• Post Image

    ฮอนด้า ชวนเหล่าสาวกสัมผัส DNA ความสปอร์ต ในงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance 14 มี.ค. 2569 จัดเต็มกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่คนรัก Type R ไม่ควรพลาด สมัครด่วน ! ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. – 5 มี.ค 69 นี้เท่านั้น สิทธิ์มีจำนวนจำกัด !

    1 Min Read

    ฮอนด้า ชวนเหล่าสาวกสัมผัส DNA ความสปอร์ต ในงาน Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance 14 มี.ค. 2569 จัดเต็มกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ พร้อมแคมเปญพิเศษ ที่คนรัก Type R ไม่ควรพลาด สมัครด่วน ! ตั้งแต่วันที่ 24 ก.พ. – 5 มี.ค 69 นี้เท่านั้น สิทธิ์มีจำนวนจำกัด !

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดงานรวมตัวครั้งยิ่งใหญ่ของชาวแฟน ๆ สายสปอร์ตคนรัก Honda Civic Type R ในกิจกรรม Honda Civic Type R Fan Meet #2: The Unrivaled Performance ในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า ถนนรามคำแหง พร้อมเปิดรับสมัคร

    ผู้ที่สนใจเข้าร่วมกิจกรรมโดยลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 สิทธิ์มีจำนวนจำกัด

    ฮอนด้าตั้งใจจัดกิจกรรมในครั้งนี้ เพื่อให้เป็นพื้นที่พบปะ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และสร้างคอมมูนิตี้ที่เปี่ยมไปด้วยแรงบันดาลใจ และถ่ายทอดจิตวิญญาณการขับขี่ของ Honda Civic Type R อย่างแท้จริง  นับเป็นโอกาสพิเศษที่เจ้าของรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้นำรถคันโปรดมาจัดแสดง พร้อมร่วมถ่ายทอดประสบการณ์การใช้งาน มุมมองความประทับใจด้านสมรรถนะ และเสน่ห์ DNA ความสปอร์ตของ Honda Civic Type R

    พบกับหลากหลายกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงาน ได้แก่

    • Photo Backdrop: เก็บภาพโมเมนต์คู่กับ Honda Civic Type R ที่ดีไซน์มาเพื่อสะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตโดยเฉพาะ
    • Civic Type R Popular Vote: ร่วมโหวตคันที่ใช่ในสไตล์ที่ชอบให้กับรถแต่งที่โดดเด่นและมีสไตล์ที่สุดภายในงาน
    • Shoot & Share: เก็บภาพสุดเท่ และแชร์โมเมนต์ The Unrivaled Performance ลงโซเชียลมีเดียเพื่อรับของที่ระลึก (จำกัด 200 ท่านแรก) และลุ้นรับรางวัลใหญ่สำหรับโพสต์ที่มียอดไลค์และแชร์สูงสุด
    • Tasteful Treats & Lucky Draw: อิ่มอร่อยไปกับเมนูคัดสรรจาก Food Truck และรับสิทธิ์ลุ้นรับของที่ระลึก
      สุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะในงานเท่านั้น
    • Sport Performance Experience: สัมผัสสมรรถนะการขับขี่อันเร้าใจ ช่วยให้คุณตัดสินใจเป็นเจ้าของรถสปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น

    นอกจากนี้ ยังมาพร้อมดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance”  พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

    • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*  
    • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic
      Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท** 

    ลูกค้าที่สนใจกิจกรรมพิเศษครั้งนี้ สามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code ในภาพผ่านช่องทาง Facebook: Honda Thailand ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ – 5 มีนาคม 2569 แล้วมาร่วมเป็นส่วนหนึ่งเพื่อสัมผัสรถสปอร์ตในตำนานและพิสูจน์นิยามแห่งความแรงของ Honda Civic Type R ไปด้วยกัน !


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 เดินหน้าดำเนินธุรกิจพร้อมรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    1 Min Read

    เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เป็นครั้งที่ 2 เดินหน้าดำเนินธุรกิจพร้อมรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

    บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียวธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568” จากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) โดยบริษัทฯ ได้รับการประเมินในระดับดีเยี่ยม ตามหลักเกณฑ์การประเมินทั้ง 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ มิติเศรษฐกิจ มิติสิ่งแวดล้อม มิติสังคม และมิติการบริหารจัดการ ซึ่งโรงงานที่จะได้รับรางวัลต้องไม่มีข้อร้องเรียนจากการประกอบกิจการ และไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงจนเป็นเหตุให้มีการหยุดประกอบกิจการในช่วงเวลาที่เข้ารับการประเมิน ความสำเร็จในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในการรักษามาตรฐานธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงาน เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมและชุมชนอยู่ร่วมกันได้อย่างยั่งยืน

    มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรารู้สึกเป็นเกียรติและขอขอบคุณการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มอบรางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568ให้แก่ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ความสำเร็จในครั้งนี้เกิดจากความร่วมแรงร่วมใจของพนักงานทุกคน ตลอดจนความไว้วางใจจากชุมชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เราเชื่อมั่นว่าการเติบโตของภาคอุตสาหกรรมต้องเดินควบคู่ไปพร้อมกับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม เรายังคงมุ่งมั่นและสานต่อการดำเนินงานผ่านกลไกสำคัญในการสร้างความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการกำกับดูแลโรงงานต่อไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในอนาคต”

     

    บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด ได้รับการยกย่องในการดำเนินงานและผลการประเมินใน ระดับดีเยี่ยม ครอบคลุม 5 มิติ ได้แก่ มิติกายภาพ การบริหารจัดการพื้นที่โรงงานและทัศนียภาพที่เรียบร้อยผ่านการให้ความสำคัญในการจัดสรรพื้นที่สีเขียว และการออกแบบระบบระบายน้ำที่แยกระหว่างน้ำฝนและน้ำเสียอย่างชัดเจน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบ ต่อมา มิติเศรษฐกิจ สร้างการเติบโตและมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจในท้องถิ่นและชุมชน โดยเปิดโอกาสให้ร้านค้าชุมชนได้เข้ามาจำหน่ายสินค้าในพื้นที่ที่โรงงานจัดเตรียมไว้ เพื่อสนับสนุนการสร้างรายได้และอาชีพ

    ด้าน มิติสิ่งแวดล้อม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีการจัดการพื้นที่สีเขียวอย่างเป็นสัดส่วน โดยมีพื้นที่สีเขียวรวม 4,858 ตารางเมตร หรือคิดเป็นร้อยละ 10 ของพื้นที่โรงงานทั้งหมด และได้รับการรับรองมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียวระดับ 4 (วัฒนธรรมสีเขียว) จากกระทรวงอุตสาหกรรม นอกจากนี้ โรงงานฯ ยังมีระบบบำบัดมลพิษที่เป็นไปตามกฎหมาย และมีการบริหารจัดการกากอุตสาหกรรมโดยไม่ใช้วิธีฝังกลบ (Zero Landfill) ตลอดจนส่งเสริมการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

    สำหรับ มิติสังคม โรงงานเอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น มีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมกับชุมชน ผ่านโครงการเพื่อสังคม อาทิ การมอบระบบไฟฟ้าจากโซล่าร์เซลล์ให้แก่โรงพยาบาลชุมชนภายใต้โครงการ Solar For Lives: พลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อชีวิตที่ดีกว่า รวมถึงการจ้างงานผู้พิการ เพื่อเปิดโอกาสการสร้างรายได้ ตลอดจนการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็นและ ข้อร้องเรียนจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม

    ปิดท้ายด้วย มิติการบริหารจัดการ โรงงานฯ ยังให้ความสำคัญกับความโปร่งใสในการดำเนินงาน และระบบการตรวจสอบที่ได้การรับรองมาตรฐานสากล ISO 9001, ISO 14001 และ ISO 45001 อีกทั้งยังได้รับ รางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) ต่อเนื่อง 6 ปี อีกด้วย

    พิธีมอบธงธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “GREEN GOLD GROWTH for Sustainability” โดยมีโรงงานที่ได้รับ รางวัล “ธงขาวดาวเขียว” จำนวน 201 โรงงาน และรางวัล “ธงขาวดาวทอง” จำนวน 53 โรงงาน ซึ่งมีเป้าหมาย เพื่อนำนิคมอุตสาหกรรมก้าวสู่มาตรฐานสากล มุ่งเน้นการบรรลุเป้าหมายก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ภายในปี 2050 ผ่านการส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อลดของเสียให้เหลือน้อยที่สุด และยกระดับโรงงานสู่มาตรฐานอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industries) อย่างยั่งยืน

    ไฮไลต์สำคัญ: “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568

    • บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัด คว้ารางวัลใบประกาศเกียรติคุณ “ธงขาวดาวเขียว ธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2568”
    • บริษัทได้รับการประเมินระดับดีเยี่ยมจากการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.)
    • บริษัทผ่านเกณฑ์การประเมิน 5 มิติสำคัญ ได้แก่ กายภาพ เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม สังคม และการบริหารจัดการ
    • สะท้อนความมุ่งมั่นด้านธรรมาภิบาลสิ่งแวดล้อม อุตสาหกรรมสีเขียว และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39

    1 Min Read

    สมาคมรถโบราณ ร่วมเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานเปิดงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ภายใต้ชื่องาน “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม” โดยสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย จัดขบวนรถโบราณ และรถคลาสสิค เข้าร่วมงาน ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จังหวัดเพชรบุรี เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2569

    สมาคมรถโบราณขอเชิญชวน นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย ไปเที่ยวงาน พระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 1 มีนาคม 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วอลโว่ เปิดตัวพอดแคสต์ For Life. ช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน

    1 Min Read

    วอลโว่ เปิดตัวพอดแคสต์ For Life. ช่องทางสำหรับการแลกเปลี่ยนแรงบันดาลใจ และสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับทุกคน

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว For Life. พอดแคสต์สายไลฟ์สไตล์ ที่ชวนทุกคนหันมาใส่ใจชีวิตทั้งสุขภาพกายและสุขภาวะทางใจ (Wellness) ได้อย่างสมดุล ผ่านประสบการณ์ของผู้เชี่ยวชาญหลากหลายด้านที่จะมาแลกเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตและประสบการณ์เพื่อสร้างแรงบันดาลใจ พร้อมเปิดโอกาสให้บุคลากรวอลโว่สลับบทบาทมาทดลองเป็นผู้ดำเนินรายการด้วยตนเอง สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดพื้นที่ให้ทุกคนได้เป็นตัวเอง และสนับสนุนการเรียนรู้ทักษะใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านการพูดและการสื่อสาร เนื้อหาของแต่ละตอนยังเชื่อมโยงแนวคิดเรื่อง ‘ความปลอดภัย’ ในชีวิตประจำวัน เพื่อให้ผู้ฟังได้เรียนรู้ เข้าใจตัวเอง และค่อย ๆ เติบโตสู่เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตนเองอย่างปลอดภัย พอดแคสต์นี้จึงไม่เพียงเป็นพื้นที่สร้างแรงบันดาลใจ แต่ยังเป็นพื้นที่ให้ทุกคนทดลองทำสิ่งใหม่ ๆ และสร้างสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจไปพร้อมกัน

    พอดแคสต์ For Life. 5 ตอนแรก เราได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญถึงสามท่าน ที่จะมาแบ่งปันมุมมองและคำแนะนำเพื่อดูแลชีวิตให้สมดุลในด้านต่าง ๆ ดังนี้

    • คุณก้อย อภิรดี ธรรมสรณ์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Wellness ร่วมพูดคุยเรื่องการกินอย่างมีสุขภาพดีโดยไม่ต้องงดของโปรด พร้อมแบ่งปันแนวทางการดูแลจิตใจให้แข็งแรงด้วยการเช็กความรู้สึกตัวเองทุกวัน
    • คุณนิด ณัชชา เพชรสากล คุณครูสอนโยคะ ที่ก้าวผ่านความไม่แน่นอนในชีวิตมาได้ ร่วมแชร์มุมมองเรื่องการอยู่กับปัจจุบัน การใช้ลมหายใจเพื่อลดความเครียดและช่วยให้นอนหลับดีขึ้น รวมถึงแนวทางการรับมือกับความไม่แน่นอนในชีวิต เพื่อสร้างกำลังใจในแต่ละวัน
    • คุณเดียร์ ทศพล เจริญจิตต์ นักกีฬา Hyrox ที่มีประสบการณ์การแข่งขันต่างประเทศ ร่วมพูดคุยเรื่องการเตรียมความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจก่อนการแข่งขัน พร้อมคำแนะนำการออกกำลังกายอย่างปลอดภัย

    สามารถรับชม teaser ทั้ง 5 ตอนแรกของ For Life. พอดแคสต์ได้ที่ลิงก์ https://drive.google.com/file/d/1vmWf6NWkBdVQPLeSUdoANGx1Lco3N-FJ/view?usp=sharing

    สามารถรับชม For Life. พอดแคสต์ได้แล้ววันนี้ทางช่องทาง @VolvoCarTh YouTube หรือคลิก https://www.youtube.com/@VolvoCarTh เพื่อรับชม
    ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม รวมถึงข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ได้ที่

    Websitewww.volvocars.com/th
    Facebookhttps://www.facebook.com/volvocarsth
    Youtubehttps://www.youtube.com/user/VolvoCarsThailand
    Linehttps://page.line.me/002olnns?oat_content=url&openQrModal=true

    เยี่ยมชม Volvo Studio ICONSIAM ได้ที่ชั้น 3 ห้างสรรพสินค้าไอคอนสยาม และ เยี่ยมชม Volvo Studio EmSphere ได้ที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้า ดิ เอ็มสเฟียร์ เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลโว่ สำหรับสอบถามข้อมูลทั่วไป กรุณาโทร 02-544-0446

    สำหรับลูกค้าวอลโว่ปัจจุบันสามารถลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิพิเศษเฉพาะลูกค้าได้ที่ https://bit.ly/459u6HD


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

    1 Min Read

    ฮอนด้า ซีวิค ปรับไลน์อัปเป็น e:HEV ในทุกรุ่นย่อย แนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท ที่มาพร้อมความคุ้มค่า มอบสิทธิพิเศษ 50,000 บาท เมื่อจองตั้งแต่ 17 ก.พ. – 6 เม.ย. 2569 และรับรถภายใน 10 เม.ย. 2569

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เดินหน้าเสริมทัพ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid โดยปรับไลน์อัป ฮอนด้า ซีวิค เป็นระบบ
    ฟูลไฮบริด
    e:HEV และสะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมกับโลโก้ H Mark ในโทนสีโมโนโครมเงินและดำในทุกรุ่นย่อย พร้อมแนะนำรุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท มาพร้อมสิทธิพิเศษ 50,000 บาท* เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569 เพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสกับฟูลไฮบริดซีดานที่คุ้มค่าในราคาที่เป็นเจ้าของได้ง่ายขึ้น

    โดย Honda Civic e:HEV มีให้เลือกทั้งหมด 3 รุ่นย่อย ดังนี้

    • ใหม่! รุ่น e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

    ให้คุณได้สัมผัสขุมพลังฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid ตั้งแต่รุ่นเริ่มต้นในราคาที่เข้าถึงง่าย ตอบโจทย์สายสปอร์ตที่มองหาความคุ้มค่าที่ลงตัวกับทุกการใช้งาน

    • รุ่น e:HEV EL+ ราคา 1,099,000 บาท

    ยกระดับความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชันที่ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์

    • รุ่น e:HEV RS ราคา 1,239,000 บาท

    ที่สุดแห่งจิตวิญญาณความสปอร์ตที่มาพร้อมดีไซน์เอ็กซ์คลูซีฟรอบคัน จัดเต็มด้วยออปชันและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

    ไฮไลต์ข้อเสนอสำหรับ Honda Civic e:HEV รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ราคา 949,000 บาท

    เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569  – 6 เมษายน 2569 และรับรถภายในวันที่ 10 เมษายน 2569

    • ทางเลือกที่ 1 ดอกเบี้ยพิเศษ 1.74% สำหรับเจ้าของรถยนต์และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและครอบครัว (Honda Loyalty) สำหรับลูกค้าทั่วไปรับดอกเบี้ย 89% พร้อมรับ Honda Exclusive Care 3 ปี* มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท**

    Honda Exclusive Care 3 ปี (ฮอนด้า เอ็กซ์คลูซีฟ แคร์) มูลค่าสูงสุด 132,000 บาท** ประกอบด้วย

    – ฟรี ประกันภัย 1 ปี

    – ฟรี รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*

    – ฟรี แพ็กเกจเช็กระยะ ค่าแรง ค่าอะไหล่ 3 ปี หรือ 60,000 กม.

    • ทางเลือกที่ 2 โปรแกรม ดับเบิ้ล สไมล์ พลัส (Double Smile Plus) ผ่อนเบา ดาวน์สบาย เลือกผ่อนได้ ตามสไตล์ที่คุณชอบ
    • ผ่อนเบาเริ่มต้นเพียงเดือนละ 9,847 บาท* หรือเลือก ดาวน์ต่ำเพียง 10%*
    • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
    • ทางเลือกที่ 3 เลือกรับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 50,000 บาท*
      • รับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • เพิ่มเติม! Happy Trade-in เมื่อนำรถยนต์คันเดิมมาขายและออกรถยนต์ Honda Civic e:HEV
      รุ่นย่อยใหม่ e:HEV EL ที่โชว์รูมฮอนด้า รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมมูลค่า 20,000 บาท*
    • สำหรับลูกค้าข้าราชการ รัฐวิสาหกิจ และกลุ่มลูกค้าอาชีพพิเศษ รับส่วนลดดอกเบี้ยพิเศษเพิ่ม 10% จากดอกเบี้ยตามตารางส่งเสริมการขายประจำเดือน (เฉพาะกรณีทำสัญญาเช่าซื้อผ่านบริษัท ฮอนด้า
      ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เท่านั้น

    ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทาง https://www.honda.co.th/civic โดยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือเว็บไซต์ www.honda.co.th หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777 อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณ
    ไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์:honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand
    No Comment
  • Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    1 Min Read

    Primus Group เข้าพบผู้ว่าฯ – ผู้บริหารเมืองพัทยา สานความร่วมมือขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    คณะผู้บริหาร กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group ผู้นำธุรกิจผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ระดับแนวหน้าของประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ นายนริศ นิรามัยวงศ์ (รูป1 ที่ 3 จากขวา) ผู้ว่าราชการ จังหวัดชลบุรี, นายบรรลือ กุลละวณิชย์ (รูป2 ที่ 4 จากขวา) ประธาน สภาเมืองพัทยา  และ นายปรเมศวร์ งามพิเชษฐ์ (รูป2 ที่ 5 จากขวา) นายก เมืองพัทยา เนื่องในเทศกาลปีใหม่ 2568 พร้อมรับฟังแนวนโยบายด้านการส่งเสริมและพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัดชลบุรีและเมืองพัทยา

    พร้อมกันนี้ คณะผู้บริหาร Primus Group ได้รายการความคืบหน้าและการเติบโตของธุรกิจตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ของกลุ่ม Primus Group ในจังหวัดชลบุรี โดยเฉพาะการรุกตลาดแบรนด์รถยนต์จีนในช่วงปีที่ผ่านมา 

     

    ปัจจุบัน กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group เป็นผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ รวม 5 ยี่ห้อ ได้แก่ Mercedes-Benz, Zeekr, MG, Deepal และ Aion โดยมีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ รวมทั้งสิ้น 13 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล, จังหวัดชลบุรี และจังหวัดเชียงใหม่

     

    เฉพาะที่จังหวัดชลบุรี มีโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ Mercedes-Benz จำนวน 1 แห่ง, MG จำนวน 2 แห่ง, Deepal จำนวน 1 แห่ง และ Aion จำนวน 1 แห่ง รวมทั้งหมด 5 แห่ง สะท้อนความเชื่อมั่นและบทบาทสำคัญของอุตสาหกรรมยานยนต์และเศรษฐกิจในภูมิภาคตะวันออก


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    1 Min Read

    โมตุลเปิดตัว NGEN Hybrid ทางเลือกที่ชาญฉลาดและยั่งยืนสำหรับรถยนต์ไฮบริดยุคใหม่

    โมตุล ผู้นำระดับโลกด้านนวัตกรรมน้ำมันหล่อลื่น และผู้บุกเบิกผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องสมรรถนะสูง ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ “NGEN Hybrid” ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผลิตภัณฑ์ล่าสุดภายใต้กลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN ที่มุ่งเน้นความยั่งยืนของแบรนด์ NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยเฉพาะสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEV) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) เพื่อตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริด ช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องยนต์ และสนับสนุนให้ผู้ขับขี่เดินทางได้ไกลยิ่งขึ้นในทุกหยดของน้ำมัน โดยยังคงรักษาสมดุลระหว่าง สมรรถนะสูงสุด และ ความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ได้อย่างลงตัว

    ท่ามกลางการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริดทั่วภูมิภาค ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของโมตุลในการขับเคลื่อนนวัตกรรมในอุตสาหกรรมน้ำมันหล่อลื่น ด้วยการส่งมอบการปกป้องเครื่องยนต์ระดับสูง การดูแลสุขภาพเครื่องยนต์ในระยะยาว และความอุ่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่

    คาร์โล ซาโวก้า ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด โมตุล ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่า

    “จากการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการใช้งานรถยนต์ไฮบริด ความจำเป็นของน้ำมันเครื่องที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับเครื่องยนต์ประเภทนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง รถยนต์ไฮบริดต้องการน้ำมันเครื่องที่สอดรับกับลักษณะการทำงานของระบบไฮบริดโดยเฉพาะ ซึ่ง NGEN Hybrid ได้รับการพัฒนาเพื่อช่วยยกระดับประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิง ปกป้องเครื่องยนต์ และเสริมความทนทานในระยะยาว ที่โมตุล เรามุ่งมั่นขับเคลื่อนการพัฒนาอย่างยั่งยืนผ่านนวัตกรรม โดย NGEN Hybrid เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สะท้อนความตั้งใจดังกล่าว ด้วยการเลือกใช้น้ำมันฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับแนวหน้าสำหรับเครื่องยนต์ยุคใหม่”

    คุณสุรเชษฐ ศรกาญจน์ ผู้จัดการทั่วไป โมตุล (ประเทศไทย) กล่าวว่า

    “ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผ่านสู่ยานยนต์พลังงานทางเลือกที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย รถยนต์ไฮบริด (Hybrid Vehicle) กลายเป็นหนึ่งในเซกเมนต์ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ด้วยความสมดุลระหว่างสมรรถนะ ประหยัดพลังงาน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โมตุลจึงได้มีการเปิดตัว NGEN Hybrid น้ำมันเครื่องสูตรพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ไฮบริดโดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ในระบบไฮบริดอย่างแท้จริง ประเทศไทยนับเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยมียอดจดทะเบียนเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี สะท้อนให้เห็นถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันมาให้ความสำคัญกับความประหยัดพลังงาน ค่าใช้จ่ายในการใช้งานระยะยาว และการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลให้ความต้องการผลิตภัณฑ์ดูแลรักษารถยนต์ที่ออกแบบมาเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย”

    การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul นับเป็นก้าวสำคัญที่สอดรับกับกระแสการเติบโตอย่างรวดเร็วของรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยอ้างอิงรายงานวิจัยล่าสุดจาก MarkNtel Advisors ซึ่งคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์ไฮบริดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเติบโตในอัตราการเติบโตเฉลี่ยสะสมต่อปี (CAGR) สูงถึง 18% ในช่วงปี 2024–2030 แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนรถยนต์ไฮบริดในภูมิภาคจะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อันเป็นผลจากความต้องการของผู้บริโภคที่มองหาทางเลือกการเดินทางที่ ประหยัดพลังงาน และ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากยิ่งขึ้น

    รถยนต์ไฮบริดสามารถสร้างสมดุลระหว่าง สมรรถนะ และ ความยั่งยืน ได้อย่างลงตัว อีกทั้งยังได้รับความนิยมเป็นพิเศษในตลาดที่โครงสร้างพื้นฐานสำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบยังไม่พัฒนาเพียงพอ จึงเป็นทางเลือกที่เข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการความประหยัดน้ำมันและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ต้องเผชิญกับข้อจำกัดของรถยนต์ไฟฟ้า 100%

    นอกจากนี้ รัฐบาลในหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกยังได้ออกมาตรการสนับสนุนและกรอบนโยบายต่าง ๆ เพื่อเร่งการใช้งานรถยนต์ที่ปล่อยมลพิษต่ำอย่างจริงจัง ตัวอย่างเช่น อินโดนีเซีย ได้ประกาศมาตรการส่งเสริมรถยนต์ปล่อยมลพิษต่ำ รวมถึงรถไฮบริด ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนมกราคม 2025 ขณะที่ ประเทศไทย ก็ได้อนุมัติมาตรการจูงใจให้ภาคธุรกิจเปลี่ยนฟลีทรถเชิงพาณิชย์ไปใช้รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ (BEV) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของประเทศในฐานะศูนย์กลางการผลิตยานยนต์ไฟฟ้า (EV Hub) ของภูมิภาค

    การพัฒนาด้านนโยบายเหล่านี้คาดว่าจะเร่งการเติบโตของตลาดรถไฮบริดให้ขยายตัวเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid จาก Motul กลายเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์ได้อย่างเหมาะสมสำหรับความต้องการในตลาดที่กำลังขยายตัวนี้

    จากงานวิจัยภายในของ Motul ยังตอกย้ำแนวโน้มการเติบโตของตลาดในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก พร้อมชี้ให้เห็นถึงโอกาสสำคัญในกลุ่มรถยนต์ไฮบริด โดยผลการสำรวจพบว่า เหตุผลหลักที่ผู้บริโภคเลือกใช้รถไฮบริด ได้แก่ ต้องการ ประหยัดค่าน้ำมัน (75.86%) สนใจใน เทคโนโลยีใหม่ๆ (41.38%) และการได้รับ สิทธิประโยชน์จากภาครัฐ (37.93%)

    แม้จะมีปัจจัยส่งเสริมให้เกิดการใช้งานรถไฮบริดมากขึ้น แต่ยังพบว่า ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับน้ำมันเครื่องเฉพาะทางสำหรับรถไฮบริดยังอยู่ในระดับต่ำ โดยเจ้าของรถส่วนใหญ่ยังคงพึ่งพาคำแนะนำจากผู้ผลิตรถยนต์ (OEM) หรือใช้บริการดูแลแบบเหมาจ่ายตามแพ็กเกจที่ได้รับ โดยไม่ตระหนักว่าน้ำมันเครื่องทั่วไปอาจ ไม่ตอบโจทย์ลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดอย่างแท้จริง

    NGEN Hybrid: ออกแบบเพื่อการขับขี่วันนี้ และความต้องการของวันพรุ่งนี้

    NGEN Hybrid คือผลิตภัณฑ์ล่าสุดในตระกูล NGEN Series จาก Motul กลุ่มน้ำมันเครื่องเจเนอเรชันใหม่ที่ผสานทั้งความแรงและความยั่งยืน พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่เปลี่ยนแปลงไปของยานยนต์ยุคใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับ รถยนต์ไฮบริด (HEVs) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEVs)

    สูตรเฉพาะของ NGEN Hybrid ถูกออกแบบมาให้รองรับลักษณะการทำงานเฉพาะของเครื่องยนต์ไฮบริดได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งผ่านมาตรฐานระดับโลกล่าสุดอย่าง API SQ และ ILSAC GF-7 ได้อย่างเหนือความคาดหมายเครื่องยนต์ไฮบริดมีการทำงานต่างจากเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบดั้งเดิม ระบบขับเคลื่อนไฮบริดทำงานภายใต้สภาพแวดล้อมเฉพาะ เช่น การสตาร์ทเครื่องยนต์ซ้ำบ่อย อุณหภูมิเฉลี่ยภายในเครื่องที่เย็นกว่า และการสลับโหมดระหว่างพลังงานไฟฟ้าและน้ำมัน ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนเป็นความท้าทายใหม่สำหรับระบบหล่อลื่นเครื่องยนต์ NGEN Hybrid จึงถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อรับมือกับสภาพการทำงานเหล่านี้ มอบการปกป้องที่ต่อเนื่อง ประสิทธิภาพการประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า และดูแลเครื่องยนต์ให้ทำงานได้อย่างยาวนาน โดยเฉพาะในสภาวะการทำงานแบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) ของเครื่องยนต์ไฮบริดในเมือง ที่น้ำมันเครื่องทั่วไปมักไม่สามารถตอบโจทย์ได้อย่างเต็มที่

    NGEN Hybrid ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อช่วยลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ และทำให้การเปลี่ยนโหมดขับเคลื่อนระหว่างไฟฟ้าและน้ำมันเป็นไปอย่างราบรื่นยิ่งขึ้น สูตรเฉพาะนี้ช่วยให้น้ำมันหมุนเวียนได้เร็วขึ้น สร้างแรงดันได้ไว และตอบสนองการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างสม่ำเสมอ ผลลัพธ์คือการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มากขึ้นถึง 8.1% เมื่อเทียบกับน้ำมันเครื่องทั่วไปในเกรด 0W-20 – เทียบเท่ากับการวิ่งได้ไกลขึ้นถึง 45 กิโลเมตร ต่อถังขนาด 36 ลิตร ในสภาวะการสตาร์ทเครื่องยนต์ขณะเย็น (cold start) NGEN Hybrid ยังแสดงประสิทธิภาพได้ดีกว่ามาตรฐานทั่วไปถึง 10% ช่วยปกป้องชิ้นส่วนสำคัญตั้งแต่การสตาร์ทเครื่องครั้งแรก และยังมอบการปกป้องจาก Low-Speed Pre-Ignition (LSPI) ได้มากกว่าถึง 60% ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับเครื่องยนต์ไฮบริดรุ่นใหม่ที่ใช้เทอร์โบ

    ด้วยคุณสมบัติที่เหนือมาตรฐาน API SQ NGEN Hybrid มอบความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถไฮบริด ด้วยการปกป้องเครื่องยนต์จากการสึกหรอ การน็อกและการจุดระ เบิดก่อนเวลาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

     

    คุณสมบัติเด่นของ NGEN Hybrid

    • ประหยัดน้ำมัน: ช่วยเพิ่มระยะทางต่อหนึ่งถัง ด้วยการลดแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ เพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
    • การปกป้องเครื่องยนต์: ลดภาระของเครื่องยนต์จากการเจือจางน้ำมันด้วยเชื้อเพลิงและการขับขี่แบบสตาร์ท–สต๊อป(Start-Stop) พร้อมรักษาความสะอาดและสมรรถนะของเครื่องยนต์ในระยะยาว
    • ความยั่งยืน: ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานคุณภาพสูงที่ผ่านกระบวนการรีเจนเนอเรต (RRBO) ช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพการใช้งาน
    • บรรจุภัณฑ์รักษ์โลก: บรรจุในขวดพลาสติกที่สามารถรีไซเคิลได้ 100% โดยมีส่วนประกอบจากพลาสติก PCR (Post-Consumer Recycled) ถึง 50% สนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียน
    • มาตรฐานประสิทธิภาพ: ผ่านมาตรฐาน API SQ และ ILSAC GF-7 พร้อมป้องกันปัญหา LSPI (Low-Speed Pre-Ignition) ที่พบบ่อยในเครื่องยนต์เทอร์โบสมัยใหม่ อีกทั้งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันและการไหลเวียนของน้ำมันในอุณหภูมิต่ำ
    • รองรับการใช้งานหลากหลาย: เหมาะสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า (BEV) ที่มีเครื่องยนต์เบนซินเป็นระบบเสริมระยะทาง (Range Extender)

    เหนือกว่าความแรง NGEN Hybrid ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Motul ในการพัฒนานวัตกรรมอย่างยั่งยืน โดยน้ำมันเครื่องสูตรนี้ผลิตจาก น้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรต (RRBO) ถึง 10% ซึ่งได้จากการนำน้ำมันใช้แล้วคุณภาพสูงกลับมาผ่านกระบวนการกลั่นและฟื้นฟูด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อลดการใช้ทรัพยากรใหม่และผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

    บรรจุภัณฑ์ยังได้รับการออกแบบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้พลาสติกรีไซเคิลจากผู้บริโภค (PCR) ในสัดส่วน 50% และตัวขวดสามารถนำกลับมารีไซเคิลได้ 100% สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ยุคใหม่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม โดยยังคงสมรรถนะการปกป้องเครื่องยนต์ในระดับสูงตามมาตรฐานของ Motul

     

    ยกระดับมาตรฐานของเหลวสำหรับรถยุคใหม่ กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hybrid-Ready: NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1

    นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid แล้ว โมตุลยังเดินหน้าขยายไลน์อัปกลุ่มผลิตภัณฑ์ NGEN อย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฮบริด ได้แก่ NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid ซึ่งช่วยเติมเต็มโซลูชันของเหลวสมรรถนะสูงสำหรับยานยนต์ยุคใหม่ได้อย่างครบวงจร

     

    • NGEN MATIC ATF VI – น้ำมันเกียร์รุ่นแรกที่พัฒนาด้วยแนวคิดเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (Eco-designed) ผลิตจากน้ำมันพื้นฐานรีเจนเนอเรตคุณภาพสูงถึง 30% และบรรจุในขวดพลาสติกที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิลหลังการใช้งานของผู้บริโภค (PCR) 50% เหมาะสำหรับระบบเกียร์อัตโนมัติ ทรานสเฟอร์เคส และระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ โดยเป็นน้ำมันหล่อลื่นสังเคราะห์สูตรผสมที่พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของระบบส่งกำลังยานยนต์สมัยใหม่ มอบความทนทานและประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น ควบคู่กับแนวทางความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
    • E DOT 5.1 Brake Fluid – น้ำมันเบรกสังเคราะห์แท้ 100% ชนิดอายุการใช้งานยาวนาน พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับระบบเบรกและคลัตช์แบบไฮดรอลิกของยานยนต์ไฟฟ้า (EV) รถไฮบริด (PHEV) และรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปทั่วไป โดดเด่นด้วยจุดเดือดสูงทั้งในสภาวะแห้งและเปียก ค่าความหนืดต่ำ และค่าการนำไฟฟ้าที่ต่ำ ช่วยให้เหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบเบรกสมัยใหม่ที่ต้องการสมรรถนะ ความเสถียร และความเชื่อมั่นในการใช้งานระดับสูงสุด

    ผลิตภัณฑ์ NGEN Hybrid, NGEN MATIC ATF VI และ E DOT 5.1 Brake Fluid จะเริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่ไตรมาส 2 ปี 2025 เป็นต้นไป ผ่านตัวแทนจำหน่ายโมตุลอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ
    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและข่าวสารอัปเดตล่าสุด โปรดเยี่ยมชมเว็บไซต์อย่างเป็นทางการของ Motul Asia Pacific https://www.motul.com/en-SG.


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมยกระดับแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่

    1 Min Read

    ฮอนด้า ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมยกระดับแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ รถยนต์รุ่นใหม่ และเทคโนโลยีใหม่ ยึดมั่นการดูแลลูกค้าในทุก Touchpoint ด้วยบริการหลังการขายที่ครบวงจร

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศทิศทางธุรกิจปี 2569 ตั้งเป้าขาย 76,000 คัน พร้อมดำเนินกลยุทธ์ต่าง ๆ ดังนี้

    • ปรับเปลี่ยนแบรนด์ด้วยโลโก้ “H mark” ใหม่ พร้อมยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้สดใหม่ มีพลัง และสื่อสารคุณค่าที่แข็งแกร่งของแบรนด์ในหลากหลายแง่มุมผ่านการเล่าเรื่องราว Honda Brand Story
    • เตรียมเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ อย่างน้อย 4 รุ่น ในปี 2569 ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV)
    • พร้อมแนะนำเทคโนโลยีใหม่เข้าสู่ตลาดประเทศไทยในอนาคต

    ตอกย้ำ ไม่ปรับขึ้นราคาจำหน่ายรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 แม้มีการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ พร้อมมอบแคมเปญพิเศษ “Honda โปรตะลึง ตรึงราคา! พลัสเพิ่มความคุ้มแบบจึ้งใจ” จัดเต็มสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสูงสุด 85,000 บาท* ดอกเบี้ย 0% หรือผ่อนสบายเริ่มต้นเพียง 2,500 บาท นานสูงสุด
    84 เดือน*
     เมื่อจองตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 และรับรถภายใน 10 เมษายน 2569

    ข้อมูลยอดจำหน่ายในปี 2568

    ท่ามกลางความท้าทายทางเศรษฐกิจ ฮอนด้ายังคงได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทย โดยมียอดจำหน่ายรถยนต์สะสมปี 2568 รวม 74,044 คัน (นับรวมกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ของฮอนด้า) ครองอันดับ 2 ในตลาด ครองส่วนแบ่งทางการตลาดรถยนต์นั่งที่ 18% และมียอดจำหน่ายกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า (xEV) ในตลาดรถยนต์ สูงถึง 55,495 คัน ครองส่วนแบ่งทางการตลาดราว 20% ซึ่งยอดจำหน่ายหลักมาจากรถยนต์ในไลน์อัป e:HEV – The EXCITING Hybrid

    ทั้งนี้ ฮอนด้า ยังสามารถครองอันดับ 1 ใน 3 เซกเมนต์หลักของตลาดรถยนต์นั่ง ได้แก่

    • City Hatchback ในกลุ่ม B-ECO & B-Hatchback ยอดขาย 16,690 คัน (ส่วนแบ่ง 34.1% ในตลาด B-ECO & B-Hatchback)
    • Civic ในกลุ่ม Compact Car ยอดขาย 11,751 คัน (ส่วนแบ่ง 33.1% ในตลาด Compact Car)
    • HR-V e:HEV ในกลุ่ม M-SUV ยอดขาย 25,240 คัน (ส่วนแบ่ง 30.7% ในตลาด M-SUV)

    ทิศทางธุรกิจและเป้าหมายในปี 2569

    ในปี 2569 ฮอนด้าคาดการณ์ยอดจำหน่ายรวมของตลาดรถยนต์ในประเทศไทยที่ 630,000 คัน และตั้งเป้ายอดจำหน่ายของฮอนด้าที่ 76,000 คัน โดยปีนี้จะเป็นอีกปีที่ฮอนด้าสร้างความตื่นเต้นผ่าน 3 กลยุทธ์ ได้แก่

    • การยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ผ่านการปรับโลโก้ H mark ใหม่

    ฮอนด้าเตรียมก้าวสู่ยุคใหม่ด้วยการนำโลโก้ H mark ดีไซน์ล่าสุด มาปรับใช้อย่างเป็นทางการ เพื่อสื่อถึงอัตลักษณ์ของธุรกิจรถยนต์ฮอนด้าที่ทันสมัยในทุกมิติ โดยมีแผนเริ่มปรับใช้ครอบคลุมทั้งกลุ่มยนตรกรรมไฟฟ้า (EV) และรถยนต์ไฮบริด (HEV) ในรุ่นหลัก ๆ รวมถึง Touchpoint ต่าง ๆ ที่สร้างประสบการณ์ให้แก่ลูกค้า ไม่ว่าจะเป็น โชว์รูมและศูนย์บริการ
    งานสื่อสารการตลาด และกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ต นอกจากนี้ ยังมุ่งสร้างภาพลักษณ์ให้มีพลังยิ่งขึ้นผ่าน Honda Brand Story ซึ่งเป็นการเล่าเรื่องราวที่เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ เพื่อส่งต่อคุณค่าของแบรนด์ให้เข้าถึงลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

     

    • การเสริมทัพยนตรกรรมหลากเซกเมนต์ ครอบคลุมไลน์อัป xEV ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV)

    ในปี 2569 ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้น เตรียมนำเสนอยนตรกรรมรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ความต้องการในหลากหลายเซกเมนต์ ทั้งรถยนต์ไฮบริด (e:HEV) และรถไฟฟ้า (EV) อย่างน้อย 4 รุ่น รวมถึงเตรียมเซอร์ไพรส์ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ที่ไม่เคยทำตลาดในประเทศไทยมาก่อน

    การกลับมาของ Honda STEP WGN e:HEV SPADA เป็นตัวอย่างของเซอร์ไพร์สที่เราดึงรถที่ลูกค้าชื่นชอบและรอคอยกลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง

    นอกจากนี้ ฮอนด้าประกาศ คงราคาจำหน่ายรถยนต์ทุกรุ่นถึงวันที่ 6 เมษายน 2569 พร้อมมอบแคมเปญพิเศษเพื่อให้ลูกค้าได้ตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น สำหรับแนวทางด้านราคาหลังจากนั้น ฮอนด้าจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการส่งมอบคุณค่าที่เหนือระดับ  เพื่อให้ฮอนด้ายังคงเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและคุ้มค่าที่สุดในทุกสภาวะตลาด

    • การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมอัจฉริยะเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่และองค์กร

    ฮอนด้ามุ่งมั่นส่งมอบเทคโนโลยียานยนต์ระดับโลกเพื่อเปลี่ยนทุกการเดินทางให้เหนือระดับยิ่งขึ้น ด้วยการเตรียมถ่ายทอดเทคโนโลยีใหม่ ผ่านผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะเปิดตัวในประเทศไทย อาทิ ระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดเจเนอเรชันใหม่ เทคโนโลยีการขับขี่ S+ Shift รวมถึงเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูง เป็นต้น นอกจากนี้ ฮอนด้ายังเตรียมนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ามาเพิ่มขีดความสามารถในกระบวนการดำเนินธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการขายอีกด้วย

    ไฮไลต์งาน Bangkok International Motor Show 2026

    ในปีนี้ ฮอนด้า จะยังคงร่วมมือกับ ไทยฮอนด้า เตรียมนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีที่ครอบคลุมและครบวงจรที่สุด เพื่อตอกย้ำความแข็งแกร่งของแบรนด์ในตลาดไทย โดยฮอนด้าเตรียมเปิดตัวและจัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้า
    รุ่นใหม่ในงานนี้อีกด้วย

     

    ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ที่พร้อมส่งมอบความสุข และความมั่นใจตลอดการใช้งาน
    ด้วยเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้ากว่า 221 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็นเพื่อนคู่ใจที่พร้อมขับเคลื่อนไปกับคุณ
    ในทุกเส้นทางอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • IMC สื่อสากล ผู้จัดงาน “MOTOR EXPO” เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ

    1 Min Read

    IMC สื่อสากล ผู้จัดงาน “MOTOR EXPO” เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธาน บริษัท สื่อสากล จำกัด ผู้จัดงาน “มหกรรมยานยนต์” พร้อมด้วยผู้บริหาร และคณะ เยี่ยมชมศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (Automotive and Tire Testing, Research and Innovation Center: ATTRIC) ซึ่งเป็นศูนย์รวบรวม และถ่ายทอดความรู้ด้านการทดสอบ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์แห่งอนาคต ณ ตำบลลาดกระทิง อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยมี ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ ให้การต้อนรับ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ขั้นสุดความสปอร์ต ดีลแรงเกินพิกัด!  กับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* อย่ารอช้า ! จองและรับรถตั้งแต่ 3 ก.พ. – 6 เม.ย. 69 ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    1 Min Read

    ขั้นสุดความสปอร์ต ดีลแรงเกินพิกัดกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” รับสิทธิพิเศษมูลค่าสูงสุด 600,000 บาท* อย่ารอช้า ! จองและรับรถตั้งแต่ 3 ก.พ. – 6 เม.ย. 69 ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดดีลโดนใจสายสปอร์ตกับแคมเปญ “Civic Type R – Unrivaled Performance” จัดเต็มด้วยข้อเสนอสุดพิเศษเกินต้าน พร้อมสิทธิประโยชน์แบบ 2 ต่อ ที่มอบให้ทั้งลูกค้าและผู้แนะนำ เมื่อจองและรับรถตั้งแต่ วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 – 6 เมษายน 2569 ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

    • ดีลแรงแซงทุกโค้ง ! สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ Honda Civic Type R จะได้รับสิทธิพิเศษ มูลค่าสูงสุด 600,000 บาท*
    • ยิ่งชวน ยิ่งได้ ! สิทธิพิเศษสำหรับครอบครัวฮอนด้า เพียงแนะนำให้เพื่อนมาออกรถยนต์ Honda Civic Type R รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 30,000 บาท**

    คุ้มสุด ! เท่าที่เคยมีมา โอกาสที่จะได้เป็นเจ้าของรถยนต์สปอร์ตในฝันได้ง่ายขึ้น สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02 341 7777

    อ่านรายละเอียดแคมเปญเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/promotions/detail/promotion-civictyper-feb2026

     

    หมายเหตุ

    *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด / เงื่อนไขและข้อยกเว้นการให้บริการและการรับประกัน เป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

    **บัตรเติมน้ำมัน สําหรับใช้บริการเติมน้ำมันเชื้อเพลิงที่สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ทุกสาขาที่ร่วมรายการทั่วประเทศและไม่สามารถเปลี่ยนหรือทอนเป็นเงินสดได้ / เงื่อนไขการใช้บัตรเติมน้ำมันเป็นไปตามที่บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) กำหนด / บริษัทฯ จะจัดส่งบัตรเติมน้ำมันภายใน 60 (หกสิบ) วัน หลังเดือนที่รับรถยนต์ ผ่านทางผู้จำหน่ายที่ลูกค้ารับรถยนต์


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment