• GWM ฉลองความสำเร็จ NEW GWM TANK 500 DIESEL ด้วยยอดจองทะลุกว่า 500 คัน ประกาศปรับราคารุ่น ULTRA และ ULTRA Black Warrior 50,000 บาท

    2 Min Read

    GWM ฉลองความสำเร็จ NEW GWM TANK 500 DIESEL ด้วยยอดจองทะลุกว่า 500 คัน ประกาศปรับราคารุ่น ULTRA และ ULTRA Black Warrior 50,000 บาท

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ได้สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในงาน “Go Beyond NEW GWM TANK 500 DIESEL Delivery Ceremony” เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่กวาดยอดจองเพื่อรอการส่งมอบกว่า 500 คันหลังเปิดตัวได้ไม่นาน พร้อมจัดพิธีส่งมอบรถล็อตพิเศษเพิ่มอีก 20 คันอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมสุโขทัย เพื่อมอบประสบการณ์พิเศษแก่ลูกค้าคนสำคัญ โดยความสำเร็จก้าวแรกในไทยครั้งนี้ ถือเป็นการก้าวสู่การเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์เอสยูวีพรีเมียม 7 ที่นั่ง โดย NEW GWM TANK 500 DIESEL ผสานแนวคิด “Go Beyond” มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าทั้ง 4 ด้านอย่างครอบคลุม ได้แก่ 1.) ความพรีเมียมตั้งแต่ภายนอกสู่ภายใน 2.) ความสบายเหนือระดับด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกมากมาย 3.) เทคโนโลยีอัจฉริยะอันล้ำสมัย และ 4.) ความปลอดภัยที่อัดแน่นสร้างความมั่นใจให้ในทุกเส้นทาง โดยหลังจากได้รับกระแสตอบรับเป็นอย่างดีทั่วประเทศหลังเปิดตัวด้วยราคาแนะนำ ล่าสุด GWM (Thailand) ประกาศปรับราคาใหม่เพิ่มขึ้น 50,000 บาท สำหรับรุ่น ULTRA และ ULTRA Black Warrior ทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ โดยจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป ขณะที่รุ่น PRO จะยังคงราคาเริ่มต้นไว้ที่ราคาเดิม เพื่อแสดงความขอบคุณแก่ลูกค้าชาวไทย และมอบโอกาสในการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น

    ภายในงาน Go Beyond NEW GWM TANK 500 DIESEL Delivery Ceremony ไม่เพียงแต่เป็นการส่งมอบรถยนต์ที่อัดแน่นด้วยคุณภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า พร้อมสะท้อนการยกระดับคอมมูนิตี้ของเหล่า TANKER CLUB ไปอีกขั้น ผ่าน 3 มิติสำคัญ ได้แก่

    • Go Beyond Ceremony — พิธีส่งมอบที่โอบล้อมด้วยบรรยากาศสุดพรีเมียม เติมเต็มความประทับใจด้วยอาหารมื้อพิเศษ และงานเฉลิมฉลองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ เพื่อเป็นการต้อนรับการเริ่มต้นไลฟ์สไตล์การขับขี่ทุกรูปแบบอย่างแท้จริง
    • Go Beyond Experience — การส่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด ผ่านยนตรกรรมระดับแฟลกชิป อย่าง NEW GWM TANK 500 DIESEL ที่ผสานความแข็งแกร่งแบบออฟโรดเข้ากับความพรีเมียมได้อย่างลงตัว
    • Go Beyond Community — การสานต่อความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนในกลุ่ม TANKER CLUB ด้วยการสร้างคอมมูนิตี้ที่เข้มแข็ง พร้อมการพบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และต่อยอดกิจกรรมในอนาคต ที่สะท้อนความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ NEW GWM TANK 500 DIESEL

    สำหรับราคาใหม่อย่างเป็นทางการของ NEW GWM TANK 500 DIESEL มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 ทั้งรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ (ยกเว้นรุ่น PRO) และรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ปรับราคาเพิ่มขึ้น 50,000 บาท พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีขาว สีเทา และรุ่นสีตกแต่งพิเศษ Black Warrior ดังนี้

    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 4T PRO 2WD ราคา 1,399,000 บาท (ราคาเดิม)
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 2WD ราคา 1,549,000 บาท (จากเดิม 1,499,000 บาท)
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 2WD Black Warrior ราคา 1,579,000 บาท (จากเดิม 1,529,000 บาท)
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD ราคา 1,649,000 บาท (จากเดิม 1,599,000 บาท)
    • NEW GWM TANK 500 DIESEL 2.4T ULTRA 4WD Black Warrior ราคา 1,679,000 บาท (จากเดิม 1,629,000 บาท)

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) เผยว่า “ขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยทั่วประเทศที่ให้การต้อนรับ NEW GWM TANK 500 DIESEL อย่างอบอุ่นที่ทำให้เราสามารถมียอดจองสูงกว่า 500 คันไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในคุณภาพอันดีเยี่ยมของรถยนต์ของเรา รวมไปถึงความมั่นใจที่มีต่อแบรนด์ GWM ในทุกๆ ด้าน เรายังคงเดินหน้าอย่างมั่นคงในการคิดค้นและพัฒนาผลิตภัณฑ์ บริการ และแบรนด์อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าทุกๆ รายละเอียดของผลิตภัณฑ์ ทุกนาทีของการบริการของเรา และทุกโมเมนต์กับคอมมูนิตี้ TANKER CLUB จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ Go Beyond ดีกว่าและเหนือกว่าอย่างคาดไม่ถึงให้กับลูกค้าคนสำคัญอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ”

     

    สำหรับผู้ที่สนใจสัมผัสประสบการณ์การเดินทางแบบ Go Beyond พร้อมความพรีเมียมที่แท้จริง สามารถทดลองขับ NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้ที่ GWM Partner Store ทั้ง 72 แห่งทั่วประเทศ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center 02-668-8888

     

    #GWMThailand #NEWGWMTANK500DIESEL #GWMTANK500 #TANK500 #GoBeyond


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ARCH Motorcycle เมื่อนักแสดงดัง เคียนู รีฟส์ ก่อตั้งแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์เอง

    1 Min Read

    ARCH Motorcycle เมื่อนักแสดงดัง เคียนู รีฟส์ ก่อตั้งแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์เอง

    หลายๆ คนคงจะรู้จัก เคียนู รีฟส์ กันเป็นอย่างดีในฐานะพระเอกดังระดับโลก ไม่ว่าจะในบทของ John Wick, ในบทของ Neo จากเรื่อง The Matrix หรือในบทของ Johny Silverhand จากเกม Cyberpunk 2077 รวมถึงยังเป็นที่รู้จักในเรื่องของนิสัยที่ สมถะ ติดดิน มีน้ำใจ จนกลายเป็นที่รักของใครหลายๆ คน

    ในปี 2007 เคียนู รีฟส์ เอารถ Harley-Davidson รุ่น Dyna มาให้ คีธ โอลิเวอร์ ที่ทำงานการตลาด และดูแลเว็บไซต์ของแบรนด์เครื่องหนัง Bill Wall Leather อยู่ ดูว่าจะแต่งยังไงให้ลุคดูโหดๆ ได้บ้าง คีธ ก็บอกกับ เคียนู ว่างานนี้ค่อนข้างยาก และต้องให้ใครคนนึงทำให้ คีธ ก็ติดต่อไปหาช่างคนนึง

    เขาคือ การ์ด ฮอร์ลินเจอร์ ที่ต่อมาเขาก็เป็นผู้ร่วมก่อตั้งแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์นี้ขึ้นมาเอง เมื่อ เคียนู มาหาช่าง ฮอร์ลินเจอร์ เจ้าตัวก็บอกว่า “You know, I don’t make sissy bars, but why don’t you come inside and see what we do here?” (“ผมจะไม่ทำรถตามที่คุณบอก แต่มีทีเด็ดที่จะเอามาใส่ในรถคุณได้อยู่) ช่าง ฮอร์ลินเจอร์ ก็พา เคียนู เข้าไปดูในร้าน

    สิ่งที่เขาคนนี้ได้เห็น คือ พาร์ทแต่งรถที่ทำขึ้นมากับมือออกมาถูกใจ เคียนู มาก เจ๋งกว่าที่เจ้าตัวบรีฟเอาไว้อย่างมาก หลังจากที่ออกแบบและทดสอบมาเป็นเวลา 3 ปี รถต้นแบบในชื่อ KRGT-1 ที่แปลงมาจาก Harley-Davidson Dyna ในวันนั้นแต่ยังเก็บเครื่องยนต์ V-Twin เดิมๆ เอาไว้ก็ถูกใจ เคียนู มาก จึงชวนช่าง ฮอร์ลินเจอร์ ให้เปิดมาแบรนด์ผลิตรถด้วยกันขึ้นมา โดยตอนแรกๆ นั้นช่าง ฮอร์ลินเจอร์ ก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะเขามีอู่ที่ต้องดูแล และไม่ได้สนใจในเรื่องของการผลิตรถมอเตอร์ไซค์ขึ้นมาใหม่ทั้งคัน แต่สุดท้ายก็ต้องยอม เพราะ เคียนู เชื่อมั่นมากๆว่าเราทำของเจ๋งๆออกมาได้ จนทั้งคู่ก่อตั้งแบรนด์ ARCH Motorcycle ขึ้นมาในปี 2011

    โดยที่ชื่อของ ARCH นั้น เคียนู ได้เล่าให้ฟังในยูทูปช่อง Jay Leno’s Garage ว่าตอนที่นั่งคิดชื่อกับช่าง ฮอร์ลินเจอร์ ก็คิดๆกันว่าชื่อมันต้องบอกตัวตน มีสตอรี่จนเกิดชื่อ ARCH ขึ้นมานี่เอง ที่แปลว่า “โค้ง” อย่างเส้นโค้ง หรือ Curve ที่นอกจากจะเป็นความสวยงามทางศิลปะแล้ว ยังใช้สอยในชีวิตประจำวันอีกด้วย ซึ่งมักจะเจอได้อย่างตาม สะพาน, ซุ้มประตู, โครงสร้างต่างๆ และยังสื่อความหมายอีกด้วยว่า “เหมือนสะพานที่เชื่อม 2 สถานที่ไว้ด้วยกันให้สามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้”

    จนกระทั่งในเดือน พฤศจิกายน ปี 2017 เคียนู รีฟส์ กับช่าง การ์ด ฮอร์ลินเจอร์ ก็ไปตั้งบูธที่งาน EICMA  และเปิดตัวรถถึง 3 รุ่น โดยคันแรกก็คือ KRGT-1 ที่อัปเกรดมาจากรุ่นต้นแบบให้ดีกว่าเดิม เครื่องยนต์ V-Twin ขนาด 2,032 cc 130 แรงม้า คันที่สองคือ 1s ที่เป็นรถสวิงอาร์มแขนเดียว เน้นขับขี่แบบสปอร์ตคล่องตัว และคันสุดท้ายคือ Method 143 และทำขึ้นมาเพียง 23 คันเท่านั้น

    ความพิเศษของรถมอเตอร์ไซค์ ARCH นั้นอยู่ที่ชิ้นส่วนแต่ละชั้นประกอบขึ้นจากหลายแหล่งที่การันตีคุณภาพมาก ทั้งเครื่องยนต์ V-Twin จาก S&S Cycle เจ้าเดียวกับที่ Harley-Davidson สั่งทำวาล์วเครื่องยนต์, ท่อไอเสียของ SC Project แต่ก็มีบ้างที่ เคียนู กับช่าง ฮอร์ลินเจอร์ ลองทำอะไรแปลกๆ อย่างเอาท่อ Yoshimura มาใส่กับเครื่องยนต์สไตล์อเมริกัน โช้คทั้งหน้าและหลังก็เป็นของ Ohlin แล้วมาติดแบรนด์ ARCH ทีหลัง ปั๊มเบรกใช้ของ ISR จากสวีเดน ระบบ ABS ของ BOSCH และล้อคาร์บอนไฟเบอร์ของ BST ในส่วนของโครงรถส่วนใหญ่จะทำจากวัสดุ เหล็กกล้า ซับเฟรม, บอดี้ และสวิงอาร์ม เป็นอะลูมิเนียม CNC บังโคลน ฝาครอบต่างๆ รวมถึงล้อ ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์

    KRGT-1

    1S

    Method143

    ส่วนในเรื่องของราคา KRGT-1 ราคาอยู่ที่ 85,000 USD หรือราวๆ 2.8 ล้านบาท ส่วน 1s ราคาอยู่ที่ 128,000 USD หรือราวๆ 4.3 ล้านบาท และ Method143 ราคาอยู่ที่ 250,000 USD หรือราวๆ 8.3 ล้านบาท ซึ่งราคาที่ว่ามานี้ยังไม่รวมภาษีถ้าหากนำเข้ามาในประเทศไทยนั่นเอง

    ARCH Motorcycle ไม่ใช่เพียงแบรนด์รถมอเตอร์ไซค์ธรรมดา แต่เป็นภาพสะท้อนหัวใจและความหลงใหลของเคียนู รีฟส์ ที่อยากส่งต่อประสบการณ์การขี่ในแบบที่พิเศษสุดให้กับคนรักสองล้อทั่วโลก และสำหรับสกู๊ตนี้พวกเราขอฝากติดตาม Realtime Car Magazine ด้วยนะครับ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • อีซูซุรับรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี” (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025)

    1 Min Read

    อีซูซุรับรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี” (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025)

    คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด รับมอบรางวัลเกียรติยศ “สุดยอดสินค้าและบริการแห่งปี” (BUSINESS+ PRODUCT OF THE YEAR AWARDS 2025) จาก ฯพณฯ นุรักษ์ มาประณีต องคมนตรีและประธานในพิธีให้เกียรติมอบรางวัล ณ โรงแรมสวิสโฮเต็ล กรุงเทพฯ รัชดา โดย ปิกอัพอีซูซุ “ISUZU D-MAX 2.2 Ddi MAXFORCE” ได้รับเลือกให้รับรางวัลในฐานะที่เป็นสุดยอดสินค้าและบริการแห่งปีกลุ่มยานยนต์ พลังงานและน้ำมัน ประเภทรถยนต์ปิกอัพที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้า มีความโดดเด่น และสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า  จากการสำรวจเชิงปริมาณและการประเมินเชิงคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ และได้รับการโหวตจากประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ผ่านกระบวนการพิจารณารางวัลที่ใช้เกณฑ์อย่างเข้มข้น โดยได้รับความร่วมมือจากวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล สถาบันการศึกษาชั้นนำของประเทศ  เพื่อให้มั่นใจในความโปร่งใสและมาตรฐานของผลรางวัลในครั้งนี้

     

    ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com    หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ซิ่ง Yaris Cross HEV ลุยกาญจนบุรี ปิดฉากฤดูกาล RAAT Thailand Rally Championship 2025 ชิงแชมป์ประเทศไทย

    1 Min Read

    “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ซิ่ง Yaris Cross HEV ลุยกาญจนบุรี ปิดฉากฤดูกาล RAAT Thailand Rally Championship 2025 ชิงแชมป์ประเทศไทย

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ลงสนามส่งท้ายฤดูกาลในการแข่งขันรถยนต์แรลลี่ชิงแชมป์ประเทศไทยถ้วยพระราชทานฯ  RAAT Thailand Rally Championship 2025 สนามที่ 4 คว้าอันดับ 2 ในรุ่น RC 2.1  ณ ต.ลาดหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 26-28 กันยายน 2568

                สนามปิดฤดูกาลนี้นักแข่งและทีมงานต้องเผชิญสภาพเส้นทางสุดท้าทาย ทั้งทางฝุ่นลื่นคดเคี้ยว หลุมบ่อแบบจัดเต็ม รวมถึงสภาพอากาศที่กดดันสมาธิของนักแข่งทุกวินาที จึงเป็นสนามที่วัดสมรรถนะของรถรวมถึงทักษะการควบคุมรถและกลยุทธ์การแก้เกมของทีมอย่างแท้จริง

    TOYOTA GAZOO Racing Thailand ส่ง TOYOTA Yaris Cross HEV รถยนต์ไฟฟ้าไฮบริด ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือของ TOYOTA MOTOR ASIA (TMA) และทีมวิศวกรชาวไทย เพื่อทดสอบสมรรถนะและเก็บข้อมูลสำหรับนำไปพัฒนารถยนต์ให้ตอบโจทย์การใช้งานในการขับขี่เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภค ตามนโยบาย “Make Ever-Better Cars From Circuit to the Road”

    รถ Yaris Cross HEV หมายเลข 6 ลุยทางโหดโดยฝีมือของ จุ๊บ ณัฐพล อังฤทธานนท์ พร้อมโคไดร์ฟเวอร์คู่ใจ ยอร์น-อิทธิพล สิมารักษ์ โชว์ฟอร์มสุดแกร่งแม้จะต้องฝ่าฟันอุปสรรคหนักหน่วงแต่ทีมยังคงรักษามาตรฐานการขับอันเฉียบคม ปรับแผนกลยุทธ์ตามสภาพเส้นทาง และดึงศักยภาพสูงสุดของ Yaris Cross HEV ออกมาได้อย่างเต็มที่ ก่อนปิดฉากการแข่งขันคว้าอันดับ 2 ในรุ่น RC 2.1 และอันดับ 11 แบบ Overall มาครองได้สำเร็จ

    เกมการแข่งขันตลอดฤดูกาลนี้ไม่เพียงแต่เป็นบทพิสูจน์ความแข็งแกร่งของทั้งรถและคน หากยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ โตโยต้า ที่มุ่งพัฒนารถยนต์ที่ดียิ่งกว่าเพื่อส่งต่อเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนนให้ผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง แฟนมอเตอร์สปอร์ตติดตามบรรยากาศแข่งขันสุดเร้าใจและความเคลื่อนไหวของทีม TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถสัญชาติไทยที่มุ่งมั่นและตั้งใจพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/TOYOTAGazooRacingTeamThailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • NEXZTER BRIC Superbike ดวลเดือด! แสตมป์ คว้าชัยรุ่นใหญ่ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ผงาดแชมป์สนาม 3

    1 Min Read

    NEXZTER BRIC Superbike ดวลเดือด! “แสตมป์” คว้าชัยรุ่นใหญ่ “เบนซ์ เรซซิ่ง” ผงาดแชมป์สนาม 3

    “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ คว้าแชมป์ซูเปอร์ไบค์รุ่นใหญ่ ปิดฉาก NEXZTER BRIC Superbike สนาม 3 อย่างสุดมันส์ ด้าน เบนซ์ เรซซิ่ง“ อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช ปลดล๊อคคว้าแชมป์แรกของปี ในรุ่นซูเปอร์ไบค์ 1000 ซีซี เอสบีไปครอง ก่อนเตรียมมุ่งหน้าสู่สนามตัดสินแชมป์ประจำปี 2 เรซ ในเดือน พ.ย.นี้

    การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ) สนามที่ 3 ประจำปี 2025 ระหว่างวันที่ 26-28 ก.ย.ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย.2568 เป็นการแข่งขัน รอบชิงชนะเลิศ

    เกมในรุ่นใหญ่อย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ซึ่งเป็นไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้ ยังคงเข้มข้นสุดๆ โดยตำแหน่งโพลสนามนี้เป็นของ “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จอมเก๋าจาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ขนาบข้างด้วย “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม และ “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ไบค์สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ในแถวหน้า ขณะที่ “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว นักบิดดาวรุ่งจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ออกตัวจากแถว 2

    สถานการณ์ในรุ่นนี้ดุเดือดตั้งแต่ต้นเรซ โดย “มิกซ์” ธนัช เริ่มเกมอย่างดุดัน ก่อนจะขยับแซงขึ้นมารั้งหัวแถวอย่างรวดเร็วเหนือ “แสตมป์” อภิวัฒน์ ตั้งแต่รอบแรกของการแข่งขัน แต่ก็โดนแซงกลับในรอบเดียวกัน อย่างไรก็ดีดาวรุ่งจาก ฮอนด้า แซงขึ้นเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง ก่อนจะพลาดล้มอย่างน่าเสียดายที่โค้ง 1 ในรอบที่ 3

    หลังจากนั้น “แสตมป์” อภิวัฒน์ ก็นำโด่งเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 37.532 วินาที ผงาดคว้าชัยชนะไปครองได้อีกครั้ง โดยมี “บอล” จักรกฤษณ์ เป็นอันดับ 2 ตามหลัง 7.969 วินาที และ ออ ปิตะบุตร จอมเก๋า จาก คอร์ มอเตอร์สปอร์ต ไทยแลนด์ เข้าเส้นชัยอันดับ 3 ตามหลัง 55.847 วินาที

    ด้าน “เบนซ์ เรซซิ่ง” อริย์ธัช วรโรจน์เจริญเดช นักบิดคนดังจาก เรปโซล อาร์-ซีรีส์ ทีม ยังคงสร้างผลงานยอดเยี่ยมเช่นเคย บิดเข้าป้ายในอันดับ 4 โอเวอร์ออลล์ และเพียงพอให้คว้าชัยชนะในรุ่น SB2 ไปครองได้สำเร็จ ด้วยเวลา 20 นาที 56.256 วินาที ปลดล๊อคคว้าแชมป์แรกของปีไปได้

    ขยับมาดูผลในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST1) ดวลกันทั้งสิ้น 12 รอบสนาม นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส เจ้าของโพลออกนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครอง 3 สนามติดต่อกันด้วยเวลา 20 นาที 14.440 วินาที เหนืออันดับ 2 อย่าง ณัฐวุฒิ คำหอม จาก ไบค์ส สตอรี พีทีที ลูบีแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม 5.518 วินาที ตามด้วย อภิเดช บุญศรี จาก ฮานูยา เรซซิ่ง ทีม เพิ่มสินทรานสปอร์ต พรเจริญก่อสร้าง ตามหลัง 12.237 วินาที

    ขณะที่เกมในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) เป็นหนึ่งในเรซที่มีความพลิกผันอย่างมาก เมื่อนักบิดในกลุ่มหน้าไล่บดกันอย่างสุดมันส์ นำโดย ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตามด้วย “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส แต่กลับต้องชนเข้ากับ “รถน็อครอบ” ส่งผลให้ “ไฮเปค” กฤษฎา  และ “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร ต้องออกจากการแข่งขันในช่วง 2 รอบสุดท้าย

    โดยชัยชนะตกเป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย ทื่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 20 นาที 25.137 วินาที ตามด้วย โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 ตามหลัง 22.931 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ “จิมมี่” บูรพา วันมูล ดาวรุ่งจาก อาซูจิโร่ อู่ช่างต่อลพบุรี ลิควิโมลี ตามหลัง 29.044 วินาที

    ขณะที่ นักแสดงหนุ่ม โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ได้อันดับ 7 รุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST3)

    ส่วนผลในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1Pro) ชัยชนะตกเป็นของ ศักดิ์ชัย คงดวงดี นักบิดดาวรุ่งจาก ไออาร์ซี ดีไอดี สมาทสปอร์ต สนองไซเคิลเรซ ที่เข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 19 นาที 10.581 วินาที เหนือ “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น จาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อันดับ 2 เพียง 1.168 วินาที ตามด้วย พีระพงษ์ หลุยบุญเป็ง นักบิดจอมเก๋าจาก สปีด800 อันดับ 3 ตามหลัง 1.534 วินาที

    สำหรับการแข่งขันในรุ่นเล็กอย่าง สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ที่มีนักบิดต่างชาติลงแข่งขันและทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ชิงชัยกัน 7 รอบสนาม ชัยชนะตกเป็นของ รักชิต ธาวี นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ด้วยเวลา 13 นาที 9.872 วินาที ทิ้งห่างทีมเมทชาวอินเดียอย่าง ทัสมาย คาเรียปปา ที่ตามเข้าป้ายอันดับ 2 ถึง 8.873 วินาที ส่วนอันดับ 3 ได้แก่ มู่หรง จื่อจ้าว นักบิดชาวจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ ตามหลัง 14.214 วินาที

    ความสำเร็จของการแข่งขัน เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 3 นี้ เรียกได้ว่าทั้งยิ่งใหญ่และเข้มข้น เร้าใจ รวมทั้งการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของ โอม-ภวัต จิตต์สว่างดี พระเอกชื่อดัง ลงทำการแข่งขัน ระดับชิงแชมป์ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในชีวิต จุดกระแสแฟนคลับแน่นสนามในกิจกรรมพิตวอล์ค ยืนยันความสำเร็จของคอนเซ็ปต์ “Anyone Can Be A Hero” ใครๆก็เป็นฮีโร่นักบิดได้

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตเตรียมตัวให้พร้อม สำหรับการแข่งขันสนามตัดสินแชมป์ประจำปี ในสนามที่ 4 ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-23 พ.ย.นี้ โดยในรอบชิงชนะเลิศจะมีการแข่งขันถึง 2 เรซ เพื่อตัดสินว่าใครคือ แชมป์ประเทศไทยตัวจริง ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2025


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “โจอัน เมียร์” ฟอร์มดุ! ควบ Honda RC213V ซิวโพเดียมที่ 3 “ก้อง-สมเกียรติ” ซิว 1 แต้ม ศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์

    1 Min Read

    “โจอัน เมียร์” ฟอร์มดุ! ควบ Honda RC213V ซิวโพเดียมที่ 3 “ก้อง-สมเกียรติ” ซิว 1 แต้ม ศึก เจแปนีส กรังด์ปรีซ์

    “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 ยอดนักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี บิดโชว์ฟอร์มแบบเร้าใจ ควบรถแข่ง Honda RC213V บิดคว้าโพเดียมอันดับ 3 พร้อมควง “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดชาวไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ จบอันดับที่ 15 บวกแต้ม ในสมรภูมิสุดเดือด ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 17 เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ประเทศญี่ปุ่น

     

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong  #HondaHRC #JM36 #JapaneseGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทัพนักบิด Honda CBR Series เดินหน้าล่าชัยชนะ NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 3 “ไฮเปค-กฤษฎา” ท็อปฟอร์มต่อเนื่อง คว้าโพลโพซิชั่น รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600

    1 Min Read

    ทัพนักบิด Honda CBR Series เดินหน้าล่าชัยชนะ NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 3 “ไฮเปค-กฤษฎา” ท็อปฟอร์มต่อเนื่อง คว้าโพลโพซิชั่น รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600

    ทัพนักแข่งแซทเทิลไลท์ทีมบิดรถแข่ง Honda CBR Series ทำผลงานคว้ากริดสตาร์ตแถวหน้าในการควอลิฟายเพื่อจัดอันดับการออกสตาร์ตการแข่งขัน “ไฮเปค-กฤษฎา” นำทัพไล่ล่าชัยชนะด้วยการกดเวลาคว้าโพลโพซิชั่น รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี. ขณะที่รุ่นท็อปสุด ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี. “ซุป-อนุชา” คว้ากริดสตาร์ตแถวหน้าอันดับ 2 ในศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 3 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    รุ่นซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1Pro) บิด Honda CBR1000RR-R ต่อสู้กับสภาพอากาศที่เป็นความท้าทายอย่างมากในการควอลิฟาย เมื่อมีฝนและลมที่แรงเข้ามาโจมตีหลังจากผ่านช่วงต้นเซสชั่น ซี่งเป็นช่วงเวลาที่นักบิดจะเริ่มทำเวลาต่อรอบ และไม่มีนักแข่งลงสนามทำเวลาในช่วงที่ฝนตกหนักก่อนที่จะตัดสินกันโดยใช่เวลาต่อรอบในช่วงต้นการควอลิฟาย ผลปรากฏว่า จอมเก๋า “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี หมายเลข 10 สังกัดทีม โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบกดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม ทำเวลาคว้ากริดสตาร์ตอันดับที่ 2 มาครอง ด้าน “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว หมายเลข 31 จากอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ออกสตาร์ตกริดที่ 4

    รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) คว้า Honda CBR600RR ลุยอย่างต่อเนื่อง “ไฮเปค” กฤษฎา ธนะโชติ หมายเลข 18 จาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส ฮอนด้า ทีม หลังจากคว้าชัยชนะ 2 สนามติดต่อกันยังฟอร์มร้อนแรง ทำเวลาคว้าโพลโพซิชั่นในสนามที่ 3 มาครอง โดยมี “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร หมายเลข 20 จากอิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ต่อสู้กันมาอย่างต่อเนื่อง ตามมาติด ๆ ในกริดสตาร์ตที่ 2

    รุ่นซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1) 2 ดาวรุ่งจาก โปร ฮอนด้า สิทธิพล ไออาร์ซี ดีไอดี ซีบี อาชิ กิตติ เรซซิ่ง ลงแข่งขัน ด้วยรถแข่ง Honda CBR250RR “ต้นกล้า” ภคภัคร พึ่งเจริญ หมายเลข 78 ออกสตาร์ตการแข่งขันจากกริดที่ 21 ส่วนทีมเมท “เฟรม” ภูริทัต จันจาด หมายเลข 98 ออกสตาร์ตการแข่งขันจากกริดที่ 22

    ทั้งนี้ โปรแกรมการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ ศึก NEXZTER BRIC Superbike 2025 สนามที่ 3 จะดวลความเร็วกันในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2568 นี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

    แฟนความเร็วชาวไทยสามารถส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้าพร้อมติดตามข่าวสารและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

    #ThaiHonda #Motorsport #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RaceToTheChampion #BRICSuperBike2025 #NexzterBRICSuperBike2025 #HondaCBR #Mix31 #Kaowkong20 #HiPeck18 #ChangInternationalCircuit


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ศึกสองล้อประเทศไทย ควอลิฟายเดือด! “แสตมป์” คืนฟอร์มทวงโพลรุ่นใหญ่ NEXZTER BRIC Superbike สนาม 3

    1 Min Read

    ศึกสองล้อประเทศไทย ควอลิฟายเดือด! “แสตมป์” คืนฟอร์มทวงโพลรุ่นใหญ่ NEXZTER BRIC Superbike สนาม 3

    ทัพนักบิดไทย-เทศ ดวลคันเร่งรอบควอลิฟาย เพื่อชิงอันดับสตาร์ตสุดเดือด! “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ อดีตแชมป์เอเชีย จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม  คืนฟอร์มคว้าโพลรุ่นใหญ่เหนือ “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี จาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม ขณะที่ นทีธาร ทองโคตร จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น คว้าโพลไปครองในรุ่นซูเปอร์สต๊อก 1000 ซีซี ลุ้นสร้างสถิติแชมป์ 3 สนามรวดในรอบไฟนอลวันอาทิตย์นี้ ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์


    การแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ประเทศไทย รายการ NEXZTER BRIC Superbike Championship (เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปียนชิพ) สนามที่ 3 ประจำปี 2025 วันที่ 26-28 ก.ย.ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เวทีสำคัญที่มีนักบิดทั้งไทยและต่างชาติทำการแข่งขันมากมาย อาทิ  อังกฤษ, อเมริกา, แคนาดา, ออสเตรเลีย, อิตาลี, รัสเซีย, อินเดีย, ญี่ปุ่น ฯลฯ ด้วยมาตรฐานการจัดการ และโครงสร้างพื้นฐานของสนามแข่งระดับ MotoGP เดินหน้าเข้าสู่โปรแกรมการจับเวลารอบ ควอลิฟาย ในวันเสาร์ที่ 27 ก.ย. ท่ามกลางความท้าทายของนักบิดทุกคน ด้วยสภาพอากาศที่ชื้นและเปลี่ยนเป็นฝนตกได้ตลอดเวลา

    ผลควอลิฟายในรุ่นใหญ่ที่สุดของประเทศไทยอย่าง ซูเปอร์ไบค์ 1,000 ซีซี (SB1 Pro) ปรากฏว่า ตำแหน่งโพลตกเป็นของ นักบิดจอมเก๋าดีกรีแชมป์ประเทศไทยและแชมป์เอเชียหลายสมัยอย่าง “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก อีสต์ เอ็นเจที เรซซิ่ง ทีม ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 37.607 วินาที เหนือ “ซุป” อนุชา นาคเจริญศรี นักบิดประสบการณ์สูงจาก โปร ฮอนด้า บริดจสโตน อันเดรียนี เบนดิกซ์ เอเอ็น เรซซิ่ง ทีม กริดที่ 2 อยู่ 1.073 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ “บอล” จักรกฤษณ์ แสวงสวาท จาก ไบค์สตอรี พีทีที ลูบริแคนท์ส ยามาฮ่า เรซซิ่ง ทีม ตามหลัง 1.247 วินาที ตามด้วยดาวรุ่งสายเลือดใหม่อย่าง “มิกซ์” ธนัช ละอองปลิว จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ในกริดที่ 4 ตามหลัง 1.935 วินาที

    ส่วนในรุ่น ซูเปอร์สต็อก 1,000 ซีซี (ST1) กริดที่ 1 ของเป็น นทีธาร ทองโคตร จากทีม ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตัวเต็งของรุ่น ที่ปีนี้คว้าแชมป์ 2 สนามติดต่อกัน ทำผลงานยอดเยี่ยมคว้าโพลไปครอง ด้วยเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุด 1 นาที 40.491 วินาที ขนาบข้างด้วย ตะวัน ตั้งตรงกิจเจริญกุล จาก ทีเค ฮอนด้า อิเดมิตสึ สิทธิผล ดิเรก ทีม ในกริดที่ 2 ตามหลัง 0.730 วินาที และกริดที่ 3 เป็นของ อภิเดช บุญศรี จาก จาก ฮานูยา เรซซิ่ง ทีม เพิ่มสินทรานสปอร์ต พรเจริญก่อสร้าง ตามหลัง 0.896 วินาที

     

    ขณะที่ตำแหน่งโพลโพซิชั่นในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 600 ซีซี (SS1Pro) ตกเป็นของ “ไฮเปค” กฤษฎา ธนโชติ ดาวรุ่งจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม แชมป์ 2 สนามติดต่อกัน  ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 41.582 วินาที เฉือน “ข้าวกล้อง” จักรีภัทร พฤฒิสาร จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส อันดับ 2 เพียง 0.002 วินาทีเท่านั้น ส่วนกริดที่ 3 ตกเป็นของ ต่อศักดิ์ นวลสาย จาก ยามาฮ่า ทีเอ็นพี พีทีที ลูบริแคนท์ส ตามหลังเพียง 0.078 วินาทีเท่านั้น ด้าน โกยุ นาคากาวะ ดาวรุ่งชาวญี่ปุ่นจาก อีสต์ เอ็นเจที พีทีที ลูบริแคนท์ส เรซซิ่ง ทีม จะเริ่มกมจากกริดที่ 4 ตามหลัง 1.455 วินาที

    ด้านการควอลิฟายในรุ่น ซูเปอร์สปอร์ต 250 ซีซี (SS1Pro) ผลปรากฏว่า “พีไนท์” กันตพัฒน์ แยบการไถ ดาวรุ่งจาก ยามาฮ่า ด็อกเตอร์ไบค์ ไวส์ อาร์เค เอฟซีซี ไฮสปีด ดำ จันทรบุรี ดั๊กแฮมส์ ช่างขวัญเชียงใหม่ ที่ผงาดคว้าโพลไปครองด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 53.343 วินาที เฉือนคู่หูนักบิดจาก ไฮสปีด เรซซิ่ง ทีม อย่าง “ฟอง” คณาทัต ใจมั่น และ “เอิร์ธ” ธุรกิจ บัวผา ในแถวหน้าคนละ 0.463 วินาที และ 0.489 วินทีเท่านั้น

    นอกจากนี้ ยังมีการควอลิฟายในรุ่น สปอร์ต โปรดักชั่น 400 ซีซี ยังคงเป็นนักแข่งต่างชาติที่ฟอร์มร้อนแรง โดยตำแหน่งโพลตกเป็นของ รักชิต ธาวี นักบิดอินเดียจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 52.123 วินาที เหนือ หนี เถียน นักบิดจีนจาก ศักดิ์สิริ เรซซิ่ง ทีม บุรีรัมย์ อันดับ 2 ถึง 1.248 วินาที ส่วนกริดที่ 3 เป็นของ ทัสมาย คาเรียปปา นักบิดอินเดียอีกคนจาก เน็กซ์เตอร์ ลิควิ โมลี ยามาฮ่า โมริเท็ค เอวีอาร์พี เรซซิ่ง ตามหลัง 1.263 วินาที

    ทั้งนี้ ศึก เน็กซ์เตอร์ บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ สนามที่ 3 รอบชิงชนะเลิศ (Main Race) จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. ซื้อบัตรเข้าชมได้ที่หน้างาน บริเวณทางขึ้น Grandstand ราคาเพียง 100 บาท/วัน และ บัตรวีไอพี 500 บาท/1 วัน  หรือชมสดได้ทั้งออนแอร์และออนไลน์ โดยช่องทางออนไลน์  ผ่านเพจ Chang Circuit Buriram / BRIC Superbike 2025 และ Youtube : Chang International Circuit เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป สำหรับการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. 68 เวลา 14.45-17.45 น. แฟนๆ ในประเทศไทยสามารถรับชมผ่าน ช่อง True Sports 1 (ช่อง 666)  ส่วนผู้ชมต่างประเทศสามารถรับชมได้ทางกล่อง MVBOX (สปป.ลาว: ช่อง MVL, เมียนมาร์: ช่อง MVM) และ YouTube : TVB Thailand

    โดยในสนามที่ 3 นี้ยังมีกิจกรรมใหม่เอาใจ แฟนความเร็ว ได้แก่ กิจกรรม ‘Hero of the Race’ โหวตนักบิดขวัญใจ ในแต่ละรุ่นของการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ (Main Race) วันอาทิตย์ที่ 28 ก.ย. นี้ เพียง สแกน QR Code ที่จะปรากฏขึ้นระหว่างการแข่งขันในแต่ละรุ่น โดยจะประกาศผลวันอังคารที่ 30 ก.ย. 2568 ทางเพจ Chang Circuit Buriram และโหวต “Bike Queen Dancing”  ดวลการเต้นประชันความเซ็กซี่ของเหล่าสาวสวยประจำศึก สนามที่ 3 ทางเพจ Chang Circuit Buriram โดยคลิปไหนมียอด Like และ Share รวมกันสูงที่สุด จะได้รับรางวัลพิเศษทันที เปิดโหวตตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. ถึง วันที่ 3 ต.ค.  และประกาศผลในวันที่ 6 ต.ค.

     

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางแฟนเพจ Chang Circuit Buriram และ BRIC Superbike 2025


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “เมียร์” บู๊เดือดปลดล็อค! คว้าโพเดียมแรกกับฮอนด้า “ก้อง-สมเกียรติ” สู้สุดมันส์ซิวที่ 15 สะสมแต้ม โมโตจีพี ญี่ปุ่น

    1 Min Read

    “เมียร์” บู๊เดือดปลดล็อค! คว้าโพเดียมแรกกับฮอนด้า “ก้อง-สมเกียรติ” สู้สุดมันส์ซิวที่ 15 สะสมแต้ม โมโตจีพี ญี่ปุ่น

    “โจอัน เมียร์” ยอดนักบิดสแปนิชจาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี สร้างผลงานสุดร้อนแรง ควบรถแข่ง Honda RC213V ปลดล็อคว้าโพเดียมแรกกับทีมได้สำเร็จ หลังบิดเข้าป้ายอันดับ 3 ในศึก โมโตจีพี 2025 สนาม 17 เจแปนีส กรังด์ปรีซ์ ขณะ “ก้อง-สมเกียรติ” สู้สุดความสามารถออกตัวจากกริดที่ 20 เข้าเส้นชัยอันดับ 15 คว้าแต้มล้ำค่าจาก โมบิลิตี้ รีสอร์ท โมเตกิ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายนที่ผ่านมา

    การแข่งขันรอบเมนกรังด์ปรีซ์ ดวลความเร็วทั้งสิ้น 24 รอบสนาม โดยเรซนี้ “โจอัน เมียร์” หมายเลข 36 แชมป์โลกปี 2020 จาก ฮอนด้า เอชอาร์ซี ได้เริ่มเกมจากกริดที่ 2 แม้จะเปิดเกมได้ไม่ดีนัก แต่ก่อนเข้าสู่ครึ่งทางของเรซ นักบิดสแปนิชไล่แซงขึ้นมารั้งอันดับ 3 และเข้าป้ายด้วยการคว้าโพเดียมแรกกับ ฮอนด้า ได้สำเร็จ ตามหลังผู้ชนะ 6.858 วินาที ส่วนทีมเมทชาวอิตาเลียนอย่าง “ลูกา มารินี” หมายเลข 10 ไม่จบการแข่งขัน

    ด้าน “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา หมายเลข 35 นักบิดไทยจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า แอลซีอาร์ สร้างผลงานสุดร้อนแรง พิสูจน์ตัวเองด้วยการออกตัวจากกริด 20 ไล่แซงคู่แข่งระดับโลกอย่างดุเดือดขึ้นมาเข้าเส้นชัยอันดับ 15 ตามหลังผู้ชนะ 30.990 วินาที เก็บแต้มที่ 3 ใน โมโตจีพี ให้กับตัวเองได้สำเร็จ

    ขณะที่ “โยฮันน์ ซาร์โก” หมายเลข 5 นักบิดจอมเก๋าชาวฝรั่งเศสจาก ฮอนด้า แอลซีอาร์ เริ่มเกมจากกริดที่ 11 และสามารถลบฝันร้ายในรอบสปรินต์ ด้วยการพารถแข่งคู่ใจเข้าป้ายในอันดับ 9 ได้สำเร็จ ตามหลังผู้ชนะ 21.733 วินาที ด้าน “ทาคาอากิ นาคากามิ” นักบิดทดสอบชาวญี่ปุ่นไม่จบเรซ

    ทั้งนี้ ศึก โมโตจีพี 2025 สนามถัดไปจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 3-5 ตุลาคมนี้ ที่ เปอร์ตามิน่า มันดาลิกา อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ประเทศอินโดนีเซีย ในศึก อินโดนีเซียน กรังด์ปรีซ์

     

    แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH

     

    #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #MotoGP #HondaBigBike #HondaRC213V #IdemitsuHondaLCR #SC35 #Kong #LCRHonda #JZ5 #HondaHRC #JM36 #LM10 #JapaneseGP


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ประวัติของ Chevrolet

    2 Min Read

    ประวัติของ Chevrolet

    บัมเบิ้ลบี หุ่นตัวเอกจากมหากาฬหนังชื่อดังที่ทุกคนต่างรู้จักกันดีอย่าง Transformers แต่หากรู้ไม่ว่าหลายๆคนอาจไม่รู้ว่า บัลเบิ้มบี นั้นเป็นรถของแบรนด์ Chevrolet ก่อนที่จะประกาศยุติการจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในประเทศไทยในปี 2020 แต่กว่าจะขึ้นเป็น Chevrolet ได้ทุกวันนี้ต้องผ่านเรื่องราวสุดทรหดเป็นมายังไง?

    Chevrolet เริ่มต้นขึ้นมาจากนาย หลุย์ โจเซฟ เชฟโวเลต เกิดในวันคริสต์มาส ปี 1878 ที่เมือง ลาโชเดอฟงส์ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยที่ โจเซฟ เฟอร์ริซอร์ท เชฟโวเลต ผู้เป็นพ่อทำงานเป็นช่างทำนาฬิกา และยังเป็นลูกคนที่สองของ 7 พี่น้องตระกูล Chevrolet จนเข้าสู่วัย 8-9 ขวบ และครอบครัวย้ายมาใช้ชีวิตอยู่ในเมือง Beaune ประเทศฝรั่งเศส เมื่อธุรกิจทำนาฬิกาของพ่อมาถึงช่วงขาลง หลุย์ ก็เริ่มพัฒนาทักษะฝีมือช่างกลในวัย 11 ขวบด้วยการซ่อมจักรยาน รวมถึงเข้าแข่งขันจักรยานในรายการต่างๆ

    จุดเปลี่ยนของ หลุย์ เกิดขึ้นเมื่อเขารับงานซ่อมรถจักรไอน้ำ 3 ล้อ ที่โรงแรม “Hôtel de la Poste” ซึ่งรถคันนี้เป็นรถ Made in USA ของมหาเศรษฐีตระกูล แวนเดอร์บิลต์ โดยตระกูลนี้นับว่าเป็นตระกูลที่มั่งคั่งที่สุดเป็นอันดับต้นๆ มาตั้งแต่ยุคทองคำเปลวในสหรัฐอเมริกา เริ่มสร้างตัวครั้งแรกจากการถือหุ้นธุรกิจส่งสินค้า และทางรถไฟ ก่อนที่จะขยายไปยัง อุตสาหกรรมเกษตร เหมืองแร่ เครื่องใช้ไฟฟ้า ยันธุรกิจการเงิน ในธุรกิจปัจจุบันที่เราๆคุ้นเคยกันดี เช่น แบรนด์เครื่องใช้ไฟฟ้า General Electric หรือ บริการโอนเงินระหว่างประเทศ Western Union เป็นต้น

    อาเธอร์ เชฟโวเลต

    แกสตัน เชฟโวเลต

    งานซ่อมรถในครั้งนี้ทำให้เขาหลงสเน่ห์ในวงการยานยนต์ และซอฟท์พาวเวอร์ของชาวอเมริกันเข้าเต็มๆ หลุย์ จึงตัดสินใจศึกษาหาความรู้เรื่องเครื่องยนต์สันดาปภายใน พร้อมหางานทำภายในประเทศฝรั่งเศสที่เขาอาศัยอยู่เพื่อเก็บเงินเดินทางไปหางานทำที่เมือง Montreal ประเทศแคนาดา ซึ่งเขาทำงานเป็นคนขับรถและช่างยนต์อยู่ประมาณ 2-3 เดือน ก่อนที่จะเดินทางไปนิวยอร์ก และได้งานทำเป็นช่างให้กับค่ายรถชื่อดัง De Dion-Bouton ในช่วงปี 1900 นอกจากนี้เขายังส่งเงินเก็บไปให้ อาเธอร์ และ แกสตัน เชฟโวเลต ผู้เป็นน้องชาย เพื่อใช้เป็นค่าเดินทางมาหาเขาอีกด้วย

    จนในปี 1902 เมื่อ De Dion-Bouton สาขาอเมริกาปิดตัวลง หลุย์ ได้งานใหม่เป็นคนขับรถให้กับครอบครัวตระกูล เทรโวซ์ นั่นจึงทำให้เขาได้พบรักกับ ซูซันเนะ ลูกสาวของตระกูลนี้ และแต่งงานกันในเดือนกรกฎาคม ปี 1902 พร้อมทั้งให้กำเนิดลูกชายถึง 2 คนได้แก่ ชาร์ลส์ ในปี 1906 และ อัลเฟรด

    ในปี 1912 และในปี 1905 หลุย์ ได้เข้ามาทำงานและเป็นนักแข่งคว้าแชมป์ให้กับค่ายรถ Fiat ในรายการ AAA National Motor Car Championship สนาม Morris Park ซึ่งเป็นสนามแรกของรายการ ก่อนที่ต่อมาในปี 1907 หลุย์ ได้ย้ายไปทำงานกับค่ายรถ Autocar Company ในเมือง Philadelphia และพัฒนารถแข่งขับเคลื่อนล้อหน้า จนเขาได้กลายเป็นนักแข่งให้กับ Buick ในปี 1909 ทำให้เขาสนิทกับ วิลเลียม คราโป ดูแรนท์ ผู้ร่วมก่อตั้ง General Motor ค่อนข้างมากและยังให้ หลุย์ พัฒนารถแข่งรุ่นใหม่ในชื่อว่า Buick 60 Special หรือในชื่อเล่นว่า “Buick Bug”

    • William C. Durant

    ในส่วนของ วิลเลียม คราโป ดูแรนท์ เกิดเมื่อวันที่ 8 ธันวาคม ปี 1861 ที่เมือง Boston รัฐ Massachusetts เขาเป็นลูกคนที่ 2 ในตระกูลมั่งคั่งที่อพยพมาจากฝรั่งเศส ฟังดูเหมือนเขาจะมีฐานะที่เพียบพร้อม แต่ความจริงแล้วชีวิตเขากลับมีปัญหาอยู่พอสมควรจากการที่บ้านแตก ต้องย้ายตามแม่มาอยู่ที่เมือง Flint รัฐ Michigan หลังจากที่พ่อและแม่หย่าร้างกันในปี 1869 และเขายังต้องลาออกจากโรงเรียน ม.ปลาย เพื่อทำงานที่ลานไม้ของ เฮนรี่ เอช. คราโป ผู้ซึ่งเป็นตาและยังเป็นอดีตผู้ว่าการรัฐมิชิแกนอีกด้วย และนอกจากนี้ ดูแรนท์ ยังสู้ชีวิตทำงานขายซิการ์ พร้อมทั้งก่อตั้งบริษัทขนส่งซิการ์เป็นของตัวเอง

    จนกระทั่ง ในวันที่ 17 มิถุนายน ปี 1885 ดูแรนท์ ก็ได้แต่งงานกับ คลาร่า มิลเลอร์ พิตต์ และมีลูกด้วยกัน 2 คนได้แก่ มาร์เจอรี่ พิตต์ ดูแรนท์ (24 พ.ค. 1887) และ รัสเซส คลิฟฟ์ฟอร์ด ดูแรนท์ (26 พ.ย. 1890) ก่อนที่ต่อมาทั้งคู่ก็หย่าร้างกันในวันที่ 27 ปี 1908 แล้วในปี 1886 เขาก็จับมือกับ โจเซีย ดัลลัส ดอร์ต เพื่อก่อตั้งบริษัทผลิตรถม้าในชื่อ Flint Road Car Company ก่อนที่จะเปลี่ยนชื่อมาเป็น Durant-Dort Carriage Company ในปี 1890 และกลายเป็นแบรนด์รถม้าที่ยักษ์ใหญ่ที่สุดในสหรัฐอเมริกา ณ เวลานั้น

    ทว่าตอนนั้น ดูแรนท์ เป็นคนที่มีความคิดต่อต้านรถยนต์สันดาปค่อนข้างมาก เพราะในยุคสมัยก่อนนั้น รถยนต์มีกลิ่นที่เหม็นมากจากการเผาไหม้น้ำมันเบนซิน และบวกกับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังจนน่ารำคาญ จนกระทั่งกระแสต่อต้านของชาวเมือง Flint เริ่มรุนแรงขึ้นในปี 1900

    ดูแรนท์ ก็เริ่มมองเห็นโอกาสที่จะพัฒนารถยนต์ที่แก้ปัญหาตรงจุดนี้ด้วยการซื้อค่ายรถ Buick มาเป็นของตัวเอง และผลักดันจนกลายมาเป็นค่ายรถที่ขายดีที่สุดในอเมริกา ก่อนที่ต่อมาในวันที่ 16 กันยายน ปี 1908 ดูแรนท์ ก็ก่อตั้ง General Motor ขึ้นมาเพื่อควบรวมรถยนต์ค่ายต่างๆ มาอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน ซึ่งวิธีการของ ดูแรนท์ ถือได้ว่าค่อนข้างบ้าระห่ำมาก เพราะเขาใช้วิธีกู้เงินจากธนาคารมาซื้อค่ายรถหลายต่อหลายเจ้า ทั้ง Oldsmobile ในปี 1908, Pontiac, Cadillac และ GMC ในปี 1909 จนแล้วก็มีภาระหนี้ที่หนักหนาสาหัส ธนาคารต้องก้าวเข้ามารวบอำนาจการบริหารทั้งหมดเพื่อพยุงไม่ให้เจ๊ง และ ดูแรนท์ ก็ต้องวางมือจากการบริหาร GM ทั้งหมดในปี 1910

    • กำเนิด Chevrolet

    จนกระทั่งในวันที่ 3 พฤศจิกายน ปี 1911 หลุย์ เชฟโวเลต, อาเธอร์ เชฟโวเลต และ วิลเลียม ซี. ดูแรนท์ ก็ก่อตั้งค่ายรถ Chevrolet ขึ้นมา พร้อมสร้างโรงงานแห่งแรกที่เมือง Flint อยู่อีกฟากของแม่น้ำตรงข้ามมหาวิทยาลัย Kettering ซึ่งในปัจจุบันก็เหลือแต่เป็นที่โล่งๆ ในชื่อว่า “Chevy Commons” รถรุ่นแรกของ Chevrolet ที่เปิดตัวคือ Series C Classic Six มาพร้อมเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง ระบบวาล์ว T-Head ขนาด 5.0 ลิตร 40 แรงม้า แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควรด้วยราคาที่แพงเกินไป

    • ปริศนาโลโก้ของ Chevrolet

    ต่อมาในปี 1914 ทาง Chevrolet ก็เริ่มมีการใช้โลโก้ Bowtie ในแบบที่เราต่างคุ้นเคยกันดีและน่าแปลกมาก เพราะที่มาที่ไปในการออกแบบโลโก้นี้กลับไม่ชัดเจน และมีการอธิบายออกมาอยู่หลายทฤษฎี โดยที่ ดูแรนท์ กล่าวว่ามาจากลายโบว์ไทด์ บนวอลล์เปเปอร์ผนังโรงแรมแห่งหนึ่งที่เคยไปพักในกรุง Paris ประเทศฝรั่งเศส ส่วน Margery ผู้เป็นลูกสาวก็กล่าวว่า โลโก้นี้ออกแบบในระหว่างที่ทั้งครอบครัวกำลังนั่งทานอาหารค่ำด้วยกัน

    ในขณะที่ คลาร่า ภรรยาเก่าของ ดูแรนท์ ก็กล่าวว่าเขาไปเห็นโลโก้โฆษณาบริษัทถ่านหินที่ชื่อว่า “Coalettes” ในระหว่างที่เขากำลังอ่านข่าวบนหนังสือพิมพ์ ก็เลยเอามาเป็นไอเดียในการออกแบบโลโก้ของ Chevrolet ตั้งแต่ในหนังสือพิมพ์ฉบับวันที่ 12 พฤศจิกายน ปี 1911 ทำให้ทฤษฎีที่มาการออกแบบโลโก้นี้ฟังดูมีความน่าเชื่อถือมากที่สุด แต่ก็มีบางทฤษฎีได้กล่าวว่า โลโก้ของ Chevrolet มีต้นแบบมาจากเครื่องหมายกาชาดบนธงชาติสวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของ หลุย์ เชฟโวเลต

    • จุดแตกหัก

    ต่อมาในปี 1915 ก็เกิดปัญหากับ Chevrolet เข้าจนได้ เมื่อ หลุย์ ทะเลาะกับ ดูแรนท์ ในเรื่องของแนวคิดการผลิตรถยนต์ เพราะทาง หลุย์ มีความฝันที่อยากจะสร้างรถสปอร์ต แต่ ดูแรนท์ มองว่าการผลิตรถราคาประหยัด เอื้อมถึงได้ง่าย จะช่วยสร้างยอดขาย ทำกำไรได้ดีกว่า และทั้งบริษัทเองก็สนับสนุนของ ดูแรนท์ มากกว่า จนทำให้ หลุย์ ฟิวส์ขาดและขายหุ้นทิ้งไปในที่สุด

    ในปี 1916 Chevrolet ก็เปิดตัวรถ Series Four-Ninety ที่สร้างยอดขายได้อย่างงดงาม แต่ ดูแรนท์ สามารถเข้าซื้อกิจการ General Motor กลับคืนมาได้ และปิดดีลในปี 1918 พร้อมทั้งยังรวมเอา Chevrolet มาอยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ในปี 1919 Chevrolet ขยายฐานการผลิตไปยังโรงงานอื่นๆ ในเครือ GM ได้แก่ ในเมือง Sleepy Hollow รัฐนิวยอร์ก, เมือง St.Louis รัฐมิสซูรี, เมือง Oakland รัฐแคลิฟอร์เนีย, เมือง Arlington รัฐเท็กซัส และโรงงานในต่างประเทศ ที่เมือง Oshawa รัฐออนแทริโอ ประเทศแคนาดา ภายในปีเดียวกันนี้ก็ได้มีการรีแบรนด์รถกระบะ GMC สำหรับการพาณิชย์ให้ผลิตในนาม Chevrolet อีกด้วย สายการผลิตของรถยนต์ Chevrolet ดำเนินไปอย่างเรื่อยๆ และแข่งขันกับ Ford มาอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งการมาถึงของ Plymouth ในปี 1928 ก็ทำให้ทั้ง 3 ค่ายนี้ถูกเรียกรวมกันว่า “Low-priced 3”

    • เกิดอะไรขึ้นกับหลุย์

    ตลอดเวลาที่ผ่านมาตั้งแต่พี่น้องตระกูล Chevrolet แยกตัวออกมา เกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาบ้างนั้น ก็เริ่มจากในปี 1915 หลุย์ เข้าสู่วงการรถแข่ง ด้วยการจับมือกับ โฮเวิร์ด อี. บลัด พัฒนารถ Cornelian ไปแข่งขันในสนาม Indianapolis 500 ซึ่งก็จบได้ไม่สวยนักด้วยอันดับที่ 20 จนกระทั่งในปี 1916 หลุย์, แกสตัน และ อาเธอร์ ก็มาก่อตั้งบริษัท Frontenac Motor Corporation เพื่อผลิตอะไหล่สำหรับรถยนต์ Ford Model T กับ รถแข่ง และยังก่อตั้งบริษัท American Motors Corporation ที่รัฐนิวเจอร์ซีย์ควบคู่ไปด้วยเพื่อผลิตรถยนต์ของตัวเอง

    หลุย์ เข้าแข่งขันในสนาม Indianapolis 500 ถึง 4 ครั้งโดยผลงานที่ดีที่สุดที่เคยทำได้อยู่อันดับที่ 7 ในปี 1919 คู่กับ Arthur ส่วน Gaston น้องชายอีกคนนึงของ หลุย์ คว้าแชมป์อันดับที่ 1 ได้ในปี 1920 ต่อมาในปี 1923 American Motors ที่พี่น้อง Chevrolet ก่อตั้งก็ถูกยุบรวมเข้ากับบริษัท Bessemer Motor Truck Company ก่อนที่ต่อมาภายในเวลาไม่ถึงปี ก็ยุบรวมเข้ากับค่าย Winther และ Northway แต่สุดท้ายก็ไม่ประสบอยู่ดี ในปี 1927 หลุย์ เปิดตัวบริษัทผลิตเครื่องยนต์อากาศยาน Chevrolair แต่กลับประสบความล้มเหลวในสามปีต่อมา และในปี 1929 ซึ่งเป็นช่วงวันอังคารทมิฬพอดี หลุย์ ที่ทำอะไรก็เฟลไปหมดก็เริ่มกลับมาเล้าหลือกับ ดูแรนท์ และสมัครงานเป็นช่างเทคนิคของ Chevrolet ถือได้ว่าดิ่งมาก จากที่เป็นผู้ร่วมก่อตั้งกลายมาเป็นลูกจ้างในบริษัทที่ตัวเองเป็นคนก่อตั้ง

    ภายในปีเดียวกันนี้เอง Chevrolet ก็เปิดตัวเครื่องยนต์วาล์วเหนือสูบรุ่นใหม่ ในชื่อ Stovebolt ซึ่งเป็นเครื่อง 6 สูบเรียง และเจ้าเครื่องนี้เองที่ช่วยสร้างความได้เปรียบในด้านการตลาดเป็นอย่างมากด้วยนิยามที่ว่า เครื่อง 6 สูบที่ราคาเท่ากับ 4 สูบ และในช่วงปี 1933 ก็เปิดตัวรถรุ่น Standard Six หรือในอีกชื่อว่า Mercury ในฐานะรถ 6 สูบที่ราคาถูกที่สุด

    และในปี 1935 Chevrolet ก็เปิดตัวรถ Station Wagon รุ่น Carryall Suburban ที่ในเวลาต่อมาก็กลายมาเป็นบรรพบุรุษของรถ SUV ในปัจจุบัน ในช่วงก่อนและหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 Chevrolet ก็เริ่มเน้นออกแบบรถที่ดีไซน์ได้รับอิทธิพลจากศิลปะ Art Deco มากขึ้น เช่น Chevrolet Master, Deluxe หรือ Fleetline และกระแสตอบรับก็ดีอย่างเหลือเชื่อ

    • บั้นปลายของผู้ก่อตั้ง

    หลังจากนั้นไม่นานก็เกิดเรื่องน่าเศร้าขึ้น เมื่อ หลุย์ เชฟโวเลต จากโลกนี้ไปด้วยวัย 62 ปี ในวันที่ 6 มิถุนายนปี 1941 จากอาการหัวใจวาย ก่อนที่ต่อมาในวันที่ 16 เมษายน ปี 1946 อาเธอร์ เชฟโวเลต ก็จากโลกนี้ไปอีกคนด้วยการจบชีวิตตัวเองภายในบ้านพักที่เมือง Slidell รัฐหลุยเซียนา และในวันที่ 13 มีนาคม ปี 1947 วิลเลียม ซี. ดูแรนท์ ก็จากไปในวัย 85 ปี ด้วยโรคหลอดเลือดสมอง

    • กำเนิด Corvette

    ในปี 1953 Chevrolet กลับมาผงาดในวงการยานยนต์อเมริกันด้วยการเปิดตัวรถ Corvette โฉมแรก และอนาคตเราอาจจะได้เล่าประวัติควบคู่กับ Camaro ไม่วันใดก็วันหนึ่งครับ และในปี 1957 Chevrolet ก็เปิดตัวระบบหัวฉีด Ramjet เป็นครั้งแรก พร้อมติดตั้งให้กับรถ Corvette และ Bel Air ซึ่งก็ประสบความสำเร็จได้ด้วยดีจนมีการเปิดตัวรถรุ่นดังๆ ออกมาเรื่อยๆ

    ในช่วงยุค 1960 เป็นยุคสมัยที่มีการนำเข้ารถยนต์จาก ยุโรป และญี่ปุ่น เยอะมากจนทำให้ค่ายรถต่างๆ ในสหรัฐอเมริกาเสียดุลการค้าไปมหาศาลและแน่นอน ทั้ง Chevrolet และ General Motor ก็ไม่รอดจากเรื่องนี้ รัฐบาลสหรัฐจึงออกภาษีไก่ขึ้นมาเพื่อตอบโต้ในเรื่องนี้ และ General Motor ก็เอารถจากญี่ปุ่นหลายต่อหลายค่ายมาขายภายใต้แบรนด์ของตัวเอง เช่น Suzuki Cultus ที่ถูกขายในชื่อ Chevrolet Sprint, Isuzu Gemini ที่ถูกขายในชื่อ Chevrolet Spectrum, Toyota Sprinter E80 หรือโฉมที่ 5 ที่ถูกขายในชื่อ Chevrolet Nova โฉมที่ 5

    ในช่วงยุค 70-80 Chevrolet ก็เปิดตัวรถของตัวเองที่หลายๆ คนน่าจะคุ้นหู เช่น Vega ในปี 1970, Monza ในปี 1974, Citation ในปี 1980, Cavalier และ Celebrity ในปี 1981 หรือ Corsica ในปี 1987

    จนกระทั่งในช่วงยุค 1990 Chevrolet ก็เปิดตัวรถ Toyota แปะโลโก้ของตัวเองต่อได้แก่ Toyota Sprinter E90, E100 และ Corolla E110 ที่ถูกขายในชื่อ Geo Prism แต่ก็ยังไม่ทิ้งการออกแบบรถของตัวเองอยู่ เพราะในช่วงยุคนี้ก็เปิดตัวรถรุ่นต่างๆ ที่ General Motor ออกแบบเองเยอะมาก เช่น Lumina ในปี 1990, Venture ในปี 1997 และ Trailblazer ในปี 1998 และนอกจากนี้ทาง General Motor ก็เข้าซื้อหุ้นของ Subaru ในปี 1999 พร้อมกับเอารถ Zafira ของ Opel ที่ General Motor เข้าซื้อมาตั้งแต่ปี 1931 มาให้ Subaru ขายในชื่อ Subaru Traviq อีกด้วย

    จนขึ้นสหัสวรรษใหม่อย่างปี 2000 General Motor ก็ปลุกชีพ Impala ขึ้นมาใหม่ใน Segment ใหม่คือ รถซีดาน 4 ประตูขนาดกลางขับเคลื่อนล้อหน้า และกลายมาเป็นรถธงสำหรับการแข่งขัน NASCAR Xfinity Series จนถึงปี 2013 และ NASCAR Canada Series ในปี 2018

    ในปี 2005 General Motors กลับมาทำตลาด Chevrolet ในยุโรปอีกครั้งด้วยการนำเอารถยนต์สัญชาติเกาหลีใต้ Daewoo มาขายภายใต้แบรนด์ Chevrolet จนกระทั่งเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยการเปิดตัว Chevrolet Volt ในปลายปี 2010 นับได้ว่าเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid รุ่นแรกของ Chevrolet พร้อมกับขายในชื่อ Opel Ampera และ Vauxhall Ampera ในตลาดยุโรป แถมยังได้รับรางวัล North American Car of the Year, European Car of the Year และ World Green Car of the Year ในปี 2012 รวมถึงยังทำยอดขายทั่วโลกจนถึงปีนั้นได้ 31,400 คัน และมากกว่า 1 แสนคันในช่วงปลายปี 2015 จนกระทั่งในปี 2016 รถตระกูล Volt ขึ้นแท่นรถ Plug-in Hybrid ที่ขายดีเป็นอันดับ 3 ของโลก รองลงมาจาก Nissan Leaf และ Tesla Model S

    ในเดือนตุลาคมปี 2016 Chevrolet เปิดตัวรถไฟฟ้ารุ่นแรกในชื่อว่า Bolt ที่สามารถวิ่งได้ไกลถึง 320 กม.ต่อชาร์จ  และคว้ารางวัลมามากมายในปี 2017 จากสื่อต่างๆ ทั้ง Motor Trend, AutoGuide.com, Green Car Journal และยังติด 25 อันดับสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดบนนิตยสาร Time

    Chevrolet เข้ามาในตลาดประเทศไทยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม ปี 2000 ภายใต้บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรถรุ่นแรกที่วางขายคือ Zafira และมี Captiva โฉมที่ 2 เป็นรุ่นสุดท้ายก่อนที่จะยุติบทบาทในตลาดไทยตั้งแต่สิ้นปี 2020 และขายโรงงานที่ จ.ระยอง ให้กับ Great Wall Motors ในที่สุด

    ในส่วนของวงการมอเตอร์สปอร์ต Chevrolet มีบทบาทในที่โดดเด่นอยู่หลักๆ 3 รูปแบบ โดยเริ่มจาก NASCAR ที่ในปัจจุบันมีทีมใหญ่ๆ อยู่ 3 ทีม ได้แก่

    – Hendrick Motorsport ที่คว้าแชมป์ 12 สมัย, Richard Childress Racing ที่ได้แชมป์ 6 สมัย และ Trackhouse Racing Team ที่ในปัจจุบันได้ก้าวเข้าสู่สังเวียน MotoGP ด้วยการเข้าซื้อทีม RNF มาตั้งแต่ปลายปี 2023 ที่ผ่านมา

    – ส่วนรถของ Chevrolet ที่เคยใช้แข่งขัน ได้แก่ Impala, Chevelle, Chevelle Laguna, Malibu, Monte Carlo, SS และในปัจจุบันรถที่ใช้ในการแข่งขันก็มี Camaro ZL1 1LE ในรายการ NASCAR Cup, Camaro SS ในรายการ NASCAR Xfinity และ Silverado ในรายการ NASCAR Craftman Truck

    – ต่อมาคือ IndyCar ได้คว้าแชมป์รายการ Indianapolis 500 มา 6 ครั้ง ตั้งแต่ปี 1986-1993 และคว้าแชมป์ในรายการ CART World Championship มา 5 ครั้งตั้งแต่ปี 1986-1992 จนกระทั่งเข้าสู่ยุคของ NTT IndyCar Series ที่ Chevrolet ขึ้นแท่นเป็นซัพพลายเอร์หลักร่วมกับ Toyota ในส่วนของเครื่องยนต์แทนเพื่อนร่วมชายคาอย่าง Oldsmobile ในปี 2002 จนกระทั่งถอนตัวออกไปทั้งคู่เมื่อปี 2005 และกลับมาอีกครั้งตั้งแต่ปี 2012 เพื่อประชันเครื่องยนต์กับ Honda และอีกรายการคือ FIA World Touring Car Championship หรือ WTCC ที่คว้าแชมป์ 3 ปีติดตั้งแต่ปี 2010-2012 ด้วยรถ Cruze

    สำหรับ ประวัติของ Chevrolet นี้ที่หลายคนอาจไม่รู้มาก่อน เป็นมากกว่ารถยนต์ เพราะนี่คือเรื่องราวที่สืบทอดจากตำนาน สู่เส้นทางที่ยังคงสร้างแรงบันดาลใจไม่สิ้นสุด สำหรับสกู๊ตนี้พวกเราขอฝากติดตาม Realtime Car Magazine ด้วยนะครับ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment