-
News / News Motocycle1 Min Read
ครั้งแรก! ของผู้ขับขี่ New Honda UC3 กับการรวมพลผู้ใช้จริง ในงาน “Honda UC3 Society First Meet” สัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เชื่อมต่อไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่
รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เปิดประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับเจ้าของ New Honda UC3 ในกิจกรรม “Honda UC3 Society First Meet” งานมีตติ้งครั้งแรกของคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า New Honda UC3 ที่เปิดพื้นที่ให้สมาชิกได้พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยนประสบการณ์การใช้งานจริง และทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกัน พร้อมอิ่มอร่อยกับมื้อพิเศษในบรรยากาศเป็นกันเอง เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน 2569 ณ ร้านอาหารญี่ปุ่น TORA SUSHI สาขาบางนา
กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ขับขี่ New Honda UC3 เข้าร่วมกว่า 20 คัน มาร่วมแชร์ประสบการณ์การใช้งานจริง แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และพูดคุยเรื่องราวการเดินทางในชีวิตประจำวัน ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเอง สะท้อนพลังของคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ภายในงาน สมาชิกได้ร่วมพูดคุยเกี่ยวกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน พร้อมแบ่งปันมุมมองต่ออนาคตของการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้า อีกทั้งยังได้ “แพร ทวินันท์” อินฟลูสาวผู้หลงใหลไลฟ์สไตล์การเดินทางยุคใหม่ มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และพูดคุยกับสมาชิกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ สมาชิกยังได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์โอมากาเสะเมนูพิเศษที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อชาว New Honda UC3 โดยเฉพาะ พร้อมแบ่งปันไอเดียการคัสตอมที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานแต่ละคน ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งการพบปะและมิตรภาพภายในกลุ่มผู้ใช้งาน
Honda UC3 Society First Meet ถือเป็นการเปิดประสบการณ์ครั้งแรกของชาว New Honda UC3 ที่ไม่เพียงสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าร่วม แต่ยังสะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการมุ่งสร้าง EV Ecosystem ที่เชื่อมโยงทั้งผู้ใช้งาน เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์การเดินทางแห่งอนาคตเข้าด้วยกัน พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเดินทางยุคใหม่อย่างยั่งยืนต่อไป โดยผู้ที่ใช้ New Honda UC3 สามารถติดตามกิจกรรมครั้งต่อไปของ Honda UC3 Society ได้เร็ว ๆ นี้
ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#NewHondaUC3 #TheUrbanFirstMovers #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 อวดโฉมมรดกนวัตกรรมยานยนต์
สมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย ร่วมกับ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ จัด “งานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48” ภายใต้แนวคิด “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” ชมรถโบราณหลากยุค หลายสมัย ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า “งานประกวดรถโบราณ เป็นงานระดับประเทศที่จัดต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 48 โดยแนวคิดของงานปีนี้คือ “มรดกนวัตกรรม-Legacy of Innovation” เนื่องจากเหล่าบรรดายานยนต์โบราณ คือผู้ส่งมอบนวัตกรรม ซึ่งเป็นรากฐานของเทคโนโลยีล้ำสมัยให้แก่ยานยนต์ยุคปัจจุบัน เช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบกลไก กลายเป็นระบบ AWD อัจฉริยะที่ควบคุมด้วยคอมพิวเตอร์ ระบบช่วงล่างพื้นฐาน กลายเป็นระบบกันสะเทือนไฟฟ้าที่ตอบสนองตามสภาพถนนแบบเรียลไทม์ ขุมพลังดั้งเดิม กลายเป็นระบบไฮบริด พลัก-อิน ไฮบริด และไฟฟ้า ฯลฯ นวัตกรรมจากอดีตจึงเป็นมรดกของยานยนต์โบราณที่ทรงคุณค่ายิ่ง”
กัลยา กมลรัตน์ ผู้อำนวยการด้านการตลาด ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ กล่าวว่า “ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ได้ร่วมกับสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทยจัดงานประกวดรถโบราณอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 16 โดยงานนี้ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมคุณภาพที่สะท้อนความหลากหลายของไลฟ์สไตล์ และเปิดโอกาสให้ผู้คนทุกเจเนอเรชันได้ร่วมสัมผัสคุณค่า และเสน่ห์ของยานยนต์คลาสสิค ผู้เข้าชมจะได้พบกับรถโบราณ และรถคลาสสิคกว่า 100 คัน บนพื้นที่จัดแสดงกว่า 4,000 ตารางเมตร บริเวณชั้น G”
การประกวดรถโบราณแบ่งเป็น 7 ประเภท ตามมาตรฐานของสมาพันธ์รถโบราณสากล (FIVA) ได้แก่ รถรุ่นบรรพบุรุษ (ก่อนปี 1904) รถรุ่นผ่านศึก (ปี 1905-1918) รถโบราณ (ปี 1919-1930) รถรุ่นก่อนสงคราม (ปี 1931-1945) รถรุ่นหลังสงคราม (ปี 1946-1960) รถคลาสสิค (ปี 1961-1970) และรถคลาสสิคร่วมสมัย (ปี 1971-ปัจจุบัน ย้อนหลัง 30 ปี)
สำหรับรถเด่นในงานปีนี้ ได้แก่ รถโบราณอายุเฉียด 100 ปี Rolls-Royce 20hp Saloon ปี 1929 / รถบนโปสเตอร์งานประกวด Austin 7 Saloon ปี 1933 / รถนำเข้ามาจากต่างประเทศอย่างถูกกฎหมายเพื่อการอนุรักษ์ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Targa ปี 1986 และ Porsche 911 Carrera Super Sport 3.2 Cabriolet ปี 1989
นอกจากนั้น ยังมีการประกวดอีกหลายประเภท อาทิ รถจำลอง รถดัดแปลง รถประดิษฐ์พิเศษ รถแจกวาร์ รถมีนี รถโฟล์คสวาเกน รถอเมริกัน และรถเฟียต พร้อมรถที่นำมาแสดงเป็นพิเศษ
ส่วนกิจกรรมอื่นๆ ก็มีมากมาย เช่น เสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เกี่ยวกับรถโบราณ หัวข้อ “ไทยเปิดนำเข้ารถโบราณปีแรก ผลลัพธ์เป็นอย่างไร?” พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมสุดพิเศษตลอดงาน ไม่ว่าจะเป็นการออกตามล่ารถไฮไลท์ผ่านกิจกรรม Lucky Rally Scan สะสมภารกิจลุ้นรับของรางวัลสุดพิเศษ หมุนวงล้อแห่งความโชคดีเพื่อลุ้นรับโมเดลรถโบราณสุดน่ารัก รวมถึงเก็บภาพความประทับใจที่ Photo Booth ในบรรยากาศวินเทจสุดคลาสสิค ที่จะช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เข้าถึง และเรียนรู้เรื่องราวของรถยนต์ระดับตำนานที่สนุกมากยิ่งขึ้น คอนเสิร์ทเพลงฮิทในอดีต จำหน่ายสินค้าวินเทจ หนังสือ นิตยสาร แสตมป์รถโบราณ รถโบราณจำลอง ฯลฯ
ผู้สนใจสามารถส่งรถเข้าประกวดได้ที่ imc.co.th/vintagecarclub/vcct ภายในวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 หรือสอบถามรายละเอียดที่ vintagecarclub.or.th และ facebook.com/VintageCarClub และเชิญชมงานประกวดรถโบราณ ครั้งที่ 48 ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์ ระหว่างวันที่ 15-19 กรกฎาคม 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” คว้าท็อป 7 ศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 สนามที่ 2 ประเทศโปรตุเกส
“ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงษ์ นักบิดดาวรุ่งจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ทำผลงานเก็บคะแนนสะสมต่อเนื่องในศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ 2 เอสโตริล ราวด์ ณ เซอร์กิตโต โด เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายน ที่ผ่านมา
สำหรับ “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เจ้าของรถหมายเลข 85 ออกสตาร์ตในตำแหน่งโพล โพซิชั่น และต้องต่อสู้อย่างดุเดือดตลอดการแข่งขันกว่า 16 รอบ โดยนักบิดดาวรุ่งไทยได้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและพัฒนาการที่ยอดเยี่ยมในสนามแข่งขันจนสามารถคว้าอันดับที่ 7 เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก 9 คะแนน รวมเป็น 23 คะแนน รั้งอยู่อันดับที่ 8 ของตารางรวม ลุ้นสร้างผลงานประจำปีต่อไป
ศึกเอฟไอเอ็ม โมโต จูเนียร์ 2026 คลาส โมโตทรี จูเนียร์ เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ สนามที่ต่อไป จะทำการแข่งขันกันที่ เซอร์กีโต เด เฆเรซ ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 3-5 กรกฎาคม 2026 นี้
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #JuniorGP #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย มอบคอมพิวเตอร์ 864 เครื่อง สนับสนุนการศึกษา 3 จังหวัดชายแดนใต้ สานต่อความช่วยเหลือต่อเนื่อง มูลค่ารวมกว่า 5.3 ล้านบาท
มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในพื้นที่ จัดพิธีส่งมอบคอมพิวเตอร์เพื่อสนับสนุนการศึกษา ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา ณ ศาลากลางจังหวัดนราธิวาส โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส คุณบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ คณะผู้บริหารสถานศึกษา และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมในพิธี
การดำเนินโครงการในครั้งนี้ เป็นการสานต่อความช่วยเหลือจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เมื่อปี 2567 ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนจำนวนมากได้รับความเสียหายและขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน โดยเฉพาะคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องมือสำคัญในการเรียนรู้ของเยาวชน
ในปี 2567 มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณเพื่อฟื้นฟูโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบเป็นมูลค่า 1.8 ล้านบาท ควบคู่กับการมอบคอมพิวเตอร์รวมทั้งสิ้น 326 เครื่อง เพื่อช่วยให้โรงเรียนสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
สำหรับการส่งมอบในปี 2569 นี้ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยได้ดำเนินการจัดหาคอมพิวเตอร์เพิ่มเติมจำนวน 864 เครื่อง เพื่อมอบให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษา สร้างโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีอย่างเท่าเทียม และลดช่องว่างทางการเรียนรู้ของเยาวชนในพื้นที่
นายอิสรภาพ อู่โชตนานันท์ กรรมการผู้จัดการ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย กล่าวว่า
“มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสังคมไทย โดยเฉพาะการยกระดับโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนในพื้นที่ที่ยังขาดแคลน ทั้งในยามวิกฤตและการฟื้นฟูในระยะยาว เพื่อให้เด็กๆ สามารถเข้าถึงโอกาสการเรียนรู้อย่างเท่าเทียมกัน”ทั้งนี้ หากนับรวมการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบัน มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยได้ให้การสนับสนุนโรงเรียนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5.3 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการยืนหยัดเคียงข้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง
มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย จัดตั้งขึ้นเพื่อให้การช่วยเหลือประชาชนไทยในยามเกิดสาธารณภัย รวมถึงการสนับสนุนด้านการศึกษาและพัฒนาคุณภาพชีวิต โดยยึดมั่นในเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าและเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป
#มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
เอ็มจี เปิดตัว NEW MG URBAN มาพร้อมเทคโนโลยี Auto Parking รุ่นแรกในเซกเมนต์ ราคา เริ่มต้น 529,900 บาท
บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เปิดตัว NEW MG URBAN รถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ครุ่นใหม่อย่างเป็นทางการ พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ภายใต้นิยาม “LIFE EASY” สะท้อนแนวคิดการใช้ชีวิตเมืองยุคใหม่ ให้ทุกการเดินทางเป็นเรื่องง่าย ผ่าน 4 หัวใจหลัก ได้แก่ PARK EASY – จอดง่าย DRIVE EASY – ขับง่าย LIVE EASY – ใช้ชีวิตง่าย และ GO FAR EASY – ไปได้ไกลกว่า NEW MG URBAN ได้รับการออกแบบเพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนเมืองยุคใหม่ ด้วยการผสานดีไซน์ที่โดดเด่น เทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งานที่ตอบรับไลฟ์สไตล์ของทุกคนอย่างลงตัว พร้อมประกาศราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 529,900 บาท
NEW MG URBAN หรือ “น้องม่วง” รถแฮทช์แบ็คพลังงานไฟฟ้ารุ่นล่าสุดของ เอ็มจี ที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชันอัจฉริยะ ยกระดับประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ชูคอนเซ็ปต์ “LIFE EASY” ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่
- PARK EASY จอดง่าย ใช้ชีวิตง่ายกว่าเดิม
เติมเต็มการใช้ชีวิตของคนเมืองให้คล่องตัวในทุกวัน ด้วยเทคโนโลยีช่วยจอดอัจฉริยะที่ช่วยลดความกังวลในการขับขี่และการหาที่จอดในพื้นที่จำกัด ไม่ว่าจะเป็น การเข้าจอดในอาคารสำนักงาน คอนโดมิเนียม หรือสถานที่ที่มีสภาพการจราจรหนาแน่น พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Smart Parking Assist ระบบสั่งจอดอัตโนมัติระยะไกล Remote Auto Parking ที่สามารถควบคุมผ่านสมาร์ทโฟนได้อย่างสะดวก รวมถึงระบบแสดงภาพรอบทิศทางแบบ 3 มิติ พร้อมมุมมองหลายเลน (Multi-Lane View) ช่วยให้มองเห็นสภาพแวดล้อมรอบคันได้อย่างชัดเจน เพื่อให้ทุกการจอดเป็นเรื่องง่ายและมั่นใจยิ่งขึ้น
2. DRIVE EASY ขับง่าย คล่องตัวทุกเส้นทางในเมือง
ดีไซน์ตอบโจทย์การเดินทางในชีวิตประจำวันของคนเมือง ด้วยสัดส่วนตัวรถที่ออกแบบอย่างลงตัว มอบความคล่องตัวสูงในการขับขี่ พร้อมวงเลี้ยวแคบเพียง 5.2 เมตร ช่วยให้การกลับรถ เข้าซอย หรือเปลี่ยนทิศทางในพื้นที่จำกัดเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดาย เสริมด้วยระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS ระดับ L2 ให้ความเหนือระดับในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าแฮทช์แบ็ค และระบบเปลี่ยนเลนอัตโนมัติ Auto Lane Change with Alert ช่วยดูแลผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์ พร้อมอุปกรณ์ตรวจจับรอบคัน ทั้งเซ็นเซอร์ 12 ตำแหน่ง เรดาร์ 3 จุด และกล้อง 6 ตัว ช่วยประเมินสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ เพื่อมอบความมั่นใจและความสะดวกสบายในทุกการเดินทาง โดยผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP และ ANCAP สะท้อนถึงมาตรฐานด้านความปลอดภัยในระดับสากล
3. LIVE EASY ใช้ชีวิตได้เต็มที่ในทุกวัน
ยกระดับห้องโดยสารให้เป็นมากกว่าพื้นที่สำหรับการเดินทาง ด้วยการออกแบบที่กว้างขวาง โปร่งสบาย และรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็น การเดินทางไปทำงาน การพักผ่อนในวันหยุด หรือการใช้เวลาร่วมกับคนสำคัญ พร้อมหน้าจอ Infotainment ขนาด 15.6 นิ้ว ทำงานร่วมกับชิปประมวลผล Qualcomm Snapdragon 8155 มอบประสบการณ์การใช้งานที่รวดเร็วและลื่นไหล รองรับการเชื่อมต่อกับโลกดิจิทัลเต็มรูปแบบ พร้อมระบบ i-SMART PRO และ AI Voice Command ช่วยให้การสั่งงานภายในรถเป็นธรรมชาติ สะดวก และตอบโจทย์การใช้ชีวิตในยุคดิจิทัลได้อย่างลงตัว
4. GO FAR EASY ไปได้ไกลกว่า ใช้ชีวิตได้มากกว่า
มอบอิสระให้ไปได้ไกลกว่าที่เคย ด้วยแบตเตอรี่ขนาด 53.9 kWh และมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง สามารถขับขี่ได้ไกลที่สุดในคลาสถึง 530 กิโลเมตรต่อการชาร์จ 1 ครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC) รองรับทั้งการใช้งานในเมืองตลอดสัปดาห์และการออกทริปในวันหยุด พร้อมฟังก์ชัน V2L สามารถจ่ายพลังงานให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้สูงสุด 3.3 กิโลวัตต์ (kW) เปลี่ยนรถให้เป็นแหล่งพลังงานเคลื่อนที่สำหรับทุกกิจกรรม ไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งแคมป์ การทำงานนอกสถานที่ หรือการใช้เวลาท่ามกลางธรรมชาติ เพื่อให้ทุกจุดหมายเป็นไปได้ง่ายกว่าที่เคย พร้อมมอบความมั่นใจในการใช้งานระยะยาวด้วย EV LIFETIME WARRANTY การรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ สะท้อนความเชื่อมั่นในคุณภาพและมาตรฐานการผลิตของ เอ็มจี
ความโดดเด่นทั้งหมดนี้สะท้อนถึงปรัชญา “IN THAILAND FOR THAILAND” ที่ เอ็มจี ยึดถือมาโดยตลอด โดย NEW MG URBAN ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นโกลบอลโมเดลที่ผลิตในประเทศไทย (CKD) ด้วยฝีมือคนไทยและซัพพลายเชนในประเทศ เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้งานของคนไทยอย่างแท้จริง และยังเป็นก้าวสำคัญที่ตอกย้ำศักยภาพของไทยในฐานะฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าที่สำคัญของภูมิภาคภายใต้แนวคิด “Made in Thailand, For the World”
มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว NEW MG URBAN คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยไม่จำเป็นต้องมีราคาแพงเสมอไป โดย เอ็มจี ตั้งใจนำเทคโนโลยีระดับพรีเมียมอย่างระบบ Advanced Driver Assistance System (ADAS) ระดับ L2 และ Smart Auto Parking Solution มาใส่ไว้ในรถที่คนไทยเข้าถึงได้ง่ายขึ้น เพื่อเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ว่าความสะดวกสบายระดับสูงต้องจ่ายในราคาหลักล้านเท่านั้น นอกจากตัวรถที่สมบูรณ์แบบ เอ็มจี ยังพร้อมส่งมอบประสบการณ์ LIFE EASY ผ่านบริการ MG SMILE มาตรฐานการบริการรูปแบบใหม่ที่เน้นความสะดวกและอุ่นใจในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เพราะเราเชื่อว่ารถยนต์ควรเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเติมเต็มชีวิตให้ง่ายและสนุกมากขึ้น NEW MG URBAN จึงเป็นตัวแทนของคนยุคใหม่ที่เลือกใช้ชีวิตอย่างฉลาด ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของเทคโนโลยี ความคุ้มค่า และไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นอย่างลงตัว”
NEW MG URBAN ราคาสุทธิ (บาท) ราคาพิเศษ (บาท) · NEW MG URBAN รุ่น STANDARD · NEW MG URBAN รุ่น MAX
· NEW MG URBAN รุ่น ULTRA
579,900 529,900 649,900 599,900
749,900 709,900
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM ตอกย้ำผู้นำด้านบริการหลังการขายของแบรนด์รถยนต์จีนในไทย
ด้วยมาตรฐาน ความโปร่งใส และความอุ่นใจที่ผู้ใช้จริงพิสูจน์แล้วGWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด ตอกย้ำความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยด้วยมาตรฐานการดูแลที่โดดเด่นรอบด้าน ทั้งความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ ความโปร่งใสของข้อมูลและค่าใช้จ่าย ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิค กระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพและการสื่อสารที่ชัดเจน การันตีด้วยผลการสำรวจโดย บริษัท ดิฟเฟอเรนเชียล (ไทยแลนด์) จำกัด ปี 2569 ที่ยกให้ GWM เป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทย ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน (2568 และ 2569)*
มากกว่าการขายรถคือการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว
GWM ยังคงเดินหน้าลงทุนและพัฒนาศักยภาพด้านการบริการอย่างต่อเนื่องเพื่อให้พร้อมดูแลลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการใช้งาน เน้นการสร้าง ‘ความเชื่อมั่นที่จับต้องได้จริง’ ด้วยบริการที่โปร่งใส ชัดเจน พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และทีมงานที่พร้อมสนับสนุนอย่างมืออาชีพ เพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM และรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าในระยะยาว ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยในยุคยานยนต์พลังงานใหม่
“GWM Exclusive Service”: ปัจจัยสำคัญสู่ความพึงพอใจและไว้วางใจจากลูกค้า GWM
- ความสะดวกในการเข้าถึงการบริการ: หนึ่งในปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อความพึงพอใจของลูกค้าในทุก ๆ ขั้นตอนการบริการ คือ ความสะดวกในการเข้าถึงบริการ โดยมี GWM แอปพลิเคชันเป็นหัวใจหลักของการยกระดับประสบการณ์ลูกค้าที่เข้าถึงได้ง่าย รวมไปถึงมีศูนย์บริการมาตรฐานและเครือข่าย GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ จำนวน 71 แห่งทั่วประเทศ ที่ทำให้ GWM พร้อมดูแลลูกค้าอย่างครอบคลุมในทุกมิติของการใช้งานรถยนต์ ตั้งแต่การเข้ารับบริการตามระยะ การดูแลหลังการขาย ไปจนถึงการให้คำปรึกษาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐานของ GWM รวมไปถึง บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง คลอบคลุมถึงบริการยกรถฉุกเฉิน บริการเติมน้ำมันฉุกเฉิน รวมไปถึงบริการรับกุญแจสำรอง ณ ที่พักของลูกค้า ภายในระยะทาง 20 กิโลเมตร ซึ่งลูกค้าสามารถขอความช่วยเหลือผ่านแอปพลิเคชัน GWM หรือโทรติดต่อศูนย์บริการลูกค้า GWM ที่หมายเลข 02-668-8888 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง; GWM Mobile Service ที่ให้บริการบำรุงรักษาตามระยะทางถึงที่ทั่วประเทศ เพียงทำการนัดหมายล่วงหน้า
- ความเชี่ยวชาญเชิงเทคนิคและกระบวนการให้บริการที่มีประสิทธิภาพ: GWM ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและอบรมพนักงานอย่างต่อเนื่องเพื่อให้มั่นใจได้ว่าช่างเทคนิค ที่ปรึกษาการบริการและเจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ทุกคน จะมีความรู้ความสามารถในการให้บริการลูกค้า และซ่อมบำรุงรถยนต์ทุกประเภทพลังงานของ GWM ได้อย่างถูกต้องตามมาตรฐานสากล ยิ่งไปกว่านั้น GWM ยังมุ่งมั่นในการสร้างมาตรฐานใหม่ของงานบริการ ด้วยเป้าหมายในการส่งมอบบริการหลังการขายที่รวดเร็ว ครอบคลุม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นการบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ ด้วยการรับประกันความพร้อมส่งอะไหล่ภายใน 7 วัน พร้อมการชดเชยด้วย GWM Point หากไม่สามารถส่งอะไหล่ได้ภายใน 7 วัน นอกจากนั้นยังมีศูนย์มาตรฐานซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม โดยทุกขั้นตอนผ่านการดูแลโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันคุณภาพงานซ่อม เพื่อสร้างความมั่นใจในทุกครั้งของการเข้ารับบริการ
- การบริหารจัดการปัญหาและการวิเคราะห์เชิงลึกแบบบูรณาการ: GWM ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ โดยไม่เพียงมุ่งเน้นการซ่อมให้แล้วเสร็จ แต่ยังให้ความสำคัญกับการวิเคราะห์สาเหตุเชิงลึก (Root Cause Analysis) เพื่อป้องกันการเกิดปัญหาซ้ำในระยะยาว โดยทีมงานในประเทศไทยทำงานอย่างใกล้ชิดเป็นหนึ่งเดียวกับทีม Quality Management (QM), Research & Development (R&D) และสำนักงานใหญ่ (HQ) เพื่อร่วมกันวิเคราะห์ปัญหา กำหนดแนวทางการซ่อม และพัฒนาวิธีการแก้ไขอย่างต่อเนื่อง แนวทางดังกล่าวช่วยให้ GWM สามารถยกระดับคุณภาพการซ่อมบำรุงให้มีความแม่นยำ รวดเร็ว และได้มาตรฐานเดียวกันในระดับสากล สะท้อนถึงความแตกต่างด้านกระบวนการทำงานที่เชื่อมโยงกันทั้งระบบ และเป็นอีกหนึ่งจุดแข็งสำคัญที่ช่วยสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้อย่างแท้จริง
- ความโปร่งใส และการให้คำปรึกษาอย่างเป็นระบบ: GWM มุ่งเน้นการกำหนดราคาค่าบริการที่โปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกรายมั่นใจและได้รับประสบการณ์ที่ดีในการใช้บริการทุกครั้ง โดยผู้ใช้งานจะได้รับข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ตั้งแต่ก่อนเข้ารับบริการจนถึงหลังการบริการเสร็จสิ้น ซึ่งช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างมั่นใจและไม่รู้สึกว่ามีการซ่อนเร้นค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
- ความพร้อมด้านอะไหล่และการสนับสนุนที่เหนือกว่า: GWM เสริมความแข็งแกร่งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ด้วยการมีฐานการผลิตภายในประเทศ ซึ่งช่วยให้สามารถจัดหาและกระจายอะไหล่ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพด้านโครงสร้างพื้นฐานและระบบสนับสนุนที่แตกต่างจากแนวทางการจัดหาอะไหล่ทั่วไปในอุตสาหกรรม พร้อมกันนี้ บริษัทฯ ยังคงยืนยันมาตรฐานการให้บริการด้วยการรับประกันความพร้อมของอะไหล่ภายใน 7 วัน ซึ่งช่วยรองรับการใช้งานของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ลดระยะเวลารอคอย และตอกย้ำความได้เปรียบเชิงโครงสร้างของ GWM เมื่อเทียบกับภาพรวมทั้งอุตสาหกรรม
- การรับประกันที่ครอบคลุมและโดดเด่นของ GWM: สะท้อนความตั้งใจในการดูแลผู้บริโภคในไทยอย่างจริงจังในระยะยาว เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานรถยนต์ GWM ได้อย่างมั่นใจและอุ่นใจในทุกเส้นทาง ครอบคลุมทั้งการรับประกันคุณภาพรถใหม่สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน; การรับประกันแบตเตอรี่เพื่อความมั่นใจในยุคพลังงานใหม่ อาทิ การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด ORA 5 HEV นาน 10 ปี แบบไม่จำกัดระยะทาง และการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ORA 5 EV นาน 8 ปี หรือ 180,000 แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน ; รวมไปถึงการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับ TANK 300 DIESEL และ TANK 500 DIESEL สูงสุดถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ gwm.co.th
- การสื่อสารที่มีความชัดเจนและเข้าถึงได้ง่าย: GWM เน้นการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ การให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับกระบวนการต่าง ๆ ผ่าน GWM Smart Service ซึ่งเป็นระบบจัดการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อแพลตฟอร์มการทำงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผนการเข้ารับบริการที่ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนหรือยืนยันนัดหมายได้ตามความสะดวก ช่วยให้ลูกค้าสามารถจัดการเวลาได้ดีขึ้นและเตรียมตัวล่วงหน้าก่อนการใช้บริการ รวมถึงระยะเวลาในการซ่อม ค่าบริการ และสถานะการดำเนินการ และการให้รายละเอียดต่าง ๆ ให้ลูกค้าเข้าใจอย่างถูกต้องและครบถ้วน
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่แบรนด์ต่างมุ่งยกระดับบริการหลังการขายในหลากหลายมิติ GWM ได้ก้าวไปอีกขั้นด้วยการผสานจุดแข็งทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ทั้งการรับประกันระดับสูง เครือข่ายบริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ระบบบริหารจัดการปัญหาอย่างเป็นระบบ และความพร้อมด้านอะไหล่จากฐานการผลิตในประเทศที่ช่วยให้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ GWM สามารถส่งมอบประสบการณ์การให้บริการที่ครบวงจร ชัดเจน และเชื่อถือได้ในทุกมิติ ซึ่งเป็นหนึ่งในความแตกต่างสำคัญที่ทำให้เราโดดเด่นกว่าใครในอุตสาหกรรม พิสูจน์ได้จากผลการสำรวจด้านความพึงพอใจที่จัดทำโดย Differential ซึ่งสะท้อนว่า GWM สามารถทำผลงานโดดเด่นเหนือกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม และก้าวขึ้นเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความพึงพอใจด้านบริการหลังการขายสูงเป็นอันดับ 1 ในไทยต่อเนื่อง ทั้งนี้ GWM ยังคงให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงของลูกค้าอย่างต่อเนื่องและใกล้ชิด พร้อมนำทุกความคิดเห็นไปวิเคราะห์ ปรับปรุง และพัฒนาการบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าทุกคนได้รับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่อุ่นใจและดียิ่งขึ้นในทุกมิติ และสะท้อนความมุ่งมั่นของ GWM ในการเติบโตไปพร้อมกับผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ ชวนเจ้าของ Honda E-Clutch ลุ้นเป็น 12 ไบค์เกอร์ผู้โชคดีร่วมทริป “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” บิด 4 ภาคทั่วไทยกับ Influencer สายไบเกอร์ชื่อดัง ฟรีตลอดทริป
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เชิญชวนเจ้าของรถ Honda E-Clutch ร่วมลุ้นเป็น 1 ใน 12 ผู้โชคดี เพื่อร่วมออกเดินทางในกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟแห่งปี “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience” ทริปพิเศษที่จะพาผู้ร่วมกิจกรรมสัมผัสเสน่ห์การเดินทางบนเส้นทางสุดประทับใจทั่วประเทศไทย ครบทั้ง 4 ภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Honda E-Clutch ที่มอบความสะดวกสบายและความสนุกในทุกเส้นทาง โดยไม่มีค่าใช้จ่ายตลอดกิจกรรม เปิดรับสมัครและร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่ 15 – 30 มิถุนายน 2569
กิจกรรมครั้งนี้เปิดโอกาสให้เจ้าของรถ Honda E-Clutch ในตระกูล 650 Series ได้แก่ CBR650R E-Clutch และ CB650R E-Clutch รวมถึงตระกูล 500 Series ได้แก่ CBR500R E-Clutch และ NX500 E-Clutch ได้ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษไปพร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังในวงการรถจักรยานยนต์ นำโดย แพร ทวินันท์, เบนซ์ จากเพจ D BigBike, จอห์น จากเพจ John Rider, แมน จากเพจ ThaiRacing, กร จากเพจ BullyBike และ Influencers ท่านอื่นๆ อีกมากมาย ที่จะมาร่วมสร้างสีสัน ถ่ายทอดประสบการณ์ และแบ่งปันมุมมองการขับขี่ด้วยเทคโนโลยี Honda E-Clutch ในบรรยากาศที่เป็นกันเองตลอดทริป
สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถร่วมกิจกรรมได้ง่าย ๆ ดังนี้
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน My Honda Moto และลงทะเบียนรถ Honda BigBike ระบบ E-Clutch ภายในแอปฯ โดยสามารถดาวน์โหลดได้ที่ iOS: https://apple.co/4dXHjtu และ Android: https://bit.ly/4cAzB67
- เข้าเมนู “กิจกรรมจากฮอนด้า” และกดเข้าร่วมกิจกรรม “Honda E-Clutch The 4 Exclusive Xperience”
- สร้างคลิปวิดีโอเล่าความรู้สึกในหัวข้อ “ทำไมต้อง Honda E-Clutch” ในสไตล์ของคุณ
- โพสต์คลิปลง Facebook ส่วนตัว พร้อมติดแฮชแท็ก #HondaEClutchThe4ExclusiveXperience #นาทีนี้ต้องHondaEClutch #HondaBigBikeThailand ตั้งค่าโพสต์เป็นสาธารณะ (Public) และแชร์โพสต์กิจกรรม
- คอมเมนต์ลิงก์วิดีโอใต้โพสต์กิจกรรม พร้อมระบุช่วงเวลาที่ต้องการร่วมทริป โดยสามารถเลือกได้สูงสุด 2 ช่วงเวลา
ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้ร่วมเดินทางในทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เส้นทางละ 3 คน รวมทั้งสิ้น 12 คน โดยสามารถเลือกช่วงเวลาที่สะดวกในการเข้าร่วมกิจกรรม ดังนี้
- ทริปครั้งที่ 1: 9 – 13 กรกฎาคม 2569
- ทริปครั้งที่ 2: 15 – 20 กรกฎาคม 2569
- ทริปครั้งที่ 3: 27 กรกฎาคม – 1 สิงหาคม 2569
- ทริปครั้งที่ 4: 5 – 10 สิงหาคม 2569
ทั้งนี้ จะมีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการคัดเลือกในวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 17.00 น. ผ่านหน้าเฟซบุ๊ก Honda BigBike (https://www.facebook.com/HondaBigBikeTH/) พร้อมศึกษารายละเอียดกิจกรรมและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ผ่านแอปพลิเคชัน My Honda Moto
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH#HondaEClutchThe4ExclusiveXperience #นาทีนี้ต้องHondaEClutch #HondaEClutch #NX500EClutch #CBR500REClutch #CBR650REClutch #CB650REClutch #HondaBigBike #ExcitesTheWorld #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
“ก้อง-สมเกียรติ” ทะยานรถแข่ง Honda CBR1000RR-R บิดคว้าอันดับ 13 เรซสองบวกแต้ม เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ มิซาโน
ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 7 ดวลความเร็วเรซที่ 2 เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 14 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่ สนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี ประเทศอิตาลี
สุดสัปดาห์นี้นับเป็นหนึ่งในบททดสอบของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี และ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดชาวไทย หลังจากที่ผ่านการทดสอบที่สนามแห่งนี้ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งถือเป็นแทร็กที่พวกเขามีข้อมูลในการเซ็ตอัพมากกว่าสนามอื่นๆ
เข้าสู่การแข่งขันในวันอาทิตย์ ซึ่งในช่วงเช้านักบิดไทยบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 15 ของรอบ ซูเปอร์โพลเรซ โดยเจ้าตัวและทีมใช้เวลาทุกช่วงที่ลงสนามในการเก็บข้อมูลเซ็ตอัพเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถยกระดับสำหรับการแข่งขันในเรซที่ 2
เกมเรซ 2 ดวลกันทั้งสิ้น 21 รอบสนาม โดย “ก้อง-สมเกียรติ” เริ่มเกมจากกริดที่ 19 แม้จะออกตัวไม่ดีนักจนตกไปเป็นอันดับ 21 แต่จากอุบัติเหตุในโค้งแรก นักบิดไทยสามารถแซงขึ้นมารั้งอันดับที่ 18 ได้อย่างรวดเร็ว จากนั้นก็สามารถไต่ขึ้นไปรั้งอันดับ 14 ในรอบที่ 4
หลังผ่าน 6 รอบสนาม “ก้อง-สมเกียรติ” ที่เปิดเกมอย่างดุดันขยับแซงคู่แข่งขึ้นไปรั้งอันดับ 13 ก่อนจะบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 13 ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะ 31.979 วินาที นับเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่เริ่มต้นฤดูกาล 2026 เก็บเพิ่ม 3 แต้มจากเรซนี้ รวมเป็น 8 คะแนน ขยับขึ้นไปรั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ ส่วน “ไรอัน วิคเกอร์ส” ทีมเมทชาวอังกฤษเข้าเส้นชัยอันดับ 18 ตามหลัง 65.902 วินาที
นักบิดไทยกล่าวหลังจบเรซว่า “วันนี้เราเริ่มแข่งด้วย ซูเปอร์โพล เรซ โดยปรับเซ็ตติ้งบางอย่างและนั่นทำให้รถแข่งดีขึ้น ฟีลลิ่งของผมดีขึ้น ซึ่งส่งผลให้สามารถเค้นได้มากกว่าเดิม สำหรับเรซ 2 เราพยายามเกาะกลุ่มและรักษาตำแหน่งให้ได้ ความเร็วของเราดีมาก ผมสามารถสู้ในกลุ่มได้ตลอดทั้งเรซ”
“แต่ในรอบท้ายๆ ผมเริ่มมีปัญหากับยางหน้า ฟีลลิ่งกับรถแข่งเริ่มลดลง ประกอบกับผิวแทร็คร้อนมากเลยทำให้อุณหภูมิยางหน้าสูงขึ้น ทำให้ไม่สามารถเค้นไปมากกว่านี้ ผมตัดสินใจรักษาตำแหน่งเอาไว้ ซึ่งเป้าหมายต่อไปของเราคือท็อปเท็น”
ทั้งนี้ ศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 10-12 กรกฎาคมนี้ ที่ สนาม โดนิงตัน พาร์ค เซอร์กิต, สหราชอาณาจักร
#HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026 #EmiliaRomagnaWorld
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 ตอกย้ำวิสัยทัศน์ “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS” พัฒนาจากสนามแข่งสู่รถที่ดียิ่งกว่า พร้อมขับเคลื่อนด้วยพลังงานหลากหลาย มุ่งกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในระดับภูมิภาค
มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายพฤฒิรัตน์ รัตนกุล เสรีเริงฤทธิ์ นายกราชยานยนต์สมาคม แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ประกาศจัดงาน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026 โดยในปีนี้ถือเป็นวาระครบรอบ 40 ปีของโตโยต้า มอเตอร์สปอร์ต ในประเทศไทย ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนาทั้งเทคโนโลยี ยานยนต์ และบุคลากร ผ่านสนามแข่งสู่การใช้งานจริง
ที่สำคัญ…”โตโยต้าพร้อมส่งเสริมการใช้พลังงานที่หลากหลาย” โดยรถแข่งของโตโยต้าสามารถรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือก น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และไบโอดีเซล B20 ภายใต้วัตถุประสงค์ที่จะสนับสนุนแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนและพึ่งพาการใช้แหล่งพลังงานในประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ายานยนต์ของโตโยต้า สามารถรองรับได้ทุกพลังงาน ควบคู่ไปกับการมีสมรรถนะและประสิทธิภาพอย่างดีเยี่ยม
สำหรับโตโยต้า กีฬามอเตอร์สปอร์ตคือรากฐานในการสร้างยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า เราได้ขยายความร่วมมือกับพันธมิตร ผ่านการแข่งขันอีกหลายรายการทั่วโลก ผ่านการท้าทายขีดจำกัดในสนามต่างๆ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยีให้ดียิ่งขึ้น
TOYOTA GAZOO RACING THAILAND 2026
ภายใต้แนวคิด “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS”
- พัฒนาจากสนามแข่ง สู่รถที่ดียิ่งกว่า กับการแข่งขัน One Make Race ทั้ง 4 รุ่น
พบความสนุกสนานเร้าใจ กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race ทั้ง 4 รุ่น
- YARIS One Make Race Hatchback ECO Car ยอดนิยม Toyota YARIS เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i สำหรับนักแข่งระดับ Entry
- Hilux REVO One Make Race เร้าใจกับสมรรถนะของรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง เครื่องยนต์ดีเซล
คอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี
- Corolla ALTIS GR Sport One Make Race สนุกสุดเหวี่ยงกับพลังของเครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA
- Yaris ATIV Lady One Make Race ด้วยพลังของเครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i กับรถ ECO Sedan ที่กำลังได้รับความนิยมสูงสุด
- ไฮไลท์กิจกรรมในปีนี้
- พิเศษสุด ในปีนี้ ! การแข่งขันในรุ่นพิเศษ สำหรับ Yaris ATIV HEV GR SPORT Challenge Cup เป็นครั้งแรก ! ที่ได้ทั้งนักข่าว Influencer น้องที่ผ่านการคัดเลือกจาก TGR Academy และนักแข่ง Lady ในปีนี้ ได้แก่
- นักข่าว – ทางเพจชื่อดัง CokeyP-โค้ก, Carnest-เจแปน และ แบงค์ Streetmetal
- Influencer – ท็อป ทศพล สุดเทห์ , เส้นด้าย Influencer ชื่อดัง ทางออนไลน์ และ ลีซอ นักฟุตบอลชื่อดังระดับประเทศ สายสปอร์ตที่ท้าทายกับกีฬาความเร็ว เป็นครั้งแรก
- น้องจาก โครงการ TGR Academy –น้องบิว ผู้มี Passion และอยากทำในสิ่งที่รัก
- นักแข่ง Lady OMR – มิย่า ทองเจือ และ ชาช่า รามณรงค์ นักแข่งหน้าใหม่ ที่ปีนี้ ซึ่งจะลงขับ ทั้ง 2 คลาส (ATIV Lady และ Yaris ATIV HEV GR SPORT Challenge Cup)
- Product Showcase การจัดแสดงรถในรุ่นต่างๆ
รถยนต์ไฟฟ้า BEV เพื่อนำเสนอสมรรถนะบนสนามแข่ง สำหรับรถรุ่น bZ4X และ รถกระบะไฟฟ้าTravo-e
4×4 Adventure สนามทดสอบ 4×4 experience ที่จะสร้างประสบการณ์มิติใหม่ไปกับรถโตโยต้า ในตระกูลขับเคลื่อนสี่ล้อ ให้ทุกคนได้ร่วมขับบนภูเขาจำลองสูงถึง 5 เมตร
GR Performance ตอกย้ำสมรรถนะระดับสูงของรถยนต์ตระกูล GR ในรุ่น GR Yaris, GR Corolla, GR 86 พิเศษ! สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ GR Yaris และ GR Corolla รถพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าได้ทันที
ติดต่อสอบถาม ได้ที่ GR Garage ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ได้แก่ โตโยต้าธนบุรี, โตโยต้ากรุงไทย, โตโยต้าเค.มอเตอร์ส, โตโยต้าริช (เชียงใหม่), โตโยต้าขอนแก่น (ขอนแก่น) และโตโยต้าเพริล์ (ภูเก็ต)
- กิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับลูกค้า GR ได้แก่ GR Track Experience จ.บุรีรัมย์ ,GR Experience ในงานที่จังหวัดภูเก็ตและเชียงใหม่ , GR Exhibition Race, GR 86 Drift Course
- Toyota Star Team (ต่อเนื่องจากปี 2025) น้องมิย่า (ในรุ่น Ativ One Make Race) น้องป๊ายปาย (ในรุ่น Yaris One Make Race) และคุณปังปอนด์ (ในรุ่น Altis GR-S One Make Race) พร้อมสร้างความสนุกและความตื่นเต้น เหมือนเช่นเคย
- Toyota Gazoo Racing Academy สำหรับผู้ที่ผ่านคอร์สอบรม และต้องการก้าวสู่การเป็นนักแข่ง จะได้รับสิทธิพิเศษปีนี้ ฟรีค่าสมัครเข้าร่วมการแข่งขัน Toyota One Make Race สำหรับผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่
- สัมผัสความสนุกสนาน เร้าใจของ “Toyota Gazoo Racing Thailand 2026” ทั้ง 4 จังหวัด 5 สนาม ทั่วประเทศ
- สนามที่ 1 วันที่ 1-5 กรกฎาคม ชลบุรี
- สนามที่ 2 วันที่ 29-30 สิงหาคม ภูเก็ต
- สนามที่ 3 และ 4 วันที่ 24-27 กันยายน บุรีรัมย์
- สนามที่ 5 (สนามสุดท้าย) วันที่ 21-22 พฤศจิกายน เชียงใหม่
- สร้างความภาคภูมิใจจากความร่วมมือของวิศวกรไทย พัฒนารถสู่การใช้งานจริงกับทางเลือกพลังงานอันหลากหลาย
โตโยต้าเดินหน้าพัฒนายานยนต์ภายใต้สภาพการแข่งขันจริง ร่วมกับวิศวกรไทย จากบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด (TMA) ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือกในวงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างเป็นรูปธรรม โดยรถแข่งของโตโยต้าสามารถรองรับการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงทางเลือก น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 และไบโอดีเซล B20 ซึ่งสนับสนุนแนวทางการลดการปล่อยคาร์บอนและพึ่งพาการใช้แหล่งพลังงานในประเทศ
การนำเชื้อเพลิงทางเลือกมาใช้ในการแข่งขัน ไม่เพียงสะท้อนถึงสมรรถนะและความทนทานของรถยนต์โตโยต้าเท่านั้น แต่ยังเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ที่สามารถต่อยอดจาก “สนามแข่งสู่การใช้งานจริง” ภายใต้วิสัยทัศน์ Carbon Neutral Mobility เพื่อมุ่งสู่สังคมแห่งการเดินทางที่ยั่งยืนในอนาคต
โตโยต้าเชื่อมั่นว่า “มอเตอร์สปอร์ต” ไม่ได้เป็นเพียงสนามแห่งความเร็ว แต่ยังเป็นพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยี พลังงานทางเลือก และนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อส่งต่อสู่การใช้งานของลูกค้าทั่วไปอย่างแท้จริง
- การพัฒนารถยนต์ HEV ผ่านการส่งรถ เข้าร่วมการแข่งขัน
- Yaris ATIV HEV GR SPORT Challenge Cup เป็นครั้งแรก! ในรูปแบบ Circuit – One Make Race ที่จังหวัดภูเก็ต
- Yaris ATIV HEV ในรูปแบบ มาราธอน รายการ RAAT Thailand Endurance Championship
- Yaris Cross HEV รูปแบบทางฝุ่น รายการ RAAT Thailand Rally Championship
- พัฒนา Hilux Travo เข้าร่วมการแข่งขัน AXCR (Asian Cross Country Rally)
- ส่งเสริมการใช้พลังงานทางเลือก Carbon Neutral Mobility อย่างต่อเนื่อง โดยส่งรถ Yaris Carbon Neutral Fuel และ Yaris ATIV Carbon Neutral Fuel ลงแข่งขันในรายการ OMR (One Make Race)
พร้อมกันนี้ ยังได้จัดแสดงสมรรถนะของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) ผ่านรุ่น bZ4X และ Travo-e เพื่อสะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยีแห่งอนาคต
5.มุ่งมั่นยกระดับศักยภาพทีมแข่งและพัฒนารถแข่ง
ปัจจุบันเรายังคงมุ่งยกระดับศักยภาพนักแข่งมืออาชีพผ่านการสนับสนุน “ทีมโตโยต้า กาซู เรซซิ่ง
ไทยแลนด์ รวมทั้งสิ้น 7 รุ่น ครอบคลุมการแข่งขันในประเภทต่าง ๆ ทั้งสนามเซอร์กิตและแรลลี่ ได้แก่
- การแข่งขันประเภทเซอร์กิต (Circuit)
- Yaris ATIV HEV ครั้งแรกในประเทศไทยที่เข้าร่วมการแข่งขัน RAAT Thailand Endurance Championship
- GR Supra ในรายการ Thailand Super Series (TSS)
- Hilux Champ ในรายการ Thailand Super Series (TSS)
- Yaris ATIV ในรายการ Thailand Super Series (TSS)
- การแข่งขันประเภทแรลลี่ (Rally)
- Hilux Travo ครั้งแรก ในรายการ Asia Cross Country Rally (AXCR)
- Yaris Cross HEV ในรายการ RAAT Thailand Rally Championship
- การแข่งขัน e-Motorsports ชิงแชมป์ประเทศไทย “TOYOTA GAZOO RACING THAILAND ESPORT GT CHAMPIONSHIP 2026” ก้าวสู่เวทีระดับเอเชีย
ส่งเสริมเยาวชนรุ่นใหม่ให้มีส่วนร่วมกับมอเตอร์สปอร์ตมากขึ้น
กลับมาอีกครั้ง กับการเฟ้นหาสุดยอดนักแข่งเกมส์แข่งรถชื่อดัง Gran Turismo 7 บนเครื่อง Play Station ในรายกาย TOYOTA GAZOO RACING THAILAND ESPORT GT CHAMPIONSHIP 2026 และเป็นตัวแทนประเทศไทยไปร่วมประลองฝีมือในระดับเอเชีย สามารถติดตามและสมัครเข้าร่วมได้ที่ https://www.facebook.com/ToyotaGazooRacingThailand
สานต่อบทบาทมอเตอร์สปอร์ต ผนึกกำลังพันธมิตร
สู่การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างยั่งยืน
กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตไม่เพียงแต่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชม แต่ยังเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันสำคัญที่ช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และวัฒนธรรม ของแต่ละภูมิภาคเข้าด้วยกัน พร้อมทั้งสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ
โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาและต่อยอดบทบาทนี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มอเตอร์สปอร์ตเป็นมากกว่าการแข่งขัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
Toyota Gazoo Racing Thailand ขอขอบคุณการกีฬาแห่งประเทศไทย ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ Yokohama , Modellista โดย TCD Asia / LENSO / ARTO / Singha Corporation รวมถึงพันธมิตรใหม่ในปีนี้ ได้แก่ Somboon / Compact / Lamina / และขอขอบคุณสื่อมวลชนทุกแขนง ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการถ่ายทอดความสำเร็จและการเติบโตของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า จัดแข่งขันทักษะฝีมือช่าง ครั้งที่ 30 เฟ้นหาสุดยอดแชมป์นายช่างไทย เพื่อดูแลลูกค้าได้อย่างมั่นใจ ด้วยมาตรฐานระดับเอเชียและระดับโลก
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าตอกย้ำความมุ่งมั่นและความพร้อมด้านบริการ ยกระดับการแข่งขันทักษะช่างไทย ประจำปี 2569 ในงาน “Thai Honda Motorcycle Technician Skill Contest 2026” เน้นพัฒนาทักษะขั้นสูงและงานซ่อมบำรุงอย่างเป็นระบบในระดับสากล เพื่อเปลี่ยนความเชี่ยวชาญของนายช่างให้เป็นความไว้วางใจสูงสุดของลูกค้าเมื่อเข้าใช้บริการที่ศูนย์ Honda Wing Center และ Honda BigWing ทั่วประเทศ ซึ่งการแข่งขันนี้ จัดติดต่อกันมาเข้าสู่ปีที่ 30 โดยการแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ จัดขึ้นเมื่อวันที่ 11-12 มิถุนายน 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ
มร. มาซายูกิ ฮามามัตสึ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ไทยฮอนด้าเชื่อว่าความไว้วางใจของลูกค้าเกิดจากทั้งคุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขายที่มีมาตรฐาน เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาศักยภาพนายช่างฮอนด้าทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมั่นใจ แม่นยำ และสอดคล้องกับมาตรฐานของฮอนด้า”
“การแข่งขัน Thai Honda Motorcycle Technician Skill Contest 2026 ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 30 จึงเป็นอีกหนึ่งเวทีสำคัญที่สะท้อนความมุ่งมั่นของไทยฮอนด้าในการยกระดับมาตรฐานฝีมือช่างไทย พร้อมเตรียมความพร้อมให้นายช่างไทยก้าวสู่การแข่งขันในระดับเอเชียและระดับโลกต่อไป โดยการแข่งขันเน้นทดสอบและพัฒนาทักษะของนายช่างฮอนด้าอย่างรอบด้าน ทั้งความรู้เชิงทฤษฎี ทักษะเชิงปฏิบัติ การวิเคราะห์ปัญหา และการแก้ไขงานซ่อมบำรุงอย่างเป็นระบบ โดยในปีนี้มีผู้เข้าร่วมการแข่งขันในรอบแรกกว่า 2,000 คน จากร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ก่อนคัดเลือกจนเหลือผู้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศจำนวน 48 คน”
“สิ่งสำคัญของการแข่งขันครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่การค้นหาผู้ชนะเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการยกระดับมาตรฐานงานบริการของศูนย์ Honda Wing Center และ Honda BigWing ทั่วประเทศ เพื่อให้ลูกค้าได้รับบริการที่มีคุณภาพ และไว้วางใจได้ในทุกขั้นตอน”
สำหรับการแข่งขันในครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนจากร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ส่งช่างผู้เชี่ยวชาญเข้าร่วมแข่งขันในรอบแรกสูงถึง 2,032 คน จาก 773 ร้านค้า โดยขับเคี่ยวผ่านการสอบออนไลน์ระบบ HLMS ทั้งในรอบตัวแทนร้านและรอบตัวแทนระดับภูมิภาค ต่อเนื่องไปยังรอบ Semi Final จนได้ผู้เข้าแข่งขันที่ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศระดับประเทศรวมทั้งสิ้น 48 คน แบ่งการแข่งขันออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทรถจักรยานยนต์ขนาดเล็ก (Commuter Bike) จำนวน 28 คน แข่งขันรถในกลุ่ม A.T. และ Family ได้แก่รุ่น Honda Wave125 และ Honda PCX160 และประเภทรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ (Fun Bike) จำนวน 20 คน แข่งขันรถในกลุ่ม Domestic และ Import ได้แก่รุ่น Honda CB500F, New Honda Forza750, Honda NX500 และ Honda CBR650R E-Clutch โดยหนึ่งในไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันปีนี้คือการทดสอบทักษะด้านเทคโนโลยี Honda E-Clutch ผ่านโจทย์การวิเคราะห์ปัญหาระบบไฟฟ้า รวมถึงการถอดและประกอบชิ้นส่วนเครื่องยนต์นอกตัวรถ เพื่อยกระดับความพร้อมของนายช่างในการดูแลรถจักรยานยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าที่เข้ารับบริการ
ผู้มีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันต้องเป็นช่างบริการระดับ Gold ขึ้นไป จากร้าน Honda Wing Center และ Honda Wing Shop โดยผู้ชนะเลิศระดับประเทศจะได้รับตำแหน่งสุดยอดนายช่าง “The Master” แบ่งออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ ประเภทรถขนาดเล็ก (Commuter) และประเภทรถบิ๊กไบค์ (Fun Bike) โดยมีรายชื่อผู้ได้รับรางวัลดังนี้
ประเภทรถขนาดเล็ก (Commuter 1)
- รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ นายวันชัย ศรีโนทัย จากบริษัท มอเตอร์เวิร์ค จำกัด
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายประเสิรฐ เทียนบุตร จากห้างหุ้นส่วนจำกัด ห้างนำชัยมอเตอร์แอนด์ออดิโอ
ประเภทรถขนาดเล็ก (Commuter 2)
- รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ นายนพรัตน์ ดีมูล จากห้างหุ้นส่วนจำกัด ณัฐพงษ์มอเตอร์ (1989)
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายทวี บุญรัตน์ จากบริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด
ประเภทรถบิ๊กไบค์ (Fun Bike)
- รางวัลชนะเลิศระดับประเทศ ได้แก่ นายอดิศักดิ์ แซ่ตั้ง จากบริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด
- รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ นายพัฒนศักดิ์ มีแผ้ว จากบริษัท ยศเจริญ มอเตอร์ไบค์ จำกัด
หลังจากได้ผู้ชนะตัวแทนระดับประเทศครั้งนี้ ทั้งผู้ชนะเลิศและรองชนะเลิศอันดับ 1 และ 2 ในแต่ละประเภท จะเข้ารอบ Champ VS Champ ในวันที่ 23-24 กรกฎาคม 2569 เพื่อเตรียมความพร้อมขั้นสูงสุด ก่อนเดินทางไปเป็นตัวแทนประเทศไทยลุยศึกใหญ่ในระดับนานาชาติ ที่งาน Honda Asia & Oceania Motorcycle Technician Skill Contest 2026 ณ ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ วันที่ 17-20 พฤศจิกายน 2569 เพื่อแสดงศักยภาพและมาตรฐานฝีมือช่างไทยสู่สายตานานาชาติ
สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA
#ThaiHondaTechnicianSkillContest2026 #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

















































































































































