• Harley-Davidson Asia & HUGSTICKERCUSTOM เปิดตัว Project Build Your Own Performance Bagger ครั้งแรก

    1 Min Read

    Harley-Davidson Asia & HUGSTICKERCUSTOM เปิดตัว Project Build Your Own Performance Bagger ครั้งแรก

    เปิดโลกของการออกแบบรถในสไตล์ของคุณ ที่สุดแห่งการออกแบบ และสไตล์รังสรรค์ขึ้นเพื่อเปลี่ยน Harley-Davidson ของคุณ ให้กลายเป็นรถมอเตอร์ไซค์สมรรถนะสูงอย่างแท้จริง ด้วยกราฟิกที่ดุดัน เร้าใจ จาก HUGSTICKERCUSTOM ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่งออกแบบมาเพื่อ Harley-Davidson โดยเฉพาะ ยกระดับ Harley-Davidson จากโรงงานของคุณไปอีกขั้น ด้วยดีไซน์สุดพิเศษจาก HUGSTICKERCUSTOM และก้าวข้ามขีดจำกัดแห่งสไตล์ได้แล้ววันนี้

    ภายในงานเปิดให้สัมผัสงานออกแบบ Build Your Own Performance Bagger ทั้ง 6 รุ่นอย่างเป็นทางการก่อนใคร พร้อมสัมภาษณ์พิเศษจาก K. Imran Qadri Head Marketing & PR, Asia Emerging Markets & India จาก Harley Davidson Asia และ คุณปิยนนท์ ทองสารไตร หรือ คุณฟิวส์ จาก HUGSTICKERCUSTOM และขอบคุณ คุณปฏิสิทธิ์ มงคล Sales Executive ตัวแทนจาก Harley-Davidson of Bangkok พระราม 9 สถานที่จัดงานสุดพิเศษในครั้งนี้ สามารถสร้าง Performance Bagger ของคุณได้ ผ่านตัวแทนจำหน่าย Harley-Davidson ที่ใกล้ที่สุดของคุณเพื่อสร้างรถสมรรถนะสูงของคุณ

    #HarleyDavidsonAsia #Hugstickercustom
    #HarleyDavidsonBangkok #HarleyRama9
    #BuildYourOwnPerformanceBagger #PerformanceBagger
    #Beyondthelimits


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • TOYOTA GAZOO Racing Thailand สุดจัด! ยกทีมกวาดโพเดียม TSS The Super Series 2025 ที่มาเลเซีย

    1 Min Read

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand สุดจัด! ยกทีมกวาดโพเดียม TSS The Super Series 2025 ที่มาเลเซีย

    ส่งความแรงระลอกสอง ! สู่สายตาแฟนมอเตอร์สปอร์ตระดับอินเตอร์  เมื่อ TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ผงาดต่อเนื่องในศึก TSS The Super Series 2025” อีเว้นท์ 4 เดินหน้าขึ้นโพเดียมรับถ้วยทั้ง 4 รุ่น นำทีมโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ, กฤษฎิ์ วสุรัตน์, ณ ดล วัฒนธรรม, นรรัศมิ์ อภิวาท และ ไอตั้น-อัษฎาธร ระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

    กลับมาครั้งนี้เป็นการลงสนามในเรซ 7-8 ของรุ่น TSS Supercar GTM- GT4 และเป็นเรซที่ 5-6 ของรุ่น TSS Supercar GTC –Super Touring จบการแข่งขันไปแบบสุดมันผลปรากฏว่า รุ่น TSS Supercar GTM รถ TOYOTA GR Supra หมายเลข 24 ขับโดย แมดคาว-ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ ขับเดี่ยวตลอดการแข่งขันอาศัยประสบการณ์คุมเกมแม่น จบเกมคว้าถ้วย Class Supercar GTM Am ในอันดับ 2 และ อันดับ 1

    ด้านรถหมายเลข 9 ขับโดย แมน-ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ ต้น-มานัต กุละปาลานนท์ ผลัดกันบู๊สุดมันส์ปิดเกมขึ้นโพเดียม Class Supercar GTM Pro Am ในอันดับ 2 ทั้งสองเรซ

    รุ่น TSS Supercar GTC ใช้รถ Corolla Altis GR Sport หมายเลข 9 ขับโดย เอ็กซ์-อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ ต้นกล้า-กฤษฎิ์ วสุรัตน์  ทำผลงานเต็มที่จบการแข่งขัน คว้าอันดับ 1 ในเรซ 5

    รุ่น TSS Supercar GT4 ใช้ TOYOTA GR Supra GT4 หมายเลข 19 ขับโดย อาร์โต้-สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และ จั้ม-กรัณฑ์ ศุภพงษ์  ผสานพลังบุ๋นและบู๊ฝีมือเฉียบจบการแข่งขันรับถ้วย Class Supercar GT4 Am ในอันดับ 3และอันดับ 2

    รุ่น Super Touring ในรถ YARIS HB Turbo หมายเลข 25 ขับโดย ณ ดล วัฒนธรรม และ เน็กซี่-นรรัศมิ์ อภิวาท จบการแข่งขันรับถ้วย Class Turbo อันดับ 5 และอันดับ 3 ส่วนรถ YARIS ATIV หมายเลข 51 ขับโดย ไอตั้น-อัษฎาธร จบการแข่งขันเรซ 5 รับถ้วย Class NA ในอันดับ 3

    หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “อีเว้นท์นี้เข้มข้นสนุกตื่นเต้นครบอารมณ์ในทุกรุ่น มีหลายช่วงที่ต้องตัดสินใจและปรับแผนซึ่งทีมทำได้ดีตั้งแต่ต้นจนจบ ผลคือรถทุกคันทำผลงานได้ยอดเยี่ยมและคว้าถ้วยรางวัล เป้าหมายต่อไปคือชัยชนะในอีเว้นท์ที่ 5 นัดปิดฤดูกาล ขอขอบคุณแฟนๆ ที่ติดตามเชียร์พวกเราครับ”

    แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตร่วมติดตามชมและอัพเดตรายการแข่งขันของ TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถสัญชาติไทยที่มุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/TOYOTAGazooRacingTeamThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Lotus เปิดตัว MY26 ‘A New Era 600’ มอบประสบการณ์ลักชัวรี่เหนือระดับผ่าน 5 Senses Experience

    2 Min Read

    Lotus เปิดตัว MY26 ‘A New Era 600’ มอบประสบการณ์ลักชัวรี่เหนือระดับผ่าน 5 Senses Experience

    โลตัส คาร์ ประเทศไทย ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์โลตัสอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดตัวรถ LOTUS MY26 ในงาน ‘A New Era 600’ สิ้นสุดการรอคอยกับการเปิดตัวโมเดลเยียร์ใหม่ รถยนต์สปอร์ตไฟฟ้าที่มอบสมรรถนะอันยอดเยี่ยม พร้อมยกระดับประสบการณ์ใหม่ที่ให้สัมผัสความพรีเมียมผ่าน 5 Senses Experience จับมือกับพาร์ทเนอร์ชั้นนำระดับประเทศ ร่วมสร้างความเอ็กซ์คลูซีฟในงานเปิดตัวครั้งนี้ที่ โชว์รูม Lotus Cars Thailand (สำนักงานใหญ่) ตั้งแต่วันที่ 20 – 21 กันยายน 2568

    นายธีรพงศ์ รอดลอย Country Manager Lotus Cars Thailand โดย บริษัท แปซิฟิค ไทย มอเตอร์สปอร์ตส์ จำกัด กล่าวว่า “สำหรับงาน ‘A New Era 600’ งานเปิดตัวรถยนต์โลตัสโมเดลเยียร์ใหม่ หลังจากที่ได้เปิดราคาใหม่ไปก่อนหน้านี้ และเปิดชื่อรุ่นย่อยใหม่ EMEYA และ ELETRE ทั้ง 603 แรงม้าและ 905 แรงม้า นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่เราเปิดรุ่นเริ่มต้น EMEYA 600 ในราคาเพียง 4.89 ล้านบาท ซึ่งเป็นรุ่นไฮไลต์ในครั้งนี้ เพื่อต้องการมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดีที่สุดพร้อมการดูแลเหนือระดับ ภายในงานพร้อมให้ยลโฉมรถยนต์รุ่นย่อยใหม่ได้อย่างใกล้ชิด ได้แก่ EMEYA 600, EMEYA 600 GT SE, ELETRE 600 GT SE และ ELETRE 900 SPORT ซึ่งเป็นการเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ที่หลากหลายและอยู่ในช่วงราคาตั้งแต่ 4.89 – 7.99 ล้านบาท ถือเป็นการขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ในมุมกว้างยิ่งขึ้น สร้างทางเลือกความเอ็กซ์คลูซีฟที่ต่างกันในออปชั่นของแต่ละรุ่น พร้อมฟังก์ชันที่ตอบโจทย์การใช้งาน”

    นอกจากนี้ นายธีรพงศ์ กล่าวเสริมว่า “ความพิเศษในงานเปิดตัว Lotus MY26 ครั้งนี้ เราได้สร้างความร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับประเทศ เพื่อเป็นการนำเสนอประสบการณ์ที่แตกต่าง ไม่ว่าจะเป็น ttb, King Power, KEF, BOROM , Mono Wheel และ Martell เพื่อมอบข้อเสนอพิเศษและสัมผัสกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ”

    สำหรับงาน ‘A New Era 600’ มาในคอนเซปต์ ‘When Speed Meet Style’ สร้างประสบการณ์ใหม่ผ่าน 5 Senses Experience นับเป็นอีกไฮไลต์สำคัญของงานที่ร่วมสร้างสรรค์ความเอ็กซ์คลูซีฟในการเปิดตัวรถ Lotus MY26 เพื่อมอบประสบการณ์ให้ลูกค้าในทุก ๆ ด้าน ผ่านทุกสัมผัสทั้ง 5 รูปแบบ (5 Experiences and Activities) คือ

    SIGHT – ชมรถยนต์ LOTUS MY26 ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เสมือนชิ้นงาน Masterpiece

    SOUND – สัมผัสเสียงอันทรงพลัง ทั้งในตัวรถและตลอดภายในงาน จากแบรนด์ KEF

    SCENT – กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ สร้างบรรยากาศความหรูหราจาก BOROM

    TOUCH – เพลิดเพลินกับกิจกรรมสำหรับผู้ที่รักการขับขี่กับ Car Simulator จาก Monowheel

    TASTE – ลิ้มรส Cocktail สูตรพิเศษ จาก Martell ให้ความผ่อนคลายหลังจากการขับขี่

    โลตัส คาร์ ประเทศไทย ได้นำแนวคิด Sensory Experience สร้างสรรค์ประสบการณ์ใหม่ผ่านทุกสัมผัส ร่วมกับ DNA ความเป็นโลตัสเข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับความพรีเมียม ร่วมกับพาร์ทเนอร์อย่างทาง BOROM แบรนด์น้ำหอมไทยสาย niche ชื่อดังที่มีความยูนีคเฉพาะตัว ผสมผสานกับความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์โลตัสทั้ง 4 Pillars

    1) ความเร็วที่เหนือความคาดหมาย (Speed and Racing) จุดเด่นเรื่องความเร็วอันทรงพลัง ของแบรนด์ Lotus รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงและเร็วที่สุดในฐานะ Hyper GT (Dual-Motor) สำหรับ EMEYA และ Hyper-SUV สำหรับ ELETRE ถือเป็นรถที่โดดเด่นเรื่องความเร็วและให้อรรถรสการขับขี่ที่เฉพาะตัว สอดคล้องกับคอนเซปต์ของน้ำหอมกลิ่น Naked Satin ที่สะท้อนคาแรกเตอร์ที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ เป็นหนึ่งใน Signature Scent ที่ให้ความประทับใจตั้งแต่แรกที่ได้สัมผัส เสมือนคุณได้ขับรถยนต์ Lotus เช่นกัน

    2) ความล้ำสมัยด้านเทคโนโลยี (High Technology) ด้วยพละกำลังยานยนต์ไฟฟ้ากว่า 603 – 905 แรงม้า พร้อมกับขุมพลังการประมวลผลอัจฉริยะจาก NVIDIA DRIVE เป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ให้ความล้ำสมัยและเงียบสงบ แต่ทรงพลังอย่างไร้ที่ติ เปรียบเสมือนน้ำหอมกลิ่น Cashmere Unnamed ที่สะท้อนถึงความ Quiet Luxury ที่ให้ความรู้สึกความเรียบหรูแฝงอยู่ในทุกสัมผัส แต่ยังคงสง่างาม

    3) ความสปอร์ตที่โดดเด่น (Gentle Looks) สะท้อนภาพลักษณ์ที่ให้รสนิยมที่แตกต่าง โดดเด่นด้วยดีไซน์ Aerodynamic ที่ให้ความสปอร์ต ด้วยรายละเอียดที่พิถีพิถันทั้งภายนอกและภายในรถ เสมือนกับกลิ่นน้ำหอม Gentle Oxford ที่ให้ความรู้สึกสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด และสะท้อนรสนิยมที่เฉพาะตัว ด้วยเสน่ห์ในแบบ everyday elegance

    4) ความเป็นตำนานของวงการมอเตอร์สปอร์ต (Motorsport Legacy) ด้วยการพัฒนาจากรถแข่ง F1 ที่ถ่ายทอดสมรรถนะจากสนามแข่งสู่ถนนจริง เพื่อส่งต่อประสบการณ์ขับขี่ในรูปแบบ ‘For the Drivers’ ให้ผู้ที่รักในการขับขี่ เปรียบเสมือนกับคาแรกเตอร์ของน้ำหอมกลิ่น Mysterious Wool ในแนว Animalic Note ที่ให้ความรู้สึกปลุกสัญชาตญาณความเป็นมอเตอร์สปอร์ต หลงใหลในความแรงและความเร็ว สะท้อนจิตวิญญาณและแสดงตัวตนความเป็น DNA ของรถยนต์ Lotus อย่างดี

    อีกทั้ง ภายในรถยนต์จะได้สัมผัสอรรถรสด้านเสียงอันโดดเด่นของทาง KEF แบรนด์เสียงระดับไฮเอนด์จากประเทศอังกฤษ เป็นเครื่องเสียงในรถยนต์ Lotus ทุกรุ่น ให้เอกลักษณ์โทนเสียงที่สมดุลและให้รายละเอียดเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งได้มาร่วมสร้างบรรยากาศภายในงาน โดยจัดแสดงเครื่องเสียง Soundbar ที่เสมือนเป็นงานศิลป์มาเติมเต็มประสบการณ์การฟังเหนือระดับ นอกจากนี้จะได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่เสมือนจริง เพลิดเพลินไปกับ Car Simulator และ Electric scooter จาก Monowheel จัดเป็นกิจกรรมที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่ เพื่อสร้างประสบการณ์ร่วมไปกับอรรถรสการขับขี่ของยนตรกรรมไฟฟ้า โลตัส คาร์ ในการเปิดตัวครั้งนี้

     

    นอกจากนี้ โลตัส คาร์ ประเทศไทย มีความตั้งใจที่จะดูแลลูกค้าโลตัสอย่างดีที่สุดและมุ่งหวังที่จะสร้างคอมมูนิตี้ Lotus ให้แข็งแกร่งมากขึ้น โดยจัดรวมคอมมูนิตี้จาก Siam Lotus มาร่วมพบปะพูดคุย แลกเปลี่ยนแนวคิดและประสบการณ์ขับขี่รถยนต์โลตัสจากรุ่นสู่รุ่น ตั้งแต่รถคลาสิกจนมาถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นปัจจุบัน แม้ว่ามีการเปลี่ยนผ่านจากรถเครื่องยนต์สันดาปมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า แต่รถ Lotus ยังคงให้คาแรกเตอร์การขับขี่ที่สนุกและ DNA ของรถยนต์ Lotus ยังคงอยู่เสมอ  อีกทั้ง ยกระดับการดูแลหลังการขายให้ลูกค้าทุกท่านได้รับการดูแลอย่างดีที่สุดและมั่นใจกับความพร้อมด้านศูนย์บริการหลังการขายของทาง โลตัส คาร์ ประเทศไทย

     

    สำหรับลูกค้าผู้ที่สนใจ Lotus MY26 พร้อมให้เป็นเจ้าของรถยนต์โลตัสได้แล้ววันนี้ “Lotus for Everyone” สำหรับรุ่นเริ่มต้น Emeya 600 เปิดราคาที่ 4.89 ล้านบาท* รับ Lotus Wall Box และประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 2 ปี* และรุ่น Eletre 600 ราคาเริ่มต้นที่ 5.29 ล้านบาท* รับ Lotus Wall Box และประกันภัยชั้นหนึ่ง นาน 1 ปี* นอกเหนือจากนี้ ยังมอบความพิเศษสำหรับผู้ที่จองรถในงานจะได้รับข้อเสนอพิเศษรวมสูงสุด 60,000 บาท* จากพาร์ทเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่าง KEF มอบ Voucher สำหรับชุดเครื่องเสียงระดับพรีเมียม มูลค่า 50,000 บาท* พร้อมรับของขวัญสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากทาง BOROM น้ำหอมขนาด 100 ml มูลค่า 9,900 บาท*

     

    อีกทั้ง โลตัส คาร์ ประเทศไทย ร่วมกับ ttb มอบเอกสิทธิ์พิเศษ รับคะแนนสะสมพิเศษ 300,000 คะแนน เมื่อชำระเงินจองรถหรือดาวน์รถ ตั้งแต่ 300,000 บาทขึ้นไปต่อเซลส์สลิป สำหรับรถยนต์ Lotus MY26 ที่พร้อมส่งมอบ และรถยนต์ Lotus รุ่นอื่นที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 19 กันยายน 2568 ถึง 31 ตุลาคม 2568 และทำการส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 โดยเอกสิทธิ์พิเศษนี้สำหรับผู้ที่ถือบัตรเครดิต ttb reserve และบัตรเครดิต ttb ประเภทที่มีคะแนนสะสม (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)

     

    สำหรับผู้ที่มาร่วมงานจะได้รับสิทธิพิเศษ Power pass ส่วนลดสูงสุด 20% จาก King Power และ Voucher พิเศษจากน้ำหอม BOROM ท่านสามารถเข้าชมรถยนต์ Lotus MY26 ได้ที่โชว์รูม Lotus Cars Thailand และนัดหมายเพื่อทดลองขับได้ที่ โทร. 066 137 3330 หรือติดต่อทาง Line Official: @LotusCarsTH หรือ lin.ee/oaZpTEq


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Honda CRF450 ระเบิดพลัง! พาพี่น้อง เจ็ตต์ – ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ สลับคว้าวินเนอร์ ลุ้นครองแชมป์ฤดูกาล ศึก AMA SMX 2025 สนามที่ 2

    1 Min Read

    Honda CRF450 ระเบิดพลัง! พาพี่น้อง เจ็ตต์ – ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์ สลับคว้าวินเนอร์ ลุ้นครองแชมป์ฤดูกาล ศึก AMA SMX 2025 สนามที่ 2

    Honda CRF450 ระเบิดพลังเหนือชั้นอย่างต่อเนื่องในการแข่งขัน AMA Super Motocross (AMA SMX 2025) สนามที่ 2 สหรัฐอเมริกา โดยสองนักแข่งพี่น้องเจ็ตต์ และฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์จาก Honda HRC Progressive สลับกันคว้าชัยชนะคนละเรซ บวกแต้มสะสมรั้งหัวแถวซีรีส์สุดท้ายของฤดูกาลนี้ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    การแข่งเรซที่ 1 “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 96 ทะยานรถแข่ง Honda CRF450 ขึ้นมาคว้าโฮลช็อตได้ก่อน และไม่ปล่อยโอกาสทองให้หลุดลอยไปด้วยบวกความเร็วครองอันดับที่ 1 แบบม้วนเดียวจบ คว้าวินเนอร์ไปครองได้อย่างเด็ดขาด ทางด้านของ “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” หมายเลข 1 โชคร้ายเสียจังหวะในโค้งแรก และอันดับหล่นลงไปเกือบท้ายสุด แต่ไม่ยอมแพ้ถึงสนามนี้จะยากต่อการแซง แต่นักบิดฮอนด้ารีดสมรรถนะไล่แซงคู่แข่งก้าวข้ามอุปสรรคในเกม จบอันดับที่ 4

    การแข่งขันเรซที่ 2 “เจ็ตต์ ลอว์เรนซ์” คว้าโฮลช็อตได้ก่อน และบวกความเร็วหนีห่างทำให้การแข่งขันเรซนี้เป็นการครองเกมของเจ็ตต์ เข้าเส้นชัยคว้าวินเนอร์ไปครองได้สำเร็จ สถานการณ์ในตารางคะแนนสะสม นำจ่าฝูง 91คะแนน ขณะที่ “ฮันเตอร์ ลอว์เรนซ์” ออกตัวได้ไม่ดีนัก แต่สามารถขยับแซงคู่แข่งขึ้นมาเก็บโพเดียมอันดับที่ 3 ได้ในเรซนี้ เก็บไปแล้ว 85 คะแนน อันดับที่ 2 ในตารางคะแนนสะสม

     

    ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขัน AMA Super Motocross (AMA SMX 2025) สนามที่ 3 สนามสุดท้ายของซีซั่นที่มีเดิมพันตำแหน่งแชมป์ จะไปดวลความเร็วกันที่ ลาสเวกัส มอเตอร์สปอร์ตเวย์ ในวันที่ 20 กันยายน 2568 นี้

    #AMASMX #Honda #HondaMotorcycle #HRC #TeamHondaHRC #CRF450R


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยยามาฮ่ามอเตอร์เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนฯ รับโล่เชิดชูเกียรติ วันสถาปนากรมป่าไม้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3

    1 Min Read

    ไทยยามาฮ่ามอเตอร์เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนฯ รับโล่เชิดชูเกียรติ วันสถาปนากรมป่าไม้ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 

    นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ขึ้นรับโล่เชิดชูเกียรติ จาก ดร.ชญานันท์ ภักดีจิตต์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในรางวัล “ผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ สาขาฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้” ประจำปี 2568 ในวันสถาปนาครบรอบ 129 ปี กรมป่าไม้ โดย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยังคงให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนให้สำเร็จภายในปี พ.ศ.2593 (ค.ศ.2050) และไม่หยุดยั้งความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ ฟื้นฟูผืนป่าอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG 15 : Life on Land) ผ่านโครงการปลูกป่าเพื่อพัฒนาโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจ ตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยกรมป่าไม้ร่วมกับกลุ่มบริษัท ยามาฮ่าประเทศไทย เพื่อประเมินคาร์บอนเครดิตในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ระกา ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเขียว ป่าเขาสว่าง และป่าคลองห้วยทราย อำเภอพรานกระต่าย จังหวัดกำแพงเพชร เนื้อที่รวมกว่า 1,200 ไร่ ซึ่งดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 เป็นต้นมา

    สำหรับการรับโล่เชิดชูเกียรติ “ผู้ช่วยเหลือราชการกรมป่าไม้ สาขาฟื้นฟู และพัฒนาทรัพยากรป่าไม้” ประจำปี 2568 มีขึ้นในวันสถาปนาครบรอบ 129 ปี กรมป่าไม้ ณ หอประชุม อาคารเทียมคมกฤส กรมป่าไม้ เมื่อเร็วๆ นี้

     

    #ยามาฮ่าปลูกป่า1200ไร่ #ยามาฮ่า #YAMAHA #ยามาฮ่ารักษ์โลก #ยามาฮ่ามุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • จัดแข่งขันทักษะฝีมือช่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 29 ตอกย้ำความมุ่งมั่นความพร้อมด้านบริการให้ลูกค้าทั่วประเทศ

    1 Min Read

    จัดแข่งขันทักษะฝีมือช่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 29 ตอกย้ำความมุ่งมั่นความพร้อมด้านบริการให้ลูกค้าทั่วประเทศ

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย จัดการแข่งขันทักษะฝีมือช่าง ครั้งที่ 29 ประจำปี 2568 (Thai Honda Technician Skill Contest 2025) โดยมีเป้าหมายในการพัฒนา ทักษะ การคิดวิเคราะห์ให้กับนายช่าง รวมถึงการแก้ไขปัญหารถจักรยานยนต์ได้อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างมาตรฐานการบริการยกระดับให้เป็นมาตรฐานระดับสากล และเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการที่ศูนย์ Honda Wing Center และ Honda BigWing ทั่วประเทศ โดยการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ

    สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ส่งช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมมากกว่า 2,300 คน โดยมีการคัดเลือกตั้งแต่รอบตัวแทนร้านผู้จำหน่าย ผ่านการสอบภาคทฤษฎีในรูปแบบออนไลน์ ต่อเนื่องไปยังรอบตัวแทนระดับภูมิภาคที่ทดสอบทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ จนได้ผู้เข้าแข่งขันรอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ รวมทั้งสิ้น 48 คน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Commuter Bike) จำนวน 28 คน แข่งขันรถในกลุ่ม A.T. และ Family ได้แก่รุ่น Honda Wave125 และ Honda PCX160 ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของตลาดรถ A.T. ในประเทศไทย และประเภทรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ (Fun Bike) จำนวน 20 คน แข่งขันรถในกลุ่ม Domestic และ Import ที่ได้รับความนิยมสูงในตลาด ได้แก่รุ่น Honda CB500F, New Honda Forza750, Honda NX500 และ Honda CBR650R E-Clutch

    สำหรับช่างที่มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันต้องเป็นช่างบริการระดับ Gold หรือระดับ Platinum ขึ้นไปรวมถึง Service Instructor ที่ประจำการอยู่ที่ศูนย์บริการฮอนด้า โดยการแข่งขันแบ่งเกณฑ์ออกเป็น 2 ประเภท ดังนี้

    • ประเภทรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Commuter)

     

    การสอบทฤษฎี : ทดสอบความรู้เกี่ยวกับระบบ SMART Engine เทคโนโลยี PGM-FI ระบบไฟฟ้า เทคโนโลยี eSP+ และมาตรฐานการซ่อมบำรุง รวมถึงการวิเคราะห์ปัญหารถจักรยานยนต์รุ่นใหม่

    การสอบปฏิบัติ : วัดทักษะด้านการตรวจเช็คตามระยะ การซ่อมบำรุง และการวิเคราะห์ปัญหา

     

    • ประเภทรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ (Fun Bike)

     

    การสอบทฤษฎี : ทดสอบความรู้เกี่ยวกับระบบไฟฟ้าตัวถัง ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมรถ เทคโนโลยี PGM-FI ระบบการทำงานของเครื่องยนต์บิ๊กไบค์ ระบบช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง เกียร์ DCT และระบบ E-Clutch

     

    การสอบปฏิบัติ : ทดสอบทักษะการซ่อมบำรุงตามระยะ การวิเคราะห์และแก้ไขปัญหาชิ้นส่วน การตรวจสอบระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุมเครื่องยนต์ และการซ่อมเร่งด่วน

     

    และการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศปีนี้ ได้มีการปรับรูปแบบให้สอดคล้องกับมาตรฐานการแข่งขันระดับโลก โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่

     

    1. ภาคทฤษฎี: การทดสอบข้อเขียนจำนวน 50 ข้อ เพื่อวัดความรู้ด้านพื้นฐาน
    2. ON-Vehicle: การทดสอบปฏิบัติกับตัวรถจริง ครอบคลุมการตรวจเช็คระยะและการวิเคราะห์ปัญหา จากการจำลองสถานการณ์เหมือนลูกค้าเข้าใช้บริการจริง ภายใต้เวลาที่กำหนดในลักษณะ Time Attack
    3. OFF-Vehicle: การทดสอบการวิเคราะห์ปัญหาระบบไฟ รวมถึงการถอดและประกอบเครื่องยนต์นอกตัวรถจักรยานยนต์

    การแข่งขันครั้งนี้ นับเป็นก้าวสำคัญในการเฟ้นหาช่างผู้ชนะเลิศ The Master Technician Thailand รวมถึงรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ในทั้งสองประเภทการแข่งขัน เป็นตัวแทนเข้าร่วมการแข่งขันระดับเอเชียใน Honda Asia & Oceania Motorcycle Technician Skill Contest 2026 ณ ประเทศอินโดนีเซีย เพื่อก้าวขึ้นเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมประชันฝีมือเวทีสูงสุดของโลก พร้อมนายช่าง มนตรี เนียมนิ่ม ผู้ชนะเลิศการแข่งขันระดับเอเชียประจำปี 2024 เข้าสู่การแข่งขัน Honda Global Motorcycle Technician Contest 2027 ณ ประเทศญี่ปุ่นต่อไป

     

    ติดตามผลการแข่งขันได้ที่

    เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/news

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/

    เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH/

     

    #ThaiHondaTechnicianSkillContest2025
    #HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda

    #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Honda HRC พร้อมขุนศึก CRF450R คว้าดับเบิ้ลโพเดียม ศึก MXGP 2025 ประเทศจีน

    1 Min Read

    Honda HRC พร้อมขุนศึก CRF450R คว้าดับเบิ้ลโพเดียม ศึก MXGP 2025 ประเทศจีน

    2 นักบิด Honda HRC บิด Honda CRF450R โชว์ผลงานพาเหรดคว้าดับเบิ้ลโพเดียม ได้สุดประทับใจกองเชียร์ทางฝุ่นที่ประเทศจีน ในการแข่งขัน ศึก MXGP 2025 สนามที่ 19 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

    เรซที่ 1 “ทิม ไกเซอร์” หมายเลข 243 สตาร์ตมารั้งอันดับที่ 3 ในช่วงต้น ก่อนที่จะบวกความเร็ว Honda CRF450R แซงคู่แข่งขึ้นมารั้งอันดับที่ 2 แต่เรื่องของสภาพความฟิตหลังจากการบาดเจ็บกลับมา บวกกับสภาพอากาศ จบการแข่งขันเข้าเส้นชัยมาเป็นอันดับที่ 2 โดยไล่ล่าผู้นำเพียง 2.5 วินาทีเท่านั้น ขณะที่ “รูเบน เฟอร์นานเดซ” หมายเลข 70 เก็บท็อป 5 ในเรซนี้

    การแข่งขันเรซที่ 2 “ทิม ไกเซอร์” ทะยานออกมาได้อย่างรวดเร็วคว้าโฮลช็อตไปครอง แต่น่าเสียดายที่เสียจังหวะ แต่สามารถกลับมาและไล่ล่าตำแหน่งคืน ก่อนจบอันดับที่ 2 คว้าโพเดียมได้อีกครั้ง ซึ่งเป็นผลงานที่ยอดเยี่ยมอย่างมากหลังจากที่คัมแบ็คจากการบาดเจ็บยาว เก็บคะแนนเพิ่มเป็น 464 คะแนน รั้งอันดับท็อป 9 ของแชมเปี้ยนชิพ ทางด้าน “รูเบน เฟอร์นานเดซ” เรซนี้ทำผลงานยอดเยี่ยมเช่นกัน ขึ้นโพเดียมในอันดับที่ 3 เป็นดับเบิ้ลโพเดียมให้กับฮอนด้าทีม อยู่ในท็อป 4 ด้วยคะแนนสะสม 599 คะแนน

     

    ทั้งนี้ ศึก MXGP 2025 สนามที่ 20 ในรายการ MXGP of Australia จะไปแข่งขันกันที่ ดาร์วิน ในประเทศออสเตรเลีย ระหว่างวันที่ 20 – 21 กันยายน 2568 นี้

     

    #ThaiHonda #MotorSport #MXGP #HRC #Honda #HondaMotorcycle #CRF450R #HondaCRF


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าเดินหน้ากิจกรรม รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน ขยายพื้นที่สีเขียว ณ โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

    1 Min Read

    โตโยต้าเดินหน้ากิจกรรม “รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน” ขยายพื้นที่สีเขียว ณ โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดย นายสมคิด ประดิษฐกําจรชัย รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการผลิต และมร. ทาคะยูกิ ฟุคาทานิ ผู้ประสานงานกรรมการผู้จัดการใหญ่กลุ่มงานการผลิต ร่วมกับหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น เดินหน้าสานต่อกิจกรรม “รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน” เพื่อเตรียมเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 20 ปี โรงงานบ้านโพธิ์ ที่จะมาถึงในปี ค.ศ. 2027 และมีความท้าทายเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายโรงงานที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน (Plant Carbon Neutrality) ในปี ค.ศ. 2030 โดยได้รับความร่วมมือจากผู้บริหารและพนักงานโตโยต้า กว่า 3,000 คน ร่วมแรงร่วมใจปลูกต้นไม้ จำนวน 50,000 ต้น ณ โรงงานบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา

    กิจกรรม “รวมพลังปลูกป่า เพื่อโรงงานแห่งความยั่งยืน” ครั้งนี้ ถือเป็นการสานต่อความสำเร็จจากโครงการ “โตโยต้า ครบรอบ 60 ปี ปลูกป่า 600,000 ต้น” พร้อมมุ่งขยายพื้นที่สีเขียวและเสริมสร้าง ระบบนิเวศภายในโรงงาน เพื่อเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญในการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และมุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ผ่านการปลูกป่าจำนวน 50,000 ต้น ประกอบไปด้วยพันธุ์ไม้ท้องถิ่นหลากหลายกว่า 49 สายพันธุ์  โดยใช้การปลูกแบบผสมผสานเสมือนโครงสร้างป่าธรรมชาติ และเพิ่มความหลากหลายทางชีวภาพ อาทิ ต้นตะเคียนทอง ต้นจามจุรี ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ ต้นทองกวาวต้นราชพฤกษ์ ต้นปีบ และต้นกัลปพฤกษ์ เป็นต้น

    การปลูกป่านิเวศดังกล่าว ได้ดำเนินการตามทฤษฎีของ ศาสตราจารย์ ดร.อาคิระ มิยาวากิ นักพฤกษศาสตร์และนักนิเวศวิทยาพืชชาวญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงจากผลงานบุกเบิกการฟื้นฟูป่าไม้ธรรมชาติที่เรียกว่า “Eco Forest การปลูกป่านิเวศ”  โดยใช้เทคนิคการปลูกป่าแบบมิยาวากิ (Miyawaki Method) ผ่านการใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่น สร้างเนินดิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำและอากาศ ปลูกต้นไม้แบบสุ่มและมีความหนาแน่น 3-4 ต้นต่อตารางเมตร เพื่อเร่งการเติบโตและสร้างความหลากหลายทางชีวภาพพร้อมนำเทคนิคการปลูกแบบพิเศษ อาทิ การจุ่มกล้าไม้ในน้ำก่อนปลูก คลุมด้วยฟางข้าวหลังปลูกเพื่อเพิ่มอัตราการรอดตายของต้นไม้

    ปัจจุบัน โตโยต้าดำเนินกิจกรรมปลูกป่านิเวศแล้วกว่า 1,803,170 ต้น และช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 17,130 ตันคาร์บอนไดออกไซด์ต่อปี ซึ่งตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้า ในการสร้างความสมดุลระหว่างธุรกิจและสิ่งแวดล้อม เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับสังคมไทยภายใต้แนวคิด “โตโยต้า เปลี่ยนเพื่อสิ่งที่รัก(ษ์)” โดยมุ่งมั่นส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของทุกภาคส่วนผ่านการร่วมกันอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และฟื้นฟูระบบนิเวศ เพื่อร่วมผลักดันประเทศไทยสู่เป้าหมาย “ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)” ภายในปี ค.ศ. 2050 อย่างมั่นคงและยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เปิดออปชันสี-วีเนียร์ใหม่ ยกระดับการออกแบบยนตรกรรมในฝันสู่ประสบการณ์การออกแบบเฉพาะบุคคลที่เหนือกว่า

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ เปิดออปชันสี-วีเนียร์ใหม่ ยกระดับการออกแบบยนตรกรรมในฝันสู่ประสบการณ์การออกแบบเฉพาะบุคคลที่เหนือกว่า

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ (Bentley Mulliner) มอบโอกาสในการออกแบบรถยนต์เบนท์ลีย์ในฝันให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัวด้วยการเพิ่มตัวเลือกการออกแบบใหม่ที่มาพร้อมกับวีเนียร์แบบเปลือยและแบบคาร์บอนไฟเบอร์เคลือบสี ซึ่งลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์กว่า 3 ใน 4 ได้เนรมิตรถยนต์เบนท์ลีย์ในฝันผ่านตัวเลือกการตกแต่งจากมูลินเนอร์ ทีมงานเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์จึงมุ่งมั่นที่จะเพิ่มโอกาสในการรังสรรค์ยนตรกรรมในฝันด้วยตัวเลือกพื้นผิว สี และการตกแต่งลวดลายใหม่ที่หลากหลายยิ่งขึ้นสำหรับรุ่น Continental GT รุ่น Flying Spur และ รุ่น Bentayga เพื่อให้รถยนต์เบนท์ลีย์แต่ละคันสะท้อนรสนิยมและคุณค่าของผู้ครอบครองได้อย่างดีที่สุด

     

    ลวดลายและผิวสัมผัสจากธรรมชาติ

    วีเนียร์แบบเปลือยจากมูลินเนอร์ มอบความเงางามที่นุ่มนวลให้กับพื้นผิวภายในห้องโดยสารอันน่าสัมผัส ชวนให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้สัมผัสถึงพื้นผิวไม้จากธรรมชาติ วีเนียร์เหล่านี้เคลือบด้วยแล็กเกอร์ด้านแบบบางเฉียบที่จะช่วยให้สัมผัสได้ถึงลายไม้และเนื้อสัมผัสตามธรรมชาติของไม้จากการลดการใช้แล็กเกอร์ลงถึง 90% เมื่อเทียบกับการเคลือบเงาแบบไฮกลอส ซึ่งการเคลือบนี้จะช่วยเน้นความงามของลายไม้อย่างวีเนียร์แบบ Vavona ได้อย่างเต็มที่ พร้อมด้วยตัวเลือกวีเนียร์แบบเปลือยอย่าง Liquid Amber ที่มอบสัมผัสที่เย็นสบายและร่วมสมัย

     

    ตัวเลือกเฉดสีที่หลากหลาย

    การตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ได้สร้างบรรยากาศแบบร่วมสมัยที่นอกจากคาร์บอนไฟเบอร์สีดำเงาแล้ว เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ยังมาพร้อมกับคาร์บอนไฟเบอร์ถึง 4 เฉดสีที่จะสะท้อนความสมบูรณ์แบบของตัววัสดุอันประกอบไปด้วยเฉดสีม่วง Damson เฉดสีฟ้า Kingfisher Blue เฉดสีน้ำเงิน Imperial Blue และเฉดสีเขียว Cumbrian Green ซึ่งเฉดสีเหล่านี้จะช่วยเพิ่มมิติให้กับวัสดุที่โดดเด่นอยู่แล้วให้กลมกลืนหรือสร้างความคอนทราสต์ให้กับเฉดสีอื่นๆ ภายในห้องโดยสาร

     

    นอกจากนี้ พื้นผิวแบบ Piano Gloss เคลือบเงาบนวีเนียร์ยังเข้ากันได้ดีกับเฉดสีต่างๆ ที่มีให้เลือกมากมายในกลุ่มเฉดสีมาตรฐาน เฉดสีพิเศษ หรือเฉดสีจากมูลินเนอร์ และรวมถึงเฉดสีของหนังภายในห้องโดยสารที่มีมากกว่า 100 เฉดสี

     

    เบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ ยังมาพร้อมกับตัวเลือกลวดลายทางที่ลงสีด้วยมือตลอดความยาวของแผงคอนโซลไปจนถึงแผงประตูห้องโดยสารที่สามารถเลือกให้เข้ากับเฉดสีภายนอกหรือเฉดสีหนังภายในได้

     

    แรงบันดาลใจจากเรือยอร์ชสุดหรู

    สำหรับคอนโซลหน้า ตัวเลือกล่าสุดจากมูลินเนอร์ยังมาพร้อมกับตัวเลือกวีเนียร์ลวดลายทางและเนื้อไม้แบบเปลือยหรือแม้กระทั่งจากตัวเลือกเฉดสีภายนอกกว่า 100 เฉดสีที่สามารถเลือกรูปแบบตรงหรือรูปแบบตัว V ได้ โดยรูปแบบลวดลายนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากพื้นระเบียงของเรือยอร์ชสุดหรู

     

    เบนท์ลีย์ มูลิเนอร์ ยังได้เปิดตัว Wave เทคนิคการเคลือบโลหะแบบใหม่เพื่อเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับการตกแต่งคอนโซล โดยลวดลายแบบริบบิ้นจะก่อให้เกิดเอฟเฟกต์คลื่นที่จะช่วยสะท้อนแสงและสร้างจุดสนใจให้กับภายในห้องโดยสาร

     

    สัมผัสแห่งการตกแต่งที่โดดเด่น

    ลูกค้าที่เลือกระบบเสียง Bang & Olufsen สามารถเลือกเฉดสีไฮไลท์สำหรับหน้ากากลำโพงแบบอะโนไดซ์ได้ถึง 8 เฉดสี รวมถึงเฉดสีใหม่ 3 เฉดสี อันได้แก่ เฉดสีฟ้า Kingfisher เฉดสีแดง Pillar Box Red และเฉดสีส้ม Mandarin

     

    อีกหนึ่งตัวเลือกใหม่ คือ ‘Organ Stop’ อุปกรณ์ควบคุมช่องปรับอากาศที่รังสรรค์ขึ้นจากทองคำ 18 กะรัตพร้อมด้วยผิวสัมผัสแบบลวดลายเพชร

     

    ตัวเลือกการออกแบบล่าสุดยังรวมไปถึงการตกแต่งด้วยผ้าทวีดบริเวณแผงประตูห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 5 รูปแบบ อันได้แก่ Cheltenham, Glen Plaid, Charcoal Herringbone, Sand Herringbone, และ Damson

     

    แนวทางการออกแบบและแรงบันดาลใจ

    แนวทางการออกแบบเฉพาะบุคคลล่าสุดมาพร้อมกับคำแนะนำจากนักออกแบบ ซึ่งถือเป็นชุดข้อมูลจำเพาะจาก Mulliner Design Team ที่ได้คิดค้นตัวเลือกเฉดสี การตกแต่ง และพื้นผิวต่างๆ สำหรับใช้ในการรังสรรค์รถยนต์เบนท์ลีย์รุ่น Continental GT รุ่น Continental GT Convertible รุ่น Bentayga และ รุ่น Flying Spur ให้โดดเด่นไม่ซ้ำใครเพื่อสะท้อนบุคลิกภาพและความพิเศษเฉพาะตัวของผู้ครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

     

    ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับการออกแบบยนตรกรรมในฝันให้มีเอกลักษณ์เฉพาะบุคคลสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR 009 เสริมทัพรุ่น Standard ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Luxury EV MPV ที่ให้ครบจบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมส่งต่อพลังแห่งความมั่นใจ ผ่านแคมเปญ “Your Exclusivity is Here” ร่วมกับทัพนักกีฬาเหรียญทองทีมชาติไทย

    2 Min Read

    ZEEKR 009 เสริมทัพรุ่น Standard ตอกย้ำความเป็นผู้นำ Luxury EV MPV ที่ให้ครบจบทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมส่งต่อพลังแห่งความมั่นใจ ผ่านแคมเปญ “Your Exclusivity is Here” ร่วมกับทัพนักกีฬาเหรียญทองทีมชาติไทย

    ZEEKR Thailand ตอกย้ำการเป็นผู้นำตลาด Luxury EV MPV ด้วยการเปิดตัว ZEEKR 009 รุ่น Standard (7 ที่นั่ง มอเตอร์เดี่ยว ขับเคลื่อนล้อหน้า) รุ่นล่าสุด มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ใหม่ให้กับตลาดรถหรูของไทยภายใต้แนวคิด “The New Standard of Premium Mobility MPV” ที่หลอมรวมงานดีไซน์หรูหราเหนือระดับ ฟังก์ชันความสะดวกสบายครบครัน มาตรฐานความปลอดภัยสูง และสมรรถนะเหนือชั้นที่วิ่งได้ไกลสูงสุดถึง 712 กิโลเมตรต่อหนึ่งการชาร์จ

    ปัจจุบัน ZEEKR Thailand ส่งมอบรถทั้งหมดรวมแล้วกว่า 3,000 คัน ทั่วประเทศ ถือเป็นการตอกย้ำความเชื่อมั่นต่อแบรนด์จากกลุ่มลูกค้าได้อย่างงดงาม ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้ทางแบรนด์มุ่งมั่นนำเสนอสิ่งที่ดีแก่ผู้บริโภคชาวไทย ทั้งนี้จากที่ได้มีการรวบรวมข้อมูลด้านความต้องการรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ พบว่าตลาดนี้มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทางแบรนด์จึงได้มีการเปิดตัว ZEEKR 009 6-Seater Luxury MPV รถเอ็มพีวีพลังงานไฟฟ้าหรู แบบ 6 ที่นั่งสู่ตลาดเมืองไทยช่วงเดือนกันยายนในปีที่ผ่านมา นับเป็นการเขย่าวงการ Luxury MPV ที่สร้างสีสันและกระแสการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ เจ้าของธุรกิจ หรือผู้บริหารระดับสูงที่ชื่นชอบในยนตรกรรมอีวีระดับลักชูรีที่มาตรฐานความปลอดภัยสูง พร้อมเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ และลักชูรีดีไซน์ที่บ่งบอกตัวตนและสถานะได้ชัดเจน

    ZEEKR 009 ตกแต่งห้องโดยสารหรูหราระดับเฟิร์สคลาส ให้ความสะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุดทุกที่นั่ง ด้วยเบาะแถว 2 แบบ Sofaro First Class Airline Seats พร้อมโหมดการปรับแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับเอนนอนได้เพียงปุ่มเดียว และโต๊ะแบบพับเก็บได้ เบาะนั่งบุด้วยหนัง Soft Nappa แบบนุ่มสบาย เพิ่มเติมด้วยระบบนวดไฟฟ้าสำหรับเบาะนั่งแถวหนึ่ง และเบาะนั่งแถวสอง ตัวรถถูกติดตั้งหน้าจอ OLED แบบสัมผัสขนาด 15.05 นิ้ว และหน้าจอ AR HUD ขนาด 35.95 นิ้ว พร้อมหน้าจอเพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลังแบบสัมผัส OLED ขนาด 17 นิ้ว เสริมประสิทธิภาพด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8295 จำนวน 2 ชุด รองรับคำสั่งได้ 60 ล้านครั้งต่อวินาที ระบบไฟตกแต่ง Ambient Light และระบบเสียงรอบทิศทาง YAMAHA พร้อมลำโพง 30 ตัว ทั้งนี้ ในด้านสมรรถนะที่เหนือชั้น  ZEEKR 009 รุ่นนี้มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าจำนวน 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 603 แรงม้า (450 kW) แรงบิดสูงสุด 693 นิวตัน-เมตร อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.5 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนขนาด 116 kWh ระยะทางขับขี่สูงสุด 686 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) ส่วนระบบช่วงล่างของ ZEEKR 009 เป็นแบบถุงลมไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกันสะเทือน CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงสะเทือนเข้ามายังห้องโดยสาร ขณะที่โครงสร้างด้านท้าย ผลิตจากอะลูมิเนียมชิ้นเดียวที่มีความแข็งแรงสูงพร้อมถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน

    ต่อมา ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง ได้เปิดตัวในเมืองไทยเมื่อช่วงเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ภายใต้แนวคิดเดียวกัน “Every Journey Shines, Every Seat Matters” นำเสนอทางเลือกใหม่สำหรับครอบครัวและกลุ่มเพื่อนที่มองหาประสบการณ์การเดินทางที่สะดวกสบายและเหนือระดับ โดยยกระดับมาตรฐานยนตรกรรมหรูสำหรับครอบครัว ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ผสานนวัตกรรมล้ำสมัยเข้ากับความหรูหรา ทำให้ ZEEKR 009 ไม่ใช่เพียงแค่พาหนะสำหรับการเดินทาง แต่เป็นนิยามใหม่ของความพรีเมียมที่มอบทั้งสมรรถนะเหนือชั้น ห้องโดยสารระดับเฟิร์สคลาส และวัสดุคุณภาพสูงที่สะท้อนถึงความประณีตในทุกรายละเอียด และยังคงไว้ซึ่งฟีเจอร์ระดับไฮเอนด์อย่างครบครัน

     

    ตลอดระยะเวลาร่วมหนึ่งปีที่ ZEEKR 009 เข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ทางแบรนด์รับฟังเสียงตอบรับของลูกค้าผ่านกิจกรรมต่างๆ เพื่อการเข้าถึงความต้องการลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปิดตัว ZEEKR 009 รุ่น Standard 7-Seater The Premium Mobility MPV ในวันนี้ นับเป็นการสร้างบรรทัดฐานใหม่สำหรับตลาดรถเอ็มพีวีสุดหรูในตลาดประเทศไทยที่มอบระยะทางขับขี่ไกลกว่าเดิมถึง 712 กม. (ตามมาตรฐาน NEDC) และมีการดึงเอาจุดเด่นจาก ZEEKR 009 ทั้ง 2 รุ่น มาไว้ด้วยกันอย่างครบครัน ถือเป็นการขยายฐานลูกค้าที่ต้องการเดินทางที่มีระยะไกลเพิ่มมากขึ้น แต่ยังคงครอบคลุมสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ โดยรถรุ่นนี้ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้โดยสารได้มากถึง 7 ที่นั่ง พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวางและพื้นที่เก็บสัมภาระที่เพียงพอ เหมาะสำหรับครอบครัว กลุ่มเพื่อนขนาดใหญ่ ลูกค้าองค์กร กลุ่มการบริการ หรือการเดินทางที่มีผู้โดยสารและสัมภาระจำนวนมาก หรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางท่องเที่ยว หรือต้องการเดินทางระยะไกลในขณะที่ยังได้รับความสะดวกสบาย
    ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็น

     

    Luxury Design

    การตกแต่งภายในที่มาพร้อมกับเบาะ NAPPA ที่นุ่มสบาย มีโหมดการปรับที่นั่งแบบ Eames Lounge Chair Mode ที่สามารถปรับที่นั่งแบบเอนนอนอัตโนมัติเพื่อการผ่อนคลายตลอดการเดินทาง เสริมด้วย
    Dual Glass Roofs ขนาดใหญ่พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า ช่วยปกป้องแสงแดดยามกลางวัน และสามารถเปิดดูดาวยามค่ำคืน

     

    Intelligent Technology

    ความอัจฉริยะของภายในตัวรถที่มาพร้อมกับจอแสดงผล 5 ส่วน ทั้ง หน้าจอมาตรวัดแบบ Full HD ขนาด 10.25 นิ้ว หน้าจอกลาง Touch Screen ขนาด 15.05 นิ้ว แบบ OLED หน้าจอเพดานสำหรับผู้โดยสารด้านหลังขนาดใหญ่ถึง 17 นิ้ว หน้าจอ AR HUD ที่มีขนาดใหญ่ถึง 35.95 นิ้ว และพิเศษยิ่งขึ้นกับหน้าจอ Smart Door Panel Screens ที่สามารถปรับตั้งค่า พร้อมระบบควบคุมด้วยชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon จำนวน 2 ชุด เพิ่มสุนทรียภาพการเดินทางด้วยลำโพงจาก YAMAHA 30 จุด

     

    Next Level of Performance

    ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์เดี่ยวที่ให้กำลังสูงถึง 335 แรงม้า ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 116 kWh และช่วงล่างแบบ High Performance Air Suspension Package หรือช่วงล่างแบบถุงลมประสิทธิภาพสูง พร้อมระบบกันสะเทือน CCD Electromagnetic Vibration Reduction System ช่วยลดแรงกระแทกที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารเพื่อให้ทุกการเดินทางนุ่มนวล และผ่อนคลาย

     

    All Round Safety Protection

    และสำหรับความปลอดภัย คือมาตรฐานขั้นสูงที่ทาง ZEEKR ใส่ใจเป็นอันดับแรก ดังนั้น ZEEKR 009 รุ่นใหม่นี้ ยังมาพร้อมกับระบบ ZEEKR AD หรือระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ มอบการปกป้องแบบ 720 องศา ด้วยโครงสร้างที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะตัวรถด้านท้ายที่เป็นอะลูมิเนียม มีการออกแบบให้เป็นชิ้นเดียว เพื่อเพิ่มความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

    ZEEKR 009 รุ่น Standard 7-Seater ราคาเปิดตัวที่ 2,399,000 บาท มีสีภายนอก 3 สีคือ

    สีขาว Crystal White
    สีเขียว Mineral Green
    สีดำ Phantom Black
    และทุกสีมาพร้อมภายในสีดำ Stone Black

    โดย ZEEKR 009 Standard 7-Seater มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ดังนี้

    • ฟรี Wallbox ขนาด 11 kW พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • ฟรี สายชาร์จฉุกเฉิน*
    • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ ชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองเป็นระยะเวลา 1 ปี*
    • ฟรี ค่าจดทะเบียนรถยนต์*
    • การรับประกันรถยนต์ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูง เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี

     

    อนึ่ง ZEEKR Thailand ยังได้จัดแคมเปญ “ZEEKR  009 | Your Exclusivity is Here” ในการสะท้อนแนวคิด การเดินทางที่ไม่ใช่เพียงแค่การเคลื่อนที่ แต่คือการค้นพบคุณค่าที่แท้จริงของความพิเศษเฉพาะตนระหว่าง การเดินทางบนเส้นทางชีวิตของตนเอง และการเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวข้ามข้อจำกัด เดินสู่เป้าหมายด้วยความมั่นใจและภาคภูมิใจ เพราะ “ความพิเศษ” สำหรับแต่ละคนไม่เคยมีคำจำกัดความเดียวกัน บางคนหมายถึงความสำเร็จในสนามแข่งขัน บางคนหมายถึงความสุขกับครอบครัว หรืออาจเป็นเพียงช่วงเวลาสงบสบายระหว่างการเดินทาง ทั้งหมดนี้ถูกถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของนักกีฬาหญิงทีมชาติไทยทั้ง 5 คน ที่ต่างเดินบนเส้นทางชีวิตที่เต็มไปด้วยความทุ่มเท ความฝัน ความมุ่งมั่น และการฝ่าฟันอุปสรรค จนสุดท้ายสามารถก้าวสู่ความสำเร็จในระดับสากลได้อย่างสง่างาม และนี่คือสิ่งที่ ZEEKR 009 ตั้งใจมอบให้ – ยนตรกรรมที่เป็นเสมือน “ประตูสู่มาตรฐานใหม่ของชีวิต” ที่สามารถโอบรับและบรรทุกเรื่องราวความพิเศษของแต่ละคน และพร้อมพาคุณก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ไปให้ไกลยิ่งขึ้น ด้วยความสะดวกสบายเหนือระดับ ความปลอดภัยขั้นสูง และเทคโนโลยีรอบคันที่มอบประสบการณ์แบบ First Class ในทุกตำแหน่งที่นั่ง และนี่คือการถ่ายทอดพลังแห่งความพิเศษเฉพาะตน ที่ไม่เพียงสร้างพลังใจแก่ผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จ แต่ยังเป็นแรงผลักดันให้ทุกคนกล้าที่จะก้าวต่อไปบนเส้นทางของตัวเอง

     

    ซึ่ง ZEEKR Thailand ต่อยอดความแข็งแกร่ง และความเป็นผู้นำภายใต้แนวคิด Local Spirit ของ ZEEKR 7X ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนที่ผ่านมา และครั้งนี้ได้ร่วมกับทัพนักกีฬาเหรียญทองทีมชาติไทยมาร่วมถ่ายทอดเส้นทางแห่งมุ่งมั่น และความมั่นใจ ผ่านเรื่องราวที่แสดงถึงความทุ่มเท ความพยายาม การไม่ย่อท้อ และพลังของการทำงานร่วมกันเป็นทีม จนสามารถสร้างความมั่นใจ และสามารถคว้าชัยชนะมาครอง ซึ่งสอดรับกับคุณค่าที่แท้จริงของแบรนด์ที่ต้องการจะสื่อสารในมิติของความรู้สึกร่วมของการเดินทาง บนเส้นทางแห่งอิสรภาพ ความปลอดภัย ความมั่นใจ ความสุขในทุกตำแหน่งที่นั่งภายในรถ และปลายทางที่สร้างรอยยิ้ม และความสุขร่วมกัน

     

    ZEEKR 009 Standard 7-Seater พร้อมเผยโฉม ณ ลานปาร์คไซด์ ฮอลล์ ชั้น G ดุสิต เซ็นทรัล ปาร์ค โดยจะมีการจัดแสดงยานยนต์รุ่นอื่นร่วมด้วยตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 23 กันยายนนี้ ผู้สนใจสามารถจองสิทธิ์เป็นเจ้าของภายในงาน หรือ ZEEKR House ทั้ง 16 สาขา ทั่วประเทศได้แล้ววันนี้ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร.02-086-9999

     

    ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่
    Website: https://www.zeekrlife.com/th-th/
    Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/


    No Comment