• เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธ.ค. 2568

    3 Min Read

    เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอเดียวกันได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธ.ค. 2568

    เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) มอบโปรโมชันสุดคุ้มด้วยข้อเสนอและแพ็กเกจคุ้มครองแบบจัดเต็มในงาน Motor Expo 2025 ครอบคลุมรถยนต์ทั้ง 4 รุ่นหลัก ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นเรือธงโฉมใหม่ ที่เพิ่งประกาศเปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา The Kia EV5, The Kia EV9 และ The Kia Sorento PHEV AWD ซึ่ง The Kia Carnival มี 2 ระบบขับเคลื่อน คือ ดีเซล และไฮบริด โดยโปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 300,000 บาท The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 400,000 บาท The Kia Sorento PHEV AWD มอบส่วนลดพิเศษมูลค่า 350,000 บาท และ The Kia EV5 Air มอบส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท และมอบแพ็กเกจความคุ้มครอง โดยโปรโมชันสำหรับแต่ละรุ่นย่อยจะมีข้อเสนอแตกต่างกันไป อาทิ การรับประกันคุณภาพ ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. ฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) สำหรับรถกลุ่มอีวี (EV) ไฮบริด (HEV) และปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เป็นต้น โดยเกีย เซลส์ (ประเทศไทย) ได้ยกขบวนรถเอสยูวีและเอ็มพีวีอีกหลากหลายรุ่นครอบคลุมทุกไลน์อัปมาจัดแสดงที่งาน ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตรกรรมและสอบถามรายละเอียดโปรโมชันได้ ณ บูทเกียหมายเลข A24 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 และยังสามารถพบข้อเสนอสุดพิเศษเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ ถึง 31 ธันวาคม 2568

    The Kia Carnival – รถเอ็มพีวีรุ่นเรือธงที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่” ที่ได้รับการตอบรับที่ดี มายาวนานกว่า 20 ปี จากครอบครัวไทย การันตีความนิยมด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 2 ล้านคัน ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวที่ต้องการทั้งความอเนกประสงค์และความหรูหรา มอบประสบการณ์การขับขี่อันดีเยี่ยมสำหรับการเดินทางทั้งชีวิตประจำวันหรือสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวแบบครอบครัว โดยปัจจุบัน The Kia Carnival จำหน่ายในไทยทั้งหมด 2 ระบบขับเคลื่อน ได้แก่ The Kia Carnival Diesel และ The new Kia Carnival HEV 7-seater

     

    The new Kia Carnival HEV 7-seater เอ็มพีวีรุ่นใหม่ล่าสุดที่เกีย เซลส์ (ประเทศไทย) นำเข้ามาเติมเต็มไลน์อัปของ The Kia Carnival มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ได้แก่ The new Kia Carnival HEV 7-seat Luxury และ The new Kia Carnival HEV 7-seat Premium

    • ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซินไฮบริด 1.6 ลิตร เทอร์โบ ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 54 kWh และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด ให้กำลังรวมสูงสุด 245 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 367 นิวตันเมตร
    • ดีไซน์ภายนอก ใหม่ มาพร้อมกระจังหน้า Tiger Nose อันเป็นเอกลักษณ์ของเกีย ผสานไฟหน้า–ไฟท้าย LED Star Map และล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 19 นิ้ว เพิ่มความหรูหราและพรีเมียมยิ่งขึ้น
    • โดดเด่นด้วยจอโค้งพาโนรามิกขนาด 12.3 นิ้ว เชื่อมต่อกับหน้าจออินโฟเทนเมนต์แบบสัมผัส 3 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมระบบ Infotainment & Climate Switchable Controller ที่ให้ผู้ขับสามารถ สลับควบคุมระหว่างระบบอินโฟเทนเมนต์และระบบปรับอากาศได้ในสัมผัสเดียว
    • ฟังก์ชันความอเนกประสงค์ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง ด้วยทางเดิน Walkthrough Access ที่กว้างขวาง ช่วยให้ผู้โดยสาร เข้าถึงเบาะแถวสามได้อย่างสะดวก
    • เพิ่มความสะดวกสบายด้วยเทคโนโลยีแฮนด์ฟรี ทั้งประตูสไลด์ไฟฟ้า Smart Power Sliding Door ฝากระโปรงท้าย อัจฉริยะ Smart Tailgate และเบาะแถวสามแบบ Flat Folding Seats ที่พับเรียบเสมอพื้นภายใน 5 วินาที เพื่อเพิ่มพื้นที่ เก็บสัมภาระ

     

    โปรโมชันสำหรับ The new Kia Carnival HEV 7-seater สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    • อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร [3]
    • พิเศษ! สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty) ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรงและค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 20,000 กิโลเมตร (รวมเป็น 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร) [4]
    • ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ (ต้นงวด) 1.77% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร , ธนาคารกรุงศรีอยุธยา ,บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด และธนาคารทหารไทยธนชาต*กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน)

    [3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์(กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [8] สิทธิประโยชน์ข้อ [2], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 85,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

     

    The Kia Carnival Diesel มาพร้อมเครื่องยนต์ Smartstream ดีเซล 2.2 ลิตร มาตรฐาน EURO 5 ให้กำลังสูงสุด 202 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 440 นิวตัน-เมตร ให้ความมั่นใจและประสิทธิภาพสำหรับการเดินทางไกล มีให้เลือก 4 รุ่นย่อย ได้แก่
    The Kia Carnival LX, The Kia Carnival EX และ The Kia Carnival SXL ซึ่งเป็นแบบ 11 ที่นั่ง และ The Kia Carnival SXL Luxury ซึ่งเป็นแบบ 7 ที่นั่ง

    • มอบความนุ่มนวลทุกการขับขี่ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อม Paddle Shift
    • ในรุ่น 11 ที่นั่ง ออกแบบเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวขนาดใหญ่ให้สามารถเดินทางไปพร้อมกันได้ มาพร้อมถังน้ำมัน 72 ลิตร วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กิโลเมตรต่อหนึ่งถัง พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างขวาง
    • ในรุ่น 7 ที่นั่ง มอบประสบการณ์หรูหราแบบ “1st Class Lounge” ด้วยเบาะแถวที่สองพรีเมียมปรับเอนได้ด้วยไฟฟ้าพร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ รองรับโหมด Relaxation ที่ปรับเอนอัตโนมัติในสัมผัสเดียว พร้อม Dual Sunroof เพิ่มความโปร่งสบายตลอดการเดินทาง
    • มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครัน

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel LX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ราคาพิเศษ 1,599,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 1,892,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 293,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel EX (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ราคาพิเศษ 1,999,000 บาท (ราคาจำหน่ายปกติ 2,234,000 บาท หักส่วนลดมูลค่า 235,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 100,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL (11 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดมูลค่า 300,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,594,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 160,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น LX, EX, SXL และ SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

    [5] สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [2] มีมูลค่า 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [6] อัตราดอกเบี้ยต้นงวดพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับรุ่น EX, SXL เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน และอัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Carnival Diesel SXL Luxury (7 ที่นั่ง) สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดมูลค่า 400,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,990,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน

    —- หรือ —-

    • เงินเพิ่มมูลค่ารถคันเก่า 250,000 บาท
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลานาน 1 ปี [1]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • อัตราดอกเบี้ย 0% 4 ปี [6]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี สำหรับรุ่น SXL Luxury โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย) โดยไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย

    [4] สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [2] มีมูลค่า 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [6] อัตราดอกเบี้ยต้นงวดพิเศษ 0% 4 ปี สำหรับรุ่น SXL Luxury เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด หรือ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา หรือ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร หรือ ธนาคารไทยธนชาต พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน และอัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

     

    The Kia EV5 – รถเอสยูวีขนาดกลาง ไฟฟ้า 100% โดดเด่นทั้งในด้านพื้นที่ ดีไซน์ สไตล์การขับขี่ และความอเนกประสงค์เต็มรูปแบบ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางของครอบครัวยุคใหม่อย่างครบครัน มีให้เลือก 5 รุ่นย่อย ได้แก่ The Kia EV5 Light, The Kia EV5 Air, The Kia EV5 Earth Long Range, The Kia EV5 Earth Exclusive AWD และ The Kia EV5 GT-Line AWD

    • มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 64 และ 88 kWh สามารถวิ่งได้สูงสุด 665 กม. ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC (ในรุ่น The Kia EV5 Earth Long Range)
    • ดีไซน์ภายนอกล้ำสมัย ด้วยไฟหน้าและไฟท้าย LED Starmap กระจังหน้าแบบ Tiger Face มือจับประตูแบบ Flush type และฝาท้ายไฟฟ้าอัจฉริยะ
    • ภายในสะดวกสบายและผ่อนคลายด้วยเบาะนั่งคนขับแบบ Relaxation ปรับไฟฟ้า พร้อมระบบนวด AirCell 6 จุด ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ โต๊ะแบบพับเก็บได้ ช่องเก็บของพร้อมฟังก์ชันทำความเย็น-ความร้อน และแผงปิดสัมภาระอเนกประสงค์ปรับเป็นโต๊ะหรือชั้นวางของได้ มีระบบจ่ายไฟภายนอก V2L
    • เชื่อมต่อเทคโนโลยีอย่างชาญฉลาดด้วยจอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว ระบบอินโฟเทนเมนต์ รองรับ Apple CarPlay / Android Auto และเครื่องเสียง Harman Kardon (ในรุ่น Earth exclusive AWD และ GT-Line AWD).
    • ความปลอดภัยเหนือระดับที่มาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Light สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดพิเศษ 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,299,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [1]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [2]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [3]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [4] ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน
    • ชุดพรมปูพื้นรถยนต์ [5]

    หมายเหตุ:

    [1] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [2] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [3] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] สำหรับ The Kia EV5 Light สิทธิประโยชน์ข้อ [1], [3] และ [5] มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 50,000 บาท ทั้งนี้สิทธิประโยชน์ดังกล่าวไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Air สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลดพิเศษ 100,000 บาท + ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท [1]

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [3]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[5]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[6]

    หมายเหตุ:

    [1] ผ่อนเริ่มต้น 8,863 บาท สำหรับ 10 เดือนแรก หลังจากหักช่วยผ่อน 5,000 บาทต่อเดือน เมื่อดาวน์ 25% ผ่อนนาน 84 เดือน คำนวณจากอัตราดอกเบี้ยตามที่สถาบันการเงินที่ร่วมรายการกำหนด โดยแคมเปญ Kia ช่วยผ่อนสำหรับรถยนต์ EV5 Air จะได้รับการหักค่าผ่อนชำระค่างวดลดลงเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 10 เดือน รวมมูลค่า 50,000 บาท กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 10 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

    [2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [4] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth Long Range สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    เพิ่มมูลค่ารถคันเดิม 100,000 บาท + Kia ช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน [1]

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 50,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[2]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[4]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[5]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[6]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[7]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[8]

    หมายเหตุ:

    [1] แคมเปญ Kia ช่วยผ่อนสำหรับรถยนต์ EV5 Earth Long Range จะได้รับการหักค่าผ่อนชำระค่างวดลดลงเดือนละ 5,000 บาท จำนวน 10 เดือน รวมมูลค่า 50,000 บาท กรณียกเลิกสัญญาหรือมีการโอนสิทธิ์เช่าซื้อให้แก่บุคคลอื่นระหว่างระยะเวลาการผ่อนนี้ หรือ ไม่มีการผ่อนในช่วง 10 รอบการช่วยผ่อนชำระ จะถือว่าสิ้นสุดการช่วยผ่อนทันที

    [2] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [3] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [4] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [6] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [8] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 Earth Exclusive AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 200,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,799,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 100,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) เพิ่มเติม 2 ปี หรือ 30,000 กิโลเมตร (รวม 5 ปี หรือ 75,000 กิโลเมตร) สำหรับเจ้าของรถยนต์ Kia และครอบครัว (Kia Loyalty)[4]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไข ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 3 ปี หรือ 45,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] โดยชื่อเจ้าของรถคันเดิมและชื่อเจ้าของรถคันใหม่จะต้องเป็นชื่อเดียวกัน หรือเป็นบุคคลในครอบครัวเดียวกัน (บิดา มารดา พี่น้อง สามี ภรรยา และบุตร) ใช้สิทธิเพียงแสดงเอกสารยืนยันได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาเล่มทะเบียนรถ หรือแสดงเอกสารยืนยันความสัมพันธ์ (กรณีชื่อเจ้าของรถคันเดิมและคันใหม่เป็นบุคคลในครอบครัวตามเงื่อนไข) ประกอบการใช้สิทธิ ที่โชว์รูมเกียทั่วประเทศ

    [5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV5 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 222,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 1,899,000 บาท)

    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

    —- หรือ —-

    รับดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมส่วนลด 120,000 บาท

    • อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี[2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[5]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[6]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% สำหรับรุ่น Kia EV5 (Air, Earth, Earth Exclusive AWD, GT-Line) พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน  เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% สำหรับรุ่น Kia EV5 ทุกรุ่น พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] Kia Home Charger 7kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 45,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

     

    The Kia EV9 – รถเอสยูวี 6 ที่นั่ง ไฟฟ้า 100% ที่ได้รับรางวัลระดับโลกมากมาย อาทิ รางวัล World Car of the Year และ World Electric Vehicle จากงาน World Car Awards ประจำปี 2024 รางวัล ‘Best of the Best’ จาก Red Dot Award: รางวัล IDEA โกล์ด จากงาน International Design Excellence Awards และล่าสุดกับ Woman Worldwide Car of the years

    • สมรรถนะทรงพลัง ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า Dual motor ขนาด 8 kWh ให้กำลังรวม 384 แรงม้า แรงบิด 700 นิวตันเมตร เร่ง 0–100 กม./ชม. ภายใน 5.3 วินาที
    • ภายในห้องโดยสารหรูหรา เบาะนั่งด้านหน้าและแถวที่ 2 แบบ Relaxation ปรับเอนนอนและเลื่อนด้วยไฟฟ้า พร้อมเบาะรองขา ระบบระบายอากาศ ระบบอุ่นเบาะ และระบบนวดสำหรับเบาะแถว 2
    • เทคโนโลยีล้ำสมัย จอ Panoramic Wide Display ขนาด 6 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto เชื่อมต่อไร้สาย พร้อมกล้อง Surround View Monitor แบบ 3 มิติ และระบบเครื่องเสียง Meridian 14 ตำแหน่ง
    • ระยะทางขับขี่ยาวไกล มีระยะการเดินทางสูงสุดถึง 647 กิโลเมตร  ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน NEDC สำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD พร้อมระบบชาร์จเร็วพิเศษ 350 กิโลวัตต์
    • ความปลอดภัยเหนือระดับมาพร้อมระบบช่วยขับขี่อัจฉริยะ ADAS (Advance Driver Assistance System)

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD สำหรับวันที่ 20 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    • อัตราดอกเบี้ย 0%พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน[1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 2 ปี[2]
    • ฟรี Kia Home Charger 1 ชุด และ ค่าติดตั้ง Kia Home Charger ให้กับลูกค้า[3]
    • ฟรี ค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร[4]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร[5]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[6]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร[7]

    หมายเหตุ:

    [1] อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 2 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] Kia Home Charger 22kw 1 ชุด พร้อมค่าติดตั้ง มูลค่า 69,000 บาท ตามเงื่อนไขการติดตั้งที่บริษัทฯกำหนด

    [4] เงื่อนไขค่าบำรุงรักษาตามระยะ (ค่าแรง และค่าอะไหล่) ตลอด 10 ปีหรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [6] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [7] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

     

    The Kia Sorento PHEV AWD– เอสยูวีพลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียมแบบ 3 แถว 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์หรูที่ผสาน สุนทรียะและฟังก์ชันการใช้งานอย่างลงตัว มาพร้อมเทคโนโลยีขับเคลื่อนที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางอย่างครบครัน

    • ขับเคลื่อนด้วยระบบ Plug-in Hybrid ผสานพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ Smartstream Turbo 1.6 ลิตร ให้กำลังรวมสูงสุด 265 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด Shift-by-Wire พร้อมระบบขับเคลื่อน All Wheel Drive รองรับการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าสูงสุด 66 กิโลเมตร
    • ห้องโดยสารออกแบบเพื่อความสบายตลอดการเดินทาง เบาะทั้ง 3 แถว รองรับการนั่งอย่างสะดวก เบาะคู่หน้ามาพร้อม ระบบระบายอากาศและอุ่นเบาะ ส่วนเบาะแถวสองแบบ Captain Seat ปรับได้อิสระ และสามารถเข้า–ออกแถวสาม ได้ง่าย
    • มอบความเย็นสบายด้วยระบบปรับอากาศที่ปรับอุณหภูมิแยก 2 โซน พร้อมช่องแอร์ครบทั้ง 3 แถวที่นั่ง
    • เสริมความทันสมัยด้วยหน้าจอแสดงผลการขับขี่ Digital Supervision 12.3 นิ้ว พร้อม Head-up Display และพอร์ต USB ครบทุกตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง
    • มอบความปลอดภัยสูงสุดด้วยระบบช่วยขับขั้นสูง ADAS (Advanced Driver Assistance System) ครบครันในทุกการเดินทาง

     

    โปรโมชันสำหรับ The Kia Sorento PHEV AWD สำหรับวันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568

    ส่วนลด 350,000 บาท (จากราคาจำหน่ายปกติ 2,099,000 บาท)

    • อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน [1]
    • ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. เป็นระยะเวลา 1 ปี [2]
    • การรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร [3]
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง [4]
    • การรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร [5]

    หมายเหตุ:

    [1] ] อัตราดอกเบี้ย (ต้นงวด) 1.99% พร้อมดาวน์ 25% สำหรับระยะเวลาผ่อนชำระ 48 เดือน เฉพาะการจัดเช่าซื้อกับธนาคารที่เข้าร่วมรายการ ได้แก่ บริษัท กสิกรลีสซิ่ง จํากัด ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารเกียรตินาคินภัทร และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) *กรณีลูกค้าจัดไฟแนนซ์ ธนาคาร/ลีซซิ่งอื่นจะไม่ได้รับการสนับสนุนด้านประกันภัย

    [2] ประกันภัยชั้น 1 และ ประกันภัยรถยนต์ภาคบังคับ (พ.ร.บ.) เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยจำกัดเฉพาะ บริษัท แอกซ่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) และไม่สามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินสดได้

    [3] เงื่อนไขการรับประกันคุณภาพตัวรถ 7 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของ ฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [4] เงื่อนไขการบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน ฟรี 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 7 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (ตามเงื่อนไขของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    [5] เงื่อนไขการรับประกันแบตเตอรี่รถยนต์ (High-Voltage Battery) 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร ระยะใดระยะหนึ่งถึงก่อน (ตามเงื่อนไขการรับประกันของฝ่ายบริการหลังการขาย)

    • ข้อกำหนดและเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลงทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของบริษัทฯ
    • โปรโมชันสำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 (ไม่รวมโปรโมชันสำหรับ The Kia EV9 GT-Line AWD)
    • โปรโมชัน The Kia EV9 GT-Line AWD สำหรับลูกค้าที่จองและรับรถตั้งแต่วันที่ 20 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568
    • โปรโมชันสำหรับการซื้อผ่านผู้จำหน่าย Kia อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย
    • เฉพาะผู้จำหน่าย ฯ ที่เข้าร่วมรายการเท่านั้น
    • ไม่รวมรถแท็กซี่, รถเช่า, รถที่ขายภายใต้เงื่อนไขพิเศษ, และลูกค้ารถเช่า
    • ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงจะทำการแจ้งผ่านช่องทางสื่อประชาสัมพันธ์ของบริษัทฯ
    • สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อผู้จำหน่าย Kia ใกล้ท่าน หรือ เยี่ยมชมเว็บไซต์ https://www.kia.com/th

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • อีซูซุอวดโฉมทัพยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่… ของชีวิต ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

    4 Min Read

    อีซูซุอวดโฉมทัพยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…      ของชีวิต  ในงาน “มหกรรมยานยนต์  ครั้งที่ 42”

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด นำทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุด รวม 15 คัน ร่วมแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” (Thailand International Motor Expo 2025) อย่างยิ่งใหญ่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ JAPANESE QUALITY” ผสานทุกบริบทแห่งอัตลักษณ์ของอีซูซุในนิยามล่าสุด THE ONE & ONLY” ถ่ายทอดเป็นความประณีตแบบญี่ปุ่นในทุกรายละเอียด สะท้อนจิตวิญญาณและความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยี การออกแบบ เพื่อความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์     ทุกความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

    มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้   อีซูซุได้นำเสนอบูธภายใต้คอนเซ็ปต์ THE ONE & ONLY AND JAPANESE QUALITY” สะท้อนถึงความเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นที่มีความพิถีพิถันทั้งในคุณภาพสินค้าและการดูแลลูกค้าทั้งก่อนและหลังการขายในแบบฉบับอีซูซุ ครั้งนี้เรานำยนตรกรรมมาร่วมจัดแสดงครบทุกรุ่น ทั้งรถรุ่นมาตรฐาน และรถแต่งพิเศษ นำโดย ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” รถปิกอัพแห่งอนาคตที่สืบทอด DNA แห่งความเชื่อมั่นมากว่าครึ่งศตวรรษ เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซลแห่งอนาคตใหม่ล่าสุด ISUZU 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุด เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! และ MU-X “THE NEXT PEAK” รถยนต์นั่งอเนกประสงค์รุ่นใหม่ที่ยกระดับสู่จุดพีคใหม่ของชีวิต ด้วยช่วงล่างใหม่โช้กอัพ แบบ STIFF FLEX เพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่       ที่มั่นใจเหนือระดับ พร้อมเปิดโอกาสให้แฟน ๆ อีซูซุได้ชม TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกของโลกที่สำนักแต่งชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น TOP SECRET เลือกใช้รถปิกอัพ ISUZU    D-MAX Hi-Lander MAXFORCE ไปแต่งแบบจัดเต็มในสไตล์ของ TOP SECRET  พร้อมกันนี้เพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าทุกท่านและตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” เพื่อเป็น “พันธมิตรที่ดี” เคียงข้างธุรกิจของลูกค้าเสมอ อีซูซุได้จัดแคมเพจ์นใหญ่   ส่งท้ายปี MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่สนใจซื้อรถอีซูซุในช่วงเวลาดังกล่าว นอกจากนี้ เราขอแนะนำโปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์ใหม่ ISUZU My-MEMBER” เอกสิทธิ์พิเศษอัปเกรดได้  ที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าผ่านการสะสมคะแนนและรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำมากมายซึ่งกำลังจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 ธันวาคมนี้”

    สำหรับยนตรกรรมที่อีซูซุนำมาจัดแสดงภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025 รวม 15 คัน ดังนี้

    ยนตรกรรมอีซูซุตกแต่งพิเศษแบบไลฟ์สไตล์ รวม 6 คัน ได้แก่

    • ISUZU D-MAX HI-LANDER “TOP SECRET X ISUZU D-MAX” ครั้งแรกที่สำนักแต่งรถชื่อดังระดับโลกจากญี่ปุ่น “TOP SECRET” เลือกรถปิกอัพไปแต่งแบบเต็มพิกัด ด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมรอบคัน เพิ่มความดุดันและมีน้ำหนักเบา แรงเต็มสูบด้วยการปรับแต่งเพิ่มความแรงเครื่องยนต์จากสำนัก ECU Shop เน้นแรงแบบไร้ควัน เพิ่มสมรรถนะช่วงล่างให้รับกับความแรง ด้วยชุดช่วงล่างจาก PROFENDER พร้อมระบบเบรก AP RACING จับคู่กับล้อยอดนิยมตลอดกาล RAYS ENGINEERING VOLK RACING รุ่น TE37 ขนาด 18 นิ้ว จากญี่ปุ่น ยาง BRIDGESTONE ALENZA 001 เสริมอารมณ์สปอร์ตให้กับการขับขี่ พร้อมชุดแต่งภายในคาร์บอนไฟเบอร์เกรดพรีเมียมของ TOP SECRET เบาะรถแข่งคู่หน้า RECARO รุ่น TOM CAT และพวงมาลัยเรซซิ่งของ SARD

    • ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด M สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) พร้อมชุดแต่ง Top Secret รอบคัน เสริมความสปอร์ตด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ระดับพรีเมียมรอบคันทั้งภายนอกและภายในจาก TOP SECRET เริ่มจากชุดฝากระโปรงหน้า ฝากระบะท้าย สเกิร์ตหน้า และฝาครอบกระจกมองข้าง พร้อมสติกเกอร์ภายนอกรถจาก TOP SECRET และชุดตกแต่งแผงคอนโซลหน้า คอนโซลเกียร์ และแผงสวิตช์ประตูภายใน

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK 4X4 3.0 MAXFORCE เกรด S เกียร์ธรรมดา แต่ง TJM เปลี่ยนบรรยากาศให้เป็นตัวแต่งสายลุยแบบจัดเต็ม ด้านหน้าปรับโฉมให้เป็นรถ 4×4 รุ่น ท็อปแบบ ISUZU V-CROSS 4×4 เพิ่มความอเนกประสงค์ด้วยชุดตู้ท้ายกระบะของ TJM แบบ Custom สามารถปรับให้ใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ เสริมสมรรถนะการลุยด้วยชุดแต่ง TJM รอบคันด้วยชุดช่วงล่างยกสูง โช้กอัพ XGS RUGGED พร้อมชุดสปริงหน้าและแหนบรุ่น XGS เสริมการป้องกันรอบคันด้วยกันชนหน้า รุ่น Outback Bull Bar พร้อมรอกไฟฟ้าหน้า TJM รุ่น TORQ แรงฉุดลาก 9500 ปอนด์ ปกป้องด้านข้างด้วยชุดไซด์เรลกันกระแทกด้านข้าง พร้อมบันไดข้างรุ่น Modular Side Step พร้อมกันชนหลังรุ่น RB6 เสริมความเท่แบบแกร่งด้วยล้อ LENSO รุ่น ESCOBAR ขนาด 17 นิ้ว พร้อมยาง TOYO รุ่น OPEN COUNTRY R/T ขนาด 285/70R17

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPARK THE ONE & ONLY 2 Ddi MAXFORCE เกรด S เกียร์อัตโนมัติ พร้อมกระบะพื้นเรียบแบบ FLAT DECK สีขาวไซบีเรียน (Siberian White) เพิ่มขีดความสามารถในการบรรทุกด้วยการใช้กระบะท้ายเป็นแบบกระบะพื้นเรียบรุ่น FLAT DECK เพิ่มพื้นที่บรรทุก เปิดฝากระบะได้ทั้ง 3 ด้าน ขนของขึ้นลงได้ง่าย สะดวกยิ่งกว่า ไม่ติดซุ้มล้อ มาพร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 245/70R16

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Active 2.2 Ddi MAXFORCE สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ตกแต่งพิเศษด้วยคอนเซ็ปต์ “JAPANESE SPORT-SUV” สัญลักษณ์แห่งคุณภาพแบบญี่ปุ่น เน้นคุณภาพและความเชื่อมั่นที่วางใจได้ เสริมความโดดเด่นด้วยชุดแต่งบอดี้พาร์ทรอบคันจาก AKC ใส่ชุดโหลดช่วงล่างจาก PROFENDER เสริมลุคสปอร์ตด้วยล้ออัลลอย LENSO รุ่น JAGER APOLLO พร้อมยาง YOKOHAMA ADVAN SPORT ขนาด 265/50R20 ขนาด 20 นิ้ว หยุดรถได้อย่างมั่นใจด้วยระบบเบรกหน้า CALIPER แบบ 6 POT และเบรกหลัง CALIPER แบบ 4 POT พร้อมจานเบรกขนาด 355 มิลลิเมตร จาก Run Stop

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น Ultimate 2.2 Ddi MAXFORCE สีดำบาวาเรียนไมก้า (Bavarian Black Mica) มาพร้อมคอนเซ็ปต์รถครอบครัวเพื่อการท่องเที่ยว พร้อมความปลอดภัยครบครันด้วย ใหม่! กล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ เพิ่มความอเนกประสงค์ในการเดินทางด้วยชุดคานบนหลังคา THULE รุ่น WINGBAR EDGE เพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระ ด้วยกล่อง THULE FORCE บนหลังคา เสริมความมั่นใจในการเดินทางด้วยล้อ LENSO รุ่น JAGER DYNA พร้อมยาง BRIDGESTONE DUELER AT002 ขนาด 265/50R20

    รถอีซูซุรุ่นมาตรฐาน รวม 9 คัน ได้แก่

     

    • ใหม่! ISUZU X-SERIES HI-LANDER 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพสปอร์ตยกสูง ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดและโหมด Rev Tronic ใหม่! และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว เสริมชุดแต่ง The X Package ดีไซน์ใหม่ ทั้งภายนอกและภายใน กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้าดีไซน์พิเศษโฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS กันชนหน้า – หลังสีเดียวกับตัวรถสไตล์ Integrated   Aerodynamic Sport Bar เหนือกระบะท้าย พร้อมสติกเกอร์ Uptown Vibe คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 18 นิ้ว ภายในพรีเมียมด้วยคอนโซลหน้าหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งด้วยสีเทาเข้ม และ Piano Black พร้อมพวงมาลัยหุ้มหนังและเบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สีดำ ครบครันด้วยเทคโนโลยีทันสมัย หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว

     

    • ใหม่! ISUZU X-SERIES SPEED 4 ประตู 2 Ddi MAXFORCE เกียร์ธรรมดา สีดำบาวาเรียน ไมก้า (Bavarian Black Mica) ครั้งแรกกับเครื่องยนต์ใหม่! 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยใหม่! ชุดแต่ง The X-Package กระจังหน้าแบบ Multi-layer โทนเข้มตัดแดง Garnet Red ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมเส้นสาย Stylish Red Line ไฟท้าย LED แบบ CLEAR LENS สเกิร์ตหน้า-หลัง สไตล์ Integrated ลาย Kevlar พร้อมปั๊มลาย X พร้อมสติกเกอร์ Illusion of Speed คาดหน้า-หลัง ล้ออัลลอยสี Gloss Black ขนาด 16 นิ้ว เพิ่มอารมณ์การขับแบบสปอร์ตด้วยห้องโดยสารโทนดำ-แดง เร้าใจ และเบาะนั่งผ้าพรีเมียมดีไซน์สปอร์ตทูโทนดำ-แดง พร้อมโลโก้ X หน้าจอ Infotainment 8 นิ้วรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay

     

    • ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER THE ONE & ONLY” 4 ประตู 2.2 Ddi MAXFORCE เกรด M เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) ปิกอัพ 4 ประตูยกสูง รุ่นใหม่ล่าสุดที่สืบทอด DNA ความเชื่อมั่นอีซูซุมากว่าครึ่งศตวรรษ เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ให้ความแรง แต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ที่ให้อัตราทดต่อเนื่อง ต้นจัด ปลายไหล เปลี่ยนเกียร์ได้นิ่มนวล ขับขี่สบายยิ่งขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียงปลายนิ้ว ล่าสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถเพื่อความแม่นยำในการขับขี่ ครบครันกับระบบความปลอดภัย ADAS อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB และ MCB และอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปลอดภัยมั่นใจสูงสุดในทุกการเดินทาง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตด้วยกระจังหน้าใหม่แบบ Multi-layer เท่ทุกมุมมอง พร้อมไฟหน้า Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight และไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้อ อัลลอย 18 นิ้ว สีทูโทน ภายในสะดวกสบาย ด้วยเบาะนั่งสปอร์ต COOLMAX ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง จอ Integrated MID ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว แสดงข้อมูลได้หลากหลายรูปแบบ เชื่อมต่อข้อมูลกับ หน้าจอระบบสัมผัส Infotainment Display ขนาด 9 นิ้ว แสดงผลได้หลากหลายฟังก์ชัน เช่น ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และอื่นๆ พร้อมรองรับระบบ Wireless Android Auto และ Wireless Apple CarPlay* พร้อม Charging Socket แบบ USB-C ทั้งที่นั่งด้านหน้าและด้านหลัง

      

    • ใหม่! ISUZU D-MAX CAB4 “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์อัตโนมัติ สีเงินโบฮีเมียน เมทัลลิก(Bohemian Silver Metallic) ปิกอัพดีไซน์เท่ แกร่งทุกมุมมอง เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด และโหมด Rev Tronic ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำตกแต่ง สีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางด้วยเบาะผ้าพรีเมียมสีดำ

    • ใหม่! ISUZU D-MAX SPACECAB “THE ONE & ONLY” 2 Ddi MAXFORCE เกรด L เกียร์ธรรมดา สีเทาเอลบรุส โอเพค (Elbrus Gray Opaque) ปิกอัพดีไซน์เท่ สมรรถนะเหนือชั้นด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์ธรรมดา 6 สปีด ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบ Multi-layer สีเทาไทเทเนียม–เงินเมทัลลิก ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector พร้อมไฟท้าย LED แบบ Clear Lens กันชนหน้า–ท้าย และกระจกมองข้างสีเดียวกับตัวรถ ภายในทันสมัยด้วยคอนโซลหุ้มหนังสังเคราะห์สีดำ ตกแต่งสีเงินเมทัลลิกและสีดำ หน้าจอสัมผัส 8 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto และ Apple CarPlay พร้อม Bluetooth, WiFi Mirroring ช่อง USB-C และกล้องมองหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline นั่งสบายทุกการเดินทางเบาะผ้าพรีเมียม

     

    • ใหม่! ISUZU V-CROSS 4×4 “THE ONE & ONLY” 0 Ddi MAXFORCE เกรด M สีใหม่อินนิชมอร์ เกรย์ โอเพค (Inishmore Gray Opaque) ปิกอัพสปอร์ตออฟโรดรุ่นล่าสุดเครื่องยนต์ 3.0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ลุยได้ทุกที่ด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนเข้าสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อได้ง่ายเพียงปลายนิ้ว พร้อมระบบล็อกเฟืองท้ายด้วยไฟฟ้า E-Diff Lock และระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ ได้อย่างง่ายดาย ยกระดับการขับขี่ให้สะดวกสบายขึ้นด้วย ใหม่! พวงมาลัยไฟฟ้า EPS ขับง่าย สะดวกสบาย ควบคุมรถได้อย่างแม่นยำทุกสภาพถนน มั่นใจสุดกับกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถ เสริมความมั่นใจในทุกการเดินทาง ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS เวอร์ชันล่าสุด! อาทิ LKAS, ACC, FCW, AEB, BSM, RCTA & B, AHB, MCB และอื่นๆรวมทั้งสิ้น 17 ระบบ ปรับดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน ใหม่! ISUZU V-CROSS PACKAGE ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า Multi-layer ดุดันทรงพลังเกินขีดจำกัด ไฟหน้าดีไซน์พิเศษ      โฉบเฉี่ยวด้วยเส้นสาย Modern Line พร้อม Multifunctional Daylight ที่ทำหน้าที่ Daylight ไฟหรี่ และไฟเลี้ยว ไฟท้าย LED แบบ Clear Lens และล้ออัลลอย 18 นิ้ว              สี Matte Black ดีไซน์ Metal Claw สปอร์ตเท่ ดุดัน ได้ใจสายลุย ภายในใหม่! เบาะนั่ง        ทูโทนดีไซน์เท่ โอบกระชับทุกสรีระ พร้อมเทคโนโลยี COOLMAX พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ในตำแหน่งที่นั่งคนขับ

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 4WD 3.0 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีเทา ไอเกอร์ โอเพค (Eiger Gray Opaque) เครื่องยนต์ 0 Ddi MAXFORCE 190 แรงม้า แรงบิด 450 นิวตัน-เมตร เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง มั่นใจในทุกสภาพถนนด้วยระบบ Terrain Command เปลี่ยนระบบขับเคลื่อนได้ง่าย พร้อมระบบ Rough Terrain Mode ที่ทำให้สามารถขับผ่านอุปสรรคต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS ไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ตล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอดการขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว ครบครันด้วยเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก หน้าจอสัมผัส 9 นิ้ว รองรับ Wireless Android Auto / Apple CarPlay* Bluetooth, WiFi Mirroring, USB-C ลำโพง 8 ตำแหน่ง ขับสะดวกสบายด้วยพวงมาลัยไฟฟ้า พร้อมกล้องมองรอบคัน 360 องศา และกล้องถอยหลังพร้อมเส้นกะระยะ Dynamic Guideline

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น RS 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อม Rev Tronic และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ขับสนุกยิ่งกว่าเคย ด้วยอัตราเร่งที่ยอดเยี่ยม เปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera ที่ให้ทุกการเดินทางอุ่นใจยิ่งกว่า ภายนอกโดดเด่น ให้อารมณ์สปอร์ต ผ่านเส้นสายที่มีความ DYNAMIC รอบคัน สง่างาม ด้วยกระจังหน้า BLACK DIAMOND GRILLE พร้อมสัญลักษณ์ RS โดดเด่นด้วยไฟหน้าและไฟท้าย DYNAMIC BLADE และเส้นดีไซน์ EMBRACE LINE สะท้อนความสปอร์ต ล้ำยุค เสริมด้วยกันชนหน้าแบบ FIGHTER JET พร้อม AIR CURTAIN เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ สปอร์ตยิ่งขึ้นด้วย FENDER GARNISH สีดำ, SIDE GARNISH สัญลักษณ์ RS และล้ออัลลอย RS DESIGN ขนาด 20 นิ้ว ภายในห้องโดยสารนั่งสบายรองรับสรีระตลอด      การขับขี่ด้วยเบาะ COOLMAX ลดการสะสมความร้อน พร้อมตกแต่งสัญลักษณ์ RS            สี LIME GREEN เพิ่มเอกลักษณ์เฉพาะตัว

     

    • MU-X “THE NEXT PEAK” รุ่น ELEGANT 2.2 Ddi MAXFORCE เกียร์อัตโนมัติ สีขาวมุกโดโลไมท์ (Dolomite White Pearl) เครื่องยนต์ 2 Ddi MAXFORCE 163 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร เกียร์อัตโนมัติ Rev Tronic 8 สปีด และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย มาพร้อม ใหม่! ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS กล้องหน้าคู่พร้อมเรดาร์ 2 จุด และเซนเซอร์ 8 จุดรอบคัน เพิ่มความมั่นใจขณะขับขี่ไปอีกขั้น ด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง ดีไซน์ภายนอกสปอร์ตหรู ด้วยกระจังหน้าสีเทาดำ และ Titanium Carbide กันชนสีทูโทน และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว ไฟหน้า Bi-Beam LED Projector ดีไซน์ Dynamic Blade ภายในโอ่อ่าหรูหราด้วยคอนโซลและแผงประตูตกแต่ง Titanium Gray Metallic–Piano Black เบาะหนังสังเคราะห์ COOLMAX สี TRUFFLE BROWN

     

    นอกจากยนตรกรรมใหม่…อีซูซุยังได้มอบแคมเพจ์นพิเศษและเอกสิทธิ์สำหรับลูกค้า ดังนี้

    • แคมเพจ์นขอบคุณลูกค้าสุดยิ่งใหญ่ MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” มอบสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ทุกรุ่น หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568       จับรางวัลจำนวน 9 สัปดาห์  โดยมีรายละเอียดรางวัล ดังนี้
    • รางวัลบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,500 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมทั้งสิ้น 1,907 รางวัล มูลค่ารวม 38,700,900 บาท
    • ลงทะเบียนผ่านทาง https://www.isuzu-tis.com/register
    • อัปเกรดใหม่! โปรแกรมสิทธิพิเศษสมาชิกอีซูซุ “ISUZU My-MEMBER”… เอกสิทธิ์พิเศษ อัปเกรดได้ โปรแกรมสะสมคะแนนเพื่อเลื่อนระดับรับสิทธิประโยชน์มากมายจากอีซูซุและร้านค้าชั้นนำโปรแกรมนี้ถูกพัฒนาเพื่อยกระดับและเพิ่มประสบการณ์ลูกค้ารถปิกอัพอีซูซุและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ให้ดีกว่าเคย ลูกค้าสามารถรับเอกสิทธิ์พิเศษจากอีซูซุ ไม่ว่าจะเป็นส่วนลดซื้อรถใหม่ ส่วนลดเข้าศูนย์บริการ หรือเอกสิทธิ์มากมายจากร้านค้าชั้นนำทั่วประเทศ โดยแบ่งสมาชิกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับมาย-ซิลเวอร์ ระดับมาย-โกลด์ ระดับมาย-แพลททินั่ม และระดับมาย-ไดมอนด์ ยิ่งระดับสูง เอกสิทธิ์ยิ่งมาก! ศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่แอปพลิเคชัน my-ISUZU อย่าลืมมาเช็กอิน พร้อมรับคะแนนพิเศษได้ที่บูธ   อีซูซุตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป
    • แคมเพจ์นพิเศษจากศูนย์บริการ ลูกค้ารถปิกอัพและรถยนต์นั่งอเนกประสงค์อีซูซุทุกรุ่น ที่เป็นสมาชิก ISUZU My-MEMBER รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “Isuzu my-MEMBER ได้ทั้งลด ได้ทั้งคะแนน” น้ำมันเครื่องและไส้กรอง (เกรดกึ่งสังเคราะห์และสังเคราะห์) ลดสูงสุด 10% อะไหล่ลดสูงสุด 15% ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ พร้อมกดรับคูปองส่วนลดอื่น ๆอีกมากมายผ่านแอปพลิเคชัน my-ISUZU และลูกค้ารถบรรทุกอีซูซุขนาดใหญ่ (2 ตันขึ้นไปทุกรุ่น) รับสิทธิพิเศษกับแคมเพจ์น “มั่นใจทุกเส้นทาง คุ้มยาวตลอดปี” ฟรี! ตรวจเช็กสภาพรถ กว่า 50 รายการ และส่วนลดอะไหล่สูงสุด 15% พร้อมร่วมกิจกรรมพิเศษ “บอกหน่อยทำไมถึงวางใจศูนย์บริการอีซูซุ” เพียงรีวิวศูนย์บริการผ่าน my-Circle และ Facebook พร้อมติดแฮชแท็ก #ศูนย์อีซูซุวางใจได้ และแฮชแท็กประจำศูนย์บริการ            ก็มีสิทธิ์ลุ้นรับคูปองส่วนลดและบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 400,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2568 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2569

    เชิญสัมผัสและลงทะเบียนทดลองขับยนตรกรรมใหม่ล่าสุด! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น! และรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ได้ที่งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธอีซูซุ  ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ร่วมติดตามและอัปเดตข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่  www.isuzu-tis.com  หรือ LINE: @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ยลโฉม ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำ และ ZEEKR 009 GRAND อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่ให้คำนิยามมากกว่าความหรูหรา งานศิลป์ชิ้นเอกที่พร้อมให้คุณสัมผัส ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    2 Min Read

    ยลโฉม ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำ และ ZEEKR 009 GRAND อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่ให้คำนิยามมากกว่าความหรูหรา งานศิลป์ชิ้นเอกที่พร้อมให้คุณสัมผัส ภายในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี นำทัพยนตรกรรมไฟฟ้าอวดโฉมในงาน Thailand International Motor Expo 2025 พร้อมนำเสนอ ZEEKR Mix มินิแวนไฟฟ้าสุดล้ำที่ทลายกรอบรถครอบครัวแบบเดิม ๆ สู่ Living Room on Wheels ที่พร้อมผจญภัยไปด้วยกัน กับฟังก์ชันหลากหลายที่รองรับทุกกิจกรรม และ ZEEKR 009 GRAND เอ็มพีวีไฟฟ้าอัลตร้าลักชูรี ที่สุดแห่งสถาปัตยกรรมแห่งการเดินทาง เผยโฉมครั้งแรกในไทย รวมถึง ZEEKR 009 Flagship AWD รูปแบบ 6 ที่นั่ง ZEEKR 009 Premium AWD รูปแบบ 7 ที่นั่ง ZEEKR 009 Standard – Premium Mobility รูปแบบ 7 ที่นั่ง และ ZEEKR 7X รุ่น Standard RWD ZEEKR 7X Long Range RWD และ ZEEKR 7X Performance AWD พร้อมรับของสมนาคุณสุดพิเศษสำหรับผู้จองรถในงานที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568

    Unleashing Performance and Innovation for Your Limitless Journey” คือแนวคิดในการนำเสนอตัวตน ผ่านบูธ ZEEKR ที่ถูกเนรมิตขึ้นในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 หรือ Thailand International Motor Expo 2025 ซึ่งยังคงเน้นย้ำให้ความสำคัญในเรื่องของ “สมรรถนะ” และ “นวัตกรรม” ที่ถือเป็นแกนหลักของ ZEEKR กับ
    การมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสะท้อนความก้าวล้ำของโลกยานยนต์ในอนาคต โดยยังคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของความลักชูรี การมีตัวตนชัดเจน และความไม่เหมือนใคร ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของ ZEEKR ผ่านพื้นที่จัดแสดงทั้งหมด 2 โซนใหญ่ โซนด้านนอกคือ Product Experience ที่แสดงนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และโซนด้านในคือ
    ZEEKR Lounge พื้นที่ที่ให้สัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การดูแลทุกท่าน ประกอบไปด้วย

    • Exclusive Lounge Area พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและความเป็นส่วนตัวสูงสุด ให้ความรู้สึกที่ปลอดโปร่ง และสะดวกสบายเหนือระดับ
    • Garage Zone พื้นที่จัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดที่ตีความนอกกรอบผ่านการเล่นกับแสงและสี อันเป็นเอกลักษณ์ของ ZEEKR สะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นและตัวตนของ ZEEKR 7X รุ่น Performance ออกมาได้อย่างชัดเจน

    • ZEEKR Play Space พื้นที่ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นและเป็นมิตร อีกทั้งยังเป็นพื้นที่ที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ในมุมของเล่นสำหรับเด็ก พร้อมรองรับลูกค้าและสมาชิกในครอบครัวด้วยการใส่ใจคัดสรรของตกแต่งที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน
    • ZEEKR Catering Bar บาร์อาหารเครื่องดื่มที่ออกแบบด้วยลวดลายความโค้งอย่างพิถีพิถัน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากปรัชญาการออกแบบ Golden Ratio ที่เป็นจิตวิญญาณของสร้างสรรค์รถยนต์ ZEEKR

    • User Activity Zone ที่มีกิจกรรมสร้างสรรค์ของที่ระลึกสำหรับผู้จองรถภายในงาน และเวิร์กชอปสุดพิเศษสำหรับลูกค้าปัจจุบัน เพื่อมอบประสบการณ์เหนือความคาดหมายแก่ลูกค้าทุกท่าน

    • ZEEKR x PDM Zone พื้นที่นำเสนอความร่วมมือระหว่าง ZEEKR และ PDM แบรนด์ดีไซน์เนอร์ไทยที่มีความพิถีพิถันในการเลือกใช้วัสดุคุณภาพดีพร้อมการออกแบบที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งตอกย้ำการชู “Local Spirit” ของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลกไปพร้อมกับการเติบโตของแบรนด์

     

    นอกจากนี้ ภายในเลานจ์มีการเล่นกับแสงไฟให้ล้อไปกับธรรมชาติตามช่วงเวลาจริง เสียงดนตรีคลอที่สัมพันธ์ระหว่างจังหวะและอารมณ์ รวมถึงกลิ่นหอมเฉพาะที่รังสรรค์สำหรับ ZEEKR ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย ซึ่งเป็นการยกระดับประสบการณ์ “ความพิเศษ” ของลูกค้าตั้งแต่ก้าวเข้ามาภายในพื้นที่แห่งนี้ ผ่านโสตสัมผัสทั้งห้าที่เข้ากันได้อย่างลงตัว

     

    ในส่วนของยนตรกรรมไฟฟ้าไฮไลท์ ประกอบด้วย

    ZEEKR Mix: The Next Chapter of Mobility Innovation

    รถมินิแวนภายใต้คอนเซ็ปต์ Living Mobility ที่ออกแบบบนสถาปัตยกรรม SEA-M ให้เป็นดั่ง “ห้องนั่งเล่นเคลื่อนที่” จัดสรรพื้นที่ภายในอย่างชาญฉลาด โดดเด่นด้วยดีไซน์ทรงแคปซูลพร้อมหลังคากระจกแบบโค้งทรง Arc Sky ทำให้ห้องโดยสารดูโปร่งและกว้างขวาง มาพร้อมบานประตูแบบไร้เสากลาง (Pillarless Design) ซึ่งสามารถเปิดได้ กว้างถึง 1.48 เมตร เบาะแถวหน้าสามารถหมุนได้ถึง 270 องศา คอนโซลกลางปรับตำแหน่งได้เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบที่นั่งภายในห้องโดยสารได้อย่างอิสระ

    ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่กำลังสูงสุด 416 แรงม้า แรงบิด 440 นิวตันเมตร และแบตเตอรี่ขนาด 102 กิโลวัตต์ต่อชั่วโมง สามารถวิ่งได้ไกลสูงสุด 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC พร้อมเทคโนโลยี ZEEKR AD เสมือนการขับขี่อัจฉริยะ ไม่ว่าจะเป็นการถอยจอดอัตโนมัติ การเตือนมุมอับสายตา หรือแม้แต่การเตือนการชนจากทางด้านหลัง เพิ่มความมั่นใจตลอดการเดินทาง

    ZEEKR 009 GRAND

    ยนตกรรมระดับอัลตร้าลักชูรี ที่สุดของไลฟ์สไตล์การเดินทางแบบ Exclusive ที่ ZEEKR มอบคำนิยามว่า “The Best in Craftmanship” ซึ่งนำเสนอสถาปัตยกรรมเคลื่อนที่ระดับ Masterpiece มอบความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดให้เป็นที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบ โดยออกแบบมาเพื่อรองรับวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายขั้นสูงสุด พิถีพิถันด้วยการออกแบบอย่างประณีต ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยช่างฝีมือเฉพาะ สะท้อนผ่านกระจังหน้า Dark Badge ซึ่งผ่านการขัดเงามากกว่า 30 ชั่วโมง ต่อด้วยการชุบโครเมียมพิเศษเพิ่มความเงางาม และล้ออัลลอยขนาด 20 นิ้ว แบบ Floating Forged ด้วยความแข็งแกร่งจากกระบวนการมากกว่า 10 ขั้นตอน พร้อมการขัดเงามากกว่า 20 ชั่วโมง

    ด้วยคอนเซ็ปต์ห้องโดยสารระดับ First Class ที่มอบสัมผัสในแบบฉบับอัลตราลักชูรีทุกรายละเอียด ด้วยความนุ่มสบายจากผิวสัมผัสของหนัง Nappa เกรดพรีเมียม และสามารถปรับได้ 24 ทิศทาง พร้อมระบบนวด ระบายอากาศ การปรับเอนนอน โอบรับผู้โดยสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ภายในห้องโดยสารปูด้วยพรมขนสัตว์นุ่มพิเศษที่ได้รับการคัดสรรมาเป็นอย่างดี และยกระดับความเป็นส่วนตัวขั้นสูงสุดด้วย Partition ที่แยกระหว่างห้องโดยสารและพื้นที่สำหรับคนขับ พร้อมหน้าจอ LED ขนาดใหญ่ถึง 43 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทางมากถึง 30 ตำแหน่งจาก Yamahaเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยหินจากเทือกเขาหิมาลัยผ่านการขัดเกลาอย่างประณีต มีลวดลายเฉพาะตัวที่สวิตช์สั่งการ ตกแต่งด้วยคริสตัล เพื่อมอบสัมผัสแห่งความหรูหรา สู่งานฝีมือระดับ Masterpiece โดย ZEEKR 009 GRAND มอบขุมพลังระบบมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 778 แรงม้า มอบการขับขี่ได้มากถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC และความปลอดภัยจากโครงสร้างตัวถัง Single Piece Die Cast แบบ C-Ring บริเวณห้องโดยสาร พร้อมปกป้องผู้โดยสารในทุกการเดินทาง

    รวมถึงมีการจัดแสดงยนตรกรรมไฟฟ้า ZEEKR รุ่นอื่น ดังนี้

    • ZEEKR 009 Flagship AWD รูปแบบ 6 ที่นั่ง ลักชูรีเอ็มพีวีรุ่นแรกของ ZEEKR ที่สร้างปฏิวัติแนวคิดของการเดินทางยุคใหม่ในไทยซึ่งมอบความสะดวกสบายที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริหาร
    • ZEEKR 009 Premium AWD รูปแบบ 7 ที่นั่ง เอ็มพีวีที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ระดับลักชูรี
      ตอบโจทย์ทุกการเดินทางของครอบครัว
    • ZEEKR 009 Standard – Premium Mobility ทางเลือกใหม่ของลักชูรีเอ็มพีวีที่มาพร้อมกับนิยามมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทาง
    • ZEEKR 7X สุนทรียะแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและสุดยอดเทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียว ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของครอบครัวสำหรับทุกการเดินทาง

     

    นายอเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “การนำเสนอ ZEEKR ในงาน Thailand International Motor Expo 2025 ครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงการจัดแสดงรถเท่านั้น แต่เราต้องการตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้เป็นที่น่าจดจำมากขึ้นในวงกว้าง ด้วยการออกแบบพื้นที่แห่งนี้ให้เป็นแลนด์มาร์ก ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับสร้างความรู้สึกร่วมระหว่างแบรนด์และลูกค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บอกเล่าเรื่องราวของตัวตนที่เป็นมากกว่ายานยนต์อีวี และเป็นการสร้างคอมมิวนิตี้ที่เชื่อมโยงผู้คนให้เข้ามามีส่วนร่วมกับแบรนด์ มีการพูดคุย สร้างประสบการณ์และความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ในขณะเดียวกันก็มีการสื่อสารเรื่องราวของแบรนด์ที่จะมาตอบโจทย์การดำเนินชีวิตให้เป็นเรื่องที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ผ่านยนตรกรรมอีวีที่เป็นเสมือนอีกหนึ่งสมาชิก        ในครอบครัว เพื่อยกระดับประสบการณ์ที่มากกว่า และสร้างสังคม ZEEKR ให้เข้มแข็งมากยิ่งขึ้น ภายใต้แคมเปญ ZEEKR League ผ่าน ZEEKR Application

     

    ตั้งแต่ ZEEKR ได้ส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าคันแรกในตลาดไทยจนถึงปัจจุบัน เราได้ร่วมสรรค์สร้างประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับร่วมกับลูกค้าชาวไทยไปแล้วมากกว่า 4,000 คัน สิ่งที่เราให้ความสำคัญนอกเหนือจากการพัฒนายานยนต์อัจฉริยะ เรามุ่งเน้นการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเปิดสถานีชาร์จ ZEEKR Power กำลังไฟสูงสุด 400 kW แห่งแรกในประเทศไทยที่เซ็นทรัลเวิลด์ นอกจากนี้ยังมี ZEEKR Power ให้บริการอีก 4 สถานี  โดยมีเป้าหมายที่จะขยายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่การใช้งานของกลุ่มเป้าหมายใจกลางเมือง ถนนเส้นหลัก รวมถึง ZEEKR House ทั่วประเทศ เพื่อตอบสนองความต้องการการเดินทางของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และขานรับตลาดที่กำลังเติบโต พร้อมเน้นย้ำงานบริการ
    หลังการขาย โดยเปิดศูนย์ฝึกอบรม ZEEKR Training Center หรือ ศูนย์กลางแห่งการเรียนรู้ เมื่อช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานับเป็น HUB สำคัญของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA) เพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญของบุคลากรให้มีองค์ความรู้ความสามารถครอบคลุมงานบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งหมดนี้เป็นแผนดำเนินงานที่ ZEEKR กำลังสร้างการรับรู้และต่อยอดกิจกรรมต่างๆ เพื่อวางรากฐาน “ความเชื่อมั่น” ของกลุ่มลูกค้าชาวไทยที่มีต่อแบรนด์ และเสริมสร้างความผูกพันธ์ระหว่างแบรนด์และผู้ใช้อย่างแข็งแรงและยั่งยืน

     

    และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้า ZEEKR ยังได้เตรียมของสมนาคุณในความร่วมมือระหว่าง ZEEKR และ PDM สำหรับผู้ที่จอง ZEEKR 009 ภายในงานจะได้รับ ZEEKR TOTE BAG และสำหรับผู้ที่จอง ZEEKR 7X ภายในงาน จะได้รับ ZEEKR MAT ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 10 ธันวาคม 2568 พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้

    • รับฟรี Wallbox พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
    • โปรแกรมบำรุงรักษา*
    • ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่งนาน 1 ปี พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครองนาน 1 ปี*
    • รถยนต์ทุกรุ่นของ ZEEKR จะได้รับการประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน*
    • การรับประกันมอเตอร์ขับเคลื่อนและแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กม. อย่างใดอย่างหนึ่ง
      ถึงก่อน*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.zeekrlife.com/th-th/offers/offer-special-motor-expo

     

    ร่วมสัมผัสประสบการณ์พร้อมจับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ZEEKR ได้ที่งาน Thailand International Motor Expo 2025 ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A13 ณ อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ ถึง 10 ธันวาคม 2568 วันธรรมดา เวลา 12.00-22.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดราชการ เวลา 11.00-22.00 น.หรือที่ ZEEKR House ทั้ง 16 สาขา ทั่วประเทศ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ZEEKR Call Centre โทร 02-086-9999


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    2 Min Read

    OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO J6T EV พร้อมเผยโฉมนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าใหม่ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    OMODA & JAECOO (อ่านว่า โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า เปิดตัว JAECOO 6T EV ยานยนต์ไฟฟ้าอเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต (Sport SUV) รุ่นล่าสุดของตระกูล JAECOO เปิดให้จองในราคาพิเศษ 1,049,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท จำกัดเพียง 250 คันเท่านั้น พร้อมจัดแสดงรถต้นแบบรุ่นอื่น ๆ เป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    JAECOO 6T EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังแบบ Wide Body พร้อมซุ้มล้อขนาดใหญ่ที่สะท้อนความสปอร์ตทรงพลัง ตัวถังผลิตจากอลูมิเนียมคุณภาพสูงที่ให้ทั้งความแข็งแกร่งและน้ำหนักเบา มาพร้อมระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ H-ARM Suspension ที่มอบประสิทธิภาพการควบคุมและการทรงตัวที่เหนือชั้น ด้านสมรรถนะ JAECOO 6T EV สามารถพิชิตทางลาดชันได้สูงถึง 29 องศา พร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่มีให้เลือกถึง 9 โหมดการขับขี่ รองรับทุกสภาพถนน ล้อขนาด 245/55 R19 มอบการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม และสามารถลุยน้ำท่วมขังได้ลึกถึง 625 มิลลิเมตร

    คุณเซดริก ชุย ประธาน บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “OMODA & JAECOO ประสบความสำเร็จอย่างก้าวกระโดดด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 286,966 คันในช่วง 10 เดือนแรกของปี 2568 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ของเรา สำหรับแผนการดำเนินงานในประเทศไทย เรามีแผนเริ่มการผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกที่โรงงานในประเทศไทยในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ด้วยกำลังการผลิตประมาณ 80,000 คันต่อปี การเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของเราในการมุ่งสู่การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาค พร้อมตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยียานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม”

    ด้วยความห่วงใยต่อสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ Chery Automobile Group (Thailand) ขอเป็นส่วนหนึ่งในการเคียงข้างพี่น้องชาวไทยที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติครั้งนี้ โดยเจ้าของรถ OMODA & JAECOO ทุกคันได้เป็นส่วนหนึ่งของการให้ในครั้งนี้ 1 คัน = 100 บาท รวมกว่า 1,300,000 บาท เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังพร้อมดูแลลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมอย่างเต็มที่

    ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะมุ่งเน้นการพัฒนาความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ยานยนต์ ครอบคลุมทั้งรถไฟฟ้า BEV (Battery Electric Vehicle) 5 รุ่น โดยผลิตในประเทศ 2 รุ่นและนำเข้า 3 รุ่น, REEV (Range-Extended Electric Vehicle) 1 รุ่น, HEV (Hybrid Electric Vehicle) 1 รุ่น และ PHEV (Plug-in Hybrid Electric Vehicle) 2 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่หลากหลาย นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังจะเดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีอัจฉริยะที่จะช่วยยกระดับประสบการณ์การขับขี่และการใช้งานของลูกค้า อาทิ ระบบขับขี่อัตโนมัติ ระบบความปลอดภัยขั้นสูง และระบบความบันเทิงล้ำสมัย ควบคู่ไปกับการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันที่มีกว่า 80 แห่งให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ เพื่อให้ลูกค้าสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการของเราได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และการยกระดับมาตรฐานการบริการหลังการขายผ่านศูนย์บริการที่ทันสมัยพร้อมทีมงานผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า

    คุณบิล จาง ผู้อำนวยการ บริษัท โอโมดา แอนด์ เจคู (ประเทศไทย) กล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา OMODA & JAECOO ได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าแล้วกว่า 12,000 คัน สะท้อนความสำเร็จอย่างโดดเด่นในตลาดไทย พร้อมกันนี้ สำหรับปี 2569 เรามีแผนขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายจากปัจจุบันให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าหมายเพิ่มจำนวนเป็น 120 แห่ง พร้อมเป้าหมายยอดขาย 26,000 คัน ด้านการบริการ เราจะยกระดับ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากบริการพื้นฐานที่มีอยู่แล้ว เช่น ศูนย์บริการและบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง เรายังวางแผนเพิ่มบริการพิเศษใหม่ ๆ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าของเรา”

    นอกจาก JAECOO 6T EV แล้ว OMODA & JAECOO ยังได้เผยโฉมรถต้นแบบอีก 3 รุ่น ได้แก่

    • OMODA 4 รถต้นแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากการผจญภัยในอวกาศ โดดเด่นด้วยดีไซน์ “Cyber Mecha” ที่สื่อถึงยานสำรวจกาแล็กซี ผ่านซุ้มล้อทรงเหลี่ยม เส้นสายคมชัด กระจังหน้าขนาดใหญ่พร้อมไฟ LED ดีไซน์สายฟ้า และไฟท้ายพาดยาวรูปตัว L ภายในห้องโดยสารถ่ายทอดแนวคิด “ห้องนักบินยานอวกาศ” ผสานความล้ำสมัยและแฟชั่นได้อย่างลงตัว

    • TIANJI รถต้นแบบ SUV 6 ที่นั่ง โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูยิ่งใหญ่และแข็งแกร่ง มาพร้อมกระจังหน้าแบบปิดและไฟหน้าพาดยาวที่สร้างเอกลักษณ์ล้ำอนาคต ใช้ระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 300 กิโลเมตร และระยะทางรวมถึง 2,000 กิโลเมตร

    • ET9 รถต้นแบบ SUV ขนาดใหญ่ 6 ที่นั่ง มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย แข็งแกร่ง และระบบ REEV ที่ให้ระยะทางขับขี่แบบไฟฟ้าสูงสุด 220 กิโลเมตร พร้อมระยะทางรวมสูงสุด 1,400 กิโลเมตร

    นอกจากนี้ OMODA & JAECOO ยังมุ่งเน้นการยกระดับบริการหลังการขาย โดยการพัฒนาบริการ OJ O-JAI ให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าได้รับประโยชน์สูงสุด ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้เชิญลูกค้า JAECOO 6 EV มาอัปเดต Software Huawei x JAECOO เพื่อปรับปรุงประสบการณ์การเดินทาง และลูกค้า JAECOO 5 EV มาอัปเดต Pet mode และ Camping mode ผ่านผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2568 เป็นต้นไป ในปี 2569 OMODA & JAECOO จะยังคงมอบสิทธิประโยชน์พิเศษมากมายให้กับลูกค้า อาทิ การอัปเดตซอฟต์แวร์ และโปรแกรมสะสมคะแนนแลกของรางวัล เช่น บริการฟรีค่าแรงซ่อมบำรุง เพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

    OMODA & JAECOO มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี การันตี JAECOO 5 EV ราคานี้ดีที่สุด (Best Price Guarantee) โดยเดินหน้าส่งมอบรถเพิ่มเติมอีก 3,000 คัน ก่อนสิ้นปี 2568 โดย

    • JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC มาพร้อมราคาพิเศษที่ 549,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท
    • JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคาพิเศษ 599,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท

    พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย อาทิ Home Charger พร้อมติดตั้ง, ประกันภัยชั้น1 ระยะเวลา 1 ปี,
    การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)​ และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน (Driving Motor System)​ ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*

    JAECOO 6 EV มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปี พร้อมส่วนลดสูงสุดสำหรับทุกรุ่น พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษมากมาย เช่นรับประกันคุณภาพรถใหม่, แบตเตอรี่แรงดันสูง (High Voltage Battery)​ และ ระบบมอเตอร์ขับเคลื่อน ครอบคลุมระยะเวลา 8 ปี หรือระยะทาง 200,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน), ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และสายชาร์จ V-to-L, ฟรี AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย

    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 4WD มาพร้อมราคาพิเศษที่ 999,000 บาท* จากราคาปกติ 1,249,000 บาท
    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 1,099,000 บาท
    • JAECOO 6 EV LONG RANGE 2WD PRO ราคาพิเศษ 799,000 บาท*

    JAECOO 7 SHS มอบแคมเปญและโปรโมชั่นพิเศษในงาน Motor Expo พร้อมรับสิทธิประโยชน์พิเศษ เช่น การรับประกันเครื่องยนต์ 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง, ฟรี Home Charger พร้อมติดตั้ง และ AC Portable Charger และอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ โดย

    • JAECOO 7 SHS Dynamic มาพร้อมราคาพิเศษที่ 799,000 บาท* จากราคาปกติ 899,000 บาท
    • JAECOO 7 SHS Max ราคาพิเศษ 899,000 บาท* จากราคาปกติ 999,000 บาท

    สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า โทร. 02-020-8888


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว 911 Spirit 70 และ 911 GT3 สุดยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทยเปิดตัว 911 Spirit 70 และ 911 GT3 สุดยิ่งใหญ่ในงาน Thailand International Motor Expo 2025

    เริ่มต้นอย่างเป็นทางการกับ Thailand International Motor Expo 2025 (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) โดยปอร์เช่ ประเทศได้เปิดตัวยนตรกรรมระดับตำนาน 2 รุ่นอย่างยิ่งใหญ่ ทั้ง 911 Spirit 70 ซึ่งเป็นรุ่นที่ 3 ใน ตระกูล Heritage Design ที่สะท้อนกลิ่นอายยุค 1970 ผสานสมรรถนะไฮบริดอันทันสมัย และ 911 GT3 รุ่นใหม่ ที่เฉลิมฉลอง 25 ปีของตระกูล GT3 ด้วยแอโรไดนามิกที่เหนือระดับ พร้อมพละกำลังที่เฉียบคม และยกระดับความแม่นยำในการขับขี่ โดยได้รับความสนใจอย่างล้นหลาม โดยจัดแสดงยนตรกรรมภายใต้แนวคิด “There is no substitute” พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณของปอร์เช่ผ่าน 4 มิติสำคัญ ได้แก่ Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage และมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับหลากหลายรุ่นภายในงานและที่โชว์รูมปอร์เช่ทุกแห่ง ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2568

    ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดฉากความยิ่งใหญ่ในงาน “Thailand International Motor Expo 2025” (มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42) ณ บูธ A03 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม 2568 ด้วยการเปิดตัว 911 สปิริต 70 (911 Spirit 70) และ 911 จีที 3 (911 GT3) รุ่นใหม่ ที่แสดงให้เห็นถึงความเหนือระดับทั้งในด้านการออกแบบและวิศวกรรมของปอร์เช่ โดยทั้ง 2 รุ่นได้ผสานเอกลักษณ์แห่งตำนานเข้ากับเทคโนโลยีล้ำสมัย เพื่อสร้างประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างอย่างเหนือระดับ พร้อมการจัดแสดงรถยนต์ไฮไลท์อย่าง คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ (Cayenne S E-Hybrid Coupé) รุ่นประกอบที่มาเลเซีย ที่เข้าร่วมภารกิจ Epic Road Trip การเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท ในเวลา 61 วัน ผ่าน 17 ประเทศ รวมระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร และคาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้  รุ่นปรับโฉมปี 2026 ที่ประกอบในประเทศมาเลเซีย ที่แสดงให้เห็นถึงความทนทานและมาตรฐานทางวิศวกรรมที่แข็งแกร่งของคาเยนน์ รุ่นประกอบในภูมิภาค

    ไมเคิล เวตเตอร์ (Michael Vetter) กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทย กล่าวว่า “ปอร์เช่เชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดสามารถทดแทนความมุ่งมั่น ความละเอียดในการสร้างสรรค์ รวมถึงความเป็นตำนานที่สร้างเอกลักษณ์ของปอร์เช่ได้ งานมหกรรมยานยนต์ครั้งนี้จึงเป็นเวทีที่เหมาะที่สุดในการถ่ายทอดแนวคิดดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นเสน่ห์เหนือกาลเวลาของ 911 สปิริต 70 สมรรถนะพร้อมลงสนามของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ หรือความแข็งแกร่งของคาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ ที่พิชิตการเดินทาง Epic Road Trip จากกรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท เราขอเชิญผู้หลงใหลทุกท่านมาสัมผัสความพิเศษที่ทำให้ปอร์เช่โดดเด่นอย่างแท้จริงในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โปปีนี้”

    อิสระและความสุขในการใช้ชีวิตที่แตกต่างอย่างแท้จริง

    911 สปิริต 70 รุ่นที่ 3 ในตระกูล Heritage Design

    สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึงยุคสมัยสำคัญ ผ่านองค์ประกอบการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์จากรถยนต์ในอดีต ภายนอกโดดเด่นด้วยสี Olive Neo สีเขียวเข้มที่ให้กลิ่นอายเรโทรอย่างชัดเจน โดยเป็นสีเฉพาะสำหรับใน 911 สปิริต 70 ตัดกับสี Bronzite ในส่วนกันชนหน้า–หลัง และบนล้อลาย Sport Classic ล้อหน้าขนาด 20 นิ้ว และล้อหลังขนาด 21 นิ้ว ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากล้อ Fuchsfelge® (Fuchs) ที่ถูกพัฒนาขึ้นครั้งแรกสำหรับปอร์เช่ 911 เอส ในปี 1965

    911 สปิริต 70 มาพร้อมหลังคาผ้าและกรอบกระจกหน้าสีดำ ลายสามแถบสีดำแบบกึ่งด้านบนฝากระโปรงหน้า ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสติกเกอร์ความปลอดภัยในยุค 1970 และหลังคาผ้าสีตัดกับตัวถัง พร้อมตราสัญลักษณ์ปอร์เช่ที่ใช้การออกแบบใกล้เคียงกับสัญลักษณ์ดั้งเดิมในปี 1963 เสริมความพิเศษด้วยตัวอักษรสีทอง พร้อมอักษร “Porsche Exclusive Manufaktur” บนซุ้มล้อหน้า

    การตกแต่งภายในโดดเด่นด้วยลาย Pasha สีดำตัดกับสีเขียว ลายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากธงตราหมากรุกที่กำลังโบกสะบัด ด้วยการจัดวางสี่เหลี่ยมหลายขนาดเพื่อสร้างมิติของการเคลื่อนไหว เพื่อให้ความรู้สึกถึงรถแข่งในยุค 70 และหนัง Club Leather สี Basalt Black พร้อมเดินตะเข็บด้ายสี Olive Neo รวมถึง
    แพ็กเกจตกแต่งภายใน Basalt Black Club Leather ที่เป็นมาตรฐาน

    ปอร์เช่ 911 สปิริต 70 เปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 25,500,000 บาท โดยผลิตขึ้นเพียง 1,500 คันทั่วโลก ซึ่งใช้พื้นฐานจาก 911 คาเรร่า จีทีเอส คาบริโอเลต์ (911 Carrera GTS Cabriolet) รุ่นล่าสุด ที่ติดตั้งเทคโนโลยีไฮบริดสมรรถนะสูง เครื่องยนต์บ็อกเซอร์ใหม่ขนาด 3.6 ลิตร ผสานระบบแรงดันไฟฟ้าสูง eTurbo และมอเตอร์ไฟฟ้าที่ผสานเข้ากับเกียร์ PDK รุ่นใหม่ สร้างกำลังรวม 398 กิโลวัตต์ (541 แรงม้า) และแรงบิด 610 นิวตันเมตร

    911 จีที 3 รุ่นใหม่ และ 911 จีที 3 พร้อม Touring Package

    ตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1999 ปอร์เช่ 911 จีที 3 สร้างบทบาทชัดเจนในฐานะยนตรกรรมสปอร์ตที่ผสมผสานจิตวิญญาณสนามแข่งเข้ากับความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว โดยในโอกาสครบรอบ 25 ปีแห่งตำนานตระกูล จีที 3 ปอร์เช่ ประเทศไทย ได้เปิดตัว 911 จีที 3 รุ่นใหม่ พร้อมกัน 2 รุ่นได้แก่ รุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งพร้อมสปอยเลอร์หลัง และ รุ่น Touring Package สำหรับผู้ที่หลงใหลความหรูหราแต่ยังคงความเร้าใจเหมือนบนสนามแข่ง โดยทั้ง 2 รุ่น รองรับการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ด้วยแพ็กเกจและตัวเลือกที่ตอบโจทย์ความต้องการและการใช้งานที่แตกต่างกัน

    การออกแบบภายนอกของ 911 จีที 3 รุ่นใหม่ โดดเด่นด้วยองค์ประกอบที่ชัดขึ้น แอโรไดนามิกที่ใช้งานได้จริง และรายละเอียดที่ได้แรงบันดาลใจจากมอเตอร์สปอร์ต กันชนหน้าที่ออกแบบใหม่พร้อมช่องรับอากาศขนาดใหญ่ขึ้น และสปอยเลอร์ที่เด่นชัด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนและแรงกด พร้อมฝากระโปรงน้ำหนักเบาที่เพิ่มเอกลักษณ์ด้วยช่องระบายอากาศดีไซน์เฉียบที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งมอเตอร์สปอร์ต

    ด้านท้ายของรุ่นจีที 3 ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่งด้วยปีกหลังดีไซน์ใหม่ เป็นแบบคอหงส์รุ่นล่าสุดที่ผสานแผ่นปลายปีกมุมเอียงอย่างลงตัว พร้อมดิฟฟิวเซอร์ปรับจูนเพื่อเสริมทั้งสมดุลและดึงดูดสายตา โดยเป็นการออกแบบที่ตอบโจทย์การใช้งานจริงและเร้าอารมณ์การขับขี่ไปพร้อมกัน ในรุ่น Touring Package ให้ความรู้สึกที่สุภาพ เรียบหรู และใช้งานได้หลากหลาย โดยได้ติดตั้งสปอยเลอร์ท้ายแบบยืดได้และครีบใต้ท้องรถเพื่อคงความงามของเส้นสาย 911 พร้อมกับมีตัวเลือกการติดตั้งเบาะหลังเป็นครั้งแรก

    ด้วยการปรับแต่งดังกล่าวทำให้ 911 จีที 3 สามารถตอบโจทย์การขับขี่แบบสปอร์ตในชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น โดยยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความแรงในแบบฉบับ จีที 3 อย่างครบถ้วน ปอร์เช่ยังมีแพ็กเกจพิเศษอย่าง Weissach และ Club Sport ให้เลือก เพื่อปรับรถให้เหมาะกับการใช้งานในสนามแข่งหรือสอดรับกับความต้องการเฉพาะของลูกค้าแต่ละรายได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

    ทั้ง 2 รุ่นของ 911 จีที 3 มีพื้นฐานเทคนิคเดียวกัน ด้วยเครื่องยนต์บ็อกเซอร์ 4.0 ลิตร แบบไร้เทอร์โบ ส่งกำลัง 375 กิโลวัตต์ (510 แรงม้า) และแรงบิด 450 นิวตันเมตร โดยลดน้ำหนักรวมของรถด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบา ปรับอัตราทดเฟืองท้ายให้สั้นลงกว่าเดิม 8% และนำชิ้นส่วนช่วงล่างจาก 911 จีที 3 อาร์เอส และ 911 S/T รุ่นก่อนมาใช้ เพื่อสร้างการตอบสนองที่เฉียบคมขึ้นและเพิ่มแรงกดในทุกสถานการณ์ขับขี่ โดยเปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 26,290,000 บาท

    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้: ไฮไลท์ประจำภูมิภาค ถ่ายทอดความแข็งแกร่งข้ามทวีป

    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ จากการเดินทาง Epic Road Trip กรุงเทพฯ สู่สตุ๊ทการ์ท พร้อมจัดแสดงให้ได้สัมผัสครั้งแรกในงาน Thailand International Motor Expo 2025 หลังพิชิตระยะทางกว่า 22,000 กิโลเมตร ผ่าน 17 ประเทศ ภายใน 61 วัน ซึ่งแสดงศักยภาพที่แข็งแกร่ง สะดวกสบายและประสิทธิภาพอย่างเต็มสมรรถนะ สะท้อนความยอดเยี่ยมของวิศวกรรมปอร์เช่และความสามารถของรุ่นประกอบในภูมิภาคที่ยึดมั่นคุณภาพและสมรรถนะที่ไม่ลดทอน

    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ ผลิตจากโรงงานประกอบของปอร์เช่ ที่กูลิม ประเทศมาเลเซีย โดยพัฒนาขึ้นเพื่อรองรับตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงประเทศไทย สำหรับปี 2026 รุ่นประกอบในภูมิภาคนี้ได้รับปรับโฉมใหม่ โดยจะมีล้อ RS Spyder Design ขนาด 21 นิ้วที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน

    ระบบขับเคลื่อนผสานเครื่องยนต์ V6 เทอร์โบ 3.0 ลิตร กับมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง ให้พละกำลังรวม 382 กิโลวัตต์ (519 แรงม้า) และแรงบิด 750 นิวตันเมตร พร้อมแบตเตอรี่ความจุ 25.9 กิโลวัตต์ชั่วโมง ที่เพิ่มระยะทางขับขี่ไฟฟ้าสูงสุดถึง 90 กิโลเมตร (EAER City) และช่วยเสริมประสิทธิภาพการใช้พลังงาน ทำให้
    คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ เป็นรถที่ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานในเมืองและการเดินทางไกล

    คาเยนน์ เอส อี-ไฮบริด คูเป้ รุ่นปรับโฉมปี 2026 เปิดตัวในประเทศไทยในราคาจำหน่าย 6,690,000 บาท เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสสมรรถนะไฮบริดเต็มพลัง ความแรง และความหรูหราที่ครบครัน โดยสามารถเลือกสีตัวถังได้สามสี ได้แก่ สีขาวคาร์ราร่า (Carrara White), สีดำโครไมท์ (Chromite Black) และ สีเงินโดโลไมท์ (Dolomite Silver) พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบในทุกการเดินทาง

    “There is no substitute” ไม่มีอะไรแทนที่ปอร์เช่ได้

    สำหรับบูธของปอร์เช่ ประเทศไทย ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 นี้ ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งยนตรกรรมสปอร์ตเหนือระดับภายใต้แนวคิด “There is no substitute” ที่สะท้อนแก่นแท้ของความเป็น ปอร์เช่ ที่ผสานสมรรถนะทางวิศวกรรมเข้ากับอารมณ์การขับขี่และการออกแบบที่เหนือกาลเวลา  โดยนำเอามิติของตัวตนปอร์เช่ ทั้งด้าน Motorsport, Adventure, Urban และ Heritage มาให้ผู้เข้าชมได้สัมผัสดีเอ็นเอของปอร์เช่กันอย่างครบทุกด้าน

    ที่บูธปอร์เช่ยังมีการจัดแสดง Porsche 963 LMDh รถแข่งต้นแบบระดับเรือธง ที่สะท้อนดีเอ็นเอมอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์และความก้าวล้ำด้านวิศวกรรม หลังจากคว้าแชมป์รวมรายการ IMSA และคว้าอันดับที่สองในศึกความอึดระดับตำนานอย่าง 24 Hours of Le Mans ในปีนี้

    เทคโนโลยีที่พัฒนาจากสนามแข่งถูกถ่ายทอดโดยตรงสู่รถยนต์ปอร์เช่สำหรับถนนจริง อาทิ ไทคานน์ และ มาคันน์ เพื่อส่งมอบสมรรถนะ ประสิทธิภาพ และความเร้าใจในการขับขี่ให้กับผู้ใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น สถาปัตยกรรมระบบไฟฟ้าแรงสูง 800 โวลต์ที่ใช้ในรถแข่ง 963 ซึ่งได้ถูกบูรณาการสู่รถปอร์เช่รุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้รองรับการชาร์จพลังงานความเร็วสูงและรักษาสมรรถนะได้อย่างต่อเนื่องในทุกสถานการณ์

    นอกจากนี้ ผู้เยี่ยมชมยังจะได้สัมผัสนวัตกรรมล้ำสมัยของปอร์เช่ด้วยตัวเอง ผ่านกิจกรรมทดลองขับรุ่น คาเยนน์ เอส อี ไฮบริด คูเป้ มาคันน์ และไทคานน์ ซึ่งจะจัดขึ้นเป็นประจำทุกวันตลอดงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันนี้จนถึง 10 ธันวาคม เพื่อให้ผู้ที่สนใจได้สัมผัสสมรรถนะอันแม่นยำ พลังขับเคลื่อนไฟฟ้า และเทคโนโลยีการขับขี่ในรถปอร์เช่รุ่นใหม่ล่าสุดอย่างใกล้ชิด ก่อนตัดสินใจเป็นเจ้าของยนตรกรรมระดับไอคอน

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับงาน Thailand International Motor Expo 2025*

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับผู้ที่จองและรับรถในรุ่น ไทคานน์ (J1 II) และ มาคันน์ (H2) ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ปอร์เช่ ประเทศไทย มอบข้อเสนอพิเศษครั้งใหญ่แห่งปี รวมถึงข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับคาเยนน์ พานาเมร่า และรุ่นอื่น ๆ ทั้งในงาน Thailand International Motor Expo 2025 และที่ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการทุกแห่ง*

    นอกจากนี้ ผู้ที่จองรถยนต์ปอร์เช่ทุกรุ่น ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม ร่วมลุ้นรับสิทธิ์กิจกรรมขับรถสุดเร้าใจที่ Porsche Experience Centre Tokyo โดยจะได้เข้าร่วมกิจกรรมการขับรถปอร์เช่ในสนามแข่งแบบส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่ได้ปรับปรุงเทคนิคและขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมรถในสถานการณ์ต่าง ๆ การขับขี่ในสนามแข่ง การควบคุมรถขณะเข้าโค้ง และอื่น ๆ โดยจะประกาศผลผู้โชคดีทางเพจ Facebook Porsche Thailand ในวันที่ 26 มกราคม 2569*

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับพันธมิตรภาคีเครือข่าย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศโดยจัดส่งคาราวานรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ บรรทุกสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

    1 Min Read

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับพันธมิตรภาคีเครือข่าย เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ของประเทศโดยจัดส่งคาราวานรถกระบะ โตโยต้า ไฮลักซ์ ทราโว่ บรรทุกสิ่งของจำเป็นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย บริษัท สยามโตโยต้าอุตสาหกรรม จำกัด บริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง ประเทศไทย จำกัด บริษัท โตโยต้า ออโต้ เวิคส จำกัด กลุ่มบริษัท เจเทคโตะ (JTEKT) ประเทศไทย ชมรมความร่วมมือโตโยต้า และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า เร่งให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ร่องมรสุมและปริมาณน้ำสะสม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา  จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส และจังหวัดสตูล โดยได้ร่วมกันจัดส่งชุดยังชีพจำนวน 1,500 ชุด และข้าวรัชมงคลจำนวน 1,500 กิโลกรัม เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ดังกล่าว เมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568

    นอกจากนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนจากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลาง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดอ่างทอง และจังหวัดสิงห์บุรี จึงได้สนับสนุนชุดอุปกรณ์ฟื้นฟูจำนวน 1,200 ชุด และข้าวรัชมงคลจำนวน 1,200 กิโลกรัม เพื่อมอบให้แก่ผู้ประสบภัยในแต่ละพื้นที่ รวมถึงชุมชนใกล้เคียงกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า โดยได้รับเกียรติจากตัวแทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมรับมอบเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา

    โตโยต้า ยืนยันความมุ่งมั่นที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนไทยในทุกสถานการณ์ เพื่อร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและสร้างกำลังใจให้ผู้ประสบภัยสามารถฟื้นฟูชีวิตให้กลับสู่ภาวะปกติได้โดยเร็ว ภายใต้แนวคิด “TOYOTA GIVING ขับเคลื่อนไทยให้ยั่งยืน” ที่มุ่งมั่นสนับสนุนสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในทุกวิกฤติ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม The new CLA ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมมอบข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER”

    2 Min Read

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ เผยโฉม The new CLA ครั้งแรกในงาน Motor Expo 2025 พร้อมมอบข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER”

    เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย เปิดบูธต้อนรับลูกค้าทุกคนที่มาร่วมงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 42 (Thailand International Motor Expo 2025) นำทัพด้วยรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% อย่าง “The new CLA” ที่มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 ต่อเนื่องด้วยโมเดลระดับตำนาน “G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s” และเอสยูวีรุ่นพิเศษ “GLA 200 Night Edition” รวมถึงรถยนต์อีกหลากหลายรุ่นพร้อมข้อเสนอแห่งปี “THE 333 OFFER” และของสมนาคุณสุดเอ็กซ์คลูซีฟอีกหลายรายการ พบกับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 ณ บูธหมายเลข A02 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 เมืองทองธานี

    มร. มาร์ทิน ชเวงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เมอร์เซเดสเบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับตั้งแต่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สร้างรถยนต์คันแรกของโลกเมื่อปี 2429 และในทุกยุคสมัยที่ผ่านมาของแบรนด์ หัวใจสำคัญในการพัฒนารถยนต์ของเราคือการสร้างบรรทัดฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์โลกอยู่เสมอ หรือที่เราเรียกว่า “DEFINING CLASS” ซึ่งในวันนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้เผยโฉม The new CLA ที่สื่อสารผ่านคอนเซปต์ “CLASS OF ITS OWN.” เพื่อสะท้อนถึงการเป็นยนตรกรรมที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และเป็นโมเดลที่เข้ามากำหนดมาตรฐานให้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ยุคใหม่ ซึ่งหลังจากการเปิดตัวแบบ World Premiere เมื่อต้นปีที่ผ่านมา The new CLA ได้รับการยอมรับจากสื่อมวลชนชั้นนำและกลุ่มลูกค้าทั่วโลก และในประเทศไทย เรามีแผนที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงต้นปี 2569 โดยในวันนี้ทาง เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญชวนคนไทยทุกคนเข้ามาสัมผัส The new CLA ที่งาน Motor Expo 2025 และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ “CLA Community” ที่พร้อมมอบประสบการณ์ผ่านกิจกรรมที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทุกคน ตลอดปี 2569”

    ภายในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลูกค้าทุกคนจะได้พบกับยนตรกรรมใหม่ล่าสุดอีก 3 รุ่น ที่นำมาจัดแสดงเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มด้วย The new CLA รถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% รุ่นแรกที่มาพร้อมแพลตฟอร์ม MMA (Mercedes-Benz Modular Architecture) และแบตเตอรี่ 800V ขนาด 85 kWh ซึ่งมอบระยะทางการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าสูงสุดถึง 792 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมประกาศราคาจำหน่าย ในช่วงต้นปี 2569 ตามด้วย G 450 d Edition STRONGER THAN THE 1980s โมเดลพิเศษที่พัฒนาขึ้นโดยมีแรงบันดาลใจมาจาก W460 ในยุค 80 นำเข้ามาในประเทศไทยจำนวน 3 คัน จาก 460 คันทั่วโลก วางจำหน่ายในราคา 14,180,000 บาท ปิดท้ายด้วยอีกหนึ่งโมเดลเอสยูวียอดนิยมที่มาพร้อมรุ่นพิเศษกับ GLA 200 Night Edition ที่เสริมลุคความสปอร์ตด้วยชุดแต่ง AMG Line และ Night Package รอบคัน และสีตัวถังแบบ MANUFAKTUR alpine grey solid วางจำหน่ายในราคา 2,580,000 บาท

    ในช่วงของงาน Motor Expo 2025 เมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้แนะนำแคมเปญ “THE 333 OFFER” ที่ต้องการให้ทุกคนจดจำตัวเลข “3” ซึ่งมาจากการกลับตัวอักษร “E” ของโมเดล E-Class หนึ่งในโมเดลที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานและทำให้แบรนด์ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบัน E-Class มีสัดส่วนทางการตลาดสูงถึง 50% ของกลุ่มรถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกัน โดยแคมเปญดังกล่าวครอบคลุมข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด 3 รุ่น ได้แก่ E 350 e AMG Dynamic, GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic และ C 350 e AMG Dynamic ซึ่งจะมอบความคุ้มค่าแบบ 3-3-3 ประกอบไปด้วย ค่างวดเริ่มต้นเพียง 33,000 ต่อเดือน* โปรแกรมครอบคลุมการบำรุงรักษา MBSP Easy Care ฟรี 3 ปี* และส่วนลดพิเศษ 3% On-top ของราคาแนะนำรถยนต์ เพื่อใช้สำหรับเงินชำระครั้งแรก** นอกจากนี้ยังมีส่วนลดพิเศษของแต่ละรุ่น โดยมีรายละเอียดดังนี้

    • A 200 AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 330,000 บาท
    • C 220 d AMG Line ส่วนลดสูงสุด 250,000 บาท
    • C 350 e AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 400,000 บาท
    • E 350 e Exclusive ส่วนลดสูงสุด 75,000 บาท
    • E 220 d AMG Line ส่วนลดสูงสุด 160,000 บาท
    • E 350 e AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 290,000 บาท
    • GLA 200 AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 260,000 บาท
    • GLC 220 d 4MATIC Avantgarde ส่วนลดสูงสุด 180,000 บาท
    • GLC 350 e 4MATIC AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 490,000 บาท
    • GLC 350 e 4MATIC Coupe AMG Dynamic ส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท

    และสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ในงาน*** จะได้รับกล้อง Mercedes-Benz Drive Recorder 360° มูลค่า 16,500 บาท* และของสมนาคุณสุดพิเศษ Tumbler Limited Edition ที่ออกแบบโดยศิลปินรุ่นใหม่ทั้ง 3 ท่าน ได้แก่ “Jeff Aphisit” “Bomfha” และ “MR.HALFMAN”

     สามารถรับข้อเสนอพิเศษเดียวกันกับงาน Motor Expo 2025 ได้ที่ตัวแทนจำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่ง ทั่วประเทศ หรือผ่านช่องทางออนไลน์ที่ www.mercedes-benz.co.th หรือโทร 1250 และติดตามข่าวสารอัพเดทผ่านทาง Facebook: Mercedes-Benz Thailand IG: @MercedesBenzThailand และ LINE: @mercedesbenzth

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด กำหนด เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ

    **ส่วนลด 3% On-top สำหรับลูกค้าเก่าหรือลูกค้าปัจจุบัน บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) จำกัด ที่เข้าเงื่อนไขเท่านั้น • ลูกค้า/ผู้เช่าควรพิจารณาขอสินเชื่อในอัตราเท่าที่จำเป็น และสามารถชำระคืนไหว • อัตราดอกเบี้ยตลอดสัญญาอยู่ระหว่าง 3.58-6.55% ต่อปี
    ***เฉพาะรุ่นรถที่ร่วมรายการ  สำหรับลูกค้าที่จองรถตั้งแต่วันที่ 18 ตุลาคม – 10 ธันวาคม 2568 และรับมอบรถภายในวันที่ 29 ธันาวาคม 2568 เท่านั้น


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package*

    1 Min Read

    มาสด้าพร้อมก้าวสู่ยุคใหม่กับรถไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e เปิดให้ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package*

    มาสด้าประกาศเดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งและการเติบโตในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ตอกย้ำความพร้อมปฏิวัติอุตสาหกรรมยานยนต์และก้าวสู่ยุคใหม่กับอนาคตที่สดใส นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกในประเทศไทย ภายใต้ชื่อ THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e พร้อมแนวคิด “Electrified Perfection in Oneness” จุดประกายความสมบูรณ์แบบให้เป็นหนึ่งเดียว มั่นใจตอบโจทย์ทุกความต้องการและไขข้อกังวลของลูกค้าให้หมดสิ้นไป นี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ เพื่อให้ได้รถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุดในตลาด อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีสุดอัจฉริยะ ดีไซน์สง่างามดุจงานศิลปะที่มาสด้าบรรจงสรรสร้างขึ้นอย่างพิถีพิถัน พัฒนาร่วมกันโดยทีมวิศวกรของมาสด้าประเทศญี่ปุ่นและยุโรป จนได้มาซึ่งสมรรถนะการขับขี่และเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ เอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถยนต์มาสด้า

    มร. โทรุ นากาจิม่า Managing Executive Officer มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญ ในการบริหารงานเกี่ยวกับตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ได้เดินทางมาร่วมเป็นประธานในพิธีเปิดบูธมาสด้าในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป พร้อมแสดงความมั่นใจต่อการนำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าครั้งนี้ว่า ประเทศไทย คือตลาดหลักที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการแนะนำรถไฟฟ้า หลังจากที่ประสบความสำเร็จอย่างงดงามในประเทศจีนและยุโรป ทั้งสองตลาดได้รับการตอบรับอย่างดียิ่ง ซึ่งมาสด้าจะเริ่มแนะนำรถยนต์ไฟฟ้าลงสู่ตลาดในประเทศไทย และมั่นใจอย่างยิ่งว่าจะประสบความสำเร็จอย่างงดงามด้วยเช่นกัน

    The All-Electric Mazda6e ได้กำหนดนิยามใหม่ของยนตรกรรม 5 ประตู แบบ NeoFastback สะท้อนแนวคิด New Era of Design and Utility โดยถ่ายทอดเส้นสายอันทรงพลังสไตล์ Fastback ที่เปี่ยมด้วยความสวยงามและความลื่นไหลในการออกแบบตามแนวคิด Kodo-Soul of Motion ที่สำคัญยังคงเอกลักษณ์สมรรถนะในการขับขี่ของรถยนต์มาสด้าไว้ในทุกองค์ประกอบอย่างสมบูรณ์แบบ การแนะนำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่รุ่นแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของมาสด้าในการเดินหน้าสู่ยุคการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนธุรกิจในประเทศไทย เพื่อนำเสนอทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลายให้กับลูกค้า ควบคู่กับการรักษาคุณค่าและจิตวิญญาณที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์มาสด้าไว้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็น ปรัชญาการขับขี่แบบ จินบะ-อิตไต มอบความเป็นหนึ่งเดียวระหว่างคนกับรถ ให้ความสนุกสนานในการขับขี่ (Joy of Driving) และส่งมอบประสบการณ์ความประทับใจให้กับลูกค้าทั่วโลก

    “ด้วยความมุ่งมั่นและคำมั่นสัญญาของมาสด้าที่จะส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” โดยยึดหลัก “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คน และนำมาซึ่ง “ความสุขในการใช้ชีวิต” ให้กับลูกค้าทุกคน เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมรถยนต์ มาสด้าจึงเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ Multi-Solution เพื่อตอบโจทย์ความต้องการและไลฟ์สไตล์ของลูกค้าทั่วโลก ด้วยทางเลือกด้านพลังงานที่หลากหลาย ทั้ง HEV, PHEV, BEV รวมถึงรถยนต์ที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการลดการปล่อยก๊าซ CO₂ เพื่อสนับสนุนการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน” มร. โทรุ นากาจิม่า กล่าวเพิ่มเติม

    นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The All-Electric Mazda6e เป็นมากกว่าเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า เพราะรถไฟฟ้าคันนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอของมาสด้าในทุกมิติ คงไว้ด้วยเอกลักษณ์ด้านสมรรถนะความสนุกสนานในการขับขี่สไตล์มาสด้า พัฒนาโดยยึดหลักมนุษย์เป็นศูนย์กลาง มอบความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างผู้ขับขี่กับรถ ตามแนวคิด จินบะ-อิตไต มีการกระจายน้ำหนักแบบ 50:50 ให้ความสมดุลและมั่นคงในการขับขี่ ผสานความงดงามตามศิลปะแบบญี่ปุ่น Kodo-Soul of Motion ความสง่างามของการออกแบบรถไฟฟ้ายุคใหม่ โดดเด่นด้วย Flying Signature กระจังหน้าแบบ Electric เอกลักษณ์เฉพาะมาสด้า พร้อมฟังก์ชั่นแสดงสถานะการชาร์จไฟ สปอยเลอร์หลังปรับอัตโนมัติตามความเร็วรถ รถรุ่นนี้ยังมอบสมรรถนะการขับขี่ที่นุ่มนวล ตอบสนองฉับไว ราบรื่น และเป็นธรรมชาติ ด้วยระบบช่วงล่างอันลือชื่อ แบตเตอรี่ลิเทียมไอออนขนาด 77.9 กิโลวัตต์-ชั่วโมง ขับขี่ได้ระยะทางไกลกว่า 654 กม.** พร้อม DC Fast Charging ชาร์จไฟจาก 30%-80% เร็วสูงสุดใน 15 นาที*** ตอบโจทย์ทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันหรือการเดินทางท่องเที่ยวในระยะทางไกล”

    อุตสาหกรรมรถยนต์ทั่วโลกกำลังเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว และพฤติกรรมของผู้บริโภคเริ่มเปลี่ยนแปลงไป ทุกการเปลี่ยนแปลงกลายเป็นพลังขับเคลื่อนครั้งสำคัญผลักดันให้ผู้ผลิตต่างเร่งพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของผู้บริโภคทั่วโลก ซึ่งมาสด้ากำลังเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีให้มีความหลากหลายของรูปแบบพลังงาน สอดรับต่อความต้องการที่แตกต่างในแต่ละภูมิภาค แต่ยังคงรักษาไว้ซึ่งเอกลักษณ์ดีเอ็นเอแบรนด์มาสด้าในทุกยนตรกรรม โดยมีเป้าหมายสูงสุด คือ รถยนต์มาสด้าทุกคัน ไม่ว่าจะขับเคลื่อนด้วยพลังงานรูปแบบใดก็ตามจะยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน และสะท้อนจิตวิญญาณอันเป็นเอกลักษณ์ไว้อย่างครบถัวน

    “ในปัจจุบัน ลูกค้าชาวไทยให้การยอมรับและตื่นตัวอย่างมากเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า อย่างไรก็ตาม มาสด้าให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด จึงได้เตรียมความพร้อมมาเป็นอย่างดีที่สุด เพื่อให้ลูกค้าเกิดความสบายใจในการเลือกใช้รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของมาสด้า อาทิ โชว์รูมและศูนย์บริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ การบริการหลังการขายที่สะดวกรวดเร็ว ศูนย์กระจายอะไหล่และการสำรองอะไหล่ครบครัน สมรรถนะการขับขี่และระบบช่วงล่าง รูปลักษณ์การออกแบบอันสง่างาม และระยะทางในการขับขี่  ทั้งหมดนี้ เพื่อให้มั่นใจว่า มาสด้าจะสามารถส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าที่ดีที่สุด และพร้อมด้วยสมรรถนะในการขับขี่ (Driving Dynamic) ให้กับลูกค้าชาวไทยและทั่วโลก และนี่คือผลิตภัณฑ์ที่มาสด้าพัฒนาด้วยความมุ่งมั่นและตั้งใจ” นายธีร์ กล่าวเสริม

    สำหรับในประเทศไทย วันนี้มาสด้าได้เปิดตัวรถไฟฟ้า The All-Electric Mazda6e พร้อมเปิดให้ผู้ที่สนใจ ลงทะเบียนจองสิทธิ์ Mazda6e Premiere Package* มูลค่าสูงสุด 70,000 บาท* (จำนวนจำกัด) ก่อนใคร ผ่าน https://www.mazda.co.th/th/mazda6e-pre-register โดยจะได้รับส่วนลดพิเศษ 20,000 บาท* แพ็กเกจบำรุงรักษารถ Electric Mazda Care นาน 10 ปี* และร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ Mazda6e Premiere Experience ทั้งการทดลองขับ “Premiere Test Drive”, การเข้าร่วมงาน “Premiere Celebration Event” และสิทธิ์รับรถล็อตแรก “Premiere Delivery” เพื่อแทนคำขอบคุณที่ให้ความสนใจและยินดีเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า

    ลูกค้าที่สนใจสามารถจองรับ Mazda6e Premiere Package* ได้แล้ววันนี้ที่งาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป ณ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พ.ย. 68 – 10 ธ.ค. 68 หรือจองผ่านช่องทางออนไลน์ เรียนเชิญสัมผัสประสบการณ์การขายรูปแบบใหม่ผ่าน Mazda Virtual Showroom บน Mazda Official Website ซึ่งเปิดตัวเป็นครั้งแรกพร้อมกับ The All-Electric Mazda6 ลูกค้าสามารถเลือกจำลองภาพเพื่อดูรถแบบ 360 องศา ทั้งภายนอกและภายในได้ตามต้องการ

    ภายในงานฯ นอกจากการแนะนำรถไฟฟ้ารุ่นแรกแล้ว มาสด้ายังได้นำรถยนต์มาสด้าทุกรุ่นมาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสและเป็นเจ้าของ พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษภายใต้แคมเปญ MAZDA YEAR-END Party รับส่วนลดสูงสุด 150,000 บาท ดอกเบี้ยต่ำสุด 0%* นานสูงสุด 60 เดือน ฟรีประกันภัยชั้น 1* ฟรีโปรแกรมคุ้มครองและดูแลรถ Mazda Ultimate Service (MUS) 7 ปี* ฟรีของพรีเมี่ยมสุดพิเศษจากมาสด้า และพิเศษสุดสำหรับลูกค้า Mazda Family และครอบครัว มาสด้ายังมอบบัตรเติมน้ำมันมูลค่าอีก 50,000 บาท*

    หมายเหตุ:

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด โปรดศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.mazda.co.th
    **อ้างอิงจากผลการทดสอบมาตรฐาน NEDC
    ***อ้างอิงจากการใช้เครื่องชาร์จเร็ว DC 200 kW ขึ้นไป ระยะเวลาการชาร์จจริงขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ณ ขณะชาร์จ เช่น สภาพแบตเตอรี่ อุณหภูมิของแบตเตอรี่และอุณหภูมิแวดล้อม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    3 Min Read

    ฮอนด้า เสริมความแข็งแกร่งไลน์อัป e:HEV เปิดตัวรถใหม่หลายเซกเมนต์ นำโดยกลุ่ม SUV ทั้ง CR-V e:HEV ใหม่ และ HuNT Series อัปลุค City e:HEV ในดีไซน์พิเศษ THE BLACK OUTSHINE และเซอร์ไพรส์! การกลับมาของ STEP WGN e:HEV เปิดจองสิทธิ์และจัดแสดงในงาน พร้อมโปรสุดคุ้มส่งท้ายปี ทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดเต็มส่งท้ายปี เปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น พร้อมยกขบวนรถยนต์ฮอนด้าครบทุกเซกเมนต์และขุมพลัง ให้ลูกค้าได้สัมผัสในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) เปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้เป็นพื้นที่แห่งการสัมผัสประสบการณ์ที่มีคุณค่า ถ่ายทอดผ่านโซนจัดแสดงต่าง ๆ ที่หลากหลาย ทั้ง Trail Zone สำหรับไลฟ์สไตล์สายลุย Sport Lifestyle Zone อัปลุคสปอร์ตเท่ผ่านดีไซน์ และ Urban Modern Zone สะท้อนลุคพรีเมียม ให้ผู้เข้าชมได้เลือกสัมผัสรถที่ตอบโจทย์ทั้งดีไซน์ สมรรถนะ รวมถึงเทคโนโลยีต่างๆ ที่จะทำให้ทุกการเดินทางมีความหมายมากยิ่งขึ้น โดยไฮไลต์ของบูทฮอนด้าภายในงาน ได้แก่

    • ไลน์อัปฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมตอบโจทย์ลูกค้ามากยิ่งขึ้น นำโดยไฮไลต์การเปิดราคาอย่างเป็นทางการของ Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย พร้อมทั้งเพิ่มฟังก์ชันการใช้งานใหม่และอัปเกรดฟีเจอร์เป็นอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมในหลากรุ่น เพิ่มความคุ้มค่า ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของไฮบริด SUV ขนาดใหญ่ ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท
    • เปิดตัวไลน์อัป HuNT Series ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคันที่นำเสนอในรถ SUV ยอดนิยมของฮอนด้า 2 รุ่น ได้แก่ Honda HR-V e:HEV และ Honda CR-V e:HEV ในโฉมอัปลุคพิเศษรุ่น ‘e:HEV HuNT’สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ผ่านสไตล์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์สายลุยที่พร้อมออกค้นหาประสบการณ์ในแบบของตัวเองในทุกการเดินทาง
    • เพิ่มทางเลือกให้ไลน์อัป City Series ซิตี้คาร์ยอดนิยม ด้วย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE รุ่นแต่งพิเศษที่อัปลุคสปอร์ต สะท้อนความเท่และความแอกทีฟอีกขั้น
    • เซอร์ไพรส์พิเศษ! กับการกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV รถครอบครัว 7 ที่นั่ง ที่หลายคนรอคอย รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น พร้อมเผยสเปกและราคาประมาณการ รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท จัดแสดงให้สัมผัสคันจริงเฉพาะในงาน Motor Expo 2025 และเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าทั้งในงานและโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    โดยทุกรุ่นมาพร้อมขบวนความคุ้มค่าแบบพลัสพลัส จัดใหญ่ส่งท้ายปี กับแคมเปญพิเศษ “Honda Pro OH! MY GOOOOOD PLUS+” โปรใหม่ จัดใหญ่เต็ม MAX จัดเต็มข้อเสนอที่หลากหลาย** สำหรับรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น อาทิ ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้นที่ 0% พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี หรือ Double Smile Plus ผ่อนเบา ดาวน์สบาย รวมถึงรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมเฉพาะรุ่นที่ร่วมรายการ** มูลค่า 50,000 – 85,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่วันที่
    1 ตุลาคม 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ กล่าวว่า “ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่มีคุณค่าในการเป็นเจ้าของ ที่ไม่ใช่เพียงการขับขี่ แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ และความสะดวกสบายในทุกผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่า และประสบการณ์อันน่าดึงดูดใจตลอดการเป็นเจ้าของ นำโดยไลน์อัป e:HEV ที่ครบครันยิ่งขึ้นด้วยการเปิดตัวรถใหม่หลากรุ่น ก้าวสำคัญนี้คือการปลุกพลังความมีชีวิตชีวาและปลดล็อกอีกขั้นของความตื่นเต้น เพื่อเปลี่ยนทุกโมเมนต์ให้เป็นประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายสำหรับลูกค้าทุกคน”

    ไฮไลต์ไลน์อัปขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV– The EXCITING Hybrid

    New Honda CR-V e:HEV

    Honda CR-V e:HEV ใหม่ ที่มาพร้อมการปรับไลน์อัปเป็นฟูลไฮบริด e:HEV ในทุกรุ่นย่อย ให้ลูกค้าได้สัมผัสกับ SUV ไฮบริดสำหรับครอบครัวที่ครบและคุ้มค่าในราคาที่เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น เริ่มต้นเพียง 1,399,000 บาท พร้อมเพิ่มรุ่นย่อยใหม่ e:HEV HuNT กับดีไซน์อัปลุคสะท้อนไวบ์ที่แตกต่าง และ e:HEV RS ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการลูกค้าอย่างลงตัว มีให้เลือกรวมทั้งหมด 5 รุ่นย่อย โดยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้แก่

    • ใหม่! รุ่น e:HEV E ราคา 1,399,000 บาท
    • รุ่น e:HEV ES ราคา 1,549,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV HuNT ราคา 1,599,000 บาท
    • ใหม่! รุ่น e:HEV RS ราคา 1,659,000 บาท
    • รุ่น e:HEV RS 4WD ราคา 1,729,000 บาท

    จัดเต็มความคุ้มค่าด้วยฟีเจอร์ใหม่! พร้อมทั้งอัปเกรดฟังก์ชันการใช้งานเพิ่มเติมในหลากหลายรุ่น* อาทิ

    • ใหม่! ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM) ในทุกรุ่นย่อย
    • ใหม่! แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว ในทุกรุ่นย่อย
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ในทุกรุ่นย่อย ได้แก่ ใหม่! โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง ตั้งแต่รุ่น e:HEV ES
    • เพิ่ม! ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • เพิ่ม! ขนาดมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT เป็นขนาด2 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

    ดีไซน์ปรับลุคทั้งภายนอกและภายใน สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมที่สะท้อนตัวตนเฉพาะรุ่นอย่างมีสไตล์ พร้อมทางเลือกสีใหม่! สีเทาเออร์เบิน (มุก) (เฉพาะรุ่น e:HEV RS และ e:HEV RS 4WD)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV ใหม่ เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 (รับรถภายใน 31 มกราคม 2569 สำหรับรุ่น e:HEV HuNT) มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 0.99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 1.99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 204,000 บาท**

    HuNT Series

    ครั้งแรกกับการอัปดีไซน์รถเอสยูวีรุ่นยอดนิยมของฮอนด้า ทั้ง Honda CR-V e:HEV และ Honda HR-V e:HEV
    สู่ลุคพิเศษในรุ่น e:HEV HuNT ที่สะท้อนตัวตนของเหล่า HuNTSTER ให้รังสรรค์เรื่องราวในสไตล์ของตัวเอง
    สู่ประสบการณ์สุดยูนีค โดดเด่นด้วยดีไซน์เท่ ฟังก์ชันครบ ตอบโจทย์ในทุกการเดินทาง

    ‣ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT                  ราคา 1,599,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์ใหม่! ชุดแต่ง HuNT แพ็กเกจรอบคัน ได้แก่

    • ชุดเสริมหลังคาคู่
    • คิ้วตกแต่งกระจังหน้าสี Glossy Copper
    • กรอบไฟตัดหมอกสี Glossy Copper
    • แผงใต้กันชนหน้า
    • บันไดข้าง
    • คิ้วตกแต่งซุ้มล้อหน้า-หลัง
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) ราคา 1,599,000 บาท
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 1,609,000 บาท

    จัดเต็มฟีเจอร์และฟังก์ชันการใช้งาน รวมถึงเทคโนโลยีล้ำสมัยอื่น ๆ ที่พร้อมเติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ อาทิ

    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Information – BSI)
    • ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor – CTM)
    • แอปและบริการของ Google ที่ติดตั้งมาในตัว
    • สวิตซ์โหมดการขับขี่ (Drive Mode Switch) ที่มาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ปรับได้ 4 รูปแบบ ได้แก่ โหมดการขับขี่แบบ Individual โหมดการขับขี่แบบสปอร์ต โหมดการขับขี่แบบปกติ และโหมดการขับขี่แบบประหยัด
    • เบาะนั่งคู่หน้าแบบระบายอากาศ
    • ระบบเครื่องเสียงพร้อมลำโพง BOSE 12 ตำแหน่ง
    • ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง
    • ระบบเชื่อมต่อ Honda CONNECT พร้อมเทคโนโลยี Digital Key
    • เซนเซอร์กะระยะหน้า 4 จุด และ หลัง 4 จุด
    • ระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda CR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    31 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 มกราคม 2569 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ย 0.99%** พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี**
    • ดอกเบี้ย 1.99%** พร้อมแพ็กเกจ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 203,000 บาท**

    ‣ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT                  ราคาเริ่มต้น 1,087,000 บาท

    มาพร้อมไฮไลต์

    • กระจังหน้าสีเดียวกับตัวรถ พร้อมใหม่! ตกแต่งด้วยคิ้วกระจังหน้าด้านบนสี STARRY SILVER
    • ใหม่! กันชนหน้าสีดำตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กันชนหลังสีดำตกแต่งด้วยสี SHARK GREY
    • ใหม่! ไฟตัดหมอกคู่หน้าแบบ LED ตกแต่งด้วยสี PREMIUM AMBER
    • ใหม่! กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวส่วนบนตกแต่งด้วยสี STARRY SILVER
    • ใหม่! ภายในห้องโดยสารสีดำและตกแต่งสีกากี มาพร้อมเบาะหนังแท้และวัสดุหนังสังเคราะห์ตกแต่งด้วยด้ายสีส้ม
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก) ราคา 1,087,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 1,091,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ครบครันด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย อาทิ

    • ฝากระโปรงท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี พร้อมระบบปิดอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Hands-free Power Tailgate with Walk Away Close)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว พร้อมจอแสดงไฟเบรก
    • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)
    • ช่องปรับอากาศ และช่องเชื่อมต่อ USB Type-C สำหรับผู้โดยสารตอนหลัง
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda HR-V e:HEV รุ่น e:HEV HuNT เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 –
    11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 152,000 บาท**
    • รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท พร้อมรับ Honda Exclusive Care 5 ปี**

    Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE

    ซิตี้คาร์ไฮบริดซีดานที่อัปลุคความสปอร์ตและคาแรกเตอร์ให้โดดเด่นอีกขั้น เพิ่มทางเลือกตอบโจทย์สายมีสไตล์ ผสานเสน่ห์ความลุ่มลึก น่าค้นหา ถ่ายทอดผ่านดีไซน์ที่เปี่ยมพลัง สะท้อนตัวตนอันชัดเจนของผู้ขับขี่ สู่นิยามใหม่ที่แตกต่างเหนือใคร โดย Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE ราคาเริ่มต้น 735,000 บาท มาพร้อมไฮไลต์

    • ใหม่! กระจังหน้าด้านบนสีดำเงา
    • ใหม่! กระจังหน้าทรงรังผึ้งสไตล์สปอร์ต
    • ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ
    • ใหม่! มือจับประตูสีดำ
    • ใหม่! โลโก้ H-mark สีดำ (หน้าและหลัง)
    • ใหม่! โลโก้ City สีดำ
    • ใหม่! ล้ออัลลอยสีดำแบบสปอร์ต ขนาด 16 นิ้ว
    • สีภายนอก มีให้เลือก 2 สี ได้แก่
      • สีดำคริสตัล (มุก)           ราคา 735,000 บาท
      • สีขาวแพลทินัม (มุก) ราคา 739,000 บาท

    ห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย มั่นใจทุกการเดินทาง ด้วยหลากหลายฟีเจอร์เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ อาทิ

    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย
    • ช่องเชื่อมต่อ USB ด้านหลังแบบ Type-C 2 ตำแหน่ง
    • ช่องปรับอากาศตอนหลัง
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ทั้ง 6 ฟังก์ชัน พร้อมไฮไลต์ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)
    • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)

    ข้อเสนอพิเศษ สำหรับ Honda City e:HEV THE BLACK OUTSHINE เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 11 ธันวาคม 2568 และรับรถภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 มาพร้อมทางเลือก

    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อม Honda Exclusive Care 5 ปี** มูลค่าสูงสุด 145,000 บาท**
    • ดอกเบี้ยพิเศษ 0%** พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    • รับฟรีประกันภัย 2 ปี พร้อมสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท** และ Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

     

    New Honda STEP WGN e:HEV

    การกลับมาอย่างเป็นทางการของ Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่นนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นเพื่อจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ตอกย้ำ ‘Japanese Quality’ มาตรฐานการผลิตคุณภาพสูง พร้อมความมั่นใจด้านบริการหลังการขาย ด้วยความพร้อมของอะไหล่และทีมช่างผู้เชี่ยวชาญ จากเครือข่ายโชว์รูมฮอนด้าที่ได้มาตรฐานกว่า 222 แห่งทั่วประเทศ

    เผยสเปกและราคาประมาณการ**** รุ่น e:HEV SPADA 1,7XX,XXX บาท พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อเป็นเจ้าของ และจัดแสดงให้สัมผัสคันจริงภายในงาน Motor Expo 2025 ที่เดียวเท่านั้น

    จองสิทธิ์เพื่อเป็นเจ้าของก่อนใคร! รับฟรีบัตรน้ำมันมูลค่า 20,000 บาท** และฟรีกล้องติดรถยนต์
    หน้า-หลัง
    อุปกรณ์ตกแต่งแท้ของฮอนด้า มูลค่า 5,940 บาท** (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%) เมื่อจองสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 – 31 ธันวาคม 2568 พร้อมจองตั้งแต่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 และรับรถภายใน 31 มีนาคม 2569 พร้อมข้อเสนอพิเศษ ดอกเบี้ยเริ่มต้นเพียง 1.39%** สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี และฟรี Honda Ultimate Care ขยายระยะเวลาการรับประกันคุณภาพรถยนต์รวมเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กม. (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)

    Honda STEP WGN e:HEV ใหม่ รุ่น e:HEV SPADA โดดเด่นด้วยดีไซน์ตัวถังทรงกล่องภายใต้แนวคิด Life Expander BOX พร้อมห้องโดยสารโปร่งโล่ง กว้างขวาง มอบความสะดวกสบายทุกที่นั่ง พร้อมเบาะที่ปรับพับได้หลากหลาย เพิ่มพื้นที่ใช้สอยอเนกประสงค์ ตอบโจทย์ทุกความต้องการของครอบครัว ยกระดับคุณค่าในฐานะพาร์ตเนอร์ที่สร้างโมเมนต์น่าจดจำในทุกการเดินทาง ให้ทุกเจเนอเรชัน STEP ใกล้กันยิ่งขึ้น… ‘WHAT BRINGS US TOGETHER’

    ขับเคลื่อนด้วยระบบฟูลไฮบริด e:HEV ผสานเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว และแบตเตอรี่
    ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง
    มอบความสมูทในทุกการขับขี่ มั่นใจทุกการออกตัวโดยไม่ต้องรอรอบ
    ด้วยแรงบิดมอเตอร์ไฟฟ้าสูงสุด 315 นิวตัน-เมตร ที่ 0 – 2,000 รอบต่อนาที ให้อัตราประหยัดน้ำมันสูงถึง 18.5 กม./ลิตร*** ครบครันด้วยฟังก์ชันเพื่อความสะดวกสบายและการขับขี่ พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่สร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ

    • เบาะโดยสารหนังสังเคราะห์แบบ Prime Smooth และเบาะผ้าเทคโนโลยี FABTECH อเนกประสงค์
      ปรับได้หลากหลายรูปแบบ

      • เบาะนั่งแถว 2 แบบปรับแยกอิสระ พร้อมเบาะรองน่อง Ottoman
      • เบาะนั่งแถว 3 ปรับพับ 60:40 พร้อมพับแบบแบนราบ
    • ประตูข้างแบบสไลด์ไฟฟ้า ซ้าย-ขวา
    • ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดด้วยระบบไฟฟ้า
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ Tri- Zone พร้อมระบบฟอกอากาศในห้องโดยสาร Plasmacluster
    • ระบบเกียร์ไฟฟ้า
    • ไฟส่องสว่างด้านข้างอัตโนมัติขณะเลี้ยว (Active Cornering Light: ACL)
    • ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM พร้อมรองรับระบบสั่งการด้วยเสียง Siri และ Android Auto
    • มาตรวัด พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 10.2 นิ้ว
    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING โดยมีฟังก์ชันการทำงานหลัก ๆ ได้แก่
    • ระบบเตือนการชนพร้อมระบบช่วยเบรก (Collision Mitigation Braking System: CMBS)
    • ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)
    • ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigation System with Lane Departure Warning: RDM with LDW)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน พร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

    สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ สีใหม่! สีดำทไวไลต์มิสต์ (มุก) สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) และสีเทาเมทิเออรอยด์ (เมทัลลิก) มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ

    นอกจากนี้ ฮอนด้ายังจัดเต็มยนตรกรรมรุ่นอื่น ๆ หลากหลายรุ่น เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสัมผัสได้ตามไลฟ์สไตล์ที่ชอบ ทั้งไลน์อัปเทอร์โบ และไลน์อัปพลังงานไฟฟ้า 100%

    ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมบูทรถยนต์ฮอนด้า A08 ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 (Motor Expo 2025) ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์แต่ละรุ่น ซึ่งเป็นข้อเสนอเดียวกันทั้งภายในงานฯ และ
    โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
    โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือแชตกับที่ปรึกษาการขายทางออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า
    24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

     

    หมายเหตุ

    *อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

    **เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ 

    ***ทดสอบตามมาตรฐาน UN R101 ในห้องปฏิบัติการ / ผ่านการรับรองมาตรฐานมลพิษระดับ Euro 6 (มอก. 3017-2563) อัตราประหยัดน้ำมันขึ้นอยู่กับสภาพการใช้งานจริงและพฤติกรรมการขับขี่ของแต่ละบุคคล

    ****ราคาประมาณการยังไม่รวมราคาสีพิเศษ (มุก)


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ชวนคุณพบกับ Volvo XC60 โฉมใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    1 Min Read

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ชวนคุณพบกับ Volvo XC60 โฉมใหม่ ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติของป่าสนในแถบสแกนดิเนเวีย ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย นำโดย คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ (ในภาพ) ประกาศเปิดตัว Volvo XC60 โฉมใหม่ ที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 – ไทยแลนด์ อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์เอ็กซ์โป สานต่อความมุ่งมั่นในการนำเสนอเทคโนโลยีเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของผู้ขับขี่ และการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนอย่างแท้จริง โดย Volvo XC60 โฉมใหม่นี้ได้รับการพัฒนาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นผ่านดีไซน์ภายนอก และภายในที่ได้รับการปรับโฉมใหม่, ระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น และเพื่อถ่ายทอดปรัชญาแห่งความสมดุลระหว่างเทคโนโลยี ผู้คน และธรรมชาติ นอกจากนี้ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยยังได้เนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถในปีนี้ให้เป็น ป่าสนจากแรงบันดาลใจจากธรรมชาติในป่าแถบสแกนดิเนเวีย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่งานจัดแสดงรถได้ถูกนำเสนอด้วยพื้นที่สีเขียวที่ประดับด้วยต้นสน และพันธุ์ไม้หลากหลายชนิด เพื่อสื่อถึงแนวคิดความยั่งยืน และถ่ายทอดปรัชญาแห่งการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียน ผู้สนใจสามารถสัมผัส Volvo XC60 โฉมใหม่ และความงามของธรรมชาติในแบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธวอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3

    Volvo XC60 โฉมใหม่ ความงามแห่งการออกแบบ และความลงตัวในการใช้งาน

    Volvo XC60 โฉมใหม่ มาพร้อมกระจังหน้าแนวเฉียงซ้าย และขวา พาดบนตะแกรงตะข่ายพร้อมประดับตราสัญลักษณ์วอลโว่บริเวณกึ่งกลางทำให้ตัวรถแบบ 5 ที่นั่งคันนี้ ดูสะดุดตา, ทันสมัยและมีความพรีเมียมยิ่งกว่าเดิม บริเวณท้ายรถก็ได้รับการปรับโฉมให้กรอบไฟท้ายมีมิติยิ่งขึ้น ด้วยการปรับโทนสีรอบกรอบไฟให้มีความเข้มขึ้นจึงให้มุมมองไฟท้ายที่เป็นเอกลักษณ์ของรถรุ่นนี้ดูลอยตัว เห็นได้เด่นชัดยิ่งกว่าที่เคย Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังเปิดตัวพร้อมสีเขียว Forest Lake ซึ่งเป็นการเปิดตัวเป็นครั้งแรก

    อัพเกรดการใช้งานด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น และระบบอินโฟเทนเมนต์ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้น

    ตัวรถมาพร้อมระบบอินโฟเทนเมนต์ เจนเนอเรชั่นใหม่ จึงให้ประสบการณ์การใช้งานที่ดีขึ้นกว่าเคยผ่านหน้าจอทัชสกรีนที่ใหญ่ขึ้นขนาด 11.2 นิ้ว จากเดิมขนาด 9 นิ้ว ตั้งอยู่ตำแหน่งกลางคอนโซลหน้าของรถ พร้อมช่วยเสริมประสบการณ์ในการโดยสารด้วยฟีเจอร์ และการแสดงผลบนหน้าจอที่เน้นความปลอดภัยเป็นสำคัญ นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานแอปต่าง ๆ และการอัปเดตแบบ over-the-air รวมถึงรองรับการใช้งานแอปจาก Google built-in ที่ตอบสนองได้เร็วขึ้นกว่าเท่าตัว และให้การประมวลผลกราฟิกที่เร็วขึ้นถึง 10 เท่า ด้วยพลังการทำงานของชิป Snapdragon Cockpit รุ่นใหม่ล่าสุด

    ความสบายของห้องโดยสารที่มาพร้อมความสุนทรีย์ด้วยระบบเสียงที่ดีที่สุด

    สัมผัสความผ่อนคลายในห้องโดยสารที่เงียบขึ้น พร้อมเบาะที่นั่งที่ได้รับการยอมรับว่านั่งได้สบายตามแบบฉบับของวอลโว่ แล้วดื่มด่ำไปกับการฟังเพลงจากลำโพงที่ได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นลวดลายตาข่าย จากแบรนด์ชั้นนำอย่าง Bowers & Wilkins จำนวน 15 ตัว ที่ให้คุณภาพเสียงระดับ HIFI และพลังขับรวมขนาด 1,410 วัตต์ นอกจากนี้ Volvo XC60 โฉมใหม่ ยังมาพร้อมเทคโนโลยีฟอกอากาศที่ล้ำสมัยเพื่อดูแลคุณภาพอากาศในรถให้สะอาดอยู่เสมอ

    พลังขับเคลื่อน T8 AWD

    และด้วยคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด Volvo XC60 โฉมใหม่ นี้จึงรองรับการขับเคลื่อนทั้งการใช้น้ำมันและพลังไฟฟ้า เครื่องยนต์ T8 มาพร้อมพลังการขับเคลื่อนแบบมอเตอร์คู่ผ่านเครื่องยนต์สี่สูบ ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 317 แรงม้า และแรงบิดจากเครื่องยนต์  400 นิวตันเมตร/รอบต่อนาที และเมื่อทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้กำลัง 145 แรงม้า และแรงบิดจากมอเตอร์ไฟฟ้า 309 นิวตันเมตร จึงให้กำลังขับรวมสูงสุดถึง 462 แรงม้า และแรงบิด 709 นิวตันเมตร ให้อัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ภายใน 4.8 วินาที* ระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้ามาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 18.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง จึงให้ระยะทางขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าสูงสุดถึง 89 กิโลเมตร*

     

    Volvo XC60 Ultra T8 Plug-in Hybrid Bright โฉมใหม่ เปิดให้จอง และพร้อมส่งมอบแล้ววันนี้ ที่ราคา 3,590,000 บาท

     

    คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า Volvo XC60 เปิดตัวครั้งแรกในปีพ.ศ. 2560    และเป็นรถรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากอีกหนึ่งรุ่นของวอลโว่ พิสูจน์ด้วยยอดขายที่มากกว่า 1.5 ล้านคันทั่วโลก และเนื่องจากความเอนกประสงค์ของรถที่ตอบโจทย์การใช้งานสำหรับครอบครัวในหลากหลายโอกาส ดีไซน์เรียบหรูในแบบสแกนดิเนเวียนที่มีความร่วมสมัย ความสะดวกสบายของห้องโดยสารที่ได้รับการปรับปรุง อีกทั้งซอฟต์แวร์ของตัวรถที่สามารถอัพเดทเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพได้อย่างต่อเนื่องผ่านระบบ over-the-air   Volvo XC60 โฉมใหม่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ และโดยสารที่ยอดเยี่ยมให้แก่ผู้ใช้งานได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งการเปิดตัวรถรุ่นดังกล่าวในวันนี้ยังตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของ วอลโว่ คาร์ ในการนำเสนอพลังการขับขี่แบบไฟฟ้าที่ยังคงมีน้ำมันเป็นแผนสำรอง อันเป็นคุณสมบัติเด่นของรถปลั๊กอินไฮบริด เพื่อรองรับความต้องการ และความพร้อมในการใช้รถไฟฟ้าที่แตกต่างกันออกไปของลูกค้าของเรา”

    สัมผัสธรรมชาติด้วยแรงบันดาลใจจากสแกนดิเนเวีย ที่บูธ วอลโว่ คาร์

    ครั้งแรกในประเทศไทยกับการเนรมิตพื้นที่จัดแสดงรถวอลโว่ ขนาด 731 ตารางเมตร ให้เป็นป่าสนที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากธรรมชาติของป่าในแถบสแกนดิเนเวียที่ถ่ายทอดเรื่องราวความสมดุลระหว่างธรรมชาติและนวัตกรรม ที่สามารถอยู่รวมกันอยู่ได้อย่างลงตัว ด้วยฝีมือการออกแบบของนักแสดง และนักออกแบบภูมิทัศน์คนเก่ง – คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ – ที่ได้ออกแบบบูธวอลโว่    ที่งานมหกรรมยานยนต์ในปีนี้ ให้สะท้อนความสวยงาม สงบ ร่มรื่น ในแบบป่าแถบสแกนดิเนเวีย ผ่านต้นสนที่มีความสูงกว่า 7 เมตร โขดหินประดับมอสและเฟริน และดอกไม้ป่านานาพันธุ์ ที่จัดแต่งเพื่อสื่อถึงความเรียบง่าย อบอุ่น และเชื่อมต่อกับธรรมชาติ  อันเป็นปรัชญาในการออกแบบรถวอลโว่ แบรนด์สัญชาติสวีเดน ที่ความเรียบง่าย และความยั่งยืน สะท้อนถึงคุณค่าและเอกลักษณ์ของแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

    คุณดุ๊ก ภาณุเดช วัฒนสุชาติ, นักออกแบบภูมิทัศน์ ผู้ออกแบบบูธ วอลโว่ คาร์ ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 กล่าวว่า “ชีวิตของผมส่วนใหญ่อยู่ใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพราะสำหรับผมแล้ว ธรรมชาติคือครูที่สอนให้เราเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของความสมดุล และในทุก ๆ การเดินทางนั้นมันไม่ใช่แค่เพื่อไปให้ถึงจุดหมาย แต่มันคือโอกาสให้เราได้กลับไปรับฟัง เชื่อมต่อกับธรรมชาติที่อยู่รอบตัว ได้ค้นหาแรงบันดาลใจและไอเดียใหม่ ๆ จากความสงบของธรรมชาติ  ผมยังจำการเดินทางไปสวีเดนเมื่อหลายปีก่อนได้ดี ตอนนั้นผมได้ไปเที่ยวป่าสนที่กว้างใหญ่มาก ๆ แห่งหนึ่ง ในความเงียบและสงบนั้น ผมได้เรียนรู้ว่าสถานที่ที่เงียบที่สุดก็สามารถเล่าเรื่องราวอันทรงพลังได้ ซึ่งประสบการณ์จากในวันนั้นก็เป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบป่าสนสแกนดิเนเวียในบูธวอลโว่ที่ทุกคนเห็นกัน ผมอยากพาธรรมชาติเข้ามาอยู่ในพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ เพื่อให้เราทุก ๆ คน ได้มีโอกาสนึกถึงความหมายของการใช้ชีวิต หรือ For Life”

    ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของธรรมชาติ ผู้เข้าร่วมงานจะได้สัมผัสถึงความปลอดภัย, เทคโนโลยีที่ออกแบบโดยคำนึงถึงผู้ใช้เป็นสำคัญ, ดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน และแนวคิดด้านความยั่งยืน ที่ผสานอยู่ร่วมกันอย่างกลมกลืนที่ บูธวอลโว่ หมายเลข A18

    มอบความลงตัวให้ทุกการเดินทาง บนความสมดุลของชีวิตกับรถไฟฟ้ารุ่นใหม่ Volvo ES90

    นอกจากนี้ บูธวอลโว่ คาร์ ในปีนี้ ยังจัดแสดงรถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด Volvo ES90 ที่เปิดตัวในประเทศไทยเป็นที่แรกในเอเชีย โดย Volvo ES90 สะท้อนพลังการขับขี่ด้วยสไตล์การออกแบบตัวรถที่ผสานความสง่างามของซีดาน ความเอนกประสงค์ของรถ fastback สมรรถนะการขับขี่และความสะดวกสบายในห้องโดยสารของรถ SUV เข้าไว้ด้วยกันเพื่อตอบโจทย์การใช้งานในทุก ๆ วันให้ปลอดภัยและรื่นรมย์ในทุกเส้นทาง ตัวรถผลิตขึ้นบนแพลตฟอร์ม SPA2 พร้อมชิปประมวลผลคอร์คอมพิ้วติ้ง NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ที่เสริมประสิทธิภาพให้แก่ระบบช่วยเหลือในการขับขี่ และฟีเจอร์ความปลอดภัยในรถ Volvo ES90 ยังมาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 800 วัตต์ ที่ให้ระยะทางการขับขี่สูงสุดถึง 755 กิโลเมตร*ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ดีไซนการออกแบบในแบบสแกนดิเนเวียน ความเรียบหรูของห้องโดยสาร และเทคโนโลยีภายในรถที่ออกแบบโดยมีผู้ใช้งานเป็นศูนย์กลาง ทำให้ Volvo ES90 คือรถไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ทั้งในแง่ของความทันสมัย ความสวยงาม ความปลอดภัย และช่วยสร้างความยั่งยืนเพื่อสิ่งแวดล้อม

    สิทธิประโยชน์**สำหรับงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42

    ภายในงาน วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้เตรียมสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 700,000 บาท** สำหรับรถไฟฟ้าบางรุ่น และสิทธิประโยชน์รวมมูลค่าสูงสุดกว่า 600,000 บาท**สำหรับรถปลั๊กอินไฮบริดบางรุ่น โดยในงานมีรถไฟฟ้าที่นำมาจัดแสดงได้แก่ รุ่น Volvo EX90, ES90, EC40, EX40 และ EX30 นอกจากนี้ยังมี รถปลั๊กอินไฮบริดสำหรับผู้ที่ต้องการรถไฟฟ้าที่มาพร้อมแผนสำรองในรุ่น new Volvo XC90 และ XC60 ทั้งโฉมเดิม และโฉมใหม่  มาจัดแสดงผู้สนใจสามารถชมและศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับตัวรถ พร้อมสอบถามสิทธิประโยชน์**ในงานที่มีให้เลือกมากมาย อาทิ

    • ฟรี ประกันภัยรถยนต์ชั้น 1 เป็นเวลาสูงสุด 3 ปี
    • ฟรี บริการหลังการขาย รวมถึง บริการรับประกันคุณภาพ 3 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน), บริการให้ความช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง เป็นเวลา 1 ปี, บริการรับประกันคุณภาพแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
    • ฟรี เครื่องชาร์จไฟแบตเตอรี่แรงดันสูงแบบติดผนัง พร้อมรับประกันอายุการใช้งาน 1 ปี และฟรีบริการตรวจสภาพระบบไฟฟ้าและติดตั้ง

    ร่วมสัมผัส นวัตกรรมจาก วอลโว่ คาร์ ที่ผสานความปลอดภัย ความยั่งยืน และดีไซน์แบบสแกนดิเนเวียน ได้ที่บูธ วอลโว่ คาร์ หมายเลข A18 ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 ตั้งแต่วันนี้ถึง 10 ธันวาคม พ.ศ. 2568

    หมายเหตุ:

    *อ้างอิงผลการทดสอบที่ได้รับจากห้องปฏิบัติการภายใต้สภาวะที่มีการควบคุมเพื่อใช้ยื่นขอ ECO Sticker ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งนี้ ผลจากการใช้งานจริงอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น อุณหภูมิแวดล้อม ลักษณะการขับขี่ จำนวนผู้โดยสารในรถ เป็นต้น
    **รายละเอียดเพิ่มเติ่มเกี่ยวกับข้อเสนอ เข้าไปที่  https://www.volvocars.com/th-th/l/offers/

    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

    Websitewww.volvocars.com/th
    Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth
    Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    LINEhttps://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบัน สามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment