• รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉมจักรยานยนต์แห่งอนาคต 4 รุ่น ในงาน Japan Mobility Show 2025 ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Power of Dreams” สู่ความอิสระแห่งการเดินทางในทุกมิติ

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉมจักรยานยนต์แห่งอนาคต 4 รุ่น ในงาน Japan Mobility Show 2025 ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Power of Dreams” สู่ความอิสระแห่งการเดินทางในทุกมิติ

    บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมยานยนต์ระดับโลก Japan Mobility Show 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติ “โตเกียว บิ๊กไซต์” (Tokyo Big Sight) ภายใต้แนวคิด “The Power of Dreams – How we move you.” ถ่ายทอดพลังแห่งความฝันที่ขับเคลื่อนฮอนด้าให้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่ออิสระแห่งการเดินทางในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และอวกาศ

    ภายในบูธฮอนด้า จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยครบวงจร ตั้งแต่จักรยานไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องบินธุรกิจและจรวดพลังงานสะอาด สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050

    ขณะเดียวกัน ในส่วนของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เปิดตัวโมเดลต้นแบบและรุ่นใหม่รวม 4 รุ่น ที่สะท้อนทิศทางแห่งอนาคตของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด และสืบสานจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เพื่อมอบ “ความสุขของการขับขี่” อย่างแท้จริง

    EV OUTLIER CONCEPT: ต้นแบบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ปลดปล่อยอิสระแห่งการขับขี่ในทุกมิติ

    EV OUTLIER CONCEPT รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคอนเซ็ปต์ที่พลิกนิยามการออกแบบแบบเดิม ด้วยดีไซน์ “Dynamic & Low Proportion” ที่เน้นเส้นสายลู่ต่ำและพลิ้วไหว ติดตั้งระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า In-Wheel Motor ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อการตอบสนองที่เฉียบคมและสมดุล โดดเด่นด้วยโครงสร้างโปร่งใส (Smoke-Clear Body) เผยให้เห็นความงามเชิงวิศวกรรม พร้อมจอแสดงผลแบบกราฟิกที่ปรับแรงบิดและโหมดขับขี่ได้อย่างอิสระ ถ่ายทอดแนวคิด “Gliding – Ecstasy – Low” ให้ผู้ขับสัมผัสความเป็นหนึ่งเดียวกับรถได้อย่างเต็มอารมณ์

    Honda e-MTB Prototype: สนุกกับทุกการปั่น ผสานความมันส์ของมอเตอร์ไซค์กับความเป็นธรรมชาติของจักรยาน

    จักรยานเสือภูเขาไฟฟ้าระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “Ride Natural, Reach New Peaks” ถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ที่รวมความเร้าใจของการขี่มอเตอร์ไซค์เข้ากับความสนุกของการปั่นจักรยานอย่างเป็นธรรมชาติ ระบบช่วยปั่นไฟฟ้าเพิ่มแรงส่งให้นุ่มนวล เหมาะสำหรับทุกเส้นทาง ทั้งในเมือง ภูเขา และการผจญภัยกลางธรรมชาติ

    CB1000F และ CB1000F SE: สืบทอดจิตวิญญาณแห่งตระกูล CB สู่มาตรฐานใหม่ของสปอร์ตไบค์ระดับเรือธง

     

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเปิดตัวสปอร์ตไบค์ตระกูล CB ที่สืบทอดเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งและสง่างามไม่เสื่อมคลาย รุ่น CB1000F มาพร้อมดีไซน์สมส่วน เฉียบคม และสมรรถนะที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ ส่วนรุ่นพิเศษ CB1000F SE เพิ่มความโดดเด่นด้วยแฟริ่งหัวไฟดีไซน์เฉพาะ เสริมบุคลิกหรูหราเหนือระดับ ถ่ายทอดความสมดุลระหว่างพลังและความงามในแบบฉบับฮอนด้าอย่างลงตัว

    Super Cub 110 Lite: ขับขี่คล่องตัวในทุกวัน สะท้อนมาตรฐานใหม่ของชีวิตคนเมือง

    อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความสนใจคือ Super Cub 110 Lite ที่พัฒนาภายใต้มาตรฐานใหม่ของญี่ปุ่นในกลุ่ม Class 1 Motorized Bicycle ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันด้วยเครื่องยนต์กำลังสูงสุด 3.7 กิโลวัตต์ สมรรถนะเหนือกว่ารุ่นเดิม ทั้งแรงบิดต่อเนื่อง การเร่งที่นุ่มนวล และความประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มองหารถจักรยานยนต์ขนาดเล็กราคาคุ้มค่า ขับขี่ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    นอกจากกลุ่มรถจักรยานยนต์แล้ว บูธฮอนด้ายังจัดแสดงนวัตกรรมเพื่อการเดินทางแห่งอนาคตอีกมากมาย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Honda 0 Series, เครื่องบินธุรกิจ HondaJet Elite II, เครื่องยนต์เรือรุ่นใหม่ BF350 และต้นแบบจรวดพลังงานสะอาด ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนของฮอนด้าในทุกมิติ เพื่อสร้างคุณค่าทางเทคโนโลยีและมอบอิสรภาพแห่งการเดินทางอย่างยั่งยืนให้กับผู้คนทั่วโลก

    ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการนำพาเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาสู่ชีวิตจริงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสานต่อคำมั่นในการมอบ “ความสุขและอิสรภาพแห่งการเดินทาง” ให้กับผู้คนทั่วโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Power of Dreams” ที่เป็นหัวใจสำคัญของฮอนด้าเสมอมา

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand

    IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

     

    #JapanMobilityShow2025 #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ แถลงผลงานทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ พร้อมเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์

    1 Min Read

    มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ แถลงผลงานทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ พร้อมเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์

    มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้จำหน่ายรถยนต์ มินิ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวผลงานของทีมแข่ง ‘Millennium Motorsport x Magik Proshop’ ประจำปี 2568 ที่มี ‘มงคล คำสูง’ นักแข่งมืออาชีพที่มาพร้อมรถคู่ใจ ‘MINI Cooper F56 Challenge EVO’ วาดลวดลาย
    สร้างผลงานน่าประทับใจในรายการ PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 รวม 7 สนาม พร้อมเปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ จำนวนจำกัด ณ โชว์รูม
    พร้อมศูนย์บริการครบวงจร มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาเอกมัย

    สมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจ ในการที่ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ ส่งรถยนต์ มินิ ตัวแข่งลงสนามชิงชัยในรายการระดับประเทศ และเพื่อต่อยอดให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต วันนี้เราได้เปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ มีจำกัดเพียงไม่กี่คัน ที่สำคัญ มาพร้อมสิทธิพิเศษในการ
    ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ถึง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
    ให้เจ้าของรถได้สัมผัสประสบการณ์แบบนักแข่งบนแทรคระดับสากล พร้อมคำแนะนำเทคนิคการขับ โดยนักแข่งมืออาชีพอย่าง คุณเอก มงคล คำสูง”

     

    ++ MINI CHALLENGE — ต้นฉบับแห่งความเร้าใจสไตล์มินิ สู่ยุคมอเตอร์สปอร์ตไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

     

    ‘MINI Challenge’ คือรายการแข่งรถยนต์แบบ ‘วัน-เมค-เรซ’ (One-Make Race) ที่ใช้รถ
    รุ่นเดียวกันทั้งหมด เปิดโอกาสให้นักขับทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ได้ลงสนามจริงอย่างเท่าเทียม เริ่มต้นครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรช่วงปีพ.ศ. 2545 และได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ของการแข่งที่สนุก เข้มข้น และสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ MINI ได้อย่างชัดเจน — ขับสนุก คล่องตัว และเต็มไปด้วยพลังแห่งความท้าทาย (Challenge DNA)

    ปีนี้ ความเร้าใจของ MINI Challenge ได้ก้าวสู่ยุคใหม่อีกขั้น เมื่อ Formula E ได้ประกาศเปิดตัว ‘NXT Gen Cup’ รายการ Junior Touring Car โดยใช้รถไฟฟ้า 100% เปิดโอกาสให้นักขับอายุ 15–25 ปีลงแข่ง เพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก โดยฤดูกาลแรก วางแผนจัดหลายสนามทั่วยุโรป เช่น อิตาลี เยอรมนีและอังกฤษ ตอกย้ำพันธกิจ ของ Formula E และ MINI ในการขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสานต่อจิตวิญญาณ
    แห่ง ‘MINI Challenge’ สู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มพลัง

     

    ++ ‘MINI Black Edition E-Challenge’ เวอร์ชั่นพิเศษเฉพาะ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้  

    สัมผัส ‘MINI Black Edition E-Challenge’ ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดชิค รุ่นพิเศษ ผลิตจำกัด
    และมีจำหน่ายที่โชว์ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เท่านั้น รูปลักษณ์สปอร์ตเข้มดูดุดัน ด้วยตัวถังสีดำ ตัดกับล้อ JCW Rallye Spoke ขนาด 18 นิ้ว สีทอง พร้อมสติ๊กเกอร์ลายพิเศษ ‘Black Edition’
    สีเดียวกัน ขณะที่อัตราเร่งก็จี๊ดจ๊าดสะใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยมาพร้อมสิทธิพิเศษ
    ที่ผู้ครอบครองจะได้รับ คือ การเข้าร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge’ ที่จะจัดขึ้นในอนาคต

    ร่วมเป็นครอบครัว MINIster และพบกับกิจกรรมและข้อเสนอดีๆ แบบนี้ได้ที่ โชว์รูม มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนผู้ใช้รถตรวจรถฟรีถึง 10 รายการ ขับขี่ปลอดภัย รับเทศกาลปีใหม่ 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2568

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนผู้ใช้รถตรวจรถฟรีถึง 10 รายการ ขับขี่ปลอดภัย  รับเทศกาลปีใหม่ 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2568

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกรุ่น เข้ารับบริการตรวจรถฟรีกับกิจกรรม“ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลปีใหม่ 2569” เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ (เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2569

     

    สำหรับบริการตรวจเช็กรถฟรีครั้งนี้ ทางลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ได้แก่

    • ฟรี! ค่าแรงเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง มูลค่า 300 บาท
    • ตรวจเช็กรถฟรี 10 รายการ ตามมาตรฐานคู่มือฮอนด้า ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบระบายความร้อน ระบบเชื้อเพลิง ระบบคลัตช์ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ขาตั้งข้าง/ขาตั้งกลาง รวมถึงล้อและยาง
    • รับ 500 แต้มฟรี จากแอปพลิเคชัน My Honda Moto เพื่อใช้แลกรับสิทธิประโยชน์ในอนาคต
    • ส่วนลดค่าอะไหล่ 10 – 20% (สำหรับร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการ)

     

    กิจกรรมนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของฮอนด้าบิ๊กไบค์ ในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ พร้อมมอบสิทธิพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้การสนับสนุนและไว้วางใจฮอนด้ามาโดยตลอด

     

    ผู้สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ที่ Honda BigWing ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2569

     

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/

    #ฮอนด้าบิ๊กไบค์ #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • ด่วน! กกท.เผย วาระ “ต่อสัญญา MotoGP” 5 ปี! เข้าครม. เคาะ 4 พ.ย. นี้ ย้ำความคุ้มค่า-ราคาลิขสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูง

    1 Min Read

    ด่วน! กกท.เผย วาระ “ต่อสัญญา MotoGP” 5 ปี! เข้าครม. เคาะ 4 พ.ย. นี้  ย้ำความคุ้มค่า-ราคาลิขสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูง

    การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันการเจรจาต่อสัญญาจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP กับ Dorna Sports ได้ข้อสรุปแล้ว เดินหน้านำแผนต่อสัญญาระยะยาวอีก 5 ปี (ปี 2027 – 2031) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดสามารถเข้าสู่วาระในนัดถัดไปคือ วันที่ 4 พ.ย.นี้  “ดร.ก้องศักด”ย้ำจุดยืนที่แข็งแกร่งของ ThaiGP เป็นแต้มต่อมหาศาล รวมถึงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท แม้จะมีค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นแต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ถือว่าราคาไม่สูงและคุ้มค่าที่สุด หาก ครม.เห็นชอบ  กกท.จะเร่งดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดงานอย่างเป็นรูปธรรมทันที หลังการลงนามในสัญญา เพื่อให้ MotoGP ไทยเป็นเมกะอีเวนต์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

     

    ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าการเจรจาต่อสัญญาโมโตจีพี สนามประเทศไทย ว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงรัฐบาล ทราบดีว่า การต่อสัญญาการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ถูกจับตาจากสื่อมวลชนทั้งต่างชาติ สื่อไทย รวมถึงแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ต่างรอคอยให้ความสนใจอย่างมากต่อสถานะของ ThaiGP หลังปี 2026 ขอยืนยันว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะคู่สัญญากับ Dorna Sports เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุดและเตรียมเดินหน้าเข้าสู่การอนุมัติขั้นสุดท้าย

    ทั้งนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อสัญญาการเป็นเจ้าภาพ MotoGP เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งด้านมาตรฐานสนามและการบริหารจัดการแข่งขัน ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ โดยได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ฉบับใหม่ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐบาลให้พิจารณา

     

    ดร. ก้องศักด ย้ำถึงความคุ้มค่าของการต่อสัญญาครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “การดำเนินการต่อสัญญา พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา เรามีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า ThaiGP สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล และเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการพัฒนามิติต่างๆมากมาย อาทิ มิติในการพัฒนาด้านกีฬา, เป็น Soft Power และ Global Brand Positioning ของประเทศไทย ตลอด 6 ปี สร้างรายได้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท จากการท่องเที่ยว การจ้างงาน การลงทุน และการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น  ถือเป็นผลสำเร็จของนโยบาย Sport Tourism ของไทยอย่างแท้จริง”

     

    โดยที่ผานมา ThaiGP มีจุดแข็งทั้งเสน่ห์วิถีไทย ที่สร้างชื่อและความประทับใจให้ประเทศไทยเป็นที่จับตามองและจารึกชื่อในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตโลกต่อเนื่องมาถึง 6 ปี รวมถึงล่าสุดกับ 2 ปีซ้อนที่ ที่เราได้เป็น “สนามเปิดศักราชของฤดูกาล” ไม่ใช่แค่สนามแข่งในปฏิทิน ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการตลาดที่ทรงพลัง และแต้มต่อที่เหนือกว่า’  22 สนามใน 18 ประเทศ

     

    การต่อสัญญาในครั้งนี้ จะต่อสัญญาออกไป 5 ปี ระหว่างปี 2027 – 2031 (พ.ศ. 2570 – 2574) สำหรับการนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบประมาณนั้น กำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดย คาดว่าจะสามารถนำเข้าวาระการประชุมนัดต่อไปคือ วันที่ 4 พ.ย.นี้

     

    ผู้ว่าการ กกท. ยอมรับว่าในการต่อสัญญาครั้งนี้ มีการเพิ่มค่าลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันขึ้นเล็กน้อย แต่ยืนยันว่าราคาของประเทศไทย ‘ไม่สูง’ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยมีปัจจัยสำคัญคือจุดแข็งที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยเราพยายามต่อรองให้ได้เงื่อนไขที่คุ้มค่าที่สุด

     

    โดยในแผนการจัดการแข่งขันในสัญญาฉบับใหม่ มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการแข่งขันให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก สร้างคุณค่า สร้างภาพลักษณ์เชิงกลยุทธ์ และผลประโยชน์สูงสุดที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพระยะยาว ซึ่งมีความชัดเจนและแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ผมมั่นใจว่าด้วยจุดแข็งที่เรามีและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถนำข่าวดีมาสู่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกได้ในเร็วๆนี้

     

    ซึ่งหลังจากนี้หากว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย เสนอ ยังมีขั้นตอนต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินการจัดสรรงบประมาณทั้งงบประมาณประจำปีและงบจากกองทุนการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)

     

     

    ดังนั้นหลังจากดำเนินการลงนามในสัญญา การกีฬาแห่งประเทศไทย มีแนวนโยบายที่จะให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น จะมีการเชิญภาคเอกชนเข้ามาเจรจาและร่วมในการจัดงานอย่างเป็นรูปธรรมและทันที  เนื่องจากการต่อสัญญาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการจัดงานปีสุดท้ายของสัญญาเก่า (2026) ซึ่งถือว่าล่าช้า ทำให้ต้องมีการเร่งรัดการดำเนินงาน เร่งบูรณาการความร่วมมือด้านต่างๆของภาครัฐและเอกชนร่วมกันให้มากที่สุด เพื่อให้ MotoGP ไทยเป็นเมกะอีเวนต์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ

     

    ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของการจัดโมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์)  เตรียมจัดงานแถลงข่าวพร้อมเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ วันอังคารที่ 11 พ.ย. 2568

     

    ส่วน MotoGP ฤดูกาล 2026 นี้ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ “โมโตจีพี” มีแผนที่จะจัดงานเปิดตัว MotoGP ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 6-7 ก.พ. จากนั้นต่อด้วย Pre-Season Test หรือการทดสอบก่อนเปิดสนาม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย ในวันที่ 21-22 ก.พ. และระเบิดศึกในประเทศไทย เป็นสนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค.2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

     

    สำหรับช่องทางการเปิดจำหน่ายบัตรโมโตจีพี 2026 ได้แก่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.allticket.com เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันอังคาร 11 พ.ย. 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “อุ้ม–นพรุธพงษ์” ผงาดติดท็อป 5 เอเชีย! ปิดฉากฤดูกาล “อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” มาเลเซีย

    1 Min Read

    “อุ้ม–นพรุธพงษ์” ผงาดติดท็อป 5 เอเชีย! ปิดฉากฤดูกาล “อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” มาเลเซีย

    “อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” สนามที่ 6 ปิดฉากฤดูกาล ที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    นักบิดดาวรุ่งไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ควบรถ Honda NSF250R ในรอบคลอลิฟาย “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ หมายเลข 20 ทำเวลา 02:19.337 นาที สตาร์ตลำดับที่ 7 ลุ้นคว้าท็อป 5 เอเชีย ตามมาด้วย “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง หมายเลข 5 ทำเวลา 02:19.867 นาที สตาร์ตลำดับที่ 13

    เรซแรกการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เริ่มต้นเกมด้วยการตกไปอยู่อันดับที่ 9 ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มสุดแกร่งยกระดับความเร็วไล่แซงจนขยับไปลุ้นโพเดียมก่อนที่จะคว้าอันดับ 5 ได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 11 คะแนน ขณะที่ “ออสติน-ธนฉรรต” ต่อสู้ท่ามกลางสนามสุดท้าทายจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 14 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 2 คะแนน

    เรซสองซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของฤดูกาล 2025 นักบิดดาวรุ่งไทยต้องฝ่าฟันอุปสรรคท่ามกลางอากาศสุดร้อนระอุ เกมการแข่งขันก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” สู้สุดกำลังจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 9 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 7 คะแนน คว้าอันดับที่ 5 ของเอเชียไปครองด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 120 คะแนน ด้าน “ออสติน-ธนฉรรต” ใส่สุดขยับมาจบอันดับที่ 10 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 6 คะแนน ได้อันดับที่ 11 ของเอเชียด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 60 คะแนน

    ด้าน “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 24 ดาวรุ่งหน้าใหม่ แม้ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในสนามนี้ แต่ผลงานตลอด 5 สนาม 10 เรซ ที่ผ่านมาเก็บแต้มสะสมได้ทั้งหมด 39 คะแนน จบอันดับที่ 13 ของเอเชีย

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #AsiaTalentCup #IATC #Austin5 #Aum20 #Fer24


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Repsol Honda HRC ร้อนแรงต่อเนื่อง “โทนี่ โบ” นำทีมคว้าชัย X-Trial 2026 สนาม 2

    1 Min Read

    Repsol Honda HRC ร้อนแรงต่อเนื่อง  “โทนี่ โบ” นำทีมคว้าชัย X-Trial 2026 สนาม 2

    Repsol Honda HRC ทำผลงานสุดเหนือชั้นต่อเนื่อง ในการแข่งขันศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 2 มาดริด ประเทศสเปน ด้วยชัยชนะของ “โทนี่ โบ” ยอดนักบิดไต่เขาชาวสเปนซึ่งเป็นวินเนอร์ครั้งที่ 93 ของเจ้าตัว ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 2 กับผลงานของทีมเมท “กาเบียล มาเซลลี่” เป็นการคว้าชัยชนะพร้อมกับกวาดอันดับที่ 1 และ 2 สองสนามติดต่อกัน ในศึก X-Trial World Championship 2026 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    การต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขัน X-Trial เป็นศึกที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความแม่นยำ และประสบการณ์ของนักบิดในการควบคุมรถ เพื่อทำผลงานให้ดีที่สุดและลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด ซึ่งยอดนักขับสเปนของฮอนด้าอย่าง “โทบี่ โบ” สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ว่าจะพึ่งเป็นต้นซีซั่น ผ่านทุกอุปสรรคในการแข่งขันไม่ก่อความผิดพลาดและเปิดช่องให้คู่แข่งท้าทายได้เลย คว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” ที่เปิดฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง คว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ได้สำเร็จอีกครั้ง

    จบการแข่งขันสนามที่ 2 “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกันและเก็บไปแล้ว 40 คะแนนเต็ม โดยมี “กาเบียล มาเซลลี่” คว้าอันดับที่ 2 ทั้ง 2 สนามซึ่งมีคะแนนอยู่ 30 คะแนน นับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นซีซั่นได้อย่างแข็งแกร่งของฮอนด้าด้วยการส่งผลให้รั้งตำแหน่งหัวแถวของตารางแชมเปี้ยนชิพทันที

    ทั้งนี้ การแข่งขันศึก ศึก X-Trial World Championship 2026 จะกลับมาดวลกันอีกครั้งในโปรแกรมสนามที่ 3 ที่ แซงต์เดอนี ประเทศฝรั่งเศส (Saint Denis, France) ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นี้

    #ThaiHonda #HRC #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMXTrailGP #XTrailGP2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ รองรับการผลิตยนตรกรรมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ รองรับการผลิตยนตรกรรมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ฉลองการเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ที่ทันสมัยอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ (Dr. Frank-Steffen Walliser) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร. แมทเทียส เรบบ์ (Dr. Matthias Rabe) กรรมการบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาเป็นประธานในพิธีเปิด สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมของแบรนด์สู่การพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต

    ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนขนาดใหญ่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและวิจัยรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคตที่โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้ได้มีการนำเทคโนโลยีการทำโลกเสมือนจริงมาผสานเข้ากับการบูรณาการผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

    สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 13,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยห้องจำลองต้นแบบรถยนต์ในอนาคต ฝ่ายพัฒนาวัสดุ และฝ่ายบูรณาการซอฟต์แวร์ โดยหัวใจสำคัญของการบูรณาการของศูนย์ฯ คือ การประยุกต์ใช้ทักษะอย่างเป็นระบบและครอบคลุมในด้านการฝึกอบรม การทดสอบ และการเตรียมการเปิดตัวระบบซอฟต์แวร์ ระบบไฟฟ้าแรงสูงแบบดิจิทัล และระบบไฟฟ้าทั้งหมด

    แผนกส่วนใหญ่ได้ย้ายมาจากที่ตั้งเดิมในอาคาร A1 ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ และกำลังถูกแปลงโฉมเป็นสถานที่ประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะเริ่มต้นการผลิตในปี 2570

    ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวถึงการพัฒนาดังกล่าวว่า “กลยุทธ์ Beyond100+ ของเราได้วางรากฐานการเปลี่ยนแปลง โดยใช้สิ่งที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน และปรับวิสัยทัศน์นั้นให้สอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในอนาคต เรากำลังพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อระบบดิจิทัล พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติเพื่อยกระดับและบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการผลิตยนตรกรรมหรู

    “ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบกลยุทธ์นี้ให้ประสบความสำเร็จ และช่วยให้แนวคิดทางวิศวกรรมกลายเป็นความจริงผ่านการพัฒนาและการบูรณาการ เพราะเรามุ่งมั่นที่จะสร้างยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดและสมรรถนะสูงที่สุดในตลาดต่อไป”

    กลยุทธ์ Beyond100+ จะช่วยปูทางให้เบนท์ลีย์สามารถพลิกโฉมเพื่อรองรับอนาคตแห่งการใช้พลังงานไฟฟ้า การเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงสตูดิโอการออกแบบที่เพิ่งเปิดใหม่ และการสร้างศูนย์ทำสีและศูนย์โลจิสติกส์แบบบูรณาการแห่งใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดในปีหน้า

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • กกท. ยืนยัน ไทยพร้อมเป็น ‘ประตูบานแรก’ สู่ MotoGP ฤดูกาล 2026! ประกาศเปิดขายบัตร ‘3-in-1’ พร้อมกันทั่วโลก 11 พ.ย. นี้

    1 Min Read

    กกท. ยืนยัน ไทยพร้อมเป็น ‘ประตูบานแรก‘ สู่ MotoGP ฤดูกาล 2026! ประกาศเปิดขายบัตร ‘3-in-1’ พร้อมกันทั่วโลก 11 พ.ย. นี้

    การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เตรียมจัดงานแถลงข่าวใหญ่การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ ‘พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026’ หรือ MotoGP สนามประเทศไทย ในวันที่ 11 พ.ย. 2568 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) กรุงเทพ โดยมี Dorna Sports เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขันร่วมงานด้วย พร้อมเปิดขายบัตรชมการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ตั้งแต่เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป โดย ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยว่า ไทยได้ใช้ความพิเศษในการเป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาล 2 ปีซ้อน เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ ‘ศูนย์กลางมอเตอร์สปอร์ตเอเชีย’ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘More Than A Race’ สานต่อความสำเร็จ ThaiGP ที่เป็นมากกว่าแค่การแข่งขัน

    ฝ่ายจัดการแข่งขันจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” โดย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) และหน่วยงานเกี่ยวข้องน้อมถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

    ด้านความเคลื่อนไหวของการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) ล่าสุด รัฐบาลไทย นำโดย “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” ร่วมกับ “การกีฬาแห่งประเทศไทย” หน่วยงานภาครัฐ-เอกชน เตรียมจัดงานแถลงข่าว พร้อมเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ วันอังคารที่ 11 พ.ย. 2568 โดยการแข่งขันรายการนี้จะระเบิดศึกในประเทศไทย เป็นสนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค.2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

    ThaiGP: มากกว่าแค่การแข่งขัน แต่คือ ‘ความครบเครื่อง-ยิ่งใหญ่-เสน่ห์วิถีไทย’ ที่ครองใจทั่วโลก

    ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เผยถึงนัยสำคัญของการที่ไทยถูกเลือกให้เป็น ‘ประตูบานแรก’ ของฤดูกาล MotoGP 2026 ว่า “ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา เราได้พิสูจน์แล้วว่าสิ่งที่ประเทศไทยมีและทำให้เราแตกต่างจากสนามอื่นๆ นั่นก็คือ เอกลักษณ์ความเป็นเจ้าบ้านที่อบอุ่น และการสร้างบรรยากาศที่แฟนๆ ไม่มีวันลืม

    สำหรับ ThaiGP 2026 เรายังคงมุ่งมั่นที่จะทำให้สนามประเทศไทยไม่ใช่เพียงแค่สถานที่จัดการแข่งขันเท่านั้น แต่เป็นเวทีที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ครองใจผู้คน เราจะใช้ Soft Power ของไทยในหลากหลายมิติ ตั้งแต่การแสดงออกทางศิลปะ วัฒนธรรม อาหารไทย ไปจนถึงกิจกรรมเสริมอย่างมวยไทย คอนเสิร์ต และกิจกรรมท้องถิ่น รวมทั้งชัตเติ้ลแต๋นที่เป็นภาพจำ ทำให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสเสน่ห์แบบไทยอย่างแท้จริง เพราะเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้เป็นกลยุทธ์ที่ทรงพลังที่นำเสนอภาพจำที่ดีของประเทศไทยไปสู่แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก และยังเป็นสิ่งที่สร้างเอกลักษณ์ให้ ThaiGP แตกต่างจากสนามอื่นๆ ในโลก ตามคอนเซ็ปต์ของงานปีนี้ที่ว่า More Than A Race คือเป็นมากกว่าเพียงแค่การแข่งขัน แต่มีความหลากหลายในทุกมิติ

    นอกจากความยิ่งใหญ่ของ Main Race แล้ว การจัด Pre-Season Test ที่ประเทศไทย ก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและแฟนโมโตจีพีทั่วโลกเช่นกัน เนื่องจากทีมแข่งระดับโลกจะยกทัพวิศวกร นักวิเคราะห์ และรถแข่งรุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเทคโนโลยีที่พัฒนามาเพื่อใช้ในฤดูกาล 2026 มาเปิดตัว และทดสอบอย่างเป็นทางการ ณ สนามช้างฯ เป็นที่แรกๆ ถือเป็น ‘จุดเปลี่ยนเกม’ และเป็นชัยชนะเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดจากทั้งหมด 22 สนามทั่วโลก

     

    ตอกย้ำ ‘Global Exclusive’: เปิดขายบัตร ‘3-in-1’ ที่เดียวในโลก 11 พ.ย. นี้

    ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยถึงแผนงานการเปิดจำหน่ายบัตรว่า จะมีการจัดงานแถลงข่าวการจัดการแข่งขันอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 พ.ย. 2568 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย (หัวหมาก) กรุงเทพ มีนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน พร้อมตัวแทนจาก Dorna Sports ร่วมงาน พร้อมเปิดขายบัตรอย่างเป็นทางการ โดยมีนโยบายที่สร้างความฮือฮาในตลาดโลก

    “กล่าวได้ว่า เราเป็นที่เดียวของโลก ที่มีจำหน่ายบัตรแบบ Physical Pass หรือบัตรแข็งที่ดีไซน์โฉมใหม่ตามคอนเซ็ปต์ในแต่ละปี ให้แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตได้มีโอกาสสะสมเป็นคอลเลกชั่น และได้เก็บเป็นของที่ระลึก เพื่อความประทับใจ”

    พร้อมกับมอบประสบการณ์ ‘Global Exclusive’ ที่ ‘ไม่มีสนามไหนในโลกทำได้’ เพราะจะเป็นสนามเดียวของโลกของฤดูกาล 2026 ที่จะเป็นบัตร ‘3-in-1’ ที่มอบสิทธิ์ให้เข้าชมได้ครบทั้ง การทดสอบรถ (Pre-Season Test) ในวันที่ 21-22 ก.พ. 2569, การแข่งขันจริง (Main Race) 27 ก.พ. -1 มี.ค. 2569 และใช้เป็นบัตรแอดมิชชั่นเข้ากิจกรรมบันเทิงภายนอกสนาม ทั้งคอนเสิร์ต มวย ร่วมสนุกฟรีในลานกิจกรรม บูธสินค้ามอเตอร์สปอร์ตชั้นนำ อาหารของดีของดัง ฯลฯ ตลอด 3 วันเต็ม

    นี่คือการมอบ ‘มูลค่าที่เพิ่มขึ้น’ อย่างมหาศาลให้กับผู้ถือบัตร อีกทั้ง เรายังเชื่อว่าบัตรเข้าชมไทยจีพีนั้นมีราคาที่ถูกมากหากเปรียบเทียบกับโมโตจีพีสนามอื่นๆ ทั่วโลก และยังมีการพ่วงส่วนลดของผู้สนับสนุนอีกด้วย นี่จึงเป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการดึงดูดแฟนๆ จากตลาดหลักทั่วโลกให้เลือกเดินทางมาประเทศไทยก่อนใคร

    การกีฬาแห่งประเทศไทยยืนยันว่า เราจะใช้ทุกจุดแข็งที่กล่าวมานี้ ไม่ว่าจะเป็นเสริมความแข็งแรงของด้วย เสน่ห์แบบไทย สานต่อและพัฒนา โมโตจีพีวิถีไทยให้เป็น อาวุธทางการตลาดที่สร้างสรรค์และเข้มแข็ง ผลักดันประเทศไทยให้เป็น Destination สำคัญในโลกของมอเตอร์สปอร์ต และสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หันมาสนใจ และพัฒนาวงการกีฬาอย่างยั่งยืน

    “เชื่อว่าเราอาจจะได้เห็นภาพการจองบัตรแบบทุบทุกสถิติ ความนิยมถล่มทลาย โดยคาดว่าที่นั่งจะเต็มในทุกสแตนด์ ภายในระยะเวลาอันสั้นเช่นเคย เพราะที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่า สนามช้างฯ นั้นมีการออกแบบให้เชียร์สนุกในทุกมุมมอง รวมถึงความเต็มอิ่มกับ 3 วันคุณภาพที่แฟนความเร็วได้รับ จากทั้งในและนอกสนาม สิทธิประโยชน์จัดเต็ม สนุกกับกิจกรรมความบันเทิงที่ยิ่งใหญ่ครบครัน คอนเสิร์ต มวย ช้อป ชิม เป็นประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตที่เรียกได้ว่าคุ้มค่าที่สุด และชนะใจแฟนจากทั่วโลกมาอย่างต่อเนื่อง”

    ทั้งนี้ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ “โมโตจีพี” ยังมีแผนที่จะจัดงานเปิดตัว MotoGP ฤดูกาล2026 ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 6-7 ก.พ. จากนั้นต่อด้วย Pre-Season Test หรือการทดสอบก่อนเปิดสนาม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย ในวันที่ 21-22 ก.พ. และวันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 เป็นวันแข่งขัน สนามประเทศไทย

    สำหรับช่องทางการเปิดจำหน่ายบัตรโมโตจีพี 2026 ได้แก่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ allticket.com เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันอังคารที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยามาฮ่า ฉลองครบรอบ 70 ปี ความยิ่งใหญ่ ประกาศเข้าร่วม Japan Mobility Show อวดโฉม 16 โมเดลสุดล้ำ ภายใต้คอนเซปต์ Feel the Future of Human-Machine Mobility

    3 Min Read

    ยามาฮ่า ฉลองครบรอบ 70 ปี ความยิ่งใหญ่ ประกาศเข้าร่วม Japan Mobility Show อวดโฉม 16 โมเดลสุดล้ำ ภายใต้คอนเซปต์ Feel the Future of Human-Machine Mobility

    บริษัท ยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ฉลองครบรอบ 70 ปี อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยการยกทัพยานยนต์สุดล้ำเข้าร่วมโชว์นวัตกรรมและเทคโนโลยีในงาน Japan Mobility Show 2025 ซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ผลิตรถยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association, Inc.) ณ Tokyo Big Sight ระหว่างวันที่  29 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568 ภายใต้ธีม “Feel. Move.” สัมผัส ทุกการเคลื่อนไหว นำพาหัวใจให้ตอบสนอง ช่วงเวลาแห่งความตื่นเต้น ประกายแห่งแรงบันดาลใจเหล่านี้ — นำพาความสุขมาสู่ชีวิต และส่องแสงสว่างให้กับวันที่จมอยู่กับกิจวัตรประจำวัน

    โดยบูธ “Feel. Move.” ของ ยามาฮ่า มอเตอร์ ตั้งอยู่ใน East Hall 5 และถูกสร้างสรรค์ขึ้นภายใต้แนวคิด “สัมผัสอนาคตของการเดินทางระหว่างมนุษย์ และเครื่องจักร (Feel the Future of Human-Machine Mobility) โดยมีการจัดแสดงโมเดล 16 สุดล้ำของนวัตกรรมยานยนต์ พร้อมทั้งอวดโฉม 6 โมเดลครั้งแรกของโลก ด้วยรถยานยนต์ต้นแบบสุดล้ำ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าและระบบไฮบริด, จักรยานไฟฟ้า (eBikes), และโมเดลแนวคิดสำหรับรถเข็นไฟฟ้าได้แก่ MOTOROiDΛ (โมโตรอยด์ แลมบ์ดา) รถจักรยานยนต์ที่เรียนรู้และพัฒนาตนเองแบบอัตโนมัติ, TRICERA proto ยานยนต์ 3 ล้อต้นแบบ ที่ใช้ระบบเลี้ยวได้ทั้ง 3 ล้อ, PROTO BEV มอเตอร์ไซค์ EV SuperSport, H2 Buddy Porter Concept เครื่องยนต์ไฮโดรเจนที่ร่วมกันพัฒนากับโตโยต้าเพื่อพลังงานที่สะอาด, Y-00B จักรยานไฟฟ้าที่เรียบหรูและทันสมัย และ e-Axle for Automotive Drive Unit ชุดขับเคลื่อนพลังงานไฟฟ้าที่ใช้โครงสร้างแบบผสานรวมกับมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และชุดเกียร์เข้าด้วยกัน

    นอกจากนี้ บริษัท ยามาฮ่า คอร์ปอเรชั่น ยังให้ความร่วมมือโดยมี ฮัตสึเนะ มิกุ ผู้มีชื่อเสียงจาก VOCALOID มาเป็นผู้ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์บูธ พร้อมทั้งจัดแสดงเครื่องดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ และทำการแสดงด้วยเครื่องดนตรีเหล่านั้น รวมถึงนำเสนอการแสดงบนเวทีที่เต็มไปด้วยพลังโดยใช้เทคโนโลยีอะคูสติก 3 มิติของยามาฮ่าอีกด้วย

     

    WORLD PREMIERE MODELS ทั้ง 6 รุ่น ที่ทำการเปิดตัวในครั้งนี้ได้เแก่

    MOTOROiDΛ (แลมบ์ดา)

     

    MOTOROiD เป็นโครงการที่ยามาฮ่าได้พัฒนาขึ้นมาภายใต้แนวคิด “ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร” โดยได้เริ่มโครงการตั้งแต่ปี 2017 ที่ยามาฮ่าได้เผยโฉม MOTOROiD รุ่นต้นแบบ (Proof of Concept) ที่สามารถยืนทรงตัว และโต้ตอบกับผู้ขี่ได้อย่างอิสระ จากนั้นในปี 2023 MOTOROiD2 ได้พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยความสามารถในการสื่อสาร และตอบสนองซึ่งกันและกันระหว่างผู้ขี่กับตัวรถ เสมือนกับเป็น “คู่หู” ที่เข้าใจกัน และในปี 2025 ยามาฮ่าได้พัฒนา MOTOROiD ขึ้นไปอีกขั้นโดยมีชื่อว่า MOTOROiDΛ (โมโตรอยด์ แลมบ์ดา) มาพร้อมกับระบบที่สามารถ “เรียนรู้และพัฒนาด้วยตัวเอง” ผ่านเทคโนโลยี Reinforcement Learning ที่รถจะทำการฝึกฝนในสภาพแวดล้อมเสมือนจริง (Virtual Environment) และนำทักษะที่ได้มาใช้จริงด้วยเทคนิค Sim2Real เพื่อให้สามารถตัดสินใจ และตอบสนองได้ด้วยตนเอง

    MOTOROiDΛ (โมโตรอยด์ แลมบ์ดา) จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของวิวัฒนาการ ที่เปิดโอกาสให้ “ยานยนต์สามารถเรียนรู้ไปพร้อมกับผู้ขี่ใช้งาน” ด้วยจุดเด่นของรุ่นนี้คือการเคลื่อนไหวที่เป็นธรรมชาติ และคล่องตัว ซึ่งได้จากการเรียนรู้ของระบบ AI รวมถึงโครงสร้างภายนอก (Exoskeleton) ที่เบา และมีความแข็งแรง รองรับการทดลอง และการพัฒนาซ้ำอย่างต่อเนื่องในกระบวนการเรียนรู้ด้วยการผสานโลกของ “การขับเคลื่อน” เข้ากับ “การเรียนรู้ของเครื่องจักร” MOTOROiDΛ (โมโตรอยด์ แลมบ์ดา) มีเป้าหมายที่จะสร้างนิยามใหม่ให้กับโลกของยานยนต์สองล้อ และปูทางสู่อนาคตแห่งการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่อย่างแท้จริง

     

    TRICERA proto (ไทรเซร่า โปรโต)

    TRICERA proto คือรถยานยนต์ไฟฟ้าสามล้อแบบเปิดประทุนที่สะท้อนแนวคิด “ความสนุกในการขับขี่” ที่สามารถใช้งานได้จริง มาพร้อมระบบบังคับเลี้ยวสามล้อ (3WS – Three-Wheel Steering System) ที่มอบทั้งสมรรถนะการเข้าโค้งอันเร้าใจ และ “ประสบการณ์การควบคุมแบบใหม่” ที่ทำให้การเรียนรู้วิธีขับขี่กลายเป็นความสนุกในตัวมันเอง ด้วยแรงบันดาลใจจากความรู้สึกตอบสนองที่รวดเร็วและการเชื่อมต่อระหว่างผู้ขับกับตัวรถในขณะเข้าโค้ง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถระบบบังคับเลี้ยวทุกล้อ (All-Wheel Steering), TRICERA proto ได้รับการปรับจูนระบบควบคุมการเลี้ยวให้ตอบโจทย์มุมมองด้าน “Human Research” เพื่อมอบความเพลิดเพลินสูงสุดและสร้างความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับเครื่องยนต์ในระดับใหม่ รถต้นแบบคันนี้ยังติดตั้งอุปกรณ์ควบคุมเสียง αlive AD sound control ที่ปรับแต่งเสียงของมอเตอร์ไฟฟ้าให้มีมิติและเร้าอารมณ์ยิ่งขึ้น เพิ่มความตื่นเต้นและดึงให้ผู้ขับ “มีส่วนร่วมกับประสบการณ์ขับขี่” อย่างเต็มที่ ในด้านการออกแบบดีไซน์ เน้นที่เส้นโค้งของเฟรมกลาง (Center Frame) ถูกออกแบบให้มีโครงสร้างสามล้อที่โดดเด่น ขณะที่การตัดกันระหว่าง “พื้นที่ของผู้ขับ” และ “พื้นที่ฟังก์ชันการทำงาน” จะทำให้ความรู้สึกแตกต่างกันช่วยสร้างภาพลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นและล้ำยุคอย่างแท้จริง

     

    PROTO BEV (โปรโต บีอีวี)

    PROTO BEV รถต้นแบบที่สามารถใช้งานได้จริงคันนี้ถูกสร้างขึ้นภายใต้แนวคิด “ความสนุกที่มีได้เฉพาะในรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ความจุสูง” เพื่อยกระดับความสนุกในการขับขี่ให้ถึงขีดสุด และได้ประสบการณ์ขับขี่ที่สนุกสูงสุด ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบรถซูเปอร์สปอร์ต ยามาฮ่าจึงให้ความสำคัญในการดีไซน์ “ความเบา และขนาดที่กะทัดรัด” ส่งผลให้เกิดเป็นรถ EV Supersport ที่ขี่ง่าย คล่องตัว และควบคุมได้อย่างง่ายดายซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า จากรถเครื่องยนต์สันดาปรุ่นต่างๆ เข้ากับ “ความเรียบลื่น และความแรงเร่งอันทรงพลัง” ของมอเตอร์ไฟฟ้า ที่ตอบสนองคันเร่งได้อย่างเป็นเส้นตรงและแม่นยำ นอกจากนี้ ระบบ Human–Machine Interface (HMI) ยังถูกออกแบบให้ช่วยให้ผู้ขับ “โฟกัสกับการขี่ในสนามได้อย่างเต็มที่” ด้วยปุ่มควบคุมที่จัดวางให้อยู่ในตำแหน่งใช้งานสะดวกที่ปลายนิ้ว พร้อมหน้าจอแสดงผลแบบ Visualizer และระบบเสียงที่สื่อสารสถานะของรถทั้งในรูปแบบภาพและเสียง

    PROTO BEV จึงเป็นการผสานเทคโนโลยีไฟฟ้าเข้ากับจิตวิญญาณแห่งความเร้าใจของยามาฮ่า เพื่อสร้างนิยามใหม่ของ “ความสนุกในการขับขี่” ในยุคแห่ง EV อย่างแท้จริง

     

    H2 Buddy Porter Concept (เอชทู บัดดี้พอร์ตเตอร์)

    เครื่องยนต์ไฮโดรเจนที่เป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่าง Yamaha Motor และ Toyota Motor Corporation ได้ร่วมกันสร้าง “ถังเก็บไฮโดรเจนแรงดันสูงแบบใหม่” ที่มีขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับรถจักรยานยนต์ และสกู๊ตเตอร์ และได้รับการรับรองจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมที่เป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการมุ่งสู่ “ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)” โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาให้รถจักรยานยนต์เครื่องยนต์ไฮโดรเจนสามารถใช้งานบนถนนสาธารณะได้ในอนาคต โดยยามาฮ่ารับหน้าที่หลักในการพัฒนาเครื่องยนต์ไฮโดรเจน โครงสร้างตัวถัง และชิ้นส่วนสำคัญอื่นๆ ซึ่งทำให้เมื่อเติมเชื้อเพลิงเต็มถังแล้ว H2 Buddy Porter Concept จะสามารถวิ่งได้ไกลกว่า 100 กิโลเมตรต่อการเติมเชื้อเพลิงเต็มถังหนึ่งครั้ง ต้นแบบคันนี้ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึง “ข้อกำหนดทางเทคนิคสำหรับการใช้งานบนถนนจริง” ตามมาตรฐานที่มีอยู่ในปัจจุบัน และผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษ Euro 5 รวมถึงข้อกำหนดด้าน NOx อย่างครบถ้วน

     

    Y-00BBase / Y-00BBricolage

    Y-00BBase (วายศูนย์ศูนย์บี เบส) คือคอนเซ็ปต์ eBike รูปแบบใหม่ ที่ออกแบบมาเพื่อให้เจ้าของสามารถ “แสดงตัวตนได้อย่างอิสระ” ดีไซน์เฟรมแบบ Dual Twin ที่บางเบา และมินิมอล ผสานแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนขนาดกะทัดรัดไว้อย่างกลมกลืน ให้ภาพลักษณ์ที่เรียบหรูและทันสมัย

    ด้วยโครงสร้างที่ “ยืดหยุ่นต่อการปรับแต่ง” และ “ขยายศักยภาพได้ในอนาคต” ทำให้ Y-00B:Base เติบโตไปพร้อมกับเจ้าของ สามารถปรับให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ และรสนิยมของแต่ละคนได้อย่างอิสระ กลายเป็น “คู่หู” ที่เชื่อถือได้ในทุกเส้นทาง นอกจากนี้ ยังมาพร้อม USB-PD Converter สำหรับชาร์จอุปกรณ์ได้ทุกที่ระหว่างการเดินทาง และแบตเตอรี่ทรงเพรียวที่ช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างอิสระมากยิ่งขึ้น

    Y-00BBricolage (วายศูนย์ศูนย์บี บริโคลาจ) คือเวอร์ชันคัสตอมสุดพิเศษของ Y-00B:Base ที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 70 ปีของ Yamaha Motor โดยได้รับแรงบันดาลใจจากผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์รุ่นแรกของยามาฮ่าอย่าง YA-1 (ปี 1955) ผสานสุนทรียศาสตร์การออกแบบ ให้เข้ากับ เทคโนโลยีสมัยใหม่ อย่างลงตัว สร้างสรรค์รูปลักษณ์ และสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์อย่างแท้จริง

     

    e-Axle for Automotive Drive Unit (อีแอคเซิล ออโตโมทีฟไดร์ฟ)

    ชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า (Electric Drive Unit) ที่อยู่ระหว่างการพัฒนาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการส่งมอบให้กับผู้ผลิตรถยนต์ในอนาคต ด้วยโครงสร้างแบบพิเศษ 3-in-1 ที่ผสานมอเตอร์ อินเวอร์เตอร์ และระบบเกียร์เข้าไว้ในชุดเดียวกัน ทำให้สามารถให้กำลังขับที่สูง ในขณะที่ตัวของเครื่องยนต์มีน้ำหนักเบา และมีขนาดที่กะทัดรัด โดยระบบ e-Axle นี้ออกแบบให้รองรับการใช้งานได้กับรถยนต์หลายประเภท โดยสามารถทำงานกับแรงดันไฟตั้งแต่ 350V ถึง 800V และให้กำลังขับได้สูงสุดถึง 450 kW

    เทคโนโลยีนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของยามาฮ่าในการพัฒนานวัตกรรมด้านการขับเคลื่อน เพื่อรองรับโลกยานยนต์ยุคไฟฟ้าในอนาคตอย่างแท้จริง

     

    PROTO HEV (โปรโต เอชอีวี)

    รถต้นแบบไฮบริด Series–Parallel Hybrid (SPHEV) ที่มอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” ที่แตกต่าง ด้วยความสามารถในการสลับระหว่างโหมดการขับขี่เป็นสองรูปแบบอย่างอิสระได้แก่ “Serene” และ “Spirited” ด้วยการใช้ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมเข้าด้วยกันอย่างมีประสิทธิภาพ ผสานโหมดการขับขี่ที่หลายกหลายได้อย่างลงตัว ให้ความเงียบ และนุ่มนวลในการขับขี่ในเมือง พร้อมมอบสมรรถนะที่ทรงพลังและมั่นใจในขณะขับขี่นอกเมือง ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยระบบ power and energy management technology ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและประหยัดเชื้อเพลิงได้มากกว่า 35%* เมื่อเทียบกับรถจักรยานยนต์ในระดับเดียวกัน อ้างอิงจากการทดสอบภายในองค์กร ภายใต้โหมด WMTC2-2

     

    PROTO PHEV (โปรโต พีเอชอีวี)

    รถต้นแบบเพื่อการวิจัย และพัฒนา (R&D) ที่ผสานรวมกับเสน่ห์ของเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เข้ากับเทคโนโลยีไฟฟ้า (EV) เพื่อขยายขอบเขตแห่งความสนุกในการขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ให้ได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ด้วยความสามารถในการสลับการทำงานระหว่าง เครื่องยนต์ (Engine Mode) และระบบไฟฟ้า (Electric Drive Mode) ผู้ขี่สามารถเลือกใช้งานได้ทั้งแบบ EV เต็มรูปแบบ หรือ Hybrid Mode ได้ตามสถานการณ์ PROTO PHEV ยังคงรักษาด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีเยี่ยม ควบคู่ไปกับ “ความสนุกในการขับขี่สไตล์สปอร์ต” ที่เป็นเอกลักษณ์ของยามาฮ่า เชื่อมโยงศักยภาพของเครื่องยนต์สันดาปเข้ากับอนาคตแห่งการขับเคลื่อนอย่างกลมกลืน

     

    NACTUS VS TRE-X

    NACTUS VS TRE-X คือต้นแบบรถวีลแชร์สามล้อที่ ร่วมมือกับ Nissin Medical Industries มาพร้อมกับชุดขับเคลื่อนแบบเสริมกำลังด้วยไฟฟ้ารุ่น JWX-2 Electric Power-Assist Unit ที่ออกแบบมาเพื่อมอบ “อิสระในการเคลื่อนไหว” รูปแบบใหม่ ด้วยยางขนาดใหญ่ 26 นิ้วแบบ Mountain Bike Off-Road ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยม ให้ความเสถียรอันเป็นเอกลักษณ์ของรถวีลแชร์สามล้อ ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบายแม้บนเส้นทางขรุขระและเส้นทางที่ไม่ได้ลาดยางที่รถวีลแชรทั่วไปมักจะประสบปัญหา นอกจากโครงสร้างที่จัดวางคานกลางที่ผสมผสานความแข็งแกร่งเข้ากับความสง่างามแล้ว NACTUS VS TRE-X ยังมาพร้อมคุณสมบัติที่ใช้งานได้จริงมากมาย เช่น แร็คสำหรับติดตั้งอุปกรณ์ใส่สัมภาระด้านหน้า กล่องใส่แบตเตอรี่กันน้ำ และที่วางเท้าที่กว้างขวาง

     

    ONE-MAX Urban / Historical

    รถเข็นไฟฟ้าทั้งสองรุ่นนี้ถูกออกแบบมาเพื่อความสมบูรณ์แบบในการเดินทาง และมีเอกลักษณ์” โดยติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า JWG-1 Wheelchair Electric Power Unit ที่ให้ทั้งความคล่องตัวและความมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้วยระบบยึดติด (Attachment System) ที่ยืดหยุ่น ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรูปลักษณ์และฟังก์ชันของรถเข็นให้เหมาะกับจุดหมายปลายทางหรือสไตล์การใช้งานของตนเองได้อย่างอิสระ

    ONE-MAX Urban เหมาะสำหรับการเดินทางระยะใกล้ ด้วยโครงสร้างขนาดกะทัดรัด และเบาะนั่งแบบตาข่ายที่ช่วยลดความเมื่อยล้าของผู้ใช้ นอกจากนี้ยังมีกล่องเก็บของขนาดเล็กและอุปกรณ์เสริมสำหรับติดตั้งสมาร์ทโฟน ส่วนรุ่น ONE-MAX Historical เป็นรุ่นทางเลือกที่โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูหรา ให้ความรู้สึกเหมือน “กระเป๋าเดินทางที่สรรสร้างขึ้นอย่างประณีต” ตัวถังช่วยให้การเดินทางเป็นไปอย่างมั่นคงและราบรื่น การข้ามทางม้าลาย รวมถึงการเดินทางบนถนนฟุตบาทที่ปูด้วยหินหรือคอนกรีตตัวหนอน ในขณะที่เบาะนั่งหุ้มหนังและรายละเอียดอื่นๆ แสดงให้เห็นความประณีตในทุกมิติ

    ตัวถังถูกออกแบบให้มั่นคงบนพื้นผิวไม่เรียบ เช่น พื้นศาลเจ้า วัด หรือถนนหินโบราณ ขณะที่เบาะหนังเทียมและรายละเอียดงานออกแบบเผยให้เห็นความประณีตในทุกมิติ

    โดย ONE-MAX Urban และ ONE-MAX Historical  เป็นความร่วมมือระหว่างยามาฮ่าและ Matsunaga Manufactory Co., Ltd.

    พร้อมกันนี้ภายในบูธ “Feel. Move.” ยังมีพื้นที่ที่ ยามาฮ่ามอเตอร์ ได้ร่วมมือกับทาง ยามาฮ่า คอปเปอร์เรชั่น ร่วมกันจัดแสดงด้วย Sound xR เป็นโซลูชั่นที่จะให้ความดื่มด่ำไปกับการสร้างสภาพแวดล้อมทางเสียงที่สมจริง และดึงดูดใจอย่างลึกซึ้ง ทั้งในพื้นที่จริงและพื้นที่เสมือนจริง เพื่อปรับแต่งเสียงก้อง (reverberation) ของพื้นที่ และใช้ AFC Image เพื่อควบคุมการกำหนดตำแหน่งภาพเสียง (sound image localization) ได้อย่างอิสระ ระบบทั้งสองนี้ทำงานร่วมกันเพื่อตอบสนองความต้องการของการผลิตเสียงที่ซับซ้อนในการใช้งานที่หลากหลาย เช่น ละครเวที, โอเปร่า และคอนเสิร์ต รวมถึงมอบประสบการณ์การฟังที่สมจริง และนำอุปกรณ์ทางดนตรีมาร่วมจัดแสดงได้แก่

    FGDP-30 / FGDP-50 drum pads ที่สามารถเล่นด้วยนิ้วมือ ช่วยให้ผู้เล่นสามารถเพลิดเพลินไปกับการตีกลองที่ให้ความรู้สึกเสมือนจริงได้อย่างง่ายดาย โดยใช้เพียงแค่นิ้วสร้างจังหวะ เพื่อประสบการณ์การตีกลองด้วยนิ้วที่ง่าย และสนุก

    N3X AvantGrand เปียโนไฮบริด เรือธงของยามาฮ่า ที่ให้ความรู้สึกในการเล่นเหมือนกับการเล่นแกรนด์เปียโน แต่มาพร้อมความสะดวกสบายที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมกับกลไกคีย์นำเสนอเสียงแกรนด์เปียโนระดับโลกถึงสองรุ่นไว้ในเครื่องเดียวให้ผู้ที่เล่นได้เพลิดเพลินกับเสียงของแกรนด์เปียนโน ระดับโลกของ YAMAHA คือรุ่น CFX และ Bösendorfer Imperial ที่มีชื่อเสียงด้านโทนเสียงที่ทุ้มลึก และอบอุ่นอันเป็นเอกลักษณ์จากกรุงเวียนนา

    DTX10K-X BLACK FOREST กลองชุดไฟฟ้าที่ผสานฟังก์ชันการทำงานของกลองชุดอะคูสติก (กลองจริง) เข้ากับความสวยงาม อย่างสมบูรณ์แบบสำหรับมือกลอง กลองชุด DTX ไม่เพียงแต่ทำให้การฝึกซ้อมที่บ้านเป็นเรื่องสนุกเ แต่ยังเหมาะสำหรับการใช้งานในสตูดิโอบันทึกเสียงหรือบนเวทีอีกด้วย

    นอกจากนี้ยังมีการจัดแสดงรถที่ผลิตเพื่อจำหน่ายเชิงพาณิชย์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อย่าง YAMAHA

    TRACER9 GT Y-AMT รถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตทัวร์ริ่งระดับท็อปที่ล้ำสมัยที่สุดของยามาฮ่าในตระกูล Tracer ซึ่งมาพร้อมกับเทคโนโลยีของเกียร์ที่มีกลไกการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็ว และตอบสนองได้อย่างฉับไว มอบการขับขี่ที่นุ่มนวล สบาย และสปอร์ตในหลากหลายสถานการณ์ ตั้งแต่การขับขี่ในชีวิตประจำวัน การเดินทางไกล ไปจนถึงการขับขี่แบบสปอร์ตเร้าใจ

    YAMAHA FAZZIO HYBRID รถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ 125 ซีซี ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียน โดยยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด จะเป็นโมเดลที่เตรียมวางจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นในเวลาอันใกล้นี้อีกด้วย

    YAMAHA YZF-R1 รถแข่งในศึกการแข่งขัน Coca-Cola Suzuka 8 Hours Endurance 2025 ที่มีนักแข่งระดับโลกนำโดย แจ็ค มิลเลอร์ นักแข่งชาวออสเตเรีย จากพรีม่าพรามัค โมโตจีพี อันเดรีย โลคาเตลลี่ นักแข่งจากการแข่งขันเวิร์ด ซูเปอร์ไบค์ และนักแข่งจอมเก๋าชาวญี่ปุ่น คัสซึยูกิ นากาซึกะ ร่วมลงทำการแข่งขันในรายการที่มีชื่อเสียงของประเทศญี่ปุ่น

    YAMAHA TY-E 3.0 รถจักรยานยนต์ Trial พลังงานไฟฟ้าที่ยามาฮ่าได้พัฒนา และลงทำการแข่งขันในระดับโลก ในรายการ “FIM Trial-E Cup” ที่ประเทศฝรั่งเศส และรายการ “Comblain au Pont” ประเทศเบลเยี่ยม และยังสามารถคว้าแชมป์ได้ที่ประเทศฝรั่งเศสอีกด้วย

    และทั้งหมดนี้ก็คือ กองทัพเทคโนโลยียานยนต์สุดล้ำเข้าของยามาฮ่าที่เข้าร่วมโชว์ตัวในงาน Japan Mobility Show 2025 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ร่วมติดตามความเคลื่อนไหวของยามาฮ่าในงาน Japan Mobility Show 2025 ได้ที่ Facebook : YAMAHA Society Thailand

     #YAMAHAjapanmobility2025 #MOTOROiD #ยามาฮ่าเทคโนโลยีแห่งอณาคต #FazzioHybird


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดประสบการณ์ “Riding Passion” ตะลุยยุโรป 3 ประเทศ อิตาลี–สวิตเซอร์แลนด์–ออสเตรีย รวมระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร

    1 Min Read

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดประสบการณ์ “Riding Passion” ตะลุยยุโรป 3 ประเทศ อิตาลี–สวิตเซอร์แลนด์–ออสเตรีย รวมระยะทางกว่า 1,000 กิโลเมตร

    ฮอนด้าบิ๊กไบค์ พาลูกค้าร่วมทริปสุดเอ็กคลูซีฟกับกิจกรรม Riding Passion 2025” เปิดประสบการณ์การขับขี่ข้าม 3 ประเทศบนเส้นทางธรรมชาติของยุโรป ได้แก่ อิตาลี – สวิตเซอร์แลนด์ – ออสเตรีย ตลอดระยะเวลา 9 วัน 7 คืน รวมระยะทางการขับขี่กว่า 1,352 กิโลเมตร การเดินทางสุดพิเศษครั้งนี้มีผู้ร่วมทริปทั้งหมด 20 คน โดยหนึ่งในนั้นคือ คุณ Pariwat Kaato Sukcharoen ผู้ชนะการคัดเลือกเพียงหนึ่งเดียวจากกิจกรรมสุดพิเศษของฮอนด้าบิ๊กไบค์ ที่ได้ร่วมออกเดินทางไปสัมผัสเส้นทางในฝัน ระหว่างวันที่ 14 – 22 ตุลาคม 2025 ที่ผ่านมา

    ไฮไลต์เส้นทางของกิจกรรม Riding Passion 2025 ครั้งนี้ พาผู้ร่วมทริปสัมผัสความงดงามและความท้าทายของเส้นทางระดับตำนาน เริ่มจากความงดงามวิวทะเลสาบของ Lake Sils และเส้นทางที่ท้าทายบนเทือกเขา Bernina Pass ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ต่อด้วยโค้งหักศอกกว่า 48 โค้งบน Stelvio Pass ประเทศอิตาลี และถนนสูงเสียดฟ้า Grossglockner ประเทศออสเตรีย

    อีกทั้งเส้นทางในอิตาลียังพาผู้ร่วมทริปขับขี่ผ่านเทือกเขา Dolomites ที่เต็มไปด้วยทิวทัศน์ระดับโลก ทั้งวิวภูเขาอันยิ่งใหญ่ของ Tre Cime di Lavaredo, ความงดงามของทะเลสาบ Lago di Misurina, หมู่บ้าน Santa Magdalena สุดแสนอบอุ่น และยอดเขา Seceda ปิดท้ายด้วยเส้นทางโค้งระดับโลกอย่าง Passo Gardena, Passo Pordoi และ Passo Sella ที่นักบิดทั่วโลกต่างใฝ่ฝันจะพิชิตให้ได้สักครั้งในชีวิต

    การเดินทางครั้งนี้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ขนาด 300–1,000 ซีซี รุ่นไฮไลต์ อาทิ Honda X-ADV750, Honda Forza750, Honda Transalp750 และ Honda NT1100 เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ครบทุกมิติ ทั้งบนเส้นทางท่องเที่ยวและภูมิประเทศสุดท้าทายของยุโรปทริป “Riding Passion” ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมพิเศษที่ฮอนด้าบิ๊กไบค์ตั้งใจมอบให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับ พร้อมเปิดมุมมองใหม่แห่งการขับขี่ในฝัน สำหรับผู้ที่สนใจกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟครั้งต่อไป สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางของฮอนด้าบิ๊กไบค์

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์: www.facebook.com/HondaBigBikeTH
    เว็บไซต์: https://bit.ly/thaihondabigbike
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    #RidingPassion2025 #HondaBigBikeAllinXperience #AllinXperience #Italy #Switzerland #Austria #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment