• โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิดตำนานบทใหม่ครั้งแรกในไทย! Royal Enfield Classic 650

    1 Min Read

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เปิดตำนานบทใหม่ครั้งแรกในไทย! Royal Enfield Classic 650

    Royal Enfield (โรยัล เอ็นฟีลด์) ผู้นำระดับโลกในตลาดมอเตอร์ไซค์ขนาดกลาง (250cc–750cc) ประกาศเปิดตัว Royal Enfield Classic 650 อย่างเป็นทางการในประเทศไทย มอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่ถ่ายทอด DNA อันเป็นเอกลักษณ์ของตระกูล Classic ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ Royal Enfield 650 Twin ที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ในโชว์รูมทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้นที่ 249,900 บาท

     

    ตลอดทุกยุคสมัย ‘Classic’ ยังคงเป็นตัวแทนและตอกย้ำ DNA แห่ง Royal Enfield นอกจากจะเป็นรากฐานสำคัญของ หลายโมเดลแล้ว Classic ยังเป็นมอเตอร์ไซค์ที่สะท้อนความสง่างามเหนือกาลเวลา เสน่ห์แบบดั้งเดิม และคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ที่มาพร้อมงานประกอบที่ประณีตในทุกรายละเอียด ทำให้ Classic กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัฒนธรรมการออกแบบยานยนต์คลาสสิก ทั้งในด้านสุนทรียะและวิศวกรรม Classic 650 ใหม่ ถ่ายทอดจิตวิญญาณของตระกูล Classic ได้อย่างเด่นชัด แต่ยกระดับขึ้นอีกขั้นด้วยขุมพลัง 650 Twin อันเลื่องชื่อของ Royal Enfield ที่มอบทั้งความนุ่มนวลและพละกำลังในการขับขี่ที่เร้าใจ ตัวรถมีเส้นสายที่สง่างามและคลาสสิก ขี่ง่าย แต่ยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมของตระกูล Classic ไว้อย่างครบถ้วน Classic 650 มอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความงามแบบ
    วินเทจ ดูทรงพลังและสง่างาม

     

    นายมาโนช กาจาร์ลาวาร์ หัวหน้าธุรกิจภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกของโรยัล เอ็นฟีลด์ กล่าวว่า “ตลอดเวลาที่โรยัล เอ็นฟีลด์ ทำการตลาดในประเทศไทย รุ่น Classic คือมอเตอร์ไซค์ที่ครองใจนักขับขี่มาโดยตลอด ไม่เพียงสร้างรากฐานให้แบรนด์ แต่ยังปลูกฝังปรัชญา Pure Motorcycling ให้หยั่งรากลึกในสังคมนักขี่ Classic คือสัญลักษณ์ที่ทำให้เรายืนหยัดบน DNA ความเป็นโรยัล เอ็นฟีลด์อย่างไม่เปลี่ยนแปลง และวันนี้ Classic 650 ก็คือการสานต่อจิตวิญญาณนั้นให้ยิ่งใหญ่กว่าเดิมบนแพลตฟอร์ม 650 Twin ระดับโลก เรารักษาทุกอย่างที่เป็นตัวตนของ Classic ตั้งแต่สไตล์อันเป็นเอกลักษณ์ งานดีไซน์ที่เหนือกาลเวลาไปจนถึงความสง่างามบนท้องถนน ผสานกับงานประกอบที่ประณีตและเครื่องยนต์ที่พัฒนาขึ้นอย่างลงตัว เรามั่นใจว่ามอเตอร์ไซค์รุ่นนี้จะเข้าถึงหัวใจนักขับขี่ชาวไทย และยิ่งเติมเต็มความผูกพันที่มีต่อแบรนด์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น”

    เสน่ห์ที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า (Double the charm)

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา Classic คือรากฐานสำคัญของหลายโมเดลจากโรยัล เอ็นฟีลด์ โดยถ่ายทอดทั้งมรดกและแรงบันดาลใจที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบของแบรนด์ไว้ครบถ้วน Classic 650 สานต่อดีเอ็นเอนี้อย่างชัดเจน ด้วยโครงสร้างเฟรมอันเป็นเอกลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับรุ่นในอดีต ตั้งแต่ OG Classic, Thunderbird ไปจนถึง Super Meteor และ Shotgun รุ่นล่าสุด แต่ทั้งหมดนี้ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะ Classic 650 ก้าวไปไกลกว่านั้นด้วยเสน่ห์และคาแรกเตอร์ที่เหนือชั้นกว่าเดิม

     

    สมรรถนะที่ยกระดับขึ้นอีกขั้น (Double the capability)

    หัวใจสำคัญของ Classic 650 คือเครื่องยนต์ 648 ซีซี parallel twin ที่ได้รับการยอมรับในระดับโลก ปรับจูนใหม่เพื่อการตอบสนองที่ดียิ่งขึ้น ให้แรงบิดจัดตั้งแต่รอบต่ำ คันเร่งตอบสนองไว และยังคงสไตล์การขี่ที่สง่างามและเป็นเอกลักษณ์แบบ Classic ระบบเกียร์ที่ปรับจูนมาอย่างประณีต เปลี่ยนเกียร์ได้ลื่นไม่มีสะดุด แชสซีบาลานซ์ลงตัว ช่วยให้มั่นใจแม้บนเส้นทางที่ไม่เรียบ เครื่องยนต์ 650 Twin ที่ขึ้นชื่อเรื่องแรงบิดรอบต่ำ ทำให้การเร่งแซงทำได้มั่นใจ เติมพลังต่อเนื่องแบบไม่ต้องเค้นหนัก แต่ยังให้ความเร้าใจ ทุกครั้งที่บิด

     

    คาแรกเตอร์ที่เข้มข้นกว่าเดิม (Double the character)

    แม้ Classic 650 จะสืบทอดสายเลือดเดียวกับตระกูล Classic แต่ตัวรถถูกออกแบบใหม่ให้มีความทันสมัยและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะ รุ่นนี้ใช้เส้นสายและสัดส่วนตัวรถที่ออกแบบให้รับกับเครื่องยนต์ Twin ที่วางทำมุมเฉียงไปข้างหน้า ทำให้ได้บุคลิกทรงพลังและมีท่าทางที่ดูดุดันขึ้น มาพร้อมบังโคลนสั้นทรงคลาสสิค ยางหน้าหลังไซส์ใหญ่ที่ขึ้นช่วยเสริมสมรรถนะ รวมถึงสัดส่วนตัวรถที่บึกบึนกว่าเดิม สอดรับกับเครื่องยนต์ความจุ 650 ซีซี ได้อย่างลงตัว

    Classic 650 ใหม่ ใช้เฟรมหลักร่วมกับ Super Meteor และ Shotgun 650 มาพร้อมเบาะคู่แบบ Dual Seat ที่สามารถถอดเบาะซ้อนท้ายและแร็กออกได้เพื่อเพิ่มรูปลักษณ์ที่โดดเด่นมากยิ่งขึ้น งานดีไซน์ยังคงกลิ่นอายสไตล์อังกฤษยุคหลังสงคราม ด้วยรายละเอียดโครเมียมและอะลูมิเนียมขัดเงาบริเวณโคมไฟหน้าและชุดไฟเลี้ยวด้านหน้า ตัวรถเน้นเส้นสายที่ไหลลื่นตั้งแต่หัวจรดท้าย มาพร้อมถังน้ำมันทรงหยดน้ำอันเป็นเอกลักษณ์ และชุดฟแบบ ‘nacelle’ ที่ติดตั้งไฟหน้า LED ใหม่ ควบคู่กับไฟ ‘Tiger Lamps’ หรือไฟหรี่คู่ ที่ถือเป็นเอกลักษณ์ของ Royal Enfield มาตั้งแต่ปี 1954

    ท่านั่งในการขับขี่ที่ถูกออกแบบตามหลักสรีระศาสตร์ แฮนด์บาร์วางตำแหน่งได้พอดี จับถนัด และเบาะกว้างนุ่มสบาย ช่วยให้
    ผู้ขับขี่ผ่อนคลายตลอดการเดินทางไกล ช่วงล่างหน้า–หลังจาก Showa ถูกปรับเซ็ตมาอย่างละเอียด ซับแรงสะเทือนบนถนนได้อย่างนุ่มนวล พร้อมมอบความมั่นใจทั้งในเมืองที่ต้องการความคล่องตัว และบนทางไกลที่ต้องการความมั่นคง

    แผงหน้าปัดออกแบบเรียบง่ายไม่รกสายตา มาพร้อมหน้าจอ LCD ดิจิทัล แสดงข้อมูลครบทั้งมาตรวัดระยะทาง ทริปมิเตอร์ ระดับน้ำมัน เตือนการเข้ารับบริการ ตำแหน่งเกียร์ และนาฬิกา ช่วยให้ผู้ขี่โฟกัสและเพลิดเพลินกับการเดินทางได้เต็มที่ นอกจากนี้ยังมี ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ (Genuine Motorcycle Accessories) ให้เลือกทั้งสไตล์ Classic และ Classic Tourer เพื่อการปรับแต่งรถให้ตรงกับสไตล์ของผู้ขี่มากยิ่งขึ้น Classic 650 คือการผสมผสานเสน่ห์เหนือกาลเวลาของมอเตอร์ไซค์เข้ากับความแม่นยำและความสะดวกสบายของเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว

    สีสันคลาสสิกกับเส้นสายเหนือกาลเวลา (Classic colours for classic contours)

    Royal Enfield Classic 650 มาพร้อมเฉดสีที่หวนรำลึกถึง Classic 500 อันเป็นที่รักของชาวคลาสสิค เลิฟเวอร์ พร้อมเพิ่มสีใหม่ ได้แก่ Bruntingthorpe Blue, Vallam Red และ Black Chrome ซึ่งแต่ละสีช่วยขับเส้นสายตัวถังที่โค้งสวยสง่างามให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ราคาจำหน่ายเริ่มต้น Bruntingthorpe Blue และ Vallam Red ที่ 249,900 บาท ส่วน Black Chrome อยู่ที่ 259,900 บาท มาพร้อมการรับประกัน 3 ปีแบบไม่จำกัดระยะทาง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า” ผงาดกวาดบัลลังก์ AMA SMX 2025 “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ควงคู่ “โจ ชิโมดะ” คว้าสองรุ่นท็อป

    1 Min Read

    “ฮอนด้า” ผงาดกวาดบัลลังก์ AMA SMX 2025 “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ควงคู่ “โจ ชิโมดะ” คว้าสองรุ่นท็อป

    “ฮอนด้า” ประกาศความยิ่งใหญ่สุดเหนือชั้นในการแข่งขันรอบไฟนอล ศึกซูเปอร์โมโตครอสชิงแชมป์โลก 2025 ในโปรแกรมสนาม 3 AMA Super Motocross (AMA SMX 2025) ที่ลาสเวกัส มอเตอร์ สปีดเวย์ โดยนักแข่งฮอนด้าคว้าชัยชนะพร้อมเหมาแชมป์โลก 2 รุ่นท็อป จากผลงานของ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 1 กับรถแข่ง Honda CRF450R ในคลาส 450SMX และ “โจ ชิโมดะ” หมายเลข 30 นักบิดชาวญี่ปุ่น กับรถแข่ง Honda CRF250R ในคลาส 250SMX

    เรซที่ 1 เป็นการดวลของนักบิดฮอนด้าจากทีม Honda HRC Progressive โดย “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 แม้มีอาการป่วยจากไข้หวัด แต่สามารถออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยรถแข่ง Honda CRF450R คว้าโฮลช็อตตั้งแต่โค้งแรก ก่อนจะเสียตำแหน่งผู้นำไปในช่วงต้นเกม แต่สามารถทวงกลับคืนมาได้สำเร็จ ด้าน “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ออกตัวจากอันดับ 4 ไล่ขึ้นมาจนสามารถแซง “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ขึ้นนำได้ในช่วงกลางเรซ จากนั้นควบคุมสถานการณ์จนเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 คว้าชัยชนะไปครอง ขณะที่ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ตามเข้ามาในอันดับ 3

    การแข่งขันเรซที่ 2 แม้ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” จะออกสตาร์ทได้ไม่ดีนัก แต่สามารถเร่งเครื่อง Honda CRF450R แซงขึ้นมาเป็นผู้นำตั้งแต่ช่วงต้นเรซ พร้อมคุมเกมได้อย่างมั่นคง ขณะที่ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ต้องเจอศึกหนักเมื่ออันดับหล่นไปอยู่กลางกลุ่ม ก่อนจะพยายามไล่แซงคู่แข่งอย่างต่อเนื่องเพื่อทวงคืนตำแหน่ง จบการแข่งขัน “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” คว้าชัยชนะ ขณะที่ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” ไล่มาได้ถึงอันดับ 2

    ในการแข่งขันคลาส 250SMX ด้วยผลงานของ “โจ ชิโมดะ” ด้วยตัวแข่ง Honda CRF250R เก็บชัยชนะในเรซที่ 1 และโพเดียมอันดับที่ 2 ในเรซที่สอง บวกคะแนนสะสมผงาดคว้าแชมป์โลกในคลาส 250SMX ไปครองได้สำเร็จ ตอกย้ำความแข็งแกร่งของฮอนด้าในสังเวียนทางฝุ่นและสุดยอดตัวแข่งจาก CRF Series

    ผลการแข่งขันสนามสุดท้าย ส่งฮอนด้าขึ้นครองบัลลังก์แชมป์โลกประจำซีซั่นนี้ด้วยความยอดเยี่ยมของสมรรถนะรถแข่ง  Honda CRF450R และผลงานยอดเยี่ยมของนักบิดชาวออสเตรเลีย เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์ โดยมีทีมเมท ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ ตามมาติด ๆ เป็นอันดับที่ 2 ในตารางแชมเปียนชิพซึ่งตอกย้ำความยอดเยี่ยมของฮอนด้าด้วยการเหมาอันดับที่ 1 – 2 ในซีซั่นนี้

     

    #AMASMX #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R #CRF250R


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า เสิร์ฟใหญ่ Honda We’re Family Happy Plus!’ พลัสความสุขให้มากขึ้นกว่าเดิม มอบบริการที่ดูแลทั้งรถและคุณเหมือนคนในครอบครัว ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ สูงสุด 10 เดือน*

    1 Min Read

    ฮอนด้า เสิร์ฟใหญ่ Honda We’re Family Happy Plus!’ พลัสความสุขให้มากขึ้นกว่าเดิม มอบบริการที่ดูแลทั้งรถและคุณเหมือนคนในครอบครัว ผ่อนสบายๆ 0% ทุกงานบริการ สูงสุด 10 เดือน* 

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบแคมเปญสุดพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้า ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ เสิร์ฟความคุ้มค่ามอบการดูแลรถแบบครบวงจร ตั้งแต่ ใจดูแลด้วยโปรผ่อนสบาย 0% นานสูงสุด 10 เดือน* ขั้นต่ำเพียง 3,000 บาท* สำหรับงานบริการทุกประเภท พิเศษสุด!!! ส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวฮอนด้า พร้อมตรวจสภาพรถยนต์ฟรีดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ** ส่วนลดสูงสุด 20% สำหรับลูกค้าทุกคน ทั้งรถใหม่ รถปีเก่า หรือรถยนต์มือสอง รวมถึงโปรโมชันผ่อนยางรถยนต์ 0% สูงสุด 10 เดือน** ไม่ว่าจะรถรุ่นไหนก็มั่นใจทุกการเดินทาง เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 พฤศจิกายน 2568

     

    พิเศษสุด!!!งานบริการทุกประเภทสามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน

    • ผ่อนชำระ 0% 10 เดือน* เฉพาะบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีฯ ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 5,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี
    • ผ่อนชำระ 0% 8 เดือน* กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยมียอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 3,000 บาท สำหรับงานบริการทุกประเภท รวมทั้งงานซ่อมตัวถังและสี

    มอบส่วนลดค่าอะไหล่สำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

    • บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี*
    • ซื้อคู่คุ้มกว่า! รับส่วนลด 200 บาท สำหรับ Safety First Set (ซื้อยางปัดน้ำฝนคู่กับผ้าเบรก)

    มอบของที่ระลึกสำหรับครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าทุกคน

    • ซื้อยางรถยนต์ยี่ห้อใด รุ่นใดก็ได้ครบ 4 เส้น รับฟรี กระเป๋าสะพายข้างคุณภาพพรีเมียม
      • ซื้อคู่คุ้มกว่า! ซื้อแบตเตอรี่ยี่ห้อ PUMA* หรือ GS* พร้อมผลิตภัณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ รับฟรี กระเป๋าเก็บความเย็น 1 ใบ คุณภาพพรีเมียมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบปรับอากาศ (Evaporator Cleaner)
      • ผลิตภัณฑ์บำรุงรักษาเครื่องยนต์ (Engine Oil Treatment)
      • ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบหัวฉีดจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง (Gasoline Treatment)

     

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุไม่เกิน 1 ปี

    • รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่เพิ่มเติมสูงสุด 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากปกติ 15% เป็น 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)

     

    สิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าอายุ 10 ปีขึ้นไป

    • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง*
    • รับส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ*
    • รับส่วนลด 10% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก*

     

    โปรโมชันยางรถยนต์ยอดนิยมตามเงื่อนไขแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

    • ยาง Goodyear ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับบัตรน้ำมัน 500 บาท
    • ยาง Dunlop ซื้อ 3 แถม 1*, หรือซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 600-2,800 บาท*
    • ยาง Yokohama ซื้อครบทุก 4 เส้น รับส่วนลด 1,280-3,200 บาท*
    • ยาง Hankook รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 300 บาท*
    • ยาง Bridgestone รับส่วนลดตั้งแต่เส้นแรก เส้นละ 250 บาท*

    โปรโมชันพิเศษ ผ่อนชำระสำหรับการซื้อยางรถยนต์

    • ยางรถยนต์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ผ่อนชำระ 0% นานสูงสุด 10 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ โดยต้องมียอดใช้จ่าย 2,000 บาทขึ้นไป*

     

    แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้ารถยนต์ฮอนด้ามือสอง*** เพียงนำรถมาอัปเดตข้อมูลเจ้าของใหม่ที่ศูนย์บริการ พิเศษ!!! รับทันที ส่วนลดสุดคุ้ม ‘Welcome to Honda Family’ ดังนี้

    • เปลี่ยนน้ำมันเครื่องฮอนด้าสังเคราะห์แท้ 100% เริ่มต้นเพียง 899 บาท* รวมค่าแรง
    • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์
    • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ
    • รับส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก

    ตลอด 2 เดือนเต็ม ตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2568  – 30 พฤศจิกายน 2568 เชิญลูกค้าครอบครัวรถยนต์ฮอนด้าเข้ารับบริการและรับความคุ้มค่าผ่านแคมเปญ ‘Honda We’re Family Happy Plus!’ ที่พร้อมดูแลให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความอุ่นใจ ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • Post Image

    GWM ปลดล็อกประสบการณ์ขับขี่ครบทุกมิติ ชวนเหล่า TANKER ร่วมกิจกรรมสุดเร้าใจใน “TANK OFF-ROAD ACADEMY”

    1 Min Read

    GWM ปลดล็อกประสบการณ์ขับขี่ครบทุกมิติ ชวนเหล่า TANKER ร่วมกิจกรรมสุดเร้าใจใน “TANK OFF-ROAD ACADEMY”

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด จัดงาน TANK OFF-ROAD ACADEMY เปิดสนามแชร์ความรู้และประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบต่าง ๆ จากผู้เชี่ยวชาญตัวจริง กับ TANKER CLUB THAILAND ณ สนามเจ้าเงาะ ศรีราชา จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา โดย GWM และผู้เชี่ยวชาญร่วมถ่ายทอดความรู้และเทคนิคการขับขี่ที่ช่วยให้เหล่า TANKER เข้าใจพื้นฐานของตัวรถและยกระดับสกิลการขับขี่ครบทุกมิติ ตั้งแต่การขับบนทางเรียบและทางฝุ่น (On-Road) การฝ่าฟันในสนามออฟโรดสุดเร้าใจ (Off-Road) ไปจนถึงการนำทักษะที่ได้เรียนรู้ไปปฏิบัติจริงในเส้นทางธรรมชาติ (Adventure) ซึ่งทั้งหมดล้วนเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยทั้งความมั่นใจและทักษะที่ถูกต้อง ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ GWM TANK ในฐานะ SUV สุดแกร่งที่พร้อมพาผู้ขับขี่ไปได้ทุกที่อย่างมั่นใจ

    กิจกรรมนี้ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามจากเหล่า TANKER กว่า 127 คน พร้อมด้วยคาราวาน GWM TANK 300 ทั้งรุ่นไฮบริดและเครื่องยนต์ดีเซลกว่า 60 คัน สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ TANKER CLUB ที่ไม่เพียงเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่ยังรวมกลุ่มคนที่มีความรักในการผจญภัย และต้องการปลดล็อกสมรรถนะที่แท้จริงของ GWM TANK 300 ในแบบที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน รวมถึงการใช้ฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากมายที่อยู่ในตัวรถผ่านฐานต่าง ๆ ในสถานีทดสอบที่ได้จัดเตรียมไว้ รวมถึงพื้นที่จริง ไม่ว่าจะเป็น การใช้โหมดการขับขี่ต่างๆ ทั้ง 4L โหมดทราย โหมดโคลน การกลับรถในที่แคบ TANK TURN ระบบล็อกเฟืองท้าย ระบบการตรวจจับระดับน้ำ การใช้ฟังก์ชั่น Offroad Cruise Control รวมถึงกล้อง 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ เมื่อพบเจอกับพื้นที่ยากลำบาก เป็นต้น

    ประสบการณ์การขับขี่จาก TANK OFF-ROAD ACADEMY

    • On-Road Confidence: ไม่ใช่เพียงการขับบนถนนเรียบ แต่เป็นการเรียนรู้อาการของตัวรถในการขับขี่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ทั้งทางตรงและทางซิกแซก บนถนนคอนกรีตและทางฝุ่น การบังคับควบคุมรถเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน วิธีใช้โหมด Normal และ Sport เพื่อปรับการตอบสนองของคันเร่งให้เหมาะกับสถานการณ์จริง
    • Off-Road Mastery: เปิดประสบการณ์เต็มรูปแบบกับการใช้โหมดการขับขี่ออฟโรด ทั้งโหมด 4L ระบบล็อกเฟืองท้ายไฟฟ้า ที่ช่วยเพิ่มพลังการขับเคลื่อนและยึดเกาะบนเส้นทางโหด เช่น หล่มโคลน, เนินชัน, เนินโค้ง และบ่อหลุมสลับ พร้อมเรียนรู้การใช้ TANK TURN เมื่อเจอสถานการณ์จำเป็นต้องกลับรถในที่แคบ หรือแม้แต่การใช้ฟังก์ชั่น Off-Road Cruise Control ที่ควบคุมความเร็วให้อัตโนมัติบนทางอุปสรรค เพื่อให้ผู้ขับสามารถจดจ่อที่การควบคุมทิศทางพวงมาลัยได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการเหยียบคันเร่ง
    • Adventure Ready: การนำทักษะความรู้และการขับขี่จากการฝึกฝนในสนามจำลองไปปฏิบัติจริงบนเส้นทางที่ไม่เคยขับขี่มาก่อน ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่เนินชัน แคบ ลื่น ทางน้ำ โคลน หลุมบ่อ โดยผู้ขับขี่จะใช้ฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของตัวรถให้เหมาะสมกับสถานการณ์และลักษณะพื้นที่ผจญภัย ยิ่งไปกว่านั้น การผจญภัยไปในเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย กล้อง 540 องศาและระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) จะช่วยเพิ่มมุมมองและเป็นประโยชน์อย่างมากในการฝ่าฟันอุปสรรค รวมถึงการใช้ Wading Detection เพื่อตรวจสอบระดับน้ำเมื่อขับผ่านทางน้ำ ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตัดสินใจอย่างมั่นใจในทุกจังหวะ

    นอกจากฟังก์ชั่นการขับขี่ที่ล้ำสมัย GWM TANK 300 ทั้งรุ่น HEV และ Diesel มาพร้อมสมรรถนะที่โดดเด่น โดยรุ่น HEVขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินเทอร์โบ 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ มอบพละกำลังรวมสูงสุดกว่า 350 แรงม้า และแรงบิดรวมสูงสุด 616 นิวตันเมตร ที่พร้อมตอบสนองทันใจในทุกสถานการณ์ ขณะที่รุ่นดีเซล ใช้เครื่องยนต์ 2.4T พร้อมเทคโนโลยีเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดถึง 480 นิวตันเมตร ระหว่าง 1,500 – 2,500 รอบ/นาที ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่บนทางเรียบและการลุยเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย

    กิจกรรม TANK OFF-ROAD ACADEMY มิใช่แค่เวทีเพื่อการเรียนรู้และสอนเทคนิคการขับขี่ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้เหล่า TANKER ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นไปจนถึงข้อมูล และประสบการณ์ระหว่างผู้ใช้งานจริง เพื่อสร้างความรู้ใหม่ ๆ และต่อยอดประสบการณ์การขับขี่ในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึง สร้างความแข็งแกร่งของชุมชนผู้ใช้ TANK อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ กิจกรรมยังเปิดโอกาสให้บุคคลทั่วไปทดลองขับ GWM TANK ทั้งรุ่น GWM TANK 300 DIESEL และ GWM TANK 500 DIESEL ผ่านความร่วมมือกับ GWM เอก กรุ๊ป (ชลบุรีและพัทยา) ซึ่งเป็นอีกหนึ่งช่องทางสำคัญในการเชื่อมโยงผู้สนใจเข้าสู่ประสบการณ์จริงกับคอมมูนิตี้ของ TANKER CLUB งานนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากพันธมิตรธุรกิจด้านอุปกรณ์ยานยนต์ชั้นนำ ไม่ว่าจะเป็น Continental, Lamina & Thule, Lenso และ YSS ที่เข้ามาร่วมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ และโปรโมชันพิเศษในงานนี้เท่านั้น

    เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เน้นย้ำถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “GWM มุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าให้กับลูกค้าชาวไทย ไม่เพียงส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพของ GWM TANK สู่มือลูกค้าชาวไทยเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการให้ความรู้ ฝึกทักษะให้ชาว TANKER ได้รับรู้ถึงสมรรถนะและความสามารถของตัวรถที่แท้จริง ผ่านกิจกรรม GWM TANK OFF-ROAD ACADEMY ที่ช่วยให้ชาว TANKER มั่นใจในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะบนถนนเมือง ออฟโรด หรือเส้นทางผจญภัยสุดท้าทาย อีกทั้งกิจกรรมนี้ยังเป็นส่วนสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับ TANKER CLUB ในประเทศไทย ที่มีการเติบโตขึ้นทุกวันอย่างต่อเนื่อง สร้างคอมมูนิตี้ที่ทรงพลังและสร้างสรรค์ ร่วมแบ่งปันมิตรภาพ ความสุข และประสบการณ์ที่ดีไปด้วยกัน”

    สำหรับผู้ที่สนใจ GWM TANK 300 Diesel และ GWM TANK 500 Diesel สามารถทดลองขับได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

    #TANKSpirit #TANKHeroMoment #TANKOffroadAcademy #GWMTANKOWNERSCLUB


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด จัดหนักผนึกกำลังการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

    1 Min Read

    ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด จัดหนักผนึกกำลังการกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นผู้สนับสนุน ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13

    นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร นายภาณุพล กิตติคำรณ ผู้จัดการใหญ่ด้านการค้า นายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ถ่ายภาพร่วมกับ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ในงานแถลงข่าว เปิดตัวผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 โดยมี ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด สนุกไม่ซ้ำใคร สไตล์…ฟาซซิโอ้ ร่วมเป็นผู้สนับสนุนการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 อย่างเป็นทางการ ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ โดยจะจัดการแข่งขึ้นใน 3 จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.สงขลา และ จ.นครราชสีมา

     

    สำหรับการแข่งขันกีฬา ซีเกมส์ ครั้งที่ 33 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 9 – 20 ธันวาคม 2568 ที่กรุงเทพมหานคร จ.ชลบุรี จ.สงขลา และอาเซียนพาราเกมส์ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 26 มกราคม 2569 ที่ จ.นครราชสีมา เป็นเจ้าภาพ

     

    โดยมี ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด สนุกไม่ซ้ำใคร สไตล์…ฟาซซิโอ้ ขอร่วมส่งแรงใจให้ทัพนักกีฬาไทยได้เป็นเจ้าเหรียญทองในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ พร้อมกันนี้ยามาฮ่ายังได้สนับสนุนรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด ให้กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ในการมอบให้นักกีฬาที่สร้างผลงาน และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย และให้กับผู้โชคดีในกิจกรรมของทางการกีฬาแห่งประเทศไทย โดยการแถลงข่าวเปิดตัวผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ กีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 และอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 มีขึ้น ณ ลานเซ็นทรัลคอร์ท ชั้น 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ เมื่อเร็วๆ นี้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  •  “MG IM6 Happy Journey to Khao Yai” ฮีลใจ เติมพลังรักษ์โลกกับ MG Primus

    1 Min Read

     “MG IM6 Happy Journey to Khao Yai” ฮีลใจ เติมพลังรักษ์โลกกับ MG Primus

    เอ็มจี ไพรม์มัส ในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป นำโดย “จิระพล รุจิวิพัฒน์” กรรมการผู้จัดการ จัดกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ MG IM6 Happy Journey to Khao Yai ทริปฮีลใจ กับไพรม์มัส พาลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า MG IM6 รวม 14 ครอบครัว ร่วมเดินทางแบบคาราวานจากกรุงเทพฯ สู่เขาใหญ่ สัมผัสประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ผสานความสุขกับการรักษ์สิ่งแวดล้อม

    กิจกรรมเริ่มต้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ MG EV Premium สาขาเพชรเกษม 65 ด้วยการกล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ โดย “จิระพล รุจิวิพัฒน์” พร้อมการชี้แจงเส้นทาง รายละเอียดกิจกรรม และจุดสถานีชาร์จไฟฟ้า ก่อนที่จะมีพิธีปล่อยขบวนคาราวานอย่างเป็นทางการ โดยร่วมกับ “ฐปนนท์ พฤกษ์ประมูล” ผู้อำนวยการ ฝ่ายบัญชีและการเงิน ไพรม์มัส กรุ๊ป ตีธงปล่อยธงขบวนคาราวาน ออกเดินทางสู่ปากช่อง จ.นครราชสีมา พร้อมเติมพลัง ด้วยการทานอาหารกลางวัน ที่ร้าน ตาทำปลาเผา ร้านปลาเผาสูตรโบราณ ต้นฉบับปลาเผาไม่ทาเกลือแห่งแรกในอีสาน ด้วยบรรยากาศสบายๆ ที่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ

    ระหว่างเส้นทาง ลูกค้าได้ร่วมเปิดประสบการณ์ด้านพลังงานแนวใหม่ ที่ EGAT Learning Center ลำตะคอง แหล่งเรียนรู้การผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแห่งอนาคต ผ่านโซนกิจกรรมเสมือนจริงทั้ง 7 โซน อาทิ การผจญภัยในโลกพลังงานน้ำ ลม และแสงอาทิตย์ ตลอดจนเรียนรู้ระบบ Wing Hydrogen Hybrid ที่เก็บพลังงานไฟฟ้าจากกังหันลมในรูปแบบก๊าซไฮโดรเจน ซึ่งถือเป็นประเทศแรกของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ทั้งได้สนุกสนานเพลิดเพลินกับเกมส์เก็บคะแนน และชมภาพยนตร์ในรูปแบบ 7 มิติ เรื่องพลังงานในแง่มุมต่างๆ

    จากนั้น ขบวนคาราวานได้เดินทางต่อไปยัง จุดชมวิวกังหันลมเขายายเที่ยง  จุดเช็คอินยอดนิยมของนักท่องเที่ยว สัมผัสความงดงามของธรรมชาติกับกิจกรรมปั่นจักรยาน ชมทิวทัศน์รอบอ่างเก็บน้ำลอยฟ้า และวิวกังหันลมใหญ่ ที่ตั้งตระหง่านเรียงรายเต็มพื้นที่

    ต่อด้วยการเดินทางสู่ที่พัก Atta Lakeside Resort Sweet รีสอร์ทหรู ระดับ 5 ดาว ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ โอบล้อมด้วยขุนเขาเขียวขจีของเขาใหญ่ และวิวทะเลสาบที่สวยงามตระการตา สร้างประสบการณ์แห่งความสุขกับการพักผ่อนได้อย่างเต็มพิกัด

    ช่วงค่ำ ลูกค้าได้สัมผัสมื้อดินเนอร์สุดพิเศษที่  Prime 19 Khao Yai ร้านอาหารอิตาเลียนชื่อดังของเขาใหญ่ ตัวร้านโดดเด่นด้วยอาคารหกเหลี่ยม ดิบ เท่ห์ สไตล์ อเมริกันอินดัสเตรียลล็อฟต์ ยุค 90s ภายในโปร่ง โล่งสบายเหมือนแฟคเตอร์รี่ขนาดใหญ่ พร้อมโซน Wine Celler ที่เป็นฉากโชว์ขวดไวน์สวยงาม อลังการ และใหญ่สุดในเขาใหญ่ อาหารทุกจานได้รับการรังสรรค์จากเชฟมืออาชีพ ที่พิถีพิถันตั้งแต่การเลือกสรรวัตถุดิบ ไปจนถึงการปรุงแต่งอาหารให้สวยงามและเลิศรส  เมื่อคลอเคล้ากับเสียงดนตรี ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ให้อาหารมื้อนี้ อบอวลด้วยความสุขและความประทับใจ

    วันรุ่งขึ้น หลังทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย ขบวนคาราวานออกเดินทางต่ออีกครั้ง สู่ร้านอาหาร ครัวเขาใหญ่ร้านเก่าแก่คู่เขาใหญ่มาอย่างยาวนาน ด้วยบรรยากาศสบายๆ เป็นกันเอง บวกกับเมนูอาหารที่จัดเต็มทั้งปริมาณและรสชาติ ทำให้ทุกคนต่างอิ่มอร่อยและเพลิดเพลินกับรสชาติอาหารมื้อพิเศษนี้อย่างเต็มที่

    จุดหมายต่อไป คือ GranMonte Vineyard and Winery ผู้ร่วมทริปได้สัมผัสบรรยากาศความงดงามของอาณาจักรไวน์คุณภาพระดับโลก ด้วยการนั่งรถเที่ยวชมไร่องุ่นที่ปลูกเรียงรายกว่า 100 ไร่ และเรียนรู้กระบวนการผลิตไวน์ ตั้งแต่การปลูก การบ่ม จนถึงการตรวจสอบคุณภาพ การบรรจุลงขวด รวมระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 3 ปี

    พร้อมปิดทริป ด้วยการชิมไวน์คุณภาพที่มาจากหลากหลายสายพันธ์ ทั้ง White Wine, Red Wine, Dessert Wine และ Rose Wine จัดเสิร์ฟคู่กับอาหารที่เหมาะสม โดยเฉพาะไวน์แดง ที่เป็นบูติคไวน์ ที่มีรสชาติแตกต่างกันในแต่ละขวดและแต่ละปี ถือเป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของไร่กราน-มอนเต้ และทำให้คว้ารางวัลเหรียญทองจากเวทีการแข่งขันไวน์ระดับนานาชาติมาแล้วมากมาย

    กิจกรรม MG IM6 Happy Journey to Khao Yai ทริปฮีลใจกับ Primus ครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนสมรรถนะและคุณภาพของรถยนต์ไฟฟ้า MG IM6 ที่ตอบโจทย์การเดินทางทั้งด้านความสะดวกสบายและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังตอกย้ำเจตนารมณ์ของ Primus Group ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขและความประทับใจให้กับลูกค้า พร้อมสานต่อวิถีการเดินทางที่ใส่ใจโลกและความยั่งยืนในอนาคต


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO ฉลองความสำเร็จครบรอบ 1 ปี พร้อมฉลองส่งมอบ JAECOO 5 EV ล็อตแรก 1,200 คัน สู่ผู้บริโภคชาวไทย

    1 Min Read

    OMODA & JAECOO ฉลองความสำเร็จครบรอบ 1 ปี พร้อมฉลองส่งมอบ JAECOO 5 EV ล็อตแรก 1,200 คัน สู่ผู้บริโภคชาวไทย

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำนวัตกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ระดับพรีเมียม จัดงานฉลองส่งมอบรถ JAECOO 5 EV ล็อตแรกให้กับลูกค้าแล้วกว่า 1,200 คัน ภายในระยะเวลาเกือบ 1 เดือน พร้อมสร้างปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ด้วยการจัดแสดงรถ JAECOO ในรูปแบบตัวเลข 1,200 อันยิ่งใหญ่ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ สะท้อนความสำเร็จและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ในการดำเนินธุรกิจครบ 1 ปีในประเทศไทย

    ภายในงานเป็นการรวมกลุ่มลูกค้าและรถ OMODA และ JAECOO จำนวนมากกว่า 120 คัน และได้จัดให้มีกิจกรรมสร้างความประทับใจมากมาย อาทิ พิธีส่งมอบรถอย่างยิ่งใหญ่ เวิร์กชอปสุดพิเศษ คอนเสิร์ตจากวงดนตรีชื่อดัง และกิจกรรมสันทนาการต่าง ๆ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จร่วมกับครอบครัว OMODA & JAECOO ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    คุณบิล จาง ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ OMODA & JAECOO ประเทศไทย กล่าวว่า “การส่งมอบ JAECOO 5 EV ล็อตแรกในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบยานยนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นการรวม OJ Club ครั้งยิ่งใหญ่อีกครั้งเพื่อส่งมอบประสบการณ์แห่งไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายและสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าภายใต้ชื่อ “OJ O-Jai” (โอเจ โอใจ) ที่พร้อมให้ความช่วยเหลือตลอด 7 วัน 24 ชั่วโมง ผ่าน Call Center 02 020 8888 เพื่อสะท้อนวิสัยทัศน์ของแบรนด์ ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของผู้บริโภคยุคใหม่อย่างแท้จริง”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์ปอเรชั่น แต่งตั้ง สมเกียรติ จันทรา และ เจค ดิกสัน ร่วมทีมสู้ศึก FIM ซูเปอร์ไบค์ เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026

    1 Min Read

    ฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์ปอเรชั่น แต่งตั้ง สมเกียรติ จันทรา และ เจค ดิกสัน ร่วมทีมสู้ศึก FIM ซูเปอร์ไบค์ เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026

    ฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์ปอเรชั่น (Honda Racing Corporation – HRC)  ประกาศแต่งตั้ง สมเกียรติ จันทรา และ เจค ดิกสัน (Jake Dixon) เข้าร่วมเป็นนักแข่งของทีมในการแข่งขัน FIM ซูเปอร์ไบค์ เวิลด์แชมเปี้ยนชิพ (Superbike World Championship: WorldSBK) ฤดูกาล 2026 โดยทั้งคู่ถือเป็นนักบิดมากฝีมือในรายการโมโตทู ที่ได้รับการพิสูจน์ฝีมือแล้ว และมีประสบการณ์ระดับโลกมาอย่างโชกโชน

     

    การผนึกกำลังกันของ สมเกียรติ ตัวแทนจากวงการมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย และ ดิกสัน นักบิดสายเลือดอังกฤษผู้มากประสบการณ์จากยุโรป นับเป็นการสร้างทีมที่เปี่ยมด้วยความเร็ว ทักษะ และความมุ่งมั่น ในการผลักดันฮอนด้าให้กลับสู่แถวหน้าของการแข่งขัน WorldSBK

     

    ไทอิจิ ฮอนด้า (Taichi Honda) – ผู้จัดการทั่วไปทีม Honda Racing Corporation (HRC) กล่าวว่า “เรารู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับสมเกียรติและเจค ดิกสันเข้าสู่ทีม Honda HRC WorldSBK ตั้งแต่ฤดูกาล 2026 สมเกียรติคือนักบิดไทยคนแรกที่คว้าชัยชนะในโมโตทู และได้ก้าวขึ้นสู่การแข่งขัน โมโตจีพี และตอนนี้เขากำลังก้าวไปอีกขั้นที่สำคัญในครอบครัวฮอนด้า ด้วยมุ่งหน้าสู่เส้นทางอาชีพระดับสูงสุดในเวทีนานาชาติ ในฐานะนักแข่งชาวไทยคนแรกที่ลงแข่งเต็มฤดูกาลในรายการ Superbike World Championship ให้กับทีมของเรา ขณะเดียวกัน เจค ดิกสัน เจ้าของชัยชนะในโมโตทู หลายสนาม ก็แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความแน่วแน่ที่จะเดินหน้าสู่ความสำเร็จในรายการระดับสูงอย่าง WorldSBK มาโดยตลอด ความสามารถ ประสบการณ์ และจิตวิญญาณนักแข่งของทั้งสองคนจะเป็นทรัพยากรอันมีค่าสำหรับเรา ในการเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมในรายการนี้ ทั้งสองจะเป็นกำลังสำคัญในการยกระดับทีมของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น และเรายังคงมุ่งมั่นกับรายการ WorldSBK อย่างเต็มที่ ด้วยเป้าหมายชัดเจน คือ พาฮอนด้ากลับสู่ตำแหน่งแชมป์อีกครั้ง”

     

    ประวัติของนักแข่ง

    สมเกียรติ จันทรา เกิดเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2541 ที่จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ปัจจุบันลงแข่งขันในรายการ โมโตจีพี  กับทีมอิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ โดยก้าวขึ้นสู่ระดับพรีเมียร์คลาสในฤดูกาล 2025 สมเกียรติเป็นนักแข่งที่เติบโตมาจากรายการ Asia Talent Cup ซึ่งเขาคว้าแชมป์ได้ในปี 2016 จากนั้นพัฒนาเส้นทางอาชีพผ่านรายการ FIM CEV โมโตทรี Junior World Championship ก่อนเข้าร่วมการแข่งขัน โมโตทู กับทีมอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ในปี 2019

     

    สมเกียรติสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นนักบิดไทยคนแรกที่คว้าชัยชนะในรายการโมโตทู ด้วยผลงานที่โดดเด่นใน อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ – มันดาลิกา ฤดูกาล 2022 และ เจแปนนิส กรังด์ปรีซ์ – โมเตกิ ฤดูกาล 2023 โดยในฤดูกาล 2024 ทำคะแนนรวมได้ 104 คะแนน จบอันดับที่ 12 ของตาราง

     

    ด้าน เจค ดิกสัน เกิดเมื่อวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2539 ที่เมืองโดเวอร์ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบันแข่งขันในรายการโมโตทู  กับทีมเอลฟ์ มาร์ค วีดีเอส เรซซิ่ง  (Elf Marc VDS Racing Team) เขาเคยเป็นรองแชมป์ใน การแข่งขันชิงแชมป์ซูเปอร์ไบค์แห่งสหราชอาณาจักร (British Superbike Championship) ปี 2018 และได้สร้างชื่อในฐานะหนึ่งในนักแข่งแถวหน้าของโมโตทู ด้วยชัยชนะรวม 6 สนาม ได้แก่

    • 2023 – อัสเซ่น (Dutch TT) และ คาตาลุนญา (บาร์เซโลนา)
    • 2024 – บริติช กรังด์ปรีซ์ (ซิลเวอร์สโตน) และ อารากอน (MotorLand)
    • 2025 – อาร์เจนตินา (เทอมาส เด ริโอ ฮอนโด) และ อเมริกาส์ (COTA, ออสติน)

    เขายังทำผลงานได้อย่างโดดเด่นด้วย 21 โพเดียม (รวม 6 ชัยชนะ) และ 8 โพลโพซิชัน ตลอดเส้นทางในโมโตทู


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า” ยกระดับ “ก้อง-สมเกียรติ” ขึ้นสู่ทีมโรงงานลุยศึก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ปี 2026 รุ่นใหญ่สุด

    1 Min Read

    “ฮอนด้า” ยกระดับ “ก้อง-สมเกียรติ” ขึ้นสู่ทีมโรงงานลุยศึก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ปี 2026 รุ่นใหญ่สุด

    “ฮอนด้า” ประกาศยืนยันอย่างเป็นทางการ ยกระดับ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดชาวไทยสู่ความท้าทายใหม่ในระดับโลก ร่วมทีมโรงงาน “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” สร้างอีกหนึ่งประวัติศาสตร์ ในฐานะนักแข่งชาวไทยคนแรกที่ได้ร่วมทีมโรงงานระดับโลก เพื่อแข่งขันรุ่นใหญ่สุดในศึก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026” ที่ยังไม่เคยมีคนไทยคนไหนได้ก้าวสู่จุดนี้ เคียงข้างทีมเมทฝีมือดี “เจค ดิกสัน” นักบิดชาวอังกฤษ ภายใต้โปรเจ็กต์บิดรถแข่งในตำนานอย่าง Honda CBR1000RR-R เตรียมสร้างความยิ่งใหญ่ในเวทีโปรดักชั่นไบค์

     

    ก้อง-สมเกียรติ นักบิดชาวไทยวัย 26 ปี เติบโตจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ ไทยฮอนด้า และสร้างผลงานอย่างโดดเด่นในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่น โมโตทู นับตั้งแต่ฤดูกาล 2019-2024 ด้วยการคว้าชัยชนะได้ 2 ครั้ง และคว้าโพเดียมมาครองได้ 6 ครั้ง ก่อนจะเข้าร่วมการแข่งขันโมโตจีพี เต็มฤดูกาลในปี 2025

     

    ก้อง-สมเกียรติ กล่าวว่า “รายการ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ 2026 ที่จะได้ทำงานกับทีมโรงงานอย่าง ฮอนด้า เอชอาร์ซี ถือเป็นความท้าทายใหม่ที่น่าตื่นเต้นสำหรับผม ต้องขอแรงเชียร์จากแฟน ๆ ชาวไทยทุกคน ร่วมส่งกำลังใจให้ผมในรายการใหม่ปีหน้า ที่เราจะออกเดินทางไปด้วยกันอีกครั้ง แรงเชียร์จากแฟนๆ เป็นส่วนผลักดันที่ทำให้ผมมาถึงจุดนี้ อยากให้ทุกคนตามเชียร์ผมกันนะครับ ส่วนผมก็จะเต็มที่กับทุกๆ รายการเหมือนเดิม ทั้งสนามที่เหลือในปีนี้ และ รายการใหม่ในปีหน้าครับ“

     

    ทั้งนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง คอร์เปอเรชั่น (HRC) โยกไปร่วมสังกัด “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” (Honda HRC) เพื่อลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 เป็นต้นไป สำหรับ “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” มุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการยกระดับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R เพื่อก้าวสู่ความยิ่งใหญ่ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ และการดึง “ก้อง-สมเกียรติ” และ ร่วมกับทีมเมทชาวสหราชอาณาจักรอย่าง “เจค ดิกสัน” หนึ่งในดาวบิดชื่อดังในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ เข้าร่วมโปรเจ็กต์นี้ก็ถือเป็นหนึ่งในการขยับตัวครั้งสำคัญของ ฮอนด้าเพื่อร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ให้กลับมากระหึ่มอีกครั้ง

     

    ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ นับเป็นหนึ่งในการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกที่มีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ โมโตจีพี โดยใช้รถแข่งซูเปอร์ไบค์ที่ดัดแปลงเพิ่มสมรรถนะจาก “โปรดักชั่นไบค์” ที่มีจำหน่ายจริงในท้องตลาด เพื่อการแข่งขันในสนามแข่ง ซึ่งถือเป็นการประชันความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีของแบรนด์จักรยานยนต์ในสนามแข่งอย่างแท้จริง

     

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #HondaBigBike #HondaHRC #HondaCBR1000RR-R #SC #Kong


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมใหม่ ยกระดับดีไซน์สู่อีกขั้นของความสปอร์ต

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมใหม่ ยกระดับดีไซน์สู่อีกขั้นของความสปอร์ต

    ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé)
    รุ่นปรับโฉมปี 2026 โดยเน้นดีไซน์สปอร์ตและความดุดันยิ่งขึ้น ด้วยล้อ
    RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้ว ช่วยเสริมความสปอร์ตเต็มพลัง มาพร้อมความแรงและสมรรถนะ E-Performance ด้วยเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า กำลังรวมสูงสุด 382 กิโลวัตต์ (519 แรงม้า) ระยะทางขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุด 90 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP ในราคาจำหน่าย 6,690,000 บาท

     

    กรุงเทพฯ. จากความสำเร็จของ คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ที่ประกอบขึ้นสำหรับประเทศไทยโดยเฉพาะ จากโรงงานในประเทศมาเลเซีย วันนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทยพร้อมเปิดตัว คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 ด้วยการผสมผสานความแรงจากเทคโนโลยี E-Performance และความหรูหราในแบบฉบับรถสปอร์ต SUV ระดับพรีเมียม ที่มาพร้อมการพัฒนาดีไซน์ภายนอกโดยเฉพาะล้อ RS Spyder Design 21 นิ้ว ซึ่งมาพร้อมกับคิ้วตกแต่งซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถ ที่ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความดุดันให้กับตัวรถมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าชาวไทยทั้งในแง่ของคุณภาพและราคา

     

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉม ปี 2026

    สำหรับในรุ่นปรับโฉมที่ผลิตขึ้นในประเทศมาเลเซีย ได้มีการพัฒนาเพื่อให้มีความสปอร์ตและดุดันมากยิ่งขึ้น ด้วยล้อ RS Spyder 21 นิ้ว ที่ช่วยยกระดับรถให้มีความโฉบเฉี่ยวแต่ยังคงให้ความหรูหรา โดยล้อ RS Spyder ขนาด 21 นิ้ว มาพร้อมกับคิ้วตกแต่งซุ้มล้อสีเดียวกับตัวรถ

     

    และยังคงมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครับครันเช่นเคย ไม่ว่าจะเป็น ไฟหน้า HD Matrix LED ที่ประกอบด้วยโมดูลความละเอียดสูง 2 ชุด และกว่า 32,000 พิกเซลต่อโคมไฟ พวงมาลัย GT Sports และแพ็คเกจ Sport Chrono พร้อมนาฬิกา Porsche Design รวมถึงเบาะนั่งไฟฟ้าแบบปรับได้ 14 ทิศทาง พร้อมระบบจดจำตำแหน่งที่มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ หรือ สีดำ/สีแดง Bordeaux Red พร้อมลายสัญลักษณ์ปอร์เช่บนพนักพิงศีรษะที่เบาะคู่หน้า

     

    นอกจากนี้ยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิแยก 4 โซน ระบบฟอกอากาศ ม่านบังแดดด้านหลังที่เปิดและปิดด้วยระบบไฟฟ้า และยังเพิ่มความทันสมัยให้กับห้องโดยสารด้วย Porsche Driver Experience ด้วยชุดหน้าปัดดิจิตอลโค้งมน 12.6 นิ้ว และหน้าจอ Infotainment 12.3 นิ้ว โดยตำแหน่งคันเกียร์อัตโนมัติที่จะอยู่ที่บริเวณด้านซ้ายของพวงมาลัยบนคอนโซลกลาง เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บของและแผงควบคุมระบบปรับอากาศในดีไซน์ทันสมัยโทนสีดำ และแผงควบคุมมาพร้อมปุ่มกดขนาดใหญ่ พร้อมสวิทช์หมุนปรับอากาศ และปุ่มปรับระดับเสียงแบบสัมผัส ทำให้ผู้ขับขี่ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย พร้อมความหรูหราที่ครบครัน

     

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉม ปี 2026 ยังมาพร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สะดวกสบาย ทั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) และระบบช่วยจอด (ParkAssist) พร้อมกล้องรอบทิศทาง (Surround View) ที่ช่วยให้การจอดและขับขี่ในพื้นที่จำกัดปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

     

    เป็นเจ้าของรถสปอร์ต SUV ระดับพรีเมียม พร้อมสมรรถนะเต็มพลัง

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 เปิดตัวในประเทศไทยในราคาจำหน่าย 6,690,000* บาท เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะไฮบริดเต็มพลัง ความแรง และความหรูหราที่ครบครัน โดยสามารถเลือกสีตัวถังได้สามสี ได้แก่ สีขาวคาร์ราร่า (Carrara White), สีดำโครไมท์ (Chromite Black) และ สีเงินโดโลไมท์ (Dolomite Silver) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง

     

    ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ปอร์เช่ ประเทศไทย หรือตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกสาขา

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment