-
News / News Motocycle1 Min Read
ยามาฮ่าประดับดาวทอง เชิดชูแชมป์เอเชียคนล่าสุด “ไอเดีย” กฤตภัทร ผงาดแชมป์ ARRC 2026 พร้อมฉลองแชมป์เอเชียสมัยที่ 8 ของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม
นายพงศธร เอื้อมงคลชัย ประธานกรรมการบริหาร มร.ฮิเดฮิโกะ ทาคากิ รองประธานกรรมการบริหาร และนายอุกฤษณ์ ภาควิวรรธ รองผู้จัดการใหญ่ด้านวางแผนการค้า และการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมประดับดาวทองเข้าสู่หอเกียรติยศของ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เพื่อเชิดชูความสำเร็จของ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ นักบิดดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม หลังควบรถแข่ง YAMAHA YZF-R3 หมายเลข 39 ผงาดคว้าแชมป์เอเชียสมัยแรกของตัวเองในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี จากการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2026 สำหรับการแข่งขัน เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปียนชิพ 2026 สนามที่ 5 ณ สนามเซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย
“ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ ต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ท้าทาย หลังประสบปัญหาในช่วงควอลิฟาย ส่งผลให้ต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 10 และต้องเจอกับงานหนักในการแข่งขันทั้ง 2 เรซ แต่ด้วยความมุ่งมั่นและเป้าหมายในการคว้าแชมป์ “ไอเดีย” กฤตภัทร โชว์ฟอร์มการขับขี่ได้อย่างยอดเยี่ยม ไล่แซงคู่แข่งก่อนทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ได้ทั้ง 2 เรซ พร้อมเก็บคะแนนสะสมทิ้งห่างอันดับ 2 ถึง 79 คะแนน ส่งผลให้สามารถคว้าแชมป์เอเชียประจำปี 2026 ในรุ่น เอเชีย โปรดักชั่น 250 ซีซี มาครองได้สำเร็จตั้งแต่ยังเหลือการแข่งขันอีก 1 สนาม
ความสำเร็จในครั้งนี้นับเป็นแชมป์เอเชียสมัยแรกของ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ พร้อมสร้างอีกหนึ่งหน้าประวัติศาสตร์ให้กับ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ด้วยการคว้าแชมป์เอเชียสะสมเป็นสมัยที่ 8 ตอกย้ำความสำเร็จของทีมแข่งไทยบนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับเอเชีย
ทั้งนี้ ในพิธีประดับดาวทองเพื่อประกาศเกียรติคุณแห่งความสำเร็จ มีคณะผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่ “ไอเดีย” กฤตภัทร เขื่อนคำ แชมป์เอเชียคนล่าสุด พร้อมร่วมถ่ายภาพเป็นที่ระลึกในบรรยากาศแห่งความภาคภูมิใจ พิธีประดับดาวทองในครั้งนี้จัดขึ้น ณ หอเกียรติยศ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เมื่อเร็วๆ นี้
#YamahaThailandRacingTeam
#RevsYourHeart #ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด #YamahaBeyondTheLimits
#YamahaRacing #No1RacingTeam
#YamahaSocietyThailand #YamahaRidersclubThailand
#RaceMachine #ARRC2026 #TheBlueShift #YamahR3 #KK39
#YamahaThailandRacingOfficial #Champion2026 #WeAreTheChampion
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
GWM ORA 5 และ TANK 300 คว้า 2 รางวัลใหญ่จากเวที Torino Automotive Design Award 2026 ตอกย้ำความสำเร็จบุกตลาดยุโรป
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ได้รับการยอมรับบนเวทีระดับสากลอีกครั้งจากการคว้า 2 รางวัลสำคัญบนเวที Torino Automotive Design Award 2026 (TADA) ณ งาน Salone Auto Torino 2026 ประเทศอิตาลี โดย GWM ORA 5 ได้รับรางวัลการออกแบบห้องโดยสารยอดเยี่ยม (Best Interior Design) ในกลุ่มรถยนต์ครอบครัว และ TANK 300 ได้รับรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยียอดเยี่ยม (Best Technological Innovation Award) ในกลุ่มรถยนต์พรีเมียม สะท้อนถึงศักยภาพด้านการออกแบบและเทคโนโลยีที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญระดับสากล
เวทีระดับสากล ยืนยันความสำเร็จและการยอมรับในตลาดยุโรป
รางวัล Torino Automotive Design Award (TADA) ก่อตั้งขึ้นในปี 2568 โดย Salone Auto Torino เพื่อยกย่องความเป็นเลิศด้านการออกแบบและนวัตกรรมยานยนต์จากแบรนด์จีนที่ทำตลาดหรือกำลังเข้าสู่ตลาดยุโรป สำหรับการตัดสินในปี 2569 มีรถยนต์เข้าร่วมประเมินถึง 87 รุ่น จาก 46 แบรนด์ ครอบคลุม 3 ประเภทหลัก ได้แก่ กลุ่มรถยนต์ใช้งานในเมือง (City Car), กลุ่มรถยนต์ครอบครัว (Family Car) และ กลุ่มรถยนต์พรีเมียม (Premium Car ) พิจารณาจาก 3 มิติสำคัญ ได้แก่ การออกแบบภายนอก การออกแบบภายใน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยี โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งเป็นตัวแทนจากสื่อยานยนต์ชั้นนำของอิตาลี 10 สำนัก ร่วมตัดสินอย่างเข้มงวด
“การได้รับ 2 รางวัลใหญ่จากผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของอิตาลีภายในระยะเวลาเพียงสองเดือนหลังจากที่ GWM เริ่มดำเนินธุรกิจและเปิดตัวในประเทศอิตาลี ถือเป็นเครื่องยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ของเราสามารถตอบโจทย์ความต้องการและได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคในยุโรปอย่างแท้จริง ยิ่งไปกว่านั้นรางวัลการออกแบบภายในห้องโดยสารของ GWM ORA 5 และรางวัลนวัตกรรมเทคโนโลยีของ TANK 300 สะท้อนถึงจุดเด่นสำคัญที่เราใช้เป็นหัวใจหลักในการนำเสนอผลิตภัณฑ์สู่ตลาดอิตาลี ได้แก่ การออกแบบที่โดดเด่น เทคโนโลยีล้ำสมัย และความคุ้มค่าในการใช้งาน เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า” จูเซปเป
โลวาสซิโอ (Giuseppe Lovascio) ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ GWM Italia กล่าวGWM ORA 5 ยกระดับห้องโดยสารเพื่อตอบโจทย์ทุกการใช้ชีวิตประจำวัน
GWM ORA 5 ได้รับรางวัล Best Interior Design Award ในกลุ่ม Family Car จากแนวคิดการออกแบบห้องโดยสารภายใต้คอนเซ็ปต์ “Triple Moments of Time” ที่มุ่งสร้างสภาพแวดล้อมภายในรถให้สามารถตอบสนองการใช้งานได้อย่างสะดวกสบายและยืดหยุ่นในทุกช่วงเวลาของวัน คณะกรรมการได้ชื่นชมแนวทางการออกแบบที่ผสมผสานความกว้างขวาง ความสะดวกสบาย และความสามารถในการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว ผ่านพื้นที่ห้องโดยสารที่ออกแบบอย่างพิถีพิถัน กระจกบานใหญ่รอบคันช่วยเพิ่มความโปร่งโล่ง เบาะนั่งตามหลักสรีรศาสตร์ ระบบไฟ Ambient Light และพื้นที่จัดเก็บสัมภาระที่หลากหลาย ช่วยยกระดับประสบการณ์การเดินทางในชีวิตประจำวันให้มีความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ORA 5 ยังมาพร้อมหน้าจอสัมผัสส่วนกลางขนาด 14.6 นิ้ว และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเข้าถึงข้อมูลและฟังก์ชันต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกและเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อ สะท้อนแนวคิดของ GWM ที่เชื่อว่าห้องโดยสารของรถยนต์ควรเป็นมากกว่าพื้นที่ที่สวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์ความต้องการของครอบครัวยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง
TANK 300 โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีไฮบริดออฟโรดขั้นสูง Hi4-T
ขณะที่ TANK 300 ได้รับรางวัล Best Technological Innovation Award ในประเภท Premium Car จากเทคโนโลยี Hi4-T ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อนำจุดแข็งของพลังงานไฟฟ้ามาผสานเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ออฟโรดอย่างแท้จริง เทคโนโลยี Hi4-T ประกอบด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบขนาด 2.0 ลิตร มอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง และระบบส่งกำลังไฮบริด ที่ทำงานร่วมกันภายใต้ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบ Non-Decoupled Four-Wheel Drive Architecture ช่วยมอบทั้งพละกำลังสูงและประสิทธิภาพการใช้พลังงานที่ยอดเยี่ยม ความโดดเด่นของ Hi4-T คือความสามารถในการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อได้โดยตรงผ่านระบบกลไก (Direct Mechanical Drive) ทำให้ยังคงรักษาความสามารถในการขับขี่ในสภาพเส้นทางที่ท้าทายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ แม้ในสถานการณ์ที่ระดับพลังงานแบตเตอรี่ต่ำ เมื่อทำงานร่วมกับโครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame ระบบ Transfer Case แบบ 2 สปีด ระบบล็อกเฟืองขับ และโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย จึงสะท้อนศักยภาพของ GWM ในการผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับสมรรถนะการใช้งานจริงได้อย่างลงตัว
เดินหน้าส่งมอบนวัตกรรมระดับโลกสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง
ความสำเร็จจากเวที Torino Automotive Design Award 2026 ในครั้งนี้ ไม่เพียงสะท้อนถึงการยอมรับในระดับสากลต่อความโดดเด่นของ GWM ORA 5 และ TANK 300 เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของแบรนด์ในตลาดยุโรป รวมถึงการลงทุนอย่างไม่หยุดยั้งในด้านการออกแบบ การวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี
ในขณะที่กำลังขยายรากฐานธุรกิจไปทั่วโลก GWM มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับการใช้งานจริง สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภคในแต่ละภูมิภาคทั่วโลกได้อย่างลงตัว ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” สำหรับประเทศไทย GWM (Thailand) พร้อมสานต่อความมุ่งมั่นในการมอบผลิตภัณฑ์และบริการคุณภาพระดับสากลสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ในทุกมิติ มุ่งสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยอย่างแท้จริง
หมายเหตุ: รายละเอียดผลิตภัณฑ์ รุ่นย่อย อุปกรณ์ และข้อมูลทางเทคนิคของรถยนต์ GWM อาจแตกต่างกันไปในแต่ละประเทศและภูมิภาค
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
Yadea เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภค จัดกิจกรรม “Endurance Challenge” ยกทัพ GT80-P พิสูจน์สมรรถนะจริง 2,364 กิโลเมตร จากเหนือจรดใต้
Yadea (ยาเดีย) เดินหน้าสร้างความเชื่อมั่นผู้บริโภคต่อยานยนต์ไฟฟ้า รุ่น GT80-P จัดกิจกรรม “Yadea Endurance Challenge” ภารกิจทดสอบสมรรถนะบนถนนจริง จากเชียงใหม่สู่หาดใหญ่-สงขลา รวมระยะทาง 2,364 กิโลเมตร ครอบคลุม 19 จังหวัด ตลอด 13 วัน พร้อมเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่จากหลากหลายกลุ่มร่วมสัมผัสสมรรถนะของรถด้วยการทดลองใช้งานจริง บนเส้นทางและสภาพการใช้งานที่แตกต่างกัน ก่อนนำข้อมูลไปพัฒนาผลิตภัณฑ์และประสบการณ์การบริการ เพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคชาวไทยมากยิ่งขึ้น
สำหรับผู้บริโภคที่สนใจรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า ระยะทางต่อการชาร์จ กำลังขับเคลื่อน และการควบคุมรถ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกซื้อ กิจกรรมครั้งนี้จึงนำ Yadea GT80-P เข้าสู่สภาพแวดล้อมการเดินทางจริง ตั้งแต่ถนนในเมือง การเดินทางระยะไกลข้ามจังหวัด ไปจนถึงทางขึ้น–ลงเขา ถนนขรุขระ ฝนและพื้นถนนเปียก เพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสการตอบสนอง ความมั่นคงในการควบคุม และการใช้งานต่อเนื่อง ควบคู่กับการทำความเข้าใจข้อมูลทางเทคนิคของผลิตภัณฑ์
ในด้านสมรรถนะ Yadea GT80-P รองรับระยะทางขับขี่สูงสุด 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง และความเร็วสูงสุด 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมระบบ Traction Control System (TCS) ช่วยลดการหมุนฟรีของล้อขับเคลื่อนและเสริมความมั่นคงบนพื้นถนนเปียกลื่น รวมถึงระบบ Hill Descent Control (HDC) ช่วยควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน การเดินทางครั้งนี้เชื่อมโยงสมรรถนะและฟังก์ชันต่างๆ เข้ากับสถานการณ์บนท้องถนน ให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจบทบาทของเทคโนโลยีในการใช้งานจริง ตั้งแต่การเดินทางในเมืองไปจนถึงเส้นทางข้ามจังหวัด
ตลอดเส้นทาง Yadea เชิญผู้บริโภค ผู้ใช้ปัจจุบัน กลุ่มผู้ขับขี่ ผู้จำหน่าย และผู้มีประสบการณ์เข้าร่วมในแต่ละช่วง เพื่อให้ผู้ที่มีความต้องการแตกต่างกันได้ทดลองขับ Yadea GT80-P ด้วยตนเอง ผู้ใช้รถเดินทางประจำวันอาจให้ความสำคัญกับระยะทางต่อการชาร์จและการควบคุม ขณะที่ผู้ชื่นชอบการขับขี่อาจสนใจสมรรถนะระหว่างเดินทางไกลและบนสภาพถนนที่หลากหลาย ประสบการณ์ตรงจึงช่วยให้แต่ละคนพิจารณาได้ชัดเจนขึ้นว่า รถเหมาะกับรูปแบบการเดินทางของตนเองอย่างไร
หนึ่งในไฮไลต์สำคัญคือ LEG 7 เส้นทางประจวบคีรีขันธ์–ชุมพร ระยะทาง 264 กิโลเมตร ซึ่ง Yadea เชิญไรเดอร์อาชีพที่ใช้รถจักรยานยนต์ในการทำงานเป็นประจำมาร่วมทดลองขับ Yadea GT80-P เพื่อเพิ่มมุมมองจากผู้ที่ใช้รถอย่างต่อเนื่องในการประกอบอาชีพ พร้อมเป็นข้อมูลให้แบรนด์เข้าใจความต้องการใช้งานจริงได้มากยิ่งขึ้น
เมื่อขบวนเดินทางถึงหาดใหญ่ ภารกิจระยะทางสะสม 2,364 กิโลเมตร ได้เสร็จสิ้นลง พร้อมถ่ายทอดการใช้งาน Yadea GT80-P บนเส้นทางที่หลากหลายจากเหนือจรดใต้ ผ่านการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค ผู้ใช้ และกลุ่มผู้ขับขี่ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่ Yadea GT80-P ได้สัมผัสผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด และพิจารณาความเหมาะสมในการเดินทางของตนเองผ่านประสบการณ์จริง
ความสำเร็จของกิจกรรมครั้งนี้จึงไม่ได้วัดจากการเดินทางถึงจุดหมายเพียงอย่างเดียว แต่ยังเป็นการพิสูจน์ความพร้อมของ Yadea ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ ทีมงาน และเครือข่ายบริการ พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการพัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การเดินทางและการใช้งานจริงของผู้บริโภคในประเทศไทย
ผู้สนใจสามารถค้นหาร้านยาเดียใกล้บ้านผ่านแอปพลิเคชันแผนที่ โดยพิมพ์ “Yadea” หรือ “ยาเดีย” หรือดูข้อมูลสาขาได้ที่ www.yadea.co.th และติดต่อทางร้านเพื่อสอบถามรายละเอียดและนัดหมายทดลองขับ Yadea GT80-P เพื่อสัมผัสสมรรถนะและการขับขี่ด้วยตนเอง
หมายเหตุ: 2,364 กิโลเมตรเป็นระยะทางสะสมตลอดกิจกรรม ไม่ใช่ระยะทางต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ระยะทางและความเร็วสูงสุดเป็นค่าตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ ผลจริงขึ้นอยู่กับน้ำหนักบรรทุก ความเร็ว สภาพถนน อากาศ และแบตเตอรี่ ระบบช่วยขับขี่ไม่ทดแทนการตัดสินใจและการควบคุมรถอย่างปลอดภัย โปรดปฏิบัติตามกฎจราจร
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ แบงค็อก จับมือ เพนโฟลด์ส มอบประสบการณ์ Wellbeing Drive สู่ เดอะ บาราย Top Wellbeing Destination แห่งใหม่กลางเมืองหัวหิน
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เทรชเชอรี่ ไวน์ เอสเตทส์ (ประเทศไทย) จำกัด และแบรนด์เพนโฟลด์ส ลักชูรีไวน์แบรนด์ชื่อดังระดับตำนานจากประเทศออสเตรเลีย มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้าระดับ Loyalty ให้ได้สัมผัสกับประสบการณ์ในแบบ Wellbeing Drive ในกิจกรรม Bentley Bangkok Wellbeing Drive 2026 ณ เดอะ บาราย หัวหิน (The BARAI HUA HIN) จุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับการบำบัดจิตใจและร่างกายกลางเมืองหัวหิน เมื่อวันที่ 15 สิงหาคม และ 5 กันยายนที่ผ่านมา
ทริปสุดพิเศษเริ่มต้นขึ้น ณ โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์ มุ่งหน้าสู่หัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จุดหมายปลายทางที่ดีที่สุดสำหรับการฟื้นฟูร่างกายและจิตใจ พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ระดับซูเปอร์คาร์ไปกับ 2 ยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การใช้งานที่แตกต่างกันอย่างในรุ่น Continental GT แกรนด์ทัวเรอร์โฉมใหม่ที่โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยรูปลักษณ์และเส้นสายแห่งความสปอร์ต เน้นประสบการณ์การขับขี่ในแบบยนตรกรรมสปอร์ตแท้ด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร ทำงานร่วมกับระบบปลั๊กอินไฮบริด (Plug-in Hybrid – PHEV) มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจจากแรงบิดและพละกำลังระดับซูเปอร์คาร์ที่จะสัมผัสได้ตลอดระยะเวลาการเดินทางกว่า 3 ชั่วโมง และในรุ่น Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 ขนาด 3.0 ลิตร (ความจุ 2,984 ซีซี) ที่ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่แบบ Plug-in Hybrid (PHEV) มอบการขับขี่ที่นุ่มนวลในแบบยนตรกรรม SUV เหมาะสำหรับการใช้งานที่เน้นการขับขี่ในเมือง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการขับขี่ระยะไกลที่ตัวรถสามารถตอบโจทย์การขับขี่ในแบบ ‘Effortless’ ที่มอบความสะดวกสบายตลอดการเดินทางกว่า 300 กิโลเมตรสู่จุดหมายปลายทางที่ถือเป็น Top Wellbeing Destination แห่งใหม่กลางเมืองหัวหิน
ประสบการณ์การเดินทางในแบบ Wellbeing Drive กว่า 3 ชั่วโมงได้รับการเติมเต็มด้วยเสน่ห์ของการออกแบบภายในห้องโดยสารอันร่วมสมัยและความหรูหราที่ถ่ายทอดผ่านงานฝีมือตลอดเส้นทางสู่ เดอะ บาราย หัวหิน – ดิ อันบาวด์ คอลเลกชัน บาย ไฮแอท (The BARAI HUA HIN – The Unbound Collection by Hyatt) จุดหมายปลายทางแห่งใหม่สำหรับการบำบัดจิตใจและร่างกายกลางเมืองหัวหินที่โดดเด่นด้านการดูแลสุขภาพจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานานกว่า 20 ปีผ่านโปรแกรมดูแลสุขภาพแบบเฉพาะบุคคลที่คิดค้นขึ้นภายใต้แนวคิดด้านเวลเนส ผสานปรัชญาธาตุทั้ง 4 ที่จะช่วยส่งเสริมความสมดุลจากภายในสู่ภายนอกท่ามกลางบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยสถาปัตยกรรมอันเป็นเอกลักษณ์จากแรงบันดาลใจของ ดิน น้ำ ลม ไฟ พร้อมเชื่อมโยงผู้เข้าพักเข้ากับธรรมชาติอันร่มรื่นเพื่อสุนทรียภาพในการพักผ่อนอย่างแท้จริง
สำหรับกิจกรรมสุดเอ็กคลูซีฟในครั้งนี้ ลูกค้าได้สัมผัสกับห้องพักแบบ The Barai Suite หรือ The Barai Pool Suite ที่ถือเป็นห้องพักระดับอัลตราลักชูรีขนาดใหญ่พิเศษที่เน้นความเป็นส่วนตัวสูงสุด พร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกแบบครบครัน และบริการบัตเลอร์ส่วนตัวที่ดูแลตลอด 24 ชั่วโมง โดยลูกค้าได้มีโอกาสเลือกโปรแกรมการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมที่ครอบคลุมตั้งแต่การนอน สุขภาพสตรี สุขภาพหัวใจ ไปจนถึงการดูแลอารมณ์ภายใต้การกำกับและดูแลของผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีนและเวลเนสแบบบูรณาการ พร้อมด้วยตัวเลือกโปรแกรมการนวดแบบผ่อนคลายที่มีให้เลือกหลากหลายโปรแกรมตามความต้องการ อีกทั้ง ลูกค้ายังสามารถเลือกลิ้มรสเมนูอาหารที่รังสรรค์จากอาหารทะเลสดใหม่กับวัตถุดิบระดับพรีเมียมตามฤดูกาล หรือ อาหารยุโรปแบบร่วมสมัย พร้อมด้วยชุดน้ำชายามบ่าย และซันเดย์บรันช์ โดยกิจกรรมในครั้งนี้ได้สร้างประสบการณ์ Wellbeing Drive ที่ได้มอบความประทับใจให้กับลูกค้าผู้เข้าร่วมกิจกรรมผ่านสัมผัสแห่งความหรูหรา ความสะดวกสบาย และการผ่อนคลายที่ได้ตอบโจทย์ความเป็น Luxury Wellbeing ในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้า ส่งต่อความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในเนปาล มอบเงิน 3.3 ล้านบาท ผ่านสภากาชาดไทย สนับสนุนการกู้ภัยและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย
บริษัท เอเชี่ยน ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด บริษัทในเครือฮอนด้า ซึ่งตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย และเป็นสำนักงานใหญ่ของฮอนด้าประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย มอบเงินบริจาคจำนวน 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,300,000 บาท ให้แก่สภากาชาดไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานด้านการกู้ภัย การบรรเทาทุกข์ และการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่เกิดขึ้นในประเทศเนปาล เมื่อวันที่ 26 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา
ฮอนด้าขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อผู้ประสบภัยและครอบครัวผู้สูญเสียจากเหตุการณ์ดังกล่าว พร้อมส่งกำลังใจไปยังประชาชนและชุมชนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพื้นที่และชุมชนที่ได้รับผลกระทบจะสามารถฟื้นฟูและกลับคืนสู่ภาวะปกติได้โดยเร็วที่สุด
สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://www.thaihonda.co.th/honda/
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand/
อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
Scoop / SCOOP MOTOCYCLE1 Min Read
สนามแข่งต้องลุกเป็นไฟ! Uma Musume จับมือเป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการกับ MotoGP Grand Prix of Japan 2026
มิติใหม่แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตและอนิเมะเกิดขึ้นอย่างเป็นทางการ เมื่อโปรเจกต์มัลติมีเดียยอดฮิตอย่าง Uma Musume Pretty Derby ได้ประกาศความร่วมมือเป็นพาร์ทเนอร์อย่างเป็นทางการกับศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก MotoGP 2026 ในรายการ Motul Grand Prix of Japan ซึ่งจะจัดขึ้น ณ สนาม Mobility Resort Motegi ประเทศญี่ปุ่น
การร่วมมือครั้งประวัติศาสตร์นี้นำตัวละครสาวม้าสุดน่ารักมาผสมผสานกับความเร็วระดับโลก สร้างสีสันและบรรยากาศสุดตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆ ทั้งสองวงการอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยมีไฮไลต์สำคัญภายในงาน ดังนี้:
ป้ายข้างแทร็กสุดอลังการ ยาว 155 เมตร: ตลอดเส้นทางแข่งขันในสนาม Motegi จะได้รับการประดับประดาด้วยป้ายข้างแทร็กขนาดใหญ่ยักษ์ความยาวรวมถึง 155 เมตร โดดเด่นด้วยภาพอาร์ตของเหล่าสาวม้าชื่อดัง ได้แก่ Daiwa Scarlet, Vodka, Oguri Cap, Tamamo Cross, Jungle Pocket, Agnes Tachyon รวมถึงตัวละครใหม่อย่าง Almond Eye และ Lucky Lilac
ป้ายต้อนรับบริเวณทางเข้าอัฒจันทร์: บริเวณประตู 6 (Gate 6) ทางเข้าหลักสู่ส่วนอัฒจันทร์ จะได้รับการตกแต่งด้วยป้ายขนาดใหญ่พิเศษ ความกว้าง 3.6 เมตร และสูงถึง 4 เมตร ต้อนรับแฟนๆ ที่เดินทางเข้าชมการแข่งขัน
จุดถ่ายภาพความทรงจำ 360 องศา: บริเวณสนามหญ้าทางเข้าหลัก มีการติดตั้งแบ็คดรอปถ่ายภาพขนาดใหญ่ กว้าง 6.1 เมตร × สูง 2.3 เมตร แบบ 4 ด้าน ให้ผู้เข้าชมได้ร่วมเก็บภาพความประทับใจคู่กับเหล่าสาวม้าคนโปรดได้อย่างเต็มที่
แขกรับเชิญพิเศษบนกริดสตาร์ท: อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่แฟนๆ รอคอย คือการปรากฏตัวของ คุณ Tomoyo Takayanagi ผู้ให้เสียงพากย์สาวม้ากินดุ “Oguri Cap” ที่จะมารับหน้าที่สุดสำคัญในการลงสนามไปโบกธงตาหมากรุก (Chequered Flag) ให้กับการแข่งขันรุ่น Moto2™ และ Moto3™ ในวันที่ 4 ตุลาคม 2026
ศึก Motul Grand Prix of Japan 2026 ในครั้งนี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นสนามประชันความเร็วของเหล่านักบิดระดับโลกเท่านั้น แต่ยังเป็นเทศกาลแห่งความบันเทิงที่เชื่อมโลกของเกม อนิเมะ และกีฬาเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ https://www.mr-motegi.jp/motogp/umamusume/
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ZEEKR เปิดรับสมัครนักศึกษาทั่วประเทศ ร่วมโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์ ZEEKR DESIGN LAB ชิงรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท
ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่ขับเคลื่อนด้วยดีไซน์และนวัตกรรม เปิดตัวโครงการ “ZEEKR DESIGN LAB 2026” ชวนนักศึกษาระดับอุดมศึกษาทั่วประเทศ ปลดล็อกความคิดสร้างสรรค์ ภายใต้โจทย์ “BEYOND THE STATE OF IMAGINATION” ก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ เปลี่ยนจินตนาการให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection ที่สามารถต่อยอดสู่การใช้งานจริง นับเป็นครั้งแรกของแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่จัดโครงการออกแบบผลิตภัณฑ์สำหรับนักศึกษาขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม
สำหรับ ZEEKR การออกแบบไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงาม แต่คือ Design DNA ที่ผสานทั้งนวัตกรรม ฟังก์ชัน เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานเข้าด้วยกัน โครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 เกิดขึ้น
เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ทดลองคิด ตั้งคำถาม และสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ผ่านมุมมองของตัวเอง ภายใต้แนวคิด Imagine Beyond ซึ่งผู้สมัครสามารถหยิบแรงบันดาลใจจากทั้ง Brand Identity, Design Language, สีและโทนสีประจำแบรนด์ (Brand Pantone) แนวคิดและปรัชญาของ ZEEKR รวมถึงรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ZEEKR 009, ZEEKR 7X และ The New ZEEKR X มาผสานกับ
ไลฟ์สไตล์ เทคโนโลยี วัฒนธรรม วัสดุ หรือสิ่งใกล้ตัว เพื่อนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ในชีวิตประจำวัน ที่จะอำนวยความสะดวก หรือสร้างประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ใช้งาน โดยคำนึงถึงศักยภาพในการนำไปใช้งานจริงและการพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตจริง รวมถึงมีคุณค่าและภาพลักษณ์ที่เหมาะสมกับแบรนด์ ทั้งนี้ ZEEKR เปิดกว้างให้สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างอิสระ ไม่จำกัดประเภทหรือรูปแบบ ผลงานที่ส่งเข้าร่วมจึงสามารถสะท้อนทั้งความคิดสร้างสรรค์ ฟังก์ชัน ความประณีต เทคโนโลยี และความเข้าใจผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริงจากไอเดีย สู่การผลิตผลงานจริง พร้อมโอกาสนำเสนอบนเวที Motor Expo 2026
โครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 เปิดรับผลงานจากนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชนทั่วประเทศ โดยไม่จำกัดคณะหรือสาขาวิชา สามารถสมัครได้ทั้งแบบเดี่ยวหรือทีม (จำกัดสมาชิกในทีมไม่เกิน 4 คน) และส่งผลงานได้ 1 ผลงานต่อทีม โดยเปิดรับผลงาน ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 14 ตุลาคม 2569 ทั้งนี้ ผู้สมัครจะต้องจัดทำ Design Concept Proposal เพื่อนำเสนอแนวคิด แรงบันดาลใจ การตีความโจทย์ กระบวนการออกแบบ รายละเอียดผลิตภัณฑ์ วัสดุ และแนวทางการพัฒนาสู่การผลิตจริง โดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ และผู้ทรงคุณวุฒิแบรนด์ผลิตภัณฑ์ชั้นนำระดับประเทศ
จะคัดเลือก 5 ผลงาน เพื่อเข้าสู่รอบสุดท้ายโดยจะประกาศผลในวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไป ผ่าน Facebook Fanpage: ZEEKR Thailand และช่องทางประชาสัมพันธ์อื่น ๆ ของโครงการ
โดย 5 ทีมที่เข้ารอบ จะได้เข้าร่วมเวิร์กชอปรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์และการผลิต เพื่อช่วยผลักดันไอเดียจากจินตนาการให้ชัดเจนและเป็นไปได้มากยิ่งขึ้น จากนั้นทั้ง 5 ทีมจะพัฒนาผลงานต่อ
สู่รอบ Final Presentation พร้อมนำเสนอ Prototype และ Production & Commercial Plan ต่อคณะกรรมการ โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบทั้ง 5 ผลงาน จะได้รับการจัดแสดงเป็นนิทรรศการพิเศษภายในบูธ ZEEKR ในงาน
Motor Expo 2026 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2–13 ธันวาคม 2569 (วันสื่อมวลชน 1 ธันวาคม 2569) ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1–3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี เพื่อแสดงผลงานให้ประชาชนที่เข้าร่วมงาน Motor Expo
ได้ชื่นชมชิงเงินรางวัล พร้อมโอกาสต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR Collection
ผู้ชนะเลิศในโครงการ ZEEKR DESIGN LAB 2026 นอกจากจะได้รับเงินรางวัลมูลค่าสูงสุด 100,000 บาท แล้วผลงานที่ชนะเลิศจะได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อร่วมกับทีม ZEEKR สู่การเป็นผลิตภัณฑ์ใน ZEEKR COLLECTION เพื่อผลิตและจำหน่ายจริง และยังได้รับโอกาสพิเศษเดินทางเข้าเยี่ยมชม ZEEKR HEADQUARTER ที่เมืองหางโจว ประเทศจีน อีกด้วย
“เพราะสำหรับ ZEEKR คำว่า “IMAGINE BEYOND” ไม่ได้หมายถึงแค่การจินตนาการถึงสิ่งใหม่ แต่คือการกล้าก้าวข้ามสิ่งที่มีอยู่ในวันนี้ เพื่อสร้าง New Possibilities ที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง”
พร้อมหรือยังที่จะพาไอเดียของคุณไปไกลกว่าจินตนาการ?
ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ ZEEKR Design Lab 2026 และสร้างอนาคตของการออกแบบไปด้วยกัน
ติดตามเงื่อนไขและรายละเอียดของโครงการได้ที่ www.zeekrdesignlab.com
และ Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
“นีโม่-จิรัฎฐ์” ยกระดับผลงาน คว้าท็อป 8 ฮีทสุดท้าย ศึก ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ 2026 สนาม 7
การแข่งขัน ดี.ไอ.ดี ออลเจแปน โมโตครอส แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 สนาม 7 คลาส IA-1 ณ เมฮัง สปอร์ตส์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น นักแข่งไทยเข้าร่วมการแข่งขันซึ่งก็คือ “นีโม่” จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ สังกัดทีมฮอนด้า เอชอาร์ซี เอเชีย ใช้รถ Honda CRF450R หมายเลข 23 สามารถเก็บคะแนนสะสมได้ 242 คะแนน อยู่ในอันดับที่ 11 จากนักแข่งกว่า 35 คน เมื่อวันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน 2026 ที่ผ่านมา
ฮีท 1 มีนักแข่งเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 24 คน “นีโม่-จิรัฎฐ์” ออกสตาร์ตเกาะอยู่ในกลุ่มกลางฮีท ท่ามกลางการช่วงชิงอันดับที่สุดดุเดือด นักแข่งไทยพยายามหาจังหวะแซงอยู่หลายครั้งก่อนที่สุดท้ายแล้วจะจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 16 ใส่สุดเดือดก่อนเรียนรู้ประสบการณ์ล้ำค่าอีกครั้ง
ฮีท 2 มีนักแข่งเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 23 คน “นีโม่-จิรัฎฐ์” ออกสตาร์ตอยู่ในกลุ่มกลางฮีทอีกครั้งก่อนที่จะแซงขยับขึ้นสู่อันดับที่ 9 เมื่อการแข่งขันดำเนินมาถึงนาทีที่ 4
“นีโม่-จิรัฎฐ์” พยายามรักษาอันดับอย่างสุดกำลัง แต่ก็ต้องพบกับสถานการณ์แสนท้าทาย จนสุดท้ายแล้วนักแข่งไทยจะจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 14
ฮีท 3 ซึ่งเป็นฮีทสุดท้าย มีนักแข่งเข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด 24 คน “นีโม่-จิรัฎฐ์” ออกสตาร์ตอยู่ในกลุ่มกลางฮีทเช่นเดิม ก่อนที่นักแข่งไทยจะยกระดับความเร็ว แซงจนขยับมาอยู่อันดับที่ 9 หลังการแข่งขันผ่านพ้นไป 7 นาที และโดนแซงจนตกไปอยู่อันดับที่ 10 แต่ในรอบสุดท้าย “นีโม่-จิรัฎฐ์” ได้บิดเร่งแซงนักแข่งเจ้าถิ่น ขยับขึ้นมาอยู่อันดับที่ 8 และจบการแข่งขันด้วยอันดับดังกล่าว
แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #Motorsport #Motocross #JMX #AllJapanMotocrossChampionship
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
KIJSETTHI MOBILITY ผนึกพันธมิตรเวียดนาม KIM LONG ขับเคลื่อนอนาคตยานยนต์เพื่อการพาณิชย์ไทย เปิดไลน์อัพรถบัส ICE–EV กับประสบการณ์กว่า 30 ปี
ชู One-Stop Commercial Mobility Solutions ดูแลผู้ประกอบการครบวงจร สร้างความมั่นใจตั้งแต่ การเลือกรถ–ปรับสเปก–อะไหล่–บริการหลังการขาย พร้อมต่อยอดโอกาสสู่ตลาดอาเซียน
บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด หรือ KIJSETTHI MOBILITY เดินหน้ารุกตลาดรถเชิงพาณิชย์ไทย จัดงาน “GRAND LAUNCH 2026: Driving the Future of Mobility in Thailand” เปิดตัวรถบัสและมินิบัสแบรนด์ KIM LONG MOTOR จากประเทศเวียดนามอย่างเป็นทางการ พร้อมประกาศความพร้อมในการเป็นศูนย์กลางดูแลลูกค้า KIM LONG ในประเทศไทย ภายใต้แนวคิด One-Stop Commercial Mobility Solutions ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาและคัดเลือกผลิตภัณฑ์ การปรับสเปกรถให้เหมาะกับการใช้งาน การจัดจำหน่ายและส่งมอบรถ ไปจนถึงอะไหล่ การฝึกอบรมช่าง การซ่อมบำรุง การสนับสนุนทางเทคนิค และบริการหลังการขาย
การเปิดตัวครั้งนี้สะท้อนยุทธศาสตร์ของ KIJSETTHI MOBILITY ในการนำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีรถเชิงพาณิชย์ที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดไทย ควบคู่กับการสร้างระบบบริการที่ช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถตัดสินใจลงทุนและนำรถไปดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร การท่องเที่ยว รถรับส่งองค์กร และระบบขนส่งในเมือง ซึ่งให้ความสำคัญทั้งกับสมรรถนะ ความปลอดภัย ความคุ้มค่าในการดำเนินงาน และความพร้อมของบริการหลังการขายในระยะยาว
ความร่วมมือดังกล่าวต่อยอดจากการที่ KIM LONG MOTOR และ KIJSETTHI MOBILITY ลงนามข้อตกลงจัดหารถบัส สำหรับตลาดประเทศไทยในเดือนธันวาคม 2568 ก่อนที่ KIJSETTHI MOBILITY จะได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้แทนจำหน่าย KIM LONG อย่างเป็นทางการในประเทศไทยเมื่อเดือนเมษายน 2569 โดยกรอบความร่วมมือครอบคลุมรถบัสและมินิบัส ทั้งระบบเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานไฟฟ้า
ภายใต้ความร่วมมือนี้ KIJSETTHI MOBILITY จะรับผิดชอบการพัฒนาตลาดในประเทศไทย การสร้างเครือข่ายพันธมิตรการขาย การประเมินรูปแบบการใช้งานของลูกค้า ตลอดจนการปรับรายละเอียดและสเปกรถให้เหมาะสมกับสภาพเส้นทาง ข้อกำหนดทางเทคนิค และลักษณะการดำเนินธุรกิจของผู้ประกอบการแต่ละกลุ่ม
ในด้านบริการหลังการขาย บริษัทเตรียมความพร้อมทั้งระบบจัดหาอะไหล่ ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ การฝึกอบรมบุคลากรด้านเทคนิค การซ่อมบำรุง และการให้คำปรึกษาตลอดอายุการใช้งาน พร้อมทยอยขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและจุดบริการตามการเติบโตของฐานลูกค้า เพื่อให้การขยายตลาดดำเนินไปควบคู่กับคุณภาพบริการและความพร้อมใช้งานของรถ
นางสาวชลากร เศรษฐบัณทัต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กิจเศรษฐี โมบิลิตี้ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับเรา รถทุกคันไม่ใช่เพียงสินค้า แต่เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ เป้าหมาย และอนาคตของลูกค้า การนำรถ KIM LONG เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยจึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับตลาด แต่เป็นการนำผลิตภัณฑ์ เทคโนโลยี และระบบบริการที่ครบวงจรมาเชื่อมโยงกัน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถลงทุนและดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ”
“ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในธุรกิจรถเชิงพาณิชย์ KIJSETTHI MOBILITY เข้าใจว่าผู้ประกอบการไม่ได้พิจารณาเฉพาะคุณสมบัติหรือราคาของรถในวันที่ซื้อ แต่ยังมองถึงความเหมาะสมกับการใช้งานจริง ความพร้อมของอะไหล่ ระยะเวลาในการซ่อมบำรุง คุณภาพบริการหลังการขาย และต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน เราจึงต้องการให้ผู้ประกอบการไทยมั่นใจว่า เมื่อตัดสินใจเลือกใช้รถ KIM LONG จะมี KIJSETTHI MOBILITY เป็นผู้ดูแลอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่วันแรกและตลอดเส้นทางการดำเนินธุรกิจ” นางสาวชลากร กล่าว
ไลน์อัพที่นำเสนอภายในงานประกอบด้วยรถบัสและมินิบัส 4 รุ่น ได้แก่ KIM LONG 99N43, KIM LONG 99N44, KIM LONG 99N42 WC และ KIM LONG 19N21 ซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการใช้งานเชิงพาณิชย์ที่หลากหลาย โดยมุ่งสร้างสมดุลระหว่างสมรรถนะ ความปลอดภัย ความสะดวกสบาย ความทนทาน และต้นทุนการดำเนินงาน สำหรับรถบัสโดยสารในกลุ่ม KIM LONG 99 ขนาด 12 เมตร ใช้โครงสร้างตัวถังแบบ Full Monocoque ช่วยเพิ่มความแข็งแรง ลดน้ำหนัก และสนับสนุนประสิทธิภาพในการใช้งาน ติดตั้งเครื่องยนต์ YUCHAI K11 รุ่นใหม่ มาตรฐานไอเสีย Euro 5 และมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 19-21 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการบริหารต้นทุนการดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ความแข็งแกร่งของ KIM LONG MOTOR ในฐานะพันธมิตรผู้ผลิตเป็นอีกองค์ประกอบสำคัญที่สนับสนุนความพร้อมของ KIJSETTHI MOBILITY ในประเทศไทย โดย KIM LONG MOTOR ดำเนินธุรกิจครอบคลุมการผลิตและประกอบยานยนต์ การพัฒนาชิ้นส่วน และโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ขีดความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนายังช่วยให้สามารถปรับแต่งรูปแบบรถ อุปกรณ์ และโซลูชันทางเทคนิคให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งานและข้อกำหนดของแต่ละตลาด
KIM LONG MOTOR ยังมีความสามารถในการพัฒนาและผลิตส่วนประกอบสำคัญหลายรายการ ตั้งแต่แชสซี ตัวถัง เครื่องยนต์ แบตเตอรี่ ชิ้นส่วนภายใน–ภายนอก ไปจนถึงระบบไฟฟ้า ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารห่วงโซ่อุปทาน การควบคุมคุณภาพ และการบริหารต้นทุน เมื่อนำมาผสานกับความเข้าใจตลาดไทย ประสบการณ์หน้างาน และระบบบริการหลังการขายของ KIJSETTHI MOBILITY จึงเกิดเป็นข้อเสนอที่ครอบคลุมตลอดวงจรการใช้งานรถ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนตลอดการใช้งานของผู้ประกอบการ
นาย Dao Viet Anh ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กล่าวว่า “เราเลือก KIJSETTHI MOBILITY เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ในประเทศไทยจากองค์ประกอบสำคัญสามด้าน ได้แก่ ประสบการณ์ในตลาด ชื่อเสียงและความสามารถในการดำเนินงานจริง ตลอดจนวิสัยทัศน์การพัฒนาระยะยาวที่สอดคล้องกัน”
“KIJSETTHI MOBILITY มีทั้งฐานลูกค้า เครือข่ายธุรกิจ และระบบสนับสนุนด้านบริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และการจัดหาอะไหล่ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการนำผลิตภัณฑ์ KIM LONG เข้าถึงผู้ประกอบการไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้หยุดอยู่เพียงการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ แต่คือการร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศด้านบริการและสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่การคมนาคมที่ยั่งยืนในประเทศไทย” นาย Dao Viet Anh, CEO กล่าว สำหรับทิศทางการดำเนินงานทั้งสองบริษัทวางโรดแมปความร่วมมือเป็น 2 ระยะ โดยระยะแรกจะมุ่งสร้างการรับรู้และความเชื่อมั่นต่อผลิตภัณฑ์ KIM LONG ผ่านการพัฒนาตลาด เครือข่ายจำหน่าย บริการหลังการขาย การซ่อมบำรุง และระบบอะไหล่ พร้อมนำข้อมูลจากการใช้งานจริงของลูกค้าไทยไปใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เหมาะสมกับตลาดมากยิ่งขึ้น
ในระยะถัดไป KIM LONG MOTOR ตั้งเป้าศึกษาการเปลี่ยนจากการส่งออกรถสำเร็จรูป หรือ Completely Built Units: CBU ไปสู่การผลิตและประกอบแบบ Completely Knocked Down: CKD ในประเทศไทย โดยมีเป้าหมายใช้ชิ้นส่วนในประเทศตั้งแต่ 50% ขึ้นไป ภายใต้กรอบการดำเนินงานช่วงปี 2570-2573 เพื่อวางรากฐานให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตและส่งออกเชิงยุทธศาสตร์ของ KIM LONG MOTOR ในภูมิภาค พร้อมสนับสนุนการพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง และการสร้างโอกาสด้านการจ้างงานในประเทศไทย
ในฐานะผู้ผลิตจากอาเซียน ผลิตภัณฑ์ของ KIM LONG ที่ผ่านหลักเกณฑ์ด้านถิ่นกำเนิดสินค้าภายใต้ความตกลงการค้าสินค้าของอาเซียน หรือ ATIGA ยังมีโอกาสใช้ประโยชน์จากสิทธิพิเศษทางภาษีตามข้อกำหนด ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านต้นทุนและความสามารถในการแข่งขันให้แก่ผลิตภัณฑ์ที่นำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย
การจัดงานครั้งนี้ยังร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนามในปี 2569 โดยเชื่อมโยงมิตรภาพระหว่างสองประเทศเข้ากับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการพัฒนาระบบการเดินทางอย่างยั่งยืน สะท้อนบทบาทของภาคเอกชนในการต่อยอดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศให้เกิดเป็นโอกาสทางธุรกิจ การพัฒนาอุตสาหกรรม และคุณค่าในระยะยาว
ภายในงาน KIJSETTHI MOBILITY ได้นำเสนอวิสัยทัศน์และทิศทางธุรกิจ พร้อมแนะนำแบรนด์และผลิตภัณฑ์ KIM LONG จัดพิธีเปิดตัวรถอย่างเป็นทางการภายใต้แนวคิด THE IGNITION รวมถึงลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับบริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด เพื่อร่วมพัฒนา EV Fleet Solution แบบครบวงจร นอกจากนี้ ยังมีพิธีส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรก ตลอดจนการจัดแสดงและทดลองขับ เพื่อเปิดโอกาสให้พันธมิตรทางธุรกิจและผู้ประกอบการได้สัมผัสเทคโนโลยี สมรรถนะ และรายละเอียดของผลิตภัณฑ์อย่างใกล้ชิด ภายใต้คำมั่น “Trusted to Move You Forward – เชื่อมั่นทุกการเดินทาง ก้าวไปข้างหน้ากับเรา”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GWM เปิดตัวแพ็กเกจขยายการรับประกันแบตเตอรี่ GWM ORA5 EV ยาวนานถึง 10 ปี หรือ 220,000 กิโลเมตร ราคาเริ่มต้น 6,500 บาท
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุดเดินหน้าสร้างความมั่นใจระยะยาวให้แก่ลูกค้า GWM ORA 5 EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นยอดนิยม ด้วยการแนะนำ “แพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่นานสูงสุด 10 ปี และ แพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ นานสูงสุด 8 ปี” เพื่อส่งมอบความคุ้มครองที่ครอบคลุมและอุ่นใจยิ่งขึ้น โดยสิทธิ์ความคุ้มครองสามารถส่งต่อให้แก่ผู้ครอบครองคนใหม่ได้และไม่จำกัดระยะทางการขับต่อปีภายใต้เงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด สำหรับลูกค้า GWM ORA5 EV ที่สนใจสามารถตรวจสอบสิทธิ์เพื่อซื้อแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่และรถยนต์ ได้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2569
แพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่และรถยนต์สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น GWM ORA5 EV มีรายละเอียดดังนี้ :
- แพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ 10 ปี หรือ 220,000 กิโลเมตร
รับสิทธิ์ขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่ ซึ่งครอบคลุมชิ้นส่วนสำคัญหลัก 3 รายการ ได้แก่ แบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ จากมาตรฐานเดิม 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร เพิ่มเป็นสูงสุด 10 ปี หรือ 220,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในราคาจำหน่าย 6,500 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- แพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร
รับสิทธิ์ขยายการรับประกันคุณภาพรถยนต์ที่ครอบคลุมระบบสำคัญ ทั้ง 8 ระบบ ได้แก่ ระบบระบายความร้อน, ชุดเพลาหน้าและท้าย, ระบบเบรก, ระบบไฟฟ้า, ระบบบังคับเลี้ยว, ระบบความปลอดภัย, ระบบปรับอากาศ และระบบชาร์จไฟฟ้า จากเดิม 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร เพิ่มเป็น 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ในราคาจำหน่าย 10,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ทั้งนี้แพ็กเกจนี้จะไม่ครอบคลุมแบตเตอรี่แรงดันสูง มอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ เนื่องจากชิ้นส่วนดังกล่าวอยู่ภายใต้ความคุ้มครองของแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่
ทั้งนี้ ความคุ้มครองที่ระบุในแพ็กเกจดังกล่าวจะผูกติดกับตัวรถยนต์และสามารถส่งต่อให้ผู้ครอบครองกรรมสิทธิ์คนใหม่ได้ และไม่จำกัดระยะทางการขับขี่ต่อปีโดยลูกค้าต้องนำรถเข้ารับการบำรุงรักษาตามระยะที่บริษัทฯ กำหนด และต้องใช้อะไหล่แท้ ณ ศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ GWM เท่านั้น
คุณสมบัติและเงื่อนไขการเข้าร่วมโครงการ:
- เงื่อนไขตัวรถ : สำหรับรถยนต์ส่วนบุคคล GWM ORA 5 EV ที่ใช้งานภายในประเทศ มีอายุการใช้งานไม่เกิน 1 ปี หรือระยะทางสะสมไม่เกิน 15,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) นับจากวันส่งมอบ
- สภาพรถยนต์ : จะต้องไม่ผ่านการดัดแปลงระบบไฟฟ้าหรือระบบขับเคลื่อนโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่มีประวัติอุบัติเหตุร้ายแรง น้ำท่วม หรือไฟไหม้
- การดูแลรักษา : มีประวัติเข้ารับการบำรุงรักษาตามระยะครบถ้วน และเลือกใช้อะไหล่แท้ ณ ศูนย์บริการที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการของ GWM เท่านั้น
- ข้อยกเว้นความคุ้มครอง : ทั้งนี้ ความคุ้มครองไม่รวมถึงการเสื่อมสภาพตามปกติ อุบัติเหตุ การใช้งานผิดประเภท และการละเลยการบำรุงรักษาตามระยะที่บริษัทฯ กำหนด
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงการจัดทำแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่และรถยนต์สำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่น GWM ORA5 EV ว่า “สิ่งที่ GWM ให้ความสำคัญมาโดยตลอด คือการดูแลลูกค้าด้วยความจริงใจและโปร่งใส และเชื่อว่าการรับประกันที่ดีที่สุด คือการรับประกันที่ไม่มีเงื่อนไขซ่อนเร้นและสามารถตรวจสอบได้ สำหรับระยะเวลา 10 ปี หรือ 220,000 กิโลเมตร ถือเป็นระยะที่สมเหตุสมผลและสอดคล้องกับการใช้งานจริงของลูกค้า และยิ่งไปกว่านั้นความคุ้มครองที่ลูกค้าสามารถส่งต่อให้เจ้าของคนใหม่ได้ยังช่วยรักษามูลค่ารถในระยะยาว ทั้งนี้ GWM มุ่งมั่นให้ลูกค้า ORA 5 EV ใช้รถได้อย่างอุ่นใจ มั่นใจได้ว่ารถของคุณจะได้รับการดูแลอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเต็มประสิทธิภาพตลอดการใช้งาน เพราะการดูแลของเราไม่เคยจบลงแค่วันส่งมอบรถ”
ปัจจุบัน GWM มีศูนย์บริการมาตรฐาน GWM Partner Store มากกว่า 71 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างเทคนิคที่ผ่านการรับรองเฉพาะทางด้าน EV ที่พร้อมรองรับการให้บริการรถยนต์ไฟฟ้าทั่วประเทศ สำหรับลูกค้า GWM ORA5 EV ที่สนใจสามารถตรวจสอบสิทธิ์เพื่อซื้อแพ็กเกจขยายระยะเวลารับประกันแบตเตอรี่และรถยนต์ ได้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

































































































