• ครั้งแรกของฮอนด้าประเทศไทย ! ร่วมถ่ายทอดพลังแห่งความฝันผ่านแฟชั่น Casual Street Wear สัญชาติไทย Honda x HOMEBOY “DREAMS UNBOXED” เปิดตัวเสื้อยืด Limited Collection ดีไซน์อินสไปเรชั่นจากรถยนต์ฮอนด้าระดับไอคอนิก 3 รุ่น ปลุกพลังความฝันของคนทุกเจเนอเรชัน

    2 Min Read

    ครั้งแรกของฮอนด้าประเทศไทย ! ร่วมถ่ายทอดพลังแห่งความฝันผ่านแฟชั่น Casual Street Wear สัญชาติไทย Honda x HOMEBOY “DREAMS UNBOXED” เปิดตัวเสื้อยืด Limited Collection ดีไซน์อินสไปเรชั่นจากรถยนต์ฮอนด้าระดับไอคอนิก 3 รุ่น ปลุกพลังความฝันของคนทุกเจเนอเรชัน

    หากพูดถึงแบรนด์รถยนต์ที่อยู่ทุกช่วงจังหวะชีวิตของคนไทย เชื่อว่า “Honda” จะเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่คนไทยนึกถึง เพราะ Honda ไม่ได้เพียงสร้างสรรค์รถยนต์ แต่ยังร่วมสร้างความฝันและแรงบันดาลใจ
    เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการ

    ฮอนด้าเชื่อมั่นในพลังแห่งความฝัน และพร้อมที่จะทำให้ความฝันกลายเป็นความจริง ครั้งนี้  บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมฝันนอกกรอบ และถ่ายทอดตัวตนของฮอนด้าในรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่น Casual Street Wear สัญชาติไทยยอดนิยม “Homeboy” เพื่อร่วมสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัดในคอลเลกชัน “DREAMS UNBOXED”

    DREAMS UNBOXED…ฝันนอกกรอบ เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นสไตล์ และความเป็นไปได้ที่ไม่มีขีดจำกัด

    ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Honda และ Homeboy เริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “เราจะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ได้อย่างไร” สำหรับฮอนด้า การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดคือสัญลักษณ์ H Mark ดีไซน์ใหม่ที่ไร้กรอบ เพื่อประกาศจุดยืนว่าจะไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์เดิม ๆ อีกต่อไป สอดคล้องกับทางแบรนด์ Homeboy ที่เชื่อว่าการหยุดนิ่ง เท่ากับการถอยหลัง โจทย์หลัก คือ ต้องการสร้างมูฟเมนต์ใหม่ ที่ชวนให้ทุกคนกล้าที่จะฝันนอกกรอบ และกล้าท้าทายในสิ่งที่ไม่เคยทำ เพื่อเชื่อมโยงเข้าถึงหัวใจของคนเจเนอเรชันใหม่ การร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การดีไซน์เสื้อ แต่คือบทพิสูจน์ของความกล้าที่จะสร้างสิ่งที่มีความหมายใหม่ ๆ

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บอกเล่าถึงเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้ “Honda เริ่มต้นจากหนึ่งความฝันที่เรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนที่มุ่งมั่น เมื่อเชื่อมั่นในความฝัน เราก็จะทำให้ฝันให้กลายเป็นความจริงได้ ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดจากความเชื่อมั่นในพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ทั้งสองแบรนด์ให้คุณค่าเหมือนกัน โดยคอลเลกชันนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ไอคอนิกที่สะท้อนตัวตนและจิตวิญญาณของ Honda ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ Honda NSX Honda Prelude และ Honda Civic Type R ฮอนด้าพร้อมร่วมเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านการสร้างสรรค์ทางแฟชั่นในครั้งนี้ และจะมีความสนุกใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง

    DREAMS X DREAMS…ปลุกพลังความฝันที่เชื่อมโยงของทุกเจเนอเรชัน

    หัวใจสำคัญที่หลอมรวมความร่วมมือครั้งนี้ให้สมบูรณ์แบบ คือ ความเชื่อในพลังแห่งความฝัน ซึ่งเป็น DNA ของทั้ง Honda และความเชื่อมั่นของ Homeboy เพราะการจะสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการมีเพื่อนร่วมทางที่ออกสตาร์ทด้วยพลังขับเคลื่อนเดียวกัน การร่วมมือครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดพื้นที่อิสระเพื่อปลดล็อกจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยความเชื่อที่ว่า หากกล้าที่จะฝันและถ่ายทอดพลังนั้นออกมา สิ่งที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้ที่เป็นบทพิสูจน์ว่า พลังสร้างสรรค์จะทรงพลังที่สุดเมื่อเราเชื่อมั่นในฝันของตนเอง และพร้อมที่จะขับเคลื่อนแรงบันดาลใจนั้นสู่ความเป็นจริง

    Honda X Homeboy…เมื่อแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ถูกวาดลวดลายผ่านงานดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด

    ด้านงานออกแบบ ฮอนด้าได้เปิดพื้นที่อิสระให้ทีม Homeboy ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ โดยนำความผูกพันและความประทับใจในวัยเด็กที่มีต่อฮอนด้ามาตีความใหม่ ผ่านงานดีไซน์เสื้อผ้า 3 สไตล์ กับรถระดับไอคอนิกของฮอนด้าที่ครองใจคนทุกยุคสมัยอย่าง Honda NSX Honda Prelude และ Honda Civic Type R ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่นเฉพาะตัว
    แต่ยังคงแกนหลักของ จิตวิญญาณความสปอร์ต ที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผสมผสานกับความสนุกในแบบฉบับ Homeboy เพื่อส่งต่อความฝันจากอดีตสู่ปัจจุบันผ่านไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว

    • เสื้อลายรถยนต์ Honda Civic Type R – สะท้อนการถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตของคนรักความเร็วแรงสู่ลายเส้นสตรีท
    • เสื้อลายรถยนต์ Honda NSX – Super Car ระดับตำนานไอคอนความสปอร์ตในฝันของวัยรุ่นสาย H ที่ถูกวาดขึ้นมาใหม่ในสไตล์ Gen Z
    • เสื้อลายรถยนต์ Honda Prelude – รถยนต์สปอร์ตคูเป้ระดับตำนาน พร้อมสะกดทุกสายตาผ่านแฟชั่นสไตล์สตรีท
    • หมวกแก๊ป “Dreams” ถ่ายทอดสโลแกนของแบรนด์ฮอนด้า The Power of Dreams ผ่านฟอนต์สตรีทร่วมสมัยที่สะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ ยกระดับจากแฟชั่นไอเทม สู่สัญลักษณ์ของพลังความฝันที่ถูกขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง

    คอลเลกชันพิเศษ Honda x HOMEBOY ในครั้งนี้ เป็นไอเทม Limited Edition ลูกค้าฮอนด้าหรือผู้ที่สนใจสามารถลุ้นรับ
    เสื้อหรือหมวกคอลเลกชันนี้ได้ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

    • พิเศษ ! เมื่อจองรถยนต์ไลน์อัป City Series รุ่นใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ฮอนด้า ซิตี้ หรือ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ในงาน Motor Show 2026 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 รับเสื้อยืดคอลเลกชันHonda x HOMEBOY “DREAMS UNBOXED” Limited Edition จำนวน 1 ตัว จำกัดสิทธิ์ 6 ท่านแรกที่จอง City Series ต่อวัน*
    • กิจกรรมพิเศษ Honda x Homeboy “Shop & Snap” มูฟเมนต์ที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง มาลุ้นเป็นเจ้าของคอลเลกชันพิเศษ Honda x HOMEBOY “DREAMS UNBOXED” ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดทั้ง 3 ลาย หมวกแก๊ปสีฟ้าและสีดำ เพียงซื้อสินค้าร้าน Homeboy ตั้งแต่ 1,000 – 1,590 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ และทำตามขั้นตอนการร่วมกิจกรรมดังนี้
      • Shop: ซื้อสินค้าร้าน Homeboy (Flagship Store หรือ Pop-up) โดยมียอดชำระสุทธิ 1,590 บาทขึ้นไป
        ต่อ 1 ใบเสร็จ ภายในระยะเวลากิจกรรม
      • Snap:
        • ถ่ายภาพตนเองคู่กับ Honda x Homeboy Standee ที่หน้าร้าน พร้อมถือถุง Shopping Bag หรือเสื้อที่ซื้อมา
        • ถ่ายภาพสลิปการซื้อสินค้าที่แสดงรายละเอียดชัดเจน ประกอบด้วย วันที่ซื้อ / ยอดเงิน / เลขที่ใบเสร็จ
      • Register: สแกน QR Code บน Standee เพื่อเข้าสู่ LINE @HondaThailand และสมัครสมาชิก Honda Fan (ระบุชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่)
      • Upload: เลือกปุ่มกิจกรรม Honda x Homeboy “Shop & Snap” บน Line @HondaThailand เพื่ออัปโหลดภาพถ่ายคู่กับ Standee และภาพถ่ายใบเสร็จ
      • Survey: ตอบแบบสอบถามให้ทั้ง 5 ข้อ เพื่อให้การเข้าร่วมสมบูรณ์

    ระยะเวลากิจกรรม Honda x Homeboy “Shop & Snap” : 20 มีนาคม 2569 – 20 เมษายน 2569

    วันประกาศผล: 4 พฤษภาคม 2569 ผ่านทางโซเชียลมีเดีย Honda Thailand (Facebook, Instagram, Line)

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์:honda.co.th
    • Facebook Official Account:Honda Thailand
    • LINE Official Account:@honda-thailand
    หมายเหตุ
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
    เงื่อนไขการแจกรางวัล
    – เมื่อซื้อสินค้า Homeboy ยอดซื้อ 1,000 – 1,589 บาท รับทันทีหมวก Limited Edition 1 ชิ้น (คละสี) สำหรับ 150 คนแรก ที่ทำถูกต้องตามกติกา
    – เมื่อซื้อสินค้า Homeboy ยอดซื้อ 1,590 บาท ขึ้นไป รับทันทีเสื้อ 1 ชื้น (คละลายเสื้อ) จำนวน สำหรับ 450 คนแรก ที่ทำถูกต้องตามกติกา
    เงื่อนไขกิจกรรม
    • ระยะเวลาสมัครร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 – 20 เมษายน 2569 
    • ใบเสร็จ 1 ใบ ต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งานลงทะเบียน Honda Fan รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมได้ 1 ครั้ง ตลอดระยะเวลากิจกรรม (ไม่สามารถรวมยอดใบเสร็จได้)
    • ของรางวัลมีจำนวนจำกัด ไม่มีการผลิตเพิ่ม ไม่สามารถแลก เปลี่ยน คืน หรือทอนเป็นเงินสด และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
    • ผู้ได้รับรางวัลต้องกรอกข้อมูลที่อยู่จัดส่ง/อัปข้อมูลที่อยู่ ภายใน 7 วันหลังจากประกาศผล มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์
    • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จ หากพบการทุจริต ปลอมแปลง หรือข้อมูลไม่ครบถ้วน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่มอบรางวัล ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    • ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รับทราบและตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดรวมถึงเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการก่อนการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการสมัคร โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    • ผู้เข้าร่วมยินยอมให้แบรนด์นำข้อมูลแบบสอบถามไปใช้เพื่อการวิเคราะห์ทางการตลาด (โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล)
    • ผู้เข้าร่วมยินยอมให้แบรนด์นำรูปภาพ วิดีโอ หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการประชาสัมพันธ์และสื่อการตลาดในทุกช่องทางของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยไม่จำกัดระยะเวลาและไม่มีค่าตอบแทนเพิ่มเติม
    • พนักงาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย และพนักงานของผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
    • การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดในทุกกรณี
    • ประกาศผล : วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ทาง Facebook Honda Thailand Official Account​,  LINE VOOM และ Instagram @hondathailand
    • สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าถนนสีขาว สนับสนุนที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก แก่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน”

    1 Min Read

    โตโยต้าถนนสีขาว สนับสนุนที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก แก่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน”

    นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มอบที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก จำนวน 30 ที่นั่ง แก่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน” ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กและร่วมผลักดันการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย

    โตโยต้าตระหนักดีว่าการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในกลุ่มทารกแรกเกิดจนถึงปฐมวัยที่โดยสารรถยนต์ นับเป็นหนึ่งในความสูญเสียสำคัญของประเทศ แม้กฎหมายกำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือมีส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) ขณะโดยสารรถยนต์ แต่ในทางปฏิบัติยังคงพบอุปสรรคจากการขาดความรู้ความเข้าใจของประชาชน รวมถึงข้อจำกัดด้านราคาและการเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าว ดังนั้นโตโยต้าจึงมอบที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก จำนวน 30 ที่นั่งให้แก่กระทรวงสาธารณสุข

    โครงการ 100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน” ดำเนินการโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และเพิ่มการเข้าถึงที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ผ่านการจัดตั้ง “ธนาคารที่นั่งนิรภัย (Car Seat Bank)” เพื่อให้ประชาชนที่ขาดแคลนสามารถยืมใช้งานได้ โดยดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาล 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมภาคีเครือข่ายสำคัญ อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

    ทั้งนี้ โตโยต้ามีแผนขยายการสนับสนุนโครงการเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าบริจาคที่นั่งนิรภัยให้ครบ 100 ที่นั่ง สำหรับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 100 แห่ง พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือ
    กับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางรับบริจาคที่นั่งนิรภัยจากประชาชน ก่อนนำไปส่งต่อให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการ

    โตโยต้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากร ภายในปี พ.ศ. 2570 ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ซึ่งเป็นพันธกิจสำคัญภายใต้โครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พลิกโฉมอนาคตแห่งการขับขี่ไปกับ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจาก เจเนอเรชั่น “Neue Klasse”

    2 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พลิกโฉมอนาคตแห่งการขับขี่ไปกับ
    บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจาก
    เจเนอเรชั่น “Neue Klasse”

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู ใหม่ รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดบนพื้นฐานของการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า นวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน และสุนทรียภาพในการขับขี่ที่เหนือชั้นไปอีกขั้น การกลับมาของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ในเจเนอเรชัน Neue Klasse นี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมด้านการออกแบบและเทคโนโลยีล่าสุดที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ออกมาเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างในทุกมิติ ภายใต้รูปลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์แบบ SAV (Sports Activity Vehicle)

    มิสคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การมาถึงของ Neue Klasse นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และเป็นจุดเริ่มต้นของยานยนต์ในเจเนอเรชันใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู เราตื่นเต้นมากที่ได้นำบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกจากเจเนอเรชันนี้ มาเปิดตัวให้ได้สัมผัสกัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า จากการผสมผสานนวัตกรรมทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดทั้งในด้านแบตเตอรี่และเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ที่สะท้อนถึงทิศทางในอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู และเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของเราในประเทศไทยไปพร้อมกัน”

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ประกาศการพัฒนายานยนต์ในเจเนอเรชัน Neue Klasse เมื่อปี 2564 โดยถือเป็นการลงทุนในโครงการเพื่ออนาคตครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ครอบคลุมทั้งในด้านการผลิต พัฒนารถยนต์ การดำเนินงานภายในโรงงาน ประสบการณ์การขับขี่ การออกแบบ และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับชื่อ “Neue Klasse” มีที่มาจากรถยนต์ซีรีส์ Neue Klasse ซึ่งเข้าสู่สายการผลิตเป็นครั้งแรกในปี 2505 ก่อนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบีเอ็มดับเบิลยูในการมุ่งสู่ความสำเร็จบนเวทีโลก ปูทางไปสู่การพัฒนารถยนต์ตระกูลซีรีส์ 3 และซีรีส์ 5 ในเวลาต่อมา และหวนกลับมาอีกครั้งในโอกาสที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เตรียมเปิดฉากอีกหนึ่งยุคใหม่ที่นำทัพโดยบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่

    บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่
    ราคา: 3,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)

    บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ที่เข้าสู่สายการผลิตเต็มรูปแบบ เป็นรถยนต์ SAV พลังงานไฟฟ้า 100% มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในทุกด้าน นับตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงเทคโนโลยีภายใน พร้อมมอบประสบการณ์ที่ชาญฉลาด เปี่ยมสมรรถนะ และโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัวยิ่งกว่าที่เคย ก่อนจะปูทางไปสู่การเปิดตัวนวัตกรรมจาก Neue Klasse ในรถยนต์รุ่นใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู

    บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยแนวทางการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยนำเอกลักษณ์ดั้งเดิมของบีเอ็มดับเบิลยูมาตีความจากมุมมองใหม่ที่ล้ำสมัย กระจังหน้าทรงไตคู่ในรุ่นนี้จัดวางมาในแนวตั้ง คล้ายคลึงกับกระจังหน้าของรถยนต์ Neue Klasse รุ่นดั้งเดิมจากทศวรรษ 1960 ทั้งยังติดตั้งระบบไฟ BMW Iconic Glow มาขับเน้นกรอบกระจังให้เด่นสะดุดตาแทนการใช้กรอบโครเมียมในรุ่นเดิม ส่วนมือจับประตูทั้ง 4 ก็ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างมาอำนวยความสะดวกเช่นกัน ขณะที่ฝาปิดช่องชาร์จส่วนท้ายรถ นำ AI มาวิเคราะห์ว่าผู้ขับขี่ตั้งใจจะจอดรถเพื่อชาร์จแบตเตอรี่หรือไม่ ก่อนจะทำการเปิด-ปิดฝาแบบอัตโนมัติ

    เมื่อมองจากด้านข้าง บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ โดดเด่นด้วยพื้นผิวตัวถังขนาดใหญ่ ตัดด้วยเส้นสายที่แม่นยำเพื่อสร้างรูปลักษณ์และเหลี่ยมมุมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับรถยนต์ SAV ในรุ่นก่อนหน้า บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มีซุ้มล้อทรงเหลี่ยมที่ขับเน้นบุคลิกของตัวรถให้ดูแข็งแกร่งและสง่างาม เข้ากับล้อ BMW Individual aerodynamic ขนาด 22 นิ้วอย่างลงตัว ส่วนไฟท้ายทอดยาวในแนวนอนเข้าสู่จุดกึ่งกลางของตัวรถ ทำให้ส่วนท้ายดูทรงพลังและโฉบเฉี่ยว ส่วนในด้านการใช้งาน iX3 ใหม่ ยังคงพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 1,750 ลิตร เมื่อพับพนักพิงเบาะหลังลง และยังมีช่องเก็บของเพิ่มเติมใต้ฝากระโปรงหน้าความจุ 58 ลิตรอีกด้วย

    ภายในห้องโดยสาร บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยกระดับการออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง อันเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยระบบ BMW Panoramic iDrive ซึ่งพัฒนาขึ้นจากเสียงตอบรับของลูกค้า รวมถึงข้อมูลจากรถยนต์ที่ใช้งานจริงกว่า 10 ล้านคัน และการศึกษาด้านการใช้งานจริงกับลูกค้าอีกกว่า 3,000 คนทั่วโลก ทั้งหมดนี้ทำให้ BMW Panoramic iDrive รวบรวมองค์ประกอบและฟังก์ชันหลักๆ ของตัวรถมาไว้ในระบบแสดงผลและควบคุมสั่งการที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร โดยระบบจะฉายข้อมูลลงบนกระจกหน้าแบบเต็มความกว้าง ตามหลักการออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยูที่เน้นให้ผู้ขับขี่ไม่ปล่อยมือจากพวงมาลัย และไม่ต้องละสายตาจากเส้นทางข้างหน้า ทั้งนี้ ข้อมูลสำคัญสำหรับการขับขี่ทั้งหมดจะจัดวางไว้ในระยะสายตาของผู้ขับ และเปิดให้สามารถปรับเปลี่ยนและเลือกเนื้อหามาวางในส่วนกลางและฝั่งผู้โดยสารได้โดยอิสระ ส่วนอีกหนึ่งนวัตกรรมอย่างจอแสดงผล BMW 3D Head-Up Display ติดตั้งอยู่เหนือ BMW Panoramic Vision ทางฝั่งผู้ขับ เพื่อแสดงข้อมูลเส้นทางเป็นภาพสามมิติ

    เบื้องหลังระบบ BMW Panoramic iDrive คือระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X ที่พัฒนาขึ้นใหม่เช่นเดียวกัน โดยตัวระบบเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรายละเอียดในการใช้งานได้มากมาย ผ่านทางบัญชีผู้ใช้ BMW ID ทั้งยังรองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ ฟังก์ชันดิจิทัลอันหลากหลาย และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอป My BMW ทั้งยังพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคตผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์จากบีเอ็มดับเบิลยูอีกด้วย

    ส่วนหน้าจอแสดงผลกลาง จัดวางในรูปแบบที่ยกตัวออกมาจากแผงคอนโซลหน้า ใช้งานได้สะดวกด้วยตำแหน่งการติดตั้งที่ไม่ไกลจากพวงมาลัย และแสดงภาพได้คมชัดด้วยเทคโนโลยี Matrix Backlight ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ที่เรียกใช้งานเป็นประจำได้ผ่านวิดเจ็ต QuickSelect ที่จัดเรียงเป็นแถวแนวตั้งในฝั่งขวามือ โดยไม่ต้องเข้าเมนูหลายชั้น ส่วนพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมปุ่มควบคุม พร้อมรับคำสั่งจากผู้ขับขี่และแจ้งเตือนถึงฟังก์ชันต่างๆ ด้วยผิวสัมผัสของตัวปุ่มเอง ไฟส่องสว่างใต้ปุ่ม และระบบสั่น (haptic feedback) ที่ตอบสนองต่อการสัมผัส ทั้งนี้ ระบบ BMW Panoramic iDrive รับบทบาทเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้ทั้งหน้าจอ องค์ประกอบงานออกแบบภายใน พร้อมด้วยแสงและเสียงภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผสานเป็นหนึ่ง พร้อมรองรับการปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการผ่านฟังก์ชัน My Modes นอกจากนี้ ระบบเสียงสังเคราะห์ประกอบการขับขี่ BMW HypersonX ที่สรรสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดสำหรับรถยนต์ Neue Klasse ยังพร้อมเสริมบรรยากาศและความเร้าใจในทุกการเดินทาง

    นอกเหนือจากเทคโนโลยีดิจิทัลแล้วห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยังมอบพื้นที่กว้างขวางโอ่อ่าในทุกที่นั่ง โดยแผงหน้าปัดแบบลอยตัวของระบบ BMW Panoramic iDrive ทอดยาวตามแนวกระจกหน้ามาเชื่อมกับบานประตูได้อย่างพอดี สร้างบรรยากาศของห้องโดยสารที่โอบล้อมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบรอบด้าน ส่วนระบบไฟตกแต่งภายใน พร้อมด้วยหน้าต่างบานใหญ่และหลังคากระจกพาโนรามาแบบกันความร้อน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ยิ่งดูโอ่โถงและสว่างไสว แพ็กเกจ M Sport ที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานในรุ่นนี้ ยิ่งตอกย้ำรูปลักษณ์อันปราดเปรียวของ iX3 ใหม่ ด้วยเบาะนั่งแบบมัลติฟังก์ชัน ปรับได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบรองรับหลังและโปรแกรมนวด 7 รูปแบบ รวมถึงพวงมาลัยแบบ M ภายในห้องโดยสาร คู่ไปกับชุดแต่งที่เติมประกายสวยสะดุดตา
    ด้านนอกตัวรถ

    ในด้านสมรรถนะและการขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6 ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ Neue Klasse โดยเฉพาะ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แบตเตอรี่แรงดันสูงแบบใหม่ที่ใช้เซลล์ทรงกระบอก และเทคโนโลยีการชาร์จไฟระดับ 800 โวลต์  ทั้งนี้ เซลล์ทรงกระบอกถูกบรรจุเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูงโดยตรง (“cell to pack”) เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานและประสิทธิภาพด้านต้นทุน นอกจากนี้ แบตเตอรี่แรงดันสูงยังถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถ (“pack to open body”) เพื่อช่วยลดน้ำหนักของตัวรถให้น้อยที่สุด ทั้งหมดนี้ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ สามารถส่งพละกำลังมหาศาลถึง 345 กิโลวัตต์ / 469 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ลงสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จึงพารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Neue Klasse นี้ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานลงถึง 40% ลดน้ำหนักลง 10% และลดต้นทุนการผลิตลง 20% เมื่อเทียบกับระบ BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5

    แบตเตอรี่ของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ เพิ่มปริมาณพลังงานต่อเซลล์ขึ้นราว 20% และยังชาร์จได้เร็วขึ้นถึง 30% ด้วยความจุแบตเตอรี่รวม 113.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง iX3 รุ่นนี้จึงสามารถเดินทางได้สูงสุดถึง 805 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และเมื่อใช้บริการจากสถานีชาร์จความเร็วสูงแบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 800 โวลต์ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ที่กำลังไฟสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 372 กิโลเมตรเมื่อจอดชาร์จเพียง 10 นาที ขณะที่การชาร์จจาก 10% ถึง 80% ใช้เวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น

    ระบบส่งกำลังและการควบคุมที่แม่นยำในทุกจังหวะของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ขับเคลื่อนโดยระบบที่มีชื่อว่า “Heart of Joy” ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คอมพิวเตอร์ระดับ “Superbrain” ที่ควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่น ชุดควบคุมสมรรถนะสูงนี้รับผิดชอบดูแลระบบส่งกำลัง เบรก ระบบหมุนเวียนพลังงาน และฟังก์ชันย่อยที่สนับสนุนการบังคับพวงมาลัย โดยสามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าชุดควบคุมทั่วไปถึง 10 เท่า เมื่อผนวกรวมกับซอฟต์แวร์ BMW Dynamic Performance Control ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด Heart of Joy สามารถพิจารณาและคิดคำนวณตัวแปรต่างๆ จากสภาวะขณะขับขี่จริงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าใคร เสริมให้ตัวรถตอบสนองต่อทุกสัมผัสของคันเร่ง แป้นเบรก และพวงมาลัยอย่างแม่นยำและมั่นใจ นอกจากนี้ Heart of Joy ยังอยู่เบื้องหลังฟังก์ชัน Soft Stop ที่ช่วยให้ iX3 ใหม่ สามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวลกว่าบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นที่ผ่านมา

    ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงระดับ “Superbrain” อีกตัวหนึ่งในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันอัตโนมัติทั้งหมดสำหรับการขับขี่และจอดรถ ด้วยพลังประมวลผลที่เหนือกว่าชุดควบคุมแบบเดิมถึง 20 เท่า ระบบควบคุมนี้จึงยกระดับฟังก์ชันการช่วยเหลือผู้ขับขี่ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่นให้เหนือชั้นกว่าเดิม โดยในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ เทคโนโลยี BMW Symbiotic Drive จะนำการควบคุมของผู้ขับขี่มาผสานเข้ากับซอฟต์แวร์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ตัวอย่างเช่นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่จะไม่ปิดตัวลงทันทีที่แตะเบรกเบาๆ แต่จะหยุดทำงานเมื่อเหยียบเบรกแรงขึ้น ส่วนระบบที่ช่วยคุมตัวรถให้อยู่ในเลน จะยังทำงานอยู่แม้ผู้ขับขี่จะหมุนพวงมาลัยเล็กน้อย

    นอกจากการสร้างนิยามใหม่ของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในทุกมิติ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยังนำแนวคิดด้านความยั่งยืนและการหมุนเวียนทรัพยากรของรถยนต์ในเจเนอเรชัน Neue Klasse มาปรับใช้จริง ซึ่งส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยคำนวณจากการขับขี่เป็นระยะทาง 200,000 กิโลเมตร ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นจากมาตรการด้านความยั่งยืนที่ทำมาปรับใช้ในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัตถุดิบทดแทน (secondary raw materials) ราวหนึ่งในสามของทั้งหมด หรือการปรับกระบวนการทำงานในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่นการผลิตและขนส่งตัวรถ ให้ลดการปล่อยมลพิษคาร์บอนลงถึง 35%

    บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ และนวัตกรรมสุดล้ำสมัยของ Neue Klasse พร้อมอวดโฉมบนท้องถนนประเทศไทยด้วยตัวเลือกสีตัวถัง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Ocean Wave Blue Metallic (พร้อมห้องโดยสารในโทนสีดำ), สีเทา Brooklyn Grey Metallic, สีเทา Polarised Grey Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีขาว Alpine White Solid และสีเงิน Space Silver Metallic (ทั้งหมดมาพร้อมห้องโดยสารในสีน้ำตาล Castanea)


    No Comment
  • ธนบุรีนอยสเติน สานต่อกิจกรรมสร้างคอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO รวมพลเจ้าของ GEELY EX2 ฉลองความสำเร็จระดับโลก

    1 Min Read

    ธนบุรีนอยสเติน สานต่อกิจกรรมสร้างคอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO รวมพลเจ้าของ GEELY EX2 ฉลองความสำเร็จระดับโลก

    บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของ GEELY GO คอมมูนิตี้แบรนด์ระดับโลก ผ่านกิจกรรมพิเศษสำหรับเจ้าของรถ GEELY EX2 ในการสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนเรือสิริมหรรณพ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงผู้ใช้งานเข้ากับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ GEELY EX2 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก พร้อมสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์และสมาชิกครอบครัว GEELY สะท้อนความมุ่งมั่นของ ธนบุรีนอยสเติน ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ

    ภายในงาน เจ้าของรถ GEELY EX2 และแขกผู้มีเกียรติรวมกว่า 70 คน ยังได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานและแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะสมาชิกของครอบครัว GEELY ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และสังคมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของเราในการต้อนรับลูกค้า GEELY EX2 สู่ครอบครัว GEELY อย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมฉลองความสำเร็จของรถไฟฟ้าซิตี้คาร์ยอดนิยมรุ่นนี้ที่มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 540,000 คัน และครองตำแหน่งรถยนต์นั่งที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศจีน และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมในประเทศไทยด้วยยอดจองสะสมทะลุ 6,000 คัน ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ GEELY และเป็นที่มาของการออกแบบกิจกรรมภายใต้บริบททางวัฒนธรรมของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนและเชื่อมโยงผู้คนมาอย่างยาวนาน เพื่อสื่อถึงแนวคิดของ GEELY ที่ผสานเข้ากับปรัชญาของธนบุรีนอยสเตินในการสร้างความผูกพันและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว”

    GEELY GO หัวใจสำคัญของการเดินเคียงข้างลูกค้า

    GEELY GO ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า GEELY Owners โดยวางผู้ใช้งานในฐานะศูนย์กลางของการขับเคลื่อนแบรนด์ ภายใต้พันธกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่ Inspiration เชื่อมแรงบันดาลใจผ่านการส่งเสริมศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม Connection สร้างสายสัมพันธ์ร่วมกับผู้คน เทคโนโลยี และชุมชนเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน และ Care มุ่งดูแลเคียงข้างสังคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนความยั่งยืน คอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO จึงถือเป็นพันธกิจเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างคุณค่าและความแตกต่างให้กับแบรนด์ ผ่านการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างผู้ใช้งานกับ GEELY และต่อยอดฐานลูกค้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

    นอกจากนี้ การรวมตัวของคอมมูนิตี้ GEELY GO จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ธนบุรีนอยสเติน ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธนบุรี ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ในการเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าชาวไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการในทุกมิติ โดยมีแผนขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครบ 65 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต และตอกย้ำบทบาทของธนบุรีนอยสเตินในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในระยะยาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2026 ตอกย้ำความเชื่อมั่น แบรนด์รถจักรยานยนต์หนึ่งเดียวที่ผู้บริโภคไว้วางใจ

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า คว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2026 ตอกย้ำความเชื่อมั่น แบรนด์รถจักรยานยนต์หนึ่งเดียวที่ผู้บริโภคไว้วางใจ

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในฐานะผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ในประเทศไทย ด้วยการคว้ารางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2026 แบรนด์ที่น่าเชื่อถือที่สุด ประจำปี 2569 ในหมวดรถจักรยานยนต์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 จากผลสำรวจของ BrandAge สื่อชั้นนำด้านการตลาดของประเทศไทย โดยรางวัลนี้ตอกย้ำความสำเร็จของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ในฐานะแบรนด์หนึ่งเดียวในกลุ่มธุรกิจรถจักรยานยนต์ที่ได้รับเลือกบนเวที Thailand’s Most Admired Brand 2026 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นและเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจพร้อมครองยอดขายอันดับ 1 มาอย่างต่อเนื่อง

    ดร. อารักษ์ พรประภา ประธานบริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัล Thailand’s Most Admired Brand 2026 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 นับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมีต่อแบรนด์มาโดยตลอด เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจและให้การสนับสนุนรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเสมอมา รางวัลนี้ถือเป็นพลังสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบโจทย์การใช้งานของคนไทยในทุกมิติ”

    Thailand’s Most Admired Brand & Company โดย BrandAge นับเป็นหนึ่งในรางวัลด้านแบรนด์และการตลาดที่ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในประเทศไทยที่จัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 26 โดยประเมินความน่าเชื่อถือของแบรนด์จากหลายมิติสำคัญ ทั้งการรับรู้ของผู้บริโภค ชื่อเสียงขององค์กร ศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ และภาพลักษณ์ของแบรนด์ พร้อมมีการพัฒนากระบวนการสำรวจให้สอดรับกับพฤติกรรมผู้บริโภคในปัจจุบันมากยิ่งขึ้น

    ความสำเร็จในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ในการเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ นวัตกรรม และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ควบคู่กับการเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน

     

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: fb.com/hondamotorcyclethailand
    IG: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #TMAB2026 #BrandAge
    ​#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า ผนึกบริษัทกลางฯ ลงนาม MOU ใช้ข้อมูลอุบัติเหตุ พัฒนาแนวทางความปลอดภัยทางถนน

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า ผนึกบริษัทกลางฯ ลงนาม MOU ใช้ข้อมูลอุบัติเหตุ พัฒนาแนวทางความปลอดภัยทางถนน

    บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านความปลอดภัยทางถนน ด้วยการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เพื่อยกระดับการใช้ “ข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน” ให้เกิดประโยชน์เชิงลึก ผ่านการนำข้อมูลมาวิเคราะห์หา “สาเหตุหลัก จุดเสี่ยง และพฤติกรรมการเกิดอุบัติเหตุ” อันจะนำไปสู่การพัฒนาแนวทางป้องกันที่ตรงจุด และช่วยลดอัตราการเสียชีวิตจากการใช้รถจักรยานยนต์ในประเทศไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ในการนี้ นางสาวิตรี แก้วพวงงาม กรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นตัวแทนร่วมลงนามกับ นางสาวพรรณี ปิติกุลตัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม 501 บริษัท กลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ จำกัด ความร่วมมือครั้งนี้ยังเปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และบูรณาการทำงานระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะช่วยต่อยอดไปสู่การออกแบบมาตรการด้านความปลอดภัย การพัฒนาหลักสูตรอบรมทักษะการขับขี่ รวมถึงการสื่อสารรณรงค์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรมผู้ใช้รถจักรยานยนต์ในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    ไทยฮอนด้า ยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมอบรมขับขี่ปลอดภัย และส่งเสริมการสวมใส่หมวกกันน็อก เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยบนท้องถนน และร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การลดอุบัติเหตุอย่างยั่งยืนในระยะยาว

     

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่างๆ ของฮอนด้าขับขี่ปลอดภัยเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊ก : facebook.com/HondaSafetyThailand

    เว็บไซต์ : hondasafety.thaihonda.co.th

    และฝึกคาดการณ์อุบัติเหตุ ช่วยการตัดสินใจอย่างแม่นยำขณะใช้รถใช้ถนนได้ที่ : hondasafetyAPT.com

     

    #HondaSafetyThailand #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย

    #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #SafetyforEveryone #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Primus Group เสริมทัพ! รุกตลาด EV ลักชูรี ทุ่มงบ 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House แฟลกชิปใหม่ ย่านราชพฤกษ์

    1 Min Read

    Primus Group เสริมทัพ! รุกตลาด EV ลักชูรี ทุ่มงบ 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House แฟลกชิปใหม่ ย่านราชพฤกษ์

    Primus Group แรงไม่หยุด! รับอานิสงค์ตลาดรถ EV บูม ดันยอดรายได้ TOAVH พุ่งแตะ 12,000 ล้านบาท เร่งเสริมทัพขยายเครือข่ายธุริจ ทุ่มงบกว่า 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House Primus แฟลกชิฟใหม่ ย่านราชพฤกษ์  พร้อมเปิดเกมรุกตลาดภาคเหนือ เตรียมผุดโชว์รูมเพิ่มในเชียงใหม่ ขยายกลุ่มลูกค้ารถ EV พรีเมี่ยม

    นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตเพียงเล็กน้อย ส่งผลทำให้ธุรกิจหลายภาคส่วนชะลอ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การเร่งตัดสินใจซื้อยานยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ของภาครัฐ ประกอบกับกลยุทธ์ทางการตลาดของ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างหลากหลาย และมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตมากกว่า 74%

    เช่นเดียวกับ Primus Group ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยอดขายอันดับ 1 ในหลายแบรนด์ที่บริษัทดูแล โดยในปี 2568 มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 5,321 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มียอดขายรวม 3,211 คัน ส่งผลทำให้ TOAVH เติบโตกว่า 20% และมีรายได้รวมกว่า 12,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์เป็นกลุ่มหลัก ที่มีสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้ทั้งหมด

    ด้วยการเติบโตของธุรกิจกลุ่มดีลเลอร์รถยนต์ สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อ Primus Group ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการบริการระดับพรีเมียมแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดสำคัญในการมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจลูกค้า “Top of Mind Brand”

    ล่าสุด Primus Group ได้เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิด Zeekr House Primus โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ของ Zeekr แฟลกชิปแห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โดยโชว์รูมแห่งนี้ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน CI ใหม่ของแบรนด์ ภายใต้แนวคิดโชว์รูมระดับพรีเมียม–ลักชูรี ที่ผสานความหรูหรา ทันสมัย  และฟังก์ชันการใช้งานไว้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับมาตรฐานการ

    บริการที่ครอบคลุมทั้งด้านการจำหน่ายและบริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

    นอกจากนี้ เพื่อการรองรับการเติบโตของตลาดรถ EV ในอนาคต ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของ Primus Group ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดย Primus Group ได้รับความไว้วางใจจาก ZEEKR ประเทศไทย แต่งตั้งให้เป็นดีลเลอร์ Zeekr อย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลกลุ่มลูกค้าในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีแผนเปิด Zeekr House Primus สาขาเชียงใหม่อีก 1 แห่ง ภายในเดือนสิงหาคมศกนี้

    นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group กล่าวว่า Primus Group ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ การให้บริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) การมีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และการมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและเลือกซื้อรถยนต์ การส่งมอบรถยนต์ ไปจนถึงการดูแลบริการหลังการขาย รวมทั้งงานซ่อมสีและตัวถัง  เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

    ด้วยหลักการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ทำให้ Primus Group ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านรางวัลความพึงพอใจของลูกค้า และรางวัลยอดขายอันดับ 1 จากหลายแบรนด์ที่บริษัทเป็นผู้แทนจำหน่าย สะท้อนถึงมาตรฐานการให้บริการระดับสูง และศักยภาพของทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ โดยแนวทางดังกล่าว จะนำมาใช้ในการบริหารงานและพัฒนา Zeekr House Primus ให้มีศักยภาพด้านบริการสูงสุดสำหรับลูกค้า Zeekr ด้วยเช่นกัน

    Zeekr House Primus เป็นโชว์รูม Flagship แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ เป็นทำเลที่ตั้งสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ด้วยพื้นที่ใช้งานกว่า 2 ไร่ ภายในได้รับการออกแบบให้ทันสมัยและสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ Zeekr อย่างชัดเจน ด้านหน้าเป็นพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ Zeekr ครบทุกรุ่น ทุกแบบกว่า 6 คัน พร้อมโซนรับรองลูกค้าระดับเอ็กซ์คลูซีฟ และบริการให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ ทั้งมีบริการอาหารว่าง-เครื่องดื่มที่เลือกสรรสำหรับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง เหนือระดับ และตอบโจทย์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัว

    นอกจากนี้ ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับการส่งมอบรถยนต์ที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าในช่วงเวลาสำคัญของการรับมอบรถยนต์ และการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Primus Group

    ด้านศูนย์บริการหลังการขาย Zeekr House Primus ได้ออกแบบพื้นที่เพื่อรองรับการให้บริการอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งงานตรวจเช็ก ซ่อมแซม บำรุงรักษา รวมถึงงานซ่อมสีและตัวถัง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสูง โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของ Zeekr พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อรองรับการดูแลรักษารถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีช่องซ่อมรวม 8 ช่อง รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้ถึง 600 คันต่อเดือน

    “การเปิด Zeekr House Primus บนถนนราชพฤกษ์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเรา ในการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการบริการรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย พร้อมรองรับการเติบโตของฐานลูกค้า Zeekr ที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต”

    Zeekr House Primus สาขาราชพฤกษ์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยฝ่ายขาย เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น. และในวันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. ส่วนศูนย์บริการ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.30-17.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 935 1555 หรือ  https://linktr.ee/Zeekr.Primus.Ratchaphruek


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM ชวนเจ้าของ ORA Good Cat ร่วมแชร์เรื่องราวประทับใจผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Memory” ลุ้นรับสิทธิ์ขับ ORA 5 EV ฟรี 5 ปีเต็ม!

    1 Min Read

    GWM ชวนเจ้าของ ORA Good Cat ร่วมแชร์เรื่องราวประทับใจผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Memory” ลุ้นรับสิทธิ์ขับ ORA 5 EV ฟรี 5 ปีเต็ม!

    – GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด เพื่อฉลองการเปิดตัวของ GWM ORA 5 รถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชันใหม่ที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Redefine Your New Era เพื่อยกระดับมาตรฐานรถ SUV-B ไปอีกขั้น ด้วย 2 ขุมพลังทางเลือกทั้ง EV และ HEV รวมถึงเพื่อขอบคุณลูกค้า GWM ORA Good Cat GWM (Thailand) จึงได้ออกแคมเปญสุดพิเศษ “Good Cat Good Memory” ชวนเจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat มาร่วมแบ่งปันเรื่องราวและความทรงจำดี ๆ ที่มีต่อเจ้าเหมียวไฟฟ้าคู่ใจ ผ่านภาพถ่ายและแคปชั่นที่ถ่ายทอดประสบการณ์สุดประทับใจ พร้อมลุ้นรับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ รวม 3 รางวัลใหญ่ เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้า GWM ORA Good Cat ทั่วประเทศ

    กิจกรรม #GoodCatGoodMemory เปิดโอกาสให้เจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat ทุกรุ่น ร่วมสนุกได้ง่าย ๆ เพียงถ่ายภาพคู่กับ GWM ORA Good Cat ของคุณ พร้อมเขียนแคปชั่นเล่าความประทับใจหรือความทรงจำดี ๆ ที่มีต่อรถยนต์คู่ใจ และโพสต์ลงบนช่องทางโซเชียลมีเดียส่วนตัว (Facebook หรือ Instagram) โดยตั้งค่าเป็นสาธารณะ พร้อมติดแฮชแท็ก #GoodCatGoodMemory และแคปภาพโพสต์ของคุณ โดยนำมาคอมเมนต์ใต้โพสต์กิจกรรมในเฟซบุ๊คเพจของ GWM ORA Thailand และลงทะเบียนยืนยันตัวตนการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat ผ่านลิงก์ https://forms.gle/isufvcNNZdhQuZyM7

    โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM ORA Good Cat รุ่นใดก็ได้ และกดไลก์เพจ GWM ORA Thailand เพื่อยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรม สำหรับรางวัลสุดพิเศษที่เตรียมไว้สำหรับผู้โชคดี ได้แก่

    • รางวัลที่ 1: สิทธิ์ขับ GWM ORA 5 EV ฟรี ระยะเวลา 5 ปี* จำนวน 1 รางวัล
    • รางวัลที่ 2: iPhone 17 Pro Max (256GB) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 48,900 บาท
    • รางวัลที่ 3: กล้อง Insta360 รุ่น X5 จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 18,900 บาท

     

    คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ได้รับรางวัลจากผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ปฏิบัติตามกติกาครบถ้วนและสามารถถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพถ่ายและแคปชั่นได้โดนใจมากที่สุด

    โดยผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ได้รับคะแนนจากคณะกรรมการสูงสุด 3 ท่านแรก (คะแนนเต็ม 100 คะแนน) จะเป็นผู้ได้รับรางวัลโดยมีเกณฑ์การให้คะแนน ดังนี้

    • ส่วนที่ 1 : 30 คะแนน พิจารณาจากความสามารถในการเล่าเรื่องราวจากประสบการณ์จริง โดยถ่ายทอดอารมณ์ได้อย่างชัดเจน แสดงถึงความประทับใจที่มีร่วมกับ GWM ORA Good Cat
    • ส่วนที่ 2 : 25 คะแนน พิจารณาจากความคิดสร้างสรรค์และความแปลกใหม่ โดยมีรูปแบบการเล่าเรื่อง มุมมอง และการนำเสนอมีความคิดสร้างสรรค์โดดเด่น
    • ส่วนที่ 3 : 25 คะแนน พิจารณาจากความเชื่อมโยงกับแบรนด์ โดยเรื่องราวต้องแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า GWM ORA Good Cat เป็นส่วนสำคัญของความทรงจำ เข้ามาเติมเต็มหรือยกระดับไลฟ์สไตล์ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม
    • ส่วนที่ 4 : 20 คะแนน พิจารณาจากคุณภาพและความสมบูรณ์ของผลงาน ภาพและแคปชั่นต้องมีความชัดเจน นำเสนออย่างเหมาะสม เป็นไปตามกติกาและรายละเอียดตามที่กำหนดอย่างครบถ้วน

     

    ผู้ที่สนใจสามารถร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม 2569 – 31 มีนาคม 2569 ภายในเวลา 23.59 น. และจะประกาศรายชื่อผู้โชคดีในวันที่ 8 เมษายน 2569 เวลา 18.00 น. ทาง Facebook Fan Page: GWM ORA Thailand

     

    ศึกษารายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่

    https://drive.google.com/file/d/10oLfRgCqyIdLyyLNL83owJtaiFCzzN2D/view?usp=sharing

    มาร่วมแบ่งปันโมเมนต์และความทรงจำดี ๆ กับรถยนต์คู่ใจของคุณ ผ่านแคมเปญ #GoodCatGoodMemory เพราะทุกการเดินทางกับ GWM ORA Good Cat เต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าจดจำ

     

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5 #ORA5 #ORA #ORAGoodCat #GoodCatGoodMemory


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก จัดแสดง Bentayga Hybrid ยนตรกรรมหรูแต่งสปอร์ตกับข้อเสนอมอเตอร์โชว์ พร้อมรับรถทันที ณ งาน AAS Group Roadshow 2026

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก จัดแสดง Bentayga Hybrid ยนตรกรรมหรูแต่งสปอร์ตกับข้อเสนอมอเตอร์โชว์ พร้อมรับรถทันที ณ งาน AAS Group Roadshow 2026

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เชิญผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์แห่งยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษสัมผัสความสปอร์ตของ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สุดหรูที่โดดเด่นด้วยชุดแต่งสไตล์สปอร์ตพร้อมส่งมอบกับข้อเสนอเดียวกับมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยชน์ที่เหนือกว่า โดยผู้เข้าชมงานยังสามารถเลือกช้อปคอกเลกชันเบนท์ลีย์ สินค้าไลฟ์สไตล์ที่ได้รับการออกแบบอย่างมีสไตล์และเรียบหรูอย่างตุ๊กตาหมี เสื้อโปโล หมวกเบสบอล เครื่องหนัง และคอลเลกชันอื่นๆ อีกมากมายที่ลดสูงสุดถึง 35% ในงาน AAS Group Roadshow 2026 วันนี้ ถึง วันที่ 22 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเอ็มโพเรียม

    ภายในงานฯ ผู้สนใจจะได้สัมผัสกับ Bentayga Hybrid รถยนต์แบบอเนกประสงค์สมรรถนะสูง ขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V6 Hybrid ในเฉดสีขาว Glacier White กับความโดดเด่นด้วยชุดแต่ง Blackline Specification ที่จะสะท้อนสมรรถนะอันเหนือชั้นและรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวของยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับคุณสมบัติ LED Welcome Lamps สู่สัมผัสแห่งความเรียบหรูด้วยหนังเฉดสีดำ Beluga และการเดินด้ายปักโลโก้แบบคอนทราสต์ในเฉดสีขาว Linen บนเบาะโดยสาร พร้อมเพิ่มบรรยากาศความสปอร์ตและความร่วมสมัยด้วยวีเนียร์แบบ Diamond Brushed Aluminium สุดยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ยังมอบประสิทธิภาพในการขับขี่ในโหมดพลังงานไฟฟ้า (EV) อันเงียบสงบที่สามารถตอบโจทย์การผสมผสานไลฟ์สไตล์ที่ต้องการความคล่องตัวในแบบยนตรกรรมสปอร์ตเข้ากับความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ได้เป็นอย่างดี

    ผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบภายในงานฯ เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอมูลค่าสูงส่งท้ายไตรมาสแรกของปี ข้อเสนอเดียวกับในช่วงมอเตอร์โชว์และสิทธิประโยนช์ที่เหนือกว่าโดยผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ให้ลูกค้าสามารถรับรถได้ทันที พร้อมรับความอุ่นใจไปกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม และสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตสูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าปลุกพลังความสปอร์ต! รวมพลสายสปอร์ตตัวจริง สัมผัส DNA แห่งความเร้าใจ กับกิจกรรม Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance รวมพลังคน Type R ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569

    1 Min Read

    ฮอนด้าปลุกพลังความสปอร์ต! รวมพลสายสปอร์ตตัวจริง สัมผัส DNA แห่งความเร้าใจ กับกิจกรรม Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance รวมพลังคน Type R ร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กลับมาสร้างความเร้าใจอีกครั้งกับงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance เนรมิตพื้นที่ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง ให้กลายเป็นจุดนัดพบของเหล่านักขับและแฟนพันธุ์แท้ Type R กว่า 150 คน ได้ร่วมสัมผัสความสปอร์ตและถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างเต็มพิกัด พร้อมสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และส่งต่อความภาคภูมิใจในฐานะเจ้าของยนตรกรรมที่เป็นที่สุด ตอกย้ำจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตอันเป็น DNA ของฮอนด้าอย่างแท้จริง

    • Welcoming Zone จุดลงทะเบียนที่ต้อนรับเหล่าสาวกด้วยความพิเศษกับแบ็กดร็อปเช็คอิน ให้ได้เก็บภาพความประทับใจคู่กับรถคันโปรดในมุมที่สวยที่สุด พร้อมให้เหล่าผู้เข้าร่วมได้พบปะสังสรรค์และแลกเปลี่ยนไลฟ์สไตล์การขับขี่ในบรรยากาศเป็นกันเอง

    • กิจกรรม Legend of Type R กับการจัดแสดงรถยนต์ Civic Type R ครบทั้ง 7 เจเนอเรชัน ให้แฟน ๆ ได้ย้อนรอยวิวัฒนาการความสปอร์ตแบบใกล้ชิด

    • กิจกรรม Test Drive ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ลงสนามจริง เพื่อสัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจของ Honda Civic Type R ด้วยตัวเอง พิสูจน์ความเหนือชั้นของขุมพลังที่ตอบสนองได้อย่างใจคิด ช่วยให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น โดยมีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาอย่างใกล้ชิด

    • กิจกรรม Type R Insight Talk กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ เชิญชวนเจ้าของ Type R ส่งต่อแรงบันดาลใจ ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะและเสน่ห์ของ DNA ความสปอร์ต

    • ปิดท้ายความตื่นเต้นด้วยกับการมอบรางวัล Shoot & Share สำหรับผู้ที่เก็บภาพบรรยากาศสุดเท่และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดีย พร้อมรางวัลใหญ่ให้กับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด อีกทั้ง รางวัล Popular Vote เปิดโอกาสให้ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบ ให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน

    คุณเจตน์ ศศิมณฑล เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R (รุ่น FL5) กล่าวว่า “การเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผมได้พบกับกลุ่มคนที่มีแพสชันเดียวกัน คือ คนที่รักใน Civic Type R  สำหรับผม Civic Type R คือรถที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ถ่ายทอดสมรรถนะระดับสนามแข่งมาสู่การขับขี่ในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว การได้เห็นเพื่อน ๆ แสดงตัวตนผ่านการตกแต่งรถในหลากหลายสไตล์ ยังช่วยเปิดมุมมองใหม่ ๆ และตอกย้ำว่าความสปอร์ตของ Civic Type R สามารถสะท้อนออกมาได้ในแบบที่แตกต่าง แต่มีหัวใจเดียวกัน และผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้ขับ Civic Type R”

    ด้าน คุณฐนโรจน์ ธนาสิทธิ์นิธิเกตุ นักแข่งทีม YK Motor Sport เจ้าของรถยนต์ Civic Type R (รุ่น FK2) เปิดเผยว่า “ผมมีโอกาสได้สัมผัส Civic Type R มาเกือบทุกรุ่น ผมประทับใจในสมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งแรงและขับสนุก กิจกรรมครั้งนี้ทำให้ผมได้กลับมาเจอกับครอบครัว Civic Type R ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์และมุมมองจากการใช้งานจริงร่วมกัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันอันแข็งแกร่งของกลุ่มคนรัก Civic Type R ในประเทศไทย และยิ่งตอกย้ำว่ารถรุ่นนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถสมรรถนะสูง แต่คือแพสชันที่เชื่อมโยงผู้คนที่มีหัวใจเดียวกันเข้าด้วยกัน”

    งาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การรวมตัวของคนรักความเร็ว แต่เป็นการตอกย้ำถึงความสำเร็จในการสร้างคอมมูนิตี้ที่แข็งแกร่ง ซึ่งหล่อหลอมขึ้นจากความหลงใหลในจิตวิญญาณความสปอร์ต ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งต่อความภาคภูมิใจและสร้างมิตรภาพที่เหนียวแน่นผ่านประสบการณ์ที่เหนือระดับ เพื่อให้ครอบครัว Civic Type R เติบโตไปพร้อมกับแรงบันดาลใจที่ไม่มีวันสิ้นสุด และร่วมขับเคลื่อนทุกความฝันให้กลายเป็นจริงในทุกเส้นทาง

    โค้งสุดท้าย ! กับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance”  พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

    • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*  
    • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
      Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท** 

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment