• เบนท์ลีย์ แบงค็อก ต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น ส่งท้ายงาน Year-End Extraordinary Showcase กับทัพโมเดลใหม่ พร้อมกิจกรรมทดลองขับ เติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษ

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก ต้อนรับเฟสทีฟซีซั่น ส่งท้ายงาน Year-End Extraordinary Showcase กับทัพโมเดลใหม่ พร้อมกิจกรรมทดลองขับ เติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษ

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ต้อนรับฤดูกาลแห่งการเฉลิมฉลองในเทศกาลแห่งความสุขด้วยงาน Year-End Extraordinary Showcase โชว์เคสสุดท้ายของปีที่มาพร้อมกับการเผยโฉมของทัพยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดแบบครบทุกเซกต์เมนต์ในรุ่น Continental GT, Flying Spur, และ Bentayga Hybrid พร้อมกิจกรรมทดลองขับยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่นยอดนิยมอย่าง Bentayga Hybrid ที่จะมาเติมเต็มโมเมนต์สุขในช่วงเวลาพิเศษนี้ โดยผู้ที่ทดลองขับทุกท่านจะได้รับของที่ระลึกสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากเบนท์ลีย์ แบงค็อก สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดราคาข้อเสนอพิเศษในรุ่น Bentayga Hybrid พร้อมส่งมอบ 3 คันสุดท้าย ราคาเริ่มต้นที่ 13.XX ล้านบาท* พร้อมมอบ Final Extraordinary Offers ดีลมูลค่าสูงส่งท้ายปีสำหรับการสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่น Bentayga Hybrid ที่ออกรถภายในปีนี้ ซึ่งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์ก่อนการปรับราคาขึ้นตามโครงสร้างภาษีใหม่ในปี 2569 โดยงานฯ จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 30 ธันวาคม 2568 ณ โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ ผู้สนใจร่วมงานฯ สามารถติดต่อสำรองเวลาเข้าร่วมงานได้ที่เบนท์ลีย์ แบงค็อก โทร. 080-925-9999

    ภายในงานฯ ผู้เข้าร่วมงานจะได้มีโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ระดับ Ultra Luxury เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริด (PHEV) ที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยผู้สนใจทดลองขับยังได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมจากเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่ผสานเข้ากับสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ Urban Lifestyle ได้อย่างอิสระด้วยพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้ากว่า 40 กิโลเมตร (EV Mode) อีกทั้ง ผู้ร่วมงานยังจะได้ยลโฉมยนตรกรรมในรุ่นย่อย Azure ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่เน้นการตกแต่งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่หรูหราและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมด้วยความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดสารอย่าง Five Seat Comfort Specification และระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อันล้ำสมัย โดยนอกเหนือจากยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังจัดแสดงยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตอย่าง New Continental GT และ รุ่น New Flying Spur สุดยอดแกรนด์ ทัวเรอร์สมรรถนะสูงโฉมใหม่ ทรงสมรรถนะที่สุดด้วยขุมพลังเครื่องยนต์แบบ High Performance V8 Hybrid ขนาด 4.0 ลิตร วิวัฒนาการล่าสุดที่จะทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลังเพื่อส่งมอบพละกำลังกว่า 680 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 930 นิวตันเมตร ซึ่งสุดยอดยนตรกรรมทั้ง 3 รุ่นนี้ได้นิยามความเป็น Everyday Supercar ของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ที่เน้นสมรรถนะ พร้อมนำเสนอการผสมผสานที่เป็นเอกลักษณ์ระหว่างพละกำลังอันมหาศาล เสถียรภาพและความคล่องตัว การออกแบบที่ประณีต และงานฝีมืออันงดงามได้อย่างสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำค่านิยมที่สะท้อนภาพลักษณ์ความหรูหราอันเต็มเปี่ยมไปด้วยสมรรถนะเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่แตกต่างให้กับทุกไลฟ์สไตล์

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมส่งมอบรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ทันทีกับสต็อกเฉดสีและออปชันที่ครบครันและครอบคลุมทุกความต้องการกับราคาที่ดีที่สุด 3 คันสุดท้าย เริ่มต้นที่ 13.XX ล้านบาท* พร้อมมอบ ‘Final Extraordinary Offers’ ข้อเสนอทางการเงินมูลค่าสูงสำหรับผู้สั่งจอง Bentayga Hybrid และออกรถภายในปีนี้ก่อนการปรับราคาขึ้นเพื่อตอบรับโครงสร้างภาษีใหม่ ปี 2569 และเหนือกว่าด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาร่วมงานได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • PTG ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าลดฝุ่น PM2.5 ในโครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับมาตรการลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง

    1 Min Read

    PTG ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก เดินหน้าลดฝุ่น PM2.5 ในโครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับมาตรการลดการปล่อยมลพิษจากภาคการขนส่ง

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) ร่วมกับ กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรมภายใต้โครงการ “ร่วมทาง ร่วมใจ ลดฝุ่น PM2.5” เพื่อยกระดับการควบคุมมลพิษจากยานพาหนะ โดยคณะผู้บริหารได้ตรวจแถวบูรณาการการปฏิบัติงานตรวจควันดำ เยี่ยมชมศูนย์คุ้มครองผู้โดยสารและรับเรื่องร้องเรียน 1584 พร้อมชมการสาธิตกระบวนการตรวจวัดควันดำและการพ่นป้าย “ห้ามใช้” รวมถึงจุดบูรณาการของหน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กองบังคับการตำรวจจราจร กรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และ ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ณ อาคารศูนย์นวัตกรรมและเทคโนโลยีการขนส่งทางถนน เมื่อเร็ว ๆ นี้

    ทั้งนี้ กระทรวงคมนาคม ภายใต้การกำกับของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบนโยบายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระบบขนส่งทางถนนบูรณาการความร่วมมือ เพื่อแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 ให้เกิดผลในเชิงปฏิบัติ ทั้งด้านการบำรุงรักษารถเพื่อลดควันดำ การสนับสนุนยานยนต์ไฟฟ้าและพลังงานทางเลือก การเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้า รวมถึงการส่งเสริมระบบขนส่งสาธารณะให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นประธานเปิดงาน โดยมี รศ. ดร.ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ดร.ทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย รวมถึงผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ผู้ประกอบการรถโดยสารและรถบรรทุก เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    ในส่วนของภาคเอกชน ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร มาตรฐานจากญี่ปุ่น ในกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ได้ร่วมสนับสนุนแคมเปญดูแลรถยนต์เพื่อลดควันดำและฝุ่น PM2.5 โดยมอบสิทธิประโยชน์ให้ประชาชน ดังนี้

    • บริการตรวจเช็กสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ
    • ฟรี อบโอโซนฆ่าเชื้อภายในห้องโดยสาร (มูลค่า 400 บาท)
    • ฟรี กรองแอร์ Flomax (มูลค่า 350 บาท) เมื่อเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง PT Maxnitron ณ ศูนย์บริการรถยนต์ ออโต้แบคส์ ทุกสาขา
    • บริการล้างแอร์ป้องกันฝุ่น 5 ราคาพิเศษ 1,390 บาท (จากปกติ 1,990 บาท)
    • โปรโมชั่นพิเศษ ณ ศูนย์บริการรถยนต์ ออโต้แบคส์ ทุกสาขา

    นายชัยทัศน์ วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด (ขวา) สนับสนุนสินค้าน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ PT Maxnitron ให้แก่ ดร.ธนภัทร แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กลาง)

    นอกจากนี้ PTG ยังได้สนับสนุนสินค้าน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ PT Maxnitron ให้แก่ศูนย์อาชีวะอาสา (Fix it Center) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องให้กับประชาชนฟรี รวมมูลค่า 117,600 บาท อีกด้วย ซึ่งบริการต่าง ๆ เหล่านี้จะช่วยให้ยานพาหนะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ลดการปล่อยมลพิษ และสนับสนุนคุณภาพอากาศที่ดีขึ้น

    ความร่วมมือครั้งนี้สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงคมนาคมในการลดปัญหาฝุ่น PM2.5 โดยเน้นการบำรุงรักษารถอย่างถูกต้อง ซึ่งการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องและไส้กรองตามระยะสามารถช่วยลดควันดำได้มากกว่า 50% ทั้งนี้ PTG พร้อมเดินหน้าร่วมกับภาครัฐและภาคีทุกภาคส่วนในการสนับสนุนมาตรการลดมลพิษทางอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาระบบขนส่งของประเทศอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • พีทีจี ร่วมกับ อีซูซุ เปิดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เดินหน้าสร้างคุณค่าผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มอบบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท ให้กับผู้ซื้อรถอีซูซุ

    1 Min Read

    พีทีจี ร่วมกับ อีซูซุ เปิดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เดินหน้าสร้างคุณค่าผ่านพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ มอบบัตรเติมน้ำมันรวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท ให้กับผู้ซื้อรถอีซูซุ

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG ผู้นำด้านพลังงานและเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันพีที (PT) ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ร่วมกับบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้นำตลาดรถยนต์เมืองไทย มอบความขอบคุณครั้งใหญ่แก่ลูกค้าผ่านแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” เพียงซื้อและรับรถปิกอัพ อีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 รับสิทธิ์ลุ้นรับบัตรน้ำมัน PT รางวัลใหญ่สุด 9 รางวัล มูลค่ารางวัลละ 175,000 บาท และรางวัลบัตรน้ำมันอื่น ๆ รวมจำนวน 1,907 รางวัล รวมมูลค่ากว่า 38.7 ล้านบาท การผนึกกำลังครั้งนี้สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมของทั้งสององค์กรในการส่งมอบความคุ้มค่าและความสะดวกสบายให้กับผู้ใช้รถยนต์ชาวไทย รวมถึงขอบคุณเสียงตอบรับความสำเร็จของเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE หนึ่งเดียวที่พิสูจน์จากระยะการใช้งานรวมกันของลูกค้ากว่า 222 ล้านกิโลเมตร ตลอดจนตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็น “พลังขับเคลื่อนทุกมิติของชีวิตผู้ใช้รถยนต์” อย่างแท้จริง

    นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG กล่าวเสริมถึงความร่วมมือของทั้งสองบริษัทในแคมเปญนี้ว่า “ทางพีทีจีมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อีซูซุได้เลือกเครือข่ายของบริษัท ผ่านความร่วมมือกับอีซูซุในแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ถือเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์สำคัญในการขยายขอบเขตของ Max World Ecosystem ซึ่งเป็นระบบนิเวศทางธุรกิจที่ PTG พัฒนาขึ้นเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกมิติ เรามุ่งสร้างคุณค่าระยะยาว และยกระดับประสบการณ์ให้กับลูกค้าผ่านเครือข่ายธุรกิจที่แข็งแกร่งและครอบคลุมทั่วประเทศ การผนึกกำลังกับพันธมิตรชั้นนำอย่างอีซูซุครั้งนี้ไม่เพียงเสริมศักยภาพทางธุรกิจของทั้ง 2 องค์กร แต่ยังสะท้อนถึงวิสัยทัศน์ร่วมกันในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืน รวมถึงสร้างผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี”

     

    ด้าน นายวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด กล่าวว่า “รถอีซูซุได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในด้านความประหยัด ทนทาน คุ้มค่า ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบของคนไทยและเป็นเพื่อนคู่ใจที่ลูกค้าชาวไทยไว้วางใจได้เสมอมาอย่างยาวนาน เราให้ความสำคัญกับการมอบคุณค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ให้การตอบรับเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE เป็นอย่างดี ซึ่งผ่านการพิสูจน์ด้วยระยะทางการใช้งานรวมกว่า 222 ล้านกิโลเมตร ในครั้งนี้เราจึงร่วมมือกับ PTG จัดแคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ลูกค้าที่ซื้อและรับรถปิกอัพอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น ลุ้นรับบัตรน้ำมันมูลค่ารวมกว่า 38.7 ล้านบาท อีซูซุเลือก PTG เป็นพันธมิตรครั้งนี้ เนื่องจากเป็นผู้นำด้านเครือข่ายสถานีบริการน้ำมันที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ถือเป็นการมอบของสมนาคุณที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้รถอีซูซุได้อย่างแท้จริง”

     

    ความร่วมมือระหว่าง PTG และ อีซูซุในครั้งนี้ นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการผนึกศักยภาพระหว่างผู้นำใน 2 อุตสาหกรรม เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้แก่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างยั่งยืน แคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” ไม่เพียงเป็นการแสดงความขอบคุณต่อความไว้วางใจของลูกค้าเท่านั้น แต่ยังสะท้อนวิสัยทัศน์ของทั้ง 2 องค์กรในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับมาตรฐานการให้บริการในทุกมิติของธุรกิจพลังงานและยานยนต์ไทย และมุ่งมอบความคุ้มค่าและประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับผู้ใช้รถทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง

    แคมเปญ “MAXFORCE BIG THANKS ขอบคุณจากใจ” สำหรับผู้ที่ซื้อ และรับรถอีซูซุดีแมคซ์ หรือรถยนต์นั่งอเนกประสงค์มิว-เอ็กซ์ ทุกรุ่น จากโชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 25 ตุลาคม – 30 ธันวาคม 2568 จะได้รับสิทธิ์ลุ้นบัตรเติมน้ำมัน PT รวม 1,907 รางวัล มูลค่ารวมกว่า 38,700,900 บาท โดยมีการจับรางวัลทั้งหมด 9 ครั้ง และประกาศผลผ่านทางเฟซบุ๊กเพจ All-New ISUZU D-MAX และ All-New ISUZU     MU-X รวมถึงช่องทางผู้จำหน่ายอีซูซุทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    1 Min Read

    โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จัดพิธีถวายความอาลัยแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๘ นายกลินท์ สารสิน ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำคณะผู้บริหารและพนักงาน เข้าร่วมพิธีลงนามถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ อาคารสำนักงานใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

    No Comment
  • ชำแหละ 8 จุดเด่นหลักที่ทำให้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคอกระบะยุคใหม่

    1 Min Read

    ชำแหละ 8 จุดเด่นหลักที่ทำให้ NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นทางเลือกที่ไม่ควรมองข้ามสำหรับคอกระบะยุคใหม่

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด หลังจากที่ GWM (Thailand) เปิดสเปกเต็มของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL รถกระบะที่เป็น “The Next Level of Lifestyle Partner” หรือเพื่อนคู่ใจที่จะยกระดับทุกไลฟ์สไตล์ไปอีกขั้น ได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากคนไทยที่กำลังมองหารถกระบะสมรรถนะสูงที่ต้องการประสบการณ์ขั้นกว่าจากรถกระบะแบบเดิม ๆ ในตลาด จากเสียงสะท้อนของลูกค้า GWM ได้ทำการทดสอบถนนอย่างเข้มข้นเพื่อปรับปรุงระบบกันสะเทือน ให้มั่นใจได้ว่ามอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยมบนสภาพถนนในประเทศไทยและตามความต้องการของผู้ขับขี่ชาวไทย และนี่คือข้อสรุป 8 จุดเด่นของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL ที่จะยกระดับประสบการณ์ของวงการรถกระบะในไทย มอบทั้งสมรรถนะที่ดีเยี่ยม ประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมัน ความสะดวกสบาย และความปลอดภัย เหมาะทั้งการใช้งานใน-นอกเมือง ออนโรดหรือออฟโรด และเหมาะอย่างยิ่งกับการปรับแต่งให้เข้ากับความต้องการใช้งานที่หลากหลาย โดย NEW GWM POER SAHAR DIESEL จะเปิดให้คนไทยได้สัมผัสตัวจริงพร้อมประกาศราคาในวันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นี้ ที่บูธ A05 ในงาน Motor Expo 2025 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

     

    8 จุดเด่นหลัก ตอบโจทย์ผู้ใช้งานยุคใหม่ที่ต้องการทั้งสมรรถนะ ความสะดวกสบาย เทคโนโลยี และความปลอดภัยในทุกเส้นทาง

     

    1. แรงม้า แรงบิดทรงพลัง

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มาพร้อมเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด พร้อมเทอร์โบแปรผัน (VGT) ให้แรงม้าสูงสุด 184 แรงม้าและแรงบิดสูงสุด 480 นิวตันเมตรตั้งแต่รอบต่ำ ตอบสนองทันใจทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางไกล แต่ยังคงประสิทธิภาพสูงด้านการใช้พลังงาน วิ่งได้ไกลกว่า 1,000 กม. ต่อการเติมน้ำมันหนึ่งถัง (ตามมาตรฐาน NEDC)

    1. หน้าจอกลางขนาดใหญ่ที่สุด 14.6” Touchscreen

    สัมผัสประสบการณ์ใหม่กับหน้าจอมัลติมีเดียแบบสัมผัสขนาด 14.6 นิ้ว ใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อมฟังก์ชันออนไลน์ครบครัน เพิ่มความสะดวกและความบันเทิงตลอดการเดินทาง

    1. เบาะด้านหลังปรับเอนได้ถึง 33 องศา

    รถกระบะหนึ่งเดียวในตลาดประเทศไทย ที่เบาะด้านหลังสามารถปรับเอนได้ 2 ระดับ สูงสุดถึง 33 องศา เพิ่มความสบายเหนือระดับสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง เหมาะกับการใช้งานสำหรับครอบครัวหรือการเดินทางระยะไกล

    1. ขนาดตัวรถใหญ่ เพิ่มพื้นที่ใช้สอยและการใช้งาน

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มีมิติตัวรถขนาดใหญ่ด้วยขนาด ยาว x กว้าง x สูง 5445×1991×1924 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,350 มิลลิเมตร ยาวที่สุดในรถกระบะ มอบพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง โปร่ง โล่ง สบาย รองรับทุกกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นงานบุกลุย ทริปครอบครัว หรือกิจกรรมกลางแจ้ง พร้อมดีไซน์ภายนอกสปอร์ตพรีเมียม

    1. ห้องโดยสารที่เงียบสงบ ด้วยระดับเสียงเพียง 41 เดซิเบล

    สัมผัสความเงียบและผ่อนคลายตลอดการเดินทาง ด้วยการควบคุม NVH (Noise, Vibration, Harshness) อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นผลมาจากการออกแบบทางวิศวกรรมของเครื่องยนต์ดีเซล 2.4T เจนเนอเรชันใหม่ ที่ช่วยลดเสียงและแรงสั่นสะเทือน มอบประสบการณ์การขับขี่และห้องโดยสารที่นิ่ง นุ่มนวล และเงียบ ด้วยระดับเสียงเพียง 41 เดซิเบล (ในช่วง idle time) แม้แต่ผู้โดยสารที่เป็นเด็กหรือคนสูงอายุก็สามารถพักผ่อนได้อย่างสบาย ไม่ว่าจะขับในเมืองหรือออกทริปต่างจังหวัดก็ตอบโจทย์การเดินทางได้อย่างดีเยี่ยม

    1. เทคโนโลยีด้านความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากถึง 26 รายการ

    ความปลอดภัยคือสิ่งที่ GWM ให้ความสำคัญเสมอมา มั่นใจทุกเส้นทางด้วยระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 26 รายการ อาทิ ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (AEB), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (ACC), ระบบช่วยเตือนเมื่อรถออกนอกเลน (LDW), ระบบช่วยเตือนและเบรกเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (RCTA+RCTB), ระบบช่วยชะลอความรุนแรงของการชนครั้งที่ 2 (SCM) กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360 องศา และอื่น ๆ อีกมากมาย สร้างความอุ่นใจในการขับขี่ แม้ในสถานการณ์ไม่คาดฝัน

    1. การสั่งงานตัวรถผ่านแอปพลิเคชันที่ทันสมัย ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL มอบความล้ำหน้าไปอีกขึ้น ด้วยการควบคุมและตรวจสอบสถานะรถจากระยะไกลผ่านโทรศัพท์มือถือและ GWM Application เช่น สั่งเปิด/ปิดแอร์, ตรวจสอบสถานะประตู หน้าต่าง ระบบปรับอากาศ ระยะทางคงเหลือ และอื่น ๆ เพิ่มความสะดวกสบายและความมั่นใจในทุกสถานการณ์

    1. เคลียร์ ชัดทุกอุปสรรค ด้วยกล้องมองภาพรอบทิศทาง 360° และมุมมองใต้ท้องรถ

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL เป็นรถกระบะเพียงรุ่นเดียวที่นอกจากจะมีกล้องความละเอียดสูงรอบคัน 360 องศา ยังมาพร้อมระบบแสดงภาพใต้ท้องรถ (Body Transparent) ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยขณะขับขี่ในพื้นที่แคบ ที่มืด หรือเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ช่วยให้เห็นอุปสรรคที่ซ่อนอยู่ มั่นใจในทุกเส้นทาง (เฉพาะรุ่น ULTRA และ ULTRA 4WD)

     

    NEW GWM POER SAHAR DIESEL พร้อมเป็นคู่หูที่อยู่เคียงข้างทุกวัน ตั้งแต่วันทำงานจนถึงช่วงท่องเที่ยวและผจญภัยไปยังจุดหมายปลายทางใหม่ ๆ ด้วยรูปทรงที่แข็งแกร่ง บึกบึน ขนาดใหญ่ และภายในที่ให้ความรู้สึกพรีเมียม พร้อมความสะดวกสบายแบบเต็มพิกัด รองรับการปรับแต่งตามความต้องการได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการผจญภัยที่สมบุกสมบันและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เตรียมสัมผัสประสบการณ์กับรถกระบะสมรรถนะสูงขนาดใหญ่ระดับพรีเมียม NEW GWM POER SAHAR DIESEL ในงาน Motor Expo 2025 ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นี้ ที่บูธ A05 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    หมายเหตุ โปรดตรวจสอบคุณสมบัติและฟังก์ชันของ NEW GWM POER SAHAR DIESEL แต่ละรุ่นย่อยเพิ่มเติมได้ที่ www.gwm.co.th

    #GWM #GWMThailand #GWMPOER #POER #POERDIESEL #NEWGWMPOERSAHARDIESEL


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • อีซูซุเปิดตัว Digital Sound Check ชุดล่าสุด สัมผัสมิติความเร้าใจกับจุดพีคใหม่ของ MU-X “THE NEXT PEAK” ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั่วประเทศ

    1 Min Read

    อีซูซุเปิดตัว Digital Sound Check ชุดล่าสุด สัมผัสมิติความเร้าใจกับจุดพีคใหม่ของ MU-X “THE NEXT PEAK” ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั่วประเทศ

    อีซูซุ ร่วมกับ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ผู้นำธุรกิจโรงภาพยนตร์ชั้นนำของไทย เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “MU-X The Seamless Peak Experience” นำเสนอประสบการณ์ผ่านระบบภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสความเร้าใจพร้อมก้าวสู่จุดพีคใหม่…ของชีวิตไปกับสุดยอดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรู MU-X “THE NEXT PEAK” โดยมีคุณวิชัย สินอนันพัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย คุณโบว์ – เมลดา สุศรี นักแสดงสาวมากความสามารถมาเป็นแขกรับเชิญคนพิเศษร่วมพูดคุย ณ โรงภาพยนตร์ IMAX ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ สามารถรับชมพร้อมกันได้ที่โรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป

    คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เป็นศูนย์รวมความบันเทิงสำหรับคนหลากหลายไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์มาอย่างยาวนาน มีเครือข่ายโรงภาพยนตร์ที่ครอบคลุมทั่วประเทศ   เช่นเดียวกับรถอีซูซุที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้รถชาวไทยได้อย่างครบถ้วนพร้อมศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุที่มีครอบคลุมทั่วประเทศตามแนวคิด “Isuzu Trusted Buddy อีซูซุเคียงข้างคุณเคียงคู่ไทย”  อีซูซุจึงเชื่อมั่นว่าการร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์จะเป็นช่องทางที่มีประสิทธิภาพในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายอย่างกว้างขวาง ด้วยเหตุนี้ อีซูซุจึงได้ร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ในการสร้างสรรค์ภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุดใหม่ล่าสุด “MU-X The Seamless Peak Experience” ถ่ายทอดจากแนวคิด “คนที่สำเร็จ เขาแข่งกับตัวเอง” ต่อยอดเรื่องราวของการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิตอย่างสมจริงของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” ผ่านเทคโนโลยีภาพและเสียงของโรงภาพยนตร์ที่ผสานกับโลกแห่งการขับขี่อย่างไร้รอยต่อ ล่าสุด   อีซูซุได้เปิดตัวรถรุ่นใหม่ครบทุกไลน์อัพเมื่อปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา สำหรับรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” นี้มาพร้อมกับโช้กอัพใหม่! แบบ STIFF FLEX  ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของรถขณะกำลังขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง พร้อมลุยแบบก้าวข้ามขีดจำกัดทุกสถานการณ์ได้อย่างแน่นอน”  

    คุณสุรเชษฐ์ อัศวเรืองอนันต์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์  ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “เมเจอร์มุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีภาพและเสียงให้เหนือระดับอยู่เสมอ เพื่อให้ทุกครั้งที่ผู้ชมเข้ามาในโรงภาพยนตร์ ได้สัมผัสทั้ง ภาพ” และ “เสียง” ที่รู้สึกได้จริง การร่วมมือกับอีซูซุในครั้งนี้คือการผสานพลังของภาพยนตร์และยนตรกรรม เพื่อให้คนดูได้เห็นสมรรถนะของ MU-X “THE NEXT PEAK” ผ่านระบบภาพและเสียงระดับโลกของโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ฯ พร้อมให้รับชมแล้ว 159 สาขา 254 โรงทั่วประเทศ ตั้งแต่ 27 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป”

    นอกจากนี้ ในงานยังมีแขกรับเชิญพิเศษ  “โบว์-เมลดา สุศรี” มาร่วมสร้างสีสัน ซึ่งพิธีกรหนุ่ม แคน-อติรุจ กิตติพัฒนะ ได้พูดคุยเกี่ยวกับไลฟ์สไตล์การใช้รถของดาราสาวและความรู้สึกหลังจากได้รับชมภาพยนตร์ Digital Sound Check ล่าสุด “สิ่งที่โบว์รู้สึกได้อย่างชัดเจนจากภาพยนตร์ Digital Sound Check คือความ Seamless ของภาพและเสียง ทุกอย่างลื่นไหล เท่ และทรงพลัง เหมือนกำลังพาเราขึ้นสู่จุดพีคของตัวเองแบบไร้สิ่งมาขวาง ซึ่งถ่ายทอดคอนเซปต์ของ MU-X “THE NEXT PEAK” ได้อย่างโดดเด่น ทำให้โบว์อินกับแนวคิดการก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเองมากยิ่งขึ้น” 

    ร่วมสัมผัสสมรรถนะเหนือระดับของรถอเนกประสงค์ระดับหรู MU-X “THE NEXT PEAK”   สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ที่พร้อมโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ด้วยนวัตกรรมภาพและเสียงที่ดีที่สุดแห่งโลกภาพยนตร์ ในภาพยนตร์โฆษณา Digital Sound Check ชุด “MU-X The Seamless Peak Experience” ตั้งแต่วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ผ่านโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทุกสาขาทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ LINE Official : @isuzuthai


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • โตโยต้าแนะนำ YARIS CROSS NIGHTSHADE SHADE TO SHINE สไตล์สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร

    2 Min Read

    โตโยต้าแนะนำ YARIS CROSS NIGHTSHADE SHADE TO SHINE สไตล์สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ขนาดเล็กยอดนิยมรุ่นพิเศษ กับ YARIS CROSS NIGHTSHADE โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใครด้วยการตกแต่งรอบคันที่เสริมความสปอร์ตอย่างลงตัว มากับสีภายนอก Cement Grey Metallic (ใหม่) และ Platinum White Pearl ทั้งคู่มาพร้อมหลังคาแบบดำทูโทน ภายในสีดำที่มอบความรู้สึกสปอร์ตพรีเมียมดึงดูดทุกสายตา รวมถึงอุปกรณ์อำนวยความสะดวก เทคโนโลยีเชื่อมต่อล้ำสมัย และฟังก์ชันความปลอดภัยที่ครบครัน

    YARIS CROSS มาพร้อมกับขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.5 ลิตร แบตเตอรี่แบบลิเธียมไอออน (Li-ion) และเกียร์อัตโนมัติ e-CVT พร้อมโหมดการขับขี่ 3 แบบ คือ POWER/ NORMAL/ ECO ให้อัตราเร่งดี ห้องโดยสารเงียบ และมีอัตราการใช้น้ำมันสูงสุดถึง 26.3 กม./ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker) ด้วยระบบ Toyota Hybrid ที่สร้างชื่อเสียง และความไว้วางใจในประเทศไทย มายาวนานกว่า 15 ปี ภายใต้คอนเซปต์ “Toyota Trusted Hybrid” ด้วยการเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฮบริดเจ้าแรกในตลาดประเทศไทย การันตีด้วยยอดขายสะสมตั้งแต่เปิดตัวกว่า 73,209 คัน (ข้อมูลตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ. 2566 –  เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568) และยอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งในกลุ่มรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ เครื่องยนต์ไฮบริด ปีพ.ศ. 2568 กว่า 29,187 คัน (ข้อมูลยอดขายเดือนมกราคม – เดือนตุลาคม พ.ศ. 2568)

     

    สำหรับ YARIS CROSS NIGHTSHADE มาพร้อมกระจังหน้าแบบ Metro Stylish ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำ 18 นิ้ว กระจกมองข้างสีดำ และแพ็คเกจตกแต่งรอบคันสีดำ ได้แก่ ชุดตกแต่งบริเวณด้านล่าง (กันชนหน้า- หลัง และด้านข้าง), ชุดตกแต่งไฟตัดหมอกหน้า, คิ้วกระโปรงท้าย และคิ้วขอบหน้าต่างสีโครเมียมรมดำ มาพร้อม 2 สีภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ Cement Gray Metallic (ใหม่) และ Platinum White Pearl ที่มาพร้อมกับหลังคาแบบดำทูโทน ภายในสีดำเพิ่มความโดดเด่นให้สปอร์ต พรีเมียม ไม่ซ้ำใคร  ยังคงความเหนือระดับด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ทันสมัย หลังคา Panoramic แบบ Fixed Type พร้อมม่านปรับไฟฟ้า, ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Kick Activated, อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย และหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย อีกทั้งอุ่นใจกับเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ครบครันด้วยระบบ Toyota Safety Sense ที่มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ All-Speed ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ตลอดการเดินทาง

    นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่าการแนะนำรถรุ่นพิเศษ YARIS CROSS NIGHTSHADE ภายใต้แนวคิดในการสื่อสาร SHADE TO SHINE ให้ความโดดเด่นขับเคลื่อนเรา ในครั้งนี้ เป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ที่มองหารถที่มีดีไซน์สะท้อนอารมณ์สไตล์สปอร์ตที่มีความเป็นตัวเอง ด้วยการตกแต่งพิเศษที่โดดเด่นสะดุดตาและสีภายนอกใหม่อันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงไว้ซึ่งจุดเด่นของยนตรกรรมไฮบริด ภาพลักษณ์ระดับพรีเมียม ทั้งยังเพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกทันสมัยที่หลากหลายและระบบความปลอดภัยที่ครบครัน

    โดยรถยนต์ไฮบริดทุกรุ่นของโตโยต้า มาพร้อมการรับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรีไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ทั้งยังมอบความสบายใจตลอดการใช้งาน ด้วยบริการหลังการขายที่ได้มาตรฐาน และทีมช่างผู้ชำนาญการด้านระบบไฮบริดของ Toyota ผ่านการฝึกอบรมจากศูนย์การศึกษาและฝึกอบรมโตโยต้า ที่มีมากกว่า 8,000 คน รวมถึงอุปกรณ์การซ่อมที่ได้มาตรฐาน นอกจากนั้น ยังมีความพร้อมด้านอะไหล่ กับระบบการจัดเตรียมชิ้นส่วนไว้รองรับนานกว่า 15 ปี และสามารถจัดส่งได้ภายใน 48 ชั่วโมง จากเครือข่ายศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน และครบวงจรกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ”

    นอกจากนี้ YARIS CROSS NIGHTSHADE ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยี T-Connect ที่จะคอยดูแลผู้ขับขี่ทุกที่ทุกเวลา ผ่านระบบต่างๆ เช่น Find My Car บริการเช็กตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ TheftTrack บริการตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม SOS บริการประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง Geo-Fencing บริการกำหนดขอบเขตความปลอดภัย นอกจากนี้ยังมีบริการที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี Telematics อาทิ Maintenance Reminder บริการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเข้าศูนย์บริการ Vehicle Information บริการข้อมูลรถและการขับขี่แบบรอบด้าน PHYD ประกันภัย ขับดี ลดให้ และบริการด้านไลฟ์สไตล์ทั้ง Concierge Services บริการผู้ช่วยส่วนตัว และ TOYOTA ALIVE-X โปรแกรมสะสมคะแนน The 1 แลกเป็นส่วนลดสำหรับใช้บริการศูนย์โตโยต้า และร้านค้าในเครือเซ็นทรัล

     

    YARIS CROSS NIGHTSHADE: SHADE TO SHINE

    การออกแบบภายนอก

    • ใหม่! กระจังหน้าแบบ Metro Stylish
    • ใหม่! ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำ 18 นิ้ว
    • ใหม่! กระจกมองข้างสีดำ
    • ใหม่! ชุดตกแต่งบริเวณด้านล่างสีดำ (กันชนหน้า-หลัง และด้านข้าง)
    • ใหม่! ชุดตกแต่งไฟตัดหมอกหน้าสีดำ
    • ใหม่! คิ้วกระโปรงท้ายสีดำ
    • ใหม่! คิ้วขอบหน้าต่างสีโครเมียมรมดำ

     

    การออกแบบภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

    • หลังคา Panoramic แบบ Fixed Type พร้อมม่านปรับไฟฟ้า
    • ประตูท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติด้วยระบบไฟฟ้าพร้อม Kick Activated
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย
    • หน้าจอสัมผัสขนาด 1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
    • เบาะที่นั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (ABH)
    • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้าย ความจุ 452 ลิตร

     

    ระบบความปลอดภัย

    • กล้องมองรอบคัน PVM (Panoramic View Monitor)
    • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน PCS (Pre-Collision System)
    • ระบบเตือนเมื่ออกนอกเลน LDA (Lane Departure Alert) พร้อมพวงมาลัยหน่วงกลับอัตโนมัติ
    • ระบบช่วยควบคุมให้รถอยู่ในเลน LKC (Lane Keeping Control)
    • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ AHB (Auto High Beam)
    • ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัว FDA (Front Departure Alert)
    • ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งแบบผิดวิธี Pedal Misoperation Control
    • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control) แบบ All-Speed
    • ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง BSM (Blind Spot Monitor)
    • ระบบช่วยเตือนขณะถอยจอด RCTA (Rear Cross Traffic Alert)

     

    สีภายนอกแบบ Two-Tone

    • ใหม่! สีเทา พร้อมหลังคาดำ Cement Gray Metallic with Black Roof
    • สีขาวมุก พร้อมหลังคาดำ Platinum White Pearl with Black Roof

    สีภายใน

    • สีดำ Black

                       ราคา            919,000 บาท

     

    รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี

    ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด และพบความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานจากโปรแกรม TCFR Plus+

    • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และ 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
    • ส่วนลดค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะสูงสุด 15%
    • คะแนนสะสม ALIVE-X เมื่อมีค่าใช้จ่ายที่ศูนย์บริการโตโยต้า 5 เท่า

     

    ทางเลือกการเป็นเจ้าของรูปแบบใหม่ KINTO

    มีรถใช้ แบบไม่ต้องซื้อ บริการให้เช่ารถยนต์ระยะยาวจากโตโยต้าที่ออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตการขับขี่สะดวกสบายและง่ายดายยิ่งขึ้น จ่ายราคาเดียวเท่ากันทุกเดือน เป็นเจ้าของ YARIS CROSS NIGHTSHADE ได้แล้ววันนี้ พร้อมบริการครบวงจร ประกันภัยชั้น 1 การบำรุงรักษา ต่อ พรบ. ภาษี ให้ตลอดอายุสัญญา หมดสัญญาก็สามารถเลือกเป็นเจ้าของต่อได้

    รับข้อเสนอพิเศษสูงสุด! [24 พ.ย. – 31 ธ.ค. 2568]

    1. ดอกเบี้ยพิเศษเริ่มต้น55% (ดาวน์ 25% ผ่อน 48 เดือน) เฉพาะโตโยต้าลิสซิ่ง
    2. ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,539 บาท (สำหรับงวดที่ 1 – 83 คำนวนจากรถยาริส ครอส รุ่น Nightshade ราคา 919,000 บาท โดยโปรแกรมสบายดีของ โตโยต้าลีสซิ่ง ที่ดาวน์ 30% ดอกเบี้ย 69% และค่าวงดที่ 84  เท่ากับ 20% ของราคามาตราฐาน)

    พร้อมลุ้นรับสูงสุด 3 ต่อ จากกิจกรรม “TOYOTA อาริกาโตะ โปรแจกใหญ่จัดเต็ม”*

    รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.toyota.co.th/yearend2025

    (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)

     

    สอบถามรายละเอียด ทดลองขับ และจอง NEW Yaris Cross Nightshade

    ได้ที่โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ พร้อมพบกับกิจกรรมต่างๆ ได้ดังนี้

    • วันที่ 29 พ.ย. 2568 – 10 ธ.ค. 2568: มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Thailand International Motor Expo 2025 ณ Impact Challenger 1-3 เมืองทองธานี
    • วันที่ 12 – 14 ธ.ค. 2568: กิจกรรม ณ โชว์รูมโตโยต้า (เฉพาะโชว์รูมที่ร่วมรายการ)

     

    จองทดลองขับ Yaris Cross และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบได้ที่

    https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation  

    ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

    https://www.toyota.co.th/                                     Facebook: Toyota Motor Thailand                                                                      LINE Official: @ToyotaThailand                  TikTok: @ToyotaMotorTH                                               

                    X: @ToyotaMotorTH                                          Instagram: @toyotamotorthailandofficial      


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ดุดันที่สุดในรุ่น – ‘Continental GT Supersports’ การกลับมาอีกครั้งของยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ในตำนาน 100 ปี

    1 Min Read

    ดุดันที่สุดในรุ่น – ‘Continental GT Supersports’ การกลับมาอีกครั้งของยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ในตำนาน 100 ปี

    เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัว Continental GT Supersports ยนตรกรรมสปอร์ตในตำนานรุ่นที่ 4 หลังจากการเผยโฉมเป็นครั้งแรกเมื่อ 100 ปีที่แล้ว Continental GT Supersports รุ่นใหม่ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง ห้องโดยสารแบบสองที่นั่งสไตล์สปอร์ต และน้ำหนักที่เบากว่าสองตัน มอบการมีส่วนร่วมในการขับขี่สูงสุด เครื่องยนต์แบบสันดาปภายใน ไร้มอเตอร์ไฟฟ้า (Non-hybrid) เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ 666 แรงม้า แรงบิด 800 นิวตันเมตร ส่งพละกำลังผ่านเกียร์คลัตช์คู่แปดสปีดไปยังล้อหลัง ตัวรถยังมากับเบรกคาร์บอนเซรามิก ล้ออัลลอยด์น้ำหนักเบาขนาด 22 นิ้วใหม่ที่พัฒนาร่วมกับ Manthey Racing และท่อไอเสียไทเทเนียมจาก Akrapovič เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมด้วยยาง Pirelli Trofeo RS ยางรถยนต์สมรรถนะสูง พร้อมทวงบัลลังก์ยนตรกรรมสายพันธุ์สปอร์ตแท้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี

    Continental GT Supersports ใหม่ สะท้อนการออกแบบภายนอกที่โดดเด่นที่สุดเท่าที่เคยมีมาด้วยการพัฒนาฟังก์ชันเพื่อเพิ่มแรงกดสูงสุดและช่วยลดน้ำหนัก กันชนหน้าใหม่ผสานสปลิตเตอร์หน้าขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่เบนท์ลีย์เคยติดตั้งมา ส่งลมผ่านไปยังเครื่องยนต์และเบรกหน้า อีกทั้ง วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ กาบประตูห้องโดยสาร บังโคลน ดิฟฟิวเซอร์หลัง และการติดตั้งปีกหลังผสานกันเพื่อสร้างแรงกดที่มากกว่า Continental GT Speed ถึง 300 กิโลกรัม แนวทางการลดน้ำหนักตัวถังยังรวมถึงหลังคา ซึ่งผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อลดจุดศูนย์ถ่วง แต่ยังคงความแข็งแรงของโครงสร้างตัวถังไว้

    ภายในห้องโดยสารแบบสองที่นั่งมาพร้อมเบาะโดยสารสไตล์สปอร์ตคู่ใหม่ที่เพิ่มความกระชับ พร้อมการจัดวางในตำแหน่งที่ต่ำลง ส่วนภายในห้องโดยสารด้านหลังถูกแทนที่ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์และการหุ้มหนัง โดยรูปแบบภายในห้องโดยสารมีให้เลือกทั้งแบบโมโนโทน ดูโอโทน และไตรโทน พร้อมการเลือกใช้วัสดุหนังไดนามิกา และวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เพื่อสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสารในแบบยนตรกรรมสปอร์ต

    Continental GT กับระบบขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นแรก

    ระบบส่งกำลังของ Continental GT Supersports เป็นแบบ Non-hybrid ที่ปราศจากมอเตอร์ไฟฟ้า โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) เครื่องยนต์รุ่น V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.0 ลิตรที่ได้รับการพัฒนาใหม่ คือ หัวใจสำคัญของรถยนต์รุ่นนี้ พร้อมด้วยช่องเก็บข้อเหวี่ยงที่แข็งแกร่งขึ้น หัวสูบที่ได้รับการพัฒนา และเทอร์โบที่ใหญ่ขึ้น การพัฒนานี้ทำให้เครื่องยนต์สามารถมอบพละกำลังสูงสุดได้ถึง 666 แรงม้า (166.5 แรงม้าต่อลิตร) พร้อมด้วยแรงบิดกว่า 800 นิวตันเมตร ตัวเครื่องยนต์ยังมาพร้อมกับระบบเกียร์คลัตช์คู่ ZF แปดสปีดที่ใช้ในรถยนต์เบนท์ลีย์ทุกรุ่น แต่ได้รับการพัฒนาใหม่สำหรับในรุ่น Supersports พร้อมกับการเปลี่ยนเกียร์ที่มีความฉับไวและตอบสนองได้รวดเร็วยิ่งขึ้น โดยการลดเกียร์ขณะเบรกได้รับการปรับแต่งได้อย่างแม่นยำเพื่อมอบเสถียรภาพและความมั่นใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่

    Supersports ใหม่มาพร้อมกับท่อไอเสียไทเทเนียมที่ได้รับการปรับแต่งให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวกว่ารุ่นก่อนหน้าอย่างเห็นได้ชัด โดยระบบไอเสียนี้ได้รับการพัฒนาร่วมกับ Akrapovič ซึ่งเป็นพันธมิตรของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ มอบเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบของรุ่น Supersports ระบบไอเสียนี้จะช่วยปรับแต่งเสียงเครื่องยนต์ V8 แบบครอสเพลนให้ดุดันและทรงพลังยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องมีการปรับเพิ่มเติมภายในห้องโดยสารแต่อย่างใด

    สุดยอดยนตรกรรมสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 310 กม./ชม. ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 3.7 วินาที

    วิศวกรของเบนท์ลีย์ได้พัฒนาการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่ด้วยการออกแบบ Continental GT Supersports รุ่นขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นแรกในประวัติศาสตร์ นอกเหนือจากรุ่น Continental GT3 ด้วยการส่งพละกำลังไปยังล้อหลังผ่านระบบ eLSD โดยระบบ eLSD ได้รับการเสริมจากระบบกระจายแรงบิดด้วยเบรกที่ระบบทั้งสองจะทำงานร่วมกันเพื่อให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ พร้อมมอบการยึดเกาะถนนสูงสุด ระบบบังคับเลี้ยวล้อหลังยังคงได้รับการติดตั้งเพื่อความคล่องตัวและเสถียรภาพสูงสุดในขณะขับขี่ พร้อมด้วยการพัฒนาระบบบังคับเลี้ยว ช่วงล่าง ระบบจัดการยึดเกาะถนน และระบบ ESC ใหม่ทั้งหมด

     

    การตั้งค่า ESC จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกระดับการมีส่วนร่วมหรือความช่วยเหลือที่ต้องการได้ ตั้งแต่โหมดเปิดใช้งานแบบเต็มระบบด้วยโหมดไดนามิกที่ให้การลื่นไถลและโอเวอร์สเตียร์ที่สามารถควบคุมได้ไปจนถึงโหมดปิดการใช้งาน ซึ่งผู้ขับขี่จะสามารถควบคุมเพลาล้อหลังได้อย่างสมบูรณ์ โดยสามารถทำให้ตัวรถเกิดโอเวอร์สเตียร์ภายใต้การควบคุมได้

     

    ตัวถังใช้ระบบกันสะเทือนแบบปีกนกคู่อะลูมิเนียมด้านหน้า พร้อมด้วยเพลาหลังแบบมัลติลิงค์ สปริงลม และโช้คอัพแบบทวินแชมเบอร์ใหม่ที่ควบคุมโดย ECU ในด้านการกระแทกและการคืนตัวอิสระ รุ่น Supersports ยังมาพร้อมกับ Bentley Dynamic Ride ระบบควบคุมการทรงตัวด้วยไฟฟ้าขนาด 48 โวลต์ที่สามารถสร้างแรงบิดสูงสุด 1,300 นิวตันเมตรภายใน 0.3 วินาที พร้อมด้วยระบบเบรกรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ประกอบไปด้วยจานเบรกคาร์บอน-ซิลิคอน-คาร์ไบด์ (CSiC) ขนาด 440 มม. ที่เพลาหน้ายึดด้วยคาลิปเปอร์ 10 ลูกสูบ และจานเบรกขนาด 410 มม. พร้อมคาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบที่เพลาหลังที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน นอกจากนี้ ตัวรถยังมาพร้อมกับคาลิปเปอร์สีดำเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และตัวเลือกในเฉดสีแดง

    Supersports มาพร้อมกับล้ออัลลอยด์ใหม่ขนาด 22 นิ้วที่พัฒนาร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจาก Manthey Racing กับตัวเลือกสองสีอย่างสีดำและสีดำที่ตกแต่งด้วยโลหะสีเงินเฉพาะในรุ่น Supersports โดยผู้ครอบครองสามารถเลือกยาง Pirelli P-Zero ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน หรือ ตัวเลือกยางสมรรถนะสูงอย่าง Trofeo RS ใหม่ได้ ซึ่งการติดตั้งยาง Trofeo RS จะทำให้น้ำหนักตัวถังลดลง นั้นหมายความว่ารุ่น Supersports จะสามารถเข้าโค้งได้เร็วกว่ารุ่น Continental GT Speed ​​ประมาณ 30%

     

    ที่สุดแห่งยนตรกรรมที่มีน้ำหนักเบาที่สุดและดาวน์ฟอร์ซมากที่สุดในรอบ 85 ปี

    Continental GT Supersports ใหม่มีน้ำหนักเบากว่า Continental GT เกือบครึ่งตัน โดยมีน้ำหนักที่น้อยกว่า 2,000 กิโลกรัม ปัจจัยสำคัญในการลดน้ำหนักมาจากเครื่องยนต์ที่ใช้ระบบขับเคลื่อนแบบสันดาปภายในเพียงอย่างเดียวและระบบขับเคลื่อนล้อหลัง หลังคาที่แต่เดิมผลิตจากอะลูมิเนียมได้ถูกแทนที่ด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่ช่วยลดน้ำหนักและลดจุดศูนย์ถ่วงของตัวรถ

     

    ห้องโดยสารส่วนหลังได้รับการปรับปรุงใหม่ให้สามารถลดน้ำหนักได้ดียิ่งขึ้น พร้อมด้วยการลดการใช้ฉนวนกันเสียง และระบบเสียงที่ได้รับการปรับเปลี่ยนใหม่เฉพาะห้องโดยสารส่วนหน้า หลักการลดน้ำหนักยังมาจากการลดระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่บางระบบ ซึ่งไม่จำเป็นสำหรับรุ่น Continental GT ที่เน้นผู้ขับขี่เป็นหลัก

     

    รายละเอียดภายนอกของรถได้รับการผสมผสานกันอย่างลงตัว ถือเป็นยนตรกรรมที่สะท้อนรูปลักษณ์ความสปอร์ตและความดุดันได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด โดยมีองค์ประกอบใหม่จากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ที่จะช่วยลดน้ำหนัก ดังต่อไปนี้:

     

    • กันชนหน้าส่วนล่างรูปแบบใหม่ พร้อมสปลิตเตอร์หน้าแบบแอโรไดนามิกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่รถยนต์เบนท์ลีย์เคยติดตั้งมา กันชนมีช่องระบายความร้อนใหม่สองช่องในแต่ละด้าน ซึ่งส่งผ่านลมไปยังเบรกหน้าและเครื่องยนต์ เหนือกันชนตกแต่งด้วยกระจังหน้าแบบตาข่ายน้ำหนักเบาดีไซน์ใหม่อันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรุ่น Supersports ที่ผลิตจากอะลูมิเนียมคุณภาพสูง

     

    • ปีกเล็กแบบซ้อนกันสองคู่ตกแต่งอยู่ที่มุมกันชนหน้า พร้อมทำงานร่วมกับสปลิตเตอร์เพื่อลดการยกตัวด้านหน้าของรถ
    • สเกิร์ตข้างใหม่ตลอดความยาวฐานล้อของตัวรถ
    • ด้านหลังล้อหน้าตกแต่งด้วยบังโคลนรูปทรงตัว B ใหม่ ช่วยควบคุมการไหลของอากาศจากซุ้มล้อหน้า พร้อมช่วยถ่ายเทอากาศที่มีแรงดันสูงและควบคุมการไหลของอากาศไปตามด้านข้างของตัวถัง
    • ดิฟฟิวเซอร์ด้านหลังแบบใหม่ติดตั้งบนโครงสร้างกันชนหลังแบบใหม่ ซึ่งรวมถึงช่องระบายอากาศสำหรับซุ้มล้อหลัง
    • สปอยเลอร์หลังแบบเดี่ยวติดตั้งถาวรบริเวณด้านบนของฝากระโปรงหลัง

     

    ชิ้นส่วนแอโรไดนามิกเหล่านี้ล้วนผ่านการทดสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนด้วยการเน้นการออกแบบตามรูปทรง โดยไม่ได้ติดตั้งเพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ทั้งหมดนี้สามารถช่วยเพิ่มแรงกดได้มากกว่า Continental GT Speed ​​ถึง 300 กิโลกรัม ขณะเดียวกันก็ยังรักษาสมดุลของตัวรถ และช่วยให้เกิดการกระจายน้ำหนักแบบไดนามิกที่ 54:46 เมื่อรถหยุดนิ่ง และเคลื่อนที่ไปด้านหลังด้วยความเร็วเมื่อรถออกตัว

     

    การตกแต่งในขั้นสุดท้ายด้วยคาร์บอนไฟเบอร์จะเป็นการตกแต่งกระจกมองข้างและฝาครอบเครื่องยนต์

     

    ความสปอร์ตภายในห้องโดยสาร

    ภายในห้องโดยสารของรุ่น Supersports ใหม่ สะท้อนภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความดุดันด้วยแรงบันดาลใจจากพละกำลังและความแม่นยำของกีฬามอเตอร์สปอร์ต การจัดวางเบาะโดยสารภายในเป็นแบบ 2 ที่นั่ง เน้นย้ำถึงการมีส่วนร่วมของผู้ขับขี่ที่เป็นจุดเด่นของยนตรกรรมสปอร์ตรุ่นนี้ โดยทุกรายละเอียดล้วนได้รับการออกแบบทางวิศวกรรมเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ พร้อมกำหนดนิยามใหม่ของความหรูหราและสมรรถนะความสปอร์ตที่ผสมผสานกันอย่างลงตัว

     

    เบาะโดยสารแบบสปอร์ตน้ำหนักเบาแบบใหม่สำหรับคนผู้ขับขี่และผู้โดยสารมอบการรองรับสรีระด้านข้างที่เพิ่มขึ้น และตำแหน่งเบาะโดยสารที่ต่ำลง พร้อมด้วยชิ้นส่วนคาร์บอนบริเวณไหล่ เบาะโดยสารสามารถปรับไฟฟ้าได้ถึง 11 ทิศทาง พร้อมระบบปรับอุณหภูมิ ห้องโดยสารส่วนหลังได้รับการออกแบบด้วยการใช้โครงคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาโอบล้อมห้องโดยสารส่วนหลังไว้ทั้งหมด พร้อมกับโครงเบาะโดยสารหุ้มด้วยหนังที่เข้ากับส่วนอื่นๆ ของห้องโดยสาร ให้บรรยากาศที่สะอาดตาและคุณสมบัติการใช้งานที่มีประสิทธิภาพ

     

    วีเนียร์คาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาที่ตกแต่งบริเวณประตูห้องโดยสารและแผงหน้าปัดผสานเข้ากับหนังไดนามิกา วัสดุทางเทคนิคบริเวณพนักพิงเบาะโดยสาร แผงกลางประตูห้องโดยสาร และแผงบุหลังคาภายในห้องโดยสาร โดยมีงานปักและตราสัญลักษณ์ Supersports พร้อมด้วยหมายเลขเฉพาะรุ่นตกแต่งบนคอนโซลกลาง

     

    การออกแบบเฉพาะบุคคล

    Continental GT Supersports ทุกรุ่นจะมีหมายเลขกำกับทุกคันก่อนออกจากโรงงาน โดยลูกค้าสามารถเลือกหมายเลขเฉพาะได้จากรถยนต์จำนวน 500 คันที่ผลิตโดยช่างฝีมือ ณ เมืองครูว์

     

    ตัวเลือกเฉดสีเริ่มต้นจาก 24 เฉดสีหลักที่เน้นภาพลักษณ์ด้านสมรรถนะ พร้อมด้วยสีพิเศษที่รวมถึงโลโก้ Supersports และสีแบบด้านจาก Bentley Mulliner นอกเหนือจากภายนอกแบบโทนสีเดียวแล้ว ทีมออกแบบของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สยังได้พัฒนา “รูปแบบการออกแบบเฉพาะ” ขึ้นมา 5 แบบ ซึ่งประกอบไปด้วยลายเส้นแนวตั้งขนาดเล็กและป้ายชื่อ Supersports ในเฉดสีตัดกันในส่วนล่างตัวถังที่อยู่ด้านหลังซุ้มล้อหน้า หรือลายเส้นสองสีตัดกันบริเวณส่วนท้ายของตัวรถ

     

    การตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ภายนอกมีให้เลือกแบบเคลือบเงา พร้อมตัวเลือกการพ่นสีหรือการทำลายเส้นได้อย่างอิสระ

     

    ภายในห้องโดยสารมีสีหลักให้เลือก 22 เฉดสี พร้อมด้วยสีรอง 11 เฉดสี และเฉดสีเน้นอีก 9 เฉดสี พร้อมด้วยตัวเลือกรูปแบบโทนสีเดียว แบบดูโอโทน (รูปแบบมาตรฐาน) และแบบสีไตรโทนใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และการตกแต่งแบบ Dark Chrome Specification

     

    นอกเหนือจากการตกแต่งด้วยวีเนียร์แบบคาร์บอนไฟเบอร์ภายในห้องโดยสารแล้ว ผู้ครอบครองยังสามารถเลือกได้ระหว่างวีเนียร์แบบ Diamond Brushed หรือ Engine Turned Aluminium ในสีเฉดเข้ม Dark Tint หรือแบบเรียบง่ายแต่หรูหราในแบบวีเนียร์ Piano Black

     

    Continental GT Supersports ใหม่เปิดรับคำสั่งจองในประเทศดังต่อไปนี้: สหราชอาณาจักร ประเทศในยุโรป (EU27 สวิตเซอร์แลนด์และตุรกี) สหรัฐอเมริกา แคนาดา ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย โอมาน บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และคูเวต

     

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT (High Performance V8 Hybrid) ราคาเริ่มต้น 21.9 ล้านบาท พร้อมมอบข้อเสนอที่ดีที่สุดด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่มาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี


    No Comment
  • บริดจสโตนร่วมโชว์ยางสมรรถนะสูงในงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ กับรถปิกอัพใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY”, ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” และรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK”

    1 Min Read

    บริดจสโตนร่วมโชว์ยางสมรรถนะสูงในงานเปิดตัวสุดยิ่งใหญ่ กับรถปิกอัพใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY”, ISUZU X-SERIES
    “2 HOT…2 HANDLE” และรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK”

    บริษัท บริดจสโตนเซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด หนึ่งในพันธมิตรทางธุรกิจของบริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และผู้พัฒนายางสมรรถนะสูงภายใต้แบรนด์บริดจสโตนสำหรับรถอีซูซุ ร่วมงานเปิดตัวรถรุ่นใหม่สุดยิ่งใหญ่ นำโดย ใหม่! ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” หนึ่งเดียว…เท่านั้น!,  ใหม่! ISUZU X-SERIES “2 HOT…2 HANDLE” ร้อนแรง…เป็นเรื่อง! และสุดยอดรถอเนกประสงค์ MU-X “THE NEXT PEAK” สู่จุดพีคใหม่…ของชีวิต ณ สนามทดสอบรถขับเคลื่อน 4 ล้อ ISUZU 4×4 EXPERIENCE จ.ปทุมธานี ซึ่งบริดจสโตนได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสนอเทคโนโลยียางที่พัฒนาขึ้นเพื่อเป็นตัวเลือกรองรับสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มประสิทธิภาพ

    ในโอกาสนี้บริดจสโตนได้ร่วมออกบูธแนะนำผลิตภัณฑ์ “BRIDGESTONE DURAVIS R624X HEAVY DUTY” บรรทุกหนักเอ็กซ์ตร้า ทนทานเหนือโลก ความทนทานที่พัฒนาไปอีกขั้นเพื่อรถกระบะ
    เชิงพาณิชย์และรถบรรทุกขนาดกลาง ออกแบบให้บรรทุกได้หนักขึ้น พร้อมอายุการใช้งานที่ยาวนานและ “BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002” ลุยผ่านทุกเส้นทาง สู่จุดหมายที่เหนือกว่า เหมาะสำหรับรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ (PPV) อีกระดับของยาง ALL-TERRAIN พร้อมรับความท้าทายในทุกเส้นทาง เต็มสมรรถนะทุกทางลุย คงความสบายแม้ทางเรียบ ซึ่งยางสมรรถนะสูงทั้งสองรุ่นเป็นตัวเลือกที่เหมาะสำหรับรถรุ่นดังกล่าวของอีซูซุ ช่วยดึงศักยภาพการขับขี่ให้เต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    ไฮไลต์เด็ดของงานอยู่ที่คุณเบียร์ ใบหยก ที่มาพร้อมความตื่นเต้นเต็มพิกัดกับ “TOP SECRET X ISUZU D-MAX” รถปิกอัพสีทองสุดเอ็กซ์คลูซีฟ คันแรกของโลก จากโปรเจกต์ “TOP SECRET THAILAND” เรียกเสียงฮือฮาและดึงสายตาผู้เข้าชมได้อย่างเต็ม ๆ

     

    ทั้งนี้สำหรับผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DURAVIS R624X HEAVY DUTY และผลิตภัณฑ์ BRIDGESTONE DUELER ALL-TERRAIN A/T002 และสามารถติดต่อได้ที่ตัวแทนจำหน่ายยางบริดจสโตน หรือศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM (Thailand) เปิดสเปกสุดล้ำของ “WEY G9” New-Generation Luxury MPV ยกระดับสู่ความล้ำสมัย ด้วย Hi4 ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของไทย พร้อมให้ชาวไทยสัมผัสพร้อมกัน 28 พฤศจิกายนนี้ ที่งาน Motor Expo 2025

    2 Min Read

    GWM (Thailand) เปิดสเปกสุดล้ำของ “WEY G9” New-Generation Luxury MPV ยกระดับสู่ความล้ำสมัย ด้วย Hi4 ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะครั้งแรกของไทย พร้อมให้ชาวไทยสัมผัสพร้อมกัน 28 พฤศจิกายนนี้ ที่งาน Motor Expo 2025

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด สร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่อุตสาหกรรมยานยนต์ในไทย เปิดสเปกรถ MPV ลักชัวรี่ระดับไฮเอนด์ ที่เป็นมากกว่ายานพาหนะในชีวิตประจำวัน แต่คือเทคโนโลยีที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมที่ล้ำหน้าจากแบรนด์ WEY (เวย์) ซึ่งเป็นแบรนด์ลักชัวรี่ของ GWM โดย WEY G9 (เวย์ จีไนน์) ได้ถูกรังสรรค์อย่างพิถีพิถันด้วยเทคโนโลยีแห่งอนาคตมากมายเพื่อยกระดับทุกการเดินทางได้แบบไร้ที่ติอย่างแท้จริง โดดเด่นด้วย Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนไฮบริดสี่ล้ออัจฉริยะ ผสานพลังเครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าคู่เพื่อการขับขี่ที่มั่นคงและทรงพลัง พร้อม Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกับ AI เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันอย่างล้ำสมัย เพิ่มความสบายเหนือระดับด้วยเบาะแถวสอง Zero-Gravity Seat พร้อมระบบนวดไฟฟ้าและระบายอากาศ มอบประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกการเดินทางมากกว่า 1,000 กิโลเมตรแบบไร้กังวล โดย WEY G9 คือยนตรกรรมที่เป็น New-Generation Luxury MPV อย่างแท้จริง โดยในเดือนตุลาคม 2568 WEY MPV มียอดขายกว่า 10,000 คัน ขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของเซกเมนต์ MPV ในประเทศจีน แสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีอัจฉริยะ คุณภาพ ความสะดวกสบาย และความน่าเชื่อถือของ WEY ในตลาดรถยนต์กลุ่มลักชัวรี่ไฮเอนด์

     

    Hi4 Technology ระบบขับเคลื่อนล้ำหน้าหนึ่งเดียวใน WEY G9

    WEY G9 รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่หนึ่งเดียวของ GWM ที่ผสานสมรรถนะ ความปลอดภัย และเทคโนโลยีอัจฉริยะอย่างครบครัน สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ MPV ในประเทศไทย ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ฟังก์ชันล้ำสมัย และระบบขับเคลื่อนอันทรงพลังด้วย Hi4 Technology ซึ่งเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อแบบไฮบริดอัจฉริยะครั้งแรกของโลกที่พัฒนาขึ้นเพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสถานการณ์ของรถยนต์พลังงานใหม่ โดย Hi4 หรือ Hybrid Intelligent 4WD เป็นสถาปัตยกรรมใหม่ที่ผสาน “3 แหล่งพลังงาน + 9 โหมดการทำงาน” อันประกอบด้วย มอเตอร์คู่ที่อยู่ด้านหน้าและด้านหลัง และเครื่องยนต์ที่อยู่ด้านหน้า ครอบคลุมทั้ง EV Mode, Series Range-Extending Mode, Parallel Hybrid Mode, Direct Engine Drive Mode และโหมดการฟื้นพลังงานจากทั้งเพลาหน้าและหลัง พร้อมระบบ iTVC (Intelligent Torque Vectoring Control) ที่สามารถเปลี่ยนแรงบิดของล้อหน้าและหลังตามสถานการณ์การขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด ได้ภายในเวลาเพียง 0.01 วินาที ช่วยลดการลื่นไถลและเพิ่มการยึดเกาะบนพื้นผิวลื่น เช่น น้ำ ทราย หรือกรวด ในแง่ของการใช้งาน โดย Hi4 ให้สมรรถนะของการขับเคลื่อน 4 ล้อ แต่ใช้พลังงานในระดับรถขับเคลื่อน 2 ล้อ

     

    มอบสมรรถนะไร้ขีดจำกัด สะดวกสบาย ไร้กังวลด้วยระยะทางการขับขี่มากกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยไม่ต้องแวะชาร์จ

    นอกจากระบบขับเคลื่อน Hi4 แล้ว WEY G9 ให้สมรรถนะอันทรงพลังที่ผสานเครื่องยนต์เบนซิน 1.5 ลิตร เทอร์โบ กับมอเตอร์ไฟฟ้าคู่แบบ Permanent-Magnet Synchronous ทำงานร่วมกับเกียร์อัจฉริยะ DHT ให้กำลังสูงสุด 325 kW หรือ 442 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 642 นิวตัน–เมตร ตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็ว และยังรองรับการขับด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) ไกลถึง 170 กิโลเมตร (มาตรฐาน NEDC) โดยมีแบตเตอรี่ Lithium Ternary ความจุ 44.28 kWh ชาร์จไวด้วย DC Fast Charging 60 kW และรองรับชาร์จ AC Slow Charging สูงสุด 6.6 kW พร้อมถังน้ำมันขนาด 58 ลิตร เดินทางได้ระยะไกลสูงสุดมากกว่า 1,000 กิโลเมตร โดยไม่ต้องเสียเวลาแวะชาร์จไฟ สามารถเดินทางได้อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังมาพร้อมโหมดการขับขี่และระบบส่งกำลังที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกสภาพถนนและทุกสไตล์การใช้งานใน 2 ส่วนหลักคือ 1.) โหมดพลังงาน ประกอบด้วยโหมด EV, โหมดเน้น EV (EV Priority) และโหมด HEV และ 2.) โหมดการขับขี่ ได้แก่ Eco, Normal, Sport, Snow และ AWD Mode ยิ่งไปกว่านั้น ยังมอบความมั่นใจและความนุ่มนวลในการขับขี่ด้วยระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ผสานเทคโนโลยีปรับน้ำหนักตามความเร็ว ช่วยให้ควบคุมง่ายทั้งในเมืองและทางไกล พร้อมการปรับพวงมาลัยได้ 4 ทิศทางและโหมดช่วยผ่อนแรง 3 แบบ ได้แก่ เบา สบาย และสปอร์ต เพื่อรองรับสไตล์การขับขี่ที่หลากหลาย เสริมความปลอดภัยด้วยดิสก์เบรกสี่ล้อพร้อมครีบระบายความร้อน เพิ่มประสิทธิภาพการหยุดรถและความมั่นใจในทุกสภาพถนน

     

    งดงามประดุจงานศิลปะชิ้นเอก

    WEY G9 โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากความงามธรรมชาติแบบตะวันออก ทั้งน้ำตก ขุนเขา และต้นไผ่ ตั้งแต่ด้านหน้าจรดท้าย เน้นเส้นสายเรียบหรู สงบนิ่ง และสมดุลอย่างไร้ที่ติ มีขนาดมิติตัวรถด้วยความยาว 5,050 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,985 มิลลิเมตร ความสูง 1,900 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 3,085 มิลลิเมตร รองรับการใช้งานแบบ 7 ที่นั่ง (2+2+3) ได้อย่างลงตัว ส่วนความสูงใต้ท้องรถ 155 มิลลิเมตร พร้อมบันได 2 ระดับเพื่อก้าวขึ้นรถ พร้อมรองรับผู้โดยสารที่เป็นเด็กและคนสูงอายุ ทำให้รถเหมาะกับการใช้งานจริงในทุกวันสำหรับทุกเพศทุกวัย ประตูท้ายไฟฟ้าแบบแฮนด์ฟรี ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดเก็บสัมภาระ WEY G9 มาพร้อมตัวเลือกสีภายนอกทั้งหมด 4 สีที่สะท้อนความหรูหราและทันสมัยในคราวเดียวกัน ช่วยเติมเต็มภาพลักษณ์ของรถให้โดดเด่นและมีเอกลักษณ์ในทุกมุมมอง ได้แก่ Nebula Black ที่นิ่งสงบและสง่างาม, Superior Gold หรูหราและโดดเด่นอย่างมีระดับ, Aurora White สีขาวละเอียดที่แตกต่างอย่างมีออร่า และ Wisdom Grey เทาเรียบหรูผสานความคลาสสิก

     

    รังสรรค์อย่างประณีต มอบความสบายเหนือระดับตั้งแต่สัมผัสแรก

      

    ด้านการออกแบบภายในเน้นความโปร่งโล่ง เดินได้สะดวกสบายด้วยความสูงภายใน 1,277 มม. ขณะที่ช่องทางเดินกลางกว้างถึง 170 มม. หรูหราด้วยวัสดุหนัง NAPPA สัมผัสนุ่ม หรูหรา ทนทาน ไม่ระคายเคืองผิว ระบายอากาศได้ดี และทำความสะอาดง่าย เบาะแถวสองแบบ Zero-Gravity ทำให้ผู้โดยสารแถวสองรู้สึกสบายเหมือนนั่งอยู่ในอวกาศที่ปราศจากแรงโน้มถ่วง ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเทคโนโลยีการบินและอวกาศของ NASA โดยสามารถปรับองศาเบาะให้อยู่ใน “Golden Angle” ซึ่งเป็นมุมที่เหมาะสมที่สุดสำหรับสรีระมนุษย์ โดยมีมุมลำตัวที่ 127° และมุมต้นขา-น่องที่ 132° พร้อมจัดตำแหน่งหัวใจและหัวเข่าให้อยู่ในระดับเดียวกัน เพื่อช่วยกระจายแรงกดทั่วเบาะอย่างสมดุล โดยร่างกายของผู้โดยสารไม่ได้สัมผัสกับชิ้นส่วนหรือพื้นของรถ ลดแรงกดทับ ลดความเมื่อยล้า และเพิ่มความผ่อนคลายในการโดยสาร ถือเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ Luxury MPV อีกทั้งยังมาพร้อมระบบเบาะนวดไฟฟ้า 6 รูปแบบ และระบบเบาะระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง มอบความผ่อนคลายขั้นสุดตลอดการเดินทาง ในขณะที่เบาะแถวที่ 1 เป็นเบาะคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง พร้อมระบบบันทึกตำแหน่งและระบบ Welcome Seat รวมถึงระบบดันหลังไฟฟ้าและระบบนวดไฟฟ้า 10 จุดที่ช่วยลดความเมื่อยล้า เบาะผู้โดยสารตอนหน้าเป็นแบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง และมีระบบระบายอากาศที่พนักพิงและที่นั่ง และเบาะแถวที่ 3 พับได้แบบ 4:6 ช่วยเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระเมื่อจำเป็น สะดวกสบายไปกับตู้เย็นภายในรถ (Car Refrigerator) ความจุ 12.5 ลิตร พร้อมดีไซน์ Double-Opening เปิดได้ทั้งด้านหน้า (Front Armrest) และด้านหลังแบบลิ้นชัก รองรับทั้งโหมดทำความเย็น 0–15°C และโหมดอุ่น 35–50°C ระบบไฟสร้างบรรยากาศ 64 สี หน้าจอ HUD และจอมัลติมีเดียขนาดใหญ่ รวมถึงการจัดวางพื้นที่ที่เอื้อต่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารทุกแถว เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับทั้งความหรูหราและฟังก์ชันล้ำสมัย

     

    เชื่อมต่อได้อย่างไร้ขีดจำกัด พร้อมยกระดับทุกการเดินทางด้วยแนวคิดรักษ์สิ่งแวดล้อม

    WEY G9 มาพร้อม Coffee OS 3.3 ระบบปฏิบัติการอัจฉริยะที่เชื่อมต่อทุกฟังก์ชันในรถอย่างไร้รอยต่อ รองรับคำสั่งเสียง 21 ภาษา แสดงสถานะรถแบบ 3 มิติเรียลไทม์ พร้อมระบบนำทาง Petal Maps Global Navigation และการดาวน์โหลดแอปฯ ผ่าน GWM App Store ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมและตรวจสอบรถจากระยะไกลผ่านแอป GWM ไม่ว่าจะเป็นการสตาร์ตเครื่องยนต์ ล็อก–ปลดล็อกประตู เปิด–ปิดซันรูฟ ตั้งเวลาชาร์จ หรือเช็กสถานะพลังงานและแรงดันลมยางได้อย่างสะดวก นอกจากเทคโนโลยีล้ำสมัย WEY G9 ยังใช้วัสดุที่รักษาสิ่งแวดล้อม ลดการใช้กาวในชิ้นส่วนภายในรถ ใช้พลาสติกที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อลดกลิ่นและสารประกอบอินทรีย์ระเหยง่าย (Volatile Organic Compounds หรือ VOC) ที่จะเป็นอันตรายต่อสุขภาพ WEY G9 ถือเป็นรถยนต์ MPV รุ่นแรกในประเทศจีนที่ได้รับการรับรอง “การปลอดฟอร์มาลดีไฮด์ (Zero Formaldehyde)” และ “China Green Car Assessment Program (C-GCAP) ระดับห้าดาว”

     

    เทคโนโลยีอัจฉริยะและระบบความปลอดภัยสูงสุด มอบความอุ่นใจ มั่นใจ ทุกที่นั่ง

    WEY G9 มาพร้อมระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีอัจฉริยะมากถึง 28 รายการ เพื่อยกระดับมาตรฐานการขับขี่ให้มั่นใจและปลอดภัยสูงสุด ระบบจอดรถอัตโนมัติ 3 รูปแบบ และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX ทั้งแถวสองและแถวสาม เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในรถ นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยไซเบอร์ขั้นสูงเพื่อปกป้องข้อมูลส่วนตัวและธุรกิจ ทำให้ WEY G9 เป็นมากกว่ารถ MPV แต่คือประสบการณ์การเดินทางที่หรูหรา ปลอดภัย และมั่นใจในทุกเส้นทาง ด้านโครงสร้างตัวถังทำจากเหล็กกล้าเปอร์เซ็นต์สูงถึง 83.01% ถุงลมนิรภัย 6 จุด โดยมีถุงลมนิรภัยด้านข้างยาวเป็นพิเศษ ครอบคลุมจากที่นั่งแถวหนึ่งถึงแถวสาม พร้อมปกป้องคุณและคนที่คุณรักอย่างเต็มที่ แบตเตอรี่แรงดันสูงมีการปกป้องด้านข้างถึง 4 ชั้น ด้านล่างถึง 6 ชั้น มอบความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์

     

    New-Generation Luxury MPV ไลฟ์สไตล์เหนือระดับที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการงานและครอบครัว

    WEY G9 ไม่ได้ถูกสร้างมาเพียงเพื่อเป็นรถ MPV แต่เพื่อยกระดับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวันให้เหนือระดับไปอีกขั้น ไม่ว่าในฐานะผู้บริหารระดับสูง นักธุรกิจ หรือข้าราชการระดับสูง ที่ต้องเดินทางเพื่อเจรจาทางธุรกิจ ต้องอาศัยภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ และสามารถเดินทางไปได้ทุกที่ ทั้งระยะใกล้และระยะไกล โดยยังได้รับความสะดวกสบายและความปลอดภัยแบบเหนือระดับ โดยไม่ต้องกังวลกับการแวะชาร์จหรือแวะเติมน้ำมัน เพราะสามารถขับขี่ได้ไกลมากกว่า 1,000 กิโลเมตร ต่อน้ำมันหนึ่งถังและการชาร์จหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ รถยนต์คันนี้ยังเหมาะกับครอบครัวระดับไฮเอนด์ ที่ต้องการใช้รถในการเดินทางท่องเที่ยว รับส่งลูกหลานไปโรงเรียน หรือมีผู้สูงอายุที่ต้องดูแล โดยสามารถเปิดระบบปรับอากาศได้ในระหว่างที่อยู่ในรถ โดยไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสภาพแวดล้อมอีกด้วย

     

    ตั้งแต่การเดินทางในเมืองที่ต้องการความนิ่ง เงียบสงบ หรูหรา ไปจนถึงทริปทางไกลที่ต้องการความผ่อนคลายขั้นสุด ทุกฟังก์ชันในรถถูกออกแบบให้ใช้งานได้จริง ผสานความลักชัวรี่กับความอเนกประสงค์ไว้ในคันเดียว ใช้ได้ทั้งวันทำงาน วันพักผ่อน หรือโอกาสพิเศษที่ต้องการความสมบูรณ์แบบเป็นพิเศษ พร้อมดีไซน์ที่โดดเด่นและสง่างามในทุกมุมมอง GWM (Thailand) พร้อมมุ่งสร้างมาตรฐานเพื่อยกระดับตลาด MPV ลักชัวรี่ไปอีกขั้น ทั้งด้านสมรรถนะ เทคโนโลยี ความปลอดภัย และความสบายที่เหนือชั้น โดย WEY G9 พร้อมแล้วที่จะให้คนไทยได้สัมผัสอย่างเป็นทางการภายในงาน Motor Expo 2025 วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 นี้ ณ บูธ GWM หมายเลข A05 อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

    #GWM #GWMThailand #WEY #WEYG9 #MotorExpo2025


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment