• เอ็มจี เผยโฉม NEW MG IM5 และ NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่น ในงาน Motor Expo 2025

    1 Min Read

    เอ็มจี เผยโฉม NEW MG IM5 และ NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่น ในงาน Motor Expo 2025

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ชูวิสัยทัศน์ GLOCAL Strategy ผสานเทคโนโลยี และองค์ความรู้ระดับโลกมาประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ชูยนตรกรรรมไฮไลท์ NEW MG IM5 รถ Premium Intelligent e-Sedan ที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มพรีเมียมอีวีต้นปีหน้า และการจัดแสดงกระบะอีวี NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ชูการบริการหลังการขายที่ครบวงจร และมีความพร้อมในทุกมิติ และจุดเด่นที่แตกต่างอย่าง EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่ แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ พร้อมมอบหลากข้อเสนอพิเศษส่งท้ายปีครบทุกรุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรม เอ็มจี ได้ง่ายและคุ้มค่ากว่าที่เคย

    ในทศวรรษที่ 2 เอ็มจี มุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ GLOCAL Strategy” (Global + Local) ที่ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคไทย เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเทียบชั้น ยานยนต์โลก ควบคู่กับการพัฒนาการบริการ แนวทางการทำการตลาด รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับในงาน Motor Expo 2025 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่แห่งปีที่ เอ็มจี พร้อมส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นปี

    นาย ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “งาน Motor Expo 2025 เอ็มจี มาพร้อมคอนเซ็ปต์ SMART HUMAN FORWARD’ สะท้อนแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมนุษย์ และการก้าวไปข้างหน้าสู่อนาคตแห่ง การเดินทางที่ยั่งยืน เพราะเทคโนโลยีไม่ใช่แค่สิ่งที่ล้ำหน้า แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเต็มไปด้วยความสบายใจในทุกเส้นทาง ภายในงานนี้ เอ็มจี ได้นำเสนอยานยนต์ที่มากด้วยนวัตกรรมครอบคลุม ทุกระบบขับเคลื่อน นำโดย 2 รุ่นไฮไลท์อย่าง NEW MG IM5 ซึ่งเป็นรถ Premium Intelligent e-Sedan มีขนาดตัวรถยาวเกือบ 5 เมตร พร้อมตัวถังที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยี IM Digital Chassis ทำหน้าที่ควบคุมการทำงาน ของระบบช่วงล่างและพวงมาลัย ระบบเลี้ยวสี่ล้อ ทำให้ NEW MG IM5 มีการควบคุมที่นิ่ง คล่องแคล่ว มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ ที่มากไปกว่านั้น คือมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ซึ่งยนตรกรรม รุ่นนี้พร้อมเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มรถพรีเมียมอีวีช่วงต้นปีหน้า รวมถึงการจัดแสดงครั้งแรกในอาเซียนของ NEW MG ETERRON 9 รถกระบะไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่ให้กำลัง 436 แรงม้า จับคู่ กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 102 kWh สามารถวิ่งไกลถึง 430 กิโลเมตร สะดวกสบายด้วยระบบ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP”

    ในงานนี้ เอ็มจี ยังได้นำยนตรกรรมคุณภาพครบทุกระบบขับเคลื่อนมาจัดแสดงและจำหน่าย นำโดย NEW MG S5 EV รถไฟฟ้า B-SUV ยนตรกรรมแห่งความภาคภูมิใจของ เอ็มจี ที่สามารถคว้ารางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) นับเป็นปีที่ 3 ของ เอ็มจี ที่คว้ารางวัลติดต่อกัน ต่อจาก NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้รับรางวัลนี้ในปี 2023 และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่ได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ในปี 2024 ซึ่งล้วนเป็นรางวัลที่ได้รับการโหวตและยอมรับจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย สะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ เอ็มจี มาอย่างต่อเนื่อง

    มากไปกว่านั้น เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับศูนย์บริการและระบบ หลังการขายครบวงจร ทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลลูกค้าทั่วประเทศ และจุดเด่น ที่แตกต่างกับการเป็นแบรนด์ที่มอบ EV LIFETIME WARRANTY” รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูงชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ การันตีด้วยรางวัล แคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี ในฐานะแบรนด์ที่มีแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย EV LIFETIME WARRANTY จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ซึ่งล้วนสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการยกระดับมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าและบริการหลังการขายอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย

    สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมรถยนต์ เอ็มจี และรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูธ เอ็มจี หมายเลข A07 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมถึงโชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ mgcars.com

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand

    #MGThailand #MGCarsTH #PASSIONDRIVES #EVPIONEER #MGIM5 #EVLIFETIMEWARRANTY


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ยามาฮ่าเปิดบูธ “YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ส่งบิ๊กไบค์ 3 รุ่นใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันแรงส่งท้ายปี ในงาน MOTOR EXPO 2025

    2 Min Read

    ยามาฮ่าเปิดบูธ “YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ส่งบิ๊กไบค์ 3 รุ่นใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันแรงส่งท้ายปี ในงาน MOTOR EXPO 2025

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยกทัพรถจักรยานยนต์ครบไลน์อัพทั้งสแตนดาร์ดไบค์และบิ๊กไบค์ร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42” (THE 42ND THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2025) ภายใต้คอนเซ็ปต์ YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล ในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมเผยโฉม และเปิดราคาบิ๊กไบค์ใหม่ 3 รุ่น 3 สไตล์ และ NEW YAMAHA NMAX TECH MAX สีใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันส่งท้ายปีภายในงาน

    สำหรับบูธยามาฮ่าในปีนี้ออกแบบภายใต้แนวความคิด FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายสปอร์ต สายท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ หรือสายเนคเกดสตรีท ยามาฮ่าพร้อมตอบโจทย์ทุกสไตล์ด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่นในแบบเฉพาะของยามาฮ่า

    โดยในปีนี้มีไฮไลท์อยู่ที่การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าบิ๊กไบค์ด้วยกันถึง 3 รุ่น 3 สไตล์ ได้แก่ YAMAHA YZF-R9 สายพันธุ์ R-SERIES เจ้าแห่ง SUPERSPORT  รุ่นใหม่ล่าสุด, YAMAHA TENERE 700 – CHASE THE NEXT HORIZON รถแอดเวนเจอร์ตัวจริ และ MT-07 & MT-07 Y-AMT – DAWN OF A NEW DARKNESS ไฮเปอร์เนคเกค พร้อมการเปิดราคาสุดเร้าใจ

    YAMAHA YZF-R9….SUPERSPORT R-WORLD รถซูเปอร์สปอร์ตดีกรีแชมป์โลก WSSP ล่าสุด ที่จะมาปฏิวัติวงการรถสปอร์ตมิเดิลคลาส ด้วยสมรรถนะสูงสุดเพื่อคนที่หลงใหลในโลกของ SUPERSPORT อย่างแท้จริง ที่พร้อมเปิดราคาที่ 495,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

    YAMAHA TENERE 700…CHASE THE NEXT HORIZON ที่สุดสไตล์แอดเวนเจอร์ รถอเนกประสงค์ตอบโจทย์สายลุยตัวจริง แรงบันดาลใจจากรถแข่งแรลลี่ มาพร้อมกับราคาเปิดตัวสุดพิเศษที่ 459,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

    NEW YAMAHA MT-07 และ NEW YAMAHA MT-07 Y-AMT…. DAWN OF A NEW DARKNESS ที่สุดกับ HYPER NAKED ตัวจริง โดย NEW YAMAHA MT-07 พร้อมจำหน่ายในราคา 299,000 บาท ส่วน NEW MT-07 Y-AMT จำหน่ายในราคา 305,000 บาท พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้น 1

    นอกจากนี้ ยามาฮ่าได้ยกทัพรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์นำโดย NEW YAMAHA NMAX TECH MAX “THE MAX PRIDE BOOSTER” บูสต์ความเร้าใจให้เป็นหนึ่ง สีใหม่ PRESTIGE GRAY ที่เพิ่งได้รับรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย สำหรับรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์รับโปรโมชันสุดพิเศษ รับฟรี! GIFT VOUCHER มูลค่าตั้งแต่ 2,000 –76,000 บาท ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 เท่านั้น

    สำหรับโปรโมชันสุดพิเศษจากบูธ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 (เฉพาะลูกค้าที่จองในงาน MOTOR EXPO 2025 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 10 ธันวาคม 2568) ซื้อรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี รับ VOUCHER ส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท พร้อมของแถม และดอกเบี้ยราคาพิเศษเฉพาะในงานนี้ ซื้อรถยามาฮ่าบิ๊กไบค์ ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมรับ VOUCHER ส่วนลด 10,000 – 76,000 บาท  พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับเครืองแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE เครื่องแต่งกายลิขสิทธิ์แท้จากยามาฮ่า ลดสูงสุดถึง 68% อุปกรณ์ตกแต่ง และหมวกกันน็อก ลิขสิทธิ์แท้ยามาฮ่า ลดสูงสุด 20% ผลิตภัณฑ์ น้ำมันเครื่องแท้ YAMALUBE ลดสูงสุด 10%

    นอกจากนั้นยังล้ำไปอีกขั้นด้วยการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากยามาฮ่า ผ่าน “ช้อปออนไลน์กับยามาฮ่าได้แล้ววันนี้” ที่ YAMAHA ONLINE SHOP สะดวก รวดเร็ว มั่นใจ ของแท้แน่นอน อยู่บ้านก็ช้อปได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    สำหรับลูกค้ายามาฮ่าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสุดล้ำ YAMAHA SMART REWARD เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายจากยามาฮ่า สมาชิกใหม่รับฟรี 5,000 คะแนน พิเศษ! สมาชิกปัจจุบันสามารถใช้ 100 คะแนน เพื่อแลกเป็นส่วนลด 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่บูธ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมรับเงื่อนไขสุดพิเศษได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ YAMAHA CALL CENTER โทร. 02- 263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

    WEBSITE: WWW.YAMAHA-MOTOR.CO.TH
    FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND
    INSTAGRAM: @YAMAHA SOCIETY THAILAND
    YOUTUBE: YAMAHA SOCIETY THAILAND
    LINE OA: @YAMAHASOCIETY

    #MOTOREXPO #MOTOREXPO2025
    #YAMAHA #REVSYOURHEART #ยามาฮ่า #เร่งชีวิตให้เร้าใจ
    #YAMAHASOCIETYTHAILAND


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธ.ค. 2568

    3 Min Read

    เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธ.ค. 2568

    เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันสุดคุ้มด้วยข้อเสนอและแพ็กเกจคุ้มครองแบบจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ครอบคลุมรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นหลัก ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่ ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา The Kia EV5, The Kia EV9 และ The Kia Sorento PHEV AWD ซึ่ง The Kia Carnival มี 2 ระบบขับเคลื่อน คือ ดีเซล และไฮบริด โดยโปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 300,000 บาท The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 400,000 บาท The Kia Sorento PHEV AWD มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 350,000 บาท และ The Kia EV5 Air มอบส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท และมอบแพ็กเกจความคุ้มครอง โดยโปรโมชันสำหรับแต่ละรุ่นย่อยจะมีข้อเสนอแตกต่างกันไป อาทิ การรับประกันคุณภาพ ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) สำหรับรถกลุ่มอีวี (EV) ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นต้น โดยเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้ยกขบวนรถเอสยูวีและเอ็มพีวีอีกหลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกไลน์อัปมาจัดแสดงที่งาน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตรกรรมและสอบถามรายละเอียดโปรโมชันได้ ณ บูทเกียหมายเลข A24 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 และยังสามารถพบข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธันวาคม 2568

    The Kia Carnival – รถเอ็มพีวีรุ่นเรือธงที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่” ที่ได้รับการตอบรับที่ดี มายาวนานกว่า 20 ปี จากครอบครัวไทย การันตีความนิยมด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 2 ล้านคัน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการทั้งความอเนกประสงค์และความหรูหรา มอบประสบการณ์การขับขี่อันดีเยี่ยมสำหรับการเดินทางทั้งชีวิตประจำวันหรือสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยปัจจุบัน The Kia Carnival จำหน่ายในไทยทั้งหมด 2 ระบบขับเคลื่อน ได้แก่ The Kia Carnival Diesel และ The new Kia Carnival HEV 7-seater

     

    The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) นำเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปของ The Kia Carnival มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium

    • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kWh และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร
    • ดีไซน์ภายนอก ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้า Tiger Nose อันเป็นเอกลักษณ์ของเกีย ผสานไฟหน้า–ไฟท้าย LED Star Map และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มความหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้น
    • โดดเด่นด้วยจอโค้งพาโนรามิกขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส 3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ Infotainment & Climate Switchable Controller ที่ให้ผู้ขับสามารถ สลับควบคุมระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศได้ในสัมผัสเดียว
    • ฟังก์ชันความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ด้วยทางเดิน Walkthrough Access ที่กว้างขวาง ช่วยให้ผู้โดยสาร เข้าถึงเบาะแถวสามได้อย่างสะดวก
    • เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีแฮนด์ฟรี ทั้งประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power Sliding Door ฝากระโปรงท้าย อัจฉริยะ Smart Tailgate และเบาะแถวสามแบบ Flat Folding Seats ที่พับเรียบเสมอพื้นภายใน 5 วินาที เพื่อเพิ่มพื้นที่ เก็บสัมภาระ

     

    โปรโมชันสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]
    • พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด และธนาคารทหารไทยธนชาต*กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

    [3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์(กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

     

    The Kia Carnival Diesel มาพร้อมเครื่องยนต์ Smartstream ดีเซล 2.2 ลิตร มาตรฐาน EURO 5 ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ให้ความมั่นใจและประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่
    The Kia Carnival LX, The Kia Carnival EX และ The Kia Carnival SXL ซึ่งเป็นแบบ 11 ที่นั่ง และ The Kia Carnival SXL Luxury ซึ่งเป็นแบบ 7 ที่นั่ง

    • มอบความนุ่มนวลทุกการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift
    • ในรุ่น 11 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ให้สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ มาพร้อมถังน้ำมัน 72 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อหนึ่งถัง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง
    • ในรุ่น 7 ที่นั่ง มอบประสบการณ์หรูหราแบบ “1st Class Lounge” ด้วยเบาะแถวที่สองพรีเมียมปรับเอนได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ รองรับโหมด Relaxation ที่ปรับเอนอัตโนมัติในสัมผัสเดียว พร้อม Dual Sunroof เพิ่มความโปร่งสบายตลอดการเดินทาง
    • มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครัน

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel LX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel EX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 100,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดมูลค่า 300,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 160,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น LX, EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

    [5] สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [2] มีมูลค่า 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [6] อัตราดอกเบี้ยต้นงวดพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับรุ่น EX, SXL เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน และอัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดมูลค่า 400,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 250,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

    [4] สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [2] มีมูลค่า 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [6] อัตราดอกเบี้ยต้นงวดพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับรุ่น SXL Luxury เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน และอัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

     

    The Kia EV5 – รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% โดดเด่นทั้งในด้านพื้นที่ ดีไซน์ สไตล์การขับขี่ และความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของครอบครัวยุคใหม่อย่างครบครัน มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่ The Kia EV5 Light, The Kia EV5 Air, The Kia EV5 Earth Long Range, The Kia EV5 Earth Exclusive AWD และ The Kia EV5 GT-Line AWD

    • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 64 และ 88 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 665 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (ในรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range)
    • ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย ด้วยไฟหน้าและไฟท้าย LED Starmap กระจังหน้าแบบ Tiger Face มือจับประตูแบบ Flush type และฝาท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
    • ภายในสะดวกสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะนั่งคนขับแบบ Relaxation ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวด AirCell 6 จุด ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ โต๊ะแบบพับเก็บได้ ช่องเก็บของพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น-ความร้อน และแผงปิดสัมภาระอเนกประสงค์ปรับเป็นโต๊ะหรือชั้นวางของได้ มีระบบจ่ายไฟภายนอก V2L
    • เชื่อมต่อเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดด้วยจอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับ Apple CarPlay / Android Auto และเครื่องเสียง Harman Kardon (ในรุ่น Earth exclusive AWD และ GT-Line AWD).
    • ความปลอดภัยเหนือระดับที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Light สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [1]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [2]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [3]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [4] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [5]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [3] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] สำหรับ The Kia EV5 Light สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Air สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท + ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท [1]

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [3]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

    หมายเหตุ:

    [1] ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท สำหรับ 10 เดือนแรก หลังจากหักช่วยผ่อน 5,000 บาทต่อเดือน เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 84 เดือน คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด โดยแคมเปญ Kia ช่วยผ่อนสำหรับรถยนต์ EV5 Air จะได้รับการหักค่าผ่อนชำระค่างวดลดลงเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 10 เดือน รวมมูลค่า 50,000 บาท กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 10 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

    [2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth Long Range สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    เพิ่มมูลค่ารถคันเดิม 100,000 บาท + Kia ช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน [1]

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

    หมายเหตุ:

    [1] แคมเปญ Kia ช่วยผ่อนสำหรับรถยนต์ EV5 Earth Long Range จะได้รับการหักค่าผ่อนชำระค่างวดลดลงเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 10 เดือน รวมมูลค่า 50,000 บาท กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 10 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

    [2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [8] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth Exclusive AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,799,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 100,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[4]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 222,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,899,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 120,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] Kia Home Charger 7kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 45,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

     

    The Kia EV9 – รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย อาทิ รางวัล World Car of the Year และ World Electric Vehicle จากงาน World Car Awards ประจำปี 2024 รางวัล ‘Best of the Best’ จาก Red Dot Award: รางวัล IDEA โกล์ด จากงาน International Design Excellence Awards และล่าสุดกับ Woman Worldwide Car of the years

    • สมรรถนะทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dual motor ขนาด 8 kWh ให้กำลังรวม 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที
    • ภายในห้องโดยสารหรูหรา เบาะนั่งด้านหน้าและแถวที่ 2 แบบ Relaxation ปรับเอนนอนและเลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศ ระบบอุ่นเบาะ และระบบนวดสำหรับเบาะแถว 2
    • เทคโนโลยีล้ำสมัย จอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อไร้สาย พร้อมกล้อง Surround View Monitor แบบ 3 มิติ และระบบเครื่องเสียง Meridian 14 ตำแหน่ง
    • ระยะทางขับขี่ยาวไกล มีระยะการเดินทางสูงสุดถึง 647 กิโลเมตร  ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD พร้อมระบบชาร์จเร็วพิเศษ 350 กิโลวัตต์
    • ความปลอดภัยเหนือระดับมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 20 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    • อัตราดอกเบี้ย 0%พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี[2]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] Kia Home Charger 22kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

    [4] เงื่อนไขค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    The Kia Sorento PHEV AWD– เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูที่ผสาน สุนทรียะและฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางอย่างครบครัน

    • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ Smartstream Turbo 1.6 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Shift-by-Wire พร้อมระบบขับเคลื่อน All Wheel Drive รองรับการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าสูงสุด 66 กิโลเมตร
    • ห้องโดยสารออกแบบเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง เบาะทั้ง 3 แถว รองรับการนั่งอย่างสะดวก เบาะคู่หน้ามาพร้อม ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ ส่วนเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับได้อิสระ และสามารถเข้า–ออกแถวสาม ได้ง่าย
    • มอบความเย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิแยก 2 โซน พร้อมช่องแอร์ครบทั้ง 3 แถวที่นั่ง
    • เสริมความทันสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital Supervision 12.3 นิ้ว พร้อม Head-up Display และพอร์ต USB ครบทุกตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
    • มอบความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบช่วยขับขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครันในทุกการเดินทาง

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Sorento PHEV AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 350,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท)

    • อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

    หมายเหตุ:

    [1] ] อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
    • โปรโมชันสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 (ไม่รวมโปรโมชันสำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD)
    • โปรโมชัน The Kia EV9 GT-Line AWD สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568
    • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
    • เฉพาะผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น
    • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
    • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
    • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุอวดโฉมทัพยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่… ของชีวิต ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

    4 Min Read

    อีซูซุอวดโฉมทัพยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…      ของชีวิต  ในงาน “มหกรรมยานยนต์  ครั้งที่ 42”

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด นำทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด รวม 15 คัน ร่วมแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” (Thailand International Motor Expo 2025) อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ JAPANESE QUALITY” ผสานทุกบริบทแห่งอัตลักษณ์ของอีซูซุในนิยามล่าสุด THE ONE & ONLY” ถ่ายทอดเป็นความประณีตแบบญี่ปุ่นในทุกรายละเอียด สะท้อนจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบ เพื่อความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์     ทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

    มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้   อีซูซุได้นำเสนอบูธภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ONE & ONLY AND JAPANESE QUALITY” สะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีความพิถีพิถันทั้งในคุณภาพสินค้าและการดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขายในแบบฉบับอีซูซุ ครั้งนี้เรานำยนตรกรรมมาร่วมจัดแสดงครบทุกรุ่น ทั้งรถรุ่นมาตรฐาน และรถแต่งพิเศษ นำโดย ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” รถปิกอัพแห่งอนาคตที่สืบทอด DNA แห่งความเชื่อมั่นมากว่าครึ่งศตวรรษ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคตใหม่ล่าสุด ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! และ MU-X “THE NEXT PEAK” รถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่ยกระดับสู่จุดพีคใหม่ของชีวิต ด้วยช่วงล่างใหม่โช้กอัพ แบบ STIFF FLEX เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่       ที่มั่นใจเหนือระดับ พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ อีซูซุได้ชม TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกของโลกที่สำนักแต่งชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น TOP SECRET เลือกใช้รถปิกอัพ ISUZU    D-MAX Hi-Lander MAXFORCE ไปแต่งแบบจัดเต็มในสไตล์ของ TOP SECRET  พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านและตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อเป็น “พันธมิตรที่ดี” เคียงข้างธุรกิจของลูกค้าเสมอ อีซูซุได้จัดแคมเพจ์นใหญ่   ส่งท้ายปี MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถอีซูซุในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เราขอแนะนำโปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์ใหม่ ISUZU My-MEMBER” เอกสิทธิ์พิเศษอัปเกรดได้  ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการสะสมคะแนนและรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำมากมายซึ่งกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้”

    สำหรับยนตรกรรมที่อีซูซุนำมาจัดแสดงภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025 รวม 15 คัน ดังนี้

    ยนตรกรรมอีซูซุตกแต่งพิเศษแบบไลฟ์สไตล์ รวม 6 คัน ได้แก่

    • ISUZU D-MAX HI-LANDER “TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกที่สำนักแต่งรถชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น “TOP SECRET” เลือกรถปิกอัพไปแต่งแบบเต็มพิกัด ด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมรอบคัน เพิ่มความดุดันและมีน้ำหนักเบา แรงเต็มสูบด้วยการปรับแต่งเพิ่มความแรงเครื่องยนต์จากสำนัก ECU Shop เน้นแรงแบบไร้ควัน เพิ่มสมรรถนะช่วงล่างให้รับกับความแรง ด้วยชุดช่วงล่างจาก PROFENDER พร้อมระบบเบรก AP RACING จับคู่กับล้อยอดนิยมตลอดกาล RAYS ENGINEERING VOLK RACING รุ่น TE37 ขนาด 18 นิ้ว จากญี่ปุ่น ยาง BRIDGESTONE ALENZA 001 เสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับการขับขี่ พร้อมชุดแต่งภายในคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมของ TOP SECRET เบาะรถแข่งคู่หน้า RECARO รุ่น TOM CAT และพวงมาลัยเรซซิ่งของ SARD

    • ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด M สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) พร้อมชุดแต่ง Top Secret รอบคัน เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ระดับพรีเมียมรอบคันทั้งภายนอกและภายในจาก TOP SECRET เริ่มจากชุดฝากระโปรงหน้า ฝากระบะท้าย สเกิร์ตหน้า และฝาครอบกระจกมองข้าง พร้อมสติกเกอร์ภายนอกรถจาก TOP SECRET และชุดตกแต่งแผงคอนโซลหน้า คอนโซลเกียร์ และแผงสวิตช์ประตูภายใน

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK 4X4 3.0 MAXFORCE เกรด S เกียร์ธรรมดา แต่ง TJM เปลี่ยนบรรยากาศให้เป็นตัวแต่งสายลุยแบบจัดเต็ม ด้านหน้าปรับโฉมให้เป็นรถ 4×4 รุ่น ท็อปแบบ ISUZU V-CROSS 4×4 เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยชุดตู้ท้ายกระบะของ TJM แบบ Custom สามารถปรับให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เสริมสมรรถนะการลุยด้วยชุดแต่ง TJM รอบคันด้วยชุดช่วงล่างยกสูง โช้กอัพ XGS RUGGED พร้อมชุดสปริงหน้าและแหนบรุ่น XGS เสริมการป้องกันรอบคันด้วยกันชนหน้า รุ่น Outback Bull Bar พร้อมรอกไฟฟ้าหน้า TJM รุ่น TORQ แรงฉุดลาก 9500 ปอนด์ ปกป้องด้านข้างด้วยชุดไซด์เรลกันกระแทกด้านข้าง พร้อมบันไดข้างรุ่น Modular Side Step พร้อมกันชนหลังรุ่น RB6 เสริมความเท่แบบแกร่งด้วยล้อ LENSO รุ่น ESCOBAR ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง TOYO รุ่น OPEN COUNTRY R/T ขนาด 285/70R17

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK THE ONE & ONLY 2 Ddi MAXFORCE เกรด S เกียร์อัตโนมัติ พร้อมกระบะพื้นเรียบแบบ FLAT DECK สีขาวไซบีเรียน (Siberian White) เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกด้วยการใช้กระบะท้ายเป็นแบบกระบะพื้นเรียบรุ่น FLAT DECK เพิ่มพื้นที่บรรทุก เปิดฝากระบะได้ทั้ง 3 ด้าน ขนของขึ้นลงได้ง่าย สะดวกยิ่งกว่า ไม่ติดซุ้มล้อ มาพร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 245/70R16

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ตกแต่งพิเศษด้วยคอนเซ็ปต์ “JAPANESE SPORT-SUV” สัญลักษณ์แห่งคุณภาพแบบญี่ปุ่น เน้นคุณภาพและความเชื่อมั่นที่วางใจได้ เสริมความโดดเด่นด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก AKC ใส่ชุดโหลดช่วงล่างจาก PROFENDER เสริมลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอย LENSO รุ่น JAGER APOLLO พร้อมยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50R20 ขนาด 20 นิ้ว หยุดรถได้อย่างมั่นใจด้วยระบบเบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT และเบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT พร้อมจานเบรกขนาด 355 มิลลิเมตร จาก Run Stop

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Ultimate 2.2 Ddi MAXFORCE สีดำบาวาเรียนไมก้า (Bavarian Black Mica) มาพร้อมคอนเซ็ปต์รถครอบครัวเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมความปลอดภัยครบครันด้วย ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ เพิ่มความอเนกประสงค์ในการเดินทางด้วยชุดคานบนหลังคา THULE รุ่น WINGBAR EDGE เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ ด้วยกล่อง THULE FORCE บนหลังคา เสริมความมั่นใจในการเดินทางด้วยล้อ LENSO รุ่น JAGER DYNA พร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 265/50R20

    รถอีซูซุรุ่นมาตรฐาน รวม 9 คัน ได้แก่

     

    • ใหม่! ISUZU X-SERIES HI-LANDER 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพสปอร์ตยกสูง ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและโหมด Rev Tronic ใหม่! และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว เสริมชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้าดีไซน์พิเศษโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS กันชนหน้า – หลังสีเดียวกับตัวรถสไตล์ Integrated   Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย พร้อมสติกเกอร์ Uptown Vibe คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยสีเทาเข้ม และ Piano Black พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังและเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว

     

    • ใหม่! ISUZU X-SERIES SPEED 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา สีดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยใหม่! ชุดแต่ง The X-Package กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS สเกิร์ตหน้า-หลัง สไตล์ Integrated ลาย Kevlar พร้อมปั๊มลาย X พร้อมสติกเกอร์ Illusion of Speed คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 16 นิ้ว เพิ่มอารมณ์การขับแบบสปอร์ตด้วยห้องโดยสารโทนดำ-แดง เร้าใจ และเบาะนั่งผ้าพรีเมียมดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X หน้าจอ Infotainment 8 นิ้วรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay

     

    • ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 4 ประตู 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพ 4 ประตูยกสูง รุ่นใหม่ล่าสุดที่สืบทอด DNA ความเชื่อมั่นอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ให้ความแรง แต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ที่ให้อัตราทดต่อเนื่อง ต้นจัด ปลายไหล เปลี่ยนเกียร์ได้นิ่มนวล ขับขี่สบายยิ่งขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว ล่าสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ ครบครันกับระบบความปลอดภัย ADAS อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB และ MCB และอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปลอดภัยมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตด้วยกระจังหน้าใหม่แบบ Multi-layer เท่ทุกมุมมอง พร้อมไฟหน้า Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight และไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้อ อัลลอย 18 นิ้ว สีทูโทน ภายในสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งสปอร์ต COOLMAX ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง จอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูลกับ หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แสดงผลได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และอื่นๆ พร้อมรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay* พร้อม Charging Socket แบบ USB-C ทั้งที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง

      

    • ใหม่! ISUZU D-MAX CAB4 “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์อัตโนมัติ สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก(Bohemian Silver Metallic) ปิกอัพดีไซน์เท่ แกร่งทุกมุมมอง เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่ง สีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียมสีดำ

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPACECAB “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์ธรรมดา สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) ปิกอัพดีไซน์เท่ สมรรถนะเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งสีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางเบาะผ้าพรีเมียม

     

    • ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” 0 Ddi MAXFORCE เกรด M สีใหม่อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค (Inishmore Gray Opaque) ปิกอัพสปอร์ตออฟโรดรุ่นล่าสุดเครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ลุยได้ทุกที่ด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้า E-Diff Lock และระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ยกระดับการขับขี่ให้สะดวกสบายขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ขับง่าย สะดวกสบาย ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำทุกสภาพถนน มั่นใจสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ เสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด! อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB, MCB และอื่นๆรวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ใหม่! ISUZU V-CROSS PACKAGE ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า Multi-layer ดุดันทรงพลังเกินขีดจำกัด ไฟหน้าดีไซน์พิเศษ      โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ที่ทำหน้าที่ Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว ไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้ออัลลอย 18 นิ้ว              สี Matte Black ดีไซน์ Metal Claw สปอร์ตเท่ ดุดัน ได้ใจสายลุย ภายในใหม่! เบาะนั่ง        ทูโทนดีไซน์เท่ โอบกระชับทุกสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ในตำแหน่งที่นั่งคนขับ

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 4WD 3.0 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนได้ง่าย พร้อมระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ตล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอดการขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto / Apple CarPlay* Bluetooth, WiFi Mirroring, USB-C ลำโพง 8 ตำแหน่ง ขับสะดวกสบายด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา และกล้องถอยหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Rev Tronic และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ขับสนุกยิ่งกว่าเคย ด้วยอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น ให้อารมณ์สปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ DYNAMIC รอบคัน สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ต ล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอด      การขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS            สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ELEGANT 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ Rev Tronic 8 สปีด และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย มาพร้อม ใหม่! ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS กล้องหน้าคู่พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตหรู ด้วยกระจังหน้าสีเทาดำ และ Titanium Carbide กันชนสีทูโทน และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ดีไซน์ Dynamic Blade ภายในโอ่อ่าหรูหราด้วยคอนโซลและแผงประตูตกแต่ง Titanium Gray Metallic–Piano Black เบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สี TRUFFLE BROWN

     

    นอกจากยนตรกรรมใหม่…อีซูซุยังได้มอบแคมเพจ์นพิเศษและเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้า ดังนี้

    • แคมเพจ์นขอบคุณลูกค้าสุดยิ่งใหญ่ MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568       จับรางวัลจำนวน 9 สัปดาห์  โดยมีรายละเอียดรางวัล ดังนี้
    • รางวัลบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,500 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 1,907 รางวัล มูลค่ารวม 38,700,900 บาท
    • ลงทะเบียนผ่านทาง https://www.isuzu-tis.com/register
    • อัปเกรดใหม่! โปรแกรมสิทธิพิเศษสมาชิกอีซูซุ “ISUZU My-MEMBER”… เอกสิทธิ์พิเศษ อัปเกรดได้ โปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์มากมายจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาเพื่อยกระดับและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้ารถปิกอัพอีซูซุและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ให้ดีกว่าเคย ลูกค้าสามารถรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดซื้อรถใหม่ ส่วนลดเข้าศูนย์บริการ หรือเอกสิทธิ์มากมายจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยแบ่งสมาชิกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมาย-ซิลเวอร์ ระดับมาย-โกลด์ ระดับมาย-แพลททินั่ม และระดับมาย-ไดมอนด์ ยิ่งระดับสูง เอกสิทธิ์ยิ่งมาก! ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน my-ISUZU อย่าลืมมาเช็กอิน พร้อมรับคะแนนพิเศษได้ที่บูธ   อีซูซุตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
    • แคมเพจ์นพิเศษจากศูนย์บริการ ลูกค้ารถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ที่เป็นสมาชิก ISUZU My-MEMBER รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “Isuzu my-MEMBER ได้ทั้งลด ได้ทั้งคะแนน” น้ำมันเครื่องและไส้กรอง (เกรดกึ่งสังเคราะห์และสังเคราะห์) ลดสูงสุด 10% อะไหล่ลดสูงสุด 15% ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ พร้อมกดรับคูปองส่วนลดอื่น ๆอีกมากมายผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU และลูกค้ารถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น) รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “มั่นใจทุกเส้นทาง คุ้มยาวตลอดปี” ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ กว่า 50 รายการ และส่วนลดอะไหล่สูงสุด 15% พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษ “บอกหน่อยทำไมถึงวางใจศูนย์บริการอีซูซุ” เพียงรีวิวศูนย์บริการผ่าน my-Circle และ Facebook พร้อมติดแฮชแท็ก #ศูนย์อีซูซุวางใจได้ และแฮชแท็กประจำศูนย์บริการ            ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับคูปองส่วนลดและบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

    เชิญสัมผัสและลงทะเบียนทดลองขับยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธอีซูซุ  ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ดูคาติ ประเทศไทย” คัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวไลน์อัป 2 รุ่นใหม่ และดีลพิเศษเฉพาะงาน Motor Expo 2025

    1 Min Read

    “ดูคาติ ประเทศไทย” คัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวไลน์อัป 2 รุ่นใหม่ และดีลพิเศษเฉพาะงาน Motor Expo 2025

    “ดูคาติ ประเทศไทย” (Ducati Thailand) ภายใต้การบริหารของบ้านหลังใหม่ บริษัท เอเอเอส โมโต โครเซ่ จำกัด เชิญแฟนความแรงและผู้หลงใหลสุนทรียะแห่งการขับเคลื่อนสไตล์อิตาเลียนร่วมสัมผัสโมเมนต์ประวัติศาสตร์ กับการกลับมาครั้งสำคัญที่ยกระดับมาตรฐานของแบรนด์ดูคาติให้พรีเมียมสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม ทั้งด้านภาพลักษณ์ การดูแลหลังการขาย และประสบการณ์บริการระดับเวิลด์คลาส โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธ Ducati Thailand หมายเลข G08-2 อาคาร ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    ในปีแห่งการกลับมาครั้งนี้ ดูคาติ ประเทศไทย ขนทัพไลน์อัปรุ่นใหม่มาเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยถึง 2 รุ่น ได้แก่ XDiavel และ Desmo 450MX พร้อมด้วยความพิเศษระดับนักสะสมจากรุ่นลิมิเต็ด Scrambler Thailand Edition ที่ผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งทั้ง 3 รุ่น ถูกนำมาเสนอเพื่อตอกย้ำดีเอ็นเอของดูคาติในด้านความหรูหรา สมรรถนะ และความงามแบบอิตาเลียนสปอร์ตที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำอย่างสมบูรณ์แบบ

    คุณอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ผู้บริหาร ดูคาติ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “การกลับมาของ ดูคาติ ประเทศไทย ครั้งนี้ เราตั้งใจยกระดับมาตรฐานทุกด้านให้สมกับความไว้วางใจของแฟนดูคาติ ที่เฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านบริการ การดูแลหลังการขาย และการมอบประสบการณ์ที่พรีเมียมกว่าเคย ไลน์อัปที่นำมาเปิดตัวครั้งนี้คือสัญลักษณ์ของยุคใหม่ของดูคาติในประเทศไทย ที่มุ่งนำเสนอความหรูหราและสมรรถนะระดับโลกในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

    ด้าน คุณมาโค่ บิออนดิ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติ ประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดสำคัญของดูคาติ โดยมีชุมชนแฟนดูคาติที่แข็งแรงและมากด้วยพลังความหลงใหล ไลน์อัปใหม่ทั้ง 3 รุ่น รวมถึงรุ่นลิมิเต็ดที่นำมาเปิดตัวในงานนี้ สะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านดีไซน์คุณภาพระดับสูง และเครื่องยนต์ที่ถ่ายทอดบุคลิกของดูคาติอย่างชัดเจน เราต้องการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ให้ผู้ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์พรีเมียมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จระดับโลกของดูคาติ”

    สำหรับไฮไลต์แรก XDiavel คือการตีความครุยเซอร์ในสไตล์ดูคาติที่ผสานดีไซน์เฉียบคมเข้ากับสมรรถนะเครื่องยนต์ Testastretta DVT 1,262 ซีซี ให้แรงบิดดุดัน และดีไซน์หรูเหมาะสำหรับผู้ขี่ที่ต้องการความพรีเมียมและความโดดเด่น

    ทางด้าน Desmo 450MX คือการเปิดประตูครั้งแรกของดูคาติสู่โลกโมโตครอส ด้วยเครื่องยนต์สูบเดียว 449 ซีซี ระบบวาล์วแบบ Desmodromic น้ำหนักตัวเพียงราว 104 กิโลกรัม และกำลังที่ตอบสนองฉับไว ทำให้เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อผู้รักสายลุยที่ต้องการสัมผัสเอกลักษณ์ของดูคาติในโลกออฟโรด

    ส่วน Scrambler Thailand Edition รุ่นลิมิเต็ด คือการผสานจิตวิญญาณของ Scrambler เข้ากับศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย Arjan Neng ซึ่งสร้างสรรค์ลวดลายเฉพาะอย่างประณีตและทรงพลังบนรถรุ่นที่เป็นไอคอนของดูคาติ เป็นรถสะสมที่มีจำนวนจำกัดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษไม่เหมือนใคร

    เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาอย่างเป็นทางการ ดูคาติ ประเทศไทย มอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ Ducati Triple Crown Celebration ฉลองความสำเร็จแชมป์โลก MotoGP ถึง 3 สมัยติดต่อกัน มอบวารันตีสูงสุด 4 ปีเต็ม พร้อมฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร สิทธิพิเศษนี้สงวนให้เฉพาะผู้ที่จองภายในงาน Motor Expo 2025 เท่านั้น ทำให้การเป็นเจ้าของดูคาติในปีนี้ คุ้มค่าและพิเศษยิ่งกว่าเคย

    การกลับมาของ ดูคาติ ประเทศไทย ในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ แต่คือการประกาศมาตรฐานใหม่ของความพรีเมียม การบริการ และประสบการณ์ลูกค้าในแบบดูคาติ ผู้สนใจสามารถสัมผัสรถทุกรุ่น ทดลองนั่ง และรับข้อมูลแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ที่บูธ Ducati Thailand หมายเลข G08-2 ในงาน Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 และคว้าข้อเสนอพิเศษที่สุดแห่งปีได้ภายในงานเท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยลโฉม ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำ และ ZEEKR 009 GRAND อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่ให้คำนิยามมากกว่าความหรูหรา งานศิลป์ชิ้นเอกที่พร้อมให้คุณสัมผัส ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    2 Min Read

    ยลโฉม ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำ และ ZEEKR 009 GRAND อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่ให้คำนิยามมากกว่าความหรูหรา งานศิลป์ชิ้นเอกที่พร้อมให้คุณสัมผัส ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี นำทัพยนตรกรรมไฟฟ้าอวดโฉมในงาน Thailand International Motor Expo 2025 พร้อมนำเสนอ ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำที่ทลายกรอบรถครอบครัวแบบเดิม ๆ สู่ Living Room on Wheels ที่พร้อมผจญภัยไปด้วยกัน กับฟังก์ชันหลากหลายที่รองรับทุกกิจกรรม และ ZEEKR 009 GRAND เอ็มพีวีไฟฟ้าอัลตร้าลักชูรี ที่สุดแห่งสถาปัตยกรรมแห่งการเดินทาง เผยโฉมครั้งแรกในไทย รวมถึง ZEEKR 009 Flagship AWD รูปแบบ 6 ที่นั่ง ZEEKR 009 Premium AWD รูปแบบ 7 ที่นั่ง ZEEKR 009 Standard – Premium Mobility รูปแบบ 7 ที่นั่ง และ ZEEKR 7X รุ่น Standard RWD ZEEKR 7X Long Range RWD และ ZEEKR 7X Performance AWD พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษสำหรับผู้จองรถในงานที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568

    Unleashing Performance and Innovation for Your Limitless Journey” คือแนวคิดในการนำเสนอตัวตน ผ่านบูธ ZEEKR ที่ถูกเนรมิตขึ้นในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งยังคงเน้นย้ำให้ความสำคัญในเรื่องของ “สมรรถนะ” และ “นวัตกรรม” ที่ถือเป็นแกนหลักของ ZEEKR กับ
    การมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสะท้อนความก้าวล้ำของโลกยานยนต์ในอนาคต โดยยังคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของความลักชูรี การมีตัวตนชัดเจน และความไม่เหมือนใคร ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ ZEEKR ผ่านพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 2 โซนใหญ่ โซนด้านนอกคือ Product Experience ที่แสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และโซนด้านในคือ
    ZEEKR Lounge พื้นที่ที่ให้สัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การดูแลทุกท่าน ประกอบไปด้วย

    • Exclusive Lounge Area พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัวสูงสุด ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง และสะดวกสบายเหนือระดับ
    • Garage Zone พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดที่ตีความนอกกรอบผ่านการเล่นกับแสงและสี อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEEKR สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นและตัวตนของ ZEEKR 7X รุ่น Performance ออกมาได้อย่างชัดเจน

    • ZEEKR Play Space พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในมุมของเล่นสำหรับเด็ก พร้อมรองรับลูกค้าและสมาชิกในครอบครัวด้วยการใส่ใจคัดสรรของตกแต่งที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
    • ZEEKR Catering Bar บาร์อาหารเครื่องดื่มที่ออกแบบด้วยลวดลายความโค้งอย่างพิถีพิถัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาการออกแบบ Golden Ratio ที่เป็นจิตวิญญาณของสร้างสรรค์รถยนต์ ZEEKR

    • User Activity Zone ที่มีกิจกรรมสร้างสรรค์ของที่ระลึกสำหรับผู้จองรถภายในงาน และเวิร์กชอปสุดพิเศษสำหรับลูกค้าปัจจุบัน เพื่อมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้าทุกท่าน

    • ZEEKR x PDM Zone พื้นที่นำเสนอความร่วมมือระหว่าง ZEEKR และ PDM แบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทยที่มีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีพร้อมการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งตอกย้ำการชู “Local Spirit” ของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกไปพร้อมกับการเติบโตของแบรนด์

     

    นอกจากนี้ ภายในเลานจ์มีการเล่นกับแสงไฟให้ล้อไปกับธรรมชาติตามช่วงเวลาจริง เสียงดนตรีคลอที่สัมพันธ์ระหว่างจังหวะและอารมณ์ รวมถึงกลิ่นหอมเฉพาะที่รังสรรค์สำหรับ ZEEKR ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการยกระดับประสบการณ์ “ความพิเศษ” ของลูกค้าตั้งแต่ก้าวเข้ามาภายในพื้นที่แห่งนี้ ผ่านโสตสัมผัสทั้งห้าที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

     

    ในส่วนของยนตรกรรมไฟฟ้าไฮไลท์ ประกอบด้วย

    ZEEKR Mix: The Next Chapter of Mobility Innovation

    รถมินิแวนภายใต้คอนเซ็ปต์ Living Mobility ที่ออกแบบบนสถาปัตยกรรม SEA-M ให้เป็นดั่ง “ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่” จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างชาญฉลาด โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงแคปซูลพร้อมหลังคากระจกแบบโค้งทรง Arc Sky ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งและกว้างขวาง มาพร้อมบานประตูแบบไร้เสากลาง (Pillarless Design) ซึ่งสามารถเปิดได้ กว้างถึง 1.48 เมตร เบาะแถวหน้าสามารถหมุนได้ถึง 270 องศา คอนโซลกลางปรับตำแหน่งได้เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบที่นั่งภายในห้องโดยสารได้อย่างอิสระ

    ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลังสูงสุด 416 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ขนาด 102 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC พร้อมเทคโนโลยี ZEEKR AD เสมือนการขับขี่อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการถอยจอดอัตโนมัติ การเตือนมุมอับสายตา หรือแม้แต่การเตือนการชนจากทางด้านหลัง เพิ่มความมั่นใจตลอดการเดินทาง

    ZEEKR 009 GRAND

    ยนตกรรมระดับอัลตร้าลักชูรี ที่สุดของไลฟ์สไตล์การเดินทางแบบ Exclusive ที่ ZEEKR มอบคำนิยามว่า “The Best in Craftmanship” ซึ่งนำเสนอสถาปัตยกรรมเคลื่อนที่ระดับ Masterpiece มอบความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดให้เป็นที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายขั้นสูงสุด พิถีพิถันด้วยการออกแบบอย่างประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยช่างฝีมือเฉพาะ สะท้อนผ่านกระจังหน้า Dark Badge ซึ่งผ่านการขัดเงามากกว่า 30 ชั่วโมง ต่อด้วยการชุบโครเมียมพิเศษเพิ่มความเงางาม และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว แบบ Floating Forged ด้วยความแข็งแกร่งจากกระบวนการมากกว่า 10 ขั้นตอน พร้อมการขัดเงามากกว่า 20 ชั่วโมง

    ด้วยคอนเซ็ปต์ห้องโดยสารระดับ First Class ที่มอบสัมผัสในแบบฉบับอัลตราลักชูรีทุกรายละเอียด ด้วยความนุ่มสบายจากผิวสัมผัสของหนัง Nappa เกรดพรีเมียม และสามารถปรับได้ 24 ทิศทาง พร้อมระบบนวด ระบายอากาศ การปรับเอนนอน โอบรับผู้โดยสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในห้องโดยสารปูด้วยพรมขนสัตว์นุ่มพิเศษที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี และยกระดับความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุดด้วย Partition ที่แยกระหว่างห้องโดยสารและพื้นที่สำหรับคนขับ พร้อมหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ถึง 43 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทางมากถึง 30 ตำแหน่งจาก Yamahaเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยหินจากเทือกเขาหิมาลัยผ่านการขัดเกลาอย่างประณีต มีลวดลายเฉพาะตัวที่สวิตช์สั่งการ ตกแต่งด้วยคริสตัล เพื่อมอบสัมผัสแห่งความหรูหรา สู่งานฝีมือระดับ Masterpiece โดย ZEEKR 009 GRAND มอบขุมพลังระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 778 แรงม้า มอบการขับขี่ได้มากถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC และความปลอดภัยจากโครงสร้างตัวถัง Single Piece Die Cast แบบ C-Ring บริเวณห้องโดยสาร พร้อมปกป้องผู้โดยสารในทุกการเดินทาง

    รวมถึงมีการจัดแสดงยนตรกรรมไฟฟ้า ZEEKR รุ่นอื่น ดังนี้

    • ZEEKR 009 Flagship AWD รูปแบบ 6 ที่นั่ง ลักชูรีเอ็มพีวีรุ่นแรกของ ZEEKR ที่สร้างปฏิวัติแนวคิดของการเดินทางยุคใหม่ในไทยซึ่งมอบความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหาร
    • ZEEKR 009 Premium AWD รูปแบบ 7 ที่นั่ง เอ็มพีวีที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ระดับลักชูรี
      ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของครอบครัว
    • ZEEKR 009 Standard – Premium Mobility ทางเลือกใหม่ของลักชูรีเอ็มพีวีที่มาพร้อมกับนิยามมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทาง
    • ZEEKR 7X สุนทรียะแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและสุดยอดเทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวสำหรับทุกการเดินทาง

     

    นายอเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “การนำเสนอ ZEEKR ในงาน Thailand International Motor Expo 2025 ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถเท่านั้น แต่เราต้องการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้เป็นที่น่าจดจำมากขึ้นในวงกว้าง ด้วยการออกแบบพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์ก ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับสร้างความรู้สึกร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บอกเล่าเรื่องราวของตัวตนที่เป็นมากกว่ายานยนต์อีวี และเป็นการสร้างคอมมิวนิตี้ที่เชื่อมโยงผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ มีการพูดคุย สร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ในขณะเดียวกันก็มีการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ที่จะมาตอบโจทย์การดำเนินชีวิตให้เป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผ่านยนตรกรรมอีวีที่เป็นเสมือนอีกหนึ่งสมาชิก        ในครอบครัว เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่มากกว่า และสร้างสังคม ZEEKR ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ภายใต้แคมเปญ ZEEKR League ผ่าน ZEEKR Application

     

    ตั้งแต่ ZEEKR ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในตลาดไทยจนถึงปัจจุบัน เราได้ร่วมสรรค์สร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับร่วมกับลูกค้าชาวไทยไปแล้วมากกว่า 4,000 คัน สิ่งที่เราให้ความสำคัญนอกเหนือจากการพัฒนายานยนต์อัจฉริยะ เรามุ่งเน้นการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปิดสถานีชาร์จ ZEEKR Power กำลังไฟสูงสุด 400 kW แห่งแรกในประเทศไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ยังมี ZEEKR Power ให้บริการอีก 4 สถานี  โดยมีเป้าหมายที่จะขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานของกลุ่มเป้าหมายใจกลางเมือง ถนนเส้นหลัก รวมถึง ZEEKR House ทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และขานรับตลาดที่กำลังเติบโต พร้อมเน้นย้ำงานบริการ
    หลังการขาย โดยเปิดศูนย์ฝึกอบรม ZEEKR Training Center หรือ ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานับเป็น HUB สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรให้มีองค์ความรู้ความสามารถครอบคลุมงานบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้เป็นแผนดำเนินงานที่ ZEEKR กำลังสร้างการรับรู้และต่อยอดกิจกรรมต่างๆ เพื่อวางรากฐาน “ความเชื่อมั่น” ของกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ และเสริมสร้างความผูกพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้ใช้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน

     

    และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ZEEKR ยังได้เตรียมของสมนาคุณในความร่วมมือระหว่าง ZEEKR และ PDM สำหรับผู้ที่จอง ZEEKR 009 ภายในงานจะได้รับ ZEEKR TOTE BAG และสำหรับผู้ที่จอง ZEEKR 7X ภายในงาน จะได้รับ ZEEKR MAT ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 10 ธันวาคม 2568 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    • รับฟรี Wallbox พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • โปรแกรมบำรุงรักษา*
    • ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งนาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี*
    • รถยนต์ทุกรุ่นของ ZEEKR จะได้รับการประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน*
    • การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่ง
      ถึงก่อน*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.zeekrlife.com/th-th/offers/offer-special-motor-expo

     

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์พร้อมจับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ZEEKR ได้ที่งาน Thailand International Motor Expo 2025 ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 ธันวาคม 2568 วันธรรมดา เวลา 12.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00-22.00 น.หรือที่ ZEEKR House ทั้ง 16 สาขา ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    2 Min Read

    OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เปิดตัว JAECOO 6T EV ยานยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต (Sport SUV) รุ่นล่าสุดของตระกูล JAECOO เปิดให้จองในราคาพิเศษ 1,049,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท จำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบรุ่นอื่น ๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    JAECOO 6T EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังแบบ Wide Body พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนความสปอร์ตทรงพลัง ตัวถังผลิตจากอลูมิเนียมคุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ H-ARM Suspension ที่มอบประสิทธิภาพการควบคุมและการทรงตัวที่เหนือชั้น ด้านสมรรถนะ JAECOO 6T EV สามารถพิชิตทางลาดชันได้สูงถึง 29 องศา พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่มีให้เลือกถึง 9 โหมดการขับขี่ รองรับทุกสภาพถนน ล้อขนาด 245/55 R19 มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และสามารถลุยน้ำท่วมขังได้ลึกถึง 625 มิลลิเมตร

    คุณเซดริก ชุย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “OMODA & JAECOO ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 286,966 คันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ของเรา สำหรับแผนการดำเนินงานในประเทศไทย เรามีแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่โรงงานในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 80,000 คันต่อปี การเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเราในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

    ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ Chery Automobile Group (Thailand) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเคียงข้างพี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเจ้าของรถ OMODA & JAECOO ทุกคันได้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ในครั้งนี้ 1 คัน = 100 บาท รวมกว่า 1,300,000 บาท เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่

    ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะมุ่งเน้นการพัฒนาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) 5 รุ่น โดยผลิตในประเทศ 2 รุ่นและนำเข้า 3 รุ่น, REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 1 รุ่น, HEV (Hybrid Electric Vehicle) 1 รุ่น และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) 2 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้งานของลูกค้า อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง และระบบความบันเทิงล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันที่มีกว่า 80 แห่งให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และการยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายผ่านศูนย์บริการที่ทันสมัยพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า

    คุณบิล จาง ผู้อำนวยการ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าแล้วกว่า 12,000 คัน สะท้อนความสำเร็จอย่างโดดเด่นในตลาดไทย พร้อมกันนี้ สำหรับปี 2569 เรามีแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนเป็น 120 แห่ง พร้อมเป้าหมายยอดขาย 26,000 คัน ด้านการบริการ เราจะยกระดับ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากบริการพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น ศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เรายังวางแผนเพิ่มบริการพิเศษใหม่ ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าของเรา”

    นอกจาก JAECOO 6T EV แล้ว OMODA & JAECOO ยังได้เผยโฉมรถต้นแบบอีก 3 รุ่น ได้แก่

    • OMODA 4 รถต้นแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากการผจญภัยในอวกาศ โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Cyber Mecha” ที่สื่อถึงยานสำรวจกาแล็กซี ผ่านซุ้มล้อทรงเหลี่ยม เส้นสายคมชัด กระจังหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED ดีไซน์สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวรูปตัว L ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดแนวคิด “ห้องนักบินยานอวกาศ” ผสานความล้ำสมัยและแฟชั่นได้อย่างลงตัว

    • TIANJI รถต้นแบบ SUV 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิดและไฟหน้าพาดยาวที่สร้างเอกลักษณ์ล้ำอนาคต ใช้ระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 300 กิโลเมตร และระยะทางรวมถึง 2,000 กิโลเมตร

    • ET9 รถต้นแบบ SUV ขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย แข็งแกร่ง และระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 220 กิโลเมตร พร้อมระยะทางรวมสูงสุด 1,400 กิโลเมตร

    นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังมุ่งเน้นการยกระดับบริการหลังการขาย โดยการพัฒนาบริการ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้เชิญลูกค้า JAECOO 6 EV มาอัปเดต Software Huawei x JAECOO เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทาง และลูกค้า JAECOO 5 EV มาอัปเดต Pet mode และ Camping mode ผ่านผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะยังคงมอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายให้กับลูกค้า อาทิ การอัปเดตซอฟต์แวร์ และโปรแกรมสะสมคะแนนแลกของรางวัล เช่น บริการฟรีค่าแรงซ่อมบำรุง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

    OMODA & JAECOO มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี การันตี JAECOO 5 EV ราคานี้ดีที่สุด (Best Price Guarantee) โดยเดินหน้าส่งมอบรถเพิ่มเติมอีก 3,000 คัน ก่อนสิ้นปี 2568 โดย

    • JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC มาพร้อมราคาพิเศษที่ 549,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท
    • JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคาพิเศษ 599,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท

    พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย อาทิ Home Charger พร้อมติดตั้ง, ประกันภัยชั้น1 ระยะเวลา 1 ปี,
    การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)​ และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System)​ ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

    JAECOO 6 EV มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี พร้อมส่วนลดสูงสุดสำหรับทุกรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เช่นรับประกันคุณภาพรถใหม่, แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)​ และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และสายชาร์จ V-to-L, ฟรี AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย

    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD มาพร้อมราคาพิเศษที่ 999,000 บาท* จากราคาปกติ 1,249,000 บาท
    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท
    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD PRO ราคาพิเศษ 799,000 บาท*

    JAECOO 7 SHS มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Expo พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น การรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และ AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย

    • JAECOO 7 SHS Dynamic มาพร้อมราคาพิเศษที่ 799,000 บาท* จากราคาปกติ 899,000 บาท
    • JAECOO 7 SHS Max ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 999,000 บาท

    สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” รั้งท็อป 9 ที่สุดของ “ฮอนด้า” ประเดิมเทสต์ “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ที่ เฮเรซ

    1 Min Read

    “ก้อง-สมเกียรติ” รั้งท็อป 9 ที่สุดของ “ฮอนด้า” ประเดิมเทสต์ “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ที่ เฮเรซ

    “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” เข้าร่วมสังกัดทีมโรงงาน “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ผ่านการทดสอบครั้งแรกในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ กับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 35 รั้งอันดับ 9 ที่ เซอร์กิโต เด เฮเรซ ประเทศสเปน โดยทำเวลาเร็วที่สุดของกลุ่มนักบิดฮอนด้า

    การทดสอบของศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 ตามโปรแกรมมีขึ้นเมื่อวันที่ 26-27 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ที่ เซอร์กิโต เด เฮเรซ ประเทศสเปน โดยนับเป็นครั้งแรกของ “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดไทยดีกรี โมโตจีพี ได้สัมผัสรถแข่ง เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ครั้งแรก

    หลังผ่าน 2 วันของการทดสอบที่เข้มข้น นักบิดไทยเน้นการทำงานด้านปรับตัวกับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 35 รวมถึงทำงานด้านเซ็ตติ้งร่วมกับวิศกร ฮอนด้า เอชอาร์ซี อย่างหนัก โดยลงเทสต์ไปทั้งสิ้น 142 รอบ ที่ เฮเรซ

    ผลการทดสอบปรากฏว่า “ก้อง-สมเกียรติ” ค่อยๆ ปรับปรุงเวลาได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง จบการเทสต์ครั้งนี้ด้วยอันดับ 9 (ไม่รวมนักบิดทดสอบที่ไม่ระบุชื่อ) เวลาต่อรอบดีที่สุด 1 นาที 39.494 วินาที ตามหลังผู้นำอยู่ 1.669 วินาที ถือเป็นนักบิด ฮอนด้า ที่ทำเวลาได้เร็วที่สุดในการทดสอบครั้งนี้ โดยเร็วกว่าทีมเมทชาวอังกฤษอย่าง “เจค ดิ๊กสัน” หมายเลข 96 อยู่ 0.314 วินาที

    “ก้อง-สมเกียรติ” กล่าวว่า  “ เป็นการทดสอบครั้งแรกที่ยอดเยี่ยม เหนือสิ่งอื่นใด ผมพยายามเรียนรู้ว่ารถแข่งคันนี้ และยาง (พิเรลลี) ทำงานอย่างไร เราเทสต์หลายรอบ หลายอย่าง ตลอดทั้งสองวันนี้เราพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง และค้นพบข้อดีใหม่ๆ ของรถ ผมต้องขี่ให้ได้จำนวนรอบมากขึ้น เพื่อทำความเข้าใจฟีลลิ่งกับยาง เพราะวันนี้ยังมีปัญหาเรื่องการเบรก ผมต้องเพิ่มความมั่นใจให้กับรถแข่ง แต่ผมคิดว่าเมื่อเราเจอมันแล้ว เราจะสามารถเค้นมันได้หนักขึ้นในฤดูกาล 2026

    “ผมสนุกนะ และทีมของเราก็น่าทึ่ง ผมสนุกทุกครั้งที่ลงไปขี่ในสนาม และผมก็พอใจมาก”
    “สำหรับความคาดหวังใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ผมบอกได้แค่ว่าจะทุ่มเทเต็มที่ทุกการแข่งขัน พยายามเก็บคะแนนกลับบ้านให้มากที่สุด”

    ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 จะเปิดฉากดวลความเร็วสนามแรกที่ ฟิลลิป ไอส์แลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 20-22 กุมภาพันธ์ 2026
    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #SC35 #Kong  #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ยกทัพรถจักรยานยนต์พรีเมียมบุก Motor Expo 2025 เปิดตัวโมเดลใหม่ 10 รุ่น ครอบคลุมโมเดิร์น คลาสสิก – โรดสเตอร์ – แอดเวนเจอร์ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษจัดเต็มส่งท้ายปี

    2 Min Read

    ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ยกทัพรถจักรยานยนต์พรีเมียมบุก Motor Expo 2025 เปิดตัวโมเดลใหม่ 10 รุ่น ครอบคลุมโมเดิร์น คลาสสิก – โรดสเตอร์ – แอดเวนเจอร์ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษจัดเต็มส่งท้ายปี

    ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ตอกย้ำผู้นำรถจักรยานยนต์พรีเมียมสัญชาติอังกฤษ เดินหน้ารุกตลาดส่งท้ายปีในงาน มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Motor Expo 2025 ด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่ของไลน์อัปปี 2026 ทั้งหมด 10 รุ่น ครอบคลุมกลุ่มโมเดิร์น คลาสสิก โรดสเตอร์ และแอดเวนเจอร์ที่ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ในทุกสไตล์ นำโดยตระกูล Bonneville ที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งด้านสเปกและเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่ ประกอบด้วย Bonneville Bobber, Bonneville Speedmaster, Bonneville T100, Bonneville T120 และ Bonneville T120 Black รวมถึงการเปิดตัวสมาชิกใหม่ล่าสุดของกลุ่มโรดสเตอร์ ได้แก่ Street Triple 765 RX เอาใจสายชื่นชอบความเร็ว ปิดท้ายด้วยการเผยโฉมจริงของ Scrambler 1200 XE, Scrambler 400 XC, Tiger 900 Alpine Edition และ Tiger 900 Desert Edition ที่ได้เปิดตัวและสร้างความตื่นตาตื่นใจไปในงาน Triumph Day 2025 ซึ่งทั้งหมดมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษส่งท้ายปี ไม่เพียงเท่านั้น! ยังมีโปรโมชันของรุ่นอื่น ๆ ตลอดจนเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ลดสูงสุด 50% รวมถึงโปรโมชันเสื้อผ้าและอุปกรณ์สวมใส่ที่ลดราคาสูงสุด 50% เฉพาะภายในนี้งานเท่านั้น เรียกได้ว่าจัดเต็มให้ครบเซ็ต พบกันได้ที่ บูธไทรอัมพ์ G03 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568

    นายชินศักดิ์ กิตติอมรกุล ผู้จัดการฝ่ายปฏิบัติการเชิงพาณิชย์ บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “จากเทรนด์ในปัจจุบันที่ผู้ขับขี่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและความปลอดภัย พร้อมด้วยความคุ้มค่า รวมถึงต้องการดีไซน์พรีเมียม – เอกลักษณ์เฉพาะตัวที่สะท้อนสไตล์ของตนเอง ไทรอัมพ์จึงมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่เพื่อรองรับเทรนด์เหล่านี้อย่างต่อเนื่อง ผ่านแผนเปิดตัวรถจักรยานยนต์ไลน์อัปปี 2026 ซึ่งถือเป็นปีที่ไทรอัมพ์เตรียมเปิดตัวรถมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์ โดยภายในงาน Motor Expo 2025 ครั้งนี้ เป็นเวทีสำคัญที่ไทรอัมพ์จะได้นำรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่และรุ่นปรับปรุงใหม่ทั้งหมดรวม 10 รุ่น มาเปิดตัวและจัดแสดงพร้อมกันเป็นครั้งแรกในประเทศไทยให้แฟน ๆ ได้ยลโฉมพร้อมจับจองเป็นเจ้าของ

    โดยการเปิดตัวครั้งนี้นำโดยกลุ่มโมเดิร์น คลาสสิกอันเลื่องชื่อของแบรนด์ในตระกูล Bonneville ที่ได้รับการพัฒนาทั้งด้านสเปกและเทคโนโลยี เริ่มต้นด้วย Bonneville Bobber ที่มาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ ขนาด 1,200 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 78 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร มีการอัปเกรดครั้งสำคัญกับถังน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้น 14 ลิตร และดีไซน์ตัวถังใหม่ เพิ่มความดุดันและสง่างามให้กับโฉมใหม่ของ Bobber และเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่ล้ำสมัยยิ่งขึ้นด้วย Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการเข้าโค้ง มีโหมดขับขี่ 2 แบบ ได้แก่ Road และ Rain เพื่อปรับการตอบสนองคันเร่งและการยึดเกาะถนนให้เหมาะสมตามสภาพการขับขี่ และระบบ Cruise Control ด้านรูปลักษณ์มาพร้อมเบาะนั่งแบบลอยดีไซน์ใหม่ที่กว้างขึ้น เพื่อเพิ่มความสบายให้ผู้ขับขี่  รวมถึงไฟหน้า LED ดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟ DRL อันโดดเด่น และ ช่องชาร์จ USB-C เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ระหว่างเดินทาง เทคโนโลยีทั้งหมดนี้ถูกผสานอย่างประณีตภายใต้ดีไซน์เรียบง่ายเฉพาะตัวของ Bobber คงไว้ซึ่งเสน่ห์ในสไตล์สุดเท่ แต่เพิ่มฟังก์ชันและความสะดวกสบายให้ตอบโจทย์ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว

    โดย Bonneville Bobber ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 637,000 บาท พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยสีสันสุดพรีเมียมให้เลือกถึง 3 สไตล์ ได้แก่ สี Interstellar Blue / Sapphire Black ที่หรูหราโดดเด่น สี Satin Mineral Grey / Satin Sapphire Black ที่เรียบหรูทันสมัย รวมั้งสี Jet Black สุดคลาสสิก

    Bonneville Speedmaster รถจักรยานยนต์ครุยเซอร์อังกฤษสุดคลาสสิกที่ได้รับการพัฒนาให้ล้ำยิ่งขึ้นกับเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ ขนาด 1,200 ซีซี ให้พละกำลังสูงสุด 78 แรงม้า และแรงบิดมหาศาล 106 นิวตันเมตรในรอบต่ำ ตอบสนองทันใจทุกครั้งที่บิดคันเร่ง ด้านดีไซน์สมรรถนะการขับขี่แบบทัวร์ริ่งที่ดีขึ้น ด้วยเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารที่กว้างขึ้น เพิ่มความสบาย และแฮนด์บาร์ที่ตรงขึ้นช่วยให้ท่าทางการขับขี่เป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น อีกทั้งถังน้ำมันขนาดใหญ่ขึ้น 14 ลิตร ช่วยเพิ่มระยะทางการขับขี่และสร้างบุคลิกที่โดดเด่นบนท้องถนน และล้อซี่ลวดขนาด 16 นิ้ว มาพร้อมยางหน้ากว้าง 130 และ 150 ขอบล้ออะลูมิเนียมน้ำหนักเบาใหม่ ช่วยเสริมประสิทธิภาพการควบคุมรถได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ด้านเทคโนโลยีใหม่อัดแน่นทั้งระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการเข้าโค้ง ขับเคลื่อนด้วย IMU ขั้นสูง ช่วยเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ ด้านไฟหน้า LED ทรงพลังใหม่พร้อมไฟ DRL อันเป็นเอกลักษณ์ และช่องชาร์จ USB-C ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและทัศนวิสัยที่ทันสมัย ตลอดจนโหมดการขับขี่ Road และ Rain ช่วยปรับการตอบสนองของคันเร่งและระบบยึดเกาะถนนให้เหมาะกับสถานการณ์ ขณะที่ระบบ Cruise Control เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกล ระบบคลัตช์ช่วยผ่อนแรง Slip & Assist ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างราบรื่น และคันเร่งไฟฟ้า Ride-by-Wire ให้การควบคุมที่แม่นยำ คาลิปเปอร์เบรกคู่หน้า Brembo แบบ 2 สูบพร้อมดิสก์เบรกคู่ขนาด 310 มม. มอบประสิทธิภาพการหยุดรถที่ทรงพลังและต่อเนื่อง ตอบโจทย์สไตล์การขี่ส่วนตัวหรือการเดินทางท่องเที่ยวได้ตามต้องการ

    Bonneville Speedmaster ปี 2026 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 637,000 บาท มี 2 เฉดสีใหม่ให้เลือก ได้แก่ สี Carnival Red / Crystal White พร้อมเส้นโค้ชไลน์สีทองที่วาดด้วยมือ หรือสี Sapphire Black / Crystal White ตกแต่งด้วยเส้นโค้ชไลน์สีทองที่วาดด้วยมือเช่นกัน

    โดยยังมีรถจักรยานยนต์รุ่นยอดนิยม Bonneville T100 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ขนาด 900 ซีซี ให้การตอบสนองฉับไว คล่องตัว และเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ ให้กำลังสูงสุด 65 แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตร ที่ 3,750 รอบต่อนาที มอบการควบคุมที่ราบรื่น ตอบสนองฉับไว และขับขี่ได้อย่างมั่นใจ พร้อมผสมผสานสมรรถนะสมัยใหม่เข้ากับจิตวิญญาณของรถคลาสสิกต้นแบบผ่านรูปลักษณ์ที่สะท้อน DNA อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างถังน้ำมันโลหะที่รังสรรค์อย่างประณีต แผ่นรองเข่ายางสุดคลาสสิก และตราสัญลักษณ์ Triumph บนถังน้ำมันอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยโทนสีที่ตกแต่งด้วยมือและรายละเอียดบนเส้นโค้ชไลน์ ลวดลายกราฟิกวงกลมแบบใหม่ที่แผงด้านข้างเป็นกรอบโลโก้ Bonneville สีทอง ขณะที่เทคโนโลยีที่เน้นผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น ทั้งระบบ Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการเข้าโค้ง มีโหมดการขับขี่ Road และ Rain เพื่อปรับการตอบสนองคันเร่ง และระบบ Traction Control ให้เหมาะกับสภาพถนน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น อีกทั้งไฟหน้า LED แบบใหม่ พร้อมไฟ DRL อันโดดเด่น ช่องชาร์จ USB-C เพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานอุปกรณ์ต่าง ๆ  รวมถึงยังสามารถติดตั้งระบบ Cruise Control ในรูปแบบอุปกรณ์เสริมได้อีกด้วย

    ทั้งนี้ Bonneville T100 ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 469,000 บาท มาพร้อม 2 สีพรีเมียมใหม่สำหรับปี 2026 ได้แก่ สี Snowdonia White / Sapphire Black และสี Jet Black / Diablo Red โดยทั้งสองสีมีรายละเอียดเส้นโค้ชไลน์สีทองที่วาดด้วยมือ ตลอดจนตัวเลือกสีมาตรฐานคือสี Stone Grey

    ขณะที่รถจักรยานยนต์ตำนานไอคอน Bonneville T120 และ Bonneville T120 Black ทั้งสองรุ่นมากับเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่แรงบิดสูงขนาด 1,200 ซีซี ที่ปรับแต่งเพื่อการตอบสนองนุ่มนวลตลอดทุกช่วงรอบ ให้แรงบิดสูงสุด 105 นิวตันเมตร ที่ 3,500 รอบต่อนาที และกำลังสูงสุด 80 แรงม้า ที่ 6,550 รอบต่อนาที ตอบสนองอย่างฉับไวในทุกจังหวะการบิดคันเร่ง มอบแรงบิดอันเร้าใจ อัตราเร่งอันทรงพลัง แต่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ไว้อย่างเหนียวแน่น โดยเฉพาะถังน้ำมันโลหะที่รังสรรค์ขึ้นอย่างประณีต แผ่นรองเข่ายางสุดคลาสสิก และตราสัญลักษณ์ Triumph บนถังน้ำมันอันเป็นเอกลักษณ์ เสริมด้วยโทนสีที่ตกแต่งด้วยมือและรายละเอียดบนเส้นโค้ชไลน์ ลวดลายกราฟิกวงกลมแบบใหม่ที่แผงด้านข้างเป็นกรอบโลโก้ Bonneville สีเงิน ด้านเทคโนโลยีเพื่อผู้ขี่จัดเต็มทั้ง Optimised Cornering ABS และระบบ Traction Control ขับเคลื่อนด้วย IMU ขั้นสูง เสริมความปลอดภัยโดยไม่รบกวนการขับขี่ รวมทั้งติดตั้งระบบ Cruise Control มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งใช้งานง่ายผ่านปุ่มสวิตช์ฝั่งซ้าย นอกจากนี้ยังมีช่องชาร์จ USB-C ติดตั้งอย่างแนบเนียนใต้หน้าปัดนาฬิกา ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถชาร์จอุปกรณ์ได้สะดวกแม้ในระหว่างการเดินทางไกล ด้านความปลอดภัยมาพร้อมโช้คหน้าคู่ Cartridge ปรับพรีโหลดได้ และโช้คหลังคาร์ทริดจ์ KYB คุณภาพสูง มอบการควบคุมที่มั่นใจและความสบาย รวมถึงเบรกคู่ Brembo เพื่อพลังการหยุดรถที่ต่อเนื่อง

    สำหรับ Bonneville T120 มีตัวเลือก 2 สี ได้แก่ สี Aegean Blue / New England White หรือสี Aluminium Silver / Cranberry Red ซึ่งทั้งสองสีมาพร้อมรายละเอียดเส้นโค้ชไลน์สีดำที่ลงสีด้วยมือ ส่วน Bonneville T120 Black โดดเด่นด้วยฝาครอบเครื่องยนต์และท่อไอเสียสีดำ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ สีดำทั้งหมด พร้อมเบาะทรงยาวสีน้ำตา ที่ตัดกับสไตล์ดุดันได้อย่างลงตัว รุ่นนี้มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สี Jet Black สุดคลาสสิก รวมถึงสีใหม่สุดพรีเมียมและโทนเข้มดูลึกลับ ได้แก่ สี Matt Silver Ice / Matt Sapphire Black ทั้งสองรุ่นราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 596,000 บาท

    ไทรอัมพ์ยังเสริมทัพความแข็งแกร่งของแบรนด์ให้มากยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ของกลุ่มโรดสเตอร์ ได้แก่ Street Triple 765 RX ที่จะมาสร้างมาตรฐานใหม่ทั้งด้านสมรรถนะ และความพิเศษเฉพาะตัวมากยิ่งขึ้น โดยมาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบ 765 ซีซี ที่ปรับแต่งเพื่อการแข่งขันโดยเฉพาะ ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจและควบคุมได้ตลอดทุกช่วงรอบ ให้กำลังสูงสุด 130 แรงม้า ที่ 12,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 80 นิวตันเมตร ที่ 9,500 รอบต่อนาที ด้านโครงรถแกนหลักคือเฟรมน้ำหนักเบา จับคู่กับโช้คหน้าหัวกลับ Öhlins NIX30 ที่ปรับได้เต็มรูปแบบ และโช้คหลัง Öhlins STX40 พร้อมกระปุกน้ำมันแยกที่ปรับได้เต็มรูปแบบ มอบการตอบสนองและการควบคุมที่ยอดเยี่ยมในทุกโค้ง ระบบช่วงล่างระดับพรีเมียมช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงเสถียรภาพและการตอบสนองที่เหนือชั้น แฮนด์แบบคลิปออนให้ท่าทางการเอนไปข้างหน้าที่ดุดันยิ่งขึ้นเพื่อสรีระศาสตร์ที่ดีที่สุด ด้านความปลอดภัยมาทั้งคาลิปเปอร์ Brembo Stylema สี่ลูกสูบคู่ จับคู่กับเบรก Brembo MCS ที่เข้าคู่กันพร้อมคันโยกที่ปรับได้ ช่วยให้เบรกและควบคุมได้อย่างแม่นยำ ด้านยาง Pirelli Diablo Supercorsa SP V3 คุณภาพสูง ให้การยึดเกาะและแรงฉุดลากที่ยอดเยี่ยม เสริมด้วยตัวถังน้ำหนักเบากะทัดรัด ทำให้น้ำหนักรถเมื่อรวมน้ำมันหนักเพียง 188 กิโลกรัมเท่านั้น ด้านเทคโนโลยีขั้นสูงที่มุ่งเน้นผู้ขับขี่เพื่อความมั่นใจและการควบคุม ไม่ว่าจะเป็น โหมดเฉพาะ ABS Track, ระบบ Optimised Cornering ABS ระบบ Traction Control ที่ช่วยเสริมสมรรถนะในการเข้าโค้ง และระบบ Triumph Shift Assist เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ขึ้นลงได้อย่างราบรื่นโดยไม่ต้องใช้คลัตช์ ตลอดจนหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้วที่คมชัด พร้อมอินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่ายและสวิตช์เกียร์ระดับพรีเมียม

    ส่วนรูปลักษณ์ Street Triple 765 RX ผสานสไตล์ดุดันเข้ากับรายละเอียดระดับพรีเมียม สร้างสรรค์รถจักรยานยนต์ที่ทั้งเร็วและเร้าใจ โดดเด่นด้วยผิวเคลือบอะลูมิเนียมสี Matt Aluminium Silver จับคู่กับซับเฟรมและล้อหลังสีแดง Diablo Red สุดโดดเด่น มอบความรู้สึกราวกับได้สัมผัสสนามแข่ง เบาะนั่งสมรรถนะสูงพร้อมโลโก้ RX ตอกย้ำเอกลักษณ์ที่เน้นการขับขี่ในสนามแข่ง มั่นใจได้ถึงรูปลักษณ์และฟังก์ชันการใช้งานที่ผสานกันอย่างลงตัว ตลอดจนคานหน้าขึ้นรูปด้วยเครื่องจักรขึ้นรูปชิ้นเดียว พร้อมโลโก้ RX สลักด้วยเลเซอร์บนท่อไอเสียและเบาะนั่งเติมเต็มดีไซน์อันโดดเด่นเฉพาะตัว ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 549,000 บาท

    ภายในงานทุกคนยังได้ยลโฉมรถจักรยานยนต์ 4 รุ่นที่ได้เปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน Triumph Day 2025 ที่ผ่านมา ประกอบด้วย Scrambler 400 XC น้องเล็กรุ่นล่าสุด ที่เพิ่มความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดให้กับสไตล์อันดุดันของ Scrambler  ด้วยเครื่องยนต์ขนาด 400 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 40 แรงม้า ที่ 8,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 37.5 นิวตันเมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสนุกและมั่นใจในทุกย่านความเร็ว ด้านรูปลักษณ์ สะท้อนอัตลักษณ์การออกแบบสไตล์ Scrambler ของไทรอัมพ์ได้อย่างชัดเจน ตั้งแต่ถังน้ำมันที่ออกแบบอย่างสวยงามพร้อมรอยเว้าสำหรับหัวเข่า เครื่องยนต์คลาสสิกพร้อมตราโลโก้ไทรอัมพ์สามเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ครีบระบายความร้อน และแคลมป์ยึดท่อร่วมไอเสีย ไปจนถึงปลายท่อเฉียงขึ้นด้านบน ล้อซี่ลวดพร้อมขอบล้ออะลูมิเนียมน้ำหนักเบาและยางแบบไม่มียางใน อีกทั้งมาพร้อมบังโคลนหน้าแบบยกสูง และชิลด์หน้าที่เข้าชุดกัน ให้การปกป้องอย่างมีสไตล์ในสภาพแวดล้อมสุดท้าทาย

    โดย Scrambler 400 XC ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 209,950 บาท มีให้เลือก 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สี Racing Yellow สี Storm Grey และ สี Vanilla White โดยแต่ละแบบมาพร้อมกราฟิกดีไซน์เฉพาะตัว พร้อมโลโก้ Triumph สีดำ ที่เข้าชุดกับแผงข้างถังน้ำมันสีดำ แผ่นรองเข่า และเบาะนั่งแบบสองตอนสีดำสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

    ตามด้วย Scrambler 1200 XE รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมเครื่องยนต์บอนเนวิลล์สูบคู่ ขนาด 1,200 ซีซี มอบพละกำลังสูงสุด 90 แรงม้า และแรงบิดเต็มพิกัด 110 นิวตันเมตร ที่ 4,250 รอบต่อนาที เครื่องยนต์ตอบสนองทันใจ มอบทั้งความเร้าใจและการควบคุมที่ง่ายดายในทุกสภาพถนน ด้านรูปลักษณ์โดดเด่นในทุกมุมมอง ตั้งแต่ท่วงท่าที่ทรงพลัง ล้อหน้าขนาด 21 นิ้ว ถังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ออกแบบอย่างประณีต ไปจนถึงเบาะยาวลอนคลื่นที่เป็นเอกลักษณ์ เพิ่มความพรีเมียมด้วยฝาถังสไตล์ Monza ทำจากอะลูมิเนียมแบบขัดเงา สวิงอาร์มชุบอะโนไดซ์ แผ่นป้ายทะเบียนและแผ่นป้องกันอ่างน้ำมันเครื่องอะลูมิเนียม รวมถึงตราสัญลักษณ์ขัดเงาบ่งบอกถึงความประณีตในทุกส่วน ขณะที่โครงรถสไตล์ Scrambler แบบเฉพาะตัว ออกแบบให้ผู้ขี่มั่นใจได้ในทุกสภาพพื้นผิว

    รถจักรยานยนต์ Scrambler 1200 XE ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 675,000 บาท มีตัวเลือกสีพรีเมียมให้เลือก ได้แก่ สี Matt Khaki Green / Matt Crystal White สำหรับสายผจญภัย และสี Silver Ice / Phantom Black สำหรับผู้ชื่นชอบความโดดเด่น ขณะที่สี Sapphire Black ยังคงเป็นสีมาตรฐานให้เลือก

    ปิดท้ายด้วย Tiger 900 Alpine Edition ที่พัฒนาบนพื้นฐานของรุ่น Tiger 900 GT Pro ที่เน้นการขี่บนถนน มาพร้อมเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ขี่  ขณะที่ Tiger 900 Desert Edition พัฒนาต่อยอดจากรุ่น Tiger 900 Rally Pro ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ระดับแนวหน้าในกลุ่มรถจักรยานยนต์ระดับเดียวกัน ออกแบบมาเพื่อเน้นย้ำถึงความสามารถในการขับขี่แบบออฟโรดอันเลื่องชื่อ ซึ่งทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมเครื่องยนต์สามสูบอันเป็นเอกลักษณ์ของไทรอัมพ์ พร้อมเพลาข้อเหวี่ยงแบบ T-plane ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สามสูบ 888 ซีซี ให้พละกำลัง 108 แรงม้า ที่ 9,500 รอบต่อนาที และแรงบิด 90 นิวตันเมตร ที่ 6,850 รอบต่อนาที การส่งกำลังที่ตอบสนองฉับไว ประสิทธิภาพเครื่องยนต์ที่ยอดเยี่ยม และเป็นไปตามมาตรฐาน Euro 5+ ออกแบบมาเพื่อความแข็งแกร่ง การควบคุม และความทนทาน ทั้งสองรุ่นมีสวิงอาร์มหล่ออะลูมิเนียมสองด้านเพื่อความเสถียรและความแม่นยำ พร้อมระบบเบรกประสิทธิภาพสูงจาก Brembo ให้แรงหยุดเหนือชั้น ขณะที่ชุดแฮนด์มีแดมเปอร์ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขี่ระยะไกล โดยในรุ่น Desert Edition ยังมาพร้อมกับล้อซี่ลวดและยางแบบไม่มียางใน นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมี Triumph Shift Assist เพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่ราบรื่น และแผงหน้าปัดสี TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมระบบเชื่อมต่อ MyTriumph เพื่อข้อมูลที่เข้าใจง่ายและชัดเจน พร้อมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย โดยรุ่น Alpine มาพร้อมโหมดการขับขี่ 5 โหมด และ รุ่น Desert  6 โหมด โดยเพิ่มโหมด Off-Road Pro เพื่อการบังคับควบคุมบนทุกสภาพถนนขั้นสูง นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมีตัวเลือกให้อัปเกรดเป็นเบาะนั่งแบบปรับอุณหภูมิหรือเบาะนั่งแบบต่ำ รวมถึงสามารถติดตั้งท่อเก็บเสียงพรีเมียม Akrapovic เป็นอุปกรณ์เสริมได้อีกด้วย

    ทั้งนี้ Tiger 900 Alpine Edition มาพร้อมโทนสี Snowdonia White / Sapphire Black อันคมชัด พร้อมเน้นลวดลายด้วยสี Aegean Blue อันโดดเด่น ในราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 648,000 บาท และ Tiger 900 Desert Edition มาพร้อมสี Urban Grey / Sapphire Black ที่สะดุดตา พร้อมเน้นลวดลายด้วยสี Baja Orange ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ 668,000 บาท

    ทั้งนี้ภายในบูธไทรอัมพ์ยังพบกับกองทัพรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์อีกหลายรุ่น ที่มาพร้อมโปรโมชันมากมาย อาทิ ข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษสูงสุด 250,000 บาท รับ Beeline Moto II มูลค่า 10,550 บาท ระบบนำทางสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ Triumph และ Beeline ร่วมมือกันพัฒนาขึ้น ใช้งานง่าย ทนทาน และสวยงาม รองรับการใช้งานที่หลากหลาย เมื่อซื้อรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์รุ่นที่ร่วมรายการ ตลอดจนเลือกซื้ออุปกรณ์เสริมแท้จากไทรอัมพ์ลดสูงสุด 50% รวมถึงโปรโมชันเสื้อผ้าและอุปกรณ์สวมใส่ที่ลดราคาสูงสุด 50% เฉพาะภายในงานเท่านั้น ทั้งหมดนี้พร้อมให้ทุกคนได้มาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับที่ไทรอัมพ์ได้รังสรรค์มาให้ตลอดการจัดงานทั้ง 12 วันเต็ม ส่งท้ายปีแบบยิ่งใหญ่” นายชินศักดิ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ผู้สนใจสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th รวมถึงติดตามข่าวสารและกิจกรรมได้ที่ www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว 911 Spirit 70 และ 911 GT3 สุดยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว 911 Spirit 70 และ 911 GT3 สุดยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    เริ่มต้นอย่างเป็นทางการกับ Thailand International Motor Expo 2025 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) โดยปอร์เช่ ประเทศได้เปิดตัวยนตรกรรมระดับตำนาน 2 รุ่นอย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง 911 Spirit 70 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ใน ตระกูล Heritage Design ที่สะท้อนกลิ่นอายยุค 1970 ผสานสมรรถนะไฮบริดอันทันสมัย และ 911 GT3 รุ่นใหม่ ที่เฉลิมฉลอง 25 ปีของตระกูล GT3 ด้วยแอโรไดนามิกที่เหนือระดับ พร้อมพละกำลังที่เฉียบคม และยกระดับความแม่นยำในการขับขี่ โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยจัดแสดงยนตรกรรมภายใต้แนวคิด “There is no substitute” พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของปอร์เช่ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage และมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับหลากหลายรุ่นภายในงานและที่โชว์รูมปอร์เช่ทุกแห่ง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568

    ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดฉากความยิ่งใหญ่ในงาน “Thailand International Motor Expo 2025” (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) ณ บูธ A03 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม 2568 ด้วยการเปิดตัว 911 สปิริต 70 (911 Spirit 70) และ 911 จีที 3 (911 GT3) รุ่นใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือระดับทั้งในด้านการออกแบบและวิศวกรรมของปอร์เช่ โดยทั้ง 2 รุ่นได้ผสานเอกลักษณ์แห่งตำนานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ พร้อมการจัดแสดงรถยนต์ไฮไลท์อย่าง คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบที่มาเลเซีย ที่เข้าร่วมภารกิจ Epic Road Trip การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท ในเวลา 61 วัน ผ่าน 17 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร และคาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้  รุ่นปรับโฉมปี 2026 ที่ประกอบในประเทศมาเลเซีย ที่แสดงให้เห็นถึงความทนทานและมาตรฐานทางวิศวกรรมที่แข็งแกร่งของคาเยนน์ รุ่นประกอบในภูมิภาค

    ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่เชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนความมุ่งมั่น ความละเอียดในการสร้างสรรค์ รวมถึงความเป็นตำนานที่สร้างเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่เหมาะที่สุดในการถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์เหนือกาลเวลาของ 911 สปิริต 70 สมรรถนะพร้อมลงสนามของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ หรือความแข็งแกร่งของคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ที่พิชิตการเดินทาง Epic Road Trip จากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท เราขอเชิญผู้หลงใหลทุกท่านมาสัมผัสความพิเศษที่ทำให้ปอร์เช่โดดเด่นอย่างแท้จริงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปปีนี้”

    อิสระและความสุขในการใช้ชีวิตที่แตกต่างอย่างแท้จริง

    911 สปิริต 70 รุ่นที่ 3 ในตระกูล Heritage Design

    สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงยุคสมัยสำคัญ ผ่านองค์ประกอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จากรถยนต์ในอดีต ภายนอกโดดเด่นด้วยสี Olive Neo สีเขียวเข้มที่ให้กลิ่นอายเรโทรอย่างชัดเจน โดยเป็นสีเฉพาะสำหรับใน 911 สปิริต 70 ตัดกับสี Bronzite ในส่วนกันชนหน้า–หลัง และบนล้อลาย Sport Classic ล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว และล้อหลังขนาด 21 นิ้ว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากล้อ Fuchsfelge® (Fuchs) ที่ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกสำหรับปอร์เช่ 911 เอส ในปี 1965

    911 สปิริต 70 มาพร้อมหลังคาผ้าและกรอบกระจกหน้าสีดำ ลายสามแถบสีดำแบบกึ่งด้านบนฝากระโปรงหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสติกเกอร์ความปลอดภัยในยุค 1970 และหลังคาผ้าสีตัดกับตัวถัง พร้อมตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ที่ใช้การออกแบบใกล้เคียงกับสัญลักษณ์ดั้งเดิมในปี 1963 เสริมความพิเศษด้วยตัวอักษรสีทอง พร้อมอักษร “Porsche Exclusive Manufaktur” บนซุ้มล้อหน้า

    การตกแต่งภายในโดดเด่นด้วยลาย Pasha สีดำตัดกับสีเขียว ลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธงตราหมากรุกที่กำลังโบกสะบัด ด้วยการจัดวางสี่เหลี่ยมหลายขนาดเพื่อสร้างมิติของการเคลื่อนไหว เพื่อให้ความรู้สึกถึงรถแข่งในยุค 70 และหนัง Club Leather สี Basalt Black พร้อมเดินตะเข็บด้ายสี Olive Neo รวมถึง
    แพ็กเกจตกแต่งภายใน Basalt Black Club Leather ที่เป็นมาตรฐาน

    ปอร์เช่ 911 สปิริต 70 เปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 25,500,000 บาท โดยผลิตขึ้นเพียง 1,500 คันทั่วโลก ซึ่งใช้พื้นฐานจาก 911 คาเรร่า จีทีเอส คาบริโอเลต์ (911 Carrera GTS Cabriolet) รุ่นล่าสุด ที่ติดตั้งเทคโนโลยีไฮบริดสมรรถนะสูง เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ใหม่ขนาด 3.6 ลิตร ผสานระบบแรงดันไฟฟ้าสูง eTurbo และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับเกียร์ PDK รุ่นใหม่ สร้างกำลังรวม 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร

    911 จีที 3 รุ่นใหม่ และ 911 จีที 3 พร้อม Touring Package

    ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 ปอร์เช่ 911 จีที 3 สร้างบทบาทชัดเจนในฐานะยนตรกรรมสปอร์ตที่ผสมผสานจิตวิญญาณสนามแข่งเข้ากับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยในโอกาสครบรอบ 25 ปีแห่งตำนานตระกูล จีที 3 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้เปิดตัว 911 จีที 3 รุ่นใหม่ พร้อมกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งพร้อมสปอยเลอร์หลัง และ รุ่น Touring Package สำหรับผู้ที่หลงใหลความหรูหราแต่ยังคงความเร้าใจเหมือนบนสนามแข่ง โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ด้วยแพ็กเกจและตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้งานที่แตกต่างกัน

    การออกแบบภายนอกของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่ชัดขึ้น แอโรไดนามิกที่ใช้งานได้จริง และรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต กันชนหน้าที่ออกแบบใหม่พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น และสปอยเลอร์ที่เด่นชัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนและแรงกด พร้อมฝากระโปรงน้ำหนักเบาที่เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยช่องระบายอากาศดีไซน์เฉียบที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต

    ด้านท้ายของรุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งด้วยปีกหลังดีไซน์ใหม่ เป็นแบบคอหงส์รุ่นล่าสุดที่ผสานแผ่นปลายปีกมุมเอียงอย่างลงตัว พร้อมดิฟฟิวเซอร์ปรับจูนเพื่อเสริมทั้งสมดุลและดึงดูดสายตา โดยเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและเร้าอารมณ์การขับขี่ไปพร้อมกัน ในรุ่น Touring Package ให้ความรู้สึกที่สุภาพ เรียบหรู และใช้งานได้หลากหลาย โดยได้ติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายแบบยืดได้และครีบใต้ท้องรถเพื่อคงความงามของเส้นสาย 911 พร้อมกับมีตัวเลือกการติดตั้งเบาะหลังเป็นครั้งแรก

    ด้วยการปรับแต่งดังกล่าวทำให้ 911 จีที 3 สามารถตอบโจทย์การขับขี่แบบสปอร์ตในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความแรงในแบบฉบับ จีที 3 อย่างครบถ้วน ปอร์เช่ยังมีแพ็กเกจพิเศษอย่าง Weissach และ Club Sport ให้เลือก เพื่อปรับรถให้เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งหรือสอดรับกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

    ทั้ง 2 รุ่นของ 911 จีที 3 มีพื้นฐานเทคนิคเดียวกัน ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4.0 ลิตร แบบไร้เทอร์โบ ส่งกำลัง 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) และแรงบิด 450 นิวตันเมตร โดยลดน้ำหนักรวมของรถด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้สั้นลงกว่าเดิม 8% และนำชิ้นส่วนช่วงล่างจาก 911 จีที 3 อาร์เอส และ 911 S/T รุ่นก่อนมาใช้ เพื่อสร้างการตอบสนองที่เฉียบคมขึ้นและเพิ่มแรงกดในทุกสถานการณ์ขับขี่ โดยเปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 26,290,000 บาท

    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้: ไฮไลท์ประจำภูมิภาค ถ่ายทอดความแข็งแกร่งข้ามทวีป

    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ จากการเดินทาง Epic Road Trip กรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท พร้อมจัดแสดงให้ได้สัมผัสครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2025 หลังพิชิตระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร ผ่าน 17 ประเทศ ภายใน 61 วัน ซึ่งแสดงศักยภาพที่แข็งแกร่ง สะดวกสบายและประสิทธิภาพอย่างเต็มสมรรถนะ สะท้อนความยอดเยี่ยมของวิศวกรรมปอร์เช่และความสามารถของรุ่นประกอบในภูมิภาคที่ยึดมั่นคุณภาพและสมรรถนะที่ไม่ลดทอน

    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ ผลิตจากโรงงานประกอบของปอร์เช่ ที่กูลิม ประเทศมาเลเซีย โดยพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย สำหรับปี 2026 รุ่นประกอบในภูมิภาคนี้ได้รับปรับโฉมใหม่ โดยจะมีล้อ RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้วที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

    ระบบขับเคลื่อนผสานเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้พละกำลังรวม 382 กิโลวัตต์ (519 แรงม้า) และแรงบิด 750 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่เพิ่มระยะทางขับขี่ไฟฟ้าสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร (EAER City) และช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทำให้
    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ เป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 เปิดตัวในประเทศไทยในราคาจำหน่าย 6,690,000 บาท เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะไฮบริดเต็มพลัง ความแรง และความหรูหราที่ครบครัน โดยสามารถเลือกสีตัวถังได้สามสี ได้แก่ สีขาวคาร์ราร่า (Carrara White), สีดำโครไมท์ (Chromite Black) และ สีเงินโดโลไมท์ (Dolomite Silver) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง

    “There is no substitute” ไม่มีอะไรแทนที่ปอร์เช่ได้

    สำหรับบูธของปอร์เช่ ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 นี้ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมสปอร์ตเหนือระดับภายใต้แนวคิด “There is no substitute” ที่สะท้อนแก่นแท้ของความเป็น ปอร์เช่ ที่ผสานสมรรถนะทางวิศวกรรมเข้ากับอารมณ์การขับขี่และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา  โดยนำเอามิติของตัวตนปอร์เช่ ทั้งด้าน Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage มาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสดีเอ็นเอของปอร์เช่กันอย่างครบทุกด้าน

    ที่บูธปอร์เช่ยังมีการจัดแสดง Porsche 963 LMDh รถแข่งต้นแบบระดับเรือธง ที่สะท้อนดีเอ็นเอมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์และความก้าวล้ำด้านวิศวกรรม หลังจากคว้าแชมป์รวมรายการ IMSA และคว้าอันดับที่สองในศึกความอึดระดับตำนานอย่าง 24 Hours of Le Mans ในปีนี้

    เทคโนโลยีที่พัฒนาจากสนามแข่งถูกถ่ายทอดโดยตรงสู่รถยนต์ปอร์เช่สำหรับถนนจริง อาทิ ไทคานน์ และ มาคันน์ เพื่อส่งมอบสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความเร้าใจในการขับขี่ให้กับผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงสูง 800 โวลต์ที่ใช้ในรถแข่ง 963 ซึ่งได้ถูกบูรณาการสู่รถปอร์เช่รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้รองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูงและรักษาสมรรถนะได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์

    นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมยังจะได้สัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยของปอร์เช่ด้วยตัวเอง ผ่านกิจกรรมทดลองขับรุ่น คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ มาคันน์ และไทคานน์ ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันตลอดงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 ธันวาคม เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสสมรรถนะอันแม่นยำ พลังขับเคลื่อนไฟฟ้า และเทคโนโลยีการขับขี่ในรถปอร์เช่รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับไอคอน

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับงาน Thailand International Motor Expo 2025*

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถในรุ่น ไทคานน์ (J1 II) และ มาคันน์ (H2) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษครั้งใหญ่แห่งปี รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับคาเยนน์ พานาเมร่า และรุ่นอื่น ๆ ทั้งในงาน Thailand International Motor Expo 2025 และที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกแห่ง*

    นอกจากนี้ ผู้ที่จองรถยนต์ปอร์เช่ทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ร่วมลุ้นรับสิทธิ์กิจกรรมขับรถสุดเร้าใจที่ Porsche Experience Centre Tokyo โดยจะได้เข้าร่วมกิจกรรมการขับรถปอร์เช่ในสนามแข่งแบบส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ปรับปรุงเทคนิคและขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมรถในสถานการณ์ต่าง ๆ การขับขี่ในสนามแข่ง การควบคุมรถขณะเข้าโค้ง และอื่น ๆ โดยจะประกาศผลผู้โชคดีทางเพจ Facebook Porsche Thailand ในวันที่ 26 มกราคม 2569*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment