• เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มั่นใจ เลือก Hilux Travo-e หนุนแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานรับมอบรถยนต์พลังงานทางเลือกจากโตโยต้า 17 คัน

    1 Min Read

    เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย มั่นใจ เลือก Hilux Travo-e หนุนแผนลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการดำเนินงานรับมอบรถยนต์พลังงานทางเลือกจากโตโยต้า 17 คัน

    มร. โนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ พร้อมด้วย นายศุภกร รัตนะวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมส่งมอบรถยนต์ Toyota Hilux Travo-e จำนวน 10 คัน และ Toyota Yaris ATIV HEV จำนวน 7 คัน ให้กับบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เมื่อวันที่ 1 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี นายสมบูรณ์ วศินชัชวาล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารและรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย นายพีระพัฒน์ ศรีสุคนธ์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) นายไตรรงค์ บุตรากาศ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท อาคเนย์ แคปปิตอล จำกัด ร่วมรับมอบรถยนต์ ณ.คลังสินค้า บางนา 2 โลจิสติกส์ พาร์ค

     

    บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ครบวงจรของประเทศไทย ขับเคลื่อนองค์กรสู่เป้าหมายด้านความยั่งยืนตามภายใต้กรอบ ESG (Environmental, Social and Governance) และมุ่งสู่การเป็นองค์กร Net Zero Carbon ซึ่งมีเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก Scope 1, 2 และ 3 ให้ได้ 42% ภายใน พ.ศ.2573 เทียบจากปีฐานหรือ พ.ศ. 2564 ซึ่งหนึ่งในแนวทางบรรลุเป้าหมายดังกล่าวคือ ทยอยเปลี่ยนยานพาหนะสำหรับใช้งานภายในองค์กรสู่รถยนต์พลังงานทางเลือก เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงานขององค์กรให้สอดคล้องกับแนวทางการพัฒนาอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดยล่าสุดได้รับมอบรถยนต์โตโยต้า จำนวน 17 คัน ประกอบด้วย Toyota Hilux Travo-e จำนวน 10 คัน และ Toyota Yaris ATIV HEV จำนวน 7 คัน ผ่านบริการเช่ารถจาก บริษัท อาคเนย์ แคปปิตอล จำกัด ผู้ให้บริการรถเช่ารายใหญ่ของประเทศไทย

    สำหรับ Toyota Hilux Travo-e เป็นความภาคภูมิใจของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นรถกระบะไฟฟ้า BEV 100% ที่ผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand) ด้วย Local content ในระดับสูง ได้รับการพัฒนาจากแนวคิด MULTI-PATHWAY ถูกคิดเพื่อรองรับความต้องการที่หลากหลาย ผ่านการมองอนาคตอย่างรอบด้าน เพื่อตอบโจทย์การใช้งานขององค์กรยุคใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์และการสร้างความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality)

    นอกจากนี้ยังมั่นใจกับเทคโนโลยี “DIAMOND GUARD” ที่ช่วยปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า ขณะที่ Toyota Yaris ATIV HEV มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริดที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ลดการใช้เชื้อเพลิง และลดการปล่อยมลพิษ เหมาะกับการใช้งานในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของบริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

    นอกจากตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว ผลิตภัณฑ์ของโตโยต้ายังตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว ด้วยปัจจัยด้านคุณภาพ ความทนทาน และความเชื่อถือได้ หรือ Quality, Durability and Reliability (QDR) พร้อมด้วยเครือข่ายศูนย์บริการที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ช่วยให้ลูกค้าเกิดความความมั่นใจในการใช้งาน และการดูแลรักษาตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอขอบคุณ บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ที่มอบความไว้วางใจ ในการเลือกใช้รถโตโยต้า  ความร่วมมือกันในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนภาคธุรกิจไทยสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน พร้อมสนับสนุนการใช้เทคโนโลยียานยนต์พลังงานทางเลือกเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และร่วมสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้กับสังคมไทย


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • “สรยท.” ประกาศรายชื่อยานยนต์ผ่านเกณฑ์รอบแรก THAILAND CAR, EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR 2026

    2 Min Read

    “สรยท.” ประกาศรายชื่อยานยนต์ผ่านเกณฑ์รอบแรก THAILAND CAR, EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR 2026 ชูมาตรฐานสากลในการคัดสรรรผ่านเกณฑ์ ประกอบด้วย THAILAND CAR OF THE YEAR จำนวน 6 คันTHAILAND EV OF THE YEAR จำนวน 21 คัน และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR จำนวน 6 คัน ก่อนจะส่งรายชื่อให้สมาชิกร่วมลงคะแนนเพื่อหารถเข้าสู่รอบสุดท้าย และร่วมทดสอบที่สนาม ATTRIC พร้อมดีเดย์มอบรางวัลใหญ่ 11 พฤศจิกายน 2569 นี้

    สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ประกาศรายชื่อรถยนต์, รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาคัดเลือกรอบแรก เพื่อเข้าชิงชัย 3 รางวัลใหญ่ระดับประเทศประจำปี 2569 อย่างเป็นทางการ ได้แก่ รางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2569 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2026) จำนวน 6 คัน, รางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมประจำปี 2569 (THAILAND EV OF THE YEAR 2026) จำนวน 21 คัน และรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2569 (THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2026) จำนวน 6 คัน

    สำหรับการคัดเลือกยานยนต์ในรอบแรกนี้ได้ดำเนินการอย่างรัดกุมภายใต้มาตรฐานสากล โดยคณะอนุกรรมการคัดเลือกรถประจำปี 2569 ประกอบด้วยสื่อมวลชนผู้มีประสบการณ์ในสายยานยนต์ ร่วมกันตรวจรับรองคุณสมบัติของยานยนต์แต่ละรุ่นอย่างถี่ถ้วนตามกรอบระเบียบที่กำหนด

    นายลิขิต น้าประเสริฐ นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) เปิดเผยว่า “นอกจากเกณฑ์ในการเปิดตัวที่กำหนดไว้ระหว่างวันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 30 กันยายน 2569 แล้ว ในปีนี้สมาคมฯ และคณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติเป็นเอกฉันท์ในการปรับปรุงกฎระเบียบ และข้อบังคับสำหรับการพิจารณารถเข้ารอบแรก โดยเปิดโอกาสให้รถยนต์ปรับโฉม (MINOR CHANGE) สามารถเข้าร่วมชิงชัยได้ร่วมกับรถโฉมใหม่ (MODEL CHANGE) พร้อมทั้งเพิ่มความเคร่งครัดในการพิจารณาอย่างเข้มงวด โดยกำหนดเกณฑ์สัดส่วนการปรับเปลี่ยนของรถยนต์สันดาป และรถยนต์ไฟฟ้าไว้ที่ 65% และรถจักรยานยนต์ที่ 55% จึงมั่นใจได้ว่า ยานยนต์รุ่นปรับโฉมที่ผ่านเข้ารอบ ได้รับการอัพเกรดทั้งระบบความปลอดภัย และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอย่างมีนัยสำคัญ และตรงตามเกณฑ์ใหม่ทุกประการ”

    ขณะเดียวกันสำหรับการส่งรายชื่อให้กับสมาชิกสามัญของสมาคมฯ ในการร่วมลงคะแนน เพื่อคัดเลือกรถเข้าสู่รอบสุดท้ายนั้น ในครั้งนี้จะเป็นปีแรกที่สมาคมฯ และคณะอนุกรรมการฯ ได้มีการพิจารณาจัดส่งให้เฉพาะสมาชิกที่เป็นผู้สื่อข่าวเท่านั้น ส่วนฝ่ายภาพและ/หรือทีมงานฝ่ายอื่นๆ จะไม่ได้ร่วมลงคะแนน ทั้งนี้เพื่อให้ผลการพิจารณามีความเป็นมาตรฐานยิ่งขึ้น

    สำหรับรายชื่อรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์รับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR 2026 จำนวน 6 คัน ประกอบด้วย CHERY TIGGO8 CSH PHEV. FORD RANGER SUPER DUTY, NISSAN KICKS E-POWER. GWM ORA5 HEV, TOYOTA LAND CRUISER FJ และ TOYOTA TRAVO OVERLAND PLUS 4×4 โดยจะพิจารณารถยนต์เข้ารอบจำนวน 5 คันตามกติกา

    รายชื่อรถยนต์ที่ผ่านเกณฑ์รับรางวัล THAILAND EV OF THE YEAR 2026 จำนวน 21 คัน ประกอบด้วย AVATR 07, BMW i5 eDrive40 M Sport, BMW iX3, BYD ATTO 1, BYD ATTO 2, CHANGAN NEVO Q05, CHERY Q, DENZA Z9 GT, HONDA e:N2, HONDA Super-ONE, ISUZU D-MAX EV, JAECOO 6T EV, LEPAS L6 EV, LEXUS ES 350e Premium, THE ALL-ELECTRIC MAZDA 6e, MERCEDES-BENZ CLA250+, MG IM5, MG URBAN, GWM ORA 5 EV, TOYOTA HILUX TRAVO-E และ VOLVO ES90 โดยจะพิจารณารถยนต์เข้ารอบจำนวน 11 คันตามกติกา

    รายชื่อรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์รับรางวัล THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2026 จำนวน 6 คันประกอบด้วย BMW R 12 G/S, HONDA CBR500R E-CLUTCH, HONDA NX500 E-CLUTCH, KAWASAKI Z900, YAMAHA AEROX SP และ YAMAHA FINN 2026 โดยจะพิจารณารถจักรยานยนต์เข้ารอบจำนวน 5 คันตามกติกา


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ไอคาร์ ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบ iCAUR V27 REEV ล็อตแรก 2,000 คัน เริ่มส่ง 1 ตุลาคม 2569 พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้า

    1 Min Read

    ไอคาร์ ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบ iCAUR V27 REEV ล็อตแรก 2,000 คัน เริ่มส่ง 1 ตุลาคม 2569 พร้อมยกระดับมาตรฐานการดูแลลูกค้า

    ไอคาร์ ประเทศไทย เดินหน้าส่งมอบ iCAUR V27 REEV รถยนต์รุ่นเรือธงของแบรนด์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี REEV (Range-Extended Electric Vehicle) โดยรถล็อตแรกจำนวนรวม 1,500 คัน ได้เดินทางถึงประเทศไทยแล้ว และอีก 500 คันมีกำหนดนำเข้าภายในเดือนตุลาคม 2569 ขณะที่ปัจจุบันมียอดลงทะเบียนจากลูกค้าสะสมแล้วมากกว่า 1,500 คัน สะท้อนถึงกระแสตอบรับและความสนใจจากผู้บริโภคชาวไทยที่มีต่อเทคโนโลยี REEV

    ล่าสุด ไอคาร์ ประเทศไทย ได้เริ่มส่งมอบ iCAUR V27 REEV อย่างเป็นทางการตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 และได้ส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรกแล้วจำนวน 100 ครอบครัว เพียง 3 วันหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ นับเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาสำคัญของแบรนด์ในการส่งมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นเรือธงสู่ลูกค้าชาวไทย พร้อมสะท้อนถึงความพร้อมของไอคาร์ ประเทศไทย ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ การส่งมอบ และการดูแลลูกค้า เพื่อสร้างความมั่นใจตั้งแต่วันแรกของการเป็นเจ้าของ

    มร. จิม ลี ผู้อำนวยการบริหารแบรนด์ เชอรี และไอคาร์ ประเทศไทย กล่าวว่า “การส่งมอบ iCAUR V27 REEV ถือเป็นก้าวสำคัญของไอคาร์ ประเทศไทย และเป็นจุดเริ่มต้นของประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์สำหรับลูกค้าชาวไทย การได้ส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ากลุ่มแรกจำนวน 100 ครอบครัว เพียง 3 วันหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าภาคภูมิใจ และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ลูกค้ามีต่อแบรนด์และเทคโนโลยี REEV เราให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในทุกมิติ ทั้งผลิตภัณฑ์ กระบวนการส่งมอบ และบริการหลังการขาย เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ที่เหนือระดับและการดูแลอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถ”

    การส่งมอบ iCAUR V27 REEV ในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของไอคาร์ ประเทศไทย ในการนำเสนอทางเลือกใหม่ของการเดินทางด้วยเทคโนโลยี REEV สู่ตลาดรถยนต์ไทย พร้อมเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งด้านเครือข่ายและการบริการ เพื่อรองรับการเติบโตของแบรนด์ในประเทศไทย โดย iCAUR ตั้งเป้าขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการรวม 25 แห่ง ครอบคลุมกรุงเทพฯ ปริมณฑล และหัวเมืองหลักในทุกภูมิภาคภายในสิ้นปี 2569 พร้อมกันนี้ ไอคาร์ ประเทศไทย ยังเดินหน้าเตรียมความพร้อมด้านอะไหล่ โดยตั้งเป้ารองรับอะไหล่มากกว่า 95% ภายในเดือนตุลาคม 2569 ควบคู่กับการยกระดับผู้จำหน่ายทั่วประเทศภายใต้มาตรฐานเดียวกัน และเตรียมทีมงานบริการหลังการขายให้พร้อมให้บริการอย่างเต็มรูปแบบ เพื่อสร้างความมั่นใจและมอบประสบการณ์การดูแลลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพในทุกพื้นที่

     

    iCAUR V27 REEV ผสานดีไซน์ “Classic Boxy” กับเทคโนโลยี REEV

    iCAUR V27 REEV มาพร้อมขุมพลัง REEV ภายใต้แนวคิด “Timeless in Motion” ขณะที่ห้องโดยสารนำเสนอคอนเซปต์ “Interstellar Cockpit” ที่เน้นความกว้างขวางและความอเนกประสงค์ เพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่หลากหลาย พร้อมพื้นที่เหนือศีรษะในดีไซน์ “Star Island” และหลังคากระจก Dual Skyview Roof

    ภายในห้องโดยสารยังโดดเด่นด้วยหน้าจอกลางขนาด 15.4 นิ้ว และระบบเสียง Pioneer พร้อมลำโพงสูงสุด 15 ตำแหน่ง รวมซับวูฟเฟอร์ โดยล่าสุด iCAUR V27 REEV ได้รับรางวัล Best Interior Design Award สาขา Premium Car จากเวที Torino Automotive Design Award 2026 (TADA 2026) สะท้อนถึงแนวทางการออกแบบที่ผสานความโดดเด่นด้านดีไซน์เข้ากับฟังก์ชันการใช้งาน รองรับทั้งการเดินทางในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกลได้อย่างยืดหยุ่น

    iCAUR V27 REEV มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย ได้แก่ 2WD PRIDE รุ่นเริ่มต้นที่มาพร้อมอุปกรณ์ครบครัน 2WD PRIME ที่เพิ่มความจุแบตเตอรี่และระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า และ 4WD PRESTIGE รุ่นสูงสุดที่มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ i-AWD และเทคโนโลยีสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด

    สำหรับสีภายนอก มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Deep Black, Classic Sand, Moonlight White และ Highland Green โดยรุ่น 2WD PRIDE มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ Deep Black และ Moonlight White ขณะที่ห้องโดยสารมาในโทน Shadow Black และสำหรับรุ่น 4WD PRESTIGE ที่มาพร้อมตัวถังสี Classic Sand สามารถเลือกห้องโดยสารสี Oak Brown เพิ่มความหรูหราและเอกลักษณ์เฉพาะตัว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า คว้าเหรียญเงิน “เวทีโลก” WorldSkills Shanghai 2026 ตอกย้ำความเป็นเลิศ พร้อมเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปี 2569

    1 Min Read

    ศิษย์เก่าวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า คว้าเหรียญเงิน “เวทีโลก” WorldSkills Shanghai 2026 ตอกย้ำความเป็นเลิศ พร้อมเปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ปี 2569

    วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า ประกาศความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่บนเวทีระดับสากล ร่วมแสดงความยินดีกับ นายปวเรศ โวหารลึก ศิษย์เก่าสาขาวิชาเทคนิคซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ รุ่นที่ 26 ในฐานะตัวแทนประเทศไทยผู้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ ด้วยการคว้า รางวัลเหรียญเงิน (Silver Medalist) ในสาขาเทคโนโลยีสีรถยนต์ จากการแข่งขันฝีมือแรงงานนานาชาติ ครั้งที่ 48 (WorldSkills Shanghai 2026) ณ National Exhibition and Convention Center (Shanghai) นครเซี่ยงไฮ้ สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22–27 กันยายน 2569 ที่ผ่านมา

    ความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจในครั้งนี้ สะท้อนถึงคุณภาพการเรียนการสอน ความมุ่งมั่น พากเพียร และทักษะฝีมืออันยอดเยี่ยมของนายปวเรศ ซึ่งทางวิทยาลัยฯ เชื่อมั่นว่าประสบการณ์ระดับโลกในครั้งนี้จะเป็นแรงผลักดันสำคัญให้นักศึกษาก้าวสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต และนับเป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจสูงสุดของวิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้าในการบ่มเพาะแรงงานไทยให้มีมาตรฐานสูงเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

    เพื่อต่อยอดความสำเร็จและสร้างบุคลากรยานยนต์รุ่นใหม่ป้อนสู่ตลาดโลก วิทยาลัยเทคโนโลยียานยนต์โตโยต้า อ.เมืองฉะเชิงเทรา ประกาศ เปิดรับสมัครนักศึกษาใหม่ ประจำปีการศึกษา 2570 (ตั้งแต่วันนี้ – 10 มิถุนายน 2570)  โดยเปิดรับสมัครในระดับ ปวช. และ ปวส. ดังนี้:

    • ระดับ ปวช.
    • สาขาวิชาช่างยนต์
    • ระดับ ปวส. (เปิดรับทั้งหมด 4 สาขาวิชา)
    • สาขาวิชาเทคนิคเครื่องกล
    • สาขาวิชาเทคนิคยานยนต์ไฟฟ้า
    • สาขาวิชาเทคโนโลยีอุตสาหกรรมตัวถังและสีรถยนต์ (สาขาวิชาเดียวกับที่คว้าเหรียญเงินระดับโลก)
    • สาขาวิชาการจัดการธุรกิจงานบริการยานยนต์

    สำหรับผู้ที่สนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่สร้างแรงงานไทยสู่มาตรฐานสากล สามารถสมัครเรียนได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 10 มิถุนายน 2570 ที่เว็บไซค์ www.toyotacollege.ac.th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่:

    • อ.ทวีศักดิ์ ประนอมมิตร โทร. 086-323-7683
    • อ.วัชรีภรณ์ พงษ์ไชย โทร. 086-323-7684

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ส่งโปรคุ้มรับเดือนตุลาคม “Honda โปรเฮ้ย! #ตกใจหมดมาซื้อรถเค้าเลย” ออกรถใกล้บ้าน รับสิทธิพิเศษเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท หรือ Honda Ultimate Care พร้อมแคมเปญ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ” เพิ่มเติมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าผู้ประสบอุทกภัย เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 31 ต.ค. 2569

    1 Min Read

    ฮอนด้า ส่งโปรคุ้มรับเดือนตุลาคม “Honda โปรเฮ้ย! #ตกใจหมดมาซื้อรถเค้าเลย” ออกรถใกล้บ้าน รับสิทธิพิเศษเพิ่มสูงสุด 10,000 บาท หรือ Honda Ultimate Care พร้อมแคมเปญ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ” เพิ่มเติมสิทธิพิเศษแก่ลูกค้าผู้ประสบอุทกภัย เมื่อจองตั้งแต่ 1 – 31 ต.ค. 2569

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบความคุ้มค่ารับเดือนตุลาคมกับแคมเปญใหม่ “Honda โปรเฮ้ย! #ตกใจหมดมาซื้อรถเค้าเลย” ชวนลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ พร้อมเลือกรับหลากหลายข้อเสนอพิเศษ* ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น 0% พร้อมฟรี Honda Exclusive Care สูงสุด 5 ปี พร้อมมอบความคุ้มค่าอีกขั้นด้วยสิทธิพิเศษเพิ่มเติมกับแคมเปญ “Local Native #อุ่นใจใกล้บ้าน” สำหรับลูกค้าที่ออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่จากโชว์รูมใกล้บ้านในรุ่นที่ร่วมรายการ* สามารถเลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 10,000 บาท หรือ Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง เป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

    พร้อมกันนี้ ฮอนด้า ยังคงเคียงข้างลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ผ่านแคมเปญพิเศษ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ”** เพื่อสนับสนุนการกลับมาใช้ชีวิตประจำวันและการเดินทางได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น ด้วยส่วนลดพิเศษช่วยเหลือสำหรับผู้ประสบอุทกภัย มูลค่า 25,000 – 70,000 บาท** เมื่อจองรถยนต์ฮอนด้าตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 15 พฤศจิกายน 2569 โดยครอบคลุมลูกค้าผู้ได้รับสิทธิ์ ดังนี้

    • ลูกค้าที่มีรถยนต์คันเดิมที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย สามารถใช้สิทธิ์ได้ทุกยี่ห้อ
    • ลูกค้าที่ประสบอุทกภัยและประสงค์ออกรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ สามารถโอนสิทธิ์ภายใต้แคมเปญ “ฮอนด้าเคียงข้างคุณ” ให้แก่บุคคลในครอบครัวเดียวกันได้

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษภายใต้แคมเปญต่าง ๆ ของฮอนด้าได้ตลอดเดือนตุลาคมนี้ โดยข้อเสนอพิเศษและสิทธิประโยชน์อาจแตกต่างกันไปสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่นและเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดโปรโมชันได้ที่  www.honda.co.th/promotions

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand
    หมายเหตุ:
    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด
    **สำหรับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด และไม่สามารถใช้ร่วมกับแคมเปญพิเศษอื่น ๆ ได้ เช่น แคมเปญพิเศษ Gen to Gen และแคมเปญทดลองขับ เป็นต้น

    รายละเอียด “Honda โปรเฮ้ย! #ตกใจหมดมาซื้อรถเค้าเลย” สำหรับแต่ละรุ่น

    เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 – 31 ตุลาคม 2569 และรับรถภายในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2569

    ▸Honda City e:HEV ใหม่ และ Honda City Hatchback e:HEV ใหม่

    ดอกเบี้ย 1.69%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่าสูงสุด 120,000 บาท** ประกอบด้วย

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

    ▸Honda City ใหม่ รุ่นเทอร์โบ และ Honda City Hatchback ใหม่ รุ่นเทอร์โบ

    ดอกเบี้ย 1.69%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่าสูงสุด 39,000 บาท** ประกอบด้วย

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
    • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

    ▸Honda Civic e:HEV รุ่น RS และรุ่น EL+

    ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 175,000 บาท** ประกอบด้วย

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

    ▸Honda Civic e:HEV รุ่น EL

    ดอกเบี้ย 1.89%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี มูลค่าสูงสุด 133,000 บาท** ประกอบด้วย

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

    ▸Honda HR-V e:HEV

    ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 181,000 บาท** ประกอบด้วย

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 นาน 2 ปี
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

    ▸Honda Accord e:HEV

    ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท** ประกอบด้วย

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

    ▸Honda CR-V e:HEV

    ดอกเบี้ยพิเศษ 0%* พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท** ประกอบด้วย

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ใหม่และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินนอกสถานที่ 24 ชั่วโมง อีก 2 ปี หรือ 40,000 กิโลเมตร รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 5 ปี หรือ 100,000 กม.
    • ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

    ▸Honda e:N2

    ดอกเบี้ยเริ่มต้น 0%* พร้อมด้วย

    • ฟรี ประกันภัย 1 ปี
    • ฟรี โฮมชาร์จเจอร์ พร้อมบริการติดตั้ง
    • ฟรี Honda Ultimate Care ขยายการรับประกันคุณภาพตัวรถ เป็นระยะเวลา 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) โดยเงื่อนไขการรับประกันเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด
    • ขยายการรับประกันแบตเตอรี่ EV และระบบขับเคลื่อน EV ทั้งระบบ เป็นระยะเวลา 8 ปี หรือ 160,000 กม. แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งมาถึงก่อน
    • พร้อมสิทธิพิเศษมูลค่า 200,000 บาท
    หมายเหตุ:
    *ดาวน์ 25% ผ่อน 12-48 เดือน
    ** แพ็กเกจ Honda Exclusive Care ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • GWM ก้าวสู่เวทีประชุมและการวิจัยระดับสากล CoRL 2026 ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

    1 Min Read

    GWM ก้าวสู่เวทีประชุมและการวิจัยระดับสากล CoRL 2026 ร่วมพัฒนาเทคโนโลยีขับขี่อัจฉริยะเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุดและอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM ร่วมสนับสนุนเวิร์กช็อปภายใต้การประชุมวิชาการระดับโลก Conference on Robot Learning (CoRL) 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นในเดือนพฤศจิกายน 2569 ณ JW Marriott เมืองออสติน รัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ภายใต้หัวข้อ “Grounded 4D Multimodal World Models for Autonomous Driving Decision Making” หรือ “แบบจำลองเสมือนจริงแบบ 4 มิติเพื่อยกระดับการตัดสินใจของระบบขับขี่อัตโนมัติ” โดย GWM จะร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับนักวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) หุ่นยนต์ และระบบขับขี่อัตโนมัติชั้นนำจากทั่วโลก เพื่อยกระดับให้ระบบขับขี่อัตโนมัติไม่ได้เป็นเพียงแค่ “การจำลองภาพ” สภาพแวดล้อมที่สมจริง แต่สามารถ “ตัดสินใจ” เพื่อรับมือกับสถานการณ์บนถนนจริงได้แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น

    ร่วมขับเคลื่อนเวทีวิจัยระดับโลก ด้วยประสบการณ์จากการพัฒนารถยนต์จริง

    งานประชุม CoRL (Conference on Robot Learning) เป็นหนึ่งในเวทีวิชาการระดับสากลด้านการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ (Robot Learning) และปัญญาประดิษฐ์ที่ได้รับการยอมรับและมีอิทธิพลอย่างมาก โดยเป็นแหล่งรวมตัวของนักวิจัยชั้นนำจากทั้งมหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของโลก อาทิ MIT, Stanford, Carnegie Mellon University, Google DeepMind และ Meta เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และผลักดันความก้าวหน้าของเทคโนโลยีสู่การประยุกต์ใช้งานจริง การร่วมสนับสนุนเวิร์กช็อปภายใต้หัวข้อ “Grounded 4D Multimodal World Models for Autonomous Driving Decision Making” ในการประชุม CoRL 2026 ในครั้งนี้ จึงเป็นเวทีสำคัญสำหรับงานวิจัยยุคใหม่ที่เชื่อมโยงระหว่างการเรียนรู้ของหุ่นยนต์ (Robot Learning) ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ (Embodied Intelligence) และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS) เข้าไว้ด้วยกัน และสะท้อนบทบาทที่มากกว่าแค่การสนับสนุน แต่เป็นการมีส่วนร่วมกำหนดโจทย์วิจัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้า โดย GWM จะนำประสบการณ์และความท้าทายจริงที่เผชิญจากการพัฒนาและใช้งานระบบขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) ในรถยนต์รุ่นที่ผลิตเพื่อจำหน่ายจริงเข้าสู่เวทีวิชาการเพื่อร่วมแลกเปลี่ยนกับนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากทั่วโลก ตั้งแต่การรับรู้สภาพแวดล้อมแบบ 4 มิติ การพัฒนาโมเดล Vision-Language-Action (VLA) การวางแผนและตัดสินใจในสถานการณ์การขับขี่ที่ซับซ้อน ไปจนถึงการประเมินความปลอดภัยของระบบโดยรวม ความร่วมมือดังกล่าวสะท้อนแนวทางของ GWM ที่ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง พร้อมสนับสนุนการแลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาควิชาการ เพื่อร่วมผลักดันอนาคตของระบบขับขี่อัจฉริยะให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

     

    จาก “ภาพที่สมจริง” สู่ “การตัดสินใจที่แม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น”

    หัวใจของเวิร์กช็อปครั้งนี้มุ่งตอบโจทย์สำคัญของการพัฒนาแบบจำลองโลกเสมือนว่า คุณค่าที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่ภาพจำลองจะคมชัดหรือสมจริงเพียงใด แต่อยู่ที่ความสามารถในการช่วยให้ระบบของรถยนต์ประเมินสถานการณ์และตอบสนองได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น แบบจำลองโลกเสมือนนี้เปรียบเสมือนสนามฝึกขับขี่เสมือนขนาดใหญ่ที่จำลองทั้งถนน รถยนต์ คนเดินเท้า และการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ตามเวลา โดยผสานข้อมูลหลากหลายรูปแบบเพื่อให้ระบบขับขี่อัจฉริยะได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ที่ท้าทายก่อนเผชิญบนถนนจริง ตั้งแต่ฝนตก การขับขี่ในเวลากลางคืน ไปจนถึงรถตัดหน้าหรือคนเดินเท้าข้ามถนนกะทันหัน ดังนั้น เกณฑ์สำคัญจึงไม่ใช่เพียงคุณภาพของภาพที่สร้างขึ้น แต่คือผลลัพธ์ด้านการวางแผนและควบคุมรถ ซึ่งต้องช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ และการฝ่าฝืนกฎจราจร พร้อมทั้งช่วยให้ยานพาหนะตอบสนองต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากแต่เสี่ยงต่ออันตรายได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจยิ่งขึ้น

     

    จากงานวิจัยระดับโลก สู่ประโยชน์ที่ผู้ขับขี่สัมผัสได้

    แม้เทคโนโลยี AI และแบบจำลองโลกเสมือนจะเป็นกระบวนการที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง แต่ผลลัพธ์ที่ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้คือระบบช่วยขับขี่ที่มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น รองรับการใช้งานในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย และช่วยเสริมความปลอดภัยในการเดินทางได้ดียิ่งขึ้น การเข้าร่วม CoRL 2026 จึงถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ GWM ในการเชื่อมโยงองค์ความรู้จากเวทีวิจัยระดับโลกสู่การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์แห่งอนาคต เพื่อยกระดับความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และประสบการณ์การขับขี่สำหรับผู้ใช้งานทั่วโลก ผ่านระบบขับขี่อัจฉริยะที่สามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ และสนับสนุนการตัดสินใจได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • โตโยต้าพร้อมดูแลลูกค้าฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ผ่าน “Toyota Trusted Journey” ครบทุกมิติ เริ่มจากบ้านถึงกลับสู่ถนน

    1 Min Read

    โตโยต้าพร้อมดูแลลูกค้าฝ่าวิกฤตน้ำท่วม ผ่าน “Toyota Trusted Journey” ครบทุกมิติ เริ่มจากบ้านถึงกลับสู่ถนน

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ของลูกค้า ผ่านแนวทาง “Toyota Trusted Journey” ยกระดับการดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมแบบครบวงจร ครอบคลุมทุกช่วงของการเดินทาง ตั้งแต่คำแนะนำในการดูแลและตรวจสอบรถเบื้องต้นที่บ้าน การเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการ การประสานงานด้านประกันภัย ตลอดจนการสนับสนุนด้านการเงินและทางเลือกในการเดินทางต่อไป

    แนวทางดังกล่าวเป็นความร่วมมือของกลุ่มบริษัทโตโยต้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือลูกค้าอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ “Standing beside every customer through the floods – from the driveway to the road again” หรือการอยู่เคียงข้างลูกค้าตลอดเส้นทาง ตั้งแต่รถได้รับผลกระทบที่บ้าน จนสามารถกลับมาใช้รถและใช้ชีวิตบนท้องถนนได้อีกครั้ง

     

    Journey 1: CHECK – ตรวจสอบรถและดูแลความปลอดภัย

    CHECK 1 – ตรวจสอบด้วยตนเอง

    โตโยต้าขอแนะนำวิธีการตรวจเช็กสภาพรถในช่วง 24–48 ชั่วโมงแรกหลังรถถูกน้ำท่วมด้วยตนเอง  เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าและการป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม ดังนี้

    • ผ่านขั้นตอนการแนะนำพื้นฐาน ผ่านช่องทาง LINE Official: @ToyotaThailand และ Facebook: Toyota Motor Thailand หรือสามารถดูวิธีการพื้นฐานได้ตามเอกสารแนบ
    • พร้อมกันนี้ โตโยต้าพร้อมดูแลโดยมีเจ้าหน้าที่ Contact Center เบอร์ 1486 ให้คำแนะนำด้านเทคนิคเบื้องต้น และประสานความช่วยเหลือกรณีรถเสียฉุกเฉิน หรือประสานงานบริการรถยก ตลอด 24 ชม.

    CHECK 2 – ตรวจสอบผ่านศูนย์บริการโตโยต้า

    • นำรถเข้ารับการตรวจสอบได้ที่ ศูนย์บริการโตโยต้าทุกสาขาทั่วประเทศ กับบริการตรวจสภาพรถฟรี
    • รายละเอียดบริการตรวจสภาพรถฟรี https://aftersales.toyota.co.th/promotion/26yearendcheckfree
    • สามารถตรวจสอบรายละเอียดของศูนย์บริการฯ ได้ที่ https://www.toyota.co.th/dealer

     

    Journey 2: CLAIM AND CARE– สำหรับรถที่มีความจำเป็นเข้ารับบริการเคลมประกัน หรือเข้าซ่อม  

    บริการเคลมประกัน

    • สำหรับลูกค้าประกันภัย เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการโตโยต้า ยินดีช่วยลดความยุ่งยากในกระบวนการเคลม โดยประสานงานร่วมกับบริษัทประกันภัย ตั้งแต่การจัดเตรียมเอกสาร การดำเนินการเคลม ไปจนถึงการพิจารณาสินไหมทดแทนและเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและลดภาระในการดำเนินการด้วยตนเอง
    • บริการประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการโตโยต้า เพื่อยืนยันความพร้อมด้านศูนย์บริการและอะไหล่ พร้อมดูแลรถของลูกค้าที่นำส่งเข้าศูนย์บริการอย่างต่อเนื่อง ช่วยลดขั้นตอนและภาระในการประสานงาน ทำให้ลูกค้าได้รับความสะดวกและอุ่นใจตลอดกระบวนการซ่อม

    บริการที่ศูนย์บริการโตโยต้า กรณีนำรถยนต์เข้าซ่อม

    • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมรถที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม โตโยต้ามอบส่วนลดอะไหล่ที่ร่วมรายการสูงสุด 50%* และเคมีภัณฑ์ที่ร่วมรายการ 30%* พร้อมทางเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุง ดอกเบี้ย 0% สูงสุด 10 เดือน เมื่อชำระผ่านบัตรเครดิตที่เข้าร่วมรายการ**
    • *ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/promotion/2026flood
    • **ตรวจสอบบัตรเครดิตที่เข้าร่วมโครงการได้ที่ https://aftersales.toyota.co.th/promotion/0_percent
    • มาตรการช่วยเหลือด้านกระแสเงินสด (พิเศษ) โดยโตโยต้า ลีสซิ่ง โดยการนำรถมารีไฟแนนซ์ ผ่านโปรแกรมพิเศษสินเชื่อสบายแคช (Sabuy Cash) หรือ สินเชื่อสบายใจ (Sabuy Jai) กับโตโยต้า ลีสซิ่ง ให้ยอดกู้สูงสุด 100% ในอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้น 49% เป็นอัตราดอกเบี้ยพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการนำเงินไปใช้ในการซ่อมแซมหรือปรับปรุงบ้าน ตามเงื่อนไขที่บริษัทโตโยต้า ลีสซิ่งกำหนด รวมถึงมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โตโยต้า ลีสซิ่ง Call Center 1486

     

    Journey 3: CAR ON THE ROAD – ช่วยให้ลูกค้าใช้รถบนท้องถนนด้วยความมั่นใจ

    • กรณีที่รถได้รับความเสียหายจนเข้าข่ายรถยนต์เสียหายสิ้นเชิง (Total Loss)

     

    สำหรับลูกค้าที่มีสัญญาเช่าซื้อกับโตโยต้า ลีสซิ่ง

    – บริษัทฯ มีมาตรการ ยกเว้นดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระสำหรับระยะเวลาที่เหลือของสัญญา (ไม่เกิน 100,000 บาท) พร้อมทางเลือกและสิทธิประโยชน์ต่างๆ

     

    สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์จะซื้อรถยนต์

    1) หากมีความประสงค์จะออกรถใหม่ โตโยต้า ลีสซิ่งมีข้อเสนอพิเศษ ไม่ต้องวางเงินดาวน์, ไม่ต้องใช้ผู้ค้ำ พร้อมรับส่วนลดดอกเบี้ยสูงสุด 0.60% ตามเงื่อนไขที่ บริษัทโตโยต้า ลีสซิ่งกำหนด

    2) สำหรับลูกค้าที่มีความประสงค์จะซื้อรถยนต์ใช้แล้ว เรามีทางเลือกในการซื้อรถยนต์ใช้แล้วจาก TOYOTA SURE ด้วยการออกรถดาวน์เริ่มต้น 0% พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 2.39% เพื่อให้ลูกค้ามีทางเลือกที่เหมาะสมในการกลับมาเดินทางและดำเนินชีวิตต่อไปตามเงื่อนไขที่บริษัทโตโยต้า ลีสซิ่งกำหนด

    หมายเหตุ สำหรับลูกค้าที่มีสัญญาเช่าซื้อกับสถาบันการเงินอื่นและต้องการออกรถใหม่ สามารถออกรถผ่าน โตโยต้า ลีสซิ่ง พร้อมรับข้อเสนอ 1) และ 2) ได้เช่นเดียวกัน

     

     “Toyota Trusted Journey” ดูแลครบทุกมิติ  เริ่มจากบ้านถึงกลับสู่ถนน

    Toyota Trusted Journey เป็นแนวทางการดูแลลูกค้าที่เชื่อมโยงการทำงานของ Toyota Group ทั้งหมดตั้งแต่ CHECK (การตรวจเช็ก) CLAIM AND CARE (การเข้ารับบริการเคลมประกัน หรือเข้าซ่อมจนถึงการสนับสนุนด้านการเงิน) และ CAR ON THE ROAD (การมอบทางเลือกที่ช่วยให้ลูกค้าใช้รถบนท้องถนนด้วยความมั่นใจ) ที่ครอบคลุมทุกช่วงเวลาที่ลูกค้าต้องการมากที่สุด

    การดำเนินงานครอบคลุมพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงจังหวัดที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคเหนือ ระหว่างเดือน ตุลาคม–ธันวาคม 2569

    เพราะสำหรับโตโยต้า การดูแลลูกค้าไม่ได้จบลงเมื่อเกิดเหตุ แต่คือการอยู่เคียงข้างในทุกการเดินทาง — ตั้งแต่ที่บ้าน ถึงศูนย์บริการ จากการเคลมประกัน จนถึงวันที่ลูกค้ากลับมาเดินทางได้อีกครั้ง ทั้งนี้เพื่อความอุ่นใจและสบายใจในการเป็นเจ้าของ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ZEEKR มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการเป็นเจ้าของรถ ผ่านกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟตลอดเดือนกันยายน

    1 Min Read

    ZEEKR มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าการเป็นเจ้าของรถ ผ่านกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟตลอดเดือนกันยายน

    ZEEKR ประเทศไทย ต่อยอดประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถที่ให้มากกว่าการขับขี่ในชีวิตประจำวัน สร้างคอมมูนิตี้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้าเชื่อมโยงไลฟ์สไตล์ผ่าน 4 กิจกรรม ประจำเดือนกันยายน ครอบคลุมทั้งศิลปวัฒนธรรมระดับโลก “New York City Opera: Opera Goes to Hollywood” บัลเลต์ “Romeo & Juliet by Bolshoi Theatre of Belarus” ทริป “ZEEKR Weekend Escape – An Electric Getaway” เส้นทางกรุงเทพฯ–พระนครศรีอยุธยา และการส่งต่อคำอวยพรในเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยชุดขนมสุดเอ็กซ์คลูซีฟตอกย้ำการก้าวจากแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมสู่ การเป็น Modern Lifestyle Brand

     

    ดื่มด่ำกับโอเปราระดับโลก และสัมผัสผลงานอมตะในบัลเลต์คลาสสิก

    ต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ZEEKR นำเจ้าของรถทุกรุ่นร่วมชมศิลปะการแสดงระดับโลกที่นำมาจัดแสดงภายใน Bangkok’s International Festival of Dance & Music 2026 ณ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย โดยเริ่มจาก “New York City Opera: Opera Goes to Hollywood” เพลิดเพลินกับบทเพลงโอเปราคลาสสิกที่ผสานเข้ากับเรื่องราวและบรรยากาศจากภาพยนตร์ฮอลลีวูดในรูปแบบร่วมสมัย ตลอดจนการสัมผัสเรื่องราวความรักอมตะผ่านท่วงท่าบัลเลต์ ดนตรี เครื่องแต่งกาย และองค์ประกอบบนเวทีที่งดงามใน “Romeo & Juliet by Bolshoi Theatre of Belarus” ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวสะท้อนถึงความคิดสร้างสรรค์และความใส่ใจในรายละเอียด ที่สอดคล้องกับแนวคิด “IMAGINE BEYOND” ของ ZEEKR

     

    เปลี่ยนการทดลองขับเป็นทริปไลฟ์สไตล์เต็มวัน

    อีกกิจกรรมที่เต็มไปด้วยความสุขและรอยยิ้ม สร้างความประทับใจให้กับผู้ร่วมกิจกรรมทุกคน ได้แก่ “ZEEKR Weekend Escape – An Electric Getaway” One Day Trip เส้นทางกรุงเทพฯ–พระนครศรีอยุธยา ที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกคนได้สัมผัสสมรรถนะ เทคโนโลยี และความสะดวกสบายของรถยนต์ ZEEKR ด้วยตัวเองตลอดทั้งทริป นอกจากนี้ ZEEKR ยังเตรียมกิจกรรมสนุกๆ ที่เต็มไปด้วยความหมาย ไม่ว่าจะเป็นเวิร์กช็อป
    ทำสบู่ ไหว้พระเสริมสิริมงคล และอาหารมื้อพิเศษที่ทุกคนได้ใช้เวลาร่วมกันอย่างเต็มที่

     

    ส่งต่อความปรารถนาดีในเทศกาลไหว้พระจันทร์

    ZEEKR ยังร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ ด้วยการมอบชุดขนมไหว้พระจันทร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟให้แก่สมาชิก #ZKers ณ ZEEKR House ทุกสาขาเพื่อแทนคำขอบคุณและส่งต่อความปรารถนาดีในเทศกาลแห่งความอบอุ่นและการอยู่พร้อมหน้ากัน สะท้อนถึงความใส่ใจของแบรนด์ที่มุ่งสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าในทุกช่วงเวลาสำคัญ

     

    กิจกรรมตลอดเดือนกันยายนสะท้อนความตั้งใจของ ZEEKR ในการมอบประสบการณ์ที่หลากหลายให้แก่
    เจ้าของรถ พร้อมขยายคอมมูนิตี้ให้แข็งแกร่งผ่านกิจกรรมที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่การเปิดโอกาสให้เข้าถึงศิลปวัฒนธรรมระดับโลก การเดินทางท่องเที่ยว ไปจนถึงการส่งมอบขนมไหว้พระจันทร์แทนคำขอบคุณและความปรารถนาดีในช่วงเทศกาลสำคัญ ทำให้การเป็นเจ้าของรถ ZEEKR มีความหมายมากกว่าการครอบครองรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม แต่คือการได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ แบ่งปันช่วงเวลาที่มีคุณค่า และเติบโตไปพร้อมกับผู้คนในคอมมูนิตี้เดียวกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศเสริมความแข็งแกร่งเครือข่าย ผู้จำหน่าย หลัง บีจี กรุ๊ป เข้าซื้อกิจการ อมร เพรสทีจ ขับเคลื่อนสู่อีกขั้นของยนตรกรรมระดับพรีเมียม

    1 Min Read

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศเสริมความแข็งแกร่งเครือข่าย ผู้จำหน่าย หลัง บีจี กรุ๊ป เข้าซื้อกิจการ อมร เพรสทีจ ขับเคลื่อนสู่อีกขั้นของยนตรกรรมระดับพรีเมียม

    บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ประกาศความก้าวหน้าเชิงกลยุทธ์ของเครือข่ายผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ หลังบริษัท บางกอกกล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ บีจี กรุ๊ป ผู้นำธุรกิจด้านบรรจุภัณฑ์และกลุ่มธุรกิจชั้นนำ ประสบความสำเร็จในการเข้าซื้อกิจการ บริษัท อมร เพรสทีจ จำกัด โดยการดำเนินงานของโชว์รูมและศูนย์บริการจะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของบริษัทที่จัดตั้งขึ้นใหม่ในชื่อ บริษัท บีจี มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น จำกัด

    การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้มิได้เป็นเพียงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของผู้จำหน่ายเดิม หากยังถือเป็นการเปิดบทบาทใหม่ของสององค์กรที่มีปณิธานร่วมกันในการมุ่งสู่ความเป็นเลิศ นวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการผสานความแข็งแกร่งของแบรนด์ระดับพรีเมียม นวัตกรรม และแนวคิดที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าของบีเอ็มดับเบิลยู เข้ากับกรอบความคิดของผู้ประกอบการชั้นนำ ความเป็นเลิศด้านการดำเนินงาน และศักยภาพด้านการลงทุนที่แข็งแกร่งของบีจี กรุ๊ป ความร่วมมือครั้งนี้จึงอยู่ในสถานะที่พร้อมอย่างยิ่งต่อการร่วมกันกำหนดอนาคตของธุรกิจค้าปลีกยานยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทย ด้วยความแข็งแกร่งจากกลุ่มธุรกิจที่หลากหลายของบีจี กรุ๊ป ทั้งบรรจุภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง พลังงานหมุนเวียน ตลอดจนกีฬาและไลฟ์สไตล์ บีจี กรุ๊ป นำมาซึ่งศักยภาพที่ได้รับการพิสูจน์แล้วในการพลิกโฉมธุรกิจ ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการเร่งสร้างนวัตกรรม พลังแห่งความร่วมมือใหม่ ๆ และยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า พร้อมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างยั่งยืนให้แก่ธุรกิจในระยะยาว

    ภายใต้โครงสร้างการถือครองกิจการใหม่ การดำเนินงานทั้งหมดของอมร เพรสทีจ จะโอนไปอยู่ภายใต้การบริหารของ บีจี กรุ๊ป ครอบคลุมทั้งสามสาขาเดิม ได้แก่ โชว์รูมและศูนย์บริการสำนักงานใหญ่บนถนนรัชดาภิเษก ศูนย์บริการเฉพาะทางที่รัชโยธิน (Service Only Outlet – SOO) และโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการขนาดใหญ่ที่รังสิต ซึ่งให้บริการครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ ตอนเหนือและภาคกลางตอนล่าง

    ความต่อเนื่องทางธุรกิจและมาตรฐานคุณภาพยังคงเป็นหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และบีจี กรุ๊ป ได้จัดทำแผนงานที่ครอบคลุม เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินงานของผู้จำหน่าย การบริการลูกค้า การขาย และการบริการหลังการขายจะดำเนินต่อไปอย่างราบรื่นและไม่สะดุด บนรากฐานที่แข็งแกร่งนี้ ความร่วมมือดังกล่าวจะมุ่งสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการลงทุนอย่างต่อเนื่อง การยกระดับประสบการณ์ของลูกค้า ตลอดจนการเสริมสร้างและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายให้แข็งแกร่งในระยะยาว

    คุณคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความร่วมมือกับบีจี กรุ๊ปในครั้งนี้ นับเป็นความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ระยะยาวที่ตั้งอยู่บนความเชื่อมั่นร่วมกันบนรากฐานแห่งความแข็งแกร่งของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียม หรือกล่าวได้อย่างเรียบง่ายว่า ‘คุณภาพของความพรีเมียมจะคงคุณค่าเหนือกาลเวลา’ บีจี กรุ๊ป มีทั้งวิสัยทัศน์ระยะยาว ศักยภาพด้านการลงทุน และการให้ความสำคัญกับลูกค้า ซึ่งไม่เพียงช่วยสานต่อรากฐานแห่งความไว้วางใจที่ อมร เพรสทีจ ได้สร้างไว้ แต่ยังพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจให้ก้าวไปข้างหน้าอีกด้วย หมุดหมายครั้งนี้จึงมีความหมายมากกว่าการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้จำหน่ายเดิม หากแต่เป็นหมุดหมายที่ชัดเจนถึงการก้าวสู่ยุคใหม่ร่วมกัน พร้อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ลูกค้าและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายในประเทศไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต”

    คุณปวิณ ภิรมย์ภักดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทบางกอกกล๊าส “การตัดสินใจของบีจี กรุ๊ป ในการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวบีเอ็มดับเบิลยู สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของเราต่อคุณค่าที่ยั่งยืนของการเดินทางระดับพรีเมียม และความมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจเพื่อการเติบโตในระยะยาว เรามองว่านี่ไม่ใช่เพียงการเข้าซื้อกิจการ แต่เป็นโอกาสในการลงทุนกับแบรนด์ระดับโลก การกระชับความสัมพันธ์กับลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายต่อการเติบโตในอนาคตร่วมกันกับบีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย ด้วยการผสานความเชี่ยวชาญของอมร เพรสทีจ เข้ากับศักยภาพด้านการลงทุน แนวทางการดำเนินธุรกิจระยะยาวอย่างมีวินัย และการให้ความสำคัญกับลูกค้าของบีจี กรุ๊ป เรามุ่งยกระดับประสบการณ์ที่น่าประทับใจของลูกค้าตลอดเส้นทางการเป็นเจ้าของรถยนต์ พร้อมสนับสนุนการพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูอย่างต่อเนื่อง”

    ลูกค้ายังคงสามารถไว้วางใจในมาตรฐานการบริการและความเชี่ยวชาญอันยอดเยี่ยมจากทีมงานที่ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดีในทั้ง 3 สาขา และเพื่ออำนวยความสะดวกสูงสุดในช่วงการเปลี่ยนผ่านนี้ ข้อมูลการติดต่อส่วนกลางจะยังคงเดิมทุกประการ โดยลูกค้าสามารถติดต่อสาขารัชดาภิเษก สาขารัชโยธิน และสาขารังสิต ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02 513 9555


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • RANGE ROVER SPORT ELECTRIC: พลังไฟฟ้าที่ปลุกทุกสัมผัสแห่งการขับขี่

    2 Min Read

    RANGE ROVER SPORT ELECTRIC: พลังไฟฟ้าที่ปลุกทุกสัมผัสแห่งการขับขี่

    Range Rover Sport Electric เปิดบทใหม่ของรถเอสยูวีหรูสไตล์สปอร์ต ด้วยระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าเต็มรูปแบบเป็นครั้งแรก พร้อมการตอบสนองและสมรรถนะที่พัฒนาขึ้น

    Range Rover Sport Electric ได้รับการปรับแต่งเพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบสนองผู้ขับขี่ ผสานเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูงเพื่อเพิ่มความแม่นยำและความเร้าใจ โดยยังคงรูปทรงอันแข็งแกร่ง ความประณีต และความสามารถบนทุกสภาพเส้นทาง

    มาร์ติน ลิมเพิร์ต กรรมการผู้จัดการ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Sport คือรถยนต์ที่ถ่ายทอดบุคลิกการขับขี่อันปราดเปรียวที่สุดของ Range Rover และ Range Rover Sport Electric นำเอกลักษณ์นั้นเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า รถยนต์คันนี้ยังคงเป็น Range Rover Sport อย่างแท้จริง ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับตัวรถช่วยยกระดับการตอบสนองและความแม่นยำ ทั้งจากแชสซีที่ปรับแต่งเฉพาะ การส่งแรงบิดที่เน้นสมรรถนะ และรูปแบบเสียงเฉพาะตัว เพื่อมอบการมีส่วนร่วมในการขับขี่อย่างเต็มที่แก่ลูกค้า”

    เพื่อบันทึกก้าวสำคัญในประวัติศาสตร์กว่า 20 ปี Range Rover Sport Electric พิสูจน์สมรรถนะในการทดสอบครั้งสุดท้าย ณ เหมืองหินอ่อนคาร์ราราแบบเปิดในอิตาลี ท่ามกลางยอดเขาความสูงประมาณ 3,000 ฟุต สานต่อบทพิสูจน์ของ Range Rover Sport ซึ่งเคยสร้างสถิติบนเส้นทางไต่เขาไพกส์พีกสูง 14,110 ฟุต พิชิตบันได 999 ขั้นสู่ประตูสวรรค์ในจีน และไต่ทางระบายน้ำของเขื่อนในไอซ์แลนด์

    ในการขึ้นสู่ยอดเขาจอยอาเหนือแหล่งหินอ่อนที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก รถต้องเผชิญอุณหภูมิรุนแรง ทางลาดชันสูงสุด 45 องศา และสภาพพื้นผิวที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา นับเป็นบททดสอบความสามารถบนทุกสภาพเส้นทางของ Range Rover Sport

    Range Rover Sport Electric ติดตั้งระบบ Intelligent Traction Management ที่ปรับแต่งเฉพาะ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบเสมือน ช่วงล่างถุงลม Dynamic Air Suspension และระบบควบคุมการโคลงตัวถังแบบอิเล็กทรอนิกส์ eARC¹ ซึ่งสร้างแรงควบคุมได้สูงสุด 1,400 นิวตันเมตรในแต่ละเพลา รวมถึงโช้คอัพ Twin Valve และระบบ Adaptive Dynamics ที่ตรวจวัดพารามิเตอร์ 100 รายการ 500 ครั้งต่อวินาที เพื่อควบคุมการโคลงและการก้มเงยของรถขณะเข้าโค้งและเบรก

    เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้ควบคุมรถบนพื้นผิวที่คาดเดาได้ยากของเหมืองคาร์รารา ตั้งแต่หินอ่อนขัดเรียบไปจนถึงฝุ่นหินอ่อนละเอียด ขณะที่ระบบบังคับเลี้ยวสี่ล้อ¹ ช่วยให้รถผ่านโค้งหักศอกแคบภายในเหมืองได้โดยไม่ต้องถอยหลัง

    แรงบิด 850 นิวตันเมตร ซึ่งสูงที่สุดในบรรดา Range Rover Sport ช่วยให้รถพิชิตทางลาดชัน โดยแรงบิดเพิ่มขึ้นเร็วกว่า Range Rover Electric 50% ระบบขับเคลื่อน 550 แรงม้า (PS) มีสมรรถนะเทียบเท่า Range Rover Sport P540 เครื่องยนต์ V8 อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 4.5 วินาทีในโหมด Dynamic Launch ก่อนพารถขึ้นสู่จุดสูงสุดของเส้นทางทดสอบ

    เหมืองคาร์ราราเป็นจุดหมายสุดท้ายของโครงการทดสอบและพัฒนาทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการทดสอบที่สนามส่วนตัว Magarigawa Club ใกล้กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เป็นครั้งแรก วิศวกร Range Rover ยังพัฒนาเสียงเฉพาะรุ่นเพื่อขับเน้นบุคลิกการขับขี่ โดยผสานโทนเสียงเรียบง่ายที่เชื่อมโยงดนตรีกับวิศวกรรม และกระตุ้นให้ผู้ขับขี่สัมผัสความแตกต่างของแต่ละโหมด

    แมตต์ เบกเกอร์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิศวกรรมยานยนต์ Range Rover กล่าวว่า “Range Rover Sport Electric คือพัฒนาการของบุคลิกการขับขี่ Range Rover Sport โดยให้ความสำคัญกับการตอบสนองและการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่มากขึ้น โครงสร้างที่แข็งแกร่งกว่าและจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง เมื่อทำงานร่วมกับการควบคุมแรงบิดที่แม่นยำและเทคโนโลยีแชสซีขั้นสูง ทำให้รถตอบสนองฉับไว คล่องตัว และสร้างความมั่นใจมากขึ้น ผู้ขับขี่จะรู้สึกว่ารถกะทัดรัด เกาะถนน และตอบสนองได้ดีกว่าที่คาด โดยยังคงความประณีต ความสะดวกสบาย และความสามารถรอบด้าน”

    Range Rover Sport รุ่นไฟฟ้าเต็มรูปแบบคันแรกมีโครงสร้างตัวถังแข็งแกร่งกว่ารุ่นปลั๊กอินไฮบริด 61% และจุดศูนย์ถ่วงต่ำกว่า 73 มิลลิเมตร ผลิตที่โซลิฮัลล์ สหราชอาณาจักร บนสายการผลิตเดียวกับรุ่นปลั๊กอินไฮบริด เบนซิน และดีเซล แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนความจุ 118.5 กิโลวัตต์ชั่วโมง มีความหนาแน่นกำลังสูงและบรรจุในโครงหุ้มอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกำลังตัวละ 260 กิโลวัตต์ผสานเข้ากับสถาปัตยกรรม MLA-Flex พร้อมระบบไฟฟ้า 800 โวลต์ที่รองรับการชาร์จเร็วแบบแยกส่วน

    Range Rover Sport Electric ออกแบบให้ทนต่อแรงกระแทกรุนแรง พร้อมระบบความปลอดภัยขั้นสูงที่เหนือกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรม ห้องปฏิบัติการทดสอบแบตเตอรี่แห่งใหม่ของ JLR ทดสอบแบตเตอรี่ที่ใช้งานจริงด้วยการสั่นสะเทือนและแรงกระแทกหลายแกนภายใต้อุณหภูมิ -40 ถึง +90 องศาเซลเซียส เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและคุณภาพ

    Range Rover Sport Electric พัฒนาควบคู่กับ Range Rover Electric และใช้เทคโนโลยีใหม่หลายรายการ รวมถึงระบบจัดการความร้อน ThermAssist™ รถมีระยะทางสูงสุด 609 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน WLTP³ และระยะทางในการใช้งานจริงสูงสุด 536 กิโลเมตร5 เพียงพอสำหรับการเดินทางประจำวันของผู้ขับขี่จำนวนมากโดยไม่ต้องชาร์จระหว่างวัน²

    เมื่อใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC สาธารณะ รถเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 220 กิโลเมตร ภายใน 10 นาที หรือชาร์จแบตเตอรี่จาก 10–80% ภายในประมาณ 22 นาที²

    กระจังหน้าและล้ออัลลอยที่ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์เป็นจุดสังเกตของรุ่นไฟฟ้า และช่วยเพิ่มระยะทางได้สูงสุด 16 กิโลเมตร เมื่อขับขี่ด้วยความเร็วระดับทางหลวง³

    Range Rover Sport Electric เปิดรับคำสั่งซื้อแล้วในรุ่น Dynamic SE, Dynamic HSE, Autobiography และ First Edition พร้อมตัวเลือก Black Pack และ Satin Wrap รุ่น First Edition มาในสี Zadar Grey พร้อม Satin Wrap หลังคาสีดำตัดกัน และล้ออัลลอย 22 นิ้ว

    ลูกค้า Range Rover Sport Electric รุ่น Autobiography สามารถใช้บริการ Range Rover Bespoke โดยเลือกสีตัวถัง การจัดองค์ประกอบ วัสดุตกแต่งระดับพิเศษ และรายละเอียดเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย รวมถึงงานปักเฉพาะ เพื่อรังสรรค์รถยนต์ที่สะท้อนตัวตน

    รถทุกคันมาพร้อม Battery Digital Twin ซึ่งช่วยให้ Range Rover ดูแลรักษารถเชิงรุกผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์ผ่านเครือข่าย หรือ Software Over the Air ของ JLR6 แบตเตอรี่ของ Range Rover Sport Electric รับประกัน 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน7

    สำหรับประเทศไทย บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำเข้าและผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เรนจ์โรเวอร์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย พร้อมนำเสนอ Range Rover Sport Electric รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นแรกของ Range Rover Sport ที่ผสานสมรรถนะการขับขี่แบบสปอร์ตเข้ากับความประณีตและความสามารถในการขับขี่ทุกสภาพภูมิประเทศอันเป็นเอกลักษณ์ โดยเปิดรับคำสั่งซื้อแล้ววันนี้ รายละเอียดรุ่นย่อยและราคาจะประกาศให้ทราบในภายหลัง และคาดว่าจะเริ่มส่งมอบรถได้ในช่วงต้นปี 2570 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.landrover.co.th หรือสอบถามข้อมูล โทร. 02-666-7500


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment