-
GWM ORA 5 เปิดตัวครั้งแรกสู่ตลาดโลก กับ 2 ขุมพลังแห่งอนาคต ทั้ง HEV และ EV สะกดทุกสายตาด้วยดีไซน์ล้ำสมัย พร้อมสเป็กจัดเต็ม เขย่าตลาด SUV-B สู่การขับขี่ยุคใหม่
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) สร้างปรากฏการณ์สะเทือนวงการยานยนต์ระดับโลกด้วยการจัดงาน “ORA 5 Global Debut” เปิดตัว GWM ORA 5 – Redefine Your New Era กับรถยนต์อเนกประสงค์เจเนอเรชันใหม่ที่มายกระดับมาตรฐานรถ SUV-B ไปอีกขั้น โดยเปิดตัวพร้อมกันทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ GWM ORA 5 HEV ที่เผยโฉมครั้งแรกของโลก และ GWM ORA 5 EV ที่เปิดตัวต่อจากประเทศจีน สะท้อนกลยุทธ์ “Multi-Powertrain” ของ GWM ที่มุ่งมอบทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดย GWM ORA 5 ถูกนิยามให้เป็น Next Generation SUV ที่ผสานสมรรถนะเข้ากับระบบการจัดการพลังงานที่มีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่อันล้ำสมัย และระบบความปลอดภัยขั้นสูง เพื่อทลายทุกขีดจำกัดของการเดินทาง ตอบทุกความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยและทั่วโลกไปสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV มาพร้อมมิติตัวรถที่ออกแบบมาอย่างลงตัวเพื่อรองรับการใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีความยาว 4,471 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,833 มิลลิเมตร ความสูง 1,641 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,720 มิลลิเมตร ซึ่งช่วยเพิ่มพื้นที่ห้องโดยสารให้กว้างขวางและนั่งสบายมากยิ่งขึ้น พร้อมระยะความสูงใต้ท้องรถ 175 มิลลิเมตร ที่ช่วยเพิ่มความคล่องตัวในการขับขี่บนหลากหลายสภาพถนน มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งสะดวกสบาย มีประสิทธิภาพ และตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความคุ้มค่าในการเดินทางในทุกเส้นทาง
GWM ORA 5 HEV เทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ สมรรถนะสูง ประหยัด มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า รถ SUV-B แบบเดิมๆ
GWM ORA 5 HEV ผสานการทำงานของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 236 นิวตันเมตร ส่งผลให้กำลังรวมทั้งระบบสูงสุดอยู่ที่ 223 แรงม้า พร้อมแรงบิดรวม 476 นิวตันเมตร ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับแนวหน้าของรถในเซกเมนต์เดียวกัน มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.7 วินาที ขณะเดียวกันยังโดดเด่นด้านความประหยัดพลังงาน โดยมีอัตราสิ้นเปลืองตามมาตรฐาน ECO Sticker อยู่ที่ 4.3 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร และสามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ถังน้ำมันเชื้อเพลิงความจุ 55 ลิตร) ช่วยเพิ่มระยะทางการเดินทางต่อการเติมหนึ่งครั้งได้มากยิ่งขึ้น
GWM ORA 5 HEV โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ล่าสุดที่พัฒนามาเพื่อยกระดับมาตรฐาน Hybrid ให้เหนือไปอีกขั้น พร้อมระบบ DHT-HEV 2-Speed Direct Drive ที่มี 4 จุดเด่นหลัก ได้แก่
- ประสิทธิภาพด้านการจัดการพลังงานอัจฉริยะขั้นสูง โมดูลขับเคลื่อนล้อหน้า ทำงานร่วมกับเกียร์ DHT แบบ 2 จังหวะ (2-Gear DHT) ช่วยให้สามารถกระจายพลังงานจากเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างเหมาะสมในทุกสภาวะการขับขี่ พร้อมระบบ Intelligent Energy Management ที่ควบคุมสมดุลการทำงานระหว่างเครื่องยนต์สันดาปและพลังงานไฟฟ้าอย่างแม่นยำ เพื่อลดการสูญเสียพลังงานและเพิ่มความประหยัดในการใช้งานจริง อีกทั้งยังเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ Regenerative Energy Recovery ที่สามารถนำพลังงานจากช่วงชะลอความเร็วกลับมาเก็บและนำมาใช้ใหม่ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานโดยรวมของระบบไฮบริดให้ดียิ่งขึ้น
- มอบสมรรถนะการเร่งที่ทรงพลังและตอบสนองได้อย่างฉับไว ด้วยการทำงานร่วมกันของเครื่องยนต์ 1.5T และแบตเตอรี่ไฮบริดกำลังสูง พร้อมโครงสร้างระบบขับเคลื่อนแบบ Dual-Motor + 2-Gear Series-Parallel ที่ช่วยประสานแรงบิดระหว่างเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะในช่วงที่ต้องการพละกำลังสูง ส่งผลให้การเร่งแซงทำได้อย่างมั่นใจ นุ่มนวล และต่อเนื่อง สะท้อนสมรรถนะการขับขี่ที่ทั้งทรงพลังและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
- ระบบแบตเตอรี่ของ GWM ORA 5 HEV ได้รับการออกแบบโดยให้ความสำคัญกับความทนทานและความน่าเชื่อถือในระยะยาว ผ่านโครงสร้างป้องกันด้านล่างที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่จากแรงกระแทกใต้ท้องรถ และการป้องกันน้ำในสภาพแวดล้อมการใช้งานที่หลากหลายและท้าทาย รวมถึงมีระบบระบายความร้อนด้วยระบบน้ำยาแอร์ หรือ Liquid Cooling System นอกจากนี้ แบตเตอรี่ยังได้รับการพัฒนาให้มีความทนทานสูง เสื่อมสภาพช้า สามารถรองรับการใช้งานตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ เพื่อสร้างความมั่นใจในการใช้งานระยะยาว พร้อมรองรับไลฟ์สไตล์การเดินทางของผู้ใช้งานได้อย่างไร้กังวล ทั้งในด้านความปลอดภัย ความแข็งแกร่ง และความเชื่อถือได้ของระบบพลังงานไฮบริด
- ระบบขับเคลื่อนของ GWM ORA 5 HEV ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและสะดวกสบายใกล้เคียงรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ด้วยการทำงานประสานกันของมอเตอร์คู่ที่ช่วยควบคุมและส่งแรงบิดอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ช่วงออกตัว การเร่งความเร็ว ไปจนถึงระหว่างการเปลี่ยนเกียร์ พร้อมแรงบิดเสริมแบบเรียลไทม์ที่ช่วยให้การตอบสนองเป็นไปอย่างลื่นไหลและมั่นใจยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน ระบบส่งกำลังยังได้รับการติดตั้งฉนวนและวัสดุป้องกันเสียงรบกวน (NVH) ช่วยลดระดับเสียงรบกวนได้ประมาณ 3–5 เดซิเบล ส่งผลให้ห้องโดยสารมีความเงียบสงบมากยิ่งขึ้น และยกระดับความสบายในการเดินทางสู่มาตรฐานระดับแนวหน้าของอุตสาหกรรมยานยนต์
GWM ORA 5 EV นิยามใหม่ของ SUV ไฟฟ้าอัจฉริยะ ดีไซน์ไอคอนิกสะกดทุกสายตาพร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำ ตอบโจทย์การเดินทางของคนยุคใหม่ วิ่งไกลสูงสุดถึง 520 กม.*
GWM ORA 5 EV มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนล้อหน้าที่ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 260 นิวตันเมตร มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ตอบสนองได้อย่างฉับไว สามารถทำอัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงใน 7.5 วินาที และมีความเร็วสูงสุด 170 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขับเคลื่อนด้วยแบตเตอรี่ความจุ 58.3 kWh รองรับระยะทางวิ่งสูงสุด 520 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (NEDC) พร้อมระบบ Vehicle to Load (V2L) กำลังไฟ 6 กิโลวัตต์ ที่สามารถจ่ายไฟให้กับอุปกรณ์ไฟฟ้าภายนอกได้ อีกทั้งยังรองรับการชาร์จไฟแบบ DC สูงสุด 120 กิโลวัตต์ และแบบ AC สูงสุด 6.6 กิโลวัตต์ โดยสามารถชาร์จแบบ DC จาก 30–80% ได้ภายในเวลาเพียง 20 นาที ช่วยเพิ่มความสะดวกและความคล่องตัวในการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน
ห้องโดยสารอัจฉริยะ ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย และความปลอดภัยรอบด้าน
GWM ORA 5 ผสานความทันสมัยเข้ากับฟังก์ชันความสะดวกสบายอย่างครบครัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกและมั่นใจยิ่งขึ้น โดยติดตั้งระบบปฏิบัติการใหม่ Coffee OS 3.0 ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น โดยจะทำงานร่วมกับชิปประมวลผลรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การใช้งานรวดเร็ว ลื่นไหล และตอบสนองได้อย่างฉับไว อุปกรณ์ภายนอกผสานความทันสมัยเข้ากับฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว เริ่มจากระบบไฟหน้า LED อัจฉริยะ ที่มาพร้อมฟังก์ชันเปิด–ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปรับไฟสูง–ต่ำอัตโนมัติ และระบบหน่วงเวลาไฟส่องทางหลังดับเครื่องยนต์ Follow Me Home เสริมด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน LED DRL และไฟท้าย LED แบบซ่อน เพิ่มความโดดเด่นให้กับดีไซน์ตัวรถ ขณะที่ล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว พร้อมยาง 225/60 R18 ช่วยเสริมภาพลักษณ์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติด้านหน้าและที่ปัดน้ำฝนด้านหลังเพื่อเพิ่มความสะดวกในการขับขี่ท่ามกลางสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง พร้อมหลังคากระจกพาโนรามิกซันรูฟ (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งให้กับห้องโดยสาร รวมถึง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่สาม ประตูท้ายไฟฟ้าพร้อมระบบกันหนีบ และกระจกมองข้างปรับ–พับไฟฟ้า (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยยกระดับทั้งความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการใช้งาน
ขณะที่ภายในห้องโดยสารของ GWM ORA 5 ได้รับการออกแบบเพื่อมอบความสะดวกสบายและความพรีเมียมในทุกการเดินทาง โดยติดตั้งพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและหน้าจอข้อมูลการขับขี่ และสามารถปรับระดับได้ 4 ทิศทาง เบาะนั่งหุ้มหนังสังเคราะห์คุณภาพสูง โดยเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า 4 ทิศทาง (เฉพาะรุ่น Ultra) ขณะที่เบาะหลังสามารถพับได้แบบ 60:40 เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการใช้งาน นอกจากนี้ยังมาพร้อม กระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติพร้อมช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง ช่องเก็บความเย็นขนาด 3.2 ลิตร และแท่นชาร์จไร้สายกำลังไฟ 50 วัตต์ (เฉพาะรุ่น Ultra) รวมถึง กุญแจ Smart Key พร้อมระบบ Push Start หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิทัลขนาด 10.25 นิ้ว ช่องต่อ USB สำหรับผู้โดยสารด้านหน้าและหลัง และกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ ที่ช่วยเพิ่มความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่
ด้านระบบความบันเทิง GWM ORA 5 มาพร้อมหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย รวมถึงระบบ Bluetooth เพื่อการใช้งานที่สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมระบบสั่งการด้วยเสียงที่รองรับทั้ง ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ และระบบนำทางอัจฉริยะออนไลน์ Petal Maps ขณะที่ระบบเสียงมีให้เลือกทั้ง ลำโพง 6 ตำแหน่งในรุ่น Pro และลำโพง Amor 9 ตำแหน่ง ในรุ่น Ultra เพื่อยกระดับความสุนทรีย์ในการเดินทาง อีกทั้งยังมีไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร (เฉพาะรุ่น Ultra) ที่ช่วยเติมเต็มบรรยากาศการขับขี่ให้พรีเมียมและผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นในทุกเส้นทาง
เชื่อมต่อชีวิตอย่างไร้รอยต่อด้วยการควบคุมระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือ เพื่อชีวิต Urbanista ยุคใหม่
GWM ORA 5 มาพร้อมการเชื่อมต่ออัจฉริยะผ่านแอปพลิเคชัน GWM ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมและตรวจสอบสถานะรถผ่านโทรศัพท์มือถือ เพิ่มความสะดวกสบายในทุกมิติของการใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นระบบสั่งการ สตาร์ท–ดับเครื่องยนต์ (เฉพาะรุ่น HEV) ระบบล็อก–ปลดล็อกรถจากระยะไกล ระบบค้นหาตำแหน่งรถพร้อมไฟกระพริบและเสียงแตร รวมถึงการสั่งการ เปิด–ปิดระบบปรับอากาศและระบบกรองอากาศภายในห้องโดยสาร นอกจากนี้ยังรองรับการ เปิดโหมดไล่ฝ้า (ทั้ง EV และ HEV) รวมถึงฟังก์ชันจองการชาร์จไฟล่วงหน้า (เฉพาะรุ่น EV) และการสั่งงานอื่น ๆ เช่น เปิด–ปิดประตูท้าย ปิดกระจกข้าง (เฉพาะรุ่น Ultra) พร้อมระบบตรวจสอบสถานะรถแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ใช้งานควบคุมรถได้สะดวกและมั่นใจยิ่งขึ้น
มั่นใจปลอดภัยทุกเส้นทาง ด้วยเทคโนโลยีช่วยขับอัจฉริยะ ADAS สูงถึง 18 ระบบ
ด้านความปลอดภัย GWM ORA 5 ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ด้วยระบบความปลอดภัยพื้นฐานครบครัน อาทิ ระบบติดต่อฉุกเฉิน E-Call ถุงลมนิรภัยคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลม เข็มขัดนิรภัยพร้อมระบบเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรกอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) ระบบควบคุมการลื่นไถล (TCS) รวมถึงระบบช่วยควบคุมรถบนทางลาดชัน HSA/HDC และจุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็กแบบ ISOFIX นอกจากนี้ยังติดตั้งฟังก์ชันความปลอดภัยที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน เช่น ระบบล็อกประตูอัตโนมัติ สัญญาณเตือนกะระยะ 4 จุด ระบบตรวจจับแรงดันลมยาง (TPMS) และชุดปะยางฉุกเฉิน เพื่อเสริมความอุ่นใจในทุกการเดินทาง เพื่อยกระดับความปลอดภัยให้ก้าวล้ำยิ่งขึ้น GWM ORA 5 ยังติดตั้งเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS มากถึง 18 ระบบ ที่ทำงานร่วมกับกล้องมองภาพรอบคัน 360 องศา พร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถแบบโปร่งใส (Body Transparent) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นสภาพแวดล้อมรอบตัวรถได้อย่างชัดเจน ลดความเสี่ยงจากจุดอับสายตา และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการจอดรถ การขับผ่านพื้นที่แคบ หรือการเดินทางในสภาพการจราจรที่ซับซ้อน
GWM ORA 5 ทั้งรุ่น HEV และ EV แต่ละรุ่นมาพร้อม 2 รุ่นย่อย ได้แก่ รุ่น HEV Pro, HEV Ultra และรุ่น EV Pro, EV Ultra พร้อมตัวเลือกสีสันที่สะท้อนบุคลิกและสไตล์ของผู้ขับขี่อย่างหลากหลาย โดยรุ่น HEV มีสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ Onyx Black (สีดำ), Ivory White (สีขาว) และ Mountain Grey (สีเทา) จับคู่กับสีภายใน Dark Grey (ดำ-เทา) ที่ให้ความเรียบหรูและทันสมัย ขณะที่รุ่น EV เพิ่มความโดดเด่นด้วยสีภายนอก 4 สี ได้แก่ Ivory White (สีขาว), Mountain Grey (สีเทา), Emerald Green (สีเขียว) และ So Blue (สีฟ้า) พร้อมดีไซน์หลังคาสีดำเสริมลุคสปอร์ตและพรีเมียม ภายในมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ) และ Dark Grey (ดำ-เทา) เพื่อมอบบรรยากาศห้องโดยสารที่ทั้งหรูหราและสะท้อนตัวตนของผู้ใช้งานได้อย่างลงตัว
เตรียมสัมผัส GWM ORA 5 รถยนต์เอสยูวีเจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อม 2 ทางเลือกพลังงานทั้ง HEV และ EV พร้อมประกาศราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยภายในงาน Motor Show 2026 วันที่ 23 มีนาคม 2569 เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ เทคโนโลยี และไลฟ์สไตล์การเดินทางที่ก้าวล้ำ GWM ORA 5 ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่สู่ Next Generation SUV ที่พร้อมพาผู้ใช้งานก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของการเดินทางในยุคใหม่ ผู้ที่สนใจสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ผ่าน GWM Application, www.gwm.co.th หรือ GWM Contact Center โทร. 02-668-8888
#ORAGLOBALDEBUT #ORA5 #GWMTH #GWM #GWMThailand #GWMORA5 #ORA5HEV #ORA5EV #BEV #HEV
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
คอนติเนนทอล ไทร์ส เดินหน้ารุกตลาดยางรถยนต์ในประเทศไทย เปิดตัว CrossContact A/T² ยางออลล์เทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุด ตอบโจทย์การขับขี่อย่างมั่นใจในทุกสภาพเส้นทาง
คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) ผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยียางรถยนต์ระดับโลก จากเยอรมนี เปิดตัว CrossContact A/T² ยางออลล์เทอร์เรนรุ่นใหม่ล่าสุดในประเทศไทย มอบสมรรถนะการยึดเกาะและความทนทานที่รองรับทั้งการขับขี่บนถนน และหลากหลายสภาพเส้นทางได้อย่างมั่นใจ อีกทั้งยังผลิตขึ้นที่โรงงานคอนติเนนทอลในประเทศไทย พร้อมตอกย้ำความแข็งแกร่งของพอร์ตผลิตภัณฑ์ในตลาดรถยนต์กลุ่มปิคอัพรถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถขับเคลื่อน 4 ล้อในภูมิภาคอย่างต่อเนื่อง
มร. คาเรล คูเซรา (Mr. Karel Kucera) กรรมการผู้จัดการ คอนติเนนทอล ไทร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ประเทศไทยถือเป็นตลาดสำคัญของรถยนต์กลุ่มปิคอัพ รถยนต์อเนกประสงค์ (SUV) และรถขับเคลื่อน 4 ล้อ โดยผู้ขับขี่ยุคใหม่ต่างมองหายางที่ตอบโจทย์ได้ทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน การเดินทางระยะไกล และการขับขี่บนหลากหลายสภาพเส้นทาง CrossContact A/T² รุ่นล่าสุด จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในประเทศไทยโดยเฉพาะ อีกทั้งยังผลิตขึ้นที่โรงงานของคอนติเนนทอลในประเทศไทย สะท้อนถึงความพร้อมของประเทศไทยในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค พร้อมตอกย้ำคุณภาพ และมาตรฐานการผลิตระดับสากล ของคอนติเนนทอลในฐานะแบรนด์ยางชั้นนำระดับโลกที่พร้อมนำนวัตกรรม และความมั่นใจสู่ประเทศไทยเพื่อผู้ขับขี่
ชาวไทยได้อย่างแท้จริง”ออกแบบเพื่อผู้ขับขี่ที่พร้อมเผชิญทุกสภาพเส้นทาง
CrossContact A/T² ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่รักการผจญภัย และต้องการสมรรถนะที่มากกว่าการใช้งานทั่วไป โดยมอบความมั่นใจในการขับขี่เมื่อต้องเผชิญกับทางลาดชัน พื้นผิวลื่น หรือ
ร่องทางลึกได้อย่างมั่นใจ โดยยังคงสมรรถนะในการขับขี่อย่างเต็มประสิทธิภาพ- ยกระดับการยึดเกาะในทุกสถานการณ์ที่ท้าทาย: ด้วยการออกแบบดอกยางให้ลึกยิ่งขึ้น เพิ่มปริมาตรร่องดอกยาง และพัฒนาไหล่ยางให้ช่วยลดการสะสมของสิ่งตกค้างในร่องดอกยาง CrossContact A/T²
จึงช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุม เสริมเสถียรภาพของรถ และยกระดับการยึดเกาะบนหลากหลายสภาพพื้นผิวที่ท้าทาย - นิยามใหม่ของความทนทานเพื่อการใช้งานระยะยาว: CrossContact A/T² มาพร้อมลายดอกยาง
ที่แข็งแกร่ง และแก้มยางที่เสริมความหนาเป็นพิเศษ เพื่อรองรับแรงกระแทกจากสภาพพื้นผิวที่หลากหลาย พร้อมช่วยลดความเสี่ยงจากการเจาะทะลุ การฉีกขาดจากการเสียดสี และความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการขับขี่บนเส้นทางที่ท้าทาย - การยึดเกาะอย่างมั่นใจในทุกสภาพแวดล้อม: มาพร้อมเทคโนโลยีเนื้อยางเอกสิทธิ์เฉพาะ
ของคอนติเนนทอล ไทร์ส อย่าง BlackPaw™ Compound ที่ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการยึดเกาะ
ได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมปรับการทำงานให้เหมาะสมกับสภาพอากาศ และสภาพถนนที่หลากหลาย
การเปิดตัว CrossContact A/T² ในประเทศไทยครั้งนี้ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของคอนติเนนทอล ไทร์ส ในการพัฒนานวัตกรรมยางที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับความเข้าใจในความต้องการของผู้ขับขี่ เพื่อส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์พฤติกรรม และไลฟ์สไตล์การขับขี่ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างต่อเนื่อง โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงการประชุมตัวแทนจำหน่าย คอนติเนนทอล ไทร์ส ได้แนะนำ CrossContact A/T² อย่างเป็นทางการแก่เครือข่ายตัวแทนจำหน่าย พร้อมจัดแสดงผลิตภัณฑ์ร่วมกับรถยนต์ในกลุ่มเป้าหมาย เพื่อสะท้อนจุดเด่นของยางรุ่นใหม่ และเสริมความเข้าใจด้านการใช้งานจริง รวมถึงเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์ได้อย่างชัดเจน อีกทั้ง CrossContact A/T² ยังผลิตขึ้นในประเทศไทย ตอกย้ำความพร้อมของประเทศในฐานะฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และสะท้อนแนวคิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานในตลาดไทยได้อย่างตรงจุด ทั้งยังเดินหน้าดำเนินกิจกรรมทางการตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ผู้ใช้งานในประเทศไทย
ทั้งนี้ Continental CrossContact A/T² พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้ว ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ผ่านช่องทางการสื่อสารของคอนติเนนทอล ไทร์ส หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.continental.co.th, www.facebook.com/ContinentalTH และตัวแทนจำหน่ายคอนติเนนทอล ไทร์ส อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
รับชมวิดีโอปิดตัว Continental CrossContact A/T² ได้ที่นี่ พร้อมสัมผัสความมั่นใจในทุกความท้าทายของการเดินทางภายใต้แนวคิด “Respect the Wild”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ยกระดับการยึดเกาะในทุกสถานการณ์ที่ท้าทาย: ด้วยการออกแบบดอกยางให้ลึกยิ่งขึ้น เพิ่มปริมาตรร่องดอกยาง และพัฒนาไหล่ยางให้ช่วยลดการสะสมของสิ่งตกค้างในร่องดอกยาง CrossContact A/T²
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ แบงค็อก ผนึกกำลัง 4 พันธมิตรแบรนด์ชั้นนำ เปิดประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟลักชูรีแดนใต้กลางเมืองภูเก็ต
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ผนักกำลังกับแบรนด์พันธมิตรชั้นนำในจังหวัดภูเก็ตอย่าง ทิฟฟานี แอนด์ โค. (Tiffany & Co.) โดย บริษัท ทิฟฟานี แอนด์ โค. จิวเวลเลอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด, คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต โดย บริษัท คิง เพาเวอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ภูเก็ต (VitalLife Scientific Wellness Center) ในเครือโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ (APEX Medical Center) ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร เปิดประสบการณ์เอ็กซ์คลูซีฟลักชูรีในงาน ‘Bentley Bangkok Exclusive Experience in Phuket’ เชิญแขกวีไอพีร่วมทดลองขับยนตรกรรมระดับอัลตราลักชูรี พร้อมชมความงดงามของการออกแบบอัญมณีและเครื่องประดับหลากหลายคอลเลกชันจากทิฟฟานี แอนด์ โค. และสัมผัสเทคโนโลยีล่าสุดและนวัตกรรมด้านความงามและสุขภาพจาก 2 ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพในประเทศไทย โดย เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดแคมเปญ ‘Service Clinic in Phuket’ ย้ำจุดแข็งการบริการ ดูแลลูกค้าในจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงคู่ขนาน และปิดท้ายด้วยกิจกรรม Exclusive Dining Experience ระดับมิชลิน สำหรับกิจกรรมทั้งหมดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21 – 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาเพื่อเป็นการมุ่งสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความแข็งแกร่งในจังหวัดภูเก็ตที่ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายที่ได้รับการผลักดันให้เป็นเมืองลักชูรีระดับโลก พร้อมตอกย้ำการดูแลมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตให้แก่ฐานลูกค้าในภาคใต้อันถือเป็นหัวใจสำคัญ
สัมผัสแห่งสมรรถนะและงานฝีมือ
ภายในงานฯ แขกวีไอพีที่ร่วมกิจกรรมจะได้ยลโฉม New Continental GT สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตโฉมใหม่ เจ้าของขุมพลัง High Performance Hybrid ระบบส่งกำลังแบบไฮบริดสมรรถนะสูงรุ่นใหม่ที่ผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุด 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร พร้อมตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ในเมืองด้วยพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 80 กิโลเมตร และยังได้พบกับ New Bentayga Azure Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่โดดเด่นเรื่องความหรูหราและความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การออกแบบ และงานฝีมือผ่านคุณสมบัติ Front Seat Comfort Specification ที่สามารถปรับได้ถึง 22 แบบ พร้อมเบาะโดยสารแบบ Harmony Diamond Quilting ที่สามารถระบายอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกาย มอบประสบการณ์การเดินทางแบบเหนือระดับ ผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ยังได้มีโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid และรับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ และสิทธิประโยชน์จากแบรนด์พันธมิตรชั้นนำ
Bentley Bangkok X Tiffany & Co.
เบนท์ลีย์ แบงค็อก ร่วมกับ ทิฟฟานี แอนด์ โค. (Tiffany & Co.) โดย บริษัท ทิฟฟานี แอนด์ โค. จิวเวลเลอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอัญมณีและเครื่องประดับของแบรนด์ดังระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อเสียงมายาวนานกว่าเกือบ 190 ปี เชิญแขกวีไอพีร่วมสัมผัสเสน่ห์ในงานฝีมือและการออกแบบอัญมณีสุดเลอค่าและยนตรกรรมที่ถือเป็นคุณค่าร่วมกันของทั้ง 2 แบรนด์ผ่านการจัดแสดงเครื่องประดับกับงานดีไซน์ที่เรียบหรูและทันสมัยที่รังสรรค์ขึ้นจากจิวเวลรี่ อัญมณี และเพชรคุณภาพสูง และยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษที่ได้รับการออกแบบบนพื้นฐานของความหรูหราและความประณีตของงานฝีมือ โดยกิจกรรมจัดขึ้นในวันที่ 21 – 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ณ Tiffany & Co Phuket เซ็นทรัล ภูเก็ต ฟลอเรสต้า บูติกสโตร์ใหม่แห่งแรกในภาคใต้
นวัตกรรมดูแลสุขภาพที่คัดสรรเฉพาะ
ในวันที่ 23 – 27 กุมภาพันธ์ 2569 เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จับมือกับ 2 ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพเพื่อตอบโจทย์ด้าน Well-being ส่วนเติมเต็มไลฟ์สไตล์ที่สมบูรณ์แบบที่แบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ให้ความสำคัญ โดยได้ร่วมกับศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ภูเก็ต (VitalLife Scientific Wellness Center) ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม Brain Cognitive VR Goggles หรือเครื่อง Brain Cognition Evaluation ที่จะช่วยประเมินการรับรู้และความจำภายใต้การกำกับดูแลโดยแพทย์ผู้ชำนาญการด้านการดูแลสุขภาพที่ได้นำเอาความรู้และความเชี่ยวชาญผสมผสานกับเทคโนโลยีล่าสุดเพื่อนำเสนอการดูแลสุขภาพแบบองค์รวมเฉพาะบุคคล อีกทั้ง เอเพ็กซ์ เมดิคอล เซ็นเตอร์ (APEX Medical Center) ผู้นำด้านนวัตกรรมความงามและการดูแลสุขภาพแบบครบวงจร ยังได้นำเสนอโปรแกรมดูแลสุขภาพจิตและการทำงานของสมองโดยใช้เทคโนโลยี ExoTMS™ (Program ExoMind Therapy) ที่จะช่วยกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อช่วยปรับสมดุลการทำงานของสมองและช่วยส่งเสริมการเชื่อมต่อของระบบประสาท กระตุ้นสมองให้กลับมาทำงานอย่างสมดุล โดยหัตถการทั้งหมดได้รับการปฏิบัติโดยแพทย์เฉพาะทางในพื้นที่ของห้องรับรองทราเวลเลอร์ส เลาจน์ ณ คิง เพาเวอร์ ภูเก็ต คอมเพล็กซ์ ที่ได้รับการปรับโฉมให้เป็นห้องแบบ Private Room ที่สามารถรองรับเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ได้อย่างเหมาะสมเพื่อความเป็นส่วนตัวของผู้ร่วมกิจกรรม
Curated Dining Experience
ปิดท้าย Exclusive Experience in Phuket ในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ด้วยการเชิญแขกวีไอพีร่วมค้นพบนิยาม ‘Where Flavor Meets Craftsmanship’ ณ SUAY Alchemy Phuket ร้านอาหารระดับมิชลินชื่อดังในเมืองภูเก็ตที่ที่แขกที่ร่วมกิจกรรมจะได้เปิดประสบการณ์ Curated Fine Dining โดย เชฟ “หน่อย” ธรรมศักดิ์ ชูทอง ดีกรีเชฟกระทะเหล็กด้วยแนวคิดด้านงานฝีมือและความพิถีพิถันด้านอาหารและการออกแบบที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับเมนูที่ผสมผสานรสชาติแบบเอเชียเข้ากับเทคนิคการปรุงแบบตะวันตกและญี่ปุ่นอันประณีตเพื่อออกมาเป็นรสชาติที่กลมกล่อมและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมดื่มด่ำไปกับบทเพลงสุดแสนโรแมนติกที่ขับกล่อมในบรรยากาศสไตล์โมเดิร์นอันแสนอบอุ่นจากกลิ่นอายของเมืองภูเก็ต นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์สุดพิเศษ ปิดท้าย ‘Bentley Bangkok Exclusive Experience in Phuket’ ได้อย่างน่าประทับใจ
Service Clinic in Phuket
ในส่วนการดูแลฐานลูกค้าในภาคใต้และจังหวัดภูเก็ตที่ถือเป็นหัวใจสำคัญ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดกิจกรรม ‘Service Clinic in Phuket’ คู่ขนานไปกับกิจกรรมหลัก โดยได้ร่วมมือกับ บี-ควิก สาขา โลตัส ฉลอง ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์แบบครบวงจรที่พร้อมด้วยอุปกรณ์ที่ทันสมัยและครบครัน พร้อมด้วยทีมช่างจากเบนท์ลีย์ แบงค็อกที่ผ่านการอบรบจากโรงงานผู้ผลิต มอบบริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบนท์ลีย์ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-VHC) ระบบเบรก ช่วงล่าง การตรวจเช็คระบบปรับอากาศ และแบตเตอรีด้วยเครื่องมือและอุปกรณ์เฉพาะที่ทันสมัยให้แก่ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์ในจังหวัดภูเก็ต และจังหวัดใกล้เคียง ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นในการส่งมอบบริการหลังการขายที่ดีที่สุดเพื่อสร้างมั่นใจให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ
-
“MOTOR EXPO” เผยโฉมผู้โชคดี มอบรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน
“IMC สื่อสากล” ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” มอบรางวัลรถยนต์ 3 คัน จักรยานยนต์ 1 คัน แก่ผู้โชคดีที่ร่วมกิจกรรมชิงรางวัลจากงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ดังนี้
ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน มอบรางวัลรายการ “ซื้อรถ…ชิงรถ” AVATR 11 รุ่น STANDARD RANGE มูลค่า 2,099,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ว่าที่ ร.ต.เอนก อิสระมงคลพันธุ์ จังหวัดเชียงใหม่
ชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการบริหารงานทั่วไป มอบรางวัลรายการ “ซื้อบัตร…ชิงรถ” MITSUBISHI XFORCE รุ่น ULTIMATE มูลค่า 1,059,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ ภูมิพร ไชยเดช กรุงเทพฯ
ชไมพร ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ควบคุมงานด้านการตลาดสัมพันธ์ มอบรางวัลรายการ “ชมงานผ่าน MOTOR EXPO APP ชิงรถ” WULING BINGUO รุ่น DC ICON มูลค่า 429,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ กมลพร ชลไชยะ จังหวัดร้อยเอ็ด
วราทิพย์ คำนึงคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท มอเตอร์ไซเคิล เอ็กซ์โป จำกัด มอบรางวัลรายการ “ซื้อมอเตอร์ไซค์…ชิงบิกไบค์” SUZUKI รุ่น GSX-8R มูลค่า 419,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่ รัชพล แช่มจันทร์ จังหวัดตาก
พบกับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43” ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACT เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคม 2569 ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ motorexpo.co.th และทุกสื่อในเครือ “IMC สื่อสากล”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
GEELY คว้า 2 รางวัล Thailand Car of the Year 2026 ตอกย้ำความสำเร็จ EV มาตรฐานระดับโลกเพื่อคนไทย
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ต่อยอดความสำเร็จระดับโลกของ GEELY ด้วยการคว้า 2 รางวัลแรกในประเทศไทยจากเวที Thailand Car of the Year 2026 โดย GEELY EX2 รับรางวัล BEST SUBCOMPACT HATCHBACK 5-DOOR EV (RWD) รถยนต์ไฟฟ้า 5 ประตูขนาดเล็ก (ขับเคลื่อนล้อหลัง) ยอดเยี่ยม ส่วน GEELY EX5 คว้ารางวัล BEST COMPACT SUV EV (FWD) รถยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์ (ขับเคลื่อนล้อหน้า) ยอดเยี่ยม สะท้อนผลิตภัณฑ์ยานยนต์คุณภาพมาตรฐานระดับโลกของ GEELY ที่ได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมตอกย้ำความมั่นใจของลูกค้าด้วยความมุ่งมั่นที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดไทย
ทั้งนี้ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า 100% ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในเมือง โดดเด่นด้วยดีไซน์เรียบง่ายทันสมัย มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ปลอดภัย และมั่นใจด้วย Global Intelligent Electric Architecture (GEA) แพลตฟอร์มเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี 11-in-1 Intelligent Electric ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) และช่วงล่างแบบ Multi-link ที่ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นคงและนุ่มนวลในทุกเส้นทาง นอกจากจะได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจอง 4,016 คันแล้ว ยังชนะใจกรรมการจนได้รับรางวัล BEST SUBCOMPACT HATCHBACK 5-Door EV (RWD)
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
Evoto -
News Car1 Min Read
ฮอนด้าเติมความอุ่นใจรับซัมเมอร์ ! มอบแคมเปญสุดพิเศษ “Happy Plus Summer Check คุ้มขั้นสุด ให้ร้อนนี้สนุกกว่าที่เคย” ตรวจเช็กรถคู่ใจ รับส่วนลดพร้อมทางเลือกผ่อนสบายกระเป๋า ณ ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่ 1 – 31 มีนาคม 2569
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมต้อนรับหน้าร้อน ชวนครอบครัวฮอนด้าเดินทางพร้อมความอุ่นใจด้วยแคมเปญตรวจเช็กรถยนต์ Happy Plus Summer Check คุ้มขั้นสุด
ให้ร้อนนี้สนุกกว่าที่เคย เพราะทุกการเดินทางต้องมาพร้อมความปลอดภัย สำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้าตรวจสภาพรถยนต์ฟรี ! และพิเศษสุดกับส่วนลดยางรถยนต์เพิ่มเติม !! สูงสุด 400 บาท* พร้อมทางเลือกผ่อนง่ายสบายกระเป๋า ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน ขั้นต่ำ 2,000 บาท** เพียงนัดหมายและนำรถยนต์เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 มีนาคม 2569แคมเปญสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้า
รายการที่ 1 บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี
รายการที่ 2 รับส่วนลดเส้นละ 100 บาท เมื่อซื้อยางรถยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกเบอร์ เพิ่มเติมจากแคมเปญยางรถยนต์ปกติ
รายการที่ 3 รับส่วนลด 100 บาท เมื่อซื้อแบตเตอรี่ยี่ห้อ GS** และ PUMA**
แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า รถใหม่อายุไม่เกิน 1 ปี
- รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 7%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 6 หรือ 10” (ส่วนลดเพิ่มเติมจากเดิมที่แพ็กเกจเพย์เซฟ 6 และ 10 ให้ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 22%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)
แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า รถอายุ 5 ปีขึ้นไป
- รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ 4” (แพ็กเกจเช็ก 4 ระยะ ภายใน 30 เดือน ได้รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 15% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 20%* ตลอดอายุแพ็กเกจ)
แคมเปญพิเศษสำหรับลูกค้าฮอนด้า รถอายุ 4-6 ปี
- รับส่วนลดเพิ่มเติมสูงสุด 5%* เมื่อซื้อแพ็กเกจเช็กระยะ “เพย์เซฟ อุ่นใจ” (แพ็กเกจเช็ก 4 ระยะ ภายใน 30 เดือน ได้รับส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 10% รวมกันได้ส่วนลดสูงสุด 15%* ตลอดอายุแพ็กเกจ พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงฟรี 2 ปี)
แคมเปญสำหรับลูกค้าครอบครัวฮอนด้ารถอายุ 7 ปีขึ้นไป
รายการที่ 1 ส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองน้ำมันเครื่อง (Oil Filter)**
รายการที่ 2 ส่วนลด 20% ผลิตภัณฑ์กรองอากาศ (Air Filter)**
รายการที่ 3 ส่วนลด 20% อะไหล่ช่วงล่างกลุ่มปีกนก**
รายการที่ 4 ส่วนลด 20% บู๊ซยาง** ยางรองแท่นเครื่อง** และยางรองแท่นเกียร์**
แคมเปญ Welcome to Honda Family สำหรับรถยนต์ฮอนด้ามือสอง เพียงนำรถยนต์เข้ามาอัปเดตข้อมูลพร้อมเอกสารยืนยันผู้ครอบครองรถยนต์ใหม่ รับทันที
รายการที่ 1 ส่วนลดค่าน้ำมันเครื่อง 200 บาท
รายการที่ 2 ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเกียร์
รายการที่ 3 ส่วนลด 20% สำหรับน้ำยาหม้อน้ำ
รายการที่ 4 ส่วนลด 20% สำหรับน้ำมันเบรก
โปรแกรมผ่อนชำระสำหรับยางรถยนต์ สามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 10 เดือน
- ผ่อนชำระ 0% 6 เดือนหรือ 10 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ*** ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 2,000 บาท
โปรแกรมผ่อนชำระสำหรับงานบริการทุกประเภท สามารถผ่อนชำระ 0% ได้นานสูงสุด 8 เดือน
- ผ่อนชำระ 0% 6 เดือน กับบัตรเครดิตธนาคารที่ร่วมรายการ*** ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 6,000 บาท
- ผ่อนชำระ 0% 8 เดือน เฉพาะบัตรเครดิตกรุงศรีเฟิร์สช้อยส์และบัตรเครดิตธนาคารกรุงไทย ยอดใช้จ่ายขั้นต่ำ 6,000 บาท
ซัมเมอร์นี้เดินทางไกลแค่ไหนก็ไม่หวั่น ! เตรียมตัวให้พร้อมแล้วออกไปรับลมร้อนกับรถยนต์ฮอนด้า อุ่นใจตลอดการเดินทาง กับแคมเปญ Happy Plus Summer Check คุ้มขั้นสุด ให้ร้อนนี้สนุกกว่าที่เคย ตั้งแต่วันที่ 1-31 มีนาคม 2569 ที่ศูนย์บริการรถยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
ปอร์เช่ ประเทศไทย คว้า 3 รางวัลจากเวที Car of the Year 2026 สะท้อนบทบาทผู้นำยนตรกรรมสปอร์ต
ปอร์เช่ ประเทศไทย ตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ ด้วยการคว้า 3 รางวัลจากเวที Car of the Year 2026 ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) สะท้อนบทบาทความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมสปอร์ตสมรรถนะสูง ที่พัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อรองรับทุกระบบขับเคลื่อน การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมคงไว้ซึ่งสมรรถนะและการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของปอร์เช่
ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่ ประเทศไทย รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลจากเวที Car of the Year 2026 รางวัลทั้งสามสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของปอร์เช่ในการพัฒนายนตรกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษาจิตวิญญาณของปอร์เช่ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าอย่างไทคานน์และมาคันน์ หรือระบบปลั๊กอินไฮบริดกับคาเยนน์
เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นประกอบที่ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุดจากลูกค้าในประเทศไทย การได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งข้อพิสูจน์ถึงสมรรถนะ การออกแบบ และนวัตกรรมของยนตรกรรมจากปอร์เช่ที่สามารถตอบโจทย์ลูกค้าในหลากหลายรูปแบบ”ในปีนี้ ปอร์เช่ ประเทศไทย คว้า 3 รางวัลจากเวที Car of the Year 2026 โดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ครอบคลุมหลากหลายระบบขับเคลื่อนและประเภทรถยนต์ ได้แก่
- คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) คว้ารางวัล Best Plug-in Hybrid Sport Coupé ด้วยการผสานพลังจากเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร ที่ผสานมอเตอร์ไฟฟ้า โดยให้กำลังรวมสูงสุด 382 กิโลวัตต์ หรือ 519 แรงม้า ถ่ายทอดสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตควบคู่กับระบบปลั๊กอินไฮบริดได้อย่างสมดุล โดยในรุ่นปรับโฉมปี 2026 ที่ประกอบในประเทศมาเลเซีย เสริมความโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยล้อ RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้ว พร้อมไฟหน้า HD Matrix LED พวงมาลัย GT Sports และแพ็กเกจ Sport Chrono
- ไทคานน์ (Taycan) คว้ารางวัล Best Luxury Sport Sedan EV ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้าน
ยนตรกรรมไฟฟ้าสมรรถนะสูงด้วยสมรรถนะระดับสปอร์ตคาร์ ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุด 408 แรงม้า ผสานเทคโนโลยีแรงดันสูง 800 โวลต์ พร้อมการออกแบบที่โดดเด่น และประสบการณ์การขับขี่ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ - มาคันน์ 4 (Macan 4) ได้รับรางวัล Best Sport Compact SUV EV (AWD) จากสมรรถนะของระบบขับเคลื่อนสี่ล้อไฟฟ้า ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งพละกำลังสูงสุด 408 แรงม้า ผสานความคล่องตัวแบบรถสปอร์ตเข้ากับความอเนกประสงค์ของรถยนต์เอสยูวี เพื่อตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน
สำหรับรางวัล Car of the Year 2026 โดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย เพื่อยกย่องยนตรกรรมที่มีความโดดเด่นที่สุดในประเทศไทย โดยพิจารณาจากหลากหลายเกณฑ์สำคัญ และผ่านการทดสอบรวมถึงประเมินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากแวดวงอุตสาหกรรมยานยนต์ ถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่ยืนยันถึงสมรรถนะและคุณภาพของยนตรกรรม
ปอร์เช่ได้อย่างแท้จริง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ตอกย้ำความเชื่อมั่น! ฮอนด้า คว้า 5 รางวัล Car of the Year 2026 ชูไลน์อัป e:HEV – The EXCITING Hybrid พร้อมส่งมอบยนตรกรรมที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าก้าวเข้าสู่ปี 2569 ตอกย้ำความเชื่อมั่นจากลูกค้าชาวไทย ด้วยการคว้า 5 รางวัล รถยอดเยี่ยมแห่งปี ในงาน Car of the Year 2026 จัดโดย
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ถึงความแข็งแกร่งของไลน์อัปผลิตภัณฑ์ฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่มอบประสบการณ์ขับขี่ที่สนุก เร้าใจ และอัตราประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม โดยรถยนต์ฮอนด้าที่ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปีครอบคลุมทั้งกลุ่มรถยนต์ซีดาน แฮทช์แบ็ก และเอสยูวี ได้แก่- ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดแฮทช์แบ็ก เครื่องยนต์ไม่เกิน 1,500 ซีซี (Best Hybrid Hatchback under 1,500 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 2 ปีซ้อน
- ฮอนด้า ซีวิค รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดซีดาน เครื่องยนต์ไม่เกิน
2,000 ซีซี (Best Hybrid Sedan under 2,000 c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน - ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดซีดานขนาดกลาง เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี (Best Mid-size Hybrid Sedan under 2,000 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง
3 ปีซ้อน - ฮอนด้า ซีอาร์-วี รุ่น e:HEV RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทไฮบริดเอสยูวีขนาดกลาง เครื่องยนต์ไม่เกิน 2,000 ซีซี (Best Mid-size Hybrid SUV under 2,000 c.c.) ได้รับรางวัลต่อเนื่อง
3 ปีซ้อน - ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก รุ่น TURBO RS ได้รับรางวัลรถยอดเยี่ยมประเภทแฮทช์แบ็ก เครื่องยนต์
ไม่เกิน 1,300 ซีซี (Best Hatchback under 1,300 c.c.)
รางวัลดังกล่าวเปรียบเสมือนเครื่องพิสูจน์ความมุ่งมั่นที่ฮอนด้าตั้งใจส่งมอบให้แก่ลูกค้า ในการมุ่งมั่นสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานความปลอดภัย พร้อมศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสุขและความมั่นใจ
นอกจากนี้ ฮอนด้ายังคงตรึงราคาและจัดเต็มแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” เมื่อจองตั้งแต่ 1 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และขยายเวลารับรถไปจนถึงภายใน 30 เม.ย. 2569 พร้อมจัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* หรือดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด 84 เดือน* สามารถร่วมสัมผัสไลน์อัปรถยนต์ฮอนด้า ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ณ บูทฮอนด้า (A22) ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 และโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
บริดจสโตน คว้ารางวัล “BEST SELLING TYRE โดยกรังด์ปรีซ์” 28 ปีซ้อน จากเวที CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดยางรถยนต์ไทย
บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญ ด้วยการคว้ารางวัลทรงเกียรติ “BEST SELLING TYRE” หรือ “แบรนด์ที่มียอดจำหน่ายยางรถยนต์สูงสุดในประเทศ” โดยบริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 28 ภายในงานประกาศรางวัล CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยมีคุณบัณฑิต จันทรคณา ผู้จัดการส่วนงานการตลาด บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้แทนรับรางวัลจาก ดร.ณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และมีคุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานจัดงาน ร่วมเป็นเกียรติในพิธีมอบรางวัล นับเป็นอีกก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของบริดจสโตนในตลาดยางรถยนต์ไทย
คุณบัณฑิต จันทรคณา กล่าวว่า “การได้รับรางวัล BEST SELLING TYRE ต่อเนื่องเป็นปีที่ 28 ถือเป็นความสำเร็จจากความมุ่งมั่นของผู้บริหารและทีมงาน นับเป็นความภาคภูมิใจของพวกเราเป็นอย่างยิ่ง
อีกทั้งยังเป็นเครื่องยืนยันถึงสมรรถนะและคุณภาพของยางรถยนต์บริดจสโตน ผมขอขอบคุณกรังด์ปรีซ์ ที่ให้เกียรติและเล็งเห็นศักยภาพของบริดจสโตน รวมถึงลูกค้าทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้เราเสมอมา บริดจสโตนจะเดินหน้าพัฒนาผลิตภัณฑ์ยางรถยนต์พรีเมียมที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและการบริการเหนือระดับ พร้อมขับเคลื่อนนวัตกรรมรองรับการเติบโตของยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ควบคู่กับยกระดับการสื่อสารกับลูกค้าผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยเฉพาะ Social Media และช่องทางออนไลน์ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงข้อมูลสินค้าและช่องทางการซื้อได้สะดวกยิ่งขึ้น พร้อมสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับลูกค้า”พิธีมอบรางวัล CAR & BIKE OF THE YEAR 2026 จัดขึ้นโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) เพื่อสนับสนุนภาพลักษณ์ที่ดีทางด้านธุรกิจยานยนต์ และส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์
ในประเทศไทย โดยคัดเลือกรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ รวมถึงผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์ที่มีความโดดเด่นในแต่ละด้านโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ทั้งประเภทที่ผลิตในประเทศและนำเข้า พร้อมทั้งให้ประชาชนทั่วไปได้รับทราบข้อมูลที่แท้จริง เพื่อศึกษาเป็นแนวทางในการพิจารณาเลือกซื้อให้เหมาะสมตามเป้าหมายของการใช้งาน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
PTG ปิดฉาก PT Grand Prix of Thailand 2026 สุดยิ่งใหญ่ ชูความสำเร็จ “PTG Village” ตอกย้ำพลังระบบนิเวศธุรกิจไทยบนเวทีสากล
ปิดฉากลงอย่างยิ่งใหญ่สำหรับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลก “PT Grand Prix of Thailand 2026” ที่สร้างปรากฏการณ์คลื่นมหาชนหลั่งไหลสู่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต เมื่อปลายเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดย บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ตอกย้ำบทบาทผู้สนับสนุนหลัก ที่สามารถยกระดับพื้นที่การแข่งขันให้กลายเป็น “เวทีธุรกิจระดับสากล” และแสดงศักยภาพของแบรนด์ไทยสู่สายตานานาชาติ
ความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดในปีนี้ คือการยกระดับพื้นที่จัดงานสู่อาณาจักร “PTG Village” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสะท้อนภาพความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจ ที่ประกอบไปด้วยมิติพลังงาน ยานยนต์ และ ไลฟ์สไตล์อย่างครบวงจร นำโดย เทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่าง PT Maxnitron, สถานีบริการน้ำมันพีที, สถานีชาร์จ PT GIGA EV, ก๊าซหุงต้มพีที และ ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร Autobacs ตลอดจนกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม อาทิ กาแฟพันธุ์ไทย, Coffee World, Subway และ PT Max Mart รวมถึงบริการสิทธิพิเศษผ่าน Max Card, Max Me และ Maxbit ที่ช่วยอำนวยความสะดวกด้านธุรกรรมอย่างสมบูรณ์แบบ สิ่งเหล่านี้ได้ช่วยเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้บริโภคทั้งชาวไทยและต่างชาติ พร้อมขยายศักยภาพของธุรกิจสู่มาตรฐานสากล
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวว่า “ภาพความสำเร็จของ PTG Village และเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติที่มาร่วมงานในครั้งนี้ ถือเป็นบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่า ระบบนิเวศธุรกิจของ PTG มีความแข็งแกร่งและสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ระดับสากลได้อย่างแท้จริง การเป็นผู้สนับสนุนหลักตลอด 3 ปีที่ผ่านมา เป็นการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งสร้างคุณค่าในระยะยาว ไม่เพียงในมิติการรับรู้แบรนด์ แต่รวมถึงการสร้างความเชื่อมั่นให้กับพันธมิตร ผู้บริโภค และนักลงทุน เราเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นจุดหมายปลายทางด้านการแข่งขันกีฬาระดับโลก และภาคภูมิใจที่ได้ใช้ระบบนิเวศธุรกิจของเราเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงกีฬาที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศ ควบคู่ไปกับการส่งมอบประสบการณ์แบบ “PT GO FOR MAX” เพื่อผลักดันวิสัยทัศน์หลักองค์กรที่ต้องการให้คนไทย “อยู่ดี มีสุข” อย่างแท้จริง”
ความสำเร็จจากการจัดงาน PT Grand Prix of Thailand 2026 จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญที่สะท้อนทิศทางเชิงยุทธศาสตร์ของ PTG ในการใช้สปอร์ตมาร์เก็ตติ้งระดับโลกเป็นเครื่องมือขับเคลื่อนธุรกิจ สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน และเสริมความแข็งแกร่งของระบบนิเวศธุรกิจ เพื่อผลักดันแบรนด์ของคนไทยให้เติบโตและยืนหยัดบนเวทีสากลได้อย่างภาคภูมิ
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

































































































































































































