage Battery ตามเงื่อนไขและข้อกำหนด จะได้รับสิทธิพิเศษส่วนลดค่าอะไหล่ 20%* จากราคาขายแนะนำ เมื่อทำการเปลี่ยน High-Voltage Battery (โดยได้รับส่วนลดข้างต้น) จะได้รับการรับประกันคุณภาพ 2 ปี ตามมาตรฐานอะไหล่แท้เมอร์เซเดส-เบนซ์
    • เมื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขและข้อกำหนดการรับสิทธิ และเข้ารับบริการ Service A หรือ B จะได้รับคืนสิทธิการรับประกันคุณภาพ High-Voltage Battery จนถึงอายุรถปีที่ 10* นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพจำกัดระยะทางขึ้นอยู่กับรุ่นรถยนต์ ที่ระบุในตารางด้านบน
    1. ราคาพิเศษ! แพ็กเกจ Extended HV battery การขยายการรับประกัน High-Voltage Battery 10 ปี เป็นแบบไม่จำกัดระยะทาง ในราคา 50,000 บาท (สำหรับกลุ่มรถยนต์ที่ได้รับการรับประกัน 10 ปี แบบจำกัดระยะทาง 150,000 กม.)

    สำหรับลูกค้ารถยนต์กลุ่มที่ 1 ที่ได้รับการประกัน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทางภายใน 5 ปีแรก และ จำกัดระยะทางโดยหน้าจอแสดงผลของรถยนต์ต้องมีระยะทางไม่เกิน 150,000 กม. ระหว่างปีที่ 6-10 ปี
    (นับจากวันส่งมอบรถให้กับลูกค้า)
    สามารถขยายการรับประกันคุณภาพเดิม High-Voltage Battery

    10 ปี เป็นแบบไม่จำกัดระยะทาง เมื่อซื้อแพ็กเกจ Extended HV battery นี้

    เงื่อนไขและข้อกำหนดการรับสิทธิ*

    1. สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่เข้ารับบริการ Service A หรือ B ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ ตั้งแต่วันที่
      15 กรกฎาคม 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และชำระค่าใช้จ่ายครบถ้วนภายในระยะเวลาที่กำหนด
    2. มียอดค่าใช้จ่ายผ่านศูนย์บริการฯ มากกว่าหรือเท่ากับ 40,000 บาท คำนวณเฉพาะค่าสินค้าและบริการตามประเภทที่กำหนด โดยสามารถรวมค่าบริการ Service A/B, งานซ่อมบำรุงตามมาตรฐาน
      เมอร์เซเดส-เบนซ์, Accessories & Collections, MB Tire, Digital Extras, MBSP แพ็กเกจ Extra Guarantee Lite, รวมค่าอะไหล่และค่าแรงหลังหักส่วนลดใดๆ (ถ้ามี) โดยเป็นมูลค่าก่อนคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม
    3. สงวนสิทธิรถยนต์เพื่อการพาณิชย์, งานบริการ Internal, งานรับประกัน Warranty และงานซ่อมสีตัวถัง ไม่สามารถเข้าร่วมแคมเปญได้
    4. สิทธิพิเศษนี้ไม่สามารถแลก เปลี่ยน หรือทอนเป็นเงินสดได้ ในกรณีมีการเปลี่ยนอะไหล่รถยนต์ จะต้องทำการเปลี่ยนอะไหล่ในศูนย์บริการฯ เท่านั้น ไม่สามารถนำอะไหล่ออกไปนอกศูนย์บริการฯ ได้
    5. โปรดตรวจสอบรายละเอียดแคมเปญ รุ่นรถยนต์ที่เข้าร่วม และเงื่อนไขแคมเปญได้ ณ ศูนย์บริการ
      เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

    สอบถามข้อมูลและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ https://mb4.me/TH_CSSpecialOffers หรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้าฯ โทร. 1250
    ทั้งนี้ เงื่อนไขให้เป็นไปตามที่บริษัทฯ และศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการกำหนด
    #MercedesBenz #MercedesBenzThailand #MBTHCS #WelcomeBackStars


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • บริดจสโตนคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” ครองความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง 14 ปีซ้อน

    1 Min Read

    บริดจสโตนคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” ครองความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง 14 ปีซ้อน

    บริดจสโตนคว้ารางวัล แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี พ.. 2568” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” ประเภทยางรถยนต์ ครองอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติจากการจัดทำวิจัยและสํารวจความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตน ที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน โดยคุณเรียวอิจิ ทานากะ ผู้อำนวยการสายงานเครือข่ายโซลูชั่นการค้าปลีก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติจาก คุณเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสาร Marketeer ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

    คุณเรียวอิจิ ทานากะ ผู้อำนวยการสายงานเครือข่ายโซลูชั่นการค้าปลีก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ขอบคุณทุกความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่มอบความไว้วางใจให้แบรนด์บริดจสโตนเสมอมา รางวัลความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนถึงคุณภาพของผลิตภัณฑ์รวมถึงการให้บริการ ที่เหนือระดับผ่านค็อกพิท (COCKPIT) ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรฟาสต์ฟิตภายใต้การบริหารงานของเราที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยด้วยผลิตภัณฑ์และโซลูชั่นด้านการเดินทางที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ เรายังคงมุ่งมั่นดำเนินธุรกิจควบคู่กับการอยู่เคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยตลอดการเดินทาง โดยยึดมั่นเจตนารมณ์ด้านการส่งมอบความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ ตลอดจนนวัตกรรมด้านการเดินทางให้กับผู้บริโภคและสังคมไทยตลอดไป”

     

    รางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2568” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2025” จัดขึ้นโดยนิตยสาร Marketeer อ้างอิงจากผลการวิจัยและสำรวจของบริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด ผู้ให้บริการด้านงานวิจัยและที่ปรึกษาทางธุรกิจ สำรวจแบรนด์ยอดนิยมในสินค้าและบริการประเภทต่างๆ ของผู้บริโภคชาวไทย ประจำปี พ.ศ. 2568


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR 7X คว้ามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัย สู่ความไว้วางใจของผู้ใช้งานทั่วโลก

    1 Min Read

    ZEEKR 7X คว้ามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ปลอดภัย สู่ความไว้วางใจของผู้ใช้งานทั่วโลก

    ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับสากล คว้ารางวัลมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP องค์กรที่ประเมินและให้คะแนนความปลอดภัย    ยานยนต์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดแห่งหนึ่งในระดับโลก

    ย้อนกลับไปในปี 2024 ZEEKR 001 Shooting Brake และ ZEEKR X Compact SUV ได้รับรางวัลระดับ 5 ดาว และ ZEEKR X ยังได้รับรางวัล Best in Class Award สำหรับรถประเภท Small SUV and Pure Electric Vehicles  ผลลัพธ์ล่าสุดนี้แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ทุกรุ่นของ ZEEKR ที่จำหน่ายในยุโรปได้รับคะแนนระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นว่า ZEEKR ให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยในการออกแบบและพัฒนารถยนต์ขั้นสูงสุด

    ในส่วนของ ZEEKR 7X เช่นเดียวกับ ZEEKR 001 และ ZEEKR X ที่ได้รับการพัฒนาโดยศาสตร์ด้านสถาปัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าบนแพลตฟอร์มรถยนต์  SEA (Sustainability Experience Architecture) ที่ทันสมัย ​​ซึ่งผสานเทคโนโลยีชั้นสูง ด้วยกระบวนการหลอมโลหะที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษอัดฉีดเข้าไปในแม่พิมพ์ด้วยแรงดันสูงเพื่อให้ได้โครงฐานชิ้นสำคัญชิ้นใหญ่ชิ้นเดียวแทนการใช้ชิ้นส่วนหลายชิ้น เพื่อเสริมการปกป้องผู้โดยสาร ซึ่งเป็นคุณลักษณะพิเศษเฉพาะตรงบริเวณช่วงฐานด้านล่างของ ZEEKR 7X นวัตกรรมนี้จึงช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวถังและเพิ่มความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงที่ออกแบบไว้ในโครงสร้างตัวถังพร้อมด้วยระบบควบคุมเป็นชุดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS) ที่ครอบคลุมในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ พร้อมระบบตรวจจับคนเดินถนนและคนขี่จักรยาน ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน ระบบช่วยเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ ระบบมองภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ ระบบเตือนเมื่อมีรถผ่านในจุดอับสายตาขณะเดินหน้าหรือถอยหลัง ระบบแสดงข้อมูลบนหน้าจอแสดงผลแบบเออาร์ ระบบช่วยเตือนความเหนื่อยล้าขณะขับขี่ ระบบตรวจหาเด็กในรถ (หากผู้ปกครองลืมเด็กไว้ที่เบาะหลัง เทคโนโลยีการตรวจจับในรถจะตรวจจับสิ่งนี้ด้วยเซนเซอร์เรดาร์และอัลกอริทึมที่จัดเก็บไว้สำหรับการจำแนกวัตถุและส่งเสียงเตือน) และหาก ZEEKR 7X เกิดอุบัติเหตุ ระบบจะเบรกรถโดยอัตโนมัติทันทีเพื่อป้องกันการชนซ้ำ

    คะแนนความปลอดภัยสูงสุดจาก Euro NCAP ถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ทำให้ ZEEKR 7X เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในกลุ่มยานยนต์ระดับเดียวกัน ซึ่งรถยนต์ SUV ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าในรุ่นนี้มีให้เลือกทั้งแบบมอเตอร์เดี่ยวขับเคลื่อนล้อหลังหรือมอเตอร์คู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ โดยมีระยะทางวิ่งสูงสุด 615 กม.1 (WLTP) และด้วยเทคโนโลยี 800V ทำให้สามารถชาร์จไฟจาก 10-80% ได้ในระยะเวลาเพียง 13 นาที2

    ZEEKR 7X: อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน kWh/100km: 17.7-19.9 (WLTP) การปล่อย CO2 รวมเป็น g/km: 0

    ZEEKR 001: อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน kWh/100km: 17.3-18.5 (WLTP) การปล่อย CO2 รวมเป็น g/km: 0 ZEEKR X: อัตราการสิ้นเปลืองพลังงาน kWh/100km: 16.4-17.3 (WLTP) การปล่อย CO2 รวมเป็น g/km: 0)

    1 เวลาในการชาร์จจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสภาพปัจจัยต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จ, อุณหภูมิโดยรอบ, อุณหภูมิแบตเตอรี่, สถานะการชาร์จ, อายุและสภาพของแบตเตอรี่ และยานพาหนะ
    2 ระยะทางตามรอบการขับขี่ WLTP ภายใต้สภาวะที่ควบคุม ระยะทางตามจริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับสภาพของรถและแบตเตอรี่, เส้นทางจริง, สภาพแวดล้อม, สไตล์การขับขี่, น้ำหนักบรรทุก, คุณสมบัติของล้อและยาง, อุปกรณ์พ่วงและอุปกรณ์ที่ติดตั้งเสริม

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • FIT Auto ร่วมกับพันธมิตร เปิดตัวโครงการ FIT KUB TIP ยกระดับมาตรฐานบริการประกันภัยรถยนต์แบบ One Stop Service

    1 Min Read

    FIT Auto ร่วมกับพันธมิตร เปิดตัวโครงการ FIT KUB TIP ยกระดับมาตรฐานบริการประกันภัยรถยนต์แบบ One Stop Service

     

    FIT Auto เดินหน้ายกระดับมาตรฐานบริการรถยนต์อีกขั้น โดยร่วมกับ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และ บริษัท อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด เปิดตัวโครงการ “FIT KUB TIP คุ้มทุกคัน ประกันทุกยาง” ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าปัจจุบัน โดยผสานจุดแข็งของทั้งสามบริษัท พร้อมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) อย่างเป็นทางการ ณ สถานีบริการ พีทีที สเตชั่น สาขาวิภาวดีรังสิต 62

    คุณรชา อุทัยจันทร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจหล่อลื่น บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) พร้อมด้วย คุณสุภาพ ประดับการ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทิพยประกันภัย จำกัด (มหาชน) และคุณธีรวัฒน์ ตั้งเสรี กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ จำกัด ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ ภายใต้โครงการ FIT KUB TIP” ซึ่งมีระยะเวลา 3 ปี เพื่อประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมทั้งประกันภัยประเภท 1, 2+ และ 3+ พร้อมเพิ่มความคุ้มครองด้านยางรถยนต์และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง มอบประสบการณ์ One Stop Service ให้กับลูกค้า เฉพาะที่ FIT Auto ทุกสาขาทั่วประเทศ

    ความร่วมมือในครั้งนี้สะท้อนความตั้งใจของ FIT Auto ในการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการศูนย์บริการรถยนต์ ด้วยการเพิ่มช่องทางเพื่อความสะดวกสบายสำหรับลูกค้าที่สนใจประกันภัยรถยนต์อย่างครบถ้วน คุ้มค่า และมั่นใจได้ในคุณภาพ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ายุคใหม่ที่ต้องการทั้งความสะดวกสบายและความอุ่นใจในทุกการเดินทาง นอกจากนี้ยังแสดงถึงความมุ่งมั่นของ OR, ทิพยประกันภัย และ อะมิตี้ อินชัวร์รันซ์ โบรคเกอร์ ในการส่งมอบบริการด้านประกันภัยที่สะดวก ปลอดภัย และคุ้มค่า พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในยุคดิจิทัลได้อย่างแท้จริง

    ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ประกันภัยโครงการ FIT KUB TIP ได้สะดวก ผ่านการสแกน QR Code ณ จุดบริการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Call Center โทร. 1736 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: FIT Auto หรือค้นหาสาขาใกล้บ้านได้ที่ www.pttfitauto.com/th/branch

    #FITAuto #FITKubTIP #เชี่ยวชาญบริการจากใจ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิด Design Studio แห่งใหม่ พร้อมปฏิวัติการออกแบบยนตรกรรมแห่งอนาคต

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิด Design Studio แห่งใหม่ พร้อมปฏิวัติการออกแบบยนตรกรรมแห่งอนาคต

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิด Design Studio แห่งใหม่ที่ได้แปลงโฉมอาคาร ‘Front of House’ อันเลื่องชื่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในอาคารที่เก่าแก่ที่สุดของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ด้วยดีไซน์และสถาปัตยกรรมอันทันสมัยโดยทีมออกแบบของเบนท์ลีย์ โดย Design Studio แห่งใหม่ได้เปิดอย่างเป็นทางการพร้อมด้วย Dr. Frank-Steffen Walliser ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คณะกรรมการบริหาร และพนักงานกว่าอีก 4,000 ชีวิตในพิธีเปิดสุดพิเศษที่ดำเนินงานโดย George Clarke สถาปนิกและพิธีกรผู้มีชื่อเสียง

    อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในปี 2482 และถือเป็นจุดกำเนิดของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในเมืองครูว์และเป็นรากฐานสำคัญทางมรดกของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สที่ได้ต้อนรับแขกผู้มีเกียรติมากมาย อาทิ สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 และบุคคลสำคัญอื่นๆ สตูดิโอแห่งใหม่นี้มีขนาดใหญ่กว่าสตูดิโอออกแบบเดิมประมาณสองเท่า รวมถึงชั้นสามที่ต่อเติมจากอาคารเดิม ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างการทำโครงสร้างใหม่และการปรับปรุงในจุดที่สามารถทำได้ เนื่องจากเบนท์ลีย์ยังคงให้ความสำคัญกับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนของโรงงานที่ได้รับการรับรองในด้านความเป็นกลางทางคาร์บอน

    Design Studio แห่งใหม่จึงถือเป็นพื้นที่การออกแบบที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ทางประวัติศาสตร์ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์เอาไว้ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน พร้อมกำหนดกฎเกณฑ์ใหม่และสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักออกแบบราว 50 ชีวิตบนเส้นทางสู่อนาคตการออกแบบยนตรกรรมเบนท์ลีย์

    สภาพแวดล้อมที่จะก่อให้เกิดควาคิดสร้างสรรค์นี้ยังส่งเสริมให้เกิดการทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เนื่องจากถือเป็นครั้งแรกที่สตูดิโอใหม่นี้จะรวมนักออกแบบของเบนท์ลีย์ แผนกออกแบบพิเศษ และ แผนก Bentley Mulliner พร้อมกับบทบาทสำคัญที่เพิ่มขึ้นในด้าน UX (ประสบการณ์ผู้ใช้) และ UI (ส่วนต่อประสานกับผู้ใช้) เพื่อสร้างอนาคตที่ผู้ขับขี่จะสามารถโต้ตอบกับองค์ประกอบต่างๆ ของรถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกเหนือจากการปฏิวัติด้านการออกแบบยนตรกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์แล้ว สำนักงานใหญ่ในเมืองครูว์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “Dream Factory” กำลังเตรียมความพร้อมเพื่อมุ่งสู่อนาคตด้วยเม็ดเงินลงทุนมหาศาลที่มีมูลค่ามากที่สุดในประวัติศาสตร์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับหรู

    หลังจากการเปิดตัวศูนย์ความเป็นเลิศด้านคุณภาพและการส่งมอบแห่งใหม่เมื่อต้นปีที่ผ่านมา และการก่อสร้างศูนย์ทำสีและตัวถังรถยนต์พลังงานไฟฟ้าแห่งใหม่ที่กำลังดำเนินงานอยู่ สตูดิโอออกแบบแห่งใหม่นี้จะยังคงรักษาพันธสัญญาของแบรนด์ในการบูรณะในส่วนที่จำเป็นมากกว่าการลงทุนในการทำโครงสร้างใหม่

    สำหรับการเปิด Design Studio แห่งใหม่ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ได้นำเอาจุดเด่นของอาคาร ‘Front of House’ ดั้งเดิมมาบูรณะใหม่อย่างบันไดทองเหลืองแบบดั้งเดิมตั้งแต่ปี 2482 ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามพร้อมด้วยแผ่นโลหะแบบพิเศษและการต่อเติมชั้นใหม่

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “เติ้น” ทัศนพล นักแข่งดาวรุ่งไทย เปิดใจครั้งแรกหลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ระดับโลก FIA Formula 3 Championship 2025 พร้อมส่งแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยกล้าฝัน

    1 Min Read

    “เติ้น” ทัศนพล นักแข่งดาวรุ่งไทย เปิดใจครั้งแรกหลังสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เป็นคนไทยคนแรกที่คว้าแชมป์ระดับโลก FIA Formula 3 Championship 2025 พร้อมส่งแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยกล้าฝัน

    วงการมอเตอร์สปอร์ตไทยได้จารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อ “เติ้น” ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ นักแข่งดาวรุ่งชาวไทย วัย 19 ปี ภายใต้สังกัดทีม Campos Racing สร้างผลงานระดับโลก คว้าแชมป์อันดับ 1 ในรายการแข่งขัน FIA Formula 3 Championship 2025 สนามที่ 7 ณ สนามซิลเวอร์สโตน ประเทศอังกฤษพร้อมชูธงชาติไทยขึ้นโพเดียม ท่ามกลางเสียงเพลงชาติที่ดังกึกก้องไปทั่วสนาม กลายเป็น นักแข่งไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่คว้าชัยในรายการระดับนานาชาตินี้

    หลังจบการแข่งขัน เติ้น ทัศนพล เปิดใจเป็นครั้งแรกในฐานะแชมป์ เผยให้เห็นถึงเบื้องหลังพลังใจ แรงผลักดัน และความรักในกีฬาความเร็วที่ฝังรากมาตั้งแต่วัยเด็ก “ผมจำได้เลยว่าตอนเด็กๆ ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ครั้งแรก หัวใจผมเต้นแรงเหมือนโดนมนต์สะกด รู้เลยว่านี่คือโลกของผม”

    เติ้น เล่าย้อนไปถึงจุดเริ่มต้น พร้อมย้ำว่าคุณพ่อคือคนสำคัญที่ปลุกไฟฝันให้กลายเป็นจริง “เส้นทางนี้ไม่เคยง่าย มีหลายครั้งที่รู้สึกท้อ พ่ายแพ้ หรือบาดเจ็บจนคิดจะหยุด แต่ผมจะนึกถึงคำพูดของพ่อที่บอกว่า ‘ถ้ารู้ว่าอยากไปไหน ก็อย่าหยุดเดิน’ มันคือคำที่ผลักดันให้ผมลุกขึ้นทุกครั้งที่ล้มลง” เติ้นกล่าวด้วยความตื้นตันใจ

    ขอเล่าถึงการเตรียมตัวก่อนลงสนามทุกครั้งว่า “ทั้งร่างกายและจิตใจต้องพร้อมรบ 100% ผมฝึกซ้อมอย่างเข้มข้น ทั้งการคุมอาหาร การทำสมาธิ การสร้างภาพชัยชนะและวิธีการไปถึงชัยชนะในหัวทุกคืนก่อนนอน ผมเชื่อว่าเมื่อเราร่างภาพนั้น ได้ชัด เราจะสามารถดึงมันออกมาให้เป็นไปได้จริงในวันแข่ง”

     สำหรับช่วงเวลาที่หัวใจเต้นแรงที่สุดในสนาม เติ้น ระบุว่า คือจังหวะที่โดนแซงในรอบที่ 6 ก่อนคว้าชัยชนะที่สนามซิลเวอร์สโตน “มันเป็นเสี้ยววินาทีที่ใจหล่นวูบ แต่ผมเลือกที่จะไม่ตื่นตระหนก ค่อยๆรวบรวมสมาธิ ทั้งหมด เพราะผมเชื่อว่าตัวเองยังมีโอกาส ถ้าเรานิ่งพอและบริหารจัดการยางและสติในการขับของเราได้ดีพอ เราจะกลับมาได้” และสิ่งนั้นก็เกิดขึ้นจริงเมื่อเขาเร่งแซงในรอบที่ 10 จนสามารถกลับขึ้นมายืนอยู่ในตำแหน่งผู้นำหัวแถวได้สำเร็จอีกครั้ง

    เติ้น กล่าวว่า หนึ่งในบทเรียนสำคัญจากการแข่งขันครั้งนี้คือ “ความนิ่งสำคัญพอๆ กับความเร็ว” รวมถึงการทำงานเป็นทีม ซึ่งถือเป็นหัวใจของชัยชนะ เพราะ “นักแข่งไม่มีวันไปถึงเส้นชัยคนเดียว”

    สำหรับชัยชนะครั้งนี้ของเติ้น “มันมีค่ามาก ไม่ใช่แค่กับผม แต่กับวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทย” เพราะนี่คือบทพิสูจน์ว่าศักยภาพของเด็กไทยนั้นสามารถลงสู้ศึกในการแข่งขันระดับโลกได้ “ผมหวังว่าชัยชนะนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยทุกคนลุกขึ้นตามหาความฝัน และทำตามความฝันของตน ไม่ว่าอุปสรรคจะใหญ่แค่ไหน ผมเชื่อว่าถ้าเรามุ่งมั่นและเอาจริงกับมัน เราจะพบความสำเร็จ”

    เติ้น ยังขอบคุณครอบครัว ทีม Campos Racing ผู้สนับสนุน และแฟนๆ โดนเฉพาะแฟนชาวไทยที่ส่งแรงใจผ่านโซเชียลมาอย่างล้นหลาม “ผมเห็นทุกคอมเมนต์ ทุกกำลังใจ มันคือพลังที่ทำให้ผมไม่ยอมแพ้ ผมอยากขอบคุณพ่อกับแม่ ที่เชื่อมั่นในตัวผมมาตลอด พวกท่านคือเหตุผลสำคัญที่ผมยังยืนอยู่ตรงนี้ได้”

    เมื่อถามถึงเป้าหมายต่อไป เติ้นตอบชัดว่า “FIA Formula 2 คือเป้าหมายระยะใกล้ และแน่นอน Formula 1 (F1) คือความฝันสูงสุดของผม ผมอยากเห็นธงชาติไทยบนเวทีนั้น และเชื่อว่าวันนั้นจะต้องมาถึง”

    ก่อนจบการสัมภาษณ์ เติ้น ฝากข้อคิดถึงคนรุ่นใหม่ว่า “อย่าปล่อยให้ความกลัวมาหยุดความฝันของคุณ ทุกอุปสรรคคือบททดสอบ แต่ถ้าคุณไม่ยอมแพ้ มันจะกลายเป็นบทพิสูจน์ว่าคุณคือของจริง”

    ชัยชนะของ “เติ้น” ทัศนพล อินทรภูวศักดิ์ ไม่เพียงทำให้ประเทศไทยปรากฏบนแผนที่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก แต่ยังส่งแรงกระเพื่อมสู่หัวใจของคนรุ่นใหม่ทุกคนที่มีความฝัน จาก“เสียงเครื่องยนต์” รถคันเล็กๆ ในสนามเด็กเล่นของเด็กไทยคนหนึ่ง อาจเป็นจุดเริ่มต้น ก้าวขึ้นสู่โพเดียมในสนามการแข่งขันระดับโลก แต่สิ่งที่พาเขาพุ่งทะยานมาถึงวันนี้ได้ คือ “เสียงเร่งเครื่องของความมุ่งมั่น” ที่ดังสะท้อนอยู่ในใจตลอดมา และเชื่อว่าจะช่วยปลุกพลังและสร้างแรงใจให้เยาวชนไทยทุกคนลุกขึ้นมากล้าฝันตามฮีโร่แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตคนใหม่คนนี้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทย พาเจ้าของรถปอร์เช่กว่า 30 คัน จัดเต็มประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเร้าใจระดับโลกใน Porsche Carrera Cup Asia 2025 ณ ชลบุรี

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทย พาเจ้าของรถปอร์เช่กว่า 30 คัน จัดเต็มประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเร้าใจระดับโลกใน Porsche Carrera Cup Asia 2025 ณ ชลบุรี

    ปอร์เช่ ประเทศไทย จัดประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของรถสปอร์ตปอร์เช่จำนวน 30 คัน ในรายการ Porsche Carrera Cup Asia (PCCA) 2025 ซึ่งจัดขึ้นร่วมกับการแข่งขัน Thailand Super Series ณ สนามบางแสน จังหวัดชลบุรี ลูกค้าได้สัมผัสโลกของมอเตอร์สปอร์ตอย่างใกล้ชิดแบบติดขอบสนาม พร้อมโอกาสพิเศษในการขับรถปอร์เช่คู่ใจของตนเองลงบนสนามแข่งระดับตำนานอย่าง บางแสน สตรีท เซอร์กิต และชมการแข่งขันของรถแข่ง Porsche 911 GT3 Cup อย่างใกล้ชิด ผ่านกิจกรรมพาเหรด, เดินชมพื้นที่เบื้องหลังสนามแข่งและ pit lane อย่างเต็มอรรถรส

    ปอร์เช่ ประเทศไทย ผนึกกำลังตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ รังสรรค์ประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พาลูกค้าคนสำคัญกว่า 30 ท่าน ร่วมเปิดประสบการณ์ใกล้ชิดกับการแข่งขันระดับโลกในรายการ ปอร์เช่ คาร์เรร่า คัพ เอเชีย 2025 (Porsche Carrera Cup Asia) ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ในศึก ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ (Thailand Super Series) ณ สนามบางแสน สตรีทเซอร์กิต จังหวัดชลบุรี

    ในบรรยากาศสุดเร้าใจของสนามแข่งริมทะเล ลูกค้าปอร์เช่ได้ดื่มด่ำกับโลกของความเร็วอย่างเต็มอารมณ์ ไม่ใช่แค่เพียงการชมจากข้างสนาม แต่ได้เข้าไปสัมผัสทุกจังหวะของการแข่งขันแบบใกล้ชิด เสมือนได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมแข่ง และได้ส่งแรงใจเชียร์นักแข่งไทยมากฝีมือที่ลงสนามประชันฝีมือกับนักขับจากทั่วเอเชียอย่างน่าภาคภูมิ

    กิจกรรมสุดพิเศษครั้งนี้ไม่เพียงแค่ตอกย้ำ “ดีเอ็นเอ” แห่งมอเตอร์สปอร์ต ที่ฝังแน่นอยู่ในแบรนด์ปอร์เช่เท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของปอร์เช่ ประเทศไทย ในการมอบสิทธิพิเศษเหนือระดับให้กับลูกค้าทุกท่าน กิจกรรมนี้ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ปอร์เช่ในประเทศไทย ซึ่งเป็นสังคมของผู้ที่มีหัวใจเดียวกัน หลงใหลในความเร็ว สมรรถนะ และความเอ็กซ์คลูซีฟในแบบฉบับของปอร์เช่

    คุณปวราภา ดุพัสกูล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและประชาสัมพันธ์ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “สิ่งนี้ คือสิ่งที่ทำให้ปอร์เช่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เรื่องของรถยนต์เท่านั้น แต่คืออารมณ์ ความรู้สึก เสียงของเครื่องยนต์ กลิ่นของน้ำมันที่อบอวลอยู่บนพื้นแทร็ก และพลังงานที่พลุ่งพล่านรอบตัวตลอดสุดสัปดาห์ของการแข่งขัน”

    “นอกเหนือจากการมอบประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตอย่างใกล้ชิดให้กับลูกค้าคนสำคัญของเราแล้ว กิจกรรมในครั้งนี้ยังเป็นช่วงเวลาที่พิเศษในการรวมพลังส่งกำลังใจให้กับนักแข่งไทยมากฝีมือ เรารู้สึกภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เห็น คุณมั่นคง เสถียรถิระกุล คว้าตำแหน่งโพลโพซิชันในรุ่น AM Class ของรายการปอร์เช่ คาร์เรร่า คัพ เอเชีย และรู้สึกภาคภูมิใจยิ่งขึ้นไปอีกเมื่อได้เห็น คุณวุฒิกร อินทรภูวศักดิ์ และเพื่อนร่วมทีม คุณลอริน
    ไฮน์ริช ลงสนามในรถปอร์เช่ 911จีทีสาม อาร์ หมายเลข 18 ในนามทีมเอเอเอส มอเตอร์สปอร์ต บาย อีบีเอ็ม (AAS Motorsport by EBM) พร้อมคว้าตำแหน่งโพลโพซิชันในรุ่นซูเปอร์คาร์ จีทีสาม ของการแข่งขันไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ ได้สำเร็จ” คุณปวราภา กล่าวเสริม

    กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟและบริการเหนือระดับจากปอร์เช่ ประเทศไทย เติมเต็มสุดสัปดาห์แห่งมอเตอร์สปอร์ตอย่างสมบูรณ์แบบ

    ปอร์เช่ ประเทศไทย ยกระดับประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟและบริการเหนือระดับในช่วงสุดสัปดาห์แห่งความเร้าใจ โดยเริ่มต้นอย่างยิ่งใหญ่ด้วยกิจกรรมพาเหรด (Parade Experience) ที่มอบโอกาสสุดพิเศษให้ลูกค้าปอร์เช่ผู้รักความเร็วจำนวน 30 ท่านพร้อมผู้ติดตาม ได้ขับรถปอร์เช่คันโปรดลงสู่สนามแข่งระดับโลก “บางแสน สตรีทเซอร์กิต” ท่ามกลางเสียงเชียร์กึกก้องจากผู้ชมบนอัฒจันทร์ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้สัมผัสบรรยากาศวันแข่งขันอย่างเต็มอารมณ์ ราวกับเป็นนักแข่งอาชีพที่ได้สัมผัสจังหวะของสนามแข่งด้วยตัวเอง

    นอกจากนี้ ลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์ VIP Access จะได้เข้าร่วมกิจกรรม Customer Pit Tour ที่เปิดโอกาสให้เข้าชมเบื้องหลังของการปฏิบัติงานในสนามแข่งอย่างใกล้ชิด ผู้เข้าร่วมได้เดินชมบริเวณแพดด็อก (Paddock) และพิทเลน (Pit Lane) แบบเอ็กซ์คลูซีฟ สัมผัสเบื้องหลังการทำงานของทีมแข่งปอร์เช่มืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนการเตรียมรถ การประสานงานของทีมช่าง และการชมรถแข่งปอร์เช่ 911 จีทีสาม คัพ (Porsche 911 GT3 Cup) อย่างใกล้ชิดในขณะปฏิบัติหน้าที่จริง

    เพื่อเติมเต็มประสบการณ์แห่งความประทับใจ ปอร์เช่ ประเทศไทย ยังได้จัดเตรียม ห้องรับรองสุดหรู (Porsche Hospitality) สำหรับเจ้าของรถปอร์เช่และผู้ติดตามคนสำคัญ รวมถึงนักแข่งในรายการปอร์เช่ คาร์เรร่า คัพ เอเชีย โดยห้องรับรองตั้งอยู่ ณ จุดชมวิวริมทะเลอันงดงาม มอบทั้งความสะดวกสบายในห้องปรับอากาศ ทัศนียภาพของสนามแข่งแบบพาโนรามา ผสานความหรูหราและความเป็นกันเองไว้ได้อย่างลงตัว

    ปอร์เช่ ไทคานน์: นวัตกรรมพลังไฟฟ้าสะกดทุกสายตา ณ บางแสน

    เพื่อเติมเต็มประสบการณ์สุดสัปดาห์แห่งความเร็วให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้นำเสนอไฮไลต์พิเศษอย่าง ปอร์เช่ ไทคานน์ (Porsche Taycan) ยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าคันแรกของแบรนด์ ซึ่งถูกจัดแสดงอย่างโดดเด่นภายในโซนห้องรับรองของปอร์เช่ กลายเป็นจุดสนใจของแฟนๆ สื่อมวลชน และเจ้าของรถปอร์เช่ที่แวะเวียนมาชมอย่างไม่ขาดสาย

    ไทคานน์รุ่นใหม่ที่ได้รับการปรับโฉมและพัฒนาอย่างรอบด้าน ถือเป็นบทพิสูจน์อันทรงพลังถึงความสามารถของปอร์เช่ในการผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับดีเอ็นเอแห่งมอเตอร์สปอร์ตได้อย่างลงตัว ด้วยเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าอันทรงพลัง และการควบคุมเฉียบคมดุจรถสปอร์ต ทำให้ไทคานน์สามารถส่งมอบความเร้าใจจากสมรรถนะอันเป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างเหนือชั้น ในแบบฉบับยนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

    ระเบิดความมันส์สะเทือนชายฝั่ง สัมผัสความเร้าใจใน Porsche Carrera Cup Asia 2025

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการได้สัมผัสการแข่งขัน ปอร์เช่ คาร์เรร่า คัพ เอเชีย 2025 (PCCA) อย่างใกล้ชิด ซึ่งระเบิดความมันส์สะเทือนชายฝั่งบางแสน ตลอดวันที่ 4–6 กรกฎาคม ที่ผ่านมา บนสนามแข่งเลียบชายทะเล บางแสน สตรีทเซอร์กิต นับเป็นสุดสัปดาห์ที่เปี่ยมไปด้วยความประทับใจแบบฉบับปอร์เช่อย่างแท้จริง

     

    การแข่งขันที่บางแสนถือเป็นหนึ่งในสนามที่น่าตื่นเต้นที่สุดของฤดูกาล PCCA ปี 2025 ที่เปลี่ยนถนนริมทะเลของบางแสนให้กลายเป็นสนามแข่งระดับโลก ทดสอบความเร็ว ความแม่นยำ และจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะของปอร์เช่อย่างเต็มพิกัด

    สนามบางแสน สตรีทเซอร์กิต ขึ้นชื่อเรื่องโค้งแคบที่ท้าทาย สิ่งกีดขวางต่างๆ ที่พลาดไม่ได้ และวิวทะเลสุดตระการตา และในปีนี้ก็ยังคงพิสูจน์ให้เห็นถึงความเป็นหนึ่งในสนามที่โหด มันส์ และเป็นที่จดจำมากที่สุดในเอเชีย นักแข่งระดับแนวหน้าได้ขับเคี่ยวกันชนิดล้อต่อล้อในรถ ปอร์เช่ 911 จีทีสาม คัพ อย่างเต็มสมรรถนะ นอกจากการแข่งขันหลักแล้ว แฟนๆ ยังได้เพลิดเพลินไปกับการแข่งขันจาก ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรี่ส์ (Thailand Super Series) และ เอฟโฟร์ เซาท์อีสต์เอเชีย แชมเปี้ยนชิพ (F4 Southeast Asia Championship) ทำให้สุดสัปดาห์นี้กลายเป็นเทศกาลแห่งมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment