• Fenomeno Roadster: ปรากฏการณ์ใหม่แห่งซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุน ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี

    2 Min Read

    Fenomeno Roadster: ปรากฏการณ์ใหม่แห่งซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุน ทรงพลังที่สุดในประวัติศาสตร์ลัมโบร์กินี
    สัมผัสขุมพลัง V12 ไฮบริด 1,080 แรงม้า ผลิตจำกัดเพียง 15 คันทั่วโลก

    ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี ภูมิใจนำเสนอ “Fenomeno Roadsterรถยนต์รุ่นพิเศษใหม่ล่าสุด จำกัดจำนวนการผลิตเพียง 15 คันเท่านั้น ทุกคันมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด V12 ที่ให้กำลังระบบรวมสูงสุดถึง 1,080 แรงม้า ตอกย้ำความเป็นรถยนต์รุ่นเปิดประทุนที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา

    Fenomeno Roadster เผยโฉมต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรกในงาน Lamborghini Arena ครั้งที่ 2 นับเป็นรุ่นล่าสุดในตระกูลรถยนต์เปิดประทุน Few-Off  (ผลิตจำนวนจำกัดมาก) ซึ่งเริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่น Reventón Roadster เมื่อปี ค.ศ. 2009 โดย Fenomeno Roadster พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น Fenomeno Coupé ที่เปิดตัวไปเมื่อปี ค.ศ. 2025 รถสปอร์ตสองที่นั่งรุ่นใหม่นี้ผสานมาตรฐานใหม่แห่งสมรรถนะเข้ากับเทคโนโลยีด้านเทคนิคที่ได้แรงบันดาลใจจากกีฬามอเตอร์สปอร์ต พร้อมด้วยนวัตกรรมดีไซน์ใหม่จากศูนย์การออกแบบลัมโบร์กินี เซนโทร สไตล์ (Lamborghini Centro Stile) ที่ร่วมสร้างสรรค์เอกลักษณ์ของแบรนด์มานานกว่า 20 ปี

    ตลอดระยะเวลา 63 ปีที่ผ่านมา แบรนด์ลัมโบร์กินีคือนิยามแห่งการหลอมรวมดีไซน์ที่ล้ำสมัย สมรรถนะที่ทลายทุกข้อจำกัด นวัตกรรมเชิงเทคนิค และความพิเศษเฉพาะตัวได้อย่างมีเอกลักษณ์ สะท้อนผ่านรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่สื่อถึงปรัชญาดังกล่าวได้อย่างชัดเจน ทั้งในแง่ของการออกแบบและความเป็นเลิศทางวิศวกรรม

    มร.สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “โรดสเตอร์รุ่นพิเศษนี้คือการแสดงถึงคุณค่าแห่งแบรนด์ของเราอย่างแท้จริงที่สุด ทั้งด้านดีไซน์ที่เปี่ยมวิสัยทัศน์ สมรรถนะที่ทลายทุกข้อจำกัด และความพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งเกิดจากการตีความอารมณ์การขับขี่อย่างมีเอกลักษณ์ และสร้างสรรค์เพื่อกลุ่มลูกค้าผู้ซึ่งกำลังมองหาบางสิ่งที่อยู่เหนือกฎเกณฑ์ทั่วไป รถแต่ละคันถูกรังสรรค์ขึ้นในรูปแบบของผลงานชิ้นเอกสำหรับนักสะสม มอบจุดบรรจบแห่งความเป็นเลิศทางวิศวกรรมที่ผสานกับงานช่างฝีมือที่รังสรรค์เป็นพิเศษสำหรับลูกค้าเฉพาะราย”

    ชื่อรุ่น Fenomeno เกิดจากธรรมเนียมของแบรนด์ลัมโบร์กินีที่นำแรงบันดาลใจจากเหล่าวัวกระทิงที่กล้าหาญในตำนาน โดยทั้งในภาษาอิตาลีและภาษาสเปน คำว่า “Fenomeno” หมายถึง “ปรากฏการณ์” ซึ่งเป็นชื่อที่สะท้อนถึงพลังและความพิเศษเฉพาะตัวของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างโดดเด่น

    รถยนต์รุ่นนี้ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง (High Performance Electrified Vehicle – HPEV) แบบ V12 รุ่นแรกของลัมโบร์กินี มอบกำลังเครื่องทั้งระบบรวมสูงถึง 1,080 แรงม้าจากเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบลมเข้าตามธรรมชาติ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ภายในเวลาเพียง 2.4 วินาที และจาก 0-200 กม./ชม. เพียง 6.8 วินาที ทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กม./ชม. ผสานสมรรถนะระดับสุดขั้วเข้ากับความสามารถของระบบไฮบริดอันล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว

    โครงสร้างแชสซีได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบินและอวกาศ มอบอัตราส่วนกำลังต่อน้ำหนักที่มีประสิทธิภาพสูงสุดพร้อมความแข็งแกร่งสูง Fenomeno Roadster ยังติดตั้งโช้คอัพแบบรถแข่งที่สามารถปรับระดับเองได้ เพื่อรองรับการปรับลดความสูงของตัวรถ พร้อมการตั้งค่าที่แม่นยำสำหรับการขับขี่บนท้องถนนหรือในสนามแข่ง สมรรถนะการเบรกการันตีด้วยระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกแบบ CCM-R Plus ที่พัฒนาจากเทคโนโลยีกีฬามอเตอร์สปอร์ต รับประกันการชะลอความเร็วอย่างสม่ำเสมอและเสถียรภาพสูงสุดแม้ในขณะขับขี่ความเร็วสูง

    โดยบริดจสโตน (Bridgestone) พันธมิตรด้านเทคนิคของลัมโบร์กินี ได้พัฒนายางรุ่น Potenza ขึ้นโดยเฉพาะ นำเสนอทั้งล้อขนาด 21 และ 22 นิ้ว เพื่อเค้นสมรรถนะและความแม่นยำในการขับขี่ของ Fenomeno Roadster อย่างเต็มที่

    ระบบอากาศพลศาสตร์และงานออกแบบ

    Fenomeno Roadster มาพร้อมชุดระบบอากาศพลศาสตร์ที่ออกแบบขึ้นใหม่ทั้งหมดเมื่อเปรียบเทียบกับรุ่น Coupé เพื่อมุ่งยกระดับประสิทธิภาพให้สูงสุด ผ่านการออกแบบพื้นผิวด้านบนของตัวรถใหม่ทั้งหมดและติดตั้งอุปกรณ์ทางอากาศพลศาสตร์เสริม ทำให้ Fenomeno Roadster สามารถสร้างแรงกด เสถียรภาพ และสมดุลการขับขี่ได้ใกล้เคียงกับรุ่น Fenomeno Coupé พร้อมยกระดับการระบายความร้อนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในระบบขับเคลื่อนและระบบเบรก

    นอกจากนี้ ยังติดตั้งสปอยเลอร์เสริมเหนือกระจกบังลมหน้า ทำให้อากาศถูกนำผ่านห้องโดยสารลงสู่ฝาครอบเครื่องยนต์ที่ออกแบบใหม่ทั้งหมดด้านหลัง เพื่อให้เครื่องยนต์ V12 ได้รับลมระบายความร้อนในทุกสภาพการขับขี่แม้จะไม่มีช่อง S-duct เหมือนในรุ่น Fenomeno Coupé ก็ตาม ระบบนี้ยังช่วยลดกระแสลมหมุนวนและการสั่นสะเทือนที่รบกวนการขับขี่ให้เหลือน้อยที่สุด

    ความท้าทายสำคัญอยู่ที่การพัฒนาคานป้องกันการพลิกคว่ำ ซึ่งมีหน้าที่หลักในการปกป้องความปลอดภัยของผู้โดยสาร แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องมีประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์เพื่อลดเสียงลมและแรงต้านอากาศได้แม้ในขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด ลัมโบร์กินีจึงวางตำแหน่งโครงคาร์บอนป้องกันการพลิกคว่ำไว้บริเวณหลังเบาะนั่งแนวสปอร์ต โดยออกแบบให้แบนเรียบและสง่างามที่สุด ผสานเป็นเนื้อเดียวกับเส้นสายแนวประติมากรรมของตัวรถ ให้ลื่นไหลเชื่อมไปสู่กระโจมหลังสไตล์ Speedster อย่างลงตัว

    Fenomeno Roadster ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบซูเปอร์สปอร์ตคาร์เปิดประทุนในปัจจุบัน โดยทีมนักออกแบบได้สร้างสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนดีเอ็นเออันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้อย่างโดดเด่นพร้อมวิสัยทัศน์แห่งอนาคต โดย มร.มิตจา บอร์เกิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าวว่า “ด้วยการเปิดตัว Fenomeno Roadster ทำให้เราได้สานต่อความฝันของแฟน ๆ ลัมโบร์กินีจำนวนมาก ในขณะเดียวกัน ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของศูนย์การออกแบบเซนโทร สไตล์ ของเรา ซึ่งสรรค์สร้างผลงานออกแบบยานยนต์ลัมโบร์กินีอย่างต่อเนื่องมานานกว่า 20 ปี”

    เมื่อเห็นครั้งแรก ส่วนหน้าของรถที่ผ่านการออกแบบแนวประติมากรรมและการปรับแต่งทางอากาศพลศาสตร์อย่างพิถีพิถัน จะสามารถดึงดูดสายตาผู้พบเห็นได้ในทันที ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ช่องลมเข้าขนาดใหญ่ และเอกลักษณ์ทรงหกเหลี่ยมที่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวอย่างไร้รอยต่อ

    มุมมองด้านข้างยังคงสะท้อนปรัชญาเดียวกัน ด้วยการออกแบบแก้มข้างให้มีเส้นสายที่เฉียบคม ขอบประตูที่กว้างขึ้นและช่องดักลมด้านหลัง ช่วยระบายความร้อนให้เครื่องยนต์สมรรถนะสูงได้อย่างดีเยี่ยม ผสานการทำงานกับดิฟฟิว   เซอร์หลังขนาดใหญ่และปีกหลังแบบแอ็กทีฟ ที่ช่วยเพิ่มแรงกดสูงสุดในขณะใช้ความเร็ว

    ความโดดเด่นที่สะกดทุกสายตาคือรูปทรงของตัวรถที่ราบต่ำและช่วยเน้นเส้นกึ่งกลางตัวรถอย่างชัดเจน พร้อมดีไซน์ห้องโดยสารอันเป็นเอกลักษณ์ด้วยกระจกข้างที่ลาดเอียง ทีมออกแบบยังได้รังสรรค์กระจกบังลมหน้าทรงแบนแนวใหม่พร้อมปีกเสริมที่ดูสง่างาม เสริมด้วยสปอยเลอร์คาร์บอนน้ำหนักเบาที่ประทับโลโก้ Fenomeno Roadster ไว้อย่างชัดเจน

    รูปทรงตัวรถได้รับการขยายให้ยาวขึ้นเพื่อความสง่างาม โดยดีไซน์ส่วนท้ายได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Essenza SCV12 และรถแข่งต้นแบบยุค 1970 พร้อมสะท้อนความทรงพลังของ Lamborghini Manifesto ที่สร้างขึ้นเพื่อฉลองครบรอบ 20 ปีของ Centro Stile ส่วนท้ายของ Fenomeno Roadster ดูล้ำสมัยและเปี่ยมด้วยรายละเอียด โดดเด่นด้วยท่อไอเสียทรงหกเหลี่ยมยกสูงที่ตอกย้ำความแรงและความแม่นยำทางวิศวกรรมได้อย่างชัดเจน

    “ความท้าทายสำคัญคือการสร้างคาแรกเตอร์เฉพาะตัว สำหรับ Fenomeno Roadster เราทำงานอย่างหนักทั้งในส่วนของห้องโดยสารและระบบขับเคลื่อน พร้อมนำเสนอเครื่องยนต์ V12 ที่เป็นเอกลักษณ์ด้วยการเปิดเผยส่วนประกอบต่าง ๆ ให้เห็นได้อย่างชัดเจน” มร.มิตจา บอร์เกิร์ต อธิบายเสริม เครื่องยนต์ลัมโบร์กินีถือเป็นหัวใจสำคัญของดีไซน์ในรุ่น Fenomeno Roadster โดยเผยให้เห็นผ่านฝาครอบเครื่องยนต์แบบโปร่งใสดีไซน์ใหม่ โดดเด่นด้วยช่องดักลมทรงหกเหลี่ยมที่รับกับธีมรูปตัว Y อย่างลงตัว เพื่อส่งลมเย็นเข้าสู่เครื่องยนต์ นอกจากนี้ ตัวเครื่องยนต์ยังถูกล้อมกรอบด้วยดีไซน์ทรงหกเหลี่ยมที่ช่วยเสริมความงดงามได้อย่างไร้ที่ติ

    เอกลักษณ์รูปทรงหกเหลี่ยมถูกออกแบบให้ปรากฏอยู่ในรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งในขอบประตู ซุ้มล้อ ช่องลมเข้า และรูปทรงกรอบไฟ LED ซึ่งเป็นองค์ประกอบดีไซน์ ซึ่งตอกย้ำให้ Fenomeno Roadster เป็นที่จดจำในทันทีถึงเอกลักษณ์แห่งลัมโบร์กินี รูปทรงหกเหลี่ยมยังปรากฏให้เห็นถึงภายในห้องโดยสาร รวมถึงช่องแอร์และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ด้วยเช่นกัน

    ห้องโดยสารของ Fenomeno Roadster นำเสนอสุนทรียศาสตร์สุดไฮเทคและสะท้อนปรัชญา “Feel Like a Pilot” ของลัมโบร์กินี ด้วยการนำวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ Corsatex by Dinamica และวัสดุ Carbon Skin ที่จดสิทธิบัตรของบริษัทฯ มาเป็นองค์ประกอบหลักของห้องโดยสาร แผงหน้าปัด และเบาะนั่ง เบาะนั่งทรงโค้งเดินตะเข็บแดงตัดสีโดดเด่นช่วยรองรับสรีระได้อย่างดีเยี่ยมแม้ในขณะเข้าโค้งแบบฉับพลัน ในขณะที่หน้าจอดิจิทัลช่วยแสดงข้อมูลการขับขี่สำคัญได้อย่างชัดเจน แนวคิดการควบคุมแบบ “Pilot Interaction” ยังผสาน 3 หน้าจอดิจิทัลเข้สกับลายกราฟิกทรงหกเหลี่ยม ปุ่มสัมผัสแบบสั่น และสวิตช์ที่ได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบิน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิกับการเดินทางหรือสนามแข่งได้เต็มร้อยราวกับนั่งอยู่ในรถแข่งของจริง

    ด้วยการใช้สี Blu Cepheus มาเป็นโทนสีหลัก ทำให้ Fenomeno Roadster เป็นรถยนต์รุ่นลิมิเต็ดเอดิชันที่มีสีสันที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา โดยสีหลักจะครอบคลุมส่วนบนของตัวรถ และตัดด้วยสี Rosso Mars ในส่วนล่างซึ่งเป็นสีเสริมที่ช่วยขับเน้นพื้นที่สำคัญต่าง ๆ อย่างโดดเด่น การจับคู่สีนี้ตอกย้ำความเป็นซีรีส์รถสปอร์ตรุ่นลิมิเต็ดอย่างแท้จริง สีตัวถังให้ความรู้สึกถึงรถยนต์โรดสเตอร์รุ่นแรกของลัมโบร์กินีอย่าง Miura Roadster ปี ค.ศ. 1968 ซึ่งการจับคู่สีนี้ยังเป็นการเชิดชูสีประจำเมืองโบโลญญา ซึ่งได้แก่ สีแดงและสีน้ำเงิน อีกด้วย

    โครงแชสซีคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผสานเทคโนโลยีหลากหลาย

    นอกจากระบบขับเคลื่อนและระบบอากาศพลศาสตร์ โครงแชสซียังเป็นอีกหนึ่งผลงานทางวิศวกรรมอันน่าทึ่ง โดย Fenomeno Roadster ผสานโครงแบบโมโนค็อก (Monocoque) ที่ผลิตจากคาร์บอนไฟเบอร์ด้วยเทคโนโลยีหลายชั้น ผสานกับโครงสร้างด้านหน้าที่ทำจาก Forged Composite® ซึ่งให้ความแข็งแกร่งเป็นเลิศพร้อมน้ำหนักที่เบาที่สุด

    แชสซีรุ่นนี้เป็นโครงสร้างที่ได้แรงบันดาลใจจากอุตสาหกรรมการบินและอวกาศที่เรียกว่า Monofuselage ซึ่งใช้ในรถรุ่น Revuelto เช่นกัน โดยแทนที่จะใช้เซลล์โมโนค็อกคาร์บอนแบบเดิม ส่วนหน้าทั้งหมดของ Fenomeno Roadster ถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาพิเศษและแข็งแกร่งสูง โดยผสานรวมกับส่วนประกอบต่าง ๆ เช่น โครงสร้างป้องกันการชนด้านหน้า เฟรมหน้า กรอบกระจกบังลม ผนังกั้นด้านหลัง และขอบประตูที่ทำจาก Forged Composites® เข้าไว้ด้วยกัน

    โรดสเตอร์รุ่นนี้มีระดับความแข็งตึง (Stiffness) และความแข็งเกร็ง (Rigidity) ใกล้เคียงกับรุ่น Coupé โดยมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเพียงไม่กี่กิโลกรัม โดยลัมโบร์กินีทำสิ่งนี้ได้ด้วยการผสมคาร์บอนเส้นยาวและคาร์บอนเส้นสั้นรูปแบบใหม่ ร่วมกับสารเหลวที่จดสิทธิบัตรไว้ ทำให้การออกแบบโครงแชสซีสามารถตอบโจทย์เป้าหมายด้านสมรรถนะที่ลัมโบร์กินีตั้งไว้ได้ ทั้งยังสามารถดูดซับพลังงานในกรณีเกิดการชนปะทะได้มากขึ้น เทคโนโลยีสิทธิบัตรใหม่นี้ได้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในรถยนต์ลัมโบร์กินีระบบไฮบริดรุ่นผลิตจริงนี้

     

    ซูเปอร์สปอร์ตคาร์โรดสเตอร์รุ่นแรกที่ใช้ระบบ V12 hybrid HPEV

    Fenomeno Roadster คือรถยนต์เปิดประทุนสองที่นั่งรุ่นแรกของลัมโบร์กินีที่ติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าไฮบริดประสิทธิภาพสูง V12 เพื่อก้าวสู่บทใหม่ในกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านสู่ระบบไฟฟ้าของแบรนด์ โดยเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตรแบบลมเข้าตามธรรมชาติซึ่งเป็นหัวใจของระบบขับเคลื่อนนี้ยังเป็นเครื่องยนต์ V12 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ลัมโบร์กินีเคยผลิตมา ให้กำลังเครื่องถึง 835 แรงม้าที่ 9,250 รอบต่อนาที และแรงบิด 725 นิวตันเมตรที่ 6,750 รอบต่อนาที ด้วยกำลังจำเพาะมากกว่า 128 แรงม้าต่อลิตร ซึ่งเป็นตัวเลขประสิทธิภาพที่สูงสุดในประวัติศาสตร์ของแบรนด์

    เครื่องยนต์อันทรงพลังนี้ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยสองตัวอยู่ด้านหน้า อีกหนึ่งตัวติดตั้งเหนือเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด ซึ่งช่วยสร้างกำลังไฟฟ้าเสริมและทำหน้าที่อื่น ๆ เช่น ระบบ Torque vectoring และระบบเบรกแบบ Regenerative ส่วนแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 7 kWh ยังสามารถเปิดใช้งานในโหมดขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อีกด้วย

    เมื่อทำงานร่วมกัน เครื่องยนต์สันดาปภายในและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าจะให้กำลังของระบบรวม 1,080 แรงม้า (CV) หรือ 1,065 แรงม้า (HP) ส่งผลให้ Fenomeno Roadster สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.4 วินาที หรือจาก 0-200 กม./ชม. ใน 6.8 วินาที และทำความเร็วสูงสุดมากกว่า 340 กม./ชม.

    ในส่วนของระบบเบรก ติดตั้งจานคาร์บอนเซรามิก CCM-R Plus ซึ่งผลิตจากคาร์บอนเส้นยาวแบบ 3 มิติที่ถักทออยู่ในโครงสร้างคาร์บอน พร้อมการเคลือบพิเศษที่เพิ่มความทนทานให้กับทั้งจานเบรกและผ้าเบรก เพื่อรับประกันค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานที่สูงและคงที่ ระบบนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานร่วมกับผ้าเบรกรถแข่งแบบออร์แกนิก โดยจาน CCM-R Plus ยังมาพร้อมระบบระบายอากาศที่ช่วยลดความร้อนของจานเบรกและผ้าเบรกเมื่อขับขี่แบบสุดขั้ว

    เพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจและสมบูรณ์แบบที่สุด Fenomeno Roadster จึงเลือกใช้โช้กอัปแบบรถแข่งที่ปรับระดับอัตโนมัติ เพื่อการตั้งค่าที่แม่นยำทั้งในสนามแข่งและการใช้งานทั่วไป ระบบนี้ให้แรงหน่วงที่ยอดเยี่ยม ช่วยควบคุมการทรงตัวได้อย่างมั่นใจ พร้อมเพิ่มระยะยุบตัวของช่วงล่างให้เหมาะสม ผลลัพธ์ที่ได้คือระบบกันสะเทือนที่มีประสิทธิภาพสูงสุด มอบการขับขี่สไตล์สปอร์ตที่เหนือระดับในทุกเส้นทาง

    พลศาสตร์แห่งยานยนต์

    การจัดการพลศาสตร์ของตัวรถควบคุมโดยองค์ประกอบที่ทำงานเฉพาะด้าน หัวใจของระบบควบคุมแบบบูรณาการของ Fenomeno Roadster คือเซ็นเซอร์ 6D ที่จับคู่กับระบบควบคุมแบบไดนามิกนวัตกรรมใหม่ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Fenomeno Coupé โดยเซ็นเซอร์ 6D ถูกติดตั้งในตำแหน่งใกล้กับจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถอย่างเหมะสมและเชื่อมต่อโดยตรงกับชุดควบคุม IPB (Integrated Power Brake) ทำหน้าที่วัดความเร่งของเพลารถทั้งสามแกน (ด้านข้าง ตามยาว และแนวตั้ง) แบบเรียลไทม์ รวมถึงความเร็วเชิงมุมของแกนทั้งสาม (พิทช์ โรล และยอว์) ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถประเมินความเร็วของรถ มุมเบี่ยงข้าง และค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานระหว่างยางและพื้นผิวถนนได้อย่างแม่นยำ

    ยาง

    ในฐานะพันธมิตรด้านเทคนิคอย่างเป็นทางการและผู้จัดหายางแต่เพียงผู้เดียวสำหรับรถซูเปอร์สปอร์ตคาร์ทั้งหมดของลัมโบร์กินี บริดจสโตนได้พัฒนายาง Potenza ระดับพรีเมียมขึ้นเป็นพิเศษ 2 รุ่น เพื่อปลดล็อกศักยภาพของ Fenomeno Roadster ทั้งบนท้องถนนและในสนามแข่งให้เต็มสมรรถนะ

    ยาง Potenza Sport ประสิทธิภาพสูงระดับอัลตร้าที่พัฒนาขึ้นเฉพาะสำหรับ Fenomeno Roadster ถูกออกแบบมาเพื่อปลดปล่อยขีดความสามารถสูงสุดของซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษและระบบขับเคลื่อนไฮบริด V12 นำเสนอทั้งขนาด 265/30 ZRF21 (ล้อหน้า) และ 355/25 ZRF22 (ล้อหลัง) โดยผสานสมรรถนะด้านความเร็วสูงที่โดดเด่นเข้ากับการตอบสนองและความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวที่ยอดเยี่ยม ยางรุ่นนี้ยังมีเทคโนโลยี Run-Flat (RFT) เอกสิทธิ์ของ     แบรนด์บริดจสโตน ที่ช่วยให้สามารถขับขี่ต่อไปได้อย่างปลอดภัยแม้ยางรั่ว

    ชุดยาง Potenza Sport จะจับคู่กับยาง Semi-Slick รุ่นใหม่จากบริดจสโตนที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อมอบสมรรถนะระดับสนามแข่งที่โดดเด่น โดยอาศัยความเชี่ยวชาญด้านมอเตอร์สปอร์ตขั้นสูงของบริดจสโตน นำเสนอทั้งขนาด 20 และ 21 นิ้ว โดยยางประสิทธิภาพการยึดเกาะสูงนี้จะปลดล็อกศักยภาพสมรรถนะของ Fenomeno Roadster บนสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ พร้อมผ่านการรับรองให้สามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้อย่างสมบูรณ์

    ยางบริดจสโตนยังประทับเครื่องหมายของลัมโบร์กินีบนแก้มยาง เพื่อเน้นย้ำถึงการพัฒนาแบบเอ็กซ์คลูซีฟ ซึ่งทั้ง 2 รุ่นได้รับการพัฒนาและผลิตในประเทศอิตาลีด้วยเทคโนโลยี Virtual Tyre Development (VTD) ที่บริดจสโตนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ โดยเทคโนโลยี VTD จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความยั่งยืนของกระบวนการพัฒนายาง ผ่านการลดการใช้วัตถุดิบและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในขั้นตอนการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้ถึง 60% ทั้งยังช่วยลดระยะเวลาในการพัฒนายางให้สั้นลงด้วย

     

    โรดสเตอร์แรงสุดขั้วด้วยสายพันธุ์อันโดดเด่น

    ลัมโบร์กินีสืบทอดการนำเสนอซูเปอร์สปอร์ตคาร์แบบ Few-Off มาอย่างยาวนาน โดยตำนานเริ่มต้นขึ้นในปี ค.ศ. 2007 ด้วยรุ่น Reventón ซึ่งเป็นรถ Few-Off คันแรกและพัฒนาใหม่ทั้งหมดโดยศูนย์การออกแบบลัมโบร์กินี เซนโทร สไตล์ ที่ซัง’อกาตา ซึ่งบุกเบิกแนวคิดที่สร้างสรรค์โดยบริษัท โดยรุ่น Reventón ซึ่งมาพร้อมเวอร์ชันโรดสเตอร์ซึ่งเปิดตัวในปี ค.ศ. 2009 ได้วางรากฐานให้กับกลุ่มสินค้า Few-Off เครื่อง V12 ระดับไอคอนิกนับแต่นั้นเป็นต้นมา  รวมถึงรุ่น Veneno (ค.ศ. 2013), รุ่น Centenario (ค.ศ. 2016) และรุ่น Sián (ค.ศ. 2019) โดยทุกรุ่นมีการเปิดตัวเวอร์ชันโรดสเตอร์เช่นกัน ซึ่งนอกจากคุณค่าทางประวัติศาสตร์ รถยนต์เหล่านี้ยังถือเป็นต้นแบบเพื่อการทดสอบโซลูชันด้านสไตล์และเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งภายหลังจะถูกนำไปใช้ในรถยนต์รุ่นผลิตจริง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” นักบิดไทยใจสู้ บู๊เก็บแต้มสำคัญ รั้งหัวแถวคะแนนรวม ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 เลอ ม็องส์ ราวด์ สนาม 2

    1 Min Read

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” นักบิดไทยใจสู้ บู๊เก็บแต้มสำคัญ รั้งหัวแถวคะแนนรวม ศึก เรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 เลอ ม็องส์ ราวด์ สนาม 2

    “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักบิดดาวรุ่งจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” เจ้าของหมายเลข 85 บู๊เดือดก่อนคว้าท็อป 7 ในรายการเรดบูล โมโตจีพี รุกกีส์ คัพ 2026 สนามสอง เลอ ม็องส์ ราวด์ ที่ เซอร์กิต เดอ ลา ซาร์ต ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 8-10 พฤษภาคม ที่ผ่านมา

    สำหรับ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เพิ่งสร้างผลงานคว้าโพเดียมแรกมาได้ในการแข่งขันสนามแรกที่เฮเรซ ประเทศสเปน ด้วยการคว้าอันดับที่ 3 ในเรซแรกมาครอง เป็นการสร้างความมั่นใจให้กับนักแข่งดาวรุ่งไทย

    การแข่งขันสนาม 2 ที่ เซอร์กิต เดอ ลา ซาร์ต นั้น “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องเผชิญกับสนามที่มีความท้าทายสูงเนื่องจากเป็นสนามที่มีโค้งแคบและต้องใช้เกียร์ต่ำเป็นหลัก โดยเน้นการเบรกให้ช้าที่สุดและเร่งออกจากโค้งอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันการยึดเกาะของล้อหลังก็เป็นอีกปัจจัยท้าทาย

    เรซแรกในวันเสาร์ที่ 9 พฤษภาคม “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ต้องเผชิญกับสถานการณ์สุดท้าทายเมื่อออกสตาร์ตที่อันดับ 7 ก่อนจะโดนเบียดขยับมาอยู่อันดับที่ 11 ตั้งแต่ช่วงต้นเกม แต่นักบิดดาวรุ่งไทยก็สามารถแก้ไขสถานการณ์พัฒนาความเร็วอย่างต่อเนื่องจนค่อยๆ เบียดแซงนักบิดดาวรุ่งระดับโลกขยับขึ้นมาจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 7 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มได้อีก 9 คะแนน

    จากนั้นในวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคม เป็นการแข่งขันในเรซที่ 2 นักบิดดาวรุ่งไทยแม้จะถูกแซงขยับไปอยู่อันดับที่ 10 ในช่วงต้นเกม แต่ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ก็แสดงให้เห็นถึงทักษะระดับโลกสามารถยกระดับความเร็วจนขยับมาถึงอันดับที่ 3

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เปิดเกมรักษาอันดับอย่างสุดความสามารถ ท่ามกลางการชิงตำแหน่งสุดเดือดกับนักบิดดาวรุ่งระดับโลก มีจังหวะแลกตำแหน่งกันหลายครั้งอย่างสุดมัน เกิดอุบัติเหตุล้มในรอบที่ 9 ต้องออกจากการแข่งขันไปอย่างน่าเสียดาย

    หลังจากผ่านการแข่งขันไปแล้ว 2 สนาม “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เก็บคะแนนสะสมได้ 34 คะแนน รั้งอยู่อันดับที่ 7 ของตารางนักบิด โดยสนามต่อไปจะแข่งขันกันในวันที่ 29-31 พฤษภาคมนี้ ที่ มูเจลโล เซอร์กิต ประเทศอิตาลี

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พาชาว New Honda FORZA 350 และ ADV350 ออกทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The 3Fifty Let’s Rock Journey” ขับขี่สู่เทศกาลดนตรีริมทะเล ROCK ON THE BEACH 2026

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า พาชาว New Honda FORZA 350 และ ADV350 ออกทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “The 3Fifty Let’s Rock Journey” ขับขี่สู่เทศกาลดนตรีริมทะเล ROCK ON THE BEACH 2026

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จัดกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟทริป The 3Fifty Let’s Rock Journey” พาลูกค้าผู้ขับขี่ New Honda FORZA 350 และ ADV350 ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษในทริป 3 วัน 2 คืน จากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดระยอง ผสานเสน่ห์ของการขับขี่ท่องเที่ยว กิจกรรมริมทะเล การพักผ่อนอย่างมีสไตล์ และความมันจากเทศกาลดนตรีริมทะเล “ROCK ON THE BEACH 2026” ไว้ในเส้นทางเดียว

    กิจกรรมครั้งนี้เป็นการต่อยอดประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟสำหรับคอมมูนิตี้ชาว 350 จาก The 3Fifty Summer Beach Concert นั่งเล 5 สู่ทริปใหม่ที่ยกระดับความสนุกให้ครบยิ่งขึ้น ทั้งการเดินทาง ที่พัก กิจกรรม และความบันเทิงที่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าออกแบบมาเพื่อกลุ่มลูกค้า New Honda FORZA 350 และ ADV350 โดยเฉพาะ พร้อมเปิดพื้นที่ให้ผู้ขับขี่ได้พบปะ พูดคุย และสร้างมิตรภาพใหม่ ๆ ระหว่างทาง ไม่ว่าจะมาคนเดียวหรือมากับกลุ่มเพื่อน ก็สามารถเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ชาว 350 ได้

    ผู้ร่วมกิจกรรมได้สัมผัสไฮไลต์หลากหลาย เริ่มจากการขับขี่แบบทัวร์ริ่งมุ่งหน้าสู่เกาะเสม็ด จังหวัดระยอง พร้อมกิจกรรมริมทะเลในบรรยากาศผ่อนคลาย ทั้งการนั่ง Speed Boat เที่ยวรอบเกาะเสม็ด กิจกรรม snorkeling พายเรือคายัก และกิจกรรมหน้าชายหาด ก่อนปิดท้ายวันด้วย Dinner Party ริมทะเลที่เต็มไปด้วยความสนุกและความอบอุ่นของกลุ่มผู้ขับขี่

    อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของทริป คือการพาลูกค้าไปร่วมสัมผัสบรรยากาศเทศกาลดนตรีริมทะเล “ROCK ON THE BEACH 2026” อย่างใกล้ชิด พร้อม Exclusive Booth จากรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เพื่อดูแลลูกค้าและสร้างประสบการณ์พิเศษภายในงาน ให้ผู้ร่วมทริปได้สนุกกับคอนเสิร์ตและแชร์โมเมนต์ร่วมกันในบรรยากาศสุดคึกคักริมทะเล

    กิจกรรม “The 3Fifty Let’s Rock Journey” สะท้อนความตั้งใจของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการขับขี่ให้กับลูกค้า ผ่านการผสานเส้นทางท่องเที่ยว กิจกรรมไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้ของผู้ขับขี่ และเทศกาลดนตรีเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ตอกย้ำภาพลักษณ์ของ New Honda FORZA 350 และ ADV350 ในฐานะบิ๊กสกู๊ตเตอร์พรีเมียมที่พร้อมพาผู้ขับขี่ออกไปสัมผัสทุกการเดินทางได้อย่างมั่นใจ มีสไตล์ และเต็มไปด้วยประสบการณ์ใหม่ ๆ

    ชาว 350 ที่ไม่อยากพลาดกิจกรรมดี ๆ จากรถจักรยานยนต์ฮอนด้า สามารถติดตามข่าวสารและกิจกรรมครั้งต่อไปได้ที่

    เว็บไซต์: https://www.thaihonda.co.th/honda/

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #THE3FIFTY #The3FiftyJourney #The3FiftyLetsRockJourney #ทริปปักหมุดให้สุดคลาส #ROCKONTHEBEACH2026 #FORZA350 #Beyondtheexceptional #ADV350 #ExploreYourLimitless #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • แรงทะลุลองแล็ป! “มิกซ์-ธนัช” บิด Honda CBR600RR ฝ่าลองแล็ป ไล่แซงเดือดทะยานคว้าวินเนอร์ เรซ 2 ศึกชิงแชมป์เอเชีย

    1 Min Read

    แรงทะลุลองแล็ป! “มิกซ์-ธนัช” บิด Honda CBR600RR ฝ่าลองแล็ป ไล่แซงเดือดทะยานคว้าวินเนอร์ เรซ 2 ศึกชิงแชมป์เอเชีย

    “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว The Next Successor จาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” บิดสุดยอดรถแข่งทางเรียบ Honda CBR600RR หมายเลข 31 ฝ่าอุปสรรคสุดหินในการแข่งขัน แม้ต้องเข้า “ลองแล็ป เพนัลตี้” จากการตัดสินเรซที่ผ่านมา มุ่งมั่นกลับมาสู่เกมทำความเร็วไล่แซงบี้จนโค้งสุดท้าย ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1

    คลาส ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS600) ศึก FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 2 เรซที่ 2 พาธงชาติไทยขึ้นโพเดียมสูงสุดพร้อมเพลงชาติไทยกระหึ่มสนามช้าง สร้างความปลาบปลื้มให้แฟนๆชาวไทยที่มาเชียร์ถึงขอบสนาม อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ อย่างยิ่งใหญ่

    ขณะที่ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 ยังมีอาการบาดเจ็บแต่สามารถต่อสู้ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมเช่นกัน ต่อสู้กับคู่แข่งคว้าท็อป 6 มาครองในโฮมเรซ

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เบนท์ลีย์ เปิดตัว The Virtuoso Collection ออปชันระบบเสียงใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบ

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ เปิดตัว The Virtuoso Collection ออปชันระบบเสียงใหม่สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมยกระดับประสบการณ์ความบันเทิงเต็มรูปแบบ

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว The Virtuoso Collection (เดอะ เวอร์ทูโซ คอลเลกชัน) ออปชันระบบเสียงระดับท็อปภายในห้องโดยสารของรถยนต์เบนท์ลีย์จาก Naim for Mulliner สำหรับคอลเลกชันนี้มาพร้อมกับรถยนต์เบนท์ลีย์ซีรีส์สุดพิเศษที่ติดตั้งระบบเสียง Naim for Mulliner ผสานกับวัสดุชั้นเลิศ การปักลายที่เป็นเอกลักษณ์ และรายละเอียดของสีทองแชมเปญที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานฝีมือด้านดนตรีชั้นสูง ซึ่งเดิมทีระบบเสียง Naim for Mulliner ถูกรังสรรค์ขึ้นสำหรับ Batur รถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นสั่งทำพิเศษ ตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการประสบการณ์ความบันเทิงภายในห้องโดยสารที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดย เบนท์ลีย์ แบงค็อก บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดราคาออปชัน The Virtuoso Collection ในรุ่น Bentayga Hybrid ราคา 5,560,000 บาท* และในรุ่น Continental GT/GTC และ ในรุ่น Flying Spur ราคา 8,028,000 บาท* ราคาดังกล่าวเป็นราคาเฉพาะออปชัน The Virtuoso Collection เท่านั้น (Option Price Only) และเงื่อนไขราคาเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด*

    The Virtuoso Collection มีให้เลือกในรุ่น Continental GT, Continental GTC, Bentayga, และ Flying Spur พร้อมกับตัวเลือก 3 รูปแบบการตกแต่ง อันได้แก่ โซปราโน (Soprano) เทเนอร์ (Tenor) และ เบส (Bass) ซึ่งสะท้อนการตกแต่งภายในที่สงบและเรียบหรู ไปจนถึงการตกแต่งภายในที่ดูเคร่งขรึมและดุดันมากขึ้น พร้อมด้วยรายละเอียดของผิวสัมผัสและความแตกต่างของโทนสีที่หลากหลาย

    ที่สุดของระบบเสียงในรถยนต์

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ร่วมมือกับ Naim ยาวนานกว่า 15 ปี โดยใช้เวลาพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรมกว่า 10,000 ชั่วโมงเพื่อรังสรรค์ ‘Naim for Mulliner’ ซึ่งถือเป็นสุดยอดระบบเสียงภายในห้องโดยสารของ Batur ยนตรกรรมรุ่นพิเศษที่ได้นำไปสู่การรังสรรค์ The Virtuoso Collection

    ระบบเสียง ‘Naim for Mulliner’ อันเป็นเอกลักษณ์สำหรับ Virtuoso Collection ใช้ลำโพงถึง 18 ตัว ผนวกกับไดรเวอร์ที่ได้รับการอัปเกรดอีก 2 ตัว ซึ่งเดิมพัฒนาขึ้นสำหรับรุ่น Batur เพื่อเสียงที่น่าทึ่งและการตอบสนองความถี่ที่ดียิ่งขึ้น

    ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ Dolby Laboratories นำมาซึ่งการผสานรวมเทคโนโลยี Dolby Atmos ที่เสียงจะเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระในพื้นที่หลายมิติด้วยความคมชัดและความเข้มข้น มอบประสบการณ์เสียงที่น่าดื่มด่ำอย่างแท้จริงด้วยชั้นเสียงที่แบ่งแยกอย่างชัดเจน ทำให้ผู้ฟังรู้สึกเหมือนอยู่ท่ามกลางเสียงดนตรีที่ขับกล่อมไปตลอดเส้นทาง

    วิศวกรเสียงของเบนท์ลีย์ยังใช้เทคโนโลยี Fraunhofer Symphoria ในการพัฒนาระบบเสียงสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์แต่ละรุ่นโดยเฉพาะ โดย Fraunhofer Symphoria เป็นเทคโนโลยีการแสดงผลคุณภาพสูงสำหรับเสียงเซอร์ราวด์แบบ 2 มิติ และ 3 มิติในห้องโดยสารของรถยนต์ เทคโนโลยีนี้จะช่วยพัฒนาคุณภาพเสียงทั่วทั้งห้องโดยสาร ผู้โดยสารจึงสามารถเพลิดเพลินไปกับประสบการณ์เสียงที่สมจริงด้วยช่องเสียงที่กว้าง ชัดเจน และเสียงเซอร์ราวด์ที่สมบูรณ์แบบ

    โดยเพื่อเป็นการรักษาบรรยากาศการฟังที่สมจริง แผ่นวัสดุ Dinamica ได้นำมาใช้บริเวณแผงประตูเพื่อดูดซับความถี่และการสั่นสะเทือนที่ไม่พึงประสงค์ ทำให้มั่นใจได้ว่าห้องโดยสารจะเงียบสงบและรับรู้ได้ถึงคุณภาพเสียงที่ดีที่สุด

    นอกจากนี้ ตะแกรงลำโพงสั่งทำพิเศษจาก ‘Naim for Mulliner’ ยังได้รับการพัฒนาใหม่เพื่อให้เสียงที่ใสขึ้น 26% จากการที่มีรบกวนเสียงน้อยที่สุด มอบผลลัพธ์โดยรวมที่สมบูรณ์และสมจริงยิ่งขึ้น

     

    เทคโนโลยีการผลิตลำโพงแบบสั่งทำพิเศษ

    ลำโพงรุ่นใหม่ที่ใช้ในระบบ Naim for Mulliner นั้นพัฒนามาจากลำโพง Focal Grand Utopia โดยทั้งลำโพงเสียงกลางและเสียงแหลมใช้กรวยรูปทรง ‘M’ ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร สำหรับกรวยรูปทรง ‘M’ ที่ผลิตจากวัสดุชิ้นเดียวปราศจากฝาครอบแกนกลางให้ความแข็งแรง พร้อมผสานรวมจุดเด่น 3 ประการสำหรับตัวขับลำโพง อันได้แก่ ความแข็งแกร่ง ความเบา และการลดการสั่นสะเทือนได้อย่างลงตัว ส่งผลให้ได้การตอบสนองความถี่ที่เป็นเส้นตรง มีอัตราการเพี้ยนต่ำ และกระจายเสียงที่ดียิ่งขึ้น เพิ่มประสบการณ์การฟังและความสมจริงที่น่าประทับใจ

    ชุดไดร์เวอร์ Focal รุ่นใหม่มีขนาดเพิ่มขึ้นเป็น 15 มิลลิเมตร ทำให้มีช่องลำโพงมากขึ้น 20% ส่งผลให้เสียงมีความคมชัดมากขึ้นและช่วงไดนามิกกว้างขึ้น

    ลำโพงเสียงแหลมได้รับการคัดเลือกมาเพื่อสร้างเสียงแหลมที่นุ่มนวล พร้อมการกระจายเสียงมุมกว้างที่เป็นเอกลักษณ์ที่จะเป็นประโยชน์สำหรับการฟังในสภาพแวดล้อมภายในห้องโดยสารของรถยนต์ ตัวลำโพงประกอบไปด้วยกรวยอลูมิเนียม/แมกนีเซียมรูปทรง “M” ที่จะให้ความสมดุลของเสียงที่ไร้ที่ติและความใสที่น่าประทับใจเพื่อสร้างเสียงที่ดื่มด่ำ เร้าใจ อบอุ่น และทรงพลัง

    ย่านเสียงกลางเป็นย่านเสียงที่ควบคุมได้ยากที่สุดในระบบเสียงอย่างไม่ต้องสงสัย ในด้านหนึ่ง ย่านเสียงกลางต้องมีการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นกับเสียงเบส ในขณะเดียวกันก็ต้องปรับให้เข้ากับเสียงแหลมในแง่ของการกระจายเสียงและการเร่ง ซึ่งเป็นตัวกำหนดความสม่ำเสมอของโทนเสียงและมิติของเสียง

    แรงบันดาลใจจากเสียงดนตรี

    รายละเอียดของเฉดสีทองแชมเปญครอบคลุมทั่วทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร รวมถึงโลโก้เบนท์ลีย์บริเวณตัวถังภายนอก ปลายท่อไอเสีย โลโก้คอลเลกชัน และกุญแจรถที่ขอบได้รับการรังสรรค์ในเฉดสีทองแชมเปญ เมื่อเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสาร ผู้ครอบครองจะได้รับการต้อนรับด้วยไฟต้อนรับ Virtuoso แบบแอนิเมชันที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ และกาบบันได Virtuoso ในเฉดสีทองแชมเปญที่สะท้อนรูปแบบตะแกรงลำโพงที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งอยู่ด้านหน้าของแผงประตู อีกทั้ง ภายในยังมีการตกแต่งด้วยวัสดุ Dinamica ที่ไม่เพียงแต่ให้พื้นผิวที่แตกต่างบนแผงประตูและห้องโดยสารส่วนหลังเท่านั้น แต่ยังช่วยดูดซับเสียงภายในห้องโดยสาร เช่นเดียวกับพรมปูพื้น Mulliner สำหรับองค์ประกอบสำคัญ 4 อย่างที่ช่วยเสริมสร้างสภาพแวดล้อมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวภายในห้องโดยสารมีดังนี้

    • ระบบเสียง Naim for Mulliner Audio เทคโนโลยีระบบเสียงขั้นสูง ปรับแต่งเพื่อการตอบสนองความถี่ที่ดียิ่งขึ้น จับคู่กับ Dolby Atmos เพื่อประสบการณ์เสียงที่สมจริง
    • ดีไซน์ลำโพงสุดพิเศษ รังสรรค์ขึ้นเพื่อคุณภาพเสียงที่คมชัดและสุนทรียภาพที่เหนือกว่า
    • งานปักที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเสียงดนตรี ภาษาการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ สะท้อนจังหวะเสียงดนตรีตลอดทั่วห้องโดยสาร
    • วัสดุเพื่อคุณภาพเสียงที่เหนือกว่า การใช้วัสดุหลากหลายชนิดเพื่อยกระดับประสบการณ์การรับรู้ด้านคุณภาพเสียงด้วยคุณสมบัติการดูดซับเสียงที่ดีเยี่ยม

    โดยสำหรับการตกแต่งภายในขั้นสุดท้าย คือ การออกแบบ Virtuoso ที่สลักลงบนแผงหน้าปัด ซึ่งเข้ากันกับดีไซน์ของกาบบันไดของทั้ง 3 รูปแบบ Soprano, Tenor, และ Bass ที่คัดสรรมาอย่างดี

    นอกเหนือจากตัวเลือก 3 รูปแบบแล้ว Mulliner ยังมอบการร่วมสร้างสรรค์ในแบบเฉพาะตัวสำหรับลูกค้าที่ต้องการให้รถยนต์เบนท์ลีย์ในคอลเลกชัน Virtuoso ของตนมีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครอีกด้วย

    ชุดแต่ง The Virtuoso Collection มีให้เลือกในรุ่น Continental GT และ GTC รวมถึงรุ่น Bentayga และ รุ่น Flying Spur สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ชิพ-นครินทร์” ปลดล็อกโพเดียมโฮมเรซ สู้ทุกโค้งคว้าท็อป 3 ARRC สนามที่ 2

    1 Min Read

    “ชิพ-นครินทร์” ปลดล็อกโพเดียมโฮมเรซ สู้ทุกโค้งคว้าท็อป 3 ARRC สนามที่ 2

    คลาส เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี (ASB1000) หนึ่งเดียวของไทย “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ และทีมแม็คคานิกซ์ไทยของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ทุ่มเททำงานอย่างหนักพร้อมกับพลังหนุนอย่างเต็มที่ของไทยฮอนด้า โดยการแข่งขันในเรซที่ 2 “ชิพ-นครินทร์” ควบ Honda CBR1000RR-R ออกสตาร์ตจากกริดที่ 6 โดยต้องเริ่มต้นบวกความเร็วทันทีตั้งแต่ต้นการแข่งขันพร้อมควบคุมความเสี่ยงเพื่อรักษาโอกาสในการทำผลงาน

    “ชิพ-นครินทร์” ใช้ประสบการณ์ควบคุมรถแข่งและการแข่งขันได้อย่างยอดเยี่ยม เร่งความเร็วแซงคู่แข่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่องและขยับขึ้นมารั้งท็อป 3 ก่อนเข้าสู่รอบสุดท้าย แม้คู่แข่งพยายามเข้ากดดันแต่ยอดนักแข่งไทยไม่เปิดช่องว่างในช่วงปลายเกม ก่อนเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 3 ปลดล็อคโพเดียมต่อหน้าแฟนความเร็วชาวไทยสำเร็จรายการ FIM Asia Road Racing Championship 2026 สนามที่ 2

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
    เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #ARRC2026 #AsiaRoadRacingChampionship2026 #HondaCBR #Fer12 #Idemitsu #EEST #SittipolGroup #KrungsriAuto #YumYum #KELA #Kushitani #SHOWA #ARAI #DID #NGK #RCB #SKF #RuamJaiRakHospital #StormAeroPart #Nissin #H2C #HondaChemicals


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2

    1 Min Read

    ธงไทยกระหึ่มเอเชีย! 5 นักบิดผงาดกวาดโพเดียม ซิว 2 แชมป์ ศึก Asia Road Racing สนาม 2

    ศึก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026” สนามที่ 2 เรซ 2 เสิร์ฟสีสันระดับเวิลด์คลาส นักบิดไทยสร้างผลงานกระหึ่ม พาเหรดขึ้นโพเดียม พร้อมกวาดแชมป์ 2 รุ่น  “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ผงาดวินเนอร์ ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ควง “ตี” อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ขึ้นโพเดียมแบบวันทู เช่นเดียวกับ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำจาก  ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ที่บิดคว้าชัย เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี โดยมี “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ยืนคู่บนโพเดียมอันดับ 2 ขณะที่ผลในรุ่นใหญ่ ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม บิดหายคว้าชัยรุ่นใหญ่ 4 เรซติด ส่วน “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ นักแข่งไทยจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกของฤดูกาลได้สำเร็จ

    การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์เอเชีย รายการ เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 2 ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ แข่งขัน 2 เรซ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศเรซที่ 2 เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม 2569  ท่ามกลางการติดตามของแฟนความเร็วทั่วโลก ทั้งผ่านการถ่ายทอดสดและแพลตฟอร์มออนไลน์ พร้อมอัดแน่นกิจกรรมเอาใจมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยในสนามอย่างเต็มอิ่ม

    ขณะที่เกมการแข่งขันก็เข้มข้นทุกคลาส โดยในรุ่นใหญ่อย่าง เอเชีย ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (ASB1000) ดวลกันทั้งสิ้น 15 รอบสนาม ซึ่งกริดสตาร์ทยังคงมี ซัควาน ไซดี้ นักบิดมาเลเซียจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า เรซซิ่ง มาเลเซีย เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างด้วยทีมเมทอย่าง อัซรอย ฮาคีม อานัวร์ ในกริดที่ 2 ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ เคโตะ อาเบะ นักบิดญี่ปุ่นจาก เอสดีจี ฮาร์ค-โปร ฮอนด้า ฟิลิปปินส์

    ด้าน ฮาฟิซ ซยาห์ริน อดีตนักบิดโมโตจีพีชาวมาเลเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะ 3 เรซแรกและจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 5 ส่วน นักบิดไทยหนึ่งเดียวในรุ่นใหญ่อย่าง “ชิพ” นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เริ่มเกมจากกริดที่ 6 โดยมีการปรับปรุงเซ็ตอัพรถแข่งได้ลงตัวมากขึ้น

    เกมเรซนี้แทบไม่มีอะไรพลิกผันสำหรับตำแหน่งหัวแถว โดย ซยาห์ริน ที่ออกตัวจากกริดที่ 5 ไล่แซงคู่แข่งขึ้นเป็นผู้นำได้ในรอบที่ 2 ก่อนจะค่อยๆ เพิ่มระยะห่างและบิดเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 24 นาที 1.995 วินาที ผงาดคว้าชัยชนะไปครอง 4 เรซรวด ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง อาเบะ อันดับ 2 ถึง 2.748 วินาที

    ขณะที่ “ชิพ-นครินทร์” นักบิดชาวไทยวางแผนการขี่ในเรซนี้อย่างยอดเยี่ยม เกาะกลุ่มท็อปไฟว์ไปจนถึงช่วงท้ายเรซ ก่อนจะขยับแซง ซัควาน ไซดี้ ขึ้นมา และบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 3 ตามหลังผู้ชนะ 3.482 วินาที ปลดล็อคคว้าโพเดียมแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ

     

    โดยหลังผ่าน 2 สนามแรก ซยาห์ริน นำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพ มีทั้งสิ้น 100 คะแนน ทั้งห่าง อาเบะ อันดับ 2 ออกไป 24 คะแนน ตามด้วย แอนดี้ ฟาริด อิซดิฮาร์ นักบิดอินโดนีเซียจาก เจดีที เรซซิ่ง ทีม ในอันดับ 3 ตามหลัง 47 คะแนน ส่วน “ชิพ-นครินทร์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 5 เก็บไป 39 คะแนน

    ส่วนการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เรซที่ 2 ดวลกัน 12 รอบสนาม โดยกริดสตาร์ทมี คาสม่า ดาเนียล คาสมายูดิน แชมป์เก่าชาวมาเลเซียจาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง เป็นเจ้าของโพล ขนาบข้างในแถวหน้าด้วย 2 นักแข่งไทยอย่าง “ตี”​ อนุภาพ ซามูล จาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม และ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว ดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ในกริดที่ 2 และ 3

    รูปเกมในรุ่นนี้ยังคงเข้มข้นเช่นเคย โดยนักบิดหลายคนในกลุ่มนำสลับสับเปลี่ยนตำแหน่งกันแทบทุกรอบ ขณะที่ “มิกซ์-ธนัช” ต้องเจองานหนักเมื่อต้องเข้ารับโทษ “ลองแล็ป” ในรอบที่ 2 ทำให้ร่วงจากอันดับ 3 ลงไปถึงอันดับ 11 แต่ยังมีความเร็วเหนือกว่าทุกคนในสนาม ค่อยๆ ไล่แซงคู่แข่งจนขึ้นมาถึงกลุ่มหน้าในช่วง 4 รอบสุดท้าย

    ก่อนจะเร่งความเร็วปิดจ็อบจากการแซงในโค้ง 12 ของรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 2.096 วินาทีปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตัวเองได้สำเร็จ เฉือน “ตี-อนุภาพ” อันดับ 2 เพียง 0.130 วินาที ตามด้วย แม็คคินลีย์ ไคล์ พาซ นักบิดฟิลิปปินส์จาก ฮง เหลียง ยามาฮ่า เรซซิ่ง ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.577 วินาที ส่วน คาสม่า ดาเนียล เข้าป้ายอันดับ 4 และ “ไฮเป็ค” กฤษฎา ธนโชติ นักบิดไทยอีกคนจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ จบการแข่งขันในอันดับ 6 ตามหลัง 4.676 วินาที

    สถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เข้มข้นสุดๆหลังผ่านสนาม 2 ปรากฏว่า คาสม่า ดาเนียล แชมป์เก่ารั้งจ่าฝูงมีทั้งสิ้น 72 คะแนน ตามด้วย “มิกซ์-ธนัช” ที่บีบระยะห่างเข้ามาเหลือเพียง 3 แต้มท่านั้น อันดับ 3 เป็นของ อัซรอย ฮาคีม ตามหลัง 11 แต้ม และ “ตี-อนุภาพ” รั้งอันดับ 4 ตามหลัง 12 คะแนน

    ขยับมาดูเกมในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี ซึ่งแข่งกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม เป็นอีกคลาสที่แฟนชาวไทยได้เฮ เมื่อนักแข่งชาวไทยขึ้นโพเดียมพร้อมกัน 2 คน และเป็นการคว้าชัยชนะแบบวันทู ต่อหน้าแฟนๆ ในบ้านเกิดที่ บุรีรัมย์

    โดย “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม ออกนำแบบม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองด้วยเวลา 18 นาที 41.804 วินาที อันดับ 2 เป็นของ “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร ดาวรุ่งวัยเพียง 15 ปี จาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ตามหลัง 4.694 วินาที ตามด้วย คาสด้า เอช นักบิดอินโดนีเซียจาก ยามาฮ่า เรซซิ่ง อินโดนีเซีย ในอันดับ 3 ตามหลัง 6.562 วินาที ส่วน “กัส” ธีรไนย ทับทิม ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่ง ทีม พลาดโพเดียมเฉียดฉิว บิดเข้าป้ายอันดับ 5 ตามหลัง 6.732 วินาที

    หลังผ่านการแข่งขันสนาม 2 ไอเดีย-กฤตภัทร” ยังคงรักษาตำแหน่งจ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี อย่างเหนียวแน่น มีทั้งสิ้น 86 คะแนน เหนือ เรห์ซ่า ดานิก้า อาห์เรนส์ คู่แข่งชาวอินโดนีเซีย อันดับ 2 อยู่ 22 คะแนน ส่วน “เฟอร์-ปัญจรุจน์” ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 3 ตามผู้นำ 24 คะแนน และ “กัส-ธีรไนย” รั้งอันดับ 8 มี 27 คะแนน

    นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น อันเดอร์โบน 150 ซีซี (UB150) ชัยชนะตกเป็นของ ฮุสนี ไซนัล ฟูอัดซี จาก ซีเออร์ แอลเอฟเอ็น เอชพี969 อะเดลิน เอ็มซีอาร์ อาร์บีที34 ด้วยเวลา 16 นาที 37.890 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง อาหมัด ดาร์วาซี อาหมัด ซาฮีร์ นักแข่งมาเลเซียจาก ยูซี เอเชีย ทีม เพียง 0.390 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ อาดีตยา ฟาอูซี นักบิดอินโดนีเซียจาก เจพีเอ็นดับเบิลยู เอสเอ็นดี แฟ็คตอรี เรซซิ่ง ตามหลัง 0.801 วินาที

    ผลในรุ่น ทีวีเอส เรซซิ่ง อินเตอร์เนชั่นแนล แชมเปี้ยนชิพ เรซสอง ชัยชนะเป็นของ ซาทัค ชาวัล นักแข่งอินเดียด้วยเวลา 14 นาที 58.040 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง โมฮัมหมัด แรมแดน รอสลี นักแข่งมาเลเซียอันดับ 2 เพียง 0.073 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ เปดรินโญ มาโตส นักบิดโปรตุกีส ตามหลัง 0.161 วินาที

     

    ทั้งนี้ ศึก เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามถัดไป จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 มิถุนายนนี้ ที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น โดยจะกลับมาดวลความเร็วสนามสุดท้าย ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 4-6 ธันวาคมนี้ เพื่อตัดสินแชมป์ประจำฤดูกาล


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บุรีรัมย์มันส์มาก! ครั้งแรกในโลกกับ “รถแห่ไทยบ้าน” บุกแทร็กระดับโลก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2026”

    1 Min Read

    บุรีรัมย์มันส์มาก! ครั้งแรกในโลกกับ “รถแห่ไทยบ้าน” บุกแทร็กระดับโลก “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง 2026″

    จบลงไปอย่างฮือฮา กับโมเมนต์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดสำหรับกิจกรรม Pit Walk ในศึกสองล้อชิงแชมป์เอเชีย “เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ 2026″ สนามที่ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เมื่อช่วงสายวันที่ 10 พ.ค. 2569

    ไฮไลต์ที่กลายเป็นไวรัล Thai Power สุดกระหึ่ม รถแห่บุกพิต” ครั้งแรกในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยสนามช้างฯ ร่วมกับ ทูวีล มอเตอร์ เรซซิ่ง ประเทศมาเลเซีย เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ส่งออก Thai Power ในธีม ลูกทุ่ง กันตรึมแดนซ์” ไปสร้างความบันเทิงกลางแทร็กระดับโลก ผสมผสานดนตรีอีสานใต้กับจังหวะ EDM จนนักบิดไทย-เทศและแฟนความเร็วออกมา “เซิ้ง” กันสนั่นพิตวอล์ค

    นายโชติชนก ชิดชอบ ผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ สนามช้างฯ เผยว่า ”จากความสำเร็จของ TukTuk Challenge ใน MotoGP ที่ได้ส่งออกภาพลักษณ์ความสนุกแบบไทยดังไกลทั่วโลกแล้ว เราได้ต่อยอดมาสู่การแข่งขันระดับเอเชีย โดยเราต้องการทำให้ภาพลักษณ์มอเตอร์สปอร์ตเข้าถึงง่ายและสนุกกว่าที่เคย จึงเลือก ‘รถแห่’ มาเป็นสัญลักษณ์ของความสนุกแบบไทย สอดแทรกศิลปวัฒนธรรมอีสานลงไปในโปรดักชันระดับสากล เพื่อสื่อสารไปยังผู้ชมหลายล้านคนทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสดในทุกแพลตฟอร์ม”

    ความพิเศษของไอเดียนี้คือการหยิบ “วัฒนธรรมท้องถิ่น” มาใส่ใน “เวทีระดับนานาชาติ” สนุกสนาน เข้าใจง่าย และมีความเป็นไทยชัดเจน บรรยากาศในพิตคึกคักแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน เหล่านักบิดชื่อดังไม่ว่าจะเป็นนักแข่งไทยหรือนักแข่งต่างชาติ และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง นำโดย เบนซ์ เรซซิ่ง, แพร ทวินันท์, น้องโนเกียร์, เฟย์ ชาคริยา, เบนซ์ DBigbike, ตะวันบอย TawanBoyz, กร Bullybike ฯลฯ ออกมาโชว์สเต็ป กันอย่างสนุกสนาน

    สำหรับศึก Asia Road Racing Championship 2026 ดวลความเร็วรวม 6 สนามใน 3 ประเทศ โดยประเทศไทยรับบทเจ้าภาพสนามที่ 2 ซึ่งถูกยกให้เป็นหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของปี จากนั้นสนามที่ 3 วันที่ 12-14 มิถุนายน จะไปแข่งขันกันที่โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น ขณะที่สนามที่ 4 ยังรอการประกาศอย่างเป็นทางการ , สนามที่ 5 เซปังฯ ประเทศมาเลเซีย วันที่ 11 – 13 กันยายน  จบด้วยสนามปิดฤดูกาล ฉลองแชมป์ที่ ประเทศไทย วันที่ 4 – 6 ธันวาคม 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ลูก้า มารินี” ฝ่ากลุ่มกลาง ทะยานจบท็อปเท็น คว้าแต้มโมโตจีพี ที่ฝรั่งเศส สนามที่ 5

    1 Min Read

    “ลูก้า มารินี” ฝ่ากลุ่มกลาง ทะยานจบท็อปเท็น คว้าแต้มโมโตจีพี ที่ฝรั่งเศส สนามที่ 5

    ศึก โมโตจีพี 2026 สนาม 5 รายการ เฟรนช์ กรังด์ปรีซ์ แข่งขันรอบเมนเรซเวันอาทิตย์ที่ 10 พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ สนาม เลอมองส์ เซอร์กิต ประเทศฝรั่งเศส ชิงชัยกันทั้งสิ้น 27 รอบสนาม โดยแม้จะมีฝนตกลงมาก่อนหน้านั้น แต่ท้ายที่สุดเกมในเรซนี้ก็ดวลกันโดยปราศจากฝน

    ผลการแข่งขันปรากฏว่า “ลูก้า มารินี” ทีมเมทชาวอิตาเลียนเจ้าของรถแข่ง Honda RC213V หมายเลข 10 แม้จะต้องออกตัวจากกริดที่ 15 เจองานที่ท้าทายในกลุ่มกลาง ก่อนจะไล่ขึ้นมาจบเรซในอันดับ 10 ด้วยเวลารวม 41 นาที 33.017 วินาที ตามหลังผู้ชนะ 15.016 วินาที คว้าแต้มสำคัญมาได้สำเร็จ ส่วนทีมเมท “โจอัน เมียร์” นักบิดชาวสแปนิชหมายเลข 36 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 7 และออกตัวอย่างดุดัน สามารถไล่แซงคู่แข่งขึ้นไปถึงอันดับ 6 แต่มาพลาดล้มอย่างน่าเสียดายในช่วง 8 รอบสนามสุดท้ายอย่างล่าเสียดาย

    ด้าน “โยอันน์ ซาร์โก” นักบิดเจ้าถิ่นชาวฝรั่งเศสหมายเลข 5 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ แชมป์เก่าในสนามแห่งนี้จากปีที่ผ่านมา จบการแข่งขันอันดับ 11 ตามหลัง 16.549 วินาที ขณะที่ “ดิโอโก้ โมเรร่า” นักบิดรุกกี้ชาวบราซิเลียนหมายเลข 11 จาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ พลาดล้มในรอบที่ 10 ไม่จบการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย

    ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2026 สนามถัดไปจะโยกไปดวลความเร็วที่สนาม เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 15-17 พฤษภาคมนี้ ในศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #LCRHonda #JZ5 #DM11 #HondaHRC #JM36 #LM10 #FrenchGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อินช์เคป ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 10 ปี มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับการเป็นเจ้าของรถยนต์ Jaguar Land Rover พร้อม Service Plan 10 ปี

    1 Min Read

    อินช์เคป ประเทศไทย ฉลองครบรอบ 10 ปี มอบข้อเสนอพิเศษสำหรับการเป็นเจ้าของรถยนต์ Jaguar Land Rover พร้อม Service Plan 10 ปี

    บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์จากัวร์และแลนด์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ฉลองครบรอบ 10 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการดูแลลูกค้าแบบครบวงจร ด้วยข้อเสนอพิเศษสำหรับรถใหม่และบริการหลังการขาย

    เพื่อมอบความอุ่นใจในระยะยาว อินช์เคปจึงนำเสนอ Service Plan นานสูงสุด 10 ปี สำหรับรถยนต์ Jaguar Land Rover สะท้อนความมุ่งมั่นในการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของ พร้อมช่วยให้ลูกค้าสามารถวางแผนค่าใช้จ่ายล่วงหน้า ลดความกังวลด้านค่าบำรุงรักษา และดูแลรถให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์สูงสุดอย่างต่อเนื่อง

    Service Plan ดังกล่าวครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมใช้อะไหล่แท้มาตรฐานผู้ผลิต ช่วยรักษาสมรรถนะของรถและเสริมสร้างความมั่นใจในทุกการใช้งานตลอดระยะเวลาการถือครองข้อเสนอพิเศษนี้มีระยะเวลาจำกัด ระหว่างวันที่ 1 พฤษภาคม – 31 กรกฎาคม 2569 เท่านั้น

    พร้อมข้อเสนอพิเศษสำหรับการเป็นเจ้าของรถยนต์ Jaguar Land Rover ทุกรุ่น

    • แผนบริการบำรุงรักษา (Service Plan) นานสูงสุด 10 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร*
    • อัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 1.0%
    • ส่วนลดโปรแกรมขยายการรับประกัน (Extended Warranty) 10%
    • ส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง (Accessories) 10% เมื่อสั่งซื้อพร้อมรถยนต์
    • รับมูลค่าเพิ่มสูงสุด 100,000 บาท สำหรับการแลกเปลี่ยนรถยนต์ Jaguar Land Rover (Trade-in)
    • ราคาพิเศษสำหรับรถยนต์ผู้บริหาร ป้ายแดง ไมล์น้อย

    ข้อเสนอพิเศษเพื่อการดูแลรถยนต์ Jaguar Land Rover

    สำหรับรถยนต์ Jaguar Land Rover ที่มีอายุ 10 ปีขึ้นไป:

    • ส่วนลดค่าอะไหล่และอุปกรณ์ตกแต่ง 10%
    • ฟรีบริการตรวจเช็คสภาพ 10 รายการ
    • ฟรีบริการรับ-ส่งรถ
    • ฟรีบริการอบโอโซน (Ozone)

    * แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน

    ** ทั้งนี้ ข้อเสนอและเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

    นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา อินช์เคปมุ่งมั่นยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Jaguar Land Rover ผ่านการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องในทุกช่วงการใช้งาน ตั้งแต่วันแรกของการส่งมอบรถ ด้วยการนำเสนอ Service Plan ควบคู่กับการขาย โปรแกรมขยายการรับประกัน (Extended Warranty) และบริการ Mobile Service ที่เข้าถึงลูกค้าทั่วประเทศ พร้อมข้อเสนอแลกเปลี่ยนรถ (Trade-in) ในราคาที่แข่งขันได้ รวมถึงการจัดกิจกรรม Experience เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์อย่างเต็มที่ อาทิ Defender Experience ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของอินช์เคปในการส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับ และสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า

    นอกจากนี้ อินช์เคปยังให้ความสำคัญกับการดูแลพนักงานอย่างต่อเนื่อง โดยได้รับรางวัล “Great Place to Work” ประจำปี Jun 2024 – Jun 2025 พร้อมมุ่งส่งเสริมคุณภาพชีวิตของบุคลากร ผ่านการดูแลสุขภาพพนักงาน การจัดทำแบบสำรวจความพึงพอใจภายในองค์กรอย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำไปพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมีบุคลากรที่มีอายุการทำงานยาวนานและมีประสบการณ์สูง สะท้อนถึงความมั่นคงและวัฒนธรรมองค์กรที่แข็งแกร่ง

    ควบคู่ไปกับการดำเนินธุรกิจ อินช์เคปยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ผ่านกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง อาทิ การสนับสนุนมูลนิธิช้าง การช่วยเหลือโรงเรียนในพื้นที่ห่างไกล การบรรเทาผลกระทบจากอุทกภัย และการฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม”

    การครบรอบ 10 ปีในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนความสำเร็จที่ผ่านมา แต่ยังตอกย้ำความมุ่งมั่นของอินช์เคปในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่เหนือระดับอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าพัฒนามาตรฐานการดูแลลูกค้าในทุกมิติ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในอนาคต ผ่านข้อเสนอและเอกสิทธิ์สุดพิเศษ เพื่อแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและสนับสนุนอินช์เคปเสมอมา


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment