• โตโยต้าคว้ารางวัล Human Resources Excellence Awards 2026 ด้าน Excellence in Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) ตอกย้ำองค์กรแห่งโอกาส เคารพความแตกต่าง และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

    1 Min Read

    โตโยต้าคว้ารางวัล Human Resources Excellence Awards 2026 ด้าน Excellence in Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) ตอกย้ำองค์กรแห่งโอกาส เคารพความแตกต่าง และเติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รับรางวัล Human Resources Excellence Awards 2026 สาขา Excellence in Diversity, Equity & Inclusion (DE&I) โดยได้รับรางวัลระดับ Silver (รองชนะเลิศอันดับ 1) จาก Human Resources Online สื่อและผู้จัดงานด้านทรัพยากรบุคคลชั้นนำในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้จัดเวที Human Resource Excellence Awards เพื่อยกย่ององค์กรที่มีความเป็นเลิศด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลและการพัฒนาองค์กรในระดับประเทศ โดยพิธีมอบรางวัลจัดขึ้นเมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2569 ณ โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ

     รางวัลดังกล่าวสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการให้ความสำคัญกับ “คน” ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้าง เคารพความแตกต่าง ส่งเสริมความเท่าเทียม และเปิดโอกาสให้พนักงานทุกคนได้มีส่วนร่วมและแสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ สอดคล้องกับหลัก “Show respect for People” หนึ่งในหัวใจสำคัญของ Toyota Way ตลอดจนวิสัยทัศน์ “Happiness for All” ที่มุ่งสร้างความสุขและคุณค่าให้แก่ผู้คน สังคม และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้างการเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    ตลอดหลายปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ดำเนินนโยบาย DE&I อย่างเป็นรูปธรรม โดยประกาศใช้นโยบาย DE&I อย่างเป็นทางการในปี 2566 พร้อมพัฒนาแนวทางการดำเนินงานผ่านกรอบ “3E Framework” (Engage, Enrich, Evolve) โดยมุ่งสร้างการมีส่วนร่วมและความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของพนักงาน (Engage) เสริมสร้างศักยภาพผ่านความหลากหลายและโอกาสที่เท่าเทียม (Enrich) และต่อยอดสู่การเปลี่ยนแปลงเชิงวัฒนธรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนขององค์กรและสังคมให้พร้อมรับการเปลี่ยนแปลงในอนาคต (Evolve)

    นอกจากนี้ โตโยต้ายังดำเนินกิจกรรมและโครงการต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมความเข้าใจด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง ทั้งการอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจเรื่องความหลากหลาย และลดอคติที่อาจเกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว (Unconscious Bias) การส่งเสริมสภาพแวดล้อมการทำงานที่ทุกคนรู้สึกปลอดภัยและกล้าแสดงความคิดเห็น รวมทั้งการพัฒนาสวัสดิการและสิ่งอำนวยความสะดวกที่ตอบโจทย์ความต้องการของพนักงานที่หลากหลาย ตลอดจนการสนับสนุนสิทธิและโอกาสที่เท่าเทียมสำหรับทุกคนอย่างเป็นรูปธรรม

    ผลจากการดำเนินงานสะท้อนผ่านคะแนน Employee Engagement ในมิติ DE&I ที่ 81% รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมการทำงานที่พนักงานเปิดรับความคิดเห็นและมุมมองที่แตกต่าง กล้าแสดงความคิดเห็น และร่วมกันสร้างสรรค์แนวคิดใหม่ ๆ มากขึ้น ซึ่งไม่เพียงช่วยเสริมสร้างความผูกพันภายในองค์กร แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญของการสร้างองค์กรที่เข้มแข็งและได้รับความเชื่อมั่นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในระยะยาว

    โตโยต้าเชื่อมั่นว่า ความหลากหลายคือพลังสำคัญของการพัฒนาองค์กร ที่ช่วยขับเคลื่อนนวัตกรรม สร้างสรรค์แนวคิดใหม่ และความสามารถในการแข่งขันขององค์กรในอนาคต โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่โตโยต้ากำลังก้าวสู่การเป็นองค์กรแห่งการขับเคลื่อน (Mobility Company) ที่ต้องอาศัยมุมมองและประสบการณ์ที่หลากหลายในการตอบสนองความต้องการของผู้คนและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป

    ในอนาคต โตโยต้าจะยังคงเดินหน้าพัฒนามาตรฐานด้าน DE&I อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมความพร้อมสู่มาตรฐานสากล ISO 30415 และขยายองค์ความรู้ด้าน DE&I ไปยังเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่เปิดกว้าง อย่างเท่าเทียม

    โตโยต้ามุ่งมั่นที่จะเติบโตเคียงคู่สังคมไทย ด้วยการให้ความสำคัญกับผู้คนในทุกมิติ เพราะเชื่อว่า เมื่อทุกคนได้รับโอกาส ได้รับการยอมรับ และสามารถแสดงศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ ความหลากหลายจะกลายเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรและสังคมไปสู่อนาคตที่ยั่งยืนร่วมกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • Vintage Car Show at ICONSIAM จัดแสดงรถคลาสสิคยุค ’60 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    1 Min Read

    Vintage Car Show at  ICONSIAM จัดแสดงรถคลาสสิคยุค ’60 ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม สร้างปรากฏการณ์ริมเจ้าพระยา จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉมรถสุดคลาสสิคระดับตำนานยุค ’60 ที่หาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569

    ดร. อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “Vintage Car Show at  ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “ยุคแห่งความงามสุดคลาสสิค – The Beauty of 60s Classics” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ รถคลาสสิคในช่วงทศวรรษ 1960 ที่มีเส้นสาย ทรวดทรงงดงามราวกับงานศิลปะที่ทรงคุณค่าเหนือกาลเวลา มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

    คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามมุ่งมั่นนำเสนอประสบการณ์เหนือระดับที่ผสานสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน ในฐานะ ‘Global Experiential Destination’ การจัดงาน Vintage Car Show ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถยนต์โบราณทั่วไป แต่เป็นการผสานงานศิลป์ ประวัติศาสตร์ และไลฟ์สไตล์วินเทจระดับเวิลด์คลาส เข้ากับทัศนียภาพอันเป็นเอกลักษณ์ของโค้งน้ำเจ้าพระยา เพื่อส่งมอบความประทับใจที่แตกต่างและเป็นมิติใหม่แห่งการท่องเที่ยว ที่พร้อมต้อนรับผู้มาเยือนจากทุกมุมโลก”

    ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ Mercedes-Benz 190SL ปี 1958 หนึ่งในรถสปอร์ทเปิดประทุนระดับตำนานของโลก Triumph TR3A Roadster ปี 1961 รถสปอร์ทอังกฤษพันธุ์แท้จากเมืองโคเวนทรี รูปทรงปราดเปรียว Fiat 500N ปี 1957 รถที่มีความนิยมจนเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอิตาลี ขนาดกะทัดรัด มีเสน่ห์ที่ประตูย้อน และหลังคาผ้าใบสามารถเปิดม้วนเก็บได้ทั้งหมด

    นอกจากนี้ยังมี Alfa Romeo 2600 Sprint ปี 1962, Morris Mini Traveller MK I Woody ปี 1962, Mercedes-Benz 230SL Pagoda ปี 1963, Jaguar E-Type Series I ปี 1964, Ford Mustang Hardtop ปี 1966, Jaguar Mark II ปี 1967 และ Nissan Skyline KGC10 ปี 1970

    งานนี้ได้รับการสนับสนุนจาก TOYOTA, ZEEKR, พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 43”

    เชิญชมรถทรงคุณค่า หายากในงาน “Vintage Car Show at  ICONSIAM” ระหว่างวันที่ 9-11 ตุลาคม 2569 ณ  ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand และ www.iconsiam.com


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เรนาสโซ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความประทับใจ นับตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบ Lamborghini Huracan คันแรกอย่างเป็นทางการ

    1 Min Read

    เรนาสโซ มอเตอร์ ฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความประทับใจ นับตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบ Lamborghini Huracan คันแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งท้ายปลายปีด้วยแคมเปญสุดพิเศษ “Lamborghini Huracan Aftersales Privilege” มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับบริการหลังการขาย เริ่มแล้ววันนี้ – 28 ธันวาคม 2569 ณ โชว์รูมลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ

    บริษัท เรนาสโซ มอเตอร์ จำกัด ตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ลัมโบร์กินีอย่างเป็นทางการรายเดียวในประเทศไทย นำโดย อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ประธานกรรมการ, ศักดิ์ นานา และ ม.ล.พลอยนภัส ลีนุตพงษ์ กรรมการ ฉลองครบรอบ 8 ปีแห่งความประทับใจ นับตั้งแต่วันแรกที่ส่งมอบ Lamborghini Huracan คันแรกอย่างเป็นทางการ พร้อมส่งท้ายปลายปีด้วยแคมเปญสุดพิเศษ “Lamborghini Huracan Aftersales Privilege” มอบเอกสิทธิ์เหนือระดับสำหรับบริการหลังการขายให้กับ Huracan ทุกรุ่น เริ่มแล้ววันนี้ – 28 ธันวาคม 2569 ณ โชว์รูมลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ

     

    สิทธิพิเศษสำหรับท่านเจ้าของรถ Lamborghini Huracan ทุกรุ่น:
    – รับสิทธิพิเศษสำหรับบริการหลังการขาย ส่วนลดค่าแรง 10%*
    – ส่วนลดค่าอะไหล่ 25%* พร้อมบริการตรวจเช็กสภาพรถจากช่างเทคนิคโดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยทีมผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์กว่า 20 ปี ที่ผ่านการอบรมตามมาตรฐาน Lamborghini
    – ส่วนลดพิเศษสำหรับ original accessories – Doorlight Logo, Phone Holder, Battery Maintainer, Apple Carplay*
    -บริการพิเศษ Car Hotel by Renazzo Group บริการที่จอดรถรายวันและรายเดือน
    -ส่วนลดสูงสุด 31% สำหรับ Professional Car Detailing Service*
    -ส่วนลดสูงสุด 25% สินค้าแบรนด์ Lamborghini*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษจากซูเปอร์สปอร์ตคาร์ได้ที่ “ลัมโบร์กินี กรุงเทพฯ” โชว์รูมและศูนย์บริการครบวงจรขนาดใหญ่ที่สุดในเอเชียแปซิฟิก ถนนวิภาวดีรังสิต สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02-512-5111


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขยายแคมเปญ StarFest 2026 สนับสนุนส่วนลดสำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ On-Top สูงสุด 200,000 บาท พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ขั้นต่ำ 30% ให้กับผู้ประสบอุทกภัย

    1 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขยายแคมเปญ StarFest 2026 สนับสนุนส่วนลดสำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ On-Top สูงสุด 200,000 บาท พร้อมมอบส่วนลดค่าอะไหล่ขั้นต่ำ 30% ให้กับผู้ประสบอุทกภัย

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย ประกาศขยายระยะเวลาข้อเสนอพิเศษของแคมเปญ “Mercedes-Benz StarFest 2026: Celebrating The Extraordinary” ไปจนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เนื่องด้วยเหตุการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา พร้อมสนับสนุนส่วนลดเพิ่มเติมในช่วงอุทกภัย (Flood Support Discount) สำหรับการซื้อรถยนต์คันใหม่ On-Top สูงสุด 200,000บาท* รวมส่วนลดสูงสุดกว่า 600,000 บาท* เฉพาะรถยนต์ที่ส่งมอบตั้งแต่วันนี้ – 29 ธันวาคม 2569 โดยมีรายละเอียดของรุ่นที่ร่วมแคมเปญ ดังนี้

    • C 220 d AMG Line (Night Edition) — ราคาจำหน่าย 2,690,000 บาท ​​
      รับส่วนลด Flood Support 30,000 บาท
    • C 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 2,890,000 บาท​​
      รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 200,000 บาท และส่วนลด Flood Support 30,000 บาท
    • CLE 300 4MATIC Coupe (Night Edition) — ราคาจำหน่าย 3,950,000 บาท​​

    รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 100,000 บาท และส่วนลด Flood Support 50,000 บาท

    • E 220 d AMG Line — ราคาจำหน่าย 3,930,000 บาท
      รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 500,000 บาท และส่วนลด Flood Support 100,000 บาท
    • E 350 e plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,690,000 บาท
      รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 100,000 บาท และส่วนลด Flood Support 100,000 บาท
    • GLC 220 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 3,490,000 บาท
      รับส่วนลด Flood Support 50,000 บาท
    • GLC 350 e 4MATIC Coupe plug-in hybrid — ราคาจำหน่าย 3,990,000 บาท

    รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 100,000 บาท และส่วนลด Flood Support 50,000 บาท

    • GLE 300 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 4,950,000 บาท

    รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 240,000 บาท และส่วนลด Flood Support 150,000 บาท

    • GLS 450 d 4MATIC — ราคาจำหน่าย 5,950,000 บาท
      รับส่วนลดแคมเปญ StarFest 220,000 บาท และส่วนลด Flood Support 200,000 บาท
    • Mercedes-AMG GLE 53 Hybrid 4MATIC+ — ราคาจำหน่าย 5,590,000 บาท
      รับส่วนลด Flood Support 200,000 บาท

    นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ยังมอบส่วนลดค่าอะไหล่อย่างน้อย 30%* สำหรับรถยนต์ทุกรุ่น
    ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุการณ์อุทกภัย เพื่อเป็นการช่วยเหลือและฟื้นฟูรถยนต์ของลูกค้าทุกคนให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติ โดยลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธันวาคม 2569

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด

    สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดแคมเปญผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • มาสด้าเปิดตัว THE ALL-ELECTRIC MAZDA CX-6e รถไฟฟ้าอเนกประสงค์อัจฉริยะสำหรับครอบครัว ถ่ายทอดเอกลักษณ์มาสด้าในยุคอีวีได้อย่างลงตัว

    2 Min Read

    มาสด้าเปิดตัว THE ALL-ELECTRIC MAZDA CX-6e รถไฟฟ้าอเนกประสงค์อัจฉริยะสำหรับครอบครัว ถ่ายทอดเอกลักษณ์มาสด้าในยุคอีวีได้อย่างลงตัว

    บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศเดินหน้าเต็มรูปแบบ เผยโฉมยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ล่าสุด The All-Electric Mazda CX-6e พร้อมแนวคิด “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด เพื่อชีวิตในแบบคุณ ด้วยการเป็นรถเอสยูวีที่จะมาเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัวสู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง มาในรูปแบบ Intelligent Family e-SUV หรือเอสยูวีที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสำหรับครอบครัว ที่ผสานเอกลักษณ์ของมาสด้าทั้งด้านการออกแบบและสมรรถนะการขับขี่แบบ “Jinba-Ittai” เข้ากับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า และเทคโนโลยีอัจฉริยะเข้าไว้ด้วยกันเป็นหนี่งเดียว มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเทียมไอออน ขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กม.* รองรับชาร์จเร็ว DC Fast Charging ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ในเวลาเพียง 15 นาที** มอบความปลอดภัยและล้ำสมัยด้วยกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล มาพร้อม 2 ทางเลือก 2 สไตล์ ในรุ่น Premium และ Premium Sports วางราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 1,259,000 บาท ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถรุ่นนี้ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ หรือผ่าน Mazda Virtual Showroom และจองออนไลน์ได้ทันที

    มร. โทรุ นากาจิม่า, Senior Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “มาสด้าตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก ซึ่งเป็นแรงผลักดันสำคัญที่ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องเร่งพัฒนานวัตกรรม เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในทุกภูมิภาค ซึ่งมาสด้าได้เดินหน้าเพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายอย่างชัดเจน ตามแนวทาง Multi-solution เพื่อมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้า แต่ไม่ว่ารูปแบบพลังงานจะเป็นแบบใดก็ตาม สิ่งที่มาสด้ายังคงยึดมั่นไม่เปลี่ยนแปลงก็คือ  “ความสุขในการขับขี่” และ DNA ของแบรนด์มาสด้า ที่จะยังคงเป็นคุณค่าหลักของเราเช่นเดิม นี่คือรากฐานสำคัญที่นำพาให้เราก้าวเดินมาจนถึงทุกวันนี้ และเป็นสิ่งที่ทำให้เรามั่นใจที่จะเดินหน้าต่อไปอย่างมั่นคงในยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า เพื่อมอบความเป็นกลางทางคาร์บอน ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เพื่อสร้างสรรค์โลกที่ยั่งยืน”

    The All-Electric Mazda CX-6e คือรถยนต์อเนกประสงค์ระดับพรีเมี่ยม ที่พัฒนาขึ้นจากแพลตฟอร์มรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแท้จริง โดยผลิตขึ้นที่โรงงานของมาสด้าในประเทศจีน ภายใต้ชื่อ ฉางอัน มาสด้า ออโตโมบิล (CMA) ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และ ฉางอัน ออโตโมบิล โดยทั้งสองบริษัทเป็นพันธมิตรที่ทำงานร่วมกันมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมาสด้าได้อาศัยความร่วมมือในการผสานเทคโนโลยีด้านระบบไฟฟ้าและระบบอัจฉริยะของพันธมิตร เข้ากับจุดแข็งของมาสด้า ทั้งในด้านการออกแบบ และเอกลักษณ์ในการขับขี่ จินบะ-อิตไต พร้อมทั้งสะท้อนถึงแนวทางการผลิตรถยนต์ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพ ความประณีตในทุกรายละเอียด และมาตรฐานการผลิต ที่มาสด้ายึดถือมาโดยตลอด นี่คือจุดเริ่มต้นของอนาคตยานยนต์ไฟฟ้าของมาสด้าในประเทศไทย ที่จะมาตอบโจทย์ความคาดหวังของลูกค้าและแฟนมาสด้า ด้วยเอกลักษณ์ความเป็นมาสด้าอย่างครบถ้วน

    “การเปิดตัว The All-Electric Mazda CX-6e คือก้าวสำคัญของมาสด้า ในการเดินหน้าสู่เส้นทางของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ถ่ายทอดให้เห็นถึงความมุ่งมั่นเพื่อนำเสนอรูปแบบพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการยึดมั่นในคุณค่าและจิตวิญญาณในการขับขี่ที่ถ่ายทอดในรถยนต์มาสด้าทุกคัน และการเดินทางบนเส้นทางนี้ มาสด้าจะยังคงยึดมั่นในพันธกิจที่มีต่อประเทศไทย ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนด้านการผลิตในประเทศอย่างต่อเนื่อง และตอกย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทยในการเป็นตลาดหลักและเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของมาสด้าในอนาคต พร้อมส่งมอบทั้ง “ความสุขในการขับขี่” และ “ความสุขในการใช้ชีวิต” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ขับขี่ในวันนี้และส่งต่อไปยังผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าว

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda CX-6e เป็นยนตรกรรมไฟฟ้าอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่เข้ามาเติมเต็มไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ CX ซีรีย์ ของมาสด้า ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด The Art of Human e-SUV เป็นยนตรกรรมที่ถูกสร้างขึ้นจากความเข้าใจมนุษย์อย่างลึกซึ้ง ที่จะเข้ามาสร้างนิยามใหม่ของรถครอบครัวอเนกประสงค์ เพื่อให้ทุกเส้นทางเป็นไปได้มากกว่าการเดินทาง มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “Crafted to Move You” ทุกรายละเอียด…เพื่อชีวิตในแบบคุณ ที่พร้อมเติมเต็มทุกช่วงเวลาของครอบครัว สู่ประสบการณ์ใหม่ในทุกเส้นทาง ด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ที่เก็บทุกรายละเอียดในการขับขี่ เติมเต็มความรู้สึก และยกระดับประสบการณ์ชีวิตของครอบครัวยุคใหม่ ที่มองหารถยนต์ที่มีนวัตกรรมระดับพรีเมี่ยม แต่ยังคงคุณค่ากับความสุนทรีย์ในการขับขี่ มีดีไซน์ที่สะท้อนตัวตนและมีเอกลักษณ์เฉพาะ”

    การสื่อสารการตลาดของ The All-Electric Mazda CX-6e ในครั้งนี้ ยังได้ถูกถ่ายทอดผ่าน 3 กลุ่มครอบครัวของคนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า Friends of Mazda ทั้ง Art of Choice: กลุ่มคนที่มี Thoughtful Choice เลือกในทุกรายละเอียด บ่งบอกรสนิยม มองรถว่าเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์, Art of Motion: กลุ่มคนที่ใช้ชีวิต Active Life in Motion เพื่อขับเคลื่อนชีวิต ให้พร้อมออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ ๆ กับรถยนต์ให้ทั้งสมรรถนะ ความสนุก และความมั่นใจ และ Art of Caring: กลุ่ม Human Protection ที่ใส่ใจคนรอบตัว ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย  ความสะดวกสบาย และความอุ่นใจ ในทุกการเดินทาง สะท้อนให้เห็นถึงเอกลักษณ์ของรถยนต์รุ่นนี้ได้อย่างชัดเจน

    ในด้านผลิตภัณฑ์ The All-Electric Mazda CX-6e ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างประณีต โดยคงเอกลักษณ์และ DNA ของมาสด้าไว้อย่างครบถ้วนไม่แตกต่างจากรถเครื่องยนต์สันดาปภายใน เพื่อแสดงให้เห็นว่ามาสด้าได้นำเอาเทคโนโลยีขั้นสูง การออกแบบอันล้ำสมัย และความประณีตประดุจงานฝีมือ มาหลอมรวมเป็นรถรุ่นนี้ โดยถ่ายทอดบนคุณค่า 4 แกนหลัก ประกอบด้วย

    • คุณค่าที่ 1: FUTURE + SOUL × MODERN KODO DESIGN
      พัฒนาภายใต้แนวคิด “Soulful Futuristic Modern” โดยผสานเทคโนโลยีแห่งอนาคตเข้ากับ Kodo Design และเอกลักษณ์การขับขี่ที่เป็นหนึ่งเดียวของมาสด้า ทำให้ยังคง DNA ความเป็นมาสด้าไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ยังได้รับการออกแบบเพื่อยกระดับแนวคิด “Jinba-Ittai” ขึ้นไปอีกระดับ ผ่านการปรับจูนการควบคุมและความนุ่มนวลในการขับขี่ ให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดประเทศไทย

    • คุณค่าที่ 2: HIGH-TECH SMART COMFORTABLE SPACE
      มาพร้อม Smart Cabin หรือห้องโดยสารอัจฉริยะ ที่ต่อยอดแนวคิด Human-centric ของ Mazda สู่ HMI รูปแบบใหม่ ให้คนและรถเชื่อมต่อกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ ใช้งานง่าย และสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น AR Head-Up Display ขนาดใหญ่ พร้อมหน้าจอ Ultra-Wide Center Display ขนาด 45 นิ้ว ความละเอียด 5K ที่รองรับการแบ่งหน้าจอแบบ Dual-split ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารเข้าถึงข้อมูลหรือฟังก์ชันที่ต้องการได้อย่างเป็นอิสระ หน้าจอสัมผัสสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง REAR TOUCHSCREEN รวมถึงระบบเชื่อมต่อด้วยสมาร์ทโฟน ผ่าน Mazda connectivity app เป็นต้น

      นอกจากนี้ ยังรองรับระบบสั่งงานด้วยเสียงและการควบคุมการทำงานด้วยท่าทาง (Voice & Gesture Control) และมาพร้อมกระจกมองข้างและมองหลังแบบดิจิทัล ที่ช่วยลดจุดอับสายตาและช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นรอบตัวรถได้ดียิ่งขึ้น พร้อมมอบสุนทรียภาพตลอดการเดินทาง ด้วย Ambient Lighting 256 สี รวมถึงระบบเสียงคุณภาพสูงพร้อมลำโพง 23 ตัว เพื่อยกระดับความเพลิดเพลินให้กับผู้โดยสารไปตลอดการเดินทาง

    • คุณค่าที่ 3: NEAR FUTURE DRIVING EXPERIENCE
      มอบประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต ด้วยเทคโนโลยีที่ช่วยให้การขับขี่ง่ายและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น ในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ของมาสด้าไว้อย่างชัดเจนบนพื้นฐาน Jinba-Ittai โดยทีมวิศวกรของมาสด้าได้พัฒนาระบบช่วงล่างและการควบคุม เพื่อให้รถตอบสนองต่อการควบคุมของผู้ขับขี่ได้อย่างแม่นยำ เป็นธรรมชาติ และสอดคล้องกับสัญชาตญาณของผู้ขับขี่ มีการปรับจูนอย่างละเอียดในทุกด้าน เพื่อให้ได้เอกลักษณ์ในการขับขี่ตามแบบฉบับมาสด้า ไม่ว่าจะเป็นระบบพวงมาลัย การควบคุมการทรงตัว ความนุ่มนวลในการขับขี่ อัตราเร่ง การตอบสนองของช่วงล่างและระบบเบรก มีการกระจายน้ำหนักหน้า-หลัง ในสัดส่วนใกล้เคียง 50:50 เพื่อสร้างความสมดุล เสถียรภาพในการขับขี่ และมอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถอย่างชัดเจน รถรุ่นนี้ยังได้มีการนำ Aerodynamic Technology มาใช้ในการออกแบบตัวถัง ทำให้ช่วยควบคุมกระแสอากาศรอบตัวรถได้อย่างมีประสิทธิภาพ

      มาพร้อมแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน ความจุ 77.9 kWh ขับเคลื่อนล้อหลัง ให้กำลังสูงสุด 190 kW หรือ 258 PS และแรงบิด 290 Nm สามารถขับขี่ได้ไกลถึง 555 กิโลเมตร* ตามมาตรฐาน NEDC รองรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล และ รองรับ DC Fast Charge ชาร์จพลังงานจาก 30%-80% ภายในเวลาเพียง 15 นาที**

      มาพร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง (State-of-the-Art ADAS) มากถึง 17 ระบบ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยที่ครบครัน และติดตั้งถุงลมนิรภัย 9 ตำแหน่ง พร้อมสำหรับการปกป้องผู้โดยสาร ทุกสถานการณ์ในการขับขี่

    • คุณค่าที่ 4: SIGNATURE OWNERSHIP EXPERIENCE
      มอบความอุ่นใจตลอดการเป็นเจ้าของด้วย Mazda Signature Experience ซึ่งเป็นการบริการที่เปี่ยมด้วยความใส่ใจในทุกรายละเอียดแบบญี่ปุ่น ที่ครอบคลุมตั้งแต่ เครือข่ายศูนย์บริการ ไปจนถึงศูนย์ซ่อมตัวถังและสีที่ครอบคลุม บุคลากรและช่างเทคนิคที่ได้มาตรฐานมาสด้า โปรแกรมการบำรุงรักษาอย่างครบวงจร และการบริหารจัดการอะไหล่อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้ลูกค้าไว้วางใจได้ว่า จะได้รับการดูแลจากมาสด้าไปตลอดการเป็นเจ้าของ

    The All-Electric Mazda CX-6e มีให้เลือกทั้งหมด 2 รุ่น ใน 2 สไตล์ ที่แตกต่าง

    • รุ่น Premium มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ตกแต่งภายในห้องโดยสารอย่างพิถีพิถัน ด้วยผ้าและหนังสีดำ สะท้อนความประณีตในทุกจุดสัมผัส ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 555 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,259,000 บาท

    • รุ่น Premium Sports ยกระดับความสปอร์ต ด้วยล้ออัลลอย Black Diamond Cut Double 5-Spoke Design ขนาด 21 นิ้ว ถ่ายทอดความสง่างามและความหรูหราในระดับ Masterpiece ด้วยห้องโดยสารตกแต่งด้วยวัสดุหนังสีทูโทน สีม่วง-ขาว กระจกมองข้างแบบดิจิทัลที่สามารถปรับและพับด้วยไฟฟ้า และกระจกมองหลังแบบดิจิทัล พร้อมดีไซน์พิเศษในทุกองค์ประกอบ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางสู่ความสมบูรณ์แบบอีกขั้น ขับขี่ได้ระยะทางสูงสุด 524 กิโลเมตร* วางราคาจำหน่าย 1,299,000 บาท

    ภายนอกมีให้เลือกทั้งหมด 6 สี ประกอบด้วย

    • สีม่วง ไนท์ฟอล ไวโอเลต / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Nightfall Violet / Jet Black)
    • สีเทา แมชชีน เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Machine Gray / Jet Black)
    • สีแดง โซล เรด คริสตัล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Soul Red Crystal / Jet Black)
    • สีขาว คริสตัล ไวท์ เพิร์ล / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Crystal White Pearl / Jet Black)
    • สีเทา แอโร เกรย์ / สีดำ เจ็ท แบล็ก (Aero Gray / Jet Black)
    • สีดำ เจ็ท แบล็ก (Jet Black)

    สำหรับลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของยนตรกรรม The All-Electric Mazda CX-6e ในเดือนตุลาคมนี้ มาสด้ายินดีมอบแคมเปญสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ประกอบด้วย

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 88%1
    • ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี2
    • ฟรี โปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถไฟฟ้า 8 ปี
    • รับประกันคุณภาพรถยนต์ นาน 8 ปี3
    • คุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน นาน 8 ปี4
    •   บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี5
    • ฟรี Home Charger แบรนด์ ABB ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมติดตั้งฟรีทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มูลค่า 39,990 บาท6
    • ฟรี ระบบ Mazda Connectivity 5 ปี สำหรับใช้งานแอปพลิเคชั่น MAZDA 6e, ระบบสั่งการด้วยเสียง และระบบนำทาง7

    ทั้งนี้ มาสด้าจะยังคงพัฒนายนตรกรรมของเราให้ดียิ่งขึ้นต่อไป เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้า ควบคู่กับ การมุ่งมั่นสานต่อแนวคิด “Joy Drives Lives” เพื่อส่งมอบประสบการณ์ความสุขให้กับลูกค้าทุกคน เพราะมาสด้าเชื่อเสมอว่า ความสุข คือส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนชีวิต เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การเดินทางที่มอบความประทับใจในชีวิตประจำวันของลูกค้าอย่างไม่รู้จบ ทั้งในวันนี้ และต่อไปจนถึงอนาคต เพื่อผู้คนในเจเนอเรชั่นถัดไป

    หมายเหตุ:
    *อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC ระยะทางจริงอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับอุปกรณ์และปัจจัยเฉพาะบุคคล
    **อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่ และอุณหภูมิแวดล้อม
    1 ดาวน์ 25%, ผ่อนนาน 48 เดือน เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น ธนาคารฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดเงื่อนไขทางการเงินโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    2 ประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insurance 1 ปี บริษัทประกันภัยที่ร่วมโครงการ ได้แก่ (1) บมจ. ธนชาตประกันภัย (2) บมจ. ประกันภัยไทยวิวัฒน์ (3) บมจ. แอกซ่าประกันภัย และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ โดยเพิ่มความคุ้มครองความเสียหายต่อเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่เกิดจากอุบัติเหตุในขณะกำลังใช้งาน ทั้งนี้ความคุ้มครองดังกล่าวจะครอบคลุมเฉพาะเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคลที่ได้รับมาตรฐาน มอก. และได้รับการติดตั้งอย่างถูกต้องตามคู่มือของผู้ผลิตรถยนต์ หรือผู้ผลิตเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเท่านั้น
    เงื่อนไขดังกล่าวสำหรับผู้ซื้อที่ชำระเป็นเงินสดเต็มจำนวน หรือผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ.ธนาคารทิสโก้  และทีเอ็มบีธนชาตเท่านั้น
    ³ ตามเงื่อนไขโปรแกรมการขยายรับประกันคุณภาพรถ นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    4 เงื่อนไขคุ้มครองแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแรงดันสูง (High Voltage Battery) เท่านั้น นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    5 เงื่อนไขบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    6 รวมภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว สำหรับงานติดตั้งวงจรที่ 1 (สายไฟ 1 เฟส กำลังไฟ 7.4 kW) โดยมีรายละเอียดอุปกรณ์การติดตั้ง Home Charger ตามด้านล่างนี้
    – เซอร์กิตเบรกเกอร์ 40A 1 pole (ABB) 1 หน่วย
    – เบรกเกอร์กันดูด typeA 40A 2 pole (ABB) 1หน่วย
    – สายไฟฟ้า IEC01 เบอร์ 10 (THW) (L, N, G) 15 เมตร
    – ท่อร้อยสายไฟขนาด 20 mm.15 เมตร
    – กล่องใส่เบรกเกอร์และ RCCB (ABB) 1 หน่วย
    – อุปกรณ์ประกอบท่อและเข้าสายไฟ 1 หน่วย
    พร้อมรับประกันตัวเครื่อง 2 ปี และรับประกันงานติดตั้ง 1 ปี โดยสามารถโอนสิทธิ์การติดตั้งได้ 1 ครั้ง และสิทธิ์การติดตั้งมีอายุไม่เกิน 6 เดือนนับจากวันออกรถ และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้  
    ทางบริษัทฯขอสงวนสิทธิ์ในการหา Home Charger ทดแทนที่มีคุณภาพและมูลค่าเทียบเท่า กรณีที่เกิดเหตุขัดข้องในการจัดหา 
    กรณีมีการเข้าสำรวจก่อนติดตั้ง มีค่าสำรวจเพิ่มเติม 1,500 บาท/ครั้ง (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    กรณีติดตั้งบริเวณพื้นที่เกาะ มีค่าบริการเพิ่มเติม 3,000 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) 
    เงื่อนไขและรายละเอียดการติดตั้งเป็นไปตามที่บริษัทฯและบริษัทฯที่ให้บริการการติดตั้งกำหนด 
    7  ไม่รวมการอัพเดทซอฟแวร์ผ่านอินเตอร์เน็ตดาต้า (รองรับการอัพเดทซอฟแวร์ผ่าน Wi-Fi)
    • สิทธิพิเศษดังกล่าวสำหรับลูกค้า ที่จองรถภายใน วันที่ 7 ตุลาคม 2569 – 31 ตุลาคม 2569 และออกรถภายในวันที่ 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น
    • เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของแต่ละผลิตภัณฑ์จากที่ปรึกษาการขาย หรือmazda.co.th
    เงื่อนไขเพิ่มเติม ;
    • เงื่อนไขการพิจารณาสินเชื่อเป็นไปตามข้อกำหนดของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต เท่านั้น
    • ข้อเสนอดังกล่าวสำหรับผู้เช่าซื้อที่ผ่านการอนุมัติตามเงื่อนไขของ บมจ. ธนาคารทิสโก้ และ ทีเอ็มบีธนชาต ที่จองและออกรถ ภายในวันที่ 7 – 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ผนึกกำลังผู้แทนจำหน่ายและเครือข่ายพันธมิตร ส่งมอบกล่องยังชีพ พร้อมข้าวรัชมงคล ขยายความร่วมมือส่งต่อความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน”

    1 Min Read

    โตโยต้า เดินหน้าช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยปี 2569 อย่างต่อเนื่อง ผนึกกำลังผู้แทนจำหน่ายและเครือข่ายพันธมิตร ส่งมอบกล่องยังชีพ พร้อมข้าวรัชมงคล ขยายความร่วมมือส่งต่อความช่วยเหลือในพื้นที่ภาคกลาง ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน”

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย สานต่อการช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบมหาอุทกภัยปี 2569 พร้อมขยายความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่าย   โตโยต้า เครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานภาครัฐ และผู้นำชุมชนในพื้นที่ภาคกลาง เพื่อส่งมอบกล่องยังชีพ   ข้าวรัชมงคล และสิ่งของจำเป็นให้เข้าถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบ และตอบสนองความต้องการในแต่ละพื้นที่ ระหว่างวันที่ 30 กันยายน – 2 ตุลาคม 2569 ที่ผ่านมา

    จากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตของประชาชนในหลายพื้นที่ โตโยต้าได้เดินหน้าส่งต่อความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง โดยประสานความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า เครือข่ายพันธมิตร หน่วยงานภาครัฐ และผู้นำชุมชน เพื่อให้การช่วยเหลือสอดคล้องกับสถานการณ์และความจำเป็นของผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ พร้อมสนับสนุนรถขนส่งและจัดคาราวานรถนำกล่องยังชีพ ข้าวรัชมงคล และสิ่งของจำเป็นลงสู่ชุมชน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือถึงมือประชาชนและครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบ ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจให้ผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง

    การช่วยเหลือในครั้งนี้มุ่งบรรเทาความเดือดร้อนและดูแลการดำรงชีวิตของผู้ประสบภัย โดยส่งมอบชุดช่วยเหลือรวม 4,400 ชุด พร้อมข้าวรัชมงคล 2,400 กิโลกรัม เพื่อให้ประชาชนที่ได้รับผลกระทบมีสิ่งของจำเป็นและอาหารสำหรับดำรงชีวิตในช่วงเผชิญอุทกภัย ควบคู่กับการเตรียมความพร้อมสำหรับการฟื้นฟูชุมชนภายหลังสถานการณ์คลี่คลาย

    การดำเนินงานภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” สะท้อนความมุ่งมั่นของโตโยต้าในการเคียงข้างสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง โดยต่อยอดพลังความร่วมมือของมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และเครือข่ายพันธมิตรในพื้นที่ ให้สามารถร่วมดูแลและส่งต่อความช่วยเหลือแก่ชุมชน พร้อมส่งกำลังใจให้ประชาชนก้าวผ่านสถานการณ์อุทกภัยและฟื้นฟูชีวิตความเป็นอยู่ไปด้วยกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Future Mobility พร้อมขับเคลื่อนอนาคตภายใต้แนวคิด “Smart with Trust” ยืนยันความเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทยในระยะยาว มุ่งสู่การขับเคลื่อนที่ปลอดภัย เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    1 Min Read

    ฮอนด้า ตอกย้ำวิสัยทัศน์ Future Mobility พร้อมขับเคลื่อนอนาคตภายใต้แนวคิด “Smart with Trust” ยืนยันความเชื่อมั่นศักยภาพประเทศไทยในระยะยาว มุ่งสู่การขับเคลื่อนที่ปลอดภัย เทคโนโลยีการเชื่อมต่ออัจฉริยะ และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด นำโดย นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ เผยมุมมองต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ฮอนด้ามองว่ารถยนต์กำลังก้าวสู่ยุคใหม่ที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะสำหรับการเดินทาง แต่กำลังพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการขับเคลื่อนอัจฉริยะที่เชื่อมต่อและขับเคลื่อนด้วยซอฟต์แวร์ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัย ความสะดวกสบาย และความยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

    ฮอนด้าเชื่อว่าในอนาคต เทคโนโลยีด้านพลังงานไฟฟ้า การเชื่อมต่อข้อมูล และระบบอัจฉริยะ จะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสบการณ์การเดินทางให้ปลอดภัย สะดวก และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ภายใต้เป้าหมายในการสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุและการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนในระยะยาว

    สำหรับประเทศไทย ฮอนด้ายังคงเชื่อมั่นในศักยภาพและความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยมองว่าประเทศไทยมีจุดแข็งจากระบบนิเวศอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ครบวงจร บุคลากรที่มีทักษะสูง เครือข่ายซัพพลายเออร์ที่แข็งแกร่ง และนโยบายภาครัฐที่สนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ประเทศไทยยังคงมีบทบาทเชิงยุทธศาสตร์ทั้งในฐานะตลาดสำคัญ ฐานการผลิต และศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • อีซูซุร่วมกับกรมการขนส่งฯ เฟ้นหาที่สุดแห่งปี “อีซูซุยอดนักขับมือทอง 2569” รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวมมากกว่า 1 ล้านบาท

    1 Min Read

    อีซูซุร่วมกับกรมการขนส่งฯ เฟ้นหาที่สุดแห่งปี “อีซูซุยอดนักขับมือทอง 2569” รอบชิงชนะเลิศ ชิงรางวัลรวมมากกว่า 1 ล้านบาท

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด โดยการสนับสนุนอย่างเป็นทางการจาก กรมการขนส่งทางบก จัดการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง ประจำปี 2569” รอบชิงชนะเลิศ ชิงเงินรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ ซึ่งเป็นการแข่งขันระดับตำนานที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 19 เพื่อเฟ้นหาสุดยอด                นักขับรถบรรทุกระดับประเทศ พร้อมมุ่งสร้างต้นแบบนักขับที่มีความรับผิดชอบ และร่วมส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างยั่งยืน ณ สนามทดสอบไทยบริดจสโตน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

    มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ในฐานะผู้นำวงการรถบรรทุกเมืองไทย ด้วยยอดขายสูงสุดอันดับ 1 มากว่าหลายทศวรรษ อีซูซุมุ่งมั่นส่งเสริมการขับขี่อย่างปลอดภัยและการใช้รถบรรทุกอย่างมีประสิทธิภาพ ผ่านการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” โดยในปีนี้เราได้ยกระดับการแข่งขันด้วยการนำระบบ TELETEC GPS อัจฉริยะ มาใช้ในการคัดเลือกนักขับจากข้อมูลการใช้งานจริง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่ที่มีพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีจากทั่วประเทศได้เข้ามาร่วมแข่งขัน และพัฒนาทักษะและศักยภาพของตนเองอย่างต่อเนื่อง โดยการแข่งขันครั้งนี้สะท้อนแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy… อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” ที่อีซูซุไม่ได้มุ่งเพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์การใช้งาน แต่ยังพร้อมสนับสนุนผู้ขับขี่และผู้ประกอบการในด้านต่าง ๆ ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้รถ การลดต้นทุน และการส่งเสริมความปลอดภัย เพื่อให้ธุรกิจขนส่งสามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน”

    ทั้งนี้การสนับสนุนและพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรถบรรทุกของอีซูซุ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการส่งเสริมทักษะการขับขี่เท่านั้น แต่ยังครอบคลุมการดูแลลูกค้าแบบครบวงจรภายใต้แนวคิด “Isuzu Life Cycle Solutions” โซลูชันส์ที่ออกแบบมาเพื่อดูแลผู้ประกอบการ ตั้งแต่การซื้อ การใช้งาน ไปจนถึงการขายต่อ โดยช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่บริการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อและการต่อตัวถัง การลดต้นทุนระหว่างการใช้งานผ่านระบบ TELETEC และหลักสูตรอบรมพฤติกรรมการขับขี่ การดูแลรักษารถผ่านศูนย์บริการและอะไหล่แท้ตรีเพชร รวมถึงแพ็กเกจซ่อมบำรุง อีซูซุแคร์ ตลอดจนการเปลี่ยนรถใหม่และเพิ่มโอกาสในการขายต่อผ่านแพลตฟอร์ม Truck2Hand สะท้อน ความมุ่งมั่นของอีซูซุในการเป็นพันธมิตรที่เคียงข้างผู้ประกอบการในทุกช่วงของการดำเนินธุรกิจ

    สำหรับการคัดเลือกผู้เข้าแข่งขันในปีนี้ ได้ปรับรูปแบบให้พิเศษขึ้นจากการแข่งขันตามภูมิภาคแบบเดิม  มาเป็นการประเมินผลจากข้อมูลพฤติกรรมการขับขี่ผ่านการใช้งานจริง ด้วยระบบ TELETEC GPS อัจฉริยะ…เพื่อโลจิสติกส์ยุคใหม่ ซึ่งพัฒนาโดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ที่สามารถวิเคราะห์ข้อมูลรถอย่างแม่นยำ จากกล่อง ECU ของรถอีซูซุโดยตรง ซึ่งจะช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมการขับที่ส่งผลต่อการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงใน         ด้านต่าง ๆ พฤติกรรมการขับด้านความปลอดภัย รวมถึงรายงานสรุปภาพรวมสำหรับผู้บริหาร ที่แสดงภาพรวมของการใช้งานรถทั้งหมดขององค์กรได้ถึง 10 มุมมอง เพื่อให้การจัดการธุรกิจขนส่งเป็นไปอย่างง่ายดาย และ      มีประสิทธิภาพ โดยการแข่งขันจะคัดเลือกจากผู้ขับขี่ที่สามารถทำคะแนนสูงสุด 3 อันดับแรกของแต่ละประเภทการแข่งขันจากภาคการจำหน่ายที่ทำการจำหน่ายรถบรรทุกให้กับบริษัทของลูกค้า พร้อมทั้งคัดเลือกผู้ที่ทำคะแนนรวมสูงสุดในระดับประเทศเพิ่มเติมอีก 12 ท่าน เพื่อเฟ้นหา 60 สุดยอดนักขับที่มีคะแนนรวมสูงสุด เข้ามาแข่งขันต่อในรอบชิงชนะเลิศ แบ่งเป็น รุ่นรถสิบล้อลากพ่วง Isuzu King of Trucks Euro 5 Max รุ่น FXZ จำนวน 30 คน และรุ่นรถบรรทุกหัวลาก Isuzu King of Trucks Euro 5 Max รุ่น GXZ จำนวน 30 คน

    สำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนี้ อีซูซุได้จำลองสถานการณ์ฉุกเฉินต่าง ๆ ที่มักเป็นสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน มาออกแบบเป็นสถานีการแข่งขัน เพื่อทดสอบทักษะการควบคุมรถและการตัดสินใจอย่างปลอดภัยภายใต้ข้อจำกัดด้านเวลา ผ่าน 4 สถานีทดสอบ ดังนี้

     

    สถานีที่ 1 : สถานีการบังคับเลี้ยว จำลองสถานการณ์หลบหลีกสิ่งกีดขวางกะทันหัน เพื่อวัดทักษะการบังคับควบคุมทิศทาง การวางตำแหน่งรถในการเลี้ยว และการจดจำเส้นทางวิ่งได้ถูกต้องและแม่นยำ

    สถานีที่ 2 : สถานีการขับในพื้นที่จำกัด จำลองสถานการณ์การถอยหลังและตั้งลำเข้าจอดในจุดอับหรือพื้นที่แคบที่พบเจอในชีวิตประจำวัน เพื่อวัดทักษะการกะระยะและการควบคุมรถถอยหลังโดยไม่ชนสิ่งกีดขวาง

    สถานีที่ 3 : สถานีการขับในทางโค้ง และจอดให้ตรงจุด จำลองการขับเดินหน้าเข้าโค้งและการจอดรถ  ในพื้นที่กำหนด เพื่อวัดความแม่นยำในการหลบหลีกสิ่งกีดขวางและการวางตำแหน่งจอดรถอย่างถูกวิธี

    สถานีที่ 4 : สถานีการขับให้ประหยัดและปลอดภัย วัดความรู้ความสามารถในการขับขี่บนถนนจริงที่ ตัดปัจจัยรบกวนภายนอกออก เพื่อเสริมสร้างทักษะการขับประหยัดน้ำมันและด้านความปลอดภัย การปฏิบัติตามกฎจราจรที่ถูกต้องเพื่อความปลอดภัยสูงสุด

     

    โดยผลการแข่งขัน “อีซูซุยอดนักขับมือทอง” ประจำปี 2569 รอบชิงชนะเลิศ มีดังนี้

    ประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วง

    • รางวัลชนะเลิศ : คุณภาณุพงษ์ แปรงกระโทก จาก บริษัท ทาปิโอก้า 2020 จำกัด

    รับเงินสดมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : คุณสุพิน สร้างการนอก จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด ปภัชเดช

    รับเงินสดมูลค่า 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : คุณสุธน บัวพง จาก บริษัท ไมล์สโตน คอนสตรัคชั่น จำกัด

    รับเงินสดมูลค่า 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

    ประเภทรถบรรทุกหัวลาก

    • รางวัลชนะเลิศ : คุณสันติสุข กอมพะนม จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจเจ เจริญยนต์

    รับเงินสดมูลค่า 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : คุณมงคล บุญชูหล้า จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด หิรัญทรานสปอร์ต

    รับเงินสดมูลค่า 50,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

    • รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : คุณอุดร เนียมสอน จาก บริษัท ทาปิโอก้า 2020 จำกัด

    รับเงินสดมูลค่า 30,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

     

    พร้อมกันนี้อีซูซุได้มอบรางวัลบัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 20,000 บาท ให้แก่เจ้าของกิจการของผู้ชนะเลิศ รองชนะเลิศอันดับ 1, 2, 3 และ 4  บัตรกำนัลอีซูซุมูลค่า 10,000 บาท ให้กับอันดับ 6-30 ของทั้ง 2 ประเภท อีกด้วย

     

    คุณภาณุพงษ์ แปรงกระโทก จาก บริษัท ทาปิโอก้า 2020 จำกัด ผู้ชนะเลิศประเภทรถบรรทุกสิบล้อลากพ่วงเผยถึงการแข่งขันว่า “การแข่งขันปีนี้คิดว่าสถานีที่ยากที่สุดคือสถานีการแข่งขันการขับสลาลม เพราะว่าเวลาจำกัดและกรวยเยอะ แต่สถานีที่ภูมิใจที่สุดคือสถานีที่ 2 สถานีการแข่งขันการขับในพื้นที่จำกัด ต้องถอยหลังเข้าออกผมทำได้เวลาได้ดีที่สุด การแข่งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ผมได้ฝึกฝนโดยการนำประสบการณ์จากครั้งก่อน ๆ        ไปทบทวนและแก้ไข วันนี้ทำได้แล้วครับ ผมจะนำทักษะในการแข่งนี้ไปปรับใช้ในงานและชีวิตประจำวัน อยากให้พี่ ๆ มาร่วมการแข่งนี้ นอกจากจะได้ทั้งความรู้ ฝีมือกลับไปใช้กับงานแล้วยังได้เงินรางวัลด้วยครับ ”

    คุณสันติสุข กอมพะนม จาก ห้างหุ้นส่วนจำกัด เจเจ เจริญยนต์ เจ้าของรางวัลชนะเลิศประเภทรถบรรทุกหัวลากเผยว่า “สถานีที่ผมรู้สึกว่ายากที่สุดคือสถานีที่ 4 สถานีการแข่งขันการขับประหยัดน้ำมันและปลอดภัย ต้องจอดให้ตรงกับเส้นที่กำหนดให้ถือว่ายากมาก การแข่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกแต่คว้ารางวัลมาได้เป็นเพราะการฝึกฝนมานานและประสบการณ์ที่มี 8-9 ปี อยากฝากถึงคนที่อยากเข้าแข่งขันให้ฝึกเยอะ ๆ เพื่อที่จะได้มาชิงรางวัลที่ 1 ครับ”

    โดย ดร. รชต วรุณสุขะศิริ รองประธานกรรมการ บริษัท เมอร์เมด โลจิสติกส์ จำกัด กล่าวถึงกิจกรรมในฐานะเจ้าของกิจการที่สนับสนุนให้พนักงานเข้าร่วมแข่งขันว่า “ผมว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมีประโยชน์ต่อคนขับ และองค์กรโดยเฉพาะองค์กรที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับการขนส่ง คนขับถือเป็นกลไกสำคัญของธุรกิจจึงต้องตระหนักถึงการขับขี่ ความปลอดภัย พัฒนาตัวเองในเรื่องการมีสมาธิ มีความระแวดระวังต่อผู้คนที่ใช้รถใช้ถนน ดังนั้นโครงการนี้จึงเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างยิ่ง ในระยะเวลาที่ผ่านมาผู้ใช้รถใช้ถนนอาจจะกลัวรถใหญ่   แต่ในปัจจุบันนี้ผมมองว่าคนขับรถใหญ่มีการพัฒนาตัวเองจากโครงการนี้ค่อนข้างเยอะทั่วประเทศ ในเมื่อเรามี  รถที่มีประสิทธิภาพแล้วเราก็ต้องมีคนขับที่มีทักษะในการขับขี่เพื่อเลี่ยงอันตรายที่จะเกิดบนท้องถนนได้ เป็นการสร้างมาตรฐานให้กับองค์กรในเรื่องของการบริหารต้นทุน จุดคุ้มทุนในระยะยาว ผมเชื่อว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์กับทุกองค์กรที่ใช้รถเลยครับ ผมมองว่าปัจจุบันอีซูซุไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้ขายรถอย่างเดียว อีซูซุยังเป็นพันธมิตรที่ช่วยสนับสนุนเราบริหารจัดการรถทั้งในด้านข้อมูลต่าง ๆ และบริการหลังการขายที่ดี อีซูซุถือเป็นฟันเฟืองที่ขับเคลื่อนไปพร้อมกับธุรกิจเรา ซึ่งในระยะยาวมีผลอย่างยิ่งกับองค์กรที่ใช้รถในด้านการขนส่งครับ”

    ทางด้านคุณนิตยา ดวงจิตต์ กรรมการบริษัท ห้างหุ้นส่วนจำกัด ป.ปรัชญา กล่าวถึงกิจกรรมด้วยว่า “สนใจเข้าร่วมกิจกรรมอีซูซุยอดนักขับมือทองเพราะอยากช่วยให้พนักงานได้พัฒนาการขับของตัวเองให้ปลอดภัย และประหยัดพลังงานมากขึ้น ช่วงนี้น้ำมันแพงจึงมองว่ากิจกรรมนี้เหมาะสมอย่างยิ่ง และเรายังได้เข้าร่วมอีซูซุแคร์ที่ช่วยดูแลบำรุงรักษารถเราอยู่ด้วยค่ะ นอกจากนี้ยังมีโซลูชันส์ของอีซูซุที่ชอบมากเลยคือระบบ TELETEC เพราะเราได้เห็นพฤติกรรมของพนักงานขับรถ บางครั้งต้องไปหลายที่ซึ่งเราไม่สามารถติดตามไปด้วยได้แต่เมื่อมีปัญหาอะไรเราก็สามารถมาย้อนดูได้และยังช่วยให้ความเป็นธรรมกับพนักงานเราได้ด้วย เลยชอบระบบ TELETEC ที่สุด”

     

    นอกจากนี้ ภายในงานยังได้เพิ่มสีสันและความสนุกด้วยกิจกรรม “Isuzu KoT Verse” เกมจำลองประสบการณ์การขับขี่รถบรรทุก ให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองเป็นนักขับมืออาชีพผ่านโลกเสมือนจริง พร้อมโซนกิจกรรมพิเศษ “Isuzu Trusted Market” โดยอีซูซุมีความตั้งใจที่จะช่วยส่งเสริมธุรกิจและสร้างรายได้ให้กับลูกค้า ผ่านการอุดหนุนกิจการร้านอาหารของลูกค้าอีซูซุชาวไทย เพื่อนำอาหารและเครื่องดื่มคุณภาพมาแจกจ่ายสร้างความสุขให้แก่ผู้ร่วมงานโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

     

    ร่วมติดตามข่าวสารต่าง ๆ ของอีซูซุได้ที่ www.isuzu-tis.com และ Facebook : Isuzu Trucks Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบ NEW MG MAXUS 9 V PLUS เป็นรถคู่ใจ “เนเน่ รอยัล” เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย

    1 Min Read

    เครือเจริญโภคภัณฑ์มอบ NEW MG MAXUS 9 V PLUS เป็นรถคู่ใจ “เนเน่ รอยัล” เพื่อให้ทุกการเดินทางเต็มไปด้วยความสะดวกสบาย

    เครือเจริญโภคภัณฑ์ และ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด พร้อมด้วย บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ร่วมแสดงความยินดีกับ “เนเน่ รอยัล” เยาวชนผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของประเทศไทย ด้วยการคว้าแชมป์รายการ America’s Got Talent ซีซั่น 21 พร้อมมอบ NEW MG MAXUS 9 V PLUS ยนตรกรรมพรีเมียมอีวี ในกลุ่ม e-MPV จาก เอ็มจี มูลค่า 1,849,900 บาท โดยมีนายธนากร เสรีบุรี รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ และนายนพดล เจียรวนนท์ ประธานกลุ่มธุรกิจยานยนต์และอุตสาหกรรมจีน เครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นผู้มอบ อีกทั้งยังมี มร.ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด พร้อมด้วยนายฉัตวิทัย ตันตราภรณ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมส่งมอบ NEW MG MAXUS 9 V PLUS ให้แก่ครอบครัวอำลอย เพื่อให้ทุกการเดินทาง และทุกภารกิจของ “เนเน่ รอยัล” ให้เต็มไปด้วยความสะดวกสบาย

    การเดินทางของ “เนเน่ รอยัล” จากเด็กสาววัย 16 ปี จากจังหวัดภูเก็ต สู่การเป็นคนไทยที่คว้าแชมป์บนเวทีระดับโลกอย่าง America’s Got Talent จึงไม่เพียงเป็นความสำเร็จของคนหนึ่งคนเท่านั้น แต่ยังเป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งประเทศ ซึ่ง เอ็มจี เชื่อว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันให้เยาวชนไทยกล้าที่จะค้นหาตัวตน มุ่งมั่นฝึกฝนและพัฒนาตนเอง พร้อมก้าวออกไปตามหาความฝันบนเวทีระดับโลก เช่นเดียวกับ “เนเน่ รอยัล” สาวน้อยสายร็อคผู้พิสูจน์ให้เห็นว่า “ศักยภาพของเยาวชนไทยไปได้ไกลถึงเวทีโลก”

     

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของ เอ็มจี ได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZIC จัดเต็ม! 3 ทีมแข่ง 3 สไตล์ พร้อมพาคุณสัมผัสประสบการณ์นั่งรถแข่งจริง ฟรี!

    1 Min Read

    ZIC จัดเต็ม! 3 ทีมแข่ง 3 สไตล์ พร้อมพาคุณสัมผัสประสบการณ์นั่งรถแข่งจริง ฟรี!

    น้ำมันเครื่อง ZIC ร่วมกับ MOMA FESTIVAL 4 X BIRA CIRCUIT ชวนคนรักความเร็วมาสัมผัสประสบการณ์ Motorsport แบบใกล้ชิด พร้อมกิจกรรมสุดพิเศษ HOT LAP ที่เปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้นั่งรถแข่งจริง บนสนามแข่งขันจริง โดยนักแข่งมืออาชีพเป็นผู้ขับให้

    เตรียมพบกับความสนุกของคนรักรถและ Motorsport ในงาน MOMA FESTIVAL 4 X BIRA CIRCUIT วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569 เวลา 08.00–18.00 น. ณ สนามพีระเซอร์กิต พัทยา

    ภายในงานพบกับการแข่งขัน บรรยากาศของสนามแข่ง กิจกรรมจากผู้สนับสนุน และไฮไลต์พิเศษจาก ZIC ที่ยก 3 ทีมแข่ง 3 สไตล์ มาร่วมสร้างประสบการณ์ความมันส์ให้แฟน Motorsport ได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

    3 ทีมแข่ง 3 สไตล์ จาก ZIC

    1. TUNE BY AOT
      ทีมแข่งที่พร้อมพาคุณสัมผัสความดุดันและความเร้าใจของการแข่งขันในสนาม กับสมรรถนะและประสบการณ์ที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันจริง
    2. FEELIQ INNOVATION
      อีกหนึ่งทีมแข่งที่พร้อมถ่ายทอดความมันส์ของ Motorsport ผ่านรถแข่งและการแข่งขันในสนาม ให้แฟน ๆ ได้สัมผัสประสบการณ์ความเร็วแบบใกล้ชิด
    3. ISM
      ทีมแข่งที่มาพร้อมสไตล์การขับที่เต็มไปด้วยความเข้มข้น พร้อมสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่อยากสัมผัสโลกของรถแข่งจากมุมที่แตกต่าง

    3 ทีม 3 สไตล์ แต่มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน… ZIC พร้อมพาคุณเข้าใกล้ Motorsport มากกว่าที่เคย!

    ไฮไลต์พิเศษ “HOT LAP”

    หนึ่งในกิจกรรมที่ไม่ควรพลาด คือ HOT LAP ที่เปิดโอกาสให้ผู้โชคดีได้สัมผัสประสบการณ์
    “นั่งรถแข่งจริง บนสนามแข่งขันจริง โดยนักแข่งมืออาชีพ”
    เตรียมสัมผัสทั้งเสียงเครื่องยนต์ ความเร็ว แรงเหวี่ยง และทุกโค้งของสนามแบบใกล้ชิดกว่าที่เคย
    ที่สำคัญ กิจกรรมนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้โชคดี

    กิจกรรมภายในงานยังมีอีกเพียบ!

    GGK Simulator Racing เปิดสนามให้ผู้ร่วมงานได้ทดสอบฝีมือการขับรถแข่งผ่าน Simulator ใครทำเวลาได้ดีที่สุด รับของที่ระลึกกลับบ้านไปเลย

    Car Meet

    ช่วงเย็นพบกับเหล่าคนรักรถและ Car Club ที่จะนำรถมาร่วมจอด พบปะพูดคุย และเก็บภาพบรรยากาศร่วมกันภายในสนามพีระเซอร์กิต

    บูธผู้สนับสนุน

    พบกับสินค้าและโปรโมชั่นราคาพิเศษจากผู้สนับสนุนภายในงาน

    และที่สำคัญ

    ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป Car Meet เปิดให้เข้าร่วมงานฟรี!
    แล้วพบกันที่สนาม!
    วันเสาร์ที่ 10 ตุลาคม 2569
    เวลา 08.00–18.00 น.
    สนามพีระเซอร์กิต พัทยา

    สำหรับผู้ที่สนใจเข้าร่วมงานและอยากสัมผัสประสบการณ์ HOT LAP สามารถลงทะเบียนแสดงความสนใจและติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้

    อย่าเป็นเพียงคนดู…มาสัมผัสความเร็วจากในรถแข่งด้วยตัวเอง! 🏎️💨

    ZIC — 3 ทีมแข่ง 3 สไตล์ แต่ความมันส์เดียวกันในสนาม!

    แล้วพบกันที่ MOMA FESTIVAL 4 X BIRA CIRCUIT
    เพราะ Motorsport ต้องสัมผัสด้วยตัวเอง!

    ลงทะเบียน NOW https://forms.gle/VAAh5BSiLEyNY4nt9


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment