• รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จัดเต็มความมันส์ในงาน “THE ONE-SIXTI-ER ตัวจริง 160 RIDE FUN FEST 2026” รวมพลชาว Honda 160 Series กว่า 800 คัน สร้างปรากฏการณ์คอมมูนิตี้ 160 ที่ใหญ่ที่สุดริมทะเลพัทยา

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จัดเต็มความมันส์ในงาน “THE ONE-SIXTI-ER ตัวจริง 160 RIDE FUN FEST 2026” รวมพลชาว Honda 160 Series กว่า 800 คัน สร้างปรากฏการณ์คอมมูนิตี้ 160 ที่ใหญ่ที่สุดริมทะเลพัทยา

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ตอกย้ำความเป็น “ตัวจริง 160” ในงาน “THE ONE-SIXTI-ER ตัวจริง 160 RIDE FUN FEST 2026” มหกรรมรวมพลครั้งใหญ่ของผู้ใช้ Honda 160 Series ที่จัดขึ้นเพื่อชาว All New PCX160, New ADV160 และ CLICK160 โดยเฉพาะ รวมพลผู้ใช้จากทั่วประเทศร่วมขบวน Big Caravan กว่า 800 คัน พร้อมผู้เข้าร่วมกว่า 1,600 คน มุ่งหน้าสู่พัทยา ปาร์ค จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหญ่ที่สะท้อนพลังของคอมมูนิตี้ Honda 160 Series และไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าได้อย่างชัดเจน

    ไฮไลต์ของงานเริ่มต้นด้วยขบวน Big Caravan ที่รวมพลังของเหล่า THE ONE-SIXTI-ER ตัวจริง 160 จากทั่วประเทศ ก่อนเข้าสู่พื้นที่เฟสติวัลที่อัดแน่นด้วยกิจกรรมสำหรับชาว 160 ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะเป็น Customize Shop จากสำนักแต่งชั้นนำกว่า 40 ร้าน ที่นำอุปกรณ์และไอเดียการตกแต่งรถมาให้เลือกชม พร้อมกิจกรรม 160 Customize Contest เปิดเวทีให้เจ้าของรถนำรถคู่ใจมาประชันความโดดเด่น รวมถึงกิจกรรม 160 Ride Challenge, Passport Game, โซน Honda Collection และกิจกรรมทดลองขับ New Honda UC3 เติมเต็มประสบการณ์ใหม่ให้กับผู้ร่วมงาน พร้อมสนุกคลายร้อนกับสวนน้ำ Pattaya Park และลุ้นรับของรางวัลจาก Lucky Draw ที่จัดขึ้นเฉพาะภายในงาน

    ความสนุกยกระดับขึ้นกับคอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่ฮอนด้าจัดให้ชาว Honda 160 Series โดยเฉพาะ ขนทัพศิลปินแถวหน้าของเมืองไทย ทั้ง เสก LOSO, เบิ้ล ปทุมราช และ KLEAR มาร่วมสร้างความสุขแบบเต็มอิ่ม ให้ผู้ร่วมงานได้ร้อง เต้น และสนุกไปด้วยกัน ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความทรงจำที่เกิดขึ้นจากการรวมตัวของเหล่า THE ONE-SIXTI-ER ตัวจริง 160

    มากกว่าความสนุกของเทศกาล THE ONE-SIXTI-ER ตัวจริง 160 RIDE FUN FEST 2026 คือการตอกย้ำว่า รถจักรยานยนต์ฮอนด้าไม่ได้เพียงส่งมอบรถที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ แต่ยังสร้างพื้นที่ให้ผู้ใช้ Honda 160 Series จากทั่วประเทศได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ แชร์ไอเดียการตกแต่งรถ และร่วมสร้างความทรงจำผ่านกิจกรรมที่ออกแบบมาเพื่อชาว 160 โดยเฉพาะ สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของคอมมูนิตี้ Honda 160 Series ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าส่งมอบประสบการณ์และกิจกรรมคุณภาพ เพื่อเชื่อมโยงผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศให้เติบโตไปด้วยกันในทุกเส้นทาง

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง ๆ เพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #TheOneSixtiERตัวจริง160 #RIDEFUNFEST #Honda160Series #NewClick160 #NewPCX160 #NewADV160
    #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM เปิดตัว “MY WEY” คอมมูนิตี้เอกสิทธิ์สำหรับเจ้าของ WEY G9

    1 Min Read

    GWM เปิดตัว “MY WEY” คอมมูนิตี้เอกสิทธิ์สำหรับเจ้าของ WEY G9

     

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส หลังจากส่งผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม ORA  เข้ามาสร้างสีสันให้กับตลาดรถยนต์พลังงานใหม่ในเมืองไทยและได้รับการตอบรับอย่างอบอุ่นจากผู้บริโภคชาวไทย ล่าสุด GWM เปิดตัว MY WEY” คอมมูนิตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของ WEY G9 ทั่วประเทศ เพื่อสร้างเครือข่ายความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ และการเดินทางในแบบฉบับเดียวกัน  พร้อมส่งมอบประสบการณ์การดูแลลูกค้าที่เหนือระดับยิ่งขึ้น ภายใต้แนวคิด “My WEY : Where Your Journey Finds Its WEY” 

     

    WEY G9 ผลิตภัณฑ์ระดับ “Crafted Masterpiece”  

    WEY คือแบรนด์รถยนต์พลังงานใหม่ระดับลักชัวรี่จาก GWM ที่ยึดพันธกิจ Making Luxury Accessible” หรือ “ทำให้ความหรูหราเข้าถึงได้”  การเติบโตของกลุ่มลูกค้า WEY G9  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อแบรนด์ WEY  ในฐานะ Premium Plug-in Hybrid MPV ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมลักชัวรีอัจฉริยะได้อย่างครบถ้วน ทั้งความปลอดภัยขั้นสูง สุดยอดเทคโนโลยีอัจฉริยะ และความจริงใจในทุกขั้นตอนตั้งแต่การออกแบบจนถึงงานบริการ โดยผสานความมั่นใจในการขับขี่ (Confidence) ความสะดวกสบาย (Comfort) และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย (Convenience) เข้าไว้ด้วยกัน โดดเด่นด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริด 4 ล้ออัจฉริยะ ที่ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาดตามความต้องการและมีระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ สามารถขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลสูงสุด 170 กิโลเมตร (NEDC) อีกทั้งยังมอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกเส้นทางด้วยห้องโดยสารระดับพรีเมียมที่ออกแบบภายใต้แนวคิด Quality Space เพื่อความสะดวกสบายของทุกคนในครอบครัวโดยเฉพาะเบาะแถวที่สองแบบ Zero-Gravity Seat พร้อมระบบนวดและระบายอากาศ วัสดุหุ้มหนัง NAPPA คุณภาพสูง  ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะ Coffee OS 3.3 ที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถให้ใช้งานได้อย่างชาญฉลาด พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบฟังก์ชันอำนวยความสะดวกที่ครบครัน

    การบริการหลังการขายสุดพิเศษ  “WEY Exclusive Service”

    WEY G9 ยังมาพร้อมการรับประกันคุณภาพรถใหม่ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)  ยังมอบความสะดวกสบายและความอุ่นใจขั้นสุดด้วยบริการสุดพิเศษ WEY Exclusive Service ครอบคลุมระยะเวลา 5 ปี ประกอบด้วย บริการผู้ช่วยส่วนตัว (Personal Assistant) ตลอด 24 ชั่วโมง ; บริการรถทดแทนรุ่นเดียวกันกรณีรถมีปัญหาทางเทคนิคภายใต้เงื่อนไขการรับประกัน;  บริการช่วยเหลือฉุกเฉินแบบเอ็กซ์คลูซีฟ และบริการรับ-ส่งรถเพื่อเข้ารับการตรวจเช็กระยะฟรี

    “My WEY : Where Your Journey Finds Its WEY” 

    การเปิดตัว MY WEY เป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สะท้อนถึงความตั้งใจในการมอบประสบการณ์ดูแลลูกค้า WEY G9 ขึ้นไปอีกระดับ ตลอดจนการสร้างคอมมูนิตี้ที่เปิดโอกาสให้แบรนด์และลูกค้าได้แลกเปลี่ยนมุมมองและประสบการณ์ร่วมกัน  เพื่อสร้างความมั่นใจตลอดช่วงเวลาการเป็นเจ้าของ WEY G9  โดยเมื่อเร็วๆ นี้ ได้มีการจัดกิจกรรม “MY WEY Exclusive First Meet” ขึ้น  ณ  นิกันติ กอล์ฟ คลับ  (Nikanti Golf Club) จังหวัดนครปฐม เพื่อแทนคำขอบคุณและรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้งานจริงอย่างเป็นกันเอง  พร้อมประกาศมอบสิทธิพิเศษด้านไลฟ์สไตล์ที่ออกแบบมาสำหรับเจ้าของ WEY G9 ทุกท่าน ไม่ว่าจะเป็น ส่วนลดพิเศษสำหรับแพ็กเกจออกรอบ ณ Nikanti Golf Club และจากโรงแรมในเครือ Hilton Group จำนวน 15 แห่งทั่วประเทศ รวมถึงสิทธิพิเศษอื่น ๆ ที่จะทยอยแนะนำเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่องในอนาคต

     

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (ประเทศไทย) กล่าวว่า “เราขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ WEY G9 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตของคอมมูนิตี้ WEY ในประเทศไทย สำหรับเรา MY WEY คือพื้นที่พิเศษที่เชื่อมโยงผู้คนซึ่งมีไลฟ์สไตล์ และมุมมองต่อการเดินทางในแบบฉบับเดียวกันให้ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยน และสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าร่วมกัน  และเราหวังว่า MY WEY จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเดินทางร่วมกันอย่างมีความหมาย และเป็นสังคมที่สะท้อนความไว้วางใจ ความผูกพัน และประสบการณ์เหนือระดับระหว่างแบรนด์กับลูกค้าทุกคน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส คิดค้น ‘Bentley Dynamic Symphony’ เสียง EV รุ่นแรก สะท้อนเสน่ห์ความดิบเครื่องยนต์ V8

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส คิดค้น ‘Bentley Dynamic Symphony’ เสียง EV รุ่นแรก สะท้อนเสน่ห์ความดิบเครื่องยนต์ V8

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส คิดค้นเสียง ‘Bentley Dynamic Symphony’ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Torcal ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกด้วยแรงบันดาลใจจากประวัติศาสตร์อันยาวนานของเครื่องยนต์ในอดีตของรถยนต์เบนท์ลีย์ ตั้งแต่รถยนต์รุ่นซูเปอร์ชาร์จเจอร์ในปี 2473 ไปจนถึงเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 6¾ ลิตร และเครื่องยนต์รุ่น W12 อันทรงพลังในตำนาน โดยเครื่องยนต์ทุกรุ่นมีจุดเด่นที่เหมือนกัน คือ การมอบสัมผัสแห่งความเร็วที่จะสร้างประสบการณ์ที่น่าดื่มด่ำและเร้าอารมณ์ราวกับการฟังการบรรเลงวงออร์เคสตราอันยิ่งใหญ่ที่เสียงของ Torcal จะสร้างความเชื่อมโยงอันทรงพลังเหล่านี้

    เครื่องยนต์รุ่น V8 มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ของเบนท์ลีย์ ทีมนักพัฒนาจึงบันทึกและวิเคราะห์เสียงของเครื่องยนต์ในสตูดิโอ ผลการวิจัยพบว่าจังหวะของเครื่องยนต์มีผลต่ออารมณ์ความรู้สึกมากกว่าแค่เสียงกลไก ทีมงานจึงได้ทำการทดสอบเพิ่มเติมด้วยการใช้ลำโพงแบบพาราโบลา โดยเปิดเสียงเครื่องยนต์รุ่น V8 ของเบนท์ลีย์ด้านหนึ่ง ขณะที่เสียงกลองเล่นอยู่อีกด้านหนึ่ง การเดินเก็บข้อมูลระหว่างแหล่งกำเนิดเสียงทั้งสองเผยให้เห็นความคล้ายคลึงกันอย่างน่าทึ่งในด้านพลังงาน จังหวะ และผลที่มีต่ออารมณ์ความรู้สึก

    การทดลองนี้ยังเน้นให้เห็นถึงลักษณะสำคัญประการหนึ่งของเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ไม่ได้มีความสมบูรณ์แบบเสมอไป เฉกเช่นเดียวกันกับเสียงกลองที่มีความแปรผันเล็กน้อยและความไม่สมบูรณ์แบบตามธรรมชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของมนุษย์ที่มีส่วนสำคัญต่อการสร้างความรู้สึกร่วมทางอารมณ์

    จากวิสัยทัศน์นี้ นักดนตรีชื่อดังระดับโลกจึงได้รังสรรค์เสียงที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวสำหรับ Torcal ยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ของเบนท์ลีย์ในชื่อ ‘Bentley Dynamic Symphony’ ที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อทำการเลียนแบบเสียงของเครื่องยนต์ แต่เพื่อปลุกเร้าอารมณ์ความรู้สึกของผู้ขับขี่

    เสียงเครื่องยนต์ของ Bentley Torcal นั้นไม่เหมือนใคร คิดค้นขึ้นโดยนักดนตรีมากฝีมือด้วยการใช้เครื่องดนตรีจริง อาทิ กลอง ไวโอลิน และกีตาร์เบส โดยเสียงมีความทรงพลังและปลุกเร้าอารมณ์ สะท้อนถึงบุคลิกและเสน่ห์ของเครื่องยนต์รุ่น V8 อันเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ พร้อมมอบการตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ เพิ่มความสนุกในการขับขี่ในยุคใหม่แห่งยนตรกรรมที่ทรงสมรรถนะ

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • บริดจสโตนคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ครองความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง 15 ปีซ้อน

    1 Min Read

    บริดจสโตนคว้ารางวัล “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ครองความแข็งแกร่งของแบรนด์อันดับ 1 ในใจผู้บริโภคทั่วประเทศต่อเนื่อง 15 ปีซ้อน

    บริดจสโตนคว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ประเภทยางรถยนต์ ครองอันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 ซึ่งเป็นรางวัลทรงเกียรติจากการจัดทำวิจัยและสํารวจความนิยมจากผู้บริโภคทั่วประเทศ สะท้อนภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของแบรนด์บริดจสโตนที่สามารถครองใจผู้บริโภคได้อย่างยาวนาน โดยคุณยูสุเกะ โคซามิ ผู้จัดการส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เข้ารับรางวัลอันทรงเกียรติจากคุณเพิ่มพล โพธิ์เพิ่มเหม บรรณาธิการและผู้ก่อตั้งนิตยสาร Marketeer ณ ห้องฉัตราบอลรูม โรงแรมสยามเคมปินสกี้ กรุงเทพฯ

    คุณยูสุเกะ โคซามิ ผู้จัดการส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การได้รับรางวัล Marketeer No.1 Brand Thailand ต่อเนื่องเป็นปีที่ 15 สะท้อนถึงความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อบริดจสโตนมาอย่างยาวนาน เราขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ พนักงาน และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกท่าน ที่มอบความเชื่อมั่นและให้การสนับสนุนเรามาอย่างต่อเนื่อง ตลอดระยะเวลาเกือบ 60 ปี บริดจสโตนมีความภาคภูมิใจที่ได้เติบโตเคียงข้างสังคมไทย ภายใต้พันธกิจ รับใช้สังคมด้วยคุณภาพที่เหนือกว่า  เราจะยังคงมุ่งมั่นส่งมอบผลิตภัณฑ์คุณภาพสูงและบริการที่เชื่อถือได้ เพื่อตอบสนองความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคชาวไทย ล่าสุดเราได้เปิดตัว BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาสำหรับทั้งรถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready) สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเราในการนำเสนอโซลูชันด้านการเดินทางที่ล้ำสมัย ปลอดภัย และสร้างความมั่นใจในทุกการขับขี่ นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริดจสโตนจะเดินหน้ายกระดับประสบการณ์ของลูกค้าอย่างต่อเนื่องผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ COCKPIT ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อส่งมอบบริการด้านยานยนต์ที่ได้มาตรฐาน เชื่อถือได้ และครบวงจร รางวัลอันทรงเกียรตินี้เป็นแรงบันดาลใจให้เรามุ่งมั่นสร้างคุณค่าให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมร่วมขับเคลื่อนสังคมแห่งการเดินทางที่ปลอดภัยและยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป เพราะทุกการเดินทางเริ่มต้นจากความไว้วางใจ และเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมเดินทางเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทยต่อไปอีกยาวนาน”

     

    บริดจสโตนคว้ารางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทยประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ  “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” ประเภทยางรถยนต์และล่าสุดได้เปิดตัว “BRIDGESTONE POTENZA SPORT EVO”  ยางสปอร์ตพรีเมียมรุ่นใหม่ ตอบโจทย์รถยนต์สมรรถนะสูงและรถยนต์ไฟฟ้า (EV Ready)

    รางวัล “แบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569” หรือ “Marketeer No.1 Brand Thailand 2026” จัดขึ้นโดยนิตยสาร Marketeer อ้างอิงจากผลการวิจัยและสำรวจของบริษัท มาร์เก็ตติ้ง มูฟ จำกัด ผู้ให้บริการด้านงานวิจัยและที่ปรึกษาทางธุรกิจ สำรวจแบรนด์ยอดนิยมอันดับ 1 ของประเทศไทย ประจำปี พ.ศ. 2569 รวมทั้งสิ้น 123 กลุ่มผลิตภัณฑ์ โดยผ่านกลุ่มตัวอย่างกว่า 6,500 คน

    ทั้งนี้ สำหรับลูกค้าที่สนใจผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์ BRIDGESTONE สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและเลือกใช้บริการผ่านช่องทางออนไลน์ของค็อกพิทได้ที่


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สานต่อ Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 2 รวมพลังคอมมูนิตี้ New Honda UC3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมขับเคลื่อนสังคมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

    1 Min Read

    รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สานต่อ Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 2 รวมพลังคอมมูนิตี้ New Honda UC3 แลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมขับเคลื่อนสังคมการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า

    คอมมูนิตี้ผู้ใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า New Honda UC3 กลับมารวมตัวกันอีกครั้งในกิจกรรม “Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 2″ เพื่อแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานจริง อัปเดตเรื่องราวของโลก EV และสร้างมิตรภาพกับผู้ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกันท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลล์และมื้ออาหารสุดพิเศษ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 19 กรกฎาคม 2569 ณ ร้าน Oyard Café ถนนพุทธมณฑลสาย 1 ที่ผ่านมา

    ภายในงานมีผู้ใช้ New Honda UC3 นำรถเข้าร่วมกว่า 20 คัน ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ทั้งด้านการขับขี่ การดูแลรักษา และการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ พร้อมแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้ใช้งานจริง ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งข้อมูลสำคัญในการต่อยอดและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้ได้ดียิ่งขึ้น สะท้อนแนวคิดการพัฒนารถ EV ที่เติบโตไปพร้อมกับเสียงของผู้ใช้งาน

    อีกหนึ่งไฮไลต์ของงานคือการร่วมพูดคุยกับคุณ เบนซ์ DBigBike อินฟลูเอนเซอร์สายยานยนต์ผู้หลงใหลการขับขี่รถยนต์ และรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามาอย่างยาวนาน ที่มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานจากมุมมองของผู้ใช้จริง พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและตอบคำถามกับสมาชิกอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังได้ร่วมกิจกรรมและเกมสนุก ๆ พร้อมลุ้นรับของรางวัลสุดพรีเมียม ก่อนปิดท้ายด้วยมื้ออาหารที่เปิดโอกาสให้สมาชิกได้พูดคุย สร้างมิตรภาพ และต่อยอดความสัมพันธ์ภายในคอมมูนิตี้

    Honda UC3 Society Meet ครั้งที่ 2 ไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมพบปะของผู้ใช้รถเท่านั้น แต่ยังสะท้อนการเติบโตของคอมมูนิตี้ผู้ใช้ New Honda UC3 ที่พร้อมร่วมแบ่งปันประสบการณ์ สร้างแรงบันดาลใจในการใช้รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า และขับเคลื่อน EV Lifestyle ให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน พร้อมร่วมสร้าง EV Ecosystem ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนไปด้วยกัน โดยผู้ที่สนใจสามารถติดตามกิจกรรม Honda UC3 Society ครั้งต่อไป และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ผู้ใช้ New Honda UC3 ได้เร็ว ๆ นี้

    ติดตามรายละเอียดกิจกรรมต่าง เพิ่มเติมได้ที่
    เว็บไซต์: www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊ก: www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
    อินสตาแกรม: www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    TikTok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    YouTube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #NewHondaUC3 #TheUrbanFirstMovers #HondaEVMotorcycle #รถจักรยานยนต์ไฟฟ้าฮอนด้า #HondaMotorcycleThailand #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เจาะผลงาน “ก้อง-สมเกียรติ” ผ่าน 8 สนามแรก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ภารกิจท้าทายที่ไม่เคยหมดความมุ่งมั่น

    1 Min Read

    เจาะผลงาน “ก้อง-สมเกียรติ” ผ่าน 8 สนามแรก “เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์” ภารกิจท้าทายที่ไม่เคยหมดความมุ่งมั่น

    ปี 2026 นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา ในเส้นทางอาชีพนักบิดระดับโลก กับภารกิจที่ท้าทายความสามารถอย่างมาก ด้วยการรับหน้าที่โปรเจ็กต์ยักษ์ใหญ่ของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ในศึก เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ

    เส้นทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนักบิดขวัญใจชาวไทยเจ้าของหมายเลข 35 ต้องเจออาการบาดเจ็บเล่นงานนับตั้งแต่ช่วงพรีซีซั่น จากอุบัติเหตุในการลงซ้อมที่ เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ส่งผลให้พลาดลงแข่งสนามแรกที่ ประเทศออสเตรเลีย ต้องพักนานร่วม 2 เดือน

    “ก้อง-สมเกียรติ” เข้ารับการผ่าตัดรักษาแขนทั้ง 2 ข้าง ทำงานอย่างหนักกับการกายภาพบำบัดเพื่อฟื้นฟูร่างกาย ก่อนจะกลับมาลงบิดได้ในสนาม 2 ที่ ปอร์ติเมา ประเทศโปรตุเกส แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไป เพราะยังใหม่กับ เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ เช่นเดียวกับรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ของทีม ที่อยู่ในขั้นตอนพัฒนา

    ในขณะที่ทุกอย่างกำลังยกระดับขึ้นทีละขั้น เข้าสู่การแข่งขันสนาม 3 ที่ ทีที เซอร์กิต แอสเซ่น ประเทศเนเธอร์แลนด์ นักแข่งชาวไทยทำความเร็วได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่กลับโชคร้ายได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง จนต้องถอนตัวจากสนามดังกล่าว

    โดยสามารถกลับมาลงแข่งได้ในสนาม 4 ที่ ประเทศฮังการี ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ลงบิดใน บาลาตอน พาร์ค เซอร์กิต และนั่นก็เป็นการปลดล็อกคว้าแต้มแรกใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ มาครองได้สำเร็จ จากการบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 15 ของเรซที่ 2

    จากนั้นก็มาคว้าแต้มได้จากทั้ง 2 เรซที่ มอเตอร์แลนด์ อรากอน ประเทศสเปน สนามที่ 6 ของปี ด้วยการบิดเข้าเส้นชัยในอันดับ 15 ทั้ง 2 เรซ โดยสุดสัปดาห์ดังกล่าว ดิ๊กสัน ทีมเมทกลับมาลงสนามได้ในรอบหลายเดือน ทำให้ทีมสามารถช่วยกันเก็บข้อมูลของตัวรถแข่งได้มากขึ้น ทว่านักบิดอังกฤษก็ต้องถอนตัวอีกครั้ง หลังอาการบาดเจ็บกำเริบ

    หลังจากนั้น นักแข่งชาวไทยสามารถยกระดับได้ในสนาม 7 ซึ่งมีความคุ้นเคยกับสนาม มิซาโน เวิลด์ เซอร์กิต มาร์โก ซิมอนเชลลี ประเทศอิตาลี โดยคว้าอันดับ 15 จากเรซแรก และอันดับ 13 จากเรซที่ 2 เก็บแต้มมาครองได้ทั้งสองเรซ

    เดินทางมาถึงตรงนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” และรถแข่ง Honda CBR1000RR-R เริ่มค้นพบความเร็วในการแข่งขันได้แล้ว โดยเฉพาะครึ่งหลังของการแข่งขันแต่ละเรซ แต่ก็ยังมีงานหนักในการค้นหาความเร็วสำหรับการควอลิฟาย

    “ก้อง-สมเกียรติ” ไม่เคยยอมแพ้ เขามุ่งมั่นทำงานร่วมกับวิศวกรของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี อย่างหนักในการพัฒนารถแข่ง พร้อม ๆ กับการเร่งปรับตัวให้เข้ากับรถแข่งที่เพิ่งได้รู้จักกันในปีนี้เป็นฤดูกาลแรก โดยที่มีระยะห่างจากคู่แข่งให้ไล่ตามอยู่พอสมควร

    สถานการณ์ล่าสุดของ “ก้อง-สมเกียรติ” ในฤดูกาล 2026 หลังผ่านไป 8 สนามแรกของปี นักแข่งชาวไทยรั้งอันดับ 20 บนตารางแชมเปี้ยนชิพ เก็บไปทั้งสิ้น 8 คะแนน เป็นนักบิดฮอนด้าที่เก็บคะแนนได้มากที่สุดในตอนนี้

    นอกจากนี้ “ก้อง-สมเกียรติ” ยังได้ทำงานเคียงข้างแชมป์โลก 6 สมัยชาวไอริชอย่าง โจนาธาน เรีย ในหลายสนาม ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ล้ำค่าที่เจ้าตัวได้เก็บเกี่ยวมาเพื่อพัฒนาตัวเอง และไม่เคยหยุดการทำงานหนัก ทั้งการฝึกซ้อมเพื่อความแข็งแกร่งของร่างกายเพื่อให้พร้อมที่สุดทุกครั้งที่ลงสนาม

    การต่อสู้ใน เวิลด์ ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ ฤดูกาล 2026 ไม่ใช่เพียงงานท้าทายของ “ก้อง-สมเกียรติ” แต่ยังเป็นโครงการสำคัญของ ฮอนด้า เอชอาร์ซี ในการพัฒนารถแข่งเพื่อก้าวขึ้นสู่แถวหน้าให้ได้

    จากตรงนี้ไป จะเหลือการแข่งขันทั้งสิ้น 4 สนาม โดยสนามถัดไปจะไปดวลกันที่ เซอร์กิต เดอ เนแวร์ส มันญี-คูร์ส ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายนนี้ จากนั้นจะไปแข่งกันที่ เครโมน่า เซอร์กิต ประเทศอิตาลี, เซอร์กิโต เอสโตริล ประเทศโปรตุเกส และ เซอร์กิตโต เด เฮเรซ – อังเกล นิเอ็ตโต ประเทศสเปน เป็นสนามปิดท้าย

    โดยแฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา และนักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #HondaBigBike #SC35 #Kong #WSBK #WorldSBK2026 #WSBK2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR ยกระดับบริการหลังการขาย สร้าง “Luxury Ownership Experience” ผ่านเอกสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอกย้ำปรัชญา “Co-Creating the Ultimate Mobility Lifestyle Experience”

    1 Min Read

    ZEEKR ยกระดับบริการหลังการขาย สร้าง “Luxury Ownership Experience” ผ่านเอกสิทธิ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตอกย้ำปรัชญา “Co-Creating the Ultimate Mobility Lifestyle Experience”

    ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก เดินหน้ายกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขาย ภายใต้แนวคิด “การส่งมอบรถ คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์กับลูกค้า” พร้อมตอกย้ำปรัชญา “Co-Creating the Ultimate Mobility Lifestyle Experience” ด้วยการสร้างสรรค์กิจกรรมและเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของเจ้าของรถในแต่ละรุ่น สะท้อนความมุ่งมั่นในการดูแลลูกค้าอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถ ไม่เพียงในด้านการบริการและการบำรุงรักษา แต่ยังครอบคลุมถึงการส่งมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ช่วยสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับผู้ใช้งานในทุกช่วงเวลา

    เพื่อต่อยอดแนวคิดดังกล่าว ZEEKR เปิดตัว 3 กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับเจ้าของรถแต่ละรุ่น เริ่มจากแคมเปญ ZEEKR 009 Club x The Consul Bangkok” กับ Exclusive Private Dining Experience ณ The Consul Bangkok ร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งโดดเด่นด้วยการตกแต่งสไตล์ Contemporary Szechuan-Chinese พร้อมวิวเมืองแบบ 180 องศา และบรรยากาศโซเชียลคลับในยามค่ำคืน แคมเปญนี้จัดขึ้นสำหรับเจ้าของ ZEEKR 009 ตลอดเดือนกรกฎาคม–กันยายน 2569 โดยผู้ได้รับสิทธิ์สามารถพาผู้ร่วมรับประทานอาหารได้สูงสุด

    5 ท่าน รวม 6 ท่านต่อการจอง เพื่อร่วมแบ่งปันช่วงเวลาพิเศษกับครอบครัว เพื่อน หรือคนสำคัญ

    สำหรับเจ้าของ ZEEKR X แบรนด์ได้ร่วมมือกับ SF Cinema เปิดตัวแคมเปญ ZEEKR x SF Cinema for ZEEKR X Clients” ภายใต้แนวคิด “Every Seat Reserved. Every Moment Curated.” ถ่ายทอดปรัชญา “The Living Lounge on the Move” จากห้องโดยสารที่เปรียบเสมือนเลานจ์เคลื่อนที่ สู่การรับชมภาพยนตร์ระดับพรีเมียม ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้ชมภาพยนตร์ในโรง First Class, The Bed หรือ Sofa Sweet จำนวน 4 ที่นั่ง พร้อม ZEEKR Popcorn Set จำนวน 4 ชุด และ ZEEKR Signature Gift Box ซึ่งประกอบด้วย ZEEKR Bear, ZEEKR Umbrella และ ZEEKR Signature Room Diffuser จำกัดเพียง 200 ชุดทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมนี้จัดขึ้นเพื่อขอบคุณเจ้าของ ZEEKR X ทั่วประเทศ พร้อมขยายสิทธิประโยชน์ให้เข้าถึงผู้ใช้งานในหลากหลายพื้นที่ ผ่านรูปแบบความบันเทิงที่ใกล้ตัวและสอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของคนไทย โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีหลังที่มีภาพยนตร์บล็อกบัสเตอร์ทยอยเข้าฉายอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความใส่ใจและความเข้าใจในความชื่นชอบของผู้บริโภค พร้อมเชื่อมโยงแบรนด์เข้ากับโมเมนต์สำคัญในชีวิตประจำวัน

    ขณะเดียวกัน เจ้าของ ZEEKR 7X จะได้ร่วมสัมผัสค่ำคืนสุดพิเศษผ่านแคมเปญ The First Premiere. The First-Class Experience.” กับการชมภาพยนตร์ Spider-Man: Brand New Day รอบปฐมทัศน์แบบเหมารอบ ณ โรงภาพยนตร์ First Class ที่ SF World Cinema ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2569 ผู้ได้รับสิทธิ์จะได้รับบัตรชมภาพยนตร์จำนวน 2 ที่นั่ง พร้อม ZEEKR Popcorn Set และ ZEEKR Signature Gift Box โดยจำนวนสิทธิ์มีจำกัดและเป็นไปตามเงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

    ทั้ง 3 กิจกรรมสะท้อนแนวทางของ ZEEKR ที่ก้าวข้ามกรอบบริการหลังการขายแบบเดิม สู่การสร้าง “Luxury Ownership Experience” ผ่านเอกสิทธิ์ที่ตอบโจทย์ความสนใจของเจ้าของรถแต่ละกลุ่ม ตั้งแต่มื้ออาหารไฟน์ไดนิ่ง การชมภาพยนตร์ระดับลักชัวรี ไปจนถึงการพบปะและแบ่งปันช่วงเวลาร่วมกันภายในคอมมูนิตี้ ZEEKRแนวทางดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา “ZEEKR User Ecosystem” ให้ครอบคลุมทั้งการเดินทาง บริการ สิทธิประโยชน์ ความบันเทิง และการใช้ชีวิต พร้อมสานต่อปรัชญา “Co-Creating the Ultimate Mobility Lifestyle Experience” ที่มุ่งร่วมสร้างคุณค่าไปพร้อมกับผู้ใช้งานในทุกเส้นทาง

    ทั้งนี้ลูกค้า ZEEKR สามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมที่น่าสนใจ รับสิทธิพิเศษ และเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกผ่านทาง ZEEKR Application


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฉลอง 65 ปี ในประเทศไทย ประกาศทิศทางแบรนด์ใหม่ “Enjoy The Ride” พร้อมพา “มิตซูรุ” แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ชวนคนไทยออกไปใช้ชีวิตให้ “จอยได้ทุกเส้นทาง”

    1 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ฉลอง 65 ปี ในประเทศไทย ประกาศทิศทางแบรนด์ใหม่ “Enjoy The Ride” พร้อมพา “มิตซูรุ” แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ ชวนคนไทยออกไปใช้ชีวิตให้ “จอยได้ทุกเส้นทาง”

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด  ฉลองครบรอบ 65 ปีแห่งการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ประกาศทิศทางแบรนด์ใหม่ “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง” ตอกย้ำภาพลักษณ์ “แบรนด์ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต” ผ่านยนตรกรรมคุณภาพที่เข้าใจทุกสภาพเส้นทาง ความเชี่ยวชาญด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ ควบคู่กับการดูแลลูกค้าด้วยหัวใจ พร้อมเปิดตัว “มิตซูรุ” (MITSURU) แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ เพื่อร่วมถ่ายทอดพลังแห่งความสนุกสนานและแรงบันดาลใจ ชวนลูกค้าทุกเจเนอเรชันให้ออกไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่และมีความสุขในทุกการเดินทาง

    มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในโอกาสครบรอบ 65 ปีของการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เราขอขอบคุณลูกค้า พันธมิตรทางธุรกิจ เครือข่าย
    ผู้จำหน่าย และพนักงานทุกคน ที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางกว่า 6 ทศวรรษ และเป็นแรงสนับสนุนสำคัญที่ทำให้เราไม่เคยหยุดพัฒนา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ภาคภูมิใจ ไม่ได้มีเพียงการส่งมอบรถยนต์คุณภาพสูงที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ หรือการบริการที่เป็นเลิศเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ได้รับจากลูกค้า ตลอดจนการมีส่วนร่วมในการสร้างการจ้างงาน และการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจของประเทศไทย

    ความไว้วางใจและการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน คือแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้เราพร้อมก้าวสู่บทใหม่ของแบรนด์ภายใต้แนวคิด ‘Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง’ เพราะเราเชื่อว่าบทบาทของรถยนต์ในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับผู้คน ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะเพื่อการเดินทาง แต่เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิตในทุกช่วงเวลาที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นการทำงาน การใช้เวลากับครอบครัว หรือการออกไปสร้างความทรงจำใหม่ ๆ ด้วยเหตุนี้ เราจึงมุ่งสู่การเป็นมากกว่าผู้ผลิตรถยนต์ แต่เป็นแบรนด์ที่ช่วยให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ยิ่งขึ้น ผ่านยนตรกรรมที่ผสานวิศวกรรมญี่ปุ่นอันเป็นจุดแข็งของแบรนด์ เข้ากับความเข้าใจในสภาพถนนที่หลากหลาย และความต้องการของผู้ใช้งานอย่างลึกซึ้ง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เปี่ยมด้วยความมั่นใจ ความสุข และความหมายโดยมี ‘มิตซูรุ’ แบรนด์แอมบาสเดอร์ใหม่ เป็นตัวแทนในการถ่ายทอดพลังแห่งความสนุก ความมีชีวิตชีวา และแรงบันดาลใจ เพื่อชวนทุกคนออกไปค้นพบความหมายของการเดินทาง และใช้ชีวิตให้จอยในแบบของตัวเอง”

    นับตั้งแต่ปี 2504 มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้อยู่เคียงข้างประเทศไทยในฐานะแบรนด์รถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับและไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยหัวใจหลักของการดำเนินงานที่ยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ภายใต้ปรัชญา ”KOE” () การรับฟังเสียงของลูกค้า และ “KANDO” (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เติบโตอย่างต่อเนื่องตลอด 65 ปีที่ผ่านมา จนสามารถขึ้นแท่นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำของไทย และเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ในระดับโลก ด้วยยอดการผลิตรถยนต์สะสมกว่า 7 ล้านคัน พร้อมส่งออกรถยนต์ที่ผลิตโดยฝีมือคนไทยไปยังกว่า 120 ประเทศทั่วโลกแล้วกว่า 5 ล้านคัน

    ด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นแบรนด์ที่ช่วยเติมเต็มทุกมิติของการใช้ชีวิต มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้มุ่งพัฒนายานยนต์คุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแกร่ง ความทนทาน ความปลอดภัย และความมั่นใจ เพื่อรองรับการเดินทางไปใช้ชีวิตในหลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ “Expert in Any Road Condition” หรือ “ผู้เชี่ยวชาญในทุกสภาพถนน” โดยหลอมรวมความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมมาตรฐานญี่ปุ่น เข้ากับความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในพฤติกรรมและความต้องการของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่านการทำงานอย่างใกล้ชิดระหว่างทีมวิจัยและพัฒนาของทั้งสองประเทศ ตัวอย่างเช่น มิตซูบิชิ เอ็กซ์ฟอร์ส เอชอีวี ที่ได้มีการขับทดสอบบนทุกสภาพถนนในเมืองไทยกว่า 100,000 กิโลเมตร เพื่อปรับจูนรถยนต์ให้ตอบสนองการใช้งานจริงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ความเชี่ยวชาญดังกล่าวได้รับการพิสูจน์ผ่านการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ (AXCR) ซึ่งถือเป็นสนามทดสอบสมรรถนะและความสามารถในการรับมือกับเส้นทางที่ท้าทาย โดยข้อมูลเชิงเทคนิคที่ได้จากมอเตอร์สปอร์ตนี้ จะถูกนำมาใช้ในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริง นอกจากนี้ องค์ความรู้ที่สั่งสมมาจากการพัฒนายานยนต์และการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตยังถูกนำมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยีล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Super Select 4WD-II อันเป็นเอกลักษณ์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่มอบความมั่นใจและการควบคุมที่เหนือกว่าในทุกเงื่อนไขของเส้นทาง รวมถึงแนวคิด MITSUBISHI e:MOTION ในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด ซึ่งผสานการทำงานของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด โหมดการขับขี่ 7 รูปแบบ (7 Drive Mode) และระบบควบคุมการขับเคลื่อนและสมดุลขณะเข้าโค้ง (Active Yaw Control – AYC)  เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุก ปลอดภัย และสะดวกสบาย

    นอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า ด้วยการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับ จิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ Omotenashi (おもてなし) ผ่านเครือข่ายผู้จำหน่ายกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความอุ่นใจให้ลูกค้าในทุกช่วงเวลาของการเป็นเจ้าของรถยนต์

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะยังคงเดินหน้าสานต่อความเชี่ยวชาญด้านสมรรถนะและเทคโนโลยีการขับขี่ ด้วยความมุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และประสบการณ์ ผ่านการนำเสนอยนตรกรรม เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่ช่วยยกระดับและเติมเต็มการใช้ชีวิต ซึ่งรวมถึง “ออล-นิว มิตซูบิชิ ปาเจโร” ที่มีกำหนดเปิดตัวครั้งแรกของโลกในช่วงไตรมาสที่ 3 ของปีนี้ เพื่อส่งต่อจิตวิญญาณแห่งการผจญภัย และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ให้ทุกคนใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่ในแบบ “Enjoy The Ride จอยได้ทุกเส้นทาง”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • โตโยต้า ระเบิดความมันส์ ยกทัพกระบะซิ่งท้าความเร็ว กับงาน “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026” เตรียมเปิดประเดิมสนามแรก สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต วันที่ 1-2 สิงหาคมนี้

    1 Min Read

    โตโยต้า ระเบิดความมันส์ ยกทัพกระบะซิ่งท้าความเร็ว กับงาน “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026” เตรียมเปิดประเดิมสนามแรก สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต วันที่ 1-2 สิงหาคมนี้

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เดินหน้าสานต่อการสร้างคอมมูนิตี้ของผู้ใช้รถกระบะโตโยต้า จัดงาน “Hilux Revo Racing Mania 2026” มหกรรมสำหรับผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะ การตกแต่งรถ และกีฬามอเตอร์สปอร์ต ประเดิมสนามแรกของฤดูกาล ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต ระหว่างวันที่ 1–2 สิงหาคม 2569

     

    โตโยต้า เตรียมเปิดฉากมหกรรมแห่งความเร็วครั้งยิ่งใหญ่เอาใจสายมอเตอร์สปอร์ตภาคใต้ ประเดิมสนามแรกของปีกับงาน “Hilux Revo Racing Mania 2026” ภายใต้คอนเซปต์สุดเร้าใจ “เฟี้ยว ฟาสต์ ไฟต์ สมรภูมิไฟต์ เดือด สนั่นแทรค” ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต ในวันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2569 นี้ พร้อมยกระดับความมันส์แบบคูณสอง ขนทัพกิจกรรมและโปรโมชันแบบจัดเต็มเพื่อตอบโจทย์ทั้งสายแต่งสวยและสายแข่งรถอย่างแท้จริง

     

    จากผลสำรวจผู้ร่วมงานพบว่า ผู้บริโภคให้ความนิยมรถตกแต่งสไตล์ Clean Premium ที่เน้นความเรียบหรู โดดเด่น และสะท้อนตัวตน ควบคู่กับกระแสรถยกสูง (High-Stance) ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง งานในปีนี้จึงจัดขึ้นภายใต้กลยุทธ์เจาะกลุ่มทั้ง Drag Performance และ Decoration Lover เพื่อขยายฐาน

    คอมมูนิตี้คนรักกระบะโตโยต้าให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

     

    กิจกรรมไฮไลต์

    • PRO & AMATEUR DRAG RACE การแข่งขันแดรกเรซสำหรับนักแข่งมืออาชีพและมือสมัครเล่น รวมรถแข่งมากกว่า 100 คัน นับเป็นสถิติสูงสุดตั้งแต่มีการจัดการแข่งขันมา พร้อมยกระดับมาตรฐานการแข่งขันด้วยการนำกติกา Balance of Performance (BOP) มาปรับใช้เพื่อสร้างความสมดุลและเพิ่มความเข้มข้นในการชิงชัยของนักแข่งทุกรุ่นการแข่งขัน โดยมีเงินรางวัลสะสมรวมตลอดฤดูกาลมูลค่ากว่า 3.9 ล้านบาท
    • ONLINE ACTIVITY – RACING MANIA AI DREAM BUILD เปิดตัวกิจกรรมออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมสนุกออกแบบรถ Hilux Revo ผ่านเทคโนโลยี AI ภายใต้แคมเปญ “RACING MANIA AI DREAM BUILD” โดยผลงานที่ได้รับการคัดเลือกจะมีโอกาสได้รับการพัฒนาเป็นรถต้นแบบจริงภายใต้แนวคิด “AI to Reality” พร้อมลุ้นรับรางวัลพิเศษ
    • CAR CLUB PIT ZONE EXPERIENCES พื้นที่รวมตัวของคาร์คลับกว่า 100 คัน พร้อมกิจกรรม Toyota Bracket Challenge 19 Sec, Free Run Fun Drag RT Challenge และ Drag Academy โดยปอนด์เทค ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งอย่างใกล้ชิด
    • INFLUENCER TEAM HOST พบกับอินฟลูเอนเซอร์สายยานยนต์ชั้นนำ ได้แก่ เอ็ม รถซิ่งไทยแลนด์, อั๋น DRAG DIESEL และ โอ สมาคมรถแต่ง ที่จะร่วมสร้างสีสัน พร้อมถ่ายทอดประสบการณ์และร่วมกิจกรรมกับผู้เข้าร่วมงานตลอดทั้งงาน

     

    ดีลเด็ด โปรดี หน้างาน!

    สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถกระบะคู่ใจ พลาดไม่ได้กับ DEALER ZONE ผนึกกำลังดิลเลอร์ใหญ่ในพื้นที่อย่าง  โตโยต้าสุราษฎร์ธานี และ โตโยต้าตาปี จัดแสดงรถ Hilux Revo & Travo มาให้สัมผัสอย่างใกล้ชิด พร้อมระเบิดโปรโมชันสุดเร้าใจหน้างาน

    Secret Deal ช่วง Live สด: สำหรับผู้ชมทางบ้านผ่านระบบ Live Streaming (Monomax และช่องทางพาร์ตเนอร์) สามารถสแกน QR Code เพื่อรับดีลลับเฉพาะและส่วนลดพิเศษจากโลคัลดีเลอร์ได้ทันที!

     

    นอกจากนี้ภายในงานยังมี GAME ZONE & PARTNER ZONE รวมร้านค้าพาร์ทเนอร์อุปกรณ์ตกแต่ง

    แบรนด์ดังระดับประเทศกว่า 21 แบรนด์มาร่วมออกบูทในราคาพิเศษ พร้อมรับชมประวัติศาสตร์ความเก๋าในโซน The Hilux Legendary ตั้งแต่รุ่น Hero, Mighty X, Vigo ไปจนถึง Revo และ Travo

     

    มาร่วมผสานพลังความแรงและสัมผัสการแข่งขันกระบะซิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้

    ย้ำอีกครั้ง วันที่ 1 – 2 สิงหาคม 2569 นี้ ณ สนามสุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต เข้าชมฟรีตลอดงาน!

     

    พบกับรุ่นการแข่งขัน สนามที่ 1 สุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต

    DRAGSTER GD

    SUPER REVO

    REVO PRO MODIFY

    REVO SPECIAL

    REVO TURBO F55 STREET TUNED

    REVO TURBO 3000 STREET TUNED

    REVO TURBO STANDARD STREET TUNED

    HIACE STREET DRAG

    FORTUNER STREET DRAG

     

    สัมผัสความสนุกสนาน เร้าใจของ “Hilux Revo Racing Mania ฤดูกาลปี 2026”  ทั้ง 4 สนาม

    สนามที่ 1          1-2 สิงหาคม 2569         สุราษฎร์ธานี มอเตอร์สปอร์ต

    สนามที่ 2          26 – 27 กันยายน 2569  บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แดรกสเตอร์แทร็ก

    สนามที่ 3          5 – 6 ธันวาคม 2569      บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี

    สนามที่ 4          30 – 31 มกราคม 2570  บางกอก แดรก อเวนิว ปทุมธานี

     

    ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแข่งขันและกิจกรรมได้ที่

    Facebook / YouTube / TikTok : Hilux Revo Racing Mania


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยยอดขายครึ่งปีแรก เซกเมนต์ BEV ในไทยเติบโตกว่า 130% ลุยพลิกโฉมประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยืดหยุ่นขึ้นด้วย FLEX Mobility Campaign

    2 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยยอดขายครึ่งปีแรก เซกเมนต์ BEV ในไทยเติบโตกว่า 130% ลุยพลิกโฉมประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ยืดหยุ่นขึ้นด้วย FLEX Mobility Campaign

     

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย แถลงข่าวผลประกอบการช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ชูการเติบโตของเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยตัวเลขการเติบโตกว่า 130% สะท้อนความสำเร็จของ The all-new electric CLA พร้อมตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็น Mobility Solutions Provider ผ่านการรีแบรนด์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายครั้งใหญ่ ภายใต้ “FLEX Mobility Campaign” ที่มาพร้อมคอนเซปต์ “Flex to fit you” กับประสบการณ์การเป็นเจ้าของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีความยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น นำเสนอแพ็กเกจ StarChoice ที่ให้เลือกเสริมออปชันได้ทั้งแผนประกันภัยชั้น 1 “StarProtection” โปรแกรมบำรุงรักษาตามระยะทาง “StarCare” และโปรแกรมขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์ “StarGuarantee” โดยมีแพ็กเกจสูงสุดที่ครอบคลุมทั้ง 3 รายการ เพียง 6,000 บาทต่อเดือน ในขณะที่ลูกค้าสามารถประหยัดได้สูงสุดถึง 400,000 บาท* เมื่อเทียบกับการซื้อแพ็กเกจในราคาปกติ เพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลายของกลุ่มลูกค้า ทั้งลูกค้าทั่วไป ลูกค้านิติบุคคล และลูกค้าองค์กรที่ซื้อรถยนต์แบบฟลีท (Fleet Sales) โดยเริ่มแคมเปญตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป

    สำหรับยอดขายรวมของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก ในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปี 2569 สามารถสร้างยอดขายได้กว่า 511,900 คัน โดยเซกเมนต์ที่โดดเด่นที่สุดคือรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่มีอัตราเติบโตถึง 50% ด้วยยอดขายกว่า 52,900 คัน คิดเป็นสัดส่วน 13% จากยอดขายรวมของรถยนต์ในกลุ่ม Passenger Cars ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรุ่นที่เปิดตัวล่าสุดอย่าง The all-new electric CLA, และ GLC นอกจากนี้ยังมีการเปิดรับจอง The all-new electric C-Class ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม พร้อมประกาศเปิดตัว The all-new electric GLA แบบ World Premiere ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมนี้ และสำหรับเซกเมนต์ Top-End Vehicle ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากการเปิดตัว The new S-Class และ The new Mercedes-Maybach S-Class ในช่วงไตรมาสแรกของปี โดยมีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ช่วงปลายปีนี้

    โดยในประเทศไทย เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 มีตัวเลขจดทะเบียนสะสม 3,557 คัน และยอดขายรวม 2,845 คัน ตอกย้ำกระแสความนิยมในเซกเมนต์รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ด้วยอัตราการเติบโตที่สูงถึง 130% จากความสำเร็จของ The all-new electric CLA ที่สร้างยอดขายกว่า 300 คัน ภายในระยะเวลา 2 เดือน และมียอดจองสะสมอีกกว่า 1,350 คัน โดยกำลังการผลิตของรุ่นดังกล่าวอยู่ที่ 100–200 คันต่อเดือน ผ่านโรงงานผลิตและประกอบรถยนต์ของบริษัทในกลุ่มธนบุรี (Thonburi Group) ซึ่งมีการร่วมมือกับบริษัท เพาเวอร์ เทค เอ็นเนอยี โซลูชั่น จำกัด (Power Tech Energy Solutions) ในการจัดหาแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ โดยเฉพาะ

    นอกจากนี้ ในกลุ่ม Top-End Vehicle สำหรับแบรนด์ Mercedes-Maybach มีการเติบโตขึ้น 83% และ G-Class เติบโตขึ้น 100% โดยรถยนต์ในกลุ่มปลั๊กอินไฮบริดมีอัตราการเติบโตทั้งเซกเมนต์ อยู่ที่ 34% และในส่วนของรถแวนมี 2 รุ่นที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง นำโดย Sprinter ที่เติบโตขึ้น 83% และ V-Class เติบโตขึ้น 14% สะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จภาพรวมในแต่ละเซกเมนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย

    มร. คริสเตียน เชลล์ ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “จากตัวเลขผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั้งในระดับโลกและในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นว่าเรายังสามารถสร้างการเติบโตได้อย่างมีนัยสำคัญ ภายใต้สถานการณ์ความท้าทายรอบด้านที่ทั่วโลกกำลังเผชิญกันอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะการเติบโตในเซกเมนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากแผนการขยาย Product Portfolio ของแบรนด์ อย่างในประเทศไทยที่มีโมเดลสำคัญอย่าง The all-new electric CLA และในช่วงครึ่งปีหลัง เรายังมีโมเดลที่จะเข้ามาสร้างความคึกคักให้กับอุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยอีกมากมาย ทั้งในเซกเมนต์ของรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% และเซกเมนต์ Top-End Vehicle

    ในปี 2569 นอกจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ และการเฉลิมฉลอง 140 ปี แห่งนวัตกรรมยานยนต์ อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่สำคัญของเราคือการยึดลูกค้าเป็นศูนย์กลาง (Customer Centricity) ซึ่งเราแสดงให้เห็นผ่านโมเดลธุรกิจ Retail of the Future และในก้าวต่อไป เรามีความตั้งใจที่จะยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในฐานะ Mobility Solutions Provider ด้วยการนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกคน ภายใต้ “FLEX Mobility Campaign” กับแนวคิดการออกแบบผลิตภัณฑ์ทางการเงินและบริการหลังการขายที่ยืดหยุ่นมากยิ่งขึ้น ครอบคลุมตั้งแต่ “Pre-FLEX” ขั้นตอนการตัดสินใจซื้อรถที่ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งแพ็กเกจได้ตามความต้องการ ผ่านบริการของ StarChoice ต่อเนื่องด้วย “We-FLEX” ที่เราจะร่วมออกแบบประสบการณ์ร่วมกันกับลูกค้า ผ่านกิจกรรมด้านไลฟ์สไตล์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ ตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของ และสุดท้ายกับ “Re-FLEX” ที่จะเกิดขึ้นเมื่อครบกำหนดสัญญา ลูกค้าจะสามารถตัดสินใจได้ 3 ทางเลือก ไม่ว่าจะเป็นการคืนรถยนต์ให้ทางบริษัทฯ (Return)

    การขยายเวลาการทำสัญญาผ่อนชำระ (Refinance) หรือการโอนกรรมสิทธิ์รถยนต์ (Retain) โดยทั้งหมดนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของแคมเปญ FLEX ที่จะมอบทั้งความยืดหยุ่น การเดินทางที่ไร้รอยต่อ และประสบการณ์ที่ลูกค้าทุกคนมีส่วนร่วมในการออกแบบได้ตามสไตล์ของตัวเอง”

     

    FLEX Mobility Campaign ประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ยืดหยุ่นได้ตามสไตล์คุณ

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ได้มีการเปิดตัว “FLEX Mobility Campaign” พร้อมการรีแบรนด์ในส่วนของผลิตภัณฑ์ทางการเงินและการบริการหลังการขาย โดยมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการสื่อสารให้อยู่ภายใต้แพ็กเกจ “StarChoice” ซึ่งจะประกอบไปด้วยแผนประกันภัยชั้น 1 “StarProtection” (จากเดิม MB Protection) โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษาตามระยะทาง “StarCare” (จากเดิมคือ MBSP Easy Care) และโปรแกรมการขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ “StarGuarantee” (จากเดิม MBSP Extra Guarantee)

    ภายใต้แคมเปญ FLEX ลูกค้าจะสามารถเลือกเสริมออปชันได้ทั้งหมด 3 รูปแบบ ได้แก่ แพ็กเกจแบบ 1 รายการ ราคา 3,000 บาท แพ็กเกจแบบ 2 รายการ ราคา 5,000 บาท ไปจนถึง Full Package ที่จะครอบคลุมทั้งหมด 3 รายการ ตลอดระยะเวลาของสัญญา 3-5 ปี ในราคา 6,000 บาท ซึ่งราคาดังกล่าวจะถูกนำไปรวมกับค่างวดเริ่มต้นของรถยนต์รุ่นที่ลูกค้าเลือก โดยในเฟสแรกจะมีรถยนต์ที่เข้าร่วมแคมเปญทั้งหมด 8 รุ่น แบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม ตามรายละเอียดดังนี้

    • กลุ่มที่ 1: เงินชำระงวดแรก 500,000 บาท
      • GLA 200 AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 27,000 บาท
      • The all-new electric CLA ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
      • C 220 d AMG Line (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 30,000 บาท
      • C 350 e AMG Dynamic (Night Edition) ผ่อนเริ่มต้น 34,000 บาท
    • กลุ่มที่ 2: เงินชำระงวดแรก 750,000 บาท
      • E 220 d AMG Line ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
      • E 350 e AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 36,500 บาท
      • E 350 e Exclusive ผ่อนเริ่มต้น 30,500 บาท
      • GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ผ่อนเริ่มต้น 40,000 บาท

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

    สำหรับลูกค้าที่สนใจเข้าร่วมแคมเปญ FLEX สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment