• ฮอนด้า เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ EV รูปแบบใหม่ ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และพร้อมเติมเต็มความรู้สึกของผู้คนในทุกวัน

    1 Min Read

    ฮอนด้า เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ EV รูปแบบใหม่ ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และพร้อมเติมเต็มความรู้สึกของผู้คนในทุกวัน

    บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568)

    รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ Super-ONE ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ โดยชื่อ Super-ONE สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะสร้างยนตรกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและมาตรฐานแบบเดิม ๆ (“super”) พร้อมส่งมอบคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากฮอนด้า (“one and only”) ให้กับลูกค้า

    นอกจากสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ยังมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” (fun of driving) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยยังมาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” (joy of driving) ให้ความรู้สึกสปอร์ตที่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดจะสามารถทำได้ ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจให้แก่ผู้ใช้อย่างแท้จริง

    Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก รถในกลุ่ม N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้ง ช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทาง

    นอกจากนี้ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมผสานการทำงานกับระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่มีระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม

    ทั้งนี้ การขับขี่ใน Boost Mode จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจในรูปแบบใหม่

    Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ได้ผ่านการทดสอบบนพื้นผิวถนนที่หลากหลายอย่างครอบคลุม ภายใต้สภาพอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งในประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ ทั่วทวีปเอเชีย
    เพื่อพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 รถยนต์ต้นแบบ Super EV Concept ซึ่งเป็นโมเดลแนวคิดต้นกำเนิดของรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE  ได้ถูกนำไปจัดแสดงและร่วมการขับขี่เชิงไดนามิก บนสนามแข่งไต่เขาอันโด่งดังในงาน Goodwood Festival of Speed 2025 ณ เวสต์ซัสเซกซ์ สหราชอาณาจักร ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง Super EV Concept ได้แสดงให้โลกได้เห็นถึงมิติใหม่ของ “ความสนุกในการขับขี่” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า

    ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นผลิตจริง ที่พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ในประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ตามด้วยภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีความต้องการต่อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เช่น สหราชอาณาจักร และประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย*

    *รถรุ่นผลิตจริง จะเปิดตัวภายใต้ชื่อที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค โดยในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Super-ONE’ ขณะที่บางประเทศในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Honda Super-ONE’ และในสหราชอาณาจักรจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ ‘Super-N’

    ดีไซน์ภายนอก

    การออกแบบภายนอก ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และให้ทุกคนได้สัมผัสความตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง ด้วยซุ้มล้อแบบลิสเตอร์ที่โดดเด่นโอบล้อขนาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะเตี้ยและกว้าง สื่อถึงความเร้าใจในการขับขี่อย่างชัดเจน

    ทั้งนี้ ได้มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมช่องระบายอากาศด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ และระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ดีไซน์ภายนอกนับเป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันที่รองรับสมรรถนะการขับขี่ระดับสูงให้เข้ากับความงามที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว สะท้อนถึงประสบการณ์การขับขี่ที่รถคันนี้พร้อมมอบให้

    ดีไซน์ภายใน

    ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ขับสามารถดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่ได้อย่างเต็มที่

    เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ โดยจะโอบกระชับลำตัวของผู้ขับขี่อย่างมั่นคง เพื่อให้ได้ตำแหน่งและท่าทางการขับขี่ที่นิ่งและมั่นใจได้ตลอดการขับขี่ ทั้งนี้ การเลือกวัสดุพื้นผิวสีฟ้าและออกในลักษณะ Asymmetric Layout ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นที่สนุกสนานให้ห้องโดยสารอย่างมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดในแนวระนาบ ยังช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น

    Boost Mode – โหมดขับขี่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ

    Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ “Boost Mode” ซึ่งพัฒนาขึ้นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ตื่นเต้น เร้าใจยิ่งขึ้น โดย Boost Mode จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและเฉียบคม

    ระบบจะผสานการทำงานระบบเกียร์จำลองแบบ 7 สปีด ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์เสมือนรถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม เข้ากับระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงภายในห้องโดยสารตามการเหยียบคันเร่งและเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วย

    นอกจากนี้ Boost Mode ยังมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น มาตรวัดแบบสามช่อง และการปรับเปลี่ยนโทนแสงภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดนี้ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถกระตุ้นความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าเผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบ Vision Models 2 รุ่น ครั้งแรกของโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025

    1 Min Read

    มาสด้าเผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบ Vision Models 2 รุ่น ครั้งแรกของโลกในงาน Japan Mobility Show 2025

    มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมยนตรกรรมยานยนต์ต้นแบบ Vision Model 2 รุ่น ได้แก่ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) และ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) ในการแถลงข่าวรอบสื่อมวลชนในงาน Japan Mobility Show 2025*1 ซึ่งยานยนต์ต้นแบบทั้งสองรุ่นได้รับการถ่ายทอดแนวคิด  “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” เพื่อมุ่งสู่อนาคตปี 2035 และสอดคล้องกับธีมของการจัดแสดงรถยนต์มาสด้าในปีนี้

    คอนเซ็ปต์คาร์ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) คือยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ที่ถ่ายทอดแนวทางการออกแบบตามแนวคิด KODO-Soul of Motion ที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยมาพร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ผสานกับเครื่องยนต์โรตารี่เทอร์โบแบบ 2 โรเตอร์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รถยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังสูงสุด 510 แรงม้า (PS) และมีระยะทางการขับขี่ที่ 160 กิโลเมตร เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะทำให้รถรุ่นนี้มีระยะทางการขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผสานกับพลังงานเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ได้จากสาหร่ายขนาดเล็ก (Microalgae) และ เทคโนโลยีการดักจับ CO2 ของมาสด้าในชั้นบรรยากาศ ที่เรียกว่า “Mazda Mobile Carbon Capture” จะทำให้ยิ่งขับมากขึ้น จะยิ่งเป็นการช่วยลดปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย

    และอีกหนึ่งรุ่น คือรถต้นแบบ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันยิ่งขึ้นระหว่างคนกับรถ ด้วยการผสมผสานระหว่างโมเดลดิจิทัลที่จำลองระบบการรับรู้ของมนุษย์ กับ AI เข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนที่รู้ใจ สามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผู้ขับขี่ สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงความมุ่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแห่งโลกอนาคตของมาสด้า ที่รถยนต์และผู้ขับขี่สอดประสานเชื่อมโยงกันทางด้านอารมณ์ความรู้สึก เสมือนกับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจ

    ยิ่งไปกว่านั้น มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม ALL-NEW MAZDA CX-5 (รุ่นสเปกยุโรป)*2 มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ และปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิไต (ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ) เอกลักษณ์ด้านสมรรถนะการขับขี่ของมาสด้าที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น โดยรถยนต์รุ่นนี้แสดงออกถึงวิวัฒนาการของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดกว่า 4.5 ล้านคัน*3 ทั่วโลก ในแต่ละภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจัดแสดงนี้ได้รับการออกแบบด้วย MAZDA E/E ARCHITECTURE+ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบใหม่ และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic architecture) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น

    มร. มาซาฮิโร โมโร ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ธีม “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงแค่สปริตของมาสด้าเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการมุ่งสู่อนาคต เพราะมาสด้าเชื่อว่า ความสุขในการขับขี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมและโลกของเรา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอันเป็นพันธกิจที่เรามีร่วมกัน มาสด้าจะยังคงตอบสนองต่อความปรารถนาของผู้คนที่รักในรถยนต์ และชื่นชอบในการขับขี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

    มาสด้าจะยังคงส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ผ่านคุณค่าหลักของเราในการให้ความสำคัญกับ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้ามาสด้าทุกคน

    • ข้อมูลเกี่ยวกับ MAZDA VISION X-COUPE และ MAZDA VISION X-COMPACT
    รุ่น MAZDA VISION X-COUPE MAZDA VISION X-COMPACT
    ความยาว 5,050 มิลลิเมตร 3,825 มิลลิเมตร
    ความกว้าง 1,995 มิลลิเมตร 1,795 มิลลิเมตร
    ความสูง 1,480 มิลลิเมตร 1,470 มิลลิเมตร
    ระยะฐานล้อ 3,080 มิลลิเมตร 2,515 มิลลิเมตร

    *1 จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association, Inc.)

    รอบสื่อมวลชน: วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00 – 18:00 น. และวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00-13:00 น.

    รอบประชาชนทั่วไป วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 – วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568

    *2 ข้อมูลเกี่ยวกับ ALL-NEW MAZDA CX-5 สามารถดูได้ที่

    https://newsroom.mazda.com/en/publicity/release/2025/202507/250710a.html

    *3 รถยนต์มาสด้ารุ่นที่ขายดีที่สุด ระหว่างปี 2018 – 2024


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ภาพรวมเนื้อหาคำกล่าวของประธาน ในงาน Japan Mobility Show 2025

    2 Min Read

    ภาพรวมเนื้อหาคำกล่าวของประธาน ในงาน Japan Mobility Show 2025

    นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าว ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    1.เกี่ยวกับงาน Japan Mobility Show 2025

    ฮอนด้าเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในการทำความฝันให้กลายเป็นจริง ในปีนี้ ฮอนด้าได้นำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลายมาจัดแสดง ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ  รวมถึงอวกาศ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทดลองขับขี่และร่วมสัมผัสถึงภาพอนาคตที่ฮอนด้าได้วาดไว้

    2.ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า

    ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน สำหรับทั้งผลิตภัณฑ์และกิจกรรมองค์กรทั้งหมด ภายในปี ค.ศ. 2050 แม้ว่าสภาพแวดล้อมของตลาดที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้ายังคงผันผวน
    แต่ฮอนด้ายังคงเชื่อว่าในระยะยาวแล้วการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV จะยังคงดำเนินต่อไป ด้วยเหตุนี้ ฮอนด้าจึงเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบรถ EV รุ่นที่น่าดึงดูดใจในยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

    Honda 0 Series รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า

    Honda 0 Series คือ รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้าที่นำเสนอด้วยแนวคิด สู่จุดกำเนิดของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของฮอนด้า และจะสร้างสรรค์รถ EV รุ่นใหม่จาก “ศูนย์” ด้วยแนวคิดการพัฒนาอันเป็นเอกลักษณ์ “บาง เบา และชาญฉลาด” (“Thin, Light, and Wise”) Honda 0 Series จะท้าทายกรอบความคิดเดิมที่มองว่ารถ EV จะต้อง “หนาและหนัก” และพร้อมจะสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ยนตรกรรมต้นแบบ Honda 0 Saloon ซึ่งเป็น Flagship Model ของ Honda 0 Series มาพร้อมแพลตฟอร์มพื้นที่ต่ำ ซึ่งออกแบบมาเพื่อรถ EV โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตและตัวรถที่มีความสูงที่ต่ำ พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาด เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ภายนอก

    โดยยนตรกรรมต้นแบบ Honda 0 SUV ซึ่งเป็นรถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง นับเป็นรุ่นแรกภายใต้ Honda 0 Seriesซึ่งเตรียมเปิดตัวสู่ตลาด มาพร้อมความโดดเด่นของห้องโดยสารที่กว้างขวาง มุมมองและทัศนวิสัยที่โปร่งโล่ง และความยืดหยุ่นของพื้นที่ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน โดยพัฒนาภายใต้แนวคิด “บาง เบา และชาญฉลาด” (“Thin, Light, and Wise”) เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารในสไตล์รถ SUV

    โมเดลดังกล่าวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ ASIMO OS ซึ่งเป็นระบบ Vehicle OS ที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ ซึ่งภายหลังจากการซื้อรถไปยิ่งลูกค้าใช้งานรถมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้พัฒนา เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคลได้อย่างเหนือระดับ

    Honda 0 α รถยนต์ SUV รุ่นใหม่ใน Honda 0 Series

    ฮอนด้าเปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) เป็นครั้งแรกในโลกซึ่งเป็นรถ SUV รุ่นใหม่ใน Honda 0 Series มาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและล้ำสมัยซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda 0 Series และสัดส่วนที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความปราดเปรียวในสไตล์รถ SUV ทำให้ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) สามารถผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมในเมืองและธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์และรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกสถานการณ์

    การออกแบบแพ็กเกจตัวรถภายใต้แนวคิด “Thin” (บาง) ทำให้ความสูงของตัวรถต่ำ แต่ไม่กระทบต่อความสูงจากพื้นถนน และมีห้องโดยสารที่เพรียวบาง แต่ยังคงมอบพื้นที่กว้างขวาง และสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง

    ฮอนด้ามีแผนจำหน่ายรุ่นผลิตจริงของ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ทั่วโลกโดยเน้นที่ตลาดญี่ปุ่นและอินเดียก่อนในปี ค.ศ. 2027 โดยเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัป Honda 0 Series ในฐานะ “Gateway Model” โมเดลที่เป็นประตูสู่โลกของ Honda 0 Series ซึ่งพร้อมมอบคุณค่าใหม่ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

    ในประเทศญี่ปุ่น จะมีการวางจำหน่ายรถยนต์ Honda 0 Series ครบทั้งสามรุ่น ได้แก่ Honda 0 Saloon, Honda 0 SUV และ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม 2028

    ยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX รถ EX เจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ Acura

    ฮอนด้า จัดแสดงยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรถ EV เจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ Acura

    ยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX เป็นโมเดลรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม EV เจเนอเรชันใหม่ที่พัฒนาโดยฮอนด้า พร้อมระบบปฏิบัติการ ASIMO OS ซึ่งเป็นระบบ Vehicle OS ที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ ที่ช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้ พัฒนาจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคลได้อย่างเหนือระดับ

    EV Outlier Concept นิยามใหม่ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคตรถจักรยานยนต์หลังปี 2030

    ฮอนด้าจัดแสดง EV OUTLIER Concept เป็นครั้งแรกของโลก แนวคิดที่ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดจากรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่ แต่เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์หลังปี 2030

    แนวคิดนี้ใช้ประโยชน์จากดีไซน์ที่อิสระและยืดหยุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมาพร้อมเทคโนโลยีมอเตอร์ในล้อ (In-wheel Motor) ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อยกระดับความคล่องตัว โฉบเฉี่ยว และสมรรถนะที่เหนือชั้น อีกทั้ง ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ด้วยเช่นกัน

    3.ความสนุกในการขับขี่ นิยามที่ฮอนด้าตั้งใจส่งมอบ

    ในขณะที่ฮอนด้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “ความสนุกในการขับขี่” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เสมอ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับและตัวรถจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาหรือเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนรูปแบบใดก็ตาม ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่น ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับได้สัมผัส “ความสุขในการขับขี่”
    อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือรถยนต์ไฮบริด

    Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และเติมเต็มความรู้สึกของผู้คนในทุกวัน

    ฮอนด้าจัดแสดง Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบเป็นครั้งแรกของโลก รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสนุกของฮอนด้า ออกแบบมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นและเติมเต็มความสุขในทุกการเดินทาง

    รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถในกลุ่ม
    N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้งช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทาง

    นอกจากนี้ รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE  ยังมาพร้อมกับ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยจะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ด้วยการผสมผสานระหว่างอัตราเร่งเหนือชั้นของรถยนต์ไฟฟ้าและความสนุกในการขับขี่แบบรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE จึงมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจในรูปแบบใหม่

    ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2026 จะเริ่มจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายไปยังตลาดที่มีความต้องการรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสูง เช่น ประเทศในเอเชียและสหราชอาณาจักร

    Prelude รถสปอร์ตพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างไม่หยุดยั้ง

    PLE250915

    ฮอนด้าเผยโฉม Prelude รุ่นใหม่ รถสปอร์ตพิเศษที่พัฒนาโดยผสานขุมพลังเครื่องยนต์และเทคโนโลยีที่ฮอนด้าสั่งสมมาอย่างยาวนาน ถ่ายทอด “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนา Prelude รุ่นใหม่นี้เริ่มต้นจากความตั้งใจ ในการสร้างรถสปอร์ตที่สะท้อนตัวตนของฮอนด้าในยุคปัจจุบัน และได้รับการออกแบบจนกลายเป็นรถรุ่นที่ฮอนด้าพร้อมนำเสนอด้วยความภาคภูมิใจ

    4.การสร้างคุณค่าใหม่พร้อมยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ

    ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะมอบคุณค่าใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการด้านยานยนต์ โดยหัวใจสำคัญคือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีอัจฉริยะหลักที่ฮอนด้าให้ความสำคัญ คือ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS) ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและยกระดับอย่างต่อเนื่อง

     เมื่อผู้ขับขี่ตั้งค่าจุดหมายปลายทางผ่านระบบนำทาง ระบบ ADAS จะเข้ามาช่วยควบคุมการขับขี่ ทั้งการเร่งความเร็วและการบังคับพวงมาลัย เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจ ราวกับมีผู้ขับที่มีประสบการณ์ช่วยควบคุมการขับขี่อยู่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจแม้บนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย และลดภาระในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ปัจจุบัน ฮอนด้ากำลังดำเนินการทดสอบระบบ ADAS รุ่นใหม่บนถนนสาธารณะในประเทศสหรัฐอเมริกา และการพัฒนาก็กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จริงตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ทั้งในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าจำนวนมากขึ้น ผ่านประสบการณ์การขับขี่ที่มอบอิสระแห่งการเดินทางอย่างแท้จริง

    5.ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการเดินทางที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งพื้นดิน ทะเล ท้องฟ้า และห้วงอวกาศ

    นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสำหรับรถจักรยานยนต์และรถยนต์แล้ว ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์แบบครบวงจร ฮอนด้าได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ยนตรกรรมที่หลากหลายสำหรับ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์อเนกประสงค์ เช่น เครื่องพรวนดิน และเครื่องยนต์เรือ ตลอดจน HondaJet ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ตธุรกิจขนาดเล็ก ฮอนด้ากำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์หลากหลายประเภทเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนปลดล็อกศักยภาพการใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด

    รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเคลื่อนที่แห่งยุคใหม่ เช่น ยานพาหนะขนาดเล็ก (micromobility vehicles) ที่จะทำให้การเดินทางเพื่อไปสู่จุดหมายสะดวกสบายยิ่งขึ้น และอากาศยานไฟฟ้าแบบไร้คนขับ eVTOLs ที่จะทำให้การเดินทางทางอากาศเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นรับมือกับความท้าทายเพื่อขยาย “ความสุขและอิสระแห่งการเดินทาง” สู่ผู้คนให้ได้มากยิ่งขึ้น

    และในวันนี้ ฮอนด้าได้ขยายความท้าทายไปยังอวกาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ห้วงอวกาศ – เข้าสู่พรมแดนใหม่ด้วย Sustainable Rockets

    ฮอนด้ายังได้นำจรวดจริงที่ใช้ในการทดสอบปล่อยและลงจอดที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2025 มาจัดแสดงภายในบูทด้วยเช่นกัน ฮอนด้ากำลังมุ่งมั่นพัฒนา “sustainable rockets” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน และสามารถนำตัวจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างยั่งยืน

    ในการทดสอบเมื่อเดือนมิถุนายน ฮอนด้าได้ใช้ระบบควบคุมที่มีความแม่นยำสูงเพื่อควบคุมให้การทำงานของจรวดทั้งพิกัดรวมถึงความเร็วตั้งแต่การทะยานสู่ท้องฟ้าจนไปถึงการลงจอด เป็นไปตามลักษณะของจรวดทั่วไปได้ตรงตามแผนที่กำหนดไว้

    ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของฮอนด้า ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีการควบคุมจากการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและการพัฒนาอากาศยาน ตลอดจนความมุ่งมั่นของพนักงานฮอนด้าทุกคนที่ปฏิบัติงาน “ในพื้นที่จริง” ซึ่งยังคงมุ่งมั่นรับมือกับความท้าทายด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่

    การวิจัยและพัฒนาจรวดของฮอนด้าเพิ่งจะเริ่มต้นเป็นก้าวแรกเท่านั้น ไม่ว่าความยากลำบากใดจะรออยู่ข้างหน้า ฮอนด้าจะก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ ด้วยการเดินหน้าท้าทายสิ่งใหม่ ๆ อย่างไม่มีวันยอมแพ้

    6.สรุป

    เพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกนของฮอนด้าทั่วโลกที่ว่า The Power of Dreams — How we move you พนักงานฮอนด้าทุกคนที่เปี่ยมด้วยความฝันและความมุ่งมั่น จะยังคงเดินหน้าท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ต่อไป เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตของฮอนด้า และสร้างสรรค์คุณค่าที่มีเพียงฮอนด้าเท่านั้นที่ทำได้

    บูทของฮอนด้าจัดแสดงอนาคตที่ฮอนด้ามุ่งมั่นจะสร้างให้เป็นจริง ผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี แห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกตื่นเต้นไปกับอนาคตข้างหน้าร่วมกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าเผยโฉม Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda 0 Series จัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    1 Min Read

    ฮอนด้าเผยโฉม Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda 0 Series จัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดงที่บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568)

    Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถ SUV ที่สามารถผสานเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์และรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกสถานการณ์ โดยหลังจากที่เปิดตัว Honda 0 Saloon และ Honda 0 SUV ในงาน CES 2025 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและเสริมไลน์อัป Honda 0 Series ในฐานะ “Gateway Model” โมเดลที่เป็นประตูสู่โลกของ Honda 0 Series ซึ่งนำเสนอความโดดเด่นของการออกแบบอันประณีตและมอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับให้แก่ผู้โดยสาร

    Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รุ่นผลิตจริง จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาของ Honda 0 Series ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light, and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) โดยมี
    แผนวางจำหน่ายทั่วโลกในปี พ.ศ. 2570 เน้นตลาดหลักที่ประเทศญี่ปุ่นและอินเดีย

    แพ็กเกจและดีไซน์ภายนอก

    การออกแบบแพ็กเกจตัวรถภายใต้แนวคิด “Thin” (บาง) ทำให้ความสูงของตัวรถต่ำ แต่ไม่กระทบต่อความสูงจากพื้นถนน และมีห้องโดยสารที่เพรียวบาง แต่ยังคงมอบพื้นที่กว้างขวาง สะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ด้วยระยะฐานล้อที่กว้างจะช่วยมอบความมั่นคงและความคล่องแคล่วปราดเปรียวในการขับขี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถ SUV

    ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว ล้ำสมัย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda 0 Series ผสานเข้ากับสัดส่วนดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถ SUV อย่างลงตัว ในบริเวณ screen ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถ โดยด้านหน้า ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มักจะแยกออกจากกัน เช่น ไฟหน้า ฝาปิดช่องชาร์จ และโลโก้เรืองแสง จะถูกออกแบบและรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนด้านท้ายจะใช้ชุดไฟรูปตัว U ที่รวม
    ไฟท้าย ไฟถอยหลัง และไฟเลี้ยวเข้าด้วยกัน ช่วยเน้นเส้นสายและรูปทรงบริเวณ screen ด้านท้ายให้
    โดดเด่นยิ่งขึ้น สะท้อนการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สรยท.ประกาศ 17 รถยนต์และ 6 รถจักรยานยนต์ เข้าชิงดำ “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568”

    2 Min Read

    สรยท.ประกาศ 17 รถยนต์และ 6 รถจักรยานยนต์ เข้าชิงดำ “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568”

    สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ประกาศรายชื่อ 23 รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า
    และรถจักรยานยนต์ เข้ารอบสุดท้ายที่ได้รับการโหวตในรอบแรก โดยสมาชิกสามัญของสมาคมฯ เพื่อเข้าชิงรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 และนำรถที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปทดสอบก่อนลงคะแนนอีกครั้งที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ทางสรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ ให้ใช้สนามทดสอบภายในศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ซึ่งเป็นสนามทดสอบยานยนต์มาตรฐานระดับเอเชีย ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการทดสอบและลงคะแนนในรอบสุดท้ายของรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี (THAILAND CAR, EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR) ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

     

    นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า ในปีนี้มีรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่ ทั้ง 3 รางวัล รวมแล้ว 45 รุ่น โดยแบ่งออกเป็น THAILAND CAR OF THE YEAR จำนวน 20 รุ่น THAILAND EV OF THE YEAR จำนวน 14 รุ่น และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR จำนวน 11 รุ่น และได้เปิดให้สมาชิกสามัญได้โหวตในช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะนำคะแนนทั้งหมดมานับโดยมีนายพินิต ทองสุข ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568, นายวชิระ เรืองมาลัย, นายวัชระ ธรรมศรี อดีตนายกสมาคมฯ, นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยและเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมกรรมการการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน

    สำหรับรถที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย หรือ Finalist Car ในทั้ง 3 รางวัล รวม 23 รุ่น ประกอบด้วย

    1. รถยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2025) จำนวน 10 รุ่น ประกอบด้วย BYD Seal 5 Dmi, Ford Ranger MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 MaxForce, Isuzu Mu-X 2.2 MaxForce, Mazda BT-50 2.2, Mitsubishi XForce HEV, Nissan Serena S Hybrid, Suzuki Fronx, Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport, Toyota Camry HEV

     

    1. รถยนต์ไฟฟ้าเข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี 2568 (THAILAND EV OF THE YEAR 2025) จำนวน 7 รุ่น ประกอบด้วย BMW iX1L eDrive20L M Sport, BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6, Toyota BZ4X

     

     

    1. รถจักรยานยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025) จำนวน 6 รุ่น ประกอบด้วย BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox, Yamaha All New N Max Techmax

     

    สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้ง 23 รุ่น คณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 จะจัดให้มีการทดสอบก่อนที่จะให้คะแนนครั้งสุดท้ายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
    โดยผู้ทำหน้าที่ทดสอบและให้คะแนนในรอบสุดท้าย คณะอนุกรรมการฯ จะคัดเลือกจากสมาชิกผู้สื่อข่าวสายยานยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีประสบการณ์สูงในการทดสอบรถยนต์ และได้ร่วมโหวตในรอบแรก เป็นผู้ดำเนินการทดสอบและโหวต โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกใช้ในการพิจารณาลงคะแนนกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ที่ได้ดำเนินการมาตลอด 9 ปี ซึ่งได้ดำเนินการบนหลักการและกฎกติกาที่มีความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล สำหรับรถยนต์ที่มีความแตกต่างทั้งเครื่องยนต์ ระดับราคา จากหลากหลายเซ็กเมนท์ทางการตลาด

     

    การให้คะแนนในรอบสุดท้าย จะคำนึงถึงคุณสมบัติต่างๆ ของรถยนต์ที่เข้ารอบ ทั้งเรื่องรูปลักษณ์การออกแบบภายนอกภายใน สมรรถนะของเครื่องยนต์ วัสดุตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งจำหน่ายในตลาดประเทศไทยอีกด้วย

     

    สำหรับปีนี้ ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้เลือกใช้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ตั้งอยู่ที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสนามทดสอบ ทั้งนี้เพื่อยกระดับสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากลกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้เป็นสถานที่ทดสอบภาคสนาม พร้อมเชิญผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย

     

    ทั้งนี้ หลังจากการโหวตลงคะแนนหลังจากทดสอบภาคสนามในรอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย หีบบัตรลงคะแนนคณะกรรมการสมาคมฯ จะนำมาเก็บไว้เป็นความลับ และจะมีการเปิดนับคะแนนต่อหน้าคณะกรรมการ สักขีพยานเพื่อนับคะแนน และจัดพิธีมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ศกนี้ ณ THE HALLS BANGKOK ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “ฮอนด้า” สร้างผลงานกระหึ่มมาเลย์! “เมียร์” คว้าโพเดียม “ก้อง-สมเกียรติ” เข้าป้ายที่ 15 คว้าแต้มได้อีกครั้ง โมโตจีพี “ฟูรุซาโตะ” ซิวชัย โมโตทรี

    1 Min Read

    “ฮอนด้า” สร้างผลงานกระหึ่มมาเลย์! “เมียร์” คว้าโพเดียม “ก้อง-สมเกียรติ” เข้าป้ายที่ 15 คว้าแต้มได้อีกครั้ง โมโตจีพี “ฟูรุซาโตะ” ซิวชัย โมโตทรี

    “ทัพนักบิดฮอนด้า” โชว์ผลงานกระหึ่ม โมโตจีพี 2025 สนาม 20 รายการ มาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ โดย “โจอัน เมียร์” ควบรถแข่ง Honda RC213V ผงาดโพเดียมอันดับ  3 “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักแข่งชาวไทย สตาร์ตกริด 20 ทะยานเข้าป้ายอันดับ 15 คว้าแต้มได้สำเร็จ ขณะ “ไทโยะ ฟูรุซาโตะ” ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย บิดคว้าชัยในรุ่น โมโตทรี จากเรซสุดมันส์ที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา

    เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 20 รอบสนาม โดย “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 นักบิดสแปนิช จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 7 และต่อสู้ในกลุ่มหน้าอย่างยอดเยี่ยม ไต่ขึ้นมาเข้าป้ายในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 8.048 วินาที คัมแบ็กขึ้นโพเดียมได้อีกครั้ง โดยมี “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 ทีมเมทชาวอิตาเลียน ตามเข้าป้ายอันดับ 8 ตามหลัง 18.738 วินาที

    ขณะที่ “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดขวัญใจชาวไทยซึ่งออกตัวจากกริดที่ 20 ควบรถแข่งคู่ใจหมายเลข 35 ไล่บี้ในกลุ่มอย่างเข้นข้น ทะยานขึ้นมาจบเรซอันดับ 15 ตามหลังผู้ชนะ 34.110 วินาที คว้า 1 แต้มจากสนามนี้ได้สำเร็จ รวมเป็น 7 แต้มในฤดูกาลนี้ ส่วน “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 ทีมเมทชาวฝรั่งเศส เข้าป้ายอันดับ 12 ตามหลัง 22.234 วินาที

    ด้านผลในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์ของนักบิดดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นอย่าง “ไทโยะ ฟูรุซาโตะ” หมายเลข 72 จาก ฮอนด้า ทีม เอเชีย ที่บิดคว้าชัยชนะไปครองอย่างสุดมันส์ ด้วยเวลา 22 นาที 3.888 วินาที ส่วน “ก๊องส์” ธัชกร บัวศรี นักบิดไทยหมายเลข 5 เข้าป้ายอันดับ 21 ตามหลัง 20.048 วินาที

    ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2025 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 7-9 พฤศจิกายนนี้ ที่ อัลการ์ฟ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมืองปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส ในรายการ โปรตุกีส กรังด์ปรีซ์

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #HondaTeamAsia #Moto3 #TB5 #Gonz #MalaysianGP


    No Comment
  • ไอคอนสยาม จับมือ สมาคมรถโบราณฯ จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉม “ดารารถ” จากหนังดัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    1 Min Read

    ไอคอนสยาม จับมือ สมาคมรถโบราณฯ จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉม “ดารารถ” จากหนังดัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงานแสดงรถโบราณสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” รวมรถโบราณ รถหาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม วันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “รถ…ที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม – Famous Cars that Starred in Films” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ “ดารารถ” ดาวเด่น จากหนังในอดีต มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

    อนนต์ อัตถวิบูลย์  ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามให้ความสำคัญกับการเป็น ‘Experiential Destination’ ที่มอบประสบการณ์หลากหลายมิติ การจัดแสดงรถโบราณริมน้ำเจ้าพระยาครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การโชว์รถ แต่เป็นการนำเสนอศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์แบบย้อนยุค ผสมผสานกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกันที่น่าประทับใจ”

    ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ VOLVO P1800 ปี 1971 รถสัญชาติสวีเดน รถรุ่นนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะคู่ใจของ Simon Templar พระเอกในเรื่อง The Saint (ออกอากาศระหว่างปี 1962-1969) รับบทโดย Roger Moore ก่อนที่เขาจะกลายเป็น James Bond สายลับรหัส 007 ผู้โด่งดังในโลกภาพยนตร์

    MERCEDES-BENZ 300 SL GULLWING ปี 1955 รถสปอร์ทระดับตำนาน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แฟรนไชส์เกมชื่อดัง GRAND THEFT AUTO (GTA) นำดีไซจ์นไปใช้เป็นต้นแบบของรถสปอร์ทคลาสสิคหลายรุ่นในเกม เช่น “STIRLING GT” ทำให้ผู้เล่นทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์ของสปอร์ทประตูปีกนกคันนี้

    FORD MUSTANG CONVERTIBLE ปี 1967 รถสปอร์ทสัญชาติอเมริกันในยุครุ่งเรืองของ MUSCLE CAR ตัวถังแบบเปิดประทุน ได้ปรากฏตัวในมิวสิควีดีโอเพลง “DREAM” ของ LISA (BLACKPINK) feat. KENTARO SAKAGUCHI เพื่อสื่อถึงอารมณ์อิสระ และโรแมนทิคในบรรยากาศย้อนยุค

    นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจอีกมากมาย ในงานยังมี มินิคอนเสิร์ตจาก สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

    ร่วมชมดารารถโบราณในงาน “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Edison EV ร่วมฉลอง 20 ปี เนื่องในโอกาสครบรอบการส่งออกรถยนต์แบรนด์ DFSK ออกต่างประเทศของ SERES Group (เซเรสกรุ๊ป) ย้ำจุดยืนผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ DFSK แต่เพียงผู้เดียวในไทย

    1 Min Read

    Edison EV ร่วมฉลอง 20 ปี เนื่องในโอกาสครบรอบการส่งออกรถยนต์แบรนด์ DFSK ออกต่างประเทศของ SERES Group (เซเรสกรุ๊ป) ย้ำจุดยืนผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ DFSK แต่เพียงผู้เดียวในไทย

    บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด (Edison EV) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle – NEV) แบรนด์ DFSK แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย  ประกาศเข้าร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งการขยายตลาดระดับโลกของ DFSK ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักภายใต้การสนับสนุนของ SERES Group องค์กรยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นยุทธศาสตร์พลังงานใหม่ (New Energy Strategic Model) คันแรกที่ส่งออกสู่ตลาดโลก นั่นคือ DFSK E5 Plus ในงาน Motor Expo 2025 (บูธ B08)  เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดรับพรีออเดอร์สำหรับผู้ที่สนใจภายในงาน

    นางสาวธันย์จิรา ภูริชพุฒิพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือนี้ โดยกล่าวว่า “การที่ DFSK ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดสู่กว่า 70 ประเทศทั่วโลกตลอดระยะเวลา 20 ปี และการที่ SERES Group มีผลงานสะสมในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 500,000 คัน ได้สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและเสถียรภาพระดับโลก  การครบรอบ 20 ปีนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ DFSK ประกาศเดินหน้าสู่ยุค ‘Green Mobility’ อย่างเต็มตัว  และประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์ในการเปิดตัว DFSK E5 Plus ซึ่งเป็น ‘โมเดลพลังงานใหม่เพื่อการส่งออกเชิงกลยุทธ์รุ่นแรก’ ของแบรนด์ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่พันธมิตรมีต่อ Edison EV และศักยภาพตลาด NEV ของไทย ”

    DFSK E5 Plus: เรือธงระดับโลก PHEV ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย

    DFSK E5 Plus จะถูกนำมาจัดแสดงครั้งแรก ณ งาน Motor Expo 2025 (บูธ B08) ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ Mid-size SUV แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวและการเดินทางระยะไกลในประเทศไทยโดยเฉพาะ

    จุดแข็งของ DFSK E5 Plus คือการมอบความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการเดินทาง ด้วยขุมพลังลูกผสม (PHEV) ที่สามารถวิ่งได้ไกลรวมสูงสุดถึง 1,300 กม. ต่อการชาร์จและเติมน้ำมันเต็มถัง  ในขณะเดียวกันก็สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 165 กม. (มาตรฐาน CLTC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด  นอกจากนี้ ยังยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยห้องโดยสารอัจฉริยะ HUAWEI HiCar 4.0, จอควบคุม HD ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว, ลำโพง 13 ตำแหน่ง, และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับทุกคนในครอบครัว  คุณสมบัติทั้งหมดนี้ผสานคุณภาพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานยุโรป เข้ากับการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมการใช้งานในประเทศไทย

    Edison EV พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ DFSK E5 Plus ราคาพิเศษในงาน Motor Expo 2025

    เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นยุทธศาสตร์นี้ก่อนใคร Edison EV ประกาศพร้อมเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อจองสิทธิ์รับราคาสุดพิเศษสำหรับ DFSK E5 Plus ภายในงาน Motor Expo 2025  การเปิดจองครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ตลาดจะได้สัมผัสกับมาตรฐานใหม่ของยานยนต์ NEV ที่เน้นความยั่งยืนและความอเนกประสงค์ เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Deliver Simplicity Technology for Everyone” ที่มุ่งนำเสนอเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้

    เร่งเครื่องสร้างฐานรากที่ยั่งยืน: ประกาศรับดีลเลอร์-นักลงทุน ทั่วประเทศ

    Edison EV ยืนยันการเดินหน้าตามแผนงานเพื่อสร้างรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน โดยประกาศเร่งรัดการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการทั่วประเทศ บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะสรุปและปิดการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานให้ได้ตามแผนที่วางไว้ภายในสิ้นปี 2568 นี้ โดยบริษัทฯ เน้นย้ำว่า ปี 2568 นี้คือปีแห่งการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569-2570 และปีต่อไป

    “เราให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งและมีความมุ่งมั่นในระยะยาว” นางสาวธันย์จิรากล่าว  “เราต้องการดีลเลอร์และนักลงทุนที่เข้าใจในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า มีวิสัยทัศน์ระยะยาว พร้อมลงทุนในการพัฒนาบุคลากร และมีศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้การบริการลูกค้าเป็นไปอย่างมืออาชีพตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์  Edison EV และพันธมิตรจาก SERES Group พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งด้านการตลาด การฝึกอบรม ระบบ CRM และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ดีลเลอร์สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

    โอกาสทางธุรกิจในตลาด NEV ที่กำลังเติบโต

    แผนการขยายเครือข่ายมุ่งเน้นไปยังจังหวัดเศรษฐกิจหลักและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจในการบริการลูกค้าอย่างทั่วถึง  เฟสแรกครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามด้วยกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่)

    นักลงทุนและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ซึ่งต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย เข้าร่วมหารือและสมัครเป็นผู้แทนจำหน่ายในเครือข่าย DFSK NEV เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวร่วมกัน สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดคุณสมบัติและการสมัครเป็นผู้แทนจำหน่ายได้ที่ สายด่วน Dealer Network – Edison EV โทร. 064-656-2283


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ไทยฮอนด้า รวมพลคนรักความคลาสสิก เปิดตัว All New Honda Super Cub และ FUJISAN Limited Edition เติมเสน่ห์เรโทรเหนือกาลเวลาในงาน “Super Cub THE ORIGINAL CLUB MEETING” ย่านทรงวาด

    2 Min Read

    ไทยฮอนด้า รวมพลคนรักความคลาสสิก เปิดตัว All New Honda Super Cub และ FUJISAN Limited Edition เติมเสน่ห์เรโทรเหนือกาลเวลาในงาน “Super Cub THE ORIGINAL CLUB MEETING” ย่านทรงวาด

    ไทยฮอนด้า จัดงานสุดพิเศษ “Super Cub THE ORIGINAL CLUB MEETING” รวมพลคนรักความคลาสสิกเฉลิมฉลองตำนานออริจินัลที่อยู่คู่คนไทยมากว่า 60 ปี พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด All New Honda Super Cub ที่มาพร้อม 2 สีทูโทนใหม่ สีฟ้า-ขาว และ สีเหลือง-ขาว สไตล์เรโทรสุดคลาสสิกสะท้อนความเป็นตัวตนได้เต็มที่ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Find Your Original  ถึงเวลาออริจินัล’ และรุ่นพิเศษ All New Honda Super Cub FUJISAN Limited Edition ดีไซน์เรโทรมินิมอลสะท้อนความเป็นญี่ปุ่น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น ท่ามกลางบรรยากาศสุดอบอุ่นที่รวบรวมเหล่าสาวก Super Cub จากทั่วประเทศที่ยกพลมาร่วมเฉลิมฉลองความคลาสสิกกว่า 200 คัน ณ Mahapho Riverview อีเวนต์สเปซริมแม่น้ำเจ้าพระยา ย่านทรงวาด

    All New Honda Super Cub มาพร้อมคอนเซปต์ Find Your Original ถึงเวลาออริจินัล’ ยังคงเอกลักษณ์ความเรโทรสุดคลาสสิกที่สะท้อนตัวตนผู้ขับขี่ไว้ครบถ้วน พร้อมเสริมความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยเทคโนโลยีใหม่ ระบบ Combined Brake System (CBS) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกหน้าและหลังอย่างสมดุล พร้อม ดิสก์เบรกหน้า ช่วยให้เบรกได้แม่นยำขึ้น มอบความมั่นใจในทุกจังหวะการขับขี่ ขับเคลื่อนด้วย เครื่องยนต์ Honda Smart Engine 110 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM-FI ที่ให้ทั้งความประหยัด สมรรถนะ และความทนทานเหนือชั้น อีกทั้งโดดเด่นด้วย ไฟหน้า LED และกระจกทรงกลมดีไซน์คลาสสิก สำหรับ All New Honda Super Cub มาพร้อม 2 สีทูโทนใหม่ สะท้อนเสน่ห์เรโทรอย่างลงตัว เลือกเผยความเป็นตัวตนได้ตามต้องการ โดยพร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้ ทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีฟ้า-ขาว (SBW), สีเหลือง-ขาว (Y-W), สีเขียว (GRN) และ สีเทา-ขาว (G-W) ในราคาแนะนำ 50,600 บาท

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือการนำเสนอความโดดเด่นไม่ซ้ำใครไปกับ All New Super Cub FUJISAN Limited Edition ที่ออกแบบมาเพื่อคนรักอิสระและหลงใหลการเดินทาง ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากบรรยากาศเส้นทางท่องเที่ยวของภูเขาไฟฟูจิในฤดูหนาว ผ่านดีไซน์เรโทรมินิมอลสะท้อนความเป็นญี่ปุ่น ผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันทั่วประเทศ

    รุ่นพิเศษนี้มาพร้อมชุดแต่งเฉพาะที่สร้างเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ทั้งบังลมหน้าสีฟ้าใส Blue Wind Shield ดีไซน์มินิมอลเข้ากับตัวรถ เพิ่มมิติความเท่สไตล์ญี่ปุ่นและช่วยลดแรงลมปะทะ รวมถึงสติกเกอร์ลายกราฟิกภูเขาไฟฟูจิและพระอาทิตย์ Fuji San Body Sticker โทนสีฟ้า-ขาวตัดแดง สะท้อนความเป็น Japanese Retro มาพร้อมกันลายและตะแกรงเหล็กหน้า Blue Body Protector & Front Carrier สีน้ำเงินเข้าชุด เพิ่มความสะดวกและเสริมลุคคลาสสิก อีกทั้งของพิเศษที่ออกแบบมาเข้าธีมเดียวกันคือ เสื้อแจ็กเกต Fuji San Jacket และ หมวกกันน็อกทรงคลาสสิก Fuji San Classic Helmet ที่ได้แรงบันดาลใจจากวิวภูเขาไฟฟูจิในฤดูหนาว มอบความโดดเด่นในทุกเส้นทาง ในราคาแนะนำ 54,000 บาท

     

    ภายในงาน Super Cub THE ORIGINAL CLUB MEETING เต็มไปด้วยกลิ่นอายความเรโทรสุดคลาสสิกในแบบฉบับ Super Cub โดยมีรถ Super Cub กว่า 200 คัน จากทั่วประเทศมาร่วมอวดโฉมในลานรวมรถสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สะท้อนพลังแห่งคอมมูนิตี้คนรักความออริจินัลที่มาร่วมเฉลิมฉลองความคลาสสิกไปด้วยกัน ผู้เข้าร่วมได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมที่จัดเต็มในสไตล์ Super Cub ไม่ว่าจะเป็นโซนอาหารและเครื่องดื่มสุดชิคให้ชิลกันฟรี กิจกรรม DIY สุดคูล การประกวดรถแต่งสวยจำกัดผู้เข้าประกวด 30 คัน การประกวดแต่งตัวออริจินัลสไตล์ รวมถึงการแสดงดนตรีสดและดีเจที่เพิ่มสีสันแห่งความสนุก พร้อมพบปะเหล่าอินฟลูเอนเซอร์สายคลาสสิกที่มาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับแฟน Super Cub ได้อบอุ่นและประทับใจตลอดงาน

    นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษที่สะท้อนจิตวิญญาณของ Super Cub ผ่านโซนคอมมูนิตี้ซึ่งเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้พบปะและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ความประทับใจ พร้อมร่วมสนุกกับการแจกของรางวัลและเซอร์ไพรส์มากมาย โดยไทยฮอนด้ายังมอบของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Super Cub Original Club Bandana Limited Edition” ให้กับลูกค้า Super Cub ทุกรุ่นที่ลงทะเบียนและขี่รถมาร่วมงาน 100 ท่านแรก เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นหนึ่งเดียวของคอมมูนิตี้คนรักความออริจินัล งานนี้นับเป็นอีกก้าวสำคัญของไทยฮอนด้าในการตอกย้ำความสำเร็จของ Super Cub รถจักรยานยนต์ออริจินัลที่อยู่ในใจคนไทยมายาวนาน พร้อมส่งต่อดีไซน์คลาสสิกเหนือกาลเวลา ควบคู่กับเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์การขับขี่ในทุกยุค

    สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของ All New Honda Super Cub และ All New Super Cub FUJISAN Limited Edition สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Honda Wing Center ทุกสาขาทั่วประเทศ

     

    สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th/cubhouse/
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    เฟซบุ๊ก CUB House: https://www.facebook.com/cubhousebyhonda
    IG: https://www.instagram.com/cubhousebyhonda/
    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #AllNewHondaSuperCub #SuperCub #HondaSuperCub #FindYourOriginal #ถึงเวลาออริจินัล #TheOriginalClubMeeting #คนรักความออริจินัล #CUBHouse #CUBHousebyHonda
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • PTG ผนึกพันธมิตรจัดศึก “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” สุดยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดสงขลา

    2 Min Read

    PTG ผนึกพันธมิตรจัดศึก “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” สุดยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดสงขลา

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด จำกัด ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการPT MAXNITRON RACING SERIES 2025” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในรุ่น SIAM GT SIAM GROUP A และ SIAM GROUP N พร้อมรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขัน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 ณ สนาม PT SONGKHLA GRANDPRIX 2025 จังหวัดสงขลา

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดย พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล และร่วมสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในเวทีโลก ผ่านการจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานและเต็มไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ที่จังหวัดสงขลา ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และพื้นที่ใกล้เคียง สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศของเมืองชายทะเลใต้ที่มีเอกลักษณ์ ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย PTG มุ่งมั่นสนับสนุนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาและยกระดับการจัดงานในทุกปีให้ดียิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติให้มาสัมผัสประสบการณ์ความเร็วระดับพรีเมียมในประเทศไทย ทั้งนี้ PTG ในฐานะ “แบรนด์ของคนไทย เพื่อคนไทย” ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสังคมไทยให้ “อยู่ดี มีสุข” ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ทั้งในกลุ่มธุรกิจ Oil และ Non-Oil อย่างยั่งยืน”

    การแข่งขัน “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” ถือเป็นศึกชิงแชมป์สนามสุดท้ายประจำปีของ SIAM SERIES ครบทั้ง 5 รุ่น ได้แก่

    • Siam GT
    • Siam Truck
    • Siam 1500 Group A
    • Siam Group N
    • Siam Eco

    เสริมทัพด้วย Support Race จาก  Honda City Hatchback One Make Race โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามาร่วมสร้างสีสัน และ CLUB RACE พร้อมขนทัพกิจกรรมพิเศษสุดมันส์ตลอดทั้งวัน เพื่อมอบประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตพร้อมความมันเต็มรูปแบบให้กับแฟน ๆ ที่รักความเร็วทั่วประเทศ โดยกิจกรรมไฮไลท์ภายในงานที่สร้างสีสันไม่แพ้การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ มีดังนี้

     

    • BALANCE BIKE: เวทีแข่งขันขาไถสุดมันส์สำหรับเด็ก ๆ พร้อมพาเหรดสุดน่ารักในสนามแข่งจริง
    • PTRS EXPO: รวมสินค้า โปรโมชั่น และของแต่งรถจากแบรนด์ชั้นนำในวงการยานยนต์
    • MARKET ZONE: ตลาดของกินริมทะเล รวมเมนูเด็ดท้องถิ่นให้เลือกชิมกันแบบติดขอบสนาม
    • D1 GP Drift Show: งานโชว์ดริฟต์สุดพิเศษจาก D1 Grand Prix Thailand ที่ขนขบวนไปโชว์ดริฟต์แบบติดริมทะเล
    • LUCKY DRAW: การลุ้นรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Achi Giorno PTRS Edition 2025” ที่แฟน ๆ ยังมีสิทธิ์คว้ากลับบ้านเช่นเคย
    • PADDOCK CLUB: โซนรับชมการแข่งขันแบบพรีเมียมจากโรงแรมติดทะเล พร้อมเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน
    • RUN CLUB: ครั้งแรกกับประสบการณ์วิ่งรูปแบบใหม่ บนสนามแข่งรถ Songkhla Grandprix

    วิ่งไปพร้อมวิวทะเลสุดเท่ สนามจริง เสียงจริง บรรยากาศสุดมันส์

    • STREET BOXING: พบกับ Fight ที่จะยกเวทีลงนวมมาสร้างความเดือดกลางค่ำคืน ในบรรยากาศสตรีทไฟต์สไตล์ ที่ PTRS Expo
    • SPEEDTOPIA FESTIVAL 2025: มหกรรมรวมสุดยอดสายยานยนต์ทุกแขนงไว้ในที่เดียว อาทิ Classic, Rare Cars, Drift, Supercar, Rally, EV, Thai-built และ Student Formula

    สำหรับรางวัลประจำสนามของการแข่งขัน “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” มีดังนี้

    SIAM GT (PRO CLASS 1/2)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 10,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : เงินรางวัล 5,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : เงินรางวัล 2,000 บาท

    SIAM GT (AMATEUR C)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 5,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 2,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,000 บาท

    SIAM TRUCK (PRO A/B)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 6,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : เงินรางวัล 3,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : เงินรางวัล 2,000 บาท

    SIAM TRUCK (AMATEUR C)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 3,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 2,000 บาท
    • อันดับ 3 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,000 บาท

    SIAM GROUP A / SIAM GROUP N / SIAM ECO (OVERALL A/B/C)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 5,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : เงินรางวัล 3,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : เงินรางวัล 2,000 บาท

    SIAM GROUP A / GROUP N / SIAM ECO (AMATEUR C)

    • อันดับที่ 1 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 2,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,500 บาท
    • อันดับที่ 3 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,000 บาท

    ทั้งนี้ผลการแข่งขันประจำปีของ “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025” และรายชื่อผู้ที่ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในรุ่น SIAM GT SIAM GROUP A และ SIAM GROUP N จะประกาศในพิธีมอบรางวัลแชมป์ประจำปี PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

    การแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: PT SONGKHLA GRANDPRIX ถือเป็นเทศกาลมอเตอร์สปอร์ตเลียบชายหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้และของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) กระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่มาตรฐานสากล  โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และกลุ่มพันธมิตร อาทิ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), จังหวัดสงขลา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, เทศบาลนครสงขลา, ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย (รยสท.), PT Maxnitron น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง, Autobacs ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร, กาแฟพันธุ์ไทย, Subway, Kela, Yokohama, Nexzter, KG Solar, FBT, Max Wash, Wise, BK Clutch, BRD รวมถึง บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ที่สนับสนุนรถ Safety Car และยังได้รับความร่วมมือจาก Media Partner ได้แก่ Mono29, Monomax, Sports1 และ TV Pool ที่ร่วมเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ในการเผยแพร่กิจกรรมไปสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

    ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวการแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES ได้ที่


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment