• “เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” แท็กทีม “เจฟ ซาเตอร์” และ “ททท.” ชวนครอบครัวคนรุ่นใหม่สัมผัสประสบการณ์ พิเศษจากการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางสุด BOLD ผ่านแคมเปญสุดสร้างสรรค์ “เดอะ โบลด์ เจอร์นีย์”

    1 Min Read

    “เกีย เซลส์ (ประเทศไทย)” แท็กทีม “เจฟ ซาเตอร์” และ “ททท.” ชวนครอบครัวคนรุ่นใหม่สัมผัสประสบการณ์ พิเศษจากการท่องเที่ยวในจุดหมายปลายทางสุด BOLD ผ่านแคมเปญสุดสร้างสรรค์ “เดอะ โบลด์ เจอร์นีย์” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจใหม่ๆไปกับ The Kia EV5 รถยนต์ไฟฟ้า 100% ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ของแบรนด์เกีย “Movement that Inspires” ได้อย่างชัดเจน

    เพราะเกียเชื่อว่า ทุกการเดินทาง คือ โอกาสที่จะได้ค้นพบแรงบันดาลใจใหม่ๆ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จึงได้ร่วมมือกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดตัวแคมเปญเชิงสร้างสรรค์ “เดอะ โบลด์ เจอร์นีย์” (THE BOLD JOURNEY) ชวนครอบครัวรุ่นใหม่ร่วมออกผจญภัยและสำรวจสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าค้นหาในประเทศไทย ไปกับ The Kia EV5 รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% ที่ออกแบบมาเพื่อทำให้การเดินทางของครอบครัวทั้งสะดวกสบาย เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และน่าตื่นเต้น โดยมี “เจฟ ซาเตอร์” ศิลปินชื่อดังและพรีเซนเตอร์ The Kia EV5 มาร่วมถ่ายทอดความหลงใหลในการขับรถท่องเที่ยวที่พาไปสู่การได้ค้นพบตัวเองในมุมใหม่ๆ ผ่านวิดีโอออนไลน์ เพื่อเชิญชวนให้ทุกคนออกมาร่วมสัมผัสการเดินทางสุด BOLD ไปด้วยกัน ประเดิมกิจกรรมแรก “The BOLD Destination” ชวนครอบครัวออกไปผจญภัยในสถานที่สุดพิเศษตามเส้นทางตะวันออกของไทย ผู้สนใจร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.kia-campaign.com/EV5-bolddestination ได้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2568 เพื่อลุ้นรับสิทธิ์เป็นครอบครัวผู้โชคดีร่วมโร้ดทริปในวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2568 THE BOLD JOURNEY ไม่ใช่แค่ทริปท่องเที่ยว แต่เป็นโอกาสให้ทุกคนออกเดินทางสู่การผจญภัยที่จะเปลี่ยนนิยามของการสำรวจใหม่ และเปิดรับความงดงามของความหลากหลายในทุกสายสัมพันธ์ของครอบครัว ไม่ว่าคุณจะเป็นครอบครัวคนรุ่นใหม่ คู่รัก LGBTQ+ หรือสายเที่ยวที่รักสัตว์เลี้ยง แคมเปญนี้พร้อมต้อนรับทุกคนให้มาสร้างช่วงเวลาสุดประทับใจบนเส้นทางแห่งการเดินทางร่วมกัน

     

    “เกีย” (Kia) เชื่อว่าพลังของการขับเคลื่อนสร้างแรงบันดาลใจและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนได้ ซึ่งความเชื่อนี้ได้ถูกสะท้อนผ่านปรัชญาของแบรนด์ที่ว่า ‘Movement that Inspires’ โดยในปีที่ผ่านมาเกียได้มีการเปิดตัว The Kia EV5 ผ่านแคมเปญ ‘ไม่กล้า ไม่เกิด – Make A Bold Move’ ที่ชวนทุกคนให้กล้าที่จะก้าวไปสู่สิ่งใหม่ เพื่อสานต่อแนวคิดดังกล่าว ในปีนี้ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) จึงได้ริเริ่มแคมเปญ “THE BOLD JOURNEY” เชิญชวนครอบครัวรุ่นใหม่ พักจากการใช้ชีวิตปกติในทุกวันออกมาผจญภัย สำรวจความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามของประเทศไทยไปกับ The Kia EV5 ที่มีระยะทางวิ่งสูงสุด 665 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ตามมาตรฐาน NEDC และมาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ล้ำสมัย มั่นใจได้ว่าทุกช่วงเวลาที่อยู่บนท้องถนนจะปลอดภัย สะดวกสบาย และเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ซึ่งการร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเกียในการส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน เพราะ ‘เกีย’ เชื่อว่าการท่องเที่ยวไม่ใช่แค่เรื่องของความตื่นเต้น แต่ควรสร้างความทรงจำอันงดงาม พร้อมรักษาเสน่ห์ของทุกจุดหมายปลายทางให้คงอยู่ตลอดไป โดยกิจกรรม The BOLD Destination จะพาผู้โชคดี 5 ครอบครัวร่วมโร้ดทริปไปยังเกาะมันใน จ. ระยอง สถานที่ท่องเที่ยวอันน่าทึ่งในภาคตะวันออก และเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้นเกียได้เชิญ 10 ครอบครัวจาก เกีย พัทยา และ เกีย ระยอง มาร่วมเดินทางสุดพิเศษครั้งนี้ด้วย

    เจฟ ซาเตอร์ พรีเซนเตอร์ The Kia EV5 เล่าถึงความรู้สึกที่มีต่อแคมเปญนี้ว่า “สำหรับผมการขับรถไม่ใช่แค่การเดินทางจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง แต่เป็นการได้ใช้เวลาไตร่ตรองในเรื่องต่างๆ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเอง ผมชอบการเดินทางด้วยรถ ไม่ว่าจะเดินทางคนเดียวหรือกับเพื่อน เพราะทุกการเดินทางคือโอกาสที่จะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ซึ่งผมเองก็เป็นเจ้าของ The Kia EV5 ที่พูดได้เลยว่านี่คือเพื่อนร่วมทางที่สมบูรณ์แบบสำหรับการเดินทาง ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางและออกแบบมาอย่างดีทำให้รู้สึกสะดวกสบายระหว่างการเดินทางไกล พื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างทำให้สามารถนำทุกอย่างที่ต้องการติดตัวไปได้ ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋าเพิ่มเติมสำหรับทริปครอบครัวหรือสิ่งของจำเป็นสำหรับสัตว์เลี้ยง ความสูงของรถก็ทำให้ผมมั่นใจในการขับขี่บนถนนทุกประเภท ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ทุกการเดินทางของผมราบรื่นไร้กังวล สุดท้ายนี้ผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของแคมเปญ ‘THE BOLD JOURNEY’ เพราะผมเชื่อในพลังของการออกไปสำรวจโลกภายนอก และขอเชิญชวนทุกคนมาร่วมผจญภัยไปกับแคมเปญฯ ก้าวออกจากคอมฟอร์ตโซน ยอมรับในความหลากหลายของครอบครัว และออกไปสัมผัสจุดหมายปลายทางสุด Unseen ในเมืองไทย ซึ่งจะทำให้ทุกการเดินทางของคุณเป็นความทรงจำที่น่าจดจำที่สุดกันครับ”

     

    แคมเปญ “THE BOLD JOURNEY” ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลัก ได้แก่ 1.The BOLD Destination กิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับครอบครัวที่จะมอบประสบการณ์การเดินทางสุดพิเศษไปสู่จุดหมายปลายทางสุด BOLD 2. The BOLD Honeymoon กิจกรรมท่องเที่ยวสำหรับคู่รัก LGBTQ+ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองเดือน Pride Month และ 3. The BOLD Friend กิจกรรมซีเอสอาร์สำหรับคนรักน้องหมา น้องแมวที่ร่วมกับมูลนิธิเดอะวอยซ์ โดยผู้ร่วมกิจกรรมสามารถแสดงความประสงค์รับเลี้ยงน้องหมา น้องแมว เพื่อนสุด BOLD จากมูลนิธิฯ สำหรับกิจกรรมแรก The BOLD Destination จะพาผู้โชคดี 5 ครอบครัวร่วมโร้ดทริปไปยังเกาะมันใน จ. ระยอง สถานที่ท่องเที่ยวอันน่าทึ่งในภาคตะวันออก และเพื่อเติมเต็มประสบการณ์ที่ครอบคลุมยิ่งขึ้น เกียได้เชิญ 10 ครอบครัวจาก เกีย พัทยา และ เกีย ระยอง มาร่วมเดินทางสุดพิเศษครั้งนี้ด้วย ผู้ที่สนใจร่วมกิจกรรมสามารถลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ https://www.kia-campaign.com/EV5-bolddestination ได้ตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน – 8 พฤษภาคม 2568 เพื่อลุ้นรับสิทธิ์เป็นครอบครัวผู้โชคดีร่วมเดินทางแบบโร้ดทริปบนเส้นทางสุด BOLD ไปด้วยกันในวันที่ 24-25 พฤษภาคม 2568 ติดตามความเคลื่อนไหว และรายละเอียดของทั้ง 3 กิจกรรมภายใต้แคมเปญ THE BOLD JOURNEY’ ได้ที่ช่องทาง Official ของ เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) : www.kia.com


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สงกรานต์นี้ ฉลองไปกับโรยัล เอ็นฟีลด์

    1 Min Read

    สงกรานต์นี้ ฉลองไปกับโรยัล เอ็นฟีลด์

    เดือนเมษาฯ นี้ ปลดปล่อยใจไปกับสงกรานต์บนมอเตอร์ไซค์คู่ใจ โรยัล เอ็นฟีลด์ ชวนคุณนำทางความสุขทุกโมเมนต์ พร้อมเคล็ดลับดูแลรถให้พร้อมลุยทุกสถานการณ์ ออกไปสร้างประสบการณ์สงกรานต์ที่น่าประทับใจกัน!

    นำทางพิกัดความสุข ทุกโมเมนต์สำคัญในวันสงกรานต์

    ประเทศไทยในช่วงสงกรานต์นั้นเต็มไปด้วยสีสันและความครึกครื้น แต่ละภูมิภาคก็มีเอกลักษณ์และเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ลองมาดูไอเดียสถานที่เที่ยวที่เราสามารถบิดมอเตอร์ไซค์ไปสนุกกันได้เลย:

    • เชียงใหม่: เมืองเหนือสุดฮิตที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง ด้วยบรรยากาศสงกรานต์ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ มีการแห่พระพุทธสิหิงค์ การประกวดเทพีสงกรานต์ และแน่นอนว่าการสาดน้ำรอบคูเมืองยังคงเป็นไฮไลท์ที่ไม่ควรพลาด เส้นทางขับขี่ไปยังดอยสุเทพก็เป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ที่น่าสนใจสำหรับนักบิด
    • ขอนแก่น: สงกรานต์ถนนข้าวเหนียวที่ขึ้นชื่อเรื่องความยาวและความคึกคัก ผู้คนออกมาเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนานตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมและการแสดงต่างๆ มากมายให้ได้ชมกัน การขับขี่ในตัวเมืองอาจจะหนาแน่นหน่อย แต่รับรองว่าความสนุกจะทำให้ลืมความเหนื่อยไปเลย
    • พระนครศรีอยุธยา: สัมผัสสงกรานต์แบบไทยๆ ที่ยังคงมีกลิ่นอายของประวัติศาสตร์ มีการสรงน้ำพระสำคัญ การแสดงพื้นบ้าน และการละเล่นต่างๆ ที่น่าสนใจ การขับขี่มอเตอร์ไซค์ชมโบราณสถานต่างๆ ในช่วงสงกรานต์ก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ไม่เหมือนใคร
    • กรุงเทพมหานคร: แม้จะมีการจัดงานสงกรานต์ในหลายพื้นที่ แต่ที่พลาดไม่ได้คือถนนสีลมและถนนข้าวสาร ที่จะเนืองแน่นไปด้วยผู้คนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติที่ออกมาสาดน้ำกันอย่างสนุกสุดเหวี่ยง การขับขี่ในเมืองอาจจะต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แต่รับรองว่าความมันส์นั้นคุ้มค่าแน่นอน
    • พัทยา: สำหรับสายปาร์ตี้และชอบความคึกคัก สงกรานต์พัทยาถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด มีการจัดงานริมชายหาด คอนเสิร์ต และกิจกรรมทางน้ำต่างๆ มากมาย การขับขี่เลียบชายหาดในช่วงเย็นๆ ก็เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ

    เตรียมความพร้อมให้รถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ…เดินทางอย่างมั่นใจในทุกสถานการณ์

    ก่อนออกเดินทางไกลในช่วงสงกรานต์ การตรวจเช็คสภาพรถมอเตอร์ไซค์อย่างละเอียดถือเป็นสิ่งสำคัญอันดับแรก เพื่อความปลอดภัย ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้างที่เราต้องใส่ใจ:

    • ระบบเบรก: ตรวจสอบระดับน้ำมันเบรก ผ้าเบรก และการทำงานของเบรกหน้า-หลัง ให้มั่นใจว่าอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน
    • ยางรถ: เช็คลมยางให้ได้ตามมาตรฐาน เติมลมยางให้เหมาะสมกับน้ำหนักบรรทุก ตรวจสอบดอกยางว่ายังมีความลึกเพียงพอหรือไม่ หากดอกยางสึกมาก ควรเปลี่ยนยางใหม่เพื่อป้องกันการลื่นไถล
    • โซ่/สายพาน: ตรวจสอบความตึงของโซ่หรือสภาพของสายพาน หากโซ่หย่อนเกินไปหรือสายพานมีรอยแตก ควรปรับตั้งหรือเปลี่ยนใหม่
    • น้ำมันเครื่องและของเหลวต่างๆ: ตรวจสอบระดับน้ำมันเครื่อง น้ำหล่อเย็น และน้ำมันเบรก หากระดับต่ำกว่ามาตรฐาน ควรเติมให้เรียบร้อย

    • ระบบไฟส่องสว่างและสัญญาณไฟ: ตรวจสอบไฟหน้า ไฟท้าย ไฟเลี้ยว และแตร ให้มั่นใจว่าสามารถใช้งานได้ตามปกติ
    • กระจกมองข้าง: ปรับกระจกมองข้างให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม มองเห็นทัศนียภาพด้านหลังได้ชัดเจน
    • อุปกรณ์ความปลอดภัย: เตรียมหมวกกันน็อคที่ได้มาตรฐาน ถุงมือ เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว และรองเท้าหุ้มส้น เพื่อป้องกันการบาดเจ็บหากเกิดอุบัติเหตุ

    หรือเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถโดยผู้เชียวชาญที่ศูนย์บริการของ โรยัล เอ็นฟีลด์ ทั่วประเทศ

    คำแนะนำเพิ่มเติม:

    • หากเดินทางไกล ควรพักผ่อนให้เพียงพอก่อนออกเดินทาง และแวะพักเป็นระยะๆ เพื่อคลายความเมื่อยล้า
    • ศึกษาเส้นทางและสภาพการจราจรล่วงหน้า
    • ขับขี่ด้วยความระมัดระวัง ไม่ประมาท และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด
    • พกพาเอกสารประจำรถและใบขับขี่ติดตัวเสมอ
    • เตรียมชุดกันฝนและถุงกันน้ำสำหรับเก็บสัมภาระและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์

    ดูแล โรยัล เอ็นฟีลด์ ของคุณ…ให้คงความสง่างามหลังการเดินทาง

    หลังจากการผจญภัยในเทศกาลสงกรานต์ การดูแล โรยัล เอ็นฟีลด์ คู่ใจของคุณคือการแสดงความขอบคุณสำหรับการเดินทางที่แสนพิเศษ:

    • ทำความสะอาดอย่างพิถีพิถัน: ล้างรถให้สะอาดหมดจดจากคราบน้ำ คราบแป้ง และสิ่งสกปรกต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณที่เข้าถึงยาก
    • เช็ดให้แห้งสนิท: หลังจากล้างแล้ว เช็ดรถให้แห้งสนิท เพื่อป้องกันการเกิดสนิมและความเสียหายต่อชิ้นส่วนต่างๆ
    • ดูแลโซ่/สายพาน: หล่อลื่นโซ่ด้วยน้ำมันหล่อลื่นคุณภาพ หรือตรวจสอบสภาพสายพานอีกครั้ง
    • ตรวจสอบระบบเบรกและไฟส่องสว่าง: สังเกตการทำงานของเบรกและระบบไฟต่างๆ
    • รักษาสีรถให้เงางาม: เคลือบสีรถเพื่อปกป้องและรักษาความเงางามของ โรยัล เอ็นฟีลด์ ของคุณ

    โรยัล เอ็นฟีลด์ เชื่อว่าทุกการเดินทางคือเรื่องราว และรถมอเตอร์ไซค์ของเราคือเพื่อนคู่ใจในการออกสำรวจ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการเดินทางในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ ปลอดภัยทุกเส้นทาง และอย่าลืมแบ่งปันเรื่องราวการเดินทางของคุณกับเรา โดยติด #RoyalEnfieldTH #RoyalEnfieldThailand #RidePure


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Repsol Honda HRC ผลงานหรูเปิดฤดูกาล “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะทะยานขึ้นนำตารางชิงแชมป์โลก TrialGP 2025 ที่สเปน

    1 Min Read

    Repsol Honda HRC ผลงานหรูเปิดฤดูกาล “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะทะยานขึ้นนำตารางชิงแชมป์โลก TrialGP 2025 ที่สเปน

    ทัพนักบิด Repsol Honda HRC “โทนี่ โบ” และ“กาเบียล มาเซลลี่” เปิดฤดูกาลด้วยผลงานสุดหรูในการแข่งขันรายการ TrialGP 2025 สนามแรกที่ประเทศสเปน จากชัยชนะของ “โทนี่ โบ” เก็บแต้มทะยานขึ้นไปครองอันดับที่ 1 ในตารางคะแนนชิงแชมป์โลกได้ทันที ที่ เบนาฮาวิส ประเทศสเปนเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    แชมป์โลกคนปัจจุบันจาก Repsol Honda HRC อย่าง “โทนี่ โบ” หมายเลข 1 เริ่มต้นได้อย่างแข็งแกร่งในการแข่งขันเรซที่ 1 ได้อย่างลงตัวและควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้หมด ก่อนที่จะคว้าชัยชนะไปครอง ขณะที่ทีมเมท “กาเบียล มาเซลลี่” หมายเลข 38 รั้งอยู่ในอันดับที่ 4

    การแข่งขันเรซที่ 2 “โทนี่ โบ” เริ่มต้นได้ไม่ดีนักต้องรีดผลงานเพื่อไล่กวดในช่วงหลังของการแข่งขัน แต่ยอดนักบิดสเปนก็ทำได้ดี กดดันเข้าหาคู่แข่งก่อนที่จะคว้าอันดับที่ 2 มาครอง โดย “กาเบียล มาเซลลี่” ยกระดับผลงานขึ้นมาในเรซนี้ คว้าโพเดียมอันดับที่ 3 จบการแข่งขันสนามแรก “โทนี่ โบ” ขึ้นรั้งอันดับที่ 1 ของตารางคะแนนชิงแชมป์โลก ด้วยคะแนนสะสม 77 คะแนน นับเป็นการเปิดฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” เก็บไป 62 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 3

    ทั้งนี้ ศึก TrialGP 2025 จะไปแข่งขันสนามที่ 2 กันที่วีอานา โด กัสเตโล ประเทศโปรตุเกส (Viana do Castelo, Portugal) ในระหว่างวันที่ 11-13 เมษายน นี้

    #ThaiHonda #HRC #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMTrailGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ มอบประสบการณ์แห่งการเดินทางเหนือระดับด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ร่วมกับ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ มอบประสบการณ์แห่งการเดินทางเหนือระดับด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7

    จากการสร้างความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในฐานะผู้นำเซกเมนต์รถยนต์พรีเมียมในประเทศไทยติดต่อกัน เป็นปีที่ 5 พร้อมด้วยผลงานอันโดดเด่นในการครองส่วนแบ่งตลาดกลุ่มลูกค้าโรงแรมถึง 70% ในปีที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย สานต่อความสำเร็จด้วยการส่งมอบบีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport ให้แก่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ มอบทางเลือกการเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมความสะดวกสบายเหนือระดับใจกลางกรุงเทพฯ ที่ผสมผสานความสะดวกสบายที่เหนือชั้นเข้ากับประสบการณ์การขับขี่ระดับเฟิร์สคลาส ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงแต่ยกระดับประสบการณ์ในการเดินทางที่แขกของโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ จะได้รับตลอดการเข้าพัก แต่ยังเป็นการผนึกกำลังของสองแบรนด์พรีเมียมที่ให้ความสำคัญกับการมอบคุณภาพระดับพรีเมียมและความมีสไตล์ในทุกการเดินทาง

    มร. เรเน่ แกร์ฮาร์ด ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู และโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ ครั้งนี้ว่า “ในฐานะผู้นำในตลาดรถยนต์พรีเมียมของประเทศไทย บีเอ็มดับเบิลยูมุ่งมั่นที่จะส่งมอบประสบการณ์การเดินทางและนวัตกรรมที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าของเรา ด้วยความสำเร็จในการนำเสนอบริการรถยนต์ระดับพรีเมียมให้แก่องค์กร เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นโรงแรมที่มีชื่อเสียงในด้านความมุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ เพื่อมอบประสบการณ์ที่พิเศษยิ่งขึ้นแก่แขกผู้เข้าพัก การส่งมอบบีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport ครั้งนี้ จะช่วยเติมเต็มประสบการณ์การเดินทางของแขกผู้เข้าพักยังโรสวูดแห่งนี้ ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยยกระดับการเดินทางด้วยความหรูหราที่ยั่งยืนและเทคโนโลยีที่ทันสมัย”

    บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบขนาด 3.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ส่งกำลังรวมสูงสุด 360 กิโลวัตต์ / 489 แรงม้า และให้แรงบิดรวมสูงสุด 700 นิวตันเมตร มาพร้อมกับการออกแบบภายนอกที่สวยงามจากกระจังหน้า ‘Iconic Glow’ และชุดไฟหน้าคริสตัลสวารอฟสกี้ หรูหรา ภายในห้องโดยสารประกอบไปด้วยเบาะนั่งตอนหลังแบบ Executive Lounge พร้อมฟังก์ชันนวดผ่อนคลายสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหลัง และระบบบันเทิงที่ล้ำสมัย พร้อมหน้าจอ BMW Theatre Screen ขนาด 31.3 นิ้ว บนความละเอียดระดับ 8K และระบบเสียงรอบทิศทางจากแบรนด์ Bowers & Wilkins ทำให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบายและความบันเทิง

    โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ พร้อมมอบประสบการณ์ที่เกินความคาดหมายเสมอ ในฐานะผู้นำด้านความหรูหราในวงการโรงแรมของไทย โรงแรมสูง 30 ชั้นแห่งนี้เป็นผลงานชิ้นเอกทางสถาปัตยกรรมใจกลางย่านธุรกิจของกรุงเทพฯ ได้รับ แรงบันดาลใจจากท่า “ไหว้” อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสื่อถึงความอบอุ่นและการต้อนรับแบบไทย การออกแบบภายในผสมผสานสุนทรียศาสตร์ไทยร่วมสมัยเข้ากับองค์ประกอบทางวัฒนธรรมที่หรูหรา ในฐานะโรงแรมแห่งที่ 27 ภายใต้ Rosewood Hotels & Resorts® โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ ได้กลายเป็นแลนด์มาร์คที่โดดเด่นของเมืองหลวงแห่งนี้ อย่างรวดเร็ว และยังสื่อถึงมรดกทางวัฒนธรรมไทยอันทรงคุณค่า โดยได้รับการยกย่องจากสื่อท่องเที่ยวระดับโลกมากมาย รวมถึงรางวัลอันทรงเกียรติ Forbes Travel Guide Star Award ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นการยืนยันถึงชื่อเสียงในด้าน
    การบริการระดับโลก

    สิ่งที่ทำให้โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ แตกต่าง คือความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการให้บริการ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบีเอ็มดับเบิลยูในด้านการส่งมอบประสบการณ์การเดินทางแห่งอนาคต และความเป็นเลิศในยนตรกรรมระดับไฮเอนด์ ก่อนที่แขกจะเดินทางมาถึง จะได้รับการติดต่อจากฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ของโรงแรม เพื่อปรับแต่งทุกรายละเอียดของ การเข้าพัก ไม่ว่าจะเป็นการจองร้านอาหารสำหรับมื้อพิเศษ การปรับแผนการเดินทางให้ตรงตามความต้องการ หรือ การจัดทัวร์ส่วนตัว ทีมงานของโรงแรมพร้อมให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้แขกทุกท่านได้รับประสบการณ์ที่ราบรื่นและไร้กังวล ด้วยห้องพักที่ตกแต่งอย่างพิถีพิถันจำนวน 158 ห้อง รวมถึงสกายพูลวิลล่าที่มองเห็นทัศนียภาพอันงดงามของกรุงเทพฯ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ ยังโดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่บ่งบอกถึงการพักผ่อนอย่างหรูหรา ตั้งแต่ห้องพักที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ไปจนถึงการบริการไร้ที่ติ แขกผู้เข้าพักยังสามารถผ่อนคลายที่ Sense, A Rosewood Spa ซึ่งได้รับการยอมรับในระดับสากล หรือลิ้มลองอาหารรสเลิศที่ร้านอาหารระดับโลกของโรงแรม สะท้อนให้เห็นถึงจิตวิญญาณของเมืองแห่งนี้ที่รู้จักกันว่าเป็น “The City of Angels”

    มิสซิส แซนดร้า วอเทอร์มาน กรรมการผู้จัดการ โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ กล่าวว่า “ที่โรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เราเชื่อมั่นในการสร้างประสบการณ์พิเศษซึ่งออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของแขกแต่ละท่าน และความมุ่งมั่นในการมอบความหรูหราที่ให้ความรู้สึกคุ้นเคย ความร่วมมือกับบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ในครั้งนี้ สะท้อนถึงปรัชญาดังกล่าว ด้วยการนำยนตรกรรมอันโดดเด่นเหล่านี้มาให้บริการ บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport จะช่วยให้เราสามารถขยายบริการสุดพิเศษสำหรับแขกแต่ละท่าน อันเป็นเอกลักษณ์ของเราออกไปนอกพื้นที่โรงแรม สร้างประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นตั้งแต่วินาทีแรกที่แขกของเรามาถึงกรุงเทพมหานคร ความร่วมมือครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความอบอุ่นแบบไทย ความหรูหราอย่างยั่งยืน และนวัตกรรมเทคโนโลยี ซึ่งเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงประสบการณ์ของโรสวูดที่แขกของเราจะได้รับ”

    ความร่วมมือระหว่างบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย และโรงแรมโรสวูด กรุงเทพฯ เป็นมากกว่าแค่การส่งมอบยานยนต์ นับเป็นการผสานนวัตกรรมยานยนต์เข้ากับการบริการระดับโลกอย่างไร้ที่ติ ด้วยยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาอย่างประณีตและเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีระดับแนวหน้าของวงการ ซึ่งจะมาวางมาตรฐานใหม่ให้แก่ประสบการณ์การเดินทางอันหรูหรา บีเอ็มดับเบิลยู 750e xDrive M Sport พร้อมให้บริการรับ-ส่งแขกวีไอพี ไม่ว่าจะเป็น จากสนามบินหรือการเดินทางภายในเมือง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกประสบการณ์การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่น หรูหรา และน่าจดจำ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า ครองใจ Gen Z คว้ารางวัล GEN Z TOP BRAND AWARD 2025

    1 Min Read

    โตโยต้า ครองใจ Gen Z คว้ารางวัล GEN Z TOP BRAND AWARD 2025

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด คว้ารางวัล GEN Z TOP BRAND 2025 “แบรนด์ที่สามารถครองใจ Gen Z” ในหมวดอุตสาหกรรมยานยนต์ จากการประกาศรางวัล GEN Z TOP Brand Award 2025 โดยในโอกาสนี้ มีนายสมุทร ตังคชวนะ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดรถยนต์นั่ง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยตัวแทนจากสายงานการตลาด เป็นตัวแทนเข้ารับรางวัล เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2568 ณ SCBX NEXT TECH ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน

    รางวัล GEN Z TOP Brand Award 2025 เป็นรางวัลที่มอบให้กับ 10 แบรนด์จาก 10 อุตสาหกรรมที่สามารถครองใจผู้บริโภค Gen Z (ผู้ที่เกิดระหว่างปี พ.ศ. 2540 – 2555) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดในปัจจุบันและจะกลายเป็นกำลังซื้อหลักของทั้งตลาดในอนาคตอันใกล้ โดยโตโยต้า เป็นแบรนด์ที่ได้รับเลือกในหมวดอุตสาหกรรมยานยนต์ อ้างอิงจากผลการสำรวจในงานวิจัยชุด “The Z Impact : Decode Insight & Celebrating Brands Gen Z Loves” จัดทำขึ้นโดยเว็บไซต์ด้านการตลาด BrandBuffet.in.th ร่วมกับบริษัทวิจัยการตลาดชั้นนำ INTAGE (Thailand) ในการวิเคราะห์เชิงลึก ทั้งในเชิงคุณภาพและปริมาณ ในผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายกว่า 3,000 รายทั่วประเทศ (ผู้ที่สนใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.brandbuffet.in.th/2025/04/brand-buffet-ana-intage-announced-gen-z-top-brand-award-2025/)

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอขอบคุณทุกความเชื่อมั่นจากลูกค้าทุกท่าน โดยเฉพาะ GenZ ที่ได้โหวตให้กับแบรนด์ จนได้รับรางวัลนี้

    ทั้งนี้ เรามีความมุ่งมั่น พัฒนา และนำเสนอผลิตภัณฑ์และ บริการที่ครบวงจร พร้อมตอบโจทย์ ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม เพื่อความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้าทุกเจเนอเรชันต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย ร่วมมือผู้จำหน่ายทั่วประเทศยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกบริบท

    1 Min Read

    มาสด้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่อนาคตที่แข็งแกร่งและยั่งยืนในประเทศไทย ร่วมมือผู้จำหน่ายทั่วประเทศยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกบริบท

    มาสด้าหลอมรวมดีลเลอร์ทั่วประเทศเป็นหนึ่งเดียว ประกาศเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืนในประเทศไทย จัดประชุมผู้จำหน่ายประจำปีงบประมาณ 2568 “Mazda Mirai 2025” ภายใต้ธีม Joyful Driving into a New Era เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์และนโยบายการบริหารธุรกิจให้เกิดผลกำไร รวมทั้งเตรียมความพร้อมของทุกภาคส่วนเพื่อก้าวสู่ยุคสมัยใหม่ ทั้งเทคโนโลยีแห่งอนาคตและรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวลงสู่ตลาดในปีนี้ เน้นสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งภายใต้กลยุทธ์ Brand Value Management และแนวคิด Stakeholder Centric Approach โดยให้ความสำคัญสูงสุดกับพนักงาน ผู้จำหน่าย และลูกค้า พร้อมวางรากฐานที่สำคัญ ๆ เพื่อก้าวสู่การเป็น Top Retention Brand ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยประสานความร่วมมือกับผู้จำหน่ายทั่วประเทศที่มีศักยภาพสูงทั้งหมด 80 แห่ง พร้อมยกระดับประสบการณ์ลูกค้าในทุกบริบท ตามปรัชญาใหม่ “Joy Drives Lives” ความสุขขับเคลื่อนชีวิต โดยมีผู้จำหน่ายมาสด้าจากทั่วประเทศ ผู้บริหารระดับสูงจาก มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และคณะผู้บริหารจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เข้าร่วมการประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน ณ โรงแรมแอทธินี กรุงเทพฯ

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การประชุมผู้จำหน่ายประจำปีนี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญยิ่งต่อการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่และเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่กำลังจะเปิดตัวในประเทศไทย รวมถึงเป็นการถ่ายทอดนโยบายและกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจของปีประจำปีงบประมาณ 2568 ให้กับผู้จำหน่ายเพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติในการผลักดันธุรกิจให้ประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยงานประชุม “Mazda Mirai 2025” จัดขึ้นภายใต้ธีม  Joyful Driving into a New Era แสดงให้เห็นถึงการขับเคลื่อนธุรกิจสู่การเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นรูปธรรม นำเสนอวิสัยทัศน์เพื่อก้าวสู่อนาคตที่สดใสและมั่นคง ตามแผนการดำเนินธุรกิจระยะยาว ทั้งด้านการตลาด การขาย การบริการหลังการขาย การขยายเครือข่ายผู้จำหน่าย รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในปีนี้ โดยเฉพาะแผนการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ในปีนี้ ที่จะมาพร้อมกับพลังงานทางเลือกหลากหลายรูปแบบ รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้า 100% ตามกลยุทธ์ Multi-solution เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าชาวไทย ด้วยการส่งมอบความสุขในการขับขี่และการใช้ชีวิตในทุกด้านให้กับลูกค้าทุกคน

    วันนี้ มาสด้าพร้อมเอาใจใส่ดูแลลูกค้าให้ดีที่สุดในทุกประสบการณ์เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ และมุ่งมั่นเดินหน้าเต็มกำลัง ภายใต้กลยุทธ์ Brand Value Management (BVM) เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งที่ลูกค้ามองหา พร้อมสื่อสารภาพลักษณ์องค์กรด้วยการถ่ายทอดปรัชญาใหม่ Joy Drives Lives หรือ ความสุขขับเคลื่อนชีวิต เพราะมาสด้าเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่าความสุขที่เกิดจากการขับขี่รถยนต์จะนำมาซึ่งความสุขในการใช้ชีวิต รวมถึงปรับเปลี่ยนประสบการณ์ลูกค้าและสร้าง Customer Journey รูปแบบใหม่ เพื่อนำมาพัฒนาประสบการณ์ของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอน เพื่อให้มั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่ลูกค้ามีปฏิสัมพันธ์กับแบรนด์มาสด้า จะนำมาซึ่งคุณค่าและประสบการณ์ความสุขจากการเป็นเจ้าของรถยนต์มาสด้า พร้อมกันนี้ ยังได้เน้นย้ำถึงกลยุทธ์ที่เป็นมาตรฐานของการทำงาน ซึ่งคือ Stakeholder Centric Approach โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ พนักงาน ผู้จำหน่าย และลูกค้า พร้อมความสำคัญของการทำงานโดยมีลูกค้าเป็นศูนย์กลางในทุกบริบท

    สำหรับการปรับเปลี่ยนของมาสด้าในปีนี้ แบ่งออกเป็น 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย การปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมองค์กรด้วย “ผู้คน” โดยมีเป้าหมายในการเป็นองค์กรที่คล่องตัว และขับเคลื่อนธุรกิจด้วยข้อมูลเชิงลึก พร้อมสนับสนุนเพื่อปรับวัฒนธรรมองค์กรของผู้จำหน่ายด้วยโปรแกรมพัฒนาทักษะของพนักงาน กลยุทธ์ที่สอง คือ การให้ความสำคัญกับการวางรากฐานด้านเทคโนโลยีและการใช้ข้อมูลเชิงลึก รวมถึงการฟังเสียงของลูกค้าเพื่อนำมาเพิ่มประสิทธิภาพและการสื่อสาร หรือ Voice of Fan และกลยุทธ์ที่สาม คือ การสร้างประสบการณ์ลูกค้าแบบไร้รอยต่อทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ผ่านแพลตฟอร์มต่าง ๆ ทั้งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ คือการปรับโครงสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายที่มีอยู่ทั้งหมด 80 แห่ง ให้พร้อมรองรับความต้องการของลูกค้าที่จะเข้ามารับบริการ ด้วย PMA ใหม่ การกำหนดขอบเขตให้ผู้จำหน่ายที่มีศักยภาพสูงขยายพื้นที่ในการดูแลลูกค้าเพิ่มขึ้น ด้วยกลยุทธ์เหล่านี้จะช่วยให้มาสด้าสามารถดูแลลูกค้าได้อย่างทั่วถึง ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ มาสด้ายังคงมุ่งมั่นอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อเดินหน้าตามวิสัยทัศน์ 2030  ด้วยการเป็นบริษัทที่รักรถยนต์ และขับเคลื่อนความสุขผ่านประสบการณ์ในการขับขี่ให้กับลูกค้า เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุขคือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต นั่นคือเหตุผลที่​​มาสด้ามุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่มีความหมาย และส่งมอบความสุขให้กับผู้คน หัวใจหลักสำคัญล้วนเกิดจาก Customer Centric Mindset ปรัชญาที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นอันดับแรกในทุกสิ่งที่เราทำ ส่งผลให้มาสด้าสามารถส่งมอบคุณค่าอย่างต่อเนื่อง สร้างความไว้วางใจ และยืนยันได้ว่าลูกค้าจะเกิดความภาคภูมิใจที่เลือกใช้รถยนต์มาสด้า ทั้งวันนี้และต่อไปในอนาคต เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่เติบโตเคียงข้างคนไทยและสังคมไทยอย่างยั่งยืน

    นางสาวจันทรา โพธิ์ทอง ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินและบัญชี, มร. โชอิจิ ฮิโรตะ ผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ และพัฒนาธุรกิจ, นายพิเชษฐ์ ปุณณารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย, มร. ทาเคชิ ซาโตะ รองประธานกรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน, มร. ฮิโรชิ ชิบะ ผู้จัดการทั่วไปสำนักงานธุรกิจภูมิภาคอาเซียน มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น, นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ, นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล, นายศราวุฒิ บรรยงค์กุล ผู้อำนวยการฝ่ายบริการลูกค้า, มร. ทาคายูกิ อิชิฮาร่า ผู้อำนวยการฝ่ายคุณภาพอาเซียน และนางสาวชลทิชา ทาระบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายทรัพยากรบุคคล


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • EV Station PluZ ฉลองครบ 1,000 แห่งทั่วไทย เปิดตัว Ultra Fast Charge ชาร์จเร็ว แรง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    1 Min Read

    EV Station PluZ ฉลองครบ 1,000 แห่งทั่วไทย เปิดตัว Ultra Fast Charge ชาร์จเร็ว แรง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    EV Station PluZ ฉลองเปิดบริการครบ 1,000 แห่ง พร้อมเปิดตัว Ultra Fast Charge นวัตกรรมการชาร์จเร็ว ด้วยกำลังไฟแรงสูงสุด 480 kW และรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันถึง 6 คัน โดยมี คุณพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) และพันธมิตร ร่วมเปิดให้บริการสถานีชาร์จ ณ พีทีที สเตชั่น สาขาวิภาวดี (สวัสดิการ ร.1 รอ. ตรงข้ามมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย)

    คุณพิมาน เปิดเผยว่า EV Station PluZ มุ่งมั่นพัฒนาเครือข่ายสถานีชาร์จให้ตอบสนองความต้องการผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ตอกย้ำความมั่นใจด้วยการขยายสถานีชาร์จครบ 1,000 แห่ง เพื่อให้ผู้ใช้งาน EV เดินทางได้สะดวกและรวดเร็ว พร้อมกันนี้ ยังเปิดตัวสถานี Ultra Fast Charge เทคโนโลยีชาร์จที่เร็วและแรงที่สุดของ EV Station PluZ ในปัจจุบัน สามารถรองรับการชาร์จได้พร้อมกันสูงสุดถึง 6 คัน ให้ผู้ใช้รถ EV ชาร์จไฟได้เต็มประสิทธิภาพอย่างรวดเร็ว พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันภายใน พีทีที สเตชั่น ให้ทุกการชาร์จเป็นเรื่องง่าย ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

    สำหรับนวัตกรรม Ultra Fast Charge ช่วยให้การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเร็วขึ้นกว่าที่เคย ด้วยเทคโนโลยี Liquid-Cooled ที่บริหารจัดการการจ่ายไฟอย่างมีประสิทธิภาพและระบายความร้อนในการชาร์จได้ดียิ่งขึ้น ตอบโจทย์รถยนต์ไฟฟ้าที่สามารถเรียกกำลังไฟได้สูงในพื้นที่มีความต้องการหนาแน่น พร้อมให้บริการที่ พีทีที สเตชั่น สาขาวิภาวดี (สวัสดิการ ร.1 รอ.) เป็นสาขาแรก มีทั้งหมด 4 แท่นชาร์จ รวม 6 หัวชาร์จ โดยแบ่งเป็น Ultra Fast Charge จำนวน 2 แท่นชาร์จ (2 หัวชาร์จ DC CCS2) ที่สามารถจ่ายกำลังไฟแรงสุด 480 kW ต่อหัวชาร์จ ให้กระแสไฟ 425-500 A รองรับการชาร์จต่อเนื่องได้นาน 30 นาที และ Fast Charge อีก 2 แท่นชาร์จ (4 หัวชาร์จ DC CCS2) ที่มีกำลังไฟสูงสุด 480 kW ต่อหัวชาร์จ ให้กระแสไฟ 375-500 A รองรับการชาร์จต่อเนื่อง 10 นาที เพิ่มทางเลือกให้ผู้ใช้งาน EV เดินทางต่อได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียง 15 นาที สามารถชาร์จแบตเตอรี่ได้ถึง 80% ตามความสามารถในการเรียกกำลังไฟของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่น นอกจากนี้ สถานีแห่งนี้ยังรองรับการชาร์จได้ 2 รูปแบบ โดยเปิดให้เข้าชาร์จรูปแบบ Walk-in สำหรับ 2 แท่นชาร์จ และ อีก 2 แท่นชาร์จ สามารถจองคิวล่วงหน้าได้ผ่านแอป EV Station PluZ ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของการชาร์จ

    EV Station PluZ ชาร์จความมั่นใจไปได้ทุกที่ ผู้ที่สนใจสามารถค้นหาสถานีชาร์จใกล้คุณได้ผ่านแอป EV Station PluZ ดาวน์โหลดได้ทั้งบน Play Store และ Apple Store หรือเข้าไปที่ https://bit.ly/3V3xu2U

    #EVStationPluZ #Ultrafastcharge


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • แอกซ่า แนะนำเคล็ดลับขับขี่อย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

    1 Min Read

    แอกซ่า แนะนำเคล็ดลับขับขี่อย่างปลอดภัยในช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้

    ช่วงเทศกาลสงกรานต์ใกล้เข้ามาถึงอีกครั้งในปีนี้ และสิ่งที่ต้องใส่ใจอย่างมากเพื่อการฉลองเทศกาลปีใหม่ไทยได้อย่างเต็มสุขไร้กังวลก็คือเรื่องของความปลอดภัยในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญในช่วงเทศกาลนี้ ซึ่งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา พบว่ามีสถิติอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่นำไปสู่ความพิการเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 7 และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นร้อยละ 4 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564*

    ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดอุบัติเหตุทางรถยนต์ในช่วงที่มีการเดินทางสูง** ได้แก่ ความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ความประมาท การขาดความใส่ใจในด้านมาตรการความปลอดภัย และสิ่งต่าง ๆ ที่รบกวนสมาธิขณะขับขี่ เพื่อช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ ผู้ขับขี่จึงควรใส่ใจในทุกรายละเอียดก่อนเดินทาง พักผ่อนให้เพียงพอ หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ คาดเข็มขัดนิรภัยเสมอ มีสมาธิในขณะขับรถ และและหลีกเลี่ยงการใช้โทรศัพท์หรือส่งข้อความต่าง ๆ และที่สำคัญ ผู้ขับขี่ต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่ารถยนต์ของตนอยู่ในสภาพดีพร้อมขับขี่อย่างปลอดภัย

    ก่อนออกเดินทาง แอกซ่า แนะนำให้ตรวจสอบระบบรถยนต์ที่สำคัญทั้ง 4 ระบบเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและเพื่อให้การเดินทางปลอดภัยมากยิ่งขึ้น:

    1. เบรก – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเบรกตอบสนองได้ดีและอยู่ในสภาพที่ดี สังเกตหากมีเสียงผิดปกติเมื่อเหยียบเบรก หรือรู้สึกนิ่มเกินไป หรือมีไฟขึ้นเตือน ควรเข้ารับการตรวจเช็คทันที
    2. ยาง – ตรวจสอบความดันลมยางด้วยเครื่องวัดเพื่อให้ตรงตามระดับที่ผู้ผลิตแนะนำ และตรวจสอบความลึกของดอกยางเพื่อให้มีการยึดเกาะที่เพียงพอ รวมทั้งดูสัญญาณความเสียหาย เช่น รอยขีดข่วนหรือปูด และอย่าลืมตรวจสอบยางสำรองด้วย
    3. แบตเตอรี่ – ตรวจสอบว่าแบตเตอรี่ชาร์จเต็มและใช้งานได้ดีอยู่ ตรวจสอบขั้วแบตเตอรี่เพื่อเช็คดูว่าเชื่อมต่อแน่นและมีการกัดกร่อนหรือไม่ หากแบตเตอรี่ของคุณมีอายุมากกว่า 3 ปี ควรนำไปอู่บริการเพื่อตรวจสอบ
    4. น้ำมันเครื่องและของเหลวต่าง ๆ ในรถ – ตรวจสอบให้แน่ใจว่าระดับน้ำมันเครื่องว่ายังคงอยู่ในระดับที่เหมาะสม และอยู่ในสภาพสะอาด หากน้ำมันเครื่องสกปรก อาจทำความเสียหายต่อเครื่องยนต์ได้ นอกจากนี้ ควรตรวจสอบน้ำหล่อเย็น น้ำมันเบรก น้ำมันเกียร์ และน้ำยาล้างกระจก ควรเติมหากอยู่ในระดับที่ต่ำกว่าที่ผู้ผลิตแนะนำ หากพบการรั่วไหลควรนำรถเข้าอู่บริการเพื่อซ่อมให้เรียบร้อยก่อนเดินทาง

    เพียงแค่ปฏิบัติตามขั้นตอนเบื้องต้นง่าย ๆ  ผู้ขับขี่ก็สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และลดโอกาสในการเกิดอุบัติเหตุได้อย่างมากยิ่งขึ้น

    แอกซ่า พร้อมเสริมความมั่นใจในการเดินทางให้ผู้ขับขี่ในทุกโอกาสสำคัญ เพื่อให้การเดินทางปลอดภัยและหายห่วง ผ่านประกันรถยนต์ที่มอบความคุ้มครอง ตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้า และคุ้มค่า โดยมาพร้อมกับ “AXA Preferred Garage” หรือ อู่คัดสรร ที่มีอู่รถยนต์ที่เข้าร่วมโครงการมากมายพร้อมสิทธิประโยชน์แบบจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็น บริการซ่อมทันทีโดยไม่ต้องรอคิว, บริการรับ-ส่งรถภายในรัศมี 10 กิโลเมตร, รับประกันคุณภาพการซ่อม ภายในระยะเวลา 1 ปีหลังซ่อม, รับประกันงานซ่อมตัวถังด้วยสีคุณภาพสูง และบริการล้างทำความสะอาด ก่อนส่งมอบรถ

    นอกจากนี้ แอกซ่ายังมีบริการ AXA Roadside Service บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทุกที่ทุกเวลา ตลอด 24 ชั่วโมง และสิทธิพิเศษ AXA 4 U ไม่หักค่าเสื่อมราคา 4 รายการหลัก ในกรณีอุบัติเหตุที่เกิดความเสียหายต่อยาง แบตเตอรี่ (ยกเว้นระบบไฟฟ้า/ไฮบริด) น้ำมันเครื่อง สารหล่อลื่น สารหล่อเย็นของระบบแอร์ วิทยุ และเครื่องเสียงที่ติดตั้งมาจากโรงงานผลิตรถยนต์ อีกด้วย

    แอกซ่า มุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างทุกความเชื่อมั่นของลูกค้าและให้ความคุ้มครองกับสิ่งที่สำคัญในชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ณ ทุกสถานการณ์บนท้องถนนที่คุณอาจต้องเผชิญ ซึ่งพร้อมที่จะส่งมอบความมั่นใจในการขับขี่ และความคุ้มครองเพื่อเส้นทางการขับขี่ที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นของคุณ สำหรับข้อมูลด้านประกันรถยนต์ หรือบริการอื่น ๆ สามารถเยี่ยมชมได้ที่เว็บไซต์ของเรา https://u.axa.co.th/mtpkeytips

    เงื่อนไขการรับประกันภัยเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเงื่อนไขความคุ้มครองก่อนตัดสินใจทำประกันภัย

    สำหรับอัพเดทเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่ช่องทางต่าง ๆ ของแอกซ่าด้านล่าง

    เว็บไซต์: https://www.axa.co.th
    ศูนย์บริการลูกค้า: 02-118-8111
    Facebook : AXA Thailand
    Official LINE: @AXAThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • “Honda Academy Thailand 2025” เปิดฤดูกาล บิดล่าฝัน ปูทางสู่การแข่งขันในเวทีระดับโลก

    1 Min Read

    “Honda Academy Thailand 2025” เปิดฤดูกาล บิดล่าฝัน ปูทางสู่การแข่งขันในเวทีระดับโลก

    “ไทยฮอนด้า” ผู้นำวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย เปิดฤดูกาล สนามแรก บิดล่าฝัน “Honda Academy Thailand 2025” ก้าวสู่ปีที่ 8 บันไดก้าวแรกตามโร้ดแม๊ป “Honda Race to The Dream” เผยโฉมหน้า The Next Successor 11 นักแข่งเยาวชนไทยและ 2 เยาวชนนักแข่งจากประเทศเวียดนามและประเทศญี่ปุ่น เข้าโปรแกรมปูพื้นฐานอย่างเข้มข้นเพื่อฝึกฝนทักษะการขับขี่และพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย เพื่อเป้าหมายสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งและการพัฒนาอย่างถูกต้องในช่วงเริ่มต้นอาชีพนักแข่ง ภายใต้การดูแลของผู้ฝึกสอนระดับมืออาชีพ และความรู้วิทยาศาสตร์การกีฬา ประเดิมสนามแรก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่แก่งกระจานเซอร์กิต จ.เพชรบุรี

    “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ยอดนักบิดสาวชาวไทย เฮดโค้ช “Honda Academy Thailand 2025” กล่าวว่า “บันไดขั้นแรกเป็นพื้นฐานที่สำคัญอย่างมาก นักแข่งจึงจำเป็นต้องได้ฝึกฝนทักษะการขับขี่และพัฒนาสมรรถภาพร่างกาย ฝึกฝนทักษะในทุกมิติด้วยการวางโครงสร้างมาตรฐานทุกขั้นตอน โดยมีที่ปรึกษาอย่าง มร.ชินอิจิ อิโต อดีตนักแข่งระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ มาร่วมวางแผนการฝึกที่เข้มข้นมากยิ่งขึ้น รวมถึงการถ่ายทอดประสบการณ์ตรงจากนักแข่งมากฝีมือจากทีม “Honda Racing Thailand” อย่าง โค้ช “ดรีม” สิทธิศักดิ์ อ่อนเฉวียง, “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ที่ผ่านศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลกโซนยุโรปมาแล้วทั้ง “FIM JuniorGP World Championship” และ “Red Bull MotoGP Rookies Cup” รวมถึง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว เจ้าของผลงานฤดูกาลที่ผ่านมาด้วย 1 Win 8 Podiums โดยเป็น 1 Win จาก MSBK และ 1 Podium จาก ARRC ที่จะคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด

    นักแข่งเยาวชนทั้ง 11 คน จะได้ฝึกฝนอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็นการจำลองการขับขี่ในรูปแบบต่างๆ อาทิ จิมคานา ด้วย Racing Machine อย่าง “Honda NSF100” ที่ถูกผลิต และพัฒนาเทคโนโลยีเครื่องยนต์ พร้อมดีไซน์ขึ้นมาเพื่อใช้ขับขี่ในสนามแข่งขันโดยเฉพาะที่นำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน ซึ่งถ่ายทอด DNA มาจากรถแข่ง 2 จังหวะ ในคลาสระดับโลกอย่าง Honda NSF250 ที่ให้พลังพอเหมาะสำหรับผู้เริ่มต้นฝึกควบคุมรถและเรียนรู้ไลน์การขับขี่ที่ถูกต้อง ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็น “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หรือแม้แต่ “โยฮัน ซาร์โก” ต่างก็เคยมีประสบการณ์กับรถแนวนี้มาก่อน

    นอกจากนี้ยังต้องควบคู่กับการการออกกำลังกายและการรับประทานอาหารตามหลักโภชนาการ ที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬา ของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งทางโค้ชจะมีการถ่ายทอดต่อยอดให้ทางผู้ปกครองนำกลับให้นักแข่งได้ดูแลแลพัฒนาตนเองที่บ้านอีกด้วย โดยตลอดทั้งฤดูกาลรวมทั้งสิ้น 6 สนาม จะมีการฝึกฝนที่แตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น Racing Training/ Dirt Training และ Race Program ซึ่งทาง “ไทยฮอนด้า” เป็นผู้ดูแลสนับสนุนให้ทั้งหมด เพื่อสนับสนุนให้นักแข่งที่มีพรสวรรค์ได้มีความสามารถอย่างสมบูรณ์แบบ

    จาก “Honda Academy Thailand” โครงการแรกในประเทศไทยที่จัดขึ้นเพื่อฝึกฝนและพัฒนานักแข่งรถมอเตอร์ไซค์เพื่อไปสู่นักแข่งมืออาชีพระดับโลก เปิดตัวอย่างเป็นทางการมาตั้งแต่ปี 2560 ซึ่งตลอดระยะเวลา ได้ผลิตนักแข่งไทยที่สร้างชื่อเสียงทั้งในประเทศและระดับโลกมากมาย

    ทั้งนี้  “Honda Academy Thailand 2025”  สนามถัดไปจะฝึกในรูปแบบ Drit Training ระหว่างวันที่ 26-27 เมษายนนี้ ที่ สนามวิบาก สะพานเลือก จังหวัดจันทบุรี

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า และติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊กฮอนด้าเรซทูเดอะดรีม: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaAcademy #ThaiHonda #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #HondaRacingThailand
    #idemitsu #Sittipol #KrungsriAuto #KELA #Kushitani #ยำยำ #Arai #IRC #RCB #DID #NGK #KOWA #โรงพยาบาลรวมใจรักษ์ #DiosDesign #GariGari #HondaChemicals #HondaBigBike #SAT #NSDF #FMSCT


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ แชร์ทริคดูแลรถจักรยานยนต์ช่วงหน้าร้อน ขับขี่อย่างไรให้สนุก ปลอดภัย มั่นใจไร้กังวลทั้งคนและรถ

    1 Min Read

    ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ แชร์ทริคดูแลรถจักรยานยนต์ช่วงหน้าร้อน ขับขี่อย่างไรให้สนุก ปลอดภัย มั่นใจไร้กังวลทั้งคนและรถ

    เมื่อเข้าสู่หน้าร้อนอย่างเต็มรูปแบบ สำหรับเหล่าไบค์เกอร์และผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คงหลีกเลี่ยงการขับขี่ท่ามกลางแสงแดดและอุณภูมิที่ร้อนระอุได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งใครที่วางแผนเดินทางไปต่างจังหวัด หรือมีทริปท่องเที่ยวด้วยรถคู่ใจในวันหยุดยาวแบบนี้ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ จึงชวนทุกคนมาตรวจสอบความพร้อมของรถจักรยานยนต์ทั้งก่อนและหลังการใช้งานแต่ละครั้ง พร้อมแนะทิปส์ดี ๆ สำหรับผู้ขับขี่ในช่วงอากาศร้อน เพื่อให้การเดินทางเต็มไปด้วยความสนุกเต็มสปีด ปลอดภัย ไร้กังวลตลอดเส้นทาง

    โดยก่อนออกทริปหรือเดินทางไกลผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบ 7 สิ่งสำคัญของรถจักรยานยนต์ให้พร้อมในเบื้องต้นได้ด้วยตนเอง ประกอบด้วย ระบบเบรก ตรวจสอบจานเบรกและฮาร์ดแวร์ระบบเบรกของรถจักรยานยนต์ เพื่อให้แน่ใจว่ายังมีผ้าเบรกเหลือมากพอ และจานเบรกไม่ได้คดงอหรือเป็นรอย

    ระบบไฟฟ้า ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแบตเตอรี่ได้รับการดูแลรักษาอย่างถูกวิธีตามคำแนะนำในสมุดคู่มือเจ้าของรถ น้ำมันเครื่องและของเหลว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าน้ำมันอยู่ในระดับตามพารามิเตอร์ที่ระบุไว้ในสมุดคู่มือของเจ้าของรถ รวมถึงตรวจสอบระดับน้ำมันคลัตช์และสารหล่อเย็นสำหรับรถจักรยานยนต์ที่ระบายความร้อนด้วยของเหลว และเติมเมื่อจำเป็น โดยอ้างอิงตามคำแนะนำของสมุดคู่มือของเจ้าของรถ ระบบไฟหน้า ไฟเบรก และไฟเลี้ยว ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเพื่อนร่วมทางจะมองเห็นคุณได้อย่างชัดเจน และคุณสามารถมองเห็นผู้อื่นได้ โดยการตรวจสอบว่าระบบไฟส่องสว่างและกระจกของคุณทำงานได้ตามปกติ รวมทั้งเช็ดทำความสะอาดคราบและสิ่งสกปรกตามความเหมาะสม

    สัมภาระ ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้ขนสัมภาระหนักเกินไป โดยอย่าขนจนเกินน้ำหนักบรรทุกสูงสุดที่แนะนำ อีกทั้งการกระจายน้ำหนักอย่างสม่ำเสมอทั่วทั้งรถจักรยานยนต์ จะช่วยให้เสถียรภาพและการควบคุมรถนั้นดีที่สุด อย่าลืมพิจารณาเรื่องนี้ขณะขนสัมภาระขึ้นมาวางบนรถก่อนออกทริปด้วย ยาง ตรวจสอบสภาพยางของคุณว่ามีรอยแตก บวม หรือดอกยางสึกหรือไม่ โดยสามารถศึกษาได้ที่สมุดคู่มือเจ้าของรถ เพื่อยืนยันระยะทางสูงสุดที่สามารถใช้งานได้ พร้อมตรวจสอบแรงดันลมยางที่แนะนำ ปิดท้ายด้วยล้อ ตรวจสภาพล้อว่ามีร่องรอยความเสียหายหรือไม่ หากมีล้อแบบซี่ลวดให้ตรวจสอบว่ามีซี่ลวดหลวมหรือหลุดหายไปหรือไม่ เนื่องจากอาจทำให้ล้อคดเสียทรงได้หากไม่ทำการแก้ไข

    สำหรับลูกค้าที่ต้องการเข้ารับบริการเช็คสภาพรถจักรยานยนต์ก่อนออกทริป สามารถติดต่อศูนย์บริการไทรอัมพ์ได้ทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ และสามารถจองเข้ารับบริการได้ผ่านช่องทางออนไลน์ล่วงหน้าเพื่อความสะดวกรวดเร็วก่อนเข้าไปใช้บริการได้ตลอด 24 ชั่วโมงผ่านทาง https://www.triumphamp.com/th-TH/m.TH2/OSB/widget/bike

    เนื่องด้วยช่วงหน้าร้อนที่อุณหภูมิสูงจะทำให้ผู้ขับขี่มีอาการเหนื่อยล้าและอ่อนแรงได้ง่ายมากกว่าขับขี่ในอากาศเย็นสบาย ดังนั้นผู้ขับขี่ควรเตรียมตัวให้พร้อมก่อนออกเดินทางด้วยเช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น เลือกสวมเสื้อผ้าที่ใส่สบายและระบายอากาศได้ดี พร้อมอุปกรณ์ป้องกันที่มีระบบระบายอากาศดี เช่น หมวกกันน็อค หรือถุงมือ ในขณะเดียวกันรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ ๆ มักจะมาพร้อมอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่สามารถช่วยให้การขับขี่ในช่วงหน้าร้อนนี้สะดวกและสบายมากยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับรถจักรยานยนต์ไทรอัมพ์ทุกเซกเมนต์ที่ลูกค้าสามารถเลือกอุปกรณ์เสริมที่จำเป็นสำหรับการเดินทางเพิ่มเติมได้ เช่น กระเป๋าเก็บสัมภาระความทนทานสูง พร้อมชั้นซับในกันน้ำ มีให้เลือกหลากขนาดความจุ หรือชุดฟลายสกรีนที่ช่วยลดแรงลมปะทะและแมลงขณะขับขี่ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อผู้ขับขี่มากมายที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้การเดินทางง่ายขึ้น เช่น การติดตั้งระบบ My Triumph Bluetooth Connectivity เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมโทรศัพท์ เพลง และสามารถใช้ระบบนำทางแบบ Turn-by-turn ได้ รวมถึงยังมีช่องเสียบสาย USB charger ให้อีกด้วย เพราะปัจจุบันอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญของทุกคน

    เตรียมพร้อมทั้งคนและรถจักรยานยนต์ก็เต็มที่ได้กับทุกการเดินทางแน่นอน ทั้งนี้สามารถติดตามข่าวสารด้านผลิตภัณฑ์ บริการและกิจกรรมของ ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิลส์ ได้ที่เว็บไซต์ www.triumphmotorcycles.co.th และ  www.facebook.com/TriumphMotorcyclesThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment