• มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569

    1 Min Read

    มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569

    มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมงานวันเด็กแห่งชาติ ปี 2569 กับ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สถานสงเคราะห์บ้านเด็กชาย ปากเกร็ด นนทบุรี และสถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล

    มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน สนับสนุนงานวันเด็กแห่งชาติ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว กรุงเทพฯ และสถานสงเคราะห์บ้านเด็กชายปากเกร็ด นนทบุรี โดยมีกิจกรรมการเรียนรู้ที่สนุกสนาน วาดภาพระบายสี การแสดงดนตรี รับของรางวัลจากมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ฟรี!    เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา

    นอกจากนั้น ยังมอบเงินสนับสนุน มูลนิธิมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อสมทบกองทุนรากฐานปัญญาแผ่นดิน และมอบของสนับสนุนกิจกรรม สัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ ให้แก่ สถาบันแห่งชาติเพื่อการพัฒนาเด็กและครอบครัว มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา นครปฐม เพื่อจัดงาน สัปดาห์วันเด็กแห่งชาติ X มหิดลเกษตรแฟร์ 2569 ระหว่างวันที่ 10–18 มกราคม 2569

    เด็ก และเยาวชน ที่สนใจกิจกรรมของมูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรม ได้ที่ https://www.facebook.com/LomhaijaiFoundation และ lomhaijai.org


    No Comment
  • เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยภาพ ‘Ombré by Mulliner’ คอลเลกชันแรกกับการผสมผสาน 3 คู่สีพิเศษ พร้อมปรับราคาออปชัน รับภาษีใหม่

    1 Min Read

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยภาพ ‘Ombré by Mulliner’ คอลเลกชันแรกกับการผสมผสาน 3 คู่สีพิเศษ พร้อมปรับราคาออปชัน รับภาษีใหม่

    เบนท์ลีย์ แบงค็อก เผยภาพ ‘Ombré by Mulliner’ คอลเลกชันแรกในยนตรกรรมเบนท์ลีย์ 3 รุ่นที่รังสรรค์ขึ้นโดย Bentley Rancho Mirage หนึ่งในผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งแต่ละรุ่นแสดงให้เห็นถึงรูปแบบการทำสีแบบใหม่ หลังจากที่เคยสร้างสรรค์คอลเลกชัน ‘Expressions of Texture’ เมื่อปี 2567 มาแล้ว สำหรับคอลเลกชันล่าสุดนี้ ถือเป็นการนำรูปแบบการทำสีแบบ Ombré มาใช้กับรุ่น Continental GTC เป็นครั้งแรก และเป็นการเปิดตัวคู่เฉดสีใหม่ในเฉดสีทอง Sunburst คู่กับเฉดสีส้ม Orange Flame และเฉดสีเงิน Tungsten คู่กับเฉดสีดำ Onyx สำหรับในประเทศไทย ลูกค้าที่ต้องการสั่งทำสีพิเศษสามารถสั่งผ่านเบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด เท่านั้น พร้อมรับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2569 ในรุ่น Continental GT, GTC and Flying Spur ด้วยราคาออปชันที่ปรับลดลง 1.4 ล้านบาท

    สำหรับตัวเลือกเทคนิคใหม่มีให้เลือก 3 คู่สีที่คิดค้นขึ้นเป็นพิเศษโดยเบนท์ลีย์ มูลินเนอร์ (Bentley Mulliner) แผนกออกแบบเฉพาะบุคคลอันเลื่องชื่อของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส อันประกอบไปด้วย คู่สีที่ 1 เฉดสีฟ้า Topaz Blue กับ เฉดสีน้ำเงิน Windsor Blue คู่สีที่ 2 เฉดสีทอง Sunburst Gold กับ เฉดสีส้ม Orange Flame และคู่สีที่ 3 เฉดสีเทา Tungsten กับ เฉดสีดำ Onyx โดยตัวเลือก Ombré by Mulliner – Full Body Paint Fade สามารถเลือกตกแต่งได้กับรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น Bentayga Hybrid ราคา 4,461,000 บาท* และรถยนต์เบนท์ลีย์ รุ่น New Continental GT/GTC และ รุ่น New Flying Spur ที่ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ปี 2569 ในอัตรา 30% โดยแต่เดิมออปชันมีราคา 7,320,000 ล้านบาท ปรับลดลง 1.4 ล้านบาท เหลือราคา 5,856,000 บาท* (ราคาดังกล่าวเฉพาะตัวเลือกรูปแบบการทำสีพิเศษเท่านั้น (Option Price Only) และเงื่อนไขราคาเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)* ซึ่งถือเป็นโอกาสที่ดีในการเลือกครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์รุ่นใหม่พร้อมกับออปชันการทำสีพิเศษในราคาที่คุ้มค่ายิ่งขึ้น

    ออมเบร (Ombré) เป็นเทคนิคการทำสีที่เป็นการไล่เฉดสีหนึ่งไปสู่อีกเฉดสีหนึ่งอย่างสวยงาม โดยเป็นการไล่จากเฉดสีอ่อนไปสู่เฉดสีเข้ม เทคนิคนี้ถูกนำมาใช้เป็นครั้งแรกในช่วงปี 2568 ในรุ่น Continental GT ด้วยการไล่จากเฉดสีฟ้า Topaz ไปสู่เฉดสีน้ำเงิน Windsor Blue และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน The Quail, A Motorsports Gathering โดยการทำสีเทคนิคนี้จะสะท้อนให้เห็นถึงบุคลิกสองด้านที่บ่งบอกถึงความเป็นเบนท์ลีย์แต่ละคันได้อย่างสมบูรณ์แบบ

     

    การผสมผสานที่ลงตัว

    Bentley Rancho Mirage เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับรถยนต์เบนท์ลีย์แต่ละคันด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้ว แบบ 10 ก้าน เคลือบสีพิเศษเฉพาะรุ่นที่จะสะท้อนเฉดสีภายนอกของตัวรถด้วยโทนที่แตกต่างกันจากด้านหน้าสู่ด้านหลัง ภายในห้องโดยสาร ใช้การไล่ระดับสีและการตกแต่งที่กลมกลืนกันเพื่อสะท้อนและเน้นเฉดสีของตัวถังภายนอก ห้องโดยสารด้านหน้าของรถแต่ละคันใช้หนังพิเศษเฉพาะรุ่นสำหรับเบาะโดยสารด้านหน้า พวงมาลัย และแผงหน้าปัดเพื่อให้เข้ากับเฉดสีตัวถังด้านหน้า เช่นเดียวกับห้องโดยสารด้านหลังที่สะท้อนสีตัวถังด้านหลังเพื่อให้เข้ากันด้วยการใช้หนังพิเศษเฉพาะรุ่นสำหรับเบาะโดยสารและประตู รายละเอียดเพิ่มเติมยังรวมถึงการเย็บขอบเบาะโดยสารและการปักด้วยเฉดสีที่เข้ากันกับเฉดสีตัวถังของแต่ละรุ่น และด้วยเฉดสีที่เป็นหัวใจสำคัญของคอลเลกชันนี้ พื้นผิวภายในห้องโดยสารจึงเน้นสัมผัสด้วยการใช้วีเนียร์เคลือบสีดำแบบ Satin Beluga บริเวณคอนโซลกลาง แผงหน้าปัด และกาบบันไดที่จะมองเห็นได้เมื่อเปิดประตูห้องโดยสาร

     

    แรงบันดาลใจจากแคลิฟอร์เนีย

    คอลเลกชันใหม่มาพร้อมกับแรงบันดาลใจจากสีสันของธรรมชาติ โดยการจับคู่เฉดสีแต่ละคู่ได้รับการคัดสรรอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นและค่อยเป็นค่อยไประหว่างคู่เฉดสีต่างๆ ก่อให้เกิดความกลมกลืนระหว่างสองโทนสีโดยปราศจากเฉดสีที่สามในส่วนผสม

     

    Continental GTC Speed รังสรรค์ขึ้นด้วยการทำสีแบบไล่ระดับจากเฉดสีทอง Sunburst Gold ไปจนถึงเฉดสีส้ม Orange Flame สะท้อนถึงโทนสีอันงดงามของ Monument Valley และ Painted Desert ซึ่งเป็นภูมิประเทศที่โดดเด่นด้วยแสงและเงา และชั้นของหินทรายสีเหลืองและสีแดง ภายในห้องโดยสารส่วนหน้าตกแต่งด้วยหนังเฉดสีทอง Sunburst Gold และส่วนหลังในเฉดสีส้ม พร้อมด้วยการตกแต่งและลายเส้นสีส้ม Tangerine เพื่อเน้นการเดินด้ายแบบคอนทราสต์ ยนตรกรรมแบบเปิดประทุนคันนี้จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับลูกค้าที่ต้องการการตกแต่งภายในที่โดดเด่นและมีชีวิตชีวา

    Continental GT Speed ​​ในเฉดสีฟ้า Topaz สดใสตัดกับเฉดสีน้ำเงิน Windsor Blue ได้รับแรงบันดาลใจจากถนนเลียบชายฝั่งที่ทอดยาวรอบเมืองมอนเทอเรย์ สีน้ำเงินเข้มสะท้อนถึงการเคลื่อนไหวและพลังของมหาสมุทรแปซิฟิก ภายในห้องโดยสารจึงได้รับการตกแต่งให้เข้ากับภายนอก โดยส่วนหน้าของห้องโดยสารตกแต่งด้วยหนังเฉดสีฟ้า Topaz ที่สดใส และส่วนหลังตกแต่งด้วยหนังเฉดสีน้ำเงินเข้ม Ocean Blue ที่เสริมด้วยลวดลายแบบ Dragon Fly บนขอบและตะเข็บของเบาะโดยสาร

    เฉดสีของ Flying Spur Speed ที่ได้รับการทำสีโดยไล่ระดับจากเฉดสีเงิน Tungsten แบบเมทัลลิกไปสู่เฉดสีดำ Onyx ด้วยแรงบันดาลใจจากท้องฟ้าในยามค่ำคืนเหนือแคลิฟอร์เนียตอนใต้ ภายในห้องโดยสารสะท้อนความแตกต่างด้วยเฉดสีเทา Porpoise  ในส่วนห้องโดยสารด้านหน้า และสีเทาเข้ม Anthracite ในส่วนด้านหลัง พร้อมด้วยการเดินด้ายในเฉดสี Stratos ที่สว่างกว่าเพื่อเน้นการเย็บตะเข็บ ขอบเบาะโดยสาร และการเย็บตราสัญลักษณ์ สะท้อนถึงบุคลิกสองด้านของยนตรกรรมที่ขับขี่สนุกและนั่งสบายรุ่นนี้

    กระบวนทำสีแบบ Ombré ใช้เวลาเกือบ 60 ชั่วโมง โดยเป็นขั้นตอนการพ่นสีด้วยมือโดยผู้เชี่ยวชาญที่มีทักษะสูง 2 คน ณ โรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ การไล่ระดับเฉดสีจะเกิดขึ้นบริเวณกลางตัวถัง ตั้งแต่ประตูห้องโดยสาร ขอบประตู และหลังคา เพื่อให้ได้ความสมมาตรที่สมบูรณ์แบบตลอดตัวถังรถยนต์ผ่านขั้นตอนการทำที่พิถีพิถันหลายขั้นตอนเพื่อให้ได้เอฟเฟ็กต์ Ombré ที่งดงาม

    นอกจากนี้ ช่างทำสีผู้เชี่ยวชาญยังใช้เทคนิคการพ่นสีที่แตกต่างกันในระหว่างกระบวนการทำสีแต่ละคู่เฉดสี เนื่องจากแต่ละเฉดสีจะมีการตอบสนองที่ไม่เหมือนกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงมาพร้อมกับพื้นผิวที่ทั้งมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไร้ที่ติเมื่อมองด้วยตาเปล่า


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ฮอนด้า ตอกย้ำแบรนด์ผู้นำรถไฮบริด ผ่านแคมเปญ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid สื่อสารจุดเด่นระบบฟูลไฮบริด ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไดรฟ์สไตล์ ให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิด และชวนคุณเป็นเจ้าของรถ e:HEV จากฮอนด้า ด้วยข้อเสนอแรง! ทุกรุ่น

    1 Min Read

    ฮอนด้า ตอกย้ำแบรนด์ผู้นำรถไฮบริด ผ่านแคมเปญ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid สื่อสารจุดเด่นระบบฟูลไฮบริด ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไดรฟ์สไตล์ ให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิด และชวนคุณเป็นเจ้าของรถ e:HEV จากฮอนด้า ด้วยข้อเสนอแรง! ทุกรุ่น

    การออกไปใช้ชีวิตอย่างเป็นอิสระและสามารถควบคุมทุกช่วงเวลาได้อย่างมั่นใจ เป็นสิ่งที่ทุกคนมองหา แล้วจะดีแค่ไหนถ้าเรามีเพื่อนคู่ใจออกเดินทางไปด้วยกัน ฮอนด้าพร้อมมอบนิยามใหม่ของความสนุกในการขับขี่ที่เร้าใจทุกไดรฟ์สไตล์ไปกับ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ด้วยระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริดอัจฉริยะจากฮอนด้าที่ผสานการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวกับเครื่องยนต์ ปลุกทุกประสาทสัมผัสให้คุณหลงใหลตั้งแต่ครั้งแรกที่สัมผัส มาพร้อมกับความแรงเร้าใจควบคู่ไปกับความนุ่มนวลอย่างเหนือความคาดหมาย และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ทำให้ทุกการขับเคลื่อนเป็นไปได้ดั่งใจอยาก สะท้อนนิยามใหม่ของยนตรกรรมไฮบริดที่พร้อมพาคุณไปสู่ทุกจุดหมายได้อย่างลงตัว ฮอนด้านำเสนอไลน์อัปรถยนต์ฟูลไฮบริด e:HEV ครบทุกเซกเมนต์รวม 6 รุ่น ได้แก่ City e:HEV, City Hatchback e:HEV, Civic e:HEV, HR-V e:HEV, CR-V e:HEV และ Accord e:HEV

    สัมผัสขุมพลังอันเร้าใจ ปลดปล่อยจิตวิญญาณความสปอร์ต

    ให้ทุกการไดรฟ์เป็นไปได้ดั่งใจ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid เร่งเมื่อไรฟีลสนุกมาเต็ม พร้อมปลดปล่อยอิสระด้วยขุมพลังสไตล์สปอร์ต มอบทั้งอัตราเร่งที่ตอบสนองรวดเร็วทันใจ แม่นยำ และฉับไว พร้อมมอบความเร้าใจที่สัมผัสได้อย่างแท้จริง ผ่านระบบการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง 2 ตัว คู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ E-CVT ทั้งมอเตอร์ที่ทำหน้าที่สร้างกระแสไฟฟ้า (Motor Generator) และมอเตอร์ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนล้อ (Motor Drive) รวมถึงแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนประสิทธิภาพสูง ทำให้คุณได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งแรงและประหยัดแบบพลังเพียบแต่เงียบเกินคาดตอบสนอง
    ทุกความ Excite ในทุกเส้นทางได้อย่างไม่เคยมีมาก่อน

    สัมผัสความนุ่มนวลไร้รอยต่อจากโหมดขับขี่อันชาญฉลาด

    นอกเหนือความทรงพลัง Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ยังลงตัวด้วยความนุ่มนวลขั้นสุด ด้วยเทคโนโลยี
    ที่สามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างชาญฉลาด เพื่อให้เหมาะสมกับทุกสถานการณ์ ทำให้รถยนต์คันโปรดพร้อม
    เป็นเพื่อนออกไปลุยในทุกเส้นทาง มาพร้อมโหมดการทำงานดังนี้

    • โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode) – สัมผัสการขับเคลื่อนที่สบาย ไร้เสียง ด้วยพลังงานไฟฟ้า เริ่มต้นการเดินทางด้วยความเงียบสงบและนุ่มนวลจากการขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าขับเคลื่อนโดยไม่พึ่งพาเครื่องยนต์ ช่วยให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายจากโลกภายนอก ตอบสนองไวทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง พร้อมหลอมรวมให้ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถ ไม่ว่าจะเดินทางไปที่ไหน
    • โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)ผสานพลังเพื่อความสมดุลทั้งแรงและประหยัด เมื่อต้องการยกระดับความเร้าใจให้การขับขี่ เพียงเหยียบคันเร่ง การตอบสนองของตัวรถยังคงนุ่มนวลแต่ทรงพลัง จากการทำงานร่วมกันของมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ โดยมีการปรับสมดุลการเพิ่มรอบของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมและราบรื่น ทำให้ทุกการเดินทางลื่นไหลไม่มีสะดุด และเมื่อพุ่งทะยานสู่ความเร็วสูง พลังงานจากเครื่องยนต์จะถูกส่งตรงไปยังเพลาขับล้อเพื่อให้การขับเคลื่อนเกิดการสูญเสียพลังงานน้อยที่สุด นี่คือความลงตัว
      แสนชาญฉลาดที่มอบทั้งความมันส์และความสบายใจได้อย่างลงตัว
    • โหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) – ใช้เครื่องยนต์เต็มกำลังในจังหวะที่ต้องการ เมื่อคุณขับขี่ด้วยความเร็วสูงคงที่ รถจะส่งพลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อโดยตรง ช่วยลดการสูญเสียพลังงาน ทำให้ขับขี่
      ได้อย่างลื่นไหล ประหยัดน้ำมัน และรู้สึกมั่นใจในทุกการเดินทาง
    • โหมดคืนพลังงาน (Regeneration) – คืนพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การเดินทางไม่มีที่สิ้นสุดใน
      ยามที่ชะลอความเร็วหรือเบรก ระบบจะเปลี่ยนพลังงานที่เกิดขึ้นจากการลดความเร็วให้เป็นพลังงานไฟฟ้าและชาร์จไฟกลับเข้าสู่แบตเตอรี่ ไม่ว่ารถจะชะลอความเร็วหรือวิ่งลงทางลาด พลังงานจากการหมุนของล้อจะไม่สูญเปล่าแต่ถูกส่งกลับไปยังมอเตอร์เพื่อเก็บไว้ในแบตเตอรี่

    นอกจากการขับเคลื่อนที่เติมเต็มอารมณ์แล้ว หัวใจสำคัญที่ทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่คือ “ความปลอดภัย” โดยรถ Honda e:HEV ทุกรุ่นมาพร้อมกับ Honda SENSING เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะที่เป็นเหมือนผู้ช่วยส่วนตัวที่พร้อมดูแลคุณรอบด้าน ระบบจะตรวจจับสภาพแวดล้อมรอบตัวรถอย่างแม่นยำเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุในสถานการณ์ต่าง ๆ และฟังก์ชันอัจฉริยะจะทำงานประสานกันอย่างแนบเนียนเพื่อเพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง ให้สามารถโฟกัสกับการขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างอิสระและสบายใจ

    ทั้งหมดนี้ คือ จุดเด่นและคุณค่าของ Honda e:HEV – The EXCITING Hybrid ที่พร้อมเป็นเพื่อนร่วมทางพาคุณใช้ชีวิตแบบ Excite ได้อย่างอิสระและมั่นใจ ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่แตกต่างให้คุณไดรฟ์ได้ดั่งใจ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.honda.co.th/technology ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่จะเปลี่ยนนิยามการเดินทางให้เร้าใจกว่าที่เคย และให้คุณไปได้สุดกว่าที่คิด สัมผัสและทดลองขับรถยนต์ e:HEV จากฮอนด้าได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ พร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ โปรแรงสุดคุ้มให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่าย ๆ เมื่อจองตั้งแต่ 1 ม.ค. – 31 ม.ค. 2569 และรับรถภายในวันที่ 28 ก.พ. 2569 สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    โตโยต้าแนะนำ Corolla Cross รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 เครื่องยนต์ไฮบริด ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท

    3 Min Read

    โตโยต้าแนะนำ Corolla Cross รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 เครื่องยนต์ไฮบริด ราคาเริ่มต้น 989,000 บาท

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ Corolla Cross รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 นำโดยรุ่น “HEV GR SPORT” ปรับดีไซน์ภายนอก และภายในใหม่ สปอร์ตเร้าใจยิ่งขึ้น ตกแต่งสไตล์ TOYOTA GAZOO Racing พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และยังมาพร้อมทางเลือกอีก 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น HEV PREMIUM LUXURY, รุ่น PREMIUM และ รุ่น HEV SMART กับขุมพลังไฮบริด มาตรฐานการควบคุมไอเสียยูโร 6 โดยลูกค้าสามารถมอบความไว้วางใจให้กับโตโยต้าตลอดอายุการใช้งานด้วยศูนย์บริการกว่า 450 แห่งทั่วประเทศ พร้อมทีมช่างผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ด้านระบบไฮบริด และมาตรฐานความพร้อมด้านอะไหล่ที่ครบครัน ภายใต้แนวคิด “TOYOTA NO.1 TRUSTED HYBRID” เมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569

     

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ส่ง Corolla Cross รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 รถยนต์อเนกประสงค์ SUV ระดับ Premium ยอดนิยม ขุมพลังเครื่องยนต์ไฮบริด ขนาด 1.8 ลิตร มอบอัตราการใช้น้ำมัน 23.8 กิโลเมตร/ลิตร (อ้างอิงจาก Eco Sticker) การออกแบบภายนอกดูโฉบเฉี่ยว ปราดเปรียว และมีความแข็งแกร่ง ดีไซน์กระจังหน้าแบบ Multi-Dimensional ไฟหน้า LED Crystalized Headlamp และไฟเลี้ยวด้านหน้าแบบ Sequential เหนือระดับด้วยหลังคา Frameless Panoramic Roof พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า ภายในห้องโดยสารเพียบพร้อมด้วยพื้นที่กว้างขวาง สะดวกสบายพร้อมด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระ ที่ปรับเปลี่ยนได้หลากหลาย โดดเด่นด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน กับหน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว พร้อมรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย และอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย สามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเทคโนโลยีเชื่อมต่อล้ำสมัยอย่างแอปพลิเคชัน T-CONNECT พร้อมมอบความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัยมาตรฐานโลก Toyota Safety Sense ในทุกรุ่นย่อย

    สำหรับรุ่น HEV GR Sport นำเสนอความเร้าใจอีกขั้น ผ่านการออกแบบทั้งภายนอกและภายในเฉพาะรุ่น โฉบเฉี่ยว ให้ฟีลสปอร์ต สะท้อนจิตวิญญาณมอเตอร์สปอร์ต กับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ สีเดียวกับตัวรถ พร้อมโลโก้ GR ดีไซน์กันชนหน้าด้านล่าง กันชนท้าย วัสดุตกแต่งด้านข้าง และวัสดุตกแต่งไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ พร้อมกันชนหน้าด้านล่าง และวัสดุกันชนท้ายสี Gun Metal และโลโก้ Corolla Cross สีดำบริเวณฝาท้าย สำหรับภายใน มาในโทนสีดำตกแต่งด้วยสี Dark Silver พร้อมเบาะดีไซน์สปอร์ต ตกแต่งด้วยหนังกลับ เดินด้ายสีแดง พร้อมสัญลักษณ์ GR แบบปัก ที่คาดเข็มขัดนิรภัยสีแดงสไตล์ GR SPORT และโลโก้ GR ที่พวงมาลัย และเพิ่มความสนุกในการขับขี่ด้วยช่วงล่างและพวงมาลัย GR Sport ปรับจูนพิเศษ

    นอกจากนั้น ยังแนะนำรุ่นย่อยใหม่ HEV Smart เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้าในราคาที่คุ้มค่ากับเทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน

    รุ่น HEV GR SPORT  

    • ใหม่! เครื่องยนต์มาตรฐานการควบคุมไอเสียยูโร 6

    การออกแบบใหม่ เฉพาะรุ่น GR SPORT

    • ใหม่! กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมโลโก้ GR SPORT
    • ใหม่! กันชนหน้าและกันชนท้ายด้านล่าง ดีไซน์ใหม่ สี Gun Metal
    • ใหม่! วัสดุตกแต่งไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่
    • ใหม่! วัสดุตกแต่งด้านข้างดีไซน์ใหม่
    • ใหม่! โลโก้ Corolla Cross บริเวณฝาท้ายสีดำ
    • ใหม่! เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ต เดินด้ายสีแดง ตกแต่งด้วยหนัง Suede สีดำ พร้อมสัญลักษณ์ GR แบบปัก ปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • ใหม่! เข็มขัดนิรภัยสีแดงสไตล์ GR SPORT
    • ใหม่! ภายในเดินด้ายสีแดง ตกแต่งสี Dark Silver
    • ใหม่! พวงมาลัยตกแต่งสี Dark Silver พร้อมสัญลักษณ์ GR
    • ปุ่ม Push Start และ Smart Key ตกแต่งสัญลักษณ์ GR

    สมรรถนะเร้าใจ ปรับแต่งพิเศษ เฉพาะรุ่น GR SPORT

    • พวงมาลัย GR SPORT ปรับจูนพิเศษ
    • ช่วงล่างปรับจูนพิเศษ เฉพาะรุ่น

    อีกทั้งยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และปลอดภัยอีกมากมาย

    • ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Light Guiding
    • Panoramic Roof แบบ Frameless พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า
    • กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor (PVM) 360° view
    • จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ TFT แบบ Full Digital ขนาด 3 นิ้ว
    • หน้าจอสัมผัสขนาด 1 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ  Android Auto แบบไร้สาย
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless charger
    • ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ แบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา
    • เทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense

    ระบบช่วยเตือนมุม อับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM) พร้อมช่วยเตือนขณะถอยรถ (RCTA)

    รุ่น HEV Premium Luxury

    ไฮไลท์สเปก

    • ใหม่! เครื่องยนต์มาตรฐานการควบคุมไอเสียยูโร 6
    • Panoramic Roof แบบ Frameless พร้อมม่านบังแดดปรับไฟฟ้า
    • กล้องวิดีโอบันทึกภาพติดรถยนต์ ด้านหน้า และด้านหลัง
    • กล้องมองรอบคัน Panoramic View Monitor (PVM) 360° view
    • ระบบช่วยเตือนขณะจอดรถ พร้อมช่วยเบรกอัตโนมัติ PKSB
    • อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย Wireless charger
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB และระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH
    • หน้าจอสัมผัสขนาด 1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
    • จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่แบบ Full Digital ขนาด3 นิ้ว
    • เบาะภายในสี Dark Rose *ตามสีภายนอก
    • ฝาท้าย เปิด – ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์แบบ Kick-Activated และระบบป้องกันการหนีบ

    รุ่น HEV Premium

    ไฮไลท์สเปก

    • ใหม่! เครื่องยนต์มาตรฐานการควบคุมไอเสียยูโร 6
    • ล้ออัลลอยปัดเงาสีทูโทน 18 นิ้ว
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB และระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ ABH
    • หน้าจอสัมผัสขนาด 1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สาย
    • เบาะภายในสี Dark Rose  *ตามสีภายนอก
    • ไฟส่องสว่างภายในห้องโดยสารแบบ LED
    • USB type C 4 ตำแหน่ง
    • เทคโนโลยีความปลอดภัย Toyota Safety Sense
    • สัญญาณเตือนกะระยะ หน้า (2) หลัง (4) รวม 6 ตำแหน่ง
    • ฝาท้าย เปิด – ปิดด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมเซนเซอร์แบบ Kick-Activated และระบบป้องกันการหนีบ

    รุ่น HEV SMART      

    • ใหม่! ระบบความปลอดภัย Toyota Safety Sense
      • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Dynamic Radar Cruise Control แบบ All-Speed และระบบลดความเร็วอัตโนมัติขณะเข้าโค้ง
      • ระบบความปลอดภัยก่อนการชน (PCS)
      • ระบบเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมหน่วงกลับอัตโนมัติ (LDA)
      • ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (AHB)
    • ใหม่! เครื่องยนต์มาตรฐานการควบคุมไอเสียยูโร 6
    • ไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ พร้อมไฟส่องสว่างเวลากลางวันแบบ LED Light Guiding
    • วัสดุหุ้มเบาะหนังและหนังสังเคราะห์สีดำ
    • จอแสดงผลข้อมูลผู้ขับขี่ แบบจอสี TFT ขนาด 7 นิ้ว
    • เบาะนั่งด้านคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) และพร้อมระบบหน่วงเบรกอัตโนมัติ (AHB)
    • หน้าจอสัมผัสขนาด 10.1 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay แบบไร้สาย และ Android Auto
    • ระบบเชื่อมต่อ T-Connect
    • ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตําแหน่ง คู่หน้า / ด้านข้างคู่หน้า / ม่านด้านข้าง / หัวเข่าคนขับ
    • กล้องมองภาพขณะถอยหลัง พร้อมสัญญาณเตือนกะระยะ หน้า (2) หลัง (4) รวม 6 ตำแหน่ง
    • ระบบช่วยเตือนมุม อับสายตาที่กระจกมองข้าง (BSM) พร้อมช่วยเตือนขณะถอยรถ (RCTA)

    เลือกเป็นเจ้าของ Corolla Cross รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 ขุมพลังไฮบริด 4 รุ่นย่อย

    • รุ่น HEV GR SPORT           1,254,000 บาท
    • รุ่น HEV PREMIUM LUXURY 1,204,000 บาท
    • รุ่น HEV PREMIUM             1,094,000บาท
    • รุ่น HEV SMART                         989,000 บาท

     

    สีภายนอก

    รุ่น HEV GR Sport

    • สีขาว Platinum White Pearl with Black Roof (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท)
    • สีแดง Emotional Red with Black Roof (ราคาเพิ่ม 15,000 บาท)
    • สีดำ Attitude Black Mica

    รุ่น HEV Premium Luxury, รุ่น HEV Premium และรุ่น HEV Smart

    • สีเทา Cement Gray Metallic (ราคาเพิ่ม 10,000 บาท)
    • สีขาว Platinum White Pearl (ราคาเพิ่ม 10,000 บาท)
    • สีเงิน Metal Stream Metallic
    • สีดำ Attitude Black Mica

    สีภายใน

    • สี Dark Rose

    เฉพาะรุ่น HEV Premium Luxury / HEV Premium ที่สีภายนอกสี Platinum White Pearl, สี Cement Gray Metallic, สี Attitude Black Mica

    • สี Black

    เฉพาะรุ่น HEV Premium Luxury / HEV Premium ที่สีภายนอกสี Cement Gray Metallic และ สี Metal Stream Metallic และรุ่น  HEV Smart

    • สี GR Sport Black

    เฉพาะรุ่น GR Sport

    **ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่ม

    เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

     

    ข้อเสนอสุดพิเศษ สำหรับ COROLLA CROSS ทุกรุ่น! [1 – 31 มกราคม 2569]

    ดอกเบี้ยพิเศษ 0%*   พร้อมฟรี : ประกันภัยชั้นหนึ่ง Toyota Care PHYD**

    พิเศษ!! สำหรับ COROLLA CROSS รุ่น HEV GR SPORT [1 – 31 มกราคม 2569]

    รับเพิ่ม ส่วนลดเงินดาวน์ 10,000 บาท

    รับประกันอายุการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี***

    ไม่จำกัดระยะทาง เมื่อเข้าเช็กระยะตามกำหนด และพบความคุ้มค่าตลอดอายุการใช้งานจากโปรแกรม TCFR Plus+****

    • ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) และ 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
    • ส่วนลดค่าอะไหล่และเคมีภัณฑ์งานเช็กระยะสูงสุด 15%
    • คะแนนสะสม ALIVE-X เมื่อมีค่าใช้จ่ายที่ศูนย์บริการโตโยต้า 5 เท่า

     

    *อัตราดอกเบี้ยคำนวณที่ดาวน์ 25% ขึ้นไป นาน 48 เดือน สำหรับผู้ซื้อที่ผ่านการอนุมัติ โตโยต้าลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด, ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน), ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน), ลิสซิ่งกสิกรไทย จำกัด, ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน), ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) และ ลีสซิ่งไอซีบีซี(ไทย) จำกัด

    **ประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD (Pay How You Drive ขับดีลดให้) ปีแรก โดยทุนประกันภัยไม่เกิน 80% ของมูลค่ารถ (ขึ้นอยู่กับรุ่นรถภายใต้ เงื่อนไขของแคมเปญ) รวมบริการช่วยเหลือรถเสียฉุกเฉิน 24 ชม. ไม่รวม พ.ร.บ โดยเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทประกันภัยกำหนดบริษัทที่เข้าร่วม ได้แก่ บริษัท ไอโออิ กรุงเทพ ประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท วิริยะประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท นวกิจประกันภัย จำกัด (มหาชน), บริษัท ประกันไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ,บริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด และบจก. มิตซุย ซุมิโตโมประกันภัย

    ***ขยายระยะเวลารับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี พร้อมรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (นับตั้งแต่วันส่งมอบรถให้แก่ลูกค้ารายแรกตามใบส่งมอบรถยนต์ใหม่)

    • การรับรองการใช้งานแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี เฉพาะกรณีการเปลี่ยนเพื่อทดแทนแบตเตอรี่ไฮบริดที่เสียหายอันเนื่องมาจากความบกพร่องของวัสดุ/ชิ้นส่วน หรือการประกอบจากโรงงานภายใต้การใช้งานตามปกติ

    – สำหรับรถ HEV ที่ใช้แบตเตอรี่ไฮบริดชนิด Ni-MH ลูกค้าจะต้องชำระค่าดำเนินการเพื่อใช้สิทธิ์ตามการรับรองนี้ (เฉพาะปีที่ 6-10) จำนวน 1,000 บาทต่อลูก (HV Battery assy) (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) และต้องชำระค่าแรงรวมถึงค่าใช้จ่ายของชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ในการถอดเปลี่ยนและติดตั้งแบตเตอรี่ไฮบริด

    – สำหรับรถ HEV ที่ใช้แบตเตอรี่ไฮบริดชนิด Li-ion ลูกค้าจะต้องชำระค่าดำเนินการเพื่อใช้สิทธิ์ตามการรับรองนี้ (เฉพาะปีที่ 6-10) จำนวน 1,900 บาท ต่อ ชุดประกอบแหล่งจ่ายไฟไฮบริด (HV Supply Stack) (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) (จำนวนชุดประกอบแหล่งจ่ายไฮบริดของรถยนต์แต่ละรุ่นอาจมีความแตกต่างกัน และเป็นการเปลี่ยนเฉพาะชุดประกอบแหล่งจ่ายไฟไฮบริดที่เสียหายเท่านั้น) และต้องชำระค่าแรงรวมถึงค่าใช้จ่ายของชิ้นส่วนอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี) ในการถอดเปลี่ยนและติดตั้งแบตเตอรี่ไฮบริด (มีผลบังคับใช้กับรถยนต์ที่ส่งมอบตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคม 2566 เป็นต้นไป)

    • การรับประกันระบบไฮบริด 5 ปี จะรับผิดชอบโดยการซ่อม หรือเปลี่ยนชิ้นส่วนที่เสียหายอันเนื่องมาจากความบกพร่องของวัสดุ /ชิ้นส่วน หรือการประกอบจากโรงงานภายใต้การใช้งานตามปกติ ได้แก่ 1. ชุดกล่องรวมสายไฟแบตเตอรี่ไฮบริด 2. ชุดหม้อลมเบรกพร้อมแม่ปั๊มเบรก 3. ชุดคอมเพรสเซอร์พร้อมมอเตอร์ 4. ECU คอมพิวเตอร์ระบบควบคุมเครื่องยนต์ 5. ชุดอินเวอร์เตอร์พร้อมคอนเวอร์เตอร์ 6. ECU ควบคุมการจัดการกำลัง 7. ชุดเกียร์ไฮบริด 8. ชุดปั๊มน้ำอินเวอร์เตอร์ 9. ชุดโบลเวอร์ระบายความร้อนแบตเตอรี่
    • ทั้งนี้ไม่รวมถึง ความเสียหายอันเนื่องจาก อุบัติเหตุหรือเป็นผลมาจากอุบัติเหตุ, ภัยธรรมชาติ, การดัดแปลงสภาพ หรือติดตั้งอุปกรณ์เสริมเพื่อการใช้งานที่มิใช่การใช้งานตามปกติของรถยนต์, การปรับตั้งหรือซ่อม จากศูนย์บริการที่ไม่ใช่ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้า และเงื่อนไขอื่นๆ ตามคู่มือการรับประกันคุณภาพรถยนต์ การพิจารณาเกี่ยวกับกรณีความบกพร่อง หรือเสียหาย ตามรายละเอียดข้างต้นถือเป็นสิทธิ์ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
    • สามารถใช้สิทธิ์และติดตั้งได้ที่ศูนย์บริการมาตรฐานของผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าเท่านั้นและชิ้นส่วนแบตเตอรี่ไฮบริดที่เสียหายจะถือเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
    • รถยนต์ซึ่งเป็นรถรับจ้างรถเช่าและ หรือรถสาธารณะไม่ได้รับสิทธิ์ดังที่ระบุข้างต้น

    ****โปรแกรม Toyota Connected Frequent Service Rewards Plus (TCFR Plus+)

    • เฉพาะลูกค้าที่ดาวน์โหลดและลงทะเบียนแอปพลิเคชัน T-Connect กดเข้าร่วมโปรแกรม TCFR Plus+
    • ขอสงวนสิทธิประโยชน์ให้ลูกค้าที่เข้ารับบำรุงรักษารถยนต์ (เช็กระยะมาตรฐานทุก 6 เดือน หรือ 10,000 กม. แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) ต่อเนื่องตามเงื่อนไขที่กำหนด ณ ศูนย์บริการมาตรฐานโตโยต้าและเปลี่ยนอะไหล่และเคมีภัณฑ์ตามคำแนะนำให้เปลี่ยนในคู่มือการใช้รถยนต์ (Owner Manual)
    • ระดับและสิทธิประโยชน์ต่างๆ รวมถึงความคุ้มครองในช่วงขยายระยะรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับ 14 ระบบมาตรฐานรถยนต์ และ 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน) สำหรับระบบเครื่องยนต์และส่งกำลัง เป็นไปตามเงื่อนไขการขยายระยะรับประกันคุณภาพ โดยสามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขสิทธิ์ขยายระยะรับประกันคุณภาพจากโปรแกรม TCFR Plus+

     

    สัมผัสประสบการณ์ขับขี่ใหม่ กับบริการเสริมที่หลากหลาย

    ผ่านเทคโนโลยี T-CONNECT ด้วย 3 คุณสมบัติหลัก ตอบโจทย์ทุกการเดินทาง

    1. Always Located & Protected ให้คุณอุ่นใจ ปลอดภัยไร้กังวลในการเดินทาง

    Find My Car บริการเช็กตำแหน่งรถแบบเรียลไทม์ หมดปัญหาจำที่จอดไม่ได้ หารถไม่เจอ

    TheftTrack บริการตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรม และประสานความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง

    SOS บริการประสานงานช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง

    Geo-Fencing บริการแจ้งเตือนเมื่อรถเคลื่อนออกจากจุดจอดหรือขอบเขตที่คุณกำหนดไว้

    1. Telematics Care ดูแลรถได้ง่ายๆ สะดวก พร้อมออกเดินทาง

    TCFR Plus+ สิทธิขยายระยะรับประกันคุณภาพรถยนต์สูงสุด 8 ปี หรือ 225,000 กม. (แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)

    Maintenance Reminder บริการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาเข้าศูนย์บริการ พร้อมนัดหมายศูนย์บริการออนไลน์

    Vehicle Information บริการข้อมูลรถ แสดงสถานะรถ เช็กประวัติ และสถานะงานซ่อมเรียลไทม์

    PHYD Insurance ประกันภัย “ขับดี ลดให้” ที่ทำให้ลูกค้าสนุกกับคะแนนการขับขี่และส่วนลดเพิ่มเติม จากค่าเบี้ยประกันภัยพิเศษที่คำนวณจากพฤติกรรมและระยะทางการขับขี่ของลูกค้า

     

    1. Happiness Mobility บริการเติมเต็มความสุข ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์

    Toyota Alive-X โปรแกรมสะสมคะแนน The 1 ใช้แลกเป็นส่วนลดในการเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้า

    Connect You บริการแจ้งสิทธิพิเศษที่คัดสรรสำหรับลูกค้า T-Connect

    Concierge Services บริการผู้ช่วยส่วนตัว ให้คุณสอบถามเส้นทาง จองร้านอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย

    หมายเหตุ : การให้บริการของ T-Connect ต้องดาว์โหลดแอปพลิเคชัน และต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของรถเพื่อเข้าใช้งาน สามารถศึกษาข้อกำหนดและเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ www.t-connect.in.th

     

    จองทดลองขับ Corolla Cross รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี 2569 และรถรุ่นอื่นๆ บนสนามทดสอบเต็มรูปแบบ ได้ที่

    https://www.toyota.co.th/alive/testdrive-reservation  

    ติดตามข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

    https://www.toyota.co.th/                                     Facebook: Toyota Motor Thailand                                                                      LINE Official: @ToyotaThailand                  TikTok: @ToyotaMotorTH                                               

                    X: @ToyotaMotorTH                                          Instagram: @toyotamotorthailandofficial


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV TWO TONE เสริมภาพลักษณ์ SUV ไฟฟ้า พรีเมียมในตลาดไทย

    1 Min Read

    OMODA & JAECOO เปิดตัว JAECOO 5 EV TWO TONE  เสริมภาพลักษณ์ SUV ไฟฟ้า พรีเมียมในตลาดไทย

     OMODA & JAECOO (โอโมด้า แอนด์ เจคู่) ผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับพรีเมียม ประกาศเปิดตัว JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ยนตรกรรมไฟฟ้า 100% รุ่นใหม่ที่ต่อยอดความสำเร็จจาก JAECOO 5 EV (Single-Tone) ซึ่งเป็นรถ SUV ไฟฟ้าในเซกเมนต์ B ที่ได้รับการตอบรับอย่างสูงในประเทศไทย โดยรุ่น Two-Tone โดดเด่นด้วยการออกแบบสีภายนอกแบบ 2 สีผสานเอกลักษณ์ Light off-road เข้ากับความทันสมัยแบบเมือง ซึ่งสะท้อนตัวตนของแบรนด์ได้อย่างชัดเจน

    JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) เปิดตัวพร้อมราคาจำหน่ายที่สะท้อนความมุ่งมั่นของ OMODA & JAECOO ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีความคุ้มค่า เข้าถึงได้ และตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมาพร้อมราคาพิเศษ 649,000 บาท จากราคาปกติ 679,000 บาท สำหรับลูกค้าที่ทำการจองและรับรถภายในช่วงวันที่ 5–31 มกราคม 2569 ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการขยายโอกาสให้ผู้บริโภคชาวไทยสามารถเข้าถึงยนตรกรรมไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ สมรรถนะ และนวัตกรรมได้อย่างสมดุล

    จากความสำเร็จของ OMODA & JAECOO ในปี 2568 กวาดยอดขายไปแล้วกว่า 18,388 คัน โดยมี JAECOO 5 EV เป็นรุ่นหลัก คิดเป็นสัดส่วนกว่า 60% ของยอดขายทั้งหมด ทั้งนี้ JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของการพัฒนาด้านการออกแบบและการขยายทางเลือกให้กับผู้บริโภค โดยมีจำหน่ายเฉพาะในรุ่น JAECOO 5 EV Long Range Max เท่านั้น ซึ่งมีสีภายนอกให้เลือก 4 สี ได้แก่ Cloudy Grey, Snowy White, Light Sea Green และ Bahamas Blue

    การประกาศเปิดตัว JAECOO 5 EV Long Range Max (Two Tone) ในครั้งนี้ สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของ OMODA & JAECOO ในการพัฒนายานยนต์ไฟฟ้าที่ผสานดีไซน์ นวัตกรรม และสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมดุล พร้อมเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และส่งมอบประสบการณ์การเดินทางที่มีคุณภาพ ทันสมัย และยั่งยืนให้แก่ผู้บริโภคในระยะยาว


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • อีซูซุชวนลูกค้าร่วมเปิดประสบการณ์ขับขี่สุดมันส์ ในกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

    1 Min Read

    อีซูซุชวนลูกค้าร่วมเปิดประสบการณ์ขับขี่สุดมันส์ ในกิจกรรม “ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เชิญชวนเจ้าของรถอีซูซุและผู้ที่สนใจ เข้าร่วมกิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE มันส์ & FUN POWERED BY 2.2 DDI MAXFORCE” กิจกรรมแข่งขันขับรถในสนามแบบยิมคานา (Gymkhana)  ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งด้านพละกำลัง ความคล่องตัว และการควบคุมที่แม่นยำ ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า 500,000 บาท โดยอีซูซุเปิดสนามให้ร่วมประลองความท้าทายนี้ทั่วประเทศ รวม 5 สนาม ประเดิมสนามแข่งขันแรก วันที่ 24 – 25  มกราคม นี้ ณ IMPACT Lakeside ริมทะเลสาบ   เมืองทองธานี

                คุณวิชัย สินอนันต์พัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กิจกรรม ISUZU THE ONE & ONLY GYMKHANA CHALLENGE จัดขึ้นด้วยความตั้งใจของอีซูซุในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างให้ผู้ใช้รถได้สัมผัสสมรรถนะของรถอีซูซุอย่างเต็มที่ เพื่อพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ที่ให้ความแรงแต่ยังคงประหยัดน้ำมันตามแบบฉบับอีซูซุ การทดสอบพวงมาลัยไฟฟ้า EPS ที่ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่เพื่อความแม่นยำในการขับขี่ และช่วงล่างใหม่!    โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ลดการสั่นสะเทือนและการโคลงของรถ ให้นุ่มนวล มั่นใจทุกครั้งที่เข้าโค้ง      ผ่านการขับขี่ในสนามจำลอง ที่ทั้งสนุกและท้าทาย ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยโดยมีผู้เชี่ยวชาญ  คอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด สำหรับรถในการแข่งขันจะมีทั้งรถ ISUZU D-MAX “THE ONE & ONLY” และ MU-X “THE NEXT PEAK” อีซูซุหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากิจกรรมนี้จะมอบทั้งความสนุก ความประทับใจ และประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้กับผู้เข้าร่วมทุกคน”

    รายละเอียดการแข่งขัน
    การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 รุ่น ได้แก่

    • รุ่น OPEN COMPETITION การแข่งขันประเภทบุคคลแบบจับเวลา ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับรถในสถานีทดสอบแบบ Gymkhana ครั้งละ 2 คน โดย 4 คน ที่ใช้เวลาน้อยที่สุด ที่สามารถควบคุมรถได้อย่างแม่นยำและไม่ทำผิดกติกา จะได้รับสิทธิ์เข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศ และร่วมลุ้นรางวัลมูลค่ารวม 50,000 บาท

    สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวคือ ใหม่! ISUZU D-MAX HI-LANDER “THE ONE & ONLY” เครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะได้ทดสอบการใช้พวงมาลัยไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering) และระบบ Sequential Paddle Shift ที่พวงมาลัย ที่เปลี่ยนเกียร์ง่ายเพียง ปลายนิ้ว และกล้องรอบคัน 360° Surround View Camera พร้อมมุมมองใต้ท้องรถใหม่ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการขับขี่

    • รุ่น TRUSTED BUDDY COMPETITION การแข่งขันประเภททีม ทีมละ 2 คน ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะทำการขับขี่ในสถานีทดสอบพร้อมแสดงศักยภาพการทำงานเป็นทีม โดยจะเน้นความสนุกด้วยภารกิจที่ต้องทำร่วมกันระหว่างการแข่งขัน ซึ่งนอกจากผู้ขับขี่จะต้องใช้ทักษะการบังคับรถที่ยอดเยี่ยมผ่านการจับเวลาแล้วนั้น บัดดี้หรือผู้ช่วยขับขี่จะต้องทำภารกิจพิเศษเพื่อลดเวลาที่ใช้ทำการแข่งขันและใช้เป็นแต้มต่อในการคว้าชัยชนะ แค่เก่งไม่พอแต่ต้องใช้ทีมเวิร์คด้วย โดย 4 ทีม ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดจะเป็น ผู้ชนะ และร่วมลุ้นรับรางวัล มูลค่ารวม 45,000 บาท

    สำหรับรถที่ใช้แข่งในรุ่นดังกล่าวกล่าวคือ MU-X “THE NEXT PEAK” ยอดรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ โดดเด่นเต็มขุมพลังด้วยเครื่องยนต์ 2.2 Ddi MAXFORCE ปลอดภัยมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยช่วงล่างใหม่! โช้กอัพแบบ STIFF FLEX ที่ออกแบบมาเพื่อลดการสั่นสะเทือน และการโคลงของรถขณะขับขี่ พร้อมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ADAS และกล้องหน้าคู่ 3D Imaging Stereo Camera

    สำหรับตารางกิจกรรมการแข่งขัน แบ่งเป็น 5 สนาม ได้แก่

    • โซนกรุงเทพและภาคกลาง
      วันที่ 24 – 25 มกราคม 2569 ณ IMPACT Lakeside จ.นนทบุรี
    • ภาคเหนือ

    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานม่วนใจ๋ เซ็นทรัล พลาซ่า เชียงใหม่ แอร์พอร์ต

    จ. เชียงใหม่

    • ภาคอีสาน
      วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ณ ลานอู้ฟู่ จ. ขอนแก่น

     

    • ภาคตะวันออก
      วันที่ 7 มีนาคม 2569 ณ ตลาดนัดจตุจักร จ. ชลบุรี
    • ภาคใต้
      วันที่ 21 มีนาคม 2569 ณ เซ็นทรัล ภูเก็ต จ. ภูเก็ต

    นอกจากนี้ภายในงานยังมีโซนกิจกรรมทดสอบรถหลากหลายสถานี และเกมสุดพิเศษให้ลูกค้า    ทุกท่านได้ลุ้นรับของรางวัลมากมาย และสำหรับผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้ง 2 รุ่น จะได้รับบัตรน้ำมัน PT มูลค่า 500 บาท เสื้อโปโลรายการแข่งขัน และรางวัลอื่น ๆ อีกมากมายตามผลการแข่งขัน พิเศษ! ในแต่ละรอบ   การแข่งขันตามภูมิภาค ลูกค้าผู้โชคดีจะได้ร่วมนั่งรถกับนักขับมืออาชีพ สัมผัสความแรง ความเร็ว และเทคนิคการขับแบบใกล้ชิดที่หาไม่ได้จากที่ไหนอีกด้วย

    ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดการแข่งขันเพิ่มเติม และสมัครเข้าแข่งขันพิสูจน์ความเป็นหนึ่งของขุมพลัง 2.2 Ddi MAXFORCE ได้ที่ https://forms.gle/mHV36TDFFzmnxHSB7, Facebook : All-New ISUZU D-Max, All-New ISUZU MU-X หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ https://www.isuzu-tis.com LINE: @isuzuthai และ my-ISUZU Application


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


     

    No Comment
  • โตโยต้าสนับสนุนการแข่งขันแบดมินตันไทยระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน

    1 Min Read

    โตโยต้าร่วมขับเคลื่อนและพัฒนาวงการกีฬาแบดมินตันไทย สนับสนุนการแข่งขันระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

    นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการ ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา และพลอากาศเอก มณฑล สัชฌุกร นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร่วมแถลงข่าวจัดการแข่งขันแบดมินตันรายการ “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026” การแข่งขันระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา       พร้อมเงินรางวัลรวม 250,000 เหรียญสหรัฐ เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2569 ณ โรงแรมอโนมา แกรนด์ กรุงเทพฯ

     

                สำหรับฤดูกาลแข่งขันของสหพันธ์แบดมินตันโลก (BWF) ในปี 2026 ประเทศไทยได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแบดมินตัน รายการ “ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026” การแข่งขันระดับเวิลด์ทัวร์ ซูเปอร์ 300 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พร้อมเงินรางวัลรวม 250,000 เหรียญสหรัฐ ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 27 มกราคม –                   1 กุมภาพันธ์ 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา อีกทั้งเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ประชาชนคนไทยโดยเฉพาะเยาวชน ให้หันมาสนใจชม เชียร์ และเล่นกีฬาแบดมินตัน ยกระดับฝีมือและมาตรฐานของนักแบดมินตันไทยให้ก้าวสู่ระดับนานาชาติ รวมถึงเป็นการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกด้วย

     

              นายณัทธร ศรีนิเวศน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดกล่าวว่า ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของรายการ โตโยต้ามีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อน และพัฒนาวงการกีฬาแบดมินตันไทยให้ประสบความสำเร็จเสมอมา โดยโตโยต้าเชื่อมั่นว่าการจัดการแข่งขันในประเทศไทยในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่นักกีฬาไทยจะได้แสดงศักยภาพ และสร้างสรรค์ผลงานอันยอดเยี่ยม รวมถึงสร้างความสนุก เร้าใจ และความสุขให้กับแฟนกีฬาแบดมินตันไทย อีกทั้งยังสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย ให้หันมาสนใจเล่นกีฬาแบดมินตันให้มากยิ่งขึ้น

    ผมขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยเข้าชมการแข่งขัน ร่วมส่งเสียงเชียร์เพื่อเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาของไทยในการแข่งขันในครั้งนี้ และขอขอบคุณ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย และสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่ได้ให้โอกาส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้เป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมกีฬาแบดมินตัน ในฐานะผู้สนับสนุนหลักการจัดการแข่งขัน ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026

     

    ตารางการแข่งขัน ปริ๊นเซส สิริวัณณวรี ไทยแลนด์ มาสเตอร์ส 2026  

     

    วันที่ ประเภทการแข่งขัน เวลาการแข่งขัน
    27 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบคัดเลือก 09.00 น.
    การแข่งขันรอบแรก (ประเภทชายคู่ หญิงคู่) 15.00 น.
    28 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบแรก 09.00 น.
    29 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบสอง 12.00 น.
    30 มกราคม 2569  การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศ  13.00 น.
    31 มกราคม 2569 การแข่งขันรอบรองชนะเลิศ 12.00 น.
    1 กุมภาพันธ์ 2569 การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ 12.00 น.

     

    ร่วมส่งเสียงเชียร์นักตบขนไก่ไทย พร้อมต้อนรับนักกีฬาแบดมินตันระดับโลก

    ระหว่างวันที่ 27 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569

    ณ อาคารกีฬานิมิบุตร สนามกีฬาแห่งชาติ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • GWM เอาใจ TANKER สายลุย ชูชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของ GWM TANK 300 เติมลุคแกร่งให้แตกต่างใน 2 สไตล์ พร้อมรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.

    1 Min Read

    GWM เอาใจ TANKER สายลุยชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ของ GWM TANK 300 เติมลุคแกร่งให้แตกต่างใน 2 สไตล์ พร้อมรับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม.

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ด้วยแนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่สายลุยให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ด้วยการแนะนำชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” สำหรับ GWM TANK 300 รถ SUV สายลุยระดับพรีเมียม ที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจากผู้ใช้ชาวไทย โดดเด่นด้วยดีไซน์และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ทุกสไตล์การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นสายออฟโรด หรือขับขี่ในเมือง พร้อมรับประกันคุณภาพสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่

    ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” มีให้เลือกใน 2 สไตล์ ได้แก่

    • WANDERER KIT ชุดแต่งสไตล์ออฟโรดเต็มขั้น ประกอบด้วยอุปกรณ์หลักจำนวน 5 ชิ้น ได้แก่ กันชนหน้า–หลังแบบพิเศษ ใช้วัสดุ MAGNESIUM-ALUMINUM ALLOY เป็นโลหะผสมน้ำหนักเบาที่มีความแข็งแรงและสามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดี อีกทั้งยังทนทานต่อการกัดกร่อน กระจังหน้า ได้รับการออกแบบอย่างประณีต เพื่อเสริมความโดดเด่นให้กับดีไซน์ด้านหน้าของรถยนต์ มีช่องระบายอากาศแบบตาข่ายช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนของเครื่องยนต์ พร้อมกับดีไซน์ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความทันสมัยได้อย่างลงตัว ฝากระโปรงหน้า เพิ่มความแข็งแกร่งและความทนทาน พร้อมดีไซน์เส้นสันนูนที่ช่วยเสริมความโฉบเฉี่ยวและสไตล์สปอร์ตให้กับตัวรถ และ คิ้วบังโคลน ที่จะช่วยปกป้องสีรถและตัวถังจากรอยขีดข่วนและความเสียหายที่เกิดจากเศษกรวด หิน หรือวัสดุที่อาจกระเด็นขึ้นมาทำความเสียหายให้กับตัวรถหรือรถที่ขับตามมา ราคาชุดแต่ง WANDERER KIT นี้อยู่ที่ 131,500* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)

    • URBAN KIT ชุดแต่งสไตล์โมเดิร์น จำนวน 8 ชิ้น ที่คงไว้ซึ่งความบึกบึนแต่เพิ่มความเรียบหรู เหมาะกับการขับขี่ในเมือง พร้อมดีไซน์กันชนและบันไดข้างใหม่ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์เหนือระดับ ด้วย กระจังหน้า ดีไซน์เท่และดุดันในโทนสีดําด้าน เพิ่มความแกร่งให้กับตัวรถอย่างมีสไตล์ ฝากระโปรงหน้า ดีไซน์เรียบหรู พร้อมเส้นนูน เพิ่มมิติและความแข็งแกร่ง กล่องสัมภาระข้าง ดีไซน์สวยงามทันสมัยด้วยสีดําเงา ให้ความรู้สึก พรีเมียมและโดดเด่น พร้อมโลโก้ GWM ที่เพิ่มความ น่าเชื่อถือและเอกลักษณ์เฉพาะตัว บันไดปีนหลังคาข้าง ออกแบบมาเพื่อช่วยให้การปีนขึ้น-ลงรถ สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ถาดวางสัมภาระหลังคาแบบยาว ชุดอุปกรณ์ครบครันสําหรับติดตั้งบนหลังคารถ เพื่อเพิ่มพื้นที่เก็บสัมภาระและอุปกรณ์ต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ คิ้วกันกระแทกประตูข้าง ชิ้นงานมีความแข็งแรงทนทาน สามารถป้องกันรอยขีดข่วนที่จะเกิดบริเวณข้างประตูและเพิ่มความสวยงามให้กับรถ ฝาครอบกระจกมองข้าง เพิ่มความสวยงามและทนทาน ดีไซน์ที่โดดเด่นด้วยการออกแบบมาเพื่อเพิ่มความสวยงามหรูหราให้กับตัวรถ และคิ้วตกแต่งไฟท้าย การออกแบบชิ้นงานคํานึงถึงความกลมกลืนกับรูปร่างของโคมไฟหลัง ส่งผลให้ตัวชิ้นงานมีความเข้ารูปกับโคมไฟหลังได้อย่างดีเยี่ยม เพิ่มความพรีเมียมและความหรูหราให้กับตัวรถเป็นอย่างมาก ราคาชุดแต่ง URBAN KIT นี้อยู่ที่ 101,800* บาท (*ราคานี้รวมค่าแรงติดตั้ง, ค่าทําสีฝากระโปรงและภาษีมูลค่าเพิ่มเรียบร้อยแล้ว)

    ชุดแต่งแท้ ปลอดภัยได้มาตรฐาน พร้อมรับประกันคุณภาพจาก GWM

    นอกจากชุด WANDERER KIT และ URBAN KIT แล้วนั้น GWM ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งรายชิ้นให้เลือกกว่า 30 รายการ ครอบคลุมตั้งแต่ อุปกรณ์ภายนอก เช่น ชุดครอบไฟหน้า–ท้าย, สปอยเลอร์, คิ้วล้อ, บันไดข้างไฟฟ้า ไปจนถึง อุปกรณ์ภายใน เช่น พรมปูพื้นเข้ารูป, ถาดสัมภาระท้าย, และอุปกรณ์เสริมเพื่อการเดินทางระยะไกลทุกประเภท โดยทั้งหมดผ่านมาตรฐานการออกแบบและความปลอดภัยระดับโรงงานของ GWM เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในคุณภาพและความเข้ากันได้สมบูรณ์แบบกับตัวรถ โดยอุปกรณ์ตกแต่งแท้จาก GWM รับประกันสูงสุด 5 ปี หรือ 150,000 กม. (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) เมื่อซื้อและติดตั้งพร้อมรถใหม่ เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกําหนด  (บริษัทขอสงวนสิทธิในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขการรับประกันสินค้าโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า)

    ข้อเสนอพิเศษสำหรับชุดแต่ง WANDERER KIT และ URBAN KIT

    • เมื่อลูกค้าเลือกซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต สามารถผ่อนชำระชุดอุปกรณ์ตกแต่งรวมไปกับค่างวดรถได้ (ในกรณีจัดไฟแนนซ์) เพื่อความสะดวกและความคุ้มค่าสูงสุด
    • รับฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่ง 1 ปี สำหรับลูกค้าที่ซื้อชุดแต่ง WANDERER KIT หรือ URBAN KIT แบบครบเซ็ต ทั้งในกรณีจัดไฟแนนซ์และซื้อเงินสด เพื่อมอบความอุ่นใจและความคุ้มค่าในทุกการเดินทาง

     

    GWM TANK 300 ไม่ได้เป็นเพียงรถออฟโรดระดับพรีเมียม แต่เป็นสัญลักษณ์ของการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยอิสระ ความคิดสร้างสรรค์ และความกล้าค้นหา ชุดอุปกรณ์ตกแต่งแท้ “TANK Genuine Accessories” นี้จะช่วยให้ผู้ใช้ทุกคนสามารถปรับแต่งรถของตนเองให้ตรงกับสไตล์และการใช้งานได้อย่างมั่นใจ พร้อมการรับประกันคุณภาพจาก GWM โดยตรง ด้วยความหลากหลายของชุดแต่งและคุณภาพระดับสากล “TANK Genuine Accessories” จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ของความตั้งใจจาก GWM ในการสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ ทั้งด้านความสวยงาม สมรรถนะ และความคุ้มค่าในทุกมิติ สามารถสั่งซื้อและติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ กว่า 75 แห่งทั่วประเทศ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Post Image

    GWM สร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดปี 2568 ทะลุ 18,096 คัน นำโดย TANK 300 และ ORA Good Cat สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    1 Min Read

    GWM สร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ปิดปี 2568 ทะลุ 18,096 คัน นำโดย TANK 300 และ ORA Good Cat สะท้อนความเชื่อมั่นจากผู้บริโภคชาวไทยที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงานที่ตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานทั่วทุกมุมโลก ภายใต้แนวคิด “ครอบคลุมทุกการใช้งาน (All Scenarios) ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกพลังงาน (All Powertrains) สู่การตอบสนองทุกกลุ่มผู้ใช้งานอย่างแท้จริง (All Users)” ล่าสุด ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญด้วยยอดขายประจำปี 2568 กว่า 18,096 คัน เติบโต 146% จากปี 2567 ที่ผ่านมา ทำสถิติยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปีตั้งแต่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น ในเดือนธันวาคม 2568 ยังสามารถทำสถิติยอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์กว่า 3,182 คัน ตอกย้ำการเติบโตอย่างแข็งแกร่งต่อเนื่อง และสะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคชาวไทยมีต่อผลิตภัณฑ์ในทุกกลุ่มพลังงานของ GWM

    จากยอดขายรวมในปี 2568 จำนวน 18,096 คันนั้น มาจากความสำเร็จอย่างท้วมท้นของ GWM TANK 300 ที่มีจำนวนทั้งสิ้น 7,574 คัน เติบโตจากปี 2567 ถึง 1,146% และความนิยมอย่างต่อเนื่องของเจ้าเหมียวไฟฟ้า GWM ORA Good Cat ซึ่งมียอดขายทั้งหมด 7,080 คัน เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ถึง 142% ซึ่งยอดขายรวมของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นนี้ เป็นยอดขายรวมรายปีที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาเฉพาะเดือนธันวาคม 2568 GWM (Thailand) มียอดขายสูงถึง 3,182 คัน ซึ่งถือเป็นยอดขายรายเดือนที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ในรอบ 5 ปีที่ผ่านมาเช่นกัน และเป็นเดือนที่ GWM TANK 300 และ GWM ORA Good Cat มียอดขายรายเดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1,155 คัน และ 1,573 คัน เติบโตแบบก้าวกระโดดจากเดือนธันวาคมปี 2567 ถึง 1,400% และ 2,376% ตามลำดับ

    ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GWM ได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคชาวไทย

    ปี 2568 ถือเป็นปีที่มีความท้าทายสำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ แต่ GWM (Thailand) ยังคงมุ่งมั่นสร้างการเติบโตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่องและมั่นคง ความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมในปี 2568 มาจาก 4 กลยุทธ์สำคัญ ได้แก่

    • การนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน หรือ Multi-powertrain ซึ่งถือเป็นจุดแข็งท่ามกลางแบรนด์รถสัญชาติจีนที่สร้างโอกาสทางการขายให้กับ GWM ในหลากหลายเซ็กเมนต์ ครอบคลุมถึง 85% ของตลาดรถยนต์ในประเทศไทย โดยในปี 2568 GWM (Thailand) มีการแนะนำเทคโนโลยีเครื่องยนต์ดีเซล 4T เจเนอเรชันใหม่ล่าสุด และเทคโนโลยีระบบไฮบริดขับเลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะเข้ามาให้คนไทยได้สัมผัส โดยมีผลิตภัณฑ์ใหม่รวมทั้งสิ้น 6 รุ่น ซึ่ง 3 รุ่นอยู่ภายใต้ GWM Diesel Family ทั้ง GWM TANK 300 Diesel, GWM TANK 500 Diesel และ GWM POER SAHAR Diesel อีก 2 รุ่นในกลุ่มคอมแพกเอสยูวี ได้แก่ GWM HAVAL H6 ทั้งรุ่น PHEV และ HEV และล่าสุดกับ WEY G9 Hi4 Ultra รถยนต์ MPV ระดับลักชัวรี่ ซึ่งรถยนต์ทั้ง 6 รุ่นนี้ ถือเป็นเหตุผลสำคัญของความสำเร็จของ GWM ที่มอบคุณภาพและความคุ้มค่าที่ตอบความต้องการผู้ใช้ชาวไทยได้อย่างตรงจุด จากเทคโนโลยี ความปลอดภัย ความสะดวกสบายและสมรรถนะที่เหนือกว่า ในราคาที่คุ้มค่า ทำให้ได้รับเสียงตอบรับดีจากผู้ใช้จริงทั่วประเทศ
    • การรับฟังเสียงผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง หรือ User-Centric ถือเป็นกลยุทธ์ที่ GWM ยึดถือปฏิบัติมาตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทในประเทศไทย เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภคชาวไทย ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ใช้จริงและนำไปสู่การปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่องและตรงจุด ตัวอย่างที่เห็นเป็นรูปธรรมคือ การนำเครื่องยนต์ดีเซล 4T เข้ามาในรถยนต์ตระกูล GWM TANK การปรับจูนช่วงล่างให้เหมาะสมกับสภาพถนนเมืองไทยและพฤติกรรมการขับขี่ของคนไทย การพัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ใช้งาน หรือการเพิ่มฟังก์ชันต่าง ๆ เข้ามาในรถยนต์ที่สร้างความปลอดภัยและความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นให้กับผู้ใช้ ส่งผลให้ GWM สามารถสร้างการเติบโตทั้งทางธุรกิจและได้รับความไว้วางใจจากผู้บริโภคชาวไทยอย่างเป็นรูปธรรม
    • การพัฒนาด้านบริการหลังการขายอย่างจริงจัง บริการหลังการขายถือเป็นข้อกังวลที่สำคัญที่สุดของคนไทยที่มีต่อแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน แต่สำหรับ GWM เรามีการสร้างรากฐานและความแข็งแกร่งของแบรนด์ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ผ่านการยกระดับการบริการหลังการขายอย่างเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งด้านการบริหารจัดการอะไหล่ การเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของช่างเทคนิค และระบบประเมินคุณภาพงานบริการ การรับประกัน การซ่อมบำรุง รวมถึงการสร้างระบบและทีมงานเต็มรูปแบบในการรับฟังและบริหารจัดการปัญหาต่าง ๆ ของลูกค้าบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียอย่างมีประสิทธิภาพ ความพยายามต่าง ๆ เหล่านี้ สร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจของลูกค้าที่มีต่อ GWM ในระยะยาว ส่งผลให้ GWM ได้รับการจัดอันดับ 3 จากทั้งหมด 13 แบรนด์รถยนต์หลักที่คนไทยมีความพึงพอใจสูงสุดด้านการบริการหลังการขายในปี 2568 จาก Differential และเป็นอันดับ 1 ของแบรนด์รถยนต์จากประเทศจีน
    • การขายราคาเดียวและข้อเสนอเดียวกันทั่วประเทศ หรือ One-Price Policy GWM ยึดมั่นการขายราคาเดียวกันทั่วประเทศมาตั้งแต่เริ่มดำเนินธุรกิจจวบจนถึงปัจจุบัน และในปี 2569 ก็ยังยึดถือการบริหารงานด้วยนโยบายราคาเดียวต่อไปอย่างเคร่งครัด ภายใต้ระบบการบริหารเครือข่ายพาร์ทเนอร์ สโตร์ที่มีประสิทธิภาพ โดยมี GWM application เป็นศูนย์กลางของการขายและการชำระค่าสินค้า ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทเนอร์ สโตร์ใด ในจังหวัดใด ลูกค้าก็จะได้รับราคาและโปรโมชันเดียวกันที่กำหนดจากส่วนกลางเหมือนกันทั่วประเทศ ลดข้อกังวลของลูกค้าแบบเดิม ๆ ที่ต้องตรวจสอบราคาและข้อเสนอจากดีลเลอร์หลากหลายเจ้าเพื่อนำมาเปรียบเทียบกัน ป้องกันการตัดราคาระหว่างผู้จำหน่าย ทำให้ลูกค้าอุ่นใจในการตัดสินใจซื้อรถยนต์คุณภาพจาก GWM ทุกรุ่นและทุกที่ทั่วไทย

    เวยน์ โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าว “ผมขอขอบคุณผู้บริโภคชาวไทยทุกท่านที่มอบความไว้วางใจให้ GWM ตลอดเส้นทางกว่า 5 ปีที่ผ่านมา ความสำเร็จด้านยอดขายที่เราได้รับในปี 2568 นี้ ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขสะท้อนการเติบโตของแบรนด์เท่านั้น แต่ยังเป็นกำลังใจสำคัญที่ผลักดันให้เรามุ่งมั่นพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทุกคน ในปี 2569 เรายังคงมุ่งมั่นตั้งใจที่จะเป็นแบรนด์ที่ลูกค้าไว้วางใจ ทั้งในเรื่องการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การรับฟังเสียงจากลูกค้า การบริการหลังการขาย และการรักษานโยบายราคาเดียว การสนับสนุนจากลูกค้าคือแรงผลักสำคัญที่ทำให้เราขยับเข้าใกล้เป้าหมายในการเป็นแบรนด์รถยนต์จีนอันดับหนึ่งด้านบริการหลังการขายในประเทศไทยและแบรนด์รถยนต์จีนที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุดจากผู้บริโภคชาวไทย เราขอยืนยันว่า GWM จะยังคงยืนหยัดเคียงข้างผู้บริโภคชาวไทย เพื่อให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่าจะได้รับประสบการณ์และการดูแลที่ดีที่สุดจากเรา ตลอดอายุการใช้งานของรถยนต์ของ GWM ซึ่งเป็นพันธกิจที่เรายึดมั่นและจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงในปีต่อ ๆ ไป”

    #GWM #GWMThailand #GWMTANK300 #TANK #GWMORAGoodCat #ORA

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • ธนบุรีนอยสเตินเปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคต จัด Investor Forum ผลักดัน GEELY ขึ้นแท่นผู้นำตลาดอีวีไทย

    1 Min Read

    ธนบุรีนอยสเตินเปิดวิสัยทัศน์สู่อนาคต จัด Investor Forum ผลักดัน GEELY ขึ้นแท่นผู้นำตลาดอีวีไทย

              บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าแผนขยายธุรกิจ จัดงาน Investor Forum ณ โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อเปิดวิสัยทัศน์และแผนธุรกิจระยะยาวที่จะสร้างการเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน ด้วยศักยภาพของ GEELY ในฐานะผู้นำยนตรกรรมระดับโลก ผสานความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์กว่า 85 ปี ของกลุ่มธนบุรี พร้อมผลักดัน GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย โดยมีนักลงทุนและนักธุรกิจชั้นนำกว่า 40 ท่าน ให้ความสนใจเข้าร่วมงาน

    ภายในงาน ทีมผู้บริหารและผู้แทนจากทุกฝ่ายของบริษัท ได้แก่ ฝ่ายขายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ฝ่ายกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์ ฝ่ายการตลาด และฝ่ายบริการหลังการขาย ได้ร่วมกันนำเสนอแผนงานสำคัญ เพื่อสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและผู้ประกอบการทั้งที่อยู่ในธุรกิจยานยนต์ และอุตสาหกรรมอื่นๆ เช่น กลยุทธ์เปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่อย่างน้อยหนึ่งรุ่นทุกปี เพื่อรองรับความต้องการของผู้บริโภคไทย ควบคู่กับกลยุทธ์การขายและการตลาดที่มุ่งเสริมความแข็งแกร่งให้กับทั้งธุรกิจและแบรนด์ GEELY พร้อมยกระดับมาตรฐานบริการหลังการขายด้วยแผนการขยายโชว์รูม และศูนย์บริการให้ครบ 65 แห่งภายในปีนี้ รวมถึงการเปิดโชว์รูมเรือธงแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อสร้างประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า

    นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “นอกจากจุดแข็งของ GEEY ที่มีผลิตภัณฑ์ยานยนต์ไฟฟ้าคุณภาพ โดดเด่นด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย และการออกแบบอย่างประณีต ผสานความเชี่ยวชาญและความเข้าใจตลาดของกลุ่มธนบุรีแล้ว เราเชื่อว่า ความร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจก็เป็นอีกหนึ่งกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้มีโอกาสร่วมงานกับนักธุรกิจและผู้ประกอบการชั้นนำของไทย ที่มีวิสัยทัศน์และเป้าหมายสอดคล้องกันกับบริษัท ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของรถยนต์ GEELY และสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า บริษัทพร้อมสนับสนุนพันธมิตร ทั้งด้านทุน องค์ความรู้ และการพัฒนาทักษะบุคลากร เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจ เพื่อให้ทั้งบริษัทและพันธมิตรสามารถเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน และผลักดันให้ GEELY ก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอีวีไทยได้อย่างมั่นคง”

    ปัจจุบัน GEELY ในประเทศไทยมีผลิตภัณฑ์เรือธง 2 รุ่นคือ GEELY EX5 รถเอสยูวีพลังงานไฟฟ้า และ GEELY EX2 ซิตี้คาร์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม โดย GEELY EX5 รุ่น PRO สามารถจำหน่ายออกจนหมดสต๊อก ทั้งยังได้รับความไว้วางใจจากหน่วยงานการไฟฟ้านครหลวงเลือกใช้เป็นรถสำหรับปฏิบัติงาน ขณะที่ GEELY EX2 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42 ในปลายปีที่ผ่านมา ก็สร้างความคึกคักให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า ด้วยยอดจองทั่วประเทศในช่วงระหว่างงานถึง 4,016 คัน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของทั้งผู้บริโภคและหน่วยงานภาครัฐมีต่อรถยนต์ไฟฟ้า GEELY ที่ตอบโจทย์การใช้งานจริง รวมถึงมาตรฐานบริการหลังการขายที่พร้อมดูแลลูกค้าในทุกมิติ


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment