• สุดเดือด! “ธนัช-พีระพงษ์” ผงาดคว้าโพล “มุกข์ลดา” คัมแบ็กแรงยึดแถวหน้า NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2

    1 Min Read

    สุดเดือด! “ธนัช-พีระพงษ์” ผงาดคว้าโพล “มุกข์ลดา” คัมแบ็กแรงยึดแถวหน้า NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2

    ศึกซูเปอร์ไบค์เบอร์หนึ่งของไทย รายการ “เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ 2026″ ดวลความเร็วสนาม 2 ด้วยการแข่งขันรอบควอลิฟายสุดเข้มข้น โดยรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว คว้าโพล ขณะที่ “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช ประเดิมสนามแรกของฤดูกาลด้วยการออกตัวจากแถวหน้า ส่วนรุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง ครองตำแหน่งโพลโพซิชั่น ขณะ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี นักแสดงซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วขยับคว้าอันดับ 5 ซูเปอร์สต็อก (ST3)  ก่อนลุ้นแชมป์รอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 ส.ค.นี้ ที่สนามช้างฯ จ.บุรีรัมย์

    การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนาม 2 ดวลความเร็วระหว่างวันที่ 31 กรกฎาคม-2 สิงหาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

     

    หลังผ่านสนามแรกด้วยการขับเคี่ยวอย่างเข้มข้น นักบิดทุกคนกลับมาสู่สนามนี้อีกครั้งด้วยความพร้อมที่มากขึ้น โดยมีเป้าหมายเพื่อการยกระดับผลงานของตัวเอง และความคาดหวังในการลุ้นแชมป์ประจำฤดูกาล โดยไฮไลต์ยังคงอยู่ที่การต่อสู้อย่างสนุกในทุกคลาสของการแข่งขัน

    โดยผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี ปรากฏว่าตำแหน่งโพลตกเป็นของ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม ผู้ชนะสนามแรกที่ยังคงฟอร์มแรงต่อเนื่อง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 38.478 วินาที ทิ้งห่าง เหนือกริดที่ 2 อย่าง ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ถึง 1.264 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ โคลิน บัตเลอร์ นักบิดชาวแคนาดาจาก ศาวิตาร์ ทีม เอเชีย ตามหลัง 1.974 วินาที

    ด้านตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี ตกเป็นของ ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 40.060 วินาที เฉือน เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย กริดที่ 2 เพียง 0.304 วินาที ตามด้วยจอมเก๋าอย่าง ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 0.308 วินาที

     

    ส่วนรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) และ ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ซึ่งลงแข่งพร้อมกัน ปรากฏว่าตำแหน่งโพลในรุ่น ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB3) ของ รอนนี่ สุลบิยักโต นักบิดอินโดนีเซียจาก มูเลีย จาย่า อาร์ไอที ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 44.956 วินาที เหนือกริดที่ 2 อย่าง จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ถึง 1.599 วินาที ส่วนกริดที่ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.870 วินาที

     

    ขณะที่โพลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ได้แก่ รณชัย ใจยา นักบิดชาวไทยจาก เดอะ ชไวน์ การาจ แซดทีอาร์ เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลา 1 นาที 47.087 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ซานติ หม่า นักบิดชาวเมียนมาร์ เพื่อนร่วมทีม อยู่ 0.515 วินาที

    ส่วน “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ยกระดับความเร็วอย่างน่าพอใจ รั้งอันดับ 5 ในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3) ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 48.577 วินาที ด้านอินฟลูเอ็นเซอร์สาวชื่อดังอย่าง “แพร” ทวินันท์ เพิ่มพูน จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ต้องพลาดลงแข่งสนามนี้หลังได้รับบาดเจ็บจากการฝึกซ้อมส่วนตัว

     

    รุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม รวมพลนักบิดดาวดังระดับท็อปของเมืองไทยจากทุกค่าย มาร่วมเปิดศึกสู้กันอย่างดุเดือด โดยไฮไลต์สำคัญในเรซนี้ อยู่ที่การกลับคืนสู่สังเวียนอีกครั้งของ มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวแกร่ง ที่ลงแข่งขันเป็นครั้งแรกของฤดูกาลในสนามที่ 2 ให้กับ เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม โดยเพิ่งคว้าโพเดียมระดับโลกมาได้ในยุโรป ถูกใส่ชื่อลงบิดแทนนักบิดเวิลด์คลาสอย่าง ฮอร์เก นาบาร์โร ให้กับทีม เพิ่มความเข้มข้นให้กับการลุ้นแชมป์เป็นอย่างมาก

     

    โดยผลควอลิฟายปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์”  ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ผู้ชนะสนามแรกด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 39.260 วินาที ส่วน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋า คว้ากริดที่ 2 มาครอง ตามหลังเจ้าของโพล 1.117 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.331 วินาที

     

    ตามด้วย “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย นักบิดเจ้าถิ่นชาวบุรีรัมย์จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ได้ออกตัวจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.619 วินาที ส่วนกริดที่ 5 เป็นของ โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 2.238 วินาที

    สำหรับผลควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี แข่ง 9 รอบ ปรากฏว่านักบิดจอมเก๋าอย่าง “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม คว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 54.352 วินาที ขนาบข้างด้วย “เอิร์ธ” ธุรกิจ บัวผา ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.538 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี จาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ ตามหลัง 0.570 วินาที

     

    ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนามที่ 2 จะดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันได้ที่จุดจำหน่ายบัตรหน้าทางขึ้น Grandstand สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ที่นั่งแกรนด์สแตนด์ ราคา 100 บาท / 1 วัน, บัตร VIP ราคา 500 บาท / 1 วัน

     

    รับชมถ่ายทอดสดได้ทาง True Sports 1 ช่อง 666 วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม เวลา 14.30-17.30 น. หรือชม Live Streaming ทางเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2026 และ Youtube : Chang International Circuit ตั้งแต่ 9.00 น. เป็นต้นไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าแนะนำ TOYOTA ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด HEV SMART ราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท พร้อมส่งมอบ

    2 Min Read

    โตโยต้าแนะนำ TOYOTA ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ล่าสุด HEV SMART ราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท พร้อมส่งมอบ

     

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ระดับ LUXURY 7 ที่นั่ง ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 ภายใต้แนวคิด “SEAMLESS SERENITY” ซึ่งนำเสนอ Ultimate Inclusive Program แพคเกจบำรุงรักษาที่ให้ความสบายใจไร้กังวลตลอดการใช้งาน เอกสิทธิ์เฉพาะลูกค้า บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เท่านั้น พร้อมรุ่นย่อยใหม่ “HEV Smart” กับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ เบาะนั่งแถวสองปรับไฟฟ้า 10 ทิศทางควบคุมผ่าน Detachable Tablet พร้อมระบบผ่อนคลาย Massage Relaxation, ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน และระบบ T-Connect  นอกจากนี้มาพร้อมทางเลือกอีก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ HEV Premium และ HEV Premium Luxury ที่ยกระดับความหรูหราสะดวกสบายเหนือระดับด้วยบันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step ตอบรับไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นด้วยทางเลือกพิเศษ Eclipse Edition ด้วยฟิล์มปกป้องสีรถภายนอกแบบด้าน (Matte Paint Protection Film) เพิ่มความทนทานและปกป้องสีรถได้อย่างมั่นใจ ติดตั้งและรับประกันโดยโตโยต้า

     

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำเสนอ TOYOTA ALPHARD และ TOYOTA VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 รถยนต์อเนกประสงค์ระดับ LUXURY 7 ที่นั่ง ได้รับการพัฒนาให้เป็นยนตรกรรมที่ยกระดับความหรูหราสะดวกสบายเหนือระดับ ขับเคลื่อนนุ่มนวล ทรงพลัง ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด 2.5 ลิตร ที่ผสาน 2 พลังของมอเตอร์ไฟฟ้า และเครื่องยนต์เบนซิน 2.5 ลิตร Dual VVT-i ทำงานร่วมกันอย่างลงตัว ประหยัดน้ำมันสูงสุด 17.9 กม./ลิตร* (*อ้างอิงจาก ECO Sticker) พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เทคโนโลยี E-Four ใหม่ และโครงสร้างสถาปัตยกรรมยานยนต์ TNGA ที่ออกแบบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทรงตัว และเกาะถนนได้อย่างดีเยี่ยม มั่นใจกว่าด้วยความปลอดภัยเหนือระดับ Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นใหม่ ให้ทุกการขับเคลื่อนเต็มไปด้วยสมรรถนะที่ดีเยี่ยมและนุ่มนวลเป็นที่สุดแห่งสุนทรียะในทุกการเดินทางด้วยราคาเริ่มต้น 3,590,000 บาท

     

    Alphard และ Vellfire รุ่นปรับปรุงปี 2569

    รุ่นย่อยใหม่! Alphard HEV Smart     ราคา 3,590,000 บาท
    Complete Luxury กับความสะดวกสบายที่ครบครัน

    ภายนอก

    • ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว
    • ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential

    ภายใน

    • หน้าจอ MID ขนาด 3 นิ้ว
    • หน้าจอเครื่องเสียงแบบสัมผัสขนาด 14 นิ้ว
    • ระบบนำทาง navigator และระบบ T-Connect
    • เบาะหนัง Premium Nappa และหนังสังเคราะห์ ปรับไฟฟ้า พร้อม seat heater และ ventilator คู่หน้าและผู้โดยสารแถวสอง
    • เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองพร้อมระบบ Massage Relaxation และ Smart Comfort Program
    • Detachable Tablet ควบคุมฟังก์ชันการทำงานของเบาะนั่ง และฟังก์ชันภายในห้องโดยสาร
    • กระจกประตูหลังแบบ Privacy Glass
    • ม่านบังแดดกระจกข้างผู้โดยสารแถวสองและแถวสามปรับไฟฟ้า
    • กระจกมองหลังแบบตัดแสงอัตโนมัติ
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแยกอิสระ 4 โซน พร้อม nanoeTM X สำหรับผู้โดยสารตอนหน้า

    สมรรถนะการขับขี่และระบบความปลอดภัย

    • เครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 250 แรงม้า
    • ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ E-Four
    • Toyota Safety Sense
    • ถุงลมเสริมความปลอดภัย 6 ตําแหน่ง
    • กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)

    Alphard HEV Premium          ราคา 4,290,000 บาท

    Comfort Luxury กับความหรูหรา สะดวกสบาย เสมือนห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่

    *ไฮไลท์รุ่น Alphard HEV Premium

    ภายนอก

    • (ใหม่!) บันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step

    ภายใน

    • หลังคา Twin Moon Roof สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า
    • หน้าจอ HUD แบบสี
    • กระจกมองหลังแบบดิจิตอล
    • หน้าจอสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 14 นิ้ว
    • กล้องวีดิโอบันทึกภาพติดรถยนต์ (DVR) ด้านหน้าและด้านหลัง ความชัด 4K
    • พรมรองพื้นห้องโดยสาร

    Vellfire HEV Premium           ราคา 4,290,000 บาท

    Sport Luxury กับความหรูหราสะดวกสบาย พร้อมรูปลักษณ์ดุดัน

    *ไฮไลท์รุ่น Vellfire HEV Premium

    ภายนอก

    • (ดีไซน์เฉพาะ Vellfire) ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมไฟเลี้ยวแบบ Sequential
    • (ดีไซน์เฉพาะ Vellfire) กันชนหน้าและหลัง

    Alphard HEV Premium Luxury ราคา 4,590,000 บาท

    High End Elegance กับการนั่งโดยสารระดับเฟิร์สคลาส

    *ไฮไลท์รุ่น Alphard HEV Premium Luxury
    ภายนอก

    • (ใหม่!) บันไดข้างแบบกางออกอัตโนมัติ Retractable Step
    • สัญลักษณ์ “Executive Lounge”

    ภายใน

    • เบาะนั่งผู้โดยสารแถวสองแบบ “Executive Lounge”
    • โต๊ะส่วนตัวแบบพับได้สำหรับผู้โดยสารแถวสอง
    • วัสดุตกแต่งภายในห้องโดยสารด้วยลายไม้แบบ Uzuramoku
    • เพิ่มวัสดุบุนุ่มภายในห้องโดยสาร
    • กระจกห้องโดยสารแถวที่ 1 และ 2 แบบ Acoustic Glass ลดเสียงรบกวน
    • nanoeTM X สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง

    ***ทุกรุ่นย่อยยังมาพร้อมทางเลือกพิเศษ Eclipse Edition ที่มาพร้อมฟิล์มปกป้องสีรถภายนอกแบบด้าน (Matte Paint Protection Film) เพิ่มความทนทานและปกป้องสีรถได้อย่างมั่นใจ (เฉพาะสีภายนอก Neutral Black)***
    (หมายเหตุ : Paint protection film เป็นฟิล์มใสแบบด้านปกป้องสีรถจากสะเก็ดหิน คราบแมลง ฟื้นฟูรอยขีดข่วนเล็กๆได้
    ติดตั้งและรับประกันคุณภาพโดยโตโยต้า)

     

    เลือกเป็นเจ้าของ ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569
    รุ่นย่อย ดังนี้

    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM LUXURY Eclipse Edition     4,720,000 บาท
    • รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM LUXURY                         4,590,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น VELLFIRE HEV PREMIUM Eclipse Edition 4,420,000 บาท
    • รุ่น VELLFIRE HEV PREMIUM                                             4,290,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM Eclipse Edition           4,420,000 บาท
    • รุ่น ALPHARD HEV PREMIUM                                        4,290,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV SMART Eclipse Edition             3,720,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น ALPHARD HEV SMART                         3,590,000 บาท

     

    สีภายนอก มีให้เลือก 3 สี

    • สีขาว Platinum White Pearl
    • สีเงิน Precious Metal
    • สีดำ Neutral Black

     

    รุ่น Eclipse Edition (Matte Paint Protection Film)

    • เลือกได้เฉพาะสีภายนอกสีดำ Neutral Black

     

    เลือกจับคู่สีภายในได้ 3 สี

    • สี Sunset Brown
    • สี Black
    • สี Neutral Beige

     

    **ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

    เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

     

    พบกับ Alphard และ Vellfire รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2569 ได้ที่บูธโตโยต้า ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ บูธ A03 ฮอลล์ EH 101-102 ไบเทค บางนา

    จองทดลองขับ ALPHARD และ VELLFIRE รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบ ได้ที่ https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation  


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ยามาฮ่า จับมือ ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ “มหาลัยโคตรฟาซ” จุดพลังครีเอเตอร์ Gen Z กวาดกว่า 22 ล้านวิว พร้อมส่งมอบ Feel The Unique Experience ผ่าน “คอนโคตรฟาซ”

    1 Min Read

    ยามาฮ่า จับมือ ซัมซุง สร้างปรากฏการณ์ “มหาลัยโคตรฟาซ” จุดพลังครีเอเตอร์ Gen Z กวาดกว่า 22 ล้านวิว พร้อมส่งมอบ Feel The Unique Experience ผ่าน “คอนโคตรฟาซ”

     

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และ บริษัท ไทยซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จของแคมเปญ “มหาลัยโคตรฟาซ” กิจกรรมสุดสร้างสรรค์ที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษา Gen Z จาก 4 มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศ ได้ปลดปล่อยไอเดีย ถ่ายทอดตัวตน และสร้างคอนเทนต์ในแบบฉบับของตัวเอง ผ่านแพลตฟอร์ม TikTok ภายใต้คอนเซ็ปต์ “โคตรฟาซ กับ ยามาฮ่า ฟาซซิโอ้ ไฮบริด” จนสามารถสร้างกระแสบนโลกออนไลน์ และมียอดการรับชมรวมมากกว่า 22 ล้านวิว

    แคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นใน 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยขอนแก่น มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ และมหาวิทยาลัยแม่โจ้ โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ผ่านคอนเทนต์ที่สะท้อนตัวตน ไลฟ์สไตล์ และมุมมองที่แตกต่างของ Gen Z ในแบบที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริง

    ภายใต้แนวคิด “Feel The Unique Experience” ที่ยามาฮ่ามุ่งมั่นสร้างประสบการณ์ที่มากกว่าการเดินทาง ด้วยการเชื่อมโยงโลกของไลฟ์สไตล์ แฟชั่น ดนตรี เทคโนโลยี และคอมมูนิตี้ของ Gen Z เข้าไว้ด้วยกัน ผ่าน Yamaha Fazzio Hybrid รถจักรยานยนต์แฟชั่นออโตเมติกที่สะท้อนความเป็นตัวเอง พร้อมเปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ออกไปค้นหาแรงบันดาลใจ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และสนุกกับทุกช่วงเวลาของชีวิตในแบบที่แตกต่าง

    จากการแข่งขันตลอดโครงการ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สามารถคว้าตำแหน่งมหาวิทยาลัยผู้ชนะด้วยยอดรับชมบน TikTok สูงถึง 5,544,813 วิว พร้อมรับรางวัลใหญ่ “คอนโคตรฟาซ” คอนเสิร์ตสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวง PURPEECH ที่ยกความสนุกมาเสิร์ฟถึงภายในมหาวิทยาลัย เพื่อร่วมฉลองความสำเร็จและสร้างประสบการณ์สุดพิเศษให้กับนักศึกษาแบบใกล้ชิด

    นอกจากนี้ ยามาฮ่าและซัมซุง ยังได้ร่วมกับองค์การบริหารสโมสรนักศึกษาของทั้ง 4 มหาวิทยาลัย มอบรางวัลให้แก่นักศึกษาผู้สร้างสรรค์ผลงานที่มียอดรับชมสูงสุด โดยผู้ชนะอันดับ 1 ของแต่ละมหาวิทยาลัยได้รับ Yamaha Fazzio Hybrid Lite มูลค่า 49,900 บาท ผู้ชนะอันดับ 2 ได้รับ Samsung Galaxy A57 5G (12GB/256GB) มูลค่า 17,999 บาท และผู้ชนะอันดับ 3-9 ได้รับ Samsung Galaxy Buds4 มูลค่า 5,990 บาท

    พร้อมกันนี้ ยังมีรางวัลพิเศษสำหรับผู้สร้างสรรค์คอนเทนต์ที่ร่วมกิจกรรมพร้อมติดแฮชแท็ก #withGalaxyA57 โดยผู้ชนะจะได้รับ Samsung Galaxy A57 5G เพิ่มเติมอีกมหาวิทยาลัยละ 1 รางวัล เพื่อสนับสนุนการสร้างสรรค์คอนเทนต์และส่งเสริมศักยภาพของครีเอเตอร์ Gen Z รุ่นใหม่

    ความสำเร็จของแคมเปญ “มหาลัยโคตรฟาซ” สะท้อนถึงความร่วมมือของสองแบรนด์ที่เข้าใจไลฟ์สไตล์และพฤติกรรมของ Gen Z อย่างแท้จริง ผ่านการผสานจุดแข็งของ Yamaha Fazzio Hybrid และ Samsung Galaxy A57 5G เพื่อสร้างพื้นที่แห่งการแสดงออก เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์ ถ่ายทอดตัวตน และสร้างแรงบันดาลใจผ่านคอนเทนต์ในแบบของตัวเอง

    มากกว่าการประกวดคอนเทนต์ แคมเปญนี้ยังเป็นการส่งมอบ Unique Experience ที่เชื่อมโยงผู้คน ดนตรี เทคโนโลยี ความคิดสร้างสรรค์ และคอมมูนิตี้ของ Gen Z เข้าไว้ด้วยกัน พร้อมตอกย้ำแนวคิด “Feel The Unique Experience” ของ Yamaha Fazzio Hybrid ที่เชื่อว่าทุกคนสามารถออกไปใช้ชีวิตในแบบของตัวเอง และค้นพบประสบการณ์ที่แตกต่างได้ในทุกเส้นทาง

    ติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้ที่ www.yamaha-motor.co.th และ Facebook : Yamaha Society Thailand พร้อมรับข่าวสาร สิทธิพิเศษ และร่วมกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่าน LINE Official Account Yamaha Society TH โดยค้นหา @yamahasociety และกดเพิ่มเพื่อน หรือสมัครได้ง่าย ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน LINE เพื่อไม่พลาดทุกกิจกรรมพิเศษจากยามาฮ่า

     

    #มหาลัยโคตรฟาซ #Fazzio #GalaxyA57

    #Yamaha #ยามาฮ่า #FAZZIO #ฟาซซิโอ้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • NEXZTER BRIC Superbike ผ่านครึ่งทาง ลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด

    1 Min Read

    NEXZTER BRIC Superbike ผ่านครึ่งทาง ลุ้นแชมป์เดือด! “คาร์เบอร์รี-ธนัช” โชว์ฟอร์มโหดเข้าวิน 2 สนามติด

    ศึกสองล้อเบอร์หนึ่งของไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 ดวลสนาม 2 สุดมันส์ในรูปแบบเรซระดับนานาชาติ มีนักบิดไทย-เทศตบเท้าเข้าร่วมล่าแชมป์มากมาย จาก 17 ชาติ ผลรุ่นใหญ่ปรากฏว่า ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสซี คว้าแชมป๋ 2 สนามติด คว้าชัยรุ่นใหญ่ 2 สนามติด ยอดนักบิดดาวรุ่งชาวไทยอย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส นำม้วนเดียวเข้าวินในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี สองเรซติด ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ส่งผลให้การลุ้นแชมป์ประจำปียังคงเข้มข้นหลังผ่านครึ่งทางแรกของฤดูกาล

    การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ 2026 สนาม 2  ดวลความเร็วรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2569

    ปัจจุบัน NEXZTER BRIC Superbike Championship ได้รับความนิยมอย่างมากในระดับนานาชาติ เพราะไม่เพียงนักบิดและทีมแข่งแถวหน้าของไทยเท่านั้นที่ลงแข่งขัน แต่ยังสามารถดึงดูดนักแข่งและทีมต่างชาติให้เข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตไทย โดยมีผลมาจากมาตรฐานของการแข่งขันที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในระดับสากล ซึ่งในสนามนี้มีนักบิดลงแข่งขันมากมาย จากทั้งสิ้น 17 ชาติ ได้แก่ ไทย, มาเลเซีย, ออสเตรเลีย, สวีเดน,รัสเซีย, สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, อินเดีย, ไต้หวัน, เนเธอร์แลนด์, นิวซีแลนด์, อินโดนีเซีย, จีน, เมียนมาร์, สปป.ลาว, ญี่ปุ่น, สเปน

    รุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ดีแคลน คาร์เบอร์รี นักบิดออสเตรเลียนจาก สวิฟท์ โกรว เรซซิ่ง ทีม คว้าแชมป์ 2 สนามติด ทำเวลาได้ 19 นาที 56.384 วินาที ตามมาด้วย ชญากร แซ่อ๋อง นักบิดไทยจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม ตามหลัง 11.790 วินาที อันดับ 3 เฟอร์” ปัญจพล จรุงกิจกูล จาก เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม เวลาตามหลัง 22.697 วินาที

    ส่วนผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี แข่ง 12 รอบ ต้องมาตัดสินกันถึงช่วงปลายเรซ โดยชัยชนะตกเป็นของเจ้าของโพลอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญ จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ที่บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 11.241 วินาที คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน เฉือนอันดับ 2 อย่าง เอเดน ท้าว นักบิดอเมริกันจาก สาวิตา ทีม เอเชีย เพียง 0.565 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ ในอันดับ 3 ตามหลัง 13.735 วินาที

    อีกหนึ่งในรุ่นไฮไลต์ของปีนี้อย่าง ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี ซึ่งรวมเอาดาวรุ่งแถวหน้าของไทยไว้หลายคนถือว่ามีเกมที่ขับเคี่ยวกันอย่างสนุกทั้งสิ้น 12 รอบสนาม ทว่าในเรซนี้ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส สามารถครองความได้เปรียบได้ตั้งแต่ต้นเกม หลังออกสตาร์ทจากโพล ก่อนจะบิดนำม้วนเดียวจบเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 10.608 วินาที คว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกัน

    ขณะที่อันดับ 2 เป็นการไล่บี้กันอย่างสุดมันส์ระหว่าง “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร ดาวรุ่งจาก เรย์บริก ทูราโน ฮอนด้า ทีซีเค เรซซิ่ง ทีม และนักบิดเจ้าถิ่นอย่าง “ต่อ” ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ไบค์สตอรี พีทีที ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม  ก่อนที่ “ข้าวกล้อง-จักรีภัทร” จะแซงเข้าป้ายในอันดับ 2 ทำเวลาตามหลัง 4.108 วินาที ตามด้วย ต่อศักดิ์ ในอันดับ 3  ตามหลัง 6.883 วินาที ส่วน อิงค์ อัศวานนท์ นักบิดซูเปอร์สตาร์หนุ่มจาก แบล็ค บูลล์ เรซซิ่ง บิดเข้าป้ายในอันดับ 5 ด้าน “มุกข์” มุกข์ลดา สารพืช นักบิดสาวจอมเก๋าจาก เอ็นเจที เอส-ออยล์ เรซซิ่ง ทีม พลาดล้มในโค้งแรก

    ด้านผลการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 และ ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี SB3 ลงแข่งพร้อมกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม ปรากฏว่าชัยชนะในรุ่น SB3 ตกเป็นของ จิณณวัตร ดีวิเศษ จาก ยามาฮ่า บลู ครู ไรเดอร์ส คลับ ยามาลู้ป เน็กซเตอร์ ด้วยเวลา 17 นาที 54.137 วินาที เฉือน เจี้ยน หยู หลิว นักบิดไต้หวันจาก เน็กซเตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเทค บริดจสโตน เอวีอาร์พี เรซซิ่ง อันดับ 2 เพียง 0.236 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ ณัฐกร อิ่มใจสุข จาก ออร์คิด ปาล์ม โฮมส์ หัวหิน ซีพีทู เรซซิ่ง ทีม ฮอนด้า บิ๊กวิง รามอินทรา ตามหลัง 1.520 วินาที

    สำหรับ “โอม” ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกหนุ่มชื่อดังจาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ทีม คว้าท็อปเท็นในรุ่น ซูเปอร์สต็อค ST3 ส่วนผู้ชนะในรุ่นนี้ได้แก่ ณัฐวัฒน์ แท่งทอง ด้วยเวลา 18 นาที 10.909 วินาที ตามด้วย นรินทร์ ม่วงทอง ในอันดับ 2 และ ซานติหม่า นักบิดชาวเมียนมาร์จาก พีทีเอ็ม เรซซิ่ง ในอันดับ 3

    นอกจากนี้ ยังมีการแข่งขันในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี ที่รวมเอาดาวรุ่งฝีมือดีไว้มากที่สุดในประเทศไทย และถือเป็นเกมที่ขับเคี่ยวกันโค้งสุดท้ายเพื่อวัดชัยชนะของนักบิดถึง 7 คนในกลุ่มหน้า ตลอดการชิงชัยทั้งสิ้น 10 รอบสนาม

    โดยชัยชนะตกเป็นของ “เติ้ล” พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง จาก ยามาฮ่า สปีด800 ยัวซ่า เรซซิ่ง ทีม เจ้าของโพลที่ชิงจังหวะได้ดีในรอบสุดท้าย บิดเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 20.634 วินาที เฉือน “เชลล์” ศักดิ์ชัย คงดวงดี ดาวรุ่งจาก ไฮสปีด ไออาร์ซี ดี.ไอ.ดี สมาร์ทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ อันดับ 2 เพียง 0.088 วินาทีเท่านั้น ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เคทีเอ็ม เรซซิ่ง ทีม ตามหลังเพียง 0.211 วินาทีเท่านั้น

    ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike Championship 2026 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เช่นเคย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทัพฮอนด้ากระหึ่มแทร็ก! “มิกซ์-ธนัช” ผงาดแชมป์ SS600 สองสนามติด “ข้าวกล้อง” บู๊เดือดคว้าที่ 2 ศึก BRIC Superbike สนาม 2

    1 Min Read

    ทัพฮอนด้ากระหึ่มแทร็ก! “มิกซ์-ธนัช” ผงาดแชมป์ SS600 สองสนามติด “ข้าวกล้อง” บู๊เดือดคว้าที่ 2 ศึก BRIC Superbike สนาม 2

    ปิดฉากลงไปเป็นที่เรียบร้อยอย่างสุดมันส์ สำหรับการแข่งขันรายการ BRIC Superbike 2026 สนามที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมที่ผ่านมา เสิร์ฟความเร้าใจระดับห้าดาวให้กับแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั้งบนอัฒจันทร์และหน้าจอถ่ายทอดสด

    โดยขุนพลนักบิดฮอนด้า ยังคงโชว์ฟอร์มดุเดือด สร้างผลงานระดับท็อปคลาสให้ได้ลุ้นกันแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้ตลอดทั้งเรซ

    ไฮไลต์สำคัญของการแข่งขันตกเป็นของรุ่น Super Sport 600cc (SS1 Pro) เมื่อจ่าฝูงฟอร์มร้อนแรง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 จาก IDEMITSU HONDA TEAM CHRISTMAS พกความมั่นใจมาเต็มเปี่ยมจากตำแหน่งโพลโพซิชั่น ทะยานขึ้นนำตั้งแต่ช่วงต้นเรซ ก่อนจะรักษาระยะห่างและกดเวลายกระดับความเร็วหนีคู่แข่งไปเรื่อยๆ จนผงาดรับธงหมากรุกคว้าชัยชนะไปครองแบบม้วนเดียวจบ สร้างสถิติคว้าแชมป์ 2 เรซติดต่อกันอย่างยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรี

    ความเร้าใจยังไม่จบเพียงเท่านั้น เมื่อ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร นักแข่งหมายเลข 20 จาก RAYBRIG TURANO HONDA TCK RACING TEAM ที่ออกสตาร์ตในกริดที่ 3 สร้างช็อตไฮไลต์ของวันด้วยการเปิดศึกดวลเดือดไล่บี้กับแชมป์เก่าอย่างดุเดือด ชนิดที่กล้องถ่ายทอดสดไม่สามารถตัดภาพไปมุมอื่นได้

    ท้ายที่สุดเจ้าตัวโชว์ความนิ่งเบียดคว้าอันดับ 2 มาครองได้อย่างสุดมันส์ ประเดิมโพเดียมแรกในฤดูกาล 2026 ให้กับตัวเองได้อย่างสวยงาม

    ขยับมาที่รุ่น Super Sport 250cc (SS1 Pro) สองนักบิดดาวรุ่งฮอนด้าโชว์สปิริตการไล่ล่าตำแหน่งได้อย่างยอดเยี่ยม โดย “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร หมายเลข 21 จาก PRO HONDA SITTIPOL KITTI RACING แม้จะต้องออกสตาร์ตจากกริดที่ 10 แต่ก็อาศัยจังหวะและความนิ่ง ค่อยๆ ไต่อันดับฝ่าดงคู่แข่งจนสามารถพารถแข่งเข้าเส้นชัยในอันดับที่ 6 ได้สำเร็จ

    ส่วนทางด้าน “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง หมายเลข 5 จาก RAYBRIG TURANO HONDA TCK RACING TEAM ที่ออกสตาร์ตจากกริดที่ 12 บู๊แหลกไม่แพ้กัน ฝ่ากลุ่มกลางขึ้นไปต่อสู้กับกลุ่มหัวแถวอย่างเมามันส์ ก่อนจะคว้าอันดับที่ 7 เก็บแต้มสำคัญสะสมได้สำเร็จทั้งคู่

    อย่างไรก็ตาม “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 จาก PRO HONDA SITTIPOL KITTI RACING ไม่ได้ลงแข่งขันรุ่น Super Sport 600cc (SS1 Pro) เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุก่อนรอบควอลิฟาย แต่มาร่วมเชียร์ทีมติดขอบสนาม ร่วมส่งกำลังใจให้กลับมาฟิตสมบูรณ์และพร้อมลุยต่อในเรซถัดไป

    สำหรับการแข่งขัน BRIC Superbike สนามที่ 3 จะกลับมาระเบิดความมันส์กันอีกครั้งในวันที่ 16-18 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

    โดยสามารถติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แฟนเพจเฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2026 #NexzterBRICSuperBike2026 #HondaCBR #Mix31 #HiPeck18 #Fer21 #Kaowkong20 #Austin5 #ChangInternationalCircuit


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • พิตวอล์ค! NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2 รวมนักบิดดาวดัง-ดาวรุ่ง ทัพเรซควีนสาวสวย เสิร์ฟสีสันคู่แฟนความเร็ว

    1 Min Read

    พิตวอล์ค! NEXZTER BRIC Superbike สนาม 2 รวมนักบิดดาวดัง-ดาวรุ่ง ทัพเรซควีนสาวสวย เสิร์ฟสีสันคู่แฟนความเร็ว

    ศึก “NEXZTER BRIC Superbike 2026”  ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ นอกเหนือจากการดวลความเร็วในแทร็ก กิจกรรม “Pit Walk” ยังคงเป็นไฮไลต์ที่แฟนมอเตอร์สปอร์ตเฝ้ารอ เมื่อพิตเลนถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นพื้นที่แห่งความประทับใจ เปิดให้ผู้ถือบัตรเข้าชมได้สัมผัสโลกของการแข่งขันแบบใกล้ชิดฟรี

    บรรยากาศตลอดกิจกรรมเต็มไปด้วยความคึกคักจากบรรดาพริตตี้หรือเรซควีนจากผู้สนับสนุนและทีมแข่งต่างร่วมสร้างสีสันแน่นพิตเลน นับเป็นอีกหนึ่งการแข่งขันที่รวบรวมพริตตี้จากหลากหลายแบรนด์และทีมแข่งไว้มากมายที่สุด รายการหนึ่งของประเทศไทย นอกจากนี้ยังมีมีนักบิดคนดังร่วมพบปะแฟน ๆ อาทิ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี, แพร-ทวินันท์ เพิ่มพูน, เบนซ์ เรซซิ่ง, มุกข์ลดา สารพืช และ ชิพ-นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์ ฯลฯ ร่วมสร้างรอยยิ้มและเพิ่มสีสันให้กับแฟน ๆ ที่เดินชมพิตอย่างต่อเนื่อง

    ขณะที่แต่ละทีมแข่งต่างจัดเต็มกิจกรรมเอาใจแฟนความเร็ว ทั้งการแจกลายเซ็น ถ่ายภาพร่วมกับนักแข่ง และขนของที่ระลึกมาแจกอย่างจุใจ ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ หมวก ถุงผ้า โปสเตอร์ พวงกุญแจ สติ๊กเกอร์ การ์ดนักแข่ง รวมถึงของสะสมประจำทีมที่แฟน ๆ ต่อแถวรอรับกันตลอดช่วงกิจกรรม

    อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้ Pit Walk ของ BRIC Superbike แตกต่าง คือการเปิดโอกาสให้แฟนความเร็วจะได้ชม-เชียร์กับนักแข่งทั้งนักบิดระดับโลก แชมป์เอเชีย แชมป์ประเทศไทย ทีมปั้นจากค่ายโรงงาน ทีมอิสระ นักบิดต่างชาติ ดาวรุ่ง หรือเยาวชนที่กำลังไล่ล่าความฝัน พร้อมสะท้อนแนวคิด “Anyone Can Be a Hero” ใครๆก็เป็นฮีโร่นักบิดได้

    กิจกรรม Pit Walk จึงกลายเป็นพื้นที่ที่รวมทั้งความเร็ว ความบันเทิง สีสัน และความอบอุ่นไว้ในจุดเดียว เติมเต็มประสบการณ์ให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้สนุกครบทุกมิติ ทั้งในและนอกสนามแข่งขัน

     

    ทั้งนี้ ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2026 สนามที่ 3 จะดวลความเร็วระหว่างวันที่ 16-18 ตุลาคม 2569  แฟนความเร็วติดตามรายละเอียดการแข่งขัน ภาพบรรยากาศความสนุก และผลการแข่งขัน ได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทัพนักบิดฮอนด้า ฝ่าแทร็กเดือด “มิกซ์-ธนัช” ฟอร์มดุกระชากโพลโพซิชั่น SS600 ศึก BRIC Superbike สนาม 2 ชี้ชะตาแชมป์พรุ่งนี้

    1 Min Read

    ทัพนักบิดฮอนด้า ฝ่าแทร็กเดือด “มิกซ์-ธนัช” ฟอร์มดุกระชากโพลโพซิชั่น SS600 ศึก BRIC Superbike สนาม 2 ชี้ชะตาแชมป์พรุ่งนี้

    การแข่งขัน NEXZTER BRIC Superbike 2026 ทวีความเข้มข้นขึ้นขีดสุดในรอบควอลิฟายของสนามที่ 2 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา หลังสภาพอากาศที่มีฝนตกลงมาในวันศุกร์บีบให้ทุกทีมต้องเร่งเก็บข้อมูลและเซ็ตอัพรถใหม่ทั้งหมดในช่วงเช้า ส่งผลให้การชิงชัยเพื่อหาตำแหน่งออกสตาร์ตในช่วงบ่ายที่มีเวลาจำกัดเพียง 20 นาทีต่อรุ่น เต็มไปด้วยความกดดันและดุเดือด

    ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การชิงชัยในรุ่น Super Sport 600cc (SS1 Pro) ซึ่ง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จ่าฝูงฟอร์มแรงจาก IDEMITSU HONDA TEAM CHRISTMAS ยังคงโชว์ฟอร์มร้อนแรงเกินต้าน ควบรถแข่ง Honda CBR600RR หมายเลข 31 ทำเวลาเร็วที่สุดทั้งสองรอบฝึกซ้อม ก่อนจะตอกย้ำความเหนือชั้นในรอบควอลิฟายด้วยการกระชากโพลโพซิชั่น มาครองได้อย่างเด็ดขาดด้วยเวลา 1 นาที 39.260 วินาที ทิ้งห่างอันดับ 2 ไปถึง 1.117 วินาที

    ทางด้าน “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก RAYBRIG TURANO HONDA TCK RACING TEAM หมายเลข 20 ทำผลงานคงเส้นคงวาเกาะติดท็อป 3 ตลอดการฝึกซ้อม ก่อนจะคว้าตำแหน่งออกสตาร์ตแถวหน้าในกริดที่ 3 ด้วยเวลา 1 นาที 40.591 วินาที

    ส่วน “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ หมายเลข 18 จาก PRO HONDA SITTIPOL KITTI RACING ต้องเผชิญกับสถานการณ์สุดท้าทาย ทำให้พลาดการทำเวลาในรอบควอลิฟายไปอย่างน่าเสียดาย อย่างไรก็ตาม จากเพซความเร็วที่ยอดเยี่ยมในรอบฝึกซ้อม การต้องออกสตาร์ตจากท้ายแถวในเรซนี้จะเป็นบทพิสูจน์สปิริตนักสู้และทักษะการไล่แซง พร้อมสร้างความตื่นเต้นให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตได้ลุ้นกันแบบนั่งไม่ติดเก้าอี้อย่างแน่นอน

    ด้านรุ่น Super Sport 250cc (SS1 Pro) ทัพนักบิดฮอนด้ายังคงต่อสู้ได้อย่างยอดเยี่ยม โดย “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร จากสังกัด PRO HONDA SITTIPOL KITTI RACING สามารถยกระดับความเร็วของรถแข่ง Honda CBR250RR หมายเลข 21 ได้อย่างต่อเนื่องจากรอบฝึกซ้อม ก่อนจะกดเวลาต่อรอบไปที่ 1 นาที 55.701 วินาที คว้ากริดสตาร์ตอันดับที่ 10 ไปครอง

    ขณะที่ “ออสติน” ธนฉรรต ประทุมทอง จาก RAYBRIG TURANO HONDA TCK RACING TEAM กับรถแข่งหมายเลข 5 ที่เกาะกลุ่มหัวแถวมาตั้งแต่รอบซ้อม ทำเวลาตามมาติด ๆ ที่ 1 นาที 55.703 วินาที คว้ากริดสตาร์ตอันดับที่ 12 เตรียมพร้อมทะยานสู้ศึกในเรซตัดสิน

     

    ศึก NEXZTER BRIC Superbike สนามที่ 2 จะระเบิดความมันส์ในรอบชิงชนะเลิศ วันอาทิตย์ที่ 2 สิงหาคมนี้ โดยการแข่งขันรุ่น Super Sport 250cc จะมีขึ้นในเวลา 12.45 น. ก่อนต่อด้วยรุ่น Super Sport 600cc ในเวลา 15.30 น.

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2026 #NexzterBRICSuperBike2026 #HondaCBR #Mix31 #HiPeck18 #Fer21 #Kaowkong20 #Austin5 #ChangInternationalCircuit


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เดินหน้าสะสมประสบการณ์บนเวทียุโรป ตามโร้ดแมปพัฒนาสู่ระดับโลก ศึก โมโตโฟร์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2026 สนาม 4 มัญญี-กูร์ ราวด์

    1 Min Read

    “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เดินหน้าสะสมประสบการณ์บนเวทียุโรป ตามโร้ดแมปพัฒนาสู่ระดับโลก ศึก โมโตโฟร์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2026 สนาม 4 มัญญี-กูร์ ราวด์

    “อุ้ม” นพรุธพงษ์ บุญประเวศ นักบิดดาวรุ่งจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ยังคงลงสนามเก็บประสบการณ์บนแผ่นดินยุโรปในรายการโมโตโฟร์ ยูโรเปี้ยน คัพอย่างต่อเนื่องภายใต้สังกัดฮอนด้า เอเชีย-ดรีม เรซซิ่ง จูเนียร์ ทีม โดยใช้รถหมายเลข 98

    สำหรับ “อุ้ม-นพรุธพงษ์” เติบโตมาจากโครงการ “Honda Academy Thailand” ก่อนจะสร้างผลงานกระหึ่มเอเชียเมื่อฤดูกาล 2025 ที่ผ่านมาโดยสามารถคว้าโพเดียมอันดับที่ 3 รายการอิเดมิตสึ เอเชีย ทาเลนต์ คัพ ที่บุรีรัมย์ก่อนจะจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 5 ของเอเชีย จากนั้นนักบิดดาวรุ่งไทยก็ได้รับโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันรายการเอฟไอเอ็ม เอเชีย โร้ด เรซซิ่ง แชมเปี้ยนชิพ สนามสุดท้ายที่บุรีรัมย์ในคลาส AP250 และทำผลงานได้อย่างสุดแข็งแกร่งด้วยการคว้าโพเดียมอันดับที่ 3 ได้ในเรซแรกก่อนจะพัฒนาผลงานคว้ารองแชมป์ได้ในเรซที่ 2

     

    ผลงานและความมุ่งมั่นของ “อุ้ม-นพรุธพงษ์” ได้รับการสานต่อและสนับสนุนจาก “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ส่งไปเก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศสเปนและลงแข่งขันเพื่อหาประสบการณ์กับสนามระดับโลกในทวีปยุโรป โดยล่าสุด “อุ้ม-นพรุธพงษ์” ลงสนามแข่งขันรายการโมโตโฟร์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2026 สนามที่ 4 ณ เซอร์กิต เดอ เนแวร์ มัญญี-กูร์ ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 24-26 กรกฎาคม 2026 ที่ผ่านมา

    สนามนี้ “อุ้ม-นพรุธพงษ์” ต้องต่อสู้แย่งชิงอันดับเพื่อสร้างผลงานกับนักบิดดาวรุ่งจากทั่วโลกกว่า 54 คน โดยนักบิดดาวรุ่งไทยมุ่งมั่นพยายามอย่างสุดกำลังจนสามารถคว้าอันดับที่ 9 ในรอบ Last Chance ท่ามกลางนักบิด 25 คนในรอบนี้ ซึ่งแม้จะไม่สามารถเข้าสู่รอบเมนเรซได้ แต่ก็ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์สำคัญตามแผนงานที่วางไว้

     

    ศึกโมโตโฟร์ ยูโรเปี้ยน คัพ 2026 สนามถัดไป จะแข่งขันที่ เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 4-6 กันยายนนี้

     

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์: https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Moto4 #Moto4European #Aum98


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2569 ยอดขายรวม 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% โตโยต้าครองความเป็นผู้นำตลาด ยอดขายสะสมรวม 117,333 คัน เติบโต 3.02%

    1 Min Read

    ตลาดรถยนต์ครึ่งปี 2569 ยอดขายรวม 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 14.63% โตโยต้าครองความเป็นผู้นำตลาด ยอดขายสะสมรวม 117,333 คัน เติบโต 3.02%

    รายงานตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายรถยนต์ภายในประเทศ มีจำนวนทั้งสิ้น 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 17.26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตลาดรถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) มีปริมาณการขาย 42,420 คัน เพิ่มขึ้นจากเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา 31.53% ในขณะที่รถกระบะ มีปริมาณการขาย 10,805 คัน ลดลงจากเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว 3.17% และรถ PPV มีปริมาณการขาย 2,983 คัน ลดลง 26.02% จากเดือนเดียวกันในปีที่ผ่านมา

    *ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์ https://fti.or.th/News/details?id=1503

    ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569

     

     

    • ประเด็นสำคัญในเดือนมิถุนายน
    • ตลาดรถยนต์เดือนมิถุนายน 2569 ยอดขายตลาดรวม 58,724 คัน เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบ
      กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา
    • รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 42,420 คัน
      เพิ่มขึ้น 53% จากปีที่ผ่านมา
    • รถกระบะ ยอดขาย 10,805 คัน ลดลง 17% จากปีที่ผ่านมา
    • รถ PPV ยอดขาย 2,983 คัน ลดลง 02% จากปีที่ผ่านมา

     

    • ยอดขายตลาดรถยนต์สะสมหกเดือนแรก มียอดขาย 346,966 คัน เพิ่มขึ้น 63% เมื่อเทียบ

    กับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

    • รถยนต์นั่งและรถยนต์ SUV (Passenger Car + SUV) ยอดขาย 240,426 คัน
      เพิ่มขึ้น 13% จากปีที่ผ่านมา
    • รถกระบะ ยอดขาย 70,141 คัน ลดลง 73% จากปีที่ผ่านมา
    • รถ PPV ยอดขาย 20,893 คัน เพิ่มขึ้น 86% จากปีที่ผ่านมา

     

    • โตโยต้า ในเดือนมิถุนายน มียอดขาย 18,203 คัน ลดลง 4.72% จากปีที่ผ่านมา โดยกลุ่ม Eco Segment มียอดขาย 5,649 คัน เพิ่มขึ้น 49% จากปีที่ผ่านมา และ Pure Pick Up มียอดขาย 5,723 คัน ลดลง 2.02% จากปีที่ผ่านมา

     

    • โตโยต้า ยอดขายสะสมหกเดือนแรก 117,333 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดที่ 82% เติบโต 3.02% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา นำโดย Pure Pick Up (Hilux Travo, Revo และ Champ)
      มียอดขาย 37,244 คัน เติบโต 6.00% จากปีที่ผ่านมา และ Eco Segment (Yaris และ Yaris ATIV) มียอดขาย 35,567 คัน เติบโต 22.95% จากปีที่ผ่านมา โดยทั้ง 2 กลุ่ม มีสัดส่วนการใช้ชิ้นส่วนภายในประเทศ (Local Content) สูงถึง 91% และ 79% ตามลำดับ

     

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวถึงตลาดรถยนต์ครึ่งปีแรก ว่า “ภาพรวมตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีแรกมีการเติบโตที่ดี ซึ่งในขณะเดียวกัน โตโยต้าเองก็ยังคงสามารถรักษาสถานะความเป็นผู้นำได้อย่างแข็งแกร่งในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์  ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2569 ที่ผ่านมา

     

    โดยในกลุ่ม Pure Pick Up แม้ภาพรวมตลาดจะมีแนวโน้มชะลอตัวลง แต่ยอดขายของ Toyota Hilux เติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 6.00% ด้วยส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 52.26% จากการเปิดตัวและส่งมอบ Hilux Travo รุ่นใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา พร้อมกับยังคงครองตำแหน่งผู้นำตลาดอย่างเหนียวแน่นด้วยยอดขายเฉลี่ยกว่า 6,200 คันต่อเดือน สำหรับกลุ่มรถยนต์นั่ง มีสัญญาณฟื้นตัวที่ชัดเจนด้วยอัตราการเติบโต 4.52% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ในส่วนนี้มีผลมาจากกลุ่ม Eco Segment ที่ยังแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดขายเติบโตขึ้นจากปีที่แล้วถึง 22.95% จากการเปิดตัว Yaris ATIV HEV ในปีที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่ช่วยรักษาฐานยอดขายของรุ่นเดิมไว้ได้อย่างมั่นคง แต่ยังเข้ามาช่วยขยายความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้น และยังทำยอดขายเฉลี่ยสูงถึง 6,000 คันต่อเดือน ตลอดช่วงเดือนมกราคม–มิถุนายนที่ผ่านมา เช่นเดียวกับกลุ่มรถ SUV ที่มีทิศทางฟื้นตัวและเติบโตขึ้น 3.68% นำโดย Corolla Cross ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 16.31% จากปีที่แล้ว ด้วยยอดขายเฉลี่ย 1,400 คันต่อเดือน ในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา

     

    สำหรับตลาดรถยนต์ในเดือนกรกฎาคม คาดว่าจะชะลอตัวลงเล็กน้อยตามดัชนีทางฤดูกาล (Seasonal Index) รวมถึงผู้บริโภคบางส่วนยังคงระมัดระวังการใช้จ่ายเพื่อติดตามสถานการณ์ความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

     

    สำหรับทิศทางในช่วงครึ่งปีหลัง ยังคงต้องจับตามองสถานการณ์ความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสภาวะเศรษฐกิจและความตึงเครียดในสงครามตะวันออกกลาง แต่คาดว่าตลาดโดยรวมน่าจะมีทิศทางปรับตัวดีขึ้น จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ

     

    นายศุภกร กล่าวเพิ่มเติมว่า “จากความสำเร็จและผลตอบรับที่ดีในทุกเซกเมนต์ ตอกย้ำถึงความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อโตโยต้ามาโดยตลอด และเพื่อสานต่อแรงขับเคลื่อนนี้ ในช่วงครึ่งปีหลังเราพร้อมสร้างความคึกคักด้วยแผนการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ ที่จะเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมยิ่งขึ้น พร้อมรักษาสถานะผู้นำตลาดอย่างมั่นคง”

    หมายเหตุ: ข้อมูลที่ปรากฏในรายงานนี้อ้างอิงจากข้อมูลยอดขายที่ระบุในเว็บไซต์  https://fti.or.th/News/details?id=1503

    ของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (The Federation of Thai Industries – FTI) ประกาศ ณ วันที่ 24 กรกฎาคม 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง

    1 Min Read

    GWM สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ ประกาศความสำเร็จแบรนด์รถยนต์รายแรกที่ผลิตชดเชยครบตามเงื่อนไขมาตรการ EV 3.5 จาก GWM Smart Factory จังหวัดระยอง

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ประกาศความสำเร็จในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ด้วยการก้าวขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ดำเนินงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเพื่อชดเชยการนำเข้าครบตามเงื่อนไขของมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 ได้ก่อนมาตรการสิ้นสุด สะท้อนศักยภาพอันโดดเด่นของ GWM Smart Factory พร้อมตอกย้ำความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจระยะยาวบนพื้นฐานของความโปร่งใส และการปฏิบัติตามข้อตกลงกับภาครัฐอย่างเคร่งครัด สิ่งนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงจรรยาบรรณและความจริงใจในฐานะนักลงทุนที่ภาครัฐและผู้บริโภคสามารถไว้วางใจได้ พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาคอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม

    GWM เล็งเห็นถึงศักยภาพของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยและการเติบโตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศจึงได้ร่วมลงนามในข้อตกลงการรับสิทธิตามมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งระยะที่ 1 หรือ EV 3.0 (ปี 2565 – 2568) และระยะที่ 2 หรือ EV 3.5 (ปี 2567 – 2570) เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วนสำคัญในประเทศไทยให้เกิดการขยายตัว และผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคตามนโยบาย 30@30 ของรัฐบาลไทย โดย GWM เป็นบริษัทแรกที่เริ่มผลิตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ณ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง อีกทั้งยังสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขภายใต้มาตรการ EV 3.0 ครบถ้วนเป็นรายแรกในปี 2568 ที่ผ่านมา และล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา GWM สามารถบรรลุเป้าหมายการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อชดเชยการนำเข้าครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ส่งผลให้ GWM เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ปฏิบัติตามข้อกำหนดภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV 3.5) ได้อย่างสมบูรณ์ โดยมี GWM ORA 5 EV ยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะรุ่นยอดนิยม เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความสำเร็จดังกล่าว

    ทั้งนี้การผลิตเพื่อชดเชยการนำเข้ายานยนต์ไฟฟ้าได้ครบถ้วนตามเงื่อนไข EV 3.5 ดังกล่าวเป็นการยืนยันการวางแผนงานที่ดีของบริษัท การปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด การสร้างความเชื่อมั่นและเป็นตัวอย่างที่ดีของผู้เข้าร่วมมาตรการกับรัฐบาล เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยยังคงเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า ต่อจากรถยนต์กระบะ และ อีโคคาร์ ที่่ประสบความสำเร็จในอดึต  โดยGWM จะยังคงเดินหน้าผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทยอย่างเต็มกำลังต่อไป เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในประเทศและรองรับการส่งออกในอนาคต โดยรถยนต์ไฟฟ้าที่จำหน่ายในประเทศไทยจะมาจากสายการผลิตของ GWM Smart Factory จังหวัดระยอง เป็นหลัก ซึ่งนับเป็นฐานการผลิตรถยนต์แบบครบวงจรภายใต้แนวคิดโรงงานอัจฉริยะ (Smart Factory) และถือเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์พวงมาลัยขวาในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่มีศักยภาพในการผลิตรถยนต์หลากหลายระบบขับเคลื่อนบนสายการผลิตเดียวกัน ครอบคลุมทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า (BEV) และไฮบริด (HEV) รวมถึงเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ด้วยกำลังการผลิตสูงสุด 80,000 คันต่อปี พร้อมกันนี้ GWM จะเดินหน้ายกระดับการใช้ชิ้นส่วนจากผู้ผลิตในประเทศไทย (Local Content) ให้สูงกว่า 50% และขยายความร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานภายในประเทศ เพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ สนับสนุนการสร้างงานให้แก่พนักงานชาวไทยกว่า 1,100 คน  รวมไปถึงการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว

    โดย GWM ยังคงยืนหยัดเจตนารมณ์ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าคนไทย พร้อมสนับสนุนนโยบายภาครัฐอย่างเต็มที่ เพื่อร่วมสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย รวมไปถึงการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า และผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียนในอนาคต

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA5 #ORA5EV #BEV #EV3.5 #ThailandEV3.5 #GWMSmartFactory


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment