-
NEX POINT จัดอบรม “การจัดการความปลอดภัยยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ” ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์

ยุคสมัยใหม่ คุณจะเลือกเป็นเจ้าของนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์สักคัน คงต้องนึกถึงแบรนด์ดังที่เข้มแข็ง และแข็งแกร่ง NEX POINT ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ชั้นนำในไทย ที่เดินหน้าขับเคลื่อนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า เติบโตอย่างรวดเร็วทำให้การขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า การส่งเสริม และพัฒนานวัตกรรมในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มจำนวนมากขึ้นและการเรียนรู้ Electric Vehicle หรือ EV นับว่าเป็นสิ่งสำคัญและจำเป็นมากสำหรับผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า

ณ ห้องแกรนด์บอลรูม บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในประเทศไทย จัดอบรมพิเศษเรื่อง “การจัดการความปลอดภัยยานยนต์ไฟฟ้าเมื่อเกิดอุบัติเหตุ (EV Accident Response and Safety Protocols)” โดยวิทยากรที่มีประสบการณ์สูง ดร.วิชญ์พล โมทนียชาติ ผู้จัดการแผนกวิศวกรรมโครงการพิเศษ ฝ่ายพัฒนากลยุทธ์ และวางแผนการลงทุน บริษัท อมิตา เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อเตรียมความพร้อมด้านความปลอดภัยให้แก่ตัวแทนจำหน่าย และพันธมิตรของบริษัทฯ ทั่วประเทศ ตลอดจน ทีมให้บริการฉุกเฉิน (Roadside Assistance) และผู้ประกอบการศูนย์ซ่อมสีและตัวถังฯ

ที่สำคัญ การอบรมนี้ อาจารย์ธีระพล วงศ์เลิศพิชิต ที่ปรึกษาฝ่ายบริการหลังการขาย บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า “NEX POINT มุ่งเน้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมจำนวนกว่า 100 คน มีเข้าใจการจัดการความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า เมื่อเกิดอุบัติเหตุ รวมถึงมาตรการรับมือและลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ปฏิบัติงาน ผู้ประสบเหตุและผู้ร่วมใช้ถนน โดย NEX POINT นำความเชี่ยวชาญจากทีมวิศวกรของโรงงานประกอบ AAB ที่ทันสมัยที่สุดในภูมิภาค และการสนับสนุนจากโรงงาน Amita ผู้ผลิตแบตเตอรี่ลิเธียม พร้อมให้ความรู้เชิงลึก และแนวทางปฏิบัติ ที่ได้มาตรฐาน ซึ่งการจัดอบรมนี้นับว่าเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับภาคธุรกิจ และภาครัฐในการจัดการยานยนต์ไฟฟ้าอย่างปลอดภัยมาตรฐานที่เราส่งเสริมจะช่วยยกระดับการบริการ และความปลอดภัยให้กับทุกฝ่าย และการอบรมนี้คาดว่าจะส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในหลายด้าน ได้แก่
- ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย การให้ความรู้แก่ผู้ให้บริการฉุกเฉินและศูนย์ซ่อม จะช่วยลดความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องกับอุบัติเหตุของยานยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะการจัดการแบตเตอรี่แรงดันสูง
- เพิ่มประสิทธิภาพในการตอบสนองเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ทีมช่วยเหลือฉุกเฉินและศูนย์ซ่อมสี-ตัวถังที่ผ่านการอบรมจะสามารถจัดการสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วและปลอดภัยลดความเสียหายและป้องกันอันตรายแก่ผู้ใช้ถนน
- สนับสนุนการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การที่บุคลากรได้รับการฝึกอบรมจะช่วยให้ภาคธุรกิจปฏิบัติตามมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งเป็นแนวโน้มที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก
- ส่งเสริมการเติบโตและการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้า ความมั่นใจในการจัดการอุบัติเหตุที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภคและผู้ประกอบการ ส่งผลให้การใช้งาน EV ขยายตัวมากขึ้น
- ป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การรับมือกับอุบัติเหตุอย่างเหมาะสม สามารถลดอันตรายจากไฟไหม้แบตเตอรี่หรือสารเคมีรั่วไหล ส่งเสริมการใช้งาน EV ที่ยั่งยืน
แน่นอน…การอบรมของ Nex Point นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า EV และยังเพิ่มความพร้อมให้กับทุกภาคส่วนในการบริหารจัดการเหตุฉุกเฉินอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด” อาจารย์ธีระพล กล่าว

ส่วนไฮไลท์ การอบรมครั้งนี้ บริษัทฯ ยังนำ NEX BEV CITY BUS 8M ตอบโจทย์เทรดลดโลกร้อน ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง นำรถโดยสารไฟฟ้ามาโชว์ นวัตกรรมแห่งอนาคตและสิ่งแวดล้อมที่ดี มีเอกลักษณ์โดดเด่นด้วยดีไซน์สมัยใหม่กะทัดรัด 8 เมตร 22 ที่นั่ง เหมาะสำหรับรับส่งผู้โดยสารในเมืองเป็นหลัก ภายในทันสมัยกว้างสะดวกสบายกับคนขับขี่ และผู้บริการสามารถเก็บข้อมูลการเดินทาง และติดตามการทำงานได้อย่างละเอียดแม่นยำ มีระบบความปลอดภัยในรถมีระบบ GPS กล้องวงจรปิดทำให้สามารถติดตามเส้นทาง และเห็นเหตุด่วนได้อย่างรวดเร็วเพื่อการแก้ไขที่ทันท่วงที NEX Bus ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ช่วยประหยัดต้นทุนการเดินรถอย่างเห็นได้ชัด ช่วยเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจเมื่อเลือกใช้รถไฟฟ้า และองค์กรอุ่นใจที่ได้ดูแลสิ่งแวดล้อม ซึ่งภาพลักษณ์ที่ดี คือ มูลค่าที่เงินไม่ซื้อได้ง่ายๆ และยังมีระบบของรถที่น่าเชื่อถือเพิ่มความอุ่นใจในการเดินทางของผู้โดยสารมากขึ้น ซึ่งการปรับมาใช้รถไฟฟ้าจะช่วยให้แบรนด์ที่เข้มแข็งอยู่แล้วมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ซึ่งนับเป็นการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพ การให้บริการแก่ลูกค้าและในระยะยาว ช่วยลดต้นทุนค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายการบำรุงรักษาและ ช่วยลดมลภาวะทางอากาศอีกด้วย NEX POINT เป็นแบรนด์ที่มียานยนต์ไฟฟ้าให้คุณได้เลือกมากที่สุด และมีการออกแบบมาให้เหมาะสมกับกลุ่มธุรกิจได้เลือกใช้งานได้หลากหลายรุ่น อาทิ เลือกใช้เพื่อต่อยอดธุรกิจคมนาคม หรืออำนวยความสะดวกในพื้นที่รถไฟฟ้า NEX BEV CITY BUS 8M ทางเลือกที่ “คุ้มค่าที่สุด” สำหรับ “ผู้ประกอบการยุคใหม่” ที่มองหาโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน นับว่าเป็นรถโดยสารไฟฟ้าที่ตอบโจทย์คนไทยและเป็นโลจิสติกส์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
มากกว่ายานยนต์รถไฟฟ้าที่ดี บริการที่ดี คือ หัวใจหลักสำคัญ โดยทาง NEX POINT การันตีทีมช่างที่เก่งความรู้ เก่งความชำนาญ และเก่งประสบการณ์ฝีมือขั้นเทพ ที่พร้อมจะเดินเคียงข้างไปกับศูนย์บริการ และเคียงข้างไปพร้อมผู้จัดจำหน่ายทั่วภูมิภาค โดยจะทำหน้าที่ดูแลให้คำปรึกษาแนะนำลูกค้าเสมือนเป็นมิตรแท้ ทางธุรกิจ และให้บริการหลังการขายที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าอย่างรวดเร็วและฉับไว อาทิ การติดตั้งไปจนถึงการบำรุงรักษายานยนต์, การดูแลระบบแบตเตอรี่, ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า, ระบบควบคุมการชาร์จ, ระบบคอมพิวเตอร์ควบคุมยานยนต์ และระบบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของยานยนต์ไฟฟ้า สร้างความไว้วางใจสร้างมาตรฐานแก่ลูกค้าในการดูแลระดับ Professional โดยลูกค้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการใช้งานอย่างแน่นอน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Farizon รถตู้ไฟฟ้าเครือ Geely เตรียมลุยไทย! คิง เจน เปิดเกมรุกหวังคว้าสิทธิ์นำเข้าและจัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ

คิง เจน เดินหน้าขยายไลน์ธุรกิจ เตรียมคว้าสิทธิ์ตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่าย “Farizon” รถอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้าจากเครือ Geely Holding Group อย่างเป็นทางการในประเทศไทย หวังเป็นผู้จัดจำหน่ายเพียงรายเดียว พร้อมดัน Farizon เจาะตลาด EV เชิงพาณิชย์ ด้วยผลิตภัณฑ์ไฮไลต์ที่ตอบโจทย์ด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และความปลอดภัย

นายคณิสสร์ ศรีวชิระประภา ประธานที่ปรึกษา บริษัท คิง เจน จำกัด (มหาชน) (KGEN) เปิดเผยว่า บริษัทดำเนินธุรกิจหลักด้านโลจิสติกส์ การขนส่งสินค้าและผู้โดยสาร การให้บริการสถานีชาร์จรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ทำให้มองเห็นโอกาสการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวกระโดด ล่าสุดเข้าร่วมงาน “2025 International Automotive and Supply Chain Expo” ที่ศูนย์จัดงานและนิทรรศการชั้นนำระดับโลก AsiaWorld-Expo ในฮ่องกง โดยได้ยื่นข้อเสนอและเจรจาร่วมกับ Farizon New Energy Commercial Vehicle ในเครือ Geely Holding Group มอบหมายให้ คิง เจน เป็นตัวแทนผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้า Farizon ในประเทศไทย

Farizon แบรนด์ยานยนต์พลังงานใหม่ภายใต้เครือ Geely Holding Group มุ่งมั่นยกระดับการขนส่งอย่างยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์ “Methanol + Electric” เน้นการผสานพลังงานสะอาดกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ โดยมีศูนย์วิจัยและพัฒนาขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศจีน และสายการผลิตที่ครอบคลุมครบทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่รถบรรทุกขนาดใหญ่ รถบรรทุกขนาดเล็ก รถมินิ LCV (Light Commercial Vehicle) ไปจนถึงรถโดยสาร ในปี 2024 ที่ผ่านมา Farizon สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายสะสมทะลุ 300,000 คันทั่วโลก ครองอันดับหนึ่งในส่วนแบ่งตลาดตลอดทั้งปี พร้อมขยายฐานลูกค้าในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุมภูมิภาค เอเชียแปซิฟิก ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาใต้

รถอเนกประสงค์พลังงานไฟฟ้า Farizon ครองใจตลาดโลก ด้วยฟังก์ชันอัจฉริยะและความปลอดภัยระดับสูง โดยเฉพาะรุ่น Farizon SuperVan (SV) ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการโดยสาร การบรรทุกสินค้า หรือปรับแต่งเพื่อภารกิจเฉพาะ มาพร้อมกับเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสิทธิภาพเหนือชั้น และมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง ซึ่งได้รับการรับรองรางวัล Platinum Safety Rating จาก Euro NCAP หนึ่งในองค์กรทดสอบความปลอดภัยรถยนต์ชั้นนำของโลก นอกจากนี้ Farizon ยังนำเสนอรุ่น SV Combi และ SV Taxi ที่ออกแบบให้รองรับทั้งการขนส่งผู้โดยสารและสินค้า ด้วยห้องโดยสารกว้างขวาง ระบบอัจฉริยะครบครัน และคุณสมบัติด้านความปลอดภัยที่ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองยุคใหม่ได้อย่างลงตัว
ในงาน 2025 International Automotive and Supply Chain Expo ทาง Farizon ยังได้เปิดตัว Farizon SV Combi รถอเนกประสงค์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ รถบรรทุกอัจฉริยะ H9E และรถบัสเมทานอล-ไฮโดรเจน U12M พร้อมสร้างความคึกคักให้กับตลาดยานยนต์ ด้วยการส่งมอบแท็กซี่ไฟฟ้า Farizon SV จำนวน 1,000 คัน ให้แก่บริษัท Sino Development (International) เพื่อให้บริการในฮ่องกง โดยรถรุ่นนี้ออกแบบเพื่อความสะดวก ปลอดภัย และรองรับการใช้งานของผู้สูงอายุและเด็ก นอกจากนี้ Farizon ยังลงนามความร่วมมือกับโรงพยาบาล Pok Oi และพันธมิตรที่มีศักยภาพสูง เดินหน้าขยายตลาดสู่ระดับโลกอย่างต่อเนื่อง โดยมีการส่งออกผลิตภัณฑ์ไปยังหลายภูมิภาคทั่วโลก พร้อมตั้งเป้าเป็นผู้นำด้านโซลูชันการขนส่งพลังงานสะอาดและอัจฉริยะในอนาคต
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
“ฟาสต์ ออโต โชว์ 2025” ชี้ช่อง ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ จับมือผู้ประกอบการชั้นนำสร้างมาตรฐานใหม่ ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถยนต์ใช้แล้ว

ในงานแถลงข่าว “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” (FAST Auto Show Thailand) มหกรรมจำหน่ายรถยนต์ครบวงจรช่วงกลางปี ผู้จัดงานได้ร่วมกับผู้ประกอบการธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วชั้นนำของประเทศ จัดเสวนาในหัวข้อ “เทรนด์รถมือสอง 2568 : มาตรฐานใหม่ยกระดับความเชื่อมั่นตลาดรถยนต์ใช้แล้ว” รวมตัวเร่งสร้างจุดแข็งด้านมาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการ ปรับกลยุทธ์การตลาดด้วยการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อรองรับการฟื้นตัวเต็มที่ พร้อมผลักดันธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน โดยมี นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ นายโย ปัญญาตระกูลชัย DDS คาร์เซ็นเตอร์ นายศิลา ปัญญาตระกูลชัย ดา ศรีนครินทร์ และนายภิญโญ ธนวัชรภรณ์ โยรัชดา ร่วมเสวนา ซึ่งสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้

- “รถยนต์ใช้แล้ว ทางเลือกคุ้มค่า– จ่อปรับขึ้นราคาอีก 10-15%”
ภาพรวมของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากปีที่แล้ว เพราะความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อ และการแข่งขันด้านราคาของรถยนต์ใหม่ แต่ “รถยนต์ใช้แล้ว” ยังคงเป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ต้องการใช้รถในช่วงเศรษฐกิจทรงตัวและกำลังซื้อถดถอย นับเป็นโอกาสของผู้บริโภค เนื่องจากรถยนต์ใช้แล้วเป็นสินค้าทดแทนที่ตอบโจทย์ความคุ้มค่าให้กับผู้บริโภค เพราะราคามีการปรับฐานลงมาจนเริ่มคงที่แล้ว ดังนั้นเมื่อเปรียบเทียบกับรถยนต์ใหม่ รถยนต์ใช้แล้วจะมีทางเลือกที่หลากหลายมากกว่า ทั้งยี่ห้อและรุ่นรถ หรือในรุ่นเดียวกันก็จะมีราคาที่น่าสนใจมากกว่า คาดว่าช่วงครึ่งปีหลังราคารถยนต์ใช้แล้วมีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นราว 10-15% เนื่องจากรถที่มีคุณภาพสูงในตลาดเริ่มมีจำนวนจำกัด
- “ซื้อขายรถมือสอง ผู้ประกอบการต้องปรับกลยุทธ์-ยกระดับบริการสร้างความเชื่อมั่น”
ปัจจุบันการซื้อ-ขายรถยนต์ใช้แล้วสามารถตกลงกันทางออนไลน์มากขึ้น ดังนั้นการปรับตัวของผู้ประกอบการจึงมีความสำคัญมากในช่วงเวลานี้ ต้องปรับกลยุทธ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค เช่น การพัฒนาการตลาดออนไลน์ที่ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถค้นหา เปรียบเทียบ และซื้อขายรถยนต์ได้อย่างสะดวก การเน้นให้ข้อมูลความคุ้มค่าของรถยนต์ใช้แล้ว เพื่อดึงดูดใจผู้บริโภคในสภาวะเศรษฐกิจที่ท้าทาย รวมถึงยกระดับคุณภาพและความเชื่อมั่น เช่น จัดให้มีระบบตรวจสอบคุณภาพรถยนต์ (Inspection) โดยผู้เชี่ยวชาญ พร้อมการรับประกันที่น่าเชื่อถือ หรือเพิ่มบริการเสริมเพื่อสร้างความพึงพอใจ เช่น บริการจัดส่งรถถึงบ้าน บริการหลังการขาย ฯลฯ เพราะการยกระดับคุณภาพบริการถือเป็นหัวใจสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค
- “ผู้ซื้อเน้นคุณภาพ รถมือสองใช้น้อยยังฮิต-เทคโนโลยีช่วยเสริมความมั่นใจก่อนตัดสินใจซื้อ”
พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อให้ความสำคัญกับความคุ้มค่ามากขึ้น คำนึงถึงคุณภาพสินค้าและบริการหลังการขายมากกว่าราคา ทำให้รถยนต์ใช้แล้วที่มีคุณภาพดีหรือรถยนต์ที่ผ่านการใช้งานมาน้อยยังคงได้รับความสนใจเป็นพิเศษ และมีการใช้เทคโนโลยีออนไลน์เพื่อหาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ที่มีคุณภาพดี เปรียบเทียบราคาที่เหมาะสม และเลือกซื้อกับผู้ประกอบการที่ไว้วางใจ พร้อมปัจจัยสนับสนุน เช่น การรับประกันคุณภาพ และการตรวจสอบจากหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ ซึ่งจะช่วยให้สถาบันการเงินที่ปล่อยสินเชื่อ รวมถึงผู้ซื้อมีความมั่นใจในสินทรัพย์ดังกล่าวเพิ่มขึ้น
- “รถคุณภาพดีมีน้อย-ขายไว รถค้างลานส่วนใหญ่ไม่ผ่านเกณฑ์รับซื้อ”
รถที่เข้าในลานประมูลจะมีการคัดเกรดแยกเป็นกลุ่มตามสภาพ ซึ่งรถยนต์ที่สภาพดีนั้นหายากและมีจำนวนไม่มาก ขณะที่มีความต้องการสูง ดังนั้นจึงถูกจำหน่ายออกอย่างรวดเร็ว ส่วนรถที่เหลือค้างจำนวนมากในลานประมูลตามที่เห็นในสื่อออนไลน์ต่าง ๆ เป็นรถหลากหลายเกรดที่ผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วที่ดีและมีความรับผิดชอบต่อการขายสินค้าจะไม่รับซื้อเนื่องจากคุณภาพไม่ได้มาตรฐานของผู้ประกอบการและไม่สามารถออกใบรับประกันสินค้าให้ได้
- “มือสองไฮบริด-ยุโรปนิยมสูง EV ยังชะลอตัว”
รถยนต์ใช้แล้วที่ได้รับความนิยมสูงและราคาปรับขึ้นไป คือ รถในกลุ่มไฮบริดและรถยุโรปสภาพดีเพราะค่อนข้างหายาก ส่วนรถยนต์ไฟฟ้ามือสองปัจจุบันยังไม่อยู่ในความสนใจเพราะโอกาสในการทำธุรกิจยาก เนื่องจากมีปัจจัยแปรผัน เช่น การปรับลดราคาของรถใหม่ป้ายแดง สถาบันการเงินไม่ปล่อยสินเชื่อ หรือจัดสินเชื่อให้น้อยด้วยเงินดาวน์ 30 – 40%
- “สร้างความเชื่อมั่นตลาดรถมือสอง ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์’ นำร่องรับประกันซื้อคืนรายแรก”
“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” เป็นมหกรรมจำหน่ายรถงานแรกของประเทศไทยที่ได้ริเริ่มข้อตกลงและทำสัญญากับกลุ่มผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่เข้ามาร่วมงาน เป็นการสร้างมาตรฐานใหม่ในการรับประกันของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วให้เป็นที่แพร่หลาย ด้วยการ “รับประกันซื้อคืน” ตั้งแต่ครั้งแรกของการจัดงานในปี 2012 ถึงปัจจุบัน เพื่อต้องการลบจุดอ่อนของธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วที่ผู้บริโภคกลัว เพราะไม่เชี่ยวชาญเรื่องรถ ไม่มั่นใจในคุณภาพของสินค้าและบริการ ทำให้ไม่กล้าเสี่ยงซื้อ โดยตลอดระยะเวลาจัดงาน 12 ครั้งที่ผ่านมาได้รับการตอบรับที่ดีและไม่เคยเกิดกรณีรับซื้อคืนแต่อย่างใด
- “ยกระดับตลาดรถมือสอง ‘ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025’ ชูจุดแข็งรับประกันไมล์แท้-คุณภาพรถ”
“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” เป็นงานแรกที่หยิบยกเรื่อง “การรับประกันไมล์แท้” มาเป็นจุดแข็งและสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถยนต์ใช้แล้วในปีนี้ เพิ่มเติมจากเงื่อนไขเดิม ที่รับประกันซื้อคืนหากรถยนต์ใช้แล้วที่ซื้อในงานเคยมีประวัติ ไฟไหม้ จมน้ำ ตัดต่อ ชนหนัก และไม่สามารถจดทะเบียนได้ถูกต้องตามกฎหมาย พร้อมออกใบรับประกันระบุคุณภาพเกรดของรถยนต์ใช้แล้วทุกคันภายในงาน เพื่อกระตุ้นผู้ประกอบการให้เห็นความสำคัญเรื่องคุณภาพสินค้า และร่วมกันยกระดับมาตรฐานรถยนต์ใช้แล้ว เป็นการช่วยลดความกังวลใจทั้งหมดของผู้บริโภคและนำไปสู่การตัดสินใจซื้อได้ทันที

“ด้วยความร่วมมือของ “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์” ในการผลักดันและสร้างมาตรฐานใหม่ร่วมกับผู้ประกอบธุรกิจรถยนต์ใช้แล้วตลอดระยะเวลาหลายปี ทำให้คนที่ดูรถไม่เป็นก็ซื้อรถมือสองมาใช้ได้อย่างมั่นใจ เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการรถยนต์ใช้แล้วที่มีมาตรฐานจะมีกระบวนการคัดสรรรถยนต์ ตรวจสภาพรถยนต์อย่างละเอียดก่อนจะมาจำหน่าย และมีเงื่อนไขการรับประกัน พร้อมการบริการอื่น ๆ เพิ่มเติมที่มากขึ้น แต่เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจในการเลือกซื้อมากขึ้นอีก ทางทีมผู้จัดงาน “ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้มีการตรวจเช็คสภาพรถยนต์ใช้แล้วทุกคันที่เข้ามาจำหน่ายในงานอย่างเข้มงวด ถือเป็นงานแรกและงานเดียวในประเทศไทยที่เพิ่มการการันตีไมล์แท้ซื้อคืน 100% ของรถที่นำมาจำหน่ายในงาน เพิ่มจากเงื่อนไข 5 ข้อที่กำหนดไว้เดิม จึงเป็นโอกาสให้ผู้บริโภคได้นำข้อมูลมาเปรียบเทียบความคุ้มค่าในการเลือกสรรรถยนต์ใช้แล้วคุณภาพดี รวมทั้งเลือกซื้อรถใหม่ป้ายแดงที่แต่ละบริษัทนำเสนอพร้อมแคมเปญโปรโมชั่น เข้ามา “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” ที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ “รถใหม่โปรโดนใจ รถมือสองไมล์แท้รับประกันซื้อคืน” เข้าชมฟรี แถมลุ้นรับรางวัลมากมาย ตั้งแต่วันที่ 2 – 6 กรกฎาคม ศกนี้ ณ ไบเทค บางนา” นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน กล่าวสรุปท้าย
ติดตามรายละเอียดของงาน“ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025” ได้ที่ Facebook : FAST AUTO SHOW
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ออโต้แบคส์จัดเต็ม! สำหรับลูกค้าใหม่ เติมหรือเปลี่ยนลมไนโตรเจนฟรี! ผู้ถือบัตร PT Max Card รับคะแนนสะสม PT Max Card Points ฟรี! 100 คะแนน

ออโต้แบคส์ ประเทศไทย (Autobacs Thailand) ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจร มาตรฐานจากญี่ปุ่น ในกลุ่มบริษัท พีทีจี เอ็นเนอยี จำกัด (มหาชน) หรือ PTG จัดแคมเปญสุดพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยเข้ามาใช้บริการที่ ออโต้แบคส์ (AUTOBACS) ได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสประสบการณ์สุดเอ็กคลูซีฟครั้งแรก ด้วยการรับสิทธิ์เติมหรือเปลี่ยนลมไนโตรเจนฟรี! ผู้ถือบัตร PT Max Card Premier, PT Max Card Plus และ PT Max Card Plus EV รับคะแนนสะสม PT Max Card Points ฟรี! 100 คะแนน กรณีที่ลูกค้ายังไม่มีบัตรสมาชิก สามารถสมัครได้ที่หน้าสาขาเพื่อรับคะแนน ตั้งแต่วันนี้ – 15 สิงหาคม 2568 ณ ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจรออโต้แบคส์ (AUTOBACS) ทุกสาขาทั่วประเทศ
นายชัยทัศน์ วันชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท สยามออโต้แบคส์ จำกัด กล่าวว่า “ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ครบวงจรออโต้แบคส์ (AUTOBACS) ให้ความสำคัญกับคุณภาพ มาตรฐาน และความใส่ใจในรายละเอียดมาโดยตลอด เราไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับเปลี่ยนยางหรือถ่ายน้ำมันเครื่อง แต่เราคือผู้ช่วยดูแลรถยนต์ที่ลูกค้าไว้ใจได้ในระยะยาว สำหรับแคมเปญนี้ เราต้องการมอบสิทธิพิเศษให้กับลูกค้าที่มองหาทางเลือกใหม่ในการดูแลรถยนต์ ด้วยบริการเติมหรือเปลี่ยนลมไนโตรเจนฟรี สำหรับลูกค้าที่ไม่เคยเข้ารับบริการที่ ออโต้แบคส์ (AUTOBACS) โดยลูกค้าใหม่ที่ถือบัตร PT Max Card Premier, PT Max Card Plus และ PT Max Card Plus EV รับคะแนนสะสม PT Max Card Points ฟรี 100 คะแนน ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และในกรณีที่ลูกค้ายังไม่มีบัตรสมาชิก สามารถสมัครได้ที่หน้าสาขา สำหรับ PT Max Card Premier สมัครสมาชิกฟรี และ PT Max Card Plus, PT Max Card Plus EV สมัครสมาชิกรายปีโดยมีค่าธรรมเนียม 599 บาท พร้อมรับสิทธิพิเศษอื่น ๆ อีกมากมาย ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่เราหวังว่าจะช่วยให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสกับคุณภาพการให้บริการมาตรฐาน โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรม และได้รับการรับรองมาตรฐานจาก Meister Certified จากประเทศญี่ปุ่นที่เราภูมิใจนำเสนอ ภายใต้แนวคิด ‘ครบ–เคลียร์–จบ ทุกเรื่องรถ’ เรามุ่งมั่นในการให้บริการอย่างรอบด้านพร้อมดูแลรถของคุณอย่างมั่นใจในทุกขั้นตอน เพราะ ออโต้แบคส์ (AUTOBACS) ไม่ใช่แค่ศูนย์บริการบำรุงรักษารถยนต์ทั่วไป แต่คือพันธมิตรที่เข้าใจและดูแลรถของผู้ใช้บริการอย่างแท้จริง”
สอบถามรายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ ของโปรโมชั่น หรือข่าวประชาสัมพันธ์เพิ่มเติมได้ที่ www.autobacs.co.th, www.facebook.com/Autobacsthai, www.tiktok.com/@autobacsthailand และ Line: Official @Autobacsthailand หรือ Autobacs Call Center โทร. 065-504-8000
ศูนย์บริการรถยนต์ครบวงจรออโต้แบคส์พร้อมให้บริการมากกว่า 120 สาขาทั่วประเทศ สามารถค้นหาสาขาได้ที่ https://www.autobacs.co.th/branch เปิดให้บริการทุกวัน 08.00 – 20.00 น. (รับรถคันแรก 07.30 น.)
**เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย และ เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น คว้า 5 รางวัล สถานประกอบการลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์ ประจำปี 2568 หนุนแนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย เพื่อสังคมไทยยั่งยืน”

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และ บริษัท เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น จำกัดคว้า 5 รางวัล จากกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ประจำปี 2568 (Zero Accident Campaign 2025) จากสถาบันส่งเสริมความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน (องค์การมหาชน) ซึ่งจัดขึ้นภายในงานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 37 โดยโรงงาน 3 ได้รับรางวัลระดับแพลทินัมต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขณะที่โรงงาน 1 – 2 ได้รับรางวัลระดับแพลทินัมติดต่อกันเป็นปีที่ 2 โรงงานเครื่องยนต์ได้รับรางวัลระดับทอง โรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติก ได้รับรางวัลระดับเงิน และโรงงานปั๊มขึ้นรูป 1 ได้รับรางวัลระดับทองแดงตามลำดับ ตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสิ่งแวดล้อมในการทำงานอย่างยั่งยืน

มร. โนบุฮิโกะ โคอิซูมิ กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ สายงานผลิต บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “องค์กรของเรามีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลกิจกรรมรณรงค์ลดสถิติอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็นศูนย์ ระดับแพลทินัมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษามาตรฐานสูงสุดด้านความปลอดภัย และอาชีวอนามัย รวมถึงตอกย้ำความทุ่มเทในการทำงานหนักของพนักงานทุกคนในความร่วมมือที่จะสร้างสถานที่ทำงานที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นจากความทุ่มเทและความร่วมมือของพนักงานทุกคน ที่ยึดมั่นและปฏิบัติตามแนวทาง ‘10 วัฒนธรรมความปลอดภัย’, หลัก ‘4BBS’ และวัฒนธรรม ‘WOW’ อย่างต่อเนื่องและเคร่งครัดในทุกระดับขององค์กร”
“การที่พนักงานมีวินัยและเห็นความสำคัญในการทำงานอย่างปลอดภัย ถือเป็นพลังขับเคลื่อนสำคัญ ในการสนับสนุนพันธกิจการป้องกันอุบัติเหตุได้อย่างยั่งยืน อีกทั้งยังตอกย้ำค่านิยมขององค์กรที่เชื่อว่าความปลอดภัยไม่ใช่เพียงหน้าที่ แต่คือความรับผิดชอบร่วมกันของพวกเราทุกคน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังคงมุ่งมั่นในการเดินหน้าพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ เพื่อความมั่นคงของชีวิตพนักงานและการทำงานอย่างยั่งยืน” มร.โคอิซูมิ กล่าวเพิ่มเติม
สำหรับในปี 2568 โรงงาน 1 และ 2 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมเป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน จากการดำเนินงานที่มีชั่วโมงปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 63.4 ล้านชั่วโมง ขณะที่ โรงงาน 3 ได้รับรางวัลโล่เกียรติยศระดับแพลทินัมเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จากการทำงานที่ปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 34.3 ล้านชั่วโมง โรงงานเครื่องยนต์เอ็มเอ็มทีเอช เอ็นจิ้น ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับทองเป็นปีที่ 3 ต่อเนื่อง จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 13.9 ล้านชั่วโมง ขณะที่ โรงงานปั๊มขึ้นรูป 2 และพลาสติก คว้ารางวัลเกียรติยศระดับเงินเป็นปีที่ 2 จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 4.0 ล้านชั่วโมง และ โรงงานปั๊มขึ้นรูป 1 ได้รับรางวัลเกียรติยศระดับทองแดงต่อเนื่อง 4 ปีซ้อน จากการทำงานโดยปลอดอุบัติเหตุถึงขั้นหยุดงานสะสม 1.4 ล้านชั่วโมงตามลำดับ

งานความปลอดภัยและอาชีวอนามัยแห่งชาติ ครั้งที่ 37 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “ร่วมสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเพื่อสังคมไทยยั่งยืน” โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างนายจ้าง ลูกจ้าง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันผลักดันให้เกิดความตระหนักรู้ถึงความสำคัญด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานอย่างยั่งยืน
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ZEEKR เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรสาขาใหม่ล่าสุดย่านเจริญนคร ยกระดับมาตรฐานการบริการสู่ความเป็นเลิศ มอบความอุ่นใจสูงสุด

ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมระดับโลก ตอกย้ำความแข็งแกร่งและวิสัยทัศน์ในการเป็นผู้นำตลาด EV พรีเมียม-ลักชูรี ในประเทศไทย เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรย่านเจริญนคร บริเวณแยกบุคคโล ภายใต้แนวคิด Customer-Centric Channel Development พร้อมมอบประสบการณ์สุดพิเศษและตรงใจลูกค้าตั้งแต่การเลือกสรรยนตรกรรมไปจนถึงบริการ
หลังการขายมาตรฐานโลก มอบความอุ่นใจและความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า ZEEKR
ZEEKR เปิดโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการครบวงจรอย่างเป็นทางการบนทำเลทองย่านเจริญนครบริเวณแยกบุคคโล เอาใจลูกค้าฝั่งธน เป็นการขยับตัวเข้าหาลูกค้าให้ใกล้ขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวก และส่งมอบการบริการแบบวีไอพี โดยศูนย์บริการแห่งนี้มีตัวอาคารที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และพื้นที่ใช้สอยรวมกว่า 1,200 ตารางเมตร ออกแบบภายใต้แนวคิด Experience-Driven Design ที่ชูความเรียบโก้ ผสานนวัตกรรมสุดล้ำ ผนวกกับแรงบันดาลใจจากงานศิลป์ชั้นเลิศในอาร์ตแกลเลอรี ทั้งนี้ภายในมีการแบ่งสัดส่วนการจัดวางโครงสร้างเฟอร์นิเจอร์ รวมถึงอุปกรณ์จัดแสดงต่างๆ ได้อย่างลงตัว ขณะที่แสงธรรมชาติสามารถส่องผ่านกระจกหน้าโชว์รูมสู่ภายในตัวอาคารเพื่อช่วยประหยัดการใช้พลังงาน และมีพื้นที่ในการชมรายละเอียดของรถได้อย่างชัดเจนจากการเว้นระยะห่างของการแสดงรถที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมุมมองเกี่ยวกับสีตัวถังหรือวัสดุต่างๆ ในห้องโดยสารที่ตรงตามจริงที่สุด
ในด้านรูปแบบการให้บริการได้สะท้อนความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก โดยเมื่อก้าวเข้ามาภายในโชว์รูม จะสัมผัสได้ถึงประสบการณ์ดื่มด่ำ และการนำเสนอข้อมูลรอบด้านจากทีมงานมืออาชีพเพื่อช่วยให้ลูกค้าได้รับข้อมูลประกอบการตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเชื่อมโยงไปกับสื่อต่างๆ ภายในโชว์รูมอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมด้วยมุมไลฟ์สไตล์ กิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้ลูกค้าได้รับความสะดวกสบายและเป็นกันเอง และบริการที่ปรึกษาทางด้านการเงิน
นาย อเล็กซ์ เป่า กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “เรากำลังเติมจิ๊กซอว์ทางการตลาดแบรนด์ ZEEKR ทุกมิติให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น พร้อมมุ่งมั่นให้การสนับสนุนผู้จัดจำหน่ายให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างยั่งยืน และเหมาะสมกับสถานการณ์ตลาดในปัจจุบัน เพื่อให้ผู้จำหน่ายเชื่อมั่นในแบรนด์ ZEEKR ที่พร้อมเดินหน้าไปพร้อมกันทุกพื้นที่ ทั้งนี้เรายังให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการอะไหล่ที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ (Efficient Parts Management) จึงเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการคลังอะไหล่ ด้วยการสำรองสต็อกอะไหล่ที่จำเป็นและอะไหล่ที่ใช้บ่อยอย่างเพียงพอพร้อมใช้ที่ศูนย์บริการและผ่านศูนย์กระจายอะไหล่ส่วนกลาง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าการซ่อมบำรุงจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว ลดระยะเวลาการรอคอย สำหรับศูนย์บริการครบวงจรแห่งนี้เป็นมากกว่าแค่การขยายเครือข่าย แต่เป็นการแสดงความมุ่งมั่นอันแรงกล้าของ ZEEKR ในการยกระดับคุณภาพโชว์รูมยานยนต์ไฟฟ้าของประเทศไทย และสร้างความไว้วางใจให้กับผู้บริโภค โดยในอนาคตเตรียมเปิดศูนย์ Training Center เพื่อสร้างองค์ความรู้ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติแก่ช่างเทคนิคเพื่อมุ่งเน้นงานวินิจฉัยและซ่อมแซมยานยนต์อีวีอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น”

สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับที่ศูนย์บริการครบวงจร สาขาเจริญนคร
- พื้นที่จัดแสดงรถยนต์ที่ครบครัน: ลูกค้าจะได้สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR รุ่นยอดนิยม อาทิ ZEEKR 009 รุ่น 6 ที่นั่ง, ZEEKR 009 รุ่น 7 ที่นั่ง และ ZEEKR X ได้อย่างเต็มที่ โดยมีพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ไฟฟ้าประมาณ 10 คัน ในพื้นที่กว้างขวางและสะดวกสบาย
- Smart Test Drive: ช่วยให้ตัดสินใจเลือกซื้อรถที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยการสัมผัสและทดลองใช้งานจริงในบรรยากาศที่เหมาะสม
- โซนให้คำปรึกษาเฉพาะบุคคล (Personalized Consultation): ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ของ ZEEKR พร้อมให้คำแนะนำอย่างละเอียดเกี่ยวกับคุณสมบัติ ฟังก์ชันการใช้งาน และเทคโนโลยีของรถยนต์ไฟฟ้าแต่ละรุ่น รวมถึงตอบทุกข้อสงสัยเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านสู่การใช้รถยนต์ไฟฟ้า ช่วยให้การตัดสินใจซื้อเป็นไปอย่างราบรื่นและมั่นใจ
- การบริการลูกค้าที่เป็นเลิศและสิ่งอำนวยความสะดวก: มอบประสบการณ์การบริการระดับพรีเมียม ด้วยมุมรับรองลูกค้าที่สะดวกสบาย พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน เพื่อความสะดวกสบายสูงสุดของลูกค้า
- Extremely Impressive Atmosphere: ที่สุดแห่งความประทับใจตลอดการเยี่ยมชม และมั่นใจได้ว่ารถยนต์ใหม่ของคุณจะได้รับการส่งมอบในสภาพพร้อมใช้งานที่สุด
- Care Center พร้อมดูแลทันที: ยกระดับมาตรฐานโชว์รูมยานยนต์ไฟฟ้าด้วยความใส่ใจขั้นสุดจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับการอบรมอย่างเข้มข้น มีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับรถยนต์ไฟฟ้า ZEEKR ทุกรุ่น พร้อมให้คำปรึกษาและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน (ZEEKR Roadside Assistance): มอบความอุ่นใจสูงสุดด้วยบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนนในพื้นที่ที่ครอบคลุมการให้บริการ
- ศูนย์ซ่อมตัวถังและสีได้มาตรฐาน: บริการอะไหล่ในพาร์ตต่างๆ พร้อมจัดส่งถึงมือลูกค้าทั่วประเทศ สำหรับคุณภาพงานซ่อม รับประกันโดยช่างผู้ชำนาญการ ด้วยเครื่องมือครบครันและเทคโนโลยีที่ทันสมัยตามมาตรฐาน ZEEKR

ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมไฟฟ้าเหนือระดับ และบริการหลังการขายที่วางใจได้ที่ศูนย์บริการครบวงจร สาขาเจริญนครตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และพร้อมกันนี้เตรียมพบกับศูนย์บริการครบวงจร ZEEKR ที่สาขาบางนาในเร็วๆ นี้
ติดตามข่าวสาร และความเคลื่อนไหวต่าง ๆ ของ ZEEKR ได้ที่
Website: https://www.zeekrlife.com/th-th/
Facebook: https://www.facebook.com/ZEEKRTHA/
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
WULING เขย่าราคาตลาด! อัดแคมเปญ Air EV 339,000 บาท ดันเป็นรถ Entry Level ของรถอีวีให้คนไทย ลอตพิเศษ 300 คันเท่านั้น ตั้งเป้าเป็นผู้นำตลาดซิตี้อีวีไทย

บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าวู่หลิง(WULING) อย่างเป็นทางการแต่ผู้เดียวในประเทศไทย (Sole Distributor) ร่วมกับบริษัทแม่ บริษัท SAIC-GM-Wuling (SGMW) ซึ่งเป็นผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของจีน อัดฉีดแผนการสนับสนุนตลาด WULING ในประเทศไทย โดยประกาศลดราคา WULING AIR EV รุ่น Long Range 300 กิโลเมตร ด้วยราคาใหม่ท้าทายวงการ 339,000 บาท ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่โดดเด่น คุ้มค่าทั้งด้านประสิทธิภาพ อัตราเร่ง และราคาที่เข้าถึงได้ง่าย ตอกย้ำคอนเซ็ปต์ Entry Level เป็นรถไฟฟ้าคันแรกของบ้าน แบรนด์ WULING คือ City EV ที่แท้จริงของคนไทย
นายพิทยา ธนาดำรงศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อีวี ไพรมัส จำกัด เปิดเผยว่าจากความสำเร็จของ WULING Binguo EV ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีจากผู้บริโภคชาวไทย ซึ่งมีการปรับราคาให้เหมาะสมกับตลาด Entry Level ผนวกกับการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของตลาดรถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะในกลุ่มรถยนต์ขนาดเล็ก จึงตัดสินใจมอบข้อเสนอสุดพิเศษให้กับ WULING Air EV ด้วยเพื่อให้คนไทยได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพเยี่ยมได้ง่ายกว่าที่เคย ตอบโจทย์ผู้ที่เริ่มต้นใช้รถอีวี

“ผมพูดได้เลยครับว่าตอนนี้เราเข้าสู่โหมด New Normal ของรถ EV คนไทยเปิดใจรับรถ EV แล้ว อีกทั้งรถไซส์ Compact คนไทยคุ้นเคยมาอย่างยาวนาน เราเห็นว่าตลาด City EV มีอนาคตสดใสมาก เพราะการยอมรับของตลาด อีกทั้งราคาถือว่าถูกกว่า ECO Car จึงเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการทดลองใช้ EV คันแรกของบ้าน และตอนนี้เราได้ทำราคาให้คนไทยเข้าถึงง่าย ด้วยข้อเสนอราคานี้ของ WULING Air EV เหมาะที่จะเป็นรถ EV คันแรกของบ้านอย่างแน่นอน ด้วยสไตล์และรูปลักษณ์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อีกทั้งระยะการวิ่งถึง 300 กิโลเมตรต่อการชาร์จ เพียงพอสำหรับการใช้ในเมืองอย่างแน่นอน” นายพิทยา กล่าว

WULING Air EV: นิยามใหม่แห่งการขับเคลื่อนในเมืองที่แท้จริง ราคาเร้าใจที่สุดในตลาด
บริษัท SAIC-GM-Wuling (SGMW) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่อันดับ 2 ของจีน ประกาศลดราคา WULING Air EV รุ่น Long Range 300 กิโลเมตร ในราคาใหม่เริ่มต้น 339,000 บาท และเพิ่มอีกเพียง 30,000 บาทเพื่อรับสิทธิ์พิเศษใน Passive Lifetime Warranty และประกันภัยชั้น 1 จากวิริยะประกันภัย
WULING AIR EV โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทันสมัย ขนาดกะทัดรัด คล่องตัวและมีอัตราเร่งดี เหมาะกับการขับขี่ในเมือง พร้อมเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยครบครัน และมีดีไซน์ที่เข้าได้กับทุกไลฟ์สไตล์
“การขยับราคา WULING Air EV ครั้งนี้และ WULING Bingou EV เมื่อเร็ว ๆ นี้ เป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ WULING ที่ตอบโจทย์ให้กับผู้ที่เริ่มต้นอยากเป็นเจ้าของรถ EV โดยที่ WULING จะเป็นรถ Entry Level ของตลาดรถ EV ในประเทศไทยเพื่อให้คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าได้อย่างแท้จริง” นายพิทยากล่าว
ยอมรับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยปีนี้เติบโตอย่างก้าวกระโดด
นายพิทยาวิเคราะห์ภาพรวมตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยในปีนี้ว่า “เราเห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยจากยอดจองล่าสุดในงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมา พบว่า ยอดจองรถอีวีขนาดเล็ก มีจำนวนสูงถึงกว่า 10,500 คัน (โดยประมาณ) จากยอดจองรวมกว่า 77,000 คัน ในงานมอเตอร์โชว์
สิ่งที่น่าสนใจคือ ความต้องการของตลาดเปลี่ยนไป ปัจจุบันผู้บริโภคหันมาใช้รถยนต์ไฟฟ้ามากขึ้น และไม่ได้มองว่ารถอีวีเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่เป็นรถยนต์หลักสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน (New Normal) อีกทั้งความต้องการของตลาดได้เปลี่ยนจากการซื้อเป็นรถคันที่สองในบ้านมาเป็นรถคันแรกสำหรับการใช้งานจริงได้ทุกวัน” นายพิทยากล่าว “ในขณะที่เกณฑ์การตัดสินใจของผู้บริโภค เริ่มมีการเปรียบเทียบราคารถยนต์ไฟฟ้ากับรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) แล้ว เนื่องจากราคามีความใกล้เคียง”
WULING ตอกย้ำจุดยืนผู้นำตลาด City EV โลกสู่ไทย
นายพิทยากล่าวต่อว่า “WULING ยืนยันจุดยืนในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็กสำหรับการใช้งานในเมือง (City EV) อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ Binguo ที่เรากำลังเร่งประกอบในไลน์การผลิตในประเทศไทย ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีจากตลาด พร้อมเครือข่ายดีลเลอร์กว่า 40 แห่งทั่วประเทศ ไม่เพียงแต่เป็นการนำเข้ารถยนต์มาจำหน่ายเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิต การพัฒนาเครือข่ายดีลเลอร์ และการดูแลลูกค้าในระยะยาว ซึ่งเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาตลาดอีวีในประเทศไทยอย่างยั่งยืน”
“ความมุ่งมั่นของแบรนด์ WULING คือการทำให้ทุกคนสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าคุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้จริง ๆ หากใครอยากใช้อีวี WULING คือคำตอบแรกที่คุณควรนึกถึง” นายพิทยากล่าว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เอ็มจี นำเสนอ MG EP PLUS รถอีวีที่ ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า ในราคาพิเศษ จำนวนจำกัด!! เพียง 469,900 บาท

บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เดินหน้ามอบทางเลือกสุดคุ้มให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้าที่ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า กับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับ MG EP PLUS (MY22) รถยนต์ไฟฟ้าสเตชั่น แวกอนที่ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างแท้จริง มาตรฐานขั้นต้นของรถอีวีที่มีสมรรถนะการขับขี่ ตอบโจทย์การใช้งานขั้นพื้นฐาน พร้อมพื้นที่ภายในกว้างขวางทั้งห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระ และระบบความปลอดภัยขั้นพื้นฐานที่ครบครัน ในราคาสุดคุ้มเพียง 469,900 บาท พร้อม ฟรี! ประกันภัยชั้น 1 และรับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร จำนวนจำกัดเฉพาะการจองผ่านเว็บไซต์ mgcars.com ระหว่างวันที่ 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น

สัมผัสข้อเสนอสุดคุ้ม กับ MG EP PLUS (MY22) ครบทุกฟังก์ชัน ใหญ่กว่า กว้างกว่า คุ้มกว่า ในราคาที่ใช่ มั่นใจด้วยบริการหลังการขายที่ครอบคลุม และอะไหล่ที่ไม่ต้องรอนาน!!
เอ็มจี เปิดแคมเปญสุดพิเศษเขย่าตลาดอีวีครึ่งปีหลัง ให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของ MG EP PLUS รถยนต์ไฟฟ้า สเตชั่นแวกอนรุ่นยอดนิยม ที่มาพร้อมจุดเด่นของการเป็นอีวีที่กว้างขวาง นั่งสบาย ขนได้ทั้งคนและของ
ในราคาที่พิเศษกว่าครั้งไหน ๆ เพียง 469,900 บาท พร้อมรับหลากสิทธิประโยชน์ตอกย้ำความคุ้มค่า โดยจำหน่าย
ในจำนวนจำกัด และสงวนสิทธิ์เฉพาะการจองผ่านเว็บไซต์ mgcars.com ตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน – 15 กรกฎาคม 2568 เท่านั้น พร้อมข้อเสนอพิเศษ- ฟรี ประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. คุ้มครอง 1 ปี
- รับประกันแบตเตอรี่ 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
- ฟรี ชุดพรมปูพื้น
หมายเหตุ : เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนดเท่านั้น
สำหรับ MG EP PLUS ยังคงแนวคิดการเป็น “รถยนต์พลังงานไฟฟ้าสำหรับทุกคน” หนึ่งโมเดลยอดนิยมของ เอ็มจีที่ครองใจผู้ใช้ด้วยการเป็นอีวีที่เข้าถึงได้ง่าย ใช้งานง่าย สะดวกสบายกว้างขวาง ตอบโจทย์การใช้งานได้อย่างหลากหลายและครอบคลุม ด้วยจุดเด่น ไม่ว่าจะเป็น

- มิติตัวถังและพื้นที่การใช้งาน (Dimension) ที่มีขนาดใหญ่ ภายในกว้างขวางสามารถบรรทุกได้ทั้งคนและของ โดยมีพื้นที่บรรจุสัมภาระมากถึง 1,456 ลิตร พร้อมราวหลังคาที่รองรับน้ำหนักได้ถึง 75 กิโลกรัม หมดกังวลเรื่องการขนของ

- ความสะดวกสบายและความปลอดภัย (Convenience & Safety) ที่ครบครัน มาพร้อมฟังก์ชันการใช้งาน ที่ง่าย ไม่ซับซ้อน เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยทั้งแบบ Active และ Passive มอบความมั่นใจในทุกการเดินทาง
- สมรรถนะของรถไฟฟ้า (EV Performance) ที่ทรงพลัง ด้วยแรงบิดสูงสุดตั้งแต่เริ่มขับ เคลื่อนตัวจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายใน 8 วินาที พร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่วิ่งได้ไกลถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง (ตามมาตรฐาน NEDC)

- ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของ (Value) ด้วยต้นทุนพลังงานและการบำรุงรักษาที่ต่ำ การชาร์จไฟฟ้า 0-100% เฉลี่ยเพียง 200 บาท หรือไม่ถึง 1 บาทต่อกิโลเมตร ช่วยประหยัดกว่ารถยนต์น้ำมันถึง 2-3 เท่า และค่าใช้จ่ายในการเช็คระยะตลอด 100,000 กิโลเมตรเพียง 7,828 บาท ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในระยะยาว ทำให้ผู้ใช้งานสบายใจและสบายกระเป๋า
- มั่นใจทุกการใช้งานด้วยบริการหลังการขายครบวงจร มีศูนย์บริการที่กระจายตัวทั่วทุกภูมิภาค พร้อมจุดชาร์จไฟ MG SUPERCHARGE และอะไหล่ที่ทันใจทันใช้ โดยมีคลังอะไหล่ขนาดใหญ่ภายในประเทศ ลดความกังวลเรื่องระยะเวลารอคอยอะไหล่

ห้ามพลาด!! โอกาสดี ๆ ที่ไม่ได้มีบ่อย ๆ กับ MG EP PLUS ที่พร้อมให้คนไทยเป็นเจ้าของความคุ้มค่าแล้ววันนี้!
โดยมีสีตัวถังให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีขาว (Arctic White) สีดำ (Black Knight) สีแดง (Scarlet Red) และสีเทา (Metallic Grey) โดยสามารถจองผ่าน https://bit.ly/MGEP-Final-Deal เลือกเมนูจองออนไลน์สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่
Website: www.mgcars.com
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
กรมการขนส่งทางบก ขอเชิญชวนร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถ “หมวดอักษร 3ขข” ชูคอนเซ็ปต์ “ขุมทรัพย์ล้ำค่า ส่งเสริมดวงชะตา”

กรมการขนส่งทางบก ขอเชิญชวนร่วมประมูลหมายเลขทะเบียนรถ “หมวดอักษร 3ขข” ชูคอนเซ็ปต์ “ขุมทรัพย์ล้ำค่า ส่งเสริมดวงชะตา” ในวันที่ 21 – 22 มิถุนายน 2568 สามารถลงทะเบียนได้ที่ทางเว็บไซต์ www.tabienrod.com หรือที่บูธประชาสัมพันธ์ของกรมการขนส่งทางบก ณ ชั้น 1 โซน C ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว

วันนี้ (13 มิถุนายน 2568) เวลา 17.00 น. ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 โซน C เซ็นทรัลลาดพร้าว กรมการขนส่งทางบกจัดงานแถลงข่าวประชาสัมพันธ์งานประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน
“หมวดอักษรพิเศษ 3ขข” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “ขุมทรัพย์ล้ำค่า ส่งเสริมดวงชะตา” โดยภายในงานมีการประชาสัมพันธ์ป้ายทะเบียนหมวดอักษรพิเศษ 3ขข ที่มีความหมายเป็นสิริมงคลและลวดลายกราฟิกสีสันสวยงาม พร้อมทั้งมีผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ตัวเลข ซินแสเป็นหนึ่ง วงษ์ภูดร และนักแสดงชื่อดัง อย่าง วิน-เมธวิน โอภาสเอี่ยมขจร เข้าร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ในเรื่องของศาสตร์ตัวเลขมงคล
นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก โดยกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) ขอเชิญชวนผู้สนใจเข้าร่วมการประมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกินเจ็ดคน “หมวดอักษร 3ขข” ในวันที่ 21 – 22 มิถุนายน 2568 เวลา 9.00 น. ณ กรมการขนส่งทางบก อาคาร 6 โดยความพิเศษของการประมูลครั้งนี้ มาในคอนเซ็ปต์ “ขุมทรัพย์ล้ำค่า ส่งเสริมดวงชะตา” ซึ่งเลข 3 เปรียบเสมือน เทพเจ้าแห่งโชคลาภ ฮก ลก ซิ่ว ทั้งสามองค์ คุ้มครอง ช่วยเสริมดวงชะตา มีโชคลาภ, ขข เมื่อมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คุ้มครอง อักษร ข ตัวแรกจะเป็นการขอพรหรือหวังสิ่งใดสมหวังก็สำเร็จ อักษร ข ตัวหลังก็เป็นตะขอคอยเกี่ยวทรัพย์ ดังนั้น 3ขข ไม่ใช่แค่ป้ายทะเบียน แต่คือขุมทรัพย์แห่งพลังชีวิต ผู้ที่ได้ครอบครองคือผู้ที่ได้พลังแห่งโชคลาภและความสำเร็จ ทั้งนี้ รายได้จากการประมูล จะนำเข้ากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน (กปถ.) และนำไปใช้ในกิจกรรมเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาวิจัยด้านความปลอดภัยทางถนน รวมทั้งสนับสนุนเป็นค่าอุปกรณ์ช่วยเหลือผู้พิการที่ประสบภัยจากการใช้รถใช้ถนน

สำหรับการจัดบูธประชาสัมพันธ์การประมูลทะเบียนรถเลขสวย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลลาดพร้าว ชั้น 1 โซน C จัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-18 มิถุนายน 2568 ซึ่งภายในงานแต่ละวันจะมีโหราจารย์ หมอดูที่มีชื่อเสียงมาร่วมพูดคุยถึงศาสตร์ตัวเลข การเสริมความเป็นสิริมงคล หมายเลขที่ใช่ ที่เหมาะกับคุณ อาทิ หมอช้าง-ทศพร ศรีตุลา, อาจารย์คฑา และ หมอต๊อกแต๊กA4 โดยผู้ที่สนใจร่วมประมูล และวางหลักประกันภายในงานจะยังได้รับของที่ระลึก แล้วยังมีสิทธิ์ลุ้นร่วมพูดคุยส่วนตัวกับผู้เชี่ยวชาญด้านศาสตร์ตัวเลข เพียงวันละ 1 ท่าน นอกจากนี้ยังมีดาราชื่อดังอีกหลากหลายท่านอย่าง วุ้นเส้น-วิริฒิพา ภักดีประสงค์, จูเนียร์-ปณชัย ศรีอาริยะรุ่งเรือง, แก้มบุ๋ม-ปรียาดา สิทธาไชย และ โก้-วศิน อัศวนฤนาท มาร่วมแชร์ความปังด้านความเชื่อเรื่องศาสตร์ตัวเลขสลับสับเปลี่ยนกันไปแต่ละวันอย่างต่อเนื่อง

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการประมูลหมายเลขทะเบียนรถ“หมวดอักษรพิเศษ 3ขข” มีหมายเลขที่นำออกมาประมูลทั้งสิ้น 301 หมายเลข ผู้สนใจสามารถร่วมประมูลได้ในวันที่ 21 – 22 มิถุนายน 2568 โดยมีการประมูลด้วยกัน 3 ช่องทาง คือ 1. ทางวาจาในห้องประมูล ณ อาคาร 6 ชั้น 7 กรมการขนส่งทางบก สามารถร่วมประมูลได้ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป หรือมอบอำนาจให้ผู้อื่นมาประมูลแทน 2. ประมูลผ่านระบบทางอินเทอร์เน็ตที่เว็บไซต์ www.tabienrod.com โดยสามารถลงทะเบียน และเสนอราคาประมูลล่วงหน้าได้ทันที นอกจากนี้ยังสามารถเสนอราคาแข่งขันกับทางวาจาและโทรศัพท์ ในวันประมูลได้ 3. ประมูลทางโทรศัพท์ จะเป็นการประมูลไปพร้อมกับการประมูลทางวาจา โดยก่อนที่จะถึงหมายเลขที่ท่านลงทะเบียนไว้ เจ้าหน้าที่จะติดต่อไปหาท่าน เพื่อให้ท่านได้เสนอราคาแข่งกับห้องประมูล โดยเจ้าหน้าที่จะขานราคาตามที่ท่านระบุ และนอกจากการประมูลหมายเลขทะเบียนรถหมวดอักษรพิเศษ 3ขข แล้ว ในสัปดาห์ถัดไป วันที่ 28 มิถุนายน ทางกรมการขนส่งทางบก จะจัดประมูลป้ายทะเบียนรถที่มีลักษณะพิเศษ เป็นป้ายที่มีการเสนอคำ/ข้อความเข้ามา เช่น รวย789, ขุมทรัพย์ 4 , สำเร็จ9 , สง่า 9999 , มังกร 123 และหมายเลขอื่นๆ รวม 120 หมายเลข ผู้ที่สนใจร่วมประมูล สามารถร่วมประมูล ได้ในวันที่ 28 มิถุนายน 2568 ผ่าน 2 ช่องทาง คือ ทางวาจาในห้องประมูล ณ อาคาร 6 กรมการขนส่งทางบก และทางอินเทอร์เน็ตที่ www.tabienrod.com ทั้งนี้ สามารถสอบถามข้อมูลเพื่อลงทะเบียนได้ที่บูธประชาสัมพันธ์ ของกรมการขนส่งทางบก ณ บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น 1 โซน C เซ็นทรัลลาดพร้าว ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 18 มิถุนายน 2568 หรือสำนักงานกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โทร. 0-2272-5937 หรือสายด่วนกรมการขนส่งทางบก โทร. 1584 หรือ 0-2271-8888 หรือเว็บไซต์ www.tabienrod.com
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยโฉม Continental GT – Flying Spur Black Edition แกรนด์ทัวเรอร์พันธุ์ดุ รุ่นลิมิเต็ด 400 คันในโลก

เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส เผยโฉม รุ่น Continental GT และ รุ่น Flying Spur Black Edition ที่ผสมผสานรูปลักษณ์ที่เข้ม ดุดัน และโดดเด่นผ่านชุดแต่ง Blackline Specification ที่เข้ากันกับระบบส่งกำลัง High Performance Hybrid 680 แรงม้า พร้อมด้วยการตกแต่งภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์อย่างโลโก้เบนท์ลีย์ ‘Winged B’ สีดำเงาที่ฝากระโปรงด้านหน้าและด้านหลัง คาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin และโลโก้ Black Edition ที่จะเผยให้เห็นด้านมืดของ Continental GT และ Flying Spur สุดยอดแกรนด์ทัวเรอร์สมรรถนะสูง โดยโรงงานจะจำกัดสายการผลิตที่ 400 คันทั่วโลกเท่านั้น

รุ่น Black Edition ผสานระบบส่งกำลังแบบ High Performance Hybrid ประสิทธิภาพสูงใหม่เข้ากับแชสซี Bentley Performance Active ซึ่งแชสซีนี้จะมีเฉพาะในรุ่น Speed เท่านั้น โดยระบบส่งกำลังที่ผสานเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ขนาด 4.0 ลิตรเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าอันทรงพลังจะให้พละกำลังรวมกว่า 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่น Continental GT Speed W12 เจเนอเรชันก่อนหน้า
การออกแบบที่โดดเด่น
รุ่น Black Edition ใหม่มาพร้อมคุณสมบัติ Blackline Specification ที่จะสะท้อนภาพลักษณ์ที่ล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว และลึกลับ อาทิ กระจังหน้าแบบเมทริกซ์สีดำเงา สปลิตเตอร์ด้านหน้าสีดำ Beluga และการตกแต่งส่วนอื่นด้วยสีดำเงาที่ไม่เหมือนใคร รุ่น Black Edition ยังมีโลโก้เบนท์ลีย์ ‘Winged B’ และตัวอักษร BENTLEY สีดำเงารวมถึงโลโก้ Black Edition บริเวณบังโคลนหน้า นอกจากนี้ ล้ออัลลอยด์ 10 ก้าน ขนาด 22 นิ้วยังตกแต่งด้วยสีดำเงา พร้อมด้วยตัวเลือกเฉดสีดำทูโทนแบบเงา และคาลิปเปอร์เบรกสีส้ม Mandarin ที่ตัดกันอย่างสวยงามเป็นมาตรฐานสำหรับทั้งสามรุ่นพิเศษ

รุ่น Continental GT และ Continental GTC Black Edition โดดเด่นด้วยไฟหน้าเดี่ยวแบบ Harmony ดีไซน์ใหม่ พร้อมกับแอนิเมชันต้อนรับ ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกในรุ่น Speedและรุ่น Azure

ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยการปักตัวอักษร Black Edition บนพนักพิงศีรษะของเบาะโดยสารคู่หน้าในรุ่น Continental GT และพนักพิงศีรษะของเบาะโดยสารทั้ง 4 ที่นั่งในรุ่น Flying Spur นอกจากนี้ยังมีการตกแต่งด้วยไม้วีเนียร์แบบ Piano Black กาบบันได Black Edition และการเย็บแบบคอนทราสต์ตามความต้องการของผู้ครอบครอง พร้อมด้วยเบาะโดยสารแบบ Comfort ระบบไฟ Mood Lighting หลากสีภายในห้องโดยสาร จอแสดงผลแบบ Rotating Display และแป้นเหยียบคันเร่งแบบสปอร์ต
เครื่องยนต์อันทรงพลังและแชสซีประสิทธิภาพสูง

Black Edition คือ เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์แบบ High Performance Hybrid ประสิทธิภาพสูงรุ่นใหม่ของเบนท์ลีย์ ซึ่งผสานเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตร 520 แรงม้าเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้า 190 แรงม้า สามารถผลิตพละกำลังรวมสูงสุดถึง 680 แรงม้า แรงบิด 930 นิวตันเมตร และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.7 วินาทีสำหรับรุ่น Continental GT และรุ่น Continental GT Convertible และ 3.9 วินาทีในรุ่น Flying Spur รถยนต์ทั้ง 3 รุ่นมีพิสัยการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนกว่า 80 กม. นอกจากนี้ Black Edition ยังมาพร้อมกับระบบไอเสียแบบสปอร์ตที่จะเพิ่มเสียงคำรามที่ดุดันจากเครื่องยนต์รุ่น V8 ขนาด 4.0 ลิตรเมื่อกดคันเร่งเต็มที่
เทคโนโลยี Bentley Performance Active Chassis ในรุ่น Black Edition ใหม่นี้ ปัจจุบันมีเฉพาะในรุ่น Speed เจ้าของขุมพลัง 782 แรงม้าเท่านั้น ซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สนุกไปกับสมรรถนะในการขับขี่ที่หลากหลายยิ่งขึ้น ตั้งแต่โหมด Comfort และ Bentley ไปจนถึงโหมด Sport ที่เน้นสมรรถนะ ในโหมด Sport นั้น Bentley Performance Active Chassis สามารถส่งกำลังได้สูงสุดถึง 100 เปอร์เซ็นต์ไปยังล้อหลังเพื่อมอบการตอบสนองในการขับขี่ขับขี่ที่มีประสิทธิภาพและคล่องตัว นอกจากนี้ โหมด Sport ยังส่งผลต่อการปรับการเลี้ยวของล้อหลังได้อย่างชัดเจน พร้อมกับการปรับการหน่วงและช่วงล่างที่แน่นขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกถึงพวงมาลัยที่ตรงและคล่องตัวมากขึ้น พร้อมเร้าใจไปกับประสบการณ์การขับขี่ในแบบสปอร์ตที่เหนือชั้น

สำหรับการเปิดรับคำสั่งจองรถยนต์เบนท์ลีย์ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เปิดรับคำสั่งจอง รุ่น New Continental GT ราคาเริ่มต้น 18,400,000 บาท รุ่น New Continental GT Convertible ราคาเริ่มต้น 20,200,000 บาท และ รุ่น New Flying Spur ราคาเริ่มต้น 16,900,000 บาท พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษเฉพาะรุ่นเครื่องยนต์ V8 Hybrid ด้วยเอกสิทธิ์การบริการหลังการขายมาตรฐานโรงงานผู้ผลิตที่มาพร้อมกับการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดที่ ‘นานที่สุด’ ถึง 8 ปี หรือ 160,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต บริการผู้ช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (24-hour Bentley Roadside Assistance) และ Service Package นาน 3 ปีเต็ม พร้อมสิทธิ์การต่อการรับประกันโดยโรงงานผู้ผลิต (Bentley Extended Warranty) สูงสุด 4 ปี
ผู้สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine








































































































































