• ทัพ Honda CBR1000RR-R ประเดิมคว้าแชมป์–เหมาโพเดียม “ ศึกซูเปอร์สต็อก เอ็นดูรานซ์ ครั้งแรกที่สนามช้างฯ

    1 Min Read

    ทัพ Honda CBR1000RR-R ประเดิมคว้าแชมป์–เหมาโพเดียม “ ศึกซูเปอร์สต็อก เอ็นดูรานซ์ ครั้งแรกที่สนามช้างฯ

    ศึก บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ประเดิมจัดการแข่งขัน “ซูเปอร์ไบค์ เอ็นดูรานซ์” เป็นครั้งแรกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

    โดยบรรจุเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสนามสุดท้ายในฤดูกาล ภายใต้กติกา “ซูเปอร์สต็อก 1,000 เอ็นดูรานซ์” ด้วยระยะทางทั้งหมด 2 ชั่วโมง และมีทีมแข่งแถวหน้าของไทยตอบรับเข้าร่วมจำนวนมาก เป็นรายการแข่งขันที่วัดทั้งความเร็วในสนาม การทำงานร่วมกันเป็นทีม และส่วนสำคัญคือรถแข่งที่ใช้ว่าจะมีความอึดความแรงในการแข่งขันได้มากเท่าไหร่ ซึ่งการดวลกันด้วยนักแข่ง/ทีมที่สามารถทำจำนวนรอบ (ระยะทางในการแข่งขัน) ได้มากที่สุด

    โดยกองทัพรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ลงสนามพิสูจน์สมรรถนะอย่างคับคั่ง นำโดย รถแข่งหมายเลข 11 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ขับโดย 3 นักบิดอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล, ภัทรพงศ์ วัชรอยู่ และ ธนาธิป เลิศธนากร ซึ่งมี “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ตำนานนักบิดระดับโลกชาวไทยเป็นผู้บริหารทีม รวมถึงรถแข่งหมายเลข 12 ในทีมเดียวกัน ขับโดย พุฒินัฐ สินทรัพย์, พฤฒิพงศ์ ทรัพย์เจริญ และ จักรกฤษณ์ ศุขศรีไพศาล

    รวมถึง 3 นักบิดรัสเซียอย่าง โทมัส ลอทาร์ด, อเล็กซานเดอร์ คลีเยฟ และ เซอร์เก โปรโครอฟ ในรถแข่งหมายเลข 47 จาก ทีซี เรซซิ่ง และทีม บิ๊กวิง หัวหิน ในรถแข่งหมายเลข 77 ที่ลงบิดด้วย 3 นักแข่งไทยอย่าง มัฆวาล ทองขาว, สรสิทธิ์ ลภนะพันธุ์ และ ณัฐรินทร์ ศรีบุญเรือง

    เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 2 ชั่วโมงเต็ม ออกสตาร์ตในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 11 เจ้าของโพลจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส เริ่มต้นเรซได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยมือแรกอย่าง ตะวัน ซึ่งช่วยให้ทีมออกนำและเพิ่มระยะห่างออกไปได้ดี ก่อนจะส่งต่อให้ ภัทรพงศ์ และ ธนาธิป ออกไปรับช่วงต่อ ก่อนจะนำม้วนเดียวจบโดยมี ตะวัน วนกลับมารับหน้าที่ปิดจ็อบคว้าชัยชนะไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยเวลารวม 2 ชั่วโมง 37.500 วินาที วิ่งไปทั้งสิ้น 64 รอบสนามคิดเป็นระยะทางรวม 291.456 กิโลเมตร

    ส่วนอันดับ 2 เป็นของ รถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 12 ขับโดย พุฒินัฐ, พฤฒิพงศ์ และ จักรกฤษณ์ ตามหลัง 1 นาที 31.413 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ 3 นักบิดรัสเซียอย่าง โทมัส ลอทาร์ด, อเล็กซานเดอร์ คลีเยฟ และ เซอร์เก โปรโครอฟ ในรถแข่งหมายเลข 47 จาก ทีซี เรซซิ่ง ตามหลัง 1 นาที 48.692 วินาที

    ขณะที่ ทีม บิ๊กวิง หัวหิน ในรถแข่งหมายเลข 77 ที่ลงบิดด้วย 3 นักแข่งไทยอย่าง มัฆวาล ทองขาว, สรสิทธิ์ ลภนะพันธุ์ และ ณัฐรินทร์ ศรีบุญเรือง แม้จะพลาดล้มในช่วงต้นเรซ แต่ยังสามารถนำรถเข้ามาซ่อมแซมและออกไปจบเรซได้ในอันดับ 5 โดยทำระยะทางตามหลังผู้ชนะ 5 รอบสนาม

    จากผลงานอันร้อนแรงด้วยการเหมาโพเดียมของ พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงศักยภาพอันยอดเยี่ยมของทีมแข่งจาก ฮอนด้า ทั้งความเร็ว และความคงที่ของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R รวมถึงการทำงานเป็นทีม และการวางกลยุทธิ์ที่เหนือชั้น จนมาซึ่งความสำเร็จครั้งนี้

    #HondaRacingThailand #ThaiHonda #HondaCBR #HondaCBR1000RRR


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เก็บประสบการณ์ระดับโลกส่งท้ายฤดูกาล จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ บาเลนเซีย ประเทศสเปน

    1 Min Read

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เก็บประสบการณ์ระดับโลกส่งท้ายฤดูกาล จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ บาเลนเซีย ประเทศสเปน

    “ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ หมายเลข 85 ยอดนักบิดดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ลงแข่งขันเก็บประสบการณ์สนามระดับโลกในศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลกรายการเอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 สนาม 7 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล ที่ เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมือง วาเลนเซีย ประเทศสเปน

    การแข่งขันในเรซแรกมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ออกสตาร์ตอันดับ 24 ก่อนมุ่งมั่นเร่งแซงจนจบการแข่งขันในอันดับที่ 18 จากนั้นตามต่อด้วยการแข่งขันเรซ 2 ในช่วงบ่ายนักแข่งดาวรุ่งไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่แต่ก็ต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย นับเป็นการเรียนรู้ทักษะและเก็บประสบการณ์อันมีค่าในการแข่งขันสนามระดับโลก

    “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เก็บคะแนนสะสมรายการเอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2025 รวมทั้งหมด 8 คะแนน จบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 23

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • พีทีจี ร่วมกับ อีซูซุ เปิดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เดินหน้าสร้างคุณค่าผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มอบบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท ให้กับผู้ซื้อรถอีซูซุ

    1 Min Read

    พีทีจี ร่วมกับ อีซูซุ เปิดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เดินหน้าสร้างคุณค่าผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มอบบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท ให้กับผู้ซื้อรถอีซูซุ

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำด้านพลังงานและเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันพีที (PT) ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย มอบความขอบคุณครั้งใหญ่แก่ลูกค้าผ่านแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เพียงซื้อและรับรถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 รับสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,000 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมจำนวน 1,907 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท การผนึกกำลังครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของทั้งสององค์กรในการส่งมอบความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้รถยนต์ชาวไทย รวมถึงขอบคุณเสียงตอบรับความสำเร็จของเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE หนึ่งเดียวที่พิสูจน์จากระยะการใช้งานรวมกันของลูกค้ากว่า 222 ล้านกิโลเมตร ตลอดจนตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็น “พลังขับเคลื่อนทุกมิติของชีวิตผู้ใช้รถยนต์” อย่างแท้จริง

    นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวเสริมถึงความร่วมมือของทั้งสองบริษัทในแคมเปญนี้ว่า “ทางพีทีจีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อีซูซุได้เลือกเครือข่ายของบริษัท ผ่านความร่วมมือกับอีซูซุในแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายขอบเขตของ Max World Ecosystem ซึ่งเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจที่ PTG พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ เรามุ่งสร้างคุณค่าระยะยาว และยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ การผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่างอีซูซุครั้งนี้ไม่เพียงเสริมศักยภาพทางธุรกิจของทั้ง 2 องค์กร แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”

     

    ด้าน นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “รถอีซูซุได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความประหยัด ทนทาน คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบของคนไทยและเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจได้เสมอมาอย่างยาวนาน เราให้ความสำคัญกับการมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE เป็นอย่างดี ซึ่งผ่านการพิสูจน์ด้วยระยะทางการใช้งานรวมกว่า 222 ล้านกิโลเมตร ในครั้งนี้เราจึงร่วมมือกับ PTG จัดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ลุ้นรับบัตรน้ำมันมูลค่ารวมกว่า 38.7 ล้านบาท อีซูซุเลือก PTG เป็นพันธมิตรครั้งนี้ เนื่องจากเป็นผู้นำด้านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ถือเป็นการมอบของสมนาคุณที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถอีซูซุได้อย่างแท้จริง”

     

    ความร่วมมือระหว่าง PTG และ อีซูซุในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผนึกศักยภาพระหว่างผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน แคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ไม่เพียงเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของทั้ง 2 องค์กรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติของธุรกิจพลังงานและยานยนต์ไทย และมุ่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

    แคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” สำหรับผู้ที่ซื้อ และรับรถอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นบัตรเติมน้ำมัน PT รวม 1,907 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท โดยมีการจับรางวัลทั้งหมด 9 ครั้ง และประกาศผลผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ All-New ISUZU D-MAX และ All-New ISUZU     MU-X รวมถึงช่องทางผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    1 Min Read

    โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำคณะผู้บริหารและพนักงาน เข้าร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

    No Comment
  • ชำแหละ 8 จุดเด่นหลักที่ทำให้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคอกระบะยุคใหม่

    1 Min Read

    ชำแหละ 8 จุดเด่นหลักที่ทำให้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคอกระบะยุคใหม่

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด หลังจากที่ GWM (Thailand) เปิดสเปกเต็มของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะที่เป็น “The Next Level of Lifestyle Partner” หรือเพื่อนคู่ใจที่จะยกระดับทุกไลฟ์สไตล์ไปอีกขั้น ได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากคนไทยที่กำลังมองหารถกระบะสมรรถนะสูงที่ต้องการประสบการณ์ขั้นกว่าจากรถกระบะแบบเดิม ๆ ในตลาด จากเสียงสะท้อนของลูกค้า GWM ได้ทำการทดสอบถนนอย่างเข้มข้นเพื่อปรับปรุงระบบกันสะเทือน ให้มั่นใจได้ว่ามอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมบนสภาพถนนในประเทศไทยและตามความต้องการของผู้ขับขี่ชาวไทย และนี่คือข้อสรุป 8 จุดเด่นของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ที่จะยกระดับประสบการณ์ของวงการรถกระบะในไทย มอบทั้งสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เหมาะทั้งการใช้งานใน-นอกเมือง ออนโรดหรือออฟโรด และเหมาะอย่างยิ่งกับการปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการใช้งานที่หลากหลาย โดย NEW GWM POER SAHAR DIESEL จะเปิดให้คนไทยได้สัมผัสตัวจริงพร้อมประกาศราคาในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นี้ ที่บูธ A05 ในงาน Motor Expo 2025 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

     

    8 จุดเด่นหลัก ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความปลอดภัยในทุกเส้นทาง

     

    1. แรงม้า แรงบิดทรงพลัง

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด พร้อมเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ ตอบสนองทันใจทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงด้านการใช้พลังงาน วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม. ต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ตามมาตรฐาน NEDC)

    1. หน้าจอกลางขนาดใหญ่ที่สุด 14.6” Touchscreen

    สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมฟังก์ชันออนไลน์ครบครัน เพิ่มความสะดวกและความบันเทิงตลอดการเดินทาง

    1. เบาะด้านหลังปรับเอนได้ถึง 33 องศา

    รถกระบะหนึ่งเดียวในตลาดประเทศไทย ที่เบาะด้านหลังสามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ สูงสุดถึง 33 องศา เพิ่มความสบายเหนือระดับสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง เหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัวหรือการเดินทางระยะไกล

    1. ขนาดตัวรถใหญ่ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและการใช้งาน

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มีมิติตัวรถขนาดใหญ่ด้วยขนาด ยาว x กว้าง x สูง 5445×1991×1924 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ยาวที่สุดในรถกระบะ มอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย รองรับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานบุกลุย ทริปครอบครัว หรือกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม

    1. ห้องโดยสารที่เงียบสงบ ด้วยระดับเสียงเพียง 41 เดซิเบล

    สัมผัสความเงียบและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ด้วยการควบคุม NVH (Noise, Vibration, Harshness) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบทางวิศวกรรมของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ ที่ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน มอบประสบการณ์การขับขี่และห้องโดยสารที่นิ่ง นุ่มนวล และเงียบ ด้วยระดับเสียงเพียง 41 เดซิเบล (ในช่วง idle time) แม้แต่ผู้โดยสารที่เป็นเด็กหรือคนสูงอายุก็สามารถพักผ่อนได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัดก็ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม

    1. เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากถึง 26 รายการ

    ความปลอดภัยคือสิ่งที่ GWM ให้ความสำคัญเสมอมา มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 26 รายการ อาทิ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC), ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW), ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA+RCTB), ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (SCM) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และอื่น ๆ อีกมากมาย สร้างความอุ่นใจในการขับขี่ แม้ในสถานการณ์ไม่คาดฝัน

    1. การสั่งงานตัวรถผ่านแอปพลิเคชันที่ทันสมัย ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มอบความล้ำหน้าไปอีกขึ้น ด้วยการควบคุมและตรวจสอบสถานะรถจากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือและ GWM Application เช่น สั่งเปิด/ปิดแอร์, ตรวจสอบสถานะประตู หน้าต่าง ระบบปรับอากาศ ระยะทางคงเหลือ และอื่น ๆ เพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกสถานการณ์

    1. เคลียร์ ชัดทุกอุปสรรค ด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360° และมุมมองใต้ท้องรถ

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นรถกระบะเพียงรุ่นเดียวที่นอกจากจะมีกล้องความละเอียดสูงรอบคัน 360 องศา ยังมาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยขณะขับขี่ในพื้นที่แคบ ที่มืด หรือเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ช่วยให้เห็นอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ มั่นใจในทุกเส้นทาง (เฉพาะรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD)

     

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL พร้อมเป็นคู่หูที่อยู่เคียงข้างทุกวัน ตั้งแต่วันทำงานจนถึงช่วงท่องเที่ยวและผจญภัยไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ด้วยรูปทรงที่แข็งแกร่ง บึกบึน ขนาดใหญ่ และภายในที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม พร้อมความสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด รองรับการปรับแต่งตามความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการผจญภัยที่สมบุกสมบันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เตรียมสัมผัสประสบการณ์กับรถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม NEW GWM POER SAHAR DIESEL ในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นี้ ที่บูธ A05 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    หมายเหตุ โปรดตรวจสอบคุณสมบัติและฟังก์ชันของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL แต่ละรุ่นย่อยเพิ่มเติมได้ที่ www.gwm.co.th

    #GWM #GWMThailand #GWMPOER #POER #POERDIESEL #NEWGWMPOERSAHARDIESEL


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • สู่เวทีเอเชีย! NEXZTER BRIC Superbike ฉลองแชมป์ พร้อมมอบ 4 ไวลด์การ์ด Asia Road Racing 2026 ยกระดับนักบิดไทยก้าวสู่สากล

    1 Min Read

    สู่เวทีเอเชีย! NEXZTER BRIC Superbike ฉลองแชมป์ พร้อมมอบ 4 ไวลด์การ์ด Asia Road Racing 2026 ยกระดับนักบิดไทยก้าวสู่สากล

    สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ปิดฉากฤดูกาลมอเตอร์สปอร์ตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของประเทศ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2025 ด้วยงานฉลองแชมป์ “CHAMPION DAY” เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 พร้อมมอบสิทธิ์ “ไวลด์การ์ด” (Wild Card) ให้แก่แชมป์ประจำปีมากถึง 4 รุ่น เพื่อก้าวไปแข่งขันในรายการชิงแชมป์เอเชีย เอเชีย โรด เรซซิ่ง 2026 โดยฤดูกาลนี้มีนักบิดคนดังมากมาย มาร่วมสร้างปรากฎการณ์ดึงแฟนเข้าชมทั้งในสนามและผ่านช่องทางถ่ายทอดสดล้นหลาม อย่าง “โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี” นักแสดงชื่อดัง ที่สามารถคว้าโพเดียมแรกในชีวิตในรายการแข่งขันรายการระดับชิงแชมป์ประเทศไทยได้สำเร็จ ด้วยฐานแฟนคลับมากกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก ได้สร้างกระแสและปรากฎการณ์แฟนคลับกลุ่มใหม่ๆมาสู่มอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างมาก  รวมทั้งการเพิ่มรุ่นการแข่งขันใหม่ทั้งเอ็นดูร้านซ์และซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาและสร้างฮีโร่นักบิดสู่เวทีโลกอย่างแท้จริง

     

    นายตนัยศิริ ชาญวิทยารมณ์ กรรมการผู้อำนวยการ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เปิดเผยถึงความสำเร็จอย่างท่วมท้นของการแข่งขัน เน็กซเตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ ฤดูกาล 2025 ว่า ในปีนี้มีการเพิ่มรุ่นการแข่งขันใหม่ คือ ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี ซึ่งได้รับกระแสตอบรับจากนักแข่งเกินความคาดหมายอย่างมาก การจัดแข่งรุ่นดังกล่าวมีเป้าหมายเชิงกลยุทธ์ เพื่อยกระดับมาตรฐานการแข่งขันและกติกาให้สอดคล้องกับแพลตฟอร์มการแข่งขันระดับเอเชีย เพื่อให้นักแข่งไทยก้าวขึ้นสู่ Asia Road Racing ได้อย่างไร้รอยต่อ แม้ต้องเผชิญกับปัจจัยท้าทายต่าง ๆ ตลอดทั้งปี รายการก็สามารถปิดฉากลงได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยการลุ้นแชมป์ที่เร้าใจจนถึงสนามสุดท้าย รวมถึงการจัดรุ่นพิเศษ การแข่งขัน รุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี เอ็นดูรานซ์ 120 นาที เป็นครั้งแรกได้รับการตอบรับอย่างดี

    ความสำเร็จนี้ ตอกย้ำศักยภาพนักแข่งไทย ที่พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าสามารถต่อกรและเอาชนะนักแข่งระดับโลกได้ โดยเฉพาะในรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี 1 โปร ที่มีนักแข่งดีกรีแชมป์โลกเอ็นดูร้านซ์จากยุโรปมาร่วมลงแข่งขัน แต่นักแข่งไทย ยังสามารถเข้าที่ 1และ 2 คว้าชัยชนะมาครองได้ ส่วนแผนงานในปี 2026 รุ่นหลักจะยังคงมีการชิงชัยตามปกติ โดยจะมีการทบทวนกติกาและการยุบรวมรุ่นให้เหมาะสม พร้อมยืนยันว่าการแข่งขันเอ็นดูร้านซ์ ซึ่งได้รับการตอบรับ-ความนิยมอย่างสูง จะยังคงถูกบรรจุไว้ในปฏิทินการแข่งขันอย่างแน่นอน โดยจะมีการประเมินรูปแบบการจัดงานต่อไปว่าจะจัดเป็นรายการแยก หรือรวมกับอีเว้นต์ใดหรือไม่

    ด้าน นายยศวีร์ โกวงศ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอส.ซี.เอช. อินดัสตรี้ จำกัด (ผ้าเบรกเน็กซ์เตอร์) ในฐานะ Title Sponsor ปีแรก ยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนรายการ BRIC Superbike ต่อเนื่องไป “ไม่ต่ำกว่า 2 ปี” นับจากนี้ เพื่อร่วมสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และผลักดันให้มอเตอร์สปอร์ตไทยเติบโตอย่างยั่งยืน โดยพร้อมสนับสนุนให้ทุกคนที่มีความฝันได้ก้าวสู่เวทีสำคัญในอาชีพนักแข่ง ตามแนวคิด “Anyone can be a Hero” นอกจากนี้ เน็กซ์เตอร์ ยังมุ่งมั่นพัฒนาระบบการทำงานและผลิตภัณฑ์ผ้าเบรกคุณภาพสูงด้วยเทคโนโลยีจากญี่ปุ่นอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของนักแข่งและทีมงานในการสร้างผลงานให้ดีขึ้นในปีถัดไปอีกด้วย

     

    ปรากฏการณ์ใหม่ “โอม ภวัต” ขยายฐานแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก

    ฤดูกาล 2025 ถือเป็นปีที่เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อ “โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี” นักแสดงชื่อดัง ได้เข้าร่วมชิงชัยและสามารถคว้าโพเดียมแรกในชีวิต มาครองได้สำเร็จ ในการแข่งขันระดับชิงแชมป์ประเทศไทย โดยการมีส่วนร่วมของเขาได้นำพาฐานแฟนคลับจำนวนมหาศาลเข้าสู่สนามแข่ง โอม ภวัต ซึ่งมีแฟนคลับจากผลงานซีรีส์ทั่วโลก โดยมีผู้ติดตามในอินสตราแกรมมากกว่า 5 ล้านคน ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในการติดตามการแข่งขันอย่างใกล้ชิด ทั้งเดินทางมาชมด้วยตัวเอง รอให้กำลังใจอย่างหนาแน่นบริเวณพิตของนักแข่งในช่วง Pit Walk และชมถ่ายทอดสดทุกช่องทางอย่างล้นหลาม ขณะที่โซเชียลมีเดียของแฟนคลับทั่วโลกต่างพร้อมใจกันลงผลแข่งและภาพบรรยากาศการแข่งขันไปพร้อมกัน ทำให้รายการนี้ได้รับความสนใจในระดับสากลและขยายฐานผู้ชมไปยังกลุ่มใหม่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

     

    การแข่งขันในปีนี้ยังคึกคักเป็นพิเศษด้วยการเข้าร่วมของเหล่าคนดังจากหลากหลายวงการ ทั้ง เบนซ์ เรซซิ่ง นักบิดคนดัง ที่ร่วมลงชิงชัยแบบเต็มฤดูกาลในรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบี2 และทำผลงานยอดเยี่ยมผงาดคว้าแชมป์ในสนาม 3 ไปครองได้สำเร็จ, สีสันของการลงแข่งของนักบิดดีกรีแชมป์เอ็นดูร้านซ์โลก “มาร์วิน ฟริตซ์” รวมถึง “โดโรธี เพ็ทโซลด์” นางแบบและอินฟลูเอนเซอร์ แฟนสาวของ เอเลียส ดอเลาะ แห่งทีมฟุตบอล สโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ร่วมสร้างสีสัน เป็นผู้โบกธงตราหมากรุกในเรซตัดสินแชมป์ประจำปี ซึ่งการมีส่วนร่วมของบุคคลเหล่านี้ สร้างกระแสนิยมให้มอเตอร์สปอร์ตไทยเพิ่มขึ้นอย่างมาก

    นักบิดที่สามารถคว้าแชมป์ประจำปีรุ่นใหญ่ที่สุดอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี เอสบี 1 โปร และรับสิทธิ์ไวลด์การ์ดไปแข่งขัน เอเชีย โรด เรซซิ่ง 2026 ได้แก่ อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดจอมเก๋าจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม

     

    ส่วนซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี  เอสบี 1 ได้แก่ ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์, เอสบี 2 ได้แก่ ภัทรพงศ์ วัชรอยู่ จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส  , เอสบี 3 ได้แก่ พงศ์พณิช เกตุบรรจง จาก ยามาฮ่า บลูครู ไรเดอร์สคลับ ยามาลูป ทีทีเอส เรซซิ่ง

     

    ส่วนแชมป์ประจำปีในรุ่น ซูเปอร์ สต็อก 1,000 ซีซี เอสที 1 และได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดแข่งขันเอเชีย โรด เรซซิ่ง 2026 ได้แก่ นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส, รุ่นเอสที 2 ได้แก่ ปวรปรัชญ์          กิ่งจำปา จาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง, เอสที3 ได้แก่ ประวุฒิ สุขสากล จากผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วไป ไม่ได้สังกัดทีมแข่ง ไม่มีผู้สนับสนุน ลงแข่งขันระดับอาชีพครั้งแรก และสามารถคว้าแชมป์ประจำปีไปครองได้สำเร็จ

    แชมป์ประจำปี ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี เอสเอส1 โปร และได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดแข่งขันเอเชีย โรด เรซซิ่ง 2026 ได้แก่ ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส คว้าแชมป์ 3 ปีติดต่อกัน

     

    รุ่น เอสเอส 1 ได้แก่ โกยุ นากาคาว่า จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม, เอสเอส2 ได้แก่ เอเดน ทาว นักแข่งม้ง สัญชาติอมเริกัน จากสาวิตา ทีม เอเชีย

     

    แชมป์ประจำปี ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี เอสเอส1 โปร และได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดแข่งขันเอเชีย โรด เรซซิ่ง 2026 ได้แก่ ธุรกิจ บัวผา จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม

     

    รุ่น เอสเอส1 ได้แก่ ศักดิ์ชัย คงดวงดี จาก ไออาร์ซี ดีไอดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ, เอสเอส 2 ได้แก่ ธีรไนย ทับทิม จาก ยามาฮา สมาร์ทสปอร์ต ไออาร์ซ๊ ดี.ไอ.ดี. โมริน วิทย์ชลบุรี

     

    แชมป์ประจำปี สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี เอสพี ได้แก่ ทัสมาย คาเรียปป้า นักบิดอินเดียจาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง, แชมป์ประจำปี สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี เอสพี จูเนียร์ ได้แก่ ณฐนนท์ ประสงค์กิจ จาก ลิควิ โมลี่ ไดน่าโวลท์ จอมไทย พิทโซน ทีม

    ทั้งนี้ หนึ่งในแรงขับเคลื่อนไปสู่ความสำเร็จของ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ คือผู้สนับสนุนหลักอย่าง บริษัท เอส.ซี.เอช. อินดัสตรี้ จำกัด (ผ้าเบรกเน็กซ์เตอร์) ในฐานะ Title Sponsor รวมถึงพาร์ตเนอร์สำคัญอย่าง น้ำแร่ธรรมชาติตราช้าง , บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด, บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน), บริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด, บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท กีล่า สปอร์ต จำกัด, บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) “ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ ไออาร์ซี”, หมวกกันน็อคเรียล, บริดจสโตน โมโต ไทยแลนด์, บริษัท ไดโดสิทธิผล จำกัด (ดี.ไอ.ดี), กล่องอีซียู เอเรเซอร์ : เดอะ ฮาร์ท ออฟ อะ เรซเซอร์, บริษัท แพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็มวีทีวี ไทยแลนด์ จำกัด และ สมาพันธ์กีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย (FMSCT)


    No Comment
  • อีซูซุเปิดตัว Digital Sound Check ชุดล่าสุด สัมผัสมิติความเร้าใจกับจุดพีคใหม่ของ MU-X “THE NEXT PEAK” ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั่วประเทศ

    1 Min Read

    อีซูซุเปิดตัว Digital Sound Check ชุดล่าสุด สัมผัสมิติความเร้าใจกับจุดพีคใหม่ของ MU-X “THE NEXT PEAK” ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั่วประเทศ

    อีซูซุ ร่วมกับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทย เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “MU-X The Seamless Peak Experience” นำเสนอประสบการณ์ผ่านระบบภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความเร้าใจพร้อมก้าวสู่จุดพีคใหม่…ของชีวิตไปกับสุดยอดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรู MU-X “THE NEXT PEAK” โดยมีคุณวิชัย สินอนันพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณโบว์ – เมลดา สุศรี นักแสดงสาวมากความสามารถมาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษร่วมพูดคุย ณ โรงภาพยนตร์ IMAX ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ สามารถรับชมพร้อมกันได้ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เป็นศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับคนหลากหลายไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน มีเครือข่ายโรงภาพยนตร์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ   เช่นเดียวกับรถอีซูซุที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทยได้อย่างครบถ้วนพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุที่มีครอบคลุมทั่วประเทศตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณเคียงคู่ไทย”  อีซูซุจึงเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์จะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวาง ด้วยเหตุนี้ อีซูซุจึงได้ร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “MU-X The Seamless Peak Experience” ถ่ายทอดจากแนวคิด “คนที่สำเร็จ เขาแข่งกับตัวเอง” ต่อยอดเรื่องราวของการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิตอย่างสมจริงของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ผ่านเทคโนโลยีภาพและเสียงของโรงภาพยนตร์ที่ผสานกับโลกแห่งการขับขี่อย่างไร้รอยต่อ ล่าสุด   อีซูซุได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ครบทุกไลน์อัพเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” นี้มาพร้อมกับโช้กอัพใหม่! แบบ STIFF FLEX  ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของรถขณะกำลังขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมลุยแบบก้าวข้ามขีดจำกัดทุกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน”  

    คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์  ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมเจอร์มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีภาพและเสียงให้เหนือระดับอยู่เสมอ เพื่อให้ทุกครั้งที่ผู้ชมเข้ามาในโรงภาพยนตร์ ได้สัมผัสทั้ง ภาพ” และ “เสียง” ที่รู้สึกได้จริง การร่วมมือกับอีซูซุในครั้งนี้คือการผสานพลังของภาพยนตร์และยนตรกรรม เพื่อให้คนดูได้เห็นสมรรถนะของ MU-X “THE NEXT PEAK” ผ่านระบบภาพและเสียงระดับโลกของโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ฯ พร้อมให้รับชมแล้ว 159 สาขา 254 โรงทั่วประเทศ ตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป”

    นอกจากนี้ ในงานยังมีแขกรับเชิญพิเศษ  “โบว์-เมลดา สุศรี” มาร่วมสร้างสีสัน ซึ่งพิธีกรหนุ่ม แคน-อติรุจ กิตติพัฒนะ ได้พูดคุยเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การใช้รถของดาราสาวและความรู้สึกหลังจากได้รับชมภาพยนตร์ Digital Sound Check ล่าสุด “สิ่งที่โบว์รู้สึกได้อย่างชัดเจนจากภาพยนตร์ Digital Sound Check คือความ Seamless ของภาพและเสียง ทุกอย่างลื่นไหล เท่ และทรงพลัง เหมือนกำลังพาเราขึ้นสู่จุดพีคของตัวเองแบบไร้สิ่งมาขวาง ซึ่งถ่ายทอดคอนเซปต์ของ MU-X “THE NEXT PEAK” ได้อย่างโดดเด่น ทำให้โบว์อินกับแนวคิดการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมากยิ่งขึ้น” 

    ร่วมสัมผัสสมรรถนะเหนือระดับของรถอเนกประสงค์ระดับหรู MU-X “THE NEXT PEAK”   สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ที่พร้อมโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ด้วยนวัตกรรมภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์ ในภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “MU-X The Seamless Peak Experience” ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ผ่านโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทุกสาขาทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ไทยฮอนด้า คว้า 2 รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ และสวัสดิการแรงงาน พร้อมรางวัลความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ระดับประเทศ จากกระทรวงแรงงานประจำปี 2568

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า คว้า 2 รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์ และสวัสดิการแรงงาน พร้อมรางวัลความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ระดับประเทศ จากกระทรวงแรงงานประจำปี 2568

    บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด คว้าสองรางวัลเกียรติยศระดับประเทศ โดยได้รับ “รางวัลเกียรติบัตรสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านความปลอดภัยและอาชีวอนามัย ระดับประเทศ (Thailand Safety Award) ประจำปี 2568” อันเป็นผลจากการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องด้านมาตรฐานความปลอดภัยในสถานประกอบการ อีกทั้งยังได้รับ “รางวัลสถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน ประจำปี 2568” ตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยและแรงงานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน

    การได้รับสองรางวัลในปีเดียวกัน สะท้อนถึงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของไทยฮอนด้า ในการสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ปลอดภัย มั่นคง และใส่ใจคุณภาพชีวิตของพนักงานทุกคน รางวัล Thailand Safety Award ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงระบบการบริหารจัดการด้านความปลอดภัยของไทยฮอนด้าที่มีประสิทธิภาพ ผ่านเกณฑ์การพิจารณาที่เข้มงวด ทั้งในด้านสถิติอุบัติเหตุที่ลดลงอย่างต่อเนื่องตลอด 2 ปี โดยไม่มีเหตุการณ์รุนแรงที่นำไปสู่การเสียชีวิต พิการ หรือทุพพลภาพ รวมถึงไม่พบความผิดปกติในกระบวนการทำงานที่ต้องได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม

    ส่วนรางวัล สถานประกอบกิจการดีเด่นด้านแรงงานสัมพันธ์และสวัสดิการแรงงาน มอบให้แก่สถานประกอบการที่มีระบบบริหารจัดการแรงงานที่ดีตามหลักแรงงานสัมพันธ์ เพื่อส่งเสริมความร่วมมือกับพนักงานอย่างสร้างสรรค์ ส่งผลให้พนักงานมีความสุขในการทำงาน มีคุณภาพชีวิตที่ดี ทำให้ไทยฮอนด้าสามารถดำเนินกิจการได้อย่างมั่นคง

     

    ไทยฮอนด้า ขอขอบคุณพนักงานทุกท่านที่ร่วมกันสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี และทำให้ไทยฮอนด้าเป็นองค์กรที่น่าอยู่ ไทยฮอนด้ายืนยันจะรักษามาตรฐานด้านความปลอดภัยและแรงงานสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ พร้อมดำเนินนโยบายส่งเสริมความปลอดภัยต่อสังคมและชุมชนโดยรอบ สะท้อน
    พันธกิจขององค์กรในการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคง ปลอดภัย และยั่งยืน

    ติดตามข่าวสารประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/news

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

     

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda

    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” ฮีโร่นักบิดไทยโมเดลต้นแบบ วงการสองล้อไทยในเวทีโลก เตรียมพร้อมความท้าทายใหม่จาก “โมโตจีพี” สู่ “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์”

    1 Min Read

    “ก้อง-สมเกียรติ” ฮีโร่นักบิดไทยโมเดลต้นแบบ วงการสองล้อไทยในเวทีโลก เตรียมพร้อมความท้าทายใหม่จาก “โมโตจีพี” สู่ “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์”

    “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เติบโตภายใต้โครงการ “เรซ ทู เดอะ ดรีม” ของ “ไทยฮอนด้า” ที่ประกาศชัดเจนแน่วแน่ในปี 2018 ว่าจะพานักบิดไทยก้าวสู่การแข่งขัน โมโตจีพี ซึ่งเป็นจุดสูงสุดของโลกสำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบในปี 2025

     

    นักบิดหนุ่มจากชลบุรีสร้างผลงานอย่างโดดเด่นในเวที “โร้ด ทู โมโตจีพี” ของ “ดอร์น่าสปอร์ต” ที่เฟ้นหาเพชรเม็ดงามจากเอเชียเพื่อก้าวเข้าสู่การแข่งขัน เวิลด์ กรังด์ปรีซ์ อย่าง “เอเชีย ทาเลนต์ คัพ” และสามารถคว้าแชมป์ประจำปีได้ในปี 2016

    ก่อนจะได้รับการโปรโมตขึ้นสู่การแข่งขันดาวรุ่งชิงแชมป์โลกอย่าง ซีอีวี โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ในปี 2017-2018 ซึ่งเป็น 2 ปีล้ำค่าให้เจ้าตัวได้บ่มเพาะฝีมืออย่างเต็มที่

     

    ปีนั้นเอง “ก้อง-สมเกียรติ” ได้รับโอกาสทองให้ได้พิสูจน์ฝีมือใน “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์” ครั้งแรกของชีวิต ซึ่งมีขึ้นในเมืองไทย และเป็นการแข่งขัน โมโตจีพี ครั้งแรกในผืนแผ่นดินไทย ในปี 2018 ด้วยสิทธิไวด์การ์ดในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ พร้อมผลงานคว้าอันดับ 9 ใน โมโตทรี ครั้งนั้นต่อหน้าแฟนความเร็วในบ้านเกิด

    และนั่นคือจุดเริ่มต้นของเขาในเส้นทางอาชีพ “นักบิดเวิลด์กรังด์ปรีซ์” อย่างแท้จริง

     

    ปี 2019 “ก้อง-สมเกียรติ” ได้รับการยืนยันจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม เอเชีย ก้าวกระโดดขึ้นสู่การแข่งขันในรุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ

    นับจากนั้น… นักบิดขวัญใจชาวไทยมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างหนัก และยกระดับผลงานของตัวเองขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนสามารถปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกของชีวิตได้สำเร็จ ในศึก อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์ 2022 สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักแข่งรถชาวไทยคนแรกที่คว้าชัยชนะใน “เวิลด์ กรังด์ปรีซ์”

     

    ในปีนั้น นักบิดชาวไทยระเบิดฟอร์มสุดยอดจนได้รับการจับตามองจากทั่วโลก เขาคว้าโพเดียมมาได้ถึง 4 ครั้ง จากการคว้าชัยชนะที่ อินโดนีเซีย, อันดับ 2 ที่ เทอร์มา เดอ ริโอ ฮอนโด้ ประเทศ อาร์เจนติน่า, อันดับ 3 ที่ เลอมองส์ ประเทศฝรั่งเศส และอันดับ 2 ที่ เรดบูล ริง ประเทศออสเตรีย ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับ 10 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 128 คะแนน

    “ก้อง-สมเกียรติ” ยกระดับขึ้นในปี 2023 ด้วยการรั้งอันดับ 6 ของโลกเมื่อจบฤดูกาล เก็บมาได้ทั้งสิ้น 173.5 คะแนน ผลงานโดดเด่นที่สุดคือการคว้าชัยชนะแบบ “เพอร์เฟ็คต์ วีคเอนด์” ในศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ด้วยการรั้งอันดับ 1 ทุกช่วงที่ลงสนาม, คว้าโพลโพซิชั่น, นำทุกรอบของการแข่งขัน, เข้าเส้นชัยเป็นคันแรก และสร้างสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดตลอดกาลในรุ่น โมโตทู จากรอบควอลิฟาย รวมถึงครองสถิติเวลาต่อรอบเร็วที่สุดในการแข่งขันที่ โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น อีกด้วย

     

    ผลงานดังกล่าวสร้างแรงบันดาลใจมากมายให้กับนักแข่งระดับเยาวชน ผู้ปกครองหลายคนวางเส้นทางให้บุตรหลานมุ่งมั่นสู่การแข่งขันระดับอาชีพ และที่สำคัญทุกครั้งที่มีการแข่งขัน โมโตจีพี ในเมืองไทย ก็สร้างปรากฏการณ์สนามแตก จากความนิยมที่มีต่อตัวเขาเช่นกัน

     

    ซึ่งในปี 2023 “ก้อง-สมเกียรติ” บันทึกประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการเป็นนักบิดไทยคนแรก ที่ขึ้นโพเดียมระดับเวิลด์กรังด์ปรีซ์ในบ้านเกิด

    ในปี 2024 “ก้อง-สมเกียรติ” ได้รับการจับตาอย่างมากในฐานะดาวรุ่งที่โดดเด่น เขาปรับสไตล์การบิดให้มีความคงที่มากขึ้น และการทำงานร่วมกับทีมอย่างเข้มข้นในแง่การเว็ตอัพรถแข่ง

     

    “ก้อง-สมเกียรติ” จารึกประวัติศาสตร์ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอีกครั้ง ด้วยการเป็นนักบิดไทยคนแรกที่ขยับขึ้นสู่การแข่งขัน โมโตจีพี ฤดูกาล 2025 ร่วมกับสังกัด อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ในรุ่น “พรีเมียร์คลาส” ซึ่งเป็นคลาสสูงสุดของโลก

    เส้นทางสุดท้าทายนี้ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะนี่คือ “โมโตจีพี” เวทีที่หินที่สุดของโลก การแข่งขันที่รวมนักบิดที่เก่งที่สุดของโลกเอาไว้ 22 คน

     

    “ก้อง-สมเกียรติ” ต้องลงแข่งในสนามเดียวกันกับสุดยอดแชมป์โลกอย่าง มาร์ค มาร์เกซ, ฟรานเชสโก้ บันยาญ่า, ฮอร์เก มาร์ติน, โจอัน เมียร์ และอีกหลายคนที่ล้วนแล้วแต่เป็นยอดฝีมือของโลกทั้งนั้น ซึ่งตลอด 5 สนามแรกใน โมโตจีพี “ก้อง-สมเกียรติ” โดนอาการบาดเจ็บประจำตัวนักบิดอย่าง “อาร์มปั๊มป์” รบกวน ก่อนจะต้องเข้ารับผ่าตัดเพื่อรักษาให้หายขาด

    ในที่สุดแต้มแรกที่รอคอยก็มาถึง “ก้อง-สมเกียรติ” ยกระดับผลงานขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก่อนจะบิดเข้าป้ายอันดับ 15 ในศึก ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ คว้าแต้มแรกในประวัติศาสตร์ให้กับชาวไทยได้สำเร็จ

     

    ทว่านักบิดไทยกลับโชคร้ายอีกครั้ง ได้รับบาดเจ็บอย่างหนักที่เอ็นเข่าขวา จากการทุ่มเทซ้อมหนัก พลาดล้มขณะฝึกซ้อมรถแข่งโมโตครอส ส่งผลให้ไม่สามารถลงแข่งได้ถึง 4 สนามติดต่อกัน

    อย่างไรก็ดี เมื่อกลับหายกลับสู่สนามได้อีกครั้งช่วง 8 สนามสุดท้าย “ก้อง-สมเกียรติ” ยกระดับผลงานของตัวเองได้ทีละขั้น ทำเวลาต่อรอบขยับเข้าหากลุ่มได้ดีขึ้นอย่างชัดเจน

     

    ก่อนจะกลับคว้าแต้มได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยการคว้าอันดับ 15 ที่ มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี, ต่อด้วยอันดับ 15 ในประเทศญี่ปุ่น และ อันดับ 13 ที่ อินโดนีเซีย จากนั้นก็มาคว้าอันดับ 15 ให้ตัวเองที่ มาเลเซีย

     

    จบฤดูกาลแรกในฐานะรุกกี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ฝากผลงานด้วยการคว้า 7 แต้มมาฝากชาวไทย นี่คือแต้มแห่งความมุ่งมั่นและไม่ยอมแพ้ แม้จะได้รับโอกาสเพียงฤดูกาลเดียวเท่านั้น

     

    ทว่าเส้นทางของ “ก้อง-สมเกียรติ” ในการแข่งขันระดับโลกยังไม่จบลง เขายังคงเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย

     

    โดยในฤดูกาล 2026 “ก้อง-สมเกียรติ” ยังคงได้รับความไว้วางใจจาก ฮอนด้า ด้วยการดึงเข้าร่วมทีมโรงงานเพื่อลุยศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ กับสังกัด ฮอนด้า เอชอาร์ซี

     

    โครงการนี้ของ ฮอนด้า มีความสำคัญอย่างมาก เพราะนี่คือการพิสูจน์ความแข็งแกร่งของรถแข่ง Honda CBR1000 RR-R ในเวทีสูงสุดของโลก

     

    ที่ผ่านมา ฮอนด้า ทุ่มเทอย่างหนักกับโปรเจ็กต์นี้ แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวสู่ชัยชนะได้ ฉะนั้น “ก้อง-สมเกียรติ” และว่าที่ทีมเมทอย่าง เจค ดิ๊กสัน จึงกลายเป็นความหวังใหม่ของพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

     

    นอกจากนี้ ฮอนด้า ยังปรับโครงสร้างครั้งใหญ่ในทีม เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ด้วยการเปลี่ยนทีมบริหารชุดใหญ่ รวมถึงทีมทดสอบที่ดึงตัวแชมป์โลก 6 สมัยอย่าง โจนาธาน เรีย เข้ามาเป็นนักบิดทดสอบของทีม

     

    นี่คือการส่งสัญญาณว่า ฮอนด้า มุ่งมั่นที่จะทวงความสำเร็จใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ ให้ได้ และ “ก้อง-สมเกียรติ” ก็คือหนึ่งใน “คีย์แมน” ของพวกเขา

     

    แม้เส้นทางของ “ก้อง-สมเกียรติ” กับ โมโตจีพี จะสิ้นสุดลงในปี 2025 แต่การเดินทางของเขาในเวทีมอเตอร์สปอร์ตโลกยังไม่สิ้นสุด

     

    เราจะได้เห็นนักบิดไทยคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ลงแข่งขันในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ แบบเต็มฤดูกาล และที่สำคัญคือการได้ร่วมสังกัดทีมโรงงานของ “ฮอนด้า เอชอาร์ซี” ซึ่งมีความยิ่งใหญ่ไม่แพ้ทีมใด

     

    ฉะนั้น นี่คือความหวังใหม่ของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ที่มี “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา เป็นผู้ขีดเขียนบนหน้าประวัติศาสตร์อีกครั้ง

     

    โดยในวันที่ 26-27 พฤศจิกายนนี้ คู่หูไลน์อัพนักบิดคู่ใหม่ของทีม ฮอนด้า เอชอาร์ซี (Honda HRC) อย่าง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดไทย และ เจค ดิ๊กสัน ทีมเมทชาวอังกฤษ จะเข้าร่วมการทดสอบกับทีมเป็นครั้งแรกในฐานะ ทีมโรงงาน ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ  ที่ เซอร์กิโต เด เฮเรซ ประเทศสเปน

    “ก้อง-สมเกียรติ” และ ดิ๊กสัน จะร่วมงานในฐานะทีมเมทเป็นครั้งแรก หลังจากที่ดวลกันใน โมโตทู กว่า 6 ปี ซึ่งทั้งคู่ถือว่ามีความคุ้นเคยกันดีในฐานะเพื่อนร่วมสนาม

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #SC35 #Kong

    #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าแนะนำ YARIS CROSS NIGHTSHADE SHADE TO SHINE สไตล์สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร

    2 Min Read

    โตโยต้าแนะนำ YARIS CROSS NIGHTSHADE SHADE TO SHINE สไตล์สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดเล็กยอดนิยมรุ่นพิเศษ กับ YARIS CROSS NIGHTSHADE โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งรอบคันที่เสริมความสปอร์ตอย่างลงตัว มากับสีภายนอก Cement Grey Metallic (ใหม่) และ Platinum White Pearl ทั้งคู่มาพร้อมหลังคาแบบดำทูโทน ภายในสีดำที่มอบความรู้สึกสปอร์ตพรีเมียมดึงดูดทุกสายตา รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เทคโนโลยีเชื่อมต่อล้ำสมัย และฟังก์ชันความปลอดภัยที่ครบครัน

    YARIS CROSS มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.5 ลิตร แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Li-ion) และเกียร์อัตโนมัติ e-CVT พร้อมโหมดการขับขี่ 3 แบบ คือ POWER/ NORMAL/ ECO ให้อัตราเร่งดี ห้องโดยสารเงียบ และมีอัตราการใช้น้ำมันสูงสุดถึง 26.3 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker) ด้วยระบบ Toyota Hybrid ที่สร้างชื่อเสียง และความไว้วางใจในประเทศไทย มายาวนานกว่า 15 ปี ภายใต้คอนเซปต์ “Toyota Trusted Hybrid” ด้วยการเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฮบริดเจ้าแรกในตลาดประเทศไทย การันตีด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เปิดตัวกว่า 73,209 คัน (ข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 –  เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568) และยอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ เครื่องยนต์ไฮบริด ปีพ.ศ. 2568 กว่า 29,187 คัน (ข้อมูลยอดขายเดือนมกราคม – เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568)

     

    สำหรับ YARIS CROSS NIGHTSHADE มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Metro Stylish ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำ 18 นิ้ว กระจกมองข้างสีดำ และแพ็คเกจตกแต่งรอบคันสีดำ ได้แก่ ชุดตกแต่งบริเวณด้านล่าง (กันชนหน้า- หลัง และด้านข้าง), ชุดตกแต่งไฟตัดหมอกหน้า, คิ้วกระโปรงท้าย และคิ้วขอบหน้าต่างสีโครเมียมรมดำ มาพร้อม 2 สีภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ Cement Gray Metallic (ใหม่) และ Platinum White Pearl ที่มาพร้อมกับหลังคาแบบดำทูโทน ภายในสีดำเพิ่มความโดดเด่นให้สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร  ยังคงความเหนือระดับด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัย หลังคา Panoramic แบบ Fixed Type พร้อมม่านปรับไฟฟ้า, ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Kick Activated, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย และหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย อีกทั้งอุ่นใจกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันด้วยระบบ Toyota Safety Sense ที่มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ All-Speed ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ตลอดการเดินทาง

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าการแนะนำรถรุ่นพิเศษ YARIS CROSS NIGHTSHADE ภายใต้แนวคิดในการสื่อสาร SHADE TO SHINE ให้ความโดดเด่นขับเคลื่อนเรา ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่มองหารถที่มีดีไซน์สะท้อนอารมณ์สไตล์สปอร์ตที่มีความเป็นตัวเอง ด้วยการตกแต่งพิเศษที่โดดเด่นสะดุดตาและสีภายนอกใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงไว้ซึ่งจุดเด่นของยนตรกรรมไฮบริด ภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม ทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทันสมัยที่หลากหลายและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

    โดยรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่นของโตโยต้า มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรีไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ทั้งยังมอบความสบายใจตลอดการใช้งาน ด้วยบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน และทีมช่างผู้ชำนาญการด้านระบบไฮบริดของ Toyota ผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า ที่มีมากกว่า 8,000 คน รวมถึงอุปกรณ์การซ่อมที่ได้มาตรฐาน นอกจากนั้น ยังมีความพร้อมด้านอะไหล่ กับระบบการจัดเตรียมชิ้นส่วนไว้รองรับนานกว่า 15 ปี และสามารถจัดส่งได้ภายใน 48 ชั่วโมง จากเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และครบวงจรกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ”

    นอกจากนี้ YARIS CROSS NIGHTSHADE ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี T-Connect ที่จะคอยดูแลผู้ขับขี่ทุกที่ทุกเวลา ผ่านระบบต่างๆ เช่น Find My Car บริการเช็กตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ TheftTrack บริการตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม SOS บริการประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง Geo-Fencing บริการกำหนดขอบเขตความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีบริการที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Telematics อาทิ Maintenance Reminder บริการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเข้าศูนย์บริการ Vehicle Information บริการข้อมูลรถและการขับขี่แบบรอบด้าน PHYD ประกันภัย ขับดี ลดให้ และบริการด้านไลฟ์สไตล์ทั้ง Concierge Services บริการผู้ช่วยส่วนตัว และ TOYOTA ALIVE-X โปรแกรมสะสมคะแนน The 1 แลกเป็นส่วนลดสำหรับใช้บริการศูนย์โตโยต้า และร้านค้าในเครือเซ็นทรัล

     

    YARIS CROSS NIGHTSHADE: SHADE TO SHINE

    การออกแบบภายนอก

    • ใหม่! กระจังหน้าแบบ Metro Stylish
    • ใหม่! ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำ 18 นิ้ว
    • ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ
    • ใหม่! ชุดตกแต่งบริเวณด้านล่างสีดำ (กันชนหน้า-หลัง และด้านข้าง)
    • ใหม่! ชุดตกแต่งไฟตัดหมอกหน้าสีดำ
    • ใหม่! คิ้วกระโปรงท้ายสีดำ
    • ใหม่! คิ้วขอบหน้าต่างสีโครเมียมรมดำ

     

    การออกแบบภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

    • หลังคา Panoramic แบบ Fixed Type พร้อมม่านปรับไฟฟ้า
    • ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Kick Activated
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย
    • หน้าจอสัมผัสขนาด 1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
    • เบาะที่นั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (ABH)
    • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ความจุ 452 ลิตร

     

    ระบบความปลอดภัย

    • กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)
    • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS (Pre-Collision System)
    • ระบบเตือนเมื่ออกนอกเลน LDA (Lane Departure Alert) พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ
    • ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน LKC (Lane Keeping Control)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)
    • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว FDA (Front Departure Alert)
    • ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี Pedal Misoperation Control
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control) แบบ All-Speed
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor)
    • ระบบช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

     

    สีภายนอกแบบ Two-Tone

    • ใหม่! สีเทา พร้อมหลังคาดำ Cement Gray Metallic with Black Roof
    • สีขาวมุก พร้อมหลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof

    สีภายใน

    • สีดำ Black

                       ราคา            919,000 บาท

     

    รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี

    ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด และพบความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานจากโปรแกรม TCFR Plus+

    • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และ 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
    • ส่วนลดค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะสูงสุด 15%
    • คะแนนสะสม ALIVE-X เมื่อมีค่าใช้จ่ายที่ศูนย์บริการโตโยต้า 5 เท่า

     

    ทางเลือกการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO

    มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน เป็นเจ้าของ YARIS CROSS NIGHTSHADE ได้แล้ววันนี้ พร้อมบริการครบวงจร ประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษา ต่อ พรบ. ภาษี ให้ตลอดอายุสัญญา หมดสัญญาก็สามารถเลือกเป็นเจ้าของต่อได้

    รับข้อเสนอพิเศษสูงสุด! [24 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2568]

    1. ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น55% (ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) เฉพาะโตโยต้าลิสซิ่ง
    2. ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,539 บาท (สำหรับงวดที่ 1 – 83 คำนวนจากรถยาริส ครอส รุ่น Nightshade ราคา 919,000 บาท โดยโปรแกรมสบายดีของ โตโยต้าลีสซิ่ง ที่ดาวน์ 30% ดอกเบี้ย 69% และค่าวงดที่ 84  เท่ากับ 20% ของราคามาตราฐาน)

    พร้อมลุ้นรับสูงสุด 3 ต่อ จากกิจกรรม “TOYOTA อาริกาโตะ โปรแจกใหญ่จัดเต็ม”*

    รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.toyota.co.th/yearend2025

    (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

     

    สอบถามรายละเอียด ทดลองขับ และจอง NEW Yaris Cross Nightshade

    ได้ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ พร้อมพบกับกิจกรรมต่างๆ ได้ดังนี้

    • วันที่ 29 พ.ย. 2568 – 10 ธ.ค. 2568: มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Thailand International Motor Expo 2025 ณ Impact Challenger 1-3 เมืองทองธานี
    • วันที่ 12 – 14 ธ.ค. 2568: กิจกรรม ณ โชว์รูมโตโยต้า (เฉพาะโชว์รูมที่ร่วมรายการ)

     

    จองทดลองขับ Yaris Cross และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบได้ที่

    https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation  

    ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

    https://www.toyota.co.th/                                     Facebook: Toyota Motor Thailand                                                                      LINE Official: @ToyotaThailand                  TikTok: @ToyotaMotorTH                                               

                    X: @ToyotaMotorTH                                          Instagram: @toyotamotorthailandofficial      


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment