-
News / News Motocycle1 Min Read
นับถอยหลัง MotoGP 2026! ไทยยืนหนึ่งสนามเปิดฤดูกาล พรีซีซั่นเทสต์–เรซแรกของปีสุดยิ่งใหญ่
กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย ผนึกกำลังพันธมิตรภาครัฐและเอกชน แถลงข่าวนับถอยหลังการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” ประจำปี 2569 รายการ “พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” (PT Grand Prix of Thailand 2026) ซึ่งประเทศไทยยังคงได้รับความไว้วางใจให้เป็นเจ้าภาพสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 พร้อมรับหน้าที่สนามทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล (Pre-Season Test) ระหว่างวันที่ 21–22 ก.พ. และการแข่งขันสนามแรกของฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ตอกย้ำศักยภาพไทยในเวทีโลก พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวต่อเนื่องทั่วประเทศ และประสบการณ์ระดับโลกให้แฟนมอเตอร์สปอร์ต พร้อมไฮไลต์สำคัญกับการเผยโฉม ‘โทรฟี่โมโตจีพี สนามประเทศไทย” งานออกแบบเชิงสัญลักษณ์ระดับโลก เปรียบเสมือนคบเพลิงแห่งการเปิดศักราชใหม่ ถ่ายทอดบทบาทประเทศไทยในฐานะสนามเปิดฤดูกาล ผสานอัตลักษณ์ไทยผ่าน Track Layout สนามช้างฯ สีธงชาติไทย และผ้าลายพระราชทาน “สิริวชิราภรณ์” สะท้อนพลังวัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลอมรวมกับเวที World Grand Prix อย่างสง่างาม
8 มกราคม 2569 สโมสรราชพฤกษ์ กรุงเทพฯ – ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้สนับสนุนภาครัฐและเอกชน นำโดย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, กรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.), บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีจี, บริษัท ช้างอินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด โดยน้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง, บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท เอ เอ เอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด (ดูคาติ ประเทศไทย), Airbnb (แอร์บีเอ็นบี) รวมทั้ง ทัพสื่อมวลชน-อินฟลูเอนเซอร์ และผู้สนับสนุนร่วมงานมากกว่า 300 คน
ภายในงานแถลงข่าว ยังมีการเปิดตัว ถ้วยรางวัลโมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2026 อย่างเป็นทางการ ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของฤดูกาล งานออกแบบถ่ายทอดเรื่องราวและอัตลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะ “สนามเปิดฤดูกาล” ของศึกสองล้อระดับโลก โดยแนวคิดหลักเปรียบเสมือน การจุดคบเพลิงแห่งการเริ่มต้น จากสนามแรกคือประเทศไทยไปสู่ทั้งฤดูกาล MotoGP 2026
งานออกแบบเชิงสัญลักษณ์ ตั้งแต่ส่วนบนที่ถ่ายทอดรูปทรง Track Layout ของสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เคลือบสีธงชาติไทย แทนสัญลักษณ์ของประเทศเจ้าภาพ และมีการนำลายผ้า “สิริวชิราภรณ์” ที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้พระราชทานให้ชาวบ้านทุกท้องถิ่น รวมถึงชาวบุรีรัมย์ได้ใช้ถักทอและตัดเย็บสร้างรายได้ ปลุกชีวิตผ้าไทยให้มีความร่วมสมัย ตามโครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก”และบทบาทของ MotoGP สนามประเทศไทย ที่ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันระดับโลก แต่เป็นเวทีที่เชื่อมโยงกีฬา เศรษฐกิจ และวิถีชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน ส่งมอบให้กับแชมป์ MotoGP สนามประเทศไทย เพื่อบันทึกความสำเร็จของฤดูกาลที่เปิดศักราชใหม่บนผืนแผ่นดินไทย
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยภาพรวมในเชิงนโยบายระดับชาติว่า “การที่ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ให้เป็นสนามเปิดศักราชใหม่ของ MotoGP 2026 โดยเป็นสนามเปิดฤดูกาลต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 และถือเป็นปีที่ 7 ของการเป็นเจ้าภาพโมโตจีพี สะท้อนถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งในการบริหารจัดการระดับสากล
“สำหรับการกีฬาแห่งประเทศไทย มอง ThaiGP ไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขัน แต่เป็นเครื่องมือเชิงนโยบายในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจผ่าน Sport Tourism โดยการเป็นสนามเปิดฤดูกาล ดึงดูดแฟน ๆ ให้มุ่งหน้าสู่จังหวัดบุรีรัมย์และประเทศไทยต่อเนื่อง แปรเปลี่ยนเป็นรายได้หมุนเวียนทางเศรษฐกิจกว่า 25,000 ล้านบาท นี่เป็นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมที่ประเทศได้รับจากการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน MotoGP ซึ่งจะยังดำเนินต่อไปอีกไม่ต่ำกว่า 5 ปี และเรายังมุ่งสร้าง “อัตลักษณ์ของไทยจีพี” ให้ชัดเจนและแตกต่าง ผ่านการต้อนรับ วัฒนธรรมท้องถิ่น และกิจกรรมตลอดสัปดาห์การแข่งขัน รวมถึง ‘มวยไทย วิถีถิ่นไทย’ ที่เป็นอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญ เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจ ให้โมโตจีพีสนามประเทศไทยถูกจดจำในฐานะสนามที่มอบประสบการณ์ระดับโลก และเป็นปลายทางที่แฟนความเร็วอยากเดินทางมาเยือนและกลับมาอีกครั้ง”
นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สำหรับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ไม่ได้มองโมโตจีพีเป็นเพียงอีเวนต์กีฬาระยะสั้น แต่เป็น “เครื่องมือเชิงยุทธศาสตร์ระยะยาว” ของการท่องเที่ยวไทย ภายใต้นโยบาย Sport Tourism ที่ชัดเจนและต่อเนื่อง การต่อสัญญาการจัดการแข่งขันออกไปอย่างน้อย 5 ปี จนถึงปี 2031 เปิดโอกาสให้ประเทศไทยสามารถวางแผนการดำเนินงานเชิงรุกมากขึ้น มุ่งเน้นการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทยสู่การเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน และต่อยอดสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงกีฬาระดับโลก
“ในมุมของการดำเนินงานของ ททท. โมโตจีพีจะเป็นกิจกรรมระดับ World Event ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มแฟนมอเตอร์สปอร์ต ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพในการใช้จ่าย เดินทางเป็นกลุ่ม มีการใช้จ่ายสูง และมักท่องเที่ยวต่อเนื่องไปยังพื้นที่อื่นๆ ของประเทศ โมโตจีพีจึงช่วยกระจายรายได้สู่เมืองน่าเที่ยวและชุมชนท้องถิ่นได้อย่างเป็นรูปธรรม พร้อมทั้งถ่ายทอดภาพลักษณ์ประเทศไทยไปสู่กว่า 200 ประเทศทั่วโลก”
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก และกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ให้การสนับสนุนไทยจีพีมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีแรก โดยใช้เวทีระดับโลกนี้เป็นช่องทางรณรงค์ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเชื่อว่า ความเร็วในสนาม คือกีฬา แต่ความปลอดภัยบนท้องถนน คือ หัวใจของการเดินทาง โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่เดินทางมาชมการแข่งขันนับแสนคนต่อปี และในปี 2026 ได้ร่วมกับการกีฬาแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมภายใต้แคมเปญ “Ride For Life ให้ใจ ให้ทาง ให้ชีวิต” เพื่อรณรงค์การใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย สร้างวัฒนธรรมการเคารพกฎหมาย ลดอุบัติเหตุ และชูไฮไลต์สื่อประชาสัมพันธ์ชุด “วัดใจ” เพื่อสร้างการตระหนักรู้การคาดการณ์อุบัติเหตุ (Hazard Perception) ควบคู่กิจกรรมภายในงาน อาทิ เกมใส่ใจเพื่อนร่วมทาง (Road Safety) ที่สร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องสัญญาณจราจร เกมขับขี่ปลอดภัย (Ride Safety) ขับขี่จักรยานยนต์อย่างปลอดภัย และ AI Photobooth ถ่ายภาพ AI ทดลองเป็นนักแข่งรถ เพื่อสื่อสารให้ความรู้ ในการขับขี่ทั้งจักรยานยนต์และรถยนต์ที่ปลอดภัย สร้างการตระหนักรู้ให้ทุกคน ปฏิบัติตามกฎจราจร มีมารยาทในการขับขี่ และมีน้ำใจกับเพื่อนร่วมทาง รู้ถึงอันตรายในการใช้ความเร็ว อันส่งผลเกิดการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการขับขี่อย่างถูกกฎหมายและลดอุบัติเหตุทางถนน ซึ่งจากการประเมินผลพบว่าผู้เข้าร่วมกิจกรรมกว่าร้อยละ 92 มีความเข้าใจและตระหนักด้านความปลอดภัยเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน พร้อมเชื่อมั่นว่าพลังของแฟนมอเตอร์สปอร์ตจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยทางถนนอย่างยั่งยืนในประเทศไทย
นายรังสรรค์ พวงปราง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอร์ยี จำกัด (มหาชน) หรือ พีทีจี ในฐานะ Title Sponsor เผยถึงความพิเศษในปีนี้ว่า PTG จัดเต็มแบบ Go for Max ด้วยการขยาย PTG Village ให้ใหญ่ขึ้น พร้อมจอ LED ยักษ์ความคมชัดสูงเต็มพื้นที่ เพื่อให้แฟน ๆ สามารถรับชมการถ่ายทอดสดจากในสนามได้แบบเต็มอิ่มจุใจ รวมถึงการยกทัพแบรนด์ในเครือ อาทิ PT Station, PT Maxnitron, Autobacs, Subway และ Coffee World มามอบสิทธิพิเศษและกิจกรรมแบบจัดเต็มตลอดสุดสัปดาห์การแข่งขัน โดยสมาชิกบัตร Max Card Plus / บัตร Max Card Plus EV และบัตร Max Card จะได้รับส่วนลด ลุ้นของรางวัลและสิทธิประโยชน์มากมาย อีกทั้งยังมีจุดจำหน่ายกาแฟพันธุ์ไทย และ MaxMart ไว้คอยให้บริการเพื่ออำนวยความสะดวกอยู่รอบบริเวณงาน ครอบคลุมทุกอัฒจันทร์ และยังมี Paddock Café สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับนักแข่ง ทีมแข่ง และเปิดจำหน่ายสินค้า Collection 2026 ก่อนใครในโลกตั้งแต่วัน Pre-Season Test รวมทั้งยังมีกิจกรรม Hero Walk และ Meet & Greet นักแข่ง MotoGP, Moto2, Moto3 แบบใกล้ชิดที่ PTG Village ที่เดียว
นางเจษฎากร โคชส์ ผู้อำนวยการสำนักการตลาด น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง กล่าวว่า “เราสานต่อแนวคิด MORE THAN A RACE ด้วยการผสานการแข่งขันระดับโลกเข้ากับความบันเทิงและวัฒนธรรมไทย ยกระดับให้เป็นมอเตอร์สปอร์ตเฟสติวัลระดับโลก สำหรับไฮไลต์สำคัญยังคงอยู่ที่ Chang House ศูนย์กลางความสนุกที่ถ่ายทอดสดการแข่งขันผ่านจอ LED ขนาดใหญ่ ควบคู่กิจกรรมความบันเทิง Chang Music Connection กับคอนเสิร์ตศิลปินระดับแถวหน้าตลอด 3 วัน เริ่มจากวันศุกร์ที่ 27 ก.พ.“Little John” (ลิตเติ้ลจอห์น) และ “Klear” (เคลียร์) วันเสาร์ที่ 28 ก.พ. “Lomosonic” (โลโมโซนิก) และ คณะเซียนบันเทิงศิลป์ ปิดท้ายความสนุก วันอาทิตย์ที่ 1 มี.ค. “Silly Fools” (ซิลลี่ ฟูลส์) และจุดบริการ Chang Shuttle Station ที่พร้อมต้อนรับแฟน ๆ ทุกคนด้วยความประทับใจ”
นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต กล่าวว่า “แนวคิด “More Than A Race” สะท้อนตัวตนของสนามช้างฯ ที่ทำหน้าที่มากกว่าการเป็นสนามแข่งรถ แต่เป็นพื้นที่ของชุมชน สังคม และกิจกรรมระดับประเทศ ในปีนี้สนามช้างฯ จะยกระดับประสบการณ์ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่านการทำงานร่วมกันของภาครัฐ -เอกชน และภาคประชาชน เพื่อขยาย Fan Zone และกิจกรรมเสริมให้แฟน ๆ สนุกตลอดทั้งวัน แม้ถือเพียงบัตร Admission ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับความคุ้มค่า ด้วยบัตร MotoGP พร้อมสิทธิพิเศษ อาทิ การเข้าชม Pre-Season Test ฟรี โปรโมชั่นและส่วนลดจากผู้สนับสนุน ทั้งนี้ความสำเร็จตลอดหลายปีที่ผ่านมา ได้พิสูจน์อย่างชัดเจนว่า ThaiGP ไม่ได้สร้างแค่ปรากฏการณ์ More Than A Race เท่านั้น แต่ยังสร้างประโยชน์ที่ More Than Buriram เพราะสามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ขยายผลไปยังจังหวัดโดยรอบและเชื่อมโยงสู่หลายภูมิภาคทั่วประเทศอย่างเป็นรูปธรรมอีกด้วย”
แฟนความเร็วยังสามารถซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือช่องทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ allticket ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram หรือรับข่าวสารผ่านช่องทางไลน์ โดยเพิ่มเพื่อน Line ID : @changcircuit
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV TWO TONE เสริมภาพลักษณ์ SUV ไฟฟ้า พรีเมียมในตลาดไทย
OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศเปิดตัว JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก JAECOO 5 EV (Single-Tone) ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าในเซกเมนต์ B ที่ได้รับการตอบรับอย่างสูงในประเทศไทย โดยรุ่น Two-Tone โดดเด่นด้วยการออกแบบสีภายนอกแบบ 2 สีผสานเอกลักษณ์ Light off-road เข้ากับความทันสมัยแบบเมือง ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน
JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) เปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOO ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมาพร้อมราคาพิเศษ 649,000 บาท จากราคาปกติ 679,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ทำการจองและรับรถภายในช่วงวันที่ 5–31 มกราคม 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงยนตรกรรมไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ สมรรถนะ และนวัตกรรมได้อย่างสมดุล
จากความสำเร็จของ OMODA & JAECOO ในปี 2568 กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 18,388 คัน โดยมี JAECOO 5 EV เป็นรุ่นหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาด้านการออกแบบและการขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยมีจำหน่ายเฉพาะในรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max เท่านั้น ซึ่งมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Cloudy Grey, Snowy White, Light Sea Green และ Bahamas Blue
การประกาศเปิดตัว JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ OMODA & JAECOO ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ นวัตกรรม และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ ทันสมัย และยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
อีซูซุชวนลูกค้าร่วมเปิดประสบการณ์ขับขี่สุดมันส์ ในกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท
บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุและผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” กิจกรรมแข่งขันขับรถในสนามแบบยิมคานา (Gymkhana) ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านพละกำลัง ความคล่องตัว และการควบคุมที่แม่นยำ ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท โดยอีซูซุเปิดสนามให้ร่วมประลองความท้าทายนี้ทั่วประเทศ รวม 5 สนาม ประเดิมสนามแข่งขันแรก วันที่ 24 – 25 มกราคม นี้ ณ IMPACT Lakeside ริมทะเลสาบ เมืองทองธานี
คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE จัดขึ้นด้วยความตั้งใจของอีซูซุในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ให้ความแรงแต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ การทดสอบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่เพื่อความแม่นยำในการขับขี่ และช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของรถ ให้นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ผ่านการขับขี่ในสนามจำลอง ที่ทั้งสนุกและท้าทาย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยโดยมีผู้เชี่ยวชาญ คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สำหรับรถในการแข่งขันจะมีทั้งรถ ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” อีซูซุหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะมอบทั้งความสนุก ความประทับใจ และประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับผู้เข้าร่วมทุกคน”
รายละเอียดการแข่งขัน
การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่- รุ่น OPEN COMPETITION การแข่งขันประเภทบุคคลแบบจับเวลา ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับรถในสถานีทดสอบแบบ Gymkhana ครั้งละ 2 คน โดย 4 คน ที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ที่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและไม่ทำผิดกติกา จะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ และร่วมลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 50,000 บาท
สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวคือ ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER “THE ONE & ONLY” เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้ทดสอบการใช้พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ที่เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียง ปลายนิ้ว และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการขับขี่
- รุ่น TRUSTED BUDDY COMPETITION การแข่งขันประเภททีม ทีมละ 2 คน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับขี่ในสถานีทดสอบพร้อมแสดงศักยภาพการทำงานเป็นทีม โดยจะเน้นความสนุกด้วยภารกิจที่ต้องทำร่วมกันระหว่างการแข่งขัน ซึ่งนอกจากผู้ขับขี่จะต้องใช้ทักษะการบังคับรถที่ยอดเยี่ยมผ่านการจับเวลาแล้วนั้น บัดดี้หรือผู้ช่วยขับขี่จะต้องทำภารกิจพิเศษเพื่อลดเวลาที่ใช้ทำการแข่งขันและใช้เป็นแต้มต่อในการคว้าชัยชนะ แค่เก่งไม่พอแต่ต้องใช้ทีมเวิร์คด้วย โดย 4 ทีม ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดจะเป็น ผู้ชนะ และร่วมลุ้นรับรางวัล มูลค่ารวม 45,000 บาท
สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวกล่าวคือ MU-X “THE NEXT PEAK” ยอดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ โดดเด่นเต็มขุมพลังด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ปลอดภัยมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera
สำหรับตารางกิจกรรมการแข่งขัน แบ่งเป็น 5 สนาม ได้แก่
- โซนกรุงเทพและภาคกลาง
วันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ณ IMPACT Lakeside จ.นนทบุรี - ภาคเหนือ
วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานม่วนใจ๋ เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต
จ. เชียงใหม่
- ภาคอีสาน
วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานอู้ฟู่ จ. ขอนแก่น
- ภาคตะวันออก
วันที่ 7 มีนาคม 2569 ณ ตลาดนัดจตุจักร จ. ชลบุรี - ภาคใต้
วันที่ 21 มีนาคม 2569 ณ เซ็นทรัล ภูเก็ต จ. ภูเก็ต
นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซนกิจกรรมทดสอบรถหลากหลายสถานี และเกมสุดพิเศษให้ลูกค้า ทุกท่านได้ลุ้นรับของรางวัลมากมาย และสำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 2 รุ่น จะได้รับบัตรน้ำมัน PT มูลค่า 500 บาท เสื้อโปโลรายการแข่งขัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายตามผลการแข่งขัน พิเศษ! ในแต่ละรอบ การแข่งขันตามภูมิภาค ลูกค้าผู้โชคดีจะได้ร่วมนั่งรถกับนักขับมืออาชีพ สัมผัสความแรง ความเร็ว และเทคนิคการขับแบบใกล้ชิดที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกด้วย
ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันเพิ่มเติม และสมัครเข้าแข่งขันพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE ได้ที่ https://forms.gle/mHV36TDFFzmnxHSB7, Facebook : All-New ISUZU D-Max, All-New ISUZU MU-X หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.isuzu-tis.com LINE: @isuzuthai และ my-ISUZU Application
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้าร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาวงการกีฬาแบดมินตันไทย สนับสนุนการแข่งขันระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และพลอากาศเอก มณฑล สัชฌุกร นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขันแบดมินตันรายการ “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026” การแข่งขันระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมเงินรางวัลรวม 250,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ
สำหรับฤดูกาลแข่งขันของสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ในปี 2026 ประเทศไทยได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแบดมินตัน รายการ “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026” การแข่งขันระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมเงินรางวัลรวม 250,000 เหรียญสหรัฐ ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา อีกทั้งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะเยาวชน ให้หันมาสนใจชม เชียร์ และเล่นกีฬาแบดมินตัน ยกระดับฝีมือและมาตรฐานของนักแบดมินตันไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ รวมถึงเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกด้วย
นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดกล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของรายการ โตโยต้ามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน และพัฒนาวงการกีฬาแบดมินตันไทยให้ประสบความสำเร็จเสมอมา โดยโตโยต้าเชื่อมั่นว่าการจัดการแข่งขันในประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่นักกีฬาไทยจะได้แสดงศักยภาพ และสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยม รวมถึงสร้างความสนุก เร้าใจ และความสุขให้กับแฟนกีฬาแบดมินตันไทย อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ให้หันมาสนใจเล่นกีฬาแบดมินตันให้มากยิ่งขึ้น
ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยเข้าชมการแข่งขัน ร่วมส่งเสียงเชียร์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาของไทยในการแข่งขันในครั้งนี้ และขอขอบคุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้ให้โอกาส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมกีฬาแบดมินตัน ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการจัดการแข่งขัน ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026”
ตารางการแข่งขัน ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026
วันที่ ประเภทการแข่งขัน เวลาการแข่งขัน 27 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบคัดเลือก 09.00 น. การแข่งขันรอบแรก (ประเภทชายคู่ หญิงคู่) 15.00 น. 28 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบแรก 09.00 น. 29 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบสอง 12.00 น. 30 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ 13.00 น. 31 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบรองชนะเลิศ 12.00 น. 1 กุมภาพันธ์ 2569 การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 12.00 น. ร่วมส่งเสียงเชียร์นักตบขนไก่ไทย พร้อมต้อนรับนักกีฬาแบดมินตันระดับโลก
ระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569
ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM เอาใจ TANKER สายลุย ชูชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของ GWM TANK 300 เติมลุคแกร่งให้แตกต่างใน 2 สไตล์ พร้อมรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่สายลุยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” สำหรับ GWM TANK 300 รถ SUV สายลุยระดับพรีเมียม ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ชาวไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายออฟโรด หรือขับขี่ในเมือง พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่
ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” มีให้เลือกใน 2 สไตล์ ได้แก่
- WANDERER KIT ชุดแต่งสไตล์ออฟโรดเต็มขั้น ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักจำนวน 5 ชิ้น ได้แก่ กันชนหน้า–หลังแบบพิเศษ ใช้วัสดุ MAGNESIUM-ALUMINUM ALLOY เป็นโลหะผสมน้ำหนักเบาที่มีความแข็งแรงและสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี อีกทั้งยังทนทานต่อการกัดกร่อน กระจังหน้า ได้รับการออกแบบอย่างประณีต เพื่อเสริมความโดดเด่นให้กับดีไซน์ด้านหน้าของรถยนต์ มีช่องระบายอากาศแบบตาข่ายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ พร้อมกับดีไซน์ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ฝากระโปรงหน้า เพิ่มความแข็งแกร่งและความทนทาน พร้อมดีไซน์เส้นสันนูนที่ช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยวและสไตล์สปอร์ตให้กับตัวรถ และ คิ้วบังโคลน ที่จะช่วยปกป้องสีรถและตัวถังจากรอยขีดข่วนและความเสียหายที่เกิดจากเศษกรวด หิน หรือวัสดุที่อาจกระเด็นขึ้นมาทำความเสียหายให้กับตัวรถหรือรถที่ขับตามมา ราคาชุดแต่ง WANDERER KIT นี้อยู่ที่ 131,500* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)
- URBAN KIT ชุดแต่งสไตล์โมเดิร์น จำนวน 8 ชิ้น ที่คงไว้ซึ่งความบึกบึนแต่เพิ่มความเรียบหรู เหมาะกับการขับขี่ในเมือง พร้อมดีไซน์กันชนและบันไดข้างใหม่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์เหนือระดับ ด้วย กระจังหน้า ดีไซน์เท่และดุดันในโทนสีดําด้าน เพิ่มความแกร่งให้กับตัวรถอย่างมีสไตล์ ฝากระโปรงหน้า ดีไซน์เรียบหรู พร้อมเส้นนูน เพิ่มมิติและความแข็งแกร่ง กล่องสัมภาระข้าง ดีไซน์สวยงามทันสมัยด้วยสีดําเงา ให้ความรู้สึก พรีเมียมและโดดเด่น พร้อมโลโก้ GWM ที่เพิ่มความ น่าเชื่อถือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว บันไดปีนหลังคาข้าง ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การปีนขึ้น-ลงรถ สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ถาดวางสัมภาระหลังคาแบบยาว ชุดอุปกรณ์ครบครันสําหรับติดตั้งบนหลังคารถ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิ้วกันกระแทกประตูข้าง ชิ้นงานมีความแข็งแรงทนทาน สามารถป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดบริเวณข้างประตูและเพิ่มความสวยงามให้กับรถ ฝาครอบกระจกมองข้าง เพิ่มความสวยงามและทนทาน ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับตัวรถ และคิ้วตกแต่งไฟท้าย การออกแบบชิ้นงานคํานึงถึงความกลมกลืนกับรูปร่างของโคมไฟหลัง ส่งผลให้ตัวชิ้นงานมีความเข้ารูปกับโคมไฟหลังได้อย่างดีเยี่ยม เพิ่มความพรีเมียมและความหรูหราให้กับตัวรถเป็นอย่างมาก ราคาชุดแต่ง URBAN KIT นี้อยู่ที่ 101,800* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)
ชุดแต่งแท้ ปลอดภัยได้มาตรฐาน พร้อมรับประกันคุณภาพจาก GWM
นอกจากชุด WANDERER KIT และ URBAN KIT แล้วนั้น GWM ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งรายชิ้นให้เลือกกว่า 30 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ อุปกรณ์ภายนอก เช่น ชุดครอบไฟหน้า–ท้าย, สปอยเลอร์, คิ้วล้อ, บันไดข้างไฟฟ้า ไปจนถึง อุปกรณ์ภายใน เช่น พรมปูพื้นเข้ารูป, ถาดสัมภาระท้าย, และอุปกรณ์เสริมเพื่อการเดินทางระยะไกลทุกประเภท โดยทั้งหมดผ่านมาตรฐานการออกแบบและความปลอดภัยระดับโรงงานของ GWM เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพและความเข้ากันได้สมบูรณ์แบบกับตัวรถ โดยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก GWM รับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกําหนด (บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)
ข้อเสนอพิเศษสำหรับชุดแต่ง WANDERER KIT และ URBAN KIT
- เมื่อลูกค้าเลือกซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต สามารถผ่อนชำระชุดอุปกรณ์ตกแต่งรวมไปกับค่างวดรถได้ (ในกรณีจัดไฟแนนซ์) เพื่อความสะดวกและความคุ้มค่าสูงสุด
- รับฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต ทั้งในกรณีจัดไฟแนนซ์และซื้อเงินสด เพื่อมอบความอุ่นใจและความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง
GWM TANK 300 ไม่ได้เป็นเพียงรถออฟโรดระดับพรีเมียม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระ ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าค้นหา ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถปรับแต่งรถของตนเองให้ตรงกับสไตล์และการใช้งานได้อย่างมั่นใจ พร้อมการรับประกันคุณภาพจาก GWM โดยตรง ด้วยความหลากหลายของชุดแต่งและคุณภาพระดับสากล “TANK Genuine Accessories” จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความตั้งใจจาก GWM ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านความสวยงาม สมรรถนะ และความคุ้มค่าในทุกมิติ สามารถสั่งซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 75 แห่งทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้าร่วมสนับสนุนโครงการอาชีวะ–ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569 มอบน้ำมันเครื่องและสติกเกอร์เซฟตี้สะท้อนแสง รวมมูลค่า 440,000 บาท
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย ให้การสนับสนุน สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา โดยส่งมอบน้ำมันเครื่องสำหรับรถจักรยานยนต์ จำนวน 3,600 ขวด พร้อม Safety Sticker Have a Good Ride สติกเกอร์สะท้อนแสง จำนวน 4,000 ชุด รวมมูลค่า 440,000 บาท เพื่อใช้ในการดำเนินงานโครงการ “อาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569” ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ธันวาคม 2568 – 5 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ปีใหม่ปลอดภัย เดินทางไปไหนก็มีความสุข” โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ระดมนักเรียนนักศึกษาอาชีวศึกษาจิตอาสาและครูอาจารย์จากสาขาวิชาช่างยนต์และสาขาที่เกี่ยวข้อง จากสถานศึกษาในสังกัดทั่วประเทศ ร่วมจัดจุดบริการอาชีวะ-ขนส่ง อาสาช่วยประชาชน เทศกาลปีใหม่ 2569 จำนวน 150 จุด ครอบคลุมถนนสายหลักและสายรองใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ ให้บริการตรวจสภาพรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และรถยนต์ไฟฟ้าก่อนการเดินทางฟรี ระหว่างเวลา 06.00 – 18.00 น. เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุและเพิ่มความมั่นใจในการเดินทางของประชาชนในช่วงเทศกาลปีใหม่ ซึ่งการดำเนินกิจกรรมดังกล่าวถือได้ว่าสอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ในการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน และเป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างยิ่ง รวมทั้งเป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างสถานศึกษา ภาครัฐ และภาคเอกชน สร้างให้เด็กนักเรียนอาชีวศึกษามีจิตอาสา บริการสังคม ทำงานเป็นทีม ส่งเสริมการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ และเปิดโอกาสให้เยาวชนอาชีวศึกษาได้ฝึกงานจากประสบการณ์จริง
ติดตามรายละเอียดโครงการ อาชีวะอาสา ร่วมด้วยช่วยประชาชน ได้ที่
แฟนเพจเฟซบุ๊ก : facebook.com/HondaSafetyThailand
เว็บไซต์ : hondasafety.thaihonda.co.th
#อาชีวะอาสาร่วมด้วยช่วยประชาชน #HaveAGoodRide #ฮอนด้าเมืองไทยขับขี่ปลอดภัย #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #SafetyforEveryone
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
-
News Motocycle2 Min Read
CUB House เปิดตัว New Honda Monkey และ New Honda C125 อัพเกรดคู่สีใหม่ เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบเบรก ABS
CUB House by Honda เปิดตัว New Honda Monkey และ New Honda C125 สองโมเดลสุดไอคอนิกที่สะท้อนเสน่ห์คนละขั้วอย่างชัดเจน นำโดย New Honda Monkey กลับมายกระดับความซนโดดเด่นด้วย 3 คู่สีใหม่ ‘สีดำด้าน Matt-Naughty Black‘ ‘สีเทา-แดง Silver Red Mischief’ และ ‘สีขาว-เหลือง Cheeky Yellow’ ตามด้วย New Honda C125 นำเสนอความคราฟต์ด้วย 2 คู่สีใหม่ ‘สีเทาโมโนโทน Ashy Gray’ และ ‘สีเทา-ขาว Polished Silver’ สะท้อนความพรีเมียมอย่างมีรสนิยม อีกทั้ง 2 รุ่น มาพร้อม New ABS Break ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ปลอดภัยในทุกเส้นทาง พร้อมวางจำหน่ายแล้ววันนี้ทั่วประเทศ
New Honda Monkey ยกระดับความซนไปอีกขั้น ภายใต้แนวคิด ‘Level-up Your Naughty ซนไปอีกขั้น’ ถ่ายทอดตัวตนความซนระดับตำนาน อัปเกรดทั้งดีไซน์คู่สี ได้แก่ สีดำด้าน (Matt-Naughty Black)‘ ดำด้านสุดเท่ ซนลึก ดุดันทุกมุมมอง ‘สีเทา-แดง (Silver Red Mischief)’ คู่สีสุดแสบ โดดเด่น เร้าใจทุกสายตา และ ‘สีขาว-เหลือง (Cheeky Yellow)’ ซนสดใส ตัวจี๊ดสายสนุก ยังคงเอกลักษณ์ความซนด้วยเบาะนั่ง Tartan seat ลวดลายตารางทาร์ทัน เสริมลุคซนด้วย Never Lower Muffler ท่อยกสูงสไตล์ Monkey ด้วยแผ่นกันความร้อนชุบโครเมียม พร้อมคงเอกลักษณ์ Origin Round Headlight ไฟหน้า ไฟเลี้ยว ไฟท้าย LED ทรงกลม และ Digital Meter แสบทะลุจอกับเรือนไมล์ดิจิทัล LCD แบบ Negative Meter กราฟฟิกหน้าลิงสะท้อนตัวตนความซนในแบบฉบับ Monkey ได้อย่างชัดเจน
New Honda Monkey มาพร้อมฟีเจอร์ระบบเบรก ABS ใหม่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งขับขี่ง่ายและขนาดกะทัดรัด เครื่องยนต์ขนาด 125 ซีซี ส่งกำลังด้วยระบบคลัชท์มือ เกียร์ 5 สปีด ตอบสนองความแสบแบบขั้นสุด วางจำหน่ายใน 3 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีดำ Matt-Naughty Black, สีเทา-แดง Silver-Red Mischief และสีขาว-เหลือง Cheeky-Yellow ในราคาแนะนำ 106,400 บาท
ตามมาด้วย New Honda C125 มาในคอนเซ็ปต์ ‘Craft All Curves คราฟต์ทุกเส้น เด่นทุกทาง’ ยกระดับภาพลักษณ์ความคลาสสิกด้วยการผสานความคราฟต์ทั้งในด้านดีไซน์คู่สี นำเสนอความคลาสสิกแบบร่วมสมัยด้วย ‘สีเทาโมโนโทน (Ashy Gray)’ เทาเข้มเรียบเท่ และ ‘สีเทา-ขาว (Polished Silver)’ เงางามทุกมิติ สะท้อนความพรีเมียมอย่างมีรสนิยม อีกทั้งเอกลักษณ์ S-Shape Design อันเป็นไอคอนของ Honda Super Cub ตั้งแต่ปี 1958 ที่ถ่ายทอดเส้นสายอันสง่างามและเหนือกาลเวลา พร้อมยกระดับความมั่นใจในการขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่อย่างครบครันด้วยระบบเบรก ABS ใหม่เสริมความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ และไฟส่องสว่าง Full LED Light ดีไซน์ทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์, หน้าจอ LCD Meter แบบดิจิทัลที่แสดงผลคมชัด, เบาะนั่งคู่ Double Seat ที่มอบความสบายและเสริมความสง่า New Honda C125 พร้อมวางจำหน่าย 2 เฉดสีใหม่ ได้แก่ สีเทา-ขาว Polished Silver และ สีเทา Ashy Gray พร้อมกับสียอดนิยม สีดำ Matt Gentle Black ในราคาแนะนำ 94,600 บาท
สำหรับผู้ที่อยากเป็นเจ้าของความซนไปอีกขั้นกับ New Honda Monkey และสัมผัสความคลาสสิกที่ร่วมสมัยของ New Honda C125 สามารถสัมผัสรถคันจริงและเลือกเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่ CUB House ทั้ง 16 สาขาทั่วประเทศ
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th/cubhouse
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊ก CUBhouse : fb.com/cubhousebyhonda
#HondaMonkey #Monkey125 #LevelUpYourNaughty #ซนไปอีกขั้น #C125 #CraftAllCurves #คราฟต์ทุกเส้นเด่นทุกทาง #CUBHouse #CUBHousebyHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM สร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดปี 2568 ทะลุ 18,096 คัน นำโดย TANK 300 และ ORA Good Cat สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยยอดขายประจำปี 2568 กว่า 18,096 คัน เติบโต 146% จากปี 2567 ที่ผ่านมา ทำสถิติยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปีตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนธันวาคม 2568 ยังสามารถทำสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3,182 คัน ตอกย้ำการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มพลังงานของ GWM

จากยอดขายรวมในปี 2568 จำนวน 18,096 คันนั้น มาจากความสำเร็จอย่างท้วมท้นของ GWM TANK 300 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 7,574 คัน เติบโตจากปี 2567 ถึง 1,146% และความนิยมอย่างต่อเนื่องของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ซึ่งมียอดขายทั้งหมด 7,080 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 142% ซึ่งยอดขายรวมของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นยอดขายรวมรายปีที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 GWM (Thailand) มียอดขายสูงถึง 3,182 คัน ซึ่งถือเป็นยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน และเป็นเดือนที่ GWM TANK 300 และ GWM ORA Good Cat มียอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,155 คัน และ 1,573 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดจากเดือนธันวาคมปี 2567 ถึง 1,400% และ 2,376% ตามลำดับ
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย
ปี 2568 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ GWM (Thailand) ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในปี 2568 มาจาก 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

- การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน หรือ Multi-powertrain ซึ่งถือเป็นจุดแข็งท่ามกลางแบรนด์รถสัญชาติจีนที่สร้างโอกาสทางการขายให้กับ GWM ในหลากหลายเซ็กเมนต์ ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยในปี 2568 GWM (Thailand) มีการแนะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยีระบบไฮบริดขับเลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 6 รุ่น ซึ่ง 3 รุ่นอยู่ภายใต้ GWM Diesel Family ทั้ง GWM TANK 300 Diesel, GWM TANK 500 Diesel และ GWM POER SAHAR Diesel อีก 2 รุ่นในกลุ่มคอมแพกเอสยูวี ได้แก่ GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่น PHEV และ HEV และล่าสุดกับ WEY G9 Hi4 Ultra รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่ ซึ่งรถยนต์ทั้ง 6 รุ่นนี้ ถือเป็นเหตุผลสำคัญของความสำเร็จของ GWM ที่มอบคุณภาพและความคุ้มค่าที่ตอบความต้องการผู้ใช้ชาวไทยได้อย่างตรงจุด จากเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือกว่า ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ใช้จริงทั่วประเทศ
- การรับฟังเสียงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หรือ User-Centric ถือเป็นกลยุทธ์ที่ GWM ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ การนำเครื่องยนต์ดีเซล 4T เข้ามาในรถยนต์ตระกูล GWM TANK การปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน หรือการเพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามาในรถยนต์ที่สร้างความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ใช้ ส่งผลให้ GWM สามารถสร้างการเติบโตทั้งทางธุรกิจและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม
- การพัฒนาด้านบริการหลังการขายอย่างจริงจัง บริการหลังการขายถือเป็นข้อกังวลที่สำคัญที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน แต่สำหรับ GWM เรามีการสร้างรากฐานและความแข็งแกร่งของแบรนด์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านการยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ การเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของช่างเทคนิค และระบบประเมินคุณภาพงานบริการ การรับประกัน การซ่อมบำรุง รวมถึงการสร้างระบบและทีมงานเต็มรูปแบบในการรับฟังและบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ของลูกค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้ สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ GWM ในระยะยาว ส่งผลให้ GWM ได้รับการจัดอันดับ 3 จากทั้งหมด 13 แบรนด์รถยนต์หลักที่คนไทยมีความพึงพอใจสูงสุดด้านการบริการหลังการขายในปี 2568 จาก Differential และเป็นอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน
- การขายราคาเดียวและข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ หรือ One-Price Policy GWM ยึดมั่นการขายราคาเดียวกันทั่วประเทศมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจวบจนถึงปัจจุบัน และในปี 2569 ก็ยังยึดถือการบริหารงานด้วยนโยบายราคาเดียวต่อไปอย่างเคร่งครัด ภายใต้ระบบการบริหารเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมี GWM application เป็นศูนย์กลางของการขายและการชำระค่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ สโตร์ใด ในจังหวัดใด ลูกค้าก็จะได้รับราคาและโปรโมชันเดียวกันที่กำหนดจากส่วนกลางเหมือนกันทั่วประเทศ ลดข้อกังวลของลูกค้าแบบเดิม ๆ ที่ต้องตรวจสอบราคาและข้อเสนอจากดีลเลอร์หลากหลายเจ้าเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ป้องกันการตัดราคาระหว่างผู้จำหน่าย ทำให้ลูกค้าอุ่นใจในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คุณภาพจาก GWM ทุกรุ่นและทุกที่ทั่วไทย
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้ GWM ตลอดเส้นทางกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จด้านยอดขายที่เราได้รับในปี 2568 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสะท้อนการเติบโตของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ในปี 2569 เรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจ ทั้งในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรับฟังเสียงจากลูกค้า การบริการหลังการขาย และการรักษานโยบายราคาเดียว การสนับสนุนจากลูกค้าคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยและแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย เราขอยืนยันว่า GWM จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์และการดูแลที่ดีที่สุดจากเรา ตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ของ GWM ซึ่งเป็นพันธกิจที่เรายึดมั่นและจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในปีต่อ ๆ ไป”
#GWM #GWMThailand #GWMTANK300 #TANK #GWMORAGoodCat #ORA
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
ธนบุรีนอยสเตินเปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคต จัด Investor Forum ผลักดัน GEELY ขึ้นแท่นผู้นำตลาดอีวีไทย
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าแผนขยายธุรกิจ จัดงาน Investor Forum ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และแผนธุรกิจระยะยาวที่จะสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยศักยภาพของ GEELY ในฐานะผู้นำยนตรกรรมระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี พร้อมผลักดัน GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีนักลงทุนและนักธุรกิจชั้นนำกว่า 40 ท่าน ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน
ภายในงาน ทีมผู้บริหารและผู้แทนจากทุกฝ่ายของบริษัท ได้แก่ ฝ่ายขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด และฝ่ายบริการหลังการขาย ได้ร่วมกันนำเสนอแผนงานสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งที่อยู่ในธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น กลยุทธ์เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างน้อยหนึ่งรุ่นทุกปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคไทย ควบคู่กับกลยุทธ์การขายและการตลาดที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับทั้งธุรกิจและแบรนด์ GEELY พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายด้วยแผนการขยายโชว์รูม และศูนย์บริการให้ครบ 65 แห่งภายในปีนี้ รวมถึงการเปิดโชว์รูมเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “นอกจากจุดแข็งของ GEEY ที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบอย่างประณีต ผสานความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดของกลุ่มธนบุรีแล้ว เราเชื่อว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการชั้นนำของไทย ที่มีวิสัยทัศน์และเป้าหมายสอดคล้องกันกับบริษัท ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า บริษัทพร้อมสนับสนุนพันธมิตร ทั้งด้านทุน องค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทั้งบริษัทและพันธมิตรสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน และผลักดันให้ GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอีวีไทยได้อย่างมั่นคง”
ปัจจุบัน GEELY ในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์เรือธง 2 รุ่นคือ GEELY EX5 รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า และ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดย GEELY EX5 รุ่น PRO สามารถจำหน่ายออกจนหมดสต๊อก ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงเลือกใช้เป็นรถสำหรับปฏิบัติงาน ขณะที่ GEELY EX2 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ในปลายปีที่ผ่านมา ก็สร้างความคึกคักให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองทั่วประเทศในช่วงระหว่างงานถึง 4,016 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐมีต่อรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รวมถึงมาตรฐานบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
อีซูซุชวนน้องๆ มัธยมปลดปล่อยไอเดียสุดคูล ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์ 2568”
กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด จับมือกับ สพฐ. เปิดโอกาสให้เหล่าศิลปินวัยรุ่นระดับมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ร่วมส่งผลงานเพื่อโชว์ฝีมือวาดภาพดิจิทัล (Digital Painting) พร้อมแนวคิดภายใต้หัวข้อ “SOFT POWER ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ในโครงการ “อีซูซุเยาวชนสัมพันธ์” ประจำปี 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.isuzuyouthrelations.com ตั้งแต่วันนี้ – 31 มกราคม 2569 ชิงรางวัลทุนการศึกษา พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ มูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท
ไฮไลต์ที่สำคัญของการประกวดในปีนี้คือการเปิดกว้างให้นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาทั่วประเทศ ได้ร่วมตีความหัวข้อ “SOFT POWER ไทย หลากหลายกว่าที่คุณคิด” ซึ่งเป็นเวทีที่ท้าทายให้เยาวชนได้นำเสนอวัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่แฝงอยู่ในทุกมิติของสังคมไทยในมุมมองที่แตกต่างกันออกไป รวมถึง อัตลักษณ์ที่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก นี่จึงเป็นโอกาสสำคัญที่ผู้เข้าประกวดจะได้ปลดปล่อยจินตนาการผ่านลายเส้นดิจิทัล เพื่อนำเสนอ Soft Power ในสายตาของคนรุ่นใหม่ที่สะท้อนตัวตนความเป็นไทยที่ทันสมัยและเป็นสากลได้อย่างไร้ขีดจำกัด
สำหรับผลงานที่โดดเด่น สามารถสื่อสารตามหัวข้อที่กำหนดได้อย่างยอดเยี่ยม จะได้รับรางวัลต่าง ๆ ดังนี้
- รางวัลชนะเลิศจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 50,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 30,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับสองจำนวน 2 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 1 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 20,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัลชมเชยจำนวน 14 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 7 คน จะได้รับทุนการศึกษารางวัลละ 10,000 บาท พร้อมโล่ประกาศเกียรติคุณ
- รางวัล Popular Vote จำนวน 10 รางวัล จากระดับการศึกษาละ 5 คน จะได้รับทุนการศึกษาคนละ 2,500 บาท
ทั้งนี้ สำหรับเยาวชนทุกคนที่ร่วมส่งผลงานแสดงฝีมือ จะได้รับประกาศนียบัตรอิเล็กทรอนิกส์ (e-Certificate) ตั้งแต่ในรอบคัดเลือก เพื่อเป็นการสนับสนุนทุกความตั้งใจ และช่วยให้เยาวชนรุ่นใหม่ มีผลงานที่โดดเด่นสำหรับนำไปต่อยอด ในแฟ้มสะสมผลงาน (Portfolio) เพื่ออนาคตทางการศึกษาต่อไป
ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzu-youth
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




































































































