-
News Motocycle1 Min Read
New Honda LEAD125 4 สีใหม่ สะท้อนมิติใหม่ของความมินิมอล ปรับดีไซน์ด้านหน้า เสริมลุคความเท่อีกระดับ ตอบโจทย์ชีวิตคนเมืองอย่างมีสไตล์
ไทยฮอนด้า เปิดตัว New Honda LEAD125 โฉมใหม่ ยกระดับดีไซน์และฟังก์ชันการใช้งาน ภายใต้คอนเซปต์ ‘New Dimension of Minimal มินิมอลอีกขั้น สู่ความเท่อีกระดับ’ มาพร้อมดีไซน์ด้านหน้าที่ปรับใหม่ให้สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และทันสมัยมากขึ้น เสริมลุคที่โดดเด่นด้วยสีใหม่ 4 เฉด พร้อมระบบเบรก ABS เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองที่ต้องการความคล่องตัว และให้ประสบการณ์การขับขี่ที่ปลอดภัยมากขึ้น โดย New Honda LEAD125 เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในงาน ‘Thai Honda Press Conference & Dealer Meeting 2026: Move Up to Future Ahead’ เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
ด้านสมรรถนะ New Honda LEAD125 เพิ่มระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน เพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ สนุกเร่งความแรงได้ดั่งใจ ด้วยเครื่องยนต์ eSP+ 125 ซีซี 4 วาล์ว และประหยัดน้ำมันสูงถึง 52.6 กม./ลิตร มาพร้อมฟังก์ชันจัดเต็มเพิ่มความสะดวกสบายรองรับทุกสไตล์การใช้ชีวิต ไม่ว่าจะเป็น Honda SMART Key กุญแจรีโมตอัจฉริยะ, หน้าจอเรือนไมล์ V-Shaped Multi-Function Meter ดีไซน์รูปทรงตัว V เรียบเท่ แสดงผลชัดทุกฟังก์ชัน ทั้งอัตราประหยัดน้ำมัน และการแจ้งเตือนเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง, ช่องชาร์จ USB Socket พร้อม Console Box สำหรับจัดเก็บของใช้จำเป็น, เติมน้ำมันได้สะดวกด้วย Front Fuel Tank ถังน้ำมันด้านหน้า รวมถึงจุดเด่นอย่าง Large U-Box ขนาดใหญ่ 37 ลิตร พร้อมไฟ LED ใต้เบาะ รองรับการใช้งานในเมืองได้อย่างมั่นใจและครบครัน
New Honda LEAD125 มาพร้อมคู่สีใหม่ให้ความเท่ผสานเข้ากับความมินิมอลอย่างลงตัว พร้อม Emblem สีทอง เพิ่มความพรีเมียม วางจำหน่ายทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่น ABS สีดำ (Black) และ สีเทา (Grey) ในราคาแนะนำ 67,000 บาท ขณะที่ รุ่น CBS ได้แก่ สีขาว-ดำ (Black-White) และ สีดำ (Black) วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 62,000 บาท
สามารถสัมผัสรถจักรยานยนต์คันจริงและเลือกเป็นเจ้าของ New Honda LEAD125 ที่ผสานความสะดวกสบาย และความพรีเมียมได้อย่างลงตัว ได้แล้ววันนี้ที่ศูนย์ Honda Wing Center ทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังสามารถทดลองขับขี่ New Honda LEAD125 ได้ภายในงาน Megafesto 2026 ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Bravo BKK พระราม 9 ลงทะเบียนเข้างานฟรี ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto ได้ที่ https://bit.ly/4qhj7W5
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHAดาวน์โหลดแอปพลิเคชั่น My Honda Moto
iOS : https://apple.co/3hI2Wk6
Android : https://bit.ly/2UKlze0
#NewDimensionOfMinimal #มินิมอลอีกขั้นสู่ความเท่อีกระดับ #NewLEAD125
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองแชมป์ตลาดรถยนต์พรีเมียมต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 พร้อมเร่งเครื่องความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าด้วยการเผยโฉม
บีเอ็มดับเบิลยู i5 รุ่นประกอบในประเทศบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำตลาดรถยนต์พรีเมียมของไทย ครองอันดับหนึ่งในเซกเมนต์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 แม้ว่าจะมีความท้าทายทางเศรษฐกิจ แต่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยส่วนแบ่งการตลาดรวมที่เพิ่มขึ้นเป็น 47% จากยอดจดทะเบียนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิรวม 12,247 คัน
นอกจากนี้ ความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการขับเคลื่อนนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก ยังคงสร้างผลลัพธ์ที่โดดเด่นอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าในกลุ่ม BEV ของทั้งสองแบรนด์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 43% จากปีก่อนหน้า ส่งผลให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ครองส่วนแบ่งการตลาดในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมสูงสุดที่ 45%
มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์พรีเมียมได้ถึง 6 ปีติดต่อกัน นับเป็นเกียรติยศและเครื่องพิสูจน์ถึงความไว้วางใจที่ลูกค้าในประเทศไทยมอบให้กับแบรนด์ของเรา รวมถึงความแข็งแกร่งของพันธมิตรทางธุรกิจทั่วประเทศ ถึงแม้ว่าสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจะยังคงผันผวนอย่างต่อเนื่อง แต่เรายังคงยึดมั่นในการส่งมอบยนตรกรรมคุณภาพและประสบการณ์ที่ดีที่สุด ไม่ว่าจะเป็นบนท้องถนนหรือในทุกๆ บริการของเรา นอกจากนี้ ผลงานของเราในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า BEV ยังช่วยยืนยันอีกครั้งถึงความสำเร็จของเราในการร่วมกำหนดทิศทางแห่งอนาคตของวงการยานยนต์ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้สร้างสรรค์และยกระดับประสบการณ์แห่งอนาคตให้ลูกค้าทุกคนได้สัมผัสไปด้วยกัน”
ผลการดำเนินงานที่มั่นคงและการเติบโตแบบก้าวกระโดดของมินิ
ในปี 2568 บีเอ็มดับเบิลยูยังคงรักษาความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมด้วยส่วนแบ่งการตลาด 40.5% โดยมียอดส่งมอบอยู่ที่ 10,582 คัน ส่วนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม บีเอ็มดับเบิลยูทำผลงานได้อย่างสม่ำเสมอด้วยยอดส่งมอบ 1,261 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 24.2%
ทางด้านมินิ สามารถสานต่อแนวโน้มการเติบโตจากปีก่อนหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ปิดฉากปี 2568 ด้วยยอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้น 15% มาอยู่ที่ 1,665 คัน ขณะที่ไลน์อัพรุ่นพลังงานไฟฟ้า All-Electric MINI Family ตอบโจทย์การขับขี่ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้ยอดส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าของมินิพุ่งสูงขึ้นถึง 372% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นจำนวน 1,104 คัน มินิจึงสามารถครองส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมได้ถึง 21.2% ตามหลังบีเอ็มดับเบิลยูมาในอันดับที่ 3 เมื่อรวมยอดส่งมอบของทั้งสองแบรนด์เข้าด้วยกันแล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มีส่วนแบ่งตลาดรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมสูงถึง 45.4% ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายแห่งความสำเร็จของบริษัทในฐานะผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า
สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ยังคงรักษาตำแหน่งในตลาดบิ๊กไบค์ระดับพรีเมียมด้วยยอดจดทะเบียนรวม 1,033 คันในปี 2568 เพิ่มขึ้นประมาณ 2% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในกลุ่มรถมอเตอร์ไซค์ขนาดเกิน 500 ซีซี บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราดทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่ง โดยมียอดจดทะเบียน 848 คัน และเติบโต 10% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สร้างความเชื่อมั่นและไว้วางใจ: ปีแห่งความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย
นอกจากการมุ่งเน้นการส่งมอบยานยนต์แล้ว บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังคงทุ่มเทให้กับการสร้างความพึงพอใจและความไว้วางใจ จากการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูในด้านประสบการณ์การขายและบริการตลอดปี 2568 แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าที่มั่นคง โดยมีคะแนน Net Promoter Score (NPS) สำหรับการขายอยู่ที่ 95 (คงที่จากปี 2567) และ 94 สำหรับบริการ (เพิ่มขึ้น 1 จุดจากปี 2567) ความรู้สึกเชิงบวกเหล่านี้ยังสะท้อนในผลการสำรวจของนิตยสาร BrandAge ซึ่งจัดอันดับให้บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เป็นอันดับ 1 ของ Thailand’s Most Admired Company ในหมวดยานยนต์เป็นปีที่ 8 ติดต่อกันด้วยคะแนนสูงสุดในด้านนวัตกรรม ประสิทธิภาพ และบริการ
“ด้วยรากฐานที่มั่นคงจากปี 2568 เราพร้อมเดินหน้าต่อไปในปีนี้อย่างเต็มพิกัด เริ่มจากการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport รุ่นประกอบในประเทศ นอกจากความคุ้มค่าและครบครันที่เหนือกว่าเดิมแล้ว i5 รุ่นใหม่นี้ยังสามารถขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่าที่เคย ทั้งยังสดใหม่ด้วยชุดแต่งที่ปรับเปลี่ยนมาในรุ่นประกอบในประเทศ ส่วนแฟนๆ มินิ จะได้สัมผัสสีสันและความตื่นเต้นตลอดปี จากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นพิเศษที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างเต็มเปี่ยม” มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด กล่าวเสริม
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย มุ่งขับเคลื่อนนวัตกรรมและความเชื่อมั่นท่ามกลางสภาพตลาดที่ท้าทาย
แม้ปี 2568 จะเป็นปีที่เต็มไปด้วยความท้าทายสำหรับตลาดรถยนต์ไทย แต่บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นคงด้วยยอดลูกค้าใหม่ที่เปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยจากปีก่อนหน้า ทั้งนี้กลยุทธ์ที่มุ่งเน้นนวัตกรรมดิจิทัลและการยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจหลัก ช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทชนะใจฐานลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นผลให้ลูกค้าใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ราวหนึ่งในสองคนเลือกใช้บริการทางการเงินของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส นอกจากนี้ ธุรกิจที่เกี่ยวข้องยังมีการเติบโตที่น่าประทับใจ โดยในปี 2568 อัตราการเข้าถึงบริการประกันภัยเพิ่มขึ้นเป็น 60% ในขณะที่สินเชื่อลูกค้าองค์กรขยับขึ้นมาแตะระดับ 50% ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นของลูกค้าในบริการและข้อเสนอที่ครบวงจรของของบริษัท
คุณจริยา คูนลินทิพย์ ประธานกรรมการบริหาร บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย กล่าวว่า “ด้วยความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ในการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ เราทำคะแนนด้าน
ความพึงพอใจของลูกค้า (Net Promoter Score) ได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 79 คะแนน ในปีที่ผ่านมา เรายังคงยึดความต้องการของลูกค้าเป็นหัวใจหลักในการดำเนินงานของเรา เพื่อช่วยให้การเป็นเจ้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ทั้งราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ควบคู่ไปกับการมอบบริการที่ยอดเยี่ยม ผ่านทางเครือข่ายผู้จำหน่ายทั่วประเทศ สำหรับปี 2569 นี้ เราจะเดินหน้านำนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วย AI เข้ามาช่วยให้กระบวนการเช่าซื้อและบริการทางการเงินต่างๆ ยิ่งรวดเร็ว ชาญฉลาด และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”ระบบงานด้านดิจิทัลของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังคงได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในปี 2568 โดยการอนุมัติสินเชื่อของลูกค้าราว 12% สามารถทำได้โดยอัตโนมัติในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ส่วนเทคโนโลยีลายเซ็นดิจิทัลที่มีความปลอดภัยสูงก็ยิ่งมีการใช้งานแพร่หลายมากยิ่งขึ้น โดยสัญญาราว 90% ในปีที่ผ่านมาผ่านการลงนามรับรองในรูปแบบนี้ จึงช่วยเสริมทั้งความรวดเร็วและความน่าเชื่อถือให้ลูกค้ายิ่งมั่นใจ
BMW และ MINI Freedom Choice: เร่งการเติบโตและสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า BEV
บีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย ยังประสบความสำเร็จอย่างสูงกับโปรแกรม Freedom Choice โดยจำนวนสัญญา Freedom Choice ในปี 2568 เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้ากว่าเท่าตัว หรือคิดเป็นอัตราการเติบโตที่สูงถึง 211% ทั้งยังมีสัดส่วนในยอดธุรกิจใหม่โดยรวมเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว อยู่ที่ 14% ทั้งนี้ ลูกค้าที่เลือกเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าแบบ BEV เป็นส่วนสำคัญเบื้องหลังการเติบโตของโปรแกรม Freedom Choice สำหรับทั้งบีเอ็มดับเบิลยูและมินิ โดยลูกค้ากลุ่มดังกล่าวนับเป็นอัตราส่วน 57% ของสัญญาเช่าซื้อแบบ Freedom Choice ทั้งหมด
BMW และ MINI Freedom Choice ถือเป็นผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่เป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศไทย พร้อมมอบความอุ่นใจให้กับลูกค้าที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์ BEV ด้วยข้อเสนอที่ยืดหยุ่น และการการันตีมูลค่ารถในอนาคต (Guaranteed Future Value) เพื่อให้สามารถก้าวเข้าสู่ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างไร้กังวล
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ฮอนด้า” ส่ง CBR1000RR-R เทสต์ “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” เฮเรซ ลุ้น “ก้อง-สมเกียรติ” หายบาดเจ็บทันประเดิมฤดูกาล 2026
“ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ยอดทีมในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ส่งทีมลงทดสอบ “พรีซีซั่น” ครั้งแรกที่ เซอร์กิโต เด เฮเรซ ประเทศสเปน นำทัพโดย “เจค ดิ๊กสัน” นักบิดชาวอังกฤษ และ “โจนาธาน เรีย” แชมป์โลก 6 สมัยชาวไอริช เพื่อยกระดับศักยภาพรถแข่ง Honda CBR1000RR-R เตรียมพร้อมลุยฤดูกาลใหม่ ขณะที่ทีมส่งกำลังใจ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทยฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บ ลุ้นคัมแบ็กช่วยทีมเร็วที่สุด
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 เตรียมเปิดฤดูกาลใหม่ระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์นี้ ที่ สนามฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ทว่าก่อนหน้าจะเข้าสู่การแข่งขันจริง ได้มีโปรแกรมการทดสอบอย่างเป็นทางการขึ้น โดยล่าสุดผ่านการเทสต์ 2 วันเต็มที่ เซอร์กิโต เด เฮเรซ ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 21-22 มกราคมที่ผ่านมา
การทดสอบครั้งนี้ นักบิดขวัญใจชาวไทยอย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 ได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก่อนจะกลับมาผ่าตัดรักษาแขนทั้ง 2 ข้างในเมืองไทย โดยทีมหวังให้เจ้าตัวฟื้นกลับมาสมบูรณ์โดยเร็ว
สำหรับการทดสอบครั้งนี้ ฮอนด้า เอชอาร์ซี นำโดยนักบิดตัวหลักอย่าง “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96 นักบิดชาวอังกฤษ ที่จะเปิดตัวในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ร่วมกับทีมเป็นฤดูกาลแรก รวมถึง “โจนาธาน เรีย” หมายเลข 65แชมป์โลก 6 สมัยชาวไอริช และ “เท็ตซูตะ นากาชิม่า” หมายเลข 45 นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นลงทำหน้าที่ในสนาม
ผลการทดสอบวันแรกซึ่งต้องลงบิดกันท่ามกลางสภาพแทร็กไม่เป็นใจ เพราะมีฝนเทลงมาตลอดทั้งวัน ดิ๊กสัน ลงเทสต์ได้เพียง 19 รอบสนาม รั้งอันดับ 9 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 57.109 วินาที ขณะที่ นากาชิม่า รั้งอันดับ 11 เวลาต่อรอบ 1 นาที 57.672 วินาที
ส่วนวันที่ 2 ของการทดสอบ เรีย ที่ลงเชคดาวน์กับทีมไปก่อนหน้านี้ ได้ลงทำหน้าที่ในสนามไปทั้งสิ้น 24 รอบสนาม ภายใต้สภาพแทร็กแบบกึ่งแห้งกึ่งเปียก รั้งอันดับ 10 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.442 วินาที ขณะที่ ดิ๊กสัน รั้งอันดับ 13 เวลาต่อรอบ 1 นาที 40.450 วินาที ด้าน นากาชิม่า จบการทดสอบในอันดับ 20 เวลาต่อรอบ 1 นาที 41.214 วินาที
ทั้งนี้ การทดสอบครั้งต่อไปของศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
ฮอนด้าจับมือทีม Aston Martin Aramco Formula One® เปิดตัวความร่วมมืออย่างเป็นทางการ พร้อมลุยศึก Formula 1 ฤดูกาล 2026
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด จัดงานแถลงข่าว ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ประกาศความร่วมมืออย่างเป็นทางการระหว่างฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One โดยฮอนด้าจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขัน FIA*1 Formula One World Championship (F1) ตั้งแต่ฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป ในฐานะผู้ผลิตและสนับสนุนเพาเวอร์ยูนิต (PU) ภายใต้ความร่วมมือแบบพันธมิตรกับทีม Aston Martin Aramco Formula One
ภาพรวมข้อมูลจากงานแถลงข่าวของผู้บริหารทั้ง 3 ท่าน ประกอบด้วย:
– นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด
– นายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1
– นายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One
*1 Fédération Internationale de lʼAutomobile
<คำกล่าวของนายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด>
■ ความสำคัญและจุดเริ่มต้นของการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ของฮอนด้า
ย้อนกลับไปในปี 1964 ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ฮอนด้าเริ่มก้าวเข้าสู่ธุรกิจจำหน่ายรถยนต์ บริษัทได้ตัดสินใจก้าวสู่ความท้าทายครั้งสำคัญด้วยการเข้าร่วมการแข่งขัน F1 ซึ่งถือเป็นซีรีส์การแข่งขันรถยนต์ที่ยิ่งใหญ่ระดับโลก แม้ต้องเผชิญกับความท้าทายหลากหลายรูปแบบ แต่ฮอนด้าก็สามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกในประวัติศาสตร์ F1 มาครองได้สำเร็จในปีที่ 2 ณ รายการ Mexican Grand Prix ในปี 1965 นับจากนั้นเป็นต้นมา ตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษที่ 1980 จนถึงต้นทศวรรษที่ 1990 ฮอนด้าได้ก้าวเข้าสู่ยุครุ่งเรืองร่วมกับทีมระดับตำนานอย่าง Williams และ McLaren และ ฮอนด้ายังคงสร้างโมเมนต์ประวัติศาสตร์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุด
ร่วมคว้าแชมป์โลกประเภทนักขับร่วมกับ Red Bull Racing ซึ่งกลายเป็นอีกบทพิสูจน์ของความมุ่งมั่นในการผลักดันขีดจำกัดของความเร็วและนวัตกรรมยานยนต์การเข้าร่วมแข่งขัน F1 ซึ่งนับเป็นสุดยอดของโลกแห่งยนตรกรรมและวงการมอเตอร์สปอร์ต สะท้อนถึงเจตนารมณ์และจิตวิญญาณของ นายโซอิจิโร ฮอนด้า ผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นผู้จุดประกายให้วิศวกรของฮอนด้า “มุ่งมั่นสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก” และ “กล้าเผชิญกับความท้าทายที่ยากที่สุด” ซึ่งแนวคิดนี้ได้กลายเป็นรากฐานสำคัญที่ฮอนด้ายึดถือเสมอมา โดยไม่หวั่นต่อความยากลำบาก และการเลือกเดินบนเส้นทางที่ท้าทายที่สุดเสมอ
■ ความมุ่งมั่นของฮอนด้าต่อความท้าทายในยุคใหม่ของ F1
ในปี 2026 การแข่งขัน F1 จะมีการปรับเปลี่ยนกฎระเบียบครั้งสำคัญ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต โดยในส่วนของเพาเวอร์ยูนิตนั้น กำลังไฟฟ้าที่ผลิตจากมอเตอร์และแบตเตอรีจะถูกพัฒนาให้เพิ่มสูงขึ้นถึงเกือบ 3 เท่าจากปัจจุบัน พร้อมกำหนดให้เครื่องยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงยั่งยืน ที่มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือ เชื้อเพลิงทางเลือกใหม่ขั้นสูง ช่วยลดมลพิษและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ซึ่งหมายความว่า F1 กำลังก้าวสู่การเป็นมอเตอร์สปอร์ตแห่งอนาคต ที่ต้องเผชิญกับความท้าทายทั้งในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าและการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน นอกจากนี้ ภายใต้กฎควบคุมงบประมาณของ F1*2 กำหนดให้ผู้ผลิตเพาเวอร์ยูนิตแต่ละรายจำเป็นต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการพัฒนา เพื่อสร้างผลลัพธ์สูงสุดด้วยการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ภายใต้ยุคใหม่ของ F1 ฮอนด้ามุ่งหวังให้การแข่งขัน F1 เป็นสัญลักษณ์แห่งความท้าทายและนวัตกรรมใหม่ โดย Honda Racing Corporation (HRC) หน่วยงานฝ่ายมอเตอร์สปอร์ตระดับโลกของฮอนด้า ได้พัฒนา RA626H ซึ่งเป็นเพาเวอร์ยูนิตรุ่นใหม่สำหรับฤดูกาลแข่งขันปี 2026 ด้วยเป้าหมายในการก้าวสู่การเป็นอันดับหนึ่งของโลก ฮอนด้าจะยังคงเดินหน้าเผชิญกับทุกความท้าทายร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One ต่อไป
*2 กฎควบคุมงบประมาณถูกกำหนดโดย FIA สำหรับค่าใช้จ่ายประจำปีที่เกี่ยวข้องกับการผลิตเพาเวอร์ยูนิต โดยมีการบังคับใช้ระบบในลักษณะเดียวกันเพื่อควบคุมงบประมาณประจำปีของแต่ละทีมแข่งขัน
■ การนำโลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่มาใช้และการต่อยอดองค์ความรู้ของ HRC
รถแข่งที่ติดตั้งเพาเวอร์ยูนิต RA626H จะมีการใช้โลโก้ H Mark ดีไซน์ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ใหม่สำหรับธุรกิจรถยนต์ เพื่อเป็นสัญลักษณ์ในการมุ่งขับเคลื่อนธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าสู่อนาคตและจะปรากฏอยู่บนรถแข่ง F1 รวมถึงรถแข่งของฮอนด้าในรายการมอเตอร์สปอร์ตอื่น ๆ (ซึ่งมีแผนจะใช้ในรายการ IndyCar, Super GT, Super Formula Championship และ Super Taikyu Series)
นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำเทคโนโลยีและองค์ความรู้ ที่ HRC สั่งสมจากการแข่งขัน F1 และมอเตอร์
สปอร์ตรายการอื่น ๆ มาต่อยอด สู่การสร้างสรรค์รถยนต์รุ่น HRC-spec ซึ่งจะมอบสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือระดับ โดยจะทำให้กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตของฮอนด้า มีส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจรถยนต์มากยิ่งขึ้น โดยการนำยนตรกรรมรุ่น HRC-spec ออกสู่ตลาด ซึ่งรวมถึงรถยนต์รุ่นผลิตจริงที่พัฒนาต่อยอดมาจากรถต้นแบบอย่าง Civic Type R HRC Concept ซึ่งจะช่วยเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสถึง “ความสนุกในการขับขี่” และ จิตวิญญาณแห่งความท้าทายของฮอนด้าฮอนด้ามองว่า F1 ไม่ได้เป็นเพียงรายการการแข่งขันรถยนต์ระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ในการพัฒนาศักยภาพบุคลากร โดยวิศวกรของฮอนด้าที่ได้รับการฝึกฝนอย่างเข้มข้นในสนามแข่งขันระดับโลก จะนำประสบการณ์ที่ได้เรียนรู้มาใช้ในการพัฒนารถยนต์รุ่นผลิตจริง เพื่อสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มอบความสุขและแรงบันดาลใจที่ดียิ่งขึ้นให้แก่ลูกค้า
■ การประยุกต์ใช้และการต่อยอดเทคโนโลยีจาก F1 สู่การขับเคลื่อนแห่งอนาคต
ฮอนด้าได้นำเทคโนโลยีล้ำสมัยจาก F1 อาทิ เทคโนโลยีการเผาไหม้ประสิทธิภาพสูง (High-efficiency Combustion) และเทคโนโลยีการจัดการความร้อน (Thermal Management) เทคโนโลยีในด้านระบบเครื่องยนต์รอบสูง (High Rotational Speed) ที่ครอบคลุมถึงมอเตอร์กำลังสูงและระบบเทอร์โบชาร์จเจอร์ขนาดใหญ่ ตลอดจนเทคโนโลยีเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน ไม่เพียงแต่จะถูกนำมาประยุกต์ใช้กับรถยนต์ HEV และรถยนต์ EV เจเนอเรชันถัดไปเท่านั้น แต่ยังต่อยอดไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่ขับเคลื่อนการเดินทางบนน่านฟ้าของฮอนด้า เช่น eVTOL และ เครื่องยนต์สำหรับอากาศยาน
องค์ความรู้ด้านเชื้อเพลิงที่ยั่งยืนของฮอนด้าได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การพัฒนาเชื้อเพลิงสำหรับอากาศยานที่ยั่งยืน (SAFs) รวมถึงเชื้อเพลิงที่ใช้สำหรับขับเคลื่อน eVTOL ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนา ขณะเดียวกัน เทคโนโลยีสำหรับชิ้นส่วนที่หมุนด้วยความเร็วสูง เช่น เทอร์โบและมอเตอร์ ยังได้รับการถ่ายทอดและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างวิศวกรเครื่องยนต์อากาศยานและทีมพัฒนาเพาเวอร์ยูนิตของ F1 เพื่อยกระดับนวัตกรรมผ่านการใช้งานจริงทั้งในสนามแข่งและบนฟ้า ก่อให้เกิดการประสานพลังที่พร้อมขับเคลื่อนเทคโนโลยีของฮอนด้าให้ก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง
ฮอนด้าจะใช้เทคโนโลยีจาก F1 เป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อนนวัตกรรมทางเทคโนโลยีสำหรับยานพาหนะที่ครอบคลุมทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และทางอวกาศ พร้อมมีส่วนร่วมในการพัฒนาเทคโนโลยีการขับเคลื่อน รวมถึงการสร้างสรรค์สังคมที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้นจริง
■ ความนิยมที่เพิ่มขึ้นของ F1 และความมุ่งมั่นของฮอนด้า
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตรสื่อทั้งทางทีวี คอนเทนต์บนโซเชียลมีเดีย บริการสตรีมมิ่งระดับโลก และภาพยนตร์ ทำให้ฐานผู้ติดตามของ F1 เติบโตอย่างรวดเร็วทั่วโลก โดยในปี 2025 มีจำนวนแฟน F1 ทั่วโลกสูงถึง 827 ล้านคน และในการแข่งขัน Japanese Grand Prix เมื่อปีที่ผ่านมา ณ สนาม ซูซูกะเซอร์กิต ได้สร้างสถิติผู้ชมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่การปรับปรุงสนามครั้งใหญ่ในปี 2009 สะท้อนให้เห็นถึงกระแสความนิยมและความน่าตื่นเต้นที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อน ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะแบ่งปันความสุขแห่งชัยชนะร่วมกับแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุนมาอย่างยาวนาน รวมถึงแฟนคลับรุ่นใหม่ของ F1 และฮอนด้าด้วยเช่นกัน
นับตั้งแต่ฤดูกาลแข่งขันปี 2026 เป็นต้นไป ฮอนด้าจะดำเนินกิจกรรมในรายการ F1 ภายใต้โลโก้ใหม่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งพันธมิตรระหว่างฮอนด้าและ F1 โดยฮอนด้าจะร่วมกับทีม Aston Martin Aramco Formula One เพื่อถ่ายทอดความตื่นเต้นและความท้าทายในการก้าวสู่จุดสูงสุดของโลก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการสนับสนุนในเส้นทางแห่งความท้าทายครั้งใหม่นี้ต่อไป
<คำกล่าวของนายสเตฟาโน โดเมนิคาลี ประธานและซีอีโอของ Formula 1>
นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งสำหรับวงการ F1 เมื่อฮอนด้าและทีม Aston Martin Aramco Formula One ได้ร่วมมือกันและก้าวเข้าสู่การแข่งขันเพื่อชิงรางวัลสูงสุดของ F1
การแข่งขัน Formula 1 เริ่มต้นจัดการแข่งขันในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในปี 1976 ก่อนจะย้ายมาจัดที่สนามซูซูกะในปี 1987 ทำให้การแข่งขัน F1 มีความผูกพันกับประเทศญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน โดยเป็นสังเวียนที่ใช้ตัดสินตำแหน่งแชมป์โลกประเภทนักขับมาแล้วถึง 13 ครั้ง โดยปัจจุบันความนิยมของ F1 กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่องในญี่ปุ่น โดยมีฐานแฟนที่หลงใหลใน F1 อยู่กว่า 17 ล้านคน โดยการแข่งขัน Japanese Grand Prix ที่สนามซูซูกะเซอร์กิต เมื่อปีที่ผ่านมา มียอดผู้เข้าชมช่วงสุดสัปดาห์สูงถึง 266,000 คน และมียอดผู้ชมผ่านการถ่ายทอดสดในญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นถึง 26% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า การกลับมาของฮอนด้าสู่ F1 ในปีนี้จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของกีฬานี้ในตลาดญี่ปุ่นให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
ในระดับสากล กีฬาชนิดนี้เติบโตอย่างต่อเนื่องโดยมีฐานแฟนคลับรวมกว่า 827 ล้านคนทั่วโลก โดยกลยุทธ์สำคัญของ F1 คือการเข้าถึงและสร้างความผูกพันกับผู้ชมผ่านพื้นที่สื่อที่เข้าถึงไลฟ์สไตล์ผู้คนในมิติที่เหนือความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นด้านวัฒนธรรม ความบันเทิง ดนตรี รวมถึงสื่อโทรทัศน์และภาพยนตร์ ซึ่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของวงการมอเตอร์สปอร์ตนี้ส่งผลดีต่อผู้เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน ปัจจุบันทีมแข่ง F1 กำลังเติบโตและอยู่ในภาวะที่เฟื่องฟูทั้งด้านภาพลักษณ์และการเงินจนสามารถดึงดูดผู้สนับสนุนระดับบริษัทยักษ์ใหญ่ชั้นนำจำนวนมาก สะท้อนถึงเสน่ห์และศักยภาพของ F1 ที่มีความน่าดึงดูดใจอย่างเหนือระดับในสายตาแบรนด์ระดับโลก
การปฏิรูปกฎระเบียบครั้งสำคัญสำหรับฤดูกาล 2026 ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ดึงดูดให้ฮอนด้าตัดสินใจ หวนคืนสู่สังเวียนนี้อีกครั้ง โดยกฎใหม่ดังกล่าวจะมีการปรับปรุงทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์ และเพาเวอร์ยูนิต ซึ่งนับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของวงการ F1 ไฮไลต์สำคัญคือ การนำเครื่องยนต์ไฮบริดที่มีโครงสร้างเรียบง่ายขึ้นแต่ขับเคลื่อนด้วยการใช้พลังงานเชื้อเพลิงยั่งยืนให้เกิดประโยชน์สูงสุดโดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลังและยอดเยี่ยมเช่นเดิม
F1 สะท้อนให้เห็นถึงพันธสัญญาของฮอนด้า และทีม Aston Martin Aramco Formula One ในการขับเคลื่อนความยั่งยืน และกำลังดำเนินงานตามแผนเพื่อบรรลุเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2030 โดยเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมา สามารถลดการปล่อยคาร์บอนลงได้ถึง 26% เมื่อเทียบกับปี 2018 โดย F1 พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้น และยังคงร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพันธมิตรอย่างฮอนด้าเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดและยกระดับมาตรฐานของวงการมอเตอร์สปอร์ตต่อไป
<คำกล่าวของนายลอว์เรนซ์ สโตรลล์ ประธานบริหารของทีม Aston Martin Aramco Formula One>
นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เดินทางมายังประเทศญี่ปุ่นเพื่อเฉลิมฉลองความร่วมมือครั้งใหม่ ทีม Aston Martin Aramco Formula One และฮอนด้า ต่างมีอุดมการณ์ที่สอดคล้องกันในหลายด้าน ซึ่งได้หล่อหลอมเป็นพันธสัญญาที่แข็งแกร่งเพื่อมุ่งสู่ฤดูกาล 2026 และต่อยอดความสำเร็จร่วมกันอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต
Aston Martin Technology Centre แห่งใหม่ ณ เมืองซิลเวอร์สโตน สหราชอาณาจักร ได้ก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับองค์กรในระดับที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีอุโมงค์ลมแห่งใหม่ เป็นนวัตกรรมสำคัญในการพัฒนารถแข่ง พร้อมด้วย ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่กำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้างเพื่อยกระดับขีดความสามารถของทีมไปอีกขั้น เรามุ่งมั่นที่จะทลายทุกข้อจำกัดและทำงานอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีเป้าหมายคือความสำเร็จในอนาคตเป็นหัวใจสำคัญ
ทีม Aston Martin Aramco Formula One กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นพันธมิตรโรงงานร่วมกับฮอนด้าอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งในส่วนของพื้นฐานโครงสร้างแชสซีส์และเพาเวอร์ยูนิต จะถูกออกแบบและรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญต่อความมุ่งมั่นในการคว้าแชมป์โลก นอกจากนี้ ทีมยังภาคภูมิใจที่ได้ร่วมงานกับ Aramco ในฐานะผู้สนับสนุนเชื้อเพลิงที่ยั่งยืน และ Valvoline สำหรับผลิตภัณฑ์สารหล่อลื่นเป็นครั้งแรก พันธมิตรที่แข็งแกร่งเหล่านี้คือหัวใจสำคัญสู่ความสำเร็จ เราขอขอบคุณฮอนด้า Aramco และ Valvoline ที่ร่วมแบ่งปันวิสัยทัศน์และทุ่มเททำงานเคียงข้างกันอย่างเต็มกำลัง
ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างฐานปฏิบัติการของทีม Aston Martin Aramco Formula One ในสหราชอาณาจักร และ HRC Sakura ในประเทศญี่ปุ่น ได้พัฒนาสู่การเป็นพันธมิตรที่แน่นแฟ้นและเพียบพร้อมด้วยองค์ประกอบสำคัญสู่ชัยชนะ นอกจากนี้ นักแข่งของทีมยังมีความเชื่อมั่นในเพาเวอร์ยูนิตและทีมวิศวกรของฮอนด้า ขณะเดียวกัน การก้าวเข้ามารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายกลยุทธ์ ของนายแอนดี้ โคเวลล์ ยังเป็นภาพสะท้อนที่ชัดเจนถึงการผสานการทำงานอย่างเป็นเอกภาพของทุกฝ่าย ซึ่งความเชี่ยวชาญระดับโลกของนายแอนดี้จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยให้ทีมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง
ขอเชิญชวนแฟน ๆ ของทีม Aston Martin Aramco Formula One ทุกท่านในญี่ปุ่น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางครั้งสำคัญเพื่อมุ่งสู่ชัยชนะ และด้วยความร่วมมือกับฮอนด้า ทีมงานทุกคนพร้อมทุ่มเทอย่างสุดความสามารถเพื่อคว้าชัยชนะและสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ไปด้วยกัน นับเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเดินทางไปกับทุกคน และขอขอบคุณทุกแรงใจและการสนับสนุนที่มีให้เราเสมอมา

DSC_3585
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
DSC_3585 -
News / News Motocycle1 Min Read
ครั้งแรกของประเทศ! สวนสุนันทาจับมือ“โทระ เอ็นเนอร์จี้” เปิดสวัสดิการจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้บุคลากรและนักศึกษา ลดภาระ ดูแลยาวตลอดสัญญา
มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา เดินหน้ายกระดับสวัสดิการบุคลากรทางการศึกษาและนักศึกษา ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) กับ บริษัท โทระ เอ็นเนอร์จี้ จำกัด เปิด “โครงการสิทธิพิเศษรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า” มอบทางเลือกการเดินทางที่ประหยัด ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่าการซื้อทั่วไปอย่างชัดเจน
พิธีลงนามจัดขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ 23 มกราคม 2569 ณ ห้องประชุมสภามหาวิทยาลัย อาคาร 31 มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา โดยมีผู้บริหารของทั้งสองหน่วยงานร่วมเป็นสักขีพยาน สะท้อนความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนในการดูแลคุณภาพชีวิตของ “ครอบครัวสวนสุนันทา” อย่างยั่งยืน
สาระสำคัญของโครงการนี้ คือการมอบสิทธิประโยชน์ที่ “ดีกว่าการซื้อรถจักรยานยนต์ทั่วไปในท้องตลาด” อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบด้านภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว การซื้อทั่วไปมักต้องแบกรับอัตราดอกเบี้ยตามตลาด ค่าใช้จ่ายแฝงด้านประกัน การบำรุงรักษา และค่าดำเนินการต่าง ๆ ขณะที่การเข้าร่วมโครงการผ่านมหาวิทยาลัยช่วยลดภาระเหล่านี้ได้อย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับบุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา และครอบครัวสวนสุนันทาที่เข้าร่วมโครงการ จะได้รับสิทธิพิเศษ อาทิ ฟรีดาวน์ ผ่อนชำระยาวสูงสุด 48 เดือน อัตราผ่อนที่ออกแบบให้เหมาะกับรายได้ ลดภาระรายเดือนอย่างชัดเจน พร้อมประกันตัวรถและแบตเตอรี่ยาวนานถึง 4 ปี รวมถึงสิทธิประโยชน์ด้านการดูแลรักษาและบริการหลังการขายภายใต้เงื่อนไขโครงการ ซึ่งแตกต่างจากการซื้อทั่วไปที่ผู้ซื้อจำเป็นต้องรับภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ด้วยตนเอง
นอกจากนี้ โครงการยังตอบโจทย์การใช้ชีวิตประจำวันของครู บุคลากร และนักศึกษา ด้วยรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ควบคุมง่าย ตัวรถมีน้ำหนักเบา ขับขี่คล่องตัว เสียงเบา ไม่ปล่อยมลพิษ ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ประหยัดค่าน้ำมันในระยะยาว และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนามหาวิทยาลัยสีเขียวและการใช้พลังงานสะอาด
รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน โสมณวัตร รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ระบุว่า ความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายมหาวิทยาลัยในการยกระดับสวัสดิการและคุณภาพชีวิตของบุคลากรและนักศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยมุ่งลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ควบคู่กับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของมหาวิทยาลัยในระยะยาว
โครงการดังกล่าวได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์การใช้งานจริงของครอบครัวสวนสุนันทา โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับสิทธิประโยชน์ที่ดีกว่าการซื้อรถจักรยานยนต์ทั่วไปในท้องตลาด ทั้งในด้านเงื่อนไขทางการเงิน การผ่อนชำระระยะยาว การรับประกัน และการดูแลหลังการขาย ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความมั่นใจในการใช้งาน
รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน กล่าวเพิ่มเติมว่า มหาวิทยาลัยคาดหวังให้โครงการนี้เป็นต้นแบบของความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาและภาคเอกชนในการจัดสวัสดิการที่ตอบโจทย์ยุคปัจจุบัน ช่วยเสริมสร้างความสุขในการทำงานและการเรียน พร้อมทั้งสนับสนุนการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
ขณะที่บริษัท โทระ เอ็นเนอร์จี้ จำกัด ยืนยันความพร้อมในการดูแลโครงการอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเข้าร่วมโครงการ การให้บริการหลังการขาย ไปจนถึงการบำรุงรักษา เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้รับประโยชน์สูงสุดตลอดระยะเวลาโครงการ
ทั้งนี้ขอเชิญชวนบุคลากรทางการศึกษา นักศึกษา รวมถึงสถาบันการศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการสิทธิพิเศษดังกล่าว เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการลดภาระค่าใช้จ่าย ส่งเสริมพลังงานสะอาด และยกระดับคุณภาพชีวิตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน โดยสามารถสอบถามรายละเอียดและดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://tora-ev.com/
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดตัว ‘New Honda NT1100’ สปอร์ตทัวร์ริงพรีเมียม พร้อมเฉดสีใหม่ ‘Iridium Gray Metallic’ ให้ทุกการเดินทางไกลเหนือระดับยิ่งขึ้น
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดตัว New Honda NT1100 รถจักรยานยนต์สปอร์ตทัวร์ริงระดับพรีเมียม ที่ถ่ายทอดนิยามใหม่ของการเดินทางทางไกล ภายใต้แนวคิด “THE NEW TOURING ERA” ผสานเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสูงเข้ากับสมรรถนะการขับขี่อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมเทคโนโลยี Dual Clutch Transmission (DCT) เจเนอเรชันใหม่ ที่เปลี่ยนเกียร์ได้อย่างลื่นไหลโดยไม่เสียแรงบิด เสริมด้วยดีไซน์ตัวรถและท่านั่งสปอร์ตที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัว ร่วมด้วยการยกระดับภาพลักษณ์ด้วยเฉดสีใหม่ล่าสุด สีเทา ‘Iridium Gray Metallic’ ที่สะท้อนความพรีเมียมอย่างเหนือระดับ
New Honda NT1100 ยกระดับภาพลักษณ์ความพรีเมียมไปอีกขั้น ด้วยเฉดสีใหม่ล่าสุด Iridium Gray Metallic โทนสีเทาเมทัลลิกที่สะท้อนความเรียบหรู สุขุม และทันสมัย ถ่ายทอดตัวตนของรถจักรยานยนต์สปอร์ตทัวร์ริงระดับพรีเมียมได้อย่างชัดเจน พร้อมแนวคิด Premium Tourer Design ที่เน้นเส้นสายเฉียบคม เสริมด้วยการออกแบบชุดแฟริ่งใหม่ ช่วยลดการปะทะของลม และการออกแบบท่านั่งที่คำนึงถึงหลัก Aerodynamics เพื่อเพิ่มเสถียรภาพและความสบายตลอดการเดินทางไกลให้ผู้ขับขี่
ด้านสมรรถนะ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ขนาด 1,084 ซีซี แบบ 2 สูบเรียง ให้พละกำลังต่อเนื่อง ตอบสนองการเดินทางระยะไกลได้อย่างมั่นใจ มาพร้อม New Generation of Dual Clutch Transmission (DCT) เทคโนโลยีเจเนอเรชันใหม่ ระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ 6 สปีด ที่ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นแม้ใช้ความเร็วต่ำ รองรับการใช้งานที่หลากหลายด้วยโหมด D Mode สำหรับการขับขี่ปกติ และโหมด S สปอร์ตที่เร้าใจยิ่งขึ้น พร้อมให้เลือกใช้งานทั้งแบบ Auto และ Manual ผ่านสวิตช์ที่แฮนด์เดิลบาร์ เพิ่มอิสระในการควบคุมตามสไตล์ผู้ขับขี่
พร้อมฟังก์ชันที่ช่วยเพิ่มความสบายในการขับขี่ New Heated Grips แบบปรับระดับความอุ่นได้ รองรับการขับขี่ในอุณหภูมิต่ำ ช่วยให้สบายมือแม้เจออากาศเย็น เติมเต็มความมั่นใจในทุกสภาพอากาศ รวมถึง Adjustable Wind Deflectors บังลมหน้าที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ง่ายขึ้นผ่านมือข้างเดียว ร่วมด้วยบังลมเสริมด้านข้าง ช่วยลดแรงลมและความเหนื่อยล้าจากการโต้ลมขณะขับขี่ ช่วยให้เดินทางระยะไกลอย่างมีประสิทธิภาพ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือระบบไฟส่องสว่าง New LED Headlight ไฟหน้า LED เต็มระบบ พร้อม Daytime Running Light (DRL) ที่ผสานเข้ากับไฟเลี้ยวอย่างลงตัว เพิ่มทัศนวิสัยและความโดดเด่นบนท้องถนน เสริมด้วย New Fender บังโคลนหน้าดีไซน์ใหม่ ที่ยาวขึ้นอีก 150 มิลลิเมตร ช่วยป้องกันสิ่งสกปรกได้ดียิ่งขึ้น เพิ่มความพร้อมในการเดินทางบนหลากหลายเส้นทาง
New Honda NT1100 พร้อมวางจำหน่ายที่ Honda BigWing ทุกสาขา มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีใหม่ล่าสุด สีเทา ‘Iridium Gray Metallic’ และ สีน้ำตาล-ดำ ‘Mat Warm Ash Metallic’ ในราคา 533,000 บาท
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
#NewHondaNT1100 #NT1100 #TheNewTouringEra #HondaTouring #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
แนวคิด MOTOR EXPO 2026 “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์”
“IMC สื่อสากล” เผยแนวคิด “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เพื่อมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ทุกประเภท ทุกรุ่น ทุกแบรนด์ อย่างครบครัน
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด และประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” เผยว่า แนวคิดของการจัดงานปีนี้ ต้องการสื่อถึงงาน “มหกรรมยานยนต์” ที่รวบรวมรถยนต์ทุกประเภท และทุกระดับราคา เพื่อให้ผู้บริโภคได้ชม และเลือกซื้อตามความต้องการ นอกจากนี้ ยังมียานยนต์ประเภทอื่นที่ได้รับความนิยมสูง ทั้งจักรยานยนต์ และเรือ
พื้นที่งานทุกตารางนิ้ว เต็มไปด้วยรถยนต์ประเภทต่างๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซีดาน, สปอร์ท, เอสยูวี, ครอสส์โอเวอร์ เอสยูวี, เอมพีวี, พิคอัพ ฯลฯ แต่ละประเภทล้วนเป็นรุ่นล่าสุดในตลาด ยิ่งกว่านั้น รถเหล่านี้ยังมีความหลากหลายในด้านต่างๆ อาทิ ระบบขุมกำลัง แบบเครื่องยนต์สันดาปภายใน เชื้อเพลิงเบนซิน และดีเซล, แบบไฮบริด, พลัก-อิน ไฮบริด และแบบไฟฟ้า 100 % ระบบขับเคลื่อน แบบ 2 ล้อ และ 4 ล้อ ระบบอำนวยความสะดวก ตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ถึงระดับช่วยขับอัตโนมัติ ขณะที่ราคาจำหน่าย เริ่มตั้งแต่หลักแสนต้น จนถึงหลักหลายล้านบาท ส่วนจักรยานยนต์ ก็มีให้เลือกทุกรูปแบบ ทุกขนาดเครื่องยนต์ และทุกระดับราคา เช่นเดียวกัน
นี่คือจุดเด่นของงาน “มหกรรมยานยนต์” และด้วยความมุ่งมั่นที่จะมอบความสุขสมหวังให้แก่บรรดาคนรักยานยนต์ ที่ต้องการสัมผัสรถยนต์ และจักรยานยนต์ ทุกรุ่นทุกแบรนด์อย่างครบครัน เราจึงกำหนดแนวคิดของงานปีนี้ว่า “โน่น นี่ นั่น สารพันยานยนต์ – Here, There and Every Car”
งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” จะจัดขึ้น ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
Flying Spur ลุยหิมะ ทุบสถิติ ‘Winter Lap Record’ ณ สนามแข่งเหนือสุดของโลก ย้ำภาพซีดานสมรรถนะสูงในทุกสภาพถนน
Flying Spur Speed สุดยอดยนตรกรรมซีดานทุบสถิติ ‘Winter Lap Record’ ด้วยเวลา 2:58 นาที ต่อ รอบ ความเร็วสูงสุด 190 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมง ซึ่งถือเป็นเวลาดีที่สุดเท่าที่เคยมีการบันทึกไว้ในสภาพพื้นถนนที่ปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะ ณ Drivecenter Arena ประเทศสวีเดน สนามแข่งรถมอเตอร์สปอร์ตที่ทันสมัย และเป็นหนึ่งในสนามแข่งรถที่อยู่เหนือสุดของโลก โดยตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมในทุกสภาพถนนของยนตรกรรมซีดานรุ่นนี้
สถิติใหม่ได้รับการบันทึกไว้ ณ สนามแข่งรถ Drivecenter Arena ในเมืองเฟลล์ฟอร์สทางตอนเหนือของประเทศสวีเดนที่พัฒนาจากฐานทัพอากาศเฟลล์ฟอร์สเดิม และอยู่ห่างจากเส้นอาร์กติกเซอร์เคิลเพียง 160 กิโลเมตร แม้ว่าสนามแข่งรถระยะทาง 3.3 กิโลเมตรจะถูกปกคลุมไปด้วยน้ำแข็งและหิมะหนากว่า 12 นิ้ว แต่ Flying Spur Speed ก็สามารถทำความเร็วรอบสนามได้ในเวลาที่ต่ำกว่า 3 นาที โดยสามารถทำเวลาดีที่สุด 2:58 นาที ซึ่งถือเป็นเวลาที่ดีที่สุดที่รถยนต์ได้เคยทำไว้ในสภาพอากาศที่หนาวเย็น ณ สนามแข่งรถแห่งนี้ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบแปรผันและระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังของ Flying Spur ช่วยให้ตัวรถมีความคล่องตัวเป็นพิเศษในสภาพอากาศเช่นนี้ และสามารถทำความเร็วได้สูงสุด 190 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงระหว่างการบันทึกสถิติบนเส้นทางที่ยาวที่สุดเพียง 450 เมตรที่ปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็ง
สถิตินี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์ของเบนท์ลีย์อย่างสถิติการทำความเร็วบนน้ำแข็ง 2 รายการที่เบนท์ลีย์เคยทำไว้ในปี 2550 และ 2554 และการบันทึกสถิติการขับขี่ต่อเนื่องหนึ่งชั่วโมงโดยรถยนต์คลาสสิก รุ่น Turbo R ณ สนามทดสอบมิลล์บรูคในสหราชอาณาจักรเมื่อปี 2529 ที่ตัวรถสามารถทำความเร็วเฉลี่ยได้ถึง 225 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงรอบสนามที่มีเส้นทางที่ลาดเอียง โดย Flying Spur Speed ที่ใช้บันทึกสถิติในสภาพแวดล้อมที่คล้ายคลึงกันกับสถิติการทำความเร็วบนน้ำแข็งในปี 2529 นั้นมีหมายเลขทะเบียน Y15 BML และมีสเปกเดียวกับรุ่น Turbo R ในคอลเลกชันรถยนต์คลาสสิกของเบนท์ลีย์ด้วยตัวถังในเฉดสี Brooklands Green พร้อมการตกแต่งด้วยเส้นสายสีเหลือง และภายในห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยเฉดสีขาว Linen เฉดสีเขียว Cumbrian และวีเนียร์แบบ Walnut เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 40 ปีของรุ่น Turbo R เมื่อปีที่ผ่านมา
Flying Spur Speed ยนตรกรรมซีดานสมรรถนะสูงสำหรับทุกสภาพถนน
Flying Spur Speed คือ ยนตรกรรมแบบซีดานที่ออกแบบมาเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นถนนด้วยระบบขับเคลื่อนแบบ Ultra Performance Hybrid และระบบแชสซีขั้นสูง เครื่องยนต์ รุ่น V8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร 600 แรงม้าผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้าได้รับการติดตั้งอย่างลงตัวพร้อมกับเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด ในโหมดสปอร์ต ระบบขับเคลื่อนนี้จะให้พละกำลังสูงสุด 782 แรงม้า พร้อมด้วยแรงบิด 1,000 นิวตันเมตร โดยแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้าจะช่วยเสริมจังหวะการทำงานอันทรงพลังของเครื่องยนต์ รุ่น V8 ได้อย่างลงตัว
ในโหมดไฟฟ้าล้วน (EV Mode) มอเตอร์ไฟฟ้ามอบพละกำลัง 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตันเมตรที่จะเหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ขณะที่แบตเตอรี่ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมงมอบพิสัยการเดินด้วยไฟฟ้าล้วนได้สูงสุด 76 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการขับขี่ของสหภาพยุโรป โดยเมื่อรวมพละกำลังแล้ว เครื่องยนต์ รุ่น V8 และมอเตอร์ไฟฟ้าจะทำให้ Flying Spur Speed รุ่นใหม่มีพิสัยการเดินทางรวมกว่า 829 กิโลเมตร และสำหรับการขับขี่ในโหมดไฟฟ้าล้วน ตัวรถจะสามารถทำความเร็วสูงสุด 140 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงด้วยอัตราการใช้คันเร่งสูงสุด 75%
ระบบช่วงล่างแบบแอคทีฟของเบนท์ลีย์ (Bentley Performance Active Chassis) ถือเป็นมาตรฐานในรุ่น Flying Spur Speed คุณสมบัติเด่นของระบบช่วงล่างใหม่ที่ล้ำสมัยนี้ ได้แก่ ระบบช่วงล่างไดนามิกไรด์ (Bentley Dynamic Ride) และระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ (All-Wheel Steering) พร้อมด้วยเฟืองท้ายแบบจำกัดการลื่นไถล (Limited Slip Differential) ที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ขณะที่ซอฟต์แวร์ ESC รุ่นใหม่ช่วยให้สามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้หลากหลาย มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพพื้นถนน
ระบบแชสซี และซอฟต์แวร์ ESC ได้รับการปรับแต่งทางกลไกอย่างเหมาะสมเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดจากการกระจายน้ำหนักที่เน้นไปทางด้านหลังของรถยนต์รุ่นใหม่แบบ 48.3 ต่อ 51.7 ระบบนี้ใช้การกระจายแรงบิดแบบแอคทีฟจากด้านหน้าไปด้านหลังผ่านเฟืองท้ายตัวกลาง และการกระจายแรงบิดอย่างแม่นยำในแต่ละเพลาด้วยการใช้เบรกเพื่อให้การยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยมในทุกสภาพการณ์ ซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการทำเวลาต่อรอบบนพื้นน้ำแข็งที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ
เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอที่ดีที่สุดสำหรับการสั่งจอง New Flying Spur ราคา 16.9 ล้านบาท พร้อมด้วยการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต และบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมงที่จะมอบความคุ้มครองและการดูแลรักษารถยนต์เบนท์ลีย์ไปตลอด 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ บิด Honda CRF450R บู๊เดือดคว้าโพเดียมอันดับ 2 AMA SX 2026 สนามที่ 2 ที่ซานดิเอโก
“ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ยอดนักแข่งชาวออสเตรเลียและสุดยอดรถแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R จาก Honda HRC Progressive ระเบิดผลงานต่อสู้ในแถวหน้าได้อย่างต่อเนื่องในการแข่งขันรายการ AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) แม้ว่าทีมฮอนด้าจะขาดตัวหลักอย่าง “เจ็ต ลอว์เรนซ์” ไปจากอาการบาดเจ็บ โดยสนามแรก “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” รับบทขุนพลตัวหลักแทน คว้าท็อป 4 ได้ในสนามเปิดซีซั่นที่อนาไฮม์ ก่อนล่าสุดสนามที่ 2 ยกระดับผลงานด้วยการบิดเดือดต่อสู้กับคู่แข่งในกลุ่มลุ้นแชมป์ ขึ้นมาคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ในเกมส์สุดเข้มข้นที่ซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา
ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 2 ไปดวลความเร็วกันที่ซานดิเอโก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” สังกัดทีม Honda HRC Progressive หมายเลข 96 พัฒนาผลงานจากสนามแรก ทะยานรถแข่ง Honda CRF450R ขึ้นมาเป็นผู้นำได้ทันทีตั้งแต่ต้นเกมส์ โดยคุมสถานการณ์เอาไว้ได้จนถึงช่วงกลางการแข่งขันก่อนโดนคู่แข่งขยับเข้าประกบ โดยการแข่งขันที่ดวลกันอย่างเข้มข้นนั้น ฮันเตอร์เสียจังหวะก่อนส่งผลให้ขยับลงมาอยู่ในอันดับที่ 3
อย่างไรก็ตาม นักบิดฮอนด้าไม่ยอมแพ้ ช่วงท้ายบุกเข้าหาด้วยการรีดความเร็ว Honda CRF450R ขึ้นมาสู้อีกครั้ง และแซงขึ้นมาลุ้นชัยชนะในช่วงท้ายเกมส์ ก่อนที่จะเข้าเส้นชัยคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 มาได้สำเร็จโดยพลาดชัยชนะไปเพียง 1.3 วินาทีเท่านั้น การคว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ของฮันเตอร์ในสนามนี้ ทำให้บวกคะแนนสะสมขึ้นมาเป็น 40 คะแนน รั้งอันดับที่ 3 ของตารางแชมป์เปี้ยนชิพ ขณะที่ “เจ็ต ลอว์เรนซ์” ปรากฏตัวที่สนามเพื่อแจกลายเซ็นให้กับแฟน ๆ ความเร็วด้วยในสนามนี้ พร้อมลุ้นพักฟื้นและคัมแบ็คสู่การแข่งขันอีกครั้ง
ทั้งนี้ ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) มีคิวลงแข่งขันกันในสนามที่ 3 ในวันที่ 24 มกราคม 2569 นี้ที่ แองเจิล สเตเดี้ยม สหรัฐอเมริกา(Angel Stadium, United States of America) ในอนาไฮม์ (Anaheim)
#AMASupercross #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าคว้ารางวัลดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงาน จากเวที Thailand Energy Awards 2025 โดยกระทรวงพลังงาน
บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด คว้ารางวัล ดีเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงาน ประเภทโรงงานควบคุม จากเวทีการประกวด Thailand Energy Awards 2025 ซึ่งจัดโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กระทรวงพลังงาน เพื่อยกย่ององค์กรที่มีผลงานโดดเด่นด้านการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานทดแทน โดย มร.มาซามิ อิชิโนะ ผู้จัดการใหญ่ด้านการผลิต บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เป็นผู้แทนเข้ารับรางวัลจาก นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในพิธีมอบรางวัลอย่างเป็นทางการ
สำหรับการประกวด Thailand Energy Awards 2025 ถือเป็นเวทีสำคัญระดับประเทศด้านการออกแบบการอนุรักษ์พลังงาน และการพัฒนาพลังงานทดแทน สะท้อนศักยภาพของประเทศไทยในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานที่สามารถนำไปใช้งานได้จริง และสร้างผลลัพธ์เชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม โดยในปีนี้มีหน่วยงานจากภาครัฐ และเอกชนทั่วประเทศส่งผลงานเข้าร่วมประกวดรวมทั้งสิ้น 108 ผลงาน และผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ จนมีผลงานที่ได้รับรางวัลรวม 58 ผลงาน ความสำเร็จของไทยยามาฮ่ามอเตอร์ในครั้งนี้ เป็นผลจากการบริหารจัดการพลังงานอย่างเป็นระบบ การนำนวัตกรรม และเทคโนโลยีมาใช้อย่างเหมาะสม ควบคู่กับการมีส่วนร่วมของผู้บริหาร และพนักงานทุกระดับอย่างจริงจัง ส่งผลให้เกิดผลการอนุรักษ์พลังงานที่ชัดเจน และยั่งยืน
นอกจากนี้ ผลงานจากเวที Thailand Energy Awards ยังสามารถต่อยอดสู่เวทีระดับภูมิภาค โดยบริษัทฯ ได้รับรางวัล ASEAN Energy Awards 2025 ตอกย้ำบทบาทความเป็นผู้นำด้านการจัดการพลังงาน พร้อมยกระดับภาพลักษณ์ของประเทศไทยบนเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง ซึ่งก่อนหน้านี้ ไทยยามาฮ่ามอเตอร์เคยได้รับรางวัลจากเวทีดังกล่าวมาแล้วในปี 2018, 2021 และ 2025 ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของไทยยามาฮ่ามอเตอร์ในฐานะพลังขับเคลื่อนสำคัญของระบบพลังงานไทย ที่มีความพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยี และนวัตกรรมด้านพลังงานสู่มาตรฐานสากล พร้อมร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจ และสังคมคาร์บอนต่ำ สอดคล้องกับเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนใน ขอบเขตที่ 1 และ 2 ภายในปี ค.ศ. 2035 และ ขอบเขตที่ 3 ภายในปี ค.ศ. 2050 ของยามาฮ่า และรัฐบาลไทย
ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัล Thailand Energy Awards 2025 จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรมรามาการ์เด้นส์ กรุงเทพมหานคร เมื่อเร็วๆ นี้
#yamaha #ยามาฮ่า #ThailandEnergyAwards2025
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

































































































