-
News Car1 Min Read
บมจ.กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ฉลองครบรอบ 55 ปี แห่งพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้ง “UNSTOPPABLE 55: 55 Years of Endless Drive” พร้อมเดินหน้าสู่อนาคตของวงการยานยนต์ไทย
บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน Bangkok International Motor Show งานแสดงยานยนต์นานาชาติครั้งแรกของประเทศไทย และผู้นำด้านสื่อยานยนต์ทั้งในรูปแบบสิ่งพิมพ์และออนไลน์ นำโดย ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ประธานกรรมการบริหาร คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร คุณจาตุรนต์ โกมลมิศร์ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายกิจกรรมพิเศษ คุณอโณทัย เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการสายการผลิต และ คุณปิยนุช แจ่มศิริพรหม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารลูกค้า/ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหาร จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 55 ปี แห่งพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้ง “UNSTOPPABLE 55: 55 Years of Endless Drive” การดำเนินธุรกิจอย่างภาคภูมิ ท่ามกลางความไว้วางใจและการสนับสนุนอันยาวนานจากพันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ และสื่อมวลชน ซึ่งมีส่วนสำคัญผลักดันให้กรังด์ปรีซ์ฯ เติบโตและยืนหยัดอย่างมั่นคงจนถึงปัจจุบัน งานจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติที่เข้าร่วมงานอย่างคับคั่ง ณ รอยัล จูบิลี่ บอลรูม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 20 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
บรรยากาศภายในงานอบอุ่นและเป็นกันเอง เริ่มตั้งแต่แขกผู้ทรงเกียรติทยอยมาลงทะเบียน โดยมีคณะผู้บริหารให้การต้อนรับ ก่อนเข้าสู่ห้องจัดเลี้ยง ทุกท่านได้ชมนิทรรศการ “GRANDPRIX Unstoppable 55th” ซึ่งบอกเล่าเส้นทางความมุ่งมั่นของกรังด์ปรีซ์ฯ จากจุดเริ่มต้นในอดีตสู่การเติบโตและเปลี่ยนผ่านในแต่ละยุคสมัยจนถึงปัจจุบัน ภายในงานยังมี THE SOCIAL LOUNGE “Connect & Celebrate”, งานเลี้ยงอาหารค่ำพร้อมการแสดงสดชุด “Symphony of Motion” และการแสดงแสงสีเสียง “Drive Beyond Time” ก่อนเข้าสู่การนำเสนอ VTR ถ่ายทอดแรงบันดาลใจจาก ดร.ปราจิน เอี่ยมลำเนา ผู้ก่อตั้งบริษัทฯหลังจากนั้นเป็นพิธีมอบรางวัล “Grand Prix 55th Excellence in Automotive Manufacturing Awards” เพื่อเชิดชูผู้ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย และช่วงสำคัญของงาน “The Journey Continues – CEO Transition” การส่งต่อมรดกสู่ผู้นำรุ่นใหม่ พร้อมการบรรยายพิเศษ “CEO Talk” โดย คุณพีระพงศ์ เอี่ยมลำเนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะผู้บริหารทุกท่านร่วมกันกล่าวขอบคุณพันธมิตร คู่ค้าทางธุรกิจ และสื่อมวลชนทุกท่านที่อยู่เคียงข้างบริษัทฯ มาโดยตลอด
สำหรับงานฉลองครั้งประวัติศาสตร์นี้ นับเป็นความปลาบปลื้มและเป็นเกียรติอย่างยิ่งแก่คณะผู้บริหารและพนักงานของ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) อีกทั้งยังตอกย้ำพันธกิจขององค์กรในการร่วมพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย พร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนนวัตกรรม ต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ และมุ่งสู่ความเป็นเลิศในอนาคต ด้วยพลังที่ไม่มีวันหยุดยั้งต่อไป
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ สร้างโอกาสทางการศึกษาให้เด็กไทยทั่วประเทศ มอบทุนกว่า 6 ล้านบาท
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์มอบ “อนาคตทางการศึกษา” แก่เยาวชนที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนที่มีความมุ่งมั่นและตั้งใจเรียน ได้มีโอกาสพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา โดยได้จัดพิธีมอบทุนการศึกษา รวมทั้งสิ้น 694 ทุน มูลค่ารวม 6,090,000 บาท ยกระดับคุณภาพชีวิตของเยาวชนให้เติบโตเป็นกำลังสำคัญของสังคมในอนาคต
มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลากว่า 68 ปีที่กลุ่มอีซูซุดำเนินธุรกิจ ในประเทศไทย เราได้ยึดมั่นในวิสัยทัศน์องค์กรคือ “วิถีอีซูซุ : ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ช่วยให้สังคมพัฒนา” เป็นหลักในการดำเนินงาน เราประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้ได้ด้วยความไว้วางใจและการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากประชาชนชาวไทย ดังนั้น เราจึงได้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อสร้างประโยชน์และคุณค่าต่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ด้วยความมุ่งมั่นดังกล่าว “มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ” จึงได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2530 โดยเป็นการสมทบทุนร่วมกันของ 3 บริษัทในกลุ่มอีซูซุ ได้แก่ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท อีซูซุเอ็นยิ่น แมนูแฟคเจอริ่ง (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในหลากหลายด้าน อาทิ การสนับสนุนด้านการศึกษา การส่งเสริมด้านการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ การสนับสนุนเกี่ยวกับการป้องกันอุบัติเหตุบนท้องถนนรวมถึง การสนับสนุนทางการเงินและการบริจาคอุปกรณ์ที่จำเป็นให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสาธารณประโยชน์ ด้วยเจตนารมณ์ของการเป็น “นิติบุคคลที่ดีของสังคมไทย” ที่พร้อมจะร่วมสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่เยาวชนในสังคมไทยอย่างยั่งยืนสืบไป”
มูลนิธิกลุ่มอีซูซุ ยังคงยึดมั่นในการเดินหน้าสานต่อโครงการมอบทุนการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทั้งบุคคลและสังคม โดยในปีนี้ได้มอบทุนให้แก่นักเรียนและนักศึกษาที่มีความประพฤติดี แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งสิ้น 694 คน มูลค่ารวม 6,090,000 บาท ทุนนี้จะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายทางการศึกษา ให้เยาวชนสามารถใช้ศักยภาพด้านการศึกษาได้อย่างเต็มที่ เดินหน้าสานต่อความฝัน สู่การเติบโตเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต โดยมีมูลนิธิกลุ่มอีซูซุพร้อมร่วมสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็งและยั่งยืนไปด้วยกัน
นายเกียรติศักดิ์ เหลือบกลาง นักศึกษาสาขาวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตนครราชสีมา “ผมรู้สึกภูมิใจและซาบซึ้งใจมากที่ได้รับทุนนี้ ทุนการศึกษานี้ มีความหมายกับผมมากเพราะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัว ทำให้ผมมีเวลาโฟกัส กับการตั้งใจเรียนมากขึ้น ความฝันของผมตอนนี้คือเรียนจบสาขาที่ผมรัก สามารถนำความรู้ที่ผมเรียนมาไปต่อยอดและสร้างประโยชน์ให้แก่สังคม ขอขอบคุณมูลนิธิกลุ่มอีซูซุและผู้สนับสนุน ทุกท่านที่ได้ให้โอกาสผมได้รับทุนนี้ และสร้างแรงบันดาลใจให้ผม เพราะต่อไปผมก็อยากจะมอบโอกาสดี ๆ แบบนี้ให้กับคนอื่นเหมือนกับที่ผมได้รับจากมูลนิธิกลุ่มอีซูซุครับ”
นางสาวณัฐวดี แรกคำนวณ นักเรียนจากโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ในพระอุปถัมภ์ฯ “วันนี้รู้สึก ดีใจมาก ๆ เลยค่ะ ทุนนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้หนูเข้ามหาวิทยาลัยที่หนูใฝ่ฝันได้ หนูอยากเข้ามหาวิทยาลัยศิลปากร ซึ่งทุนนี้เป็นส่วนช่วยให้หนูปล่อยวางจากความเครียดเรื่องการเงิน สามารถโฟกัสกับการเรียนและการเข้ามหาวิทยาลัยได้อย่างเต็มที่ ขอบคุณมูลนิธิกลุ่มอีซูซุที่สร้างโครงการนี้ขึ้นมา รู้สึกขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
News Car1 Min Read
ชาร์จพลังใหม่ให้ฟุตบอลไทย! สมาคมฯ จับมือ BYD เปิดคอร์สอบรมโค้ช B License สร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพสู่วงการฟุตบอลไทย
BYD ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของทีมชาติไทย เดินหน้าสานต่อพันธกิจ “ชาร์จพลังฟุตบอลไทย” ต่อเนื่อง ล่าสุดร่วมมือกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดโครงการ “AFC ‘B’ Coaching Certificate Course by BYD” หลักสูตรพัฒนาโค้ชฟุตบอลระดับ B License โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับโค้ชจำนวน 24 คนจากทั่วประเทศ
โครงการนี้มุ่งสร้างเครือข่ายโค้ชคุณภาพ เพื่อยกระดับศักยภาพบุคลากรในลีกระดับ T2 และ T3 ให้มีความรู้และทักษะตามมาตรฐานสากล พร้อมต่อยอดสู่การพัฒนานักฟุตบอลไทยในอนาคต นอกจากสนับสนุนในด้านเทคนิคแล้ว BYD ยังตั้งเป้าเป็นส่วนหนึ่งในการผลักดันการเติบโตอย่างยั่งยืนของวงการฟุตบอลไทย ด้วยแนวคิด “Charge the Power of Thai Football” ที่เชื่อว่า “พลัง” ไม่ได้มาจากเครื่องยนต์เท่านั้น แต่ยังมาจาก
“คน” ที่มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาโอกาสสำคัญในการยกระดับมาตรฐานโค้ชไทยสู่สากล จำนวนจำกัดเพียง 24 คนเท่านั้น (ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับผู้ผ่านการคัดเลือก) โดยแบ่งการคัดเลือกจากสโมสรในไทยลีก 3 ทั่วประเทศ เป็นจำนวน 6 โซน โซนละ 4 คน
คุณสมบัติผู้สมัคร
- ผู้ฝึกสอน สัญชาติไทย (เท่านั้น)
- สำหรับผู้ฝึกสอนนักฟุตบอล หรือ อดีตนักฟุตบอล (ที่ทำทีมรุ่นอายุ 16–21 ปี)
- ผ่านการอบรมผู้ฝึกสอนระดับ C Coaching Certificate และมีประกาศนียบัตรรับรองโดย AFC
- มีประสบการณ์ฝึกสอนอย่างน้อย 1 ปี และยังคงทำหน้าที่ฝึกสอนอยู่ในปัจจุบัน
- มี Log Book ในช่วง 1 ปี หลังจบการอบรมระดับ C Coaching Certificate
- สุขภาพร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง และไม่มีโรคประจำตัวที่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าอบรม รวมไปถึงสามารถลงเป็นผู้เล่นได้ในการปฏิบัติ (ภาคสนาม)
- เข้าอบรมได้ครบถ้วนตามระยะเวลาที่กำหนดในกรอบเวลาที่ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยเป็นผู้กำหนด
- มีพฤติกรรมการมีส่วนร่วมในการอบรมที่ดี ให้เกียรติ มุ่งมั่น ใฝ่เรียนรู้
- มีความมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้ฝึกสอนฟุตบอล
- มีความสามารถในการสอนฟุตบอลในระดับรากหญ้า / เยาวชน / ทีมสมัครเล่น
- มีความสามารถในการอ่านและเขียนทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษได้
- เป็นผู้มีพฤติกรรม จริยธรรมที่ดี ไม่มีประวัติอาชญากรรม (ผ่านการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ)
Additional Documents (แจ้งส่งเป็นไฟล์ PDF เท่านั้น)
- บัตรประชาชน
- Log Book ระยะเวลาย้อนหลัง 3 เดือน (ในสถานการณ์ทำงานย้อนหลังจริงก่อนถึงวันสมัคร)
- ประวัติส่วนตัว
- หนังสือรับรองจากต้นสังกัด
- ใบ CERTIFICATE C Diploma
- ใบ CERTIFICATE ด้านอื่นๆ
- ใบรับรองแพทย์และอาการบาดเจ็บที่มีระยะเวลาไม่ต่ำกว่า 1 เดือนนับจากวันสมัครเรียน
เปิดรับสมัครตั้งแต่วันนี้ ถึง 12 ธันวาคม 2568 โดยจะประกาศรายชื่อในวันที่ 19 ธันวาคม 2568 ซึ่งจะต้องยืนยันสิทธิ์ภายในวันที่ 26 ธันวาคม 2568 สามารถกรอกใบสมัครได้ที่ https://edu.fathailand.org/login (ต้องส่งหลักฐานการอบรมผ่านช่องทางออนไลน์เท่านั้น) ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดและเงื่อนไขการสมัครได้ทางช่องทางของสมาคมฯ และ BYD Thailand
#BYDNewEnergyNewEra #BYDชาร์จพลังบอลไทย #AFCBCoachingCertificate CoursebyBYD #BYDชาร์จพลังโค้ชไทย #Thaileague #Thaileague3 #บอลไทย #ฟุตบอลไทย #NewEnergyNewEra
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
OMODA & JAECOO ประกาศความสำเร็จยอดส่งมอบ JAECOO 5 EV ตอกย้ำ Best Price Guarantee ราคานี้ดีที่สุด พร้อมระเบิดความยิ่งใหญ่ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42
OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ของ JAECOO 5 EV ด้วยยอดส่งมอบที่ทำสถิติสูงถึง 5,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในวันที่ 19 สิงหาคม จนถึง 18 พฤศจิกายน 2568 พร้อมยืนยันการส่งมอบรถเพิ่มเติมอีก 3,000 คันภายในสิ้นปี 2568 เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทาง OMODA & JAECOO การันตี JAECOO 5 EV ราคานี้ดีที่สุด (Best Price Guarantee) โดยเดินหน้าส่งมอบรถให้ทันก่อนสิ้นปี 2568 โดย
- JAECOO 5 EV LONG RANGE DYNAMIC มาพร้อมราคาพิเศษที่ 549,000 บาท* จากราคาปกติ 629,000 บาท
- JAECOO 5 EV LONG RANGE MAX ราคาพิเศษ 599,000 บาท* จากราคาปกติ 679,000 บาท
นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ทั้ง Home Charger ฟรี ดอกเบี้ยพิเศษ 1.98% ประกันภัยชั้น 1 ระยะเวลา 1 ปี และการรับประกันระยะยาว สิทธิพิเศษนี้สำหรับลูกค้าที่จองระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 และรับรถภายใน 31 ธันวาคม 2568 พิเศษสำหรับลูกค้า Early Bird ที่จองในเดือนสิงหาคม รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.78%** และสามารถรับรถได้ถึง 31 ธันวาคม 2568
พบกับ OMODA & JAECOO ได้ที่บูธ A11 อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 สามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.omodajaecoo.co.th/th ติดตามข่าวสารผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเป็นทางการของ OMODA & JAECOO ประเทศไทย หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์บริการลูกค้า โทร. 02-020-8888
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
โค้งสุดท้าย GEELY EX5 รุ่น MAX ราคาสุดพิเศษ โปรเดียวกับ Motor Expo พร้อมฉลอง GEELY EX5 รุ่น PRO ขายหมดแล้ว
บริษัท ธนบุรีนอยสเติร์น จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่าย GEELY อย่างเป็นทางการในไทย ฉลองความสำเร็จของ GEELY EX5 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม โดยจำหน่าย GEELY EX5 รุ่น PRO ออกจนหมดสต็อกแล้ว สะท้อนความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อแบรนด์ GEELY ทั้งในด้านคุณภาพผลิตภัณฑ์และบริการหลังการขาย ส่วน GEELY EX5 รุ่น MAX ยังมาพร้อมโปรโมชันแรงส่งท้ายปี ที่มอบส่วนลดสูงสุด 100,000 บาท หรือช่วยผ่อน 50,000 บาท ข้อเสนอเดียวกับงาน Motor Expo 2025 ที่โชว์รูม GEELY ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ – 10 ธันวาคม 2568 โปรนี้เหลือจำนวนจำกัด
GEELY EX5 รถอเนกประสงค์อัจฉริยะพลังงานไฟฟ้า ได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากลูกค้ามากขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 41 หรือ Thailand International Motor Expo 2024 ในปีที่ผ่านมา การันตีด้วยยอดขายทั่วโลกกว่า 210,000 คัน และล่าสุด ประเทศไทยสามารถจำหน่าย GEELY EX5 รุ่น PRO หมดสต็อกแล้ว ด้วยความโดดเด่นด้านการจัดการพื้นที่และความแข็งแกร่งของโครงสร้าง ที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม Global Intelligent Electric Architecture (GEA) ผสานกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าขั้นสูง เสริมด้วยนวัตกรรม Cell-to-Body (CTB) Integration มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะ 11-in-1 Intelligent Electric Drive ควบคู่นวัตกรรม Short Blade Battery แบตเตอรี่ LFP รุ่นใหม่ ที่มีขนาดเล็กแต่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงประสิทธิภาพ พร้อมการประหยัดพลังงาน ทั้งยังมีดีไซน์ทันสมัยที่คว้ารางวัลจาก Red Dot Design Award และการันตีความปลอดภัยด้วยคะแนนระดับ 5 ดาว จาก Euro NCAP และ ANCAP สะท้อนเอกลักษณ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพระดับโลก
สำหรับ GEELY EX5 รุ่น MAX ยกระดับมาตรฐานการขับขี่อัจฉริยะสู่ความปลอดภัยแบบเต็มพิกัด ด้วยระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ และระบบความปลอดภัยแบบ L2-ADAS (Level 2 Advanced Driver Assistance System) และยังมาพร้อมระบบอำนวยความสะดวก และความบันเทิงครบครัน ด้วยระบบปฏิบัติการ Flyme Auto ที่รองรับการเชื่อมต่อด้วยคำสั่งเสียงและความบันเทิงล้ำสมัย อีกหนึ่งตัวเลือกที่เพิ่มความคุ้มค่า มาพร้อมราคาพิเศษ 849,000 บาท จากราคาปกติ 899,000 บาท หรือ เลือกรับข้อเสนอช่วยผ่อน 5,000 บาท นาน 10 เดือน เมื่อซื้อราคาปกติ พร้อมรับสิทธิพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น
- ฟรี รับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร
- ฟรี รับประกันคุณภาพตัวรถ 6 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร
- ฟรี บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี
- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 และ พ.ร.บ. นาน 1 ปี
- ฟรี Portable Charger
- ฟรี Home Charger พร้อมบริการติดตั้งสายไฟยาว 10 เมตร
- ฟรี ค่าจดทะเบียน พรม กรอบป้าย
GEELY EX5 รุ่น MAX มีให้เลือก 5 เฉดสี ได้แก่ สีขาว Snowy White / สีเงิน Moonlight Silver / สีเทา Frost Grey / สีเขียว Turquoise Green และ สีดำ Carbon Black ที่มาพร้อมภายในสีน้ำเงิน Dark Blue พิเศษเฉพาะสีเขียว Turquoise Green มาพร้อมตัวเลือกภายในสีขาว Ivory White เหลือจำนวนจำกัดเท่านั้น
นอกจากที่โชว์รูม GEELY แล้ว ลูกค้ายังจะได้พบกับ GEELY EX5 ราคาสุดพิเศษนี้ภายในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 Motor Expo 2025 พร้อมสัมผัสกับ GEELY EX2 รุ่นพวงมาลัยขวาครั้งแรกของโลก ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ในเมือง ล้ำหน้าด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และฟังก์ชันการใช้งาน ผสานดีไซน์ทันสมัย รวมถึงการจัดแสดง GEELY STARRAY EM-i รถยนต์อเนกประสงค์ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบปลั๊กอินไฮบริดที่ล้ำสมัยที่สุดในเวลานี้
ผู้ที่สนใจสามารถร่วมสัมผัสยนตกรรมคุณภาพระดับโลกของ GEELY ได้ที่บูธ GEELY หมายเลข A15 อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 – 10 ธันวาคม 2568 หรือสอบถามรายละเอียดโปรโมชัน และข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ โทร. 02-081-9999 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือ ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเว็บไซต์ www.thonburineustern.com และ เฟสบุ๊ก Geely Thonburi Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
มาสด้ามอบโชคใหญ่ New Mazda2 Essential ให้ลูกค้าผู้โชคดี แคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ
บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ พร้อมด้วย นายภพนิพิฐ จิรวัฒนานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดและนวัตกรรมดิจิทัล และ นายพิเชษฐ์ ปุณณารักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขาย มอบรางวัลใหญ่รถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น 1.3 Prime มูลค่า 541,000 บาท ให้กับ คุณศุภนัฏชัย พรหมชัย ลูกค้าผู้โชคดีจากแคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ ซึ่งแคมเปญดังกล่าวจัดขึ้นเป็นพิเศษให้กับลูกค้า Mazda Family ที่ออกรถยนต์มาสด้าคันใหม่ระหว่างวันที่ 1 ส.ค. 68 – 30 ก.ย. 68 ที่ผ่านมา เพื่อแทนคำขอบคุณที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นจากมาสด้าเพื่อส่งมอบประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าในทุกมิติ ทั้งนี้ พิธีมอบรางวัลใหญ่รถยนต์มาสด้าในครั้งนี้ จัดขึ้น ณ โชว์รูมมาสด้า พระราม 7 เมื่อวันเสาร์ที่ 15 พ.ย. 58 ผ่านมา
สำหรับแคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ เป็นแคมเปญที่มาสด้าจัดขึ้นเพื่อลูกค้าที่ซื้อรถยนต์มาสด้าคันใหม่ในระหว่างเดือนสิงหาคมและกันยายน 2568 ได้มีโอกาสลุ้นรับโชคถึง 2 ต่อ รวมมูลค่ากว่า 1.8 ล้านบาท ทั้งรางวัลประจำเดือน 260 รางวัล ประกอบด้วย Apple iPhone 16e 128GB มูลค่า 20,000 บาท* จำนวน 20 รางวัล, Apple iPad A16 11-inch Wi-Fi 128GB มูลค่า 11,100 บาท* จำนวน 40 รางวัล, เครื่องฟอกอากาศในรถยนต์ SHARP รุ่น IG-NX2B มูลค่า 2,247 บาท* จำนวน 200 รางวัล และรางวัลใหญ่ รถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น 1.3 Prime มูลค่า 541,000 บาท อีก 1 รางวัล ทั้งนี้ มาสด้าได้ประกาศรายชื่อผู้โชคดีและมอบรางวัลให้กับลูกค้าทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
สำหรับผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลใหญ่จากมาสด้าครั้งนี้ ได้แก่ คุณศุภนัฏชัย พรหมชัย ซึ่งเป็นลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น Ultra และได้รับรางวัลใหญ่รถยนต์ New Mazda2 Essential รุ่น Prime สีแดง โซล เรด คริสตัล มูลค่า 541,000 บาท ซึ่งมาสด้าขอแสดงความยินดีกับผู้โชคดีมา ณ โอกาสนี้
มาสด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านเป็นอย่างสูงที่ให้ความไว้วางใจ เชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์มาสด้า และให้มาสด้าได้ดูแล ด้วยการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า ขอให้ลูกค้าทุกท่านติดตามกิจกรรมข่าวสารและแคมเปญพิเศษดี ๆ เช่นนี้ ที่มาสด้าจะมอบให้กับลูกค้า Mazda Family ต่อไปในอนาคต เพื่อสะท้อนปรัชญาของแบรนด์ Joy Drives Live ความสุขขับเคลื่อนชีวิต ที่มาสด้ามุ่งมั่นเพื่อยกระดับประสบการณ์ของลูกค้าในทุกมิติอย่างต่อเนื่อง
สามารถตรวจสอบรายชื่อผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลทั้งหมด ภายใต้แคมเปญ MAZDA MID-YEAR SURPRISE ข้อเสนอมาสด้าแห่งปี ซื้อรถลุ้นรถ ได้ทางเว็บไซต์มาสด้า
https://www.mazda.co.th/th/events-activities/detail/mazda-midyear-surprise-activity-2025
*ราคารวม VAT 7%
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
แชมป์ Honda City Hatchback One Make Race 2025 “กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร” คว้าประสบการณ์ระดับโลก ในรายการ Super Taikyu ณ สนาม Fuji Speed Way
ศึก “ฮอนด้า วันเมคเรซ 2025” โดย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน ) ตอกย้ำความมุ่งมั่น ด้วยการส่งแชมป์ประจำปี 2025 อย่าง “กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร” ไปสัมผัสประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตระดับโลก ในศึก “Eneos Super Endurance Series 2025 Empowered by BRIDGESTONE” หรือคุ้นหูกันในชื่อ Super Taikyu เป็นการเดินทางไปแข่งเรซที่ 7 ณ สนาม Fuji Speed Way ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายนที่ผ่านมา
นี่คือจุดหมายสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า Honda One Make Race ไม่ได้มองแค่ “ชัยชนะ” ในประเทศ แต่เป็นเวทีเพื่อสนับสนุนและผลักดันให้นักแข่งไทยได้เก็บเกี่ยว “ประสบการณ์แข่งจริง” ในสนามระดับสากล เพื่อนำพาทักษะของพวกเขาข้ามผ่านขีดจำกัดไปอีกขั้น โดย กอล์ฟ-ประพจน์ ชื่นวิจิตร แชมป์ Honda City Hatchback One Make Race 2025 ได้เดินทางไปร่วมทีม M&K Racing ลงสนามด้วยการใช้รถแข่ง Civic FL5 TCR หมายเลข 96 ในรุ่น ST-TCR นี่คือการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ จากรถแข่ง One Make Race สู่รถแข่ง TCR ระดับโลก ที่ต้องการการปรับตัวและทักษะที่สูงขึ้นมาก
การเตรียมความพร้อมการเดินทางไปถึงญี่ปุ่น เริ่มต้นด้วยกระบวนการที่เข้มข้น นักแข่งต้องเข้ารับการอบรมอย่างละเอียด ทั้งจากสนาม Fuji Speedway และผู้จัดรายการ Super Taikyu เพื่อทำความเข้าใจกฎข้อบังคับและกติกาการแข่งขันระดับสากล แม้จะมีเวลาจำกัดในการปรับตัวเข้ากับรถแข่ง Endurance และรูปแบบการแข่งขัน 4 ชั่วโมง เขาเริ่มต้นทำความคุ้นเคยกับสนามด้วยรถแข่ง Honda N1 ก่อนจะก้าวขึ้นสู่รถแข่ง Civic TCR เป็นครั้งแรก โดยปรับตัวและเรียนรู้ และทำความคุ้นเคยกับรถแข่งได้อย่างรวดเร็ว
พิสูจน์ความสามารถและผลลัพธ์อันน่าประทับใจ ในช่วงของการควอลิฟาย แบ่งกลุ่มนักแข่งเป็น 4 กลุ่ม โดย “กอล์ฟ” อยู่ในกลุ่ม D ซึ่งเป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะได้ลงไปควอลิฟาย เขาได้สร้างความประทับใจให้กับทีมและผู้เข้าร่วมแข่งขัน โดยสามารถทำเวลาเป็นอันดับ 2 ของรุ่น ในกลุ่ม D ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความสามารถของนักแข่งไทยบนเวทีระดับโลก
ในวันแข่งขันจริง ซึ่งเป็นการแข่งขัน 4 ชั่วโมง ท่ามกลางรถแข่งกว่า 60 คัน จาก 9 รุ่น แผนที่วางไว้ คือ กอล์ฟได้รับมอบหมายให้ลงขับเป็นคนที่ 3 จากนักแข่งทั้งหมด 4 คน โดยใช้เวลาขับทั้งหมด 50 นาที และด้วยการทำงานเป็นทีมอย่างมีมาตรฐาน ทำให้รถแข่ง Civic TCR หมายเลข 96 สามารถเข้าเส้นชัยในอันดับ 6 Overall ของการแข่งขันนี้ได้สำเร็จ นับเป็นประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่กว่าชัยชนะ ถึงแม้จะไม่ได้ก้าวขึ้นไปยืนบนโพเดียม แต่การได้ร่วมทีมแข่งระดับมาตรฐาน ได้ขับรถแข่งระดับโลก และได้พิสูจน์ตัวเองในสนามระดับสากลอย่าง Super Taikyu คือ “ประสบการณ์” ที่หาได้ยากและมีมูลค่ามหาศาล การเข้าร่วมการแข่งขันนี้ คือหลักฐานสำคัญที่ยืนยันเจตนารมณ์ของ Honda One Make Race ที่จะมอบโอกาสเช่นนี้ให้กับแชมป์ของเราอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้พวกเขาได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของตัวเอง และนำพาประสบการณ์อันล้ำค่านี้กลับมาพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตของประเทศไทยให้ก้าวไกลสู่ระดับสากลต่อไปในอนาคต
สำหรับ ศึก ฮอนด้า วันเมคเรซ เตรียมเดินหน้าจัดการแข่งขันต่อในฤดูกาล 2026 โดย กรังด์ปรีซ์ มอเตอร์สปอร์ต บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้จัดการแข่งขันประกาศอย่างชัดเจนว่าจะมีความเปลี่ยนแปลงในส่วนของ “รุ่นการแข่งขัน” เพื่อยกระดับความมันส์ให้สูงขึ้น แฟนๆรอติดตามอัพเดทข้อมูลก่อนใครได้ที่เพจ Honda One Make Race, GP Motorsport และ XO Autosport
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
กลุ่มทำงานต่างประเทศภายใต้ “Tateshina Meeting” เปิดตัวแคมเปญ“KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” โดยมูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี (Toyota Mobility Foundation) และฮอนด้า (Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration) เพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความปลอดภัยบนท้องถนนในประเทศไทย — ส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัยตามแนวคิดความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี” —
มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation – TMF) และ บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (Honda Motor Co., Ltd. – Honda) ร่วมกับกรุงเทพมหานคร (Bangkok Metropolitan Administration – BMA) ได้ประกาศเปิดตัวแคมเปญ “KUB-DEE-DAI-DEE (ขับดีได้ดี)” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสององค์กรในการร่วมกันแก้ไขปัญหาและส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนในประเทศ
ทั้งนี้ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกันภายใต้คณะอนุกรรมการด้านต่างประเทศของกรอบความร่วมมือระหว่างอุตสาหกรรม “Tateshina Meeting” เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย “การสูญเสียจากอุบัติเหตุทางถนนเป็นศูนย์” ทั้งสององค์กรได้แบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์จากโครงการด้านความปลอดภัยทางถนนที่ดำเนินการในประเทศญี่ปุ่น เพื่อนำมาประยุกต์และขยายผลสู่ระดับสากล เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการจราจรที่ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ภายใต้ความร่วมมือนี้ ทั้งสององค์กรเตรียมดำเนินแคมเปญในประเทศไทย ภายใต้แนวคิดที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมความเชื่อของไทย “ทำดีได้ดี (TAM-DEE-DAI-DEE / Good Deeds Bring Good Returns)” เพื่อส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีและลดอุบัติเหตุทั้งจากรถยนต์และรถจักรยานยนต์ พร้อมทั้งมีการติดตามและประเมินผลลัพธ์ของแคมเปญ เพื่อพัฒนาแนวทางด้านความปลอดภัยทางถนนให้ดียิ่งขึ้นต่อไป
🔗 เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแคมเปญ: https://kubdeedaidee.com
- ความเป็นมาของโครงการ
ตลอดช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยมีการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่องและโดดเด่น อย่างไรก็ตาม หนึ่งในผลลัพธ์ที่ตามมาของการพัฒนาอย่างรวดเร็วนี้ คือ อัตราการเกิดอุบัติเหตุทางถนนที่อยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ซึ่งพบได้บ่อยในกลุ่มคนรุ่นใหม่
แม้ว่าที่ผ่านมาได้มีการดำเนินกิจกรรมรณรงค์และโครงการให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนนอย่างต่อเนื่อง แต่สถานการณ์ยังคงสะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นในการ พัฒนามาตรการและแนวทางใหม่ๆ เพื่อสร้างวัฒนธรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน
ภายใต้แคมเปญนี้ TMF และ Honda ซึ่งเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์ (รถยนต์และรถจักรยานยนต์) จะร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อสร้างการรับรู้และรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนน ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ (Social Networking Services – SNS) เพื่อเข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ในวงกว้าง
โดยได้รับการสนับสนุนจาก กรุงเทพมหานคร (BMA) ผ่านการดำเนินกิจกรรมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับแคมเปญ รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทางสื่อของกรุงเทพมหานคร โครงการนี้ยังมีแผนที่จะพัฒนากิจกรรมที่เชื่อมโยงกับชุมชนท้องถิ่น เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างวัฒนธรรมการขับขี่อย่างปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
- แนวทางและวัตถุประสงค์ของโครงการ
แคมเปญนี้จัดทำขึ้นเพื่อเชื่อมโยง “ทำดีได้ดี” ซึ่งเป็นสุภาษิตไทยที่สืบทอดกันมายาวนานในวิถีชีวิตของคนไทย เข้ากับพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนน โดยมีแนวคิดในการ “ตีความใหม่” ว่าความรู้เรื่องความปลอดภัยทางถนนไม่ใช่เพียง “หน้าที่” ที่ต้องปฏิบัติเท่านั้น แต่เป็น “การกระทำที่ดี” ซึ่งส่งผลดีต่อทั้งตนเองและผู้อื่น พร้อมสร้างแรงจูงใจให้เกิดพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยในชีวิตประจำวัน
TMF และ Honda มุ่งหวังที่จะสร้างสังคมการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์ต่างมีความเอื้อเฟื้อและใส่ใจต่อกัน ภายใต้แนวคิด “ขับดี (KUB-DEE)” แคมเปญได้หยิบยกพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น การสังเกตและระมัดระวังรถจักรยานยนต์ในขณะขับขี่ การตรวจสอบจุดอับสายตา และการเว้นระยะห่างที่ปลอดภัย — มานำเสนอเป็นตัวอย่างของ “พฤติกรรมการขับขี่ที่ดี”
แนวทางเหล่านี้ถูกออกแบบบนพื้นฐานข้อมูลเชิงลึกจากรูปแบบอุบัติเหตุและพฤติกรรมการขับขี่ที่พบบ่อยในประเทศไทย เพื่อเน้นย้ำให้ผู้ขับขี่ตระหนักและจดจำว่าพฤติกรรมเหล่านี้คือ “การทำดี” ที่สร้างความปลอดภัยทั้งต่อตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน
- แผนดำเนินการของโครงการ
ในการสร้างสรรค์ภาพหลักของแคมเปญบนเว็บไซต์ TMF และ Honda ได้ร่วมมือกับศิลปินไทยรุ่นใหม่ นายสราวุธ พานนู เพื่อนำเสนอผลงานที่ผสานเอกลักษณ์ของศิลปะไทยแบบดั้งเดิมเข้ากับสไตล์ร่วมสมัยอันเป็นเอกลักษณ์ของศิลปิน ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสื่อสารแนวคิด “ทำดีได้ดี” ในมิติใหม่ ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่มากขึ้น และสะท้อนแนวคิดของแคมเปญในรูปแบบที่ทั้งทันสมัยและคงไว้ซึ่งรากฐานของวัฒนธรรมไทย
นอกจากนี้ ภายในเว็บไซต์แคมเปญยังได้เพิ่มฟีเจอร์เชิงอินเทอร์แอ็กทีฟ “KUB-DEE-DAI-DEE Generator” เพื่อส่งเสริมให้ผู้ใช้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมด้านความปลอดภัยบนท้องถนนอย่างเป็นรูปธรรม
ผู้ใช้งานสามารถเลือกพฤติกรรมการขับขี่ที่ต้องการตระหนักรู้มากขึ้น จากหมวด “KUB-DEE (ขับดี)” ที่แนะนำไว้ในเว็บไซต์ และสามารถสร้างวอลล์เปเปอร์หรือวิดีโอสั้นในสไตล์ของตนเอง เพื่อแชร์ต่อบนโซเชียลมีเดียได้โดยตรง
กลไกนี้ไม่เพียงช่วยให้ผู้ใช้ได้รับความรู้ด้านความปลอดภัยเท่านั้น แต่ยังเปิดโอกาสให้ทุกคนได้ “ประกาศเจตนารมณ์แห่งการขับดี” ต่อสังคมรอบข้าง เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง
- ทิศทางต่อไปของโครงการ (Future Developments)
ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2025 เป็นต้นไป แคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” จะเริ่มเผยแพร่ทั้งในรูปแบบ ออนไลน์และออฟไลน์ ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดเชียงใหม่ โดยจะสื่อสารผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น โซเชียลมีเดีย สื่อโฆษณากลางแจ้ง เว็บไซต์แคมเปญพิเศษ รวมถึง สื่อในเครือของกรุงเทพมหานคร (BMA) เพื่อให้เข้าถึงประชาชนในวงกว้าง และส่งต่อแนวคิด “ขับดีได้ดี” เพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการขับขี่ที่ดีในสังคมไทย
จากข้อมูลเชิงลึกที่ได้จากการดำเนินแคมเปญ “ทำดีได้ดี ขับดีได้ดี” ในระยะแรก ทำให้มีแผนที่จะขยายผลต่อเนื่องในปี 2026 โดยร่วมมือกับ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (TMT) และ มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เพื่อส่งต่อแนวคิดและสารรณรงค์ด้านความปลอดภัยทางถนนไปสู่ประชาชนในวงกว้างยิ่งขึ้น
พร้อมกันนี้ ได้รับเกียรติจากผู้แทนของแต่ละองค์กรร่วมแสดงความคิดเห็น ดังนี้
นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (Chadchart Sittipunt), ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
“กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนนมาโดยตลอด
การเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ โดย TMF และ Honda ถือเป็นก้าวสำคัญในการปลูกฝังวัฒนธรรมการขับขี่อย่างมีน้ำใจและปลอดภัย ซึ่งเป็นการร่วมมือระหว่างผู้ผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์อย่างแท้จริง
กรุงเทพมหานครพร้อมสนับสนุนโครงการนี้อย่างเต็มที่ และจะเดินหน้าพัฒนาระบบถนนให้ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อทุกคนต่อไป”
มร. ซูซูมุ มัตสึดะ (Susumu Matsuda), รองประธานกรรมการ มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี้ (Toyota Mobility Foundation)
“ในที่ประชุม Tateshina Meeting เราให้ความสำคัญกับแนวคิดที่ว่า ‘ความปลอดภัยทางถนนเป็นสิ่งที่ทุกคนร่วมกันสร้างได้’ เราเชื่อว่าการที่แต่ละคนได้คิดว่า ‘ฉันสามารถทำอะไรได้บ้าง’ และลงมือปฏิบัติจริง คือจุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง
หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแนวคิด ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ จะได้รับการยอมรับอย่างอบอุ่นจากประชาชนชาวไทย และช่วยส่งต่อจิตสำนึกแห่งความเอื้อเฟื้อและความปลอดภัยให้แผ่ขยายระหว่างผู้ใช้รถยนต์และรถจักรยานยนต์”
มร. ฮิเดอากิ ทาคาอิชิ (Hideaki Takaishi), ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายส่งเสริมการขับขี่ปลอดภัย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด
“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมมือกับ TMF ในการเปิดตัวแคมเปญ ‘ขับดีได้ดี (KUB-DEE-DAI-DEE)’ เพื่อร่วมแก้ไขปัญหาความปลอดภัยทางถนนที่เป็นความท้าทายสำคัญของประเทศไทย
การส่งเสริมให้เกิดการขับขี่อย่างมีน้ำใจ ทั้งในมุมมองของผู้ใช้รถยนต์และผู้ใช้รถจักรยานยนต์ จะช่วยมอบทั้ง ‘ความปลอดภัยและความสุข’ ให้กับทุกคน และร่วมกันก้าวไปสู่สังคมที่ปลอดอุบัติเหตุอย่างแท้จริง”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
ZEEKR มอบเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย
จากสถานการณ์น้ำท่วมที่ส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในประเทศไทยในขณะนี้ บริษัท ซีเคอาร์ อินเทลลิเจนท์ เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด นำโดยนายอเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้เดินทางเข้ามอบเงินบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจำนวน 100,000 บาท ผ่านมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย โดยมีคุณสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการและรองเลขาธิการมูลนิธิฯ เป็นผู้รับมอบ
ZEEKR แบรนด์รถไฟฟ้าระดับพรีเมียม-ลักชูรี ขอส่งกำลังใจให้ทุกพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้อย่างปลอดภัย รวมถึงอาสาสมัครจากทุกหน่วยงานที่ร่วมภารกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัย และรู้สึกขอบคุณลูกค้าชาวไทยที่ให้การสนับสนุนด้วยดีเสมอมา ซึ่งพร้อมมุ่งมั่นเดินหน้าเคียงข้างคนไทยสานต่อกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
NEX POINT เปิดประสบการณ์ทดสอบ “รถหัวลากไฟฟ้า” และ “รถโดยสารไฟฟ้า”
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX POINT ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้า จัดกิจกรรมสุดพิเศษ “NEX EV Driving Experience” ทดสอบการขับขี่ยานยนต์เชิงพาณิชย์พลังงานไฟฟ้า นับเป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่ได้จัดให้มีการทดสอบรถหัวลากไฟฟ้า และรถโดยสารไฟฟ้า ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยาก กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นของ NEXPOINT ในการเป็นผู้นำตลาดด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย ด้วยยอดจดทะเบียนรถบรรทุกไฟฟ้าและรถโดยสารไฟฟ้ามากกว่า 2,800 คัน ทั่วประเทศ และสนับสนุนนโยบายการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (Net Zero Emission) รวมถึงนโยบายการลดหย่อนภาษี จากสิทธิประโยชน์ หักค่าเสื่อมสูงสุด 2 เท่า เป็นเวลา 5 ปี สำหรับผู้ซื้อรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่ประกอบภายในประเทศ อีกทั้งยังส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคการขนส่งของประเทศไทย โดยเฉพาะกลุ่มโลจิสติกส์และขนส่งมวลชน
โดยรถที่ใช้ในการทดสอบนั้น มีด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่น
- NEX EV Tractor 423 kWh
เป็นรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า 100% ออกแบบมาเพื่องานขนส่งขนาดใหญ่และหนักโดยเฉพาะ ความจุแบตเตอรี่ 423 kWh 550 แรงม้า กำลังมอเตอร์ไฟฟ้า 410 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด มีหัวชาร์จแบบ DC สามารถชาร์จได้พร้อมกัน 2 หัว ระยะทางวิ่งประมาณ 300 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ)
- NEX EV City Bus 8 m
รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ขนาด 8 เมตร จำนวน 22 ที่นั่ง และ มอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนสูงสุด 165 kW แรงบิดสูงสุด 2,000 นิวตันเมตร โดยระยะทางวิ่งประมาณ 120-140 กิโลเมตร (ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมการขับขี่ของผู้ขับรถ) พวงมาลัยพาวเวอร์แบบไฮดรอลิค มือจับสำหรับผู้โดยสารยืน 16 จุด ทั้งนี้ยังไม่รวมเสาสำหรับจับยึดในตัวรถ อุปกรณ์ความปลอดภัยครบครัน อาทิ อุปกรณ์ดับเพลิง ค้อนทุบกระจก ทางออกหนีไฟฉุกเฉิน
โดยจุดเด่นของรถทั้ง 2 รุ่นนี้คือ รถไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์ที่สร้างโดยฝีมือคนไทยโดยโรงงานที่ได้รับมาตรฐานระดับสากล โดยขีดความสามารถของ Nex Point สามารถประกอบสร้างรถโดยใช้เวลาเพียง 3 เดือนเท่านั้นถือได้ว่าเป็นโรงงานที่ได้มาตรฐาน
ในการทดสอบครั้งนี้ ได้รับการสนับสนุนด้านสถานที่ทดสอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จากโรงเรียนสอนขับรถ 3K Solution Management ซึ่งเป็นโรงเรียนสอนขับรถโดยสารไฟฟ้าแห่งแรกของประเทศไทย และเตรียมสอนขับรถหัวลากในอนาคต เหตุผลสำคัญสำหรับสถานที่ในการทดสอบจำเป็นต้องเป็นสถานที่แบบปิดเพราะการที่จะทดสอบรถหัวลากหรือรถบัสนั้นจำเป็นต้องมีใบขับขี่เฉพาะที่เรียกว่า ใบขับขี่ ท.1-4 ซึ่งจะแยกประเภทของรถที่ใช้ในการขับขี่ ดังนั้นถ้ายังไม่มีก็ไม่สามารถขับบนถนนสาธารณะได้
โดยโรงเรียนสอนขับรถ 3K Solution Management เป็นโรงเรียนที่ได้มาตราฐานการรับรองจากกรมขนส่งทางบก จึงทำให้มีสถานที่ที่เหมาะสมในการขับขี่รถบรรทุกได้หลากหลายรูปแบบ ในการทดสอบแบ่งออกเป็นสองสถานี แยกระหว่าง EV Tractor 423 kWh และ EV City Bus 8 m
EV Tractor 423 kWh รถหัวลากไฟฟ้า วิ่งทดสอบในส่วนหัวลาก เพื่อให้ง่ายต่อการทดสอบและได้เห็นถึงประสิทธิภาพเบื้องต้นจุดเด่นสำหรับรถไฟฟ้าคือกำลังแรงบิดที่มีมากทำให้การออกตัวนั้นไม่ต้องรอรอบเรียกได้ว่าการขับขี่นั้นเป็นไปอย่างง่ายดาย แม้ว่ารถที่ไม่มีประสบการณ์ในการขับขี่ก็สามารถขับขี่ได้อย่างสบาย ๆ จุดหลักสำคัญหรับการขับขี่รถหัวลากนั้นคือวงเลี้ยว ที่ต้องกะระยะในการเลี้ยว ในส่วนประสิทธิภาพของตัวรถนั้นถ้าเทียบกับรถที่มีเครื่องยนต์จะรู้สึกได้เลยว่ารถไฟฟ้าขับขี่ได้ง่ายกว่า
EV City Bus 8 m รถโดยสารพลังงานไฟฟ้า ที่หลายคนเคยเห็นตามท้องถนนกันมาบ้างแล้ว ในการทดสอบกับสถานที่ ที่จำลองสภาพพื้นที่แบบในเมือง ทำให้เห็นว่าจุดเด่นคืออัตราเร่งที่ตอบสนองได้รวดเร็วทันใจในการเร่งออกตัวทุกครั้ง วงเลี้ยวแคบทำให้มีความคล่องตัว ในสภาพพื้นที่ต่างจากในเมือง ด้วยแรงบิดที่มีมหาศาลทำให้การขึ้นเนิน หยุดเบรก และออกตัวทำได้แบบสบาย ๆ
ในการทดสอบแสดงให้เห็นว่า ประสิทธิภาพของรถไฟฟ้าทั้ง 2 รุ่นนี้ ให้การขับขี่ที่ดีเยี่ยม ขับขี่ง่าย และการที่ผลิตด้วยคนไทยทำให้ในเรื่องการบำรุงรักษานั้นง่ายดาย มั่นใจในเรื่องของการดูแลรักษาและบริการหลังการขายได้ จุดเด่นที่สำคัญ คือช่วยลดต้นทุนในการขนส่งได้อย่างแน่นอน แม้ว่าระยะในการวิ่งอาจจะดูน้อยแต่ถ้าวิ่งในเส้นทางประจำก็สามารถวางแผนการเดินทางได้
มากกว่ายานยนต์รถไฟฟ้าที่ดี บริการที่ดี คือ หัวใจหลักสำคัญ โดยทาง NEX POINT การันตีทีมช่างที่เก่งความรู้ เก่งความชำนาญ และเก่งประสบการณ์ฝีมือขั้นเทพ ที่พร้อมจะเดินเคียงข้างไปกับศูนย์บริการ และเคียงข้างไปพร้อมผู้จัดจำหน่ายทั่วภูมิภาค โดยจะทำหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าเสมือนเป็นมิตรแท้ ทางธุรกิจ และให้บริการหลังการขายที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างรวดเร็วและฉับไว อาทิ การติดตั้งไปจนถึงการบำรุงรักษายานยนต์ การดูแลระบบแบตเตอรี่ ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า ระบบควบคุมการชาร์จ ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมยานยนต์ และระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า สร้างความไว้วางใจสร้างมาตรฐานแก่ลูกค้าในการดูแลระดับ Professional โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานอย่างแน่นอน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine




























































