• “กรุงศรี ออโต้” โชว์ความสำเร็จงาน Ultimate Test Drive & Ride 2025 ด้วยยอดทดลองขับโตเกือบ 3 เท่า ชี้เทรนด์อีวียังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง”

    1 Min Read

    “กรุงศรี ออโต้” โชว์ความสำเร็จงาน Ultimate Test Drive & Ride 2025 ด้วยยอดทดลองขับโตเกือบ 3 เท่า ชี้เทรนด์อีวียังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง”

    ‘กรุงศรี ออโต้’ ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ประกาศความสำเร็จของงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025” ครั้งที่ 2 อย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางกระแสตอบรับที่ล้นหลามจากผู้เข้าร่วมงานกว่า 400 คน โดยปีนี้ กรุงศรี ออโต้ สามารถสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ด้วยจำนวนยอดทดลองขับของเหล่าผู้ร่วมงานที่มากถึง 1,353 รอบ เพิ่มขึ้น 3 เท่าจากปีก่อนหน้า โดยมีกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าที่ยังคงมาแรงต่อเนื่อง จากยอดทดลองขับที่เพิ่มขึ้นกว่า 16% ตอกย้ำให้เห็นถึงการเป็นที่ 1 ในใจผู้ใช้รถ ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง

    นายคงสิน คงคา ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การจัดงาน ‘Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride 2025’ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็น
    ถึงบทบาทของกรุงศรี ออโต้ ในฐานะแบรนด์ผู้กำหนดทิศทางตลาด (Market Shaper) เพียงรายเดียวที่สร้างพื้นที่เชื่อมต่อระหว่างผู้ที่ต้องการซื้อรถ ค่ายรถรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมด้วยบริการด้านการเงินจากกรุงศรี ออโต้ โดยเราภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้มอบประสบการณ์ทดลองขับขี่จริงให้กับลูกค้า เพื่อช่วยเสริมความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อรถ พร้อมมอบโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนคุณค่าทางธุรกิจ (Win-Win Value Exchange) ให้กับพันธมิตรและดีลเลอร์ ทั้งในด้านการขยายฐานลูกค้าใหม่ และการเปิดพื้นที่ให้กับสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับไลฟ์สไตล์ผู้ใช้รถได้เข้ามาช่วยเติมเต็มประสบการณ์ของผู้เข้าร่วมงาน พร้อมตอกย้ำบทบาทของเราในการสร้างอีโคซิสเต็มเพื่อผู้ใช้รถที่ครบวงจร”

    สำหรับกิจกรรมปีนี้ ภายในงานมีผู้ทดลองขับขี่รวมกว่า 1,353 รอบ เพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 โดยแบ่งเป็นรถยนต์ 759 รอบ และ รถจักรยานยนต์ 594 รอบ อีกทั้งยังเป็นรถอีวีที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 16.14% โดยแบรนด์รถยนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด คือ Tesla Model Y, JAECOO 6 EV และ BYD Sealion 7 ซึ่งชี้ให้เห็นถึงแนวโน้มความนิยมและการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยได้เป็นอย่างดี

     

    “ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นจากการดำเนินกลยุทธ์ที่ตอกย้ำความเป็นแบรนด์ผู้กำหนดทิศทางตลาด (Market Shaper) ผ่านการเน้นการสร้างสิ่งใหม่เพื่อมอบประสบการณ์ใหม่ ๆ ให้กับผู้บริโภคและวงการยานยนต์ให้ขับเคลื่อนธุรกิจไปข้างหน้า ทั้งจากการวางตำแหน่งแบรนด์เชิงกลยุทธ์ในฐานะผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ที่ได้จัดงานทดลองขับขี่ที่รวบรวมยนตรกรรมทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ กว่า 28 แบรนด์ 110 รุ่น มาให้ลูกค้าได้สัมผัสจริงในที่เดียว การยึดประสบการณ์ของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ผ่านการออกแบบให้ลูกค้าสามารถทดลองขับรถที่หลากหลายได้อย่างสะดวก พร้อมขั้นตอนการลงทะเบียนและติดตามผลแบบดิจิทัลที่แม่นยำ และการรวมศักยภาพบริการทางการเงินจากบริษัทในเครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา ที่ร่วมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตอบโจทย์ลูกค้าหลากหลายประเภทที่มาร่วมงาน การสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจ ผ่านสิทธิพิเศษด้านการเงินเฉพาะภายในงาน ที่ช่วยกระตุ้นการตัดสินใจ และการสร้างเครือข่ายพันธมิตรและอีโคซิสเต็ม พร้อมเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจได้เชื่อมต่อกับลูกค้าใหม่ พร้อมร่วมกันสร้างการเติบโตให้กับอุตสาหกรรมในทุกภาคส่วนต่อไป” นายคงสิน กล่าวเพิ่มเติม

    ทั้งนี้ กรุงศรี ออโต้ วางแผนที่จะจัดงาน “Krungsri Auto Ultimate Test Drive & Ride” ให้เป็นกิจกรรมประจำปีอย่างต่อเนื่อง เพื่อหวังช่วยยกระดับมาตรฐานของตลาดยานยนต์ในประเทศไทย ภายใต้หลักเกณฑ์การให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบที่ยั่งยืนของกรุงศรี ออโต้ (Krungsri Auto Sustainable Responsible Lending) ต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • HERE Technologies จัดงาน HERE Directions Bangkok 2025 ชูนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบนำทางแห่งอนาคตในเอเชียแปซิฟิก

    1 Min Read

    HERE Technologies จัดงาน HERE Directions Bangkok 2025 ชูนวัตกรรมและเทคโนโลยีระบบนำทางแห่งอนาคตในเอเชียแปซิฟิก

    HERE Technologies ผู้นำระดับโลกด้านข้อมูลตำแหน่งและแพลตฟอร์มเทคโนโลยี จัดงานใหญ่ประจำภูมิภาค HERE Directions Bangkok 2025 ณ โรงแรมพาร์ค ไฮแอท กรุงเทพฯ พร้อมผนึกผู้นำอุตสาหกรรม พันธมิตร และนวัตกรจากทั่วเอเชียแปซิฟิก ร่วมหารือแนวทางการขับเคลื่อนอนาคตนวัตกรรมการเดินทาง แผนที่ และการขนส่งอัจฉริยะ รวมถึงจัดแสดงนวัตกรรมแบบ in-vehicle experience โดยมีเป้าหมายตอกย้ำความมุ่งมั่นของ HERE ในการส่งมอบโซลูชันคุณภาพขั้นสูงให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์และองค์กรในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

    เปิดประสบการณ์นำทางสุดพิเศษด้วย Lotus Emeya x HERE

    หนึ่งในไฮไลต์สำคัญในงาน HERE Directions Bangkok 2025 ที่ผู้ร่วมงานได้สัมผัสการเปิดตัวสุดเอ็กซ์คลูซีฟของ Lotus Emeya รถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับ Hyper-GT ซึ่งมาพร้อมเทคโนโลยีระบบนำทางอัจฉริยะจาก HERE ที่มอบประสบการณ์นำทางอันล้ำสมัยแบบไร้รอยต่อ ความแม่นยำสูง และใช้ง่ายไม่ซับซ้อน พร้อมยกระดับมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ระดับพรีเมียม

    นายอาบิจิต เซนกุปตา ผู้อำนวยการอาวุโสและหัวหน้าฝ่ายธุรกิจประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย บริษัท HERE Technologies กล่าวว่า “ประสบการณ์ร่วมกับ Lotus Emeya ในครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่เด่นชัดและมีนัยสำคัญที่บ่งบอกได้ว่า HERE ได้เข้ามาพลิกโฉมระบบนำทางในอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเดิมๆ เพราะแพลตฟอร์มของเราให้ความสำคัญกับความแม่นยำในการนำทาง ประสบการณ์ที่ดีในการใช้งาน รวมไปถึงความปลอดภัยขั้นสุด ซึ่งสอดคล้องกับคุณสมบัติที่ Lotus และ พันธมิตรของเรามองหา ซึ่งจะกลายเป็นที่ต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์ยุคใหม่ (Next-gen vehicles) ทั่วโลกอย่างแน่นอน”


    3
    เทรนด์ พลิกโฉมการเดินทางในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    ภายในงาน HERE Directions Bangkok 2025 นอกจากจะมีการนำเสนอข้อมูลสาระสำคัญต่างๆ ผ่านเวทีเสวนา และสาธิตเทคโนโลยีสุดล้ำ ยังมีการเผย 3 เทรนด์สำคัญที่มีแนวโน้มขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงด้านการเดินทางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างชัดเจน ได้แก่:

    1. การเร่งผลักดันอัตราการใช้งาน EV อย่างต่อเนื่อง

    อัตราการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในภูมิภาคมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากแรงสนับสนุนของนโยบายระดับชาติ อาทิ เป้าหมายของประเทศไทยที่มีการตั้งเป้าเพิ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้าให้ถึง 30% ภายในปี 2030 ซึ่งรวมไปถึงรถจักรยานยนต์ รถยนต์ส่วนบุคคล ไปจนถึงระบบขนส่งสาธารณะไฟฟ้า เช่น รถประจำทาง เป็นต้น

    1. การยกระดับความชัดเจนด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างจริงจัง

    แผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยความปลอดภัยทางถนนของประเทศไทยที่ตั้งเป้าลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อประชากรแสนคนภายในปี 2027 ซึ่งจำเป็นต้องมีการออกแบบโครงสร้างพื้นฐานที่รอบคอบมากยิ่งขึ้น พร้อมกับการทำงานร่วมกับเทคโนโลยี เช่น ระบบยานยนต์ที่เชื่อมต่อกัน (Connected Vehicle Systems) เพื่อยกระดับความปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ถนนทุกคน

    1. การขยายศักยภาพ AI และข้อมูล สู่พลังการขับเคลื่อนแห่งอนาคต

    การเดินทางในเมืองกำลังพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว โดยแนวคิด Mobility-as-a-Service (MaaS) หรือ บริการระบบคมนาคมขนส่งแบบครบวงจร กำลังกลายเป็นรูปแบบหลักของการเดินทางในอนาคต และเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านนี้ HERE Technologies ได้พัฒนา HERE AI Assistant ที่ออกแบบมาเพื่อความต้องการของอุตสาหกรรมยานยนต์และการขนส่งยุคใหม่ให้ตอบโจทย์ผู้โดยสารและผู้ใช้งานยานพาหนะเชิงพาณิชย์ โดยใช้เทคโนโลยี Generative AI Large Language Models (LLMs) โมเดลปัญญาประดิษฐ์ขนาดใหญ่ที่เชี่ยวชาญทางด้านภาษา ที่สามารถช่วยให้คำแนะนำตำแหน่งหมุดหมาย การวางแผนการเดินทางแบบเฉพาะบุคคล เพิ่มความแม่นยำด้านการวางเส้นทาง เวลาถึงที่หมาย (ETA) รวมถึงการบริหารจัดการงานขนส่งด้วยความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

     

    การตอบโจทย์การใช้งานระดับองค์กรและอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วย HERE Technologies

    HERE Technologies นำเสนอแพลตฟอร์มและโซลูชันที่ออกแบบมาเพื่อช่วยยกระดับการทำงานในระดับองค์กรและอุตสาหกรรมยานยนต์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีคุณสมบัติที่น่าสนใจดังนี้:

    • โซลูชันยานยนต์แบบครบวงจร (Comprehensive Automotive Solution) ที่มีการรองรับระบบช่วยขับขี่ขั้นสูง (ADAS) การขับขี่อัตโนมัติ การเพิ่มประสิทธิภาพสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า และประสบการณ์ดิจิทัลในห้องโดยสารอันล้ำสมัย
    • ระบบการคำนวณเส้นทางและระบุพิกัดขั้นสูง (Advanced Routing and Geocoding) ออกแบบมาสำหรับงานด้านโลจิสติกส์และโมบิลิตี้โดยเฉพาะ
    • API ที่ให้ความสำคัญแก่นักพัฒนา (Developer-focused APIs) สำหรับการสร้างแอปพลิเคชันที่มีฟังก์ชันระบุตำแหน่งตามความต้องการ
    • รองรับการใช้งานครอบคลุมทั่วโลก (Global Coverage) รองรับการนำทางอย่างไร้รอยต่อในกว่า 200 ประเทศ

    โดยแพลตฟอร์มของ HERE สามารถช่วยให้องค์กร ควบคุมข้อมูลของตนเองได้อย่างเต็มที่ ปรับแต่งประสบการณ์ผู้ใช้งานได้ตามต้องการ และ ขยายการดำเนินงานทั่วโลกได้อย่างแม่นยำในระดับท้องถิ่น

    เสริมแกร่งอุตสาหกรรมยานยนต์ในไทยด้วยเทคโนโลยีระดับโลก

    ขณะนี้ HERE Technologies กำลังขยายการลงทุนและความร่วมมือในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งผนึกกำลังร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำในเอเชียแปซิฟิก ได้แก่:

    • SKOOTAR บริษัทที่ให้บริการเรียกแมสเซนเจอร์ออนไลน์ในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยี Geocoding และ Routing API จาก HERE เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าแบบ on-demand ให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในเวลาที่ต้องการมากยิ่งขึ้น
    • Bedrock Analytics ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการจัดการข้อมูล ที่ให้บริการแพลตฟอร์มปัญญาประดิษฐ์ และข้อมูลเชิงพื้นที่ ในประเทศไทย ร่วมกับ HERE พัฒนาเทคโนโลยี Digital Twin เพื่อสนับสนุนโครงการสมาร์ทซิตี้ในจังหวัดยะลา เพื่อการวางผังเมืองและระบบตอบสนองเหตุฉุกเฉินที่มีประสิทธิภาพสูง

    นอกจากนี้ ผลสำรวจจาก HERE ยังพบว่า คนไทยกว่า 90% เชื่อว่าระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง หรือ Advanced Driver-Assistance Systems (ADAS) จะสามารถเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนนได้ พร้อมทั้งอยากสนับสนุนให้ภาครัฐนำเทคโนโลยีนี้ไปใช้ในเชิงนโยบายอีกด้วย


    เป้าหมายในอนาคตของ HERE Technologies

    HERE Directions Bangkok 2025 ในครั้งนี้ได้ตอกย้ำบทบาทของ HERE Technologies ในการเป็นเสมือนแรงขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงระบบการเดินทางและขนส่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยให้ความสำคัญกับความเปิดกว้าง ความแม่นยำ และการสร้างความร่วมมือให้เกิดขึ้นจริงอย่างยั่งยืน เพื่อสนับสนุนภาคธุรกิจทั่วโลกสู่โอกาสและความสำเร็จแห่งอนาคต


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • TOYOTA GAZOO Racing Thailand ฟอร์มเดือด ครองโพเดียมทุกรุ่น ศึก RAAT Thailand Endurance Championship 2025 เรซ 2-3 ที่ บุรีรัมย์

    1 Min Read

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ฟอร์มเดือด ครองโพเดียมทุกรุ่น ศึก RAAT Thailand Endurance Championship 2025 เรซ 2-3 ที่ บุรีรัมย์

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถที่ยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ลุยต่อศึกมาราธอนทางเรียบพิสูจน์ความแข็งแกร่งจ้าวแห่งมาราธอนทางเรียบครองโพเดียมทุกรุ่น ในรายการ  RAAT Thailand Endurance Championship 2025การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบมาราธอน ชิงแชมป์ประเทศไทยถ้วยพระราชทานประจำปี 2568 สนามที่ 2 และ 3 ณ  สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-7 กันยายน 2568

    กลับมาสู้กันต่อในสนามทางเรียบรูปแบบมาราธอน ครั้งนี้แบ่งการแข่งขันออกเป็น เรซ 2 ระยะเวลา 4 ชั่วโมง และ เรซ 3 ระยะเวลา 5 ชั่วโมง  TOYOTA GAZOO Racing Thailand จัดทีมแข่งลงสนาม จบการแข่งขันผลปรากฏว่า

    รุ่น D2 Touring Car ด้วยรถ Toyota Corolla Altis GR Sport หมายเลข 19 ขับโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ และมานัต กุละปาลานนท์ แชมป์สนามแรกของปี เดินเกมดีปิดจบการแข่งขัน เรซ 2 คว้าอันดับ 2 ทั้งในรุ่นและแบบ Overall รวม 117  รอบสนาม และเรซ 3 จบอันดับ 2 ทั้งรุ่นและแบบ Overall รวม 145 รอบสนาม

    ขณะที่รถหมายเลข 20 ขับโดย ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, กรัณฑ์ ศุภพงษ์ และ อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ จบการแข่งขันเรซ 2 ในอันดับ 3 ของรุ่นและ 4 แบบ Overall รวม 116 รอบสนาม  และเรซ 3 ในอันดับ 3 ทั้งของรุ่นและแบบ Overall รวม 143 รอบสนาม

    รุ่น D3 Compact Car ด้วยรถหมายเลข 39  Yaris HB Turbo  ขับโดย ณ ดล วัฒนธรรม, กฤษฎิ์ วสุรัตน์ และ ชิบะ เคนทาโร ปิดเกมเรซ 2 ในอันดับ 2 ของรุ่นและ 5 แบบ Overall รวม 115 รอบสนาม  และเรซ 3 ในอันดับ 2 ของรุ่นและ 5 แบบ Overall รวม 142 รอบสนาม

    และหมายเลข 29  Yaris Ativ ขับโดย นรรัศมิ์ อภิวาท และไอตั้น อัษฎาธร  จบเรซ 2 ในอันดับ 3 ของรุ่นและ 6 แบบ Overall รวม 114 รอบสนาม  และเรซ 3 ในอันดับ 5 ของรุ่นและ 9 แบบ Overall รวม 137 รอบสนาม

    สุดท้ายในรุ่น Super NZ Lady ด้วยรถ Vios CVT หมายเลข 89 ขับโดย กิติยา ธีรวัฒน์วาที, ป๊ายปาย โอริโอ้ และ ศิริภากรณ์ แยบยนต์ ทำผลงานดีไม่แพ้รุ่นใหญ่จบเรซ 2 ในอันดับ 1 ของรุ่นและ 18 แบบ Overall รวม 101 รอบสนาม  และเรซ 3 ในอันดับ 1 ของรุ่นและ 27 แบบ Overall รวม 121 รอบสนาม

    หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่งสังกัด TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “การแข่งขัน 2 เรซในสุดสัปดาห์นี้พวกเราทุกคนประทับใจกับเกมการแข่งขัน และทีมทำผลงานได้ดีทุกคันมีโพเดียม  ตอนนี้คะแนนรวมสะสมพวกเราขึ้นนำในอันดับ 1, 2 และ 3 มีลุ้นถ้วยพระราชทานฯ ประจำปี เราทุกคนภูมิใจและมีความสุขมากๆ ครับ ฝากแฟนๆ ทุกท่านติดตามเชียร์และลุ้นไปกับพวกเราในการแข่งขันสนามต่อไปด้วยนะครับ”

     

    แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ตร่วมติดตามชมและเชียร์ TOYOTA GAZOO Racing Thailand” กับการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบศึกดวลความเร็วระดับนานาชาติใน “TSS The Super Series 2025” อีเว้นท์ที่ 4  ทั้ง 3 รุ่น คือ Supercar GTM – GT4 –GTC  ในระหว่างวันที่ 19-21 กันยายน 2568 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต มาเลเซีย ร่วมติดตามชมภาพการแข่งขันของทีมเพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram: TOYOTAGAZOORacingTeamThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ซาร์โก-มารินี” คว้าแต้ม โมโตจีพี สปรินต์ “ก้อง-สมเกียรติ” เข้าป้ายที่ 18 บาเซโลน่า

    1 Min Read

    “ซาร์โก-มารินี” คว้าแต้ม โมโตจีพี สปรินต์ “ก้อง-สมเกียรติ” เข้าป้ายที่ 18 บาเซโลน่า

    ทัพนักบิดฮอนด้าสร้างผลงานร้อนแรงต่อเนื่อง ล่าสุด “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ควงคู่ “ลูก้า มารินี” หมายเลข 10 นักบิดอิตาเลียนจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี บิดคว้าแต้มจาก “สปรินต์เรซ” ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 15 คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ขณะที่ “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ ฝืนอาการบาดเจ็บต่อสู้สุดความสามารถ ออกสตาร์ตกริด 24 เข้าป้ายอันดับ 18 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา

    การแข่งขัน สปรินต์ เรซ ดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม โดยผลปรากฏว่า ซาร์โก พารถแข่ง Honda RC213V เข้าป้ายในอันดับ 7 ตามหลังผู้ชนะเพียง 7.017 วินาที ตามด้วย มารินี ในอันดับ 8 คว้าแต้มจาก สปรินต์เรซได้ทั้งคู่ ส่วน “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 นักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี จบเรซในอันดับ 13 ด้าน “อเลช เอสปาร์กาโร” หมายเลข 41 นักบิดทดสอบชาวสแปนิชของ เอชอาร์ซี ลงแข่งด้วยสิทธิ์ไวด์การ์ดรั้งอันดับ 16

    ขณะที่ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดไทยได้เริ่มเกมจากกริดที่ 24 ต่อสู้อย่างสูสีในกลุ่มของตัวเอง และไล่บี้กับนักบิดรุ่นพี่อย่างสุดมันส์ในช่วงต้นเรซ ก่อนฝืนอาการบาดเจ็บบิดเข้าป้ายในอันดับ 18

    ทั้งนี้ ศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ จะแข่งขัน “เมนเรซ” ในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายนนี้ เวลา 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #AE41 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ซาร์โก-มารินี” ควบ Honda RC213V ตีตั๋ว Q2 คาตาลันจีพี “ก้อง-สมเกียรติ” ฝืนเจ็บประเดิมสนามรอบ 2 เดือนที่ บาร์เซโลน่า

    1 Min Read

    “ซาร์โก-มารินี” ควบ Honda RC213V ตีตั๋ว Q2 คาตาลันจีพี “ก้อง-สมเกียรติ” ฝืนเจ็บประเดิมสนามรอบ 2 เดือนที่ บาร์เซโลน่า

    “โยฮันน์ ซาร์โก“ หมายเลข 5 จอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ ควงคู่ ”ลูก้า มารินี“ หมายเลข 10 นักบิดอิตาเลียนจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ตีตั๋วเข้าสู่ Q2 ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 15 คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ ขณะที่ “ก้อง-สมเกียรติ” นักบิดชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ คัมแบ็กฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บลงสนามครั้งแรกในรอบ 2 เดือน จากการซ้อมวันแรก ที่ เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กันยายนที่ผ่านมา

    การซ้อมรอบแบ่งกลุ่ม (PR) ปรากฏว่า ซาร์โก ทำผลงานยอดเยี่ยมรั้งอันดับ 8 ส่วน มารินี รั้งอันดับ 9 โดยทั้งคู่สามารถผ่านเข้าสู่การควอลิฟายรอบ Q2 ได้แบบอัตโนมัติ

    ขณะที่ ”โจอัน เมียร์“ หมายเลข 36 นักบิดสแปนิชจบวันแรกด้วยอันดับ 13 ด้าน ”อเลช เอสปาร์กาโร“ หมายเลข 41 นักบิดทดสอบชาวสแปนิชของ เอชอาร์ซี ลงแข่งด้วยสิทธิ์ไวล์ดการ์ดรั้งอันดับ 20

    ส่วน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 ลงบิดในศึก โมโตจีพี ครั้งแรกในรอบกว่า 2 เดือน โดยฝืนอาการบาดเจ็บจบวันแรกในอันดับ 24

    ทั้งนี้ ศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ จะจับเวลารอบควอลิฟายและดวลความเร็วรอบ “สปรินต์ เรซ” ในวันเสาร์ที่ 6 กันยายนนี้ ก่อนจะแข่งขัน “เมนเรซ” ในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายนนี้ เวลา 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #AE41 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เผยไฮไลต์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    2 Min Read

    เผยไฮไลต์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ประกาศไลน์อัปผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทั้ง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เครื่องยนต์อเนกประสงค์ (Power Products) และอากาศยาน รวมถึงเทคโนโลยีและรถต้นแบบต่างๆ ที่เตรียมจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ในงาน Japan Mobility Show 2025

    (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม 2568 – 9 พฤศจิกายน 2568)

     

    โดยฮอนด้าเตรียมเผยข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการจัดแสดงในช่วงก่อนงานเริ่ม ทั้งรายละเอียดแนวคิดหลักของบูท และข้อมูลผลิตภัณฑ์บางรุ่นที่จะนำมาจัดแสดง รวมถึงรายละเอียดเกี่ยวกับการเข้าร่วมในส่วนของการจัดแสดงหลักซึ่งจัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)

     

    ภาพรวมของบูทฮอนด้า

    *หมายเหตุ: ยานพาหนะหรือการจัดแสดงในภาพอาจแตกต่างจากที่นำมาจัดแสดงจริงภายในงาน

     

    เว็บไซต์พิเศษของฮอนด้าสำหรับงาน Japan Mobility Show 2025:

    http://global.honda/en/japan-mobility-show/2025/

     

    ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนครบวงจร ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝันของฮอนด้า

     

    นับตั้งแต่ก่อตั้ง ฮอนด้าขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งความฝันของพนักงาน ด้วยการใช้ความคิดและเทคโนโลยีที่เป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้าในการพัฒนาและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ในฐานะบริษัทผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน ฮอนด้าจึงไม่หยุดยั้งที่จะสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ เพื่อเพิ่มพูน (Augment) ศักยภาพและความเป็นไปได้ของผู้คนและสังคมผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อน รวมถึงบริการต่างๆ ของฮอนด้า

     

    ในงาน Japan Mobility Show 2025 ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลาย ทั้งทางบก ได้แก่ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ รวมถึงทางทะเลและทางอากาศ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดจากการความฝันของฮอนด้าที่พัฒนาให้กลายเป็นจริงด้วยการใช้เทคโนโลยีอันล้ำสมัยล่าสุดของฮอนด้า

     

    ไฮไลต์สำคัญที่จะจัดแสดงในปีนี้ ประกอบด้วยรถยนต์ไฟฟ้า Honda 0 Series ที่มีแผนเปิดตัวทั่วโลกในปี 2026 รวมถึงรถยนต์และรถจักรยานยนต์รุ่นที่วางจำหน่ายในปัจจุบัน นอกจากนี้ ฮอนด้าจะนำแบบจำลองเท่าขนาดจริงภายในห้องโดยสารของ HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตธุรกิจขนาดเล็ก มาจัดแสดงอีกครั้ง เพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับความกว้างขวางภายในห้องโดยสารของ Honda Jet ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างมากในงาน Japan Mobility Show 2023 ที่ผ่านมา

     

    บูทฮอนด้าได้รับการออกแบบเพื่อให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสกับผลิตภัณฑ์และนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนที่สร้างสรรค์จากพลังแห่งความฝัน เทคโนโลยี และแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยไลน์อัปผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่จะนำมาจัดแสดง จะมีการประกาศเพิ่มเติมในช่วงปลายเดือนกันยายน ผ่านข่าวประชาสัมพันธ์และเว็บไซต์พิเศษของ Honda Japan Mobility Show 2025

     

    รถยนต์ต้นแบบบางส่วนที่จะนำมาจัดแสดง

    รถยนต์:

    รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน (Honda 0 Saloon Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่น

     

    รถยนต์ซีดานไฟฟ้าต้นแบบ ฮอนด้า ซีโร่ ซาลูน ซึ่งเป็น Flagship Model ของซีรีส์ฯ พัฒนาขึ้นจากการออกแบบโครงสร้างตัวรถสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยเฉพาะ มาพร้อมเทคโนโลยีแห่งอนาคต ที่สะท้อนแนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) ของ Honda 0 Series ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง (Honda 0 SUV Prototype) – เปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่น

    ฮอนด้า ซีโร่ เอสยูวี รถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง ที่นับเป็นรุ่นแรกภายใต้ Honda 0 Series ที่จะเปิดตัวเข้าสู่ตลาด ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) โดยมาพร้อมพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่โปร่งโล่ง ทัศนวิสัยกว้างขวาง และโดดเด่นด้วยพื้นที่การใช้งานที่ยืดหยุ่น

    รถจักรยานยนต์:

    CUV e: – รุ่นการผลิตจริง

    Honda CUV e: คือ รถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นที่ 2 ของแบรนด์ โดยมีการติดตั้งแบตเตอรี่ Honda Mobile Power Pack e: ซึ่งเป็นแบตเตอรี่แบบสับเปลี่ยนได้ (Swappable Battery) ไม่ต้องเสียเวลารอชาร์จ เพื่อให้การเดินทางของคุณสะดวกสบายยิ่งขึ้น

     

    Rebel 1100 S Edition Dual Clutch Transmission – รุ่นการผลิตจริง

    Honda Rebel 1100 รถครุยเซอร์รุ่นใหญ่สุดที่มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติแบบคลัตช์คู่ (Dual Clutch Transmission)

    ผลิตภัณฑ์การขับเคลื่อนอื่นๆ ของฮอนด้า:

    HondaJet Elite II – ห้องโดยสารจำลองเท่าขนาดจริง

    HondaJet Elite II เครื่องบินเจ็ตส่วนตัวขนาดเล็กที่ยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของและความสะดวกสบายไปอีกขั้น โดดเด่นด้วยสมรรถนะที่เหนือกว่า HondaJet Elite โดยได้รับการพัฒนาด้านการออกแบบและผสานเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างสมบูรณ์แบบ

    Honda BF350 เครื่องยนต์เรือขนาดใหญ่ – รุ่นการผลิตจริง

    Honda BF350 เป็นแฟลกชิปเครื่องยนต์เรือของฮอนด้า ผสานพลังขับเคลื่อนสูงเข้ากับความประหยัดน้ำมัน พร้อมดีไซน์ที่เรียบง่ายและสะอาดตา เหมาะกับเรือทุกประเภท

     

    ฮอนด้าเตรียมเข้าร่วมในส่วนการจัดแสดงหลักที่จัดโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA)

    Tokyo Future Tour 2035 – สัมผัสความตื่นเต้นกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนแห่งอนาคต

    Tokyo Future Tour 2035 คือ กิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและความน่าตื่นเต้นเกี่ยวกับอนาคตของญี่ปุ่น รวมถึงบทบาทสำคัญของผลิตภัณฑ์และบริการที่มีส่วนในการขับเคลื่อนสังคม โดยผู้เข้าชมจะได้สัมผัสเทคโนโลยีที่จะเกิดขึ้นจริงในอนาคตอันใกล้ และได้เห็นว่าเทคโนโลยีเหล่านี้จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตประจำวันของผู้คนในอีก 10 ปีข้างหน้าได้อย่างไร

     

    ฮอนด้าพร้อมนำหลากหลายผลิตภัณฑ์มาจัดแสดง ได้แก่ หุ่นยนต์ตัดหญ้า Miimo Series และ UNI-ONE อุปกรณ์เคลื่อนที่ส่วนบุคคลแบบแฮนด์ฟรี ที่ผู้ใช้งานสามารถบังคับทิศทางได้ง่าย ๆ โดยการเปลี่ยนถ่ายน้ำหนักตัวขณะนั่งโดยไม่ต้องใช้มือบังคับ

     

    Mobility Culture Program – สัมผัสความตื่นเต้นจากผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อน

    Mobility Culture เป็นกิจกรรมพิเศษในงาน Japan Mobility Show มุ่งเน้นการนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ด้านการขับเคลื่อนที่มีหลากหลายรูปแบบ โดยเฉพาะรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีความเกี่ยวข้องและผูกพันกับชีวิตประจำวันของผู้คนมาอย่างยาวนาน และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้คนได้อย่างต่อเนื่อง

     

    ในงานนี้ฮอนด้าเตรียมจัดแสดงรถยนต์ในตำนานอย่าง McLaren Honda MP4/4 ซึ่งสร้างสถิติในการคว้าชัยชนะสูงสุดถึง 15 ครั้ง จากทั้งหมด 16 สนาม ในการแข่งขันรถยนต์สูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก FIA*2 Formula One (F1) พร้อมคว้าแชมป์ทั้งประเภทผู้ผลิต (Constructors) และประเภทนักแข่ง (Drivers) ในปี 1998 อีกทั้งจัดแสดงร่วมกับรถจักรยานยนต์หลายรุ่น ได้แก่ NSR500 ที่คว้าแชมป์ในรุ่น 500 ซีซี ในการแข่งขัน FIM*3  Road Racing World Championship Grand Prix ในปี 1994

     

    Startup Future Factory – เปิดประสบการณ์ที่เร้าใจกับธุรกิจด้านการขับเคลื่อน

    Startup Future Factory จะรวบรวมเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์จากบริษัทสตาร์ทอัพที่แสดงให้เห็นถึงแนวทางด้านการขับเคลื่อนแห่งอนาคต รวมถึงนำเสนอความร่วมมือในการสร้างสรรค์ธุรกิจยุคใหม่ในอุตสาหกรรมแห่งการขับเคลื่อน

     

    นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมจัดบูทพิเศษสำหรับโปรแกรม Honda IGNITION ซึ่งเป็นธุรกิจใหม่ของฮอนด้า ที่มุ่งส่งเสริมให้บุคลากรนำความรู้ด้านเทคโนโลยีและแนวคิดที่มีเอกลักษณ์มาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาทางสังคมอีกทั้งสร้างคุณค่าใหม่ให้กับผู้คนและสังคม

     

    กิจกรรม “Out of KidZania” ในงาน Japan Mobility Show

    กิจกรรมพิเศษที่เกิดจากความร่วมมือกับ KidZania ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการด้านสถานที่ที่เปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ได้มาสวมบทบาทเพื่อทดลองและเรียนรู้เกี่ยวกับอาชีพต่าง ๆ ในอุตสาหกรรมการขับเคลื่อน

    ฮอนด้ายังเตรียมกิจกรรม interactive ที่น่าสนใจไว้เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ร่วมสนุกและเรียนรู้เกี่ยวกับโครงสร้างและกลไกการทำงานของ Honda UNI-ONE รวมถึงได้ลองคิดแผนธุรกิจใหม่ ๆ สำหรับการนำ UNI-ONE ไปใช้งานให้เกิดประโยชน์อีกด้วย

     

    โดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์แห่งประเทศญี่ปุ่น (JAMA) จะแจ้งรายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละกิจกรรมและการจัดแสดง ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โค้งสุดท้ายยามาฮ่าแคร์สุดx2 เพียงซื้อ #YamahaFINN ฟรี!! ประกันอุบัติเหตุจากทิพยประกันภัย #แคร์รถ #แคร์คุณ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2568

    1 Min Read

    โค้งสุดท้ายยามาฮ่าแคร์สุดx2 เพียงซื้อ #YamahaFINN ฟรี!! ประกันอุบัติเหตุจากทิพยประกันภัย #แคร์รถ #แคร์คุณ ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม – 30 กันยายน 2568

    รับฟรีประกันอุบัติเหตุชดเชยรายได้จากทิพยประกันภัย สูงสุดรวม 30,000 บาท*

    ข้อมูลเพิ่มเติม

    ✅อุบัติเหตุทั่วไป หรือการขับขี่หรือโดยสาร สูงสุด 5,000 บาท/ปี

    ✅คุ้มครองชดเชยรายได้ระหว่างรักษาที่โรงพยาบาล 1,000 บาท/วัน (สูงสุด 3 วัน/อุบัติเหตุแต่ละครั้ง และไม่เกิน 30 วัน/ปี)

    ✅เงื่อนไขการรับประกันภัยเป็นไปตามที่กรมธรรม์ประกันภัยกำหนด ผู้ซื้อควรศึกษารายละเอียดก่อนทำประกันภัยทุกครั้ง

    ✅ลูกค้าจะได้รับ SMS จากทิพยประกันภัย เมื่อประกันฯ ได้รับอนุมัติเรียบร้อยแล้ว และสามารถเปลี่ยนชื่อผู้รับสิทธิได้ 1 ครั้งต่อปี

     

    อ่านรายละเอียดโปรโมชัน #ยามาฮ่าแคร์สุดx2  เพิ่มเติมได้ที่: https://bit.ly/Yamaha-Promotion-Care-x2

    📞สอบถามข้อมูลประกันภัยได้ที่ทิพยประกันภัย โทร.1736

    *เช็กรายละเอียดการรับประกัน 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางได้ที่นี่  : https://bit.ly/Yamaha-FINN-5-Years-Warranty-2025

     

    #ยามาฮ่าเร่งชีวิตให้เร้าใจ #Yamaha #RevsYourHeart #YamahaSocietyThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • จัดงานเปิดบ้าน “Thai Honda Open House & Community Relationship” เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี พร้อมสร้างความยั่งยืนกับชุมชนในนิคมลาดกระบัง

    1 Min Read

    จัดงานเปิดบ้าน “Thai Honda Open House & Community Relationship” เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปี พร้อมสร้างความยั่งยืนกับชุมชนในนิคมลาดกระบัง

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Thai Honda Open House & Community Relationship” เปิดโอกาสให้ชุมชมเข้าเยี่ยมชมโรงงานผลิต เนื่องในโอกาสครบรอบ 60 ปีไทยฮอนด้า โดยครั้งนี้ได้เชิญเหล่าตัวแทนจากสถานศึกษา คุณครู ประธานชุมชน และคณะกรรมการชุมชนจากพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม รวมกว่า 60 ท่าน เข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิต พร้อมเข้าร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการด้านกิจกรรม CSR ณ บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัดสำนักงานใหญ่ นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

    คุณสุคติ สรรพวัฒน์  หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มงานการบริหารองค์กร  บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้า เล็งเห็นถึงความสำคัญของการอยู่ร่วมกับสังคมด้วยความสัมพันธ์อันดีและยั่งยืนตลอด 60 ปีที่ผ่านมา เราได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐ ชุมชน และประชาชนอย่างต่อเนื่อง การจัดโครงการในครั้งนี้จึงมีเป้าหมายเพื่อยกระดับและกระชับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เพื่อก้าวไปข้างหน้าร่วมกันอย่างยั่งยืน”

    สำหรับกิจกรรมนี้จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อเปิดโอกาสให้ชุมชนได้เข้ามารับรู้และเข้าใจต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ กำหนดเป้าหมายร่วมกันเพื่อสร้างภาพการทำงานไปในทิศทางเดียวกัน เสริมสร้างความร่วมมือกับสังคมโดยรอบ พร้อมทั้งร่วมกันวางแผนเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในชุมชนและสังคม ตลอดจนสร้างความเห็นอกเห็นใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

    นอกเหนือจากนี้ ยังได้มอบหมวกกันน็อคให้กับชุมชน โดยผ่านสำนักเขตลาดกระบัง จำนวน 600 ใบ นำไปกระจายส่งมอบต่อให้กับผู้คนในชุมชน เพื่อส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน และที่ผ่านมา ไทยฮอนด้าได้ร่วมมือกับชุมชนและนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังในการพัฒนาโครงการที่สร้างคุณค่าและความยั่งยืนมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น โครงการ “ไทยฮอนด้าปลูกเปลี่ยนฟ้า (Tree for Blue Sky)” ที่ช่วยขยายพื้นที่สีเขียวในเมือง การจัดตั้งสวน 15 นาที และกิจกรรมปลูกต้นไม้ริมถนนในพื้นที่รอบนิคม เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดีและสมดุลมากขึ้น กิจกรรมเหล่านี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ของไทยฮอนด้าในการเคียงข้างสังคมไทย พร้อมขับเคลื่อนความยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ บริษัทฯ ยังมุ่งมั่นที่จะดำรงอยู่เคียงข้างและอยู่ร่วมกับชุมชนได้อย่างสมดุล เพราะเราตระหนักถึงความสำคัญของการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับสังคมรอบข้างเสมอมา และบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อหน่วยงาน ทั้งภาครัฐ ภาคสังคม และชุมชนทุกพื้นที่ที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ โดยสามารถนำแนวทางปฏิบัติและองค์ความรู้ที่ได้รับไปต่อยอดและผลักดันตามวัตถุประสงค์สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda #HowWeMoveYou


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OR เดินหน้ากลยุทธ์ดิจิทัล เสริม OR’s Ecosystem ต้อนรับลูกค้า AIS ใช้ AIS Points แลกรับสิทธิพิเศษในเครือกว่า 7,000 สาขา

    1 Min Read

    OR เดินหน้ากลยุทธ์ดิจิทัล เสริม OR’s Ecosystem ต้อนรับลูกค้า AIS ใช้ AIS Points แลกรับสิทธิพิเศษในเครือกว่า 7,000 สาขา

    บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ยกระดับกลยุทธ์ดิจิทัล (Digital Roadmap) ด้วยการเชื่อมต่อระบบคะแนนสะสม AIS Points เข้ากับ OR’s Ecosystem เพื่อสร้างประสบการณ์การใช้ชีวิตแบบไร้รอยต่อ ลูกค้า AIS ทั้งมือถือและเน็ตบ้าน กว่า 51.1 ล้านราย สามารถนำคะแนนมาแลกรับสิทธิพิเศษได้จริงในธุรกิจเครือ OR ครอบคลุมกว่า 7,000 สาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่การเดินทาง การพักผ่อน ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ในชีวิตประจำวัน

    คุณภากร สุริยาภิวัฒน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจดิจิทัลและโซลูชัน OR เปิดเผยว่า การเชื่อม AIS Points เข้ากับ OR’s Ecosystem ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการต่อยอดแผนแม่บทดิจิทัลที่วางไว้ โดยเรามุ่งสร้างประสบการณ์แบบไร้รอยต่อ (Seamless) เชื่อมโยงตั้งแต่สถานีบริการน้ำมัน ร้านเครื่องดื่ม ร้านสะดวกซื้อ ไปจนถึงธุรกิจความงาม เพื่อดูแลลูกค้าในทุกเส้นทางและทุกไลฟ์สไตล์ ความร่วมมือครั้งนี้ไม่เพียงมอบความคุ้มค่าให้แก่ลูกค้า AIS แต่ยังเป็นการเปิดประตูต้อนรับลูกค้าเข้าสู่เครือข่ายธุรกิจ OR ที่พร้อมพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านคุณภาพสินค้า บริการ และเทคโนโลยี เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและสร้างธุรกิจที่ยั่งยืนไปด้วยกัน โดยลูกค้า AIS สามารถใช้ AIS Points แลกรับสิทธิพิเศษภายในเครือ OR ได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดเติมน้ำมันที่สถานีบริการ PTT Station ส่วนลดเครื่องดื่มที่ Café Amazon, KAMU Tea และ Pearly Tea รวมทั้งสินค้าในร้านสะดวกซื้อ Jiffy ตลอดจนผลิตภัณฑ์สุขภาพและความงามจาก found & found ซึ่งครอบคลุมทุกกลุ่มธุรกิจในเครือ OR ทั้งพลังงาน ค้าปลีก และไลฟ์สไตล์

    คุณประพัฒน์ เสียงจันทร์ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านธุรกิจค้าปลีก เอไอเอส กล่าวว่า ความร่วมมือกับเครือ OR ในครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเพิ่มสิทธิพิเศษให้กับลูกค้า แต่คือการยกระดับประสบการณ์และคุณค่าของทุกคะแนนสะสม การที่สององค์กรซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจ Telco และ Retail จับมือกันด้วยกลยุทธ์ Cross-Loyalty Ecosystem ทำให้ AIS Points Ecosystem มีความครบวงจรมากยิ่งขึ้น สะท้อนความมุ่งมั่นของเอไอเอสที่จะเปลี่ยนคะแนนสะสมให้เป็นพลังและมูลค่าที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่าย ตอบโจทย์ลูกค้าอย่างแท้จริง ความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็น Strategic Partnership ที่สะท้อนภาพใหญ่ของการผนึกกำลัง เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ลูกค้าในวงกว้าง

    ความร่วมมือครั้งนี้ตอกย้ำบทบาทของ OR ในการเป็น Strategic Partner ที่พร้อมเชื่อมโยงธุรกิจและผู้บริโภคเข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ โดยลูกค้า AIS จะได้รับทั้งความสะดวกสบาย ความคุ้มค่า และประสบการณ์ที่เหนือกว่า ขณะเดียวกัน OR ยังสามารถต่อยอดฐานลูกค้าและเสริมสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ผ่านการผนึกกำลังกับพันธมิตรระดับประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมคัมแบ็ก “ฮอนด้า แอลซีอาร์” ลุยโมโตจีพี บาร์เซโลน่า ตั้งเป้าทำผลงานท้ายฤดูกาล

    1 Min Read

     “ก้อง-สมเกียรติ” พร้อมคัมแบ็ก “ฮอนด้า แอลซีอาร์” ลุยโมโตจีพี บาร์เซโลน่า ตั้งเป้าทำผลงานท้ายฤดูกาล

    “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ยอดนักบิดโมโตจีพีชาวไทย ฟื้นจากอาการบาดเจ็บร่วม 2 เดือน คัมแบ็กลุยศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 15 สุดสัปดาห์นี้ ที่ เซอร์กิต เด บาร์เซโลน่า-คาตาลุนญ่า ประเทศสเปน ในรายการ คาตาลัน กรังด์ปรีซ์

    นักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 ได้รับบาดเจ็บ “เอ็นข้างเข่าขวา” จากการฝึกซ้อมโมโตครอสในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา จนต้องผ่าตัดและรักษาตัวร่วม 2 เดือน พร้อมกับเข้าโปรแกรมฟื้นฟูร่างกายอย่างหนักจนฟื้นตัวเพื่อกลับสู่การแข่งขัน โมโตจีพี อีกครั้ง

    สำหรับ “ก้อง-สมเกียรติ” สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักบิดชาวไทยคนแรกในศึก โมโตจีพี เก็บคะแนนแรกมาได้จาก ดัตช์ กรังด์ปรีซ์ ก่อนโชคร้ายบาดเจ็บจนต้องพักยาว และพร้อมกลับมาต่อสู้อีกครั้งในศึก คาตาลัน กรังด์ปรีซ์ โดยจะเข้าสู่การซ้อมในวันศุกร์ที่ 5 กันยายนนี้ ก่อนจะควอลิฟายและ “สปรินต์เรซ” ในวันเสาร์ที่ 6 กันยายนนี้ ส่วน “เมนเรซ” จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 กันยายนนี้ เวลา 19.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ถ่ายทอดสดทาง TrueVisions SPOTV

     

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #TN30 #HondaHRC #JM36 #LM10 #CatalanGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment