-
GWM เปิดราคา GWM ORA 5 สองขุมพลัง ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวรุ่น HEV 709,000-779,000 บาท และราคาคาดการณ์รุ่น EV 629,000-699,000 บาท* พิเศษเพียง 1,000 คัน พร้อม GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition ที่ 1,349,000 บาท เพียง 300 คัน
GWM (Thailand) ยกระดับสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่มีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมทุกประเภทพลังงาน ตอบโจทย์ผู้ใช้งานทุกกลุ่มทั่วโลก ภายใต้แนวคิด “All Scenarios – All Powertrains – All Users” พร้อมก้าวสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยให้ความไว้วางใจสูงสุด และอันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขายผ่านผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจและโปร่งใส ล่าสุด GWM (Thailand) หลังจากเปิดตัว GWM ORA 5 และได้รับกระแสตอบรับอย่างอบอุ่นจากชาวไทย รวมถึงแฟน ๆ GWM ORA ที่ต่างรอคอยการมาถึงของยนตรกรรม SUV-B อัจฉริยะทั้งสองขุมพลัง และการคาดเดาถึงราคาจำหน่ายในทั้งสองรุ่น โดยในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 นี้ GWM (Thailand) ได้สร้างปรากฏการณ์เปิดราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการพร้อมเรียกเสียงฮือฮา โดย GWM ORA 5 ขุมพลัง HEV มีให้เลือก 2 รุ่นย่อย ราคาแนะนำช่วงเปิดตัวอยู่ที่ 709,000-779,000 บาท และ GWM ORA 5 EV มาใน 2 รุ่นย่อย เปิดราคาคาดการณ์เริ่มต้นที่ 629,000-699,000 บาท* พิเศษเพียง 1,000 คันแรกเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ยังได้สร้างความคึกคักให้กับแฟน ๆ ออฟโรดทั่วประเทศด้วยการเปิดรุ่นพิเศษ GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition ในสีพิเศษ Jungle Green โดยมีจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น พร้อมเปิดราคาจำหน่ายที่ 1,349,000 บาท
GWM ORA 5 HEV มี 2 รุ่นย่อย พร้อมสีภายนอก 3 สี ได้แก่ สีเทา Mountain Grey, สีขาว Ivory White และสีดำ Onyx Black จับคู่กับสีภายใน Dark Grey (ดำ-เทา) มีราคาแนะนำช่วงเปิดตัวดังนี้
- GWM ORA 5 HEV รุ่น Pro ราคา 709,000 บาท
- GWM ORA 5 HEV รุ่น Ultra ราคา 779,000 บาท
GWM ORA 5 EV มี 2 รุ่นย่อย พร้อมสีภายนอก 4 สี ได้แก่ สีเขียว Emerald Green, สีเทา Mountain Grey, สีขาว Ivory White และสีฟ้าหลังคาดำ So Blue โดยภายในมีให้เลือก 2 โทนสี ได้แก่ Brown Beige (น้ำตาล-เบจ) และ Dark Grey (ดำ-เทา) (สีเขียว Emerald Green มีสีภายในเฉพาะ Dark Grey (ดำ-เทา)) โดยมีราคาคาดการณ์ดังนี้ (*ราคาขายรอการอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้มาตรการ EV 3.5)
- GWM ORA 5 EV รุ่น Pro 629,000 บาท*
- GWM ORA 5 EV รุ่น Ultra ราคา 699,000 บาท*
ข้อเสนอด้านราคาของ GWM ORA 5 ทั้ง HEV และ EV ข้างต้น จำกัดจำนวนรวมทั้งสิ้นเพียง 1,000 คันแรกเท่านั้น
GWM ORA 5 ทุกรุ่นมาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ ฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปีเต็ม ฟรี! บริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง (Roadside Assistance) ระยะเวลา 5 ปี ฟรี! ค่าแรงบำรุงรักษาตามระยะทาง สูงสุดไม่เกิน 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) ฟรี! บริการระบบตรวจสอบและสั่งการรถผ่านอินเทอร์เน็ต* (Telematic Service) พร้อมแพ็กเกจอินเทอร์เน็ตภายในรถ (Internet in Vehicle) ระยะเวลา 3 ปี และเพื่อให้ใช้งานรถยนต์อย่างอุ่นใจและไร้กังวล GWM ORA 5 มาพร้อมการรับประกันคุณภาพตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน) การรับประกันแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (สำหรับรุ่น EV) และการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี ไม่จำกัดระยะทาง (สำหรับรุ่น HEV)
และพิเศษมากยิ่งขึ้น สำหรับ GWM ORA 5 1,000 คันแรก รับดอกเบี้ยพิเศษ 1.69% นาน 48 เดือน เมื่อดาวน์ 30% และสำหรับ GWM ORA 5 EV มาพร้อมประกันภัยชั้น 1 นาน 1 ปี ที่คุ้มครองพิเศษสูงสุด 100% ของมูลค่าตัวรถ
ผู้ที่สนใจ สามารถทดลองขับ GWM ORA 5 ได้ที่ GWM พาร์ทเนอร์ สโตร์ ทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่กลางเดือนเมษายน 2569 เป็นต้นไป และ GWM จะเริ่มส่งมอบ GWM ORA 5 ภายในเดือนพฤษภาคม 2569
หลังความสำเร็จของ GWM TANK 300 DIESEL ที่ทำยอดส่งมอบสะสมทะลุ 10,000 คัน ล่าสุด GWM เร่งเครื่องสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหม่ด้วยการเผยโฉม GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition เพื่อให้แฟน ๆ GWM TANK 300 ได้ครอบครองและสะสม โดยมาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษรอบคัน เพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับสายลุยที่มองหารถออฟโรดที่มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร โดยรุ่นพิเศษนี้มาพร้อมสีเขียว Jungle Green ที่พร้อมสร้างความต่างให้กับทุกการเดินทาง รวมถึงชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษรอบคัน ครอบคลุมชุดแต่งสเกิร์ตหน้า–หลัง, กระจังหน้า TANK, ชุดแต่งคิ้วซุ้มล้อ, ฝาครอบกระจกมองข้าง, ฝาครอบยางอะไหล่ดีไซน์ Forest Phantom และฝาครอบไฟท้าย ขณะที่ภายในห้องโดยสารเพิ่มความโดดเด่นด้วยตราสัญลักษณ์ Forest Phantom และพรมปูพื้นภายในรถที่ออกแบบสำหรับ Forest Phantom โดยเฉพาะ สะท้อนเอกลักษณ์ของรุ่นพิเศษได้อย่างชัดเจน รวมทั้ง DNA ออฟโรดของ GWM TANK 300 DIESEL นักสะสมสายออฟโรดต้องไม่พลาดกับรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น โดยจำหน่ายที่ราคา 1,349,000 บาท
เวย์น โจว กรรมการผู้จัดการ GWM (Thailand) กล่าวว่า “การเปิดตัว GWM ORA 5 ทั้งสองขุมพลัง และ GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ Multi-Powertrain ของ GWM ที่มุ่งนำเสนอยนตรกรรมครบทุกประเภทพลังงานเพื่อตอบโจทย์ผู้บริโภคทุกกลุ่มในประเทศไทย เรามุ่งมั่นนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ และดูแลลูกค้าทั่วประเทศอย่างใส่ใจและโปร่งใสตลอดระยะเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์ GWM เพื่อก้าวขึ้นสู่การเป็น “แบรนด์รถยนต์จีนที่คนไทยไว้วางใจสูงสุด” และ “อันดับหนึ่งของแบรนด์รถยนต์จีนด้านบริการหลังการขาย” GWM ยังคงเดินหน้าอย่างแข็งแกร่งในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของคนไทยได้อย่างครอบคลุม การลงทุนอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาเครือข่ายการให้บริการให้ครบ 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมก้าวเข้าสู่ปีที่ 6 ในประเทศไทยอย่างภาคภูมิ พร้อมรับฟังผู้บริโภค ยกระดับประสบการณ์การขับขี่อย่างต่อเนื่อง และเติบโตเคียงข้างสังคมไทยอย่างยั่งยืน”
ร่วมสัมผัส GWM ORA 5 และ GWM TANK 300 DIESEL Forest Phantom Limited Edition รวมถึงทัพยานยนต์อัจฉริยะมากมายจาก GWM ได้ภายในงาน Bangkok International Motor Show 2026 ณ บูธ GWM หมายเลข A10 ณ อาคาร Challenger Hall 2 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 เวลา 12.00 – 22.00 น. (วันธรรมดา) และ 11.00 – 22.00 น. (วันเสาร์–อาทิตย์ และวันหยุดราชการ)
#GWM #GWMThailand #GWMTH #GWMORA #GWMORA5SUV #GWMORA5HEV #GWMORA5EV #ORA5 #ORA #GWMTANK #TANK300DIESEL #GWMTANK300DIESEL #MotorShow2026
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ZEEKR เปิดบทใหม่ของยนตรกรรมไฟฟ้าลักชูรี ภายใต้แนวคิด “ZIGNATURE SANCTUARY” เผยโฉม ZEEKR 9X SUV ปลั๊กอินไฮบริดระดับเรือธง พร้อมเปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 009 Grand อัลตราลักชูรี MPV 4 ที่นั่ง สถาปัตยกรรมเคลื่อนที่ระดับ Masterpiece ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47
ZEEKR แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม-ลักชูรีระดับสากล ร่วมนำเสนอยนตรกรรมไฟฟ้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 47 ภายใต้ธีม “ZIGNATURE SANCTUARY: Serenity Define, Crafted for You นิยามใหม่แห่งสุนทรียภาพ สู่ความงามเหนือระดับที่รังสรรค์มาเฉพาะคุณ” ถ่ายทอดสุนทรียภาพและประสบการณ์เหนือระดับผ่านองค์ประกอบต่างๆ ที่ถูกสรรค์สร้างอย่างประณีตบรรจง พร้อมไฮไลต์การเผยโฉม ZEEKR 9X เป็นครั้งแรกในไทย ร่วมกับการเปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 009 Grand อัลตราลักชูรีเอ็มพีวีที่รองรับความเป็นส่วนตัวและความสบายขั้นสูงสุด และ The New ZEEKR X พรีเมียม คอมแพค เอสยูวี โฉมใหม่ สำหรับ Urban Lifestyle ไว้อย่างลงตัว ณ บูธหมายเลข A4 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม –
5 เมษายน 2569 สะท้อนศักยภาพและความแข็งแกร่งผ่านไลน์อัพระดับเรือธงสำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ (Motor Show 2026) หรือ มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 47 ครั้งนี้ ZEEKR นำเสนอยนตรกรรมไฮไลต์ ได้แก่
ZEEKR 9X อัลตราลักชูรีเอสยูวีระดับเรือธง ถูกนำมาจัดแสดงครั้งแรกในไทย หลังจากมีการเปิดตัวที่จีนเมื่อเดือนตุลาคมปีที่ผ่านมา ZEEKR 9X เป็น SUV ปลั๊กอินไฮบริดรุ่นแฟลกชิป โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ทรงพลัง
กระจังหน้าโครเมียมแบบชิ้นเดียว ชุดไฟหน้าแบบ “Vast Star Diamond Matrix” ที่ประดับด้วยเหลี่ยมเพชรมากถึง 42,242 เหลี่ยม ด้านข้างประกอบด้วยเส้นสายที่ตรงและคมชัด สร้างบุคลิกที่สุขุมอย่างมีพลังZEEKR 9X ถูกพัฒนาขึ้นบนแพลตฟอร์ม SEA-S ที่มาพร้อมระบบอัจฉริยะ SEA Super Hybrid รองรับบนสถาปัตยกรรมขับเคลื่อนไฟฟ้า 900V ให้กำลังสูงสุด 1,030 กิโลวัตต์ ด้วยอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร
ต่อชั่วโมง ภายใน 3.1 วินาที ระยะทางวิ่งสูงสุดด้วยกำลังไฟฟ้าล้วนถึง 380 กิโลเมตรต่อการชาร์จ (มาตรฐาน CLTC) โดยวิ่งได้ระยะรวมไกลถึง 1,250 กิโลเมตร (มาตรฐาน CLTC) รองรับเทคโนโลยีการชาร์จ 6C ซึ่งทำให้สามารถชาร์จไฟได้เร็วสุด 20-80% ในเวลาเพียง 9 นาที (ระยะเวลาการชาร์จขึ้นอยู่กับปริมาณไฟคงเหลือ กำลังไฟของตู้ชาร์จ และรูปแบบการใช้งาน เป็นต้น)The New ZEEKR X คอมแพค ลักชูรี SUV สำหรับ Urban Lifestyle โฉมใหม่ปี 2026 โดดเด่นด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงการใช้ชีวิตในเมืองอย่างแท้จริง ที่ผสานการออกภายในสไตล์ Art Deco และความคลาสสิกแบบ Quilted Pattern สะท้อนความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวได้อย่างงดงาม ภายในเป็นห้องโดยสารอัจฉริยะสุดชาญฉลาด ขับขี่สนุกและแม่นยำด้วย ZEEKR AD เทคโนโลยีระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ สมรรถนะที่
แรงขึ้น และระบบความปลอดภัยปกป้องรอบทิศทางที่ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่องZEEKR 009 Grand ยนตรกรรมระดับอัลตราลักชูรีที่สมบูรณ์แบบ สร้างประสบการณ์การเดินทางสุด Exclusive ด้วยสถาปัตยกรรมเคลื่อนที่ระดับ “Best in Craftmanship” ที่ผ่านการออกแบบตกแต่งอย่างพิถีพิถันในทุกรายละเอียด รองรับวิถีชีวิตของกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวและความสะดวกสบายขั้นสูงสุด ด้วยห้องโดยสารระดับ First Class มอบประสบการณ์ระดับอัลตราลักชูรีในทุกรายละเอียด เบาะโดยสาร
ใช้หนัง Nappa เกรดพรีเมียม เรียบลื่นนุ่มสบายทุกสัมผัส สามารถปรับได้ 24 ทิศทาง พร้อมระบบนวด ระบบระบายอากาศ การปรับเอนนอน โอบรับผู้โดยสารได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังระบบมอเตอร์
ไฟฟ้าคู่ กำลังสูงสุด 778 แรงม้า มอบระยะการขับขี่ไกลถึง 702 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็มหนึ่งครั้งตามมาตรฐาน CLTC มั่นใจในความปลอดภัยด้วยโครงสร้างตัวถัง Single Piece Die Cast แบบ C-Ring บริเวณห้องโดยสาร พร้อมปกป้องทุกการเดินทาง โดย ZEEKR Thailand เปิดรับจองสิทธิ์ ZEEKR 009 Grand อย่างเป็นทางการ พร้อมนำเสนอประสบการณ์อัลตราลักชูรีที่สะท้อนตัวตนของการเดินทางในอีกระดับให้ลูกค้าได้สัมผัสภายในงานนอกจากนี้ ZEEKR ยังนำยนตรกรรมที่ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคชาวไทย มาจัดแสดงเพื่อย้ำความเชื่อมั่นของแบรนด์ ทั้ง ZEEKR 009 ลักชูรี MPV ที่ปฏิวัติแนวคิดของทุกการเดินทาง ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ระดับลักชูรี พร้อมนิยามมาตรฐานใหม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์อย่างครอบคลุมไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้บริหารหรือกลุ่มครอบครัว และ ZEEKR 7X สุนทรียะแห่งยานยนต์ไฟฟ้าเอสยูวีที่ผสานความหรูหราและสุดยอดเทคโนโลยีเป็นหนึ่งเดียว โดดเด่นด้วยระบบนิเวศที่รองรับสถาปัตยกรรม 800V ทลายทุกข้อจำกัดทั้งบนถนนในเมืองและเส้นทางออฟโรดอย่างแท้จริง
มากกว่าพื้นที่จัดแสดง แต่คือ Zignature Sanctuary
ZEEKR สร้างมาตรฐานใหม่ของความลักชูรี ผสาน Emotion, Environment และ Experience เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ สร้างความแตกต่างด้วยการนำเสนอ “Cultural Luxury” ที่ไม่เพียงยึดโยงกับมาตรฐานระดับโลก แต่ยังเชื่อมต่อกับบริบทของประเทศไทย ผ่านการรังสรรค์พื้นที่จัดแสดงผ่านผลงานศิลปะ วัสดุ และดีไซน์ร่วมสมัย โดยร่วมมือกับครีเอเตอร์และดีไซเนอร์ เพื่อสะท้อนตัวตนของแบรนด์ในมิติที่ลึกยิ่งขึ้น โดยแบ่งเป็น
- ZEEKR 009 Grand – Mastercrafted Electric Grandeur Zone พื้นที่ที่ถูกออกแบบขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์แบบ Ultra-Private Luxury สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ให้คุณค่ากับความสงบ ความเป็นส่วนตัว และรสนิยมเหนือระดับ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ บรรยากาศของงานแสดงรถยนต์ภายนอกจะค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความสงบนิ่ง เรียบหรู และความสบายใจในแบบที่คุ้นเคย เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่ Private Lounge สถานที่ที่ไม่มีความวุ่นวายของโลกภายนอก โอบล้อมด้วยบรรยากาศโทนสีทองอุ่นและเอิร์ธโทน ที่สร้าง “Visual Warmth” ด้วยแสงที่ถูกออกแบบให้ตกกระทบพื้นผิวอย่างนุ่มนวล ราวกับ
แกลเลอรีศิลปะร่วมสมัย เป็นพื้นที่ที่เวลา “ช้าลง” และความอัลตราลักชูรี “ถูกสัมผัสได้” ในทุกมิติ แรงบันดาลใจของการออกแบบพื้นที่ สะท้อนกลิ่นอายของ Old-Money Living ที่ให้ความสำคัญกับ
ความเรียบง่ายอย่างมีรสนิยม Mastercrafted Electric Grandeur Zone จึงไม่ใช่เพียงพื้นที่จัดแสดงยนตรกรรม หากแต่เป็นพื้นที่ของการใช้เวลาอย่างมีคุณภาพ การสนทนาอย่างเป็นส่วนตัว และการสัมผัสประสบการณ์ลักชูรีเหนือระดับที่ถูกถ่ายทอดผ่านความรู้สึกอย่างเป็นธรรมชาติ
- ZEEKR LOUNGE พื้นที่ให้บริการในการพูดคุยถึงรายละเอียดผลิตภัณฑ์กับทีมปรึกษาด้านการขาย ที่ให้ความเป็นส่วนตัว บริการของว่างและเครื่องดื่มที่นำเสนอความเป็น ZEEKR Cultural Senses ที่ผสานความเป็นไทยและสากลอย่างลงตัว เพื่อให้ทุกท่านดื่มด่ำประสบการณ์ผ่านรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ และรูปลักษณ์อันวิจิตรงดงาม
- Test Drive Area บริเวณลานอเนกประสงค์รอบทะเลสาบเมืองทองธานี ถูกจัดขึ้นเป็นห้องรับรองในบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์และเป็นส่วนตัว พร้อมจุดชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งในแบบ AC และ DC โดยมีผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ใช้รถรวมถึงการให้คำแนะนำวิธีใช้งานเครื่องชาร์จที่เหมาะสมกับตัวรถ บริการทดสอบการขับขี่รุ่น The New ZEEKR X, ZEEKR 7X และ ZEEKR 009 เพื่อให้ได้ทดลองสมรรถนะจริงอย่างมีประสิทธิภาพ
นาย อเล็กซ์ เป่า ผู้จัดการทั่วไป กล่าวว่า “การเติบโตของ ZEEKR ไม่ได้มุ่งเน้นขยายพอร์ตธุรกิจยานยนต์ ให้ครอบคลุมทุกเซกเมนต์เพียงอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงการจัดวางเทคโนโลยีและเสริมบริการให้เชื่อมทั้งระบบ
สู่ Ecosystem ที่สมบูรณ์แบบ ตลอดปีที่ผ่านมา ZEEKR Thailand ได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาด ด้วยยอดส่งมอบสะสมมากกว่า 5,700 คันทั่วประเทศ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวไทย นับเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการต่อยอดการลงทุนทั้งด้านโครงสร้างพื้นฐานและการบริการ”“ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ช่วงปลายปีที่ผ่านมา มีการเปิดสถานีชาร์จ ZEEKR Power ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ (บริเวณชั้น B1 ของลานจอดรถ ตรงกับเสาที่ Q24 – Q25) ให้กำลังไฟสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์แห่งแรก
ในประเทศไทย รวมถึงการเปิดสถานีชาร์จตามพื้นที่สำคัญอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัจจุบัน ZEEKR มีสถานีให้บริการครอบคลุมพื้นที่สำคัญทั้งในย่านใจกลางเมืองและเส้นทางหลัก รวมถึงสถานีล่าสุดที่โครงการ One Bangkok ซึ่งสะท้อนถึงความตั้งใจของเราในการพัฒนาเครือข่ายพลังงานไฟฟ้าให้รองรับการใช้งานได้อย่างแท้จริง การขยายเครือข่ายในครั้งนี้ไม่เพียงเป็นการเพิ่มจุดให้บริการ แต่เป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ ZEEKR ในการพัฒนา Ecosystem อย่างต่อเนื่องเพื่อยกระดับประสบการณ์การใช้งานให้สมบูรณ์ ครอบคลุม และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้ใช้งานในทุกมิติ ขานรับตลาดยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโต ตอบสนองความต้องการการเดินทางของลูกค้าให้สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น”“ในแง่ของการยกระดับการบริการ เรายังมีศูนย์ฝึกอบรม ZEEKR Training Center ในประเทศไทย รองรับการพัฒนาการให้บริการหลังการขายเพื่อให้ได้มาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด และเร็ว ๆ นี้ เตรียมเปิดตัว ZEEKR Power | Mobile Charging Service หรือสถานีชาร์จไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ บริการนี้เปรียบเสมือนพาวเวอร์แบงก์ขนาดใหญ่ โดยมีความตั้งใจเพื่อช่วยแก้ปัญหาผู้ใช้ยานยนต์ไฟฟ้า อาทิ การหาจุดชาร์จยาก ช่องชาร์จไม่พอ หรือต้องรอคิวนาน นับเป็นอีกก้าวของ Smart Infrastructure ที่ทำให้การใช้รถไฟฟ้าสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น ซึ่งถูกนำมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมทั้งมีแผนขยายเครือข่าย ZEEKR House ไปยังหัวเมืองสำคัญ โดยสาขาเชียงใหม่จะเปิดให้บริการในเร็ว ๆ นี้ ทั้งหมดนี้เพื่อย้ำว่า ZEEKR เข้ามาด้วยเจตจำนงและความมุ่งมั่นที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านเทคโนโลยี วัฒนธรรม และมอบประสบการณ์อันทรงคุณค่าแก่ผู้บริโภคชาวไทยในระยะยาว”
และนี่คือนิยามของ ZEEKR แบรนด์ยนตรกรรมไฟฟ้าระดับโลกที่ผสานเทคโนโลยีอัจฉริยะกับความลักชูรีได้อย่างไร้รอยต่อ วันนี้ ZEEKR ถูกปักหมุดอย่างมั่นคงแข็งแรงในประเทศไทยและสร้างความมั่นใจด้วย “ประสบการณ์ลักชูรีรูปแบบใหม่” ที่ทำให้ผู้บริโภคได้สัมผัสความตั้งใจของแบรนด์อย่างลึกซึ้ง ทั้งในมิติของอารมณ์ ความรู้สึก และความเชื่อมั่นต่อแบรนด์
และสำหรับผู้ที่จองรถ ZEEKR ตั้งแต่วันนี้ – 30 เมษายน 2569 จะได้รับข้อเสนอพิเศษ ดังนี้
- ฟรี Wallbox พร้อมแพ็กเกจติดตั้ง*
- ประกันภัยรถยนต์ชั้นหนึ่ง พร้อม พ.ร.บ คุ้มครองนาน 1 ปี*
- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) ตลอด 24 ชั่วโมง เป็นระยะเวลา 5 ปี*
- การรับประกันตัวรถ 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
- การรับประกันมอเตอร์และแบตเตอรี่แรงดันสูง 8 ปี หรือ 180,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)*
*เงื่อนไขการให้บริการเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด
ร่วมสัมผัสประสบการณ์ยนตรกรรมสุดล้ำในบรรยากาศที่ผสานความละเมียดละไมและความมีรสนิยมผ่านกาลเวลา พร้อมจับจองสิทธิ์เป็นเจ้าของ ZEEKR ได้ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47 ที่บูธ ZEEKR หมายเลข A4 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่วันนี้ – 5 เมษายน 2569
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
- ZEEKR 009 Grand – Mastercrafted Electric Grandeur Zone พื้นที่ที่ถูกออกแบบขึ้น เพื่อมอบประสบการณ์แบบ Ultra-Private Luxury สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ให้คุณค่ากับความสงบ ความเป็นส่วนตัว และรสนิยมเหนือระดับ ทันทีที่ก้าวเข้าสู่พื้นที่ บรรยากาศของงานแสดงรถยนต์ภายนอกจะค่อย ๆ เลือนหายไป เหลือเพียงความสงบนิ่ง เรียบหรู และความสบายใจในแบบที่คุ้นเคย เปรียบเสมือนการก้าวเข้าสู่ Private Lounge สถานที่ที่ไม่มีความวุ่นวายของโลกภายนอก โอบล้อมด้วยบรรยากาศโทนสีทองอุ่นและเอิร์ธโทน ที่สร้าง “Visual Warmth” ด้วยแสงที่ถูกออกแบบให้ตกกระทบพื้นผิวอย่างนุ่มนวล ราวกับ
-
สัมผัสอีกขั้นไปกับรถสปอร์ตซีดานจาก Lexus “The New Lexus IS Refined Rebellion” นิยามใหม่ของการขับขี่นอกกรอบ ที่ผสานความสปอร์ตเข้ากับความประณีตอย่างลงตัว พบกันได้ที่งาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 47
นายศุภกร รัตนวราหะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เลกซัส กรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูธเลกซัส ภายใต้แนวคิด “Discover The Crafting Innovation” ที่สะท้อนความตั้งใจในการสร้างสรรค์ยนตกรรมอย่างประณีต ผสานเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยตอบโจทย์การใช้งานได้ในทุกมิติ พร้อมกับการแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ The New Lexus IS300h รถยนต์สปอร์ตซีดานที่พัฒนาเพื่อตอบสนองผู้ขับขี่ที่ชื่นชอบความเร็ว ด้วยดีไซน์ที่ดุดันมีเอกลักษณ์นอกกรอบ แต่ยังคงความสวยงามที่ดูหรูหราเหนือระดับ ตามคอนเซปต์ “Refined Rebellion”
ภายในงาน ลูกค้าจะได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยตัวเลือกขุมพลังที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) รถยนต์ระบบไฮบริด (HEV) และระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ผสานสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันอย่างลงตัว พร้อมข้อเสนอพิเศษที่ดีที่สุดแห่งปี นอกจากนี้ยังมีบริการเหนือระดับแบบ “Omotenashi” ที่ให้ความใส่ใจในทุกรายละเอียด มอบประสบการณ์สุดพรีเมียมตามแบบฉบับเลกซัส ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47 ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569 ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนว่า “ในครั้งนี้ บูธเลกซัสนำเสนอภายใต้แนวคิด “Discover The Crafting Innovation” ที่มุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ยนตกรรมอย่างประณีต ผสานการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ล้ำสมัย เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าของ Lexus พร้อมยกระดับมาตรฐานคุณภาพเพื่อสร้างความมั่นใจสูงสุดให้กับลูกค้า ผ่านแนวคิด Discover ให้ลูกค้าได้สัมผัสประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ด้วยตัวเลือกขุมพลังที่ครอบคลุมทุกความต้องการ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า 100% (BEV) รถยนต์ระบบไฮบริด (HEV) และระบบปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่ผสานสมรรถนะและความประหยัดน้ำมันอย่างลงตัว”
- Lexus LM รถตู้อเนกประสงค์สุดหรู ออกแบบมาเพื่อผู้นำระดับไอคอนิก มอบทั้งความสะดวกสบายและความหรูหราเหนือระดับ มีให้เลือกทั้งรูปแบบ 4 6 และ 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม
- Lexus LX เอสยูวีระดับ Ultra Luxury ที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์อันทรงพลังแห่งอนาคต ผสานภาพลักษณ์อันสง่างามเหนือระดับเข้ากับสมรรถนะออฟโรดในตำนานได้อย่างลงตัว และยังได้รับรางวัล BEST LUXURY DIESEL SUV ผ่านการประกวดรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี CAR OF THE YEAR 2026
- Lexus RZ รถยนต์ไฟฟ้า BEV คุณภาพจากประเทศญี่ปุ่น ที่ได้รับการออกแบบโดยมุ่งพัฒนาสมรรถนะ และเอกลักษณ์ที่ไม่ซ้ำใครภายใต้แนวคิด “Electrifying in Every Way” พร้อมไปด้วยเทคโนโลยี และระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับ และยังได้รับรางวัล BEST MID-SIZE SUV EV ผ่านการประกวดรางวัลรถยอดเยี่ยมแห่งปี CAR OF THE YEAR 2026
- และรถรุ่นอื่นๆ จากเลกซัส ที่พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ ไม่ว่าจะเป็น RX / NX / UX และ LBX ลูกค้าทุกท่านได้มั่นใจกับรถยนต์เลกซัสในทุกมิติ ทั้งในด้านคุณภาพ ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ เนื่องจากรถทุกรุ่นได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และถูกผลิตด้วยมาตรฐานระดับสูง พิถีพิถันในทุกรายละเอียดควบคู่ไปกับความประณีตจาก Lexus Craftsmanship ทั้งยังใช้เทคโนโลยีระดับไฮเอนด์ และนวัตกรรมของเลกซัสที่ล้ำสมัยให้ทุกการเดินทาง คือประสบการณ์อันสุดพิเศษ ทุกท่านสามารถสัมผัสและทดลองขับยนตรกรรมที่โดดเด่นเหล่านี้ได้ภายในงาน
นอกจากนี้ภายในงานเราได้เตรียมมอบประสบการณ์สุดพิเศษระดับพรีเมียมให้กับลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสกับประสบการณ์การดูแลเหนือระดับด้วยบริการสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น
- LEXUS Lounge – ผ่อนคลายในเลานจ์สุดหรูที่ตกแต่งอย่างมีระดับโดย CHANINTR ผู้แทนและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์หรูชั้นนำระดับโลก ที่คัดสรรมาเพื่อคุณ
- LEXUS Driving Experience – สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์เลกซัสหลากหลายรุ่น ที่จะยกระดับประสบการณ์การทดลองขับรถยนต์เลกซัสไปกับคุณ
นายศุภกร รัตนวราหะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “และสำหรับท่านใดที่สนใจอยากเป็นเจ้าของรถเลกซัส ผมคิดว่าช่วงนี้คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการเป็นเจ้าของ โดยเฉพาะในรุ่น EV ยิ่งไปกว่านั้นพิเศษสุดภายในงาน ทุกท่านสามารถเป็นเจ้าของ Lexus ได้ง่ายยิ่งขึ้นกับแคมเปญพิเศษที่ดีที่สุด ด้วยดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง และ LXP ที่ขยายการรับประกันเป็น 5 ปี พิเศษสุด สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานรับ Lifestyle Voucher One Bangkok มูลค่า 5,000 บาท สำหรับการจองรถรุ่นที่ร่วมรายการ* (*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด)
นอกจากนี้เลกซัสยังมีบริการ “KINTO” ให้บริการลูกค้าที่ต้องการความสะดวกสบายในการใช้รถยนต์ โดยครอบคลุมทุกค่าใช้จ่าย เพื่อให้คุณมีประสบการณ์ที่ไร้กังวล ให้ท่านตัดสินใจเป็นเจ้าของรถได้ง่ายกว่าที่เคย พร้อมส่งมอบประสบการณ์ Peace of Mind สร้างความมั่นใจด้วยบริการหลังขายที่ครอบคลุมทั่วประเทศ ด้วย Lexus Service Corner และ Home Visit Mobility Service”
พบกับยนตรกรรมระดับหรูของเลกซัสหลากหลายรุ่นภายในงาน
The New Lexus IS… “Refined Rebellion”
Lexus IS รถสปอร์ตซีดานหรูเหนือระดับยอดนิยมจากลูกค้าทั่วโลก โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว สปอร์ต และสมรรถนะที่ทรงพลัง เกาะถนนดีเยี่ยม ตอบสนองการควบคุมได้ดั่งใจ อัตราเร่งออกตัวที่ดี ซึ่งเป็นความมุ่งมั่นที่จะก้าวข้ามขีดจำกัดของสมรรถนะการขับขี่ ภายใต้รูปแบบ Lexus Driving Signature เต็มเปี่ยมด้วยพละกำลัง พร้อมโครงสร้างตัวถังรถยนต์ที่ออกแบบมาอย่างยอดเยี่ยม โดยคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุก เร้าใจ ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ดีไซน์ภายนอกออกแบบด้วยเส้นสายที่เฉียบคม โฉบเฉี่ยว ดุดัน กว้างขวาง และยาวขึ้น พร้อมล้อขนาดใหญ่ขึ้น ช่วยการเกาะถนนดีเยี่ยม บ่งบอกถึงความเป็นสปอร์ตซีดานได้เป็นอย่างดี
Lexus IS ใหม่ได้รับการออกแบบภายนอกใหม่ โดยปรับดีไซน์กระจังหน้าแบบใหม่ในรูปทรงสปินเดิล (Spindle Grill) ที่โดดเด่นเพิ่มความดุดัน และยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของ Lexus IS ที่โฉบเฉี่ยวไว้ได้เป็นอย่างดี พร้อมสปอยเลอร์ด้านหลังทรงสปอร์ตช่วยเพิ่มความสวยงาม และยังปรับปรุงล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ที่ดุดันมาพร้อมคาลิปเปอร์เบรกสีแดง (เฉพาะรุ่น F Sport) และภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบตามแนวคิด “Tazuna Concept” สร้างบรรยากาศที่โอบล้อมผู้ขับขี่ให้สามารถควบคุมทุกอย่างโดยแทบไม่ต้องละสายตา และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับตัวรถ มาพร้อมหน้าจอดิจิตัล Multi-Information Display ขนาดใหญ่สะดวกต่อการใช้งาน สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความสปอร์ตและความประณีตตามแบบฉบับของเลกซัส
ด้านสมรรถนะ Lexus IS ใหม่มาพร้อมเครื่องยนต์ ไฮบริดขนาด 2.5 ลิตร ที่มุ่งเน้นความสนุกสนาน และการควบคุมที่แม่นยำตามแนวคิด “Lexus Driving Signature” พร้อมสร้างความมั่นใจด้วยระบบความปลอดภัย Lexus Safety System +3.0 เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ในทุกเส้นทาง
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- ใหม่!… IS300h เกรด Luxury 2,799,000 บาท
- ใหม่!… IS300h เกรด F SPORT 3,099,000 บาท*
* สำหรับ F SPORT MOONROOF เพิ่ม 50,000 บาท
Lexus LM… “Own A World Apart”
Lexus LM ยนตรกรรมมินิแวนระดับหรูที่ได้รับความนิยมอย่างสูง จากการผสานความสง่างาม และความหรูหราเข้าด้วยกันอย่างลงตัว ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ระดับเฟิร์สคลาสในทุกการเดินทาง สะท้อนปรัชญา “Omotenashi” ของเลกซัส ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดราวกับการต้อนรับแขกผู้มีเกียรติ สร้างบรรยากาศผ่อนคลายเสมือนอยู่ในห้องสวีทของโรงแรมหรู หรือห้องทำงานส่วนตัวเคลื่อนที่ ให้ทั้งร่างกายและจิตใจได้พักผ่อน พร้อมเป็นพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจทั้งในด้านความคิดและการใช้ชีวิต ตอบโจทย์วิสัยทัศน์ “Making Luxury Personal” ที่ทำให้ความหรูหราเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลอย่างแท้จริง
ภายในห้องโดยสารมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นสูงที่สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของผู้โดยสารแต่ละคน ไม่ว่าจะเป็น จอส่วนตัว Personalized Screen ที่สามารถแยกเนื้อหาการรับชมได้อย่างอิสระ ระบบเสียง 2-Zone Audio System ที่แบ่งโซนเสียงระหว่างด้านหน้าและด้านหลัง ทำให้ทุกคนสามารถเพลิดเพลินคอนเทนต์ในแบบของตัวเองโดยไม่รบกวนกัน นอกจากนี้ยังติดตั้ง Twin Personal Moon Roof เพื่อช่วยเพิ่มความโปร่งสบายภายในห้องโดยสาร รวมถึงระบบควบคุมฟังก์ชันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอแสดงผลหรือระบบปรับอากาศแบบแยกโซน ที่สามารถสั่งงานได้ง่าย ๆ ผ่าน Overhead Control หรือแท็บเล็ตควบคุมด้านหลัง Removable Touchscreen Rear Controller ทำให้ Lexus LM เป็นยนตรกรรมที่ออกแบบมาเพื่อรองรับทุกความต้องการของผู้โดยสารอย่างแท้จริง ทั้งนี้ Lexus LM พร้อมจำหน่าย และส่งมอบให้ลูกค้าได้ทันที
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
LM 500h
- Lexus LM 500h Executive 4-Seater 8,290,000 บาท
- Lexus LM 500h Executive 6-Seater 6,990,000 บาท
LM 350h
- Lexus LM 350h Executive 4-Seater 7,590,000 บาท
- Lexus LM 350h Executive 7-Seater 6,290,000 บาท
Lexus LX… “Influence that signals the Future”
Lexus LX 500d เอสยูวีระดับ Ultra Luxury ที่ถ่ายทอดภาพลักษณ์อันทรงพลังแห่งอนาคตได้อย่างชัดเจน ผสานภาพลักษณ์อันสง่างามเหนือระดับเข้ากับสมรรถนะออฟโรดในตำนานได้อย่างลงตัว ตั้งแต่รูปลักษณ์ภายนอกอันทรงพลัง ไปจนถึงสมรรถนะที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง
Lexus LX 500d ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบคู่ขนาด 3.3 ลิตร ที่มอบทั้งพละกำลังและความมั่นใจในทุกสถานการณ์ ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Full-Time AWD ที่ช่วยให้การควบคุมเป็นไปอย่างมั่นคง แม้ในสภาพถนนที่ท้าทายที่สุด เสริมด้วยระบบช่วงล่างอัจฉริยะ Active Height Control และ Adaptive Variable Suspension (AVS) ที่ช่วยยกระดับความนุ่มนวลพร้อมคงสมรรถนะเฉพาะตัวของรถออฟโรดระดับตำนานได้อย่างยอดเยี่ยม
นอกจากนี้ โครงสร้างตัวถังแบบ Body-on-Frame รุ่นใหม่ ถูกออกแบบให้แข็งแกร่งเป็นพิเศษแต่น้ำหนักเบาลง ทำให้มีทั้งความทนทานและการควบคุมที่ดีขึ้น ขณะเดียวกันภายในห้องโดยสารได้ถูกออกแบบมาให้สัมผัสที่หรูหราในทุกมิติ ใช้วัสดุพรีเมียมและงานออกแบบที่เน้นความประณีต มอบพื้นที่กว้างขวางและบรรยากาศแห่งความสง่างามตามแบบฉบับเลกซัส พร้อมด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัยครั้งแรกในเลกซัส ได้แก่ Fingerprint-authentication Push-start ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยระดับสูงสุด และระบบความปลอดภัย Lexus Safety System+ 3.0 ที่ช่วยดูแลผู้ขับและผู้โดยสารอย่างรอบด้าน มอบทั้งความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และประสบการณ์การเดินทางที่เหนือระดับในทุกเส้นทางอย่างแท้จริง
เป็นเจ้าของ The All-new Lexus LX 500d วันนี้
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- LX 500d F SPORT 15,500,000 บาท
- LX 500d Premium 15,000,000 บาท
Lexus RZ… “Electrifying in Every Way”
ครอสโอเวอร์พลังงานไฟฟ้ารุ่นใหม่ล่าสุด ที่ถ่ายทอดความล้ำสมัยของเทคโนโลยีและงานออกแบบได้อย่างโดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น มาพร้อมพวงมาลัยแบบ Steer-by-Wire* ที่มอบการตอบสนองเฉียบคม รวดเร็ว และแม่นยำ ให้ความรู้สึกควบคุมได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำงานร่วมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ DIRECT 4** ที่กระจายแรงขับได้สมดุล ถ่ายทอดเอกลักษณ์การขับขี่แบบ Lexus Driving Signature ได้อย่างลงตัว
Lexus RZ มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ 76.96 kWh ให้กำลังสูงสุดถึง 375 แรงม้า** พร้อมมอบระยะทางวิ่งสูงสุด 600 กม.*** (NEDC Standard) ต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ซึ่งช่วยให้การเดินทางทั้งในเมืองและนอกเมืองเป็นไปได้อย่างมั่นใจไร้กังวล ด้านประสบการณ์ภายในห้องโดยสารก็ยังถูกยกระดับด้วย ชุดเครื่องเสียงพรีเมียม Mark Levinson ที่ให้คุณภาพเสียงสมจริงเหมือนอยู่ในฮอลล์คอนเสิร์ต และระบบ Lexus Teammate Advanced Park ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ เพิ่มความสะดวกสบายสูงสุดในทุกสถานการณ์ โดย Lexus RZ เป็นรถนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่นทั้งคัน มอบคุณภาพการประกอบระดับพรีเมียมที่พิถีพิถันในทุกรายละเอียด สะท้อนความประณีตและมาตรฐานงานฝีมือในแบบฉบับเลกซัสอย่างแท้จริง Lexus RZ จึงเป็นยนตรกรรมไฟฟ้าที่สมบูรณ์แบบทั้งด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และงานฝีมือ
*สำหรับรุ่น Lexus RZ 500e AWD Steer-by-wire
**สำหรับรุ่น Lexus RZ 500e
***ข้อมูลรุ่น Lexus RZ 350e โดยอ้างอิง Eco Sticker มาตรฐาน UN-R101 ในห้องปฏิบัติการ มีผู้ขับขี่ 1 คน ใช้มาตรฐานการขับแบบ NEDC อุณหภูมิ 20–30 องศาเซลเซียส ปิดระบบปรับอากาศ รับรองผลโดยหน่วยงานรัฐประเทศเบลเยียม
เป็นเจ้าของ The All-electric Lexus RZ วันนี้
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- RZ 500e Premium AWD Steer-by-wire 3,790,000 บาท
- RZ 500e Premium 3,490,000 บาท
- RZ 350e Grand Luxury 2,990,000 บาท
- รับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่ไฟฟ้า (Battery Degradation) ต่ำกว่า 70% (8 ปี หรือ ระยะทาง 160,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน)
Lexus LBX Bespoke… “Customize Your Style”
ครั้งแรกของ Lexus กับการ Customize ได้เต็มรูปแบบใน Lexus LBX Bespoke ที่ให้คุณออกแบบได้เต็มรูปแบบทั้ง สีภายนอกและภายใน / วัสดุตกแต่ง / สีเข็มขัดนิรภัย / ลายปักภายใน / สีหนังหุ้มพวงมาลัยและหัวเกียร์ และ ล้ออัลลอย เพื่อให้รถสะท้อนสไตล์ของคุณอย่างแท้จริง โดยทุกท่านสามารถออกแบบ Lexus LBX Bespoke และจองออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ Lexus.co.th หรือแวะมาที่บูธ Lexus เพื่อออกแบบด้วยตัวคุณเองที่ Bespoke Corner โดยมี Lexus Brand Ambassador คอยให้ข้อมูลและช่วยแนะนำการปรับแต่ง LBX Bespoke ให้ตรงกับสไตล์ของคุณ
Lexus LBX Bespoke ได้รับการพัฒนาขึ้นให้เป็นรถยนต์ขนาดเล็กที่มาพร้อมคุณภาพเหนือระดับ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Premium Casual” เรียบหรูและโดดเด่น ด้วยดีไซน์รอบด้านที่มีความประณีต สะท้อนความเป็นตัวตนของ LBX ได้อย่างชัดเจน โดยเฉพาะดีไซน์ด้านหน้าแบบ Resolute Look ภายในห้องโดยสารออกแบบด้วยแนวคิด “Tazuna Concept” ให้ผู้โดยสารสามารถผ่อนคลาย รู้สึกเป็นหนึ่งเดียวร่วมไปกับรถ และได้รับความสะดวกสบายสูงสุดตามหลักสรีรศาสตร์ ทั้งยังสามารถเพลิดเพลินตลอดการเดินทางไปกับเครื่องเสียง Mark Levinson ระบบ Lexus Teammate Advanced Park, Panoramic View Monitor และเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับกับ Lexus Safety System+ 3.0
Lexus LBX Bespoke ยังคงเอกลักษณ์ความสุนทรีย์ในการขับขี่แบบเฉพาะตัวของเลกซัส หรือ “Lexus Driving Signature” ไว้ได้อย่างครบถ้วน ซึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยี สถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังใหม่ GA-B (Global Architecture-B Platform) ที่มีน้ำหนักเบาแต่แข็งแกร่งเป็นพิเศษ ช่วยเพิ่มสมรรถนะความปลอดภัยระดับสูง รองรับแรงเฉื่อยและลดจุดศูนย์ถ่วง ให้รถมีความเสถียรยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ระบบ HEV ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังรวมทั้งระบบ 134 แรงม้า มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ภายใน 9.2 วินาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน 26.32 กม./ลิตร
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- เกรด Luxury 2,430,000 บาท
- เกรด Premium 2,590,000 บาท
- เกรด Bespoke 2,890,000 บาท*
* สำหรับเบาะที่นั่งวัสดุ L-Aniline เพิ่ม 100,000 บาท
Lexus RX “Charge Through the Limits of Imagination”
Lexus RX ยนตรกรรมครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม ตอบสนองการใช้งานทุกรูปแบบด้วยทางเลือกระบบส่งกำลังที่หลากหลายนำเสนอเอกลักษณ์ใหม่ของเลกซัส ด้วยสมรรถนะและการออกแบบที่ประณีตและพิถีพิถัน พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขึ้น ตกแต่งหรูหราด้วยวัสดุชั้นดี Semi-Aniline Leather เพิ่มมุมมองใหม่ในห้องโดยสาร ด้วยหลังคากระจกพาโนรามา Panorama Glass Roof ภายในออกแบบภายใต้ปรัชญา “Human Centric” ที่มุ่งเน้นคนขับเป็นจุดศูนย์กลางตามหลักการดีไซน์แบบ “Tazuna Concept” สร้างบรรยากาศที่โอบล้อมผู้ขับขี่ให้สามารถควบคุมทุกอย่างโดยแทบไม่ต้องละสายตา และรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งส่วนเดียวกับตัวรถ ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-K (Global Architecture-K Platform) ที่มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำพร้อมกับระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ Multi-Link และ Adaptive Variable Suspension ส่งผลให้ RX ทรงตัวและเกาะถนนดีเยี่ยม พวงมาลัยและคันเร่งตอบสนองได้ดั่งใจ ตอกย้ำเอกลักษณ์การขับขี่ “Lexus Driving Signature” ได้เป็นอย่างดี และยังพร้อมไปด้วยเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก และระบบความปลอดภัยที่เหนือระดับ
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
Lexus RX 350h
- เกรด Luxury 4,520,000 บาท
- เกรด Premium 4,870,000 บาท
Lexus RX 450h+
- เกรด Grand Luxury Plus AWD 5,290,000 บาท
Lexus RX 500h
- เกรด F SPORT Direct4 5,580,000 บาท
Lexus NX… “Reimagine”
Lexus NX ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลก ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยวและทันสมัยด้วยกระจังหน้า Spindle Grille ไฟท้ายรูปทรงตัว L สอดรับกับโลโก้ของเลกซัส ภายในออกแบบมาให้ผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง โดยมีการนำเทคโนโลยีต่างๆมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น หน้าจอขนาดใหญ่ 14 นิ้ว ตอบสนองได้อย่างแม่นยำ ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างสะดวกและง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ด้วยสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-K (Global Architecture-K Platform) ทำให้ตัวรถมีขนาดที่ใหญ่ และกว้างขึ้น ส่งผลให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวเยี่ยม และควบคุมได้ดั่งใจ ทำให้ NX มีเสถียรภาพในการขับขี่ดีขึ้นในทุกมิติ ตอกย้ำปรัชญา “Lexus Driving Signature” ได้เป็นอย่างดี มั่นใจตลอดการเดินทางมาพร้อมกับ Lexus Hybrid Drive ที่ได้พละกำลังจากเครื่องยนต์ 4 สููบแถวเรียงความจุุ 2.5 ลิตร ทำงานคู่กับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนประสิทธิภาพสููง ทำให้สมรรถนะการขับขี่ที่เต็มพลัง สนุุกเร้าใจ แต่ยังคงประหยัดน้ำมันได้ดีเยี่ยม
ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย Lexus NX มาพร้อมกับ Lexus Safety System+ 3.0 ที่จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ ยิ่งไปกว่านั้นยังมีระบบกลอนประตูอิเล็กทรอนิกส์ E-LATCH โดยระบบจะช่วยให้ประตูรถทำงานได้อย่างนุ่มนวลมากยิ่งขึ้น ช่วยให้คุณไม่ต้องออกแรงดึงหรือผลักเพื่อเปิดประตู ทำให้ Lexus NX เป็น SUV ที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
NX 350h
- เกรด Luxury 3,310,000 บาท
- เกรด Grand Luxury 3,460,000 บาท
- เกรด Premium 3,760,000 บาท
NX 450h+
- เกรด Grand Luxury AWD 3,990,000 บาท
- เกรด F SPORT AWD 4,925,000 บาท
Lexus UX 300h… “The Urban Disruptor”
Lexus UX 300h มาพร้อมกับสถาปัตยกรรมโครงสร้างตัวถังแบบ GA-C (Global Architecture-C Platform) ที่เชื่อมต่อตัวถังด้วยระบบเลเซอร์อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส และใช้อลูมิเนียมเข้ามาเป็นองค์ประกอบของตัวรถ ส่งผลให้ตัวถังมีน้ำหนักเบา และแข็งแกร่ง จุดศูนย์ถ่วงต่ำ การทรงตัวดีเยี่ยม ควบคุมรถได้ดั่งใจ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบแถวเรียง ขนาด 2.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดมากยิ่งขึ้น ถึง 196 แรงม้า ผสานกับแบตเตอรี่ลิเธียม ไอออน ให้อัตราเร่งได้ดั่งใจ 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายใน 8.1 วินาที
การออกแบบภายนอกปราดเปรียวแข็งแกร่ง ด้วยเส้นสายที่เฉียบคม ทอดตัวจากกระจังหน้าแบบ Spindle Grille อันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส และบังโคลนขึ้นรูปสามมิติ สื่อถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง การออกแบบภายในแฝงด้วยปรัชญา “YET” ของเลกซัส สร้างความแตกต่างด้วยเส้นสายที่บ่งบอกความเป็นยนตรกรรมแห่งอนาคต ผสมผสานความสร้างสรรค์และหลักการทางสรีรศาสตร์ ให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่ และผู้โดยสารเป็นหลัก ให้ประสบการณ์การขับขี่ที่เพลิดเพลิน สะดวกสบาย ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานล้ำสมัย
นอกจากนี้ UX 300h ยังประหยัดเชื้อเพลิงดีเยี่ยม โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเฉลี่ย 23.81 กม./ลิตร พร้อมให้ความรู้สึกที่ยอดเยี่ยม ในการขับขี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
- เกรด Grand Luxury 2,780,000 บาท
สัมผัสประสบการณ์บริการใช้รถรูปแบบใหม่กับบริการ LEXUS KINTO ONE
KINTO Beyond the Owner มีรถใช้ไม่ต้องซื้อ ทางเลือกใหม่ของการใช้รถเลกซัส เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์ลูกค้าคนรุ่นใหม่ สำหรับลูกค้าบุคคล และนิติบุคคล ซึ่งมีทั้งแบบสัญญา 3-5 ปี ที่ทำให้การใช้รถเป็นเรื่องง่าย สะดวกสบาย คุ้มค่า ไร้กังวล มอบความสะดวกสบายด้วยค่าบริการครอบคลุมค่าใช้จ่าย ทั้งในการบำรุงรักษา ประกันภัยชั้น 1 มีบริการช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง บริการรวดเร็วทันสมัยผ่านออนไลน์ หมดกังวลเรื่องราคาขายต่อ เปลี่ยนรถได้เมื่อครบสัญญา
รุ่นที่มีบริการ LEXUS KINTO ONE
- RX 350h Luxury ค่าบริการเริ่มต้น 81,250 บาท
- RX 350h Grand Luxury ค่าบริการเริ่มต้น 85,320 บาท
- RX 450h+ Grand Luxury Plus AWD ค่าบริการเริ่มต้น 81,320 บาท
- NX 350h Grand Luxury ค่าบริการเริ่มต้น 54,470 บาท
- NX 450h+ Grand Luxury Plus AWD ค่าบริการเริ่มต้น 63,220 บาท
- LBX Luxury ค่าบริการเริ่มต้น 41,450 บาท
- LBX Premium ค่าบริการเริ่มต้น 43,530 บาท
- RZ 500e Premium AWD Steer-by-wire ค่าบริการเริ่มต้น 61,650 บาท
- RZ 500e Premium AWD ค่าบริการเริ่มต้น 60,000 บาท
- RZ 350e Grand Luxury ค่าบริการเริ่มต้น 57,000 บาท
- IS 300h Luxury ค่าบริการเริ่มต้น 46,280 บาท
- UX 300h Grand Luxury ค่าบริการเริ่มต้น 44,530 บาท
สนใจสอบถามได้ที่ เจ้าหน้าที่ภายในบูธเลกซัสในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
หรือ www.kinto-th.com และ Kinto Call Center 1486
เพิ่มความมั่นใจสูงสุดกับ “Lexus Exclusive Package Standard”
โปรแกรมขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ Lexus
เพิ่มความมั่นใจสูงสุดกับโปรแกรม Lexus Exclusive Package (LXP) ที่ขยายระยะเวลารับประกันคุณภาพรถยนต์ เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง บริการเลขาส่วนตัว และยังครอบคลุมค่าบำรุงรักษารถยนต์ตลอด 5 ปี ที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายระยะยาว โดยมีโปรแกรมที่หลากหลายเพื่อให้เหมาะสมกับการใช้งาน
LXP STANDARD ครอบคลุมค่าแรงตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร
LXP PLUS ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่
ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร (ยกเว้นอะไหล่เสื่อมสภาพ)
LXP PREMIUM ครอบคลุมการบำรุงรักษารถยนต์ทั้งค่าแรงและค่าอะไหล่
ตลอด 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร รวมถึงอะไหล่เสื่อมสภาพ
เอกสิทธิ์เฉพาะเพื่อตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เหนือกว่า สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เลกซัสทุกรุ่น จากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ
- มอบความอุ่นใจด้วยบริการที่ครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ ผ่านผู้แทนจำหน่ายเลกซัสทั้ง 3 สาขา ในเขตกรุงเทพฯ และ Lexus Service Corner 15 แห่งในศูนย์บริการโตโยต้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ใน 8 จังหวัดหลัก และสำหรับจังหวัดอื่นๆ เลกซัสมีบริการ Home Visit Mobility Service ที่ส่งช่างผู้เชี่ยวชาญจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสออกไปบริการที่ศูนย์บริการโตโยต้าใกล้บ้านคุณ
- เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดการใช้งานรถเลกซัส ไม่ว่าจะเป็นการแจ้งเตือน การนัดหมายเข้าศูนย์บริการ หรือการรับสิทธิพิเศษจากร้านค้าชั้นนำ ลูกค้าสามารถใช้งานได้ผ่านช่องทาง LINE Official Account: @lexusthailand ที่ช่วยให้ทุกอย่างง่ายและสะดวกยิ่งขึ้น
พลาดไม่ได้กับข้อเสนอสุดพิเศษ* (เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด)
รับดอกเบี้ย 0% ฟรีประกันภัยชั้น 1 และ Lexus Exclusive Package (LXP Standard) ขยายระยะเวลารับประกันเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง*
ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
ระหว่างวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายน 2569
ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี
และผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการ
โดยทุกท่านสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเลกซัสได้ผ่านช่องทางออนไลน์ Official Account : Lexus Thailand และบนเว็บไซต์ www.lexus.co.th
รวมถึงช่องทาง LINE Official Account: @lexusthailandเพื่อรับสิทธิพิเศษและข้อมูลข่าวสารจากเลกซัสได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ชูเจเนอเรชัน Neue Klasse นำทัพรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุด บุกมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ออกตัวมุ่งหน้าสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 47 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ 1-3 เมืองทองธานี ในวันที่ 25 มีนาคม – 5 เมษายนนี้ ภายใต้แนวคิด “The Iconic Synchronicity – บริบทแห่งการขับเคลื่อนไร้ที่ติ” โดยนำขบวนด้วยรถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นล่าสุดที่ล้วนเป็นก้าวสำคัญของทั้งบีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด
คุณคริส จู ประธานและซีอีโอของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยว่า “สำหรับมอเตอร์โชว์ในปีนี้ ทั้งสามแบรนด์ ของเราต่างพร้อมใจกันนำจังหวะสำคัญในประวัติศาสตร์ของตนเองมานำเสนอ พร้อมสานต่อตำนานจากอดีตสู่วิสัยทัศน์และนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างเต็มตัว เริ่มจากบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ที่เป็นตัวแทนอนาคตของรถยนต์จาก บีเอ็มดับเบิลยู ในทุกรุ่น และยังเป็นการกลับมาของชื่อ ‘Neue Klasse’ ที่เคยเป็นจุดเริ่มต้นของความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยูบนเวทีโลกมาแล้ว ตามมาด้วยบีเอ็มดับเบิลยู i5 ใหม่ รุ่นประกอบในประเทศ และบีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport ที่กลับมาในโฉมใหม่ M Performance Edition แบบจำนวนจำกัด ส่วนมินิ เลือกที่จะนำประวัติศาสตร์ทั้งในด้านงานออกแบบและสมรรถนะมาสรรสร้างเป็นรุ่นพิเศษ ทั้งในรุ่น Paul Smith Edition และล่าสุดกับมินิ JCW Electric 1965 Victory Edition ก่อนจะปิดท้ายด้วยบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในรุ่น R 12 G/S ที่นำเสนอความคล่องตัวและแข็งแกร่งรอบด้าน พร้อมลุยทุกเส้นทาง ทั้งบนถนนและออฟโรด ภายใต้รูปโฉมสุดคลาสสิกที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัย”
“รถยนต์และมอเตอร์ไซค์รุ่นใหม่ที่นำมาเปิดตัวในงานนี้ ต่างสะท้อนถึงจุดแข็งที่ไม่ซ้ำใครของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการนำเสนอทั้งนวัตกรรมระดับโลก งานออกแบบที่เหนือกาลเวลา และความเพลิดเพลินในการขับขี่หลากหลายรูปแบบ พร้อมตอบโจทย์ลูกค้าทุกกลุ่มในประเทศไทย และเราหวังว่าลูกค้าทุกคนจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับภาพอนาคตของวงการยานยนต์ที่เรานำเสนอในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้”
ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยูในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
เพลิดเพลินแบบไร้กังวลไปกับประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าจากบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยข้อเสนอพิเศษสุด* จากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในงานและมีกำหนดรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน 2569 ไม่ว่าจะเป็นแพ็คเกจบริการ BMW Service Inclusive แบบขยายเวลาความคุ้มครอง ฟรี ประกันภัยชั้น 1 อัตราดอกเบี้ยและผ่อนรายเดือนแบบพิเศษ และการันตีราคาขายผ่านโปรแกรม BMW Freedom Choice
รุ่น
ข้อเสนอ
บีเอ็มดับเบิลยู X1
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
หรือ
สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice
· ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาท
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
· การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู iX1
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
หรือ
สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice
· ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาท
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู 220 Gran Coupe M Sport Pro
· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
หรือ
สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice
· ผ่อนเริ่มต้น 12,999 บาท
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
· การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
หรือ
สำหรับลูกค้าที่ทำสัญญาในโปรแกรม BMW Freedom Choice
· ผ่อนเริ่มต้น 15,999 บาท
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
· การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) ที่ 60% ของราคารถ
บีเอ็มดับเบิลยู 320Li M Sport
บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Sport
บีเอ็มดับเบิลยู X3
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 4
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
หรือ
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5
บีเอ็มดับเบิลยู X5
บีเอ็มดับเบิลยู X6
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
หรือ
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
· ข้อเสนอ Trade-in แลกรถยนต์คันเก่า มูลค่าสูงสุด 100,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู X7
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 1 ปี
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย BMW Service Inclusive Ultimate เป็น 5 ปีเต็ม
บีเอ็มดับเบิลยู i5 eDrive40 M Sport
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 BMW Protect สูงสุด 2 ปี
· ฟรี BMW Wallbox
* เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ข้อเสนอพิเศษจากมินิในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
เตรียมออกรถไปสนุกกับทริปต่อไปอย่างมีสไตล์ ด้วยข้อเสนอพิเศษมากมายจาก มินิ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ในงานมอเตอร์โชว์ ครบเครื่องทั้งฟรีประกันชั้น 1 ดอกเบี้ย 0% พร้อมอัตราผ่อนรายเดือนแบบพิเศษ และอื่นๆ**
รุ่น
ข้อเสนอ
มินิ คูเปอร์ เอสอี รุ่นพลังงานไฟฟ้า
· อัตราดอกเบี้ย 0%
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 1 ปี
หรือ
· ผ่อนเริ่มต้น 8,888 บาท
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 1 ปี
· การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) สูงสุด 60% ของราคารถ
มินิ เอซแมน รุ่นพลังงานไฟฟ้า
· อัตราดอกเบี้ย 0%
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 1 ปี
หรือ
· ผ่อนเริ่มต้น 9,999 บาท
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 1 ปี
· การันตีมูลค่าในอนาคต (Guaranteed Future Value) สูงสุด 60% ของราคารถ
มินิ คันทรีแมน
· อัตราดอกเบี้ย 0%
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย MINI Service Inclusive เป็น 5 ปีเต็ม
หรือ
· อัตราดอกเบี้ย 0%
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 2 ปี
หรือ
· ขยายระยะเวลา แพ็คเกจบริการหลังการขาย MINI Service Inclusive เป็น 5 ปีเต็ม
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 1 ปี
หรือ
· ฟรี ประกันภัยชั้น 1 MINI Protect สูงสุด 3 ปี
** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ข้อเสนอพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 47
ลูกค้าที่จองรถมอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด รุ่นที่ร่วมรายการจะได้รับข้อเสนอสุดพิเศษ*** จากบีเอ็มดับเบิลยู ไฟแนนเชียล เซอร์วิส มากมาย รวมถึงยอดเงินดาวน์และผ่อนรายเดือนที่อัตราพิเศษ ผ่านโปรแกรม 3ASY RIDE
รุ่น
ข้อเสนอ
บีเอ็มดับเบิลยู C 400 GT
· ดาวน์เริ่มต้น 89,000 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 6,200 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 35,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู R 1300 GS Option 719
· ดาวน์เริ่มต้น 241,000 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 16,800 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู F 900 GS
· ดาวน์เริ่มต้น 129,800 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 9,100 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู F 900 R
· ดาวน์เริ่มต้น 113,000 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 7,900 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู R 12
· ดาวน์เริ่มต้น 147,800 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 10,300 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 60,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู R 18
· ดาวน์เริ่มต้น 178,000 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 12,400 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Classic
· ดาวน์เริ่มต้น 198,000 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 13,800 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู R 18 B
· ดาวน์เริ่มต้น 230,000 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 16,100 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท
บีเอ็มดับเบิลยู R 18 Transcontinental
· ดาวน์เริ่มต้น 250,000 บาท
· ผ่อนเริ่มต้น 17,500 บาท
· รับประกันพร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 5 ปี
· ข้อเสนอพิเศษอื่นๆ มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท
*** เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทกำหนด
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine -
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส โชว์สมรรถนะ Continental GT Supersports กลางหิมะ พร้อมเปิดตัว Bentayga X Concept ในงาน FAT Ice Race
เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส โชว์สมรรถนะ Bentley Continental GT Supersports เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่กลางสนามแข่งรถที่ปกคลุมไปด้วยหิมะ พร้อมเปิดตัว Bentayga X Concept รถยนต์ต้นแบบสายออฟโรดในงาน FAT Ice Race ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเบนท์ลีย์ มอเตอร์สได้สานต่อความร่วมมือครั้งใหม่กับ FAT International ในงาน FAT Ice Race งานแข่งรถบนน้ำแข็งที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองบิ๊กสกาย เมืองรีสอร์ตชื่อดังในรัฐมอนแทนา
แกรนด์ทัวเรอร์สายพันธุ์สปอร์ตที่ปรากฏในภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง Supersports: FULL SEND ซึ่ง Travis Pastrana ได้ขับด้วยความเร็วสูงสุดถึง 160 กิโลเมตร ต่อ ชั่วโมงรอบโรงงานเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ในเมืองครูว์ ประเทศอังกฤษ คือ ดาวเด่นของงานนี้ โดยมีนักแข่งรถมืออาชีพ Lia Block เป็นผู้ขับขี่ ซึ่งเธอได้กลับมาร่วมงานกับเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส อีกครั้งหลังจากเคยโชว์ทักษะการขับ Flying Spur ในภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง ‘Spur of the Moment’ ในปี 2567 มาแล้ว สำหรับการโชว์สมรรถนะของตัวรถกลางหิมะในครั้งนี้ Continental GT Supersports ได้รับการปรับแต่งด้วยการติดตั้งหมุดล้อขนาด 2.5 มิลลิเมตรบนยางเพื่อการขับขี่มีประสิทธิภาพบนพื้นน้ำแข็ง
นอกจากนี้ เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ยังมีการเปิดตัว Bentayga X Concept รถยนต์ต้นแบบสายออฟโรดที่เพิ่งเผยโฉมไป สำหรับ Bentayga X Concept ถือเป็นรถยนต์ต้นแบบที่มีพื้นฐานมาจากรุ่น Bentayga Speed เจ้าของขุมพลังเครื่องยนต์ รุ่น V8 ทวินเทอร์โบ ขนาด 4.0 ลิตร 650 แรงม้าที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์ 8 สปีด และระบบช่วงล่างแบบถุงลมที่เสริมด้วย Bentley Dynamic Ride ระบบควบคุมการทรงตัวแบบแอคทีฟด้วยไฟฟ้า 48V
Bentayga X Concept ได้รับการปรับแต่งด้วยล้ออัลลอยด์ขนาด 22 นิ้วแบบชิ้นเดียวที่ผลิตโดยผู้เชี่ยวชาญจาก Brixton พร้อมยางแบบออฟโรดที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ความกว้างของฐานล้อที่เพิ่มขึ้นอีก 120 มิลลิเมตรเพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ พร้อมด้วยความสูงของตัวรถที่เพิ่มขึ้น 55 มิลลิเมตรเพื่อเพิ่มระยะการเคลื่อนที่ของระบบกันสะเทือนและระยะห่างจากพื้นให้สูงขึ้น โดยมีซุ้มล้อที่ได้รับการปรับออกไปด้านนอก 40 มิลลิเมตร ซึ่งการปรับแต่งในครั้งนี้ส่งผลให้ตัวรถสามารถลุยน้ำได้ลึกกว่า 550 มิลลิเมตรด้วยระยะห่างจากพื้นเกือบ 310 มิลลิเมตร
รูปลักษณ์ภายนอกของ Bentayga X Concept เน้นฟังก์ชันการใช้งาน โดยมีช่องเก็บสัมภาระบนหลังคาและไฟสปอตไลต์สี่ดวงเพื่อรองรับการขับขี่แบบผจญภัยบนเส้นทางออฟโรดที่ยาวนานขึ้น การเพิ่มช่องเก็บสัมภาระบนหลังคา ทำให้ความสูงโดยรวมของ Bentayga X Concept อยู่ที่ 2.49 เมตร ตัวรถยังเพิ่มความสปอร์ตด้วยการตกแต่งด้วยท่อไอเสียไทเทเนียมสไตล์สปอร์ตจาก Akrapovic พร้อมกับการเพิ่มห่วงลากจูงคู่ที่ด้านหน้า
การร่วมงานของเบนท์ลีย์ มอเตอร์สในครั้งนี้ถือเป็นการเยือนบิ๊กสกาย รัฐมอนแทนา เป็นครั้งที่สองในรอบเก้าเดือนที่ผ่านมา หลังจากงาน Global Media Drive ที่มีการจัดกิจกรรมทดลองขับ Bentayga Speed รุ่นใหม่ ยนตรกรรมที่เป็นต้นแบบในการรังสรรค์ Bentayga X Concept เมื่อเดือนมิถุนายนปีที่ผ่านมา
ความร่วมมือระหว่าง Bentley Motors และ FAT International จะดำเนินต่อไปถึงปลายปีนี้ด้วยการเข้าซื้อ Mankei ของเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส ซึ่งเป็นที่ตั้งของ FAT International บนเส้นทาง Grossglockner ในประเทศออสเตรีย
สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและข้อเสนอพิเศษได้ที่ เบนท์ลีย์ แบงค็อก โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์เบนท์ลีย์อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
ครั้งแรกของฮอนด้าประเทศไทย ! ร่วมถ่ายทอดพลังแห่งความฝันผ่านแฟชั่น Casual Street Wear สัญชาติไทย Honda x HOMEBOY “DREAMS UNBOXED” เปิดตัวเสื้อยืด Limited Collection ดีไซน์อินสไปเรชั่นจากรถยนต์ฮอนด้าระดับไอคอนิก 3 รุ่น ปลุกพลังความฝันของคนทุกเจเนอเรชัน
หากพูดถึงแบรนด์รถยนต์ที่อยู่ทุกช่วงจังหวะชีวิตของคนไทย เชื่อว่า “Honda” จะเป็นหนึ่งในแบรนด์รถยนต์ที่คนไทยนึกถึง เพราะ Honda ไม่ได้เพียงสร้างสรรค์รถยนต์ แต่ยังร่วมสร้างความฝันและแรงบันดาลใจ
เพื่อสนับสนุนให้ผู้คนออกไปใช้ชีวิตในแบบที่ต้องการฮอนด้าเชื่อมั่นในพลังแห่งความฝัน และพร้อมที่จะทำให้ความฝันกลายเป็นความจริง ครั้งนี้ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมฝันนอกกรอบ และถ่ายทอดตัวตนของฮอนด้าในรูปแบบใหม่ ๆ ผ่านการร่วมมือกับแบรนด์แฟชั่น Casual Street Wear สัญชาติไทยยอดนิยม “Homeboy” เพื่อร่วมสร้างสรรค์ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ที่ไร้ขีดจำกัดในคอลเลกชัน “DREAMS UNBOXED”
DREAMS UNBOXED…ฝันนอกกรอบ เปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นสไตล์ และความเป็นไปได้ที่ไม่มีขีดจำกัด
ความร่วมมือครั้งสำคัญระหว่าง Honda และ Homeboy เริ่มต้นจากการตั้งคำถามว่า “เราจะก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมเพื่อสร้างประสบการณ์ใหม่ได้อย่างไร” สำหรับฮอนด้า การเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดที่สุดคือสัญลักษณ์ H Mark ดีไซน์ใหม่ที่ไร้กรอบ เพื่อประกาศจุดยืนว่าจะไม่ยึดติดกับกฎเกณฑ์เดิม ๆ อีกต่อไป สอดคล้องกับทางแบรนด์ Homeboy ที่เชื่อว่าการหยุดนิ่ง เท่ากับการถอยหลัง โจทย์หลัก คือ ต้องการสร้างมูฟเมนต์ใหม่ ที่ชวนให้ทุกคนกล้าที่จะฝันนอกกรอบ และกล้าท้าทายในสิ่งที่ไม่เคยทำ เพื่อเชื่อมโยงเข้าถึงหัวใจของคนเจเนอเรชันใหม่ การร่วมงานครั้งนี้จึงเป็นมากกว่าแค่การดีไซน์เสื้อ แต่คือบทพิสูจน์ของความกล้าที่จะสร้างสิ่งที่มีความหมายใหม่ ๆ
นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด บอกเล่าถึงเบื้องหลังของโปรเจกต์นี้ “Honda เริ่มต้นจากหนึ่งความฝันที่เรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อนที่มุ่งมั่น เมื่อเชื่อมั่นในความฝัน เราก็จะทำให้ฝันให้กลายเป็นความจริงได้ ความร่วมมือครั้งนี้ เกิดจากความเชื่อมั่นในพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์ ที่ทั้งสองแบรนด์ให้คุณค่าเหมือนกัน โดยคอลเลกชันนี้ ได้รับแรงบันดาลใจจากรถยนต์ไอคอนิกที่สะท้อนตัวตนและจิตวิญญาณของ Honda ทั้ง 3 รุ่น ได้แก่ Honda NSX Honda Prelude และ Honda Civic Type R ฮอนด้าพร้อมร่วมเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ผ่านการสร้างสรรค์ทางแฟชั่นในครั้งนี้ และจะมีความสนุกใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง
DREAMS X DREAMS…ปลุกพลังความฝันที่เชื่อมโยงของทุกเจเนอเรชัน
หัวใจสำคัญที่หลอมรวมความร่วมมือครั้งนี้ให้สมบูรณ์แบบ คือ ความเชื่อในพลังแห่งความฝัน ซึ่งเป็น DNA ของทั้ง Honda และความเชื่อมั่นของ Homeboy เพราะการจะสร้างประสบการณ์ที่เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ได้อย่างแท้จริง ต้องเริ่มจากการมีเพื่อนร่วมทางที่ออกสตาร์ทด้วยพลังขับเคลื่อนเดียวกัน การร่วมมือครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการเปิดพื้นที่อิสระเพื่อปลดล็อกจินตนาการอย่างไร้ขีดจำกัด ด้วยความเชื่อที่ว่า หากกล้าที่จะฝันและถ่ายทอดพลังนั้นออกมา สิ่งที่น่าตื่นเต้นอีกมากมายย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ เช่นเดียวกับโปรเจกต์นี้ที่เป็นบทพิสูจน์ว่า พลังสร้างสรรค์จะทรงพลังที่สุดเมื่อเราเชื่อมั่นในฝันของตนเอง และพร้อมที่จะขับเคลื่อนแรงบันดาลใจนั้นสู่ความเป็นจริง
Honda X Homeboy…เมื่อแรงบันดาลใจในวัยเด็ก ถูกวาดลวดลายผ่านงานดีไซน์ที่ไร้ขีดจำกัด
ด้านงานออกแบบ ฮอนด้าได้เปิดพื้นที่อิสระให้ทีม Homeboy ปลดปล่อยพลังสร้างสรรค์อย่างเต็มที่ โดยนำความผูกพันและความประทับใจในวัยเด็กที่มีต่อฮอนด้ามาตีความใหม่ ผ่านงานดีไซน์เสื้อผ้า 3 สไตล์ กับรถระดับไอคอนิกของฮอนด้าที่ครองใจคนทุกยุคสมัยอย่าง Honda NSX Honda Prelude และ Honda Civic Type R ที่มีคาแรกเตอร์โดดเด่นเฉพาะตัว
แต่ยังคงแกนหลักของ จิตวิญญาณความสปอร์ต ที่ส่งต่อกันมาจากรุ่นสู่รุ่น ผสมผสานกับความสนุกในแบบฉบับ Homeboy เพื่อส่งต่อความฝันจากอดีตสู่ปัจจุบันผ่านไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัยได้อย่างลงตัว- เสื้อลายรถยนต์ Honda Civic Type R – สะท้อนการถ่ายทอด DNA ความสปอร์ตของคนรักความเร็วแรงสู่ลายเส้นสตรีท
- เสื้อลายรถยนต์ Honda NSX – Super Car ระดับตำนานไอคอนความสปอร์ตในฝันของวัยรุ่นสาย H ที่ถูกวาดขึ้นมาใหม่ในสไตล์ Gen Z
- เสื้อลายรถยนต์ Honda Prelude – รถยนต์สปอร์ตคูเป้ระดับตำนาน พร้อมสะกดทุกสายตาผ่านแฟชั่นสไตล์สตรีท
- หมวกแก๊ป “Dreams” ถ่ายทอดสโลแกนของแบรนด์ฮอนด้า The Power of Dreams ผ่านฟอนต์สตรีทร่วมสมัยที่สะท้อนตัวตนคนรุ่นใหม่ ยกระดับจากแฟชั่นไอเทม สู่สัญลักษณ์ของพลังความฝันที่ถูกขับเคลื่อนให้เกิดขึ้นจริง
คอลเลกชันพิเศษ Honda x HOMEBOY ในครั้งนี้ เป็นไอเทม Limited Edition ลูกค้าฮอนด้าหรือผู้ที่สนใจสามารถลุ้นรับ
เสื้อหรือหมวกคอลเลกชันนี้ได้ ผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้- พิเศษ ! เมื่อจองรถยนต์ไลน์อัป City Series รุ่นใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็น ฮอนด้า ซิตี้ หรือ ฮอนด้า ซิตี้ แฮทช์แบ็ก ในงาน Motor Show 2026 ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม 2569 – 5 เมษายน 2569 รับเสื้อยืดคอลเลกชันHonda x HOMEBOY “DREAMS UNBOXED” Limited Edition จำนวน 1 ตัว จำกัดสิทธิ์ 6 ท่านแรกที่จอง City Series ต่อวัน*
- กิจกรรมพิเศษ Honda x Homeboy “Shop & Snap” มูฟเมนต์ที่จะเปลี่ยนความฝันให้กลายเป็นประสบการณ์ที่สัมผัสได้จริง มาลุ้นเป็นเจ้าของคอลเลกชันพิเศษ Honda x HOMEBOY “DREAMS UNBOXED” ไม่ว่าจะเป็น เสื้อยืดทั้ง 3 ลาย หมวกแก๊ปสีฟ้าและสีดำ เพียงซื้อสินค้าร้าน Homeboy ตั้งแต่ 1,000 – 1,590 บาทขึ้นไป ต่อ 1 ใบเสร็จ และทำตามขั้นตอนการร่วมกิจกรรมดังนี้
- Shop: ซื้อสินค้าร้าน Homeboy (Flagship Store หรือ Pop-up) โดยมียอดชำระสุทธิ 1,590 บาทขึ้นไป
ต่อ 1 ใบเสร็จ ภายในระยะเวลากิจกรรม - Snap:
- ถ่ายภาพตนเองคู่กับ Honda x Homeboy Standee ที่หน้าร้าน พร้อมถือถุง Shopping Bag หรือเสื้อที่ซื้อมา
- ถ่ายภาพสลิปการซื้อสินค้าที่แสดงรายละเอียดชัดเจน ประกอบด้วย วันที่ซื้อ / ยอดเงิน / เลขที่ใบเสร็จ
- Register: สแกน QR Code บน Standee เพื่อเข้าสู่ LINE @HondaThailand และสมัครสมาชิก Honda Fan (ระบุชื่อ, เบอร์โทรศัพท์, ที่อยู่)
- Upload: เลือกปุ่มกิจกรรม Honda x Homeboy “Shop & Snap” บน Line @HondaThailand เพื่ออัปโหลดภาพถ่ายคู่กับ Standee และภาพถ่ายใบเสร็จ
- Survey: ตอบแบบสอบถามให้ทั้ง 5 ข้อ เพื่อให้การเข้าร่วมสมบูรณ์
- Shop: ซื้อสินค้าร้าน Homeboy (Flagship Store หรือ Pop-up) โดยมียอดชำระสุทธิ 1,590 บาทขึ้นไป
ระยะเวลากิจกรรม Honda x Homeboy “Shop & Snap” : 20 มีนาคม 2569 – 20 เมษายน 2569
วันประกาศผล: 4 พฤษภาคม 2569 ผ่านทางโซเชียลมีเดีย Honda Thailand (Facebook, Instagram, Line)
อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่
- เว็บไซต์:honda.co.th
- Facebook Official Account:Honda Thailand
- LINE Official Account:@honda-thailand
หมายเหตุ
*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมกับที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ
เงื่อนไขการแจกรางวัล
– เมื่อซื้อสินค้า Homeboy ยอดซื้อ 1,000 – 1,589 บาท รับทันทีหมวก Limited Edition 1 ชิ้น (คละสี) สำหรับ 150 คนแรก ที่ทำถูกต้องตามกติกา
– เมื่อซื้อสินค้า Homeboy ยอดซื้อ 1,590 บาท ขึ้นไป รับทันทีเสื้อ 1 ชื้น (คละลายเสื้อ) จำนวน สำหรับ 450 คนแรก ที่ทำถูกต้องตามกติกาเงื่อนไขกิจกรรม
-
ระยะเวลาสมัครร่วมกิจกรรม ตั้งแต่วันที่ 20 มีนาคม 2569 – 20 เมษายน 2569
-
ใบเสร็จ 1 ใบ ต่อ 1 บัญชีผู้ใช้งานลงทะเบียน Honda Fan รับสิทธิ์ร่วมกิจกรรมได้ 1 ครั้ง ตลอดระยะเวลากิจกรรม (ไม่สามารถรวมยอดใบเสร็จได้)
-
ของรางวัลมีจำนวนจำกัด ไม่มีการผลิตเพิ่ม ไม่สามารถแลก เปลี่ยน คืน หรือทอนเป็นเงินสด และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้
-
ผู้ได้รับรางวัลต้องกรอกข้อมูลที่อยู่จัดส่ง/อัปข้อมูลที่อยู่ ภายใน 7 วันหลังจากประกาศผล มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์
-
บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการตรวจสอบความถูกต้องของใบเสร็จ หากพบการทุจริต ปลอมแปลง หรือข้อมูลไม่ครบถ้วน บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่มอบรางวัล ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
-
ผู้เข้าร่วมกิจกรรม รับทราบและตกลงยินยอมที่จะปฏิบัติตามข้อกำหนดรวมถึงเงื่อนไขตามที่ระบุไว้ข้างต้นทุกประการก่อนการสมัคร และบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์สำหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขการสมัคร โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
-
ผู้เข้าร่วมยินยอมให้แบรนด์นำข้อมูลแบบสอบถามไปใช้เพื่อการวิเคราะห์ทางการตลาด (โดยไม่เปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล)
-
ผู้เข้าร่วมยินยอมให้แบรนด์นำรูปภาพ วิดีโอ หรือเนื้อหาที่เกี่ยวข้องไปใช้ในการประชาสัมพันธ์และสื่อการตลาดในทุกช่องทางของบริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด โดยไม่จำกัดระยะเวลาและไม่มีค่าตอบแทนเพิ่มเติม
-
พนักงาน บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จำหน่าย และพนักงานของผู้จำหน่ายที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ ไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมได้
-
การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุดในทุกกรณี
-
ประกาศผล : วันที่ 4 พฤษภาคม 2569 ทาง Facebook Honda Thailand Official Account, LINE VOOM และ Instagram @hondathailand
-
สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car1 Min Read
โตโยต้าถนนสีขาว สนับสนุนที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก แก่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ส่งเสริมโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน”
นายนันทวัฒน์ ศรีวรัตน์อัชกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด มอบที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก จำนวน 30 ที่นั่ง แก่นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน” ซึ่งมีเป้าหมายในการส่งเสริมการใช้ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็กและร่วมผลักดันการลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทย
โตโยต้าตระหนักดีว่าการบาดเจ็บและเสียชีวิตของเด็กจากอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะในกลุ่มทารกแรกเกิดจนถึงปฐมวัยที่โดยสารรถยนต์ นับเป็นหนึ่งในความสูญเสียสำคัญของประเทศ แม้กฎหมายกำหนดให้เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปี หรือมีส่วนสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องนั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (Car Seat) ขณะโดยสารรถยนต์ แต่ในทางปฏิบัติยังคงพบอุปสรรคจากการขาดความรู้ความเข้าใจของประชาชน รวมถึงข้อจำกัดด้านราคาและการเข้าถึงอุปกรณ์ดังกล่าว ดังนั้นโตโยต้าจึงมอบที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก จำนวน 30 ที่นั่งให้แก่กระทรวงสาธารณสุข
โครงการ “100 โรงพยาบาล 100 ธนาคารที่นั่งนิรภัย ร้อยดวงใจผูกพัน” ดำเนินการโดยกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความรู้ ความตระหนัก และเพิ่มการเข้าถึงที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก ผ่านการจัดตั้ง “ธนาคารที่นั่งนิรภัย (Car Seat Bank)” เพื่อให้ประชาชนที่ขาดแคลนสามารถยืมใช้งานได้ โดยดำเนินการร่วมกับโรงพยาบาล 100 แห่งทั่วประเทศ พร้อมภาคีเครือข่ายสำคัญ อาทิ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด
ทั้งนี้ โตโยต้ามีแผนขยายการสนับสนุนโครงการเพิ่มเติม โดยตั้งเป้าบริจาคที่นั่งนิรภัยให้ครบ 100 ที่นั่ง สำหรับโรงพยาบาลที่เข้าร่วมโครงการทั้ง 100 แห่ง พร้อมทั้งศึกษาความเป็นไปได้ในการร่วมมือ
กับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ เพื่อเป็นศูนย์กลางรับบริจาคที่นั่งนิรภัยจากประชาชน ก่อนนำไปส่งต่อให้แก่โรงพยาบาลในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เข้าร่วมโครงการโตโยต้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อนสำคัญในการสร้างความปลอดภัยทางถนน เพื่อมุ่งสู่เป้าหมาย ลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนของประเทศไทยให้เหลือไม่เกิน 12 คนต่อแสนประชากร ภายในปี พ.ศ. 2570 ตลอดจนเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ซึ่งเป็นพันธกิจสำคัญภายใต้โครงการ “โตโยต้า ถนนสีขาว”
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
News Car2 Min Read
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย พลิกโฉมอนาคตแห่งการขับขี่ไปกับ
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยานยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกจาก
เจเนอเรชั่น “Neue Klasse”บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดฉากประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการเผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู ใหม่ รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ทั้งหมดบนพื้นฐานของการขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า นวัตกรรมดิจิทัล ความยั่งยืน และสุนทรียภาพในการขับขี่ที่เหนือชั้นไปอีกขั้น การกลับมาของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ในเจเนอเรชัน Neue Klasse นี้ เต็มเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมด้านการออกแบบและเทคโนโลยีล่าสุดที่ถ่ายทอดวิสัยทัศน์แห่งอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ออกมาเป็นประสบการณ์ที่แตกต่างในทุกมิติ ภายใต้รูปลักษณ์ของรถยนต์อเนกประสงค์แบบ SAV (Sports Activity Vehicle)
มิสคริส จู ประธานและซีอีโอ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “การมาถึงของ Neue Klasse นับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป และเป็นจุดเริ่มต้นของยานยนต์ในเจเนอเรชันใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู เราตื่นเต้นมากที่ได้นำบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์รุ่นแรกจากเจเนอเรชันนี้ มาเปิดตัวให้ได้สัมผัสกัน พร้อมมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า จากการผสมผสานนวัตกรรมทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว ด้วยเทคโนโลยีล่าสุดทั้งในด้านแบตเตอรี่และเทคโนโลยีดิจิทัลต่างๆ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ จึงเป็นรถยนต์ที่สะท้อนถึงทิศทางในอนาคตของบีเอ็มดับเบิลยู และเป็นการเปิดประตูสู่ยุคใหม่ของเราในประเทศไทยไปพร้อมกัน”
บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ได้ประกาศการพัฒนายานยนต์ในเจเนอเรชัน Neue Klasse เมื่อปี 2564 โดยถือเป็นการลงทุนในโครงการเพื่ออนาคตครั้งใหญ่ที่สุดของบริษัท ครอบคลุมทั้งในด้านการผลิต พัฒนารถยนต์ การดำเนินงานภายในโรงงาน ประสบการณ์การขับขี่ การออกแบบ และอื่นๆ อีกมากมาย สำหรับชื่อ “Neue Klasse” มีที่มาจากรถยนต์ซีรีส์ Neue Klasse ซึ่งเข้าสู่สายการผลิตเป็นครั้งแรกในปี 2505 ก่อนจะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบีเอ็มดับเบิลยูในการมุ่งสู่ความสำเร็จบนเวทีโลก ปูทางไปสู่การพัฒนารถยนต์ตระกูลซีรีส์ 3 และซีรีส์ 5 ในเวลาต่อมา และหวนกลับมาอีกครั้งในโอกาสที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป เตรียมเปิดฉากอีกหนึ่งยุคใหม่ที่นำทัพโดยบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่
ราคา: 3,599,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและแพ็คเกจ BSI Standard)บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ รถยนต์รุ่นแรกจากตระกูล Neue Klasse ที่เข้าสู่สายการผลิตเต็มรูปแบบ เป็นรถยนต์ SAV พลังงานไฟฟ้า 100% มาพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงแบบก้าวกระโดดในทุกด้าน นับตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงเทคโนโลยีภายใน พร้อมมอบประสบการณ์ที่ชาญฉลาด เปี่ยมสมรรถนะ และโดดเด่นด้วยคาแรกเตอร์เฉพาะตัวยิ่งกว่าที่เคย ก่อนจะปูทางไปสู่การเปิดตัวนวัตกรรมจาก Neue Klasse ในรถยนต์รุ่นใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ สะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็นด้วยแนวทางการออกแบบที่ปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยนำเอกลักษณ์ดั้งเดิมของบีเอ็มดับเบิลยูมาตีความจากมุมมองใหม่ที่ล้ำสมัย กระจังหน้าทรงไตคู่ในรุ่นนี้จัดวางมาในแนวตั้ง คล้ายคลึงกับกระจังหน้าของรถยนต์ Neue Klasse รุ่นดั้งเดิมจากทศวรรษ 1960 ทั้งยังติดตั้งระบบไฟ BMW Iconic Glow มาขับเน้นกรอบกระจังให้เด่นสะดุดตาแทนการใช้กรอบโครเมียมในรุ่นเดิม ส่วนมือจับประตูทั้ง 4 ก็ติดตั้งระบบไฟส่องสว่างมาอำนวยความสะดวกเช่นกัน ขณะที่ฝาปิดช่องชาร์จส่วนท้ายรถ นำ AI มาวิเคราะห์ว่าผู้ขับขี่ตั้งใจจะจอดรถเพื่อชาร์จแบตเตอรี่หรือไม่ ก่อนจะทำการเปิด-ปิดฝาแบบอัตโนมัติ
เมื่อมองจากด้านข้าง บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ โดดเด่นด้วยพื้นผิวตัวถังขนาดใหญ่ ตัดด้วยเส้นสายที่แม่นยำเพื่อสร้างรูปลักษณ์และเหลี่ยมมุมที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว เช่นเดียวกับรถยนต์ SAV ในรุ่นก่อนหน้า บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มีซุ้มล้อทรงเหลี่ยมที่ขับเน้นบุคลิกของตัวรถให้ดูแข็งแกร่งและสง่างาม เข้ากับล้อ BMW Individual aerodynamic ขนาด 22 นิ้วอย่างลงตัว ส่วนไฟท้ายทอดยาวในแนวนอนเข้าสู่จุดกึ่งกลางของตัวรถ ทำให้ส่วนท้ายดูทรงพลังและโฉบเฉี่ยว ส่วนในด้านการใช้งาน iX3 ใหม่ ยังคงพร้อมรับมือทุกสถานการณ์ด้วยพื้นที่เก็บสัมภาระสูงสุดถึง 1,750 ลิตร เมื่อพับพนักพิงเบาะหลังลง และยังมีช่องเก็บของเพิ่มเติมใต้ฝากระโปรงหน้าความจุ 58 ลิตรอีกด้วย
ภายในห้องโดยสาร บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยกระดับการออกแบบที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง อันเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู ด้วยระบบ BMW Panoramic iDrive ซึ่งพัฒนาขึ้นจากเสียงตอบรับของลูกค้า รวมถึงข้อมูลจากรถยนต์ที่ใช้งานจริงกว่า 10 ล้านคัน และการศึกษาด้านการใช้งานจริงกับลูกค้าอีกกว่า 3,000 คนทั่วโลก ทั้งหมดนี้ทำให้ BMW Panoramic iDrive รวบรวมองค์ประกอบและฟังก์ชันหลักๆ ของตัวรถมาไว้ในระบบแสดงผลและควบคุมสั่งการที่มีรูปแบบไม่เหมือนใคร โดยระบบจะฉายข้อมูลลงบนกระจกหน้าแบบเต็มความกว้าง ตามหลักการออกแบบของบีเอ็มดับเบิลยูที่เน้นให้ผู้ขับขี่ไม่ปล่อยมือจากพวงมาลัย และไม่ต้องละสายตาจากเส้นทางข้างหน้า ทั้งนี้ ข้อมูลสำคัญสำหรับการขับขี่ทั้งหมดจะจัดวางไว้ในระยะสายตาของผู้ขับ และเปิดให้สามารถปรับเปลี่ยนและเลือกเนื้อหามาวางในส่วนกลางและฝั่งผู้โดยสารได้โดยอิสระ ส่วนอีกหนึ่งนวัตกรรมอย่างจอแสดงผล BMW 3D Head-Up Display ติดตั้งอยู่เหนือ BMW Panoramic Vision ทางฝั่งผู้ขับ เพื่อแสดงข้อมูลเส้นทางเป็นภาพสามมิติ
เบื้องหลังระบบ BMW Panoramic iDrive คือระบบปฏิบัติการ BMW Operating System X ที่พัฒนาขึ้นใหม่เช่นเดียวกัน โดยตัวระบบเปิดโอกาสให้ผู้ใช้สามารถปรับแต่งรายละเอียดในการใช้งานได้มากมาย ผ่านทางบัญชีผู้ใช้ BMW ID ทั้งยังรองรับระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่อัจฉริยะ ฟังก์ชันดิจิทัลอันหลากหลาย และการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ผ่านแอป My BMW ทั้งยังพร้อมรองรับเทคโนโลยีในอนาคตผ่านการอัปเดตซอฟต์แวร์จากบีเอ็มดับเบิลยูอีกด้วย
ส่วนหน้าจอแสดงผลกลาง จัดวางในรูปแบบที่ยกตัวออกมาจากแผงคอนโซลหน้า ใช้งานได้สะดวกด้วยตำแหน่งการติดตั้งที่ไม่ไกลจากพวงมาลัย และแสดงภาพได้คมชัดด้วยเทคโนโลยี Matrix Backlight ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันต่างๆ ที่เรียกใช้งานเป็นประจำได้ผ่านวิดเจ็ต QuickSelect ที่จัดเรียงเป็นแถวแนวตั้งในฝั่งขวามือ โดยไม่ต้องเข้าเมนูหลายชั้น ส่วนพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชันดีไซน์ใหม่ ทำหน้าที่เป็นศูนย์รวมปุ่มควบคุม พร้อมรับคำสั่งจากผู้ขับขี่และแจ้งเตือนถึงฟังก์ชันต่างๆ ด้วยผิวสัมผัสของตัวปุ่มเอง ไฟส่องสว่างใต้ปุ่ม และระบบสั่น (haptic feedback) ที่ตอบสนองต่อการสัมผัส ทั้งนี้ ระบบ BMW Panoramic iDrive รับบทบาทเป็นศูนย์กลางที่ช่วยให้ทั้งหน้าจอ องค์ประกอบงานออกแบบภายใน พร้อมด้วยแสงและเสียงภายในห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ทำงานร่วมกันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผสานเป็นหนึ่ง พร้อมรองรับการปรับแต่งให้ตรงตามความต้องการผ่านฟังก์ชัน My Modes นอกจากนี้ ระบบเสียงสังเคราะห์ประกอบการขับขี่ BMW HypersonX ที่สรรสร้างขึ้นใหม่ทั้งหมดสำหรับรถยนต์ Neue Klasse ยังพร้อมเสริมบรรยากาศและความเร้าใจในทุกการเดินทาง
นอกเหนือจากเทคโนโลยีดิจิทัลแล้วห้องโดยสารของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยังมอบพื้นที่กว้างขวางโอ่อ่าในทุกที่นั่ง โดยแผงหน้าปัดแบบลอยตัวของระบบ BMW Panoramic iDrive ทอดยาวตามแนวกระจกหน้ามาเชื่อมกับบานประตูได้อย่างพอดี สร้างบรรยากาศของห้องโดยสารที่โอบล้อมทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารแบบรอบด้าน ส่วนระบบไฟตกแต่งภายใน พร้อมด้วยหน้าต่างบานใหญ่และหลังคากระจกพาโนรามาแบบกันความร้อน ช่วยสร้างบรรยากาศที่ยิ่งดูโอ่โถงและสว่างไสว แพ็กเกจ M Sport ที่ติดตั้งมาให้เป็นมาตรฐานในรุ่นนี้ ยิ่งตอกย้ำรูปลักษณ์อันปราดเปรียวของ iX3 ใหม่ ด้วยเบาะนั่งแบบมัลติฟังก์ชัน ปรับได้ 8 ทิศทางด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบรองรับหลังและโปรแกรมนวด 7 รูปแบบ รวมถึงพวงมาลัยแบบ M ภายในห้องโดยสาร คู่ไปกับชุดแต่งที่เติมประกายสวยสะดุดตา
ด้านนอกตัวรถในด้านสมรรถนะและการขับขี่ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยี BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 6 ซึ่งพัฒนาขึ้นสำหรับรถยนต์ Neue Klasse โดยเฉพาะ ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง แบตเตอรี่แรงดันสูงแบบใหม่ที่ใช้เซลล์ทรงกระบอก และเทคโนโลยีการชาร์จไฟระดับ 800 โวลต์ ทั้งนี้ เซลล์ทรงกระบอกถูกบรรจุเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูงโดยตรง (“cell to pack”) เพื่อเพิ่มความหนาแน่นของพลังงานและประสิทธิภาพด้านต้นทุน นอกจากนี้ แบตเตอรี่แรงดันสูงยังถูกผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างตัวรถ (“pack to open body”) เพื่อช่วยลดน้ำหนักของตัวรถให้น้อยที่สุด ทั้งหมดนี้ทำให้บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ สามารถส่งพละกำลังมหาศาลถึง 345 กิโลวัตต์ / 469 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 645 นิวตันเมตร จากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ลงสู่ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ จึงพารถพุ่งทะยานจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 4.9 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 210 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนแบบใหม่ที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Neue Klasse นี้ ช่วยลดการสูญเสียพลังงานลงถึง 40% ลดน้ำหนักลง 10% และลดต้นทุนการผลิตลง 20% เมื่อเทียบกับระบ BMW eDrive เจเนอเรชันที่ 5
แบตเตอรี่ของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ เพิ่มปริมาณพลังงานต่อเซลล์ขึ้นราว 20% และยังชาร์จได้เร็วขึ้นถึง 30% ด้วยความจุแบตเตอรี่รวม 113.4 กิโลวัตต์-ชั่วโมง iX3 รุ่นนี้จึงสามารถเดินทางได้สูงสุดถึง 805 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง ตามมาตรฐาน WLTP และเมื่อใช้บริการจากสถานีชาร์จความเร็วสูงแบบไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 800 โวลต์ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ สามารถชาร์จแบตเตอรี่ที่กำลังไฟสูงสุดถึง 400 กิโลวัตต์ ซึ่งทำให้สามารถเพิ่มระยะทางขับขี่ได้ถึง 372 กิโลเมตรเมื่อจอดชาร์จเพียง 10 นาที ขณะที่การชาร์จจาก 10% ถึง 80% ใช้เวลาเพียง 21 นาทีเท่านั้น
ระบบส่งกำลังและการควบคุมที่แม่นยำในทุกจังหวะของบีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ขับเคลื่อนโดยระบบที่มีชื่อว่า “Heart of Joy” ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่คอมพิวเตอร์ระดับ “Superbrain” ที่ควบคุมระบบอิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่น ชุดควบคุมสมรรถนะสูงนี้รับผิดชอบดูแลระบบส่งกำลัง เบรก ระบบหมุนเวียนพลังงาน และฟังก์ชันย่อยที่สนับสนุนการบังคับพวงมาลัย โดยสามารถประมวลผลข้อมูลได้เร็วกว่าชุดควบคุมทั่วไปถึง 10 เท่า เมื่อผนวกรวมกับซอฟต์แวร์ BMW Dynamic Performance Control ที่พัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด Heart of Joy สามารถพิจารณาและคิดคำนวณตัวแปรต่างๆ จากสภาวะขณะขับขี่จริงได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำกว่าใคร เสริมให้ตัวรถตอบสนองต่อทุกสัมผัสของคันเร่ง แป้นเบรก และพวงมาลัยอย่างแม่นยำและมั่นใจ นอกจากนี้ Heart of Joy ยังอยู่เบื้องหลังฟังก์ชัน Soft Stop ที่ช่วยให้ iX3 ใหม่ สามารถหยุดรถได้อย่างนุ่มนวลกว่าบีเอ็มดับเบิลยูทุกรุ่นที่ผ่านมา
ระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูงระดับ “Superbrain” อีกตัวหนึ่งในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ ทำหน้าที่ควบคุมฟังก์ชันอัตโนมัติทั้งหมดสำหรับการขับขี่และจอดรถ ด้วยพลังประมวลผลที่เหนือกว่าชุดควบคุมแบบเดิมถึง 20 เท่า ระบบควบคุมนี้จึงยกระดับฟังก์ชันการช่วยเหลือผู้ขับขี่ในรถยนต์ Neue Klasse ทุกรุ่นให้เหนือชั้นกว่าเดิม โดยในบีเอ็มดับเบิลยู iX3 ใหม่ เทคโนโลยี BMW Symbiotic Drive จะนำการควบคุมของผู้ขับขี่มาผสานเข้ากับซอฟต์แวร์ที่ใช้เทคโนโลยี AI ตัวอย่างเช่นระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ที่จะไม่ปิดตัวลงทันทีที่แตะเบรกเบาๆ แต่จะหยุดทำงานเมื่อเหยียบเบรกแรงขึ้น ส่วนระบบที่ช่วยคุมตัวรถให้อยู่ในเลน จะยังทำงานอยู่แม้ผู้ขับขี่จะหมุนพวงมาลัยเล็กน้อย
นอกจากการสร้างนิยามใหม่ของสุนทรียภาพแห่งการขับขี่ในทุกมิติ บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ ยังนำแนวคิดด้านความยั่งยืนและการหมุนเวียนทรัพยากรของรถยนต์ในเจเนอเรชัน Neue Klasse มาปรับใช้จริง ซึ่งส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมลดลงถึง 34% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า โดยคำนวณจากการขับขี่เป็นระยะทาง 200,000 กิโลเมตร ความแตกต่างนี้เกิดขึ้นจากมาตรการด้านความยั่งยืนที่ทำมาปรับใช้ในหลายส่วน ไม่ว่าจะเป็นการเลือกใช้วัตถุดิบทดแทน (secondary raw materials) ราวหนึ่งในสามของทั้งหมด หรือการปรับกระบวนการทำงานในทุกขั้นตอนตลอดห่วงโซ่อุปทาน เช่นการผลิตและขนส่งตัวรถ ให้ลดการปล่อยมลพิษคาร์บอนลงถึง 35%
บีเอ็มดับเบิลยู iX3 50 xDrive M Sport ใหม่ และนวัตกรรมสุดล้ำสมัยของ Neue Klasse พร้อมอวดโฉมบนท้องถนนประเทศไทยด้วยตัวเลือกสีตัวถัง 6 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Ocean Wave Blue Metallic (พร้อมห้องโดยสารในโทนสีดำ), สีเทา Brooklyn Grey Metallic, สีเทา Polarised Grey Metallic, สีดำ Black Sapphire Metallic, สีขาว Alpine White Solid และสีเงิน Space Silver Metallic (ทั้งหมดมาพร้อมห้องโดยสารในสีน้ำตาล Castanea)
-
News Car1 Min Read
ธนบุรีนอยสเติน สานต่อกิจกรรมสร้างคอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO รวมพลเจ้าของ GEELY EX2 ฉลองความสำเร็จระดับโลก
บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด ในเครือกลุ่มธนบุรี ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แบรนด์ จีลี่ (GEELY) อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เดินหน้าสร้างความแข็งแกร่งของ GEELY GO คอมมูนิตี้แบรนด์ระดับโลก ผ่านกิจกรรมพิเศษสำหรับเจ้าของรถ GEELY EX2 ในการสัมผัสประสบการณ์ไลฟ์สไตล์สุดเอ็กซ์คลูซีฟท่ามกลางบรรยากาศยามค่ำคืนริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนเรือสิริมหรรณพ ณ เอเชียทีค เดอะ ริเวอร์ฟร้อนท์ (Asiatique The Riverfront) ภายใต้แนวคิดการเชื่อมโยงผู้ใช้งานเข้ากับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของแต่ละท้องถิ่น เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของ GEELY EX2 ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามทั้งในประเทศไทยและตลาดโลก พร้อมสร้างสายสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างแบรนด์และสมาชิกครอบครัว GEELY สะท้อนความมุ่งมั่นของ ธนบุรีนอยสเติน ในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในทุกมิติ
ภายในงาน เจ้าของรถ GEELY EX2 และแขกผู้มีเกียรติรวมกว่า 70 คน ยังได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้งานและแลกเปลี่ยนมุมมองในฐานะสมาชิกของครอบครัว GEELY ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงผู้นำด้านเทคโนโลยียานยนต์อัจฉริยะเท่านั้น แต่ยังเป็นแบรนด์ที่เชื่อมโยงผู้คน เทคโนโลยี และสังคมเข้าด้วยกันอย่างกลมกลืน
นายณรงค์ สีตลายน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ธนบุรีนอยสเติน จำกัด กล่าวว่า “กิจกรรมครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของเราในการต้อนรับลูกค้า GEELY EX2 สู่ครอบครัว GEELY อย่างเป็นทางการ พร้อมร่วมฉลองความสำเร็จของรถไฟฟ้าซิตี้คาร์ยอดนิยมรุ่นนี้ที่มียอดขายสะสมทั่วโลกกว่า 540,000 คัน และครองตำแหน่งรถยนต์นั่งที่มียอดขายอันดับ 1 ในประเทศจีน และได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมในประเทศไทยด้วยยอดจองสะสมทะลุ 6,000 คัน ความสำเร็จดังกล่าวตอกย้ำความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ GEELY และเป็นที่มาของการออกแบบกิจกรรมภายใต้บริบททางวัฒนธรรมของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชุมชนและเชื่อมโยงผู้คนมาอย่างยาวนาน เพื่อสื่อถึงแนวคิดของ GEELY ที่ผสานเข้ากับปรัชญาของธนบุรีนอยสเตินในการสร้างความผูกพันและเติบโตไปพร้อมกับลูกค้าในระยะยาว”
GEELY GO หัวใจสำคัญของการเดินเคียงข้างลูกค้า
GEELY GO ได้แรงบันดาลใจจากคำว่า GEELY Owners โดยวางผู้ใช้งานในฐานะศูนย์กลางของการขับเคลื่อนแบรนด์ ภายใต้พันธกิจ 3 แกนหลัก ได้แก่ Inspiration เชื่อมแรงบันดาลใจผ่านการส่งเสริมศิลปะ ความคิดสร้างสรรค์ และวัฒนธรรม Connection สร้างสายสัมพันธ์ร่วมกับผู้คน เทคโนโลยี และชุมชนเพื่อสร้างคุณค่าร่วมกัน และ Care มุ่งดูแลเคียงข้างสังคม พร้อมยกระดับคุณภาพชีวิต และขับเคลื่อนความยั่งยืน คอมมูนิตี้แบรนด์ GEELY GO จึงถือเป็นพันธกิจเชิงกลยุทธ์ที่มุ่งสร้างคุณค่าและความแตกต่างให้กับแบรนด์ ผ่านการพัฒนาความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างผู้ใช้งานกับ GEELY และต่อยอดฐานลูกค้าให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง
นอกจากนี้ การรวมตัวของคอมมูนิตี้ GEELY GO จะจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ ธนบุรีนอยสเติน ซึ่งเป็นบริษัทในกลุ่มธนบุรี ที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศไทยมาอย่างยาวนาน ในการเดินหน้าสร้างความสัมพันธ์ที่ยั่งยืนกับลูกค้าชาวไทย พร้อมยกระดับมาตรฐานการบริการในทุกมิติ โดยมีแผนขยายเครือข่ายศูนย์บริการและโชว์รูมให้ครบ 65 แห่งภายในปี 2569 เพื่อรองรับคอมมูนิตี้ผู้ใช้งานที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องในอนาคต และตอกย้ำบทบาทของธนบุรีนอยสเตินในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยควบคู่ไปกับการสร้างประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าในระยะยาว
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine
-
Primus Group เสริมทัพ! รุกตลาด EV ลักชูรี ทุ่มงบ 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House แฟลกชิปใหม่ ย่านราชพฤกษ์
Primus Group แรงไม่หยุด! รับอานิสงค์ตลาดรถ EV บูม ดันยอดรายได้ TOAVH พุ่งแตะ 12,000 ล้านบาท เร่งเสริมทัพขยายเครือข่ายธุริจ ทุ่มงบกว่า 120 ล้านบาท เปิด Zeekr House Primus แฟลกชิฟใหม่ ย่านราชพฤกษ์ พร้อมเปิดเกมรุกตลาดภาคเหนือ เตรียมผุดโชว์รูมเพิ่มในเชียงใหม่ ขยายกลุ่มลูกค้ารถ EV พรีเมี่ยม
นายณัฏฐวุฒิ ตั้งคารวคุณ ประธาน กลุ่มบริษัท ทีโอเอ เวนเจอร์ โฮลดิ้ง จำกัด และ ไพรม์มัส กรุ๊ป เปิดเผยว่า ในปี 2568 ภาพรวมเศรษฐกิจไทยมีการเติบโตเพียงเล็กน้อย ส่งผลทำให้ธุรกิจหลายภาคส่วนชะลอ อย่างไรก็ตาม กลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า (EV) กลับมีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากปัจจัยสนับสนุนสำคัญ ได้แก่ การเร่งตัดสินใจซื้อยานยนต์ไฟฟ้าก่อนสิ้นสุดมาตรการสนับสนุน EV 3.0 ของภาครัฐ ประกอบกับกลยุทธ์ทางการตลาดของ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าที่นำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่อย่างหลากหลาย และมีระดับราคาที่เข้าถึงได้มากขึ้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยมีอัตราการเติบโตมากกว่า 74%
เช่นเดียวกับ Primus Group ที่ประสบความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง และก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านยอดขายอันดับ 1 ในหลายแบรนด์ที่บริษัทดูแล โดยในปี 2568 มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 5,321 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 70% เมื่อเทียบกับปี 2567 ที่มียอดขายรวม 3,211 คัน ส่งผลทำให้ TOAVH เติบโตกว่า 20% และมีรายได้รวมกว่า 12,000 ล้านบาท โดยมีธุรกิจดีลเลอร์รถยนต์เป็นกลุ่มหลัก ที่มีสัดส่วนประมาณ 50% ของรายได้ทั้งหมด
ด้วยการเติบโตของธุรกิจกลุ่มดีลเลอร์รถยนต์ สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินธุรกิจที่แข็งแกร่ง ตลอดจนความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อ Primus Group ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับมาตรฐานการบริการระดับพรีเมียมแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง ภายใต้แนวคิดสำคัญในการมุ่งสู่การเป็นแบรนด์อันดับ 1 ในใจลูกค้า “Top of Mind Brand”
ล่าสุด Primus Group ได้เดินหน้าขยายเครือข่ายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ด้วยการเปิด Zeekr House Primus โชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์ของ Zeekr แฟลกชิปแห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทำเลยุทธศาสตร์ที่มีศักยภาพสูงของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก โดยโชว์รูมแห่งนี้ได้รับการออกแบบตามมาตรฐาน CI ใหม่ของแบรนด์ ภายใต้แนวคิดโชว์รูมระดับพรีเมียม–ลักชูรี ที่ผสานความหรูหรา ทันสมัย และฟังก์ชันการใช้งานไว้อย่างลงตัว พร้อมยกระดับมาตรฐานการ
บริการที่ครอบคลุมทั้งด้านการจำหน่ายและบริการหลังการขายแบบครบวงจร เพื่อมอบประสบการณ์ที่เหนือระดับและสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า
นอกจากนี้ เพื่อการรองรับการเติบโตของตลาดรถ EV ในอนาคต ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางธุรกิจของ Primus Group ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว โดย Primus Group ได้รับความไว้วางใจจาก ZEEKR ประเทศไทย แต่งตั้งให้เป็นดีลเลอร์ Zeekr อย่างเป็นทางการ เพื่อดูแลกลุ่มลูกค้าในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดใกล้เคียง โดยมีแผนเปิด Zeekr House Primus สาขาเชียงใหม่อีก 1 แห่ง ภายในเดือนสิงหาคมศกนี้
นายจิระพล รุจิวิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการ กลุ่มบริษัทในเครือ Primus Group กล่าวว่า Primus Group ดำเนินธุรกิจภายใต้ 3 หลักการสำคัญ ได้แก่ การให้บริการแบบครบวงจร (One-Stop Service) การมีทีมงานมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ และการมุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยให้ความสำคัญกับการมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การให้คำปรึกษาและเลือกซื้อรถยนต์ การส่งมอบรถยนต์ ไปจนถึงการดูแลบริการหลังการขาย รวมทั้งงานซ่อมสีและตัวถัง เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการอย่างต่อเนื่อง และตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
ด้วยหลักการดำเนินธุรกิจดังกล่าว ทำให้ Primus Group ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านรางวัลความพึงพอใจของลูกค้า และรางวัลยอดขายอันดับ 1 จากหลายแบรนด์ที่บริษัทเป็นผู้แทนจำหน่าย สะท้อนถึงมาตรฐานการให้บริการระดับสูง และศักยภาพของทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ โดยแนวทางดังกล่าว จะนำมาใช้ในการบริหารงานและพัฒนา Zeekr House Primus ให้มีศักยภาพด้านบริการสูงสุดสำหรับลูกค้า Zeekr ด้วยเช่นกัน
Zeekr House Primus เป็นโชว์รูม Flagship แห่งใหม่ บนถนนราชพฤกษ์ เป็นทำเลที่ตั้งสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันตก ด้วยพื้นที่ใช้งานกว่า 2 ไร่ ภายในได้รับการออกแบบให้ทันสมัยและสะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ Zeekr อย่างชัดเจน ด้านหน้าเป็นพื้นที่จัดแสดงรถยนต์ Zeekr ครบทุกรุ่น ทุกแบบกว่า 6 คัน พร้อมโซนรับรองลูกค้าระดับเอ็กซ์คลูซีฟ และบริการให้คำปรึกษาด้านผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะ ทั้งมีบริการอาหารว่าง-เครื่องดื่มที่เลือกสรรสำหรับลูกค้าคนสำคัญ เพื่อมอบประสบการณ์ที่แตกต่าง เหนือระดับ และตอบโจทย์สไตล์ของลูกค้าได้อย่างลงตัว
นอกจากนี้ ได้จัดสรรพื้นที่สำหรับการส่งมอบรถยนต์ที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าประทับใจให้แก่ลูกค้าในช่วงเวลาสำคัญของการรับมอบรถยนต์ และการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว Primus Group
ด้านศูนย์บริการหลังการขาย Zeekr House Primus ได้ออกแบบพื้นที่เพื่อรองรับการให้บริการอย่างครบวงจร ครอบคลุมทั้งงานตรวจเช็ก ซ่อมแซม บำรุงรักษา รวมถึงงานซ่อมสีและตัวถัง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพระดับสูง โดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตรของ Zeekr พร้อมด้วยอุปกรณ์และเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อรองรับการดูแลรักษารถยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีช่องซ่อมรวม 8 ช่อง รองรับรถยนต์เข้ารับบริการได้ถึง 600 คันต่อเดือน
“การเปิด Zeekr House Primus บนถนนราชพฤกษ์ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของเรา ในการสร้างมาตรฐานใหม่ด้านการบริการรถยนต์ไฟฟ้าระดับพรีเมี่ยมในประเทศไทย พร้อมรองรับการเติบโตของฐานลูกค้า Zeekr ที่มีแนวโน้มการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในอนาคต”
Zeekr House Primus สาขาราชพฤกษ์ เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย โดยฝ่ายขาย เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30-18.00 น. และในวันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. ส่วนศูนย์บริการ เปิดให้บริการวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.30-17.30 น. สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 02 935 1555 หรือ https://linktr.ee/Zeekr.Primus.Ratchaphruek
ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย
Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine



































































































































































































































































































