• ไพรม์มัส กรุ๊ป กวาดรางวัลยอดจอง No.1 4 แบรนด์ชั้นนำ ในงาน Motor Expo

    1 Min Read

    ไพรม์มัส กรุ๊ป กวาดรางวัลยอดจอง No.1 4 แบรนด์ชั้นนำ ในงาน Motor Expo

    ไพรม์มัส กรุ๊ป ตอกย้ำศักยภาพดีลเลอร์ชั้นนำ กวาดรางวัลยอดจองสูงสุด No.1 ทั้งประเภทองค์กรและบุคคล จาก 4 แบรนด์ดัง ในงาน Motor Expo สะท้อนความมั่นใจลูกค้าไทย เร่งเดินหน้าขยายโปรส่งมอบความสุขส่งท้ายปีเก่า

    นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในงาน Motor Expo 2025 ที่ชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ที่ผ่านมา “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงโดยสามารถรางวัลผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ ที่มียอดจองสูงสุดเป็นอันดับ 1 ในประเภทองค์กรและประเภทบุคคล จากแบรนด์รถยนต์ชั้นนำ 4 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, MG, Zeekr และ Deepal

    ความสำเร็จดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความแข็งแกร่งของทีมที่ปรึกษาการขาย ที่เชี่ยวชาญและมีความรู้รอบด้าน ควบคู่มาตรฐานด้านการบริการที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับสูงของโชว์รูมและศูนย์บริการ ส่งผลทำให้ลูกค้าเชื่อมั่นและมอบความไว้ใช้บริการกับ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ได้รับรางวัลอย่างมากมายในงาน Motor Expo ครั้งนี้

    นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือและการสนับสนุนของบริษัทแม่แต่ละแบรนด์ ที่ให้ความสำคัญกับการขยายตลาดในประเทศ ผ่านการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ ที่มาพร้อมด้วยเทคโนโลยี และแคมเปญส่งเสริมการขาย ที่สอดรับกับความต้องการของตลาดรถยนต์ในปัจจุบัน ซึ่งมีส่วนสำคัญในความสำเร็จและได้รับรางวัลจากแบรนด์รถยนต์ทั้ง 4 ยี่ห้อ

    นายจิระพล กล่าวว่า “ในนามผู้บริหาร “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ขอขอบคุณบริษัทแม่ทุกแบรนด์ที่ให้การสนับสนุนด้านการขายเป็นอย่างดี รวมทั้งลูกค้าทุกท่านที่ไว้วางใจและให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา “ไพรม์มัส กรุ๊ป”มุ่งยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการบริการให้มีศักยภาพในทุกมิติ เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ควบคู่การเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์อย่างยั่งยืนต่อไป”

    พร้อมกันนี้ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ได้จัดแคมเปญพิเศษส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำหรับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ Mercedes-Benz, MG, Zeekr, Deepal และ Aion โดยสามารถเลือกชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นใหม่ได้อย่างใกล้ชิด พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ อาทิ ส่วนลดราคาพิเศษ, ส่วนลด On Top 3%, โปรช่วยผ่อน 100,000 บาท, อัตราดอกเบี้ย 0% นาน 60 เดือน, ดาวน์เริ่มต้น 8,888 บาท ฟรี! ประกันภัย+พ.ร.บ.นาน 3 ปี และ Lifetime Warranty เป็นต้น พบที่ปรึกษาการขาย ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ในเครือ “ไพรม์มัส กรุ๊ป” ทั้ง 5 ยี่ห้อ ในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ, ชลบุรี และเชียงใหม่ เท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • PTG คว้าหุ้นยั่งยืน “ระดับสูงสุด AAA” จาก SET ESG Ratings ปี 2568

    1 Min Read

    PTG คว้าหุ้นยั่งยืน “ระดับสูงสุด AAA” จาก SET ESG Ratings ปี 2568

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้รับผลการประเมินความยั่งยืน SET ESG Ratings ประจำปี 2568 ในระดับสูงสุด “AAA” จากตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สะท้อนถึงการดำเนินธุรกิจที่บูรณาการมิติด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) เข้ากับกลยุทธ์และการดำเนินงานขององค์กรอย่างเป็นรูปธรรม

    นอกจากนี้ พีทีจียังได้รับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน Showcases: SET ESG Ratings 2025 ในฐานะตัวอย่างบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวทางการบริหารจัดการธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้นำเสนอภาพรวมการดำเนินงานของบริษัทฯ ครอบคลุมตั้งแต่กลยุทธ์ธุรกิจ การขับเคลื่อนด้านความยั่งยืน การบริหารความเสี่ยงด้าน ESG แผนการลดก๊าซเรือนกระจก การดำเนินงานด้านสังคม รวมถึงการนำเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาประยุกต์ใช้ในองค์กร

    การได้รับผลการประเมินในระดับ AAA และการได้รับคัดเลือกเป็น Showcase ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพีทีจีในการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ควบคู่กับการสร้างคุณค่าอย่างยั่งยืนให้แก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกภาคส่วน และการขับเคลื่อนองค์กรสู่การเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ‘พันธุ์ไทย’ ปล่อยหนัง Branding Film ใหม่ อบอุ่นหัวใจ! ผู้กำกับ ‘มอร์ วสุพล’ จับมือ ‘สกาย-นานิ’ ถ่ายทอดแนวคิด ‘พันธุ์ไทย เป็นอะไรก็ได้ เพื่อให้ทุกคนรัก’ พร้อมเสียงร้องอบอุ่นจาก ‘Polycat’ รีเมคเพลงฮิตยุค 80s

    1 Min Read

    ‘พันธุ์ไทย’ ปล่อยหนัง Branding Film ใหม่ อบอุ่นหัวใจ! ผู้กำกับ ‘มอร์ วสุพล’ จับมือ ‘สกาย-นานิ’ ถ่ายทอดแนวคิด ‘พันธุ์ไทย เป็นอะไรก็ได้ เพื่อให้ทุกคนรัก’ พร้อมเสียงร้องอบอุ่นจาก ‘Polycat’ รีเมคเพลงฮิตยุค 80s

    Branding Film ฟีลกู๊ด! พันธุ์ไทยปล่อยหนังโฆษณาตัวใหม่ ฉลอง 13 ปี ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ในคอนเซ็ปต์ ‘พันธุ์ไทย เป็นอะไรก็ได้ เพื่อให้ทุกคนรัก’ ผ่านการนำเสนอเรียบง่ายแต่กินใจ จากฝีมือผู้กำกับชื่อดัง ‘Morvasu’ เสียงร้องมีเสน่ห์ของ ‘นะ Polycat’ ในเวอร์ชั่นใหม่ของเพลง ‘เพียงชายคนนี้…ไม่ใช่ผู้วิเศษ’ และเรื่องราวน่ารักสุดประทับใจของเพื่อนซี้ ‘สกาย-นานิ’ พรีเซนเตอร์คู่ล่าสุดของพันธุ์ไทย พร้อมรับชมได้ทุกช่องทางแล้ววันนี้

    ‘มอร์ วสุพล เกรียงประภากิจ’ หรือ Morvasu ผู้กำกับโฆษณาและมิวสิควิดีโอชื่อดังที่มีสไตล์เฉพาะตัว ด้วยโปรดักชันคุณภาพ มีความละเอียดอ่อนและถ่ายทอดอารมณ์ได้ดี มาเปิดใจถึงแกนหลักของหนังว่า “คอนเซปต์หลักคือ พันธุ์ไทย เป็นอะไรก็ได้ เพื่อให้ทุกคนรัก ซึ่งมาจาก Brand Tagline #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้” โดยถ่ายทอดผ่าน ‘สกาย-นานิ’ ที่มาเป็นตัวแทนของแบรนด์พันธุ์ไทยที่คอยดูแลลูกค้าทุกเพศ ทุกวัย สื่อสารการเป็นแบรนด์ของทุกคน ทุกเจเนอเรชัน และที่น่าสนใจคือการดีไซน์ดนตรี ที่เราเลือกใช้เพลงเก่า แต่เลือกนักร้องคนรุ่นใหม่มาถ่ายทอด เพื่อสร้าง Bonding ระหว่าง 2 เจเนอเรชั่นเข้าด้วยกัน เพราะเพลงเก่ามีพลังในการเชื่อมโยงความทรงจำและอารมณ์ของคนรุ่นก่อนที่เติบโตมาพร้อมกับเพลงเหล่านั้น และถูกนำมาตีความใหม่ พร้อมถ่ายทอดด้วยน้ำเสียงและสไตล์ที่ทันสมัย โดยนักร้องในยุคนี้ ทำให้คนรุ่นใหม่รู้สึกเข้าถึงได้และเกิดความผูกพัน การผสมผสานนี้ทำให้เพลงกลายเป็นสะพานเชื่อมแต่ละเจเนอเรชันได้อย่างลงตัว ดังนั้นการใช้เพลงเก่าจึงไม่ใช่แค่การสร้างความคิดถึงแบบ Nostalgia แต่เป็นการสื่อสารว่าแบรนด์พันธุ์ไทยเป็นส่วนหนึ่งของทุกช่วงชีวิต ทุกยุค ทุกสมัย และเชื่อมโยงทุกเจเนอเรชันเข้าไว้ด้วยกัน”

    Branding Film เล่าเรื่องผ่านสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตประจำวันของพนักงานพันธุ์ไทย เป็น Base on True Story ที่มาจาก Real Insight สัมผัสได้ถึงความจริงใจ ตอบโจทย์ “พันธุ์ไทย เป็นอะไรก็ได้ เพื่อให้ทุกคนรัก” ไม่ว่าจะเป็นเครื่องดื่มดับกระหาย เติมความสดชื่นเวลาที่ลูกค้าเหนื่อยล้ เป็นร่มเงา หลบร้อน เมื่อลูกค้าต้องการที่พักพิงเพื่อผ่อนคลาย เป็นผู้ส่งมอบความรัก สิ่งดีๆ เหมือนเพื่อนสนิท และเป็นผู้หวังดีที่พร้อมช่วยเหลือดูแลลูกค้าเหมือนคนในครอบครัว สะท้อนสิ่งที่พันธุ์ไทยตั้งใจเป็นแบรนด์ที่อยู่ในใจของทุกคนทุกวัย ตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ ไปจนถึงครอบครัว นอกจากนี้ คุณมอร์ยังใส่ไอเดียสนุกๆ ด้วย Symbolic ที่แฝงความหมายได้อย่างลงตัว ทั้งภาพดอกบัวเบ่งบาน สื่อถึงการทำความดี ความปีติยินดีจากช้างซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์พันธุ์ไทย แม้กระทั่งรายละเอียดของสุนัขและแมว ที่คอมมูนิตี้แฟนคลับ SkyNani มักพูดถึงทั้งสองคนที่มีบุคลิกต่างกันแต่ก็เข้ากันได้ดี สกาย ขี้เล่น สดใส ร่าเริง เหมือนสุนัข ส่วนนานิ หน้านิ่งแต่ใจดี ดื้อนิดๆ อ้อนเก่งเหมือนแมว ทำให้แฟนคลับรู้สึกเชื่อมโยงกับหนังโฆษณามากขึ้น

    อีกหนึ่งไฮไลท์คือการเลือก ‘นะ’ นักร้องนำวง Polycat วงดนตรีไทยแนวซินธ์ป็อป (Synth-pop) สไตล์วินเทจ และเสียงร้องที่เป็นเอกลักษณ์ มาร้องเพลงประกอบ โดยเลือกเพลง “เพียงชายคนนี้…ไม่ใช่ผู้วิเศษ” ของคุณเพชร โอสถานุเคราะห์ เพลงแนวป็อปบัลลาดโรแมนติกที่โด่งดังมากในยุค 80s

    คุณมอร์ เล่าเหตุผลในการเลือกเพลงนี้ว่า “เพลงนี้ทำหน้าที่ช่วยเล่าเรื่องว่า พันธุ์ไทย เป็นได้ทุกอย่าง เพื่อให้ทุกคนรัก โดยสื่อสารความเรียบง่ายของแบรนด์ ที่เป็นคนธรรมดา ไม่ใช่ผู้วิเศษ แต่ก็ยินดีที่จะดูแล และรักทุกคน คุณมอร์ Rearrange เพลงให้เข้ากับหนัง ให้เหมาะกับเสียงของ พี่นะ เราทำให้เพลงมันวินเทจด้วย Attitude ของสมัยใหม่ มีการเปลี่ยนเครื่องดนตรีบางอย่าง ได้ฟีลเล่นดนตรีสดมากขึ้น สังเคราะห์น้อยลง”

    เสียงร้องของ “นะ” รัตน จันทร์ประสิทธิ์ ที่หวานละมุน เจือกลิ่นอายโซล สดใสแต่ถ่ายทอดอารมณ์ลึกซึ้ง เหมาะกับเพลงโรแมนติก โทนอบอุ่น ทำให้เพลงนี้ฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ไม่เก่าเกินไป แต่ก็ไม่ทันสมัยจนเกินพอดี เป็นความกลมกล่อมที่แมชกับ Mood & Tone ของหนังได้อย่างลงตัว

    ‘นะ’ Polycat เปิดใจว่า “ตั้งใจจะถ่ายทอดเป็นพิเศษ มีการใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปด้วย แต่ผมไม่อยากให้ติดสำเนียงเพลงเดิม เพราะเขาจะลากยาว ผมจึงดีไซน์ให้มีความพอดีเข้ากับยุคสมัยปัจจุบัน แต่ยังคงความละมุนของต้นฉบับเดิม ซึ่งเพลง ‘เพียงชายคนนี้…ไม่ใช่ผู้วิเศษ’ เป็นเพลงที่มีความจริงใจ สื่อให้เห็นว่าเราก็คนธรรมดานี่แหละ ไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน แต่ว่าเราพร้อมจะดูแล จะทำให้เธอเต็มที่เลยนะ ผมว่ามันคือต้นแบบเพลงยุค 80s ถ้าทุกคนชอบเพลงนี้ในตอนนั้น ก็น่าจะชอบเพลงนี้ด้วยเหมือนกันครับ”

    และแน่นอนว่า ‘สกาย-นานิ’ ก็ตื่นเต้นตั้งแต่เห็นสตอรี่บอร์ด พร้อมเล่าเบื้องหลังการถ่ายทำสนุกๆ

    นานิ “ผมรู้สึกว่า สิ่งที่พันธุ์ไทยอยากสื่อคือ ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร เราพร้อมให้บริการคุณครับ ถ้าถามถึงซีนโปรดต้องยกให้ซีนที่ทุกคนนั่งรวมกันในร้าน บรรยากาศคลาสสิค ดูเป็นการทำสิ่งดีๆ ต่อกันน่ารักมาก ไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้หญิง ผู้ชาย ครอบครัว ร้านพันธุ์ไทยดูแลทุกคนด้วยหัวใจ หลากหลายแต่ลงตัว ใครก็มากินได้ ก็อยากให้แฟนพันธุ์ไทย ติดตามพวกเราด้วยนะครับ ร่วมงานครั้งแรกกับกาแฟพันธุ์ไทย รับรองว่ามีเซอร์ไพรส์ประทับใจแน่นอนครับ”

    สกาย “หนังน่ารักมากเลยครับ เห็นความตั้งใจของพันธุ์ไทยที่เซอร์วิสผู้บริโภคทุกคนเท่าเทียม ไม่ว่าอาชีพไหน อายุเท่าไหร่ เราบริการดีที่สุดทุกระดับ ตอนถ่ายหนังชอบหลายโมเมนต์เลย โดยเฉพาะซีนทำหัวใจกับคุณป้า รู้สึกอบอุ่นสุดๆ แล้วตัดสลับกับ Voice Over และน้องนักเรียน ดูแล้วใจฟูเลยครับ ก็อยากให้ทุกคน Support พันธุ์ไทยด้วยนะครับ มีแฟนคลับทั่วไทย ใครคิดงานไม่ออก มานั่งร้าน คิดไป ดื่มไป หรือแวะต่างจังหวัด ซื้อกาแฟ ขนม มีพลังขับรถปลอดภัยถึงที่หมาย”

    คุณมอร์ ทิ้งท้ายว่า “อยากให้คนดูหนังเรื่องนี้ ได้รับความรู้สึกอบอุ่นหัวใจ ได้รับรู้ถึงความใส่ใจและความตั้งใจของแบรนด์พันธุ์ไทยที่พร้อมเป็นได้ทุกอย่าง เพื่อให้ทุกคนรัก และอยากให้ทุกคนรักแบรนด์มากขึ้น”

    รับชม Branding Film ‘พันธุ์ไทย เป็นอะไรก็ได้ เพื่อให้ทุกคนรัก’ ได้ทุกช่องทาง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

    Facebook: https://www.facebook.com/punthaicoffee
    Instagram: https://www.instagram.com/punthaicoffee_official
    TikTok: https://www.tiktok.com/@punthai_coffee_official
    X: https://x.com/Punthaiofficial
    Youtube: https://www.youtube.com/@punthaicoffeeofficial

    แฟนคลับ ‘สกาย-นานิ’ เตรียมปักหมุดรอต้นปี 2026 นี้ กับอีเวนท์สุดยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองที่พันธุ์ไทยตั้งใจสุดๆ เพื่อตอบแทนทุกคน รับรองว่าแฟนๆ คาดไม่ถึงแน่นอน ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://www.facebook.com/punthaicoffee และ https://x.com/Punthaiofficial

    #PunthaixSkyNani #พันธุ์ไทยอะไรก็เป็นไปได้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย–มูลนิธิอุทกพัฒน์ เดินหน้าฟื้นฟูป่าต้นน้ำและแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืนในชุมชนหนองโน จังหวัดชัยภูมิ

    1 Min Read

    กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย–มูลนิธิอุทกพัฒน์ เดินหน้าฟื้นฟูป่าต้นน้ำและแก้ปัญหาน้ำอย่างยั่งยืนในชุมชนหนองโน จังหวัดชัยภูมิ

    กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ซึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อดำเนินกิจกรรมสาธารณประโยชน์โดยเน้น การส่งเสริมความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน รวมถึง การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน เดินหน้าร่วมมือกับองค์กรการกุศลและชุมชนต่าง ๆ ทั่วประเทศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตและดูแลทรัพยากรธรรมชาติของไทยอย่างต่อเนื่อง

    ตั้งแต่ปี 2558–2568 มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยได้ดำเนินงานร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ในพระบรมราชูปถัมภ์ ในการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ ครอบคลุม 6 ลุ่มน้ำ 9 จังหวัด และ 14 ชุมชน มุ่งบรรเทาปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในฤดูฝน เพิ่มน้ำต้นทุนในฤดูแล้ง และสร้างศักยภาพการบริหารจัดการน้ำโดยชุมชน  โดยผลสำเร็จตลอดระยะเวลา 10 ปี ได้แก่ สามารถปริมาณน้ำต้นทุนเพิ่มขึ้นกว่า 4.7 ล้านลูกบาศก์เมตร , ครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์กว่า 14,000 ครัวเรือน, พื้นที่เกษตรได้รับน้ำกว่า 44,800 ไร่ และลดความเสียหายจากภัยธรรมชาติคิดเป็นมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท รวมถึงเปิดพื้นที่เป็นพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติให้ชุมชนใกล้เคียงได้เข้ามาศึกษาและขยายผล

    โครงการชุมชนหนองโน (ปี 2567–2569) : ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ–แก้ปัญหาน้ำแล้งน้ำหลากที่ยาวนานกว่า 60 ปี

    ชุมชนหนองโน ตำบลหนองไผ่ เป็นพื้นที่นอกเขตชลประทานที่ประสบปัญหาน้ำแล้ง–น้ำหลากต่อเนื่องยาวนานกว่า 60 ปี แม้จะเป็นพื้นที่รับน้ำจากลำน้ำเชิญและเทือกเขาเพชรบูรณ์ แต่ในฤดูฝนน้ำกลับหลากล้นตลิ่งในลำห้วยคณฑาและลำห้วยตะกร้า ทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตรและไหลลงสู่พื้นที่ปลายน้ำในอำเภอคอนสวรรค์และอำเภอโคกโพธิ์ชัย

    ชุมชนหนองโนได้ร่วมจัดตั้ง คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำชุมชนหนองโน เรียนรู้การอ่านแผนที่–ผังน้ำ การเก็บข้อมูลแหล่งน้ำ การใช้ค่าระดับความสูง และนำความรู้มาวางระบบบริหารจัดการน้ำอย่างครบวงจร ทั้งการฟื้นฟูลำห้วยแบบอนุรักษ์ การสร้างฝายและโครงสร้างนำน้ำ การพัฒนาระบบประปาหมู่บ้าน–น้ำดื่มสะอาด จนสามารถจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนที่มีเงินสะสมกว่า 360,000 บาท และเป็นต้นแบบให้กับหมู่บ้านใกล้เคียงอีก 4 หมู่บ้าน

    สำหรับปี 2567–2569 มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยสนับสนุนงบประมาณรวมประมาณ 15 ล้านบาท เพื่อฟื้นฟูป่าต้นน้ำในชุมชนหนองโน จำนวน 3 ผืนป่า รวมพื้นที่กว่า 232 ไร่ และปรับปรุงลำห้วยสำคัญเพื่อลดความเสี่ยงน้ำแล้ง–น้ำหลาก

    กิจกรรม “ฟื้นฟูป่าโคกสนามม้า” ขับเคลื่อนความยั่งยืนด้วยพลังจิตอาสา จังหวัดชัยภูมิ

    ในกิจกรรมประจำปีนี้ มีจิตอาสาจากชุมชนหนองโน นักศึกษาทวิภาคี ผู้จำหน่ายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในจังหวัดชัยภูมิ รวมถึงตัวแทนมูลนิธิต่าง ๆ ร่วมกันปลูกไม้ท้องถิ่นจำนวน 1,000 ต้น, ปลูกหญ้าแฝกจำนวน 20,000 ต้น, และก่อสร้างฝายชะลอน้ำจำนวน 20 ฝาย เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นและเสริมความแข็งแรงของป่าต้นน้ำ

    การฟื้นฟูป่าต้นน้ำมีความสำคัญ เพราะช่วยเพิ่มความสามารถในการอุ้มน้ำ ลดน้ำไหลบ่าและการพังทลายของดิน พร้อมเพิ่มน้ำต้นทุนให้ชุมชนมีน้ำใช้ตลอดปี ทั้งยังรักษาความหลากหลายทางชีวภาพและลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

    นอกจากนี้ ป่าต้นน้ำที่สมบูรณ์ยังเป็นพื้นฐานในการสร้าง รายได้อย่างยั่งยืน จากพืชท้องถิ่น ผลผลิตป่า และการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ทำให้ชุมชนสามารถ อยู่ร่วมกับป่าโดยไม่ทำลาย ใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล และรักษาป่าให้เป็นแหล่งน้ำและแหล่งอาหารต่อไปในอนาคต

    #กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย
    #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ไทยฮอนด้า #ThaiHonda


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    OR จับมือ OKJ เปิดตัว “JOE WINGS” ดันโมเดล Mobility Hub เสิร์ฟไก่ทอดสไตล์ Fast Casual ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ สาขาแรกในสถานี พีทีที สเตชั่น วิภาวดี 62

    1 Min Read

    OR จับมือ OKJ เปิดตัว “JOE WINGS” ดันโมเดล Mobility Hub เสิร์ฟไก่ทอดสไตล์ Fast Casual ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ สาขาแรกในสถานี พีทีที สเตชั่น วิภาวดี 62

    OR เดินหน้าต่อยอดกลยุทธ์ Mobility Hub จับมือพันธมิตรธุรกิจด้านอาหาร OKJ ผู้บริหารแบรนด์ “โอ้กะจู๋” เปิดให้บริการร้านไก่ทอด “JOE WINGS” เอ็กซ์คลูซีฟสาขาแรกภายใน พีทีที สเตชั่น สาขาวิภาวดี 62 นำเสนอไก่ทอดสไตล์ Fast Casual Serve ทางเลือกอาหารที่สะดวก รวดเร็ว และเป็นทางเลือกที่ Healthier ต่อสุขภาพ ตอบโจทย์ผู้เดินทางบนถนนเส้นหลัก พร้อมผลักดันโมเดลร้านอาหารเรือธงให้เติบโตในเครือข่ายสถานีบริการของ OR ในอนาคต

    คุณไกรพิท เปรมมณี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจไลฟ์สไตล์ บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) เปิดเผยว่า OR และ OKJ เดินหน้าความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อยกระดับธุรกิจร้านอาหารภายในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น โดยอิงข้อมูลพฤติกรรมผู้บริโภคที่มักมองหาความรวดเร็วเป็นอันดับต้น ๆ มาร่วมผลักดันการเติบโตของกลุ่มธุรกิจ “All Lifestyles” หนึ่งในเสาหลักสำคัญของ OR ในการสร้างพื้นที่บริการที่ตอบโจทย์ทุกจังหวะการใช้ชีวิตครบในจุดเดียว โดยความสำเร็จของร้าน “โอ้กะจู๋” ตลอดกว่า 5 ปีในพื้นที่ของ OR สะท้อนศักยภาพการทำงานร่วมกันของทั้งสององค์กรได้อย่างชัดเจน จนนำไปสู่การต่อยอดเปิดตัวร้าน “JOE WINGS” เพื่อเป็น Healthier Choice ให้ผู้บริโภค ด้วยเมนูพิเศษที่ปรับให้กระชับขึ้น เลือกทานง่ายขึ้น พร้อมให้บริการในรูปแบบ Takeaway และ Dine-in สอดรับกับเทรนด์ของนักเดินทางที่ต้องการอาหารอร่อย รวดเร็ว และได้มาตรฐานด้านสุขอนามัยตามแบบฉบับของ OKJ ภายใต้ Mobility Hub ของ OR ที่ผสานบริการพลังงาน อาหาร และไลฟ์สไตล์ไว้ในระบบนิเวศเดียวกันอย่างไร้รอยต่อ โดยเชื่อมั่นว่า JOE WINGS จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ Ecosystem ของ OR และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทั้งความสะดวกและคุณภาพในทุกการเดินทางได้อย่างตรงจุด

    JOE WINGS สาขา พีทีที สเตชั่น วิภาวดี 62 ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าของ พีทีที สเตชั่น ที่ต้องเน้นความเร็วและความสะดวกสำหรับการเดินทาง ด้วยพื้นที่ขนาดกะทัดรัด ผสานบรรยากาศทันสมัยโดดเด่นด้วยโทนสีแดงและวัสดุสเตนเลส ที่สื่อถึงความเผ็ดร้อนและพลังงานที่พร้อมเสิร์ฟทันที เคาน์เตอร์แบบเปิดช่วยให้บริการได้ไวยิ่งขึ้น พร้อมระบบสั่งอาหารแบบ Order Kiosk เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริการ ตอบโจทย์ผู้บริโภคที่ต้องการความคล่องตัว ทั้งแบบ Takeaway และรับประทานภายในระยะสั้น

    ด้านเมนู JOE WINGS นำเสนอไก่ทอดคุณภาพทางเลือกที่ดีกว่า ชูความโดดเด่นด้วยมาตรฐาน “Better Oil, Better Chicken, Better Way” พร้อมกระบวนการผลิตแบบ No Shortcut ปรุงกันสด ๆ ทุกขั้นตอน เพื่อให้ทุกชิ้นเสิร์ฟแบบสดใหม่ กรอบร้อน และคงคุณภาพสม่ำเสมอ นอกเหนือจากไก่ทอด ยังมีเมนูอาทิเช่น Lite Tender Cheesy Wrap สำหรับลูกค้าที่ต้องการมื้อเช้าแบบเบา ๆ หรือ เมนูข้าวไก่ทอดพร้อมชุดอิ่มคุ้มสำหรับมื้อเร่งด่วน ทั้งยังโดดเด่นด้วยการคัดชิ้นส่วนไก่ยอดนิยมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็น Crunch Wing ปีกกรอบเต็มคำ Tender อกไก่นุ่มละมุน หรือ Boneless สะโพกไก่ไร้กระดูกที่หยิบจับได้สะดวก พร้อมด้วย 7 รสชาติฮิตที่คัดสรรมาแล้ว ได้แก่ Classic, Garlic Parmesan, Lemon Pepper, Hot Too Hot, Midnight, Thai Spice Up และ American Nashville ทำให้สาขานี้เป็นอีกหนึ่งจุดแวะที่สามารถเติมพลังได้ทั้งความอร่อย ความรวดเร็ว และความสะดวกครบในที่เดียว

    การเปิดตัว JOE WINGS ภายในสถานีบริการ พีทีที สเตชั่น ครั้งนี้ สอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาพื้นที่บริการของ OR ที่มุ่งเพิ่มบริการด้านไลฟ์สไตล์ในสถานีบริการให้หลากหลายยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับประสบการณ์ให้ผู้ใช้บริการบนเส้นทางหลักอย่างครบวงจร โดยเตรียมขยายสาขา JOE WINGS ในพื้นที่ของ OR ต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสาขา พีทีที สเตชั่น พัฒนาการ (ขาออก) ที่พร้อมเปิดให้บริการในเดือนมกราคม 2569 รวมถึงมีแผนขยายเฉลี่ยเพิ่มเติมปีละ 5–10 สาขา โดยมีเป้าหมายเปิดครบ 30 สาขา ภายในปี 2573


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยฮอนด้า ผนึกกำลังร้านผู้จำหน่าย พร้อมกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และสื่อมวลชน ร่วมส่งมอบถุงยังชีพ 8,603 ถุง มูลค่ารวม 5.16 ล้านบาท บรรเทาผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่

    1 Min Read

    ไทยฮอนด้า ผนึกกำลังร้านผู้จำหน่าย พร้อมกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และสื่อมวลชน ร่วมส่งมอบถุงยังชีพ 8,603 ถุง มูลค่ารวม 5.16 ล้านบาท บรรเทาผลกระทบน้ำท่วมหาดใหญ่

    บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด ร่วมกับร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และคณะสื่อมวลชน เดินหน้าส่งต่อความห่วงใยสู่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ภายใต้โครงการ “ไทยฮอนด้า ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม หาดใหญ่” ด้วยการมอบถุงยังชีพรวมทั้งสิ้น 8,603 ถุง คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 5,161,800 บาท เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือด้านการดำรงชีวิตในช่วงวิกฤต

    การส่งมอบถุงยังชีพดังกล่าว ได้รับเกียรติจาก นายวิวัฒน์ เลิศผาติ หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มงานขายและการตลาด บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด เป็นผู้แทนส่งมอบ และมี นายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นผู้แทนรับมอบ ณ ศาลากลางจังหวัดสงขลา โดยถุงยังชีพที่นำมามอบในครั้งนี้แบ่งเป็นถุงยังชีพจากความร่วมมือของไทยฮอนด้า ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ และคณะสื่อมวลชน จำนวน 8,003 ถุง และ ถุงยังชีพจากกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย จำนวน 600 ถุง โดยได้มีการส่งมอบอย่างเป็นทางการในวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เพื่อกระจายความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ประสบภัยอย่างทั่วถึงและเป็นรูปธรรม พร้อมส่งต่อกำลังใจในการฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่หลังสถานการณ์น้ำท่วม

    นอกจากนี้ ไทยฮอนด้ายังได้ช่วยเหลือด้านการฟื้นฟูยานพาหนะ ด้วยการระดม ทีมช่างอาสาสมัครจากศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศกว่า 200 คน ลงพื้นที่ตั้ง จุดให้บริการช่วยเหลือซ่อมรถจักรยานยนต์ฟรี จำนวน 9 จุด ระหว่างวันที่ 8–14 ธันวาคม 2568 โดยตลอดระยะเวลา 7 วันของการให้บริการ สามารถช่วยซ่อมแซมรถจักรยานยนต์ของประชาชนได้รวมทั้งสิ้น 4,011 คัน ครอบคลุมทั้งกรณีความเสียหายเล็กน้อยและกรณีความเสียหายหนัก เพื่อให้รถจักรยานยนต์สามารถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัย และสนับสนุนการเดินทางและการประกอบอาชีพในช่วงฟื้นฟูหลังอุทกภัย

     

    สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบและยังไม่สามารถเข้ารับบริการในช่วงตั้งจุดช่วยเหลือดังกล่าว ยังสามารถเข้ารับบริการตรวจเช็กรถจักรยานยนต์ฟรี 10 รายการ (ตามคู่มือมาตรฐาน) ณ เครือข่ายร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมทั้ง Honda Wing Center ศูนย์บริการ Honda BigWing และร้าน CUB House ใน 10 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ณ ร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมในแต่ละพื้นที่ (ตรวจสอบรายชื่อสาขาที่เข้าร่วมโครงการได้ที่: Facebook)

     

    ไทยฮอนด้า ยังคงยึดมั่นในการดำเนินงานด้านความรับผิดชอบต่อสังคม และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมแรงร่วมใจจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ประสบภัย พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนการฟื้นฟูสังคมไทยให้ก้าวผ่านวิกฤตไปด้วยกัน

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand

    IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand

    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha

    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA

    #ไทยฮอนด้า #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย #ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม  #ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaBigBike #CUBHouse #CUBHousebyHonda #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda  #ช่วยน้ำท่วม #น้ำท่วมภาคใต้


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า ร่วมงานกาชาดปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน”

    1 Min Read

    โตโยต้า ร่วมงานกาชาดปี 2568 ภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน”

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอเชิญชวนประชาชนเยี่ยมชมบูธโตโยต้าที่จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน” ในงานกาชาดประจำปี 2568 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ตลอดวันที่ 11 – 21 ธันวาคม 2568

    ภายในงาน โตโยต้าได้นำโครงการต่าง ๆ ภายใต้แนวคิดขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน มาจัดแสดง ได้แก่

    1. ด้านสังคม ถ่ายทอดความตั้งใจในการส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยบนท้องถนน เพื่อสร้างสังคมคนขับรถดี ผ่านโครงการ “โตโยต้าถนนสีขาว” และการส่งเสริมการ ‘ให้’ แก่สังคมในทุกด้าน ผ่านโครงการ “Toyota Giving
    2. ด้านสิ่งแวดล้อม แสดงเจตนารมณ์มุ่งสู่ ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อันเป็นพันธกิจสำคัญขององค์กร สนับสนุนการดำเนินงานตามแนวคิด เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) คู่ไปกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ ตามเป้าหมาย Nature Positive
    3. ด้านเศรษฐกิจ นำเสนอภารกิจในการยกระดับธุรกิจฐานราก ผ่านโครงการ โตโยต้า ธุรกิจชุมชนพัฒน์ ที่ส่งต่อองค์ความรู้ของโตโยต้าสู่ธุรกิจชุมชน รวมถึง Togeta Solutions ที่เน้นการแก้ปัญหาให้ผู้ประกอบการไทย (SMEs) และ Haikoon (ให้คุณ) ที่มุ่งเพิ่มโอกาสให้สินค้าชุมชน พร้อมสนับสนุนเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน ผ่าน Togeta Coffee และ โรงสีข้าวรัชมงคล

    ทั้งนี้ ผู้เยี่ยมชมบูธสามารถเข้าร่วมกิจกรรมมากมาย อาทิ การรู้จักกับกลไก คาราคุริ ที่ใช้ในการเคลื่อนย้ายสิ่งของโดยใช้แรงธรรมชาติ รวมถึงการเข้าร่วม โปรแกรมประเมินสมรรถนะการขับขี่รถยนต์สำหรับผู้สูงอายุ พร้อมรับสิทธิในการร่วมสนุกแลกรับของรางวัลมากมายตลอดช่วงระยะเวลากิจกรรม

    พบกับบูธโตโยต้า หมายเลข 6.21 ในงานกาชาดประจำปี 2568 ณ สวนลุมพินี กรุงเทพมหานคร ระหว่างวันที่ 11 – 21 ธันวาคม 2568 แล้วมาร่วมสร้างอนาคตที่ยั่งยืนไปด้วยกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัล FMSCT Champion Awards 2025 ตอกย้ำต้นแบบทีมแข่ง ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่นักกีฬาอาชีพ

    2 Min Read

    ทัพนักบิด “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัล FMSCT Champion Awards 2025 ตอกย้ำต้นแบบทีมแข่ง ยกระดับมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่นักกีฬาอาชีพ

    ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ตอกย้ำความเป็นผู้นำของวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยอย่างต่อเนื่อง จากผลงานในฤดูกาล 2025 ด้วยความสำเร็จในการคว้าชัยชนะในสนามแข่งขันระดับประเทศและนานาชาติ พร้อมทั้งการก้าวกระโดดสำคัญในการพัฒนาเยาวชนนักแข่งของไทย ให้มีความสามารถในการแข่งขัน มีความพร้อมในการเป็นนักกีฬาอาชีพ ผ่านโครงการและหลักสูตรการฝึกสอน พร้อมทั้งขยายศักยภาพให้กับทีมแข่งและแม็คคานิกส์ของไทย สร้างความแข็งแกร่งและอนาคตให้กับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ซึ่งสะท้อนความสำเร็จของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” ในงาน FMSCT Champion Awards 2025 เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568  ณ หอประชุมกานตรัตน์ กองทัพอากาศ ดอนเมือง

    งาน FMSCT Champion Awards 2025 พิธีมอบรางวัลแชมป์ประเทศไทยในการแข่งขันรถจักรยายนต์ที่รับรองโดยสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย โดยงานครั้งนี้ได้รับเกียรติจาก นายอรรถกร ศิริลัทธยากร (รักษาการ)รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมงานพร้อมเป็นผู้มอบรางวัลนักกีฬาสร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ร่วมกับคุณธงชัย วงษ์สวรรค์ ประธานสมาพันธ์ (FMSCT) และนายกสมาคมฯ (MSAT) ทีม “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” กวาดรางวัลจากความสำเร็จในการแข่งขันรวมถึงการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย สะท้อนผลสำเร็จจากความมุ่งมั่นในการวางรากฐานพัฒนานักบิด สนับสนุนเยาวชนนักแข่งไทย รวมถึงมอบโอกาสในการลงสนามแข่งขันมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีนักแข่งที่ได้รับรางวัลประเภทต่าง ๆ และรายการที่ลงแข่งขัน ดังนี้

    ประเภทโมโตครอส

    จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ รายการ FMSCT Thailand Motocross 2025 

    • แชมป์ประเทศไทย รุ่น Premier MX-1 (อายุ 23 – 50 ปี) 
    • แชมป์ประเทศไทย รุ่น Pro MX-2 (อายุ 17 – 23 ปี)

    ประเภทโร้ดเรซซิ่ง

    สมเกียรติ จันทรา

    • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – MotoGP 

    ธัชกร บัวศรี

    • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – Moto3

    ธนฉรรต ประทุมทอง

    • 2025 Asia Talent Cup
    • All Japan Championship – J GP 3

    นพรุธพงษ์ บุญประเวศ

    • 2025 Asia Talent Cup
    • All Japan Championship – J GP 3 

    เตชินท์ อินทร์อภัย

    • All Japan Championship – J GP 3
    • MAM Malaysia Championship / Honda Thailand Talent Cup

    นครินทร์ อธิรัฐภูวภัทร์

    • 2025 FIM GRAND PRIX WORLD CHAMPIONSHIP – Moto2 
    • FIM World Endurance Championship 2025
    • 2025 Asia Roadracing Championship
    • All Japan Championship

    ธนัช ละอองปลิว

    • 2025 Asia Roadracing Championship

    กฤษฎา ธนโชติ

    • 2025 Asia Roadracing Championship

    จักรีภัทร พฤฒิสาร

    • 2025 Asia Roadracing Championship

    ณภัทร จาตูม

    • 2025 Asia Roadracing Championship 
    • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

    ปัญจรุจน์ จิตวิรุฬห์ฉัตร

    • 2025 Asia Talent Cup 
    • 2025 Asia Roadracing Championship
    • 2025 Suzuka Sunday Road Race
    • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

    ปองคุณ เอี่ยมน้อย

    • 2025 Suzuka Sunday Road Race
    • MAM Malaysia Superbike Championship / Honda Thailand Talent Cup

    ไฮไลท์สำคัญสำหรับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทย ประเภทโมโตครอส FMSCT Thailand Motocross 2025 ยกระดับรุ่นท็อปสุด Premier MX-1 ด้วยรถแข่งพิกัด 450 ซีซี เพื่อทัดเทียมกับการแข่งขันระดับโลก ฮอนด้าคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์แรกด้วยผลงานของ จิรัฎฐ์ วรรณลักษณ์ และรถแข่ง Honda CRF450R ขณะที่ทางเรียบนั้น “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา สร้างความภาคภูมิใจให้กับประเทศไทย ด้วยการเป็นนักแข่งไทยคนแรกที่ลงแข่งขันในรุ่นโมโตจีพีแบบเต็มฤดูกาล พร้อมกับเก็บคะแนนสะสมได้ถึง 7 แต้ม ทำผลงานตามแผนพัฒนาที่วางไว้ในการมีนักแข่งไทยลงแข่งขันในรุ่นโมโตจีพีในปี 2025

    ขณะที่ผลงานสำคัญอีกด้านของ “ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์” คือการสนับสนุนนักแข่งเยาวชนของไทย เพื่อก้าวขึ้นเป็นนักแข่งที่มีศักยภาพและมีความพร้อมในการเป็นนักบิดอาชีพ ผ่านโครงการ “ฮอนด้า เรซ ทู เดอะดรีม” มีการฝึกสอนที่เป็นระบบ มีการลงสนามที่ปลอดภัยด้วยรถแข่งมาตรฐานการแข่งขัน พร้อมทั้งเสริมความพร้อมด้านร่างกายและจิตใจด้วยวิทยาศาสตร์การกีฬา เพื่อให้เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยในการยกระดับมอเตอร์สปอร์ตให้สามารถขึ้นไปต่อสู้กับประเทศชั้นนำของวงการมอเตอร์สปอร์ตโลกในอนาคต

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream  #HondaBigBike #FMSCTChampionAwards2025 #FMSCT


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บริดจสโตน จับมือ ม.กรุงเทพ จัดโครงการ “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” ชวนเด็กนิเทศฯ โชว์ไอเดียครีเอทคลิปไวรัลตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE”

    1 Min Read

    บริดจสโตน จับมือ ม.กรุงเทพ จัดโครงการ “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” ชวนเด็กนิเทศฯ โชว์ไอเดียครีเอทคลิปไวรัลตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ “VALUE OVER PRICE”

    บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ จัดโครงการเฟ้นหาสุดยอดครีเอเตอร์รุ่นใหม่ใน “EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS” เปิดเวทีให้น้องๆ นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการและการประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพ อัพสกิลโชว์ไอเดียครีเอทคอนเทนต์ไวรัล ในรูปแบบของตนเองผ่านคลิปวิดีโอสั้นบน TikTok นำเสนอเรื่องราวเชื่อมโยงกับแบรนด์บริดจสโตน ตอบไลฟ์สไตล์ Gen Z ในหัวข้อ VALUE OVER PRICE” โดยเล่าให้เห็นความสำคัญของ “คุณค่า” จากยางรถยนต์บริดจสโตนที่ลูกค้าจะได้รับ เช่น สมรรถนะ ความปลอดภัย และความคงทน “มากกว่าราคาที่ลูกค้าต้องจ่าย” พร้อมชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 50,000 บาท

    โครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS  สานต่อความสำเร็จจากเฟสแรก ซึ่งจัดในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2568 สะท้อนความมุ่งมั่นของบริดจสโตนในการสนับสนุน ภาคการศึกษาไทย และเตรียมพร้อมคนรุ่นใหม่ให้ก้าวสู่เส้นทางอาชีพอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งเชื่อมโยง แบรนด์บริดจสโตนเข้ากับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่มากยิ่งขึ้น ในเฟสนี้ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากน้องๆ นักศึกษา โดยได้ครีเอทคลิปวิดีโอมากกว่า 120 คลิป ซึ่งบริดจสโตนมอบรางวัลให้ทีมชนะเลิศเป็นเงินสดมูลค่า 20,000 บาท และรางวัลอื่นๆ รวมมูลค่าทั้งหมดกว่า 50,000 บาท

    คุณโชทาโร่ คิตะมุระ ผู้อำนวยการสายงานธุรกิจยางรถยนต์นั่งและรถบรรทุกขนาดเล็ก บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสนใจเป็นอย่างมากกับการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ผมรู้สึกยินดีที่ได้เห็นพลังความคิดสร้างสรรค์ของน้องๆ นักศึกษา บริดจสโตน ต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนให้เด็กรุ่นใหม่ได้พัฒนาทักษะอย่างเต็มศักยภาพ เพราะเวทีนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขัน แต่เป็นโอกาสเตรียมความพร้อมให้พวกเขาก้าวสู่เส้นทางอาชีพในอนาคตอย่างมั่นใจ เราเชื่อว่าคนรุ่นใหม่คือพลังสำคัญที่จะขับเคลื่อนนวัตกรรมและการเดินทางซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของบริดจสโตนที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และโซลูชั่น พร้อมเดินหน้าสร้างประสบการณ์ และกิจกรรมการตลาดออนไลน์อย่างต่อเนื่องเพื่อตอบรับกับไลฟ์สไตล์การเดินทางของคนรุ่นใหม่ อย่างแท้จริง

    ผศ.ดร.อริชัย อรรคอุดม คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กล่าวว่า “ขอขอบคุณบริดจสโตนและผู้บริหารที่เปิดพื้นที่ให้นักศึกษาภาควิชาการผลิตอีเว้นท์ และการจัดการนิทรรศการ   และการประชุมได้แสดงศักยภาพในบทบาทคอนเทนต์ครีเอเตอร์ พร้อมทั้งสนับสนุนและให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิดตลอดโครงการ ผมเชื่อว่าไอเดียของนักศึกษาจะช่วยสร้างผลงานที่ตอบโจทย์แบรนด์ ต่อยอดคุณค่าของบริดจสโตนได้จริง และเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ารุ่นใหม่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น”

    ร่วมติดตามโครงการ EVENT BU X BRIDGESTONE CREATOR AWARDS เพิ่มเติมได้ทาง TikTok ที่ hashtag #BridgestoneXBangkokUniversity #ValueoverPrice


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • กลุ่มธนบุรี จับมือ NIO ปักธงพันธมิตร รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทย

    1 Min Read

    กลุ่มธนบุรี จับมือ NIO ปักธงพันธมิตร รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในไทย

    กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรี บลูสกาย จำกัด ผู้นำในธุรกิจยานยนต์ของไทยที่มีประสบการณ์ยาวนานกว่า 8 ทศวรรษ ประกาศความร่วมมือเชิง         กลยุทธ์กับ นีโอ อิงค์ (NIO Inc.) ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก พร้อมนำ       แบรนด์ในเครืออย่าง NIO, ONVO และ firefly เข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรก เพื่อวาง      โรดแมปการรุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในปี 2569 ตอกย้ำบทบาทอันแข็งแกร่งของไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์ สู่การยกระดับระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าแห่งอนาคตอย่างยั่งยืน

     

    นายรัฐพล วิริยะพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มธนบุรี กล่าวว่า “ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าของไทยมีการขยายตัวที่ชัดเจนขึ้น และจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในระยะยาว ผู้บริโภคเริ่มมองรถยนต์ไฟฟ้าเป็นตัวเลือกระยะยาวมากขึ้น ความร่วมมือระหว่างธนบุรี บลูสกาย และนีโอ จึงเป็นการวางรากฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม ทั้งด้านผลิตภัณฑ์ เครือข่ายบริการ และระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า เรามองถึงเป้าหมายระยะยาว ครอบคลุมไปถึงด้านโครงสร้างการตลาด เครือข่ายบริการ และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค การเปลี่ยนผ่านสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าต้องมาพร้อมคุณภาพ การบริการ และโครงสร้างที่รองรับความต้องการในอนาคตที่ชัดเจน ซึ่งคือสิ่งที่ธนบุรี บลูสกาย และ นีโอ ตั้งใจพัฒนาร่วมกันในประเทศไทย เราพร้อมผสานประสบการณ์กว่า 80 ปี เข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำของนีโอ เพื่อสร้างระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างยั่งยืน และเสริมความเชื่อมั่นให้กับตลาดไทยอย่างมั่นคง”

    นีโอ อิงค์ ผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในตลาดโลก

     

    นีโอ อิงค์ ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2557 โดยถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมอันดับต้นของจีน ผ่านจุดเด่นด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ และเป็นผู้บุกเบิกเทคโนโลยีสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ (Battery-as-a-Service) ภายใต้ชื่อสถานี NIO Power Swap ซึ่งปัจุบันถือเป็นเครือข่ายสับเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่หมดแล้วเป็นแบตเตอรี่ที่ชาร์จเต็มได้อย่างรวดเร็วภายในไม่กี่นาที

     

    พร้อมกันนี้ นีโอ ยังพัฒนาระบบนิเวศดิจิทัลแบบครบวงจร ทั้งแพลตฟอร์มการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และโซลูชันด้านพลังงาน ไปจนถึงการบริการหลังการขายเพื่อยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานเต็มรูปแบบ ปัจจุบัน นีโอ ดำเนินธุรกิจครอบคลุมถึง 14 พื้นที่ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนา (R&D) รวมถึงศูนย์การผลิต พร้อมทั้งขยายเครือข่ายจำหน่ายและบริการครอบคลุม 24 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก อีกทั้งมีแบรนด์ย่อยที่รองรับผู้ใช้งานหลากหลายเซกเมนต์  อาทิ

    • NIO ที่มุ่งพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะระดับพรีเมียม
    • ONVO ซึ่งเน้นพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าเจาะฐานผู้ใช้งานกลุ่มครอบครัว
    • firefly ที่โดดเด่นด้านยานยนต์ไฟฟ้าดีไซน์กะทัดรัด เหมาะสำหรับการใช้งานในเมือง

    โดยทุกแบรนด์ สะท้อนจุดแข็งของ นีโอ ในฐานะผู้นำนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก

     

    วิสัยทัศน์ของนีโอ ในการบุกตลาดประเทศไทย

     

    นายวิลเลี่ยม ลี ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร นีโอ กล่าวว่า “ประเทศไทยมีศักยภาพสูงในการขับเคลื่อนตลาดยานยนต์ไฟฟ้า ทั้งด้านความต้องการของผู้บริโภค นโยบายภาครัฐ โครงสร้างพื้นฐาน และความพร้อมของอุตสาหกรรม การร่วมมือกับธนบุรี บลูสกาย ซึ่งมีฐานธุรกิจแข็งแกร่งและเข้าใจตลาดไทยเชิงลึก จะช่วยให้ นีโอ สามารถวาง EV Ecosystem ในประเทศไทยได้อย่างเป็นระบบ จากประสบการณ์กว่าทศวรรษของ นีโอ และความมุ่งมั่นผลักดันภารกิจของ Blue Sky Coming เราพร้อมยกระดับมาตรฐานของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยสู่ระดับสากล การขยายตลาดในประเทศไทยจึงเป็นอีกก้าวสำคัญในการส่งมอบมาตรฐานระดับโลกของ นีโอ ไปสู่ตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง เพื่อสานต่อภารกิจของเรา พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน”

     

    3 แกนกลยุทธ์หลักของความร่วมมือระหว่างกลุ่มธนบุรี และนีโอ

     

    การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการยกระดับมาตรฐานตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย และประสบการณ์ขับขี่ของผู้บริโภค ผ่าน 3 แกนกลยุทธ์หลัก ได้แก่

    1. เสริมแกร่งเครือข่ายการให้บริการยานยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมในประเทศไทย
      ธนบุรี บลูสกาย ใช้ประสบการณ์กว่า 80 ปี ในธุรกิจยานยนต์และเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้มาตรฐานทั่วประเทศ เพื่อรองรับการเติบโตของตลาด EV พรีเมียม พร้อมวางแผนลงทุนต่อเนื่องเพื่อขยายจุดให้บริการอย่างครอบคลุม และยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายในระยะยาว

     

    1. นำเสนอนวัตกรรมระดับโลกของนีโอ
      นีโอ
      พัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ระบบเชื่อมต่อดิจิทัล และแนวคิดการสร้าง Ecosystem ที่ยึดผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง เข้ามายกระดับประสบการณ์การใช้รถยนต์ไฟฟ้าของผู้บริโภคชาวไทย ไปจนถึงโซลูชันด้านการชาร์จและพลังงานที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง

     

    1. วิสัยทัศน์ร่วมกันต่ออนาคตรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย
      ทั้งสองบริษัทมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันให้อนาคตรถยนต์ไฟฟ้าให้ “เกิดขึ้นได้จริง” ในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนามาตรฐานบริการ และการสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวแก่ผู้บริโภค

     

    2569: ปีแห่งการเปิดตัว NIO, ONVO และ firefly อย่างเป็นทางการในประเทศไทย

     

    ทั้งนี้ ธนบุรี บลูสกาย ได้ต่อยอดสู่การขยายพอร์ตโฟลิโออีวีพรีเมียมผ่านการเปิดตัวไลน์อัป      ยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้หลากหลายแบรนด์ ได้แก่ NIO, ONVO และ firefly ซึ่งมีแผนเปิดตัวและจัดแสดงอย่างเป็นทางการในปี 2569 พร้อมนำ firefly เปิดตัวเป็นแบรนด์แรก เพื่อสะท้อนความ   โดดเด่นในด้านระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้าที่ครบวงจรของนีโอ และตอกย้ำบทบาทของธนบุรี     บลูสกาย ในฐานะพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ด้านเครือข่ายและบริการในประเทศไทย

     

    การร่วมพันธมิตรครั้งนี้ ถือเป็นก้าวที่สำคัญในการวางรากฐานด้านยานยนต์ไฟฟ้าที่แข็งแกร่งสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อสร้างอนาคตการขับขี่และการโดยสารที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้บริโภคชาวไทยทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment