-
News Car1 Min Read
มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี คว้ารางวัลคุณภาพอันดับ 1 จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ปี 2568 ฉบับที่ 2 โดย เจ.ดี. พาวเวอร์ ตอกย้ำมาตรฐานที่ผู้ใช้งานจริงไว้วางใจ
มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ครองแชมป์ต่ออีกสมัย ด้วยการคว้า รางวัลอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab)
และกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV) จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) – ฉบับที่ 2 ตอกย้ำคุณภาพและมาตรฐานระดับสูงของรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ได้รับความเชื่อมั่นจากผู้ใช้งานจริงอย่างต่อเนื่องนายสาโรจน์ มะอาจเลิศ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานขาย บริการหลังการขาย และประสบการณ์ลูกค้าบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างมาก และขอขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่มอบความไว้วางใจให้แก่รถยนต์มิตซูบิชิ จนทำให้รถยนต์รุ่นยอดนิยมทั้ง 2 รุ่นของเรา สามารถครองอันดับสูงสุดด้านคุณภาพติดต่อกัน รางวัลนี้มีความหมายอย่างยิ่งเพราะเป็นการยืนยันจากเสียงสะท้อนของผู้ใช้งานจริง ที่แสดงให้เห็นว่ารถยนต์ของเราสามารถตอบโจทย์การใช้งาน และเข้าไปอยู่ในใจของลูกค้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
สำหรับ มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส เราออกแบบให้เป็นรถกระบะที่ตอบโจทย์ได้รอบด้าน ไม่เพียงแค่สมรรถนะที่แข็งแกร่งหรือรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว แต่ยังให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันเพื่อรองรับทุกไลฟ์สไตล์ของ
ผู้ขับขี่ ในขณะที่ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถครอบครัวอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่นอกจากจะโดดเด่นเรื่องความกว้างขวางสะดวกสบายแล้ว เทคโนโลยีไฮบริดยังช่วยยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ และความคุ้มค่า ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญที่ครอบครัวยุคใหม่มองหา และด้วยทั้งหมดนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะนำทุกเสียงตอบรับและรางวัลที่ได้รับ มาเป็นแรงผลักดันในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการ เพื่อสร้างความประทับใจสูงสุดในทุกมิติให้กับผู้ขับขี่ทุกคนต่อไป”การศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 – ฉบับที่ 2 เป็นการสำรวจที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE), รถยนต์ไฮบริด (HEV, PHEV) และรถยนต์พลังงานใหม่ (NEV) โดยรวบรวมข้อมูลจากเจ้าของรถใหม่จำนวน 4,832 ราย ที่ซื้อรถระหว่างเดือนมกราคม – กันยายน 2568 และดำเนินการเก็บข้อมูลภาคสนามระหว่างเดือนมิถุนายน – ตุลาคม 2568 ในพื้นที่ 22 เมืองใหญ่ทั่วประเทศ ครอบคลุมรถยนต์ 57 รุ่น จาก 15 แบรนด์ โดยใช้เกณฑ์การจัดอันดับจากจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100) ซึ่ง มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส
ทำคะแนนได้ 169 PP100 และ มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี ทำคะแนนได้ 167 PP100มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าส่งมอบยานยนต์คุณภาพสูงและบริการหลังการขายตามมาตรฐาน “เราดูแล คุณแค่ขับ” ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ 185 แห่งทั่วประเทศไทย ควบคู่ไปพร้อมกับการดำเนินงานภายใต้ปรัชญา ‘KOE’ (声) การรับฟังเสียงของลูกค้า และ ‘KANDO’ (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ เพื่อส่งมอบคุณค่าที่เหนือกว่าการขับขี่ สู่ประสบการณ์การเดินทางที่อุ่นใจและมั่นใจในทุกเส้นทาง
ข้อมูลสำคัญโดยสรุป
- รางวัลคุณภาพอันดับ 1: มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย คว้าอันดับ 1 “รถใหม่คุณภาพสูง” จากผลการศึกษาคุณภาพรถยนต์ใหม่ในประเทศไทย ประจำปี 2568 (J.D. Power 2025 Thailand Initial Quality StudySM (IQS)) – ฉบับที่ 2
- รุ่นรถยนต์ที่ได้รับรางวัล:
-
- มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส: อันดับ 1 ในกลุ่มรถกระบะ 4 ประตู (Pickup Double Cab)
- มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี: อันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ (MPV)
- คะแนนคุณภาพ (Initial Quality Score): เกณฑ์การจัดอันดับจากจำนวนปัญหาที่พบต่อรถยนต์ 100 คัน (PP100)
-
- มิตซูบิชิ ไทรทัน ดับเบิ้ล แค็บ พลัส: คะแนนคุณภาพ 169 PP100
- มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ เอชอีวี: คะแนนคุณภาพ 167 PP100
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ยกระดับศักยภาพเยาวชนไทย สนับสนุนทุนการศึกษาครอบคลุม 4 ภูมิภาคทั่วประเทศ ภายใต้โครงการ “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน”
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ยึดมั่นในเจตนารมณ์ในการส่งเสริมและพัฒนาเยาวชนไทย ขยายโอกาสทางการศึกษาและยกระดับคุณภาพชีวิต ผ่านการมอบทุนการศึกษาภายใต้โครงการ “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ครอบคลุมการสนับสนุนเยาวชน ทั้ง 4 ภูมิภาคทั่วประเทศไทยกว่า 3 ทศวรรษ รวมทั้งสิ้น 20,662 ทุน คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 212 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมเยาวชนที่มีผลการเรียนดีและความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับโอกาสเข้าถึงการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น อันจะเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาประเทศสู่อนาคตอย่างยั่งยืนต่อไป
การมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยที่ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง โดยตระหนักว่าการพัฒนาทรัพยากรบุคคลผ่านการศึกษาเป็นรากฐานสำคัญในการเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และศักยภาพของเยาวชน ให้พร้อมก้าวสู่การเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต มูลนิธิฯ จึงให้การสนับสนุนโครงการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลากว่า 34 ปีครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาค ทั่วประเทศแก่เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์
โดยในปี 2568 มูลนิธิฯ ได้สนับสนุนทุนการศึกษา จำนวน 686 ทุน คิดเป็นมูลค่ารวม 11,249,000 บาท ตามรายละเอียดดังนี้
ทุนสนับสนุนด้านการศึกษา 4 ภาค
ภาคเหนือ
- มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จำนวน 302 ทุน มูลค่า 2,835,000 บาท
- มหาวิทยาลัยแม่โจ้ จำนวน 10 ทุน มูลค่า 300,000 บาท
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มหาวิทยาลัยขอนแก่น จำนวน 135 ทุน มูลค่า 3,864,000 บาท
ภาคตะวันออก
- มหาวิทยาลัยบูรพา จำนวน 54 ทุน มูลค่า 1,540,000 บาท
ภาคใต้
- มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จำนวน 105 ทุน มูลค่า 1,110,000 บาท
ทุนอาชีวศึกษา 4 ภาค จำนวน 80 ทุน มูลค่า 1,600,000 บาท
มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องโดยยึดมั่นเจตนารมณ์ในการพัฒนาและยกระดับคุณภาพชีวิตของสังคมไทยให้เติบโตไปด้วยกัน ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ผ่านการให้ในทุกมิติ ได้แก่
- ให้…การศึกษาที่ยั่งยืน โดยการส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชน ในทุกระดับชั้น ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา
- ให้…สุขภาพที่ยั่งยืน ผ่านการสนับสนุนการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ในพื้นที่ห่างไกลโดยร่วมกับองค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์
- ให้…ความเป็นอยู่ที่ยั่งยืน ด้วยการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และคนพิการ
- ให้…ภูมิปัญญาที่ยั่งยืน โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ของโตโยต้า อาทิ การจัดการเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ทั้งหมดนี้เป็นพันธกิจสำคัญของโตโยต้า ในการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) อย่างต่อเนื่อง
-
News Car1 Min Read
GWM เตรียมส่ง GWM ORA 5 SUV บุกตลาดไทยต่อจากประเทศจีน มีนาคมนี้! จัดเต็มทุกมิติกับแพลตฟอร์มใหม่ล่าสุด เทคโนโลยีสุดล้ำ และระบบปฏิบัติการ Coffee OS 3.0
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM เตรียมเขย่าตลาดรถยนต์ไทยอีกครั้งด้วยการประกาศความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับการเตรียมเปิดตัว GWM ORA 5 SUV รถยนต์เอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดของแบรนด์ออกสู่ตลาดในเดือนมีนาคม 2569 นี้ โดยประเทศไทยถือเป็นประเทศที่สองของโลกต่อจากประเทศจีน และเป็นประเทศแรกของโลกในตลาดต่างประเทศที่ GWM จะเปิดตัวรถยนต์รุ่นสำคัญรุ่นนี้ สะท้อนความสำคัญของประเทศไทยในฐานะตลาดยุทธศาสตร์หลักของ GWM ในภูมิภาคอาเซียนและระดับโลก
GWM ORA 5 SUV พร้อมต่อยอดความสำเร็จจาก GWM ORA Good Cat สู่บทบาทใหม่ของความคล่องตัวและความมั่นใจในการใช้งานที่มากยิ่งขึ้นในรูปแบบรถยนต์ SUV พร้อมถ่ายทอดดีไซน์ใหม่ที่สะท้อนความแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยว และทันสมัย ควบคู่กับเอกลักษณ์เรโทรอันโดดเด่นของตระกูล ORA มิติตัวถังที่ใหญ่ขึ้นสามารถรองรับการใช้งานที่หลากหลาย เพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง พร้อมยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สนุกในทุกวันและทุกเส้นทาง ทั้งในเมืองและนอกเมือง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาด SUV ในประเทศไทยอย่างเต็มรูปแบบ
GWM ORA 5 SUV ถือเป็นรถยนต์รุ่นสำคัญระดับโลกที่ GWM วางแผนแนะนำออกสู่ตลาดสำคัญ ๆ ทั่วโลก ถูกพัฒนาภายใต้แนวคิด “Born Global” ผ่านกระบวนการพัฒนาในระดับโลก เพื่อให้สามารถตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคในหลากหลายประเทศ สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการสร้างสรรค์ยานยนต์ยุคใหม่ที่พร้อมแข่งขันบนเวทีโลก ซึ่ง GWM ORA 5 SUV ให้ความสำคัญกับการสร้างความมั่นใจให้ผู้ใช้งาน ผ่านมาตรฐาน “GWM Global Quality” ตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่การออกแบบ งานวิศวกรรม เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง เพื่อสร้างสรรค์รถยนต์คุณภาพระดับโลก
GWM ORA 5 SUV ยังมาพร้อม GWM ONE Platform แพลตฟอร์มใหม่ล่าสุดในระดับโลกของ GWM ที่ถูกพัฒนาขึ้นให้สามารถรองรับระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย ภายใต้กลยุทธ์ Multi-powertrain ทั้งระบบไฮบริด (HEV) ปลั๊กอิน-ไฮบริด (PHEV) ระบบแบตเตอรี่ไฟฟ้า 100% (BEV) ระบบเซลล์เชื้อเพลิง (FCEV) และเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ตอบโจทย์ความต้องการด้านการใช้งานที่หลากหลายในอนาคต สะท้อนวิสัยทัศน์ของ GWM ในการยกระดับโครงสร้างยานยนต์ให้มีความยืดหยุ่น พร้อมต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ระดับโลกในระยะยาว
ในด้านประสบการณ์การใช้งาน GWM ORA 5 SUV มาพร้อม Coffee OS 3.0 ระบบปฏิบัติการอันล้ำสมัย ที่จะอยู่ในรถยนต์ระดับพรีเมียมของ GWM เท่านั้น มอบการตอบสนองฉับไว ถูกต้อง แม่นยำ ยกระดับการเชื่อมต่อประสบการณ์การขับขี่ ความบันเทิง ความสะดวกสบาย และการใช้งานภายในห้องโดยสารให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
เตรียมพบกับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ GWM ORA 5 SUV รถยนต์ใหม่รุ่นแรกสุดของ GWM ในปี 2569 ในเดือนมีนาคมนี้ พร้อมสร้างแรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ให้ตลาดรถยนต์ในประเทศไทย นับเป็นการเดินหน้าครั้งสำคัญของรถยนต์ในตระกูล GWM ORA ในการต่อยอดความสำเร็จจาก GWM ORA Good Cat รถยนต์ไฟฟ้าขวัญใจชาวไทย สู่รถยนต์ SUV ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงของคนเมืองยุคใหม่ได้มากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #ORA5 #ORA
-
ฟิกซ์ฟิต “พีสี่เก้า งามวงศ์วาน” เปิดให้บริการแล้ว
คุณอัญญา พลอยกิติกูล รักษาการผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย พร้อมด้วยพันธมิตรทางธุรกิจ ร่วมแสดงความยินดีและเปิดศูนย์บริการฟิกซ์ฟิต สาขา “พีสี่เก้า งามวงศ์วาน” อย่างเป็นทางการ โดยสาขาตั้งอยู่บน ถนนงามวงศ์วาน ติดปั้ม ปตท. โออาร์ งามวงศ์วาน 47 เดินทางสะดวก รองรับลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ – นนทบุรี และโซนใกล้เคียง ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการยกระดับบริการหลังการขายให้ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569
ศูนย์บริการ FIX FIT (ฟิกซ์ฟิต) ศูนย์บริการทางเลือกใหม่ที่ตอบโจทย์ลูกค้ารถยนต์ทุกยี่ห้อ โดยเฉพาะรถที่หมดระยะรับประกันที่ต้องการ บริการคุณภาพที่มีมาตรฐาน เชื่อถือได้ ในราคาที่คุ้มค่า พร้อมความสะดวกใกล้บ้าน ภายใต้การสนับสนุนจาก โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย เดินหน้าขยายเครือข่ายศูนย์บริการคุณภาพ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการแล้วกับ “ฟิกซ์ฟิต สาขาพีสี่เก้า งามวงศ์วาน” ศูนย์บริการทางเลือกคุณภาพมาตรฐานใหม่ ใจกลางงามวงศ์วาน พร้อมดูแลรถยนต์ทุกยี่ห้อ ด้วยความพร้อมในด้านต่างๆ ภายใต้แนวคิด “Easy & Quality Service – บริการง่าย มาตรฐานคุณภาพที่มั่นใจได้”
- เครื่องมือและอุปกรณ์ทันสมัย
- ทีมช่างผู้ชำนาญงาน
- อะไหล่ทางเลือกคุณภาพหลากหลายแบรนด์
- บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร เช่น น้ำมันเครื่อง แบตเตอรี่ ยาง เบรก ช่วงล่าง
และงานซ่อมทั่วไป
- บริการบำรุงซ่อมแอร์รถยนต์ครบวงจร
โปรโมชันพิเศษ
ลูกค้าสามารถรับสิทธิประโยชน์ อาทิ
✅ ส่วนลดยาง 10% หรือ ยาง 3 แถม 1 (สำหรับรุ่นที่กำหนด)
✅ ส่วนลดอะไหล่และเคมีภัณฑ์ สูงสุด 25%
✅ ผ่อนชำระ 0% นานสุด 10 เดือนวันและเวลาที่เปิดให้บริการ : วันจันทร์ – เสาร์ เวลา 8.30 – 17.30 น.
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
o โทร 02-000-7619, 095-402-4711
o Line OA : @fixfitp49
o Facebook page : Fixfit P49 งามวงศ์วาน
Google maps : https://maps.app.goo.gl/cNjq9oK55CAPxGtY8
-
News Car1 Min Read
PTG ร่วมยินดีความสำเร็จในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการ PT MAXNITRON RACING SERIES ประจำปี 2568 ในงาน “PTRS Champions Day 2025” ฉลองชัยนักแข่งคว้าถ้วยพระราชทานฯ หลังจบศึกใหญ่ระดับประเทศ
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ในฐานะผู้สนับสนุนหลักรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025” ร่วมแสดงความยินดีกับ บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด ผู้จัดกิจกรรมฯ ในพิธีมอบรางวัลประจำปี 2568 เพื่อมอบรางวัลเกียรติยศ และพิธีอัญเชิญถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี แก่สุดยอดแชมป์ประจำปี ณ เรือสวัสดี เจ้าพระยา (Sawasdee Chaophraya Cruise) พร้อมตอกย้ำเจตนารมณ์ในการยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่มาตรฐานสากล เมื่อเร็ว ๆ นี้
รายการ PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 ได้ปิดฉากฤดูกาลอย่างยิ่งใหญ่ รวม 3 สนาม 7 เรซ ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ และสนามพีที สงขลา กรังด์ปรีซ์ ซึ่งได้รับการรับรองโดยราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (ร.ย.ส.ท.) โดยความสำเร็จในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ช่วยยกระดับทักษะนักแข่งไทยสู่มาตรฐานสากล แต่ยังเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเชิงกีฬาของประเทศอย่างยั่งยืน และเพื่อเชิดชูเกียรติและฉลองชัยชนะให้แก่ยอดนักขับที่สร้างผลงานอันโดดเด่นตลอดทั้งปี บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด จึงได้พิธีมอบรางวัลประจำปีขึ้น โดยมีไฮไลท์สูงสุดคือ พิธีมอบถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ให้แก่ผู้ชนะเลิศที่มีคะแนนสะสมรวมสูงสุดในรุ่นที่กำหนด โดยมีรายนามผู้ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน ประจำปี 2025 มีดังนี้
รุ่น SIAM GT PRO (Class 1 & Class 2) :
คุณพรรณภัทร พรรณทรัพย์ (หมายเลข 32) ทีม R-Addict NTX team
รุ่น SIAM GROUP A OVERALL:
คุณชนัญชิชา ธนัฐิธาดากุล (หมายเลข 65) ทีม Insane Motorsport by Zic
รุ่น SIAM GROUP N:
คุณวงศพัทธ์ เกตุศิริ (หมายเลข 62) ทีม Idemitsu Racing Team Thailand by AP x BKC
บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ในฐานะ “แบรนด์ของคนไทย เพื่อคนไทย” มีความยินดีและภาคภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้เป็นที่รู้จักในเวทีโลก และขอแสดงความยินดีต่อความสำเร็จของคณะผู้จัดการแข่งขัน รวมถึงนักแข่งทุกท่านที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติในครั้งนี้ โดย PTG ยังคงมุ่งมั่นสนับสนุนกิจกรรมที่จะสร้างความความสุขและยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในทุกมิติอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
ขอเชิญลูกค้าที่สนใจรถ GR Yaris และ GR Corolla เปิดประสบการณ์สุด Exclusive กับกิจกรรมทดลองขับครั้งแรกของปี กับ GR Driving Experience
Toyota GAZOO Racing เปิดฉากปี 2569 กับกิจกรรม “GR Driving Experience” ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ตจากสนามแข่งสู่การใช้งานจริง ผ่านการทดสอบสมรรถนะของ Toyota GR Yaris และ Toyota GR Corolla รถยนต์สมรรถนะสูงในกลุ่ม GR Performance Model ในวันที่ 7 และ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ณ Toyota ALIVE บางนา
ภายในกิจกรรม ลูกค้าจะได้สัมผัสสมรรถนะการขับขี่ผ่านสถานีทดสอบที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ เพื่อดึงศักยภาพของรถได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด ของเครื่องยนต์เบนซินเทอร์โบ ผสานการทำงานกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ GR-FOUR และเกียร์อัตโนมัติ 8-speed Gazoo Racing Direct Automatic Transmission (GR-DAT) ที่ตอบสนองรวดเร็ว มอบอัตราเร่งที่เร้าใจและการควบคุมที่แม่นยำในทุกย่านความเร็ว
ไฮไลต์ของการทดสอบประกอบด้วย การเร่งและการแซงที่ฉับไว การหยุดรถอย่างมั่นใจด้วยระบบเบรกสมรรถนะสูงจาก GR รวมถึงการทดสอบความคล่องตัวและการควบคุมบนพื้นผิวเปียกลื่น ที่สะท้อนถึงสมรรถนะและความปลอดภัยในทุกสถานการณ์การขับขี่
นอกเหนือจากประสบการณ์การขับขี่ Toyota และ GR Garage เปิดโอกาสพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องการเป็นเจ้าของรถ GR Yaris และ GR Corolla จำนวนจำกัดและบางสีเท่านั้น พร้อมส่งมอบและรับเงื่อนไขสุดพิเศษตลอดเดือนกุมภาพันธ์ ติดต่อสอบถามและเป็นเจ้าของได้ที่ GR Garage ทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ
กรุงเทพฯและภาคกลาง
- GR Garage Krungthai (บริษัท โตโยต้า กรุงไทย จำกัด)
- GR Garage K.Motors (บริษัท โตโยต้า เค.มอเตอร์ส ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
- GR Garage Thonburi (บริษัท โตโยต้า ธนบุรี จำกัด)
ภาคเหนือ
GR Garage Rich (บริษัท โตโยต้าริช จำกัด)
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
GR Garage Khonkaen (บริษัท โตโยต้าขอนแก่น ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
ภาคใต้
GR Garage Pearl (บริษัท โตโยต้าเพิร์ล ผู้จำหน่ายโตโยต้า จำกัด)
อีกหนึ่งรุ่นไฮไลต์ที่สำคัญ GR 86 โควต้าคันสุดท้าย ที่เปิดให้จองภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ โดยสามารถเลือกสีที่ต้องการได้ พร้อมกำหนดส่งมอบภายในเดือนมิถุนายน ตอบโจทย์ผู้ที่มองหารถสปอร์ตขับสนุกที่ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบ Pure Performance
กิจกรรม GR Driving Experience ในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ตอกย้ำว่า รถยนต์ในกลุ่ม GR Performance Model ไม่ได้เป็นเพียงรถสปอร์ตสมรรถนะสูง แต่คือการส่งต่อ DNA มอเตอร์สปอร์ตสู่ลูกค้าที่ต้องการประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่าง ที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถ GR เป็นมากกว่าการขับขี่ แต่คือการเป็นส่วนหนึ่งของโลกมอเตอร์สปอร์ตอย่างแท้จริง พร้อมไลฟ์สไตล์ คอมมูนิตี้ และกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะลูกค้าที่ซื้อรถจาก Toyota Motor Thailand ผ่านทาง GR Garage 6 แห่งทั่วประเทศ เท่านั้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้า ผนึกกำลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย มุ่งส่งเสริมการเดินทางหลากหลายรูปแบบ ผ่านโครงการ “Happiness Pathway เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” มุ่งสู่เป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืน
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) พร้อมด้วยพันธมิตรจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและสื่อประชาสัมพันธ์ ร่วมขับเคลื่อนการท่องเที่ยวไทย ผ่านโครงการ “Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” มุ่งส่งเสริมการเดินทางท่องเที่ยวภาคกลางในหลากหลายรูปแบบ ภายใต้แนวคิด Multi-Pathway และการใช้ยานยนต์พลังงานทางเลือก เพื่อเชิญชวนกลุ่ม Active Senior ออกค้นหาความสุขบทใหม่ ในเมืองน่าเที่ยวของภาคกลาง เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 ณ โถงธนะรัชต์ อาคารการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย
โครงการ “Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” เป็นโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองน่าเที่ยวในภาคกลาง มุ่งเน้นกลุ่มนักท่องเที่ยว Gen X และ Active Senior (อายุ 50 ปี ขึ้นไป) เพื่อให้สอดรับกับโครงสร้างสังคมผู้สูงอายุ โดยมุ่งส่งมอบประสบการณ์แห่งความสุขที่เชื่อมโยงการเดินทาง การพักผ่อน และการค้นหาตัวตน ผ่านกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์ (Experiential Tourism) ที่เปิดโอกาสให้นักเดินทางมีส่วนร่วมกับแหล่งท่องเที่ยวอย่างลึกซึ้ง ทั้งการท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยววิถีชุมชน และกิจกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่ช่วยเติมพลังใจ เพิ่มคุณค่าประสบการณ์ชีวิต และสร้างความหมายใหม่ให้กับทุกการเดินทาง
บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มุ่งสนับสนุน โครงการ “Happiness Pathway เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” สร้างการเดินทางที่ตอบโจทย์ทั้งด้านความปลอดภัย และเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม นับเป็นการต่อยอดมาจาก “โครงการพัฒนาเมืองต้นแบบที่ยั่งยืนและปราศจากมลภาวะ” ซึ่งได้มีการลงนามความร่วมมือกับเมืองพัทยา โดยการดำเนินงานดังกล่าวนี้อยู่ภายใต้แนวคิด Multi-Pathway ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจที่สำคัญของโตโยต้าในการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ผ่านการจัดการกระบวนการผลิต เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Life Cycle Assessment) ควบคู่ไปกับการเตรียมความพร้อมในหลากหลายแนวทาง (Multi-Pathway)
ทั้งนี้ โตโยต้าได้สนับสนุนยานยนต์พลังงานทางเลือกพร้อมคนขับ ได้แก่ รถยนต์ไฟฟ้า (BEV) รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) เพื่อให้เหมาะสมกับลักษณะการเดินทางในแต่ละเส้นทาง พร้อมร่วมมือกับบริษัท อะครอส เอเชีย จำกัด ออกแบบเส้นทางท่องเที่ยวที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความสนใจที่หลากหลายของนักเดินทาง ครอบคลุม 5 จังหวัด ได้แก่
- จังหวัดราชบุรี (Dreams in clay)
- จังหวัดสุพรรณบุรี (Echoes of culture)
- จังหวัดนครปฐม (Whispers of nature)
- จังหวัดสระบุรี (Hidden gems near the city)
- จังหวัดสมุทรสงคราม (River of inspiration)
โครงการมีกำหนดจัดกิจกรรมท่องเที่ยวในช่วงเดือนมีนาคม 2569 โดยเริ่มต้นเส้นทางแรก จังหวัดนครปฐม – จังหวัดราชบุรี เพื่อเปิดประสบการณ์การเดินทางที่ผสมผสานธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน ควบคู่การถ่ายทอดแนวคิดการเดินทางอย่างยั่งยืนผ่านการใช้ยานยนต์พลังงานทางเลือกที่เหมาะสมกับเส้นทาง
โตโยต้าเชื่อมั่นว่าโครงการ “Happiness Pathway – เที่ยวภาคกลางบทใหม่ เติมไฟเติมฝัน” จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวภาคกลางให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ รองรับนักท่องเที่ยวทุกช่วงวัย พร้อมสร้างประสบการณ์การเดินทางที่น่าประทับใจ ภายใต้แนวคิด Multi-Pathway และการใช้เทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) อย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
OMODA & JAECOO ประกาศความมุ่งมั่นตอกย้ำความเป็น No.1 รถยนต์ที่ครองใจชาวไทยอย่างต่อเนื่องในปี 2569
OMODA & JAECOO ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม เฉลิมฉลองความสำเร็จส่งท้ายปี 2568 ด้วยสถิติยอดขายทะลุ 18,000 คัน พร้อมสร้างสถิติยอดจดทะเบียนอันดับ 1 ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าเป็นเวลา 2 เดือนซ้อน ยังคงกระแสแรงอย่างต่อเนื่องด้วยการติดอันดับ Top 3 แบรนด์ที่ถูกค้นหาออนไลน์สูงสุดต่อเนื่องตั้งแต่ต้นปี 2568 และ JAECOO 5 EV ยังครองอันดับ 1 SUV ที่มียอดจดทะเบียนสูงที่สุดในเดือนมกราคม 2569 อีกด้วย ตอกย้ำความเชื่อมั่นและการยอมรับจากลูกค้าชาวไทย ทำให้ OMODA & JAECOO กลายเป็นแบรนด์อันดับ 1 ที่ลูกค้าไว้วางใจ สะท้อนถึงการเป็นแบรนด์ที่ครองพื้นที่ในใจผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างรวดเร็วและเหนียวแน่น
วิสัยทัศน์ 2569 “Future-Ready Innovation” ก้าวสู่ผู้นำ Smart EV Lifestyle ของคนรุ่นใหม่
จากความสำเร็จในฐานะแบรนด์ที่เติบโต OMODA & JAECOO พร้อมขับเคลื่อนสู่อนาคต และยกระดับเป้าหมายในปี 2569 พร้อมมุ่งเน้นสร้างสรรค์นวัตกรรมผ่านเทคโนโลยีและงานดีไซน์ที่ยั่งยืน เพื่อก้าวขึ้นแท่นการเป็นผู้นำ ยานยนต์พลังงานใหม่ ที่ตอบโจทย์อินไซต์และเข้าถึงไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างแท้จริง
ในปี 2569 บริษัท OMODA & JAECOO เตรียมยกระดับมาตรฐานยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV) เพื่อตอบโจทย์ตลาดไทยในทุกมิติตั้งแต่การเสริมทัพด้วยรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดประสิทธิภาพสูง ทั้งระบบ REEV (Range-Extended) ที่จะเข้ามาเสริมทัพในปีนี้และ SHS (Super Hybrid System) ที่มอบระยะการเดินทางรวมยาวนานขึ้น ทลายขีดจำกัดสำหรับการเดินทางระยะไกล ตอบโจทย์ผู้ใช้ที่ต้องการความยืดหยุ่นและความเป็นอิสระในการเลือกพลังงาน ครอบคลุมทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ NEV เพื่อให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่หลากหลายและตรงใจมากยิ่งขึ้น
นอกจากนี้บริษัท OMODA & JAECOO ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาดีไซน์และเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด และพร้อมมุ่งมั่นสู่ความยั่งยืนด้วยการลดการปล่อยคาร์บอนโดยการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100% และรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
การบริการหลังการขายคือกลยุทธ์สำคัญที่ทางบริษัท OMODA & JAECOO ให้ความสำคัญ และพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่นและมั่นใจในทุกขั้นตอนของการรับประกัน ตั้งแต่การรับประกันคุณภาพรถใหม่สูงสุด 8 ปี หรือ 200,000 กิโลเมตร สำหรับ, JAECOO 6 EV, JAECOO 7 SHS, JAECOO 5 EV และJAECOO 6T EV นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังยกระดับคุณภาพของศูนย์บริการโดยการฝึกอบรมพนักงานให้มีความเชี่ยวชาญและมีมาตรฐานสูงสุด พร้อมการบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง ของ OMODA & JAECOO ผ่านศูนย์ Call Center ครอบคลุมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินข้างทาง บริการซ่อมบำรุงเคลื่อนที่ บริการรับ-ส่งรถยนต์ บริการรถยืมชั่วคราว และบริการพิเศษอื่น ๆ เพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ลูกค้า และมุ่งเน้นพัฒนาปรับปรุงระบบการจัดการด้านอะไหล่ให้มีการส่งมอบที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
กลยุทธ์การขยายตลาด มุ่งสู่ Top 3 ผู้นำยานยนต์ไฟฟ้าในไทย
OMODA & JAECOO ประกาศเป้าหมายเชิงรุกในปี 2569 ด้วยการตั้งเป้ายอดจำหน่ายรวมที่ 26,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นมากกว่า 40% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พร้อมปักธงก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ระดับ Top 3 ในประเทศไทยอย่างเต็มตัว โดยมีกลยุทธ์ขับเคลื่อนสำคัญ ในการขยายครือข่ายผู้จำหน่าย ตั้งเป้าหมายให้ถึง 100 แห่งภายในปี 2569 ตอกย้ำความสำเร็จของบริษัทในการขยายตัวของตลาดและความสามารถของเครือข่ายผู้จำหน่ายในการสนับสนุนการเติบโต การกระจายตัวของผู้จำหน่ายใหม่จะครอบคลุมทั่วทุกภาคของประเทศไทย ช่วยให้ลูกค้าในแต่ละภูมิภาคสามารถเข้าถึงบริการและผลิตภัณฑ์ของ OMODA & JAECOO ได้อย่างสะดวก
การสร้างแบรนด์และไลฟ์สไตล์ สะท้อนตัวตนผ่านคอมมูนิตี้ ในปี 2569 OMODA & JAECOO มุ่งเน้นการสร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่งผ่านการรวมกลุ่มผู้ใช้ที่มีไลฟ์สไตล์เดียวกันปักธงฐานะ “แบรนด์สำหรับคนรุ่นใหม่ที่ชัดเจนในรสนิยมและเป็นตัวของตัวเอง” เน้นการเลือกสิ่งที่ใช่มากกว่าการตามกระแส เพื่อสร้างความแตกต่างและตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง
OMODA & JAECOO ตอกย้ำกลยุทธ์ในปี 2569 พร้อมมุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ส่งมอบประสบการณ์ที่ตรงใจตอบโจทย์คนยุคใหม่ ขยายการเข้าถึงผู้จำหน่ายทั้งด้านการตลาดและการบริการ ให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับมาตรฐานของแบรนด์อย่างแท้จริง
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
มาแล้ว! Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ รถ 7 ที่นั่งสำหรับครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ รุ่นฮิตส่งตรงจากญี่ปุ่น เปิดจำหน่ายด้วยราคา 1.78 ล้านบาท พร้อมทยอยส่งมอบทั่วประเทศ
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศราคาและเปิดจำหน่าย ‘Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่’ อย่างเป็นทางการ รถครอบครัว 7 ที่นั่งรุ่นยอดนิยมผลิตและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น วางจำหน่ายในราคา 1,780,000 บาท หลังจากจัดแสดงและเปิดให้จองสิทธิ์เป็นเจ้าของก่อนใครในงาน Motor Expo 2025 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งได้รับกระแสตอบรับดีเยี่ยมด้วยยอดจองสิทธิ์ล่วงหน้ากว่า 800 สิทธิ์ ตอกย้ำการเป็นรถ MUV สไตล์ Box Shape ที่พร้อมตอบโจทย์ Active Lifestyle ของกลุ่มครอบครัว Multi-gen ยุคใหม่ ด้วยสมรรถนะการขับขี่ของระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่ทั้งแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมด้วยฟังก์ชันเพื่อการใช้งานที่ครบครัน ทั้งหมดนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ที่เติมเต็มไลน์อัปรถยนต์ของฮอนด้าให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์ เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้นด้วยข้อเสนอพิเศษดอกเบี้ยเริ่มต้น 1.39%* ฟรีประกันภัย 1 ปี พร้อมฟรี Honda Ultimate Care และรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมทยอยส่งมอบลูกค้าทั่วประเทศตั้งแต่วันนี้ เพื่อให้ทุกครอบครัวได้สัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เต็มไปด้วยความสุขและคุณค่ามากยิ่งขึ้น New Honda STEP WGN e:HEV SPADA WHAT BRINGS US ‘HAPPIER’ …ยิ่งมากคน ยิ่งมากความสุข
Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงกล่องที่กว้างขวาง โปร่งโล่ง พร้อมพื้นที่ภายในที่ออกแบบเพื่อการใช้งานสูงสุด มาพร้อมเบาะนั่ง 3 แถว โดยมีไฮไลต์เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman และเบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ ปรับเลื่อนและจัดรูปแบบการจัดที่นั่งได้อย่างหลากหลายตามการใช้งานสูงสุดถึง 15 รูปแบบ ครบครันด้วยฟังก์ชันอำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัย รวมทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มอบความมั่นใจในทุกการเดินทางสำหรับทุกคนในครอบครัว
ตอกย้ำความเชื่อมั่นด้วยมาตรฐานการผลิต ‘Japanese Quality’ ผสานด้วยบริการหลังการขายผ่านเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 221 แห่งทั่วประเทศ รองรับการดูแลหลังการขายอย่างทั่วถึง เพื่อมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าที่อุ่นใจและไว้วางใจได้ตลอดอายุการใช้งาน
พิเศษ! รับ Exclusive Deal สำหรับ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่
เมื่อจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569
- ดอกเบี้ย 39%* สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) หรือดอกเบี้ย 1.69%* สำหรับลูกค้าทั่วไป
- ฟรีประกันภัย 1 ปี
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
หรือเลือกรับโปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
- ค่างวดเริ่มต้นเพียงเดือนละ 14,406 บาท หรือเลือกดาวน์ต่ำเพียง 10%
- ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
เพิ่มเติม! สำหรับลูกค้าที่จองสิทธิ์ล่วงหน้า ระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 สามารถทำการจองอย่างเป็นทางการได้ตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 จะได้รับเพิ่ม
- ฟรี! บัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท
- ฟรี! กล้องติดรถยนต์หน้า-หลัง อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA ใหม่ ได้ทาง www.honda.co.th/stepwgnehev และสัมผัสได้ที่โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้า
ทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์: honda.co.th
- Facebook Official Account: Honda Thailand
- LINE Official Account: @honda-thailand
ไฮไลต์ข้อมูลผลิตภัณฑ์ New Honda STEP WGN e:HEV SPADA
WHAT BRINGS US ‘HAPPIER’ …ยิ่งมากคน ยิ่งมากความสุข
▸การออกแบบภายนอก
- กระจังหน้าโครเมียม
- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้าพับเก็บอัตโนมัติ พร้อมไฟเลี้ยว
- ไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED
- ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ
- ไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED
- ไฟเลี้ยวแบบ LED Sequential ด้านหน้า
- ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED
- สปอยเลอร์หลัง สีเดียวกับตัวรถ
- ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
- ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
- ระบบปัดน้ำฝนด้านหน้าแบบหน่วงเวลา พร้อมระบบปัดน้ำฝนด้านหลัง
▸การออกแบบภายในและฟังก์ชันการใช้งานเพื่อความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
- ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ Tri-Zone
- ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
- ระบบแสดงระดับฝุ่น PM 2.5 ภายในห้องโดยสาร
- ช่องปรับอากาศสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3
- ระบบควบคุมประตูแบบอัจฉริยะ (Honda Smart Key System)
- ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch ขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
- ช่องเชื่อมต่อ USB 6 ตำแหน่ง (ด้านหน้า Type-C 1 ตำแหน่ง และ Type-A 1 ตำแหน่ง / ด้านหลัง Type-C 4 ตำแหน่ง)
- ที่วางแก้วน้ำ 15 ตำแหน่ง
- ม่านบังแดดกระจกข้างแถว 2
▸ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด Honda e:HEV – THE EXCITING HYBRID
- ผสานการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ในระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT กับเครื่องยนต์ขนาด 0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง มอบความสมูทในทุกการขับขี่
- มั่นใจไม่ต้องรอรอบในทุกการออกตัว กับแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที
- ให้อัตราการประหยัดน้ำมันสูงถึง 5 กม./ลิตร**
▸เทคโนโลยีความปลอดภัยและเทคโนโลยีการขับขี่
- เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING มาพร้อม 5 ฟังก์ชันการทำงานหลัก
- ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์
คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF) - ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning : RDM with LDW)
- เซนเซอร์กะระยะ 8 จุด (หน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด)
- ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
- ระบบช่วยชะลอความเร็วรถที่พวงมาลัย (Deceleration Paddle Selectors)
- ระบบเกียร์ไฟฟ้าเเบบสวิตซ์
- ปุ่ม ECON
- มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 2 นิ้ว
- ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake: EPB) และระบบ Auto Brake Hold
- กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ
- ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
▸สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี พร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ
- สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
- สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก)
- สีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 10,000 บาท
- สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 14,000 บาท
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
NEW GWM TANK 500 DIESEL ทางเลือกใหม่พลิกตลาด PPV ในไทย ยกระดับมาตรฐานใหม่ของความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความคุ้มค่า
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ท่ามกลางการแข่งขันของตลาดรถยนต์ PPV ในประเทศไทย NEW GWM TANK 500 DIESEL ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง เนื่องด้วยเป็นรถ PPV พรีเมียมขุมพลังดีเซล 7 ที่นั่ง ได้เข้ามาสร้างมาตรฐานใหม่และความแตกต่างให้ตลาด PPV ในไทยอย่างชัดเจน โดยสร้างทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภค “ให้มากกว่า” ภาพจำแบบเดิม ๆ และยังยกระดับรถ PPV ให้กลายเป็น Premium Lifestyle Vehicle ที่ผสานความสะดวกสบายแบบรถหรู เทคโนโลยีอัจฉริยะระดับสูง และสมรรถนะดีเซลที่ทรงพลัง ไว้ในคันเดียว ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมือง การเดินทางเพื่อธุรกิจ และการเดินทางของครอบครัวยุคใหม่
นิยามใหม่ของ “PPV พรีเมียมดีเซล” ที่แตกต่างอย่างแท้จริง
แม้จะเป็นรถที่มีโครงสร้างแข็งแกร่ง แต่ NEW GWM TANK 500 DIESEL กลับโดดเด่นด้านความนิ่งของการขับขี่และความสบายของผู้โดยสารโดยเฉพาะในเบาะแถวสอง ซึ่งถูกยกระดับเหนือมาตรฐานรถ PPV ทั่วไป สะท้อนการพัฒนาที่คำนึงถึงผู้ใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน รวมถึงสมรรถนะอันทรงพลังที่เจ้าของรถต่างชื่นชอบ ทั้งขุมพลังดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ที่มาพร้อมแรงม้าสูงสุด 184 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด ให้สมรรถนะที่ทรงพลังต่อเนื่อง ตอบสนองได้ทันใจ แต่ยังคงความนุ่มนวล เงียบ และประหยัด สร้างสมดุลระหว่างพละกำลัง ความสบาย และต้นทุนการใช้งานได้อย่างลงตัว
จุดเปลี่ยนของตลาด PPV เมื่อ “ความหรูหรา ความสบาย และเทคโนโลยีขั้นสูง” กลายเป็นมาตรฐานใหม่
- ห้องโดยสารพรีเมียมที่ยกระดับทั้งภาพลักษณ์และความสบายเหนือรถ PPV แบบเดิม
NEW GWM TANK 500 DIESEL สะท้อนการออกแบบที่ภูมิฐาน สง่างาม และเหนือระดับ โดดเด่นเหนือรถ PPV ในตลาดไทยด้วยความพรีเมียมทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนัง Nappa คุณภาพสูง พร้อมหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่ 14.6 นิ้ว ระบบไฟ Multi-color Ambient Lighting และระบบเครื่องเสียง Surround Sound พร้อมลำโพง 12 ตัว สร้างบรรยากาศพรีเมียมที่แตกต่างจากรถ PPV ในตลาดอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ยังมอบความสบายขั้นสูงด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางจากระยะฐานล้อยาว 2,850 มม. พื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังขนาดใหญ่สูงสุด 1,489 ลิตร เบาะหนัง Nappa สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า พร้อมระบบ Memory Seat, Welcome Seat, Massage Seat และระบบปรับดันหลัง เสริมความเงียบภายในห้องโดยสารด้วยกระจก Double Layer Laminated Glass และระบบ Active Noise Cancellation (ANC) รวมถึงระบบปรับอากาศแยกอิสระ ระบบกรองอากาศ N95 พร้อม Ionizer และม่านบังแดดผู้โดยสารด้านหลัง ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกลอย่างแท้จริง
- เทคโนโลยีอัจฉริยะที่ยกระดับประสบการณ์การใช้งานในทุกมิติ
NEW GWM TANK 500 DIESEL ตอกย้ำความเป็น “รถ PPV ยุคดิจิทัล” ด้วยระบบ Smart Dual Screen Interaction ระหว่างหน้าจอ Digital Cluster ขนาด 12.3 นิ้ว และหน้าจอสัมผัส 14.6 นิ้ว พร้อมจอแสดงผลการขับขี่บนกระจกหน้า Windshield Head-Up Display ช่วยให้ผู้ขับขี่รับข้อมูลได้อย่างชัดเจนโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน เสริมความสะดวกสบายด้วยระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟสูง 50 วัตต์ ระบบควบคุมรถจากทางไกลผ่าน GWM Application ระบบสั่งงานด้วยเสียง และกล้องแสดงภาพรอบคัน 540 องศา (รวมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ) นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ โหมดการขับขี่ถึง 8 รูปแบบ และระบบช่วยเหลือการขับขี่ออฟโรดขั้นสูง เช่น Off-road Cruise Control, TANK Turn และ Differential Lock หน้า–หลัง ทำให้ TANK 500 DIESEL เป็น PPV ที่อัจฉริยะครบเครื่องและพร้อมลุยในทุกสถานการณ์
- มาตรฐานความปลอดภัยที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นใจในทุกเส้นทาง
NEW GWM TANK 500 DIESEL ถูกพัฒนาบนโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง ทนทานต่อแรงยุบ แรงชน แรงบิด และแรงกระแทก เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูงแบบครบครัน ไม่ว่าจะเป็น All-speed Adaptive Cruise Control (ACC), Forward Collision Warning (FCW), Autonomous Emergency Braking (AEB), Emergency Lane Keeping (ELK), Rear Cross Traffic Alert & Brake (RCTA + RCTB) และระบบความปลอดภัยอื่น ๆ อีกมากมาย ทั้งหมดนี้ทำให้ TANK 500 DIESEL ไม่เพียงเป็นรถ PPV ที่โดดเด่นด้านสมรรถนะและความหรูหรา แต่ยังเป็นรถที่มอบความอุ่นใจและความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารในทุกการเดินทาง
ทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับ PPV
ด้วยการรวมความพรีเมียม ความสะดวกสบาย เทคโนโลยีอัจฉริยะ สมรรถนะและประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ดีเซล รวมต้นทุนการใช้งานที่คุ้มค่าเข้าไว้ด้วยกัน เสียงสะท้อนจากผู้ใช้งานจริงที่ชื่นชอบ NEW GWM TANK 500 DIESEL ว่าไม่ใช่เป็นเพียงรถ PPV ทางเลือกใหม่ แต่คือสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนผ่านตลาด PPV ไทยสู่ยุคใหม่ และเป็นคำตอบสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการมากกว่า “รถ PPV แบบเดิม ๆ” พร้อมการรับประกันเครื่องยนต์ดีเซลถึง 1,000,000 กิโลเมตร (8 ปี) สร้างความมั่นใจในการใช้งานในระยะยาว มอบความคุ้มค่าคุ้มราคา ในราคาเริ่มต้นเพียง 1.399 ล้านบาท
าง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
























































































































