• GWM ลุยตลาดดีเซล! เตรียมเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL พร้อมโชว์ TANK 300 2.4 DIESEL คันแกร่งจากสนาม AXCR 2026 ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    1 Min Read

    GWM ลุยตลาดดีเซล! เตรียมเปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL พร้อมโชว์ TANK 300 2.4 DIESEL คันแกร่งจากสนาม AXCR 2026 ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุดเตรียมส่ง NEW TANK 500 3.0T DIESEL ดีเซลเจนเนอเรชั่นใหม่ ในตระกูล TANK  ที่ถ่ายทอดนิยาม “พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด” โดดเด่นด้วยพละกำลังดีเซลที่ทรงพลังและประสิทธิภาพการการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม  เจาะกลุ่มตลาด Premium Luxury PPV ในประเทศไทย พร้อมนำ GWM TANK 300 DIESEL หลังผ่านบททดสอบสุดทรหดในการแข่งขัน AXCR 2026 มาให้คนไทยได้ยลโฉมเป็นครั้งแรก ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ระหว่างวันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา        

    เปิดตัว NEW TANK 500 3.0T DIESEL อย่างเป็นทางการ
    ไฮไลต์สำคัญของแบรนด์ GWM ในงาน BIG MOTOR SALE 2026  คือการแนะนำ NEW TANK 500 3.0T DIESEL ยนตรกรรมรถ Premium Luxury PPV ที่มาพร้อมนิยาม  “Power Beyond Limits – พลังที่เหนือทุกขีดจำกัด”   ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล ขนาด 3.0 ลิตร  ให้พละกำลังสูงสุด 231 แรงม้า แรงบิด 620 นิวตัน-เมตร  พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีดที่ให้ทั้งสมรรถนะอันทรงพลังและประสิทธิภาพการการจัดการพลังงานที่ยอดเยี่ยม พร้อมความหรูหรา สะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ และความปลอดภัยครบครัน

    GWM TANK 300 DIESEL เวอร์ชันรถแข่งดัดแปลงสำหรับ AXCR 2026
    ยิ่งไปกว่านั้น  GWM ยังได้นำ GWM TANK 300 DIESEL เวอร์ชันรถแข่ง AXCR 2026 มาจัดแสดงให้คนไทยได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด การันตีความแกร่งหลังลุยเส้นทางทรหดกว่า 2,000 กิโลเมตร และเข้าเส้นชัยได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยตัวแข่งคันนี้ได้รับการปรับแต่งตามมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA ในรุ่น T2 (Cross-Country Production Car) ซึ่งยังคงพื้นฐานของรถผลิตจริงให้มากที่สุด เพื่อพิสูจน์ว่าโครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และวิศวกรรมของ GWM TANK 300 ที่ลูกค้าใช้งานจริง มีความทนทานพร้อมรับมือกับหนึ่งในสนามแข่งที่โหดที่สุดในเอเชียได้อย่างมั่นใจ

    นอกเหนือจากเครื่องยนต์ดีเซลแล้ว  GWM เตรียมนำยนตรกรรมที่ครอบคลุมทุกทางเลือกพลังงานทั้งระบบไฮบริด (HEV), ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และไฟฟ้า (EV) มาจัดแสดงอย่างครบครัน  อาทิ GWM ORA 5, GWM HAVAL H6, GWM POER SAHAR DIESEL และ WEY G9 รวมถึงข้อเสนอและสิทธิพิเศษมากมายจาก GWM เพื่องานนี้โดยเฉพาะ!

     

    สัมผัสพลังที่เหนือทุกขีดจำกัดของ NEW TANK 500 3.0T DIESEL และยนตรกรรมเพื่ออนาคตที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานของ GWM ได้ในงาน BIG MOTOR SALE 2026 ตั้งแต่วันที่ 21 – 30 สิงหาคม 2569 เวลา 12.00 – 21.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 21.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์) ณ บูธ GWM หมายเลข A05 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือรับชม LIVE ผ่านช่องทาง Facebook, YouTube และ TikTok : GWM Thailand ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #NEWTANK5003.0TDIESEL #GWMTANK500 #GWMTANK300 #GWMTANK #PowerBeyondLimits #BigMotorSale2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้าผนึกกำลังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินหน้าโครงการอบรม “ผู้นำการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” บูรณาการร่วมกับหลักสูตรที่ปรึกษาแรงงานสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง

    1 Min Read

    โตโยต้าผนึกกำลังกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินหน้าโครงการอบรม “ผู้นำการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” บูรณาการร่วมกับหลักสูตรที่ปรึกษาแรงงานสัมพันธ์ สร้างเครือข่ายความร่วมมือภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกระทรวงแรงงาน และสหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า จัดโครงการอบรม ผู้นำการเสริมสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ยั่งยืน” โดยบูรณาการร่วมกับ “หลักสูตรที่ปรึกษาด้านแรงงานสัมพันธ์” ระหว่างวันที่    10 สิงหาคม – 11 กันยายน พ.ศ. 2569 เพื่อพัฒนาองค์ความรู้ ทักษะ และมุมมองด้านแรงงานสัมพันธ์ให้แก่ผู้เข้าร่วม พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างผู้แทนจากฝ่ายต่าง ๆ อันนำไปสู่การเสริมสร้างระบบแรงงานสัมพันธ์ที่เข้มแข็งและยั่งยืน

    ในปัจจุบัน ภาคธุรกิจและอุตสาหกรรมกำลังเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี และรูปแบบการทำงาน ส่งผลให้การเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ และบทบาทหน้าที่ด้านแรงงานสัมพันธ์ของทุกภาคส่วนมีความสำคัญมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความร่วมมือ ความเข้าใจอันดี และความเชื่อมั่นระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง อันเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาองค์กร ตลอดจนยกระดับขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    โครงการนี้จึงมุ่งพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านแรงงานสัมพันธ์ พร้อมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และประสบการณ์ระหว่างผู้แทนจากทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันยกระดับระบบแรงงานสัมพันธ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์และเครือข่ายธุรกิจ ให้สามารถรับมือกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    พิธีเปิดโครงการจัดขึ้นเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ สุขุมวิท กรุงเทพมหานคร โดยได้รับเกียรติจากผู้แทนทั้ง 3 ภาคส่วน ได้แก่ นายประสิทธิ์ ปาตังคะโร ผู้ตรวจราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในฐานะผู้แทนภาครัฐ นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้แทนฝ่ายนายจ้าง และ ดร.ปิยรัชต์ สมาทา ประธานสหพันธ์แรงงานยานยนต์และอะไหล่โตโยต้า ในฐานะผู้แทนฝ่ายลูกจ้าง ร่วมเป็นประธานเปิดโครงการ พร้อมทั้งสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ในการส่งเสริมและขับเคลื่อนแรงงานสัมพันธ์ให้มีความเข้มแข็ง เกิดความร่วมมืออย่างสร้างสรรค์ และนำไปสู่ความยั่งยืนในอนาคต

    ตลอดหลักสูตร ผู้เข้าร่วมจะได้เรียนรู้องค์ความรู้ที่จำเป็นต่อการบริหารแรงงานสัมพันธ์อย่างรอบด้าน ครอบคลุมทั้ง กฎหมายแรงงานและแรงงานสัมพันธ์ สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง ตลอดจนแนวคิดและแนวทางการบริหารทรัพยากรบุคคล เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสามารถเชื่อมโยงมิติด้านกฎหมาย การบริหารคนและแรงงานสัมพันธ์เข้าด้วยกัน พร้อมนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการสร้างความเข้าใจ ลดความขัดแย้ง และส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ดีภายในองค์กรได้อย่างเหมาะสม ตลอดจนส่งเสริมความสัมพันธ์และเครือข่ายระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างแรงงานสัมพันธ์ที่ดีในระยะยาว

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับการพัฒนาความสัมพันธ์อันดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้างมาอย่างต่อเนื่อง และเชื่อมั่นว่า ความร่วมมือระหว่างภาครัฐ นายจ้าง และลูกจ้าง คือพลังสำคัญในการสร้างสังคมการทำงานที่มีคุณภาพ บนพื้นฐานของความเข้าใจ ความไว้วางใจ และการเติบโตร่วมกัน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ตลอดจนเศรษฐกิจและสังคมไทยให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ตอกย้ำ DNA ความสปอร์ต! เชิญลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ “Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip” เชียร์ติดขอบสนาม พร้อมติวเข้มทักษะการขับขี่และทดสอบการขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก

    1 Min Read

    ฮอนด้า ตอกย้ำ DNA ความสปอร์ต! เชิญลูกค้าร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ กับ “Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip” เชียร์ติดขอบสนาม พร้อมติวเข้มทักษะการขับขี่และทดสอบการขับขี่ในสนามแข่งระดับโลก

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พากลุ่มลูกค้าฮอนด้า 30 คัน รวม 60 คน ร่วมสัมผัสความมันส์ในศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย Honda One Make Race 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม – 16 สิงหาคม 2569 ผ่านกิจกรรมHonda One Make Race 2026 Exclusive Trip” ร่วมส่งแรงเชียร์การประลองความเร็วใน Race 5 และ Race 6 แบบชิดติดขอบสนาม พร้อมกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญ (Driving Clinic) และสัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ฮอนด้าคู่ใจบนสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก (Honda Track Experience) เพื่อปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกเส้นทาง

    ตลอดกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มอิ่ม ประเดิมด้วยกิจกรรม “Grid Walk” เปิดโอกาสให้เดินเข้าสู่บริเวณสนามก่อนการแข่งขัน สัมผัสความตื่นเต้นและการเตรียมความพร้อมของทีมรถแข่งอย่างใกล้ชิด ก่อนร่วมเชียร์การแข่งขันใน Race 5 และ Race 6 อย่างเร้าใจ

     

    ต่อเนื่องด้วยไฮไลต์กิจกรรม “Driving Clinic” เวิร์กช็อปฝึกทักษะการขับขี่เชิงเทคนิค ถ่ายทอดโดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ จัดเต็มให้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมเทคนิคการควบคุมรถ จังหวะการเบรก การเข้าโค้ง และความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ก่อนได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้าในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์ความประทับใจที่หาไม่ได้จากการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป ควบคู่กับการนำเทคนิคต่าง ๆ ไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่
    ฮอนด้าตอกย้ำความสนุกในการขับขี่ (Joy of Driving) ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัย ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Track Experience” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจลงสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ พากลุ่มลูกค้าฮอนด้า 30 คัน รวม 60 คน ร่วมสัมผัสความมันส์ในศึกการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบแถวหน้าของไทย Honda One Make Race 2026” ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ในวันเสาร์ที่ 15 สิงหาคม – 16 สิงหาคม 2569 ผ่านกิจกรรมHonda One Make Race 2026 Exclusive Trip” ร่วมส่งแรงเชียร์การประลองความเร็วใน Race 5 และ Race 6 แบบชิดติดขอบสนาม พร้อมกิจกรรมการเรียนรู้ทักษะการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญ (Driving Clinic) และสัมผัสประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ฮอนด้าคู่ใจบนสนามแข่งมาตรฐานระดับโลก (Honda Track Experience) เพื่อปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยในทุกเส้นทาง

     

    ตลอดกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสบรรยากาศมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มอิ่ม ประเดิมด้วยกิจกรรม “Grid Walk” เปิดโอกาสให้เดินเข้าสู่บริเวณสนามก่อนการแข่งขัน สัมผัสความตื่นเต้นและการเตรียมความพร้อมของทีมรถแข่งอย่างใกล้ชิด ก่อนร่วมเชียร์การแข่งขันใน Race 5 และ Race 6 อย่างเร้าใจ

    ต่อเนื่องด้วยไฮไลต์กิจกรรม “Driving Clinic” เวิร์กช็อปฝึกทักษะการขับขี่เชิงเทคนิค ถ่ายทอดโดยทีมผู้ฝึกสอนมืออาชีพ จัดเต็มให้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ครอบคลุมเทคนิคการควบคุมรถ จังหวะการเบรก การเข้าโค้ง และความปลอดภัย เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ก่อนได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ฮอนด้าในสภาพแวดล้อมที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ มอบประสบการณ์ความประทับใจที่หาไม่ได้จากการขับขี่บนท้องถนนทั่วไป ควบคู่กับการนำเทคนิคต่าง ๆ ไปต่อยอดประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นเป้าหมายสำคัญที่
    ฮอนด้าตอกย้ำความสนุกในการขับขี่ (Joy of Driving) ควบคู่กับการคำนึงถึงความปลอดภัย ปิดท้ายด้วยกิจกรรม “Track Experience” ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้นำรถยนต์ฮอนด้าคู่ใจลงสัมผัสประสบการณ์การขับขี่จริงบนสนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต

     

    คุณปฏิมากร ศรีจันทร์ เจ้าของรถยนต์ Honda Civic e:HEV ใหม่ กล่าวว่า “เป็นครั้งแรกที่ได้ร่วมกิจกรรมกับฮอนด้า ประทับใจ Driving Clinic มาก เพราะได้เรียนรู้เทคนิคการขับขี่จากผู้ฝึกสอนมืออาชีพ ทั้งการเข้าโค้ง การเบรก และการควบคุมรถอย่างถูกวิธี สามารถนำเทคนิคหลายอย่างไปปรับใช้ในการขับขี่จริงในชีวิตประจำวันได้ ทำให้รู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้น ทำให้เห็นว่ารถในชีวิตจริง สามารถเข้าไปอยู่ในสนามแข่งจริงได้ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่คุ้มค่ามาก อยากเชิญชวนมาเป็นครอบครัวฮอนด้าเพื่อรับสิทธิเข้าร่วมกิจกรรมพิเศษแบบนี้

    นอกจากนี้ที่บ้านยังเป็นครอบครัวฮอนด้า โดยมีทั้ง Honda HR-V และ Honda e:N1 ซึ่งเหตุผลที่ทำให้ทั้งครอบครัวเราใช้รถยนต์ฮอนด้าเนื่องจากความมั่นใจในศูนย์บริการที่ครอบคลุมสะดวกสบายในการเข้ารับบริการ และมั่นใจในการบริการหลังการขายของฮอนด้า”

     

    กิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip ปิดฉากลงอย่างสวยงาม พร้อมเสียงความประทับใจที่สะท้อนถึงความตั้งใจของฮอนด้าในการส่งมอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ให้สัมผัสความเร้าใจของการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตแบบชิดติดขอบสนาม พร้อมเติมเต็มทั้งความสนุก ความตื่นเต้น และทักษะการขับขี่ปลอดภัย เพื่อถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างแท้จริง ทั้งในด้านสมรรถนะที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน และปลดล็อกศักยภาพการขับขี่ของรถยนต์ฮอนด้าให้พร้อมลุยบนแทร็กระดับโลก

     

    การแข่งขัน Honda One Make Race 2026 Race 5 – 6 ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเต็มไปด้วยความเข้มข้นและเร้าใจตลอดการแข่งขัน เหล่านักแข่งต่างงัดทั้งทักษะ และสมรรถนะของรถแข่งฮอนด้าออกมาขับเคี่ยวกันอย่างสูสีในทุกโค้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์และบรรยากาศแห่งมอเตอร์สปอร์ตที่สร้างความตื่นเต้นแบบเต็มพิกัด โดยแฟน ๆ มอเตอร์สปอร์ตเตรียมส่งแรงเชียร์กันต่อในศึกโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน Honda One Make Race 2026 กับ Race 7 – 8 วันที่ 14 – 18 ตุลาคม 2569 แข่งขันในรายการ PT Maxnitron Racing Series ณ สนามแข่งเฉพาะกิจ พีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ จังหวัดสงขลา สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ Facebook: Honda One Make Race https://www.facebook.com/HondaOneMakeRaceOfficial

     

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในศึกการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

    1 Min Read

    ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ผงาดคว้าแชมป์สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ในศึกการแข่งขัน เอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น (มิตซูบิชิ มอเตอร์ส) ประกาศชัยชนะครั้งยิ่งใหญ่ ของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ภายใต้การสนับสนุนด้านเทคนิคจากมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) หลังคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลในการแข่งขันเอเชีย ครอสคันทรี แรลลี่ 2026 หรือ เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ซึ่งจัดขึ้นในประเทศไทยเมื่อวันที่ 9-15 สิงหาคมที่ผ่านมา ด้วยรถกระบะไทรทัน1 จำนวน 3 คัน (รุ่น T1 หรือรถยนต์
    ครอสคันทรีประเภทดัดแปลง) โดยความสำเร็จครั้งนี้ยังถือเป็นการรักษาแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน พร้อมจารึกประวัติศาสตร์หน้าใหม่ เมื่อคู่หูนักแข่งและผู้นำทางสัญชาติญี่ปุ่นขึ้นครองตำแหน่งสูงสุด
    ในประเภทโอเวอร์ออลได้เป็นครั้งแรก

     

    การแข่งขันครั้งนี้มีระยะทางรวมทั้งหมด 2,145.19 กิโลเมตร โดยมีระยะทางช่วงสเปเชียลสเตจ (SS)2 อยู่ที่ 921.80 กิโลเมตร ซึ่ง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ คว้าชัยชนะประเภทโอเวอร์ออลด้วยเวลารวม 12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที ในขณะที่ คาสุโตะ โคอิเดะ จบการแข่งขันในอันดับที่ 27 ตามด้วย ชยพล โยธา ในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล

    การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 31 ในปีนี้ เป็นแรลลี่ครอสคันทรีระดับตำนานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยประเทศไทยเป็นสนามหลักและเป็นสถานที่จัดการแข่งขันเพียงแห่งเดียวในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยเส้นทางป่าทึบ และพื้นที่เกษตรกรรมที่มีสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงกันจนอาจทำให้หลงทางได้ง่าย ไปจนถึงเส้นทางที่เต็มไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่ จุดข้ามลำน้ำที่ยากต่อการประเมินแนวทางการขับขี่ ตลอดจนร่องโคลนที่ลึกและลื่น ประกอบกับสภาพอากาศร้อนชื้น ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายอันหฤโหดสำหรับทั้งนักแข่ง ทีมงาน และตัวรถ ที่ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต สามารถฝ่าฟันจนคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลมาครองได้ ท่ามกลางคู่แข่งมากฝีมือในศึกแรลลี่ที่ความสำเร็จต้องอาศัยทั้งทักษะด้านการขับขี่ ความเชี่ยวชาญในการนำทาง และการทำงานร่วมกันเป็นทีม แม้ปัจจัยเรื่องโชคจะมีส่วนชี้ชะตาในการแข่งขันด้วยก็ตาม

     

    การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 เปิดฉากขึ้นด้วยพิธีเปิดการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ณ Walking Street เมืองพัทยาเมืองท่องเที่ยวชายทะเลทางฝั่งตะวันออกของประเทศไทย ก่อนที่สเปเชียลสเตจแรกจะเริ่มต้นขึ้นในวันที่ 10 สิงหาคม โดย Leg 1 มุ่งหน้าขึ้นเหนือจากเมืองพัทยาสู่จังหวัดปราจีนบุรี ผ่านสวนยูคาลิปตัสและสวนยางพารา ซึ่งฝนที่ตกลงมาอย่างหนักทำให้เกิดน้ำท่วมขังสูงในหลายจุดจนมีสภาพราวกับแม่น้ำ นับเป็นหนึ่งในความท้าทายอันเป็นเอกลักษณ์ของการแข่งขัน

     

    การแข่งขัน Leg 2 เคลื่อนขบวนไปทางทิศตะวันตกจากปราจีนบุรีไปยังนครสวรรค์ โดยระยะทางของสเปเชียลสเตจถูกปรับทอนลงมาอย่างมากจาก 145.67 กิโลเมตร เหลือเพียง 67.32 กิโลเมตร เนื่องจากมีการกำหนดให้ใช้พื้นที่ฝึกซ้อมทางทหารบนเส้นทางการแข่งขัน อย่างไรก็ตาม สเตจนี้ยังคงเต็มไปด้วยความท้าทายในช่วงทางขึ้นเขาที่ขับเคี่ยวได้ยาก ขณะที่ Leg 3 เป็นเส้นทางแบบวนรอบจากนครสวรรค์ผ่านพื้นที่เพาะปลูกทางภาคเหนือก่อนวกกลับเข้าสู่ตัวเมืองอีกครั้ง ผ่านทุ่งนาและคลองชลประทานรายล้อมตลอดทาง รวมถึงถนนในท้องไร่และลำน้ำที่ดูคล้ายคลึงกันเป็นจำนวนมาก ทำให้ Leg นี้กลายเป็นบททดสอบทักษะการนำทางของผู้แข่งขันอย่างหนักหน่วง

     

    Leg 4 มุ่งหน้าขึ้นเหนือต่อจากนครสวรรค์สู่กำแพงเพชรบนเส้นทางพาดผ่านผืนป่าและชุมชนชนบท ก่อนเข้าสู่ถนนในไร่ที่คดเคี้ยวผ่านไร่มันสำปะหลังและไร่อ้อย พร้อมช่วงทำความเร็วสูงหลายจุด จากนั้นใน Leg 5 บรรดานักแข่งได้เดินทางสู่พิษณุโลกซึ่งโดดเด่นด้วยทัศนียภาพธรรมชาติอันกว้างใหญ่ โดยครึ่งแรกของสเตจเป็นเส้นทางป่าที่แคบและวกวนรอบอ่างเก็บน้ำ ขณะที่ครึ่งหลังเป็นทางลูกรังทอดยาวเลียบแนวลำน้ำ

     

    สำหรับ Leg 6 ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการแข่งขัน มีระยะทางสเปเชียลสเตจเพียง 58.62 กิโลเมตร ทำให้ Leg 5 กลายเป็นช่วงชี้ขาดที่สำคัญของการคว้าตำแหน่งชนะเลิศในประเภทโอเวอร์ออล โดยสเตจสุดท้ายยังคงแข่งขัน
    ในพิษณุโลกบนเส้นทางตัดผ่านภูมิประเทศแบบภูเขาก่อนมุ่งหน้ากลับเข้าสู่ตัวเมืองเพื่อเข้าเส้นชัย ด้วยระดับความสูงที่มากกว่าสเตจอื่น ๆ ประกอบกับเส้นทางที่เต็มไปด้วยหลุมและร่องลึกจำนวนมาก ซึ่งอาจทำให้รถพลิกคว่ำได้แม้ในช่วงสั้น ๆ จึงเป็นสเตจที่นักแข่งไม่สามารถประมาทได้จนกว่าจะผ่านเส้นชัยในช่วงสุดท้าย

     

    ไฮไลต์ผลงานของทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

    คัตสึฮิโกะ ทากูชิ ออกสตาร์ตได้อย่างยอดเยี่ยมใน Leg 1 ด้วยการรักษาเวลาที่เสียไปให้น้อยที่สุด แม้คู่แข่งหลายรายที่ออกตัวไปก่อนในช่วงแรกจะหลุดออกนอกเส้นทาง พร้อมรีดสมรรถนะการขับขี่แบบครอสคันทรี
    อันโดดเด่นของรถกระบะไทรทัน ในการรับมือกับทางน้ำและแอ่งน้ำขนาดใหญ่ที่เกิดจากฝนตกหนัก โดย คัตสึฮิโกะ ทากูชิ จบการแข่งขันสเตจแรกในอันดับที่ 3 ของตารางคะแนนรวม ก่อนทำเวลาสเปเชียลสเตจได้เร็วที่สุดใน Leg 3 และขยับขึ้นเป็นผู้นำประเภทโอเวอร์ออล แม้ในขณะนั้นจะมีเวลานำอันดับที่ 2 เพียง 8 วินาที แต่ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ ยังคงรักษาความได้เปรียบและค่อย ๆ ขยายช่องว่างจากคู่แข่งด้วยการขับขี่อย่างมีวินัยบนเส้นทางที่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวอาจหมายถึงการสูญเสียตำแหน่งผู้นำ

     

    เมื่อจบ Leg 5 ซึ่งเป็นสเตจที่มีระยะทางยาวที่สุดของการแข่งขัน ทั้งคู่สามารถทิ้งห่างคู่แข่งได้มากกว่า 5 นาที โดยในวันสุดท้าย ทั้งสองเลือกใช้กลยุทธ์การขับขี่อย่างรัดกุม หลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่ไม่จำเป็น และนำรถเข้าเส้นชัยได้อย่างปลอดภัย ด้วยการบริหารช่องว่างจากคู่แข่งอย่างรอบคอบ ทำให้ คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ทาคาฮิโระ ยาสุอิ สามารถคว้าแชมป์ประเภทโอเวอร์ออลของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นครั้งแรก ด้วยเวลาที่เร็วกว่าอันดับที่ 2 ถึง 2 นาที 25 วินาที พร้อมพาทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต คว้าแชมป์การแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน

     

    ด้าน คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่งซึ่งเป็นผู้ทดสอบรถยนต์ของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศญี่ปุ่น) และลงแข่งเอเอ็กซ์ซีอาร์ เป็นครั้งที่ 3 ต้องเผชิญอุปสรรคตั้งแต่ออกสตาร์ต เมื่อรถติดหล่มในคูข้างทางระหว่าง Leg 1 ส่งผลให้โดนลงโทษจากการทำเวลาเกินกำหนด อย่างไรก็ตาม คาสุโตะ โคอิเดะ สามารถกลับมาทำผลงานได้เป็นอย่างดีในสเตจที่เหลือ พร้อมทำหน้าที่สนับสนุนทั้ง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ และ ชยพล โยธา ควบคู่ไปกับการพัฒนาความเร็วของตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดย คาสุโตะ โคอิเดะ ทำเวลาได้เป็นอันดับ 8 ในสเปเชียลสเตจที่ 5 และลงแข่งครบทุกสเปเชียลสเตจ ก่อนจบการแข่งขันด้วยอันดับที่ 27 ในประเภทโอเวอร์ออล

     

    ส่วนแชมป์เก่าอย่าง ชยพล โยธา ต้องพบกับปัญหายางรั่วในช่วงเส้นทางหินของ Leg 2 ทำให้เสียเวลาไปกับการเปลี่ยนยาง ก่อนเร่งทำอันดับกลับคืนมาและขยับขึ้นสู่อันดับที่ 6 ของประเภทโอเวอร์ออลใน Leg 3 แต่ในช่วงครึ่งหลังของ Leg 4 ต้องพบกับอุปสรรคอีกครั้ง เมื่อรถกระแทกเข้าที่ด้านท้ายขวา จนต้องเปลี่ยนยางเป็นครั้งที่ 2 ก่อนจะเกิดปัญหาเครื่องยนต์ตามมาในช่วงครึ่งแรกของ Leg 5 ท่ามกลางอุปสรรคและบทลงโทษด้านเวลา ชยพล โยธา ยังคงสามารถนำรถเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ และจบการแข่งขันในอันดับที่ 36 ของประเภทโอเวอร์ออล

     

     

     

     

    ความคิดเห็นจากทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต

    ฮิโรชิ มาซูโอกะ ผู้อำนวยการทีม

    “ผมรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่นักแข่งและผู้นำทางชาวญี่ปุ่นสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันรายการนี้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ การแข่งขันในปีนี้เป็นการต่อสู้กันอย่างสูสีตั้งแต่เริ่มต้น และยากที่จะคาดเดาได้ว่าใครจะเป็นผู้คว้าชัยชนะในท้ายที่สุด ผมเชื่อว่าความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความมุ่งมั่นและการทำงานเป็นทีมอย่างเต็มที่ของสมาชิกทีมทุกคน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้นำประสบการณ์ที่สั่งสมจากการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตภายใต้สภาวะสุดขั้วนี้ มาใช้เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนารถยนต์ที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงมาอย่างยาวนาน โดยประโยชน์ที่ได้รับนั้นไม่ได้จำกัดอยู่เพียงด้านสมรรถนะการขับขี่ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยอันเป็นคุณลักษณะที่สำคัญของรถยนต์มิตซูบิชิ เช่นเดียวกับการพัฒนาบุคลากรด้านวิศวกรรม ซึ่งประสบการณ์ที่ได้รับจากสภาพแวดล้อมในการแข่งขันเช่นนี้จะช่วยต่อยอดและนำไปพัฒนาต่อเนื่องได้อย่างแน่นอน ผมขอขอบคุณทุกคนสำหรับการสนับสนุนที่มีให้กับทีมของเรา”

     

    คัตสึฮิโกะ ทากูชิ นักแข่งรถหมายเลข 106

    “ผมไม่เคยคิดเลยว่าเราจะก้าวขึ้นนำในประเภทโอเวอร์ออลได้ตั้งแต่วันที่ 3 แม้จากภายนอกอาจดูเหมือนว่าทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ตลอดการแข่งขัน ทาคาฮิโระ ยาสุอิ และผมต้องขับกันอย่างเต็มขีดจำกัดอยู่ตลอดเวลา หลังจากขึ้นเป็นผู้นำ คู่แข่งจำเป็นต้องเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้นเพื่อไล่ตาม ซึ่งกลับกลายเป็นผลดีต่อเรา เสน่ห์ของการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ คือการผสมผสานระหว่างความยากและความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนใคร เพราะนักแข่งต้องตัดสินใจในเสี้ยววินาทีอยู่ตลอดเวลาบนเส้นทางออฟโรด ด้วยการยกระดับสมรรถนะการควบคุมของรถกระบะไทรทันที่ดีขึ้นมากก่อนการแข่ง ทำให้ผมสามารถขับตามไลน์ที่วางไว้ได้และหลีกเลี่ยงปัญหายางรั่วได้สำเร็จ ผมดีใจมาก
    ที่คว้าชัยชนะมาได้ แม้จะยังรู้สึกเสียดายที่ถูกแซงในสเปเชียลสเตจสุดท้ายอยู่บ้าง แต่ครั้งหน้า ผมอยากมั่นใจว่าเราจะเร็วที่สุดบนเส้นทางตั้งแต่ต้นไปจนถึงเส้นชัย”

     

    คาสุโตะ โคอิเดะ นักแข่งรถหมายเลข 118

    “หลังจากได้รับบทลงโทษเรื่องเวลาในวันแรก ผมเกือบจะหมดกำลังใจไปแล้ว แต่การทำผลงานติด 10 อันดับแรกในสเปเชียลสเตจที่ 5 ก็ช่วยกู้ความมั่นใจกลับคืนมาได้ รถกระบะไทรทันในปีนี้ควบคุมง่ายขึ้นมากในช่วงที่ต้องชะลอและออกตัวสลับกันไปมา ด้วยการพัฒนาแรงบิดในรอบต่ำและการควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ อีกทั้งยังแสดงสมรรถนะได้อย่างดีเยี่ยมในสเตจความเร็วสูง บทเรียนที่ได้จากการแข่งขันอันหนักหน่วงครั้งนี้ ทั้งการตัดสินใจและการบริหารความเสี่ยง ณ จุดสุดขีดจำกัด จะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการทำงานของผมในฐานะครูฝึก และการฝึกอบรมนักขับทดสอบรุ่นใหม่ในอนาคต เพราะการมอบการเดินทางที่ปลอดภัย อุ่นใจ และสะดวกสบาย ไม่ว่าจุดหมายจะอยู่ที่ใดคือหัวใจสำคัญของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส และประสบการณ์ที่ได้จากสภาวะยากลำบากที่สุดเท่าที่จะจินตนาการได้นี้ คือสิ่งที่ช่วยให้เราสร้างสรรค์รถยนต์ที่วางใจได้และตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง”

     

    ชยพล โยธา นักแข่งรถหมายเลข 101

    “การแข่งขันในปีนี้ทรหดอย่างมาก ทั้งโคลน ช่วงทำความเร็วสูงพิเศษ และป่าหนาทึบที่บดบังมุมมอง ทำให้ทุกช่วงของการแข่งขันแทบไม่มีพื้นที่สำหรับความผิดพลาดเลย ผมรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถรักษาจังหวะความเร็วที่ตั้งใจไว้ได้เนื่องจากปัญหาทางเทคนิคของตัวรถ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็ยังภูมิใจกับเพื่อนร่วมทีมของผมอย่าง คัตสึฮิโกะ ทากูชิ ที่สามารถรักษาแชมป์ให้ทีมมิตซูบิชิ แรลลี่อาร์ต ได้สำเร็จ รถกระบะไทรทันที่ได้รับการพัฒนามาแล้วคันนี้เป็นรถที่ยอดเยี่ยมมาก ทั้งการกระจายน้ำหนักที่สมดุลและทัศนวิสัยที่ดี ทำให้สามารถควบคุมรถได้ดังใจจนแทบหาจุดอ่อนไม่เจอ ที่สำคัญ การแข่งขันครั้งนี้ยังย้ำเตือนผมถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพที่ทำให้มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เป็นแบรนด์ที่ผมชื่นชมมาตั้งแต่เด็กอีกครั้งด้วยเช่นกัน”

     

    ผลการแข่งขัน เอเอ็กซ์ซีอาร์ 2026 ประเภทรถยนต์ – อันดับประเภทโอเวอร์ออล

    อันดับที่ 1: คัตสึฮิโกะ ทากูชิ / ทาคาฮิโระ ยาสุอิ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)         12 ชั่วโมง 58 นาที 20 วินาที

    อันดับที่ 27: คาสุโตะ โคอิเดะ / เออิจิ ชิบะ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)                20 ชั่วโมง 58 นาที 30 วินาที

    อันดับที่ 36: ชยพล โยธา / พีรพงษ์ สมบัติวงศ์ (มิตซูบิชิ ไทรทัน)           34 ชั่วโมง 48 นาที 43 วินาที

     

    เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ AXCR 2026: https://asiacrosscountryrally.com/index.html


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • พีทีที สเตชั่น ขอร่วมฉลองด้วยคน! จัดโปรแรงเอาใจสมาชิกบลูพลัส มอบส่วนลดน้ำมันทันที 1 บาท/ลิตร ครบทุกชนิดน้ำมัน

    1 Min Read

    พีทีที สเตชั่น ขอร่วมฉลองด้วยคน! จัดโปรแรงเอาใจสมาชิกบลูพลัส มอบส่วนลดน้ำมันทันที 1 บาท/ลิตร ครบทุกชนิดน้ำมัน ทั้งเกรดมาตรฐานและเกรดพรีเมียม เมื่อเติมน้ำมันครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 19–20 สิงหาคม 2569

    ทีที สเตชั่น เดินหน้าส่งต่อความคุ้มค่าและช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายด้านพลังงานให้ผู้บริโภค ด้วยโปรโมชันพิเศษสำหรับสมาชิกบลูพลัส เติมน้ำมันชนิดใดก็ได้ครบ 500 บาทขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับส่วนลดน้ำมันทันที 1 บาท/ลิตร ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการ สิทธิพิเศษครั้งนี้ ให้ส่วนลดทุกชนิดน้ำมัน ครอบคลุมน้ำมันเกรดมาตรฐาน ได้แก่ แก๊สโซฮอล์ E20, แก๊สโซฮอล์ 91, แก๊สโซฮอล์ 95, แก๊สโซฮอล์ E85, เบนซิน, ดีเซล และดีเซล B20 รวมถึงน้ำมันเกรดพรีเมียม ได้แก่ Super PowerX 99, Super PowerX Diesel และ Super Power Gasohol 95 พร้อมรับความคุ้มได้ตลอด 2 วัน พีทีที สเตชั่น พร้อมเติมความคุ้มให้ทุกการเดินทาง ลดจริง 1 บาท/ลิตร ครบทุกชนิดน้ำมัน ตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ พีทีที สเตชั่น สาขาที่ร่วมรายการ ตั้งแต่วันที่ 19–20 สิงหาคม 2569 เท่านั้น

     

    ยังไม่ได้เป็นสมาชิกบลูพลัส สมัครฟรีได้ที่ PTT Station ทั่วประเทศ
    หรือผ่าน blueplus+ Plus Together

    ติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือ Contact Center โทร. 1365

    เงื่อนไขกิจกรรม :

    • ให้ส่วนลดเฉพาะสมาชิกบลูพลัส ที่แจ้งสะสมคะแนนเมื่อเติมน้ำมันเท่านั้น (แจ้งเบอร์โทร/รูดบัตรสมาชิก)
    • ให้ส่วนลดเมื่อเติมน้ำมัน โดยจำกัดยอดเติมขั้นต่ำ 500 บาท/ใบเสร็จ
    • หากลูกค้าไม่ได้เป็นสมาชิกบลูพลัส สามารถสมัครใหม่ที่สถานี และรับส่วนลดได้ทันที (สมัครเสร็จก่อนเติมน้ำมัน)
    • ไม่เข้าร่วมกับการใช้คูปองส่วนลดน้ำมัน blueplus+ และคูปองส่วนลดน้ำมันอื่นๆ (หากมี)
    • ไม่เข้าร่วมกับโปรโมชั่นอื่นๆ ยกเว้น โปรโมชั่นเติมน้ำมันพรีเมียม รับฟรีร่มกอล์ฟ
    • ไม่เข้าร่วมกับส่วนลดสถานีบริการเติมเอง (Self-serve)
    • ไม่เข้าร่วมกับลูกค้า Fleet Card, Fill&Go+, Top up Card และ บัตร บจน. นอกจากนั้นเข้าร่วมทุกประเภทการชำระเงิน
    • ไม่รองรับการให้ส่วนลดกรณีที่มีการรวบชำระ
    • รองรับการให้ส่วนลดกรณีที่มีการแบ่งชำระ เช่น แบ่งชำระเป็นเงินสด ร่วมกับบัตรเครดิต แบ่งชำระเป็นเงินสด ร่วมกับการแลกคะแนนบลูพลัสเป็นส่วนลดน้ำมัน แต่หากแบ่งชำระร่วมกับการชำระเงินที่ไม่เข้าร่วมจะไม่ได้รับส่วนลด
    • สมาชิกที่ได้รับส่วนลด จะสามารถสะสมคะแนนบลูพลัสได้ตามปกติ (ยอดสะสมหลังหักส่วนลด)
    • ไม่จำกัดการให้โควตาการให้ส่วนลด สูงสุดต่อสมาชิก/คน/สถานี

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • BIG MOTOR SALE 2026 จัดเต็มความบันเทิงตลอด 10 วัน ท่ามกลางภูมิทัศน์ใหม่

    1 Min Read

    BIG MOTOR SALE 2026 จัดเต็มความบันเทิงตลอด 10 วัน ท่ามกลางภูมิทัศน์ใหม่

    BIG MOTOR SALE 2026 เตรียมมอบความบันเทิงตลอดงาน 10 วัน กับมินิคอนเสิร์ต วงสุนทราภรณ์ และศิลปินชื่อดัง ผลัดเปลี่ยนมาร่วมสร้างสีสัน ณ เวทีกลาง หน้าฮอลล์ 103 เวลา 18.00–19.00 น.

    ประเดิมวันเปิดงาน ศุกร์ที่ 21 สิงหาคมนี้ ด้วยของขวัญสุดพิเศษ พบกับวงสุนทราภรณ์ และนักร้อง VVIP คุณรุจิโรจ เอี่ยมลำเนา ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์มูลนิธิสุนทราภรณ์ ร่วมร้องเพลงพิเศษเนื่องในโอกาสครบรอบ 13 ปี BIG MOTOR SALE….

    ส่วนวันอื่นๆ ศิลปินชื่อดัง บอย พีชเมกเกอร์ (เสาร์ที่ 22 สิงหาคม), โอ๊ต ปราโมทย์ (อาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม), ไอซ์ ศรัณยู (เสาร์ที่ 29 สิงหาคม), และ ไมยราพ (อาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม) พร้อมสร้างความสุขและความเพลิดเพลินให้แก่ผู้เข้าชมงานเต็มพิกัด!!


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • มินิ ประเทศไทย เปิดตัวมินิ เอซแมน คอลเลกชันพิเศษ 3 รุ่น สะท้อน 3 มุมของชีวิตในเมือง

    2 Min Read

    มินิ ประเทศไทย เปิดตัวมินิ เอซแมน คอลเลกชันพิเศษ 3 รุ่น สะท้อน 3 มุมของชีวิตในเมือง

    มินิ ประเทศไทย เผยโฉมรุ่นพิเศษของรถยนต์ครอสโอเวอร์ไฟฟ้า มินิ เอซแมน เอสอี พร้อมกัน 3 รุ่นเป็น
    ครั้งแรก ทั้ง มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection, มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection และ มินิ เอซแมน
    เอสอี JCW Collection โดยแต่ละคอลเลกชันสะท้อนถึงมุมมองที่แตกต่างกันของชีวิตคนเมือง และเปิดตัวในจำนวนจำกัด รวมทั้งสิ้นเพียง 130 คันในประเทศไทย

    มินิ เอซแมน เอสอี ทั้ง 3 คอลเลกชัน เปิดตัวภายใต้แนวคิด ‘MINI Aceman Collections: Shade of Urban Living’ ซึ่งเป็นการตีความพื้นที่ตัวเมืองให้เป็นมากกว่าแค่พิกัดบนแผนที่ แต่เป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจและไลฟ์สไตล์ที่
    ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยงานเปิดตัวที่จัดขึ้นในย่านทรงวาด ที่มีการพลิกโฉมและสร้างเอกลักษณ์ขึ้นด้วยแนวทางของตัวเอง เช่นเดียวกับมินิ เอซแมน ที่ถ่ายทอดความหลากหลายของชีวิตเมืองผ่าน 3 คอลเลคชันพิเศษ ที่พร้อมเปลี่ยนทุกมุมเมืองให้กลายเป็น District ในแบบของตนเอง

    คุณประภัสรา อร่ามวงศ์สมุทร ผู้อำนวยการ มินิ ประเทศไทย กล่าวว่า “มินิ เอซแมน ได้ดึงดูดลูกค้ารุ่นใหม่เข้าสู่
    แบรนด์ของเราอย่างชัดเจน กลุ่มคนที่ต้องการทั้งความคล่องตัวและเอกลักษณ์เฉพาะตัวซึ่งมีเพียงมินิเท่านั้นที่มอบได้ พร้อมด้วยพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ที่ตอบโจย์การใช้ชีวิตในเมืองได้อย่างลงตัว แน่นอนว่าลูกค้าของเราแต่ละคนมีนิยามการใช้ชีวิตในแบบของตนเอง เราจึงขอเสนอมินิ เอซแมน คอลเลกชันใหม่ทั้ง 3 รุ่นแบบ ที่สะท้อนมุมมองการใช้ชีวิตในเมืองที่แตกต่างกัน ให้แฟนๆ มินิ สามารถเลือก เอซแมน รุ่นพิเศษที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้อย่างแท้จริง”

    มินิ เอซแมน เอสอี ทั้งสามคอลเลกชัน นับเป็นรุ่นพิเศษล่าสุดจากมินิหลังจากที่ได้เปิดตัวในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง โดยทั้งสามรุ่นจะผลิตและจำหน่ายในจำนวนจำกัด และพร้อมให้เป็นเจ้าของได้ครั้งแรกในงาน MINI Expo 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 21-31 สิงหาคม 2569 ณ ศูนย์การค้าเมกาบางนา

    มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection ใหม่

    ราคา: 1,799,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

    จำนวนจำกัด 50 คัน

     

    Multitone Collection เป็นรุ่นที่โดดเด่นด้วยงานออกแบบที่สะท้อนตัวตนของผู้หลงใหลในงานดีไซน์ ที่ไม่เคยหยุดค้นหาสิ่งใหม่ๆ ในชีวิต

     

    เอซแมนรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีตัวถังแบบเฉพาะรุ่น Indigo Sunset Blue จับคู่กับหลังคา Multitone Roof สีน้ำเงิน ที่
    เข้าคู่กันอย่างลงตัว โดยหลังคา Multitone Roof เป็นเสมือนผืนผ้าใบที่แต่งแต้มด้วยสีสันจากกระบวนการพ่นสีแบบ wet-on-wet ที่สร้างระดับสีอย่างสะดุดตา จากสีขาวที่บริเวณเหนือกระจกหน้า เข้มขึ้นเป็นสีน้ำเงินที่ช่วงท้ายรถ โดยหลังคา Multitone Roof ของแต่ละคันจะมีโทนสีที่ไล่ระดับแตกต่างกันเล็กน้อยตามสภาพแวดล้อมในขณะทำสี สร้างเอกลักษณ์ประจำตัวให้กับมินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection ทั้ง 50 คัน ส่วนกระจกมองข้างสีขาวและราวหลังคาเติมโทนสีที่ตัดกับตัวรถได้อย่างมีลูกเล่น เข้าคู่กับไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED ที่ปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ 3 รูปแบบ ส่วนระบบไฟสูงอัตโนมัติ ไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง และกระจกมองข้างพร้อมไฟโปรเจคชั่น เสริมทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในทุกการเดินทาง

     

    มินิ เอซแมน เอสอี Multitone Collection มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย Slide Spoke แบบทูโทน พร้อมยางขนาด 225/45 R18 ภายในห้องโดยสาร ตกแต่งเบาะนั่งด้วยวัสดุ Vescin และผ้าในโทนสีดำ/น้ำเงิน จับคู่กับชุดแต่งแบบ Classic และพวงมาลัยสปอร์ต ก่อนเสริมความสะดวกสบายด้วยเบาะหน้าที่ปรับด้วยระบบไฟฟ้า ระบบนวด Active Seat สำหรับผู้ขับขี่ ฟังก์ชัน Parking Assistant และ Driving Assistant พร้อมแพ็คเกจ Comfort ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐาน เช่นเดียวกับหน้าจอ OLED ทรงกลม MINI Interaction Unit บริการมากมายจาก MINI Connected Services ระบบนำทาง MINI Navigation AR และแท่นชาร์จสมาร์ทโฟนแบบไร้สาย

     

    มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection ใหม่

    ราคา: 1,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

    จำนวนจำกัด 50 คัน

    Shadow Collection ถ่ายทอดความสง่างามที่เรียบง่าย ด้วยการตกแต่งที่มุ่งเน้นโทนสีเข้มแบบเคร่งขรึม พร้อมสะกดสายตา

     

    มินิ เอซแมน เอสอี Shadow Collection มาในโฉมสีดำล้วน Midnight Black โดยใช้สีเดียวกันนี้บนหลังคา ราวหลังคา และฝาครอบกระจกมองข้าง เพื่อสร้างบุคลิกที่เปี่ยมด้วยพลัง ทั้งยังโดดเด่นด้วยหลังคา Panorama Roof และล้อ
    อัลลอยขนาด 18 นิ้ว ลาย JCW Slide Spoke สีดำ และยางขนาด 225/45 R18 ส่วนไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED พร้อมปรับเปลี่ยนดีไซน์ได้ 3 รูปแบบ ทำงานร่วมกับระบบไฟสูงอัตโนมัติ และไฟส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง เพื่อเสริม
    ทั้งบุคลิกของตัวรถและความมั่นใจในการขับขี่ยามค่ำคืน

     

    ห้องโดยสารของ Shadow Collection ยังคงบุคลิกที่เข้มแบบเรียบหรู เริ่มจากเบาะหุ้มวัสดุ Vescin สีดำ จับคู่กับชุดแต่ง John Cooper Works เบาะนั่งสปอร์ต JCW และพวงมาลัยดีไซน์ JCW และเพดานห้องโดยสารสี Anthracite ในด้านของความสะดวกสบาย รุ่นพิเศษ Shadow Collection มาพร้อมอุปกรณ์และสมรรถนะเทียบเท่ามินิ เอซแมน เอสอี Hightrim จึงมีพร้อมทั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ Parking Assistant Plus ระบบช่วยการขับขี่ Driving Assistant Plus และแพ็คเกจ Comfort Plus พร้อมด้วยระบบเสียง Harman Kardon ระบบ MINI Navigation AR ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop&Go กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ฟีเจอร์ Remote 3D View และ Drive Recorder

     

    มินิ เอซแมน เอสอี JCW Collection ใหม่

    ราคา: 2,099,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ MSI Standard)

    จำนวนจำกัด 30 คัน

    JCW Collection พร้อมตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการผสานกลิ่นอายของความเร้าใจจากโลกมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับความลื่นไหลของการเดินทางในเมือง

     

    คอลเลกชันพิเศษนี้ มีให้เลือกเป็นเจ้าของในสามสี ได้แก่ เทา Legend Grey, ขาว Nanuq White และเงิน Melting Silver โดยทั้งสามสีมาพร้อมกับหลังคาและฝาครอบกระจกมองข้างสีดำ ราวหลังคา และหลังคา Panorama Roof ส่วนล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ขับเน้นความสปอร์ตด้วยลาย JCW Lap Spoke สองสี พร้อมยางขนาด 225/40 R19

     

    ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งตกแต่งด้วยวัสดุ Vescin/Cord JCW สีดำ ผสานกับชุดตกแต่งภายใน JCW เบาะนั่งสปอร์ต JCW พวงมาลัยดีไซน์ JCW และเพดานในสี Anthracite นอกจากนี้ มินิ เอซแมน เอสอี JCW Collection ยังมาพร้อมชุดตกภายในและระบบช่วยเหลือการขับขี่ที่ครบครันที่สุดในทั้งสามคอลเลกชันพิเศษ เทียบเท่ากับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ เอซแมน อาทิ Head-up Display Parking Assistant Plus, Driving Assistant Plus แพ็คเกจ Comfort Plus ระบบเสียงเซอร์ราวด์ Harman Kardon ระบบ MINI Navigation AR ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชัน Stop&Go กล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา ฟีเจอร์ Remote 3D View และ Drive Recorder

     

    มินิ เอซแมน ทั้งสามคอลเลกชันถ่ายทอดปรัชญาการออกแบบ ‘Charismatic Simplicity’ ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมินิ และยังขับสนุกในสไตล์มินิด้วยพลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้สูงสุด 218 แรงม้า / 160 กิโลวัตต์ ลงสู่ล้อหน้า สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลา 7.1 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 54.2 กิโลวัตต์ชั่วโมง ให้ระยะทางขับขี่สูงสุด 405 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน WLTP) รองรับการชาร์จด้วยกระแสตรง (DC) ที่กำลังไฟสูงสุด 95 กิโลวัตต์ จึงใช้เวลาเพียง 31 นาที ในการชาร์จจาก 10 – 80% ขณะที่การชาร์จด้วยไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) ที่กำลังไฟสูงสุด 11 กิโลวัตต์ ใช้เวลาชาร์จให้เต็ม 100% ราว 5 ชั่วโมงครึ่ง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมอีวี ดันแบรนด์ MG IM ขยายฐานลูกค้าในไทย จ่อเตรียมเผยโฉมรุ่น EXCLUSIVE EDITION ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    1 Min Read

    เอ็มจี เดินหน้ารุกตลาดพรีเมียมอีวี ดันแบรนด์ MG IM ขยายฐานลูกค้าในไทย จ่อเตรียมเผยโฉมรุ่น EXCLUSIVE EDITION ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จของแบรนด์รถยนต์ IM หนึ่งในเครือ SAIC MOTOR CORPORATION ยอดจอง 7 เดือนแรกของปี 2569 เติบโตถึง 82.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ตอกย้ำเทคโนโลยี และนวัตกรรมยานยนต์ระดับสูงตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลก ขณะที่ เอ็มจี เซลส์ ประเทศไทย ประสบความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าไปสู่กลุ่มพรีเมียมด้วย 2 โมเดลอย่าง MG IM6 และ MG IM5 และจ่อเตรียมสร้างสีสันให้กับตลาดอีวีต่อเนื่องด้วยการเผยโฉม MG IM5 รุ่น “EXCLUSIVE EDITION” ในงาน BIG MOTOR SALE 2026

     

    แบรนด์รถยนต์ IM เป็นหนึ่งในแบรนด์ยานยนต์ภายใต้ SAIC MOTOR CORPORATION ที่โดดเด่นด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ และนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในตลาดพรีเมียมได้เป็นอย่างดี และปีนี้ยังคงเดินหน้าขยายตลาดในตลาดโลกต่อเนื่อง โดยมีผลิตภัณฑ์ทั้งกลุ่ม SUV และ SEDAN ในการทำตลาด ซึ่งข้อมูลจากฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ของ SAIC MOTOR CORPORATION ระบุว่าแบรนด์ IM มียอดขายสะสมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 เพิ่มขึ้นถึง 82.45% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนการเติบโตอย่างแข็งแกร่งของ IM ในตลาดโลก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM TANK 300 DIESEL ผ่านทุกบททดสอบของสนามแข่งสุดทรหด AXCR 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความทนทานของขุมพลังดีเซล

    1 Min Read

    GWM TANK 300 DIESEL ผ่านทุกบททดสอบของสนามแข่งสุดทรหด AXCR 2026 ตอกย้ำความแข็งแกร่งและความทนทานของขุมพลังดีเซล

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” และมุ่งมั่นที่จะก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) สร้างอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญ พิสูจน์สมรรถนะขั้นสุดของ GWM TANK 300 DIESEL ด้วยการลุยผ่านเส้นทางทรหดกว่า 2,000 กิโลเมตร และเข้าเส้นชัยในการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 (AXCR 2026) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ  ตอกย้ำสมรรถนะ ความแข็งแกร่ง ความทนทานและศักยภาพของขุมพลังเครื่องยนต์ดีเซลจาก GWM ได้อย่างเด่นชัดในเวทีระดับสากล

    สำหรับผลการแข่งขันของทีม GWM Ek Group Racing Team  ในรายการ AXCR 2026 ครั้งนี้ นับเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ โดย GWM TANK 300 DIESEL ทั้ง 2 คันสามารถฝ่าฟันการแข่งขันครบทั้ง 6 LEG และเข้าเส้นชัยได้สำเร็จ ท่ามกลางบททดสอบอันทรหดตลอดเส้นทาง โดยรถหมายเลข 114 ซึ่งขับโดย โอฬาร สรสิริรัตน์ (นักแข่ง) และสมเกียรติ น้อยจาด (ผู้นำทาง) คว้าอันดับ 12 ในประเภท Overall และอันดับ 4 ในรุ่น T2A-D ขณะที่รถหมายเลข 128 ขับโดย โทวัล ธรวรรณเสน (นักแข่ง)  และ ชัพวิชญ์ จุลสันติรัตน์ (ผู้นำทาง) จบการแข่งขันในอันดับ 15 Overall และอันดับ 6 ในรุ่น T2A-D

    เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการGWM (ประเทศไทย)ได้กล่าวว่า สำหรับ GWM การเข้าร่วมการแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญในฐานะแบรนด์ยานยนต์จีนที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย และเป็นการเปิดบทใหม่ของ GWM บนเวทีมอเตอร์สปอร์ตระดับนานาชาติ เรามองว่าการแข่งขันที่ท้าทายที่สุดคือสนามทดสอบที่ดีที่สุด เพราะนี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของการแข่งขันหรืออันดับ แต่คือโอกาสในการนำเทคโนโลยี วิศวกรรม และความทนทานของผลิตภัณฑ์มาพิสูจน์ภายใต้สภาพแวดล้อมจริงที่โหดร้าย คาดเดาไม่ได้ และเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การได้เห็น GWM TANK 300 DIESEL เข้าถึงเส้นชัยได้อย่างสวัสดิภาพ ถือเป็นความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ และบทพิสูจน์ที่มีความหมายอย่างยิ่งต่อ GWM”

    เวทีพิสูจน์เทคโนโลยีดีเซลเจเนอเรชันใหม่ของ GWM

    ทั้งนี้ GWM TANK 300 DIESEL ที่เข้าร่วมการแข่งขันดังกล่าวมีพื้นฐานจากรถยนต์ที่จัดจำหน่ายทั่วไป ก่อนนำมาปรับแต่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA และกติกาประเภท T2 ซึ่งเป็นประเภทที่กำหนดให้รถแข่งยังคงใกล้เคียงกับรถผลิตจริงมากที่สุด เพื่อพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพื้นฐานวิศวกรรม โครงสร้างแชสซี ระบบส่งกำลัง และความทนทานของรถที่ลูกค้าใช้งานจริง สามารถรับมือกับหนึ่งในสนามแข่งที่โหดที่สุดของเอเชียได้อย่างมั่นใจ การนำรถเข้าถึงเส้นชัยจึงเปรียบเสมือนการผ่านสนามสอบที่ท้าทายที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ที่พิสูจน์ให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของตัวรถและขุมพลังในสถานการณ์จริง โดยทุกข้อมูลและประสบการณ์จากการแข่งขันจะถูกนำไปใช้พัฒนาคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ GWM อย่างต่อเนื่อง

    ยิ่งไปกว่านั้น การเข้าร่วมแข่งขัน Asia Cross Country Rally 2026 ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ GWM ในการยกระดับจากการสร้างความมั่นใจบนท้องถนน สู่การพิสูจน์สมรรถนะที่แท้จริงในสนามแข่งระดับสากล  อีกทั้งยังเป็นการตอกย้ำความเชี่ยวชาญด้านระบบส่งกำลังและเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูงที่ GWM สั่งสมมายาวนานกว่า 20 ปี เพื่อสร้างขุมพลังที่ไม่ใช่แค่ ‘แรง’ แต่ต้อง ‘ล้ำหน้า’ และ ‘ยั่งยืน’  โดยให้ความสำคัญกับการยกระดับสมรรถนะ ความทนทาน และความเชื่อมั่นในการใช้งานจริง ผ่านการทดสอบความทนทานมาอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับประเทศไทย GWM แนะนำเครื่องยนต์ดีเซลอย่างเป็นทางการในปี 2568 ที่ผ่านมา ประเดิมด้วยรุ่น GWM TANK 300 โดยปัจจุบัน GWM นำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลสำหรับลูกค้าคนไทย รวม 3 รุ่นหลัก เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภค ประกอบด้วย  GWM TANK 300 DIESEL รถยนต์สไตล์ Premium Boxy สำหรับสายลุย ; GWM TANK 500 DIESEL รถ SUV ระดับพรีเมียมตอบโจทย์นักธุรกิจและครอบครัว และ GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะสมรรถนะสูงสำหรับการใช้งานเชิงพาณิชย์และไลฟ์สไตล์

    โดยทั้ง 3 รุ่นหลักมาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2,370 ซีซี จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ที่ผสานเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลยุคใหม่ ไม่ว่าจะเป็นระบบคอมมอนเรลแรงดันสูง 2,000 บาร์ เทอร์โบแปรผันอัจฉริยะที่ตอบสนองได้รวดเร็วตั้งแต่รอบต่ำ รวมถึงการออกแบบระบบเผาไหม้และการหล่อลื่นใหม่ ช่วยให้เครื่องยนต์ส่งกำลังได้ต่อเนื่อง ขับขี่คล่องตัว เร่งแซงมั่นใจ และรองรับทั้งการใช้งานในเมือง หรือเส้นทางท้าทาย ยิ่งไปกว่านั้นยังผ่านการทดสอบความทนทาน ครอบคลุมการใช้งานในสภาพอากาศและสภาพถนนที่หลากหลายทั่วโลก  เพื่อยืนยันถึงความทนทาน และความพร้อมสำหรับการใช้งานหนักในระยะยาว โดย GWM ยังมอบการรับประกันเครื่องยนต์ GWM TANK 300 DIESEL นานถึง 1,000,000 กิโลเมตร หรือ 8 ปี (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับลูกค้าในประเทศไทย

    ผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสสมรรถนะของ GWM TANK 300 DIESEL และ GWM TANK 500 DIESEL รวมทั้ง GWM POER SAHAR DIESEL ได้แล้ววันนี้ที่ GWM Partner Store ทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน GWM Application www.gwm.co.th  หรือ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888 เพื่อร่วมพิสูจน์ประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซลที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานของผู้บริโภคชาวไทย พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างด้วยตนเอง

    #GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMPOERSAHAR #GWMTANK300 #GWMTANK500 #POERDiesel #TANK300Diesel #TANK500Diesel #AXCR2026


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “ฮอนด้า วันเมคเรซ” ดวลสนาม 3 สุดเดือดที่ บุรีรัมย์ “อานนท์” ฟอร์มโหดต่อเนื่อง เข้าวินโปรคัพ 6 เรซติด “ปิยะวดี-ยุรนันท์” แบ่งชัย “ซิตี้ ชาลเลนจ์” ชิงดำสนามสุดท้าย

    1 Min Read

    “ฮอนด้า วันเมคเรซ” ดวลสนาม 3 สุดเดือดที่ บุรีรัมย์ “อานนท์” ฟอร์มโหดต่อเนื่อง เข้าวินโปรคัพ 6 เรซติด “ปิยะวดี-ยุรนันท์” แบ่งชัย “ซิตี้ ชาลเลนจ์” ชิงดำสนามสุดท้าย

    การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบชิงแชมป์ระดับประเทศ รายการ ฮอนด้า วันเมคเรซ 2026 โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) โดย กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต ดวลความเร็วสนาม 3 (Honda One Make Race) เรซที่ 5-6 ของฤดูกาล เมื่อวันเสาร์-อาทิตย์ที่ 15-16 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์

    ไฮไลต์ของสุดสัปดาห์นี้คือการต่อสู้อย่างเข้มข้นเพื่อลุ้นแชมป์ประจำปีของทุกคลาส ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงสำคัญของฤดูกาลทั้งในรุ่นใหญ่อย่าง ฮอนด้า โปรคัพ (Honda Pro Cup) และ ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ (Honda City Challenge)

    นอกจากนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ยังเปิดโอกาสให้แฟนมอเตอร์สปอร์ตที่ใช้รถยนต์ฮอนด้า ผู้โชคดีทั้งสิ้น 30 คน เข้าร่วมกิจกรรม Honda One Make Race 2026 Exclusive Trip สัมผัสประสบการณ์สนามแข่งระดับโลก ด้วยการขับรถยนต์คู่ใจในแทร็กกิจกรรม Honda Track Experience พร้อมเรียนรู้ทักษะการขับขี่ปลอดภัยในกิจกรรม Honda Driving Clinic สร้างความประทับใจให้ผู้โชคดีทุกคนอย่างมาก รวมไปถึงสื่อมวลชนที่เข้าร่วมรายงานข่าวอย่างคับคั่ง

    เรซแรกซึ่งมีขึ้นในวันเสาร์ดวลกันทั้งสิ้น 10 รอบสนาม โดยกริดสตาร์ทในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ มี “โอ๋” อานนท์ รอดประเสริฐ จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพจาก Wise Rongpo Power Unit ได้ออกตัวจากตำแหน่งโพล ขนาบข้างด้วย “พีม” ศิรศิษย์ แสนสุข ดาวรุ่งจาก DC Garage ในกริดที่ 2

    ในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ ตำแหน่งโพลเป็นของ “ตาล” ยุรนันท์ โอฬารประเสริฐ จาก Wise Bfin Thehub ซึ่งถือเป็นการออกตัวจากโพลครั้งแรกในฤดูกาลนี้ของเจ้าตัว ขนาบข้างด้วยแชมป์เก่าอย่าง “กอล์ฟ” ประพจน์ ชื่นวิจิตร จาก Nexzter Rest Club Trane Titanium Racing ในกริดที่ 2 ขณะที่ “ข้าวฟ่าง” ปิยะวดี พฤฒิสาร นักขับสาวจาก A Motorsport X Bendix Racing Team จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จะเริ่มเกมจาก กริดที่ 3 หลังสัญญาณออกตัว “โอ๋-อานนท์” เริ่มเกมได้อย่างยอดเยี่ยมขยับขึ้นนำได้อย่างรวดเร็ว โดยมี “พีม-ศิรศิษย์” ที่แม้จะออกตัวพลาดเล็กน้อย แต่ก็กลับมาอยู่ในความเร็วของตัวเองได้ ไล่กดดันผู้นำอย่างหนักตลอดทั้งเรซ

    ผลในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ เรซที่ 5 ปรากฏว่า “โอ๋-อานนท์” อาศัยประสบการณ์ที่เหนือกว่า บริหารเรซได้อย่างยอดเยี่ยม ทะยานเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ 1 ด้วยเวลารวม 19 นาที 45.722 วินาที คว้าชัยชนะไปครอง 5 เรซติดต่อกัน เหนือ “พีม-ศิรศิษย์” ที่ตามเข้าป้ายอันดับ 2 เพียง 1.730 วินาทีเท่านั้น  ส่วนอันดับ 3 เป็นของ “อ็อฟ” หทัย ไชยวัณณ์ จอมเก๋าจาก Singha Elf Neova Film Nexzter ตามหลัง 41.370 วินาที ตามด้วย ศุภกิตติ์ แพร็ท จาก Erawadee by the hub ในอันดับ 4 ตามหลัง 50.288 วินาที และ ฟ้าสาง ปริวุฒิพงศ์ จาก A Motorsport X Bendix SRT Racing Team ในอันดับ 5 ตามหลัง 66.061 วินาที

    ด้านเกมในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ ถือเป็นหนึ่งในเรซที่ขับเคี่ยวกันอย่างเข้มข้นของกลุ่มหน้าอย่าง “กอล์ฟ-ประพจน์”, “ตาล-ยุรนันท์ และ “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ซึ่งมาเจอจุดเปลี่ยนสำคัญช่วงกลางเรซ เพราะมีรถแข่งในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ สอดแทร็กอยู่ในกลุ่ม 2 คัน ทำให้อันดับในกลุ่มนี้สับเปลี่ยนกันแทบตลอดทั้งเรซ

    ก่อนที่ “กอล์ฟ-ประพจน์” จะอาศัยความเก๋าหนีเข้าเส้นชัยเป็นคันแรกได้สำเร็จเป็นสนามแรกของปี ทว่าเมื่อจบเรซ กลับต้องโดนลงโทษดิสควอลิฟายเพราะไม่ผ่านการตรวจสภาพจากเรื่องยาง ส่งผลให้ชัยชนะเรซที่ 5 ของปีตกเป็นของ “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” ด้วยเวลา 21 นาที 8.790 วินาที เฉือนอันดับ 2 อย่าง “ตาล-ยุรนันท์” เพียง 0.564 วินาที ตามด้วย “เอิร์ก” วสิษฐ์พล พิทักษ์วงศาภรณ์ จาก PT Autobacs Team Thailand ในอันดับ 3

    ขณะที่ มิตซูฮิโระ เอ็นโดะ นักขับญี่ปุ่นจาก M&K Management Racing จ่าฝูงร่วมก่อนแข่งสนามนี้เจอปัญหาเครื่องยนต์เล่นงานจนต้องออกตัวจากท้ายแถว และรถแข่งขาดพละกำลัง ส่งผลให้จบเรซในอันดับ 4 ตามด้วย “พี” ชาญฤทธิ์ เลี้ยงหิรัญกุล จาก JM Motorsport ในอันดับ 5

    ขยับเข้าสู่การแข่งขันที่ 2 ซึ่งมีขึ้นในวันอาทิตย์ เป็นอีกหนึ่งเรซที่น่าสนใจ โดยตำแหน่งโพลเปลี่ยนมาเป็นของ “พีม-ศิรศิษย์” ซึ่งทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดจากการแข่งขันในเรซแรกเมื่อวันเสาร์ เกมเรซนี้เข้มข้นตั้งแต่ออกตัว เมื่อ “พีม-ศิรศิษย์” ขยับขึ้นมาเป็นผู้นำได้ก่อนหลังผ่านโค้งแรก แต่พอเข้าสู่โค้ง 3 “โอ๋-อานนท์” อาศัยไลน์ที่ยอดเยี่ยมแซงกลับมาเป็นผู้นำได้อีกครั้ง

    จุดเปลี่ยนของเรซนี้เกิดขึ้นตั้งแต่รอบแรก เมื่อ “พีม-ศิรศิษย์” ที่พยายามไล่ตามผู้นำ กลับพลาดหลุดที่โค้ง 7 ทะลุลงไปที่บ่อกรวด ส่งผลให้ต้องออกจากการแข่งขันอย่างน่าเสียดาย โดยหลังจากนั้น “โอ๋-อานนท์” ก็ซิ่งนำม้วนเดียวจบคว้าชัยชนะไปครองเป็นเรซที่ 6 ติดต่อกันด้วยเวลา 19 นาที 58.627 วินาที อันดับ 2 ตามมาห่างๆ ได้แก่ “ก๋วยเจ๋ง” เกียรติพรรณ ไผ่เจริญ จาก Caltex & Nexzter by GJ Motorsport ที่แก้ไขอาการรถแข่งได้ลงตัว ตามหลังผู้ชนะ 28.995 วินาที

    ตามด้วย ฟ้าสาง ในอันดับ 3 ตามหลัง 51.923 วินาที ส่วนอันดับ 4 ได้แก่ “บอย” กฤตภาส จารุกุลนุกิจ จาก Tein Team Thailand ตามหลัง 53.094 วินาที ตามด้วย กรพรหม พงศ์กัญจนานุกูร จาก Wise Rongpo Power Unit ตามหลัง 57.698 วินาที ส่วนนักขับสาวดาวรุ่งวัย 18 ปี อย่าง “พลัม” ณัฎฐวลัญช์ แสนสุข จาก DC Garage ขยับขึ้นมาคว้าอันดับ 6 โอเวอร์ออลล์ ตามหลังผู้ชนะ 59.313 วินาที

    ผลในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ เรซที่ 6 “ตาล-ยุรนันท์” ปลดล็อคคว้าชัยชนะครั้งแรกในฤดูกาลนี้ให้กับตนเองได้สำเร็จ หลังออกสตาร์ทจากโพลและควบรถแข่งคู่ใจเข้าป้ายเป็นคันแรกด้วยเวลา 21 นาที 7.025 วินาที ทิ้งห่าง “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” อันดับ 2 ถึง 4.230 วินาที อันดับ 3 เป็นของ “กอล์ฟ-ประพจน์” ที่กลับมาขึ้นโพเดียมได้อีกครั้ง  อันดับ 4 ในเรซนี้ตกเป็นของ “พี-ชาญฤทธิ์” ที่เข้าป้ายด้วยเวลารวม 21 นาที 56.635 วินาที พร้อมกับปลดล็อกคว้าชัยชนะในคลาสซีไปครองได้สำเร็จเป็นครั้งแรก ตามด้วย “เอิร์ก-วสิษฐ์พล” ในอันดับ 5

    ผ่านการแข่งขัน 6 เรซแรกของฤดูกาลสถานการณ์ลุ้นแชมป์ในรุ่น ฮอนด้า โปรคัพ โอเวอร์ออลล์ ค่อนข้างชัดเจนเมื่อ “โอ๋-อานนท์” นำโด่งบนตารางแชมเปี้ยนชิพ คลาส 1 เก็บไปทั้งสิ้น 150 คะแนน ตามด้วย “บอย-กฤตภาส” อันดับ 2 มี 65 คะแนน และอันดับ 3 เป็นของ “อ็อฟ-หทัย” มี 54 คะแนน  สถานการณ์ใน ฮอนด้า โปรคัพ โอเวอร์ออลล์ คลาส 2 ปรากฏว่านักขับดาวรุ่งวัย 15 ปี อย่าง ทัชช ม่วงศิริ จาก Tein Team Thailand รั้งจ่าฝูงโดยเก็บไปทั้งสิ้น 108 คะแนน ตามด้วย รัฐมล จินทราคำ จาก Lenso Motorsport มี 79 คะแนน และอันดับ 3 “ปั๊บ-รภัทกร” มีทั้งสิ้น 65 คะแนน

    ขณะที่การลุ้นแชมป์ในรุ่น ฮอนด้า ซิตี้ ชาลเลนจ์ ต้องลากยาวไปชิงดำกันในสนามสุดท้ายที่ สงขลา โดย “ข้าวฟ่าง-ปิยะวดี” กลับมาเป็นผู้นำเดี่ยว มีทั้งสิ้น 120 คะแนน ตามด้วย “ตาล-ยุรนันท์” อันดับ 2 มี 112 คะแนน และ มิตซูฮิโระ เอ็นโดะ อันดับ 3 มีทั้งสิ้น 101 คะแนน ส่วนในคลาสซีผู้นำเป็นของ “เอิร์ก-วสิษฐ์พล” มีทั้งสิ้น 93 คะแนน ตามด้วย “พี-ชาญฤทธิ์” ในอันดับ 2 เก็บไป 43 คะแนน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment