-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า ฉลองยิ่งใหญ่ 60 ปี จัด 2 ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ขอบคุณสื่อมวลชนและพันธมิตรร้านแต่ง ตอกย้ำความเป็นผู้นำวงการรถจักรยานยนต์ไทย
ไทยฮอนด้า (Thai Honda) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสร้างปรากฏการณ์ความประทับใจในโอกาสครบรอบ 60 ปีแห่งความสำเร็จ จัดกิจกรรมพิเศษต่อเนื่อง 2 งานใหญ่ เพื่อเป็นการขอบคุณสื่อมวลชนสายยานยนต์ และพันธมิตรร้านแต่งรถจักรยานยนต์ (Customize Shop) ที่ร่วมเดินทางและผลักดันแบรนด์ฮอนด้ามาอย่างยาวนาน ภายใต้บรรยากาศสุดพรีเมียมริมชายหาดพัทยาและเกาะล้าน
ทริปแรก: ‘Thai Honda Thanks Automotive Press’ ยกทัพสื่อมวลชนตะลุยเกาะล้าน
เมื่อวันที่ 12-13 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้จัดกิจกรรม “Thai Honda Thanks Automotive Press – Koh Larn” เพื่อกระชับความสัมพันธ์กับพี่น้องสื่อมวลชนสายยานยนต์ โดยเริ่มต้นกิจกรรมอย่างคึกคักตั้งแต่เช้าตรู่ ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ ก่อนออกเดินทางมุ่งหน้าสู่พัทยา
ไฮไลต์สำคัญของทริปนี้คือการล่องเรือคาตามารัน (Catamaran) ขนาดใหญ่ดื่มด่ำบรรยากาศทะเลอ่าวไทย พร้อมรับประทานอาหารเที่ยงสุดหรูบนเรือ ก่อนจะเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ความสนุกบนเกาะล้านด้วยกิจกรรม “แรลลี่ ล่าขุมทรัพย์ สุดเกาะล้าน” โดยกองทัพสื่อมวลชนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าคู่ใจไปตามจุดเช็คอินสำคัญรอบเกาะ เพื่อสัมผัสสมรรถนะการขับขี่ในเส้นทางจริงที่มีความลาดชันและโค้งที่หลากหลาย
ปิดท้ายวันแรกด้วยปาร์ตี้ริมหาดภายใต้คอนเซปต์ “Aloha on the Beach” ณ โรงแรม The Sky & Sea Koh Larn ที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม เสียงดนตรี และกิจกรรมลุ้นรางวัลพิเศษมากมาย ก่อนจะเดินทางกลับโดยเรือ Speed Boat และแวะรับประทานอาหารกลางวันสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ The Corrective Pattaya ในวันรุ่งขึ้น
ทริปที่สอง: ‘H2C x Customize Shop Riding Caravan Trip 2026’ ปาร์ตี้เรือยอร์ชขอบคุณพันธมิตร
ต่อเนื่องความสุขในวันที่ 16-17 มีนาคม 2569 ไทยฮอนด้าเอาใจสายแต่งรถด้วยงาน “H2C x Customize Shop Riding Caravan Trip 2026” ซึ่งเป็นการรวมตัวครั้งสำคัญของเหล่าเจ้าของสำนักแต่งชื่อดังและพาร์ทเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของแบรนด์ H2C (Honda 2-Wheels Customized)
กิจกรรมเริ่มต้นด้วยการรวมตัว ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า บางกะปิ โดยมีการอำนวยความสะดวกระดับ 5 ดาวจากทีมงาน Golden Seven Stars ก่อนจะพาสมาชิกเข้าสู่โลกของไลฟ์สไตล์ที่ Nitan Coffee’s Tale Pattaya และสัมผัสความเหนือระดับกับการล่องเรือยอร์ช Chateau Yacht พร้อมทานมื้อเที่ยงกลางทะเล
ในช่วงเย็นทางไทยฮอนด้าได้จัดเต็ม Dinner Party ณ โรงแรม Movenpick Siam Hotel หน้าจอมเทียนพัทยา เพื่อมอบความรื่นรมย์ผ่านเสียงดนตรีและกิจกรรมบนเวทีตลอดคืน และในวันที่สองยังได้จัดกิจกรรม Riding Caravan ขบวนรถแต่งสุดเท่เยี่ยมชม CUB House พัทยา พร้อมขี่รถเที่ยวชมแลนด์มาร์คสำคัญอย่าง เขาพระตำหนัก และวัดเขาชีจรรย์ ก่อนจะแวะรับประทานอาหารกลางวันที่ร้านดังอย่าง มุมอร่อย โดโม่ (Moom Aroi Como) เป็นการปิดท้ายทริปอย่างสมบูรณ์แบบ
บทสรุป 60 ปี ไทยฮอนด้า: มากกว่าแค่รถจักรยานยนต์
การจัดกิจกรรมทั้ง 2 งานนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 60 ปีของไทยฮอนด้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ในการสร้าง “Community” ที่แข็งแกร่ง ทั้งในแง่ของการส่งต่อข้อมูลข่าวสารผ่านสื่อมวลชน และการสร้างสรรค์วัฒนธรรมการแต่งรถที่โดดเด่นร่วมกับพาร์ทเนอร์ เพื่อส่งมอบความสุขและประสบการณ์การขับขี่ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศต่อไป
#ThaiHonda60thAnniversary #ไทยฮอนด้า60ปี #ThaiHonda #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า
#ThaiHondaThanksPress2026 #HondaPressTrip #เกาะล้านหวานเจี๊ยบกับฮอนด้า #AlohaOnTheBeach #RallyKohLarn
#H2C #H2CXCustomizeShop2026 #RidingCaravanTrip2026 #CUBHousePattaya #แต่งรถฮอนด้า #YachtPartyLifestyle
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM ปักหมุดเตรียมประกาศราคา ORA 5 ทั้ง HEV และ EV พร้อมพบกับ “Secret Model” และเทคโนโลยีขุมพลังระดับโลก ในงาน Bangkok International Motor Show 2026
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส GWM (Thailand) เตรียมสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟน ๆ ชาวไทย หลังจากได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามจากการเปิดตัว GWM ORA 5 ครั้งแรกของตลาดโลกที่ประเทศไทยเมื่อวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 (Bangkok International Motor Show 2026) ด้วยไฮไลต์สำคัญ กับการประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ GWM ORA 5 ยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด จาก GWM ที่นำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่ กับทางเลือกขุมพลังทั้ง EV และ HEV ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองการใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มองหารถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม หรือผู้ที่ต้องการสมรรถนะการขับขี่ที่ผสานความประหยัดและความคล่องตัวในการใช้งานที่ยืดหยุ่นในชีวิตประจำวัน พร้อมกันนี้ GWM ยังเตรียมเผยโฉม ‘Secret Model’ กับเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ที่แฟนๆ GWM คาดไม่ถึงบนเวที Motor Show ปีนี้อีกด้วย
นอกจากนี้ GWM ยังขนทัพ Technology Showcase สุดล้ำ ซึ่งรวบรวมนวัตกรรมขุมพลัง 5 รูปแบบที่ออกแบบและพัฒนาเพื่อรองรับการขับเคลื่อนแห่งอนาคต (Future Mobility) โดยประกอบด้วย กลุ่มเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ได้แก่ เครื่องยนต์ V6 เครื่องยนต์ดีเซล 3.0T เทอร์โบเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T ; กลุ่มเครื่องยนต์ไฮบริด (Hybrid) ที่ประกอบด้วย H8 Boxer Engine ระบบ Hi4 เทคโนโลยีไฮบริดขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ เครื่องยนต์ไฮบริด 2.0T / 1.5T เจเนอเรชันใหม่ที่เน้นการประหยัดพลังงานพร้อมสมรรถนะที่มากกว่า; กลุ่มรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ซึ่งจัดแสดงมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง ทนทานสูง พร้อมระบบจัดการพลังงานมีประสิทธิภาพ; กลุ่มพลังงานไฮโดรเจน (Fuel Cell) ที่นำเสนอ Fuel Cell Engine เทคโนโลยีพลังงานสะอาดซึ่งเปลี่ยนไฮโดรเจนเป็นกระแสไฟฟ้าพร้อมไอเสียเป็นเพียงน้ำ และสุดท้ายคือกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับไฮเอนด์ นำโดย SOUO Motorcycle รถจักรยานยนต์ที่สะท้อนศักยภาพด้านวิศวกรรมของ GWM ด้วยดีไซน์พรีเมียมและเครื่องยนต์สมรรถนะสูงเพื่อประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับ
สำหรับ GWM ORA 5 ซึ่งเป็นไฮไลต์สำคัญในงานมอเตอร์ โชว์ 2026 ในปีนี้ ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคยุคใหม่ที่ต้องการทั้งความทันสมัย ความประหยัดพลังงาน และความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน มาพร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ ORA ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ตอบสนองการใช้งานได้ทั้งในเมืองและการเดินทางระยะไกล โดยรุ่น EV มอบระยะทางการขับขี่ที่ไกลกว่าถึง 520 กิโลเมตร (NEDC) รวมถึงประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบ นุ่มนวล และปล่อยมลพิษเป็นศูนย์ ขณะที่รุ่น HEV มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านสมรรถนะและการประหยัดพลังงานได้อย่างลงตัว และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตร พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่มากถึง 18 ระบบ
เตรียมพบกับการประกาศราคา GWM ORA 5 และ Secret Model เซอร์ไพรส์ครั้งใหม่เอาใจแฟนๆ GWM ได้ในงาน Bangkok International Motor Show 2026 รอบสื่อมวลชนในวันที่ 23 มีนาคม 2569 เวลา 10.40-10.55 น. ณ บูธ GWM หมายเลข A10 ณ อาคาร Challenger Hall 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับผู้ที่สนใจสามารถรับชมการถ่ายทอดสดบรรยากาศการแถลงข่าว ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียของ GWM Thailand ทั้ง Facebook, YouTube และ TikTok ตั้งแต่เวลา 10.20 น. เป็นต้นไป สำหรับบุคคลทั่วไป สามารถสัมผัสเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจาก GWM นำโดย GWM ORA 5 ได้ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5SUV #GWMORA5HEV #ORA5 #ORA #MotorShow2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มจี เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 พร้อมให้คนไทยได้เป็นเจ้าของ
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผย 5 จุดเด่นของ MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” ที่เตรียมเข้ามายกระดับคุณภาพชีวิตของผู้เป็นเจ้าของด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ มาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เทคโนโลยีการควบคุมรถอัจฉริยะ ดีไซน์สปอร์ตที่โดดเด่น คุณสมบัติการเป็นรถยนต์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง รวมถึงความมั่นใจในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในระยะยาว พร้อมชวนสัมผัสและทดลองขับ MG IM5 คันจริงในงานมอเตอร์โชว์ 2026
สำหรับ MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” มีเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าในทุกมิติ โดย เอ็มจี ได้ถ่ายทอดความเหนือระดับของยนตรกรรมคันนี้ผ่าน 5 ไฮไลท์สำคัญของ MG IM5 ที่รวบรวมจุดเด่นทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และมาตรฐานความปลอดภัยไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
1. Safety is IM’s First Priority มั่นใจทุกการเดินทางด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับโลก
หัวใจสำคัญของ เอ็มจี ที่ถ่ายทอดสู่ MG IM5 คือการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยให้ครอบคลุมในทุกองค์ประกอบของรถ ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ระบบแบตเตอรี่ ไปจนถึงแชสซีและระบบควบคุมการเคลื่อนไหวของรถ หรือ Motion Control Safety ที่พัฒนาเพื่อเสริมการปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์ พร้อมทำงานร่วมกับเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ช่วยให้ผู้ขับขี่ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ โดยรถยนต์ เอ็มจี ยังได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานความปลอดภัยระดับสากล ด้วยการได้รับการรับรองระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ที่สำคัญ แบตเตอรี่ยังผ่านการทดสอบ Needle Puncture Test จากศูนย์ทดสอบยานยนต์แห่งชาติของจีน และได้รับการรับรอง 5 ดาว จาก China Electric Vehicle Fire Safety Index อย่างครบครันทั้งระบบแจ้งเตือนความปลอดภัย ระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน การป้องกันไฟไหม้ และการเชื่อมโยงข้อมูล พร้อมโครงสร้างป้องกันหลายชั้น ระบบระบายความร้อนประสิทธิภาพสูงลดอุณหภูมิ 15 องศาเซลเซียส ภายใน 30 วินาที และระบบ AI ที่ตรวจสอบการทำงานของแบตเตอรี่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างความมั่นใจและความอุ่นใจให้ผู้ใช้งานในทุกการเดินทาง
2. Intelligent 4-Wheel Steering System พร้อมระบบ One Touch iAD พลิกนิยามการควบคุมรถให้เหนือชั้น
MG IM5 มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยว 4 ล้ออัจฉริยะ (Intelligent 4-Wheel Steering) ที่ช่วยให้การควบคุมรถคล่องตัวและแม่นยำยิ่งขึ้น ลดรัศมีวงเลี้ยวเหลือ เพียง 4.99 เมตร ทำให้การกลับรถในที่แคบหรือการขับในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องง่าย พร้อมเพิ่มเสถียรภาพในการเปลี่ยนเลนที่ความเร็วสูง ผสานการทำงานกับ เทคโนโลยี One Touch iAD ที่ช่วยให้การจอดรถและควบคุมการเคลื่อนตัวของรถเป็นเรื่องง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการจอดข้างทาง เข้าช่องจอด หรือถอยออกจากพื้นที่แคบ ระบบสามารถคำนวณและควบคุมการเคลื่อนรถได้อย่างแม่นยำ ช่วยคลี่คลายปัญหาที่จอดยากในชีวิตประจำวัน ให้ทุกสถานการณ์การจอดเป็นเรื่องง่าย สะดวก และมั่นใจยิ่งขึ้นสำหรับผู้ขับขี่
3. Stunning Design ในรูปแบบ “Premium Intelligent e-SEDAN” ที่สะกดทุกสายตาในทุกมุมมอง
การดีไซน์ของ MG IM5 ถ่ายทอดความหรูหราที่ผสานพลังแห่งความสปอร์ตได้อย่างประณีต ในรูปแบบ Sport Coupe Sedan ที่โดดเด่นด้วยเส้นสายโค้งมนลื่นไหล สร้างภาพลักษณ์ที่พลิ้วไหวแต่แฝงด้วยความทรงพลัง สะท้อนเอกลักษณ์ รสนิยม และความมั่นใจของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน โดยมาพร้อมตัวถังที่มีความยาวถึง 4,931 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเสริมภาพลักษณ์ความสง่างามและความพรีเมียมให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ทุกองค์ประกอบของตัวรถได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความโดดเด่นในทุกมุมมอง ตั้งแต่ดีไซน์ไฟหน้าที่เสริมบุคลิกความทันสมัย ไปจนถึงไฟท้ายแบบ Skyline Taillights ที่พาดยาวตลอดแนวท้ายรถ เพิ่มมิติแห่งความล้ำสมัยและเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเส้นสายตัวถังที่ลงตัวช่วยขับเน้นภาพลักษณ์ความพรีเมียม ทำให้ MG IM5 มีความสง่างาม และพร้อมสะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น
4. สถาปัตยกรรม 800V มาพร้อมแบตเตอรี่ CATL ประสิทธิภาพสูง สามารถรับกระแสไฟสูงสุด 396 kW พร้อมมอบระยะทางการขับขี่ไกลกว่า 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง
MG IM5 ถูกพัฒนาขึ้นบนสถาปัตยกรรมไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง 800V SiC Platform ที่ออกแบบโดย SAIC MOTOR CORPORATION เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าให้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการรองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูง ช่วยลดระยะเวลาการรอคอย ใช้เวลาการชาร์จเพียง 15 นาที ก็สามารถเดินทางต่อได้ไกลมากกว่า 600 กิโลเมตร มาพร้อมแบตเตอรี่ Lithium-ion ความจุ 100 kWh จาก CATL รองรับแรงดันไฟฟ้าสูงสุด 875 โวลต์ แผ่นปิดแบตเตอรี่ ทนความร้อนได้ถึง 1,000 องศาเซลเซียส และสารเคลือบบนเซลแบตเตอรี่ สามารถทนความร้อนได้ถึง 2,000 องศาเซลเซียส สร้างความอุ่นใจในการขับขี่และเพิ่มอิสระในการเดินทางตลอดระยะทางสูงสุดถึง 860 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางระยะไกล ลดความกังวลเรื่องการชาร์จระหว่างทาง ทำให้การใช้รถยนต์ไฟฟ้าเป็นเรื่องง่าย และสบายใจยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง
เอ็มจี ในฐานะผู้บุกเบิกและเป็นแบรนด์แรก ที่มอบการรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน หรือ EV LIFETIME WARRANTY แบบไม่ต้องซื้อเพิ่ม สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยมในคุณภาพ มาตรฐานการพัฒนา และความทนทานของเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมียมของ MG IM5 พร้อมมุ่งดูแลผู้ใช้งานในระยะยาว เพื่อให้ทุกการเป็นเจ้าของเต็มไปด้วยความมั่นใจในทุกเส้นทาง
ด้วยการผสาน ดีไซน์อันโดดเด่น สมรรถนะไฟฟ้าทรงพลัง และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับไฮเอนด์ไว้ด้วยกันอย่างลงตัว MG IM5 “The First Premium Intelligent e-SEDAN” ถ่ายทอดความประทับใจที่สะท้อนจุดเด่นของยนตรกรรมรุ่นนี้ได้อย่างครบถ้วน ไม่เพียงเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่กล้ากำหนดเส้นทางของตนเองที่พร้อมก้าวสู่อนาคตแห่งการเดินทาง เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ “มากกว่า” ในทุกมิติ ทั้งด้านดีไซน์ สมรรถนะ เทคโนโลยี และการใช้งาน ตอกย้ำภาพลักษณ์ของยนตรกรรมไฟฟ้าระดับพรีเมียมเพื่อคนรุ่นใหม่
เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่ บูธ เอ็มจี หมายเลข A08 ภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชันแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 หรือ โชว์รูม เอ็มจี ทั้ง 125 แห่งทั่วประเทศ
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG ThailandHashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER #MGIM5 #TheFirstPremium IntelligenteSedan
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“MOONEYES of Bangkok” ฉลองครบรอบ 10 ปี สุดยิ่งใหญ่! อิมพอร์ต “MOON BUG” รถแข่ง VW Beetle ระดับตำนาน ตอกย้ำคอมมูนิตี้การแต่งรถของคนไทยที่การันตี อวดสายตาชาวโลก THAILAND นี่แหละคือตัวจริง!
เขย่าวงการยานยนต์สายคัสตอมของไทยเตรียมกลับมาคึกคักอีกครั้ง เมื่อ MOONEYES Shop BKK จัดงานฉลองวาระสำคัญ “10 Years Anniversary MOONEYES of Bangkok” ครบรอบ 10 ปีอย่างยิ่งใหญ่ ไม่เพียงเป็นงานรวมพลคนรักยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการประกาศศักยภาพของวัฒนธรรมการแต่งรถระดับโลกที่บริหารงานโดยคนไทย พร้อมตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางคอมมูนิตี้คัสตอมระดับเอเชีย
คุณ
มาร์ค จักรพันธ์ รุ่งสุขเจริญ ประธานกรรมการบริหาร MOONEYES Of Bangkok เปิดเผยว่า แนวคิดสำคัญของการจัดงานครั้งนี้ คือการสร้างเครือข่าย Kustom Kulture และยกระดับวงการรถคัสตอม โดยมีแบรนด์ MOONEYES เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงชุมชนคนรักรถจากหลากหลายประเทศพร้อมกันนี้ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการประกาศบทบาทใหม่ของ MOONEYES Of Bangkok ที่ได้รับความไว้วางใจจากแบรนด์แม่ในสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่น ให้เป็น “ตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย” นอกเหนือจากการจำหน่ายสินค้าและสิทธิ์ในแบรนด์แล้ว ยังได้รับหน้าที่ใหม่ด้าน การวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ MOONEYES เพื่อผลักดันสินค้าไทยสู่ตลาดคัสตอมระดับโลก ตั้งแต่การร่วมคิด ออกแบบ คัดสรรวัสดุ ไปจนถึงการผลิตภายใต้มาตรฐานสากลเพื่อการส่งออก
ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีศักยภาพทั้งด้านทักษะและเศรษฐกิจ งานครั้งนี้จึงเชิญเครือข่าย MOONEYES จากทั่วเอเชียเข้าร่วม นำโดย Mr. Shige Suganuma : Owner Of MOONEYES Japan รวมถึงผู้บริหารจากญี่ปุ่นและสหรัฐอเมริกา พร้อมผู้แทนจำหน่ายจากหลายประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย ไต้หวัน จีน มาเลเซีย และอินโดนีเซีย เพื่อเปิดโอกาสให้ชาวโลกได้รู้จัก สัมผัส และต่อยอดความหลงใหลในแบรนด์ MOONEYES สู่โอกาสทางธุรกิจในตลาดต่างประเทศ
“10 ปี MOONEYES of Bangkok ไม่ใช่เพียงงานที่คนขับรถนำรถมาจอดโชว์แล้วแยกย้ายกลับบ้าน แต่คือศูนย์กลางการส่งเสริมธุรกิจและเศรษฐกิจของไทย ผ่านแบรนด์ระดับโลกที่บริหารโดยคนไทย ซึ่งสามารถขยายเครือข่ายสู่ตลาดเอเชียได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะไม่มีใครเข้าใจวัฒนธรรมและพฤติกรรมการแต่งรถ ทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ ได้ลึกซึ้งเท่าคนไทย”
ภายในงานมีสินค้า MOONEYES ให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ Equipment ไปจนถึง Apparel เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานเลือกสรรไอเดียในการตกแต่งรถและไลฟ์สไตล์ เพื่อสะท้อนตัวตนของแต่ละคนอย่างเต็มที่
ไฮไลต์ระดับประวัติศาสตร์ของงานคือการปรากฏตัวครั้งแรกในประเทศไทยของ “MOON BUG” รถแข่ง VW Beetle ระดับตำนานที่บินตรงจากญี่ปุ่นมาจัดแสดงให้แฟน ๆ ชาวไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวโปรเจกต์พิเศษ Custom Car & Bike by MOONEYES Of Bangkok ผลงานสร้างสรรค์โดยทีมช่างไทยที่ใช้ผลิตภัณฑ์จากแบรนด์
นอกจากนี้ยังมีการนำเข้ารถ Original Chopper ระดับตำนานจากสำนักแต่งชื่อดังฝั่งอเมริกัน Cycle Zombies โดย Big Scoot และ Scooty สองพ่อลูกผู้เป็นไอคอนของวงการคัสตอมโลก มาจัดแสดงภายในงานอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันยังมีการรวมตัวของศิลปินสายคัสตอมระดับแถวหน้าทั้งไทยและต่างประเทศ ในกิจกรรม Kustom Art Gathering ที่เปิดเวทีให้ชมการสร้างสรรค์งาน Pinstripe และ Airbrush บนตัวรถแบบสด ๆ นำโดยปรมาจารย์ Wildman Ishii จากญี่ปุ่น รวมถึงบิลเดอร์ระดับโลกอย่าง Gabriel (USA) และ Ben Foster (Australia) พร้อมแขกรับเชิญจากหลายประเทศ ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขยายตัวในธุรกิจคัสตอมระดับสากล
งานนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงโลกของยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงวัฒนธรรมสตรีทไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร ทั้ง Mooneyes Skatepark & Pro Show การแสดงสเก็ตบอร์ดจากนักกีฬาดาวรุ่งที่ Mooneyes ปลุกปั้นมาอย่างต่อเนื่อง การเปิดตัว Mooneyes Racing Team Thailand พร้อมฉลองความสำเร็จของทีมแข่ง Dragster สัญชาติไทยทั้ง 2 ล้อและ 4 ล้อ ที่เพิ่งคว้าแชมป์เมื่อปลายปี 2025
รวมถึงคอนเสิร์ตจากวง Rock ’n’ Roll ชื่อดังจากญี่ปุ่น Johnny Pandora ที่บินตรงมาร่วมสร้างสีสันภายในงาน และกิจกรรม The Ultimate Lucky Draw ลุ้นรับรถมอเตอร์ไซค์ Honda GB350C ที่ถูกคัสตอมใหม่ทั้งคันโดยสำนักแต่งชื่อดัง Fatboy Design ซึ่งมีเพียงคันเดียวในโลก
ทั้งนี้ งาน 10 Years Anniversary MOONEYES of Bangkok จัดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ตลาดนัดรถไฟ ศรีนครินทร์ ถือเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ของวงการคัสตอมไทย ที่ผลักดันโดยผู้บริหารชาวไทยซึ่งนำแบรนด์ระดับโลกมาสร้างคอมมูนิตี้และโอกาสทางธุรกิจให้เติบโต พร้อมตอกย้ำศักยภาพของประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางวัฒนธรรมคัสตอมของเอเชียอย่างแท้จริง
สนใจดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://mooneyesbkk.com/th/
#10YearsAnniversary #MSB2026 #MOONEYESShopBKK #MOONEYESThailand #MOONEYES
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มินิ ประเทศไทย ผสมผสานสองตำนานแห่งดีไซน์สัญชาติอังกฤษ ในรุ่นพิเศษ มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition
มินิ ประเทศไทย ภูมิใจนำเสนอการโคจรมาพบกันของสองตำนานสัญชาติอังกฤษ กับการเปิดตัว มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ใหม่ ที่ผสานรูปโฉมสุดไอคอนิกของมินิเข้ากับปรัชญาการดีไซน์แบบ “Classic with a Twist” อันเป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ อย่างลงตัว เกิดเป็นยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่สะท้อนคาแรคเตอร์อันโดดเด่นของทั้งสอง แบรนด์ออกมาได้อย่างมีสไตล์ พร้อมเปิดฉากปี 2569 อย่างเต็มตัวสำหรับแฟนๆ มินิชาวไทย
คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิและพอล สมิธ คือเพื่อนคู่คิดในด้านความคิดสร้างสรรค์ ทั้งสองแบรนด์เชื่อมโยงถึงกันด้วยความหลงใหลในสิ่งที่ไม่คาดคิดและการปฏิเสธที่จะเดินตามใคร เหมือนกับที่พอล สมิธซ่อนเซอร์ไพรส์สีสันสดใสไว้ในชุดสูทคลาสสิก มินิก็มอบบุคลิกสุดเต็มที่และความตื่นเต้นในการขับขี่บนสี่ล้อ รุ่นพิเศษล่าสุดของเราอย่าง มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ยกระดับปรัชญาการออกแบบ ‘Charismatic Simplicity’ ที่เป็นเอกลักษณ์ของมินิทุกรุ่น และเพิ่มความสนุกสนานในการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ ผลลัพธ์ที่ได้คือรถยนต์ที่ไม่เพียงแค่สวยงามในการออกแบบ แต่ยังให้พลังแห่งความสุขจากการขับขี่อย่างแท้จริงในสไตล์ของตัวเอง”
“มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition คันใหม่นี้ สานต่อความร่วมมืออันน่าประทับใจของเรากับพอล สมิธ ที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1998 และยังเป็นข้อพิสูจน์ว่าความยั่งยืนและสไตล์สุดโฉบเฉี่ยว ประวัติศาสตร์และนวัตกรรม หรืองานออกแบบสุดคลาสสิกกับสมรรถนะจากพลังงานไฟฟ้า ล้วนเป็นองค์ประกอบที่มาบรรจบกันได้อย่างลงตัว เพราะที่มินิ เราเชื่อว่าอนาคตของการขับขี่ต้องเปี่ยมด้วยความตื่นตาตื่นใจและเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบคุณ”
มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ใหม่ นับเป็นการสานต่อความร่วมมือที่น่าประทับใจของทั้งสองแบรนด์ เริ่มจาก ปี 1998 กับการเปิดตัวมินิคลาสสิกรุ่นพิเศษในสีน้ำเงิน ตามมาด้วยรถต้นแบบอีกสองรุ่นในปี 1999 และ 2021 ก่อนจะย้อนกลับไปนำมินิรุ่นพิเศษตัวแรกจากปี 1998 มาชุบชีวิตใหม่เป็นรถยนต์ไฟฟ้าภายใต้ชื่อ MINI Recharged by Paul Smith
มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition ใหม่
ราคา: 1,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)
มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition เป็นรุ่นพิเศษรุ่นแรกทีมินิเตรียมยกขบวนมาเปิดตัวในไทยตลอดปีนี้ โดยโดดเด่นด้วยการผสานดีไซน์เฉพาะตัวของมินิ เข้ากับสไตล์ที่โดดเด่นของพอล สมิธ ได้อย่างลงตัว ผ่านตัวถังสีพิเศษ การตกแต่งด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว และรายละเอียดรอบคันที่โดดเด่นมีชีวิตชีวา พร้อมดึงเอกลักษณ์และประวัติศาสตร์ของทั้งสองแบรนด์ให้ออกมาโลดแล่นเคียงข้างกันได้อย่างลงตัว
รุ่นพิเศษ Paul Smith Edition พร้อมให้เลือกเป็นเจ้าของใน 3 สี โดยมี 2 สีพิเศษที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะรุ่น ได้แก่ สีเทา Statement Grey ซึ่งมีที่มาจากสีเทาสุดคลาสสิกของมินิ ออสติน เซเว่น รุ่นปี 1959 และสีขาว Inspired White ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากสีเบจยอดนิยมที่พบได้ในมินิคลาสสิกหลายรุ่น ก่อนจะปิดท้ายด้วยสีดำ Midnight Black Metallic ที่โฉบเฉี่ยวตามเจเนอเรชันปัจจุบัน
ไม่ว่าจะเลือกจับจองรุ่นพิเศษนี้ในสีไหน มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition จะมาพร้อมกับอีกหนึ่งเอกลักษณ์เฉพาะรุ่นอย่างหลังคาสีเขียว Nottingham Green พร้อมแต่งแถบสี Signature Stripe อันโด่งดังของพอล สมิธ ที่ขอบหลังคาฝั่งคนขับ โดยสีเขียว Nottingham Green นี้ เป็นสีพิเศษที่สื่อถึงบ้านเกิดของเซอร์พอล สมิธ โดยยังปรากฏอยู่บนกระจกมองข้าง กระจังหน้าทรงแปดเหลี่ยม และฝาครอบดุมล้อที่แต่งตัวอักษร Paul Smith อีกด้วย
มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition โดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Night Flash Spoke สีดำ ตัดกับสี Dark Steel โลโก้มินิที่ด้านหน้าและด้านหลังมาในสีใหม่ Black Blue เข้ากับโทนสีของพอล สมิธ และมินิ ส่วนมือจับประตูหลังสีดำด้านท้ายรถก็ตกแต่งด้วยลายเซ็นของพอล สมิธ สะท้อนถึงพลังแห่งการสร้างสรรค์ที่อยู่เบื้องหลังงานออกแบบของรถคันนี้
ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างทันสมัย ด้วยพื้นผิวถักสีดำบนแผงคอนโซลและแผงประตู โดยพื้นผิวคอนโซลหน้ามีลวดลายแถบสีโทนดำตัดเทาที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเนื้อผ้าในงานออกแบบของพอล สมิธ เบาะนั่งสปอร์ตสีน้ำเงิน Nightshade Blue ใช้วัสดุ Vescin และตกแต่งด้วยผ้าถักบริเวณไหล่และพนักพิงศีรษะ พวงมาลัยตกแต่งด้วยแถบผ้าที่มีแถบสีสดใส ซึ่งถอดแบบมาจากองค์ประกอบดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของพอล สมิธ
หน้าจอแสดงผลทรงกลมบริเวณกลางคอนโซล มาพร้อมภาพแบ็คกราวด์ลายพอล สมิธ ให้เลือกใช้ได้ 3 ภาพในโหมด Personal และเมื่อเปิดประตูรถ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเบาะหน้าจะได้รับการต้อนรับด้วยไฟโปรเจกเตอร์ที่ฉายคำว่า ‘Hello’ ในรูปแบบลายมือลงที่พื้น ส่วนกรอบประตูรถด้านล่างก็ยังตกแต่งด้วยข้อความ ‘Every day is a new beginning’ ซึ่งเป็นคติประจำใจของพอล สมิธ ขณะที่พรมปูพื้นในห้องโดยสารมาพร้อมกับกราฟิกรูปกระต่าย จากฝีมือการวาดของเซอร์ พอล สมิธ อีกด้วย
ในด้านสมรรถนะ มินิ คูเปอร์ Paul Smith Edition มอบความสนุกด้วยการขับขี่ “Go-Kart Feeling” เต็มพิกัดเช่นเดียวกับรุ่นมาตรฐาน ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้สูงสุด 218 แรงม้า / 160 กิโลวัตต์ ลงสู่ล้อหน้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง โดยมีระยะทางขับขี่สูงสุดประมาณ 402 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“นีโม่-จิรัฎฐ์” จากฮอนด้า เอชอาร์ซี พร้อมควบ Honda CRF450R ล่าความสำเร็จทางฝุ่นศึก เจเอ็มเอ็กซ์ 2026 สนามแรกสุดสัปดาห์นี้
“ไทยฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยยกระดับสู่สากลภายใต้คอนเซปต์ Dare To Dreams ด้วยการส่งนักแข่งไทยเข้าสู่สังกัดทีมโรงงานระดับโลก “ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC)” โดยสายมอเตอร์ครอส นับเป็นอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ เมื่อ “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ หมายเลข 23 ได้รับโอกาสจากทีมโรงงานให้เข้าร่วมการแข่งขัน ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ หรือ เจเอ็มเอ็กซ์ (JMX) ในปี 2026 ณ ประเทศญี่ปุ่น แบบเต็มฤดูกาล
สำหรับทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี คือหนึ่งในทีมโรงงานที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันจักรยานยนต์ระดับโลกทั้งทางเรียบและทางฝุ่น การร่วมมือกันระหว่าง “ไทยฮอนด้า” กับ “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ในครั้งนี้จะช่วยยกระดับให้นักแข่งไทยได้เรียนรู้ พัฒนา และเก็บเกี่ยวประสบการณ์กับทีมงานระดับโลก เป็นอีกหนึ่งการยกระดับวงการมอเตอร์ครอสของไทย
ด้าน “นีโม่-จิรัฎฐ์” นั้น เจ้าตัวคือนักแข่งมอเตอร์ครอสดาวรุ่งดีกรีแชมป์ประเทศไทยในศึก เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ โมโตครอส 2025 คลาส Premier MX-1 และ Pro MX-2 นอกจากนี้ “นีโม่-จิรัฎฐ์” ยังเป็นนักแข่งที่สร้างประวัติศาสตร์ควบ Honda CRF450R คว้าโพเดียมรองแชมป์ คลาส IA-1 ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดในรายการออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2025 สนามที่ 6 เรซ 3 ณ เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น มาครองได้สำเร็จ
ผลงานดังกล่าวส่งผลให้นักแข่งทางฝุ่นไทยที่ได้รับโอกาสเข้าร่วมทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เข้าร่วมแข่งขันรายการออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ แบบเต็มฤดูกาลในปีนี้ ซึ่งรายการดังกล่าวถือว่าเป็นการแข่งขันมอเตอร์ครอสระดับประเทศที่มีความสำคัญสูงสุดของญี่ปุ่น ดำเนินการแข่งขันภายใต้การกำกับดูแลของ MFJ (Motorcycle Federation of Japan) และเป็นเวทีที่หล่อหลอมทั้งนักแข่งระดับประเทศและดาวรุ่งเข้าสู่เวทีระดับโลก เช่น MXGP หรือ AMA Supercross
รายการออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ คือหนึ่งในรายการมอเตอร์ครอสระดับประเทศที่ทรงคุณค่าที่สุดในภูมิภาคเอเชีย ด้วยโครงสร้างการแข่งขันที่ชัดเจน ความร่วมมือระดับประเทศ และการมีส่วนร่วมของนักแข่งทุกช่วงวัย โดยในฤดูกาล 2026 มีการปรับปรุงและเพิ่มจำนวนสนามโดยจะทำการแข่งขันทั้งสิ้น 9 สนาม ตั้งแต่เดือนมีนาคมจนถึงพฤศจิกายน ครอบคลุมภูมิภาคหลักของญี่ปุ่น เช่น มิเอะ, คุมาโมโตะ, ไซตามะ, ฮิโรชิมะ, ฮอกไกโด และ ซูโก
“นีโม่-จิรัฎฐ์” จะลงทำการแข่งขันสนามแรกรายการชูบุ ทัวร์นาเมนต์ เดิร์ทฟรีค คัพ 2026 ณ อินาเบะ มอเตอร์ สปอร์ต แลนด์ เมืองมิเอะ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 15 มีนาคม 2026 นี้ โดยเจ้าตัวกล่าวว่า
“ฤดูกาลที่ผ่านมาผมได้รับการสนับสนุนจากฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ไปแข่งขันออลเจแปนในฐานะนักแข่งไวลด์การ์ด 2 สนาม ทำให้ผมได้มีโอกาสแสดงศักยภาพและทำผลงานจนได้เข้าร่วมทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี ไปลงแข่งแบบเต็มฤดูกาลในปีนี้”
“การแข่งขันที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีความแตกต่างจากประเทศไทยพอสมควร ตอนนี้ผมฝึกซ้อมตามมาตรฐานที่ทางเอชอาร์ซีได้กำหนดมาให้ร่วมกับการฝึกซ้อมเฉพาะจุดที่ผมไปเก็บประสบการณ์จากการไปแข่งขันในปีที่แล้ว”
“ผมหวังจะสร้างผลงานคว้าโพเดียมให้ได้ครับ ฝากแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตเป็นกำลังใจให้ผมด้วยครับ”
และนอกจาก “นีโม่-จิรัฎฐ์” จะเข้าร่วมการแข่งขันออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว เจ้าตัวก็จะลงทำการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยในรายการ เอฟเอ็มเอสซีที ไทยแลนด์ โมโตครอส 2026 คลาส Premier MX-1 เพื่อป้องกันแชมป์อีกครั้ง
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #Motocross #JMX #AllJapanMotocrossChampionship
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
“ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บิด Honda CRF450R คว้าชัย Triple Crown ศึก AMA SX 2026 สนามที่ 9 ครองอันดับ 1 แชมเปี้ยนชิพต่อเนื่อง
“ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ผนึกกำลังสุดยอดตัวแข่งทางฝุ่น Honda CRF450R โชว์สุดยอดสมรรถนะกวาดผลงานระดั
บท็อปอีกครั้ง ในการแข่งขัน ศึก AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 9 ที่อินเดียนาโพลิส สหรัฐอเมริกา ซึ่งความพิเศษของสนามนี้ก็คื อการแข่งกันแบบ Triple Crown หรือดวลกันแบบ 3 เรซต่อเนื่องในสนามเดียว วัดทั้งความแข็งแกร่งของนักบิด สมรรถนะตัวแข่งและการทำงานของที มงาน “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” และ Honda CRF450R คว้าวินเนอร์และกวาดผลงานระดั บท็อปก่อนคว้าชัยชนะโอเวอร์ ออลของสนามนี้ไปครอง เก็บคะแนนสะสมรั้งอันดับที่ 1 ของตารางแชมเปี้ยนชิพต่อเนื่อง AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 9 แข่งขันกันที่ลูคัส ออยล์ สเตเดียม สหรัฐอเมริกา (Lucas Oil Stadium, United States of America) เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ฮอนด้าที่นำเป็นอันดับที่ 1
ในตารางแชมเปี้ยนชิพโดยผลงานของ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” และรถแข่ง Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) หมายเลข 96 จาก Honda HRC Progressive ยังคงผลงานและศักยภาพการแข่งขันระดับท็อปได้อย่างต่อเนื่อง แม้พบกับความท้าทายในการแข่งขั นสุดหินและการดวลกันถึง 3 เรซในสนามเดียว การแข่งขันเรซที่ 1 “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” เริ่มต้นเกมส์ได้ไม่ดีนัก ผ่านโค้งแรกหล่นลงไปในอันดับที่ 4 และหล่นลงไปถึงอันดับที่ 6 อย่างไรก็ดีเป็นโอกาสที่ดาวบิ
ดฮอนด้าและตัวแข่ง Honda CRF450R จะได้โชว์ศักยภาพในการไล่ทวงอั นดับ รีดความเร็วแซงคู่แข่งขึ้นมาคว้ าโพเดียมอันดับที่ 2 ได้สำเร็จ ขณะที่การแข่งขันเรซที่ 2 การเสียจังหวะและเกือบประสบอุบั ติเหตุในรอบสุดท้าย ทำให้ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” พลาดโอกาสคว้าท็อป 3 ไปอย่างน่าเสียดาย โดยจบการแข่งขันในอันดับที่ 4 การแข่งขันเรซที่ 3 “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” และสุดยอดตัวแข่ง Honda CRF450R (Honda CRF450RWE) จาก Honda HRC Progressive งัดความเหนือชั้นออกมาตั้งแต่ต้
นเกมส์และไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่ งได้ท้าทาย ออกตัวและขึ้นนำได้ตั้งแต่ รอบแรก ครองอันดับที่ 1 แบบม้วนเดียวจบและคว้าชั ยชนะไปครองได้อย่างเหนือชั้น ผลงานการชนะเรซที่ 3 และผลงานรวมแบบ 2 – 4 – 1 ของ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ทำให้โอเวอร์ออลคว้าชั ยชนะในสนามที่ 9 ไปครอง จบการแข่งขันสนามที่ 9 ยอดนักบิดฮอนด้า “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” บวกแต้มรักษาอันดับที่ 1 ในตารางแชมเปี้ยนชิพต่อเนื่องด้
วยคะแนนสะสม 196 แต้ม ขณะที่ “เจ็ต ลอว์เรนซ์” ทีมเมท ยังอยู่ในระหว่างการพักฟื้ นจากอาการบาดเจ็ บและรอกำหนดการคืนสนามแข่งขันอี กครั้ง ทั้งนี้ การแข่งขัน AMA Supercross 2026 (AMA SX 2026) สนามที่ 10 มีกำหนดการกลับมาแข่งขันกันอี
กครั้งในวันที่ 21 มีนาคม 2569 นี้ ที่ โปรเทคทีฟ สเตเดียม สหรัฐอเมริกา (Protective Stadium, United States of America) #AMASupercross #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ประกาศผลรางวัลรอบชิงชนะเลิศ การประกวดแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น ภายใต้กิจกรรม “อาชีวะ ท้าแต่งแซด กับ ไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ปี 3”
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ นายศุภชัย แพร่พิพัฒน์มงคล ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายฯ เขตภาคตะวันออก ร่วมมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ภายใต้กิจกรรม “อาชีวะ ท้าแต่งแซด กับ ไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ปี 3” เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 ณ TOYOTA ALIVE บางนา กม.3
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จัดการแข่งขัน “อาชีวะ ท้าแต่งแซด กับ ไฮลักซ์ รีโว่ แซดอิดิชั่น ปี 3” ซึ่งจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 เปิดโอกาสให้นักเรียน นักศึกษาระดับอาชีวะนำรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น มาพัฒนาและออกแบบ ภายใต้การดูแลของเมนเทอร์ผู้เชี่ยวชาญด้านการแต่งรถ เพื่อส่งเสริมการแต่งรถอย่างถูกกฎหมายให้สามารถพัฒนาเป็นทักษะอาชีพในอนาคต
โดยเกณฑ์การแข่งขันกำหนดให้แต่ละทีมออกแบบรถโดยใช้อุปกรณ์ตกแต่งที่มีจำหน่ายในท้องตลาด ภายใต้โจทย์ “Z Generation” พร้อมนำเสนอผลงานไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น ผ่านภาพสเก็ตช์ 2 มิติ หรือ 3 มิติ และคลิปวิดีโออธิบายแนวคิดหรือแรงบันดาลใจให้สอดคล้องกับโจทย์ที่กำหนด โดยมีทีมผู้ผ่านเข้ารอบทั้งหมด 4 ทีม ดังนี้
- ทีม Touch Line วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) จ.ชลบุรี
- ทีม ZE86 Chikara วิทยาลัยเทคนิคสันกำแพง จ.เชียงใหม่
- ทีม Jokjing วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี) จ.ชลบุรี
- ทีม CTC Legacy วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี จ.ชลบุรี
การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ทีมผู้เข้ารอบจะได้ตกแต่งรถจริงร่วมกับ Influencer ชั้นนำของประเทศไทย โดยมีงบประมาณการตกแต่ง 50,000 บาท และอุปกรณ์ตกแต่งจากร้านประดับยนต์ชั้นนำ เช่น TOYOTA GENUINE ACCESSORIES / BRD RACING SHOP / COSMIS WHEEL / ECUSHOP / EXPLORAR SHOCK และ MONZA SHOP เพื่อนำมาประกวดภายใต้เกณฑ์การตัดสินรอบสุดท้ายได้แก่
- คอนเซปต์แนวคิด และความสร้างสรรค์ในการออกแบบ
- การออกแบบความสวยงามของตัวรถ การสื่อสารแนวคิด และความแปลกใหม่
- การนำของตกแต่งมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสม
- การนำเสนอผลงานที่ครบถ้วน มีเหตุมีผล และมีความคิดสร้างสรรค์
- ความถูกต้องทางกฎหมาย และสามารถใช้งานได้จริง
- การจัดสรรภายในงบประมาณที่มอบให้
คณะกรรมการตัดสินรอบสุดท้าย ประกอบด้วย
- นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
- นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ
- นายศุภชัย แพร่พิพัฒน์มงคล ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายฯ เขตภาคตะวันออก
- นายณัฐวงศ์ รอดพันธ์ธนโชติ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจอุปกรณ์ตกแต่งรูปแบบใหม่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
- นายพลพจน์ วรรณภิญโญชีพ กรรมการบริหาร บริษัท อีซียู ช็อป 1 จำกัด
ผลการประกวดแต่งรถกระบะไฮลักซ์ รีโว่ แซด อิดิชั่น
อันดับ ทีม ที่ปรึกษา รางวัล ชนะเลิศ ทีม Touch Line วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี)
จ.ชลบุรี
คุณโก้ Street Doc. และ โตโยต้า เมืองชล
ทุนการศึกษา 100,000 บาท
พร้อมถ้วยรางวัลและเกียรติบัตร
รองชนะเลิศอันดับ 1 ทีม ZE86 Chikara วิทยาลัยเทคนิคสันกำแพง
จ.เชียงใหม่
คุณอ้วนรถซิ่ง และ
โตโยต้า อินทนนท์
ทุนการศึกษา 50,000 บาท พร้อมเกียรติบัตร
รองชนะเลิศอันดับ 2 ทีม Jokjing วิทยาลัยอาชีวศึกษาเทคโนโลยีฐานวิทยาศาสตร์ (ชลบุรี)
จ.ชลบุรี
คุณเอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์ และ โตโยต้า จีเอ็นดี ชลบุรี
ทุนการศึกษา 30,000 บาทพร้อมเกียรติบัตร รางวัลชมเชย ทีม CTC Legacy วิทยาลัยเทคโนโลยีชลบุรี
จ.ชลบุรี
คุณเบียร์ Raceboyzและ โตโยต้าอินเตอร์ยนต์ชลบุรี
ทุนการศึกษา 10,000 บาท กิจกรรมนี้ได้รับเกียรติจาก นางเบญจวรรณ ปกป้อง ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการมอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดีกับนักเรียน นักศึกษาที่ชนะการประกวดและเข้าร่วมโครงการ
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมในวันนี้เกิดขึ้นจากความตั้งใจของบริษัทฯ ที่อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาและส่งเสริมศักยภาพ ความรู้ รวมถึงความสามารถของน้อง ๆ ภายใต้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยเรามุ่งหวังให้โครงการนี้เป็นเวทีให้น้อง ๆ ได้นำรถยนต์ของบริษัทฯ ไปใช้เป็นโจทย์ในการออกแบบ พัฒนา และปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเปลี่ยนจาก “ความชอบ” ให้กลายเป็น “อาชีพ” ที่มั่นคงและต่อยอดได้จริงในอนาคต โดยมีเหล่าที่ปรึกษา อินฟลูเอนเซอร์ประจำทีม และ ตัวแทนผู้แทนจำหน่ายในพื้นที่ จนสามารถพัฒนารถให้สำเร็จออกมาเป็นรูปธรรมได้
ปัจจุบัน “ตลาดแต่งรถ” เป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและได้รับความสนใจสูงมาก ซึ่งไม่ได้มีแค่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่เรายังมีเครือข่ายอู่แต่งรถชั้นนำ และพาร์ทเนอร์อุปกรณ์ตกแต่งอีกมากมาย นี่คือโอกาสในการสร้างงาน และสร้างรายได้มหาศาลสำหรับคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดียสร้างสรรค์ ซึ่งทางโตโยต้าให้ความสำคัญและสนับสนุนการแต่งรถอย่างถูกต้องตามกฎหมายมาโดยตลอด”
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ กล่าวขอบคุณทิ้งท้ายว่า “ขอขอบคุณกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำหรับความร่วมมือที่เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ พันธมิตรผู้สนับสนุนอุปกรณ์ตกแต่ง ECU shop / BRD / Cosmis / Explorer และ Monza สำนักแต่งและอินฟลูเอนเซอร์ คุณเอ็มรถซิ่ง / คุณโก้ Street Doc / คุณ Raceboyz และคุณอ้วนรถซิ่ง ที่มาส่งต่อความรู้ให้น้องๆ รวมถึงผู้แทนจำหน่าย โตโยต้า โตโยต้าเมืองชล / จีเอนดี ชลบุรี / อินเตอร์ยนต์ชลบุรี และโตโยต้าอินทนนท์ ที่ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่”
ทุกท่านสามารถร่วมโหวตทีมขวัญใจมหาชนได้ที่เพจ Facebook Toyota Hilux Thailand จนถึงวันที่ 15 มีนาคม 2569 เวลา 18.00 น. ผู้ร่วมโหวตที่ทำถูกกติกา มีสิทธิ์ลุ้นรับหูฟังบลูทูธ Soundcore Space One จำนวน 3 รางวัล
ติดตามข่าวสารรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
Facebook: Toyota Hilux Thailand
#RevoZeditionท้าแต่งแซดปี3
#HiluxRevo
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM ORA 5 เปิดตัวครั้งแรกสู่ตลาดโลก กับ 2 ขุมพลังแห่งอนาคต ทั้ง HEV และ EV สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมสเป็กจัดเต็ม เขย่าตลาด SUV-B สู่การขับขี่ยุคใหม่
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการยานยนต์ระดับโลกด้วยการจัดงาน “ORA 5 Global Debut” เปิดตัว GWM ORA 5 – Redefine Your New Era กับรถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชันใหม่ที่มายกระดับมาตรฐานรถ SUV-B ไปอีกขั้น โดยเปิดตัวพร้อมกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ GWM ORA 5 HEV ที่เผยโฉมครั้งแรกของโลก และ GWM ORA 5 EV ที่เปิดตัวต่อจากประเทศจีน สะท้อนกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” ของ GWM ที่มุ่งมอบทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดย GWM ORA 5 ถูกนิยามให้เป็น Next Generation SUV ที่ผสานสมรรถนะเข้ากับระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อทลายทุกขีดจำกัดของการเดินทาง ตอบทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกไปสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV มาพร้อมมิติตัวรถที่ออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีความยาว 4,471 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,833 มิลลิเมตร ความสูง 1,641 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางและนั่งสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่บนหลากหลายสภาพถนน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความคุ้มค่าในการเดินทางในทุกเส้นทาง
GWM ORA 5 HEV เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ สมรรถนะสูง ประหยัด มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า รถ SUV-B แบบเดิมๆ
GWM ORA 5 HEV ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 236 นิวตันเมตร ส่งผลให้กำลังรวมทั้งระบบสูงสุดอยู่ที่ 223 แรงม้า พร้อมแรงบิดรวม 476 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของรถในเซกเมนต์เดียวกัน มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.7 วินาที ขณะเดียวกันยังโดดเด่นด้านความประหยัดพลังงาน โดยมีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน ECO Sticker อยู่ที่ 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 55 ลิตร) ช่วยเพิ่มระยะทางการเดินทางต่อการเติมหนึ่งครั้งได้มากยิ่งขึ้น
GWM ORA 5 HEV โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาเพื่อยกระดับมาตรฐาน Hybrid ให้เหนือไปอีกขั้น พร้อมระบบ DHT-HEV 2-Speed Direct Drive ที่มี 4 จุดเด่นหลัก ได้แก่
- ประสิทธิภาพด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะขั้นสูง โมดูลขับเคลื่อนล้อหน้า ทำงานร่วมกับเกียร์ DHT แบบ 2 จังหวะ (2-Gear DHT) ช่วยให้สามารถกระจายพลังงานจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมในทุกสภาวะการขับขี่ พร้อมระบบ Intelligent Energy Management ที่ควบคุมสมดุลการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานไฟฟ้าอย่างแม่นยำ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความประหยัดในการใช้งานจริง อีกทั้งยังเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ Regenerative Energy Recovery ที่สามารถนำพลังงานจากช่วงชะลอความเร็วกลับมาเก็บและนำมาใช้ใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมของระบบไฮบริดให้ดียิ่งขึ้น
- มอบสมรรถนะการเร่งที่ทรงพลังและตอบสนองได้อย่างฉับไว ด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ 1.5T และแบตเตอรี่ไฮบริดกำลังสูง พร้อมโครงสร้างระบบขับเคลื่อนแบบ Dual-Motor + 2-Gear Series-Parallel ที่ช่วยประสานแรงบิดระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องการพละกำลังสูง ส่งผลให้การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจ นุ่มนวล และต่อเนื่อง สะท้อนสมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งทรงพลังและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
- ระบบแบตเตอรี่ของ GWM ORA 5 HEV ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความทนทานและความน่าเชื่อถือในระยะยาว ผ่านโครงสร้างป้องกันด้านล่างที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่จากแรงกระแทกใต้ท้องรถ และการป้องกันน้ำในสภาพแวดล้อมการใช้งานที่หลากหลายและท้าทาย รวมถึงมีระบบระบายความร้อนด้วยระบบน้ำยาแอร์ หรือ Liquid Cooling System นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังได้รับการพัฒนาให้มีความทนทานสูง เสื่อมสภาพช้า สามารถรองรับการใช้งานตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้ใช้งานได้อย่างไร้กังวล ทั้งในด้านความปลอดภัย ความแข็งแกร่ง และความเชื่อถือได้ของระบบพลังงานไฮบริด
- ระบบขับเคลื่อนของ GWM ORA 5 HEV ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการทำงานประสานกันของมอเตอร์คู่ที่ช่วยควบคุมและส่งแรงบิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงออกตัว การเร่งความเร็ว ไปจนถึงระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ พร้อมแรงบิดเสริมแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างลื่นไหลและมั่นใจยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบส่งกำลังยังได้รับการติดตั้งฉนวนและวัสดุป้องกันเสียงรบกวน (NVH) ช่วยลดระดับเสียงรบกวนได้ประมาณ 3–5 เดซิเบล ส่งผลให้ห้องโดยสารมีความเงียบสงบมากยิ่งขึ้น และยกระดับความสบายในการเดินทางสู่มาตรฐานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์
GWM ORA 5 EV นิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าอัจฉริยะ ดีไซน์ไอคอนิกสะกดทุกสายตาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ตอบโจทย์การเดินทางของคนยุคใหม่ วิ่งไกลสูงสุดถึง 520 กม.*
GWM ORA 5 EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 58.3 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) พร้อมระบบ Vehicle to Load (V2L) กำลังไฟ 6 กิโลวัตต์ ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 120 กิโลวัตต์ และแบบ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จแบบ DC จาก 30–80% ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที ช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
ห้องโดยสารอัจฉริยะ ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และความปลอดภัยรอบด้าน
GWM ORA 5 ผสานความทันสมัยเข้ากับฟังก์ชันความสะดวกสบายอย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและมั่นใจยิ่งขึ้น โดยติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ Coffee OS 3.0 ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น โดยจะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานรวดเร็ว ลื่นไหล และตอบสนองได้อย่างฉับไว อุปกรณ์ภายนอกผสานความทันสมัยเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว เริ่มจากระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ที่มาพร้อมฟังก์ชันเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง–ต่ำอัตโนมัติ และระบบหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home เสริมด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED DRL และไฟท้าย LED แบบซ่อน เพิ่มความโดดเด่นให้กับดีไซน์ตัวรถ ขณะที่ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 ช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติด้านหน้าและที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง พร้อมหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสาร รวมถึง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบ และกระจกมองข้างปรับ–พับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยยกระดับทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน
ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ GWM ORA 5 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายและความพรีเมียมในทุกการเดินทาง โดยติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและหน้าจอข้อมูลการขับขี่ และสามารถปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง โดยเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น Ultra) ขณะที่เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมาพร้อม กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่องเก็บความเย็นขนาด 3.2 ลิตร และแท่นชาร์จไร้สายกำลังไฟ 50 วัตต์ (เฉพาะรุ่น Ultra) รวมถึง กุญแจ Smart Key พร้อมระบบ Push Start หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่
ด้านระบบความบันเทิง GWM ORA 5 มาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงระบบ Bluetooth เพื่อการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับทั้ง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และระบบนำทางอัจฉริยะออนไลน์ Petal Maps ขณะที่ระบบเสียงมีให้เลือกทั้ง ลำโพง 6 ตำแหน่งในรุ่น Pro และลำโพง Amor 9 ตำแหน่ง ในรุ่น Ultra เพื่อยกระดับความสุนทรีย์ในการเดินทาง อีกทั้งยังมีไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศการขับขี่ให้พรีเมียมและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง
เชื่อมต่อชีวิตอย่างไร้รอยต่อด้วยการควบคุมระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อชีวิต Urbanista ยุคใหม่
GWM ORA 5 มาพร้อมการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่านแอปพลิเคชัน GWM ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะรถผ่านโทรศัพท์มือถือ เพิ่มความสะดวกสบายในทุกมิติของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งการ สตาร์ท–ดับเครื่องยนต์ (เฉพาะรุ่น HEV) ระบบล็อก–ปลดล็อกรถจากระยะไกล ระบบค้นหาตำแหน่งรถพร้อมไฟกระพริบและเสียงแตร รวมถึงการสั่งการ เปิด–ปิดระบบปรับอากาศและระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังรองรับการ เปิดโหมดไล่ฝ้า (ทั้ง EV และ HEV) รวมถึงฟังก์ชันจองการชาร์จไฟล่วงหน้า (เฉพาะรุ่น EV) และการสั่งงานอื่น ๆ เช่น เปิด–ปิดประตูท้าย ปิดกระจกข้าง (เฉพาะรุ่น Ultra) พร้อมระบบตรวจสอบสถานะรถแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ใช้งานควบคุมรถได้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น
มั่นใจปลอดภัยทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีช่วยขับอัจฉริยะ ADAS สูงถึง 18 ระบบ
ด้านความปลอดภัย GWM ORA 5 ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน อาทิ ระบบติดต่อฉุกเฉิน E-Call ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม เข็มขัดนิรภัยพร้อมระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS) รวมถึงระบบช่วยควบคุมรถบนทางลาดชัน HSA/HDC และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX นอกจากนี้ยังติดตั้งฟังก์ชันความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ สัญญาณเตือนกะระยะ 4 จุด ระบบตรวจจับแรงดันลมยาง (TPMS) และชุดปะยางฉุกเฉิน เพื่อเสริมความอุ่นใจในทุกการเดินทาง เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น GWM ORA 5 ยังติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS มากถึง 18 ระบบ ที่ทำงานร่วมกับกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส (Body Transparent) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงจากจุดอับสายตา และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถ การขับผ่านพื้นที่แคบ หรือการเดินทางในสภาพการจราจรที่ซับซ้อน
GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV แต่ละรุ่นมาพร้อม 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Pro, HEV Ultra และรุ่น EV Pro, EV Ultra พร้อมตัวเลือกสีสันที่สะท้อนบุคลิกและสไตล์ของผู้ขับขี่อย่างหลากหลาย โดยรุ่น HEV มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Onyx Black (สีดำ), Ivory White (สีขาว) และ Mountain Grey (สีเทา) จับคู่กับสีภายใน Dark Grey (ดำ-เทา) ที่ให้ความเรียบหรูและทันสมัย ขณะที่รุ่น EV เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Ivory White (สีขาว), Mountain Grey (สีเทา), Emerald Green (สีเขียว) และ So Blue (สีฟ้า) พร้อมดีไซน์หลังคาสีดำเสริมลุคสปอร์ตและพรีเมียม ภายในมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ) และ Dark Grey (ดำ-เทา) เพื่อมอบบรรยากาศห้องโดยสารที่ทั้งหรูหราและสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว
เตรียมสัมผัส GWM ORA 5 รถยนต์เอสยูวีเจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อม 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง HEV และ EV พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในงาน Motor Show 2026 วันที่ 23 มีนาคม 2569 เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์การเดินทางที่ก้าวล้ำ GWM ORA 5 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ Next Generation SUV ที่พร้อมพาผู้ใช้งานก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของการเดินทางในยุคใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888
#ORAGLOBALDEBUT #ORA5 #GWMTH #GWM #GWMThailand #GWMORA5 #ORA5HEV #ORA5EV #BEV #HEV
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
คอนติเนนทอล ไทร์ส เดินหน้ารุกตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทย เปิดตัว CrossContact A/T² ยางออลล์เทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง
คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก จากเยอรมนี เปิดตัว CrossContact A/T² ยางออลล์เทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย มอบสมรรถนะการยึดเกาะและความทนทานที่รองรับทั้งการขับขี่บนถนน และหลากหลายสภาพเส้นทางได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังผลิตขึ้นที่โรงงานคอนติเนนทอลในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตผลิตภัณฑ์ในตลาดรถยนต์กลุ่มปิคอัพรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถขับเคลื่อน 4 ล้อในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
มร. คาเรล คูเซรา (Mr. Karel Kucera) กรรมการผู้จัดการ คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของรถยนต์กลุ่มปิคอัพ รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยผู้ขับขี่ยุคใหม่ต่างมองหายางที่ตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกล และการขับขี่บนหลากหลายสภาพเส้นทาง CrossContact A/T² รุ่นล่าสุด จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ อีกทั้งยังผลิตขึ้นที่โรงงานของคอนติเนนทอลในประเทศไทย สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค พร้อมตอกย้ำคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตระดับสากล ของคอนติเนนทอลในฐานะแบรนด์ยางชั้นนำระดับโลกที่พร้อมนำนวัตกรรม และความมั่นใจสู่ประเทศไทยเพื่อผู้ขับขี่
ชาวไทยได้อย่างแท้จริง”ออกแบบเพื่อผู้ขับขี่ที่พร้อมเผชิญทุกสภาพเส้นทาง
CrossContact A/T² ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่รักการผจญภัย และต้องการสมรรถนะที่มากกว่าการใช้งานทั่วไป โดยมอบความมั่นใจในการขับขี่เมื่อต้องเผชิญกับทางลาดชัน พื้นผิวลื่น หรือ
ร่องทางลึกได้อย่างมั่นใจ โดยยังคงสมรรถนะในการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ- ยกระดับการยึดเกาะในทุกสถานการณ์ที่ท้าทาย: ด้วยการออกแบบดอกยางให้ลึกยิ่งขึ้น เพิ่มปริมาตรร่องดอกยาง และพัฒนาไหล่ยางให้ช่วยลดการสะสมของสิ่งตกค้างในร่องดอกยาง CrossContact A/T²
จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม เสริมเสถียรภาพของรถ และยกระดับการยึดเกาะบนหลากหลายสภาพพื้นผิวที่ท้าทาย - นิยามใหม่ของความทนทานเพื่อการใช้งานระยะยาว: CrossContact A/T² มาพร้อมลายดอกยาง
ที่แข็งแกร่ง และแก้มยางที่เสริมความหนาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับแรงกระแทกจากสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย พร้อมช่วยลดความเสี่ยงจากการเจาะทะลุ การฉีกขาดจากการเสียดสี และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย - การยึดเกาะอย่างมั่นใจในทุกสภาพแวดล้อม: มาพร้อมเทคโนโลยีเนื้อยางเอกสิทธิ์เฉพาะ
ของคอนติเนนทอล ไทร์ส อย่าง BlackPaw™ Compound ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการยึดเกาะ
ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ และสภาพถนนที่หลากหลาย
การเปิดตัว CrossContact A/T² ในประเทศไทยครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของคอนติเนนทอล ไทร์ส ในการพัฒนานวัตกรรมยางที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความเข้าใจในความต้องการของผู้ขับขี่ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรม และไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงการประชุมตัวแทนจำหน่าย คอนติเนนทอล ไทร์ส ได้แนะนำ CrossContact A/T² อย่างเป็นทางการแก่เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ร่วมกับรถยนต์ในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสะท้อนจุดเด่นของยางรุ่นใหม่ และเสริมความเข้าใจด้านการใช้งานจริง รวมถึงเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน อีกทั้ง CrossContact A/T² ยังผลิตขึ้นในประเทศไทย ตอกย้ำความพร้อมของประเทศในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และสะท้อนแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในตลาดไทยได้อย่างตรงจุด ทั้งยังเดินหน้าดำเนินกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งานในประเทศไทย
ทั้งนี้ Continental CrossContact A/T² พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางการสื่อสารของคอนติเนนทอล ไทร์ส หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.continental.co.th, www.facebook.com/ContinentalTH และตัวแทนจำหน่ายคอนติเนนทอล ไทร์ส อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
รับชมวิดีโอปิดตัว Continental CrossContact A/T² ได้ที่นี่ พร้อมสัมผัสความมั่นใจในทุกความท้าทายของการเดินทางภายใต้แนวคิด “Respect the Wild”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ยกระดับการยึดเกาะในทุกสถานการณ์ที่ท้าทาย: ด้วยการออกแบบดอกยางให้ลึกยิ่งขึ้น เพิ่มปริมาตรร่องดอกยาง และพัฒนาไหล่ยางให้ช่วยลดการสะสมของสิ่งตกค้างในร่องดอกยาง CrossContact A/T²

































































































































































































































































































































































































































































































