-
News Motocycle1 Min Read
เคาะแล้ว บัตร 𝗧𝗵𝗮𝗶𝗚𝗣 𝟮𝟬𝟮𝟲 สนามแรกฤดูกาล ‘ตรึงราคาเดิม’ พร้อมสิทธิประโยชน์ แบบ ‘𝟯-𝗶𝗻-𝟭’ และส่วนลดสุดคุ้ม สนามเดียวในโลก!
ล่าสุดได้มีการเปิดเผยจาก กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ในฐานะเจ้าภาพหลักฝ่ายจัดการแข่งขันถึง รายละเอียดราคาบัตรเข้าชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026″ สนามเปิดฤดูกาล และเจ้าภาพ Pre-Season Test (การทดสอบก่อนเปิดฤดูกาล) โดยการแข่งขันจริง จะระเบิดศึกระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ – 1 มีนาคม 2569 ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยเตรียมเปิดจำหน่าย 11 พ.ย. นี้ พร้อมกันทั่วโลก
ตรึงราคาเดิม! เพิ่มสิทธิพิเศษ ‘3-in-1 Global Exclusive’
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) กล่าวว่า “ตามนโยบายของ กกท. ที่ต้องการมอบประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกในราคาที่เข้าถึงได้สูงสุด เรายืนยันการ ‘ตรึงราคาเดิม’ ของบัตร Main Race ทุกประเภท เพื่อขอบคุณแฟน ๆ ที่ให้การสนับสนุน ThaiGP มาอย่างต่อเนื่อง โดยราคาบัตรชม 3 วันยังคงเดิม แต่สิ่งที่พิเศษยิ่งกว่าคือการมอบ ‘สิทธิพิเศษ 3-in-1 Global Exclusive’ ซึ่ง ไม่มีสนามไหนในโลกทำได้ ได้แก่
1.เข้าชม Pre-Season Test ฟรี! – ผู้ถือบัตร Main Race ทุกประเภท ได้สิทธิ์เข้าชมการทดสอบรถ (Test) ของทีมแข่งระดับโลก ในวันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ฟรี!
2.ชม Main Race ครบ 3 วัน– เต็มอิ่มกับสุดยอดการแข่งขันระดับโลก ระหว่างวันที่ 27 ก.พ. – 1 มี.ค. 2569
3.บัตรเข้างานเฟสติวัล – ใช้เป็นบัตรแอดมิชชั่นเข้าสู่กิจกรรมบันเทิง อาทิ คอนเสิร์ต มวยไทย และร่วมกิจกรรมฟรี ตลอด 3 วัน บริเวณ Commercial Area ด้านหน้าสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่เนรมิตเป็นงานเอ็กซ์โปสำหรับคนสายมอเตอร์ไซค์ มีทั้งพาวิลเลียนภาครัฐ-เอกชนขนาดใหญ่และร้านค้ารายย่อยมากมาย สินค้าสำหรับคนมอเตอร์ไซค์แบรนด์ดัง, “ชิม” และเลือกซื้อ ของดีของขึ้นชื่อ ร้านอาหารชื่อดังจากบุรีรัมย์และทั่วประเทศมาไว้ในงาน ครบจบที่เดียว
“บัตรชมโมโตจีพี สนามประเทศไทย” แบบ 3 วัน และบัตรพรีเมียมที่มอบประสบการณ์สุดพิเศษ แบ่งเป็น
- แกรนด์ สแตนด์ (Grandstand) 5,000 บาท (เห็นทุกโค้งทั่วสนาม) ใช้ส่วนลดจาก PT Max Card Plus 25% เหลือ 3,750 บาท หรือ ใช้ส่วนลดจากผู้สนับสนุน 20% เหลือ 4,000 บาท
- ไซด์สแตนด์ (Side Stand) 2,000 บาท ราคาสบายกระเป๋า ใช้ส่วนลดจาก PT Max Card Plus 25% เหลือ 1,500 บาท หรือ ใช้ส่วนลดจากผู้สนับสนุน 20% เหลือ 1,600 บาท
- ไรเดอร์ สแตนด์ (Rider Stand) 3,000 บาท สำหรับกองเชียร์นักแข่ง ได้แก่ มาร์เกซ สแตนด์, กวาร์ตาราโร สแตนด์ (พร้อมของที่ระลึก ลิขสิทธิ์แท้จากนักบิดคนโปรด) ใช้ส่วนลดจาก PT Max Card Plus 25% เหลือ 2,250 บาท หรือ ใช้ส่วนลดจากผู้สนับสนุน 20% เหลือ 2,400 บาท
- แบรนด์ สแตนด์ (Brand Stand) 2,000 บาท สำหรับกองเชียร์จากค่ายรถจักรยานยนต์ชั้นนำ ประกอบด้วย Honda, YAMAHA (พร้อมสิทธิ์รับของที่ระลึก/ลุ้นชิงโชคของรางวัลจากผู้สนับสนุน) ใช้ส่วนลดจาก PT Max Card Plus 25% เหลือ 1,500 บาท หรือ ใช้ส่วนลดจากผู้สนับสนุน 20% เหลือ 1,600 บาท
ทั้งนี้ บัตรทั้ง 4 ประเภท เข้าชม Pre-Season Test ได้ฟรี และชม Main Race ได้ทั้ง 3 วัน
- บัตรชม Pre-Season Test (ซื้อแยก) ชมการทดสอบก่อนเปิดฤดูกาลที่จังหวัดบุรีรัมย์ วันที่ 21-22 กุมภาพันธ์ 2569 ราคาจำหน่ายบัตร แบ่งเป็น บัตร Grand Stand ราคา 500 บาทต่อวัน หรือเหมา 2 วัน 900 บาท, บัตร VIP 5,000 บาท ต่อวัน
- เปิดจำหน่ายบัตร ‘VIP Lounge โค้ง 12‘ ครั้งแรก! บัตรระดับพรีเมียม ในราคา 20,000 บาท ซึ่งมอบประสบการณ์เหนือระดับ ด้วยห้องรับรองติดแอร์, พร้อมบริการชั้นเลิศ ประกอบด้วย Gourmet Lunch (อาหารกลางวันเลิศรส), Afternoon Temptations (ชุดของว่างยามบ่ายสุดพิเศษ), Complimentary Bar (บริการเครื่องดื่มฟรี), Viewing Area (พื้นที่รับชม), TV Screen (จอทีวี), Wi-Fi และสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี!
- บัตร Paddock Pass สามารถเข้าสู่โซน Paddock ของนักแข่งระดับโลกอย่างใกล้ชิด ขอลายเซ็น และถ่ายรูปแบบเอ๊กซ์คลูซีฟ ในราคา 15,000 บาท ซึ่งเมื่อซื้อพร้อมบัตร Main Race จะได้รับส่วนลดพิเศษ 15% เหลือเพียง 12,750 บาท และสิทธิ์เข้าชม Pre-Season Test ฟรี!
ทั้งนี้ ในวันเปิดจำหน่ายบัตร พร้อมกันทั่วโลก วันที่ 11 พ.ย. 2568 นี้ คณะทำงานฯได้เตรียมการระบบต่างๆ เพื่อรองรับและอำนวยความสะดวกให้แฟนๆ โมโตจีพีจำนวนมาก ที่จะจองบัตรในวัน เวลาดังกล่าวอย่างดีที่สุด โดยในปี 2025 ที่ผ่านมา หลังเปิดจำหน่ายบัตร ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ กว่า 10,000 ที่นั่ง Sold Out ด้วยเวลา 2.55 นาที ขณะที่สแตนด์อื่นๆ มียอดจองอย่างรวดเร็วเช่นกัน คาดในปี 2026 มีการเปิดจำหน่ายบัตรเร็วขึ้น และด้วยกระแสความนิยมที่เพิ่มขึ้น คาดจะสามารถจำหน่ายบัตรเต็มทุกที่นั่งอย่างรวดเร็วแน่นอน
ราคาจำหน่ายบัตรในประเทศไทย จัดว่าถูกและคุ้มค่าที่สุด เนื่องจากทุกภาคส่วนจัดเต็มมหกรรมความสนุก-ความบันเทิงทั้งในและนอกสนาม คอนเสิร์ต มวย ช้อป ชิม ศิลปวัฒนธรรม ด้วยเสน่ห์แบบไทยไทย ประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลกบนผืนแผ่นดินไทยที่แฟนตัวจริงต้องห้ามพลาด
ซื้อบัตรได้ที่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่เว็บไซด์ allticket เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันอังคารที่ 11 พ.ย. 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
TOYOTA GAZOO Racing Thailand รุกฆาต! รับแชมป์ 3 รุ่น ปิดฤดูกาล TSS The Super Series 2025
“TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รุกฆาตปิดฤดูกาลความเร็ว “TSS The Super Series 2025” ผงาดชัยรับถ้วยแชมป์รุ่น GTM Am – GT4 Am- GTC นำทีมโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ, กฤษฎิ์ วสุรัตน์, ณ ดล วัฒนธรรม, นรรัศมิ์ อภิวาท, ทรงศักดิ์ กรศิริสืบสกุล และ ไอตั้น อัษฎาธร ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
โดยอีเว้นท์สุดท้ายของ TSS The Super Series 2025 ทีมนักแข่ง “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ยังโชว์พลังท็อปฟอร์ม ส่งรถลงสนามสู้เต็มสมรรถนะทั้งรถและคน
รุ่น Supercar GTM ลงสนาม 2 คัน ด้วยรถ TOYOTA GR Supra หมายเลข 24 ขับโดย แมดคาว-ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ ที่คะแนนเก็บสะสมมีลุ้นแชมป์ฟาดกันสุดเดือดก่อนจบการแข่งขันไปแบบสะใจรับถ้วย Class Supercar GTM Am ในอันดับ 1 ทั้งสองเรซ ด้านรถหมายเลข 9 ขับโดย แมน-ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ ต้น-มานัต กุละปาลานนท์ สู้เต็มที่ไม่มีแผ่วจบผลงานใน Class Super Car GTM Pro Am อันดับ 3 ทั้งสองเรซ
รุ่น Supercar GT4 ด้วยรถ TOYOTA GR Supra GT4 หมายเลข 19 ขับโดย อาร์โต้-สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และ จั้ม-กรัณฑ์ ศุภพงษ์ จบการแข่งขัน Class GT4 Am ในอันดับ 1 และอันดับ 2
รุ่น Supercar GTC ใช้รถ Corolla Altis GR Sport หมายเลข 9 ขับโดย เอ็กซ์-อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ ต้นกล้า-กฤษฎิ์ วสุรัตน์ ปิดฤดูกาลนี้ด้วยโพเดียมอันดับ 2 และ 1
รุ่น Super Touring โดยรถ YARIS ATIV หมายเลข 51 ขับโดย ไอตั้น-อัษฎาธร ปิดฤดูกาลใน Class ST-NA ด้วยผลงานอันดับ 2 และ 3
หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “สำหรับรายการ TSS The Super Series ทีมตั้งใจทำผลงานในทุกสนามอย่างเต็มที่ และยังเดินหน้าพัฒนารถ TOYOTA GR ในแต่ละรุ่นให้ตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยความร่วมมือของทีมแข่งและทีมวิศวกรชาวไทย (TMA) ที่ทำงานร่วมกันเก็บข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนารถยนต์ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต พวกเราทุกคนขอขอบคุณแฟนๆทุกท่านที่ติดตามเชียร์และเป็นกำลังใจให้ทีมเสมอมา และขอฝากให้ติดตามผลงานของทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าด้วยนะครับ”
ร่วมติดตามชมภาพบรรยากาศแข่งขันของ “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” เพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram: TOYOTAGAZOORacingTeamThailand
-
News Car1 Min Read
GWM ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” ย้ำ! ไม่ลดราคา เน้นดูแลลูกค้า ผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Will” พร้อมการันตีเงื่อนไขเดียวกับ Motor Expo 2025 ทั่วประเทศ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM ได้ตอกย้ำกลยุทธ์ระยะยาวในการยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับผู้บริโภคไทย เปิดตัวแคมเปญ “Good Cat Good Will” สำหรับ GWM ORA Good Cat ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ด้วยการประกาศชัดไม่ลดราคา พร้อมยืนยันการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าแบบรอบด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านการลดภาระการผ่อน และการสร้างความอุ่นใจผ่านการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุมในระยะยาว
แคมเปญ Good Cat Good Will เป็นข้อเสนอสุดพิเศษกับโอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 3.0 สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 โดย GWM จะการันตีข้อเสนอเดียวกับงาน Motor Expo กับสิทธิประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวโดยไม่ต้องรอถึงงาน Motor Expo 2025 และหากในงาน Motor Expo 2025 มีการมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม GWM จะขยายสิทธิประโยชน์นั้นให้กับลูกค้าที่ซื้อก่อนหน้านั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทั่วประเทศ ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงและตัดความกังวลขอลูกค้าด้านการทำสงครามราคาออกไป ลูกค้าที่สนใจสามารถทำการจอง GWM ORA Good Cat ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงงาน Motor Expo เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการด้านเอกสารและการส่งมอบรถยนต์
แคมเปญ Good Cat Good Will นี้ GWM ขอมอบ 3 สิทธิประโยชน์** ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระระยะสั้น และสร้างความสบายใจระยะยาว ดังนี้
- ช่วยผ่อน 1 ปีเต็ม: GWM สนับสนุนภาระการผ่อนรายเดือน จำนวนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 60,000 บาท (สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA) และจำนวน 7,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน (สำหรับรุ่น GT) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในช่วงปีแรกของการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายผู้บริโภค
- ช่วยคุ้มครอง 2 ปีเต็ม: มอบฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 ปีเต็ม ทั้งปีแรกและปีที่สอง เพื่อให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุหนักหรือเกิดความเสียหายของแบตเตอรี่แรงดันสูงในปีแรก ที่ทำให้ยากต่อการหาบริษัทประกันในปีที่ 2 สิทธิประโยชน์นี้ จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงลำพังและจะมี GWM อยู่เคียงข้างเสมอ
- ช่วยดูแล 5 ปีเต็ม: แพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) ระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ จำนวนสูงสุด 5 ครั้ง หรือ 75,000 กิโลเมตร โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานบริการของ GWM ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในระยะยาว โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายตามรอบเช็กระยะ และมั่นใจได้ว่ารถได้รับการดูแลด้วยอะไหล่แท้และกระบวนการที่ได้มาตรฐานเดียวกันทั่ว GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั้งประเทศ
GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น ดังต่อไปนี้
- GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
- GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
- GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท*
*ราคาหลังหักส่วนลด 200,000 บาท ในรุ่น PRO และ ULTRA และราคาหลังหักส่วนลด 270,000 บาทในรุ่น GT
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ GWM ORA GOOD CAT ได้ที่ https://www.gwm.co.th/th/models/ora-good-cat
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “แคมเปญ ‘Good Cat Good Will’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยั่งยืนในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการลดราคาไม่ใช่คำตอบของการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน GWM เชื่อมั่นในสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริการหลังการขาย คือหัวใจสำคัญของการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยข้อเสนอพิเศษใน Good Cat Good Will ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า เราต้องการให้ทุกคนมั่นใจว่าการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็นการเลือกแบรนด์ที่พร้อมดูแลและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งานอย่างโปร่งใสและจริงใจอย่างแท้จริง”
#GWM #GWMThailand #ORA #GWMORAGoodCat #ORAGoodCat
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำภาพแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าแค่รถยนต์
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่น Bentayga โดยชุดอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบเฉพาะจะมอบความสะดวกสบายตลอดจนความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งานให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแสนรัก
ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์เกือบหนึ่งในสามมักเดินทางกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ การเปิดตัวคอลเลกชันนี้จึงเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งรถยนต์และผู้โดยสาร และช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางในชนบทหรือในเมืองจะเป็นไปอย่างราบรื่น
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงประกอบไปด้วยที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษ, แผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทก, ผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตู คุณสมบัติที่หลากหลายเหล่านี้ยังเสริมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ขึ้น, พรมยางปูพื้นห้องโดยสาร และความอุ่นใจจากกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกวิดีโอในทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
พื้นที่เก็บสัมภาระที่หรูหรา
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงมาพร้อมกับที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษและที่แยกกระเป๋าเดินทางแบบเคลื่อนที่ ซึ่งได้รับการออกแบบและผลิตมาเพื่อมอบการเดินทางที่ยืดหยุ่นพร้อมกับพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นให้กับสัตว์เลี้ยง และเพื่อให้เจ้าของรู้สึกอุ่นใจ โดยสัตว์เลี้ยงสามารถเดินทางไปกับเจ้าของได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ในขณะเดียวกันก็สามารถจัดเก็บกระเป๋าเดินทาง ถุงช้อปปิ้ง หรืออุปกรณ์กลางแจ้งอื่นๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ
ความสบายที่มากขึ้นยังมากับแผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทกที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับรูปทรงในช่องสัมภาระของ Bentayga ได้อย่างพอดี แผ่นรองพื้นบุด้วยนวมที่สามารถกันน้ำและถอดออกได้อย่างง่ายดายช่วยปกป้องพื้นรถจากอุ้งเท้าที่สกปรกและขนที่เปียกชื้นจากการเหยียบย่ำในโคลน และตัวกันกระแทกยังสามารถป้องกันรอยขีดข่วนเมื่อสุนัขกระโดดเข้าและออกได้
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
ชุดอุปกรณ์เสริมภายในห้องโดยสารยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบภายในอันประณีตและงดงามของเบนท์ลีย์ไว้เป็นอย่างดี ขณะเดียวยังมอบความสะดวกสบายให้แก่ทุกชีวิตตลอดการเดินทางอย่างผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตูสำหรับทุกรูปแบบการจัดวางเบาะโดยสารของ Bentayga ที่จะช่วยให้เพื่อนสี่ขาสามารถยืดตัวได้อย่างอิสระ โดยไม่ขีดข่วนเบาะโดยสาร การออกแบบอันชาญฉลาดนี้ยังช่วยให้สามารถยึดได้กับเข็มขัดนิรภัยและจุดเกี่ยวเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ได้ มอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างฟังก์ชันการใช้งาน และความประณีต
นอกจากนี้ ชุดอุปกรณ์ยังมีพรมยางรองพื้นกันเปื้อนที่ทนทาน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่หรูหราสำหรับป้องกันพื้นห้องโดยสารจากสิ่งสกปรกหลังการเดินลุยโคลนในชนบทหรือเหยียบทรายบริเวณชายหาดได้อย่างสบาย
ชุดคอลเลกชันอุปกรณ์เสริมยังมอบอรรถประโยชน์มากมายผ่านมุมมองของการเดินทางที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างราวหลังคาแบบ Cross Bar ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระเหนือตัวรถ ทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเบาะโดยสารด้านหลังและช่องเก็บสัมภาระท้ายรถเพื่อให้สัตว์เลี้ยงอันแสนรักได้เพลิดเพลินกับพื้นที่ได้อย่างอิสระ
อีกทั้ง ผู้ขับขี่ยังอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยกล้องติดรถ Bentley Drive Vision ที่มาพร้อมกล้องที่หันไปด้านหน้าและด้านหลังซึ่งจะบันทึกทุกการเดินทางด้วยความละเอียดสูง ช่วยให้เจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์อุ่นใจไปตลอดการเดินทาง
มากกว่าแค่การใช้งาน เเต่คือไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิต
ชุดอุปกรณ์เสริมทุกชิ้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ในการสร้างสรรค์งานฝีมืออันประณีตด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมียม อุปกรณ์แต่ละชิ้นจึงได้รับการออกแบบด้วยการเย็บเสริมความแข็งแรงและการตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดเช่นเดียวกับการตกแต่งภายในรถยนต์เบนท์ลีย์ที่ทุกรายละเอียดรับประกันการใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ลดทอนความหรูหรา
การเปิดตัวอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในการนำเสนอไลฟ์สไตล์หรูที่มากกว่าแค่รถยนต์ ซึ่งรวมไปถึง Bentley Home, Bentley Residences และ Bentley Experiences ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของแบรนด์ที่ว่าความหรูหราควรครอบคลุมทุกช่วงเวลาของชีวิตและทุกชีวิตในครอบครัว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เผยโฉมจักรยานยนต์แห่งอนาคต 4 รุ่น ในงาน Japan Mobility Show 2025 ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Power of Dreams” สู่ความอิสระแห่งการเดินทางในทุกมิติ
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานมหกรรมยานยนต์ระดับโลก Japan Mobility Show 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568 ณ ศูนย์นิทรรศการนานาชาติ “โตเกียว บิ๊กไซต์” (Tokyo Big Sight) ภายใต้แนวคิด “The Power of Dreams – How we move you.” ถ่ายทอดพลังแห่งความฝันที่ขับเคลื่อนฮอนด้าให้สร้างสรรค์นวัตกรรมเพื่ออิสระแห่งการเดินทางในทุกมิติ ทั้งทางบก ทางน้ำ ทางอากาศ และอวกาศ
ภายในบูธฮอนด้า จัดแสดงนวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัยครบวงจร ตั้งแต่จักรยานไฟฟ้า รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ไปจนถึงเครื่องบินธุรกิจและจรวดพลังงานสะอาด สะท้อนความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการก้าวสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050
ขณะเดียวกัน ในส่วนของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้เปิดตัวโมเดลต้นแบบและรุ่นใหม่รวม 4 รุ่น ที่สะท้อนทิศทางแห่งอนาคตของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด และสืบสานจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์เพื่อมอบ “ความสุขของการขับขี่” อย่างแท้จริง
EV OUTLIER CONCEPT: ต้นแบบรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคต ปลดปล่อยอิสระแห่งการขับขี่ในทุกมิติ
EV OUTLIER CONCEPT รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าคอนเซ็ปต์ที่พลิกนิยามการออกแบบแบบเดิม ด้วยดีไซน์ “Dynamic & Low Proportion” ที่เน้นเส้นสายลู่ต่ำและพลิ้วไหว ติดตั้งระบบขับเคลื่อนมอเตอร์ไฟฟ้า In-Wheel Motor ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อการตอบสนองที่เฉียบคมและสมดุล โดดเด่นด้วยโครงสร้างโปร่งใส (Smoke-Clear Body) เผยให้เห็นความงามเชิงวิศวกรรม พร้อมจอแสดงผลแบบกราฟิกที่ปรับแรงบิดและโหมดขับขี่ได้อย่างอิสระ ถ่ายทอดแนวคิด “Gliding – Ecstasy – Low” ให้ผู้ขับสัมผัสความเป็นหนึ่งเดียวกับรถได้อย่างเต็มอารมณ์
Honda e-MTB Prototype: สนุกกับทุกการปั่น ผสานความมันส์ของมอเตอร์ไซค์กับความเป็นธรรมชาติของจักรยาน
จักรยานเสือภูเขาไฟฟ้าระดับพรีเมียม ภายใต้แนวคิด “Ride Natural, Reach New Peaks” ถ่ายทอดแนวทางการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ที่รวมความเร้าใจของการขี่มอเตอร์ไซค์เข้ากับความสนุกของการปั่นจักรยานอย่างเป็นธรรมชาติ ระบบช่วยปั่นไฟฟ้าเพิ่มแรงส่งให้นุ่มนวล เหมาะสำหรับทุกเส้นทาง ทั้งในเมือง ภูเขา และการผจญภัยกลางธรรมชาติ
CB1000F และ CB1000F SE: สืบทอดจิตวิญญาณแห่งตระกูล CB สู่มาตรฐานใหม่ของสปอร์ตไบค์ระดับเรือธง
รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเปิดตัวสปอร์ตไบค์ตระกูล CB ที่สืบทอดเอกลักษณ์ความแข็งแกร่งและสง่างามไม่เสื่อมคลาย รุ่น CB1000F มาพร้อมดีไซน์สมส่วน เฉียบคม และสมรรถนะที่ตอบสนองได้อย่างมั่นใจ ส่วนรุ่นพิเศษ CB1000F SE เพิ่มความโดดเด่นด้วยแฟริ่งหัวไฟดีไซน์เฉพาะ เสริมบุคลิกหรูหราเหนือระดับ ถ่ายทอดความสมดุลระหว่างพลังและความงามในแบบฉบับฮอนด้าอย่างลงตัว
Super Cub 110 Lite: ขับขี่คล่องตัวในทุกวัน สะท้อนมาตรฐานใหม่ของชีวิตคนเมือง
อีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความสนใจคือ Super Cub 110 Lite ที่พัฒนาภายใต้มาตรฐานใหม่ของญี่ปุ่นในกลุ่ม Class 1 Motorized Bicycle ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันด้วยเครื่องยนต์กำลังสูงสุด 3.7 กิโลวัตต์ สมรรถนะเหนือกว่ารุ่นเดิม ทั้งแรงบิดต่อเนื่อง การเร่งที่นุ่มนวล และความประหยัดพลังงาน เหมาะสำหรับผู้ใช้ที่มองหารถจักรยานยนต์ขนาดเล็กราคาคุ้มค่า ขับขี่ง่าย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นอกจากกลุ่มรถจักรยานยนต์แล้ว บูธฮอนด้ายังจัดแสดงนวัตกรรมเพื่อการเดินทางแห่งอนาคตอีกมากมาย อาทิ รถยนต์ไฟฟ้า Honda 0 Series, เครื่องบินธุรกิจ HondaJet Elite II, เครื่องยนต์เรือรุ่นใหม่ BF350 และต้นแบบจรวดพลังงานสะอาด ซึ่งทั้งหมดสะท้อนให้เห็นถึงการขับเคลื่อนของฮอนด้าในทุกมิติ เพื่อสร้างคุณค่าทางเทคโนโลยีและมอบอิสรภาพแห่งการเดินทางอย่างยั่งยืนให้กับผู้คนทั่วโลก
ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการนำพาเทคโนโลยีแห่งอนาคตมาสู่ชีวิตจริงอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมสานต่อคำมั่นในการมอบ “ความสุขและอิสรภาพแห่งการเดินทาง” ให้กับผู้คนทั่วโลก ภายใต้วิสัยทัศน์ “The Power of Dreams” ที่เป็นหัวใจสำคัญของฮอนด้าเสมอมา
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#JapanMobilityShow2025 #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ แถลงผลงานทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ พร้อมเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้จำหน่ายรถยนต์ มินิ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวผลงานของทีมแข่ง ‘Millennium Motorsport x Magik Proshop’ ประจำปี 2568 ที่มี ‘มงคล คำสูง’ นักแข่งมืออาชีพที่มาพร้อมรถคู่ใจ ‘MINI Cooper F56 Challenge EVO’ วาดลวดลาย
สร้างผลงานน่าประทับใจในรายการ PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 รวม 7 สนาม พร้อมเปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ จำนวนจำกัด ณ โชว์รูม
พร้อมศูนย์บริการครบวงจร มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาเอกมัยสมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจ ในการที่ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ ส่งรถยนต์ มินิ ตัวแข่งลงสนามชิงชัยในรายการระดับประเทศ และเพื่อต่อยอดให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต วันนี้เราได้เปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ มีจำกัดเพียงไม่กี่คัน ที่สำคัญ มาพร้อมสิทธิพิเศษในการ
ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ถึง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
ให้เจ้าของรถได้สัมผัสประสบการณ์แบบนักแข่งบนแทรคระดับสากล พร้อมคำแนะนำเทคนิคการขับ โดยนักแข่งมืออาชีพอย่าง คุณเอก มงคล คำสูง”++ MINI CHALLENGE — ต้นฉบับแห่งความเร้าใจสไตล์มินิ สู่ยุคมอเตอร์สปอร์ตไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
‘MINI Challenge’ คือรายการแข่งรถยนต์แบบ ‘วัน-เมค-เรซ’ (One-Make Race) ที่ใช้รถ
รุ่นเดียวกันทั้งหมด เปิดโอกาสให้นักขับทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ได้ลงสนามจริงอย่างเท่าเทียม เริ่มต้นครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรช่วงปีพ.ศ. 2545 และได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ของการแข่งที่สนุก เข้มข้น และสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ MINI ได้อย่างชัดเจน — ขับสนุก คล่องตัว และเต็มไปด้วยพลังแห่งความท้าทาย (Challenge DNA)ปีนี้ ความเร้าใจของ MINI Challenge ได้ก้าวสู่ยุคใหม่อีกขั้น เมื่อ Formula E ได้ประกาศเปิดตัว ‘NXT Gen Cup’ รายการ Junior Touring Car โดยใช้รถไฟฟ้า 100% เปิดโอกาสให้นักขับอายุ 15–25 ปีลงแข่ง เพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก โดยฤดูกาลแรก วางแผนจัดหลายสนามทั่วยุโรป เช่น อิตาลี เยอรมนีและอังกฤษ ตอกย้ำพันธกิจ ของ Formula E และ MINI ในการขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสานต่อจิตวิญญาณ
แห่ง ‘MINI Challenge’ สู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มพลัง++ ‘MINI Black Edition E-Challenge’ เวอร์ชั่นพิเศษเฉพาะ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้
สัมผัส ‘MINI Black Edition E-Challenge’ ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดชิค รุ่นพิเศษ ผลิตจำกัด
และมีจำหน่ายที่โชว์ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เท่านั้น รูปลักษณ์สปอร์ตเข้มดูดุดัน ด้วยตัวถังสีดำ ตัดกับล้อ JCW Rallye Spoke ขนาด 18 นิ้ว สีทอง พร้อมสติ๊กเกอร์ลายพิเศษ ‘Black Edition’
สีเดียวกัน ขณะที่อัตราเร่งก็จี๊ดจ๊าดสะใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยมาพร้อมสิทธิพิเศษ
ที่ผู้ครอบครองจะได้รับ คือ การเข้าร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge’ ที่จะจัดขึ้นในอนาคตร่วมเป็นครอบครัว MINIster และพบกับกิจกรรมและข้อเสนอดีๆ แบบนี้ได้ที่ โชว์รูม มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนผู้ใช้รถตรวจรถฟรีถึง 10 รายการ ขับขี่ปลอดภัย รับเทศกาลปีใหม่ 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2568
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าบิ๊กไบค์ทุกรุ่น เข้ารับบริการตรวจรถฟรีกับกิจกรรม“ตรวจรถฟรี ขับขี่ปลอดภัย เทศกาลปีใหม่ 2569” เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน และสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2569 พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ ได้ที่ Honda BigWing ทั่วประเทศ (เฉพาะร้านที่ร่วมรายการ) ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2569
สำหรับบริการตรวจเช็กรถฟรีครั้งนี้ ทางลูกค้าจะได้รับสิทธิพิเศษมากมาย ได้แก่
- ฟรี! ค่าแรงเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง มูลค่า 300 บาท
- ตรวจเช็กรถฟรี 10 รายการ ตามมาตรฐานคู่มือฮอนด้า ครอบคลุมตั้งแต่ระบบเครื่องยนต์ ระบบส่งกำลัง ระบบระบายความร้อน ระบบเชื้อเพลิง ระบบคลัตช์ ระบบรองรับน้ำหนัก ระบบเบรก ระบบไฟฟ้า ขาตั้งข้าง/ขาตั้งกลาง รวมถึงล้อและยาง
- รับ 500 แต้มฟรี จากแอปพลิเคชัน My Honda Moto เพื่อใช้แลกรับสิทธิประโยชน์ในอนาคต
- ส่วนลดค่าอะไหล่ 10 – 20% (สำหรับร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมรายการ)
กิจกรรมนี้ เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของฮอนด้าบิ๊กไบค์ ในการสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยให้ผู้ขับขี่ก่อนออกเดินทางในช่วงเทศกาลสำคัญ พร้อมมอบสิทธิพิเศษเพื่อแทนคำขอบคุณที่ลูกค้าให้การสนับสนุนและไว้วางใจฮอนด้ามาโดยตลอด
ผู้สนใจสามารถเข้ารับบริการได้ที่ Honda BigWing ที่เข้าร่วมกิจกรรมทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 พฤศจิกายน 2569
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/
#ฮอนด้าบิ๊กไบค์ #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld
#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ด่วน! กกท.เผย วาระ “ต่อสัญญา MotoGP” 5 ปี! เข้าครม. เคาะ 4 พ.ย. นี้ ย้ำความคุ้มค่า-ราคาลิขสิทธิ์อยู่ในเกณฑ์ที่ไม่สูง
การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ยืนยันการเจรจาต่อสัญญาจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP กับ Dorna Sports ได้ข้อสรุปแล้ว เดินหน้านำแผนต่อสัญญาระยะยาวอีก 5 ปี (ปี 2027 – 2031) เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) คาดสามารถเข้าสู่วาระในนัดถัดไปคือ วันที่ 4 พ.ย.นี้ “ดร.ก้องศักด”ย้ำจุดยืนที่แข็งแกร่งของ ThaiGP เป็นแต้มต่อมหาศาล รวมถึงสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท แม้จะมีค่าลิขสิทธิ์เพิ่มขึ้นแต่เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ถือว่าราคาไม่สูงและคุ้มค่าที่สุด หาก ครม.เห็นชอบ กกท.จะเร่งดึงภาคเอกชนเข้ามาร่วมจัดงานอย่างเป็นรูปธรรมทันที หลังการลงนามในสัญญา เพื่อให้ MotoGP ไทยเป็นเมกะอีเวนต์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เผยความคืบหน้าการเจรจาต่อสัญญาโมโตจีพี สนามประเทศไทย ว่า การกีฬาแห่งประเทศไทย รวมถึงรัฐบาล ทราบดีว่า การต่อสัญญาการจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามประเทศไทย ถูกจับตาจากสื่อมวลชนทั้งต่างชาติ สื่อไทย รวมถึงแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก ต่างรอคอยให้ความสนใจอย่างมากต่อสถานะของ ThaiGP หลังปี 2026 ขอยืนยันว่า ขณะนี้การเจรจาระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทยในฐานะคู่สัญญากับ Dorna Sports เสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศให้มากที่สุดและเตรียมเดินหน้าเข้าสู่การอนุมัติขั้นสุดท้าย
ทั้งนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย มีความมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าต่อสัญญาการเป็นเจ้าภาพ MotoGP เพราะตลอดหลายปีที่ผ่านมา การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก MotoGP ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รับการยอมรับในระดับโลก ทั้งด้านมาตรฐานสนามและการบริหารจัดการแข่งขัน ซึ่งส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของประเทศ โดยได้ทำงานอย่างใกล้ชิดกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรวบรวมข้อมูลและจัดทำข้อเสนอเชิงกลยุทธ์ฉบับใหม่ เพื่อเสนอต่อคณะรัฐบาลให้พิจารณา
ดร. ก้องศักด ย้ำถึงความคุ้มค่าของการต่อสัญญาครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “การดำเนินการต่อสัญญา พิจารณาจากผลงานที่ผ่านมา เรามีข้อมูลเชิงประจักษ์ว่า ThaiGP สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนจำนวนมหาศาล และเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังที่สุดในการพัฒนามิติต่างๆมากมาย อาทิ มิติในการพัฒนาด้านกีฬา, เป็น Soft Power และ Global Brand Positioning ของประเทศไทย ตลอด 6 ปี สร้างรายได้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมสูงถึง 2.4 หมื่นล้านบาท จากการท่องเที่ยว การจ้างงาน การลงทุน และการกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น ถือเป็นผลสำเร็จของนโยบาย Sport Tourism ของไทยอย่างแท้จริง”
โดยที่ผานมา ThaiGP มีจุดแข็งทั้งเสน่ห์วิถีไทย ที่สร้างชื่อและความประทับใจให้ประเทศไทยเป็นที่จับตามองและจารึกชื่อในประวัติศาสตร์มอเตอร์สปอร์ตโลกต่อเนื่องมาถึง 6 ปี รวมถึงล่าสุดกับ 2 ปีซ้อนที่ ที่เราได้เป็น “สนามเปิดศักราชของฤดูกาล” ไม่ใช่แค่สนามแข่งในปฏิทิน ซึ่งเป็นตำแหน่งทางการตลาดที่ทรงพลัง และแต้มต่อที่เหนือกว่า’ 22 สนามใน 18 ประเทศ
การต่อสัญญาในครั้งนี้ จะต่อสัญญาออกไป 5 ปี ระหว่างปี 2027 – 2031 (พ.ศ. 2570 – 2574) สำหรับการนำเสนอเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อพิจารณาและอนุมัติงบประมาณนั้น กำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดย คาดว่าจะสามารถนำเข้าวาระการประชุมนัดต่อไปคือ วันที่ 4 พ.ย.นี้
ผู้ว่าการ กกท. ยอมรับว่าในการต่อสัญญาครั้งนี้ มีการเพิ่มค่าลิขสิทธิ์การจัดการแข่งขันขึ้นเล็กน้อย แต่ยืนยันว่าราคาของประเทศไทย ‘ไม่สูง’ เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ โดยมีปัจจัยสำคัญคือจุดแข็งที่ไม่มีใครเทียบได้ โดยเราพยายามต่อรองให้ได้เงื่อนไขที่คุ้มค่าที่สุด
โดยในแผนการจัดการแข่งขันในสัญญาฉบับใหม่ มุ่งเน้นการยกระดับการจัดการแข่งขันให้สอดคล้องกับเทรนด์โลก สร้างคุณค่า สร้างภาพลักษณ์เชิงกลยุทธ์ และผลประโยชน์สูงสุดที่ประเทศไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพระยะยาว ซึ่งมีความชัดเจนและแข็งแกร่งกว่าเดิมมาก ผมมั่นใจว่าด้วยจุดแข็งที่เรามีและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เราจะสามารถนำข่าวดีมาสู่แฟนมอเตอร์สปอร์ตชาวไทยและทั่วโลกได้ในเร็วๆนี้
ซึ่งหลังจากนี้หากว่าคณะรัฐมนตรีเห็นชอบตามที่ การกีฬาแห่งประเทศไทย เสนอ ยังมีขั้นตอนต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ดำเนินการจัดสรรงบประมาณทั้งงบประมาณประจำปีและงบจากกองทุนการพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ (NSDF)
ดังนั้นหลังจากดำเนินการลงนามในสัญญา การกีฬาแห่งประเทศไทย มีแนวนโยบายที่จะให้ภาคเอกชน เข้ามามีส่วนร่วมมากขึ้น จะมีการเชิญภาคเอกชนเข้ามาเจรจาและร่วมในการจัดงานอย่างเป็นรูปธรรมและทันที เนื่องจากการต่อสัญญาครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่คาบเกี่ยวกับการจัดงานปีสุดท้ายของสัญญาเก่า (2026) ซึ่งถือว่าล่าช้า ทำให้ต้องมีการเร่งรัดการดำเนินงาน เร่งบูรณาการความร่วมมือด้านต่างๆของภาครัฐและเอกชนร่วมกันให้มากที่สุด เพื่อให้ MotoGP ไทยเป็นเมกะอีเวนต์ที่สร้างประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติ
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวของการจัดโมโตจีพี สนามประเทศไทย ประจำปี 2026 ภายใต้ชื่อรายการ “PT Grand Prix of Thailand 2026” (พีที กรังด์ปรีซ์ ออฟ ไทยแลนด์) เตรียมจัดงานแถลงข่าวพร้อมเปิดจำหน่ายบัตรอย่างเป็นทางการ วันอังคารที่ 11 พ.ย. 2568
ส่วน MotoGP ฤดูกาล 2026 นี้ ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ “โมโตจีพี” มีแผนที่จะจัดงานเปิดตัว MotoGP ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ในวันที่ 6-7 ก.พ. จากนั้นต่อด้วย Pre-Season Test หรือการทดสอบก่อนเปิดสนาม ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศไทย ในวันที่ 21-22 ก.พ. และระเบิดศึกในประเทศไทย เป็นสนามที่ 1 เปิดฤดูกาล ระหว่างวันที่ 27 ก.พ.-1 มี.ค.2569 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
สำหรับช่องทางการเปิดจำหน่ายบัตรโมโตจีพี 2026 ได้แก่ Counter Service All Ticket ในร้าน 7-Eleven ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ www.allticket.com เริ่มจำหน่ายตั้งแต่ วันอังคาร 11 พ.ย. 2568 เวลา 14.00 น. เป็นต้นไป ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ แฟนเพจ Chang Circuit Buriram
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
default -
News Motocycle1 Min Read
“อุ้ม–นพรุธพงษ์” ผงาดติดท็อป 5 เอเชีย! ปิดฉากฤดูกาล “อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” มาเลเซีย
“อิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ 2025” สนามที่ 6 ปิดฉากฤดูกาล ที่ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
นักบิดดาวรุ่งไทยจากโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะ ดรีม” ควบรถ Honda NSF250R ในรอบคลอลิฟาย “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ หมายเลข 20 ทำเวลา 02:19.337 นาที สตาร์ตลำดับที่ 7 ลุ้นคว้าท็อป 5 เอเชีย ตามมาด้วย “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง หมายเลข 5 ทำเวลา 02:19.867 นาที สตาร์ตลำดับที่ 13
เรซแรกการแข่งขันเป็นไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เริ่มต้นเกมด้วยการตกไปอยู่อันดับที่ 9 ก่อนที่จะโชว์ฟอร์มสุดแกร่งยกระดับความเร็วไล่แซงจนขยับไปลุ้นโพเดียมก่อนที่จะคว้าอันดับ 5 ได้อย่างยอดเยี่ยมเก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 11 คะแนน ขณะที่ “ออสติน-ธนฉรรต” ต่อสู้ท่ามกลางสนามสุดท้าทายจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 14 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 2 คะแนน
เรซสองซึ่งเป็นเรซสุดท้ายของฤดูกาล 2025 นักบิดดาวรุ่งไทยต้องฝ่าฟันอุปสรรคท่ามกลางอากาศสุดร้อนระอุ เกมการแข่งขันก็ดำเนินไปอย่างเข้มข้น “อุ้ม-นพรุธพงษ์” สู้สุดกำลังจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 9 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 7 คะแนน คว้าอันดับที่ 5 ของเอเชียไปครองด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 120 คะแนน ด้าน “ออสติน-ธนฉรรต” ใส่สุดขยับมาจบอันดับที่ 10 เก็บแต้มสะสมเพิ่มไป 6 คะแนน ได้อันดับที่ 11 ของเอเชียด้วยแต้มสะสมรวมทั้งฤดูกาล 60 คะแนน
ด้าน “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 24 ดาวรุ่งหน้าใหม่ แม้ไม่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในสนามนี้ แต่ผลงานตลอด 5 สนาม 10 เรซ ที่ผ่านมาเก็บแต้มสะสมได้ทั้งหมด 39 คะแนน จบอันดับที่ 13 ของเอเชีย
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #AsiaTalentCup #IATC #Austin5 #Aum20 #Fer24
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
Repsol Honda HRC ร้อนแรงต่อเนื่อง “โทนี่ โบ” นำทีมคว้าชัย X-Trial 2026 สนาม 2
Repsol Honda HRC ทำผลงานสุดเหนือชั้นต่อเนื่อง ในการแข่งขันศึก X-Trial World Championship 2026 สนามที่ 2 มาดริด ประเทศสเปน ด้วยชัยชนะของ “โทนี่ โบ” ยอดนักบิดไต่เขาชาวสเปนซึ่งเป็นวินเนอร์ครั้งที่ 93 ของเจ้าตัว ตามมาติด ๆ ในอันดับที่ 2 กับผลงานของทีมเมท “กาเบียล มาเซลลี่” เป็นการคว้าชัยชนะพร้อมกับกวาดอันดับที่ 1 และ 2 สองสนามติดต่อกัน ในศึก X-Trial World Championship 2026 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
การต่อสู้ในรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขัน X-Trial เป็นศึกที่ต้องอาศัยทั้งทักษะ ความแม่นยำ และประสบการณ์ของนักบิดในการควบคุมรถ เพื่อทำผลงานให้ดีที่สุดและลดความผิดพลาดให้น้อยที่สุด ซึ่งยอดนักขับสเปนของฮอนด้าอย่าง “โทบี่ โบ” สามารถทำได้อย่างยอดเยี่ยมแม้ว่าจะพึ่งเป็นต้นซีซั่น ผ่านทุกอุปสรรคในการแข่งขันไม่ก่อความผิดพลาดและเปิดช่องให้คู่แข่งท้าทายได้เลย คว้าชัยชนะไปครองได้สำเร็จ ขณะที่ “กาเบียล มาเซลลี่” ที่เปิดฤดูกาลด้วยฟอร์มที่ร้อนแรง คว้าโพเดียมอันดับที่ 2 ได้สำเร็จอีกครั้ง
จบการแข่งขันสนามที่ 2 “โทนี่ โบ” คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกันและเก็บไปแล้ว 40 คะแนนเต็ม โดยมี “กาเบียล มาเซลลี่” คว้าอันดับที่ 2 ทั้ง 2 สนามซึ่งมีคะแนนอยู่ 30 คะแนน นับได้ว่าเป็นการเริ่มต้นซีซั่นได้อย่างแข็งแกร่งของฮอนด้าด้วยการส่งผลให้รั้งตำแหน่งหัวแถวของตารางแชมเปี้ยนชิพทันที
ทั้งนี้ การแข่งขันศึก ศึก X-Trial World Championship 2026 จะกลับมาดวลกันอีกครั้งในโปรแกรมสนามที่ 3 ที่ แซงต์เดอนี ประเทศฝรั่งเศส (Saint Denis, France) ในวันที่ 8 พฤศจิกายน 2568 นี้
#ThaiHonda #HRC #RaceToTheDream #HondaRacingThailand #MotorSport #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #HondaRacingCorporation #FIMXTrailGP #XTrailGP2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
































































































































