• โตโยต้า ส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษ “ดีลตอบจบ ครบทุกความต้องการ” พร้อมแคมเปญส่งท้ายปี โตโยต้า อาริกาโตะ ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    3 Min Read

    โตโยต้า ส่งมอบข้อเสนอสุดพิเศษ “ดีลตอบจบ ครบทุกความต้องการ” พร้อมแคมเปญส่งท้ายปี โตโยต้า อาริกาโตะ ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และคณะผู้บริหารระดับสูง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมเปิดบูธโตโยต้าในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Thailand International Motor Expo 2025” ภายใต้แนวคิด Move your world จัดแสดงรถยนต์โตโยต้าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ นำโดยรถกระบะมหาชนรุ่นใหม่ HILUX TRAVO” เสริมทัพด้วยรถยนต์ไฟฟ้าแบตเตอรี่ (BEV) ทั้ง HILUX TRAVO-e” และ bZ4X” ตอกย้ำความเป็นผู้นำ HEV ด้วยรถยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ YARIS CROSS NIGHTSHADE EDITION”, “NEW YARIS ATIV HEV” และ INNOVA ZENIX” เติมเต็มไลน์อัพผู้นำตัวจริงในตลาด PPV ด้วย FORTUNER LEADER G+” พร้อมพบกับการกลับมาของตำนานรถแข่ง GR86” รุ่นใหม่ พร้อมประกาศราคาภายในงาน โดยรถทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ “ดีลตอบจบ ครบทุกความต้องการ” และแคมเปญส่งท้ายปี “โตโยต้า อาริกาโตะในระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า โตโยต้าขอแสดงความห่วงใยจากใจต่อพี่น้องชาวไทยทุกคน ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงที่ผ่านมา โตโยต้าจัดส่งคาราวานเพื่อให้การช่วยเหลือและสนับสนุนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมผ่านมูลนิธิโตโยต้า และในวันนี้โตโยต้ายังได้ส่งคาราวานช่วยเหลือชุดใหม่ไปยังชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ พวกเราขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนที่ได้รับผลกระทบ และขอให้ทุกท่านปลอดภัย

    นอกจากนี้ โตโยต้าขอบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการบำรุงรักษารถยนต์ ด้วยบริการตรวจเช็กสภาพรถฟรี 30 รายการ พร้อมสิทธิประโยชน์ส่วนลดค่าอะไหล่ 30% สำหรับงานซ่อมทั่วไปและเคมีภัณฑ์ และส่วนลดค่าอะไหล่ 50% สำหรับกลุ่มพรมปูพื้นและพรมซับเสียงรถยนต์ และสำหรับลูกค้าที่ถือกรมธรรม์ประกันภัย TOYOTA CARE และ TOYOTA CARE PHYD ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ความร่วมมือกับบริษัทประกันภัยชั้นนำทั้ง 7 แห่ง สามารถนำรถเข้ารับบริการซ่อมเคลมประกันได้ที่ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีโตโยต้าทุกแห่งทั่วประเทศ

    โตโยต้าขอยืนยันว่า เรายังคงลงทุนต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมมีส่วนร่วมส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทยผ่านการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยโตโยต้าได้แนะนำรถรุ่นใหม่หลายรุ่นที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอันหลากหลาย

    เริ่มจากการแนะนำรถกระบะไฮลักซ์รุ่นใหม่ Hilux Travo” และ Travo-e BEV” ในวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมา รถรุ่นนี้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทย และนอกจากคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) อันเป็นเอกลักษณ์ของโตโยต้าแล้ว ยังมาพร้อมสมรรถนะในการขับขี่ที่ทรงพลัง ควบคู่กับความสะดวกสบายในการขับขี่และความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม ด้วยระบบที่เรียกว่า “Dynamic Cloud Suspension” Hilux Travo ยังถูกดีไซน์ภายใต้แนวคิด “ไซเบอร์ซูโม่” พร้อมคอนเซปต์ “แข็งแกร่ง คล่องตัว” ถ่ายทอดความแข็งแกร่ง ความคล่องตัว และทรงพลัง อันสะท้อนถึงรากฐานประเพณีญี่ปุ่น และจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักสู้ไว้อย่างลงตัว โดยไฮลักซ์ ทราโว่ ได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามจากสื่อมวลชน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งจากลูกค้า และตั้งแต่การเปิดตัวไฮลักซ์ ทราโว่จนถึงวันนี้ เราได้รับยอดจองไฮลักซ์รวมทุกรุ่นแล้วกว่า 10,000 คัน 

    นอกจากนั้น ไฮลักซ์ยังมาพร้อม ไฮลักซ์ รีโว่ และไฮลักซ์ แชมป์ ที่เราเพิ่งทำการแนะนำรุ่นฐานล้อสั้นพิเศษ และขอเชิญลูกค้าทุกท่าน ให้มาสัมผัส “โลกแห่งไฮลักซ์” ได้ภายในบูธโตโยต้าปีนี้ และท่านยังจะได้พบกับ เจ้าตลาด PPV อย่างฟอร์จูนเนอร์ ซึ่งมีการเปิดตัวรุ่นใหม่ Leader G Plus ที่มาพร้อมมาตรฐานคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) รวมถึงสเปกที่ยอดเยี่ยม Leader G Plus จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ ที่ต้องการรถ PPV ที่เชื่อถือได้ในราคาที่ง่ายในการเป็นเจ้าของ 

    สำหรับในช่วงปลายเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2568 โตโยต้ามีการเปิดตัว New Yaris Ativ HEV Premium และ HEV GR Sport สำหรับลูกค้าที่มองหารถอีโคซีดาน ที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการใช้งานประจำวันพร้อมความคล่องตัวและความประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดที่พิสูจน์แล้วว่ามีความน่าเชื่อถือ (Trusted HEV) และมีประสิทธิภาพสูงในการใช้งานจริง ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้า โดยรถยนต์โตโยต้าอีโคคาร์เป็นกลุ่มรถที่สามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้กว่า 50% 

    สำหรับ Yaris Cross  ยนตรกรรมไฮบริดที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย มีการแนะนำ Yaris Cross Nightshade ที่โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งรอบคันแบบ Dark Design ที่เสริมความ   สปอร์ตอย่างลงตัว เหมาะสำหรับลูกค้าที่ต้องการลุคเมือง ทันสมัยและมีสไตล์ 

    อีกหนึ่งไฮไลต์คือ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ D-Segment ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตรฐานการผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความพร้อมของชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ไว้วางใจได้สูงสุด ช่วยเติมเต็มไลน์อัปของโตโยต้าให้ครบถ้วน รถรุ่นนี้ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมระยะในการขับขี่ที่ไกล ในราคาที่น่าดึงดูด นับตั้งแต่การเปิดในช่วงปลายเดือนสิงหาคม มียอดจองสิทธิ์ล่วงหน้า 2,000 คัน ภายในเพียงหนึ่งเดือน โตโยต้าขอแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อคุณลูกค้าทุกท่านครับ

    นอกจากนี้ สำหรับลูกค้าที่มองหาสุดยอดมินิแวนหรู ขอนำเสนอ Alphard และ Vellfire HEV” มาจัดแสดง และพร้อมส่งมอบสู่มือลูกค้าได้ทันที และเพื่อเอาใจผู้ที่หลงใหลในความเร็วและแฟน ๆ GR                    วันนี้ “GR86” ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมให้ทุกท่านเป็นเจ้าของได้แล้ว

    นอกจากนี้ โตโยต้ายังมีผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานของลูกค้าทุกกลุ่มที่สำคัญที่สุด ขอนำเสนอแพ็กเกจทางการเงินที่เป็นเจ้าของได้ง่าย สำหรับทุกรุ่น รวมถึงแคมเปญส่งท้ายปี “โตโยต้า อาริกาโตะ”  มร.โนริอากิ ยามาชิตะ กล่าวปิดท้าย


    รถกระบะที่อยู่เคียงข้างคนไทยมายาวนาน HILUX TRAVO

    HILUX TRAVO OVERLAND      ราคาเริ่มต้น 1,102,000 บาท

    “GREAT EXPLORER” เพื่อนร่วมเดินทางที่เคียงข้างไปกับคุณ ให้คุณออกไปค้นพบ และสัมผัสประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ แล้วคุณจะรู้ว่าไม่มีเป้าหมายใดเป็นไปไม่ได้ หากคุณพร้อมลุยไปด้วยกัน  กับเทคโนโลยี “Dynamic Cloud” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุม การทรงตัว และความนุ่มนวลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความสบายในทุกมิติ ในส่วนของการออกแบบมาในคอนเซ็ปต์ “Tough & Agile” ผสานความ “แข็งแกร่ง (Tough)” เข้ากับความ “คล่องตัว (Agile)” สะท้อนภาพลักษณ์ที่ทรงพลังและคล่องตัว ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Cyber Sumo แข็งแกร่ง มั่นคง และทรงพลัง ดีไซน์ภายใน “Robust Simplicity” ดีไซน์เรียบง่ายแต่ทรงพลัง           ทุกฟังก์ชันใช้งานได้จริง จอแสดงข้อมูลการขับขี่ ขนาด 12.3 นิ้ว แบบดิจิทัล ทันสมัย คมชัด พร้อมพวงมาลัยไฟฟ้า แม่นยำ ควบคุมง่าย อุปกรณ์อำนวยความสะดวกและฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ระบบ Multi-Terrain Select (MTS) ช่วยปรับการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย ทั้งแบบดิน ทราย โคลน หิน หรือหิมะ                      ลุยได้ดังใจ

    รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.89% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

     

    HILUX TRAVO Prerunner                ราคาเริ่มต้น 789,000 บาท

    HILUX TRAVO 4TREX                   ราคาเริ่มต้น 984,000 บาท

    “GREAT URBANER” มาในทั้ง Double Cab และ Smart Cab เน้นการใช้งานส่วนบุคคลและไลฟ์สไตล์ สะดวกสบายไปกับเพื่อนร่วมทางที่พร้อมไปกับคุณ ตอบโจทย์ทั้งการขับขี่ในเมืองที่เน้นความคล่องตัว ด้วย PRERUNNER ขับเคลื่อน 2 ล้อ และพร้อมพาคุณออกไปเติมพลัง ดื่มด่ำธรรมชาติกับรุ่น 4TREX ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาร่วมเดินทาง และ ทำให้ทุกวันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน ดีไซน์ภายนอกที่ผสานความ “แข็งแกร่ง (Tough)” เข้ากับความ “คล่องตัว (Agile)” ด้านหน้าดีไซน์ใหม่แบบ Cyber Sumo แข็งแกร่ง มั่นคง และทรงพลัง มาพร้อมกับเครื่องยนต์ GD SUPER POWER ขนาด 2.8 ลิตร มาพร้อมทั้งพลังและความประหยัดที่ดีขึ้น ตอบสนองความต้องการและการใช้งานของลูกค้าที่ต้องการรถกระบะที่เปี่ยมไปด้วยขุมพลัง แต่ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะ i-Art ควบคุมหัวฉีดอย่างแม่นยำด้วยเซ็นเซอร์คอมพิวเตอร์ ให้ละอองน้ำมันละเอียด เผาไหม้หมดจด และระบบ Stop & Start ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อรถจอดนิ่ง เพื่อเพิ่มการประหยัดน้ำมัน

    นอกจากนี้ ยังมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ Auto Brake Hold เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 12.3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อม Wireless Charger ในส่วนของการขับขี่ก็จัดเต็มด้วยเทคโนโลยี “Dynamic Cloud” ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ การควบคุมการทรงตัวและความนุ่มนวลให้ดียิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความสบายในทุกมิติ

    รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 0.99% หรือดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.65% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD สำหรับ Prerunner Smart Cab

    รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 0.99% หรือดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.75% พร้อมประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD สำหรับ Prerunner Double Cab

    รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.79% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD สำหรับ 4TREX Smart Cab

     

    HILUX TRAVO STANDARD CAB 4TREX   ราคาเริ่มต้น 767,000 บาท

    “GREAT ACHIEVER” กระบะคู่ใจที่พร้อมเคียงข้างทุกความมุ่งมั่น เพื่อสร้างธุรกิจให้เติบโตอย่างมั่นคง มาพร้อมตัวถังแบบมาตรฐานและระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่ให้สมรรถนะครบทั้งความแกร่งพร้อมลุย การบรรทุกที่เหนือชั้น และความคุ้มค่าในทุกเส้นทาง พร้อมพิชิตทุกความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน พร้อมระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ระบบ Blind Spot Monitor และ Rear Cross Traffic Alert       ระบบช่วยเตือน มุมอับสายตาที่กระจกมองข้างพร้อมช่วยเตือนขณะถอยรถ พร้อม Rear View Camera กล้องมองภาพขณะถอยหลัง และ Parking sensor สัญญาณเตือนกะระยะหน้าและหลัง

    รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยอัตราพิเศษ 1.69% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD

    HILUX TRAVO-e                                 ราคาเริ่มต้น 1,491,000 บาท

    “GREAT THINKER” กระบะไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนจากแนวคิด MULTI-PATHWAY ถูกคิดเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ผ่านการมองอนาคตอย่างรอบด้าน คิดเพื่อทุกคน คิดเพื่อสร้างความเป็นไปได้ใหม่ๆ และคิดเพื่อการเดินทางสู่อนาคตใหม่ ที่ยิ่งใหญ่ไปด้วยกัน มั่นใจกับ “DIAMOND GUARD” เทคโนโลยี ปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าช่วยปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยแผ่นปิดเสริมความปลอดภัย ทั้งด้านหน้าและใต้ท้องรถ แบตเตอรี่ยึดกับเฟรมย่อยเป็นรูป Diamond Shape ช่วยลดความ เสียหายต่อแบตเตอรี่จากการบิดตัวของเฟรมระหว่างการใช้งาน เสริมความปลอดภัยจากการ กระแทก รอบทิศทางด้วยโครงสร้างดูดซับแรงกระแทก ให้คุณลุยได้อย่างมั่นใจ

     

    รับข้อเสนอ   เมื่อจองรถภายในวันที่ 10 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568

    และรับรถภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569

    รับความคุ้มสุดพิเศษไปเลย 3 ต่อ!

    🔹 ต่อ 1 รับฟรี! คูปองชาร์จไฟ มูลค่า 10,000 บาท* จาก EV Station PluZ

    🔹 ต่อ 2 รับฟรี! บัตรกำนัลที่พัก มูลค่า 7,700 บาท* จาก The Standard Pattaya Na Jomtien ประเภทห้อง Deluxe Room จำนวน 1 คืน

    🔹 ต่อ 3 รับฟรี! ประกันภัยชั้น 1** Toyota Care PHYD (Pay How You Drive ขับดีลดให้) และขยายระยะเวลารับประกันสูงสุด 5 ปี***


    ยนตรกรรมไฮบริดยอดนิยม YARIS CROSS NIGHTSHADE และ NEW YARIS ATIV HEV

    YARIS CROSS NIGHTSHADE                          ราคา 919,000 บาท

    รถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดเล็กยอดนิยมรุ่นพิเศษ YARIS CROSS NIGHTSHADE โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็นด้วยกระจังหน้าแบบ Metro Stylish ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำ 18 นิ้ว กระจกมองข้างสีดำ และแพ็คเกจตกแต่งรอบคันสีดำ ได้แก่ ชุดตกแต่งบริเวณด้านล่าง (กันชนหน้า- หลัง และด้านข้าง), ชุดตกแต่งไฟตัดหมอกหน้า, คิ้วกระโปรงท้าย และคิ้วขอบหน้าต่างสีโครเมียมรมดำ มาพร้อม 2 สีภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ Cement Gray Metallic (ใหม่) และ Platinum White Pearl ที่มาพร้อมกับหลังคาแบบดำทูโทน ภายในสีดำเพิ่มความโดดเด่นให้สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร

    รับข้อเสนอ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.55% หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,539 บาทต่อเดือน

    NEW YARIS ATIV HEV                                 ราคาเริ่มต้น 719,000 บาท

    รถยนต์ซับคอมแพคซีดานรุ่นยอดนิยม กับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริดขนาด 1.5 ลิตร และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน (Li-ion) ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า อัตราการใช้เชื้อเพลิงสูงสุด 29.4 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก ECO Stickerโดยทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ ในรุ่น HEV Premium) มาพร้อมกับสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วยหน้าจอ 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย , Wireless Charger และเหนือระดับความปลอดภัยยิ่งขึ้นกับ Toyota Safety Sense ด้วย ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control) แบบ All-Speed พร้อมระบบช่วยคุมรถให้อยู่ในเลน LKC (Lane Keeping Control) กับทางเลือกรุ่น HEV Premium และรุ่น HEV GR Sport

    สำหรับรุ่น HEV GR Sport สะท้อนความโดดเด่น สปอร์ตและขับสนุกยิ่งขึ้น กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ พร้อมโลโก้ GR และชุดแต่ง GR-S ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว หลังคาดำ พร้อมกระจกมองข้างสีดำปรับไฟฟ้า พร้อมไฟเลี้ยว LED และพับเก็บอัตโนมัติ สำหรับภายในมากับเบาะหนังสังเคราะห์สีดำ พร้อมโลโก้ GR เพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า EPS ปรับจูนพิเศษ

    รับข้อเสนอ ผ่อนเริ่มต้น 5,965 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD


    ยนตรกรรมไฟฟ้า รถ D-SUV อเนกประสงค์ New bZ4X

    NEW bZ4X                          ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท

    ดีไซน์ด้านหน้าแบบ Hammerhead พร้อม Center Lamp ภายในกว้างขวาง สะดวกสบาย ด้วยหลักการออกแบบ Open & Relax มั่นใจในทุกการขับเคลื่อนด้วยโครงสร้าง e-TNGA ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าของโตโยต้าโดยเฉพาะ ศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวดี คล่องตัวทุกการเคลื่อนไหว ให้กำลังสูงสุด 343 แรงม้า (รุ่นAWD) มาพร้อม X-Mode ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะ เมื่อขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย  รองรับหัวชาร์จแบบ AC Type 2 กำลังสูงสุด 22 กิโลวัตต์ ระยะทางวิ่งสูงสุด 600 กม. ต่อการชาร์จเต็ม 100% (รุ่นFWD)

    รับข้อเสนอ ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD และพิเศษเฉพาะที่งาน Motor Expo รับเพิ่ม บัตรกำนัลส่วนลด 20,000 บาท

    ภายในงานยังมีการจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่นครบทุกไลน์อัพ            เพื่อนำเสนอทางเลือกที่มีความหลากหลาย สามารถตอบโจทย์การใช้งานทุกรูปแบบและครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า


    การกลับมาของ GR 86 ใหม่ Feel the Pulse of the Road

    • GR 86 ใหม่ “Feel the Pulse of the Road” มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 ลิตร แบบ 4 สูบแนวนอน 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุดถึง 237 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร
    • ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า ‘G-Mesh’ Matrix Grille เอกลักษณ์เฉพาะตัวของ GR พร้อมไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยท่อไอเสียคู่
    • ภายในห้องโดยสาร เบาะคู่หน้าหุ้มหนังแท้และ Ultrasuede® พร้อมจอแสดงผลแบบสี MID Boxer Design ที่ปรับโหมดการแสดงผลได้ตามสไตล์การขับขี่ — Normal, Sport, หรือ Track และจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง
    • สมรรถนะปรับจูนใหม่ เพื่อความสนุกและมั่นใจยิ่งกว่าเดิม
      • การปรับแต่งลิ้นผีเสื้อ เพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้น ขับขี่สนุก
      • การปรับจูนโช้กอัพหน้าและหลัง ทำให้ควบคุมรถและการตอบสนองในการขับขี่ดีขึ้น
      • การปรับจูนระบบเกียร์อัตโนมัติ ลดเกียร์ต่ำลงที่รอบเครื่องยนต์สูงขึ้น
      • การปรับตั้งระบบพวงมาลัยไฟฟ้า ทำให้การตอบสนองของพวงมาลัยดีขึ้น และเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่

    ราคา                 2,999,000 บาท


    เป็นเจ้าของรถ GR 86 วันนี้ สัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตแบบ GAZOO Racing และสิทธิพิเศษสุด Exclusive

    • GR Service package บริการเช็กระยะมาตรฐาน ภายในระยะเวลา 3 ปี 45,000 กม.(แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
    • Roadside Service package ฟรี ระยะเวลา 5 ปี (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
    • GR Track Experience สัมผัสประสบการณ์ลงขับในสนามแข่ง พร้อม GR Master Class เรียนรู้เทคนิกการขับจากนักแข่งทีม Toyota Gazoo Racing Thailand
    • และกิจกรรมพิเศษสำหรับลูกค้า GR อีกมากมาย

    *ขอสงวนสิทธิ์ปรับเปลี่ยนกิจกรรมต่าง ๆ ตามความเหมาะสม โดยทางบริษัทฯ จะเเจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า

    นอกจากนี้เรายังมี GR Corolla รุ่นล่าสุด ล๊อตสุดท้าย ให้ท่านสามารถชมได้ในงานฯ เฉพาะวันที่ GR Garage เข้าร่วมงาน (วันที่ 4, 7 และ 10 ธันวาคม 2568)

    สามารถพบกับ GR 86 รุ่นใหม่ และ GR 86 Mini Press Talk พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมายได้ที่งาน GR Day : Coffee & Connect ในวันที่ 7 ธันวาคม 2568 นี้ ณ Silooet House บางใหญ่

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมและจองเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ผ่านทาง GR Garage ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ https://www.toyota.co.th/gr_garage/


    ใหม่!  เปิดตัวชุดอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ CHARISMO LUXE สำหรับรุ่น CAMRY พร้อมส่วนลดพิเศษ

    เพื่อตอกย้ำถึงการเป็นรถยนต์ Hybrid Medium Size Sedan ยอดนิยม ที่มีความพรีเมียม สมรรถนะดี ความสะดวกสบายครบครัน และมั่นใจได้ในระบบความปลอดภัย โดยมาพร้อมกับการแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งใหม่ในชื่อ CHARISMO LUXE อันประกอบด้วยสเกิร์ตกันชนหน้า ชุดสเกิร์ตข้าง สเกิร์ตกันชนหลัง และสปอยเลอร์หลัง ด้วยเส้นสายที่โดดเด่นและเปลี่ยนแครักเตอร์ของตัวรถให้คงความหรูหราและเพิ่มความสปอร์ตให้มากขึ้น เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย

    มาพร้อมกับส่วนลดพิเศษในช่วงเปิดตัว (28 พ.ย. 68 – 31 ธ.ค. 68) จากปกติ 29,990 บาท เหลือเพียง 24,000 บาท หรือผ่อนเพิ่มเริ่มต้นเพียงเดือนละ 353 บาท*

    *ติดตั้งกับรถใหม่และคำนวณจากรุ่น  HEV Smart  ที่ดาวน์ 25% ระยะเวลา 84 เดือน ดอกเบี้ย 3.35%

    TOYOTA ACCESSORIES

    บ่งบอกความมีเอกลักษณ์ โดดเด่นในทุกการขับขี่

    เปิดมิติใหม่ของการแต่งรถด้วยอุปกรณ์ตกแต่งที่ออกแบบภายใต้มาตรฐานโตโยต้า ทุกรายละเอียดผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ทั้งดีไซน์ที่เข้ากับตัวรถ สะท้อนความเป็นตัวคุณ โดนเด่นแบบมีเอกลักษณ์ มาพร้อมการควบคุมคุณภาพที่ไว้ใจได้ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองหรือโลดแล่นสู่เส้นทางไกล และอุปกรณ์ตกแต่งโตโยต้ามาพร้อมการรับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม.1 ให้ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยความสบายใจตั้งแต่วันแรกที่ติดตั้ง

    CAMRY : อุปกรณ์ตกแต่งชุด CHARISMO LUXE

    “เผยตัวตนสปอร์ต…ที่มาพร้อมความเหนือระดับ”

    ราคา 29,990  บาท ส่วนลดพิเศษช่วงแนะนำ 5,990 บาท ลดเหลือ 24,000  บาท  (ระยะเวลากิจกรรม 28  พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568)

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     7,500 บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     9,890 บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     6,700 บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง ราคา     5,900 บาท

    YARIS ATIV / NEW YARIS ATIV HEV : อุปกรณ์ตกแต่งชุด CHARISMO DRIFT

    “ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์”

    ราคา 19,990 บาท ส่วนลดพิเศษช่วงแนะนำ 4,000 บาท ลดเหลือ 15,990 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 21 สิงหาคม 2568 –31 ธันวาคม 2568)

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     4,600  บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     6,500  บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     4,600  บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง ราคา     4,290  บาท

    YARIS ATIV / NEW YARIS ATIV HEV : อุปกรณ์ตกแต่งชุด GR

    “แรงบันดาลใจจากสนามแข่ง ถ่ายทอดสู่ทุกเส้นทางของคุณ”

    ราคา 28,990  บาท ส่วนลดพิเศษช่วงแนะนำ 6,000 บาท ลดเหลือ 22,990 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 21 สิงหาคม 2568 –31 ธันวาคม 2568)

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     6,890  บาท
    2. ชุดสเกิร์ตข้าง ราคา     7,900  บาท
    3. สเกิร์ตกันชนหลัง ราคา     7,200  บาท
    4. สปอยเลอร์หลัง ราคา     7,000  บาท

    Hilux Revo Z-Edition (C-Cab): อุปกรณ์ตกแต่งชุด ROCK PACKAGE

    “ตกแต่งสไตล์สปอร์ตพรีเมียม ตอบรับการใช้งานที่หลากหลายทั้งในเมืองและนอกเมือง”

    ราคา 20,890 บาท ส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน MOTOR EXPO ลดเหลือ 19,410 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 28  พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568)

    อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้า (TGA)

    1. ชุดแต่งบันไดข้าง C-CAB        ราคา    7,400  บาท

    อุปกรณ์ตกแต่งจากพันธมิตร (แบรนด์ AZZY)2

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า ราคา     5,500  บาท
    2. ชุดตกแต่งซุ้มล้อ ราคา     7,990  บาท

     

    Hilux Revo Z-Edition (D-Cab): อุปกรณ์ตกแต่งชุด DRIFT PACKAGE

    “ตกแต่งสไตล์สปอร์ตเรซซิ่ง โดนใจวัยรุ่นสายซิ่งและผู้ที่ชื่นชอบการแต่งแนวสปอร์ตจัดเต็ม”

    ราคา 13,100 บาท ส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน MOTOR EXPO ลดเหลือ 11,580 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 28  พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568)

    อุปกรณ์ตกแต่งแท้โตโยต้า (TGA)

    1. ชุดแต่งบันไดข้าง D-CAB ราคา 7,600 บาท

    อุปกรณ์ตกแต่งจากพันธมิตร (แบรนด์ AZZY)2

    1. สเกิร์ตกันชนหน้า            ราคา 5,500 บาท

    HILUX TRAVO PRERUNNER (D-Cab): อุปกรณ์ตกแต่งชุด CHARISMO ROCK

    “ตกแต่งอย่างมีสไตล์ ด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์” สู่อีกขั้นของภาพลักษณ์ออฟโรดที่ไม่ซ้ำใคร

    ราคา 14,900 บาท ส่วนลดพิเศษเฉพาะในงาน MOTOR EXPO ลดเหลือ 11,920 บาท (ระยะเวลากิจกรรม 28  พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568)

    1. ชุดตกแต่งกันชนหน้า คาริสโม่ ราคา 6,000 บาท
    2. คิ้วตกแต่งฝากระโปรงด้านข้าง ราคา 1,600  บาท
    3. กรอบรองที่จับประตู (สีดำ) ราคา 1,900 บาท
    4. คิ้วกันกระแทกประตู (ใหญ่) D-CAB ราคา 3,500 บาท
    5. สปอยเลอร์ท้ายกระบะ ราคา 1,900 บาท

    หมายเหตุ

    1. ระยะเวลารับประกันสูงสุด 3 ปี หรือ 100,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน อ้างอิงจากคู่มือรับประกันคุณภาพรถยนต์ โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/tga
    2. ผลิตภัณฑ์ AZZY ผลิตและรับประกันโดยบริษัท เอซีซีวาย 9999 จำกัด รับประกัน 1 ปี หรือ 20,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน โปรดศึกษารายละเอียดการรับประกันเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/accessories/warranty/azzy
    3. ราคาที่ปรากฎในรายการเป็นราคาขายปลีกแนะนำรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% และราคาดังกล่าวไม่รวมค่าแรงติดตั้ง

    พิเศษช่วงมอเตอร์เอ็กซ์โป ซื้อรถโตโยต้า รับข้อเสนอพิเศษ กับแคมเปญ “โตโยต้า อาริกาโตะ โปรแจกใหญ่จัดเต็ม” เพียงสแกน QR ลงทะเบียน ลุ้นรับเพิ่ม 3 ต่อ

    ต่อที่ 1 สแกนปั๊บ เลือกรับเลย บัตรกำนัลส่วนลด สูงสุด 10,000 บาท หรือ

               ส่วนลดดอกเบี้ย สุงสุด 0.4% หรือ แพ็กเกจเช็กระยะ Smart Plan 50,000 กม.

    ต่อที่ 2 จองใน 7 วัน ลุ้นรับเพิ่ม บัตรกำนัลสูงสุด 100,000 บาท ทุกสัปดาห์ 3,000 รางวัล

    ต่อที่ 3 รับรถแล้ว ลุ้นรางวัล ทริปญี่ปุ่น รางวัลละ 2 ที่นั่ง 10 รางวัล 

    ตั้งแต่ 4 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568

    * เงื่อนไขทั้งหมดเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด กรุณาตรวจสอบเงื่อนไขและสถาบันการเงินที่ร่วมรายการที่บูธโตโยต้า หรือโชว์รูมโตโยต้าของผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ หรือศูนย์ผู้บริการข้อมูลลูกค้า 1486  บริการด้วยเทคโนโลยี Voice Bot 24 ชั่วโมง บริการข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต www.toyota.co.th

    ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.toyota.co.th/promotion/yearend2025

    เป็นเจ้าของรถโตโยต้าง่ายๆ พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษ

    ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Thailand International Motor Expo 2025

    29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    พลาดไม่ได้กับข้อเสนอสุดพิเศษภายในงาน และที่ผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ไทยฮอนด้ายกทัพส่งท้ายปี! เปิดตัว 4 รุ่นใหม่ ครบทุกสไตล์การขับขี่ ในงาน Motor Expo 2025 นำโดย New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition สะท้อนเรื่องราวระดับตำนาน

    2 Min Read

    ไทยฮอนด้ายกทัพส่งท้ายปี! เปิดตัว 4 รุ่นใหม่ ครบทุกสไตล์การขับขี่ ในงาน Motor Expo 2025 นำโดย New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition สะท้อนเรื่องราวระดับตำนาน

    ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ในประเทศไทย ขนทัพโมเดลใหม่ล่าสุดร่วมเปิดตัวในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ภายในงาน ไทยฮอนด้า นำเสนอรถจักรยานยนต์ครบไลน์ ทั้ง Honda BigBike และ CUB House ให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสรถคันจริงอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดตัวรถจักรยานยนต์ใหม่ทั้งหมด 4 รุ่น ครอบคลุมตั้งแต่บิ๊กไบค์ระดับตำนาน ทัวร์ริ่งคลาสพรีเมียม ไปจนถึงสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง นำทัพโดย New Honda GOLDWING 50th Anniversary Edition’ ทัวร์ริ่งไบค์ระดับโลกฉลองครบรอบ 50 ปี ที่โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์สีทอง 50th Anniversary และสีพิเศษที่สะท้อนประวัติศาสตร์ครึ่งศตวรรษของ Goldwing ตามด้วยรถจักรยานยนต์สายลุย นำโดย New Honda CRF1100L Africa Twin’ และNew Honda XL750 TRANSALP’ ที่ได้รับการอัปเกรดสมรรถนะและเทคโนโลยีใหม่เพื่อพร้อมลุยในทุกสภาพเส้นทาง ปิดท้ายด้วย New Honda CB1300 Final Edition’ โฉมสุดท้ายที่เป็นตำนาน จิตวิญญาณแห่งยุค 90 จาก PROJECT BIG-1 โดยกลับมาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black ถ่ายทอดเสน่ห์ความสปอร์ตคลาสสิก ซึ่งทั้งหมดเปิดตัวให้ผู้รักการขับขี่ได้สัมผัสใกล้ชิดภายในงาน Motor Expo 2025 พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะในงานเท่านั้น

    เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ จึงได้นำเสนอรถจักรยานยนต์สายทัวร์ริ่งระดับท็อปคลาส New Honda GOLDWING 50th Anniversary Edition รุ่นฉลองครบรอบ 50 ปีที่สะท้อนตำนานความหรูหราและความสะดวกสบายในแบบทัวร์ริ่งไบค์ชั้นนำของโลก ภายใต้คอนเซปต์ ‘GO FLY ให้ทุกตำนานทะยานออกไป’ โดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ 50th Anniversary สีทองบริเวณคอนโซลหน้าและกุญแจรีโมทอัจฉริยะ พร้อมสองสีพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น GL1000 ในตำนาน ได้แก่ Bordeaux Red Metallic และ Glamis Gold Metallic มาพร้อมระบบเกียร์ Dual Clutch Transmission (DCT) 7 สปีด และรองรับโหมด Walking และ Reverse เพื่อความสะดวกในการขยับรถ ยกระดับมาตรฐานทัวร์ริ่งไบค์ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทั้งนี้มาพร้อม Special Set Anniversary Book, Table Top Model และ Commemorative Box โดยวางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 1,395,000 บาท

    ตามมาด้วยไลน์อัปรถจักรยานยนต์สายแอดเวนเจอร์ นำโดย New Honda CRF1100L Africa Twin ภายใต้คอนเซปต์ ‘True Adventure Never End การผจญภัยที่แท้จริง ลุยได้ไม่มีวันจบ’ และ New Honda XL750 TRANSALP ภายใต้คอนเซปต์ ‘Mountains Are Calling เมื่อจุดพีกเรียกหา…ได้เวลาสัญชาตญาณลุย’ สองโมเดลที่ผสานสมรรถนะและความคล่องตัวสำหรับผู้รักการผจญภัยอย่างแท้จริง โดย New Honda CRF1100L Africa Twin DCT โดดเด่นด้วยสีใหม่ PEARL GLARE WHITE ผสานลายกราฟิกไตรคัลเลอร์ใหม่ให้ความ Aggressive Rally มากขึ้น มาพร้อมเครื่องยนต์ Parallel Twin พร้อมล้อหน้าใหม่ขนาด 19 นิ้ว และ New Honda CRF1100L Africa Twin MT สีใหม่ GRAND PRIX RED มาพร้อมยางแบบ Tubeless ใหม่ อวดความเป็นเอ็นดูโร่ตัวจริง ขณะที่ New Honda XL750 TRANSALP มาพร้อม New LED Headlight ดีไซน์ไฟหน้า LED ใหม่ที่รวมไฟสูงและไฟต่ำในชุดเดียว ช่วงล่างเซ็ตอัปใหม่ รับแรงกระแทกได้ดีขึ้น เครื่องยนต์ Parallel Twin 755 ซีซี 8 วาล์ว น้ำหนักรวมเพียง 210 กก. พร้อมล้อหน้า 21 นิ้ว ล้อหลัง 18 นิ้ว และระบบ ABS ที่เปิด–ปิดได้

    • New Honda CRF1100L Africa Twin DCT และ MT วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 709,000 บาท และ 569,000 บาท
    • New Honda XL750 TRANSALP สี Ross White และ Graphite Black วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 394,000 บาท

    New Honda CB1300 Final Edition บิ๊กไบค์ 4 สูบเรียงระดับตำนานจาก PROJECT BIG-1 ที่กลับมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ตคลาสสิกเหนือกาลเวลา โดยเป็นรุ่นสุดท้ายที่จะผลิต ภายใต้คอนเซปต์ The Final Legacy ตำนานเหนือกาลเวลาทุกเส้นทาง มาพร้อมสีพิเศษ Graphite Black แรงบันดาลใจจาก CB รุ่นแรกในปี ค.ศ.1992 รวมถึงหน้าปัดเรือนไมล์เข็มคู่ดีไซน์ทรงกลมสะท้อนความคลาสสิก ผสานจอดิจิทัลตรงกลางที่ใช้งานง่าย และระบบ Cruise Control และระบบความปลอดภัยขั้นสูงอย่าง Cornering ABS และ Honda Selectable Torque Control (HSTC) ที่ช่วยควบคุมแรงบิดและการยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นใจ New Honda CB1300 SUPER FOUR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 575,000 บาท และ New Honda CB1300 SUPER BOL D’OR วางจำหน่ายด้วยราคาแนะนำ 600,000 บาท

    นอกจากนี้ ฮอนด้าบิ๊กไบค์ยังเผยโฉมไลน์อัป CBR Series นำโดย New Honda CB650R E-Clutch เน็กเก็ตไบค์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Honda E-Clutch มิติใหม่แห่งความเร้าใจ ถ่ายทอดอารมณ์จากสนามแข่งสู่การขับขี่บนท้องถนนได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตเรโทรและตัวถังสีใหม่ Grand Prix Red สีแดงสดสะดุดตา วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 332,100 บาท ต่อด้วย New Honda CBR650R สปอร์ตไบค์สายพันธุ์นักแข่ง ที่ติดตั้ง Honda E-Clutch เทคโนโลยีคลัตช์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ช่วยให้บิดมันส์ได้โดยไม่ต้องกำคลัตช์ พร้อมโหมดเปิด–ปิดการทำงานตามสไตล์ผู้ขับขี่ ดีไซน์ภายนอกได้รับการรีเฟรชให้ดุดันยิ่งขึ้น มาพร้อมสีใหม่ Mat Gunpowder Black Metallic ถอดแบบดีเอ็นเอความเป็นสปอร์ตตัวจริง วางจำหน่ายในราคาแนะนำ 347,300 บาท

    ปิดท้ายด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเอาใจชาว CUB House ที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสรถคันจริง พร้อมข้อเสนอเร้าใจ โดยมีไฮไลต์คือชุดแต่งจาก Kitaco Set ในราคาพิเศษ รวมถึงดอกเบี้ยพิเศษ 0.69% ผ่อนเริ่มต้นเพียง 1,800 บาทต่อเดือน และสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมทั้งหมวกกันน็อก ทะเบียน และ พ.ร.บ. ที่มอบให้แบบครบชุด โดยทั้งหมดนี้เป็นสิทธิพิเศษเฉพาะช่วงงาน Motor Expo 2025 เท่านั้น

    ผู้สนใจสามารถพบกับรถจักรยานยนต์ใหม่ล่าสุดและรุ่นอื่น ๆ ของไทยฮอนด้า พร้อมอุปกรณ์ตกแต่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการปรับแต่งรถ และโปรโมชันสุดพิเศษ ได้ที่บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า G01 ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี

    #BangkokMotorExpo2025 #MotorExpo2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025 #มอเตอร์เอกซ์โป2025 ครั้งที่42

    #HondaGOLDWING #GOLDWING #GoFly #50thAnniversary #NewCB1300FinalEdition #CB1300 #CB1300SuperFour #CB1300SuperBoldor #TheFinalLegacy #NewAfricaTwin #CRF1100L #DCT #HondaDCT #TrueAdventureNeverEnd #NewAfricaTwin #CRF1100L #MT #TrueAdventureNeverEnd #NewHondaXL750 #XL750 #TRANSALP #MountainsAreCalling #CB650R #CBR650R

    #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld #CUBHouse #CUBHousebyHonda #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #Thaihonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่

    เว็บไซต์ : www.thaihonda.co.th
    เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : fb.com/hondamotorcyclethailand
    IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
    Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
    Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package

    1 Min Read

    มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package

    มาสด้าประกาศเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความพร้อมปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์และก้าวสู่ยุคใหม่กับอนาคตที่สดใส นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e พร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มั่นใจตอบโจทย์ทุกความต้องการและไขข้อกังวลของลูกค้าให้หมดสิ้นไป นี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ดีไซน์สง่างามดุจงานศิลปะที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน พัฒนาร่วมกันโดยทีมวิศวกรของมาสด้าประเทศญี่ปุ่นและยุโรป จนได้มาซึ่งสมรรถนะการขับขี่และเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถยนต์มาสด้า

    มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการบริหารงานเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ได้เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดบูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมแสดงความมั่นใจต่อการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ว่า ประเทศไทย คือตลาดหลักที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการแนะนำรถไฟฟ้า หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในประเทศจีนและยุโรป ทั้งสองตลาดได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ซึ่งมาสด้าจะเริ่มแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าลงสู่ตลาดในประเทศไทย และมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยเช่นกัน

    The All-Electric Mazda6e ได้กำหนดนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู แบบ NeoFastback สะท้อนแนวคิด New Era of Design and Utility โดยถ่ายทอดเส้นสายอันทรงพลังสไตล์ Fastback ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์สมรรถนะในการขับขี่ของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ การแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่รุ่นแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของมาสด้าในการเดินหน้าสู่ยุคการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย เพื่อนำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) และส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก

    “ด้วยความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของมาสด้าที่จะส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” โดยยึดหลัก “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และนำมาซึ่ง “ความสุขในการใช้ชีวิต” ให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์ มาสด้าจึงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Multi-Solution เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลก ด้วยทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง HEV, PHEV, BEV รวมถึงรถยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซ CO₂ เพื่อสนับสนุนการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าวเพิ่มเติม

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda6e เป็นมากกว่าเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าคันนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo-Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ รถรุ่นนี้ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล”

    อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทุกการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญผลักดันให้ผู้ผลิตต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมาสด้ากำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความหลากหลายของรูปแบบพลังงาน สอดรับต่อความต้องการที่แตกต่างในแต่ละภูมิภาค แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดีเอ็นเอแบรนด์มาสด้าในทุกยนตรกรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ รถยนต์มาสด้าทุกคัน ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตามจะยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และสะท้อนจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถัวน

    “ในปัจจุบัน ลูกค้าชาวไทยให้การยอมรับและตื่นตัวอย่างมากเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม มาสด้าให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด จึงได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของมาสด้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การบริการหลังการขายที่สะดวกรวดเร็ว ศูนย์กระจายอะไหล่และการสำรองอะไหล่ครบครัน สมรรถนะการขับขี่และระบบช่วงล่าง รูปลักษณ์การออกแบบอันสง่างาม และระยะทางในการขับขี่  ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า มาสด้าจะสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด และพร้อมด้วยสมรรถนะในการขับขี่ (Driving Dynamic) ให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก และนี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ” นายธีร์ กล่าวเสริม

    สำหรับในประเทศไทย วันนี้มาสด้าได้เปิดตัวรถไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* มูลค่าสูงสุด 70,000 บาท (จำนวนจำกัด) ก่อนใคร โดยจะได้รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี และร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้ความสนใจและยินดีเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า

    ลูกค้าที่สนใจสามารถจองรับ Mazda6e Premiere Package* ได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68 หรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ เรียนเชิญสัมผัสประสบการณ์การขายรูปแบบใหม่ผ่าน Mazda Virtual Showroom บน Mazda Official Website ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมกับ The All-Electric Mazda6 ลูกค้าสามารถเลือกจำลองภาพเพื่อดูรถแบบ 360 องศา ทั้งภายนอกและภายในได้ตามต้องการ

    ภายในงานฯ นอกจากการแนะนำรถไฟฟ้ารุ่นแรกแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ MAZDA YEAR-END Party รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) 7 ปี* ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรเติมน้ำมันมูลค่าอีก 50,000 บาท*

    หมายเหตุ:

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th

    **อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC

    ***อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เอ็มจี เผยโฉม NEW MG IM5 และ NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่น ในงาน Motor Expo 2025

    1 Min Read

    เอ็มจี เผยโฉม NEW MG IM5 และ NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมข้อเสนอพิเศษครบทุกรุ่น ในงาน Motor Expo 2025

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ชูวิสัยทัศน์ GLOCAL Strategy ผสานเทคโนโลยี และองค์ความรู้ระดับโลกมาประยุกต์ให้เข้ากับความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย ชูยนตรกรรรมไฮไลท์ NEW MG IM5 รถ Premium Intelligent e-Sedan ที่จะเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มพรีเมียมอีวีต้นปีหน้า และการจัดแสดงกระบะอีวี NEW MG ETERRON 9 ครั้งแรกในภูมิภาคอาเซียน ชูการบริการหลังการขายที่ครบวงจร และมีความพร้อมในทุกมิติ และจุดเด่นที่แตกต่างอย่าง EV LIFETIME WARRANTY รับประกันแบตเตอรี่ แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ พร้อมมอบหลากข้อเสนอพิเศษส่งท้ายปีครบทุกรุ่น เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้เป็นเจ้าของยนตรกรรม เอ็มจี ได้ง่ายและคุ้มค่ากว่าที่เคย

    ในทศวรรษที่ 2 เอ็มจี มุ่งขับเคลื่อนองค์กรภายใต้วิสัยทัศน์ GLOCAL Strategy” (Global + Local) ที่ผสานเทคโนโลยีระดับโลกเข้ากับพฤติกรรมของผู้บริโภคไทย เพื่อมุ่งมั่นพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเทียบชั้น ยานยนต์โลก ควบคู่กับการพัฒนาการบริการ แนวทางการทำการตลาด รวมถึงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง สำหรับในงาน Motor Expo 2025 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งงานใหญ่แห่งปีที่ เอ็มจี พร้อมส่งมอบความพึงพอใจสูงสุดให้กับผู้บริโภคในช่วงสุดท้ายก่อนสิ้นปี

    นาย ซู๋ว์ หยิ่น กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด และรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด กล่าวว่า “งาน Motor Expo 2025 เอ็มจี มาพร้อมคอนเซ็ปต์ SMART HUMAN FORWARD’ สะท้อนแนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อมนุษย์ และการก้าวไปข้างหน้าสู่อนาคตแห่ง การเดินทางที่ยั่งยืน เพราะเทคโนโลยีไม่ใช่แค่สิ่งที่ล้ำหน้า แต่เป็นสิ่งที่ช่วยให้ชีวิตของผู้คนง่ายขึ้น ปลอดภัยขึ้น และเต็มไปด้วยความสบายใจในทุกเส้นทาง ภายในงานนี้ เอ็มจี ได้นำเสนอยานยนต์ที่มากด้วยนวัตกรรมครอบคลุม ทุกระบบขับเคลื่อน นำโดย 2 รุ่นไฮไลท์อย่าง NEW MG IM5 ซึ่งเป็นรถ Premium Intelligent e-Sedan มีขนาดตัวรถยาวเกือบ 5 เมตร พร้อมตัวถังที่ออกแบบด้วยเทคโนโลยี IM Digital Chassis ทำหน้าที่ควบคุมการทำงาน ของระบบช่วงล่างและพวงมาลัย ระบบเลี้ยวสี่ล้อ ทำให้ NEW MG IM5 มีการควบคุมที่นิ่ง คล่องแคล่ว มั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่ ที่มากไปกว่านั้น คือมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP ซึ่งยนตรกรรม รุ่นนี้พร้อมเข้ามาเติมเต็มพอร์ตโฟลิโอในกลุ่มรถพรีเมียมอีวีช่วงต้นปีหน้า รวมถึงการจัดแสดงครั้งแรกในอาเซียนของ NEW MG ETERRON 9 รถกระบะไฟฟ้าที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่ให้กำลัง 436 แรงม้า จับคู่ กับแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนฟอสเฟตขนาด 102 kWh สามารถวิ่งไกลถึง 430 กิโลเมตร สะดวกสบายด้วยระบบ ห้องโดยสารที่กว้างขวาง พร้อมมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5 ดาวจาก Euro NCAP”

    ในงานนี้ เอ็มจี ยังได้นำยนตรกรรมคุณภาพครบทุกระบบขับเคลื่อนมาจัดแสดงและจำหน่าย นำโดย NEW MG S5 EV รถไฟฟ้า B-SUV ยนตรกรรมแห่งความภาคภูมิใจของ เอ็มจี ที่สามารถคว้ารางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2025 ที่จัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) นับเป็นปีที่ 3 ของ เอ็มจี ที่คว้ารางวัลติดต่อกัน ต่อจาก NEW MG4 ELECTRIC ที่ได้รับรางวัลนี้ในปี 2023 และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่ได้รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ในปี 2024 ซึ่งล้วนเป็นรางวัลที่ได้รับการโหวตและยอมรับจากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย สะท้อนถึงคุณภาพและความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ เอ็มจี มาอย่างต่อเนื่อง

    มากไปกว่านั้น เอ็มจี ยังให้ความสำคัญกับการดูแลลูกค้าในระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับศูนย์บริการและระบบ หลังการขายครบวงจร ทั้งการบริหารจัดการอะไหล่ทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่พร้อมดูแลลูกค้าทั่วประเทศ และจุดเด่น ที่แตกต่างกับการเป็นแบรนด์ที่มอบ EV LIFETIME WARRANTY” รับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูงชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุมมอเตอร์ขับเคลื่อนตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ การันตีด้วยรางวัล แคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปี ในฐานะแบรนด์ที่มีแคมเปญยอดเยี่ยมแห่งปีด้วย EV LIFETIME WARRANTY จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ซึ่งล้วนสะท้อนถึง ความมุ่งมั่นของ เอ็มจี ในการยกระดับมาตรฐานรถยนต์ไฟฟ้าและบริการหลังการขายอย่างไม่หยุดยั้ง พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้า เอ็มจี และเข้าถึงความต้องการของผู้บริโภคชาวไทย

    สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถเยี่ยมชมรถยนต์ เอ็มจี และรับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่บูธ เอ็มจี หมายเลข A07 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี รวมถึงโชว์รูมเอ็มจีทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ mgcars.com

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand

    #MGThailand #MGCarsTH #PASSIONDRIVES #EVPIONEER #MGIM5 #EVLIFETIMEWARRANTY


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ยามาฮ่าเปิดบูธ “YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ส่งบิ๊กไบค์ 3 รุ่นใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันแรงส่งท้ายปี ในงาน MOTOR EXPO 2025

    2 Min Read

    ยามาฮ่าเปิดบูธ “YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ส่งบิ๊กไบค์ 3 รุ่นใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันแรงส่งท้ายปี ในงาน MOTOR EXPO 2025

    บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ยกทัพรถจักรยานยนต์ครบไลน์อัพทั้งสแตนดาร์ดไบค์และบิ๊กไบค์ร่วมงาน “มหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42” (THE 42ND THAILAND INTERNATIONAL MOTOR EXPO 2025) ภายใต้คอนเซ็ปต์ YAMAHA FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทาง ต่างทุกฟีล ในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมเผยโฉม และเปิดราคาบิ๊กไบค์ใหม่ 3 รุ่น 3 สไตล์ และ NEW YAMAHA NMAX TECH MAX สีใหม่ พร้อมจัดเต็มโปรโมชันส่งท้ายปีภายในงาน

    สำหรับบูธยามาฮ่าในปีนี้ออกแบบภายใต้แนวความคิด FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE – สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” เพื่อนำเสนอภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนตัวตนของผู้ใช้ได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นสายสปอร์ต สายท่องเที่ยวแอดเวนเจอร์ หรือสายเนคเกดสตรีท ยามาฮ่าพร้อมตอบโจทย์ทุกสไตล์ด้วยเทคโนโลยีและดีไซน์ที่โดดเด่นในแบบเฉพาะของยามาฮ่า

    โดยในปีนี้มีไฮไลท์อยู่ที่การเปิดตัวรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าบิ๊กไบค์ด้วยกันถึง 3 รุ่น 3 สไตล์ ได้แก่ YAMAHA YZF-R9 สายพันธุ์ R-SERIES เจ้าแห่ง SUPERSPORT  รุ่นใหม่ล่าสุด, YAMAHA TENERE 700 – CHASE THE NEXT HORIZON รถแอดเวนเจอร์ตัวจริ และ MT-07 & MT-07 Y-AMT – DAWN OF A NEW DARKNESS ไฮเปอร์เนคเกค พร้อมการเปิดราคาสุดเร้าใจ

    YAMAHA YZF-R9….SUPERSPORT R-WORLD รถซูเปอร์สปอร์ตดีกรีแชมป์โลก WSSP ล่าสุด ที่จะมาปฏิวัติวงการรถสปอร์ตมิเดิลคลาส ด้วยสมรรถนะสูงสุดเพื่อคนที่หลงใหลในโลกของ SUPERSPORT อย่างแท้จริง ที่พร้อมเปิดราคาที่ 495,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

    YAMAHA TENERE 700…CHASE THE NEXT HORIZON ที่สุดสไตล์แอดเวนเจอร์ รถอเนกประสงค์ตอบโจทย์สายลุยตัวจริง แรงบันดาลใจจากรถแข่งแรลลี่ มาพร้อมกับราคาเปิดตัวสุดพิเศษที่ 459,000 บาท พร้อมโปรโมชัน ฟรี! ประกันภัยชั้น 1

    NEW YAMAHA MT-07 และ NEW YAMAHA MT-07 Y-AMT…. DAWN OF A NEW DARKNESS ที่สุดกับ HYPER NAKED ตัวจริง โดย NEW YAMAHA MT-07 พร้อมจำหน่ายในราคา 299,000 บาท ส่วน NEW MT-07 Y-AMT จำหน่ายในราคา 305,000 บาท พร้อมฟรี! ประกันภัยชั้น 1

    นอกจากนี้ ยามาฮ่าได้ยกทัพรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์นำโดย NEW YAMAHA NMAX TECH MAX “THE MAX PRIDE BOOSTER” บูสต์ความเร้าใจให้เป็นหนึ่ง สีใหม่ PRESTIGE GRAY ที่เพิ่งได้รับรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย สำหรับรถจักรยานยนต์ทั้งสแตนดาร์ดไบค์รับโปรโมชันสุดพิเศษ รับฟรี! GIFT VOUCHER มูลค่าตั้งแต่ 2,000 –76,000 บาท ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 เท่านั้น

    สำหรับโปรโมชันสุดพิเศษจากบูธ FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE” ภายในงาน MOTOR EXPO 2025 (เฉพาะลูกค้าที่จองในงาน MOTOR EXPO 2025 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – วันที่ 10 ธันวาคม 2568) ซื้อรถจักรยานยนต์ขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 400 ซีซี รับ VOUCHER ส่วนลดสูงสุด 10,000 บาท พร้อมของแถม และดอกเบี้ยราคาพิเศษเฉพาะในงานนี้ ซื้อรถยามาฮ่าบิ๊กไบค์ ฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อมรับ VOUCHER ส่วนลด 10,000 – 76,000 บาท  พร้อมโปรโมชันสุดพิเศษ สำหรับเครืองแต่งกาย และผลิตภัณฑ์ YAMALUBE เครื่องแต่งกายลิขสิทธิ์แท้จากยามาฮ่า ลดสูงสุดถึง 68% อุปกรณ์ตกแต่ง และหมวกกันน็อก ลิขสิทธิ์แท้ยามาฮ่า ลดสูงสุด 20% ผลิตภัณฑ์ น้ำมันเครื่องแท้ YAMALUBE ลดสูงสุด 10%

    นอกจากนั้นยังล้ำไปอีกขั้นด้วยการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า และผลิตภัณฑ์คุณภาพจากยามาฮ่า ผ่าน “ช้อปออนไลน์กับยามาฮ่าได้แล้ววันนี้” ที่ YAMAHA ONLINE SHOP สะดวก รวดเร็ว มั่นใจ ของแท้แน่นอน อยู่บ้านก็ช้อปได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    สำหรับลูกค้ายามาฮ่าสามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันสุดล้ำ YAMAHA SMART REWARD เพื่อรับสิทธิประโยชน์มากมายจากยามาฮ่า สมาชิกใหม่รับฟรี 5,000 คะแนน พิเศษ! สมาชิกปัจจุบันสามารถใช้ 100 คะแนน เพื่อแลกเป็นส่วนลด 200 บาท เมื่อซื้อสินค้าที่บูธ “FEEL THE UNIQUE EXPERIENCE สุดทุกทางต่างทุกฟีลในทุกเส้นทางที่เป็นตัวคุณ” พร้อมรับเงื่อนไขสุดพิเศษได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ YAMAHA CALL CENTER โทร. 02- 263-9999 พร้อมติดตามข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่

    WEBSITE: WWW.YAMAHA-MOTOR.CO.TH
    FACEBOOK: YAMAHA SOCIETY THAILAND
    INSTAGRAM: @YAMAHA SOCIETY THAILAND
    YOUTUBE: YAMAHA SOCIETY THAILAND
    LINE OA: @YAMAHASOCIETY

    #MOTOREXPO #MOTOREXPO2025
    #YAMAHA #REVSYOURHEART #ยามาฮ่า #เร่งชีวิตให้เร้าใจ
    #YAMAHASOCIETYTHAILAND


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธ.ค. 2568

    3 Min Read

    เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธ.ค. 2568

    เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันสุดคุ้มด้วยข้อเสนอและแพ็กเกจคุ้มครองแบบจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ครอบคลุมรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นหลัก ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่ ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา The Kia EV5, The Kia EV9 และ The Kia Sorento PHEV AWD ซึ่ง The Kia Carnival มี 2 ระบบขับเคลื่อน คือ ดีเซล และไฮบริด โดยโปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 300,000 บาท The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 400,000 บาท The Kia Sorento PHEV AWD มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 350,000 บาท และ The Kia EV5 Air มอบส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท และมอบแพ็กเกจความคุ้มครอง โดยโปรโมชันสำหรับแต่ละรุ่นย่อยจะมีข้อเสนอแตกต่างกันไป อาทิ การรับประกันคุณภาพ ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) สำหรับรถกลุ่มอีวี (EV) ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นต้น โดยเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้ยกขบวนรถเอสยูวีและเอ็มพีวีอีกหลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกไลน์อัปมาจัดแสดงที่งาน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตรกรรมและสอบถามรายละเอียดโปรโมชันได้ ณ บูทเกียหมายเลข A24 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 และยังสามารถพบข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธันวาคม 2568

    The Kia Carnival – รถเอ็มพีวีรุ่นเรือธงที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่” ที่ได้รับการตอบรับที่ดี มายาวนานกว่า 20 ปี จากครอบครัวไทย การันตีความนิยมด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 2 ล้านคัน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการทั้งความอเนกประสงค์และความหรูหรา มอบประสบการณ์การขับขี่อันดีเยี่ยมสำหรับการเดินทางทั้งชีวิตประจำวันหรือสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยปัจจุบัน The Kia Carnival จำหน่ายในไทยทั้งหมด 2 ระบบขับเคลื่อน ได้แก่ The Kia Carnival Diesel และ The new Kia Carnival HEV 7-seater

     

    The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) นำเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปของ The Kia Carnival มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium

    • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kWh และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร
    • ดีไซน์ภายนอก ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้า Tiger Nose อันเป็นเอกลักษณ์ของเกีย ผสานไฟหน้า–ไฟท้าย LED Star Map และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มความหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้น
    • โดดเด่นด้วยจอโค้งพาโนรามิกขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส 3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ Infotainment & Climate Switchable Controller ที่ให้ผู้ขับสามารถ สลับควบคุมระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศได้ในสัมผัสเดียว
    • ฟังก์ชันความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ด้วยทางเดิน Walkthrough Access ที่กว้างขวาง ช่วยให้ผู้โดยสาร เข้าถึงเบาะแถวสามได้อย่างสะดวก
    • เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีแฮนด์ฟรี ทั้งประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power Sliding Door ฝากระโปรงท้าย อัจฉริยะ Smart Tailgate และเบาะแถวสามแบบ Flat Folding Seats ที่พับเรียบเสมอพื้นภายใน 5 วินาที เพื่อเพิ่มพื้นที่ เก็บสัมภาระ

     

    โปรโมชันสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]
    • พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด และธนาคารทหารไทยธนชาต*กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

    [3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์(กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

     

    The Kia Carnival Diesel มาพร้อมเครื่องยนต์ Smartstream ดีเซล 2.2 ลิตร มาตรฐาน EURO 5 ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ให้ความมั่นใจและประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่
    The Kia Carnival LX, The Kia Carnival EX และ The Kia Carnival SXL ซึ่งเป็นแบบ 11 ที่นั่ง และ The Kia Carnival SXL Luxury ซึ่งเป็นแบบ 7 ที่นั่ง

    • มอบความนุ่มนวลทุกการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift
    • ในรุ่น 11 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ให้สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ มาพร้อมถังน้ำมัน 72 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อหนึ่งถัง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง
    • ในรุ่น 7 ที่นั่ง มอบประสบการณ์หรูหราแบบ “1st Class Lounge” ด้วยเบาะแถวที่สองพรีเมียมปรับเอนได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ รองรับโหมด Relaxation ที่ปรับเอนอัตโนมัติในสัมผัสเดียว พร้อม Dual Sunroof เพิ่มความโปร่งสบายตลอดการเดินทาง
    • มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครัน

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel LX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel EX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 100,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดมูลค่า 300,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 160,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น LX, EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

    [5] สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [2] มีมูลค่า 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [6] อัตราดอกเบี้ยต้นงวดพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับรุ่น EX, SXL เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน และอัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดมูลค่า 400,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 250,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

    [4] สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [2] มีมูลค่า 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [6] อัตราดอกเบี้ยต้นงวดพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับรุ่น SXL Luxury เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน และอัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

     

    The Kia EV5 – รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% โดดเด่นทั้งในด้านพื้นที่ ดีไซน์ สไตล์การขับขี่ และความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของครอบครัวยุคใหม่อย่างครบครัน มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่ The Kia EV5 Light, The Kia EV5 Air, The Kia EV5 Earth Long Range, The Kia EV5 Earth Exclusive AWD และ The Kia EV5 GT-Line AWD

    • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 64 และ 88 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 665 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (ในรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range)
    • ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย ด้วยไฟหน้าและไฟท้าย LED Starmap กระจังหน้าแบบ Tiger Face มือจับประตูแบบ Flush type และฝาท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
    • ภายในสะดวกสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะนั่งคนขับแบบ Relaxation ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวด AirCell 6 จุด ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ โต๊ะแบบพับเก็บได้ ช่องเก็บของพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น-ความร้อน และแผงปิดสัมภาระอเนกประสงค์ปรับเป็นโต๊ะหรือชั้นวางของได้ มีระบบจ่ายไฟภายนอก V2L
    • เชื่อมต่อเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดด้วยจอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับ Apple CarPlay / Android Auto และเครื่องเสียง Harman Kardon (ในรุ่น Earth exclusive AWD และ GT-Line AWD).
    • ความปลอดภัยเหนือระดับที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Light สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [1]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [2]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [3]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [4] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [5]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [3] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] สำหรับ The Kia EV5 Light สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Air สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท + ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท [1]

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [3]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

    หมายเหตุ:

    [1] ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท สำหรับ 10 เดือนแรก หลังจากหักช่วยผ่อน 5,000 บาทต่อเดือน เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 84 เดือน คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด โดยแคมเปญ Kia ช่วยผ่อนสำหรับรถยนต์ EV5 Air จะได้รับการหักค่าผ่อนชำระค่างวดลดลงเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 10 เดือน รวมมูลค่า 50,000 บาท กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 10 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

    [2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth Long Range สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    เพิ่มมูลค่ารถคันเดิม 100,000 บาท + Kia ช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน [1]

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

    หมายเหตุ:

    [1] แคมเปญ Kia ช่วยผ่อนสำหรับรถยนต์ EV5 Earth Long Range จะได้รับการหักค่าผ่อนชำระค่างวดลดลงเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 10 เดือน รวมมูลค่า 50,000 บาท กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 10 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

    [2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [8] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth Exclusive AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,799,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 100,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[4]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 222,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,899,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 120,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] Kia Home Charger 7kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 45,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

     

    The Kia EV9 – รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย อาทิ รางวัล World Car of the Year และ World Electric Vehicle จากงาน World Car Awards ประจำปี 2024 รางวัล ‘Best of the Best’ จาก Red Dot Award: รางวัล IDEA โกล์ด จากงาน International Design Excellence Awards และล่าสุดกับ Woman Worldwide Car of the years

    • สมรรถนะทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dual motor ขนาด 8 kWh ให้กำลังรวม 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที
    • ภายในห้องโดยสารหรูหรา เบาะนั่งด้านหน้าและแถวที่ 2 แบบ Relaxation ปรับเอนนอนและเลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศ ระบบอุ่นเบาะ และระบบนวดสำหรับเบาะแถว 2
    • เทคโนโลยีล้ำสมัย จอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อไร้สาย พร้อมกล้อง Surround View Monitor แบบ 3 มิติ และระบบเครื่องเสียง Meridian 14 ตำแหน่ง
    • ระยะทางขับขี่ยาวไกล มีระยะการเดินทางสูงสุดถึง 647 กิโลเมตร  ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD พร้อมระบบชาร์จเร็วพิเศษ 350 กิโลวัตต์
    • ความปลอดภัยเหนือระดับมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 20 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    • อัตราดอกเบี้ย 0%พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี[2]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] Kia Home Charger 22kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

    [4] เงื่อนไขค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    The Kia Sorento PHEV AWD– เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูที่ผสาน สุนทรียะและฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางอย่างครบครัน

    • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ Smartstream Turbo 1.6 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Shift-by-Wire พร้อมระบบขับเคลื่อน All Wheel Drive รองรับการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าสูงสุด 66 กิโลเมตร
    • ห้องโดยสารออกแบบเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง เบาะทั้ง 3 แถว รองรับการนั่งอย่างสะดวก เบาะคู่หน้ามาพร้อม ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ ส่วนเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับได้อิสระ และสามารถเข้า–ออกแถวสาม ได้ง่าย
    • มอบความเย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิแยก 2 โซน พร้อมช่องแอร์ครบทั้ง 3 แถวที่นั่ง
    • เสริมความทันสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital Supervision 12.3 นิ้ว พร้อม Head-up Display และพอร์ต USB ครบทุกตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
    • มอบความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบช่วยขับขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครันในทุกการเดินทาง

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Sorento PHEV AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 350,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท)

    • อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

    หมายเหตุ:

    [1] ] อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
    • โปรโมชันสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 (ไม่รวมโปรโมชันสำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD)
    • โปรโมชัน The Kia EV9 GT-Line AWD สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568
    • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
    • เฉพาะผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น
    • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
    • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
    • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุอวดโฉมทัพยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่… ของชีวิต ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

    4 Min Read

    อีซูซุอวดโฉมทัพยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…      ของชีวิต  ในงาน “มหกรรมยานยนต์  ครั้งที่ 42”

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด นำทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด รวม 15 คัน ร่วมแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” (Thailand International Motor Expo 2025) อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ JAPANESE QUALITY” ผสานทุกบริบทแห่งอัตลักษณ์ของอีซูซุในนิยามล่าสุด THE ONE & ONLY” ถ่ายทอดเป็นความประณีตแบบญี่ปุ่นในทุกรายละเอียด สะท้อนจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบ เพื่อความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์     ทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

    มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้   อีซูซุได้นำเสนอบูธภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ONE & ONLY AND JAPANESE QUALITY” สะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีความพิถีพิถันทั้งในคุณภาพสินค้าและการดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขายในแบบฉบับอีซูซุ ครั้งนี้เรานำยนตรกรรมมาร่วมจัดแสดงครบทุกรุ่น ทั้งรถรุ่นมาตรฐาน และรถแต่งพิเศษ นำโดย ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” รถปิกอัพแห่งอนาคตที่สืบทอด DNA แห่งความเชื่อมั่นมากว่าครึ่งศตวรรษ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคตใหม่ล่าสุด ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! และ MU-X “THE NEXT PEAK” รถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่ยกระดับสู่จุดพีคใหม่ของชีวิต ด้วยช่วงล่างใหม่โช้กอัพ แบบ STIFF FLEX เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่       ที่มั่นใจเหนือระดับ พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ อีซูซุได้ชม TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกของโลกที่สำนักแต่งชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น TOP SECRET เลือกใช้รถปิกอัพ ISUZU    D-MAX Hi-Lander MAXFORCE ไปแต่งแบบจัดเต็มในสไตล์ของ TOP SECRET  พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านและตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อเป็น “พันธมิตรที่ดี” เคียงข้างธุรกิจของลูกค้าเสมอ อีซูซุได้จัดแคมเพจ์นใหญ่   ส่งท้ายปี MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถอีซูซุในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เราขอแนะนำโปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์ใหม่ ISUZU My-MEMBER” เอกสิทธิ์พิเศษอัปเกรดได้  ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการสะสมคะแนนและรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำมากมายซึ่งกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้”

    สำหรับยนตรกรรมที่อีซูซุนำมาจัดแสดงภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025 รวม 15 คัน ดังนี้

    ยนตรกรรมอีซูซุตกแต่งพิเศษแบบไลฟ์สไตล์ รวม 6 คัน ได้แก่

    • ISUZU D-MAX HI-LANDER “TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกที่สำนักแต่งรถชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น “TOP SECRET” เลือกรถปิกอัพไปแต่งแบบเต็มพิกัด ด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมรอบคัน เพิ่มความดุดันและมีน้ำหนักเบา แรงเต็มสูบด้วยการปรับแต่งเพิ่มความแรงเครื่องยนต์จากสำนัก ECU Shop เน้นแรงแบบไร้ควัน เพิ่มสมรรถนะช่วงล่างให้รับกับความแรง ด้วยชุดช่วงล่างจาก PROFENDER พร้อมระบบเบรก AP RACING จับคู่กับล้อยอดนิยมตลอดกาล RAYS ENGINEERING VOLK RACING รุ่น TE37 ขนาด 18 นิ้ว จากญี่ปุ่น ยาง BRIDGESTONE ALENZA 001 เสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับการขับขี่ พร้อมชุดแต่งภายในคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมของ TOP SECRET เบาะรถแข่งคู่หน้า RECARO รุ่น TOM CAT และพวงมาลัยเรซซิ่งของ SARD

    • ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด M สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) พร้อมชุดแต่ง Top Secret รอบคัน เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ระดับพรีเมียมรอบคันทั้งภายนอกและภายในจาก TOP SECRET เริ่มจากชุดฝากระโปรงหน้า ฝากระบะท้าย สเกิร์ตหน้า และฝาครอบกระจกมองข้าง พร้อมสติกเกอร์ภายนอกรถจาก TOP SECRET และชุดตกแต่งแผงคอนโซลหน้า คอนโซลเกียร์ และแผงสวิตช์ประตูภายใน

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK 4X4 3.0 MAXFORCE เกรด S เกียร์ธรรมดา แต่ง TJM เปลี่ยนบรรยากาศให้เป็นตัวแต่งสายลุยแบบจัดเต็ม ด้านหน้าปรับโฉมให้เป็นรถ 4×4 รุ่น ท็อปแบบ ISUZU V-CROSS 4×4 เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยชุดตู้ท้ายกระบะของ TJM แบบ Custom สามารถปรับให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เสริมสมรรถนะการลุยด้วยชุดแต่ง TJM รอบคันด้วยชุดช่วงล่างยกสูง โช้กอัพ XGS RUGGED พร้อมชุดสปริงหน้าและแหนบรุ่น XGS เสริมการป้องกันรอบคันด้วยกันชนหน้า รุ่น Outback Bull Bar พร้อมรอกไฟฟ้าหน้า TJM รุ่น TORQ แรงฉุดลาก 9500 ปอนด์ ปกป้องด้านข้างด้วยชุดไซด์เรลกันกระแทกด้านข้าง พร้อมบันไดข้างรุ่น Modular Side Step พร้อมกันชนหลังรุ่น RB6 เสริมความเท่แบบแกร่งด้วยล้อ LENSO รุ่น ESCOBAR ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง TOYO รุ่น OPEN COUNTRY R/T ขนาด 285/70R17

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK THE ONE & ONLY 2 Ddi MAXFORCE เกรด S เกียร์อัตโนมัติ พร้อมกระบะพื้นเรียบแบบ FLAT DECK สีขาวไซบีเรียน (Siberian White) เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกด้วยการใช้กระบะท้ายเป็นแบบกระบะพื้นเรียบรุ่น FLAT DECK เพิ่มพื้นที่บรรทุก เปิดฝากระบะได้ทั้ง 3 ด้าน ขนของขึ้นลงได้ง่าย สะดวกยิ่งกว่า ไม่ติดซุ้มล้อ มาพร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 245/70R16

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ตกแต่งพิเศษด้วยคอนเซ็ปต์ “JAPANESE SPORT-SUV” สัญลักษณ์แห่งคุณภาพแบบญี่ปุ่น เน้นคุณภาพและความเชื่อมั่นที่วางใจได้ เสริมความโดดเด่นด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก AKC ใส่ชุดโหลดช่วงล่างจาก PROFENDER เสริมลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอย LENSO รุ่น JAGER APOLLO พร้อมยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50R20 ขนาด 20 นิ้ว หยุดรถได้อย่างมั่นใจด้วยระบบเบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT และเบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT พร้อมจานเบรกขนาด 355 มิลลิเมตร จาก Run Stop

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Ultimate 2.2 Ddi MAXFORCE สีดำบาวาเรียนไมก้า (Bavarian Black Mica) มาพร้อมคอนเซ็ปต์รถครอบครัวเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมความปลอดภัยครบครันด้วย ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ เพิ่มความอเนกประสงค์ในการเดินทางด้วยชุดคานบนหลังคา THULE รุ่น WINGBAR EDGE เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ ด้วยกล่อง THULE FORCE บนหลังคา เสริมความมั่นใจในการเดินทางด้วยล้อ LENSO รุ่น JAGER DYNA พร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 265/50R20

    รถอีซูซุรุ่นมาตรฐาน รวม 9 คัน ได้แก่

     

    • ใหม่! ISUZU X-SERIES HI-LANDER 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพสปอร์ตยกสูง ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและโหมด Rev Tronic ใหม่! และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว เสริมชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้าดีไซน์พิเศษโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS กันชนหน้า – หลังสีเดียวกับตัวรถสไตล์ Integrated   Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย พร้อมสติกเกอร์ Uptown Vibe คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยสีเทาเข้ม และ Piano Black พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังและเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว

     

    • ใหม่! ISUZU X-SERIES SPEED 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา สีดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยใหม่! ชุดแต่ง The X-Package กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS สเกิร์ตหน้า-หลัง สไตล์ Integrated ลาย Kevlar พร้อมปั๊มลาย X พร้อมสติกเกอร์ Illusion of Speed คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 16 นิ้ว เพิ่มอารมณ์การขับแบบสปอร์ตด้วยห้องโดยสารโทนดำ-แดง เร้าใจ และเบาะนั่งผ้าพรีเมียมดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X หน้าจอ Infotainment 8 นิ้วรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay

     

    • ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 4 ประตู 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพ 4 ประตูยกสูง รุ่นใหม่ล่าสุดที่สืบทอด DNA ความเชื่อมั่นอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ให้ความแรง แต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ที่ให้อัตราทดต่อเนื่อง ต้นจัด ปลายไหล เปลี่ยนเกียร์ได้นิ่มนวล ขับขี่สบายยิ่งขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว ล่าสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ ครบครันกับระบบความปลอดภัย ADAS อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB และ MCB และอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปลอดภัยมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตด้วยกระจังหน้าใหม่แบบ Multi-layer เท่ทุกมุมมอง พร้อมไฟหน้า Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight และไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้อ อัลลอย 18 นิ้ว สีทูโทน ภายในสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งสปอร์ต COOLMAX ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง จอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูลกับ หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แสดงผลได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และอื่นๆ พร้อมรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay* พร้อม Charging Socket แบบ USB-C ทั้งที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง

      

    • ใหม่! ISUZU D-MAX CAB4 “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์อัตโนมัติ สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก(Bohemian Silver Metallic) ปิกอัพดีไซน์เท่ แกร่งทุกมุมมอง เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่ง สีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียมสีดำ

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPACECAB “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์ธรรมดา สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) ปิกอัพดีไซน์เท่ สมรรถนะเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งสีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางเบาะผ้าพรีเมียม

     

    • ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” 0 Ddi MAXFORCE เกรด M สีใหม่อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค (Inishmore Gray Opaque) ปิกอัพสปอร์ตออฟโรดรุ่นล่าสุดเครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ลุยได้ทุกที่ด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้า E-Diff Lock และระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ยกระดับการขับขี่ให้สะดวกสบายขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ขับง่าย สะดวกสบาย ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำทุกสภาพถนน มั่นใจสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ เสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด! อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB, MCB และอื่นๆรวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ใหม่! ISUZU V-CROSS PACKAGE ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า Multi-layer ดุดันทรงพลังเกินขีดจำกัด ไฟหน้าดีไซน์พิเศษ      โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ที่ทำหน้าที่ Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว ไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้ออัลลอย 18 นิ้ว              สี Matte Black ดีไซน์ Metal Claw สปอร์ตเท่ ดุดัน ได้ใจสายลุย ภายในใหม่! เบาะนั่ง        ทูโทนดีไซน์เท่ โอบกระชับทุกสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ในตำแหน่งที่นั่งคนขับ

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 4WD 3.0 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนได้ง่าย พร้อมระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ตล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอดการขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto / Apple CarPlay* Bluetooth, WiFi Mirroring, USB-C ลำโพง 8 ตำแหน่ง ขับสะดวกสบายด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา และกล้องถอยหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Rev Tronic และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ขับสนุกยิ่งกว่าเคย ด้วยอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น ให้อารมณ์สปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ DYNAMIC รอบคัน สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ต ล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอด      การขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS            สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ELEGANT 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ Rev Tronic 8 สปีด และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย มาพร้อม ใหม่! ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS กล้องหน้าคู่พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตหรู ด้วยกระจังหน้าสีเทาดำ และ Titanium Carbide กันชนสีทูโทน และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ดีไซน์ Dynamic Blade ภายในโอ่อ่าหรูหราด้วยคอนโซลและแผงประตูตกแต่ง Titanium Gray Metallic–Piano Black เบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สี TRUFFLE BROWN

     

    นอกจากยนตรกรรมใหม่…อีซูซุยังได้มอบแคมเพจ์นพิเศษและเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้า ดังนี้

    • แคมเพจ์นขอบคุณลูกค้าสุดยิ่งใหญ่ MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568       จับรางวัลจำนวน 9 สัปดาห์  โดยมีรายละเอียดรางวัล ดังนี้
    • รางวัลบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,500 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 1,907 รางวัล มูลค่ารวม 38,700,900 บาท
    • ลงทะเบียนผ่านทาง https://www.isuzu-tis.com/register
    • อัปเกรดใหม่! โปรแกรมสิทธิพิเศษสมาชิกอีซูซุ “ISUZU My-MEMBER”… เอกสิทธิ์พิเศษ อัปเกรดได้ โปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์มากมายจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาเพื่อยกระดับและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้ารถปิกอัพอีซูซุและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ให้ดีกว่าเคย ลูกค้าสามารถรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดซื้อรถใหม่ ส่วนลดเข้าศูนย์บริการ หรือเอกสิทธิ์มากมายจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยแบ่งสมาชิกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมาย-ซิลเวอร์ ระดับมาย-โกลด์ ระดับมาย-แพลททินั่ม และระดับมาย-ไดมอนด์ ยิ่งระดับสูง เอกสิทธิ์ยิ่งมาก! ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน my-ISUZU อย่าลืมมาเช็กอิน พร้อมรับคะแนนพิเศษได้ที่บูธ   อีซูซุตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
    • แคมเพจ์นพิเศษจากศูนย์บริการ ลูกค้ารถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ที่เป็นสมาชิก ISUZU My-MEMBER รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “Isuzu my-MEMBER ได้ทั้งลด ได้ทั้งคะแนน” น้ำมันเครื่องและไส้กรอง (เกรดกึ่งสังเคราะห์และสังเคราะห์) ลดสูงสุด 10% อะไหล่ลดสูงสุด 15% ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ พร้อมกดรับคูปองส่วนลดอื่น ๆอีกมากมายผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU และลูกค้ารถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น) รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “มั่นใจทุกเส้นทาง คุ้มยาวตลอดปี” ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ กว่า 50 รายการ และส่วนลดอะไหล่สูงสุด 15% พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษ “บอกหน่อยทำไมถึงวางใจศูนย์บริการอีซูซุ” เพียงรีวิวศูนย์บริการผ่าน my-Circle และ Facebook พร้อมติดแฮชแท็ก #ศูนย์อีซูซุวางใจได้ และแฮชแท็กประจำศูนย์บริการ            ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับคูปองส่วนลดและบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

    เชิญสัมผัสและลงทะเบียนทดลองขับยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธอีซูซุ  ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ดูคาติ ประเทศไทย” คัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวไลน์อัป 2 รุ่นใหม่ และดีลพิเศษเฉพาะงาน Motor Expo 2025

    1 Min Read

    “ดูคาติ ประเทศไทย” คัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ เปิดตัวไลน์อัป 2 รุ่นใหม่ และดีลพิเศษเฉพาะงาน Motor Expo 2025

    “ดูคาติ ประเทศไทย” (Ducati Thailand) ภายใต้การบริหารของบ้านหลังใหม่ บริษัท เอเอเอส โมโต โครเซ่ จำกัด เชิญแฟนความแรงและผู้หลงใหลสุนทรียะแห่งการขับเคลื่อนสไตล์อิตาเลียนร่วมสัมผัสโมเมนต์ประวัติศาสตร์ กับการกลับมาครั้งสำคัญที่ยกระดับมาตรฐานของแบรนด์ดูคาติให้พรีเมียมสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าเดิม ทั้งด้านภาพลักษณ์ การดูแลหลังการขาย และประสบการณ์บริการระดับเวิลด์คลาส โดยเปิดตัวอย่างเป็นทางการภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง วันที่ 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธ Ducati Thailand หมายเลข G08-2 อาคาร ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    ในปีแห่งการกลับมาครั้งนี้ ดูคาติ ประเทศไทย ขนทัพไลน์อัปรุ่นใหม่มาเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยถึง 2 รุ่น ได้แก่ XDiavel และ Desmo 450MX พร้อมด้วยความพิเศษระดับนักสะสมจากรุ่นลิมิเต็ด Scrambler Thailand Edition ที่ผลิตจำนวนจำกัด ซึ่งทั้ง 3 รุ่น ถูกนำมาเสนอเพื่อตอกย้ำดีเอ็นเอของดูคาติในด้านความหรูหรา สมรรถนะ และความงามแบบอิตาเลียนสปอร์ตที่ผสานเข้ากับเทคโนโลยีชั้นนำอย่างสมบูรณ์แบบ

    คุณอนุวัชร อินทรภูวศักดิ์ ผู้บริหาร ดูคาติ ประเทศไทย เปิดเผยว่า “การกลับมาของ ดูคาติ ประเทศไทย ครั้งนี้ เราตั้งใจยกระดับมาตรฐานทุกด้านให้สมกับความไว้วางใจของแฟนดูคาติ ที่เฝ้ารอคอยมาอย่างยาวนาน ทั้งด้านบริการ การดูแลหลังการขาย และการมอบประสบการณ์ที่พรีเมียมกว่าเคย ไลน์อัปที่นำมาเปิดตัวครั้งนี้คือสัญลักษณ์ของยุคใหม่ของดูคาติในประเทศไทย ที่มุ่งนำเสนอความหรูหราและสมรรถนะระดับโลกในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน”

    ด้าน คุณมาโค่ บิออนดิ รองประธานฝ่ายขายและการตลาดของดูคาติ ประจำตลาดเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า “ประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดสำคัญของดูคาติ โดยมีชุมชนแฟนดูคาติที่แข็งแรงและมากด้วยพลังความหลงใหล ไลน์อัปใหม่ทั้ง 3 รุ่น รวมถึงรุ่นลิมิเต็ดที่นำมาเปิดตัวในงานนี้ สะท้อนทิศทางใหม่ของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญทั้งด้านดีไซน์คุณภาพระดับสูง และเครื่องยนต์ที่ถ่ายทอดบุคลิกของดูคาติอย่างชัดเจน เราต้องการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ให้ผู้ที่กำลังมองหารถจักรยานยนต์พรีเมียมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปี เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จระดับโลกของดูคาติ”

    สำหรับไฮไลต์แรก XDiavel คือการตีความครุยเซอร์ในสไตล์ดูคาติที่ผสานดีไซน์เฉียบคมเข้ากับสมรรถนะเครื่องยนต์ Testastretta DVT 1,262 ซีซี ให้แรงบิดดุดัน และดีไซน์หรูเหมาะสำหรับผู้ขี่ที่ต้องการความพรีเมียมและความโดดเด่น

    ทางด้าน Desmo 450MX คือการเปิดประตูครั้งแรกของดูคาติสู่โลกโมโตครอส ด้วยเครื่องยนต์สูบเดียว 449 ซีซี ระบบวาล์วแบบ Desmodromic น้ำหนักตัวเพียงราว 104 กิโลกรัม และกำลังที่ตอบสนองฉับไว ทำให้เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อผู้รักสายลุยที่ต้องการสัมผัสเอกลักษณ์ของดูคาติในโลกออฟโรด

    ส่วน Scrambler Thailand Edition รุ่นลิมิเต็ด คือการผสานจิตวิญญาณของ Scrambler เข้ากับศิลปะร่วมสมัยของศิลปินไทย Arjan Neng ซึ่งสร้างสรรค์ลวดลายเฉพาะอย่างประณีตและทรงพลังบนรถรุ่นที่เป็นไอคอนของดูคาติ เป็นรถสะสมที่มีจำนวนจำกัดเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความพิเศษไม่เหมือนใคร

    เพื่อเฉลิมฉลองการกลับมาอย่างเป็นทางการ ดูคาติ ประเทศไทย มอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ Ducati Triple Crown Celebration ฉลองความสำเร็จแชมป์โลก MotoGP ถึง 3 สมัยติดต่อกัน มอบวารันตีสูงสุด 4 ปีเต็ม พร้อมฟรีค่าบำรุงรักษานาน 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร สิทธิพิเศษนี้สงวนให้เฉพาะผู้ที่จองภายในงาน Motor Expo 2025 เท่านั้น ทำให้การเป็นเจ้าของดูคาติในปีนี้ คุ้มค่าและพิเศษยิ่งกว่าเคย

    การกลับมาของ ดูคาติ ประเทศไทย ในปีนี้จึงไม่ใช่เพียงการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ แต่คือการประกาศมาตรฐานใหม่ของความพรีเมียม การบริการ และประสบการณ์ลูกค้าในแบบดูคาติ ผู้สนใจสามารถสัมผัสรถทุกรุ่น ทดลองนั่ง และรับข้อมูลแบบเอ็กซ์คลูซีฟได้ที่บูธ Ducati Thailand หมายเลข G08-2 ในงาน Motor Expo 2025 ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึงวันที่ 10 ธันวาคม 2568 และคว้าข้อเสนอพิเศษที่สุดแห่งปีได้ภายในงานเท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยลโฉม ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำ และ ZEEKR 009 GRAND อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่ให้คำนิยามมากกว่าความหรูหรา งานศิลป์ชิ้นเอกที่พร้อมให้คุณสัมผัส ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    2 Min Read

    ยลโฉม ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำ และ ZEEKR 009 GRAND อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่ให้คำนิยามมากกว่าความหรูหรา งานศิลป์ชิ้นเอกที่พร้อมให้คุณสัมผัส ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี นำทัพยนตรกรรมไฟฟ้าอวดโฉมในงาน Thailand International Motor Expo 2025 พร้อมนำเสนอ ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำที่ทลายกรอบรถครอบครัวแบบเดิม ๆ สู่ Living Room on Wheels ที่พร้อมผจญภัยไปด้วยกัน กับฟังก์ชันหลากหลายที่รองรับทุกกิจกรรม และ ZEEKR 009 GRAND เอ็มพีวีไฟฟ้าอัลตร้าลักชูรี ที่สุดแห่งสถาปัตยกรรมแห่งการเดินทาง เผยโฉมครั้งแรกในไทย รวมถึง ZEEKR 009 Flagship AWD รูปแบบ 6 ที่นั่ง ZEEKR 009 Premium AWD รูปแบบ 7 ที่นั่ง ZEEKR 009 Standard – Premium Mobility รูปแบบ 7 ที่นั่ง และ ZEEKR 7X รุ่น Standard RWD ZEEKR 7X Long Range RWD และ ZEEKR 7X Performance AWD พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษสำหรับผู้จองรถในงานที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568

    Unleashing Performance and Innovation for Your Limitless Journey” คือแนวคิดในการนำเสนอตัวตน ผ่านบูธ ZEEKR ที่ถูกเนรมิตขึ้นในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งยังคงเน้นย้ำให้ความสำคัญในเรื่องของ “สมรรถนะ” และ “นวัตกรรม” ที่ถือเป็นแกนหลักของ ZEEKR กับ
    การมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสะท้อนความก้าวล้ำของโลกยานยนต์ในอนาคต โดยยังคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของความลักชูรี การมีตัวตนชัดเจน และความไม่เหมือนใคร ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ ZEEKR ผ่านพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 2 โซนใหญ่ โซนด้านนอกคือ Product Experience ที่แสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และโซนด้านในคือ
    ZEEKR Lounge พื้นที่ที่ให้สัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การดูแลทุกท่าน ประกอบไปด้วย

    • Exclusive Lounge Area พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัวสูงสุด ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง และสะดวกสบายเหนือระดับ
    • Garage Zone พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดที่ตีความนอกกรอบผ่านการเล่นกับแสงและสี อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEEKR สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นและตัวตนของ ZEEKR 7X รุ่น Performance ออกมาได้อย่างชัดเจน

    • ZEEKR Play Space พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในมุมของเล่นสำหรับเด็ก พร้อมรองรับลูกค้าและสมาชิกในครอบครัวด้วยการใส่ใจคัดสรรของตกแต่งที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
    • ZEEKR Catering Bar บาร์อาหารเครื่องดื่มที่ออกแบบด้วยลวดลายความโค้งอย่างพิถีพิถัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาการออกแบบ Golden Ratio ที่เป็นจิตวิญญาณของสร้างสรรค์รถยนต์ ZEEKR

    • User Activity Zone ที่มีกิจกรรมสร้างสรรค์ของที่ระลึกสำหรับผู้จองรถภายในงาน และเวิร์กชอปสุดพิเศษสำหรับลูกค้าปัจจุบัน เพื่อมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้าทุกท่าน

    • ZEEKR x PDM Zone พื้นที่นำเสนอความร่วมมือระหว่าง ZEEKR และ PDM แบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทยที่มีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีพร้อมการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งตอกย้ำการชู “Local Spirit” ของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกไปพร้อมกับการเติบโตของแบรนด์

     

    นอกจากนี้ ภายในเลานจ์มีการเล่นกับแสงไฟให้ล้อไปกับธรรมชาติตามช่วงเวลาจริง เสียงดนตรีคลอที่สัมพันธ์ระหว่างจังหวะและอารมณ์ รวมถึงกลิ่นหอมเฉพาะที่รังสรรค์สำหรับ ZEEKR ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการยกระดับประสบการณ์ “ความพิเศษ” ของลูกค้าตั้งแต่ก้าวเข้ามาภายในพื้นที่แห่งนี้ ผ่านโสตสัมผัสทั้งห้าที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

     

    ในส่วนของยนตรกรรมไฟฟ้าไฮไลท์ ประกอบด้วย

    ZEEKR Mix: The Next Chapter of Mobility Innovation

    รถมินิแวนภายใต้คอนเซ็ปต์ Living Mobility ที่ออกแบบบนสถาปัตยกรรม SEA-M ให้เป็นดั่ง “ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่” จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างชาญฉลาด โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงแคปซูลพร้อมหลังคากระจกแบบโค้งทรง Arc Sky ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งและกว้างขวาง มาพร้อมบานประตูแบบไร้เสากลาง (Pillarless Design) ซึ่งสามารถเปิดได้ กว้างถึง 1.48 เมตร เบาะแถวหน้าสามารถหมุนได้ถึง 270 องศา คอนโซลกลางปรับตำแหน่งได้เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบที่นั่งภายในห้องโดยสารได้อย่างอิสระ

    ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลังสูงสุด 416 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ขนาด 102 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC พร้อมเทคโนโลยี ZEEKR AD เสมือนการขับขี่อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการถอยจอดอัตโนมัติ การเตือนมุมอับสายตา หรือแม้แต่การเตือนการชนจากทางด้านหลัง เพิ่มความมั่นใจตลอดการเดินทาง

    ZEEKR 009 GRAND

    ยนตกรรมระดับอัลตร้าลักชูรี ที่สุดของไลฟ์สไตล์การเดินทางแบบ Exclusive ที่ ZEEKR มอบคำนิยามว่า “The Best in Craftmanship” ซึ่งนำเสนอสถาปัตยกรรมเคลื่อนที่ระดับ Masterpiece มอบความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดให้เป็นที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายขั้นสูงสุด พิถีพิถันด้วยการออกแบบอย่างประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยช่างฝีมือเฉพาะ สะท้อนผ่านกระจังหน้า Dark Badge ซึ่งผ่านการขัดเงามากกว่า 30 ชั่วโมง ต่อด้วยการชุบโครเมียมพิเศษเพิ่มความเงางาม และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว แบบ Floating Forged ด้วยความแข็งแกร่งจากกระบวนการมากกว่า 10 ขั้นตอน พร้อมการขัดเงามากกว่า 20 ชั่วโมง

    ด้วยคอนเซ็ปต์ห้องโดยสารระดับ First Class ที่มอบสัมผัสในแบบฉบับอัลตราลักชูรีทุกรายละเอียด ด้วยความนุ่มสบายจากผิวสัมผัสของหนัง Nappa เกรดพรีเมียม และสามารถปรับได้ 24 ทิศทาง พร้อมระบบนวด ระบายอากาศ การปรับเอนนอน โอบรับผู้โดยสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในห้องโดยสารปูด้วยพรมขนสัตว์นุ่มพิเศษที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี และยกระดับความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุดด้วย Partition ที่แยกระหว่างห้องโดยสารและพื้นที่สำหรับคนขับ พร้อมหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ถึง 43 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทางมากถึง 30 ตำแหน่งจาก Yamahaเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยหินจากเทือกเขาหิมาลัยผ่านการขัดเกลาอย่างประณีต มีลวดลายเฉพาะตัวที่สวิตช์สั่งการ ตกแต่งด้วยคริสตัล เพื่อมอบสัมผัสแห่งความหรูหรา สู่งานฝีมือระดับ Masterpiece โดย ZEEKR 009 GRAND มอบขุมพลังระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 778 แรงม้า มอบการขับขี่ได้มากถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC และความปลอดภัยจากโครงสร้างตัวถัง Single Piece Die Cast แบบ C-Ring บริเวณห้องโดยสาร พร้อมปกป้องผู้โดยสารในทุกการเดินทาง

    รวมถึงมีการจัดแสดงยนตรกรรมไฟฟ้า ZEEKR รุ่นอื่น ดังนี้

    • ZEEKR 009 Flagship AWD รูปแบบ 6 ที่นั่ง ลักชูรีเอ็มพีวีรุ่นแรกของ ZEEKR ที่สร้างปฏิวัติแนวคิดของการเดินทางยุคใหม่ในไทยซึ่งมอบความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหาร
    • ZEEKR 009 Premium AWD รูปแบบ 7 ที่นั่ง เอ็มพีวีที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ระดับลักชูรี
      ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของครอบครัว
    • ZEEKR 009 Standard – Premium Mobility ทางเลือกใหม่ของลักชูรีเอ็มพีวีที่มาพร้อมกับนิยามมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทาง
    • ZEEKR 7X สุนทรียะแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและสุดยอดเทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวสำหรับทุกการเดินทาง

     

    นายอเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “การนำเสนอ ZEEKR ในงาน Thailand International Motor Expo 2025 ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถเท่านั้น แต่เราต้องการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้เป็นที่น่าจดจำมากขึ้นในวงกว้าง ด้วยการออกแบบพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์ก ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับสร้างความรู้สึกร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บอกเล่าเรื่องราวของตัวตนที่เป็นมากกว่ายานยนต์อีวี และเป็นการสร้างคอมมิวนิตี้ที่เชื่อมโยงผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ มีการพูดคุย สร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ในขณะเดียวกันก็มีการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ที่จะมาตอบโจทย์การดำเนินชีวิตให้เป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผ่านยนตรกรรมอีวีที่เป็นเสมือนอีกหนึ่งสมาชิก        ในครอบครัว เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่มากกว่า และสร้างสังคม ZEEKR ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ภายใต้แคมเปญ ZEEKR League ผ่าน ZEEKR Application

     

    ตั้งแต่ ZEEKR ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในตลาดไทยจนถึงปัจจุบัน เราได้ร่วมสรรค์สร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับร่วมกับลูกค้าชาวไทยไปแล้วมากกว่า 4,000 คัน สิ่งที่เราให้ความสำคัญนอกเหนือจากการพัฒนายานยนต์อัจฉริยะ เรามุ่งเน้นการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปิดสถานีชาร์จ ZEEKR Power กำลังไฟสูงสุด 400 kW แห่งแรกในประเทศไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ยังมี ZEEKR Power ให้บริการอีก 4 สถานี  โดยมีเป้าหมายที่จะขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานของกลุ่มเป้าหมายใจกลางเมือง ถนนเส้นหลัก รวมถึง ZEEKR House ทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และขานรับตลาดที่กำลังเติบโต พร้อมเน้นย้ำงานบริการ
    หลังการขาย โดยเปิดศูนย์ฝึกอบรม ZEEKR Training Center หรือ ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานับเป็น HUB สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรให้มีองค์ความรู้ความสามารถครอบคลุมงานบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้เป็นแผนดำเนินงานที่ ZEEKR กำลังสร้างการรับรู้และต่อยอดกิจกรรมต่างๆ เพื่อวางรากฐาน “ความเชื่อมั่น” ของกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ และเสริมสร้างความผูกพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้ใช้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน

     

    และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ZEEKR ยังได้เตรียมของสมนาคุณในความร่วมมือระหว่าง ZEEKR และ PDM สำหรับผู้ที่จอง ZEEKR 009 ภายในงานจะได้รับ ZEEKR TOTE BAG และสำหรับผู้ที่จอง ZEEKR 7X ภายในงาน จะได้รับ ZEEKR MAT ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 10 ธันวาคม 2568 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    • รับฟรี Wallbox พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • โปรแกรมบำรุงรักษา*
    • ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งนาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี*
    • รถยนต์ทุกรุ่นของ ZEEKR จะได้รับการประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน*
    • การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่ง
      ถึงก่อน*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.zeekrlife.com/th-th/offers/offer-special-motor-expo

     

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์พร้อมจับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ZEEKR ได้ที่งาน Thailand International Motor Expo 2025 ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 ธันวาคม 2568 วันธรรมดา เวลา 12.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00-22.00 น.หรือที่ ZEEKR House ทั้ง 16 สาขา ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    2 Min Read

    OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เปิดตัว JAECOO 6T EV ยานยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต (Sport SUV) รุ่นล่าสุดของตระกูล JAECOO เปิดให้จองในราคาพิเศษ 1,049,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท จำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบรุ่นอื่น ๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    JAECOO 6T EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังแบบ Wide Body พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนความสปอร์ตทรงพลัง ตัวถังผลิตจากอลูมิเนียมคุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ H-ARM Suspension ที่มอบประสิทธิภาพการควบคุมและการทรงตัวที่เหนือชั้น ด้านสมรรถนะ JAECOO 6T EV สามารถพิชิตทางลาดชันได้สูงถึง 29 องศา พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่มีให้เลือกถึง 9 โหมดการขับขี่ รองรับทุกสภาพถนน ล้อขนาด 245/55 R19 มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และสามารถลุยน้ำท่วมขังได้ลึกถึง 625 มิลลิเมตร

    คุณเซดริก ชุย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “OMODA & JAECOO ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 286,966 คันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ของเรา สำหรับแผนการดำเนินงานในประเทศไทย เรามีแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่โรงงานในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 80,000 คันต่อปี การเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเราในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

    ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ Chery Automobile Group (Thailand) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเคียงข้างพี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเจ้าของรถ OMODA & JAECOO ทุกคันได้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ในครั้งนี้ 1 คัน = 100 บาท รวมกว่า 1,300,000 บาท เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่

    ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะมุ่งเน้นการพัฒนาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) 5 รุ่น โดยผลิตในประเทศ 2 รุ่นและนำเข้า 3 รุ่น, REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 1 รุ่น, HEV (Hybrid Electric Vehicle) 1 รุ่น และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) 2 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้งานของลูกค้า อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง และระบบความบันเทิงล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันที่มีกว่า 80 แห่งให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และการยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายผ่านศูนย์บริการที่ทันสมัยพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า

    คุณบิล จาง ผู้อำนวยการ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าแล้วกว่า 12,000 คัน สะท้อนความสำเร็จอย่างโดดเด่นในตลาดไทย พร้อมกันนี้ สำหรับปี 2569 เรามีแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนเป็น 120 แห่ง พร้อมเป้าหมายยอดขาย 26,000 คัน ด้านการบริการ เราจะยกระดับ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากบริการพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น ศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เรายังวางแผนเพิ่มบริการพิเศษใหม่ ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าของเรา”

    นอกจาก JAECOO 6T EV แล้ว OMODA & JAECOO ยังได้เผยโฉมรถต้นแบบอีก 3 รุ่น ได้แก่

    • OMODA 4 รถต้นแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากการผจญภัยในอวกาศ โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Cyber Mecha” ที่สื่อถึงยานสำรวจกาแล็กซี ผ่านซุ้มล้อทรงเหลี่ยม เส้นสายคมชัด กระจังหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED ดีไซน์สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวรูปตัว L ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดแนวคิด “ห้องนักบินยานอวกาศ” ผสานความล้ำสมัยและแฟชั่นได้อย่างลงตัว

    • TIANJI รถต้นแบบ SUV 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิดและไฟหน้าพาดยาวที่สร้างเอกลักษณ์ล้ำอนาคต ใช้ระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 300 กิโลเมตร และระยะทางรวมถึง 2,000 กิโลเมตร

    • ET9 รถต้นแบบ SUV ขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย แข็งแกร่ง และระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 220 กิโลเมตร พร้อมระยะทางรวมสูงสุด 1,400 กิโลเมตร

    นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังมุ่งเน้นการยกระดับบริการหลังการขาย โดยการพัฒนาบริการ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้เชิญลูกค้า JAECOO 6 EV มาอัปเดต Software Huawei x JAECOO เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทาง และลูกค้า JAECOO 5 EV มาอัปเดต Pet mode และ Camping mode ผ่านผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะยังคงมอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายให้กับลูกค้า อาทิ การอัปเดตซอฟต์แวร์ และโปรแกรมสะสมคะแนนแลกของรางวัล เช่น บริการฟรีค่าแรงซ่อมบำรุง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

    OMODA & JAECOO มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี การันตี JAECOO 5 EV ราคานี้ดีที่สุด (Best Price Guarantee) โดยเดินหน้าส่งมอบรถเพิ่มเติมอีก 3,000 คัน ก่อนสิ้นปี 2568 โดย

    • JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC มาพร้อมราคาพิเศษที่ 549,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท
    • JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคาพิเศษ 599,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท

    พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย อาทิ Home Charger พร้อมติดตั้ง, ประกันภัยชั้น1 ระยะเวลา 1 ปี,
    การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)​ และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System)​ ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

    JAECOO 6 EV มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี พร้อมส่วนลดสูงสุดสำหรับทุกรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เช่นรับประกันคุณภาพรถใหม่, แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)​ และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และสายชาร์จ V-to-L, ฟรี AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย

    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD มาพร้อมราคาพิเศษที่ 999,000 บาท* จากราคาปกติ 1,249,000 บาท
    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท
    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD PRO ราคาพิเศษ 799,000 บาท*

    JAECOO 7 SHS มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Expo พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น การรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และ AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย

    • JAECOO 7 SHS Dynamic มาพร้อมราคาพิเศษที่ 799,000 บาท* จากราคาปกติ 899,000 บาท
    • JAECOO 7 SHS Max ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 999,000 บาท

    สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment