-
News Car1 Min Read
กลุ่มธนบุรี ผนึก GEELY จัดประชุมผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ชูแผนเปิดตัว GEELY EX2 พร้อมยกระดับบริการหลังการขาย
กลุ่มธนบุรี ภายใต้ชื่อ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงาน GEELY Dealer Conference ภายใต้แนวคิด ‘Ignite the Future’ จุดประกายอนาคตแห่งการขับเคลื่อนใหม่ของ GEELY ณ โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ กรุงเทพ สุวรรณภูมิ แอร์พอร์ต เผยทิศทางแบรนด์และกลยุทธ์การตลาดแก่พันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมผนึกกำลังวางแผนเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ GEELY EX2 ที่เตรียมประกาศราคาครั้งแรกใน Motor Expo 2025 งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ มุ่งขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์สู่เซกเมนต์ใหม่ ควบคู่การยกระดับบริการหลังการขายด้วยประสบการณ์ 85 ปีของกลุ่มธนบุรี เพื่อเสริมศักยภาพเครือข่ายผู้จำหน่ายและสร้างความมั่นใจสูงสุดแก่ลูกค้าชาวไทยในทุกมิติ
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด เผยว่า “ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของไทยจากการเข้ามาของหลากหลายแบรนด์ใหม่ สิ่งนี้สะท้อนชัดเจนว่าตลาดยังคงมีศักยภาพการเติบโตสูง และนี่คือโอกาสที่ GEELY จะเข้ามาสร้างจุดยืนที่ชัดเจนได้อย่างแท้จริง ความสำเร็จของ GEELY EX5 นับตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ด้วยยอดจองและการส่งมอบที่เป็นไปตามแผน คือหนึ่งในข้อพิสูจน์ถึงความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทย และเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับไลน์ผลิตภัณฑ์พร้อมมอบทางเลือกใหม่ตอบโจทย์หลากหลายเซกเมนต์มากขึ้น เราจึงเตรียมเปิดตัว GEELY EX2 รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกในโลก ในช่วงปลายปี 2568 นี้ ขณะเดียวกัน เรายังวางรากฐานระยะยาวผ่านแผนขยายโชว์รูมและศูนย์บริการกว่า 40 แห่งภายในปีนี้ โดยมุ่งยึดมาตรฐานที่เป็นหนึ่งเดียวกันทั่วประเทศ รวมถึงเตรียมเปิดตัวโชว์รูมระดับเรือธงแห่งแรกในประเทศไทยเร็วๆ นี้ ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางการบริการที่สร้างประสบการณ์ใหม่ที่แตกต่างแก่ลูกค้าไทย โดยมุ่งเป้าสร้างการเติบโตไปพร้อมกับพันธมิตรและผู้จำหน่ายทั่วประเทศ ควบคู่ไปกับการสร้างความเชื่อมั่นของผู้บริโภค”
ภายในงานฯ บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยการประกาศนโยบายและแผนกลยุทธ์เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยชูจุดเด่นและสร้างความแตกต่างของผลิตภัณฑ์นวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ไม่เพียงโดดเด่นด้านคุณภาพและเทคโนโลยีล้ำสมัย แต่ยังถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทย โดยทางบริษัทฯ มีแผนที่จะเปิดตัวนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า GEELY รุ่นใหม่เข้าตลาดประเทศไทยอย่างน้อย 1 รุ่นในทุกๆ ปี เสริมความแข็งแกร่งด้วยแผนการขายและการตลาด 360 องศา ควบคู่ไปกับการยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขาย ผ่านแผนการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อเข้าถึงลูกค้ากลุ่มเป้าหมายได้ครอบคลุมยิ่งขึ้น ซึ่งปัจจุบันมีโชว์รูมและศูนย์บริการที่เปิดดำเนินการแล้ว 26 แห่ง โดยมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดเพื่อสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าในทุกมิติ การผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ร่วม 85 ปีของกลุ่มธนบุรี เข้ากับศักยภาพของ GEELY ในฐานะผู้นำยนตรกรรมระดับโลกนี้จะช่วยผลักดันให้ GEELY ก้าวขึ้นสู่แถวหน้าในตลาดอีวีไทยได้อย่างมั่นคง
มร. แดเนียล ต่ง ผู้อำนวยการอาวุโส บริษัท จีลี่ ออโต้ อินเตอร์เนชั่นแนล คอร์ปอเรชั่น กล่าวเสริมว่า “GEELY มองว่าประเทศไทยคือหนึ่งในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคอาเซียน ด้วยปัจจัยสนับสนุนทั้งด้านนโยบายจากภาครัฐ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานยานยนต์ไฟฟ้า และความพร้อมของผู้บริโภคที่เปิดรับนวัตกรรมใหม่อย่างเต็มที่ ทำให้ประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในฐานะศูนย์กลางการขับเคลื่อนยานยนต์พลังงานไฟฟ้าในภูมิภาคนี้ การเปิดตัว GEELY EX2 ในประเทศไทย ไม่เพียงแต่จะสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค แต่ยังเป็นการตอกย้ำว่า GEELY พร้อมสนับสนุนพันธมิตรอย่าง ธนบุรีนอยสเติร์น อย่างเต็มที่ ทั้งในด้านการนำเข้าผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ และการสร้างระบบนิเวศของแบรนด์ที่แข็งแกร่ง เพื่อร่วมกันผลักดันให้ประเทศไทยก้าวขึ้นเป็นผู้นำในตลาดยานยนต์ไฟฟ้าของภูมิภาคอาเซียน”
ทั้งนี้ GEELY EX2 ได้รับเสียงตอบรับอย่างล้นหลามจากการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ภายใต้ชื่อ GEELY Star Wish ยนตรกรรมไฟฟ้าแฮทช์แบ็กขนาดกะทัดรัดที่พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ในตลาดรถไฟฟ้าขนาดเล็กของประเทศไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์โค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน ที่ถูกออกแบบมาอย่างประณีต และยังครบครันด้วยระบบเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ซึ่งมีกำหนดประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ที่จะถึงนี้ โดยธนบุรีนอยสเติร์นเชื่อมั่นว่า GEELY EX2 จะเป็นอีกหนึ่งรุ่นสำคัญในการขยายฐานลูกค้าในประเทศไทยสำหรับ GEELY ในอนาคต
สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ค Geely Thonburi Thailand
-
ทำความรู้จักกับ “Jack Wey” ผู้นำด้านยานยนต์ระดับโลก และผู้ก่อตั้งแบรนด์ GWM WEY
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” แนวคิดดังกล่าวสะท้อนถึงทิศทางการเติบโตของ GWM ในฐานะแบรนด์ระดับโลกที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืน นวัตกรรม และเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะ ภายใต้การนำของ แจ็ค เวย์ (Jack Wey) ประธานและผู้ก่อตั้ง GWM ผู้ผลักดันให้แบรนด์จีนก้าวขึ้นสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง
จากชายหนุ่มชาวเป่าติ้ง สู่ผู้นำวงการยานยนต์จีน
- แจ็ค เวย์ เกิดเมื่อปี 1964 ที่เมืองเป่าติ้ง มณฑลเหอเป่ย์ ประเทศจีน เติบโตในครอบครัวที่มีพื้นฐานด้านอุตสาหกรรม ก่อนเริ่มต้นเส้นทางชีวิตจากการทำงานในโรงงานพรม และโรงงานปั๊มน้ำ ซึ่งกลายเป็นรากฐานสำคัญที่ทำให้เขาเข้าใจระบบการผลิตอย่างลึกซึ้ง
- แจ็ค เวย์ ได้รับรถคันแรกในชีวิตจากบิดา ในวันเกิดครบรอบ 20 ปีของเขาในปี 1984 ซึ่งเป็นรถลาดามือสองที่นำเข้าจากสหภาพโซเวียต ตั้งแต่เด็ก เขาใฝ่ฝันที่จะเป็นนักแข่งรถ ด้วยรถลาดาคันนั้น เขาได้เรียนรู้เทคนิคการดริฟท์และเริ่มแสดงความสามารถให้ประจักษ์ในบ้านเกิดของเขาที่เมืองเป่าติ้ง ทักษะการขับขี่ของเขาทำให้ได้รับฉายาว่า “The Car God of Baoding” หรือ “เทพแห่งรถ เมืองเป่าติ้ง”
- ในปี 1990 ขณะมีอายุเพียง 26 ปี เขาเข้ามาบริหารกิจการ Great Wall Automobile Industry Company ซึ่งในขณะนั้นมีพนักงานเพียง 60 คน และบริษัทกำลังเผชิญภาวะขาดทุน แต่ด้วยความมุ่งมั่นรวมถึงวิสัยทัศน์ที่แตกต่าง เขาได้พลิกฟื้นองค์กรให้กลับมาทำกำไรได้ภายในเวลาไม่กี่ปี
- ในปี 1996 เริ่มผลิตรถกระบะรุ่น Deer เข้าสู่ตลาดจีนอย่างเป็นทางการ ก่อนจะก่อตั้ง Great Wall Group Co., Ltd. ในปี 1998 พร้อมประกาศปรัชญาองค์กรที่กลายเป็นหัวใจของ GWM ว่า “Improving little by little every day.” (พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ อย่างมั่นคงในทุก ๆ วัน)
จุดเริ่มต้นจากแรงบันดาลใจในประเทศไทย
จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิตเกิดขึ้นราวปี 1995 เมื่อ แจ็ค เวย์ เดินทางมาประเทศไทย และได้เห็นว่ารถกระบะคือหัวใจของวิถีชีวิตคนไทย รถหนึ่งคันสามารถใช้ได้ทั้งบรรทุกสินค้า ทำธุรกิจ หรือเป็นพาหนะของครอบครัว ภาพนั้นได้จุดประกายความคิดให้เขากลับไปพัฒนารถกระบะที่ “แข็งแรง สมบุกสมบัน และใช้งานได้จริง” สำหรับคนจีน แรงบันดาลใจจากประเทศไทยจึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของ Great Wall Deer รถกระบะรุ่นแรกของ GWM ที่เปิดตัวในปี 1998 และประสบความสำเร็จอย่างล้นหลาม กลายเป็นรถกระบะยอดนิยมในประเทศจีน และเป็นหมุดหมายสำคัญที่ทำให้ชื่อของ GWM เริ่มเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ
การเติบโตสู่เวทีโลก
- หลังจากความสำเร็จของ Deer, แจ็ค เวย์ ได้ต่อยอดด้วยการเปิดตัวแบรนด์ HAVAL SUV ในปี 2002 ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมและได้รับรางวัลด้านความปลอดภัยจาก Euro NCAP ระดับ 4 ดาว ปี 2003 GWM เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง (H-share) ตามด้วยตลาดหุ้นจีน (A-share) ในปี 2011
- ในปี 2011 บริษัทได้เปิดตัวรถ SUV รุ่นเรือธงคือ HAVAL H6 ซึ่งมีดีไซน์สวยงามและสมรรถนะสูง สามารถครองใจตลาดจีนได้ทันที จนกลายเป็นรถ SUV ขายดีอันดับหนึ่งของจีนติดต่อกันถึง 108 เดือน จากความสำเร็จนี้ แบรนด์ HAVAL ได้แยกตัวออกมาเป็นอิสระอย่างเต็มรูปแบบในปี 2013 และยังคงขยายการเติบโตในตลาดโลกอย่างต่อเนื่องด้วยรุ่น H7 และ F Series รวมถึงการสร้างพันธมิตรทางเทคโนโลยีเชิงกลยุทธ์กับ BMW Group
- ภายในปี 2019 GWM มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 5 ล้านคัน และก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในผู้ผลิตรถ SUV และกระบะที่ใหญ่ที่สุดของจีน ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 70,000 คน โรงงานผลิตครบวงจร 13 แห่ง และศูนย์วิจัยและพัฒนาในกว่า 10 เมือง 7 ประเทศ
- ณ เดือนมกราคม 2025 GWM ขยายเครือข่ายครอบคลุมกว่า 170 ประเทศ 400 เมือง และ 700 โชว์รูมทั่วโลก พร้อมยอดขายสะสมของแบรนด์ WEY กว่า 600,000 คันทั่วโลก ล่าสุดในเดือนตุลาคม 2025 GWM WEY ทำยอดขายได้ถึง 12,699 คัน โดยเฉพาะในกลุ่มรถ MPV ที่ทำยอดขายได้มากกว่า 10,000 คัน จนกลายเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในกลุ่มรถ MPV ของประเทศจีน
WEY – แบรนด์ลักชัวรี่ที่สะท้อนชื่อผู้ก่อตั้ง
แบรนด์ WEY (เวย์) ถือกำเนิดขึ้นในปี 2018 และตั้งชื่อตามนามสกุลของผู้ก่อตั้ง “Wey” ซึ่งทำให้ WEY กลายเป็น แบรนด์ยานยนต์จีนระดับหรูแบรนด์แรก และเป็นแบรนดแรกที่ใช้ชื่อของผู้ก่อตั้งเป็นชื่อแบรนด์ สะท้อนถึง “เกียรติยศ ความรับผิดชอบ และความเชื่อมั่น” ของ แจ็ค เวย์ ที่มีต่อคุณภาพและนวัตกรรมของยานยนต์จีน ตั้งแต่เริ่มต้น WEY ยึดพันธกิจ “Making Luxury Accessible” หรือ “ทำให้ความหรูหราเข้าถึงได้” โดย GWM ได้รวบรวมทีมวิจัยและพัฒนากว่า 1,600 คนทั่วโลก ใช้เวลาถึง 4 ปีเต็ม เพื่อสร้างแบรนด์นี้ขึ้นอย่างพิถีพิถัน มุ่งสู่ตลาดรถยนต์พรีเมียมระดับกลางถึงสูง และเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการ “ท้าทายการผูกขาดของแบรนด์ต่างชาติในตลาด SUV หรู” แจ็ค เวย์ เคยกล่าวอย่างภาคภูมิว่า “This is brand I’ve staked my surname on.” (นี่คือแบรนด์ที่ผมเดิมพันด้วยนามสกุลของผมเอง) และอีกประโยคที่เป็นตำนานของเขา “I will defend the brand’s honor like I defend that of my family.” (ผมจะปกป้องเกียรติของแบรนด์ เหมือนที่ผมปกป้องเกียรติของครอบครัว)
แรงบันดาลใจของโลโก้
โลโก้ของ GWM WEY ได้แรงบันดาลใจจาก “เสาธง” หน้าคฤหาสน์ผู้ว่าราชการมณฑลจื้อหลี่ (Zhili Governor’s Mansion) ในเมืองเป่าติ้ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ทางประวัติศาสตร์กว่า 300 ปี สื่อถึงความมั่นคง ความเป็นผู้นำ และรากฐานที่แข็งแรงของแบรนด์ คำว่า “POATING” ใต้สัญลักษณ์ คือชื่อภาษาอังกฤษของเมืองเป่าติ้ง อันเป็นบ้านเกิดของ แจ็ค เวย์ และสำนักงานใหญ่ของ GWM ดีไซน์ของโลโก้มีความเรียบหรู ทันสมัย และสื่อถึงความจริงใจของแบรนด์ เป็นการผสมผสานระหว่างความสง่างามแบบสากล และความภาคภูมิใจในรากเหง้าของจีน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
เบนท์ลีย์ แบงค็อก อัดยาแรง ‘Final Extraordinary Offers’ ดีลเด็ดรถสต็อกมูลค่าสูง รับตลาดคึกคักส่งท้ายปี พร้อมเผยรับรถปีนี้ราคาดีที่สุด ก่อนปรับราคารับภาษีใหม่ ’69
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จัดดีล ‘Final Extraordinary Offers’ ส่งท้ายปี ข้อเสนอพิเศษมูลค่าสูงสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ เผยโครงสร้างภาษีใหม่ปี 2569 มีผลต่อราคาขายปลีกรถยนต์เบนท์ลีย์ที่จะปรับสูงขึ้นในปีหน้า แนะผู้ที่กำลังตัดสินใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ควรพิจารณารับรถยนต์ภายในปีนี้ พร้อมรับราคาที่ดีที่สุดและข้อเสนอพิเศษเพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเดิม
เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยว่านโยบายจากภาครัฐในเรื่องการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ปี 2569 ในรถยนต์กลุ่มที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ขนาดความจุกระบอกสูบ 3,000 ซีซี ขึ้นไป จะส่งผลต่อราคาขายปลีกของรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยอัตราโครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2569 เป็นต้นไป และจะมีผลทำให้ราคารถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga แบบเครื่องยนต์ไฮบริด (PHEV) มีการปรับราคาขายสูงขึ้นเฉลี่ย 8-10% ในปีหน้า ดังนั้น ในปี 2568 นี้ จึงถือเป็นโอกาสที่ดีสำหรับผู้ที่กำลังตัดสินใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid เพื่อรักษาสิทธิประโยชน์ทางภาษีเดิมกับราคาที่ดีที่สุดพร้อมทั้งรับข้อเสนอพิเศษ โดยลูกค้าที่ทำการจองและออกรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2568 จะยังคงได้รับราคาเดิมจากโครงสร้างภาษีสรรพสามิตปัจจุบัน อีกทั้ง บริษัทฯ ยังจัดทำ ‘Final Extraordinary Offers’ ข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษมูลค่าสูงที่สุดที่ไม่เคยมีมาก่อนส่งท้ายปีสำหรับผู้ที่สั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid พร้อมส่งมอบภายในเดือนพฤศจิกายน 2568 เพื่อเป็นการตอบรับกระแสความต้องการในตลาดรถยนต์ระดับอัลตราลักชูรีช่วงสิ้นปีก่อนการมีผลบังคับใช้โครงสร้างภาษีสรรพสามิตใหม่ในปีหน้า
เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด พร้อมส่งมอบรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ทันทีกับสต็อกเฉดสีและออปชันที่ครบครันและครอบคลุมทุกความต้องการกับราคาที่ดีที่สุด เริ่มต้นที่ 14.6 ล้านบาท พร้อมรับข้อเสนอพิเศษ ‘Final Extraordinary Offers’ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นเจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์เป็นเรื่องง่าย และเหนือกว่าด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานและบริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต สูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
TOYOTA GAZOO Racing Thailand รุกฆาต! รับแชมป์ 3 รุ่น ปิดฤดูกาล TSS The Super Series 2025
“TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ทีมแข่งรถยิ่งใหญ่และประสบความสำเร็จอย่างสูงของวงการมอเตอร์สปอร์ต ภายใต้การสนับสนุนของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด รุกฆาตปิดฤดูกาลความเร็ว “TSS The Super Series 2025” ผงาดชัยรับถ้วยแชมป์รุ่น GTM Am – GT4 Am- GTC นำทีมโดย สุทธิพงศ์ สมิตชาติ, ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ, ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ, มานัต กุละปาลานนท์, กรัณฑ์ ศุภพงษ์, อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ, กฤษฎิ์ วสุรัตน์, ณ ดล วัฒนธรรม, นรรัศมิ์ อภิวาท, ทรงศักดิ์ กรศิริสืบสกุล และ ไอตั้น อัษฎาธร ในระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต จ.บุรีรัมย์
โดยอีเว้นท์สุดท้ายของ TSS The Super Series 2025 ทีมนักแข่ง “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” ยังโชว์พลังท็อปฟอร์ม ส่งรถลงสนามสู้เต็มสมรรถนะทั้งรถและคน
รุ่น Supercar GTM ลงสนาม 2 คัน ด้วยรถ TOYOTA GR Supra หมายเลข 24 ขับโดย แมดคาว-ณัฐวุฒิ เจริญสุขะวัฒนะ ที่คะแนนเก็บสะสมมีลุ้นแชมป์ฟาดกันสุดเดือดก่อนจบการแข่งขันไปแบบสะใจรับถ้วย Class Supercar GTM Am ในอันดับ 1 ทั้งสองเรซ ด้านรถหมายเลข 9 ขับโดย แมน-ณัฐพงษ์ ห่อทองคำ และ ต้น-มานัต กุละปาลานนท์ สู้เต็มที่ไม่มีแผ่วจบผลงานใน Class Super Car GTM Pro Am อันดับ 3 ทั้งสองเรซ
รุ่น Supercar GT4 ด้วยรถ TOYOTA GR Supra GT4 หมายเลข 19 ขับโดย อาร์โต้-สุทธิพงศ์ สมิตชาติ และ จั้ม-กรัณฑ์ ศุภพงษ์ จบการแข่งขัน Class GT4 Am ในอันดับ 1 และอันดับ 2
รุ่น Supercar GTC ใช้รถ Corolla Altis GR Sport หมายเลข 9 ขับโดย เอ็กซ์-อัครพงษ์ อัคนีนิโรธ และ ต้นกล้า-กฤษฎิ์ วสุรัตน์ ปิดฤดูกาลนี้ด้วยโพเดียมอันดับ 2 และ 1
รุ่น Super Touring โดยรถ YARIS ATIV หมายเลข 51 ขับโดย ไอตั้น-อัษฎาธร ปิดฤดูกาลใน Class ST-NA ด้วยผลงานอันดับ 2 และ 3
หลังจบการแข่งขัน คุณสุทธิพงศ์ สมิตชาติ ผู้อำนวยการทีมและนักแข่ง TOYOTA GAZOO Racing Thailand กล่าวว่า “สำหรับรายการ TSS The Super Series ทีมตั้งใจทำผลงานในทุกสนามอย่างเต็มที่ และยังเดินหน้าพัฒนารถ TOYOTA GR ในแต่ละรุ่นให้ตอบสนองต่อการขับขี่ได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ โดยความร่วมมือของทีมแข่งและทีมวิศวกรชาวไทย (TMA) ที่ทำงานร่วมกันเก็บข้อมูลเพื่อนำไปพัฒนารถยนต์ให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต พวกเราทุกคนขอขอบคุณแฟนๆทุกท่านที่ติดตามเชียร์และเป็นกำลังใจให้ทีมเสมอมา และขอฝากให้ติดตามผลงานของทีมต่อไปในฤดูกาลหน้าด้วยนะครับ”
ร่วมติดตามชมภาพบรรยากาศแข่งขันของ “TOYOTA GAZOO Racing Thailand” เพิ่มเติมได้ที่ Facebook และ Instagram: TOYOTAGAZOORacingTeamThailand
-
News Car1 Min Read
GWM ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” ย้ำ! ไม่ลดราคา เน้นดูแลลูกค้า ผ่านแคมเปญ “Good Cat Good Will” พร้อมการันตีเงื่อนไขเดียวกับ Motor Expo 2025 ทั่วประเทศ
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด GWM ได้ตอกย้ำกลยุทธ์ระยะยาวในการยืนหยัดดำเนินธุรกิจในประเทศไทยอย่างมั่นคงควบคู่ไปกับผู้บริโภคไทย เปิดตัวแคมเปญ “Good Cat Good Will” สำหรับ GWM ORA Good Cat ชูจุดยืน “ปกป้องลูกค้า รักษาแบรนด์” สร้างความเชื่อมั่นให้ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ด้วยการประกาศชัดไม่ลดราคา พร้อมยืนยันการทำธุรกิจที่มุ่งเน้นการสร้างคุณค่าแบบรอบด้านเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งานชาวไทย ผ่านสิทธิประโยชน์ด้านการลดภาระการผ่อน และการสร้างความอุ่นใจผ่านการดูแลหลังการขายที่ครอบคลุมในระยะยาว
แคมเปญ Good Cat Good Will เป็นข้อเสนอสุดพิเศษกับโอกาสสุดท้ายในการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ภายใต้มาตรการสนับสนุนการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือ EV 3.0 สำหรับลูกค้าที่จองและออกรถตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 10 ธันวาคม 2568 โดย GWM จะการันตีข้อเสนอเดียวกับงาน Motor Expo กับสิทธิประโยชน์สูงสุดในช่วงเวลาดังกล่าวโดยไม่ต้องรอถึงงาน Motor Expo 2025 และหากในงาน Motor Expo 2025 มีการมอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติม GWM จะขยายสิทธิประโยชน์นั้นให้กับลูกค้าที่ซื้อก่อนหน้านั้นโดยอัตโนมัติ เพื่อสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าทั่วประเทศ ไม่ต้องแบกรับความเสี่ยงและตัดความกังวลขอลูกค้าด้านการทำสงครามราคาออกไป ลูกค้าที่สนใจสามารถทำการจอง GWM ORA Good Cat ได้ทันที โดยไม่ต้องรอให้ถึงงาน Motor Expo เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการด้านเอกสารและการส่งมอบรถยนต์
แคมเปญ Good Cat Good Will นี้ GWM ขอมอบ 3 สิทธิประโยชน์** ที่ถูกออกแบบมาเพื่อลดภาระระยะสั้น และสร้างความสบายใจระยะยาว ดังนี้
- ช่วยผ่อน 1 ปีเต็ม: GWM สนับสนุนภาระการผ่อนรายเดือน จำนวนเดือนละ 5,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 60,000 บาท (สำหรับรุ่น PRO และ ULTRA) และจำนวน 7,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน (สำหรับรุ่น GT) เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของเจ้าเหมียวไฟฟ้าได้ง่ายขึ้นในช่วงปีแรกของการใช้งาน โดยเฉพาะในช่วงภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทายผู้บริโภค
- ช่วยคุ้มครอง 2 ปีเต็ม: มอบฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 2 ปีเต็ม ทั้งปีแรกและปีที่สอง เพื่อให้ลูกค้าขับขี่ได้อย่างมั่นใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน เช่น อุบัติเหตุหนักหรือเกิดความเสียหายของแบตเตอรี่แรงดันสูงในปีแรก ที่ทำให้ยากต่อการหาบริษัทประกันในปีที่ 2 สิทธิประโยชน์นี้ จะช่วยให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าลูกค้าไม่ได้อยู่เพียงลำพังและจะมี GWM อยู่เคียงข้างเสมอ
- ช่วยดูแล 5 ปีเต็ม: แพ็กเกจบำรุงรักษาตามระยะทาง (GPSI) ระยะเวลา 5 ปี ครอบคลุมค่าแรงและค่าอะไหล่ จำนวนสูงสุด 5 ครั้ง หรือ 75,000 กิโลเมตร โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญและมาตรฐานบริการของ GWM ช่วยลดทั้งค่าใช้จ่ายและความกังวลเรื่องการซ่อมบำรุงในระยะยาว โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่ายตามรอบเช็กระยะ และมั่นใจได้ว่ารถได้รับการดูแลด้วยอะไหล่แท้และกระบวนการที่ได้มาตรฐานเดียวกันทั่ว GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั้งประเทศ
GWM ORA Good Cat มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น PRO, ULTRA และ GT โดยรุ่น PRO และ ULTRA มีสีให้เลือก 5 สีได้แก่ สีเขียว Pistachio Green สีเบจหลังคาสีน้ำตาล และสีเขียวหลังคาสีขาว และสีใหม่ 2 เฉดสี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวหลังคาสีดำ พร้อมชุดแต่ง Black Package และสีฟ้า So Blue สำหรับรุ่น GT มาในสีเทา และสีดำ พร้อมชุดแต่งสปอร์ตสีเหลือง โดยมีราคาของแต่ละรุ่น ดังต่อไปนี้
- GWM ORA Good Cat รุ่น PRO ราคาเพียง 599,000 บาท*
- GWM ORA Good Cat รุ่น ULTRA ราคาเพียง 699,000 บาท*
- GWM ORA Good Cat รุ่น GT ราคาเพียง 829,000 บาท*
*ราคาหลังหักส่วนลด 200,000 บาท ในรุ่น PRO และ ULTRA และราคาหลังหักส่วนลด 270,000 บาทในรุ่น GT
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด ดูรายละเอียดเพิ่มเติมของ GWM ORA GOOD CAT ได้ที่ https://www.gwm.co.th/th/models/ora-good-cat
เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “แคมเปญ ‘Good Cat Good Will’ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ GWM ในการดำเนินธุรกิจอย่างสร้างสรรค์ โปร่งใส และยั่งยืนในประเทศไทย เราเชื่อมั่นว่าการลดราคาไม่ใช่คำตอบของการทำธุรกิจอย่างยั่งยืน GWM เชื่อมั่นในสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การบริการหลังการขาย คือหัวใจสำคัญของการเติบโตไปพร้อมกับสังคมไทยอย่างมั่นคงและยั่งยืน ด้วยข้อเสนอพิเศษใน Good Cat Good Will ที่ออกแบบมาเพื่อลดภาระและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้า เราต้องการให้ทุกคนมั่นใจว่าการเป็นเจ้าของ GWM ORA Good Cat ไม่เพียงแต่เป็นการเลือกใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ล้ำสมัย แต่ยังเป็นการเลือกแบรนด์ที่พร้อมดูแลและเคียงข้างลูกค้าในทุกช่วงของการใช้งานอย่างโปร่งใสและจริงใจอย่างแท้จริง”
#GWM #GWMThailand #ORA #GWMORAGoodCat #ORAGoodCat
-
News Car1 Min Read
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำภาพแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่มากกว่าแค่รถยนต์
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดตัวคอลเลกชันใหม่ ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงในยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์รุ่น Bentayga โดยชุดอุปกรณ์เสริมที่ออกแบบเฉพาะจะมอบความสะดวกสบายตลอดจนความปลอดภัย และประสิทธิภาพในการใช้งานให้กับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงแสนรัก
ลูกค้ารถยนต์เบนท์ลีย์เกือบหนึ่งในสามมักเดินทางกับสัตว์เลี้ยงเป็นประจำ การเปิดตัวคอลเลกชันนี้จึงเป็นทางเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับทั้งรถยนต์และผู้โดยสาร และช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกการเดินทางในชนบทหรือในเมืองจะเป็นไปอย่างราบรื่น
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงประกอบไปด้วยที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษ, แผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทก, ผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตู คุณสมบัติที่หลากหลายเหล่านี้ยังเสริมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่ขึ้น, พรมยางปูพื้นห้องโดยสาร และความอุ่นใจจากกล้องหน้ารถที่สามารถบันทึกวิดีโอในทุกสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด
พื้นที่เก็บสัมภาระที่หรูหรา
ชุดอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงมาพร้อมกับที่กั้นพื้นที่สำหรับสัตว์เลี้ยงแบบสั่งทำพิเศษและที่แยกกระเป๋าเดินทางแบบเคลื่อนที่ ซึ่งได้รับการออกแบบและผลิตมาเพื่อมอบการเดินทางที่ยืดหยุ่นพร้อมกับพื้นที่ปลอดภัยและอบอุ่นให้กับสัตว์เลี้ยง และเพื่อให้เจ้าของรู้สึกอุ่นใจ โดยสัตว์เลี้ยงสามารถเดินทางไปกับเจ้าของได้อย่างปลอดภัยและสะดวกสบาย ในขณะเดียวกันก็สามารถจัดเก็บกระเป๋าเดินทาง ถุงช้อปปิ้ง หรืออุปกรณ์กลางแจ้งอื่นๆ ได้อย่างเป็นระเบียบ
ความสบายที่มากขึ้นยังมากับแผ่นรองพื้นกันเปื้อนลวดลายพิเศษพร้อมตัวกันกระแทกที่ได้รับการออกแบบให้เข้ากับรูปทรงในช่องสัมภาระของ Bentayga ได้อย่างพอดี แผ่นรองพื้นบุด้วยนวมที่สามารถกันน้ำและถอดออกได้อย่างง่ายดายช่วยปกป้องพื้นรถจากอุ้งเท้าที่สกปรกและขนที่เปียกชื้นจากการเหยียบย่ำในโคลน และตัวกันกระแทกยังสามารถป้องกันรอยขีดข่วนเมื่อสุนัขกระโดดเข้าและออกได้
ความสะดวกสบายภายในห้องโดยสาร
ชุดอุปกรณ์เสริมภายในห้องโดยสารยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบภายในอันประณีตและงดงามของเบนท์ลีย์ไว้เป็นอย่างดี ขณะเดียวยังมอบความสะดวกสบายให้แก่ทุกชีวิตตลอดการเดินทางอย่างผ้าคลุมเบาะโดยสารด้านหลังแบบสั่งทำพิเศษ และที่เสริมเบาะโดยสารพร้อมการ์ดประตูสำหรับทุกรูปแบบการจัดวางเบาะโดยสารของ Bentayga ที่จะช่วยให้เพื่อนสี่ขาสามารถยืดตัวได้อย่างอิสระ โดยไม่ขีดข่วนเบาะโดยสาร การออกแบบอันชาญฉลาดนี้ยังช่วยให้สามารถยึดได้กับเข็มขัดนิรภัยและจุดเกี่ยวเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็กในรถยนต์ได้ มอบการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างฟังก์ชันการใช้งาน และความประณีต
นอกจากนี้ ชุดอุปกรณ์ยังมีพรมยางรองพื้นกันเปื้อนที่ทนทาน ซึ่งเป็นอีกทางเลือกที่หรูหราสำหรับป้องกันพื้นห้องโดยสารจากสิ่งสกปรกหลังการเดินลุยโคลนในชนบทหรือเหยียบทรายบริเวณชายหาดได้อย่างสบาย
ชุดคอลเลกชันอุปกรณ์เสริมยังมอบอรรถประโยชน์มากมายผ่านมุมมองของการเดินทางที่เป็นมิตรกับสัตว์เลี้ยงอย่างราวหลังคาแบบ Cross Bar ที่จะช่วยเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระเหนือตัวรถ ทำให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเบาะโดยสารด้านหลังและช่องเก็บสัมภาระท้ายรถเพื่อให้สัตว์เลี้ยงอันแสนรักได้เพลิดเพลินกับพื้นที่ได้อย่างอิสระ
อีกทั้ง ผู้ขับขี่ยังอุ่นใจยิ่งขึ้นด้วยกล้องติดรถ Bentley Drive Vision ที่มาพร้อมกล้องที่หันไปด้านหน้าและด้านหลังซึ่งจะบันทึกทุกการเดินทางด้วยความละเอียดสูง ช่วยให้เจ้าของรถยนต์เบนท์ลีย์อุ่นใจไปตลอดการเดินทาง
มากกว่าแค่การใช้งาน เเต่คือไลฟ์สไตล์ในทุกช่วงชีวิต
ชุดอุปกรณ์เสริมทุกชิ้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเบนท์ลีย์ในการสร้างสรรค์งานฝีมืออันประณีตด้วยการใช้วัสดุระดับพรีเมียม อุปกรณ์แต่ละชิ้นจึงได้รับการออกแบบด้วยการเย็บเสริมความแข็งแรงและการตัดเย็บอย่างประณีต พร้อมความพิถีพิถันในทุกรายละเอียดเช่นเดียวกับการตกแต่งภายในรถยนต์เบนท์ลีย์ที่ทุกรายละเอียดรับประกันการใช้งานได้อย่างคุ้มค่า โดยไม่ลดทอนความหรูหรา
การเปิดตัวอุปกรณ์เสริมสำหรับสัตว์เลี้ยงคอลเลกชันใหม่ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ในการนำเสนอไลฟ์สไตล์หรูที่มากกว่าแค่รถยนต์ ซึ่งรวมไปถึง Bentley Home, Bentley Residences และ Bentley Experiences ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อของแบรนด์ที่ว่าความหรูหราควรครอบคลุมทุกช่วงเวลาของชีวิตและทุกชีวิตในครอบครัว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ แถลงผลงานทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ พร้อมเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ที่ ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต บุรีรัมย์
มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ภายใต้บริษัท มิลเลนเนียม กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด (มหาชน) หรือ MGC-ASIA ผู้จำหน่ายรถยนต์ มินิ อย่างเป็นทางการในประเทศไทย จัดงานแถลงข่าวผลงานของทีมแข่ง ‘Millennium Motorsport x Magik Proshop’ ประจำปี 2568 ที่มี ‘มงคล คำสูง’ นักแข่งมืออาชีพที่มาพร้อมรถคู่ใจ ‘MINI Cooper F56 Challenge EVO’ วาดลวดลาย
สร้างผลงานน่าประทับใจในรายการ PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 รวม 7 สนาม พร้อมเปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ จำนวนจำกัด ณ โชว์รูม
พร้อมศูนย์บริการครบวงจร มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ สาขาเอกมัยสมปราชญ์ โบสุวรรณ รองกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิลเลนเนียม ออโต้ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า “รู้สึกภาคภูมิใจ ในการที่ได้ร่วมกันก่อตั้งทีมแข่ง ‘MILLENNIUM MOTORSPORT x MAGIK PROSHOP’ ส่งรถยนต์ มินิ ตัวแข่งลงสนามชิงชัยในรายการระดับประเทศ และเพื่อต่อยอดให้กับแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต วันนี้เราได้เปิดตัว มินิ รุ่นลิมิเต็ด ‘MINI Black Edition E-Challenge’ มีจำกัดเพียงไม่กี่คัน ที่สำคัญ มาพร้อมสิทธิพิเศษในการ
ร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge 2025’ ถึง ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์
ให้เจ้าของรถได้สัมผัสประสบการณ์แบบนักแข่งบนแทรคระดับสากล พร้อมคำแนะนำเทคนิคการขับ โดยนักแข่งมืออาชีพอย่าง คุณเอก มงคล คำสูง”++ MINI CHALLENGE — ต้นฉบับแห่งความเร้าใจสไตล์มินิ สู่ยุคมอเตอร์สปอร์ตไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
‘MINI Challenge’ คือรายการแข่งรถยนต์แบบ ‘วัน-เมค-เรซ’ (One-Make Race) ที่ใช้รถ
รุ่นเดียวกันทั้งหมด เปิดโอกาสให้นักขับทั้งมืออาชีพและสมัครเล่น ได้ลงสนามจริงอย่างเท่าเทียม เริ่มต้นครั้งแรกที่สหราชอาณาจักรช่วงปีพ.ศ. 2545 และได้รับความนิยมแพร่หลายไปทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ของการแข่งที่สนุก เข้มข้น และสะท้อนจิตวิญญาณของแบรนด์ MINI ได้อย่างชัดเจน — ขับสนุก คล่องตัว และเต็มไปด้วยพลังแห่งความท้าทาย (Challenge DNA)ปีนี้ ความเร้าใจของ MINI Challenge ได้ก้าวสู่ยุคใหม่อีกขั้น เมื่อ Formula E ได้ประกาศเปิดตัว ‘NXT Gen Cup’ รายการ Junior Touring Car โดยใช้รถไฟฟ้า 100% เปิดโอกาสให้นักขับอายุ 15–25 ปีลงแข่ง เพื่อเฟ้นหาดาวรุ่งดวงใหม่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตโลก โดยฤดูกาลแรก วางแผนจัดหลายสนามทั่วยุโรป เช่น อิตาลี เยอรมนีและอังกฤษ ตอกย้ำพันธกิจ ของ Formula E และ MINI ในการขับเคลื่อนมอเตอร์สปอร์ตสู่อนาคตที่ยั่งยืน พร้อมสานต่อจิตวิญญาณ
แห่ง ‘MINI Challenge’ สู่ยุคไฟฟ้าอย่างเต็มพลัง++ ‘MINI Black Edition E-Challenge’ เวอร์ชั่นพิเศษเฉพาะ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้
สัมผัส ‘MINI Black Edition E-Challenge’ ยนตรกรรมไฟฟ้าสุดชิค รุ่นพิเศษ ผลิตจำกัด
และมีจำหน่ายที่โชว์ มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ เท่านั้น รูปลักษณ์สปอร์ตเข้มดูดุดัน ด้วยตัวถังสีดำ ตัดกับล้อ JCW Rallye Spoke ขนาด 18 นิ้ว สีทอง พร้อมสติ๊กเกอร์ลายพิเศษ ‘Black Edition’
สีเดียวกัน ขณะที่อัตราเร่งก็จี๊ดจ๊าดสะใจสไตล์รถยนต์ไฟฟ้า 100% โดยมาพร้อมสิทธิพิเศษ
ที่ผู้ครอบครองจะได้รับ คือ การเข้าร่วมกิจกรรม ‘MINI Challenge’ ที่จะจัดขึ้นในอนาคตร่วมเป็นครอบครัว MINIster และพบกับกิจกรรมและข้อเสนอดีๆ แบบนี้ได้ที่ โชว์รูม มินิ มิลเลนเนียม ออโต้ ทุกสาขา
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ รองรับการผลิตยนตรกรรมพลังไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ฉลองการเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ที่ทันสมัยอย่างเป็นทางการ ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ โดยได้รับเกียรติจาก ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ (Dr. Frank-Steffen Walliser) ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ ดร. แมทเทียส เรบบ์ (Dr. Matthias Rabe) กรรมการบริหารฝ่ายวิจัยและพัฒนาเป็นประธานในพิธีเปิด สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้จะมีบทบาทสำคัญในการเตรียมความพร้อมของแบรนด์สู่การพัฒนารถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคต
ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่เป็นส่วนหนึ่งของโครงการลงทุนขนาดใหญ่สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกในการพัฒนาและวิจัยรถยนต์รุ่นใหม่ในอนาคตที่โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ ศูนย์ฯ แห่งใหม่นี้ได้มีการนำเทคโนโลยีการทำโลกเสมือนจริงมาผสานเข้ากับการบูรณาการผลิตภัณฑ์ ก่อให้เกิดการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการพัฒนาอย่างเป็นระบบ
สำหรับศูนย์ฯ แห่งใหม่ตั้งอยู่บนพื้นที่สองชั้น ครอบคลุมพื้นที่รวมกว่า 13,000 ตารางเมตร ภายในศูนย์ฯ ประกอบด้วยห้องจำลองต้นแบบรถยนต์ในอนาคต ฝ่ายพัฒนาวัสดุ และฝ่ายบูรณาการซอฟต์แวร์ โดยหัวใจสำคัญของการบูรณาการของศูนย์ฯ คือ การประยุกต์ใช้ทักษะอย่างเป็นระบบและครอบคลุมในด้านการฝึกอบรม การทดสอบ และการเตรียมการเปิดตัวระบบซอฟต์แวร์ ระบบไฟฟ้าแรงสูงแบบดิจิทัล และระบบไฟฟ้าทั้งหมด
แผนกส่วนใหญ่ได้ย้ายมาจากที่ตั้งเดิมในอาคาร A1 ซึ่งเป็นอาคารที่เก่าแก่ที่สุดในพื้นที่ และกำลังถูกแปลงโฉมเป็นสถานที่ประกอบรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่จะเริ่มต้นการผลิตในปี 2570
ดร. แฟรงค์-สเตฟเฟน วอลลิเซอร์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกล่าวถึงการพัฒนาดังกล่าวว่า “กลยุทธ์ Beyond100+ ของเราได้วางรากฐานการเปลี่ยนแปลง โดยใช้สิ่งที่เป็นที่รู้จักในปัจจุบัน และปรับวิสัยทัศน์นั้นให้สอดคล้องกับการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในอนาคต เรากำลังพัฒนารถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ที่เชื่อมต่อระบบดิจิทัล พร้อมระบบขับขี่อัตโนมัติเพื่อยกระดับและบรรลุเป้าหมายสูงสุดในการผลิตยนตรกรรมหรู”
“ศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมแห่งใหม่ถือเป็นส่วนสำคัญในการส่งมอบกลยุทธ์นี้ให้ประสบความสำเร็จ และช่วยให้แนวคิดทางวิศวกรรมกลายเป็นความจริงผ่านการพัฒนาและการบูรณาการ เพราะเรามุ่งมั่นที่จะสร้างยนตรกรรมที่หรูหราที่สุดและสมรรถนะสูงที่สุดในตลาดต่อไป”
กลยุทธ์ Beyond100+ จะช่วยปูทางให้เบนท์ลีย์สามารถพลิกโฉมเพื่อรองรับอนาคตแห่งการใช้พลังงานไฟฟ้า การเปิดศูนย์เทคนิคทางวิศวกรรมจะช่วยสนับสนุนเป้าหมายควบคู่ไปกับการขยายพื้นที่ ซึ่งรวมถึงสตูดิโอการออกแบบที่เพิ่งเปิดใหม่ และการสร้างศูนย์ทำสีและศูนย์โลจิสติกส์แบบบูรณาการแห่งใหม่ ซึ่งมีกำหนดเปิดในปีหน้า
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและสำรองเวลาทดลองขับได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ฮอนด้า เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ EV รูปแบบใหม่ ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และพร้อมเติมเต็มความรู้สึกของผู้คนในทุกวัน
บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เผยโฉม Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ เป็นครั้งแรกในโลก ในงาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดง ณ บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568)
รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ Super-ONE ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “e: Dash BOOSTER” โดยสร้างสรรค์ให้เป็นรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด ที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับการเดินทางในชีวิตประจำวัน ให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สนุกสนาน น่าตื่นเต้น มาพร้อมหลากหลายฟังก์ชันการใช้งานที่ออกแบบมาเพื่อยกระดับความสุขภายในห้องโดยสารและการขับขี่ โดยชื่อ Super-ONE สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของฮอนด้าที่จะสร้างยนตรกรรมที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและมาตรฐานแบบเดิม ๆ (“super”) พร้อมส่งมอบคุณค่าอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะจากฮอนด้า (“one and only”) ให้กับลูกค้า
นอกจากสมรรถนะด้านสิ่งแวดล้อมที่ยอดเยี่ยม และความสะดวกในการใช้งานในชีวิตประจำวัน Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ยังมุ่งเน้นการส่งมอบประสบการณ์ “ความสนุกในการขับขี่” (fun of driving) อันเป็นเอกลักษณ์ของฮอนด้า โดยยังมาพร้อมฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่ถูกออกแบบมาเพื่อกระตุ้นประสาทสัมผัสทั้ง 5 เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” (joy of driving) ให้ความรู้สึกสปอร์ตที่รถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดจะสามารถทำได้ ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นเต้นและเร้าใจให้แก่ผู้ใช้อย่างแท้จริง
Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก รถในกลุ่ม N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้ง ช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทาง
นอกจากนี้ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมผสานการทำงานกับระบบจำลองเกียร์ 7 สปีด และระบบ Active Sound Control เพื่อสร้างเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปที่มีระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม
ทั้งนี้ การขับขี่ใน Boost Mode จะช่วยกระตุ้นประสาทสัมผัสของผู้ขับขี่ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจในรูปแบบใหม่
Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ได้ผ่านการทดสอบบนพื้นผิวถนนที่หลากหลายอย่างครอบคลุม ภายใต้สภาพอากาศที่แตกต่างกัน ทั้งในประเทศญี่ปุ่น สหราชอาณาจักร และประเทศอื่น ๆ ทั่วทวีปเอเชีย
เพื่อพัฒนาสมรรถนะการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น โดยในเดือนกรกฎาคม 2568 รถยนต์ต้นแบบ Super EV Concept ซึ่งเป็นโมเดลแนวคิดต้นกำเนิดของรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ได้ถูกนำไปจัดแสดงและร่วมการขับขี่เชิงไดนามิก บนสนามแข่งไต่เขาอันโด่งดังในงาน Goodwood Festival of Speed 2025 ณ เวสต์ซัสเซกซ์ สหราชอาณาจักร ด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง Super EV Concept ได้แสดงให้โลกได้เห็นถึงมิติใหม่ของ “ความสนุกในการขับขี่” ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ไฟฟ้าฮอนด้าฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์รุ่นผลิตจริง ที่พัฒนาต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE ในประเทศญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2569 เป็นต้นไป ตามด้วยภูมิภาคอื่น ๆ ที่มีความต้องการต่อรถยนต์ไฟฟ้าขนาดกะทัดรัด เช่น สหราชอาณาจักร และประเทศต่าง ๆ ในเอเชีย*
*รถรุ่นผลิตจริง จะเปิดตัวภายใต้ชื่อที่แตกต่างกันไปตามแต่ละภูมิภาค โดยในประเทศญี่ปุ่นและภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Super-ONE’ ขณะที่บางประเทศในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย จะใช้ชื่อว่า ‘Honda Super-ONE’ และในสหราชอาณาจักรจะเปิดตัวภายใต้ชื่อ ‘Super-N’
■ ดีไซน์ภายนอก
การออกแบบภายนอก ได้รับการออกแบบมาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์และให้ทุกคนได้สัมผัสความตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่แท้จริง ด้วยซุ้มล้อแบบลิสเตอร์ที่โดดเด่นโอบล้อขนาดใหญ่ไว้อย่างลงตัว ส่งผลให้ตัวรถมีลักษณะเตี้ยและกว้าง สื่อถึงความเร้าใจในการขับขี่อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ได้มีการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์โดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ มาพร้อมช่องระบายอากาศด้านหน้าและด้านหลัง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการไหลเวียนของอากาศ และระบายความร้อนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ดีไซน์ภายนอกนับเป็นการผสมผสานระหว่างฟังก์ชันที่รองรับสมรรถนะการขับขี่ระดับสูงให้เข้ากับความงามที่มาพร้อมกับฟังก์ชันการใช้งานที่ลงตัว สะท้อนถึงประสบการณ์การขับขี่ที่รถคันนี้พร้อมมอบให้
■ ดีไซน์ภายใน
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างบรรยากาศที่กระตุ้นความรู้สึกตื่นเต้นและประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมทั้งช่วยให้ผู้ขับสามารถดื่มด่ำกับทุกช่วงเวลาของการขับขี่ได้อย่างเต็มที่
เบาะนั่งสไตล์สปอร์ตได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถยนต์รุ่นนี้ โดยจะโอบกระชับลำตัวของผู้ขับขี่อย่างมั่นคง เพื่อให้ได้ตำแหน่งและท่าทางการขับขี่ที่นิ่งและมั่นใจได้ตลอดการขับขี่ ทั้งนี้ การเลือกวัสดุพื้นผิวสีฟ้าและออกในลักษณะ Asymmetric Layout ยังช่วยเพิ่มลูกเล่นที่สนุกสนานให้ห้องโดยสารอย่างมีสไตล์ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดในแนวระนาบ ยังช่วยลดสิ่งรบกวนสายตา มอบทัศนวิสัยที่ชัดเจน ช่วยให้ผู้ขับขี่มีสมาธิมากยิ่งขึ้น
■ Boost Mode – โหมดขับขี่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ
Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ มาพร้อมกับโหมดการขับขี่ “Boost Mode” ซึ่งพัฒนาขึ้นพิเศษโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ตื่นเต้น เร้าใจยิ่งขึ้น โดย Boost Mode จะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถปลดปล่อยสมรรถนะได้อย่างเต็มที่ เพื่อให้ได้อัตราเร่งที่ทรงพลังและเฉียบคม
ระบบจะผสานการทำงานระบบเกียร์จำลองแบบ 7 สปีด ซึ่งจะถ่ายทอดความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์เสมือนรถยนต์ที่ใช้ระบบเกียร์หลายจังหวะแบบดั้งเดิม เข้ากับระบบ Active Sound Control ที่สร้างเสียงเครื่องยนต์เสมือนจริงภายในห้องโดยสารตามการเหยียบคันเร่งและเบรก มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจราวกับอยู่หลังพวงมาลัยของรถสปอร์ตที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป แต่ยังคงความโดดเด่นของรถยนต์ไฟฟ้าไว้ด้วย
นอกจากนี้ Boost Mode ยังมีการตั้งค่าพิเศษสำหรับฟีเจอร์ต่าง ๆ เช่น มาตรวัดแบบสามช่อง และการปรับเปลี่ยนโทนแสงภายในห้องโดยสาร ทั้งหมดนี้ทำให้รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE สามารถกระตุ้นความรู้สึกของผู้ขับขี่ได้ครบทุกประสาทสัมผัส ทั้งการมองเห็น การได้ยิน รวมถึงความรู้สึกด้านสัมผัสจากการเร่งความเร็วและการสั่นสะเทือน เพื่อมอบ “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มาสด้าเผยโฉมยนตรกรรมต้นแบบ Vision Models 2 รุ่น ครั้งแรกของโลกในงาน Japan Mobility Show 2025
มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมยนตรกรรมยานยนต์ต้นแบบ Vision Model 2 รุ่น ได้แก่ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) และ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) ในการแถลงข่าวรอบสื่อมวลชนในงาน Japan Mobility Show 2025*1 ซึ่งยานยนต์ต้นแบบทั้งสองรุ่นได้รับการถ่ายทอดแนวคิด “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” เพื่อมุ่งสู่อนาคตปี 2035 และสอดคล้องกับธีมของการจัดแสดงรถยนต์มาสด้าในปีนี้
คอนเซ็ปต์คาร์ MAZDA VISION X-COUPE (มาสด้า วิชั่น ครอส-คูเป้) คือยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ที่ถ่ายทอดแนวทางการออกแบบตามแนวคิด KODO-Soul of Motion ที่ได้รับการยกระดับขึ้นไปอีกขั้น โดยมาพร้อมระบบ ปลั๊ก-อิน ไฮบริด ที่ผสานกับเครื่องยนต์โรตารี่เทอร์โบแบบ 2 โรเตอร์ เข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ รถยนต์รุ่นนี้ให้พละกำลังสูงสุด 510 แรงม้า (PS) และมีระยะทางการขับขี่ที่ 160 กิโลเมตร เมื่อขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่เมื่อทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ จะทำให้รถรุ่นนี้มีระยะทางการขับขี่ได้ไกลสูงสุดถึง 800 กิโลเมตร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อผสานกับพลังงานเชื้อเพลิงที่มีความเป็นกลางทางคาร์บอนที่ได้จากสาหร่ายขนาดเล็ก (Microalgae) และ เทคโนโลยีการดักจับ CO2 ของมาสด้าในชั้นบรรยากาศ ที่เรียกว่า “Mazda Mobile Carbon Capture” จะทำให้ยิ่งขับมากขึ้น จะยิ่งเป็นการช่วยลดปริมาณ CO2 ในชั้นบรรยากาศได้อีกด้วย
และอีกหนึ่งรุ่น คือรถต้นแบบ MAZDA VISION X-COMPACT (มาสด้า วิชั่น ครอส-คอมแพ็ก) เป็นยนตรกรรมที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อยกระดับความรู้สึกเชื่อมโยงเป็นหนึ่งเดียวกันยิ่งขึ้นระหว่างคนกับรถ ด้วยการผสมผสานระหว่างโมเดลดิจิทัลที่จำลองระบบการรับรู้ของมนุษย์ กับ AI เข้าไว้ด้วยกัน เปรียบเสมือนเป็นเพื่อนที่รู้ใจ สามารถสื่อสารกับผู้ขับขี่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และยังช่วยแนะนำเส้นทางให้กับผู้ขับขี่ สิ่งเหล่านี้ แสดงถึงความมุ่งพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะแห่งโลกอนาคตของมาสด้า ที่รถยนต์และผู้ขับขี่สอดประสานเชื่อมโยงกันทางด้านอารมณ์ความรู้สึก เสมือนกับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นและจริงใจ
ยิ่งไปกว่านั้น มาสด้ายังได้นำยนตรกรรม ALL-NEW MAZDA CX-5 (รุ่นสเปกยุโรป)*2 มาจัดแสดงเป็นครั้งแรกด้วยเช่นกัน โดยมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางสะดวกสบาย ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด โคโดะ ดีไซน์ และปรัชญาการขับขี่ จินบะ-อิไต (ความเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างคนกับรถ) เอกลักษณ์ด้านสมรรถนะการขับขี่ของมาสด้าที่ได้รับการยกระดับไปอีกขั้น โดยรถยนต์รุ่นนี้แสดงออกถึงวิวัฒนาการของรถยนต์ที่ขายดีที่สุดกว่า 4.5 ล้านคัน*3 ทั่วโลก ในแต่ละภูมิภาค กว่า 100 ประเทศ รถรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาจัดแสดงนี้ได้รับการออกแบบด้วย MAZDA E/E ARCHITECTURE+ ซึ่งเป็นระบบไฟฟ้าแบบใหม่ และแพลตฟอร์มอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic architecture) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น
มร. มาซาฮิโร โมโร ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ธีม “The Joy of Driving Fuels a Sustainable Tomorrow” ไม่ได้ถ่ายทอดเพียงแค่สปริตของมาสด้าเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการมุ่งสู่อนาคต เพราะมาสด้าเชื่อว่า ความสุขในการขับขี่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่สร้างการเปลี่ยนแปลงที่ดีต่อสังคมและโลกของเรา เพื่อมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอันเป็นพันธกิจที่เรามีร่วมกัน มาสด้าจะยังคงตอบสนองต่อความปรารถนาของผู้คนที่รักในรถยนต์ และชื่นชอบในการขับขี่ให้นานที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”
มาสด้าจะยังคงส่งมอบ “ความสุขในการขับขี่” ผ่านคุณค่าหลักของเราในการให้ความสำคัญกับ “มนุษย์เป็นศูนย์กลาง” เพื่อส่งมอบ “ความสุขในการใช้ชีวิต” ด้วยประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำให้กับชีวิตประจำวันของลูกค้ามาสด้าทุกคน
- ข้อมูลเกี่ยวกับ MAZDA VISION X-COUPE และ MAZDA VISION X-COMPACT
รุ่น MAZDA VISION X-COUPE MAZDA VISION X-COMPACT ความยาว 5,050 มิลลิเมตร 3,825 มิลลิเมตร ความกว้าง 1,995 มิลลิเมตร 1,795 มิลลิเมตร ความสูง 1,480 มิลลิเมตร 1,470 มิลลิเมตร ระยะฐานล้อ 3,080 มิลลิเมตร 2,515 มิลลิเมตร *1 จัดขึ้นโดยสมาคมผู้ผลิตยานยนต์ญี่ปุ่น (Japan Automobile Manufacturers Association, Inc.)
รอบสื่อมวลชน: วันพุธที่ 29 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00 – 18:00 น. และวันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2568 เวลา 08:00-13:00 น.
รอบประชาชนทั่วไป วันศุกร์ที่ 31 ตุลาคม 2568 – วันอาทิตย์ที่ 9 พฤศจิกายน 2568
*2 ข้อมูลเกี่ยวกับ ALL-NEW MAZDA CX-5 สามารถดูได้ที่
https://newsroom.mazda.com/en/publicity/release/2025/202507/250710a.html
*3 รถยนต์มาสด้ารุ่นที่ขายดีที่สุด ระหว่างปี 2018 – 2024
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


















































































































































