-
เบนท์ลีย์ แบงค็อก ต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น ส่งท้ายงาน Year-End Extraordinary Showcase กับทัพโมเดลใหม่ พร้อมกิจกรรมทดลองขับ เติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษ
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ต้อนรับฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุขด้วยงาน Year-End Extraordinary Showcase โชว์เคสสุดท้ายของปีที่มาพร้อมกับการเผยโฉมของทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดแบบครบทุกเซกต์เมนต์ในรุ่น Continental GT, Flying Spur, และ Bentayga Hybrid พร้อมกิจกรรมทดลองขับยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมอย่าง Bentayga Hybrid ที่จะมาเติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษนี้ โดยผู้ที่ทดลองขับทุกท่านจะได้รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเบนท์ลีย์ แบงค็อก สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดราคาข้อเสนอพิเศษในรุ่น Bentayga Hybrid พร้อมส่งมอบ 3 คันสุดท้าย ราคาเริ่มต้นที่ 13.XX ล้านบาท* พร้อมมอบ Final Extraordinary Offers ดีลมูลค่าสูงส่งท้ายปีสำหรับการสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่น Bentayga Hybrid ที่ออกรถภายในปีนี้ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ก่อนการปรับราคาขึ้นตามโครงสร้างภาษีใหม่ในปี 2569 โดยงานฯ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ณ โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ ผู้สนใจร่วมงานฯ สามารถติดต่อสำรองเวลาเข้าร่วมงานได้ที่เบนท์ลีย์ แบงค็อก โทร. 080-925-9999
ภายในงานฯ ผู้เข้าร่วมงานจะได้มีโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริด (PHEV) ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยผู้สนใจทดลองขับยังได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมจากเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่ผสานเข้ากับสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle ได้อย่างอิสระด้วยพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้ากว่า 40 กิโลเมตร (EV Mode) อีกทั้ง ผู้ร่วมงานยังจะได้ยลโฉมยนตรกรรมในรุ่นย่อย Azure ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่เน้นการตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่หรูหราและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดสารอย่าง Five Seat Comfort Specification และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อันล้ำสมัย โดยนอกเหนือจากยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังจัดแสดงยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตอย่าง New Continental GT และ รุ่น New Flying Spur สุดยอดแกรนด์ ทัวเรอร์สมรรถนะสูงโฉมใหม่ ทรงสมรรถนะที่สุดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์แบบ High Performance V8 Hybrid ขนาด 4.0 ลิตร วิวัฒนาการล่าสุดที่จะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลังเพื่อส่งมอบพละกำลังกว่า 680 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 930 นิวตันเมตร ซึ่งสุดยอดยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่นนี้ได้นิยามความเป็น Everyday Supercar ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ที่เน้นสมรรถนะ พร้อมนำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างพละกำลังอันมหาศาล เสถียรภาพและความคล่องตัว การออกแบบที่ประณีต และงานฝีมืออันงดงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำค่านิยมที่สะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหราอันเต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับทุกไลฟ์สไตล์
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมส่งมอบรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ทันทีกับสต็อกเฉดสีและออปชันที่ครบครันและครอบคลุมทุกความต้องการกับราคาที่ดีที่สุด 3 คันสุดท้าย เริ่มต้นที่ 13.XX ล้านบาท* พร้อมมอบ ‘Final Extraordinary Offers’ ข้อเสนอทางการเงินมูลค่าสูงสำหรับผู้สั่งจอง Bentayga Hybrid และออกรถภายในปีนี้ก่อนการปรับราคาขึ้นเพื่อตอบรับโครงสร้างภาษีใหม่ ปี 2569 และเหนือกว่าด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาร่วมงานได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
PTG ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าลดฝุ่น PM2.5 ในโครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับมาตรการลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับการควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ โดยคณะผู้บริหารได้ตรวจแถวบูรณาการการปฏิบัติงานตรวจควันดำ เยี่ยมชมศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 พร้อมชมการสาธิตกระบวนการตรวจวัดควันดำและการพ่นป้าย “ห้ามใช้” รวมถึงจุดบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ณ อาคารศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการขนส่งทางถนน เมื่อเร็ว ๆ นี้
ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ภายใต้การกำกับของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบขนส่งทางถนนบูรณาการความร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ ทั้งด้านการบำรุงรักษารถเพื่อลดควันดำ การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า รวมถึงการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดงาน โดยมี รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ในส่วนของภาคเอกชน ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร มาตรฐานจากญี่ปุ่น ในกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้ร่วมสนับสนุนแคมเปญดูแลรถยนต์เพื่อลดควันดำและฝุ่น PM2.5 โดยมอบสิทธิประโยชน์ให้ประชาชน ดังนี้
- บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ
- ฟรี อบโอโซนฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร (มูลค่า 400 บาท)
- ฟรี กรองแอร์ Flomax (มูลค่า 350 บาท) เมื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PT Maxnitron ณ ศูนย์บริการรถยนต์ ออโต้แบคส์ ทุกสาขา
- บริการล้างแอร์ป้องกันฝุ่น 5 ราคาพิเศษ 1,390 บาท (จากปกติ 1,990 บาท)
- โปรโมชั่นพิเศษ ณ ศูนย์บริการรถยนต์ ออโต้แบคส์ ทุกสาขา
นายชัยทัศน์ วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด (ขวา) สนับสนุนสินค้าน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ PT Maxnitron ให้แก่ ดร.ธนภัทร แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กลาง)
นอกจากนี้ PTG ยังได้สนับสนุนสินค้าน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ PT Maxnitron ให้แก่ศูนย์อาชีวะอาสา (Fix it Center) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้กับประชาชนฟรี รวมมูลค่า 117,600 บาท อีกด้วย ซึ่งบริการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยานพาหนะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมลพิษ และสนับสนุนคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น
ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเน้นการบำรุงรักษารถอย่างถูกต้อง ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะสามารถช่วยลดควันดำได้มากกว่า 50% ทั้งนี้ PTG พร้อมเดินหน้าร่วมกับภาครัฐและภาคีทุกภาคส่วนในการสนับสนุนมาตรการลดมลพิษทางอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ไทยฮอนด้า เร่งช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ จัดบริการตรวจเช็ก–ซ่อมรถจักรยานยนต์ ฟรี วันนี้-31 ธันวาคมนี้ ครอบคลุมเครือข่าย Wing Center, Honda BigWing และ CUB House
ไทยฮอนด้า ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ฮอนด้าในประเทศไทย เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ภายใต้โครงการ “ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม” โดยจัดให้บริการตรวจเช็กและซ่อมรถจักรยานยนต์ฮอนด้าโดยไม่มีค่าใช้จ่าย ณ เครือข่ายร้านผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมโครงการ ครอบคลุมทั้ง Honda Wing Center, ศูนย์บริการ Honda BigWing และ ร้าน CUB House ใน 10 จังหวัดภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนเร่งด่วน และช่วยให้ผู้ใช้รถกลับมาใช้งานได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด
การช่วยเหลือครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ใน 10 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ สุราษฎร์ธานี, กระบี่, นครศรีธรรมราช, ตรัง, พัทลุง, สตูล, สงขลา, ปัตตานี, ยะลา และนราธิวาส โดยประชาชนสามารถนำรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเข้ารับบริการฟรี ประกอบด้วย
- ตรวจเช็กสภาพรถ 10 รายการ ได้แก่ เครื่องยนต์, ระบบส่งกำลัง, ระบบระบายความร้อน, ระบบเชื้อเพลิง, คลัตช์, ระบบรองรับน้ำหนัก, ระบบเบรก, ระบบไฟฟ้า, ขาตั้งข้าง/ขาตั้งกลาง และล้อ–ยาง (ตามมาตรฐานไทยฮอนด้า)
- เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง
- เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเฟืองท้าย
สำหรับรถฮอนด้าบิ๊กไบค์ ให้บริการตรวจเช็ก–ซ่อมฟรี ได้ที่ศูนย์บริการ Honda BigWing ร้านที่เข้าร่วม ได้แก่
• บริษัท บ้านดอนปิยะบิ๊กไบค์ จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี
• บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด จังหวัดสงขลาสำหรับรถจักรยานยนต์ CUB House ให้บริการตรวจเช็ก–ซ่อมฟรี รองรับผู้ใช้รถที่ได้รับผลกระทบในกลุ่มคัสตอม–ลิฟสไตล์ ได้ที่ร้านผู้จำหน่าย CUB House ได้แก่
• บริษัท บ้านดอนปิยะกลการ จำกัด จังหวัดสุราษฎร์ธานี
• บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด จังหวัดสงขลาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 24 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ณ เครือข่ายผู้จำหน่ายที่เข้าร่วมในแต่ละพื้นที่
ไทยฮอนด้า ยังคงมุ่งมั่นยืนหยัดเคียงข้างพี่น้องชาวใต้ในทุกสถานการณ์ โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญจาก Wing Center, Honda BigWing และ CUB House พร้อมให้การดูแลอย่างเต็มความสามารถ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจอีกครั้ง ไทยฮอนด้าขอส่งกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้อย่างปลอดภัยโดยเร็ว
ติดตามรายละเอียดการให้บริการได้ที่
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
IG : www.instagram.com/hondamotorcyclethailand
Tiktok: www.tiktok.com/@hondamotorcycletha
Youtube: www.youtube.com/HondaMotorcycleTHA#ไทยฮอนด้า #ไทยฮอนด้าเพื่อสังคมไทย #กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย #ไทยฮอนด้าร่วมใจสู้ภัยน้ำท่วม #ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า #HondaBigBike #CUBHouse #CUBHousebyHonda #HondaMotorcycleThailand #รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #ThaiHonda #ช่วยน้ำท่วม #น้ำท่วมภาคใต้
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Motocycle1 Min Read
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ เปิดตัวคลาส 750Series 2 รุ่น ‘New Honda X-ADV’ และ ‘New Honda Forza750’ สีใหม่ พบกับความที่สุดในคลาสในงาน Motor Expo 2025
ฮอนด้าบิ๊กไบค์ นำเสนอความเป็นที่สุดในคลาส 750 ซีซี เปิดตัว 2 รุ่น นำโดย ‘New Honda X-ADV’ สี Special ใหม่ ‘Matte Pearl Glare White’ บิ๊กสกู๊ตเตอร์สำหรับสายแอดเวนเจอร์ตัวจริง ภายใต้คอนเซปต์ ‘Live The Unexpected Life’ และ ‘New Honda Forza750’ ที่สุดของความสปอร์ตพรีเมียมจากคลาสบิ๊กสกู๊ตเตอร์ สะท้อนภาพลักษณ์ผ่านสีใหม่ ‘Pearl Glare White’ ภายใต้คอนเซปต์ ‘Beyond The Leader’ เตรียมสัมผัสคันจริงพร้อมจับจองเป็นเจ้าของได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 (Thailand International Motor Expo 2025) ณ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (G01) ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568
New Honda X-ADV เพิ่มเฉดสีใหม่ให้แฟนบิ๊กสกู๊ตเตอร์ได้สัมผัสรถแข็งแกร่งสไตล์แอดเวนเจอร์สายพรีเมียม ‘Matte Pearl Glare White’ มาในโทนสีพิเศษ Tri-Color (ขาว–น้ำเงิน–แดง) ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากลายแข่งระดับตำนานของฮอนด้า นำเสนอความสปอร์ตและพรีเมียมในแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน มาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 745 ซีซี ผสานดีไซน์ด้านหน้าแบบวัสดุรีไซเคิล Durabio เน้นการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และไฟหน้า LED พร้อม DRL ให้ภาพลักษณ์ดุดันล้ำสมัย ภายในติดตั้งเบาะออกแบบใหม่ นั่งสบายขึ้นและวางเท้าได้มั่นคง บังลมหน้าปรับได้สูงสุด 139 มม. พร้อมกล่องเก็บของใต้เบาะขนาดใหญ่ 22 ลิตร และพอร์ตชาร์จ USB Type-C รองรับการใช้งานดิจิทัล อัดแน่นเทคโนโลยีด้วยหน้าจอ TFT ขนาด 5 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Honda RoadSync พร้อมโหมดการขับขี่ 5 แบบ รวมถึงระบบ Cruise Control และระบบส่งกำลัง Honda Dual Clutch Transmission (DCT) ที่ให้การเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลกว่าเดิม
สำหรับ New Honda X-ADV มีให้เลือกสี Special ใหม่ ‘Matte Pearl Glare White’ ราคาแนะนำ 444,000 บาท และสี Standard 2 สี ‘Graphite Black และ ‘Matte Deep Mud Gray’ ราคาแนะนำ 439,000 บาท
ด้าน New Honda Forza750 เปิดตัวสีใหม่ ‘สีขาว Pearl Glare White’ ถ่ายทอดความพรีเมียมที่ดูเรียบง่ายและสปอร์ตในเวลาเดียวกันโดดเด่นกว่าเคย มาพร้อมเครื่องยนต์ 745 ซีซี 2 สูบเรียง มอบสมรรถนะตอบสนองรวดเร็วและขับขี่เหนือระดับด้วยระบบเกียร์อัจฉริยะ DCT 6 สปีด เลือกใช้งานได้ทั้งโหมด Auto และ Manual ผสานระบบคันเร่งไฟฟ้า Throttle By Wire (TBW) พร้อม Cruise Control ช่วยรักษาความเร็วอย่างสบายตลอดเส้นทาง ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจกบังลมไฟฟ้าปรับสูงได้ 120 มม. ไฟหน้า LED โคมคู่ผสาน DRL และไฟเลี้ยวแบบ Built-in ขณะที่โช้กหน้าหัวกลับ 41 มม. ปรับขนาดล้อหน้า 17 นิ้ว และล้อหลัง 15 นิ้ว มอบการทรงตัวที่มั่นคง รองรับโหมดขับขี่ 4 แบบ ได้แก่ Standard, Rain, Sport และ User ปรับตั้งค่าได้เองตามสไตล์การขับขี่
New Honda Forza750 พร้อมวางจำหน่ายมีให้เลือก 3 สี ได้แก่ สีขาวใหม่ ‘Pearl Glare White’ สี ‘Mat Warm Ash Metallic’ และสี ‘Ballistic Black Metallic’ ราคาแนะนำ 425,000 บาท
สำหรับท่านใดที่สนใจอยากจับจองเป็นเจ้าของ สามารถสัมผัสรถคันจริงได้ที่งานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 (Thailand International Motor Expo 2025) ณ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า (G01) ชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568
ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
เว็บไซต์ : https://bit.ly/thaihondabigbike
เฟซบุ๊กรถจักรยานยนต์ฮอนด้า : www.facebook.com/hondamotorcyclethailand
เฟซบุ๊กฮอนด้าบิ๊กไบค์ : www.facebook.com/HondaBigBikeTH
#NewHondaXDV #NewHondaForza750 #MotorExpo2025
#HondaBigBike #HondaBigBikeThailand #ExcitesTheWorld#รถจักรยานยนต์ฮอนด้า #มอเตอร์ไซค์ฮอนด้า #HondaMotorcycle #ThaiHonda #ไทยฮอนด้า #HowWeMoveYou
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News / News Motocycle1 Min Read
“เฟอร์-ปัญจรุจน์” โชว์ฟอร์มเด่น! ส่งท้ายฤดูกาลคว้าดับเบิ้ลวินเนอร์ พร้อมครองแชมป์ ศึก Idemitsu Honda Thailand Talent Cup 2025 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต
Idemitsu Honda Thailand Talent Cup โครงการบ่มเพาะนักแข่งดาวรุ่งของฮอนด้า ด้วยรถแข่ง Honda NSF250R เพื่อพัฒนาเยาวชนไทยสู่เส้นทางนักบิดระดับเอเชียและระดับโลก ล่าสุดการแข่งขันได้เดินทางมาถึง สนามสุดท้าย สนามที่ 6 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 21–22 ที่ผ่านมา ซึ่งสนามสุดท้ายนี้ถือเป็นโอกาสสำคัญในการตัดสินแชมป์และชี้วัดฝีมือนักบิดดาวรุ่งของปีนี้
ในการแข่งขัน เรซแรก “เฟอร์” ปัญจรุจน์ จิตร์วิรุฬฉัตร หมายเลข 12 สตาร์ตกริดที่ 3 บิดขึ้นแถวผู้นำ แสดงทักษะควบคุม Honda NSF250R และสร้างจังหวะทิ้งห่างคู่แข่ง ก่อนคว้าวินเนอร์ด้วยเวลา 1:49.461 วินาที ตามมาด้วย “ไบร์ท” เตชินท์ อินทร์อภัย หมายเลข 11 ตามมาอันดับ 2 ห่างเพียง 0.438 วินาที และ “เหงียน” ฮู ตรี หมายเลข 23 จากเวียดนาม ในอันดับ 3
ในการแข่งขัน เรซสอง “เฟอร์-ปัญจรุจน์” สตาร์ตกริดที่ 6 รักษาตำแหน่งได้ดี ขับเกาะกลุ่มและรอโอกาสในโค้งสุดท้าย ซึ่งต้องเจอกับคู่แข่งที่ท้าทายอย่าง “บินตัง” ปรานาตะ สุขมา หมายเลข 13 จากอินโดนีเซียกับกลยุทธ์เจาะเข้าเส้นทางในโค้งสุดท้าย แต่ด้วยแผนการรับมือแท็กติกที่รัดกุม “เฟอร์-ปัญจรุจน์” สามารถบิดผ่านเส้นชัยคว้าวินเนอร์อีกครั้ง ทำผลงาน ดับเบิ้ลวินเนอร์ ครองตำแหน่งแชมป์ประจำฤดูกาล และตำแหน่งที่ 3 เป็นของ “มะมาย” ปองคุณ เอี่ยมน้อย หมายเลข 6 ตามหลังวินเนอร์เพียง 0.116 วินาที
การแข่งขันปิดฉากฤดูกาลนี้ไปอย่างงดงาม เหล่าเยาวชนนักบิดฮอนด้าต่างถ่ายทอดความมุ่งมั่นและความตั้งใจผ่านผลงานอันยอดเยี่ยม พร้อมขอบคุณแฟนๆ ที่ให้การสนับสนุนตลอดปีที่ผ่านมา โดยโครงการ Idemitsu Honda Thailand Talent Cup ยังคงมุ่งเน้นการพัฒนาและผลักดันนักบิดรุ่นใหม่อย่างต่อเนื่อง เพื่อก้าวสู่เส้นทางระดับเอเชียและระดับโลกในอนาคต
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://facebook.com/HondaRacingTeamTH
#ThaiHonda #HondaRacingThailand #RaceToTheDream #RoadToMotoGP #Motorsport #HondaThailandTalentCup #idemitsu
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News / News Motocycle1 Min Read
ทัพ Honda CBR1000RR-R ประเดิมคว้าแชมป์–เหมาโพเดียม “ ศึกซูเปอร์สต็อก เอ็นดูรานซ์ ครั้งแรกที่สนามช้างฯ
ศึก บีอาร์ไอซี ซูเปอร์ไบค์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 ประเดิมจัดการแข่งขัน “ซูเปอร์ไบค์ เอ็นดูรานซ์” เป็นครั้งแรกเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
โดยบรรจุเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสนามสุดท้ายในฤดูกาล ภายใต้กติกา “ซูเปอร์สต็อก 1,000 เอ็นดูรานซ์” ด้วยระยะทางทั้งหมด 2 ชั่วโมง และมีทีมแข่งแถวหน้าของไทยตอบรับเข้าร่วมจำนวนมาก เป็นรายการแข่งขันที่วัดทั้งความเร็วในสนาม การทำงานร่วมกันเป็นทีม และส่วนสำคัญคือรถแข่งที่ใช้ว่าจะมีความอึดความแรงในการแข่งขันได้มากเท่าไหร่ ซึ่งการดวลกันด้วยนักแข่ง/ทีมที่สามารถทำจำนวนรอบ (ระยะทางในการแข่งขัน) ได้มากที่สุด
โดยกองทัพรถแข่ง Honda CBR1000RR-R ลงสนามพิสูจน์สมรรถนะอย่างคับคั่ง นำโดย รถแข่งหมายเลข 11 จาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส ขับโดย 3 นักบิดอย่าง ตะวัน ตั้งจิตเจริญกุล, ภัทรพงศ์ วัชรอยู่ และ ธนาธิป เลิศธนากร ซึ่งมี “ฟิล์ม” รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ตำนานนักบิดระดับโลกชาวไทยเป็นผู้บริหารทีม รวมถึงรถแข่งหมายเลข 12 ในทีมเดียวกัน ขับโดย พุฒินัฐ สินทรัพย์, พฤฒิพงศ์ ทรัพย์เจริญ และ จักรกฤษณ์ ศุขศรีไพศาล
รวมถึง 3 นักบิดรัสเซียอย่าง โทมัส ลอทาร์ด, อเล็กซานเดอร์ คลีเยฟ และ เซอร์เก โปรโครอฟ ในรถแข่งหมายเลข 47 จาก ทีซี เรซซิ่ง และทีม บิ๊กวิง หัวหิน ในรถแข่งหมายเลข 77 ที่ลงบิดด้วย 3 นักแข่งไทยอย่าง มัฆวาล ทองขาว, สรสิทธิ์ ลภนะพันธุ์ และ ณัฐรินทร์ ศรีบุญเรือง
เกมเรซนี้ดวลกันทั้งสิ้น 2 ชั่วโมงเต็ม ออกสตาร์ตในช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยรถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 11 เจ้าของโพลจาก อิเดมิตสึ ฮอนด้า ทีม คริสมาส เริ่มต้นเรซได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยมือแรกอย่าง ตะวัน ซึ่งช่วยให้ทีมออกนำและเพิ่มระยะห่างออกไปได้ดี ก่อนจะส่งต่อให้ ภัทรพงศ์ และ ธนาธิป ออกไปรับช่วงต่อ ก่อนจะนำม้วนเดียวจบโดยมี ตะวัน วนกลับมารับหน้าที่ปิดจ็อบคว้าชัยชนะไปครองได้อย่างยิ่งใหญ่ ด้วยเวลารวม 2 ชั่วโมง 37.500 วินาที วิ่งไปทั้งสิ้น 64 รอบสนามคิดเป็นระยะทางรวม 291.456 กิโลเมตร
ส่วนอันดับ 2 เป็นของ รถแข่ง Honda CBR1000RR-R หมายเลข 12 ขับโดย พุฒินัฐ, พฤฒิพงศ์ และ จักรกฤษณ์ ตามหลัง 1 นาที 31.413 วินาที ส่วนอันดับ 3 เป็นของ 3 นักบิดรัสเซียอย่าง โทมัส ลอทาร์ด, อเล็กซานเดอร์ คลีเยฟ และ เซอร์เก โปรโครอฟ ในรถแข่งหมายเลข 47 จาก ทีซี เรซซิ่ง ตามหลัง 1 นาที 48.692 วินาที
ขณะที่ ทีม บิ๊กวิง หัวหิน ในรถแข่งหมายเลข 77 ที่ลงบิดด้วย 3 นักแข่งไทยอย่าง มัฆวาล ทองขาว, สรสิทธิ์ ลภนะพันธุ์ และ ณัฐรินทร์ ศรีบุญเรือง แม้จะพลาดล้มในช่วงต้นเรซ แต่ยังสามารถนำรถเข้ามาซ่อมแซมและออกไปจบเรซได้ในอันดับ 5 โดยทำระยะทางตามหลังผู้ชนะ 5 รอบสนาม
จากผลงานอันร้อนแรงด้วยการเหมาโพเดียมของ พิสูจน์ได้เป็นอย่างดีถึงศักยภาพอันยอดเยี่ยมของทีมแข่งจาก ฮอนด้า ทั้งความเร็ว และความคงที่ของรถแข่ง Honda CBR1000RR-R รวมถึงการทำงานเป็นทีม และการวางกลยุทธิ์ที่เหนือชั้น จนมาซึ่งความสำเร็จครั้งนี้
#HondaRacingThailand #ThaiHonda #HondaCBR #HondaCBR1000RRR
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Motocycle1 Min Read
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เก็บประสบการณ์ระดับโลกส่งท้ายฤดูกาล จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ บาเลนเซีย ประเทศสเปน
“ไม้คิว” เกียรติศักดิ์ สิงหพงศ์ หมายเลข 85 ยอดนักบิดดาวรุ่งจาก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ ลงแข่งขันเก็บประสบการณ์สนามระดับโลกในศึกดาวรุ่งชิงแชมป์โลกรายการเอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ 2025 สนาม 7 ซึ่งเป็นสนามสุดท้ายของฤดูกาล ที่ เซอร์กิต ริคาร์โด ตอร์โม เมือง วาเลนเซีย ประเทศสเปน
การแข่งขันในเรซแรกมีขึ้นวันอาทิตย์ที่ 23 พฤศจิกายนที่ผ่านมา “ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” ออกสตาร์ตอันดับ 24 ก่อนมุ่งมั่นเร่งแซงจนจบการแข่งขันในอันดับที่ 18 จากนั้นตามต่อด้วยการแข่งขันเรซ 2 ในช่วงบ่ายนักแข่งดาวรุ่งไทยยังคงมุ่งมั่นอย่างเต็มที่แต่ก็ต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย นับเป็นการเรียนรู้ทักษะและเก็บประสบการณ์อันมีค่าในการแข่งขันสนามระดับโลก
“ไม้คิว-เกียรติศักดิ์” เก็บคะแนนสะสมรายการเอฟไอเอ็ม จูเนียร์จีพี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ประจำปี 2025 รวมทั้งหมด 8 คะแนน จบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 23
แฟนมอเตอร์สปอร์ตส่งกำลังใจเชียร์นักบิดฮอนด้า ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ : https://www.facebook.com/HondaRacingTeamTH
#HondaRacingThailand #RaceToTheDream #Motorsport #RoadToMotoGP #TheNextSuccessor #RookiesCup #Maikiw #Maikiw85 #KS85
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
พีทีจี ร่วมกับ อีซูซุ เปิดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เดินหน้าสร้างคุณค่าผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มอบบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท ให้กับผู้ซื้อรถอีซูซุ
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำด้านพลังงานและเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันพีที (PT) ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย มอบความขอบคุณครั้งใหญ่แก่ลูกค้าผ่านแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เพียงซื้อและรับรถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 รับสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,000 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมจำนวน 1,907 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท การผนึกกำลังครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของทั้งสององค์กรในการส่งมอบความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้รถยนต์ชาวไทย รวมถึงขอบคุณเสียงตอบรับความสำเร็จของเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE หนึ่งเดียวที่พิสูจน์จากระยะการใช้งานรวมกันของลูกค้ากว่า 222 ล้านกิโลเมตร ตลอดจนตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็น “พลังขับเคลื่อนทุกมิติของชีวิตผู้ใช้รถยนต์” อย่างแท้จริง
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวเสริมถึงความร่วมมือของทั้งสองบริษัทในแคมเปญนี้ว่า “ทางพีทีจีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อีซูซุได้เลือกเครือข่ายของบริษัท ผ่านความร่วมมือกับอีซูซุในแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายขอบเขตของ Max World Ecosystem ซึ่งเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจที่ PTG พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ เรามุ่งสร้างคุณค่าระยะยาว และยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ การผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่างอีซูซุครั้งนี้ไม่เพียงเสริมศักยภาพทางธุรกิจของทั้ง 2 องค์กร แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”
ด้าน นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “รถอีซูซุได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความประหยัด ทนทาน คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบของคนไทยและเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจได้เสมอมาอย่างยาวนาน เราให้ความสำคัญกับการมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE เป็นอย่างดี ซึ่งผ่านการพิสูจน์ด้วยระยะทางการใช้งานรวมกว่า 222 ล้านกิโลเมตร ในครั้งนี้เราจึงร่วมมือกับ PTG จัดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ลุ้นรับบัตรน้ำมันมูลค่ารวมกว่า 38.7 ล้านบาท อีซูซุเลือก PTG เป็นพันธมิตรครั้งนี้ เนื่องจากเป็นผู้นำด้านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ถือเป็นการมอบของสมนาคุณที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถอีซูซุได้อย่างแท้จริง”
ความร่วมมือระหว่าง PTG และ อีซูซุในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผนึกศักยภาพระหว่างผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน แคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ไม่เพียงเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของทั้ง 2 องค์กรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติของธุรกิจพลังงานและยานยนต์ไทย และมุ่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง
แคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” สำหรับผู้ที่ซื้อ และรับรถอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นบัตรเติมน้ำมัน PT รวม 1,907 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท โดยมีการจับรางวัลทั้งหมด 9 ครั้ง และประกาศผลผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ All-New ISUZU D-MAX และ All-New ISUZU MU-X รวมถึงช่องทางผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง
วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำคณะผู้บริหารและพนักงาน เข้าร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
-
ชำแหละ 8 จุดเด่นหลักที่ทำให้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคอกระบะยุคใหม่
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด หลังจากที่ GWM (Thailand) เปิดสเปกเต็มของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะที่เป็น “The Next Level of Lifestyle Partner” หรือเพื่อนคู่ใจที่จะยกระดับทุกไลฟ์สไตล์ไปอีกขั้น ได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากคนไทยที่กำลังมองหารถกระบะสมรรถนะสูงที่ต้องการประสบการณ์ขั้นกว่าจากรถกระบะแบบเดิม ๆ ในตลาด จากเสียงสะท้อนของลูกค้า GWM ได้ทำการทดสอบถนนอย่างเข้มข้นเพื่อปรับปรุงระบบกันสะเทือน ให้มั่นใจได้ว่ามอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมบนสภาพถนนในประเทศไทยและตามความต้องการของผู้ขับขี่ชาวไทย และนี่คือข้อสรุป 8 จุดเด่นของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ที่จะยกระดับประสบการณ์ของวงการรถกระบะในไทย มอบทั้งสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เหมาะทั้งการใช้งานใน-นอกเมือง ออนโรดหรือออฟโรด และเหมาะอย่างยิ่งกับการปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการใช้งานที่หลากหลาย โดย NEW GWM POER SAHAR DIESEL จะเปิดให้คนไทยได้สัมผัสตัวจริงพร้อมประกาศราคาในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นี้ ที่บูธ A05 ในงาน Motor Expo 2025 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
8 จุดเด่นหลัก ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความปลอดภัยในทุกเส้นทาง
- แรงม้า แรงบิดทรงพลัง
NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด พร้อมเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ ตอบสนองทันใจทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงด้านการใช้พลังงาน วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม. ต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ตามมาตรฐาน NEDC)
- หน้าจอกลางขนาดใหญ่ที่สุด 14.6” Touchscreen
สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมฟังก์ชันออนไลน์ครบครัน เพิ่มความสะดวกและความบันเทิงตลอดการเดินทาง
- เบาะด้านหลังปรับเอนได้ถึง 33 องศา
รถกระบะหนึ่งเดียวในตลาดประเทศไทย ที่เบาะด้านหลังสามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ สูงสุดถึง 33 องศา เพิ่มความสบายเหนือระดับสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง เหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัวหรือการเดินทางระยะไกล
- ขนาดตัวรถใหญ่ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและการใช้งาน
NEW GWM POER SAHAR DIESEL มีมิติตัวรถขนาดใหญ่ด้วยขนาด ยาว x กว้าง x สูง 5445×1991×1924 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ยาวที่สุดในรถกระบะ มอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย รองรับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานบุกลุย ทริปครอบครัว หรือกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม
- ห้องโดยสารที่เงียบสงบ ด้วยระดับเสียงเพียง 41 เดซิเบล
สัมผัสความเงียบและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ด้วยการควบคุม NVH (Noise, Vibration, Harshness) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบทางวิศวกรรมของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ ที่ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน มอบประสบการณ์การขับขี่และห้องโดยสารที่นิ่ง นุ่มนวล และเงียบ ด้วยระดับเสียงเพียง 41 เดซิเบล (ในช่วง idle time) แม้แต่ผู้โดยสารที่เป็นเด็กหรือคนสูงอายุก็สามารถพักผ่อนได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัดก็ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม
- เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากถึง 26 รายการ
ความปลอดภัยคือสิ่งที่ GWM ให้ความสำคัญเสมอมา มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 26 รายการ อาทิ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC), ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW), ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA+RCTB), ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (SCM) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และอื่น ๆ อีกมากมาย สร้างความอุ่นใจในการขับขี่ แม้ในสถานการณ์ไม่คาดฝัน
- การสั่งงานตัวรถผ่านแอปพลิเคชันที่ทันสมัย ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส
NEW GWM POER SAHAR DIESEL มอบความล้ำหน้าไปอีกขึ้น ด้วยการควบคุมและตรวจสอบสถานะรถจากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือและ GWM Application เช่น สั่งเปิด/ปิดแอร์, ตรวจสอบสถานะประตู หน้าต่าง ระบบปรับอากาศ ระยะทางคงเหลือ และอื่น ๆ เพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกสถานการณ์
- เคลียร์ ชัดทุกอุปสรรค ด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360° และมุมมองใต้ท้องรถ
NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นรถกระบะเพียงรุ่นเดียวที่นอกจากจะมีกล้องความละเอียดสูงรอบคัน 360 องศา ยังมาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยขณะขับขี่ในพื้นที่แคบ ที่มืด หรือเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ช่วยให้เห็นอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ มั่นใจในทุกเส้นทาง (เฉพาะรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD)
NEW GWM POER SAHAR DIESEL พร้อมเป็นคู่หูที่อยู่เคียงข้างทุกวัน ตั้งแต่วันทำงานจนถึงช่วงท่องเที่ยวและผจญภัยไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ด้วยรูปทรงที่แข็งแกร่ง บึกบึน ขนาดใหญ่ และภายในที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม พร้อมความสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด รองรับการปรับแต่งตามความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการผจญภัยที่สมบุกสมบันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เตรียมสัมผัสประสบการณ์กับรถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม NEW GWM POER SAHAR DIESEL ในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นี้ ที่บูธ A05 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
หมายเหตุ โปรดตรวจสอบคุณสมบัติและฟังก์ชันของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL แต่ละรุ่นย่อยเพิ่มเติมได้ที่ www.gwm.co.th
#GWM #GWMThailand #GWMPOER #POER #POERDIESEL #NEWGWMPOERSAHARDIESEL
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine










































































