• Esperienza Lamborghini: เปิดประสบการณ์โลกกว้างจากหลังพวงมาลัย

    1 Min Read

    Esperienza Lamborghini: เปิดประสบการณ์โลกกว้างจากหลังพวงมาลัย

    แม้จะใช้คำง่าย ๆ ว่า “ประสบการณ์” (Experiences) แต่แท้จริงแล้ว โปรแกรมนี้มีความยิ่งใหญ่กว่านั้นมาก เพราะการเดินทางครั้งนี้ ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี มอบโอกาสครั้งสำคัญให้ลูกค้าได้ออกไปสำรวจจุดหมายปลายทางที่งดงามตระการตาที่สุดของโลกได้จากหลังพวงมาลัยลัมโบร์กินีคันโปรดของตัวเอง กับทริปการเดินทางที่ถูกจัดขึ้นอย่างพิถีพิถัน คาราวานรถยนต์ลัมโบร์กินีที่แล่นเคียงข้างกันไป และทัศนียภาพอันน่าตื่นตาตื่นใจรอบข้าง ซึ่งทำให้การจัดโปรแกรม Esperienza Lamborghini ทุกครั้ง เปลี่ยนการขับรถทั่วไปให้กลายเป็นการผจญภัยครั้งสำคัญในชีวิต และเปลี่ยนการครอบครองรถยนต์หนึ่งคัน ให้กลายเป็นการเดินทางอันยาวไกล ที่สร้างความประทับใจอันยาวนานยิ่งกว่าช่วงเวลาที่ได้รับมอบรถ

    โปรแกรมปี 2026 ประกอบด้วย 22 อีเวนต์หลักที่เปรียบเสมือนการเดินทางรอบโลกอย่างแท้จริง โดยรถทุกรุ่นจะถูกทดสอบสมรรถนะบนเส้นทางที่ท้าทาย และอาจยากลำบากในบางครั้ง เพื่อพิสูจน์ถึงความทรหดอดทนที่สามารถรับมือได้แม้กับสภาพแวดล้อมที่โหดร้ายที่สุด โดยกิจกรรมในโปรแกรม Lamborghini Esperienza แบ่งเป็น 5 รูปแบบ ได้แก่ Avventura, Terra, Giro, Neve และ Corsa และแม้บางกิจกรรมของฤดูกาลปี 2026 จะได้จัดขึ้นแล้ว แต่ยังมีอีเวนต์ที่น่าตื่นใจอีกมากมายรอคอยอยู่เบื้องหน้า

    “Lamborghini Esperienza คือหนึ่งในกิจกรรมลูกค้าสัมพันธ์ที่เหนี่ยวแน่นที่สุด เพราะเป็นสายสัมพันธ์ที่เริ่มต้นจากตัวรถ และดำเนินต่อเนื่องอย่างยาวนานเกินกว่าแค่วันส่งมอบ” มร.เฟเดริโก ฟอสคินี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดและการขาย ออโตโมบิลิ ลัมโบร์กินี กล่าว “ทุกอีเวนต์ถูกออกแบบมาเพื่อมอบความพิเศษอย่างแท้จริง โดยผสานความสุขในการขับขี่เข้ากับการค้นพบสถานที่อันน่าอัศจรรย์ พร้อมโอกาสในการแบ่งปันความหลงใหล ซึ่งทำให้การเลือกรถลัมโบร์กินีกลายเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทางที่ยาวไกลกว่าเดิม เต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกเร้าใจ ความโดดเด่นในแบบเฉพาะตัว และการเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้ระดับโลก”

    อีเวนต์แรกของโปรแกรม Esperienza คือการเดินทางและค้นพบประสบการณ์ใหม่ในสไตล์ Esperienza Avventura ที่ผสานการขับขี่เข้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม บนเส้นทางที่พาดผ่านแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และแหล่งมรดกโลกของยูเนสโก (UNESCO) กิจกรรมนี้เคยพาลูกค้าลัมโบร์กินีท่องไปในภูมิประเทศป่าดิบของจีน ขับเลียบฟยอร์ดในนอร์เวย์ และข้ามทุ่งลาวาสีดำของลันซาโรเตในหมู่เกาะคะเนรีมาแล้ว และสำหรับปี 2026 นี้ แม้จะมีเพียงอีเวนต์เดียว แต่ก็เป็นอีเวนต์ที่เปี่ยมเสน่ห์อย่างยิ่ง โดยในระหว่างวันที่ 16-30 กันยายน รถยนต์ Urus SE[1] จะพานักขับพุ่งทะยานผ่านหุบเขาและผาหินสีแดงของอุทยานแห่งชาติไซออนในรัฐยูทาห์ สหรัฐอเมริกา เพื่อสร้างบทสนทนาบนเส้นทางอันยาวไกล ระหว่างเทคโนโลยีอันล้ำสมัยกับธรรมชาติในยุคบรรพกาล

    ณ จุดที่ถนนลาดยางสิ้นสุดลงคือจุดเริ่มต้นของกิจกรรม Esperienza Terra นี่คือรูปแบบการเดินทางที่ดิบเถื่อนที่สุด เพื่อนำ Urus SE ไปทดสอบบนเส้นทางลูกรังท่ามกลางภูมิทัศน์ที่ดิบที่สุดของโลก กิจกรรมนี้เคยพาลูกค้าไปลัดเลาะเหมืองหินอ่อนคาร์รารา เส้นทางแห่งเวอร์ซิเลีย และข้ามภูเขาไฟเอตนาบนเกาะซิซิลีมาแล้ว สำหรับอีเวนต์นี้ในฤดูกาลปี 2026 ได้เปิดฉากขึ้นแล้วที่อิตาลีในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ท่ามกลางที่ราบสูงหินแกรนิตและเส้นทางอันดิบเถื่อนของซาร์ดิเนีย แล้วจึงเดินทางต่อไปยังประเทศจีนในช่วงกลางเดือนมิถุนายน หลังจากนั้นจะเดินทางมุ่งหน้าสู่อินเดียในเดือนสิงหาคม และจะปิดท้ายในช่วงวันที่ 13-28 ตุลาคม ท่ามกลางผืนแผ่นดินอันเวิ้งว้างของพื้นที่ทุรกันดารกว้างใหญ่ตอนกลางของทวีปออสเตรเลีย

    สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางเพื่อเติมเต็มสุนทรียศาสตร์ กิจกรรม Esperienza Giro พร้อมนำเสนอเส้นทางที่ควรค่าแก่การสัมผัสประสบการณ์ในทุกโค้งถนน โดยผสานการเดินทางเข้ากับวัฒนธรรม อาหารการกิน และการต้อนรับอันยอดเยี่ยม ตลอดหลายปีที่ผ่านมา กิจกรรมนี้เคยพานักขับตระเวนผ่านภูมิทัศน์ของโคโลราโดในสหรัฐอเมริกา แนวชายฝั่งและวิหารต่าง ๆ ของเกาะซิซิลี เนินทรายแห่งราชสถานในอินเดีย และล่าสุด บนเส้นทางแห่งเคียนติในแคว้นทัสคานี สำหรับปี 2026 การเดินทางกำหนดเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 10-14 กรกฎาคม ข้ามผืนป่าอันกว้างใหญ่ของมอนแทนาและไวโอมิงในสหรัฐอเมริกา โดยขบวนรถ Urus SE จะแล่นไปบนเส้นทางที่โอบล้อมด้วยธรรมชาติ ก่อนจะเคลื่อนสู่ภูมิประเทศโบราณและทัศนียภาพอันกว้างใหญ่ของประเทศจีนในช่วงกลางเดือนกันยายน และปิดท้ายที่อินเดียในเดือนพฤศจิกายน

    เคียงคู่ไปกับการเดินทางคือความท้าทาย เพราะสิ่งนี้คืออีเวนต์ Esperienza ที่จะทดสอบขีดความสามารถอันแท้จริงของรถลัมโบร์กินีทุกคัน โดยอีเวนต์ Esperienza Neve จะขับเคี่ยวตัวรถในด้านเสถียรภาพและการยึดเกาะถึงขีดสุด บนถนนที่ปกคลุมด้วยหิมะและลู่น้ำแข็ง อีเวนต์นี้เริ่มขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ. 2012 ณ สนามน้ำแข็งชื่อดัง Ghiacciodromo di Livigno ณ เทือกเขาแอลป์ในอิตาลีซึ่งเป็นเสมือนสนามทดสอบตามธรรมชาติมานานกว่าทศวรรษ ก่อนที่กิจกรรมนี้จะขยายเส้นทางออกไปไกลถึงทะเลสาบหยุนหลงในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ของประเทศจีน ที่ซึ่งอุณหภูมิสามารถลดต่ำถึง -20 องศาเซลเซียส และในปี 2026 นี้ จะจัดขึ้น 2 อีเวนต์ในเดือนมกราคมที่มอนเตเบลโล รัฐควิเบก บนลำน้ำสาขาที่เยือกแข็งของแม่น้ำออตตาวาในแคนาดา และในเดือนมีนาคมที่เมืองหยาเคอสือ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ของประเทศจีน ซึ่งทั้งรถยนต์ Revuelto[2], Temerario[3], Urus SE และ Huracán Sterrato จะได้ตะลุยผืนหิมะขาวโพลนอันท้าทายเคียงข้างกัน

    และสุดท้าย สำหรับผู้ที่ต้องการก้าวข้ามขีดจำกัดของท้องถนน ก็ยังมีอีเวนต์ Esperienza Corsa ที่เป็นการเฉลิมฉลองความสุขแห่งการขับขี่ที่แท้จริงและเปี่ยมด้วยอะดรีนาลีนขั้นสุด โดยเปลี่ยนลูกค้าให้กลายเป็นนักแข่งรถในช่วงเวลาหนึ่งวันบนสนามแข่งทั่วโลก ฤดูกาลนี้ได้เปิดฉากเมื่อเดือนมกราคมที่เมืองจูไห่ ประเทศจีน ก่อนย้ายไปยังวัลเลลุงกา ประเทศอิตาลีในเดือนมีนาคม โดยในเดือนเมษายนจัดอีเวนต์ทั้งที่เทียนจิน ประเทศจีน และเซปัง ประเทศมาเลเซีย ในขณะที่เดือนพฤษภาคมได้นำความเร้าใจไปสู่ซานด์ฟอร์ตในเนเธอร์แลนด์และฮังการอริงในฮังการี ส่วนในเดือนมิถุนายน จะไปเยือนซิลเวอร์สโตนในสหราชอาณาจักร โดยมีรถยนต์ Temerario ขึ้นแท่นเป็นดาวเด่นอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม บทสรุปอันยิ่งใหญ่ยังคงรอการจารึก โดยในวันที่ 16 กันยายน Temerario จะลงสนามที่โทรอนโต ประเทศแคนาดา และในขณะวันที่ 14-18 กันยายน รถยนต์นี้จะไปเป็นดาวเด่นบนสนามฟิลลิปไอส์แลนด์อันเป็นตำนานแห่งออสเตรเลีย

    อีกหนึ่งอีเวนต์สำคัญซึ่งอุทิศให้กับ #She drives a Lambo เมื่อเดือนมีนาคมที่กรุงโตเกียว มอบประสบการณ์สำหรับลูกค้าหญิงของลัมโบร์กินีโดยเฉพาะ ให้พวกเธอได้ร่วมเฉลิมฉลองความหลงใหลที่มีต่อแบรนด์ และยังมีกำหนดจัดอีเวนต์เช่นนี้เพิ่มเติมอีกตลอดทั้งปี เพื่อนำเหล่าผู้ที่หลงใหลมารวมตัวกันตามสถานที่ต่าง ๆ ตั้งแต่ออสเตรเลียในเดือนกันยายน ไปจนถึงจีนในเดือนตุลาคมกับโปรแกรมนี้ โดยบริษัทแห่งเมืองซัง’อกาตา โบโลนเญส ได้แสดงถึงจุดยืนในเรื่องความเท่าเทียมและการเสริมพลังแก่เหล่าสตรี สะท้อนถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของฐานลูกค้าหญิงในตลาดทุกแห่งทั่วโลก

    การเป็นลูกค้าของลัมโบร์กินีหมายถึงการก้าวเข้าสู่การเดินทางอันยาวไกล ที่เริ่มต้นจากการเลือกรถยนต์สักรุ่น และจะดำเนินไปอย่างที่ไม่มีวันสิ้นสุด นี่คือความฝันที่ยังคงพาเหล่านับขับออกไปสัมผัสมุมสุดพิเศษของโลกทุก ๆ ปี และในปี 2026 นี้ เพิ่งจะผ่านไปเพียงครึ่งทางเท่านั้นเอง

    [1] Urus SE (WLTP): อัตราการใช้พลังงาน (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): 21.4 kWh/100 km บวก 5.71 ลิตร/100 กม.; การปล่อย CO2 (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): 140 g/km; ระดับ CO2 (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): E; ระดับ CO2 เมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ: G; อัตราการใช้เชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ (รวม): 12.9 ลิตร/100 กม.
    [2] Revuelto (WLTP): อัตราการใช้พลังงาน (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): 4.7 kWh/100 km บวก 15 ลิตร/100 กม.; การปล่อย CO2 (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): 350 g/km; ระดับ CO2 (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): G; ระดับ CO2 เมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ: G; อัตราการใช้เชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ (รวม): 17.9 ลิตร/100 กม.
    [3] Temerario (WLTP): อัตราการใช้พลังงาน (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): 6.4-4.3 kWh/100 km บวก 11.2-10.3 ลิตร/100 กม.; การปล่อย CO2 (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): 272-252 g/km; ระดับ CO2 (แบบถ่วงน้ำหนักรวม): G; ระดับ CO2 เมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ: G; อัตราการใช้เชื้อเพลิงเมื่อแบตเตอรี่หมดประจุ (รวม): 14 ลิตร/100 กม.

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปลี่ยนถ่าย ZIC วันนี้… ลุ้นเที่ยวฟรี

    1 Min Read

    เปลี่ยนถ่าย ZIC วันนี้… ลุ้นเที่ยวฟรี

    รับสิทธิ์ได้ทันที 22 พฤษภาคม 2569 – 10 ธันวาคม 2569

    กติการ่วมกิจกรรม

    กด Like กดแชร์ โพสต์

    ใช้บริการผลิตภัณฑ์ ZIC ที่เข้าร่วมรายการ

    ส่งรูปใบเสร็จ – ใบเปลี่ยนถ่าย พร้อมพิมพ์ชื่อ-นามสกุล + เบอร์โทรติดต่อ มาที่ Line: @Oranoss หรือคลิกที่นี่

    https://lin.ee/YidK7t0

    เงื่อนไขกิจกรรม

    1.ระยะเวลากิจกรรม : วันที่ 22 พฤษภาคม – 10 ธันวาคม 2569

    2.สินค้าที่ร่วมรายการ : ผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่อง ZIC ทุกรุ่น ทุกขนาด ตั้งแต่ 1 ลิตร – 6 ลิตร

    โดยต้องใช้บริการกับร้านตัวแทนจำหน่ายทางการของ ZIC เท่านั้น

    3.กำหนดประกาศผลผู้โชคดีและร้านตัวแทนจำหน่ายที่ได้รับรางวัล แบ่งเป็น 3 ครั้งดังนี้

    – ครั้งที่ 1 ประกาศทริปจีน จำนวน 4 รางวัล

    ( ผู้โชคดี 2 รางวัล และ ร้านตัวแทนจำหน่าย 2 รางวัล ) 7.7.69

    – ครั้งที่ 2 ประกาศทริปจีน จำนวน 4 รางวัล

    ( ผู้โชคดี 2 รางวัล และ ร้านตัวแทนจำหน่าย 2 รางวัล ) 9.9.69

    – ครั้งที่ 3 ประกาศทริปญี่ปุ่น จำนวน 4 รางวัล

    ( ผู้โชคดี 2 รางวัล และ ร้านตัวแทนจำหน่าย 2 รางวัล ) 12.12.69

    4.การยืนยันสิทธิ์ : ผู้โชคดีต้องยืนยันสิทธิ์และส่งเอกสารการเดินทางให้บริษัท ภายใน 3 สัปดาห์ หลังจากวันประกาศผล หากพ้นระยะเวลาที่กำหนด ถือว่าสละสิทธิ์โดยอัตโนมัติ

    5.ผู้โชคดีจะนำส่งสำเนาบัตรประชาชนพร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง และเอกสารอื่นตามที่บริษัทฯ ร้องขอเพื่อใช้ยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมและรับรางวัล และผู้โชคดีจะต้องมีหนังสือเดินทางไปต่างประเทศมีอายุการใช้งานไม่น้อยกว่า 6 เดือน นับตั้งแต่วันเดินทาง

    – ประเทศจีน เดินทาง มีนาคม 2570

    – ประเทศญี่ปุ่น เดินทาง พฤษภาคม 2570

    1. ผู้โชคดีจะได้รับตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ จีน หรือ ญี่ปุ่น พร้อมโรงแรมที่พักและอาหารฟรี (ไม่รวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากแพ็กเกจ) หากผู้โชคดีท่านใดไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมในระยะเวลาดังกล่าวได้ ถือว่าสละสิทธิ์ (รายละเอียดของกิจกรรมจะแจ้งให้ทราบภายหลังที่ได้รับการยืนยันการเข้าร่วมกิจกรรมของผู้โชคดี)

    – ประเทศจีน เดินทาง มีนาคม 2570

    – ประเทศญี่ปุ่น เดินทาง พฤษภาคม 2570

    7.ห้องพักสำหรับผู้โชคดีในการเดินทาง เป็นห้องพักแบบเตียงคู่ (Twin Sharing)

    ไม่สามารถเข้าพักเดี่ยวได้ โดยบริษัทฯ จะเป็นผู้จัดสรรห้องพักตามความเหมาะสม

    และขอสงวนสิทธิ์ในการจัดแยกห้องพักระหว่างผู้ชายและผู้หญิง ตามเงื่อนไขของบริษัทฯ

    1. ผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลตกลงปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่บริษัทฯ ได้กำหนดไว้ หรือได้แจ้งให้ทราบ โดยหากมีการทำการฝ่าฝืนและทำให้เกิดความเสียหาย บุคคลท่านนั้นต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายเหล่านั้นทั้งสิ้น รางวัลหรือโปรโมชั่นนี้ไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้ และไม่สามารถรับสิทธิ์แทนกันได้
    2. ร้านตัวแทนจำหน่ายจะได้รับสิทธิ์ท่องเที่ยว หากมีผู้โชคดีที่เข้าไปใช้บริการได้รับรางวัล

    10.ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสด หรือของรางวัลอื่นทดแทนได้ รวมถึงไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้แก่ผู้อื่นได้

    11.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือข้อกำหนดโดยไม่จำเป็นต้องแจ้งผู้เข้าร่วมกิจกรรมให้ทราบล่วงหน้าและการตัดสินของบริษัทถือเป็นที่สิ้นสุด

    • ช้อปด่วน ที่ร้านตัวแทนจำหน่ายกว่า 2,000 สาขาทั่วไทย

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย


    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • โตโยต้า ปลูกป่าชายเลน ปีที่ 19 ผนึกพลังภาคีเครือข่าย เดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

    1 Min Read

    โตโยต้า ปลูกป่าชายเลน ปีที่ 19 ผนึกพลังภาคีเครือข่าย เดินหน้ามุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน

    นายวัฒนา เจริญจิตร ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ พลตรี ยุทธนา ธรรมธร รองเจ้ากรมพลาธิการทหารบก นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และมร.โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ลูกค้า สื่อมวลชน และเครือข่ายพันธมิตรจากทุกภาคส่วน ร่วมปลูกป่าชายเลนจำนวน 50,000 ต้น ในกิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน ปีที่ 19” ณ สถานตากอากาศบางปู จังหวัดสมุทรปราการ เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569

    โครงการ “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน” ดำเนินงานอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547 ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กรมพลาธิการทหารบก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED โดยมุ่งฟื้นฟูพื้นที่ป่าชายเลนและสร้างความสมดุลให้กับระบบนิเวศชายฝั่ง ตลอดจนส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพในพื้นที่บางปูอย่างต่อเนื่อง

    ตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ โตโยต้าได้ร่วมปลูกป่าชายเลนในพื้นที่บางปูแล้วกว่า 890,000 ต้น ซึ่งสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากกว่า 11,600 ตันต่อปี สะท้อนถึงความร่วมมือของทุกภาคส่วนในการร่วมดูแลสิ่งแวดล้อมและลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

    สำหรับกิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่าชายเลน ปีที่ 19” ในครั้งนี้ มีผู้เข้าร่วมกว่า 2,000 คน ประกอบด้วยพนักงานโตโยต้าและครอบครัว ผู้ผลิตชิ้นส่วน ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ลูกค้า สมาชิก Toyota Happiness Club สมาชิก Toyota Customer Car Club ผู้แทนหน่วยงานภาครัฐในจังหวัดสมุทรปราการ กองทัพบก และประชาชนทั่วไป

    การดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้าสอดคล้องกับแนวทางความยั่งยืนระดับโลกภายใต้ 3 แนวทางหลัก ได้แก่

    1. Carbon Neutrality การมุ่งสู่ความเป็นการทางคาร์บอนในตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle – Assessment) ตั้งแต่การออกแบบ การผลิต การขนส่ง การใช้งาน ไปจนถึงการจัดการเมื่อหมดอายุการใช้งาน

    2. Circular Economy ดำเนินธุรกิจตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน ภายใต้แนวคิด “ลดการใช้ ใช้ซ้ำ และรีไซเคิล” เพื่อใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด

    3. Nature Positive การสร้างผลลัพธ์เชิงบวกต่อธรรมชาติ ผ่านการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติ ควบคู่กับการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

    จากความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์พื้นที่ป่าชายเลนบางปูอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ดังกล่าวได้รับการยอมรับในระดับนานาชาติ โดยในปี พ.ศ. 2567 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น อุทยานมรดกอาเซียน (ASEAN Heritage Park) ลำดับที่ 63 ของภูมิภาค และในปี พ.ศ. 2568 ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) รวมถึงได้รับการรับรองเป็น Flyway Network Site ภายใต้เครือข่าย East Asian–Australasian Flyway Partnership (EAAFP) ซึ่งเป็นเส้นทางอพยพของนกน้ำระดับโลก

    โตโยต้ายังคงเดินหน้าต่อยอดการอนุรักษ์ป่าชายเลนไปสู่การพัฒนาคาร์บอนเครดิต(Carbon Credit) การส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการเป็นต้นแบบการบริหารจัดการพื้นที่ชุ่มน้ำอย่างยั่งยืน ภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว” เพื่อร่วมขับเคลื่อนการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และส่งต่อระบบนิเวศที่สมบูรณ์ให้กับคนรุ่นต่อไป


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ร่วมฉลอง 4 หมุดหมายสำคัญ ตอกย้ำความสำเร็จในไทย ร่วมสร้างระบบนิเวศของยานยนต์พลังงานสะอาด

    1 Min Read

    บีวายดี ประเทศไทย และ เรเว่ ร่วมฉลอง 4 หมุดหมายสำคัญ ตอกย้ำความสำเร็จในไทย ร่วมสร้างระบบนิเวศของยานยนต์พลังงานสะอาด

    บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท เรเว่ ออโตโมทีฟ จำกัด ภายใต้กลุ่มธุรกิจเรเว่ ผู้จัดจำหน่ายและให้บริการหลังการขายรถยนต์พลังงานใหม่ BYD และ DENZA อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่ผ่าน 4 หมุดหมายสำคัญ เพื่อเขย่าวงการและตอกย้ำจุดยืนในการร่วมสร้างระบบนิเวศยานยนต์พลังงานสะอาดของไทยในระยะยาว ได้แก่ ความสำเร็จด้านยอดส่งมอบ: การสร้างยอดส่งมอบรถยนต์พลังงานใหม่สะสมรวมมากกว่า 130,000 คันในประเทศไทย, ความสำเร็จด้านการผลิต: การดำเนินงานครบรอบ 2 ปีของโรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ประเทศไทย ณ จังหวัดระยอง, การเปิดตัวพรีเซนเตอร์คนแรก: เปิดตัว “หลิงหลิง คอง” พรีเซนเตอร์คนแรกของรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i รุ่นล่าสุดจากบีวายดี และ การบุกตลาดรุ่นย่อยใหม่: การประกาศราคาคาดการณ์ของ BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด การประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญนี้ ไม่เพียงแต่นำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีระดับโลกเพื่อยกระดับประสบการณ์ของผู้บริโภคชาวไทยเท่านั้น แต่บีวายดียังร่วมเฉลิมฉลองด้วยการมอบสิทธิพิเศษและข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟมากมาย เพื่อแทนคำขอบคุณให้กับลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจเลือกเป็นเจ้าของรถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี และ เดนซ่า ภายในเดือนนี้

     

    นายเบนสัน เคอ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การครบรอบ 2 ปีของโรงงานผลิตรถยนต์ บีวายดี ประเทศไทย และการสร้างยอดส่งมอบรถยนต์ BYD และ DENZA สะสมกว่า 130,000 คันในประเทศไทย ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญของการดำเนินธุรกิจของเรา และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นและความไว้วางใจที่ผู้บริโภคชาวไทยมอบให้กับบีวายดีตลอดมา ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากภาครัฐ พันธมิตรทางธุรกิจ และที่สำคัญที่สุดคือลูกค้าชาวไทยทุกท่าน ตลอดสองปีที่ผ่านมา บีวายดีมุ่งมั่นพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์พลังงานใหม่ให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งควบคู่ไปกับเศรษฐกิจไทย ผ่านการสร้างงานสร้างอาชีพให้แรงงานไทย การพัฒนาศักยภาพบุคลากร ตลอดจนการเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อชิ้นส่วนภายในประเทศ ในอนาคต บีวายดี จะยังคงเดินหน้านำเทคโนโลยียานยนต์พลังงานใหม่ระดับโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง พร้อมยกระดับผลิตภัณฑ์และการบริการ เพื่อร่วมสนับสนุนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางยานยนต์ไฟฟ้าของอาเซียน และสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนไปพร้อมกับสังคมไทย”

    นายประธานวงศ์ พรประภา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ เผยว่า “ในฐานะพันธมิตรผู้ร่วมเดินทาง เราพร้อมสานต่อความสำเร็จด้วยการนำเสนอนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในวงกว้าง โดยวันนี้ บีวายดี และ เรเว่ พร้อมขยายขีดจำกัดด้วยขุมพลัง BYD DM-i เทคโนโลยีอัจฉริยะ ล่าสุดเราได้เปิดตัว BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยใหม่ล่าสุด เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทย ให้ได้สัมผัสประสบการณ์ ‘รถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้’ ซึ่งโดดเด่นด้วยความประหยัด สมรรถนะที่ทรงพลัง และความสะดวกสบายในการใช้งานจริง ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานอย่างราบรื่น”

     

    นางสาวประธานพร พรประภา รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจเรเว่ กล่าวเสริมว่า “เพื่อรองรับฐานลูกค้าที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เรเว่ยังคงเดินหน้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการ BYD และ DENZA ให้ครอบคลุมกว่า 175 แห่งทั่วประเทศไทย เพื่อให้มั่นใจว่าลูกค้าทุกท่านจะสามารถเข้าถึงบริการหลังการขายที่มีคุณภาพได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และทั่วถึงยิ่งกว่าที่เคย นอกจากนี้ เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ที่เข้าถึงง่ายและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ยุคใหม่ของรถยนต์รุ่นนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว คุณหลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง ในฐานะพรีเซนเตอร์คนแรกของรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i ซึ่งจะมาช่วยสื่อสารและสร้างความเชื่อมโยงอันดีกับผู้บริโภครุ่นใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเรเว่ในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์บีวายดีที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ”

    รายละเอียดหมุดหมายความสำเร็จและไฮไลท์สำคัญ

    • รถยนต์พลังงานใหม่ บีวายดี คันที่ 130,000 ที่ส่งมอบในประเทศไทย

    รถยนต์พลังงานใหม่ที่ บีวายดี และ เรเว่ ส่งมอบในประเทศไทยเป็นคันที่ 130,000 คือ BYD SEALION 5 DM-i โดยส่งมอบให้กับ ‘คุณอุษา เสมคำ’ นักแสดงชื่อดังผู้รับบทบาท ‘อาม่าเหม้งจู’ จากภาพยนตร์เรื่อง ‘หลานม่า’ ซึ่งถือเป็นการตอกย้ำว่าขุมพลัง BYD DM-i สามารถเข้าถึงและตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคได้ในทุกช่วงวัย สะท้อนให้เห็นว่าปัจจัยในการเลือกซื้อรถยนต์ไม่ได้มีเพียงเรื่องรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ระบบขับเคลื่อนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการใช้พลังงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

     

    ตลอดระยะเวลา 4 ปีที่ผ่านมาที่ บีวายดี และ เรเว่ อยู่คู่สังคมไทยในฐานะผู้นำของวงการยานยนต์พลังงานใหม่ และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภค พิสูจน์จากยอดส่งมอบรถยนต์สะสม 130,000 คัน บีวายดี และ เรเว่ ยังมุ่งมั่นที่จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น ผ่านการนำรถยนต์พลังงานใหม่หลากหลายรูปแบบ มาให้ชาวไทยได้สัมผัส ซึ่งจะนำไปสู่อากาศที่สะอาดกว่าสำหรับทุกคน ไม่เพียงแค่นั้น ยังมีการสร้างแรงบันดาลใจ ในการเชิญชวนให้ทุกคนหันมาเล่นกีฬาที่ตนชื่นชอบ ผ่านการร่วมสนับสนุนรายการกีฬาใหญ่หลายรายการรวมถึง ฟุตบอลทีมชาติไทย, การแข่งขันฟุตบอลไทยลีก และ BYD HYROX Bangkok นอกจากนั้น ยังร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการให้ความช่วยเหลือ ผ่านการมอบสิ่งของให้ผู้ประสบภัยจากเหตุภัยพิบัติ เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า บีวายดี และ เรเว่ พร้อมยืนหยัดเคียงข้างชาวไทยในทุกสถานการณ์

     

    • โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ดำเนินงานครบ 2 ปี พร้อมผลิตยานยนต์คุณภาพสูง 5 รุ่น

    นับเป็นอีกก้าวความสำเร็จที่โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ได้ดำเนินงานครบ 2 ปี หลังเริ่มส่งมอบ BYD DOLPHIN เป็นรถยนต์คันแรกอย่างเป็นทางการของโรงงาน และยังเป็นรถยนต์พลังงานใหม่คันที่ 8,000,000 ของโลก ที่ บีวายดี ส่งมอบอีกด้วย เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2567 โรงงานแห่งนี้ยังเป็นโรงงานแห่งแรกของ บีวายดี ที่ตั้งอยู่นอกประเทศจีน และมีกำลังการผลิตสูงสุด 150,000 คัน/ปี โดยกลุ่มบริษัทฯ ได้ลงทุนในประเทศไทยเป็นมูลค่ารวมประมาณ 34,814 ล้านบาท ปัจจุบัน โรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ จังหวัดระยอง ดำเนินการผลิตรถยนต์พลังงานใหม่ 5 รุ่น ประกอบด้วย BYD DOLPHIN, BYD ATTO 3, BYD SEAL 5 DM-i, BYD SEALION 5 DM-i และ BYD SEALION 6 DM-i

     

    รถยนต์พลังงานใหม่ทั้ง 5 รุ่น ที่ผลิตโดยโรงงาน บีวายดี ประเทศไทย ได้รับใบรับรอง Made in Thailand จากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยอย่างเป็นทางการ นอกจากนั้น ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างความเติบโตให้กับระบบนิเวศของอุตสาหกรรมไทย ผ่านการสร้างอาชีพให้แรงงานไทยด้วยการจ้างงาน 5,234 อัตรา ซึ่งในจำนวนนี้เป็นพนักงานสัญชาติไทยราว 94% พร้อมร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมผู้ผลิตชิ้นส่วนภายในประเทศ ด้วยสัดส่วน Local Content ประมาณ 46-50% ที่สำคัญ โรงงานแห่งนี้ยังผลิตทั้งเพื่อการจำหน่ายในประเทศและเพื่อการส่งออก พร้อมตอกย้ำคุณภาพการผลิตของรถยนต์ระดับชั้นนำจากฝีมือคนไทย ให้นานาประเทศได้สัมผัสและเป็นที่ประจักษ์

     

    • ‘หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง’ พรีเซนเตอร์คนแรกของ BYD SEALION 5 DM-i

    เพื่อเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์ของยนตรกรรมที่สรรค์สร้างขึ้นสำหรับทุกคน บีวายดี และ เรเว่ จึงได้เปิดตัว ‘หลิงหลิง – ศิริลักษณ์ คอง’ มาเป็นพรีเซนเตอร์คนแรกให้กับรถยนต์รุ่น BYD SEALION 5 DM-i ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยสร้างภาพจำอันเด่นชัดให้กับรถยนต์รุ่นนี้ในกลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่ ที่มีความหลากหลายยิ่งขึ้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงจุดเด่นของตัวรถที่ตอบสนองอย่างกระฉับกระเฉง และพร้อมเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล เช่นเดียวกับคาแรคเตอร์ของคนรุ่นใหม่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง พร้อมรับทุกความท้าทาย โดยที่ยังคงคำนึงถึงความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

     

    • BYD SEALION 5 DM-i Standard นิยามใหม่แห่งความคุ้มค่า

    ในโอกาสนี้ บีวายดี และ เรเว่ ขอเสนอนิยามใหม่แห่งความคุ้มค่ากับ BYD SEALION 5 DM-i Standard รุ่นย่อยล่าสุดของรถยนต์ไฟฟ้าที่เติมน้ำมันได้ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง BYD DM-i ซึ่งเป็นเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วถึงความประหยัด โดยขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงเป็นหลัก และผสานการทำงานของเครื่องยนต์เบนซิน Xiao Yun ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุดทั้งระบบ 155 กิโลวัตต์ แรงบิดรวมสูงสุด 210 นิวตัน-เมตร ตอบสนองทันใจด้วยอัตราเร่ง 0 – 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใน 8.4 วินาที แต่ใช้เชื้อเพลิงเต็มประสิทธิภาพถึงขีดสุด อีกทั้งยังมี BYD Blade Battery ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วโดยผู้ใช้ทั่วโลกถึงความปลอดภัย ขนาด 13.08 กิโลวัตต์-ชั่วโมง สามารถขับขี่ด้วยไฟฟ้าล้วนเป็นระยะทางสูงสุด 80 กิโลเมตร* และมีระยะทางขับขี่รวมสูงสุด 1,180 กิโลเมตร*

     

    BYD SEALION 5 DM-i Standard ขับขี่นุ่มสบายด้วย ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut ข้างหลังแบบ Multi-link เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์มาตรฐานครบครัน ภายนอกมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ทั้งยังมีไฟหน้า LED พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ไฟท้ายเป็นแบบ LED และมีระบบไฟเลี้ยวด้านหลังแบบ Sequential เลือกสีที่ใช่กับทางเลือกสีภายนอก สีขาว Horizon White และ สีดำ Quantum Black ห้องโดยสารกว้างขวาง มาพร้อมเบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ ส่วนหน้าจอเรือนไมล์ผู้ขับขี่แบบ LCD มีขนาด 8.8 นิ้ว เพลิดเพลินไปกับหน้าจอสัมผัสระบบมัลติมีเดีย ขนาด 10.1 นิ้ว ทำงานร่วมกับลำโพง 6 ตำแหน่ง ใช้งานสะดวกด้วย ระบบกุญแจแบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ NFC (NFC Card) และ BYD Digital Key มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่หลายรายการ รวมถึงระบบช่วยเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบช่วยเตือนการชนด้านหน้า (FCW) และ ระบบช่วยควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันอัจฉริยะ (ICC) ทั้งหมดนี้อยู่ใน BYD SEALION 5 DM-i Standard ซึ่งมีราคาคาดการณ์จำหน่าย 699,900 บาท

     

    • แคมเปญพิเศษฉลองความไว้วางใจ ‘130,000 of Trust, We reward you’

    เพื่อเป็นการขอบคุณทุกความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย บีวายดี และ เรเว่ ขอมอบแคมเปญ ‘130,000 of Trust, We reward you’ การันตีแคมเปญเดียวกับงาน Big Motor Sale ให้กับลูกค้าที่ออกรถยนต์ บีวายดี และ เดนซ่า ทุกรุ่น ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 โดยมีข้อเสนอรวมมูลค่าสูงสุดมากกว่า 75,000 บาท** ซึ่งมีทั้ง

    • ฟรี แพ็กเกจการรับประกันตลอดอายุการใช้งาน Lifetime Warranty มูลค่า 50,000 บาท**
    • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง มูลค่า 25,000 บาท** หรือ

    รับสิทธิ์ซื้อ โฮมชาร์จเจอร์ยี่ห้อ ZHIDA พร้อมบริการติดตั้ง ในราคาพิเศษ 10,000 บาท**

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. 1 ปี**
    • ฟรี ฟิล์มเซรามิก XUV Max III Film พร้อมบริการติดตั้ง**

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปิดฉากยิ่งใหญ่ “THAILAND DIECAST EXPO 2026” ปีที่ 2 เติมสีสันโลกแห่งการสะสม เดินหน้ายกระดับสู่หมุดหมายวงการไดแคสต์แห่งอาเซียน

    1 Min Read

    เปิดฉากยิ่งใหญ่ “THAILAND DIECAST EXPO 2026” ปีที่ 2 เติมสีสันโลกแห่งการสะสม เดินหน้ายกระดับสู่หมุดหมายวงการไดแคสต์แห่งอาเซียน

    บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงานยานยนต์ระดับนานาชาติ Bangkok International Motor Show จับมือพันธมิตร เปิดงาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” อย่างเป็นทางการ สานต่อความสำเร็จเป็นปีที่ 2 ของมหกรรมไดแคสต์และของสะสมที่มากกว่าคำว่าของเล่น แต่เป็นพื้นที่แห่งจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และแพสชันของคนรักงานสะสมทุกเจเนอเรชัน โดยมีพิธีเปิดงานเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ณ ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ท่ามกลางบรรยากาศคึกคัก ได้รับความสนใจจากนักสะสม ผู้ประกอบการ พันธมิตรทางธุรกิจ และประชาชนจำนวนมาก

    นายพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “THAILAND DIECAST EXPO ก้าวเข้าสู่ปีที่ 2 พร้อมเป้าหมายสำคัญในการยกระดับงานให้เป็นหมุดหมาย (Destination) ของวงการไดแคสต์และของสะสมแห่งอาเซียน ไม่ใช่เพียงงานแสดงสินค้า แต่เป็นแพลตฟอร์มที่เชื่อมโยงผู้ผลิต ผู้ประกอบการ แบรนด์ชั้นนำ นักสะสม ครีเอเตอร์ และผู้ที่มีความหลงใหลในงานอดิเรกจากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ ให้ได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างเครือข่าย และต่อยอดโอกาสทางธุรกิจร่วมกัน”

    “ปีนี้เราได้รับความร่วมมือจากพันธมิตรทั้งในและต่างประเทศเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Chupa Chups ในฐานะ Official Partner รวมถึง Bangkok Hot Rod และ ไอคอนสยาม ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของงานในการเติบโตสู่เวทีระดับภูมิภาค เราเชื่อมั่นว่า THAILAND DIECAST EXPO จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมอุตสาหกรรมของสะสม ไลฟ์สไตล์ และการท่องเที่ยวของประเทศไทย พร้อมผลักดันให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ไดแคสต์และของสะสมในอาเซียนในอนาคต”

    ไฮไลต์สำคัญของปีนี้ คือการยกระดับประสบการณ์ครั้งใหม่ด้วยความร่วมมือกับแบรนด์ระดับโลก Chupa Chups ในฐานะ Official Partner อย่างเป็นทางการ ภายใต้แนวคิด “สยามอมยิ้ม x Diecast” ที่ผสานโลกของรถโมเดลเข้ากับสีสัน ความสนุก และไลฟ์สไตล์ สร้างบรรยากาศภายในงานให้เต็มไปด้วยรอยยิ้ม พร้อมขยายฐานผู้เข้าชมจากกลุ่มนักสะสมสู่กลุ่มเด็ก ครอบครัว คนรุ่นใหม่ และนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและต่างชาติ เพื่อสร้างประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่เข้าถึงได้สำหรับทุกเพศทุกวัย และยกระดับงานสู่การเป็นอีเวนต์ระดับภูมิภาค

    นอกจากนี้ กรังด์ปรีซ์ฯ ยังผนึกกำลังกับพันธมิตรสำคัญ ได้แก่ Bangkok Hot Rod และ ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา ร่วมสร้างพื้นที่ให้เป็นศูนย์กลางของคอมมูนิตี้ Diecast & Collectible ที่ครบวงจรที่สุดในประเทศไทย โดยรวบรวมแบรนด์ชั้นนำ ผู้ผลิต นักสะสม และครีเอเตอร์จากทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอสินค้าคอลเลกชันพิเศษ ไอเทมหายาก และลิมิเต็ดเอดิชัน รวมถึงกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ การประกวด การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสร้างเครือข่ายของคนในวงการ เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมของสะสมไทยสู่เวทีสากล

    ภายในงานอัดแน่นด้วยโซนกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกมิติของโลกไดแคสต์ ของสะสม และงานอดิเรก ได้แก่ โซน Diecast, Collectible, Diorama, Toy, Hobby, Marketplace, Playground & Entertainment และ Knowledge พร้อมกิจกรรมการประกวด (Contest) กิจกรรม Networking และเวทีพบปะแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักสะสมและครีเอเตอร์ ตอบโจทย์ผู้เข้าชมทุกกลุ่ม ตั้งแต่นักสะสมมืออาชีพ ผู้เริ่มต้น ครอบครัว เด็ก เยาวชน ตลอดจนผู้ที่สนใจงานศิลปะ งานออกแบบ และของสะสม

    งาน “THAILAND DIECAST EXPO 2026” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10–12 กรกฎาคม 2569 เวลา 10.00–22.00 น.ไอคอนสยาม ฮอลล์ ชั้น 7 ไอคอนสยาม ศูนย์รวมผู้ที่หลงใหลในโลกของไดแคสต์ ของสะสม และงานอดิเรกทุกรูปแบบ ร่วมสัมผัสประสบการณ์แห่งแรงบันดาลใจ เชื่อมต่อทุกแพสชันไว้ในที่เดียว พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น หมุดหมายของวงการไดแคสต์และของสะสมในภูมิภาคอาเซียน ติดตามรายละเอียดและความเคลื่อนไหวของงานได้ที่ www.thailanddiecastexpo.com และโซเชียลมีเดีย Thailand Diecast Expo ทุกช่องทาง


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ZEEKR จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วยยานยนต์ไฟฟ้า

    1 Min Read

    ZEEKR จับมือ ททท. เปิดตัวแคมเปญ “Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way” ขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพด้วยยานยนต์ไฟฟ้า

    ZEEKR ประเทศไทย ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ภายใต้แคมเปญ “Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way” นับเป็นความร่วมมือครั้งแรกระหว่างภาครัฐและ ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี เพื่อนำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวไทยรูปแบบใหม่ที่สอดรับยุทธศาสตร์ “Value Over Volume” ของ ททท. และยกระดับมาตรฐานการเดินทางท่องเที่ยวโดยยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่ตลาดในประเทศ  

     

    อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ZEEKR Thailand กล่าวว่า “เมื่อเร็วๆ นี้ ZEEKR ได้ประกาศทิศทางการดำเนินธุรกิจในไทยในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป โดยจะก้าวข้ามจากแบรนด์รถไฟฟ้าพรีเมียม      สู่การเป็น Premium Lifestyle Brand ที่เชื่อมโยงผู้คน ไลฟ์สไตล์ และประสบการณ์การเดินทางเข้าด้วยกันอย่างเต็มรูปแบบ การจับมือกับ ททท. ในครั้งนี้ นอกจากจะสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์ (Brand Trust) ได้อย่างชัดเจนแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นว่า ZEEKR ให้ความสำคัญกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ ด้วยสมรรถนะชั้นสูงควบคู่กับมาตรฐานความปลอดภัย อีกทั้งยังเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภคอย่างแท้จริง สามารถตอบสนองต่อทุกความต้องการเพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่จะสะท้อนตัวตนได้ เพราะ ZEEKR เชื่อมั่นว่าทุกการเดินทางควรเป็นประสบการณ์ที่พิเศษไม่แพ้จุดหมายปลายทาง ความร่วมมือกับ ททท. ในการนำเสนอแคมเปญนี้ จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่จะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศให้แก่คนไทย และเป็นจังหวะที่เหมาะสมที่จะนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวใหม่ๆ     ที่น่าสนใจด้วยยานยนต์ไฟฟ้าทุกรุ่นจาก ZEEKR”

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. กล่าวว่า ปี 2569 ททท. มุ่งมั่นขับเคลื่อนอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวให้เติบโตผ่านนักท่องเที่ยวกลุ่มคุณภาพที่มีศักยภาพในการใช้จ่ายและเห็นคุณค่าของวัฒนธรรม สิ่งแวดล้อม     ภายใต้กลยุทธ์ “Value over Volume” โดยให้ความสำคัญกับการสร้างมูลค่าและประสบการณ์ที่มีความหมาย ควบคู่กับการสร้างความสมดุล ความเข้มแข็ง และความยั่งยืนให้กับระบบการท่องเที่ยวไทยในทุกมิติ พร้อมเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักเดินทางทั้งภายในประเทศและจากทั่วโลก  นอกจากนี้ ททท. ยังส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำในหลากหลายรูปแบบ ซึ่งยานยนต์ไฟฟ้าถือเป็นการเดินทางท่องเที่ยวทางเลือกใหม่ ที่ตอบโจทย์ด้านการช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและยังลดภาระค่าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยความร่วมมือกับ ZEEKR ครั้งนี้ ททท. จะทำหน้าที่คัดสรรเส้นทางและประสบการณ์ท่องเที่ยวที่สะท้อนเอกลักษณ์ของแต่ละพื้นที่ โดยเฉพาะสถานที่ “Hidden Destination” ที่มีคุณค่าทางวัฒนธรรม ธรรมชาติ และวิถีชีวิตท้องถิ่น ขณะที่ ZEEKR จะสนับสนุนการเดินทางด้วยยานยนต์ไฟฟ้าตลอดเส้นทาง ภายใต้แนวคิด “ZEEKR คือ Puzzle Piece ของการเดินทางแบบ Premium Experience” โดย ททท. และ ZEEKR จะร่วมผลิตซีรีส์คอนเทนต์ “Travel the ZEEKR Way” ที่นำเสนอเส้นทางท่องเที่ยวด้วยยานยนต์ไฟฟ้า ใน 4 ภูมิภาค ได้แก่

    • Northern Escape: การค้นพบสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติทางภาคเหนือ ทั้งภูสูงและสายน้ำที่โอบล้อมรอบกาย ช่วยเยียวยาจิตใจพร้อมสร้างแรงบันดาลใจใหม่ ๆ สัมผัสความหมายที่ลึกซึ้งของวัฒนธรรมล้านนาผ่านสถาปัตยกรรมและงานหัตถกรรม ที่จะสร้างความทรงจำสุดประทับใจไม่รู้ลืม
    • Isaan Stories: สัมผัสเอกลักษณ์ของภูมิภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เปี่ยมไปด้วยความมีชีวิตชีวา สร้างพลังเชิงบวกไปพร้อมกับเรื่องราวการใช้ชีวิตอย่างเข้มแข็งอดทน ผ่านการบอกเล่าจากวิถีชีวิต ดนตรี อาหารและสิ่งของเครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นแดนอิสาน
    • Southern Serenity: กางมือออกกว้างๆ แล้วหายใจให้เต็มปอด สูดกลิ่นอายแห่งท้องทะเล และชื่นชมความงดงามตระการตาของหมู่เกาะทะเลใต้ ให้เสียงคลื่นและผืนน้ำช่วยฮีลร่างกายและจิตใจไปพร้อมกับการเดินทางที่จะเติมเต็มทุกประสบการณ์ชีวิต
    • Urban Retreat: ค้นพบมุมมองใหม่ที่ไม่เคยเจอ จากการเดินทางง่ายใช้เวลาเพียงสั้นๆ ครบจบทั้งการเช็คอินจุดถ่ายรูปมุมลับที่โลกยังไม่รู้ สนุกสนานไปกับประสบการณ์ใหม่จากเมืองที่ผสานอดีตกับวัฒนธรรมร่วมสมัยได้อย่างลงตัวของกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง

    ซึ่งการนำเสนอเส้นทางการท่องเที่ยวในครั้งนี้ จะถ่ายทอดผ่านยานยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ซึ่งสะท้อนถึงไลฟ์สไตล์การเดินทางท่องเที่ยวที่ลงตัวไปกับทุกเส้นทางอย่างเหนือระดับ พร้อมเผยแพร่ผ่านช่องทางสื่อของ ททท. ทั้งอนุสาร อสท. และแพลตฟอร์มออนไลน์ต่าง ๆ ผสานกับความแข็งแกร่งจากการนำ KOLs ผู้มีอิทธิพลทางความคิด ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ The Zecret Revealer, The Zecret Insider และ The Zecret Visualizer มาร่วมสร้างคอนเทนต์ เพื่อขยายการรับรู้ไปยังกลุ่มนักท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นอีกก้าวของ ททท. ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวคุณภาพระดับภูมิภาค ผสานเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าเข้ากับคุณค่าทางวัฒนธรรมและธรรมชาติของไทย ตอบโจทย์นักเดินทางยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนและประสบการณ์เชิงคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ

    แคมเปญ Amazing Thailand in ZEEKR Luxury Way จะดำเนินไปเป็นระยะเวลา 7 เดือน ตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2569 – กุมภาพันธ์ 2570 โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่ตลาดนักท่องเที่ยวในประเทศ ซึ่งปี 2569 นี้ ททท. ตั้งเป้าหมายไว้ที่จำนวน 202.42 ล้านคน รายได้ 1.07 ล้านล้านบาท พร้อมสร้างการรับรู้แบรนด์ ZEEKR ในฐานะแบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนตลาดท่องเที่ยวในประเทศอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “Primus Exclusive Road Trip” สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิกเหนือระดับ

    1 Min Read

    “Primus Exclusive Road Trip” สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งความคลาสสิกเหนือระดับ

    เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป จัดกิจกรรม Primus Exclusive Road Trip” เชิญลูกค้าคนพิเศษ 15 ครอบครัว ร่วมเปิดประสบการณ์การเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟ บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ สัมผัสมนต์เสน่ห์ยนตรกรรมระดับตำนาน งานศิลปะ และไลฟ์สไตล์ระดับพรีเมี่ยม

    กิจกรรมเริ่มต้นที่โชว์รูมและศูนย์บริการ ZEEKR House Primus ราชพฤกษ์ โดยทีมงานให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมเชิญลงทะเบียน ถ่ายภาพที่ระลึก และร่วมทานอาหารกลางวัน ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดอย่างเป็นทางการ โดยได้รับเกียรติจาก “ณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ” ประธาน บริษัทในเครือ ไพรม์มัส กรุ๊ป และ “ไรวินทร์ เลิศเมธาวรรธน์” ผู้บริหาร ZEEKR Thailand กล่าวต้อนรับ พร้อมทีมงานชี้แจงกำหนดการเดินทาง ปิดท้ายด้วยการถ่ายภาพหมู่ บริเวณด้านหน้าโชว์รูม และออกเดินทางสู่อำเภอหัวหิน

    เมื่อสมาชิกผู้ร่วมทริปเดินทางถึง “Meseo Auto Classica” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ของหัวหิน ตั้งอยู่ในศูนย์การค้าบลูพอร์ต หัวหิน รีสอร์ท มอลล์ ได้รับการรับรองด้วยเครื่องดื่มและอาหารว่างสุดพิเศษ ก่อน ผู้บริหาร หัวหิน แอสเสท “วจี กลมเกลี้ยง” ให้เกียรติพาเยี่ยมชมคอลเลกชั่นรถยนต์คลาสสิก ในช่วงปี 1950-1990 ที่รวบรวมและนำมาจัดแสดงกว่า 40 คัน

    รถไฮไลต์สำคัญ ได้แก่ “Daimler DS420 Art Car” ผลงานศิลปะเพียงหนึ่งในโลกของ อ.วรรณวิมล เกษางาม จากบ้านศิลปินหัวหิน และยนตรกรรมระดับตำนาน อาทิ  Mercedes-Benz SL Legacy Collection, Ferrari Dino 246 GT, Bentley Continental GT Supersports  ตลอดจนรถยนต์จากภาพยนตร์ชื่อดังระดับโลก อาทิ BMW Z8 รถคู่ใจ James Bond และ Cadillac Fleetwood ปี 1957 รถหรูคู่กาย Elvis Presley ราชาเพลงร็อกแอนด์โรล

    นอกจากนี้ ยังมีโซนจัดแสดงผลงานจิตรกรรม ประติมากรรม และงานสร้างสรรค์ที่ทรงคุณค่าจากศิลปินแห่งชาติ รวมถึงศิลปินชั้นนำทั้งชาวไทยและนานาชาติ ถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์ วิวัฒนาการ และความงดงามที่เชื่อมโยงระหว่างศิลป์กับยนตรกรรมได้อย่างลงตัว พร้อมเปิดมุมมองให้สมาชิกได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ของยนตรกรรมอันทรงคุณค่าตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

    จากนั้น ผู้ร่วมทริปเดินทางเข้าสู่ที่พัก โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน ซึ่งโดดเด่นด้วยวิวพาโนรามาของชายหาดเขาตะเกียบและทิวเขาโดยรอบ ก่อนร่วมสนุกกับกิจกรรมภายในสวนน้ำวานา นาวา วอเตอร์ จังเกิ้ล  สวนน้ำธีมป่าเมืองร้อนแห่งแรกในเอเซีย ที่มีเครื่องเล่นหลากหลายชนิด อาทิ The Abyss สไลเดอร์ยักษ์สุดตื่นเต้นเร้าใจ, Aqualoop เแคปซูลดิ่งความเร็วสูงหมุน 360 องศา รวมถึงโซนครอบครัวกับ Lazy River สระน้ำวน และ Vana Nava Falls น้ำตกจำลองขนาดใหญ่ ที่ให้ความสนุกสนาน เพลิดเพลินใจแก่ผู้ร่วมทริปทุกเพศทุกวัย

    ช่วงค่ำ สมาชิกทยอยเข้าร่วมงานเลี้ยงสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ที่ห้องอาหาร The Sky: Rooftop Bar เปิดมุมมอง ทัศนียภาพเมืองและทะเลหัวหิน ยามค่ำคืนแบบ 360 องศา ผ่านจุดชมวิวพื้นกระจก  พร้อมอิ่มอร่อยกับเมนูอาหารที่คัดสรรมาเป็นพิเศษ และดื่มด่ำกับเสียงเพลงที่ขับกล่อมตลอดทั้งงาน ก่อนปิดท้ายกิจกรรม Primus Exclusive Road Trip ด้วยค่ำคืนแห่งความประทับใจ และประสบการณ์ที่เหนือระดับสำหรับลูกค้าคนสำคัญของ Primus Group


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไทยบริดจสโตน ผนึกกำลัง นิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ลงนามความร่วมมือ มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

    1 Min Read

    ไทยบริดจสโตน ผนึกกำลัง นิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) ลงนามความร่วมมือ มุ่งขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า

    บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด ร่วมกับบริษัท นิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านความยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม เพื่อร่วมขับเคลื่อนความยั่งยืนตลอดห่วงโซ่คุณค่า พร้อมสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อมระยะยาวของบริดจสโตนที่มุ่งสู่การใช้วัสดุที่ยั่งยืน (Sustainable Materials) ภายในปี ค.ศ. 2050 (พ.ศ. 2593) และตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลและวัสดุหมุนเวียน (Recycled and Renewable Materials) ให้คิดเป็น 40% ของวัตถุดิบทั้งหมดที่ใช้ในการผลิตยางรถยนต์ภายในปี ค.ศ. 2030 (พ.ศ. 2573)

    ความร่วมมือในครั้งนี้มุ่งเน้นที่การบริหารจัดการยางรถยนต์ที่ใช้แล้วให้เป็นไปอย่างถูกต้อง ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยครอบคลุมทั้งกระบวนการนำยางรถยนต์ที่ใช้แล้วเข้าสู่กระบวนการคัดเลือกโครงยางที่มีประสิทธิภาพเพื่อนำมาผลิตเป็นยางหล่อดอกระดับพรีเมียม (Premium Retread Tire) และการจัดการยางรถยนต์ที่หมดสภาพการใช้งาน (End of Life Tire) ให้สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลอย่างเหมาะสมภายใต้แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของบริดจสโตนในด้านนวัตกรรมยางรถยนต์เข้ากับศักยภาพของนิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ในด้านโลจิสติกส์ระดับโลกเพื่อสร้างระบบการบริหารจัดการด้านความยั่งยืนแบบหมุนเวียนอย่างครบวงจร

    ความร่วมมือดังกล่าวได้สร้างประโยชน์ร่วมกันให้แก่ทั้งสององค์กรในการบริหารจัดการยางรถยนต์ที่หมดสภาพการใช้งานอย่างเหมาะสม มีความปลอดภัยต่อผู้ใช้งานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการร่วมศึกษาและพัฒนาแนวทางในการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน การยืดอายุและการรีไซเคิลยางรถยนต์ที่หมดสภาพการใช้งานอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ ยังครอบคลุมถึงการดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง อาทิ โครงการ “B-SAFE บริดจสโตนขับขี่ปลอดภัย” เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยบนท้องถนน รวมถึงกิจกรรมด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เช่น “โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” เพื่อร่วมสร้างสังคมและสิ่งแวดล้อมที่ปลอดภัย น่าอยู่ และยั่งยืนยิ่งขึ้น

    คุณอะกิฮิโตะ อิชิอิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด เผยว่า “นี่ถืออีกหนึ่งก้าวสำคัญของทั้งสององค์กรในการต่อยอดความสัมพันธ์ทางธุรกิจสู่ความร่วมมือด้านความยั่งยืนและกิจกรรมเพื่อสังคม เนื่องจากปัญหาด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการจัดการทรัพยากรเป็นเรื่องที่ไม่มีองค์กรใดสามารถขับเคลื่อนได้เพียงลำพัง บริดจสโตนเชื่อมั่นว่าการผสานกำลังร่วมกับพันธมิตรที่แข็งแกร่งจะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนให้กับสังคม สิ่งแวดล้อม และคนรุ่นต่อไป”

    คุณมาซาโตะ ทานาเบะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นิปปอน เอ็กซ์เพรส โลจิสติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การลงนามในบันทึกความเข้าใจในครั้งนี้ ถือเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของความร่วมมือระหว่างทั้งสององค์กร และเป็นการแสดงถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการส่งเสริมความยั่งยืน ตลอดจนการสร้างคุณค่าร่วมให้แก่สังคมในระยะยาว เราเชื่อว่าความร่วมมือครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของอีกหนึ่งบทสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างบริษัทของเรา และด้วยความร่วมมือกับบริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด เรามุ่งหวังที่จะร่วมกันขับเคลื่อนกิจกรรมที่สร้างประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมและต่อเนื่อง พร้อมทั้งเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของชุมชนและสังคม เพื่อร่วมกันสร้างอนาคตที่ยั่งยืนสำหรับคนรุ่นต่อไป”

    ความร่วมมือครั้งนี้ยังได้สอดคล้องกับ “Bridgestone E8 Commitment” (พันธสัญญา E8 ของบริดจสโตน) “ด้าน Ecology (สิ่งแวดล้อม)” ที่ให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และ “ด้าน Empowerment (พลังทางสังคม)” ที่ร่วมผลักดันและร่วมสร้างสังคมเท่าเทียมแก่ทุกคน เพื่อส่งต่อความไว้วางใจและคุณค่าอย่างยั่งยืนสู่คนรุ่นต่อไปในอนาคต ตอกย้ำบทบาทของบริดจสโตนในฐานะ “องค์กรผู้ส่งมอบโซลูชันอย่างยั่งยืน”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุ – สื่อมวลชนลงสนามกระชับมิตรกับงาน “Isuzu – Press Sports Day 2026 with Yuu Chan” พร้อมเกมสนุกมากมาย

    1 Min Read

    อีซูซุ – สื่อมวลชนลงสนามกระชับมิตรกับงาน “Isuzu – Press Sports Day 2026 with Yuu Chan” พร้อมเกมสนุกมากมาย

    อีซูซุส่งน้อง “ยูจัง” นำทีมลงสนามกระชับมิตรกับสื่อมวลชนสายรถยนต์ในงาน Isuzu – Press Sports Day 2026 with Yuu Chan” โดยได้รับเกียรติจาก มร. ฮิโรยาสุ ซาโต้ กรรมการผู้จัดการ บริษัท        ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และคุณลิขิต น้าประเสริฐ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย ร่วมเปิดการแข่งขัน ณ สนามฟุตบอล Super Star Arena

    เปิดฉากความสนุกด้วยเกม Duo Shot Challenge! : อีซูซุคู่ซี้พิชิตเป้า” การแข่งขันยิงธนูสไตล์โรบินฮู้ด ที่ต้องอาศัยทั้งความแม่นยำและทีมเวิร์คระหว่างสื่อมวลชนอาวุโสและผู้บริหารอีซูซุ ต่อด้วย Isuzu Mission – มันส์ยกทีม” เกมภารกิจสุดมันส์ที่แต่ละทีมต้องพารถอีซูซุออกลุยทำมิชชันให้สำเร็จอย่างไม่มีใครยอมใคร ความตื่นเต้นเริ่มพุ่งสูงขึ้นกับ “การแข่งขันฟุตบอลรอบชิงชนะเลิศ” ระหว่างทีมสื่อมวลชนสายรถยนต์และทีมอีซูซุที่เปิดเกมรุก-รับกันอย่างสูสีกลายเป็นอีกหนึ่งแมตช์สำคัญที่เรียกเสียงเชียร์ลั่นสนาม จบเกมด้วยทีมสื่อมวลชนชนะทีมอีซูซุไปด้วยคะแนน 4-3 พักความเข้มข้นของเกมการแข่งขัน มาพบกับ ความน่ารักของ “น้องยูจัง” มาสคอตสุดคิวท์ตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy” ที่มาแจกรอยยิ้มไปทั่วทั้งสนามกับเกมทายใจ What is Yuu-chan’s Pose? – น้องยูจังทำท่าไหนนะ?” โดยทุกคนต้องคาดเดาท่าทางของน้อง “ยูจัง” ในแต่ละรอบเพื่อชิงรางวัลพิเศษ สร้างโมเมนต์น่ารักและสนุกสนานได้ตลอดเกม ไปกันต่อกับ Isuzu Baby Bounce – เด้งมันส์ทะลุมิติ” ทดสอบความแม่นในการยิงลูกบอลจิ๋ว ลุ้นกันสุดตัว เฮกันลั่นสนาม ก่อนปิดท้ายด้วยเกม Catch me! if you can – อีซูซุเหยียบให้ทันอย่าให้ตู้ม!” แต่ละทีมต้องแข่งกันเหยียบลูกโป่งของทีมตรงข้ามให้แตกภายในเวลาที่กำหนด ท่ามกลางความวุ่นวายและเสียงหัวเราะทั่วสนาม

    พิเศษสำหรับปีนี้กับการแข่งขัน E-Sports รอบพิเศษสำหรับสื่อมวลชนในกิจกรรม ISUZU – PRESS UNIVERSE” เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนร่วมประชันฝีมือผ่านเกมแข่งรถอีซูซุสุดมันส์ที่ถอดแบบจากรถจริงในสนามแข่ง ถูกใจทั้งสายมอเตอร์สปอร์ตและสายเกม พร้อมรับรางวัลสุดพิเศษ รวมมูลค่ากว่า 10,000 บาท

    หลังจบงานผู้บริหารอีซูซุร่วมมอบของรางวัลแบบจัดเต็มให้กับผู้ชนะตามคะแนนสะสมอันดับ 1–4 โดยมีทั้งเซ็ตของที่ระลึกพรีเมียมคอลเลกชัน “น้องยูจัง” สุดน่ารักจากอีซูซุ และบัตรกำนัลต่าง ๆ เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะได้อย่างอบอุ่น ก่อนปิดท้ายวันแห่งความสนุกด้วยอาหารอร่อย ๆ ก่อนกลับบ้านไปพร้อมกับความประทับใจที่ยังคงอยู่จากบรรยากาศแห่งมิตรภาพตลอดทั้งงาน

     

    ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ http://www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai

    #IsuzuPressSportsDay2026withYuuChan #IsuzuPressSportsDay2026 #Isuzu #อีซูซุ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยาเดีย ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” สมรรถนะเด่น ดีไซน์หรู ปลอดภัย ราคาเข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้

    1 Min Read

    ยาเดีย ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ เปิดตัว “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” สมรรถนะเด่น ดีไซน์หรู ปลอดภัย ราคาเข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้

    ยาเดีย (Yadea) ตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า “Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P” ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” มาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์การขับขี่และการใช้ชีวิตทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยราคาที่เข้าถึงง่าย จดทะเบียนได้ พร้อมเตรียมขยายศูนย์จำหน่ายเป็น 1,800 สาขา ภายในปี 2569

    นายหยาง เสี่ยวเฟย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยาเดีย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้ายาเดีย (Yadea) ในประเทศไทย เปิดเผยว่า เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่มีฐานธุรกิจระดับโลกและเป็นแบรนด์ที่มียอดขายยานยนต์สองล้อไฟฟ้า เป็นอันดับ 1 ต่อเนื่องมานาน 9 ปี การเปิดตัวยานยนต์ไฟฟ้า Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ภายใต้แนวคิด “อิสระใหม่ ไปได้ไกลกว่า” ในครั้งนี้ นับเป็นช่วงเวลาสำคัญ เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมองหาทางเลือกใหม่ที่ช่วยลดต้นทุนการเดินทางในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายในการเดินทางเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจซื้อ จากการสำรวจตลาดพบว่า ผู้บริโภคจำนวนมากยังมีความต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ “ขับได้ระยะทางไกลขึ้นและความเร็วสูงขึ้น” โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องการเปลี่ยนจากน้ำมันมาใช้ไฟฟ้า รวมถึงกลุ่มใช้งานในเมืองและกลุ่มขับขี่เป็นประจำทุกวัน ซึ่ง Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ตอบทุกโจทย์ความต้องการดังกล่าวของผู้บริโภค โดยเปิดตัวมาพร้อมรูปลักษณ์สปอร์ต พรีเมียม ดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทันสมัย สมรรถนะสูง ในราคาที่ผู้บริโภคเข้าถึงง่ายและสามารถจดทะเบียนได้ทั้ง 2 รุ่น

    นอกจากนี้ ภาครัฐยังมีมาตรการสนับสนุน EV 3.5 สำหรับรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่เข้าเงื่อนไข ซึ่งช่วยกระตุ้นให้ตลาดเติบโตขึ้น ดังนั้น การเปิดตัว Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จึงไม่ได้เป็นเพียงการเปิดตัวสินค้าใหม่ แต่เป็นการนำเสนอรถยานยนต์ไฟฟ้าในช่วงที่ตลาดกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ EV และถือเป็นก้าวสำคัญของ ยาเดีย ประเทศไทย ในการสร้างความเชื่อมั่นของแบรนด์ยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลก ที่ทำตลาดในประเทศไทย

    นายหยาง กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับประเทศไทย Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P จะเป็นรุ่นสำคัญที่ช่วยให้ ยาเดีย ขยับเข้าไปแข่งขันในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าจดทะเบียนได้มากขึ้น และยังช่วยเสริมความเชื่อมั่นด้านคุณภาพ เทคโนโลยี และการใช้งานจริงในตลาดประเทศไทย”

    สำหรับจุดเด่นของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P คือ การรวม 3 นวัตกรรมหลัก ไว้ในรถคันเดียว ได้แก่ สมรรถนะ ดีไซน์ และเทคโนโลยีความปลอดภัย โดย

    ด้านสมรรถนะ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้เป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่เหมาะกับการเดินทางในเมืองและการใช้งานระยะไกลมากขึ้น มีมอเตอร์กำลังสูงระดับ 3,000 W ให้การขับขี่ที่ตอบสนองดี ทำความเร็วสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร/ชั่วโมง และมีแบตเตอรี่ลิเธียม LFP ที่รองรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดย GT80 มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 50Ah ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 110 กิโลเมตรต่อการชาร์จ ส่วนในรุ่น GT80-P มีแบตเตอรี่ ขนาดความจุ 72V 80Ah (72V 50Ah + 72V 30Ah) ระยะทางวิ่งสูงสุดถึง 170 กิโลเมตรต่อการชาร์จ

    ดีไซน์ ของ GT80 และ GT80-P ได้รับการออกแบบให้มีความโมเดิร์นและพรีเมียม ผสมผสานกับเส้นสายที่แข็งแรงกับความคล่องตัวในการขับขี่ในเมือง ทำให้รถดูโดดเด่น ทันสมัย เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการยานยนต์ไฟฟ้าที่ทั้งใช้งานได้จริงและมีสไตล์

    เทคโนโลยีอัจฉริยะและความปลอดภัย GT80 และ GT80-P ยังมีสมาร์ทฟังก์ชันต่าง ๆ เช่น AIGO เทคโนโลยีอัจฉริยะ ที่เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน โดยการเชื่อมต่อ Yadea Application เพื่อใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ อาทิ การแสดงผลแผนที่นำทาง การเล่นเพลง แสดงสายโทรเข้า เป็นต้น ด้านความปลอดภัยในส่วนของระบบ i-Control ที่ทำให้ GT80 และ GT80-P สามารถใช้ฟีเจอร์ ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control System : TCS ) และระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน เพิ่มความปลอดภัยในการใช้งาน (Hill Descent Control : HDC)

    “ปัจจุบันผู้บริโภคมีข้อกังวลเรื่องระยะทางการวิ่ง ใช้เวลาชาร์จนาน จุดชาร์จไม่เพียงพอ และบริการหลังการขาย ซึ่ง GT80 ทั้ง 2 รุ่น ได้รับการออกแบบมาช่วยลดข้อกังวลเหล่านี้ และสามารถวิ่งได้ในระยะทางที่ไกลขึ้นจึงช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ GT80 และ GT80-P ยังเป็นยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทุกสภาพอากาศเมืองไทย ทั้งกันน้ำ ทนแดดและสู้ฝน จึงมีความพร้อม ทุกสภาพการใช้งาน” นายหยางกล่าว

    ทั้งนี้ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายหลักของ GT80 และ GT80-P คือ กลุ่มผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนเมืองที่ต้องการลดค่าใช้จ่ายจากน้ำมัน ต้องการรถที่คล่องตัว ขับง่าย และมีดีไซน์ทันสมัย รวมถึงกลุ่มไรเดอร์ซึ่งต้องการขับขี่ได้ระยะทางที่มากขึ้น โดย ทั้ง 2 รุ่น มี 3 สี ให้เลือก ประกอบด้วย เทา แดง และ ขาว มีราคาเปิดตัวที่ GT80 ราคา 57,900 บาท จาก ราคา 67,900 บาท และ GT80-P ราคา 69,900 บาท จาก ราคา 79,900 บาท พร้อมรับประกัน แบตเตอรี่ 3 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร รับประกันมอเตอร์ 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร และ รับประกันคอนโทรลเลอร์ 1 ปี หรือ 10,000 กิโลเมตร

    โปรโมชันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองตั้งแต่วันนี้ – 15 กรกฎาคม 2569 รับของแถม 3 รายการ รวมมูลค่า 8,000 บาท ประกอบด้วย แร็คและกล่องพ่วงท้าย GT80 มูลค่า 4,500 บาท เสื้อแจ็กเก็ต Yadea มูลค่า 2,000 บาท และ หมวกกันน็อก Limited Edition Yadea GT Series มูลค่า 1,500 บาท

    ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Yadea กล่าวในตอนท้ายว่า “สำหรับ Yadea ประเทศไทยถือเป็นทั้งตลาดสำคัญและฐานการผลิตเชิงกลยุทธ์ของอาเซียน โดยบริษัทมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตจาก 150,000 คัน/ปี เป็น 600,000 คัน/ปี ภายในอีก 3 ปี พร้อมขยายเครือข่ายจำหน่ายจากกว่า 900 สาขา เป็น 1,800 สาขา ภายในสิ้นปี 2569 และ 5,000 สาขา ภายในปี 2571 โดยจะขยายบริการหลังการขายให้ครอบคลุม 77 จังหวัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าระยะยาว เพราะการเติบโตของตลาด EV ไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวสินค้าเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับความพร้อมของเครือข่ายบริการหลังการขายด้วย”

    สำหรับผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียด โปรโมชัน และช่องทางจำหน่ายของ Yadea รุ่น GT80 และ GT80-P ได้ที่ศูนย์จำหน่าย Yadea ทั่วประเทศ รวมถึงช่องทางจำหน่ายออนไลน์อย่างเป็นทางการ โดยจะเปิดตัวพร้อมกันบน Shopee ในวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 ผ่าน Yadea Official Store บน Shopee: https://shopee.co.th/yadeathailand และสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโปรโมชันต่างๆได้ที่ https://www.facebook.com/yadea.th.ev หรือ https://yadea.co.th/


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment