• ภาพรวมเนื้อหาคำกล่าวของประธาน ในงาน Japan Mobility Show 2025

    2 Min Read

    ภาพรวมเนื้อหาคำกล่าวของประธาน ในงาน Japan Mobility Show 2025

    นายโทชิฮิโระ มิเบะ ผู้อำนวยการ ประธานกรรมการบริหาร และตัวแทนเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด ได้จัดงานแถลงข่าว ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    1.เกี่ยวกับงาน Japan Mobility Show 2025

    ฮอนด้าเป็นบริษัทที่ขับเคลื่อนด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งมั่นในการทำความฝันให้กลายเป็นจริง ในปีนี้ ฮอนด้าได้นำผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลายมาจัดแสดง ทั้งทางบก ทางทะเล ทางอากาศ  รวมถึงอวกาศ เพื่อให้ผู้เข้าชมได้ทดลองขับขี่และร่วมสัมผัสถึงภาพอนาคตที่ฮอนด้าได้วาดไว้

    2.ยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้า

    ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะบรรลุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน สำหรับทั้งผลิตภัณฑ์และกิจกรรมองค์กรทั้งหมด ภายในปี ค.ศ. 2050 แม้ว่าสภาพแวดล้อมของตลาดที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ไฟฟ้ายังคงผันผวน
    แต่ฮอนด้ายังคงเชื่อว่าในระยะยาวแล้วการเปลี่ยนผ่านสู่รถ EV จะยังคงดำเนินต่อไป ด้วยเหตุนี้ ฮอนด้าจึงเตรียมพร้อมอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งมอบรถ EV รุ่นที่น่าดึงดูดใจในยุคใหม่ของยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ

    Honda 0 Series รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้า

    Honda 0 Series คือ รถยนต์ไฟฟ้าเจเนอเรชันใหม่ของฮอนด้าที่นำเสนอด้วยแนวคิด สู่จุดกำเนิดของการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ของฮอนด้า และจะสร้างสรรค์รถ EV รุ่นใหม่จาก “ศูนย์” ด้วยแนวคิดการพัฒนาอันเป็นเอกลักษณ์ “บาง เบา และชาญฉลาด” (“Thin, Light, and Wise”) Honda 0 Series จะท้าทายกรอบความคิดเดิมที่มองว่ารถ EV จะต้อง “หนาและหนัก” และพร้อมจะสร้างคุณค่าใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    ยนตรกรรมต้นแบบ Honda 0 Saloon ซึ่งเป็น Flagship Model ของ Honda 0 Series มาพร้อมแพลตฟอร์มพื้นที่ต่ำ ซึ่งออกแบบมาเพื่อรถ EV โดยเฉพาะ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่สปอร์ตและตัวรถที่มีความสูงที่ต่ำ พร้อมพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวางเกินคาด เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ภายนอก

    โดยยนตรกรรมต้นแบบ Honda 0 SUV ซึ่งเป็นรถต้นแบบ SUV ไฟฟ้าขนาดกลาง นับเป็นรุ่นแรกภายใต้ Honda 0 Seriesซึ่งเตรียมเปิดตัวสู่ตลาด มาพร้อมความโดดเด่นของห้องโดยสารที่กว้างขวาง มุมมองและทัศนวิสัยที่โปร่งโล่ง และความยืดหยุ่นของพื้นที่ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกการใช้งาน โดยพัฒนาภายใต้แนวคิด “บาง เบา และชาญฉลาด” (“Thin, Light, and Wise”) เพื่อเพิ่มพื้นที่ภายในห้องโดยสารในสไตล์รถ SUV

    โมเดลดังกล่าวมาพร้อมระบบปฏิบัติการ ASIMO OS ซึ่งเป็นระบบ Vehicle OS ที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ ซึ่งภายหลังจากการซื้อรถไปยิ่งลูกค้าใช้งานรถมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้พัฒนา เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคลได้อย่างเหนือระดับ

    Honda 0 α รถยนต์ SUV รุ่นใหม่ใน Honda 0 Series

    ฮอนด้าเปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) เป็นครั้งแรกในโลกซึ่งเป็นรถ SUV รุ่นใหม่ใน Honda 0 Series มาพร้อมดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวและล้ำสมัยซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda 0 Series และสัดส่วนที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความปราดเปรียวในสไตล์รถ SUV ทำให้ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) สามารถผสานเข้ากับสภาพแวดล้อมในเมืองและธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์และรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกสถานการณ์

    การออกแบบแพ็กเกจตัวรถภายใต้แนวคิด “Thin” (บาง) ทำให้ความสูงของตัวรถต่ำ แต่ไม่กระทบต่อความสูงจากพื้นถนน และมีห้องโดยสารที่เพรียวบาง แต่ยังคงมอบพื้นที่กว้างขวาง และสะดวกสบายสำหรับทุกการเดินทาง

    ฮอนด้ามีแผนจำหน่ายรุ่นผลิตจริงของ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ทั่วโลกโดยเน้นที่ตลาดญี่ปุ่นและอินเดียก่อนในปี ค.ศ. 2027 โดยเป็นส่วนหนึ่งของไลน์อัป Honda 0 Series ในฐานะ “Gateway Model” โมเดลที่เป็นประตูสู่โลกของ Honda 0 Series ซึ่งพร้อมมอบคุณค่าใหม่ให้แก่ลูกค้าทั่วโลก

    ในประเทศญี่ปุ่น จะมีการวางจำหน่ายรถยนต์ Honda 0 Series ครบทั้งสามรุ่น ได้แก่ Honda 0 Saloon, Honda 0 SUV และ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ก่อนสิ้นสุดปีงบประมาณวันที่ 31 มีนาคม 2028

    ยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX รถ EX เจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ Acura

    ฮอนด้า จัดแสดงยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX เป็นครั้งแรกในญี่ปุ่น ซึ่งเป็นรถ EV เจเนอเรชันใหม่ของแบรนด์ Acura

    ยนตรกรรมต้นแบบ Acura RSX เป็นโมเดลรุ่นแรกที่ใช้แพลตฟอร์ม EV เจเนอเรชันใหม่ที่พัฒนาโดยฮอนด้า พร้อมระบบปฏิบัติการ ASIMO OS ซึ่งเป็นระบบ Vehicle OS ที่ฮอนด้าพัฒนาขึ้นเองโดยเฉพาะ ที่ช่วยให้รถยนต์สามารถเรียนรู้ พัฒนาจากพฤติกรรมการใช้งานของผู้ขับขี่ เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางเฉพาะบุคคลได้อย่างเหนือระดับ

    EV Outlier Concept นิยามใหม่ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมเปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคตรถจักรยานยนต์หลังปี 2030

    ฮอนด้าจัดแสดง EV OUTLIER Concept เป็นครั้งแรกของโลก แนวคิดที่ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดจากรถจักรยานยนต์ที่มีอยู่ แต่เป็นการนำเสนอวิสัยทัศน์ใหม่สำหรับรถจักรยานยนต์หลังปี 2030

    แนวคิดนี้ใช้ประโยชน์จากดีไซน์ที่อิสระและยืดหยุ่น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า โดยมาพร้อมเทคโนโลยีมอเตอร์ในล้อ (In-wheel Motor) ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อยกระดับความคล่องตัว โฉบเฉี่ยว และสมรรถนะที่เหนือชั้น อีกทั้ง ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นเดินหน้าสร้างสรรค์คุณค่าใหม่ให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์รถจักรยานยนต์ด้วยเช่นกัน

    3.ความสนุกในการขับขี่ นิยามที่ฮอนด้าตั้งใจส่งมอบ

    ในขณะที่ฮอนด้ากำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า “ความสนุกในการขับขี่” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของฮอนด้า ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของแบรนด์เสมอ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับและตัวรถจะไม่เปลี่ยนแปลง ไม่ว่าจะผ่านกาลเวลาหรือเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนรูปแบบใดก็ตาม ฮอนด้ายังคงมุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์หลากหลายรุ่น ที่เปิดโอกาสให้ผู้ขับได้สัมผัส “ความสุขในการขับขี่”
    อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าหรือรถยนต์ไฮบริด

    Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบ ที่พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น เร้าใจ และเติมเต็มความรู้สึกของผู้คนในทุกวัน

    ฮอนด้าจัดแสดง Super-ONE รถยนต์ Compact EV ต้นแบบเป็นครั้งแรกของโลก รถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดที่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความสนุกของฮอนด้า ออกแบบมาเพื่อสร้างความตื่นเต้นและเติมเต็มความสุขในทุกการเดินทาง

    รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE มาพร้อมแพลตฟอร์มน้ำหนักเบาที่ได้รับการพัฒนาต่อยอดจากรถในกลุ่ม
    N Series มอบการขับขี่ที่คล่องตัวและสปอร์ตอย่างแท้จริง อีกทั้งช่วงล่างที่กว้างและระยะฐานล้อที่ขยายออกไป มาพร้อมซุ้มล้อโป่งนูน ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรุ่นนี้ ช่วยให้รถมีเสถียรภาพและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทรงพลัง เร้าใจในทุกเส้นทาง

    นอกจากนี้ รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE  ยังมาพร้อมกับ Boost Mode ที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษสำหรับรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยจะช่วยเพิ่มกำลังขับเคลื่อนให้เครื่องยนต์สามารถมอบสมรรถนะได้อย่างเต็มกำลัง พร้อมเสียงเครื่องยนต์ที่ทรงพลังและความรู้สึกในการเปลี่ยนเกียร์ที่เฉียบคม เสมือนกำลังขับรถยนต์ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาป ด้วยการผสมผสานระหว่างอัตราเร่งเหนือชั้นของรถยนต์ไฟฟ้าและความสนุกในการขับขี่แบบรถยนต์ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ รถยนต์ต้นแบบ Super-ONE จึงมอบประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าที่ตื่นเต้น เร้าใจในรูปแบบใหม่

    ฮอนด้ามีแผนเปิดตัวรถยนต์ต้นแบบ Super-ONE อย่างเป็นทางการในปี ค.ศ. 2026 จะเริ่มจำหน่ายในประเทศญี่ปุ่นเป็นแห่งแรก ก่อนจะขยายไปยังตลาดที่มีความต้องการรถไฟฟ้าขนาดกะทัดรัดสูง เช่น ประเทศในเอเชียและสหราชอาณาจักร

    Prelude รถสปอร์ตพิเศษที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตของฮอนด้าอย่างไม่หยุดยั้ง

    PLE250915

    ฮอนด้าเผยโฉม Prelude รุ่นใหม่ รถสปอร์ตพิเศษที่พัฒนาโดยผสานขุมพลังเครื่องยนต์และเทคโนโลยีที่ฮอนด้าสั่งสมมาอย่างยาวนาน ถ่ายทอด “ความสนุกในการขับขี่” สู่ยุคแห่งการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าอย่างเต็มรูปแบบ การพัฒนา Prelude รุ่นใหม่นี้เริ่มต้นจากความตั้งใจ ในการสร้างรถสปอร์ตที่สะท้อนตัวตนของฮอนด้าในยุคปัจจุบัน และได้รับการออกแบบจนกลายเป็นรถรุ่นที่ฮอนด้าพร้อมนำเสนอด้วยความภาคภูมิใจ

    4.การสร้างคุณค่าใหม่พร้อมยกระดับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ

    ฮอนด้ามุ่งมั่นที่จะมอบคุณค่าใหม่อย่างต่อเนื่อง ผ่านผลิตภัณฑ์และบริการด้านยานยนต์ โดยหัวใจสำคัญคือการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอัจฉริยะ อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หนึ่งในเทคโนโลยีอัจฉริยะหลักที่ฮอนด้าให้ความสำคัญ คือ ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (Advanced Driver Assistance Systems – ADAS) ซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและยกระดับอย่างต่อเนื่อง

     เมื่อผู้ขับขี่ตั้งค่าจุดหมายปลายทางผ่านระบบนำทาง ระบบ ADAS จะเข้ามาช่วยควบคุมการขับขี่ ทั้งการเร่งความเร็วและการบังคับพวงมาลัย เพื่อให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นและสะดวกสบายยิ่งขึ้น โดยฟังก์ชันนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกอุ่นใจ ราวกับมีผู้ขับที่มีประสบการณ์ช่วยควบคุมการขับขี่อยู่ ช่วยเพิ่มความมั่นใจแม้บนเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย และลดภาระในการขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ปัจจุบัน ฮอนด้ากำลังดำเนินการทดสอบระบบ ADAS รุ่นใหม่บนถนนสาธารณะในประเทศสหรัฐอเมริกา และการพัฒนาก็กำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าที่จะเริ่มนำเทคโนโลยีนี้มาใช้จริงตั้งแต่ปี 2027 เป็นต้นไป ทั้งในรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรถยนต์ไฮบริด เพื่อส่งมอบคุณค่าใหม่ให้กับลูกค้าจำนวนมากขึ้น ผ่านประสบการณ์การขับขี่ที่มอบอิสระแห่งการเดินทางอย่างแท้จริง

    5.ผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีการเดินทางที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งพื้นดิน ทะเล ท้องฟ้า และห้วงอวกาศ

    นอกเหนือจากผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีสำหรับรถจักรยานยนต์และรถยนต์แล้ว ในฐานะที่เป็นบริษัทผู้ผลิตยานยนต์แบบครบวงจร ฮอนด้าได้นำเสนอผลิตภัณฑ์ยนตรกรรมที่หลากหลายสำหรับ ทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ รวมถึงผลิตภัณฑ์เครื่องยนต์อเนกประสงค์ เช่น เครื่องพรวนดิน และเครื่องยนต์เรือ ตลอดจน HondaJet ซึ่งเป็นเครื่องบินเจ็ตธุรกิจขนาดเล็ก ฮอนด้ากำลังนำเสนอผลิตภัณฑ์ยานยนต์หลากหลายประเภทเพื่อสนับสนุนให้ผู้คนปลดล็อกศักยภาพการใช้ชีวิตได้อย่างไร้ขีดจำกัด

    รวมไปถึงผลิตภัณฑ์การเคลื่อนที่แห่งยุคใหม่ เช่น ยานพาหนะขนาดเล็ก (micromobility vehicles) ที่จะทำให้การเดินทางเพื่อไปสู่จุดหมายสะดวกสบายยิ่งขึ้น และอากาศยานไฟฟ้าแบบไร้คนขับ eVTOLs ที่จะทำให้การเดินทางทางอากาศเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ฮอนด้าจะยังคงมุ่งมั่นรับมือกับความท้าทายเพื่อขยาย “ความสุขและอิสระแห่งการเดินทาง” สู่ผู้คนให้ได้มากยิ่งขึ้น

    และในวันนี้ ฮอนด้าได้ขยายความท้าทายไปยังอวกาศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

    ห้วงอวกาศ – เข้าสู่พรมแดนใหม่ด้วย Sustainable Rockets

    ฮอนด้ายังได้นำจรวดจริงที่ใช้ในการทดสอบปล่อยและลงจอดที่ฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนมิถุนายน ค.ศ. 2025 มาจัดแสดงภายในบูทด้วยเช่นกัน ฮอนด้ากำลังมุ่งมั่นพัฒนา “sustainable rockets” ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการใช้เชื้อเพลิงหมุนเวียน และสามารถนำตัวจรวดกลับมาใช้ใหม่ได้อย่างยั่งยืน

    ในการทดสอบเมื่อเดือนมิถุนายน ฮอนด้าได้ใช้ระบบควบคุมที่มีความแม่นยำสูงเพื่อควบคุมให้การทำงานของจรวดทั้งพิกัดรวมถึงความเร็วตั้งแต่การทะยานสู่ท้องฟ้าจนไปถึงการลงจอด เป็นไปตามลักษณะของจรวดทั่วไปได้ตรงตามแผนที่กำหนดไว้

    ความสำเร็จนี้เกิดขึ้นได้จากองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่สั่งสมมาอย่างยาวนานของฮอนด้า ซึ่งรวมไปถึงเทคโนโลยีการควบคุมจากการพัฒนาระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติและการพัฒนาอากาศยาน ตลอดจนความมุ่งมั่นของพนักงานฮอนด้าทุกคนที่ปฏิบัติงาน “ในพื้นที่จริง” ซึ่งยังคงมุ่งมั่นรับมือกับความท้าทายด้วยความตั้งใจอันแน่วแน่

    การวิจัยและพัฒนาจรวดของฮอนด้าเพิ่งจะเริ่มต้นเป็นก้าวแรกเท่านั้น ไม่ว่าความยากลำบากใดจะรออยู่ข้างหน้า ฮอนด้าจะก้าวข้ามผ่านมันไปให้ได้ ด้วยการเดินหน้าท้าทายสิ่งใหม่ ๆ อย่างไม่มีวันยอมแพ้

    6.สรุป

    เพื่อให้สอดคล้องกับสโลแกนของฮอนด้าทั่วโลกที่ว่า The Power of Dreams — How we move you พนักงานฮอนด้าทุกคนที่เปี่ยมด้วยความฝันและความมุ่งมั่น จะยังคงเดินหน้าท้าทายสิ่งใหม่ ๆ ต่อไป เพื่อกำหนดทิศทางอนาคตของฮอนด้า และสร้างสรรค์คุณค่าที่มีเพียงฮอนด้าเท่านั้นที่ทำได้

    บูทของฮอนด้าจัดแสดงอนาคตที่ฮอนด้ามุ่งมั่นจะสร้างให้เป็นจริง ผ่านผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยี แห่งการขับเคลื่อนที่หลากหลาย เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมรู้สึกตื่นเต้นไปกับอนาคตข้างหน้าร่วมกัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้าเผยโฉม Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda 0 Series จัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    1 Min Read

    ฮอนด้าเผยโฉม Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบ รุ่นใหม่ล่าสุดใน Honda 0 Series จัดแสดงเป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025

    บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด เปิดตัวรถ SUV ไฟฟ้าต้นแบบรุ่นใหม่ Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) เป็นครั้งแรกในโลก ณ งาน Japan Mobility Show 2025 โดยจะจัดแสดงที่บูทฮอนด้า ตลอดระยะเวลาการจัดงาน (รอบสื่อมวลชน วันที่ 29 – 30 ตุลาคม 2568 และรอบบุคคลทั่วไป วันที่ 31 ตุลาคม – 9 พฤศจิกายน 2568)

    Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถ SUV ที่สามารถผสานเข้ากับสิ่งแวดล้อมและธรรมชาติได้อย่างลงตัว พร้อมตอบโจทย์และรองรับการใช้ชีวิตของผู้คนในทุกสถานการณ์ โดยหลังจากที่เปิดตัว Honda 0 Saloon และ Honda 0 SUV ในงาน CES 2025 เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งและเสริมไลน์อัป Honda 0 Series ในฐานะ “Gateway Model” โมเดลที่เป็นประตูสู่โลกของ Honda 0 Series ซึ่งนำเสนอความโดดเด่นของการออกแบบอันประณีตและมอบความสะดวกสบายที่เหนือระดับให้แก่ผู้โดยสาร

    Honda 0 α (ฮอนด้า ซีโร่ อัลฟ่า) รุ่นผลิตจริง จะมาพร้อมกับเทคโนโลยีที่สะท้อนถึงแนวทางการพัฒนาของ Honda 0 Series ซึ่งพัฒนาภายใต้แนวคิด “Thin, Light, and Wise” (บาง เบา และชาญฉลาด) โดยมี
    แผนวางจำหน่ายทั่วโลกในปี พ.ศ. 2570 เน้นตลาดหลักที่ประเทศญี่ปุ่นและอินเดีย

    แพ็กเกจและดีไซน์ภายนอก

    การออกแบบแพ็กเกจตัวรถภายใต้แนวคิด “Thin” (บาง) ทำให้ความสูงของตัวรถต่ำ แต่ไม่กระทบต่อความสูงจากพื้นถนน และมีห้องโดยสารที่เพรียวบาง แต่ยังคงมอบพื้นที่กว้างขวาง สะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ด้วยระยะฐานล้อที่กว้างจะช่วยมอบความมั่นคงและความคล่องแคล่วปราดเปรียวในการขับขี่ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถ SUV

    ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยรูปทรงที่โฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว ล้ำสมัย ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Honda 0 Series ผสานเข้ากับสัดส่วนดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ของรถ SUV อย่างลงตัว ในบริเวณ screen ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของตัวรถ โดยด้านหน้า ชิ้นส่วนต่าง ๆ ที่มักจะแยกออกจากกัน เช่น ไฟหน้า ฝาปิดช่องชาร์จ และโลโก้เรืองแสง จะถูกออกแบบและรวมเข้าเป็นหนึ่งเดียวกัน ส่วนด้านท้ายจะใช้ชุดไฟรูปตัว U ที่รวม
    ไฟท้าย ไฟถอยหลัง และไฟเลี้ยวเข้าด้วยกัน ช่วยเน้นเส้นสายและรูปทรงบริเวณ screen ด้านท้ายให้
    โดดเด่นยิ่งขึ้น สะท้อนการออกแบบดีไซน์ที่สวยงามมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สรยท.ประกาศ 17 รถยนต์และ 6 รถจักรยานยนต์ เข้าชิงดำ “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568”

    2 Min Read

    สรยท.ประกาศ 17 รถยนต์และ 6 รถจักรยานยนต์ เข้าชิงดำ “รถยอดเยี่ยมประจำปี 2568”

    สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ประกาศรายชื่อ 23 รถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า
    และรถจักรยานยนต์ เข้ารอบสุดท้ายที่ได้รับการโหวตในรอบแรก โดยสมาชิกสามัญของสมาคมฯ เพื่อเข้าชิงรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 และนำรถที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายไปทดสอบก่อนลงคะแนนอีกครั้งที่ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ หรือ ATTRIC จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งปีนี้ถือเป็นปีที่ 3 ติดต่อกันที่ทางสรยท.ได้รับความอนุเคราะห์จากสถาบันยานยนต์ ให้ใช้สนามทดสอบภายในศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ ซึ่งเป็นสนามทดสอบยานยนต์มาตรฐานระดับเอเชีย ทั้งนี้เพื่อยกระดับมาตรฐานการทดสอบและลงคะแนนในรอบสุดท้ายของรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี (THAILAND CAR, EV & MOTORCYCLE OF THE YEAR) ที่จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ให้เทียบเท่ามาตรฐานสากล

     

    นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) หรือ Thai Automotive Journalists Association (TAJA) กล่าวว่า ในปีนี้มีรถยนต์ รถยนต์ไฟฟ้า และรถจักรยานยนต์ที่ผ่านเกณฑ์การพิจารณาตามกรอบกติกาใหม่ ทั้ง 3 รางวัล รวมแล้ว 45 รุ่น โดยแบ่งออกเป็น THAILAND CAR OF THE YEAR จำนวน 20 รุ่น THAILAND EV OF THE YEAR จำนวน 14 รุ่น และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR จำนวน 11 รุ่น และได้เปิดให้สมาชิกสามัญได้โหวตในช่วงระหว่างวันที่ 7-15 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนที่จะนำคะแนนทั้งหมดมานับโดยมีนายพินิต ทองสุข ประธานที่ปรึกษาคณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568, นายวชิระ เรืองมาลัย, นายวัชระ ธรรมศรี อดีตนายกสมาคมฯ, นายสุรศักดิ์ จรินทร์ทอง นายกสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทยและเลขานุการคณะอนุกรรมการฯ และคณะอนุกรรมกรรมการการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 ทั้งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ร่วมเป็นสักขีพยานในการนับคะแนน

    สำหรับรถที่ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย หรือ Finalist Car ในทั้ง 3 รางวัล รวม 23 รุ่น ประกอบด้วย

    1. รถยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND CAR OF THE YEAR 2025) จำนวน 10 รุ่น ประกอบด้วย BYD Seal 5 Dmi, Ford Ranger MS-RT, Isuzu D-Max 2.2 MaxForce, Isuzu Mu-X 2.2 MaxForce, Mazda BT-50 2.2, Mitsubishi XForce HEV, Nissan Serena S Hybrid, Suzuki Fronx, Toyota Yaris Ativ HEV GR Sport, Toyota Camry HEV

     

    1. รถยนต์ไฟฟ้าเข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถยนต์ไฟฟ้ายอดเยี่ยมแห่งปี 2568 (THAILAND EV OF THE YEAR 2025) จำนวน 7 รุ่น ประกอบด้วย BMW iX1L eDrive20L M Sport, BYD Sealion 7, Jaecoo 5EV, Mercedes-Benz G580 EV, MG S5 EV, MG IM6, Toyota BZ4X

     

     

    1. รถจักรยานยนต์เข้ารอบสุดท้ายรางวัลรถจักรยานยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2568 (THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025) จำนวน 6 รุ่น ประกอบด้วย BMW R1300GSA, Harley-Davidson Street BOB, Honda Wave 125, Honda PCX160, Yamaha New Aerox, Yamaha All New N Max Techmax

     

    สำหรับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้ง 23 รุ่น คณะอนุกรรมการคัดเลือกและตัดสินรางวัลรถยอดเยี่ยมประจำปี 2568 จะจัดให้มีการทดสอบก่อนที่จะให้คะแนนครั้งสุดท้ายในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2568
    โดยผู้ทำหน้าที่ทดสอบและให้คะแนนในรอบสุดท้าย คณะอนุกรรมการฯ จะคัดเลือกจากสมาชิกผู้สื่อข่าวสายยานยนต์และรถจักรยานยนต์ที่มีประสบการณ์สูงในการทดสอบรถยนต์ และได้ร่วมโหวตในรอบแรก เป็นผู้ดำเนินการทดสอบและโหวต โดยมีหลักเกณฑ์การให้คะแนน ตามมาตรฐานสากลที่ทั่วโลกใช้ในการพิจารณาลงคะแนนกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR ที่ได้ดำเนินการมาตลอด 9 ปี ซึ่งได้ดำเนินการบนหลักการและกฎกติกาที่มีความยุติธรรมตามมาตรฐานสากล สำหรับรถยนต์ที่มีความแตกต่างทั้งเครื่องยนต์ ระดับราคา จากหลากหลายเซ็กเมนท์ทางการตลาด

     

    การให้คะแนนในรอบสุดท้าย จะคำนึงถึงคุณสมบัติต่างๆ ของรถยนต์ที่เข้ารอบ ทั้งเรื่องรูปลักษณ์การออกแบบภายนอกภายใน สมรรถนะของเครื่องยนต์ วัสดุตกแต่งทั้งภายนอกและภายใน อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิง ความสะดวกสบายในการใช้งาน และความคุ้มค่ากับราคาที่ตั้งจำหน่ายในตลาดประเทศไทยอีกด้วย

     

    สำหรับปีนี้ ทางคณะอนุกรรมการฯ ได้เลือกใช้ศูนย์ทดสอบยานยนต์และยางล้อแห่งชาติ (ATTRIC) ตั้งอยู่ที่อำเภอสนามชัยเขต จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นสนามทดสอบ ทั้งนี้เพื่อยกระดับสร้างมาตรฐานใหม่ในระดับสากลกับรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR โดยได้รับความอนุเคราะห์จาก ดร.เกรียงศักดิ์ วงศ์พร้อมรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กระทรวงอุตสาหกรรม ให้ใช้เป็นสถานที่ทดสอบภาคสนาม พร้อมเชิญผู้แทนจากสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ร่วมสังเกตการณ์อีกด้วย

     

    ทั้งนี้ หลังจากการโหวตลงคะแนนหลังจากทดสอบภาคสนามในรอบสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อย หีบบัตรลงคะแนนคณะกรรมการสมาคมฯ จะนำมาเก็บไว้เป็นความลับ และจะมีการเปิดนับคะแนนต่อหน้าคณะกรรมการ สักขีพยานเพื่อนับคะแนน และจัดพิธีมอบรางวัล THAILAND CAR OF THE YEAR, THAILAND EV OF THE YEAR และ THAILAND MOTORCYCLE OF THE YEAR 2025 ในวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ศกนี้ ณ THE HALLS BANGKOK ถนนวิภาวดี-รังสิต กรุงเทพมหานคร


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ไอคอนสยาม จับมือ สมาคมรถโบราณฯ จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉม “ดารารถ” จากหนังดัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    1 Min Read

    ไอคอนสยาม จับมือ สมาคมรถโบราณฯ จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” อวดโฉม “ดารารถ” จากหนังดัง ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

    สมาคมรถโบราณฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงานแสดงรถโบราณสุดยิ่งใหญ่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” รวมรถโบราณ รถหาชมยาก ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม วันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568

    ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ นายกสมาคมรถโบราณแห่งประเทศไทย เผยว่า “สมาคมฯ ร่วมกับ ไอคอนสยาม จัดงาน “VINTAGE CAR SHOW at ICONSIAM” ภายใต้แนวคิด “รถ…ที่โลดแล่นบนแผ่นฟิล์ม – Famous Cars that Starred in Films” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวไทย โดยนำ “ดารารถ” ดาวเด่น จากหนังในอดีต มาให้ชมอย่างใกล้ชิด ในบรรยากาศริมแม่น้ำเจ้าพระยา”

    อนนต์ อัตถวิบูลย์  ผู้บริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “ไอคอนสยามให้ความสำคัญกับการเป็น ‘Experiential Destination’ ที่มอบประสบการณ์หลากหลายมิติ การจัดแสดงรถโบราณริมน้ำเจ้าพระยาครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การโชว์รถ แต่เป็นการนำเสนอศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์แบบย้อนยุค ผสมผสานกับทัศนียภาพที่สวยงามที่สุด เพื่อสร้างความทรงจำร่วมกันที่น่าประทับใจ”

    ไฮไลต์ในงานปีนี้ ได้แก่ VOLVO P1800 ปี 1971 รถสัญชาติสวีเดน รถรุ่นนี้กลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง ในฐานะคู่ใจของ Simon Templar พระเอกในเรื่อง The Saint (ออกอากาศระหว่างปี 1962-1969) รับบทโดย Roger Moore ก่อนที่เขาจะกลายเป็น James Bond สายลับรหัส 007 ผู้โด่งดังในโลกภาพยนตร์

    MERCEDES-BENZ 300 SL GULLWING ปี 1955 รถสปอร์ทระดับตำนาน ที่เป็นแรงบันดาลใจให้แฟรนไชส์เกมชื่อดัง GRAND THEFT AUTO (GTA) นำดีไซจ์นไปใช้เป็นต้นแบบของรถสปอร์ทคลาสสิคหลายรุ่นในเกม เช่น “STIRLING GT” ทำให้ผู้เล่นทั่วโลกได้สัมผัสเสน่ห์ของสปอร์ทประตูปีกนกคันนี้

    FORD MUSTANG CONVERTIBLE ปี 1967 รถสปอร์ทสัญชาติอเมริกันในยุครุ่งเรืองของ MUSCLE CAR ตัวถังแบบเปิดประทุน ได้ปรากฏตัวในมิวสิควีดีโอเพลง “DREAM” ของ LISA (BLACKPINK) feat. KENTARO SAKAGUCHI เพื่อสื่อถึงอารมณ์อิสระ และโรแมนทิคในบรรยากาศย้อนยุค

    นอกจากนี้ ยังมีรถโบราณ รถคลาสสิคที่น่าสนใจอีกมากมาย ในงานยังมี มินิคอนเสิร์ตจาก สมาคมดนตรีแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ ได้รับการสนับสนุนจาก พิพิธภัณฑ์คนรักรถ AUTO RENDEZVOUS MUSEUM-BANGKOK, JOIN BOAT PLATFORM, บริษัท เมกไกวส์ (ไทยแลนด์) จำกัด และ งาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42”

    ร่วมชมดารารถโบราณในงาน “VINTAGE CAR SHOW at  ICONSIAM” ณ ริเวอร์ พาร์ค ไอคอนสยาม ระหว่างวันที่ 24 -26 ตุลาคม 2568 ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook: Vintage Car Club of Thailand


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Edison EV ร่วมฉลอง 20 ปี เนื่องในโอกาสครบรอบการส่งออกรถยนต์แบรนด์ DFSK ออกต่างประเทศของ SERES Group (เซเรสกรุ๊ป) ย้ำจุดยืนผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ DFSK แต่เพียงผู้เดียวในไทย

    1 Min Read

    Edison EV ร่วมฉลอง 20 ปี เนื่องในโอกาสครบรอบการส่งออกรถยนต์แบรนด์ DFSK ออกต่างประเทศของ SERES Group (เซเรสกรุ๊ป) ย้ำจุดยืนผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ DFSK แต่เพียงผู้เดียวในไทย

    บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด (Edison EV) ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และยานยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicle – NEV) แบรนด์ DFSK แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย  ประกาศเข้าร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 20 ปีแห่งการขยายตลาดระดับโลกของ DFSK ซึ่งเป็นพันธมิตรหลักภายใต้การสนับสนุนของ SERES Group องค์กรยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ด้วยการเปิดตัวรถยนต์รุ่นยุทธศาสตร์พลังงานใหม่ (New Energy Strategic Model) คันแรกที่ส่งออกสู่ตลาดโลก นั่นคือ DFSK E5 Plus ในงาน Motor Expo 2025 (บูธ B08)  เป็นครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมเปิดรับพรีออเดอร์สำหรับผู้ที่สนใจภายในงาน

    นางสาวธันย์จิรา ภูริชพุฒิพันธ์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท เอดิสัน อีวี จำกัด ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความร่วมมือนี้ โดยกล่าวว่า “การที่ DFSK ประสบความสำเร็จในการขยายตลาดสู่กว่า 70 ประเทศทั่วโลกตลอดระยะเวลา 20 ปี และการที่ SERES Group มีผลงานสะสมในการผลิตและจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้ากว่า 500,000 คัน ได้สร้างความเชื่อมั่นในคุณภาพและเสถียรภาพระดับโลก  การครบรอบ 20 ปีนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ DFSK ประกาศเดินหน้าสู่ยุค ‘Green Mobility’ อย่างเต็มตัว  และประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นตลาดเชิงยุทธศาสตร์ในการเปิดตัว DFSK E5 Plus ซึ่งเป็น ‘โมเดลพลังงานใหม่เพื่อการส่งออกเชิงกลยุทธ์รุ่นแรก’ ของแบรนด์ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่พันธมิตรมีต่อ Edison EV และศักยภาพตลาด NEV ของไทย ”

    DFSK E5 Plus: เรือธงระดับโลก PHEV ที่ตอบโจทย์การใช้งานของคนไทย

    DFSK E5 Plus จะถูกนำมาจัดแสดงครั้งแรก ณ งาน Motor Expo 2025 (บูธ B08) ระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี รถยนต์รุ่นนี้เป็นรถยนต์ Mid-size SUV แบบ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ถูกพัฒนามาเพื่อตอบโจทย์ครอบครัวและการเดินทางระยะไกลในประเทศไทยโดยเฉพาะ

    จุดแข็งของ DFSK E5 Plus คือการมอบความคุ้มค่าและความอุ่นใจในการเดินทาง ด้วยขุมพลังลูกผสม (PHEV) ที่สามารถวิ่งได้ไกลรวมสูงสุดถึง 1,300 กม. ต่อการชาร์จและเติมน้ำมันเต็มถัง  ในขณะเดียวกันก็สามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 165 กม. (มาตรฐาน CLTC) ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในชีวิตประจำวันอย่างประหยัด  นอกจากนี้ ยังยกระดับประสบการณ์การขับขี่ด้วยห้องโดยสารอัจฉริยะ HUAWEI HiCar 4.0, จอควบคุม HD ขนาดใหญ่ 15.6 นิ้ว, ลำโพง 13 ตำแหน่ง, และระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS เพื่อความปลอดภัยสูงสุดสำหรับทุกคนในครอบครัว  คุณสมบัติทั้งหมดนี้ผสานคุณภาพที่ได้รับการรับรองมาตรฐานยุโรป เข้ากับการออกแบบที่คำนึงถึงสภาพแวดล้อมการใช้งานในประเทศไทย

    Edison EV พร้อมเปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์ DFSK E5 Plus ราคาพิเศษในงาน Motor Expo 2025

    เพื่อให้ผู้บริโภคชาวไทยได้สัมผัสและเป็นเจ้าของรถยนต์รุ่นยุทธศาสตร์นี้ก่อนใคร Edison EV ประกาศพร้อมเปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าเพื่อจองสิทธิ์รับราคาสุดพิเศษสำหรับ DFSK E5 Plus ภายในงาน Motor Expo 2025  การเปิดจองครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่ตลาดจะได้สัมผัสกับมาตรฐานใหม่ของยานยนต์ NEV ที่เน้นความยั่งยืนและความอเนกประสงค์ เพื่อตอกย้ำวิสัยทัศน์ “Deliver Simplicity Technology for Everyone” ที่มุ่งนำเสนอเทคโนโลยีที่ทุกคนเข้าถึงได้

    เร่งเครื่องสร้างฐานรากที่ยั่งยืน: ประกาศรับดีลเลอร์-นักลงทุน ทั่วประเทศ

    Edison EV ยืนยันการเดินหน้าตามแผนงานเพื่อสร้างรากฐานทางธุรกิจที่มั่นคงและยั่งยืน โดยประกาศเร่งรัดการขยายเครือข่ายผู้จำหน่ายและศูนย์บริการทั่วประเทศ บริษัทฯ ตั้งเป้าที่จะสรุปและปิดการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐานให้ได้ตามแผนที่วางไว้ภายในสิ้นปี 2568 นี้ โดยบริษัทฯ เน้นย้ำว่า ปี 2568 นี้คือปีแห่งการวางรากฐานเพื่อการเติบโตอย่างมั่นคงในปี 2569-2570 และปีต่อไป

    “เราให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งและมีความมุ่งมั่นในระยะยาว” นางสาวธันย์จิรากล่าว  “เราต้องการดีลเลอร์และนักลงทุนที่เข้าใจในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า มีวิสัยทัศน์ระยะยาว พร้อมลงทุนในการพัฒนาบุคลากร และมีศูนย์บริการที่ได้มาตรฐาน เพื่อให้การบริการลูกค้าเป็นไปอย่างมืออาชีพตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์  Edison EV และพันธมิตรจาก SERES Group พร้อมให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งด้านการตลาด การฝึกอบรม ระบบ CRM และเทคโนโลยีต่างๆ เพื่อให้ดีลเลอร์สามารถดูแลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

    โอกาสทางธุรกิจในตลาด NEV ที่กำลังเติบโต

    แผนการขยายเครือข่ายมุ่งเน้นไปยังจังหวัดเศรษฐกิจหลักและหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ เพื่อให้มั่นใจในการบริการลูกค้าอย่างทั่วถึง  เฟสแรกครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตามด้วยกลุ่มจังหวัดที่มีศักยภาพสูง ได้แก่ เชียงใหม่, พิษณุโลก, อุบลราชธานี, อุดรธานี, ขอนแก่น, นครราชสีมา, ชลบุรี, ระยอง, ภูเก็ต และสงขลา (หาดใหญ่)

    นักลงทุนและผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ ซึ่งต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการเติบโตอย่างยั่งยืนในอุตสาหกรรมยานยนต์พลังงานใหม่ของประเทศไทย เข้าร่วมหารือและสมัครเป็นผู้แทนจำหน่ายในเครือข่าย DFSK NEV เพื่อก้าวไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวร่วมกัน สามารถติดต่อเพื่อสอบถามรายละเอียดคุณสมบัติและการสมัครเป็นผู้แทนจำหน่ายได้ที่ สายด่วน Dealer Network – Edison EV โทร. 064-656-2283


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • PTG ผนึกพันธมิตรจัดศึก “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” สุดยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดสงขลา

    2 Min Read

    PTG ผนึกพันธมิตรจัดศึก “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” สุดยิ่งใหญ่ ณ จังหวัดสงขลา

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG บริษัท เอส 63 โปรเจค จำกัด จำกัด ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดกิจกรรมแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ รายการPT MAXNITRON RACING SERIES 2025” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในรุ่น SIAM GT SIAM GROUP A และ SIAM GROUP N พร้อมรางวัลรวมมูลค่ากว่า 1,000,000 บาท โดยมีนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และ นายณัฐ ครุฑสูตร รองผู้ว่าการด้านสินค้าและธุรกิจท่องเที่ยว การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดการแข่งขัน ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 17 – 19 ตุลาคม 2568 ณ สนาม PT SONGKHLA GRANDPRIX 2025 จังหวัดสงขลา

    บริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG โดย พิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ กล่าวว่า “ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 มีความยินดีที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล และร่วมสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในเวทีโลก ผ่านการจัดการแข่งขันที่ได้มาตรฐานและเต็มไปด้วยพลังแห่งความมุ่งมั่น การจัดการแข่งขันในครั้งนี้ที่จังหวัดสงขลา ยังถือเป็นโอกาสสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด และพื้นที่ใกล้เคียง สร้างการรับรู้และดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศของเมืองชายทะเลใต้ที่มีเอกลักษณ์ ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นให้เติบโตอย่างยั่งยืน โดย PTG มุ่งมั่นสนับสนุนกิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาและยกระดับการจัดงานในทุกปีให้ดียิ่งขึ้น เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติให้มาสัมผัสประสบการณ์ความเร็วระดับพรีเมียมในประเทศไทย ทั้งนี้ PTG ในฐานะ “แบรนด์ของคนไทย เพื่อคนไทย” ยังคงสานต่อเจตนารมณ์ในการสร้างสังคมไทยให้ “อยู่ดี มีสุข” ในทุกมิติของการดำเนินธุรกิจ ทั้งในกลุ่มธุรกิจ Oil และ Non-Oil อย่างยั่งยืน”

    การแข่งขัน “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” ถือเป็นศึกชิงแชมป์สนามสุดท้ายประจำปีของ SIAM SERIES ครบทั้ง 5 รุ่น ได้แก่

    • Siam GT
    • Siam Truck
    • Siam 1500 Group A
    • Siam Group N
    • Siam Eco

    เสริมทัพด้วย Support Race จาก  Honda City Hatchback One Make Race โดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ที่เข้ามาร่วมสร้างสีสัน และ CLUB RACE พร้อมขนทัพกิจกรรมพิเศษสุดมันส์ตลอดทั้งวัน เพื่อมอบประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตพร้อมความมันเต็มรูปแบบให้กับแฟน ๆ ที่รักความเร็วทั่วประเทศ โดยกิจกรรมไฮไลท์ภายในงานที่สร้างสีสันไม่แพ้การแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ มีดังนี้

     

    • BALANCE BIKE: เวทีแข่งขันขาไถสุดมันส์สำหรับเด็ก ๆ พร้อมพาเหรดสุดน่ารักในสนามแข่งจริง
    • PTRS EXPO: รวมสินค้า โปรโมชั่น และของแต่งรถจากแบรนด์ชั้นนำในวงการยานยนต์
    • MARKET ZONE: ตลาดของกินริมทะเล รวมเมนูเด็ดท้องถิ่นให้เลือกชิมกันแบบติดขอบสนาม
    • D1 GP Drift Show: งานโชว์ดริฟต์สุดพิเศษจาก D1 Grand Prix Thailand ที่ขนขบวนไปโชว์ดริฟต์แบบติดริมทะเล
    • LUCKY DRAW: การลุ้นรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Achi Giorno PTRS Edition 2025” ที่แฟน ๆ ยังมีสิทธิ์คว้ากลับบ้านเช่นเคย
    • PADDOCK CLUB: โซนรับชมการแข่งขันแบบพรีเมียมจากโรงแรมติดทะเล พร้อมเสิร์ฟอาหาร และเครื่องดื่มตลอดทั้งวัน
    • RUN CLUB: ครั้งแรกกับประสบการณ์วิ่งรูปแบบใหม่ บนสนามแข่งรถ Songkhla Grandprix

    วิ่งไปพร้อมวิวทะเลสุดเท่ สนามจริง เสียงจริง บรรยากาศสุดมันส์

    • STREET BOXING: พบกับ Fight ที่จะยกเวทีลงนวมมาสร้างความเดือดกลางค่ำคืน ในบรรยากาศสตรีทไฟต์สไตล์ ที่ PTRS Expo
    • SPEEDTOPIA FESTIVAL 2025: มหกรรมรวมสุดยอดสายยานยนต์ทุกแขนงไว้ในที่เดียว อาทิ Classic, Rare Cars, Drift, Supercar, Rally, EV, Thai-built และ Student Formula

    สำหรับรางวัลประจำสนามของการแข่งขัน “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: SONGKHLA GRANDPRIX” มีดังนี้

    SIAM GT (PRO CLASS 1/2)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 10,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : เงินรางวัล 5,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : เงินรางวัล 2,000 บาท

    SIAM GT (AMATEUR C)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 5,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 2,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,000 บาท

    SIAM TRUCK (PRO A/B)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 6,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : เงินรางวัล 3,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : เงินรางวัล 2,000 บาท

    SIAM TRUCK (AMATEUR C)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 3,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 2,000 บาท
    • อันดับ 3 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,000 บาท

    SIAM GROUP A / SIAM GROUP N / SIAM ECO (OVERALL A/B/C)

    • อันดับที่ 1 : เงินรางวัล 5,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : เงินรางวัล 3,000 บาท
    • อันดับที่ 3 : เงินรางวัล 2,000 บาท

    SIAM GROUP A / GROUP N / SIAM ECO (AMATEUR C)

    • อันดับที่ 1 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 2,000 บาท
    • อันดับที่ 2 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,500 บาท
    • อันดับที่ 3 : บัตรเติมน้ำมันพีที มูลค่า 1,000 บาท

    ทั้งนี้ผลการแข่งขันประจำปีของ “PT MAXNITRON RACING SERIES 2025” และรายชื่อผู้ที่ได้รับถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในรุ่น SIAM GT SIAM GROUP A และ SIAM GROUP N จะประกาศในพิธีมอบรางวัลแชมป์ประจำปี PT MAXNITRON RACING SERIES 2025 ซึ่งจะจัดขึ้นในเร็ว ๆ นี้

    การแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES 2025: PT SONGKHLA GRANDPRIX ถือเป็นเทศกาลมอเตอร์สปอร์ตเลียบชายหาดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภาคใต้และของประเทศไทย โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา (Sport Tourism) กระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และยกระดับวงการมอเตอร์สปอร์ตไทยสู่มาตรฐานสากล  โดยได้รับการสนับสนุนการจัดงานจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และกลุ่มพันธมิตร อาทิ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.), จังหวัดสงขลา, องค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา, เทศบาลนครสงขลา, ราชยานยนต์สมาคมแห่งประเทศไทย (รยสท.), PT Maxnitron น้ำมันเครื่องคุณภาพสูง, Autobacs ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร, กาแฟพันธุ์ไทย, Subway, Kela, Yokohama, Nexzter, KG Solar, FBT, Max Wash, Wise, BK Clutch, BRD รวมถึง บริษัท ฟอร์ด เซลส์ แอนด์ เซอร์วิส (ประเทศไทย) จำกัด ที่สนับสนุนรถ Safety Car และยังได้รับความร่วมมือจาก Media Partner ได้แก่ Mono29, Monomax, Sports1 และ TV Pool ที่ร่วมเป็นสื่อประชาสัมพันธ์ในการเผยแพร่กิจกรรมไปสู่กลุ่มเป้าหมายในวงกว้าง

    ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวการแข่งขัน PT MAXNITRON RACING SERIES ได้ที่


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อภารกิจยานยนต์พลังงานสะอาด ส่งมอบรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า NEX BEV TRACTOR ให้กับบริษัท สยามคอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล จำกัด

    1 Min Read

    บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อภารกิจยานยนต์พลังงานสะอาด ส่งมอบรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า NEX BEV TRACTOR ให้กับบริษัท สยามคอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล จำกัด

    เมื่อเร็วๆนี้ บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) เดินหน้าสานต่อภารกิจยานยนต์พลังงานสะอาด ด้วยการส่งมอบรถหัวลากพลังงานไฟฟ้า NEX BEV TRACTOR 423.93 kWh  จำนวน 6 คัน ให้กับบริษัท สยามคอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล จำกัด หนึ่งในผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ชั้นนำในประเทศไทย โดยมี คุณณัฏฐสิทธิ์ เทพไพฑูรย์ ผู้อำนวยการสายการขายและการตลาด บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ส่งมอบ และ คุณณรงค์ชัย อำนวยโชคหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามคอนเทนเนอร์เทอร์มินอล จำกัด เป็นผู้รับมอบ ณ บริษัท สยามคอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล จำกัด จ.สมุทรปราการ

    การส่งมอบครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือเพื่อสนับสนุนระบบขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในภาคโลจิสติกส์ โดยรถหัวลากไฟฟ้า NEX BEV TRACTOR 423.93 kWh มีมอเตอร์กำลังสูง 410 กิโลวัตต์ ให้แรงบิดสูงสุด 2,800 นิวตันเมตร พร้อมเกียร์กึ่งอัตโนมัติ 6 สปีด รองรับการทำงานหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างตัวถังทำจากเหล็กกล้า High Tensile Steel ที่แข็งแกร่ง ช่วยเพิ่มความทนทานในการบรรทุก ด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่รุ่นใหม่ขนาดใหญ่ถึง 423.93 kWh ที่ชาร์จได้อย่างรวดเร็วด้วยระบบ DC Fast Charge ช่วยประหยัดเวลา พร้อมตอบโจทย์การใช้งานเชิงพาณิชย์ได้อย่างมีประสิทธิภาพได้รับการออกแบบเพื่อรองรับงานขนส่งหนักภายในท่าเทียบตู้คอนเทนเนอร์ พร้อมด้วยสมรรถนะที่แข็งแกร่งไม่แพ้รถหัวลากที่ใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล ประหยัดพลังงาน และไม่มีการปล่อยมลพิษระหว่างการใช้งานบริษัท สยามคอนเทนเนอร์เทอร์มินอล จำกัด เป็นผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ครบวงจรและท่าเทียบตู้คอนเทนเนอร์ (Container Yard – CY) ที่มีบทบาทสำคัญในระบบขนส่งสินค้าทางเรือของประเทศไทย โดยให้บริการรับฝาก–ขนย้ายตู้สินค้า บริการซ่อมบำรุง และขนส่งต่อเนื่องไปยังปลายทางทั้งในและนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม ด้วยมาตรฐานความปลอดภัยสูงและประสิทธิภาพการดำเนินงานระดับสากล

    คุณณรงค์ชัย อำนวยโชคหิรัญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามคอนเทนเนอร์ เทอร์มินอล จำกัด เปิดเผยถึงปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทฯ ตัดสินใจเปลี่ยนจากการใช้รถบรรทุกดีเซลมาเป็นรถหัวลากไฟฟ้า “NEX BEV TRACTOR 423.93 kWh”  ของบริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ว่า “การที่สยามคอนเทนเนอร์ตัดสินใจเปลี่ยนจากรถบรรทุกดีเซลมาใช้รถหัวลากพลังงานไฟฟ้า ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของลูกค้า SCT ซึ่งเป็นสายเรือชั้นนำของโลกที่มีนโยบายมุ่งสู่ Carbon Neutral และให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นับเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่ทำให้เรามองหานวัตกรรมด้านยานยนต์ไฟฟ้ามาตอบโจทย์นโยบายดังกล่าว

    พลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานสะอาดมากกว่าดีเซลและมีต้นทุนที่ต่ำกว่า อีกทั้งในด้านการบำรุงรักษาก็มีความสะดวกและค่าใช้จ่ายน้อยกว่า ส่งผลให้ต้นทุนการขนส่งโดยรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ รถหัวลากไฟฟ้า ‘NEX BEV TRACTOR 423.93 kWh’ จึงตอบโจทย์เส้นทางการขนส่งหลักของบริษัท ซึ่งเส้นทางระหว่างศูนย์ปฏิบัติการ SCT ไปยังแหลมฉบังคิดเป็นสัดส่วนกว่า 70% ของปริมาณการขนส่งทั้งหมด”

    นอกจากนี้ คุณณรงค์ชัย ยังกล่าวถึงการสนับสนุนจากพันธมิตรว่า “บริการหลังการขายของ NEX POINT ถือเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่สร้างความมั่นใจให้กับเรา หากผลการใช้งานในระยะยาวแสดงให้เห็นถึงความคุ้มค่าในด้านต้นทุน บริษัทก็มีแผนที่จะขยายการใช้รถหัวลากไฟฟ้าเพิ่มเติมอย่างแน่นอน”

    พร้อมกันนี้ยังได้กล่าวถึงภาพรวมของตลาดว่า “ตลาดการขนส่งคอนเทนเนอร์ในประเทศไทยมีดีมานด์สูงมาก ปีหนึ่งมีปริมาณตู้สินค้าที่เข้า–ออกประเทศกว่า 10 ล้านตู้ แต่ปัจจุบันการขนส่งด้วยรถหัวลากไฟฟ้ายังมีสัดส่วนไม่ถึง 0.01% ดังนั้นตลาดยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก เพียงแต่ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่ารถพลังงานไฟฟ้าสามารถให้ความประหยัดและมีต้นทุนการแข่งขันที่ทัดเทียมกับรถดีเซล”

    ปัจจุบัน สยามคอนเทนเนอร์ มีการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการติดตามและจัดการการขนส่ง ช่วยให้ลูกค้าสามารถติดตามสถานะของสินค้าที่ทำการขนส่งได้อย่างเรียลไทม์ นอกจากนี้ บริษัทยังมีความมุ่งมั่นในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสนับสนุนการใช้รถขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งรวมถึงรถหัวลากพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่งส่งมอบในครั้งนี้ความร่วมมือระหว่าง NEX POINT และสยามคอนเทนเนอร์เทอร์มินอล จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการขนส่งไทยสู่ “Green Logistics” อย่างแท้จริง สอดคล้องกับแนวทางการลด Carbon Footprint และการพัฒนาอย่างยั่งยืนในภาคอุตสาหกรรม


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดโชว์รูมแฟลกชิปกลางกรุง รับแขกวีไอพีร่วมงาน Bentayga Azure Hybrid Private Viewing พร้อมมอบแคมเปญรถสต็อกแห่งปี

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เปิดโชว์รูมแฟลกชิปกลางกรุง รับแขกวีไอพีร่วมงาน Bentayga Azure Hybrid Private Viewing พร้อมมอบแคมเปญรถสต็อกแห่งปี

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมกับ บริษัท เลทเทอร์ส อะราวด์ จำกัด (Letters Around) ผู้เชี่ยวชาญด้านการโฆษณา การตลาด การจัดงานอีเวนต์ และที่ปรึกษาทางธุรกิจระดับสากล เชิญแขกระดับวีไอพีร่วมงาน Bentayga Azure Hybrid Private Viewing ยลโฉมยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่มีเอกลักษณ์ในแบบเฉพาะตัว รุ่น Bentayga Azure Hybrid ที่จัดขึ้นแบบเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับแขกคนพิเศษและ Friends of Letters Around พร้อมจัดข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ ณ โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ อาคาร ซีทีไอ ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11-12 ตุลาคมที่ผ่านมา

    งาน Bentayga Azure Hybrid Private Viewing ได้รวมเอาเหล่าบรรดาเซเลบริตีอย่าง ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ คลาวเดีย จักรพันธุ์ หนุ่ม อรรถพร ธีมากร และแขกวีไอพีในแวดวงธุรกิจเข้าไว้มากมาย โดยผู้เข้าร่วมงานมีโอกาสได้สัมผัสกับ Bentayga Azure Hybrid ยนตรกรรมแบบอเนกประสงค์ที่มีความโดดเด่นในเรื่องความสะดวกสบายและความผ่อนคลายภายในห้องโดยสารจากการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี การออกแบบ และงานฝีมือผ่านคุณสมบัติเบาะโดยสาร Front Seat Comfort Specification ที่สามารถปรับได้ถึง 22 แบบ พร้อมการดีไซน์เบาะโดยสารแบบ Harmony Diamond Quilting Specification ที่สามารถระบายอากาศเพื่อรักษาอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกาย และฟังก์ชันพวงมาลัยแบบปรับอุณหภูมิเพื่อความสบายและการตื่นตัวขณะขับขี่ พร้อมกันนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อก ยังมอบโอกาสทดลองขับ Bentayga Hybrid เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินรุ่น V6 แบบไฮบริดที่มาพร้อมกับประสิทธิภาพและสมรรถนะในการขับขี่ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์เบนท์ลีย์ โดยผู้สนใจทดลองขับได้สัมผัสกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นจากเทคโนโลยีความสะดวกสบายภายในห้องโดยสารที่ผสานเข้ากับสมรรถนะระดับซูเปอร์คาร์ได้อย่างลงตัว อีกทั้ง เบนท์ลีย์ แบงค็อก ได้จัดแสดงยนตรกรรมรุ่น New Continental GT และ รุ่น New Flying Spur สุดยอดแกรนด์ ทัวเรอร์สมรรถนะสูงโฉมใหม่ที่ทรงสมรรถนะที่สุดด้วยเครื่องยนต์แบบ High Performance V8 Hybrid วิวัฒนาการล่าสุดที่สามารถผลิตพละกำลังกว่า 680 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 930 นิวตันเมตร พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การเดินทางด้วยการผสมผสานสมรรถนะในแบบซูเปอร์คาร์เข้ากับคุณสมบัติการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมงานยังเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมที่น่าสนใจมากมายที่ได้มาเติมเต็มความพิเศษในวันหยุดสุดสัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นพิธีเปิดงานด้วยชุดการแสดงเครื่องดนตรีไทยแนวร่วมสมัยจากคุณราชศักดิ์ เรืองใจ เจ้าของรางวัลสุพรรณหงส์ทองคำ ครั้งที่ 21 และการแสดงเดินแบบจาก Kornkanok โดย คุณกรกนก สนิทวงศ์ ณ อยุธยากับผลิตภัณฑ์ GOOD GOODS by Central Group ที่ผลิตจากวัสดุรีไซเคิล โดย คุณพิชัย จิราธิวัฒน์ แขกภายในงานฯ ยังได้เพลิดเพลินไปกับเมนูคานาเป้ที่รังสรรค์ขึ้นเป็นพิเศษจากวัตถุดิบชั้นเลิศโดยเชฟมากฝีมือจาก Your Kitchen Catering by YUU และลิ้มรสไวน์ระดับพรีเมียมจาก Penfolds ผู้นำเข้าไวน์ชั้นนำจากประเทศออสเตรเลีย สัมผัสมนต์เสน่ห์แห่งการดื่มไวน์อันเป็นศิลปะชั้นสูงในแก้ว Baccarat (บาคาร่าต์) โดย Baccarat Thailand ผู้นำเข้าเครื่องแก้วเจียระนัยชั้นสูงจากประเทศฝรั่งเศสที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานนับศตวรรษ พร้อมสัมผัสความงดงามของคอลเลกชันเครื่องกระเบื้องพอร์ชเลน (Porcelain) ที่ละเอียดอ่อนและทรงคุณค่าจากแบรนด์ Lladró (ยาโดร) และเครื่องประดับอัญมณีสุดเลอค่าหลากหลายคอลเลกชันจาก Chateau des Gems (ชาโตว์ เดส เจมส์) อัญมณีที่สะท้อนอัตลักษณ์และเรื่องราวของผู้สวมใส่ได้อย่างงดงามและทรงคุณค่า พร้อมเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมสาธิตการแต่งหน้าจาก UZI Cosmetic แบรนด์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลผิวสำหรับผิวแพ้ง่ายของคนไทยที่พัฒนาจากสารสกัดเข้มข้นจากธรรมชาติ โดย ขวัญ อุษามณี ไวทยานนท์ และปิดท้ายงานฯ ด้วยกิจกรรม Lucky Draw กับของรางวัลมากมายจากผู้สนับสนุนชั้นนำ อาทิ APEX Signature, น้ำดื่ม Miracle Pi Water, C2 VITAMIN, Serene และ Flow Yacht Club

    วันนี้ เบนท์ลีย์ แบงค็อก มอบข้อเสนอทางการเงินสุดพิเศษสำหรับรถยนต์เบนท์ลีย์พร้อมส่งมอบ (Stock Car) พร้อมอุ่นใจไปกับการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปีเต็ม และสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิตสูงสุด 4 ปี เอกสิทธิ์เฉพาะเมื่อเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์กับผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและรับข้อเสนอพิเศษ โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชียกับ Volvo ES90 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสมดุลให้ทุกการเดินทาง

    1 Min Read

    เปิดตัวเป็นครั้งแรกในเอเชียกับ Volvo ES90 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อเติมเต็มความสมดุลให้ทุกการเดินทาง

    วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย เปิดตัว Volvo ES90 รถไฟฟ้าเต็มรูปแบบรุ่นใหม่ล่าสุดครั้งแรกในเอเชียที่มาพร้อมกับนิยามใหม่แห่งความอเนกประสงค์ และนวัตกรรมการขับขี่อันล้ำสมัยไว้อย่างลงตัว ผ่านรูปทรงอันเป็นเอกลักษณ์ซึ่งเกิดจากการนำเอาจุดเด่นในแง่ของความเรียบหรู สง่างามของรถซีดาน ความเอนกประสงค์ของรถที่มีหลังคาลาดเทต่อเนื่องไปจนถึงท้ายรถ (fastback) พื้นที่ภายในกว้างขวางพร้อมความสูงใต้ท้องรถที่ยกสูงขึ้นแบบรถ SUV  ทำให้ Volvo ES90 เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อมอบความลงตัวให้ทุกการเดินทางบนท้องถนนไม่ว่าจะเดินทางคนเดียว หรือกับครอบครัว ในทุก ๆ ช่วงเวลาของชีวิต

    คุณคริส เวลส์, กรรมการผู้จัดการ, วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย และมาเลเชีย กล่าวว่า “Volvo ES90 ผสานความทันสมัยของเทคโนโลยี ดีไซน์การออกแบบอันเรียบหรูสไตล์สแกนดิเนเวียน และความกว้างขวางสะดวกสบายของห้องโดยสารไว้ในรถเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในแบบพรีเมี่ยมตามแบบฉบับวอลโว่          Volvo ES90   ตอกย้ำความมุ่งมั่นสู่ความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมไฟฟ้าของเราได้อย่างดีเยี่ยมผ่านการออกแบบที่ควบคุมการทำงานของรถด้วยซอฟต์แวร์ และการประมวลผลผ่านชิปเซ็ตที่ทรงพลัง ทั้งยังช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กลุ่มผลิตภัณฑ์รถวอลโว่ในประเทศไทย ปัจจุบันวอลโว่อยู่คู่กับคนไทยมามากกว่า 50 ปี และเรายังคงมุ่งมั่นในการนำเสนอนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อเสริมประสิทธิภาพให้การขับขี่ มอบความปลอดภัยในการเดินทาง และร่วมสร้างความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อรักษาความไว้ใจที่ลูกค้าวอลโว่ในประเทศไทยมีต่อแบรนด์เสมอมาจากรุ่นสู่รุ่น”

    ความทันสมัย ความโดดเด่น และใช้งานได้คล่องตัว

    ดีไซน์การออกแบบภายนอกของ Volvo ES90 สะท้อนได้ถึงความทันสมัย ความโดดเด่น อย่างชัดเจน รวมถึงความสูงจากพื้นของท้องรถซึ่งทำให้สมรรถนะ และทัศนวิสัยในการขับขี่ที่ดี เส้นหลังคาที่ลาดลงด้านท้ายรถผสานความทันสมัย และความสง่างามไว้อย่างลงตัวในทุกมุมมอง       นอกจากนั้นช่วยเสริม แอโรไดนามิกแก่ตัวรถทำให้การจัดสรรพลังงานแบตเตอรี่ดีขึ้น จึงให้ระยะทางการขับขี่ที่ไกลขึ้น

     

    ไฟหน้าดีไซน์ Thor’s Hammer คงเอกลักษณ์ของวอลโว่ ไฟท้าย LED จัดวางเรียงตามทรงลาดท้ายของหลังคาเชื่อมกับไฟท้ายรูปทรงตัว C ที่เสริมความโดดเด่นให้ท้ายของตัวรถ พร้อมแพทเทรินการแสดงไฟสัญลักษณ์เพื่อต้อนรับและอำลาตามแบบฉบับของวอลโว่ ตัวรถมาพร้อมสีภายนอกให้เลือกทั้งหมด 5 สี รวมถึงสีใหม่อย่าง สีเงิน Aurora Silver

    ท้ายรถที่มีขนาดใหญ่ และลาดลงในสไตล์ fastback ให้ความโดดเด่นสะดุดตา และยังให้พื้นที่ในการจัดเก็บสัมภาระที่กว้างสำหรับทุกกิจกรรมของครองครัว โดยพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านหลังสามารถจัดเก็บได้ถึง 446 ลิตร และขยายกว้างได้ถึง 904 ลิตร หากพับเบาะผู้โดยสารแถวสองลง  อีกทั้งเบาะผู้โดยสารแถวสองของรถยังสามารถพับลงแบบแยกจากกันได้อย่างอิสระ (40/20/40)  นอกจากนี้ยังมีที่จัดเก็บสัมภาระด้านหน้ารถหรือ FRUNK ขนาด 27 ลิตร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับจัดเก็บสายชาร์จรถ

    สะดวกสบาย ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน ในทุกที่นั่ง

    การออกแบบภายในของห้องโดยสารสะท้อนความสะดวกสบาย และความพรีเมี่ยม ด้วยวัสดุไม้จริงที่ใช้ตกแต่งแดชบอร์ด ประตู และด้านหลังที่นั่ง พร้อมการออกแบบที่คำนึกถึงถึงการใช้งานจริงเป็นสำคัญตามแนวคิดการออกแบบสไตล์สแกนดิเนเวียนของวอลโว่  ฐานล้อขนาด 3.1 เมตร ให้พื้นที่โดยสารแถวสองที่กว้าง จึงให้การโดยสารที่สบายทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ หรือผู้สูงอายุ ธีมไฟบรรยากาศภายในรถสามารถเลือกปรับได้ถึง 6  ธีมสีตามความต้องการผู้ใช้รถ พร้อมเบาะที่นั่งที่เลือกได้ทั้งในแบบหนัง Nappa สีดำ Charcoal และขาว Dawn

    หลังคาพาโนรามิกแบบอิเล็กโทรโครมิกที่สามารถปรับความโปร่งแสงได้เพื่อผู้ใช้งานจะสามารถปรับความเข้มของแสงที่สะท้อนเข้าถึงตัวรถ รวมถึงความเป็นส่วนตัว ได้เพียงแค่การกดปุ่มปรับตั้งค่า ตัวหลังคายังมาพร้อมคุณสมบัติในการกรองแสงยูวีได้มากถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์

    ระบบปรับอากาศในห้องโดยสามารถควบคุมได้อย่างอิสระทั้งสี่ที่นั่ง พร้อมระบบฟอกอากาศที่มีคุณสมบัติในการกรองฝุ่นละอองระดับ PM2.5 ได้มากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ และกรองละอองขนาดเล็ก ละอองเกสรดอกไม้ รวมถึงสารก่อภูมิแพ้ ได้มากถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์

    Volvo ES90 คือหนึ่งในรถวอลโว่ที่ถูกออกแบบให้ห้องโดยสารมีความเงียบ เพื่อทั้งผู้ขับ และผู้โดยสารจะดื่มด่ำไปกับเครื่องเสียงระดับพรี่เมียมแบรนด์ Bowers & Wilkins ผ่านลำโพงคุณภาพเสียงระดับ Hi-Fi 25 ตัว รวมถึงบนหลังคา และบริเวณพนักพิงศรีษะที่ตำแหน่งเบาะโดยสารแถวหน้า ให้กำลังขับสูงถึง 1,610 วัตต์ เพื่ออรรถรสการฟังทั่วห้องโดยสารรอบทิศทางกับระบบเสียง Dolby Atmos® และพิเศษกับโหมดเสียงที่ได้รับแรงบรรดาลใจมาจากห้องอัดเสียงจากลอนดอนระดับตำนานอย่าง Abbey Road Studios

    ระบบอินโฟเทนเมนต์ใน Volvo ES90 รองรับการใช้งาน Google built-in เพื่อการใช้บริการ Google Maps เพื่อการนำทาง, Google Assistant ผู้ช่วยส่วนตัวที่ใช้เสียงในการสั่งงาน  หรือใช้บริการแอปอื่น ๆ ที่ดาวน์โหลดผ่านทาง Google Play ตัวรถยังรองรับการใช้งานสัญญาณเครือข่ายระดับ 5G ผ่านแพลตฟอร์มประมวลผล Snapdragon® Cockpit Platform จากบริษัทผู้ผลิตชิปชั้นนำอย่าง Qualcomm Technologies ให้การใช้งานหน้าจอที่ลื่นไหลตอบสนองแม่นยำ ทำให้ข้อมูลสำคัญต่าง ๆ ที่จำเป็นสำหรับผู้ขับแสดงผลผ่านจอขนาด 9 นิ้ว ด้านหน้าของผู้ขับได้อย่างทันท่วงที รวมถึงการแสดงผลบริเวณ head-up display ที่กระจกหน้า

    จอแสดงผลส่วนกลางขนาด 14.5 นิ้ว ช่วยให้ผู้ขับและผู้โดยสารสามารถเข้าถึงฟังก์ชัน เช่น ระบบนำทาง ระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์, ฟังก์ชันควบคุมอุณหภูมิภายในห้องโดยสาร ฟังก์ชันการโทรและรับสาย และอื่น ๆ     และเพื่อช่วยให้การจอดรถเป็นเรื่องที่ง่ายยิ่งขึ้น Volvo ES90 ยังมาพร้อมกล้องรอบคันแบบ 360 องศา ที่รองรับการแสดงผลแบบ 3 มิติใหม่ล่าสุด เพื่อมอบความอุ่นใจ และความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับในทุกครั้งที่ต้องจอดในที่แคบ

    อัพเดทการใช้งานให้ดีขึ้นได้อย่างสม่ำเสมอ

    Volvo ES90 ผลิตขึ้นบนแพลตฟอร์ม SPA2 ที่มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของวอลโว่ Superset tech stack ที่รวมการทำงานระหว่างฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์โมดูล เข้าไว้ด้วยกันเพื่อรองรับการพัฒนาต่อยอดรถไฟฟ้าของวอลโว่ในอนาคต โดยเทคโนโลยีดังกล่าวนี้จะทำให้ วอลโว่ คาร์ สามารถพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพ ประสิทธิภาพ ความปลอดภัย ของรถวอลโว่ที่พัฒนาด้วยเทคโนโลยี Superset ได้ตลอดอายุการใช้งานรถผ่านการอัพเดทในแบบ over-the-air

    นอกจากนี้ ES90 ยังเป็นรถไฟฟ้าคันแรกของวอลโว่ที่มาพร้อมชิปประมวลผล NVIDIA DRIVE AGX Orin แบบคู่ ทำให้รถมีพลังในการประมวลผลด้วย คอร์ คอมพิ้วติ้ง มากกว่าที่เคยมีมา ซึ่งประสิทธิภาพในการประมวลผลขั้นสูงนี้ช่วยยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย และประสิทธิภาพของตัวรถให้เพิ่มขึ้นจากการผสานการทำงานระหว่างข้อมูล ซอฟต์แวร์ และ AI

    ในแง่ของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ Volvo ES90 มาพร้อมระบบการขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า และเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ใหม่ล่าสุด ช่วยเพิ่มความเร็วให้การชาร์จ และระยะทางในการขับขี่ให้ดีขึ้นกว่าเดิม และระยะทางรวมสูงสุดถึง 755 กิโลเมตร* เมื่อชาร์จเต็มตามมาตรฐาน NEDC

    พลังขับเคลื่อนของเทคโนโลยีแบตเตอรี่ 800 โวลต์ ถูกควบคุมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า และส่วนประกอบอื่น ๆ ที่มีน้ำหนักเบาจึงช่วยลดน้ำหนัก และเพิ่มประสิทธิของตัวรถโดยรวมซึ่งรวมถึง อัตราเร่ง, ระยะทางการขับ

    และค่าสัมประสิทธิ์แรงต้านอากาศ (Cd) ที่เพียง 0.25 ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ในระยะเวลาเพียง 6.6 วินาที

    สานต่อความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืน

    นอกเหนือจากเทคโนโลยีแบตเตอรี่ อีกหนึ่งจุดเด่นของ Volvo ES90 คือความมุ่งมั่นในการมีส่วนร่วมสร้างความยั่งยืนของวอลโว่ ผ่านวัสดุที่เลือกใช้ซึ่งไม่เพียงเป็นวัสดุที่มาจากธรรมชาติ แต่ยังเป็นวัสดุรีไซเคิลเพื่อลดปริมาณก๊าซ Co2 ในการผลิต และในส่วนของตัวรถก็มีการนำวัสดุรีไซเคิลอย่าง อะลูมินั่มราว 29% และเหล็กราว 18% โพลีเมอร์ราว 16% มาใช้ รวมถึงการใช้งานวัสดุชีวภาพ และวัสดุธรรมชาติอย่างไม้จริงที่มาจากแหล่งที่ได้รับการรับรองโดย FSC

    มาตรฐานความปลอดภัยระดับวอลโว่ ทั้งนอกและในรถกับ Safe Space Technology

    Volvo ES90 Exterior

    เพราะความปลอดภัยคือหัวใจหลักของวอลโว่ Volvo ES90 จึงถูกออกแบบให้มาพร้อมการปกป้องทั้งภายในและนอกรถ ตามมาตรฐานความปลอดภัยของวอลโว่ คาร์ (Volvo Cars Safety Standard) ที่มีการทำการทดสอบ และศึกษาค้นคว้าตลอด 55 ปีที่ผ่านมาจากเหตุการณ์อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มากกว่ามาตรฐานอุตสาหกรรมโดยทั่วไป โดยเมื่อผสานการทำงานของระบบความปลอดภัยเข้ากับการทำงานที่ทรงพลังของระบบประมวลผลจาก คอร์ คอมพิ้วติ้ง แล้ว Volvo ES90 จึงเป็นรถที่สานต่อปฐมบทความปลอดภัยรูปแบบใหม่ของ วอลโว่ คาร์ อย่างแท้จริง

    Volvo ES90 มีโครงสร้างตัวถังนิรภัยที่แข็งแกร่ง ระบบป้องกันการชนขั้นสูง รวมถึงมีพื้นที่ในการซับแรงกระแทกที่ได้รับการออกแบบมาอย่างดี นอกจากนี้ยังมาพร้อมระบบความปลอดภัยในการขับขี่    แบบแอคทีฟผ่านการใช้งานเซนเซอร์ล้ำสมัยรวมถึงเรดาห์ 5 ตัว, กล้อง 7 ตัว, เซนเซอร์อัลตราโซนิก 12 ตัว และ lidar จาก Luminar Technologies

    โดยระบบเซนเซอร์เหล่านี้ให้ประสิทธิภาพในการมองเห็นที่ไกลกว่าสายตาของคนจึงให้ประสิทธิภาพในการตรวจจับวัตถุเพื่อหลีกเลี่ยงการชน และอันตรายบนท้องถนนทำได้อย่างดีเยี่ยม  Volvo ES90 ยังมาพร้อมระบบ driver understanding system ที่สามารถตรวจจับได้เมื่อผู้ขับขี่สูญเสียสมาธิจากถนน และเข้ามาช่วยสนับสนุนได้ทันที

    Safe Space Technology ใน Volvo ES90 มอบการปกป้องไม่เพียงแค่ระหว่างการขับขี่ แต่ยังรวมถึงขณะจอดรถด้วยระบบแจ้งเตือนการเปิดประตู (door opening alert) ช่วยป้องกันอุบัติเหตุกับนักปั่นจักรยานและคนเดินถนนที่สัญจรผ่านขณะเปิดประตู

    ราคา

    Volvo ES90 Ultra Single Motor Extended Range 2,990,000  บาท

    Volvo ES90 คาดว่าจะพร้อมส่งมอบให้แก่ลูกค้าในประเทศภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ หรือ ต้นเดือนมกราคม พ.ศ. 2569


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • สนามแข่งรถเลียบชายหาดสมิหลา “PT Songkhla Grand Prix 2025” ทีม ZIC พร้อมล่ารางวัล

    1 Min Read

    สนามแข่งรถเลียบชายหาดสมิหลา “PT Songkhla Grand Prix 2025” ทีม ZIC พร้อมล่ารางวัล

    หากพูดถึงการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ แบบ street circuit พลาดไม่ได้กับรายการแข่ง “PT Songkhla Grand Prix 2025”

    ระยะทาง 2.7 กม. รวม 13 โค้ง พร้อมไฮไลท์ทางตรงเลียบทะเลกว่า 1 กม.พร้อมแฟนคลับใจรักความเร็ว ที่มาส่งกำลังใจแบบใกล้ชิดติดสนามงานนี้ ทีม ZIC ขนทัพรถแข่งและนักแข่งมืออาชีพ มากประสบการณ์ เมื่อวันที่ 16 – 19 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา นำทีมโดย

     

     

     

    ทีม ZIC Tune by Aot โชว์พลังการขับรถกระบะดีเซล เอาใจสายรีแมพ และทดสอบประสิทธิภาพของน้ำมันเครื่องและน้ำยาหล่อเย็น ZIC ได้ทั้งความลุ้น และ ความมันส์ตลอดการแข่งขัน สูงชัยชนะ

    🏁รุ่น Siam Truck

    – วริศ อ่อนระยับ No.88 Class Pro A แข่งจบอันดับที่ 2 ในสนามที่ 6 และ แข่งจบอันดับที่ 3 ในสนามที่ 7 ( ที่ 4 Overall )

    – ดนุวัศ วรกิติไชย No.45 Class Pro A แข่งจบอันดับที่ 3 ในสนามที่ 6 และ แข่งจบอันดับที่ 1 ในสนามที่ 7 ( ที่ 1 Overall )

    – พลกฤต แซ่เฮง No.74 Class AM แข่งจบอันดับที่ 3 ในสนามที่ 6 และ แข่งจบอันดับที่ 4 ในสนามที่ 7

    ทีม ISM ( Insane Motorsport by ZIC ) แจกความสดใส แต่ฝีมือการขับสุดโหด ลงแข่งพร้อมรถคู่ใจอย่าง HONDA CR-Z
    🏁รุ่น Siam Group A

    -ชนัญชิชา ธนัฐิธาดากุล หรือเนท No.65 A แข่งจบอันดับที่ 2 ในสนามที่ 6 และ แข่งจบอันดับที่ 1 ในสนามที่ 7

    นอกจากการแข่งขันทางทีมยังพร้อมมอบความใกล้ชิดให้กับแฟนๆได้ใกล้ชิดทั้งรถแข่ง และ นักแข่งมากประสบการณ์ เรียกได้ว่าเป็น สนามแข่งที่มีทั้งความอบอุ่น และ ความสนุกไปตลอดทั้งงาน

    เรื่องการปกป้องเครื่องยนต์ ไว้ใจ น้ำมันเครื่อง ZIC “แรงทุกหยด ปกป้องทุกการเดินทาง”


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment