• New Continental GT S – Supersports ดูโอพันธุ์สปอร์ต เปิดตัวในญี่ปุ่น พร้อมอวดโฉมกลางกรุงโตเกียว

    1 Min Read

    New Continental GT S – Supersports ดูโอพันธุ์สปอร์ต เปิดตัวในญี่ปุ่น พร้อมอวดโฉมกลางกรุงโตเกียว

    New Continental GT S – Supersports ดูโอแกรนด์ทัวเรอร์สายพันธุ์สปอร์ตเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศญี่ปุ่น พร้อมอวดโฉมความสปอร์ตกลางกรุงโตเกียวเพื่อเฉลิมฉลองแบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ที่มีมาอย่างยาวนานในประเทศญี่ปุ่น โดยกิจกรรมจัดขึ้น ณ โตเกียว ทาวเวอร์ แลนด์มาร์กสำคัญใจกลางกรุงโตเกียวที่ประดับประดาไปด้วยแสงไฟสีเขียวอันงดงาม

    โตเกียว ทาวเวอร์ อันถือเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญใจกลางกรุงโตเกียวได้รับการประดับประดาด้วยไฟสีเขียวเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสพิเศษนี้ พร้อมโลโก้แบรนด์รถยนต์เบนท์ลีย์ที่ประดับอยู่บนดาดฟ้าชั้นชมวิวของหอคอยที่ตั้งตระหง่านกลางกรุงโตเกียว โดยด้านล่างมีการจัดแสดงยนตรกรรมรุ่น New Continental GT S ใหม่ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรุ่น Supersports เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศญี่ปุ่นต่อหน้าแขกวีไอพีมากกว่า 100 ราย

    Continental GT Supersports ยังได้ปรากฏตัวในงาน Daikoku Car Meet ที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมที่จัดขึ้นในคืนวันพฤหัสบดี ศุกร์ และเสาร์ และด้วยวัฒนธรรมการดัดแปลงรถยนต์ที่เป็นตำนานของกลุ่มคนรักรถในญี่ปุ่น Continental GT Supersports จึงได้ติดตั้งไฟใต้ท้องสีเขียวอ่อนเพื่อให้เข้ากับเฉดสีของตัวรถและล้อหน้า

    Supersports ยังได้เข้าร่วมกิจกรรมพิเศษสำหรับคนรักกาแฟและรถยนต์ที่ชินจูกุ จัดขึ้นโดย ไม อิคุซาวะ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ ร่วมกับ เบนท์ลีย์ โดยมีการจัดแสดงรถยนต์จากทั่วกรุงโตเกียว ทั้งรถยนต์ซูเปอร์คาร์ รถยนต์คลาสสิก และรถยนต์แต่ง ซึ่งเจ้าของรถได้มีโอกาสแบ่งปันเรื่องราวและพูดคุย พร้อมเพลิดเพลินไปกับอาหารและเครื่องดื่มภายในงานท่ามกลางรถยนต์เบนท์ลีย์ที่เข้าร่วมงานมากมาย รวมถึง New Continental GT S รุ่นใหม่ที่ตกแต่งด้วยลวดลายพิเศษที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถไฟชินคันเซ็นฮายาบูสะ ซึ่งถือเป็นรถไฟชินคันเซ็นที่เร็วที่สุดในญี่ปุ่นที่วิ่งจากกรุงโตเกียวไปยังนครฮาโกดาเตะ Continental GT S รุ่นพิเศษนี้ยังได้มุ่งหน้าไปอวดโฉม ณ แยกชิบูย่าที่มีชื่อเสียงระดับโลก พร้อมจอ LED ขนาดใหญ่โดยรอบที่ได้ฉายตัวอย่างภาพยนตร์ ‘FULL SEND’ ที่ตัดต่อมาเป็นพิเศษสำหรับกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ

    Dave Hayter ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เบนท์ลีย์ มอเตอร์ส กล่าวว่า “ญี่ปุ่นเป็นตลาดที่สำคัญสำหรับเบนท์ลีย์มาโดยตลอด ตอนนี้เบนท์ลีย์เดินหน้ามุ่งเน้นความสปอร์ต เราจึงรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัว Continental GT S รุ่นใหม่ที่เน้นประสบการณ์การขับขี่ให้กับลูกค้าของเราในงานสุดพิเศษที่โตเกียวทาวเวอร์ด้วยความร่วมมือจาก Cornes Tokyo และการที่ FULL SEND Supersports มาร่วมงานกับเราจึงทำให้งานในครั้งนี้พิเศษยิ่งขึ้น และยังมีงานคาร์แอนด์คอฟฟี่ในคืนวันศุกร์ที่ชินจูกุ ซึ่งมีเบนท์ลีย์เป็นหัวใจสำคัญ นี่จึงแสดงให้เห็นว่าแบรนด์ของเรากำลังได้รับความสนใจมากขึ้น ในขณะเดียวกันเราก็ได้สร้างมิตรภาพใหม่ๆ ด้วย

    สำหรับ รุ่น Supersports ได้กลับมายังประเทศอังกฤษอีกครั้ง ก่อนที่จะเตรียมเปิดตัวต่อสาธารณชนในสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกในงาน Goodwood Festival of Speed ​​ที่กำลังจะมาถึงนี้

     

    สำหรับผู้ที่สนใจครอบครองรถยนต์เบนท์ลีย์สามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษและทดลองขับได้ที่โชว์รูมรถยนต์เบนท์ลีย์ โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด โทร. 080-925-9999 หรือ 02-261-1050 LINE Official Account: @bentleybangkokaas คลิก https://lin.ee/4JOaZyE8V


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • วิจัยไทยโชว์ศักยภาพระดับประเทศ กรมการแพทย์แผนไทยฯ–ศิลปากร คว้า Platinum Award 2569 ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 สะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง

    1 Min Read

    วิจัยไทยโชว์ศักยภาพระดับประเทศ กรมการแพทย์แผนไทยฯ–ศิลปากร คว้า Platinum Award 2569 ในงานมหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 สะท้อนศักยภาพงานวิจัยไทยสู่การใช้ประโยชน์จริง

    สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จัดพิธีมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ภายในงาน “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ 2569 (Thailand Research Expo 2026)” ซึ่งผลงานที่ได้รับรางวัล Platinum Award จะได้รับ ถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมเงินรางวัลและเกียรติบัตร โดย ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหารหน่วยงาน และผู้ได้รับรางวัลเข้าร่วม ณ เวที Highlight Stage ห้อง บางกอกคอนเวนชันเซ็นเตอร์ ชั้น 22 โรงแรมเซ็นทาราแกรนด์ เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

    ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง กล่าวว่า การจัดงาน มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ ครั้งนี้สะท้อนผลสัมฤทธิ์ของการขับเคลื่อนระบบวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ โดยมีการมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูหน่วยงานที่มีความโดดเด่นด้านการจัดแสดงและนำเสนอผลงานวิจัยและนวัตกรรม อันเป็นการสร้างขวัญกำลังใจและส่งเสริมการพัฒนาคุณภาพการเผยแพร่องค์ความรู้ พร้อมยกระดับมาตรฐานการสื่อสารผลงานวิจัยสู่สาธารณชนและการนำไปใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม โดยปีนี้มีผลงานวิจัยและนวัตกรรมจากหน่วยงานเครือข่ายทั่วประเทศร่วมจัดแสดงมากกว่า 1,000 ผลงาน ครอบคลุมหลากหลายสาขา และได้รับความสนใจจากผู้เข้าร่วมงานทั้งในประเทศและต่างประเทศเป็นอย่างมาก

    ในงานมหกรรมวิจัยแห่งชาติ ประจำปี 2569 ได้มีการประกาศผลและมอบรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award เพื่อเชิดชูผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีความโดดเด่น โดยสถาบันที่พิชิตรางวัล Platinum Award จำนวน 2 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก จากผลงาน “การยกระดับห่วงโซ่คุณค่ากระท่อมไทยตามมาตรฐาน Thailand Kratom GACP เพื่อรองรับระบบบริการบำบัดยาเสพติดอย่างครบวงจร” และ “นวัตกรรมตำรับยาจากกระท่อมสมุนไพรเศรษฐกิจทางการแพทย์แผนไทย เพื่อบำบัดผู้มีปัญหาจากการดื่มสุราในระบบบริการสาธารณสุข” และ มหาวิทยาลัยศิลปากร จากผลงาน “นวัตกรรมการสังเคราะห์เส้นใยเมลานินชีวภาพจากดินเปรี้ยว อันเนื่องมาจากพระราชดำริในที่ดินมูลนิธิชัยพัฒนา

    รางวัล Gold Award จำนวน 4 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากนายกรัฐมนตรี ได้แก่ ผลงาน “การยกระดับห่วงโซ่คุณค่าอุตสาหกรรมยางพาราไทยด้วยโมเดล BCG: นวัตกรรมสารจุ่มเต้านมโคฐานชีวภาพและการจัดการของเสียจากอุตสาหกรรมการผลิต ผลิตภัณฑ์จากน้ำยางพารา” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ ผลงาน “การจัดการพื้นที่วัฒนธรรมเพื่อยกระดับตลาดวัฒนธรรมชุมชน บ้านไม้ริมคลองเจดีย์บูชา (หน้าวัดพระงาม) จังหวัดนครปฐม” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม ผลงาน “การยกระดับและขยายผลเทคโนโลยีการแปรรูปผลิตภัณฑ์ที่ได้จากเมล็ดโกโก้ ให้มีคุณภาพตามมาตรฐานและเพิ่มรายได้แก่เกษตรกรในพื้นพื้นที่ภาคใต้” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช ผลงาน “ดาวเทียมคิวบ์แซท (KNACKSAT)” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

    Silver Award จำนวน 6 รางวัล ได้รับถ้วยรางวัลจากรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ได้แก่ผลงาน “ย่านยาวโมเดล: นวัตกรรมสังคมยกระดับขมิ้นชันภาคใต้สร้างมูลค่าเพิ่มสู่เศรษฐกิจฐานราก BCG” จาก มหาวิทยาลัยทักษิณ ผลงาน “ไหมมัดหมี่ : ศาสตร์แห่งศิลป์” จาก มหาวิทยาลัยราชภัฏบุรีรัมย์ ผลงาน “การเพิ่มประสิทธิภาพอิฐมอญด้วยสารเติมแต่งแบเรียมซัลเฟตและไทเทเนียมไดออกไซต์สำหรับกำแพงป้องกันรังสีงสีเอกซ์” จาก สถาบันพระบรมราชชนก ผลงาน “วังส้มซ่าโมเดล: การเปลี่ยนผ่านวิสาหกิจชุมชนด้วยนวัตกรรมฐานชีวภาพระดับสูง ที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ และสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี ผลงาน “ลูมอส: ชุดตรวจวัดสารกำจัดศัตรูพืชปนเปื้อนแบบพกพาเพื่ออาหารปลอดภัย” จาก สถาบันวิทยสิริเมธี ผลงาน “ระบบความเค็มอัจฉริยะทะเลสาบสงขลา” จาก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย

    นอกจากนี้ยังมีรางวัลประเภท Bronze Award จำนวน 8 รางวัล มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจากปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม 4 รางวัล ได้แก่ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง กรมการข้าว กรมอนามัย สถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา และสภากาชาดไทย รางวัลประเภทถ้วยรางวัลจากผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ มีสถาบันที่ได้รับถ้วยรางวัลจำนวน 4 หน่วยงาน ได้แก่ สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สถาบันวิจัยแสงชินโครตรอน (องค์การมหาชน) และ รางวัลชมเชย มีสถาบันได้รับใบรางวัลและเกียรติบัตรจำนวน 18 หน่วยงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีมหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ราชภัฏสุราษฎร์ธานี สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ สำนักงานกิจการยุติธรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ กรมปศุสัตว์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์
    ผลงานวิจัยดังกล่าวสามารถพัฒนาต้นแบบผลิตภัณฑ์ที่พร้อมต่อยอดสู่การใช้ประโยชน์จริง ควบคู่กับการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัย ชุมชน และผู้ประกอบการ เพื่อยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการเศรษฐกิจฐานราก สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และพัฒนาผลิตภัณฑ์แฟชั่นจาก อัตลักษณ์ไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดสากล อันสะท้อนบทบาทของงานวิจัยไทยในการสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและการพัฒนาที่ยั่งยืน

    ผลการตัดสินรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award ในปีนี้ สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของนักวิจัยไทยในการสร้างองค์ความรู้และนวัตกรรมที่สามารถตอบโจทย์การพัฒนาประเทศในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม สุขภาพ สิ่งแวดล้อม และคุณภาพชีวิต ตอกย้ำบทบาทของ “มหกรรมงานวิจัยแห่งชาติ” ในฐานะเวทีสำคัญของประเทศที่เชื่อมโยงองค์ความรู้จากงานวิจัยสู่การใช้ประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม และร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน

    ทั้งนี้ วช. ขอแสดงความยินดีกับทุกหน่วยงานและนักวิจัยที่ได้รับรางวัล Thailand Research Expo 2026 Award โดยเชื่อมั่นว่ารางวัลดังกล่าวจะเป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการสร้างสรรค์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่มีคุณภาพ พร้อมต่อยอดการใช้ประโยชน์องค์ความรู้สู่การพัฒนาประเทศ เสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • Honda City ใหม่ เปิดราคาคุ้มค่าเต็มขั้น เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น กับราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เริ่มต้นเพียง 569,000 บาท พร้อมแนะนำรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ e:HEV V เพียง 619,000 บาท ถึง 30 ก.ย. นี้ สัมผัสการคัมแบ็กครั้งใหญ่ที่ ‘สั่นทุกสตรีท’ ได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศ

    2 Min Read

    Honda City ใหม่ เปิดราคาคุ้มค่าเต็มขั้น เข้าถึงง่ายยิ่งขึ้น กับราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เริ่มต้นเพียง 569,000 บาท พร้อมแนะนำรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ e:HEV V เพียง 619,000 บาท ถึง 30 ก.ย. นี้ สัมผัสการคัมแบ็กครั้งใหญ่ที่ ‘สั่นทุกสตรีท’ ได้แล้ววันนี้ทั่วประเทศ

    บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวและประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ Honda City ใหม่ การคัมแบ็กครั้งใหญ่ของไลน์อัปซิตี้คาร์ พร้อมสั่นทุกสตรีท ด้วยดีไซน์ใหม่ที่อัปความสปอร์ตอีกขั้น ทั้งกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น และไฟหน้า Connecting Light แบบ LED รวมทั้งไฟท้าย LED แบบใส พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่! อาทิ ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 10 นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android AutoTM แบบไร้สาย อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ เติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนเมืองรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว ให้ลูกค้าเป็นเจ้าของซิตี้คาร์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น กับราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* ถึง 30 ก.ย. 2569 นี้ เริ่มต้นเพียง 569,000 บาท (Honda City ใหม่ ซีดาน TURBO รุ่นย่อย S) เข้าถึงไฮบริดซิตี้คาร์จากฮอนด้าได้ง่ายกว่าที่เคย คุ้มค่าเต็มขั้น กับรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่! e:HEV V ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* เริ่มต้นเพียง 619,000 บาท (Honda City ใหม่ ซีดาน รุ่นย่อย e:HEV V) โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นซีดานและแฮทช์แบ็ก ทางเลือกละ 4 รุ่นย่อย กับ 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนทั้ง VTEC TURBO ขับสนุกทุกย่านความเร็ว และฟูลไฮบริด e:HEV – The EXCITING Hybrid สมูทเร้าใจในทุกอัตราเร่ง ประหยัดน้ำมันในทุกจังหวะการขับขี่ รวม 8 รุ่นย่อย พร้อมตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้อย่างครอบคลุม

    ข้อเสนอพิเศษ!* สำหรับ Honda City ใหม่ ทั้งรุ่นซีดาน และแฮทช์แบ็ก เมื่อจองตั้งแต่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569

    • ดอกเบี้ย เริ่มต้น 69%*
    • ฟรีประกันภัย ชั้น 1* (1 ปี)
    • สำหรับรุ่นระบบขับเคลื่อนฟูลไฮบริด e:HEV มาพร้อมการรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริด 10 ปี และรับประกันระบบไฮบริดทั้งระบบ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

    พิเศษ! โค้งสุดท้ายถึง 30 มิ.ย. นี้ รับเพิ่มบัตรน้ำมันมูลค่า 5,000 บาท* เมื่อจองระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. – 30 มิ.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ส.ค. 2569

     

    ครั้งแรกกับการเปิดตัวแคมเปญพิเศษ ‘Gen to Gen #Honda จากรุ่นสู่รุ่น’

    มอบสิทธิพิเศษเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้าคนสำคัญ แทนคำขอบคุณสำหรับความไว้วางใจที่มีต่อฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง พร้อมส่งต่อประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าจากรุ่นสู่รุ่น ไม่ว่าจะเป็นการส่งต่อให้สมาชิกในครอบครัว หรือการเปลี่ยนจากรถยนต์ฮอนด้าคันเดิม สู่รถยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่

    โดยฮอนด้า ขอมอบสิทธิพิเศษ* สำหรับลูกค้าที่ออกรถยนต์ Honda City ใหม่ ทุกรุ่นย่อย ดังนี้

    • ลูกค้าที่ถือครองรถยนต์ฮอนด้า 1–4 ปี รับสิทธิพิเศษมูลค่า 6,000 บาท
    • ลูกค้าที่ถือครองรถยนต์ฮอนด้า 5 ปีขึ้นไป รับสิทธิพิเศษมูลค่า 8,000 บาท
    • พิเศษ! สำหรับลูกค้าที่เป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้ามากกว่า 1 คัน รับสิทธิพิเศษเพิ่มอีก 3,000 บาท
    • เพิ่มเติม! พร้อมดูแลต่อเนื่อง สำหรับรถยนต์ฮอนด้าคันเดิม จะได้รับ Service e-coupon มูลค่า 3,000 บาท สำหรับซื้อสินค้า ผลิตภัณฑ์ หรือบริการที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ

    ราคา Honda City ใหม่ ทั้งราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* และราคาอย่างเป็นทางการ มีดังนี้

    ราคาพิเศษช่วงเปิดตัว* เมื่อจองระหว่างวันที่ 26 มิ.ย. 2569 – 30 ก.ย. 2569 และรับรถภายในวันที่ 31 ต.ค. 2569 (ปรับเป็นราคาปกติ ตั้งแต่ 1 ต.ค. 2569 เป็นต้นไป)

    ขุมพลัง รุ่น/ราคา Honda City ใหม่ รุ่นซีดาน Honda City ใหม่ รุ่นแฮทช์แบ็ก
    e:HEV3 รุ่นย่อย e:HEV RSจัดเต็มทั้งดีไซน์ ฟังก์ชัน

    ตอบโจทย์

    ทั้งสมรรถนะและสไตล์

    739,000 บาท(ราคาปกติ 769,000 บาท) 749,000 บาท(ราคาปกติ 779,000 บาท)
    e:HEV SVครบครัน คุ้มค่า

    ด้วยเทคโนโลยีและฟังก์ชัน

    ที่เหมาะกับการใช้งานทุกวัน

    689,000 บาท(ราคาปกติ 719,000 บาท) 699,000 บาท(ราคาปกติ 729,000 บาท)
    ใหม่! รุ่นย่อย e:HEV Vรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่

    เปิดประสบการณ์ความคุ้มค่า ให้คุณเป็นเจ้าของรถไฮบริด

    ได้ง่ายยิ่งขึ้น

    619,000 บาท(ราคาปกติ 649,000 บาท) 629,000 บาท(ราคาปกติ 659,000 บาท)
    VTEC TURBO1 รุ่นย่อย Sทางเลือกเริ่มต้นของไลน์อัป มอบสมรรถนะที่คล่องตัว คุ้มค่า มั่นใจในทุกการขับขี่ 569,000 บาท (ราคาปกติ 599,000 บาท) 579,000 บาท(ราคาปกติ 599,000 บาท)

    นายโคจิ อิวานามิ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว Honda City ใหม่ ในครั้งนี้ ถือเป็นการกลับมาครั้งใหญ่ที่ยกระดับซิตี้คาร์ของฮอนด้า ให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างครอบคลุม ผ่านการพัฒนาทั้งดีไซน์ภายนอกที่ปรับลุคให้สปอร์ตยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง ควบคู่กับความคุ้มค่าที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น ผ่านราคาพิเศษช่วงเปิดตัว เพื่อให้ลูกค้าเป็นเจ้าของ Honda City ได้สะดวกยิ่งขึ้น รวมถึงการเพิ่มรุ่นเริ่มต้นไฮบริดใหม่ ที่มาพร้อมราคาที่ดึงดูดใจ ช่วยให้ลูกค้าเข้าถึงไฮบริดซิตี้คาร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้ เรายังใช้กลยุทธ์ Music Marketing พร้อมด้วยพรีเซนเตอร์ ‘มิลลิ’ มาร่วมถ่ายทอดพลังและตัวตนของคนรุ่นใหม่ ที่เชื่อมโยงกับกลุ่มลูกค้า Gen Z ได้อย่างลงตัว เพื่อสะท้อนคาแรกเตอร์ของ City ได้อย่างชัดเจน เรามั่นใจว่าการกลับมาครั้งนี้ จะช่วยสร้างความคึกคักให้กับตลาดซิตี้คาร์ ภายใต้คอนเซ็ปต์ ‘Quake ’Em Up’ และพร้อมพาฮอนด้า กลับสู่ตำแหน่งผู้นำในกลุ่มซิตี้คาร์อีกครั้ง”

    Honda City ใหม่ โดดเด่นด้วยลุคที่อัปความสปอร์ตไปอีกขั้นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ พร้อมไฟหน้าแบบ LED ในทุกรุ่น อีกทั้งไฟหน้า Connecting Light แบบ LED ดีไซน์เต็มความกว้างตัวรถ สะท้อนความล้ำสมัย สะดุดตา รวมทั้งไฟท้าย LED แบบใส ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ พร้อมเพิ่มฟีเจอร์ใหม่!** ตอบโจทย์ที่ลูกค้ามองหา อาทิ

    • ใหม่! ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
    • ใหม่! ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสแบบ Advanced Touch รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto แบบไร้สายดีไซน์ใหม่ที่อัปเกรดเป็นหน้าจอขนาด 10 นิ้ว ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
    • ใหม่! ไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร ตั้งแต่รุ่นย่อย e:HEV SV
    • ใหม่! อุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger) ในรุ่นย่อย e:HEV RS
    • ใหม่! กระจกมองหลังแบบตัดแสงแบบอัตโนมัติ ในรุ่นย่อย e:HEV RS

    ปลอดภัย มั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยล้ำสมัยและเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่** อาทิ

    • เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ Honda SENSING ครอบคลุม 6 ฟังก์ชันหลัก ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย
    • ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch)
    • ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) และระบบ Auto Brake Hold
    • ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Remote Engine Start)
    • ระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock)

    สีภายนอก มีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ได้แก่

    • ใหม่! สีแดง Blazing Red Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
    • ใหม่! สีเทา Urban Gray Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS)
    • พิเศษ! เฉพาะ Honda City ใหม่ แฮทช์แบ็ก รุ่นย่อย e:HEV RS ใหม่! สีเทา Urban Gray Pearl มาพร้อมหลังคาสีดำ (ทูโทน)
    • สีขาว Platinum White Pearl (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV RS และ e:HEV SV)
    • สีน้ำเงิน Brilliant Sporty Blue Metallic (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV SV และ e:HEV V)
    • สีเทา Meteoroid Gray Metallic
    • สีดำ Crystal Black Pearl
    • สีขาว Taffeta White (เฉพาะรุ่นย่อย e:HEV V และ S)

    มาพร้อมภายในห้องโดยสารสีดำ และใหม่! ทางเลือกสีภายในห้องโดยสารสีเทา Platinum เฉพาะ Honda City รุ่นซีดาน รุ่นย่อย e:HEV SV ที่สามารถเลือกจับคู่ได้กับสีภายนอกสีเทา Meteoroid Gray Metallic หรือสีดำ Crystal Black Pearl เท่านั้น

    การกลับมาครั้งนี้ ฮอนด้าพร้อมสร้างปรากฏการณ์ความตื่นเต้นครั้งใหม่ เพื่อเดินหน้าตอกย้ำความแข็งแกร่งและ  ตั้งเป้าครองตำแหน่งผู้นำกลุ่มซิตี้คาร์ในประเทศอีกครั้ง โดยมุ่งเน้นการเข้าถึงและเชื่อมต่อกับกลุ่มลูกค้าเจเนอเรชันใหม่ (Gen Z) ผ่านการเปิดตัวพรีเซนเตอร์ “MILLI (มิลลิ)” หรือ ดนุภา คณาธีรกุล แรปเปอร์สาวตัวจี๊ดแห่งยุค ตัวแทนคนรุ่นใหม่ที่พกเอเนอร์จี้มาแบบจัดเต็ม เพื่อร่วมถ่ายทอด DNA ความสนุก คล่องตัว และ ความโดดเด่นของ Honda City ใหม่ นอกจากนี้ยังใช้กลยุทธ์ Music Marketing ส่งซิงเกิลพิเศษ ‘CITY QUAKE’ เขย่าพลังและสาดความมันส์ไปกับบีทที่พร้อมจะสั่นทุกสตรีท ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉมการสื่อสารที่จะมาอัปเลเวล ความเร้าใจ ให้การเปิดตัว Honda City ครั้งนี้ แตกต่างกว่าที่เคย

    สัมผัสกับ Honda City ใหม่ ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ และพร้อมส่งมอบลูกค้าทั่วประเทศตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป และเตรียมพบกับกิจกรรมพิเศษจากฮอนด้า ที่จะเดินสายจัดแสดง Honda City ใหม่ ให้ทุกคนได้ร่วมสัมผัสทั่วประเทศ พร้อมกระทบไหล่อย่างใกล้ชิดกับพรีเซนเตอร์แรปเปอร์สาว ‘Milli (มิลลิ)’ ร่วมระเบิดความมันส์ QUAKE ‘EM UP… สั่นทุกสตรีท ทั่วไทยไปพร้อมกัน ตามรายละเอียดดังนี้

    • 2 – 6 ก.ย. 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ จ. สงขลา
    • 14 – 18 ต.ค. 2569 ณ ศูนย์การค้าซ็นทรัลพลาซา ชลบุรี จ. ชลบุรี
    • 4 – 10 พ.ย. 2569 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล โคราช จ. นครราชสีมา

    ลูกค้าที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th/city และ www.honda.co.th/cityhatchback และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้จากที่ปรึกษาการขายโชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดต่อศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง โทร 0 2341 7777

    อัปเดตทุกข่าวสาร ข้อมูลผลิตภัณฑ์ และกิจกรรมล่าสุด เพื่อให้คุณไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวได้ที่

    • เว็บไซต์: honda.co.th
    • Facebook Official Account: Honda Thailand
    • LINE Official Account: @honda-thailand

    No Comment
  • อีโวลท์ เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐาน EV ไทย เปิดตัว “Evolt Station Hub” แห่งแรก บนถนนลาดกระบัง ชูสถานีชาร์จ Ultra Fast กำลังไฟแรง 960 kW รองรับทั้งรถส่วนบุคคล Fleet และ Taxi EV ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

    1 Min Read

    อีโวลท์ เดินหน้ายกระดับโครงสร้างพื้นฐาน EV ไทย เปิดตัว “Evolt Station Hub” แห่งแรก บนถนนลาดกระบัง ชูสถานีชาร์จ Ultra Fast กำลังไฟแรง 960 kW รองรับทั้งรถส่วนบุคคล Fleet และ Taxi EV ในทำเลยุทธศาสตร์ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ

    อีโวลท์ เทคโนโลยี (Evolt Technology) ผู้นำด้านโครงสร้างพื้นฐานสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย เดินหน้าขยายโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยต่อเนื่อง ล่าสุดเปิดตัว “Evolt Station Hub” แห่งแรกของอีโวลท์บนถนนลาดกระบัง กรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยการเป็นสถานีชาร์จที่มาพร้อมความปลอดภัยและความเร็วสูงระดับ Ultra Fast Charge ด้วยกำลังไฟรวมสูงถึง 960 กิโลวัตต์ (kW) นับเป็นหนึ่งในสถานีชาร์จที่มีกำลังไฟแรงที่สุดในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน พร้อมอำนวยความสะดวกในการชาร์จผ่านแอปพลิเคชัน Evolt เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าและไลฟ์สไตล์ผู้ขับขี่ทุกกลุ่มที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกันนี้ได้มอบโปรโมชันสุดแรงให้ลูกค้าทุกกลุ่มสามารถชาร์จไฟในอัตราหน่วยละ 1 บาท/kWh เพียงลงทะเบียนผ่านแอป Evolt ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2569

    นายพูนพัฒน์ โลหารชุน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีโวลท์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัว “Evolt Station Hub” ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริษัทในการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความทันสมัย ตอบโจทย์การใช้งานของผู้บริโภคที่หลากหลาย จากสถิติข้อมูลสิ้นปี 2568 ที่ผ่านมาพบว่ายอดจดทะเบียนรถ EV ในไทยมีอัตราการเติบโตขึ้นถึง 62% ด้วยเหตุนี้ทำให้มีความต้องการ การชาร์จที่รวดเร็วและรองรับการใช้งานต่อเนื่องได้ตลอดวัน โดยสถานีแห่งนี้ตั้งอยู่บนถนนลาดกระบัง หนึ่งในพื้นที่ทำเลยุทธศาสตร์ที่เชื่อมต่อการเดินทางสำคัญของกรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก เชื่อมต่อทั้งย่านที่พักอาศัย ศูนย์กลางธุรกิจ รวมถึงพื้นที่ใกล้สนามบินสุวรรณภูมิ จึงเป็นทำเลที่มีศักยภาพสูงและมีการใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ทั้งในกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าส่วนบุคคล กลุ่มองค์กร รวมถึงรถขนส่งสาธารณะ เช่น รถ Fleet และ Taxi EV ดังนั้นการเปิดตัวสถานีชาร์จในครั้งนี้จึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านการชาร์จได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

    สำหรับสถานีชาร์จ Evolt Station Hub ลาดกระบังแห่งนี้ ได้รับการออกแบบให้โดดเด่นทั้งในด้านมาตรฐานความปลอดภัยและเทคโนโลยีการชาร์จความเร็วสูงระดับ Ultra Fast Charge ด้วยกำลังไฟรวมสูงถึง 960 กิโลวัตต์ (kW) รองรับการชาร์จได้พร้อมกันหลายคัน พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีการชาร์จที่หลากหลาย เพื่อรองรับการใช้งานของรถยนต์ไฟฟ้าในทุกกลุ่ม ประกอบด้วย เครื่องชาร์จไฟกระแสตรง (DC Charging) แบบ Ultra Fast  กำลังไฟสูงสุด 480 กิโลวัตต์ (kW) 2 เครื่อง จำนวน 12 หัวจ่าย ทำให้สถานีสามารถรองรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้พร้อมกันสูงสุด 12 คัน ซึ่งช่วยลดระยะเวลารอคิวและเพิ่มความสะดวกในการใช้งานสำหรับผู้ใช้บริการ ขณะเดียวกันอีโวลท์ยังมุ่งยกระดับประสบการณ์การใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Evolt ที่ช่วยให้ผู้ใช้บริการสามารถบริหารจัดการการชาร์จได้สะดวกและรวดเร็ว อาทิ การตรวจสอบสถานะเครื่องชาร์จแบบเรียลไทม์ การเลือกใช้บริการแบบ Walk-in พร้อมระบบชำระเงินที่สะดวกและรองรับการสะสมคะแนน ทั้งนี้เพื่อร่วมฉลองการเปิดตัวสถานีชาร์จแห่งใหม่ ได้จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าทุกกลุ่มทุกรุ่นสามารถชาร์จไฟได้ในราคาสุดพิเศษ เพียงลงทะเบียนใช้งานผ่านแอปพลิเคชัน Evolt เพื่อเปิดประสบการณ์การใช้งานสถานีชาร์จความเร็วสูง และส่งเสริมให้ผู้บริโภคหันมาใช้พลังงานสะอาดมากยิ่งขึ้น

    ปัจจุบัน อีโวลท์มีจุดให้บริการสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 337 สถานีใน 10 จังหวัด ครอบคลุมเมืองหลักในทุกภูมิภาค ทั้งบนเส้นทางคมนาคมหลักและเส้นทางโลจิสติกส์สำคัญของประเทศไทย โดยอีโวลท์ยังคงเดินหน้าตอกย้ำพันธกิจในการเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีเพื่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการพัฒนาโซลูชันการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าแบบครบวงจร พร้อมนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นหัวใจสำคัญในการให้บริการ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้และพันธมิตรทางธุรกิจสามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต

    “ในระยะต่อไปอีโวลท์มีแผนขยายเครือข่ายสถานีชาร์จให้ครอบคลุมพื้นที่สำคัญมากยิ่งขึ้น ทั้งในพื้นที่กรุงเทพฯ และจังหวัดหัวเมืองหลักทั่วประเทศ เพื่อรองรับความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานสะอาดของประเทศไทยในระยะยาว” นายพูนพัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย

    สำหรับสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า Evolt Station Hub ถนนลาดกระบัง กรุงเทพฯ พร้อมให้บริการแล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/EVolt.TH


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ปี 2568” ยกย่องความเป็นเลิศด้านการขาย และบริการหลังการขาย ภายใต้จิตวิญญาณ “โอโมเตะนาชิ” เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้า

    1 Min Read

    มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย มอบรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ปี 2568” ยกย่องความเป็นเลิศด้านการขาย และบริการหลังการขาย ภายใต้จิตวิญญาณ “โอโมเตะนาชิ” เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุดของลูกค้า

    บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประกาศผลรางวัลอันทรงเกียรติ “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี 2568” (Mitsubishi Excellence Awards 2025) เพื่อยกย่องผู้จำหน่ายที่มีผลการดำเนินงานโดดเด่น และเป็นเลิศทั้งในด้านการขายและการบริการหลังการขายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งรางวัลดังกล่าวไม่เพียงตอกย้ำความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ในการให้ความสำคัญกับลูกค้า แต่ยังสะท้อนถึงหัวใจสำคัญในการดำเนินงานของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ขับเคลื่อนด้วยปรัชญา “KOE” () การรับฟังเสียงของลูกค้า และ “KANDO” (感動) การสร้างความประทับใจในทุกด้านของผลิตภัณฑ์และงานบริการ อันนำไปสู่การส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุด ควบคู่กับการพัฒนาคุณภาพมาตรฐานทั้งผลิตภัณฑ์และบริการอย่างต่อเนื่อง

     

    ผู้จำหน่ายที่ได้รับรางวัล “ผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ปี 2568” ได้แก่

    1. บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด (สำนักงานใหญ่) เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล
    2. บริษัท มิตซูไทยยนต์ นครศรี จำกัด (จังหวัดนครศรีธรรมราช) เขตต่างจังหวัด

    กลุ่มตลาดที่มียอดจดทะเบียนรวมมากกว่า 7,000 คัน

    1. บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด (จังหวัดพัทลุง) เขตต่างจังหวัด

    กลุ่มตลาดที่มียอดจดทะเบียนรวมน้อยกว่า 7,000 คัน

    1. บริษัท เอเบิล มอเตอร์ส ปทุมธานี จำกัด (สาขาลำลูกกา) ผู้จำหน่ายใหม่ยอดเยี่ยม เขตกรุงเทพฯ
      และปริมณฑล
    2. บริษัท มิตซู แอลบีเอ็ม จำกัด (จังหวัดลพบุรี) ผู้จำหน่ายใหม่ยอดเยี่ยม เขตต่างจังหวัด

    นอกจากนี้ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ยังได้มอบรางวัลพิเศษเพื่อเชิดชูผู้จำหน่ายที่มีประสิทธิภาพการดำเนินงาน
    ที่โดดเด่นในด้านต่าง ๆ ประกอบด้วย

    1. รางวัลยอดขายสูงสุด เขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล อันดับที่ 1 ได้แก่ บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด
    2. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด เขตต่างจังหวัด กลุ่มตลาดที่มียอดจดทะเบียนรวมมากกว่า
      7,000 คัน อันดับที่ 1
      ได้แก่ บริษัท มิตซูอยุธยา (ไทยธาดา) จำกัด
    3. รางวัลส่วนแบ่งการตลาดสูงสุด เขตต่างจังหวัด กลุ่มตลาดที่มียอดจดทะเบียนรวมน้อยกว่า
      7,000 คัน อันดับที่ 1
      ได้แก่ บริษัท มิตซูศรีสะเกษทีทีออโต้ จำกัด
    4. รางวัลส่งเสริมการขายโครงการพิเศษ อันดับที่ 1 ได้แก่ บริษัท มิตซู พระนคร ออโต้ จำกัด

     

    มร. เรียวอิจิ อินาบะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เราขอแสดงความยินดีกับผู้จำหน่ายทุกท่านที่ได้รับรางวัลผู้จำหน่ายยอดเยี่ยม ประจำปี 2568 และขอขอบคุณเครือข่าย
    ผู้จำหน่ายกว่า 180 แห่งทั่วประเทศ สำหรับความทุ่มเทและความตั้งใจในการส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าของเรา รางวัลเหล่านี้สะท้อนถึงความเป็นเลิศในทุกมิติ ทั้งด้านการขาย การบริการหลังการขาย การรักษาและขยายส่วนแบ่งทางการตลาด ตลอดจนความสามารถในการสร้างความพึงพอใจและความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางการแข่งขันที่เข้มข้นของอุตสาหกรรมยานยนต์และความคาดหวังของลูกค้าที่สูงขึ้น ซึ่งความสำเร็จทั้งหมดนี้เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง ให้ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้งาน ไปจนถึงการส่งมอบการดูแลลูกค้าด้วยความใส่ใจ จริงใจ และพิถีพิถันในทุกรายละเอียด ตามแบบฉบับจิตวิญญาณการบริการแบบญี่ปุ่น หรือ โอโมเตะนาชิ (おもてなし)

     

    อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้ การเป็น ‘ผู้ให้บริการที่ดี’ อาจไม่เพียงพออีกต่อไป ทว่าเราต้องร่วมมือกันยกระดับมาตรฐานให้สูงขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจ และส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ตลอดช่วงเวลาการเป็นเจ้าของรถยนต์มิตซูบิชิ เพราะความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้วัดจากยอดขายหรือรางวัลที่ได้รับเท่านั้น แต่คือความไว้วางใจที่ลูกค้ามอบให้ในทุก ๆ วัน


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต ห้ามพลาด! ร่วมสัมผัสความมันส์ติดขอบสนามใน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026  สนามแรก สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต 1-5 กรกฏาคมนี้

    1 Min Read

    แฟนกีฬามอเตอร์สปอร์ต ห้ามพลาด! ร่วมสัมผัสความมันส์ติดขอบสนามใน Toyota Gazoo Racing Thailand 2026  สนามแรก สนามบางแสน สตรีท เซอร์กิต 1-5 กรกฏาคมนี้

    TOYOTA GAZOO RACING THAILAND 2026 ประเดิมสนามแรก บางแสน สตรีท เซอร์กิต

     

    บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอเชิญชวนแฟนมอเตอร์สปอร์ต มาร่วมชมการแข่งขันสนามแรก บางแสน สตรีท เซอร์กิต ในวันที่ 1-5 กรกฏาคม 2569  พบความสนุกสนานเร้าใจ กับรายการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบ One Make Race ทั้ง 4 รุ่น

    • YARIS One Make Race Hatchback ECO Car ยอดนิยม เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i
    • Hilux REVO One Make Race เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล GD Super Power 2,400 ซีซี
    • Corolla ALTIS GR Sport One Make Race เครื่องยนต์เบนซิน Dual VVT-i 1,800 ซีซี และโครงสร้าง TNGA
    • Yaris ATIV Lady One Make Race เครื่องยนต์เบนซิน 1,200 ซีซี Dual VVT-i กับรถ ECO Sedan

     

    ไฮไลท์กิจกรรมในสนามบางแสน

    • ใหม่ ! 4×4 Adventure Track – สถานีทดสอบทั้ง 3 รูปแบบ กับภูเขาจำลองสูงถึง 5 เมตร:

    สัมผัสประสบการณ์การขับขี่สุดพิเศษกับสนามทดสอบสมรรถนะของการขับขี่รถยนต์โตโยต้า ในตระกูลขับเคลื่อนสี่ล้อ ผ่านเส้นทางจำลองที่ออกแบบมาเพื่อทดสอบศักยภาพของรถและสร้างความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในทุกสภาพเส้นทาง

    • Up & Down Hill ทดสอบความสามารถในการไต่ทางชันและลงทางลาดชันอย่างมั่นใจ
    • Side Slope Hill สัมผัสการทรงตัวของรถขณะขับผ่านเส้นทางลาดเอียงด้านข้าง
    • Twist Road ทดสอบการทำงานของระบบช่วงล่างและการยึดเกาะถนนบนเส้นทางขรุขระที่มีการยกตัวสลับกันของล้อ

     

    • สัมผัส GR Model และ GR Motorsport กับ ZONE “MAKING EVER-BETTER MOTORSPORTS-BRED CARS ”: พื้นที่จัดแสดงรถ ได้แก่

    GR Model และ GR Motorsport ตอกย้ำสมรรถนะระดับสูงของรถยนต์ตระกูล GR ในรุ่น GR Yaris, GR Corolla

    Zone Multi-pathway: โซนนิทรรศการความเป็นกลางทางคาร์บอน สัมผัสรถรุ่น bZ4X ,Yaris ATIV CN, Yaris ATIV HEV และ รถกระบะไฟฟ้าTravo-e

    • ครั้งแรก ! จัดแสดงชุดแต่ง YECC YARIS ATIV AERO-KITS  และ YECC YARIS CROSS AERO-KITS 

    ผลงานของทีมผู้ชนะ โดยนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  จากกิจกรรม “TOYOTA YOUNG ENGINEER CAR CONTEST สตาร์ตแพชชัน ปั้นไอเดีย  ในการแข่งขันออกแบบชุดแต่งรถยนต์ภายใต้หลักอากาศพลศาสตร์ สำหรับ YARIS ATIV และ YARIS CROSS ต่อยอดสู่การผลิตจริง พร้อมจัดแสดงครั้งแรก ! ภายในงาน TOYOTA GAZOO RACING THAILAND

    • กิจกรรม FAN Meet Toyota Star Team และ Toyota Gazoo Racing Thailand Team

    พบกับ น้องมิย่า น้องป๊ายปาย และคุณปังปอนด์ และนักแข่งจากทีม โตโยต้า กาซู เรซซิ่ง ไทยแลนด์ พร้อมสร้างความสนุกและความตื่นเต้น เหมือนเช่นเคย

    • ภายในงานยังมีบูธจำหน่ายรถยนต์จากผู้แทนจำหน่ายในจังหวัดชลบุรี และร้านอุปกรณ์ตกแต่งจากผู้สนับสนุนหลัก ที่ขนโปรโมชั่นสุดพิเศษมามอบให้แฟนความเร็วโดยเฉพาะ รวมถึงโซนจัดจำหน่ายของที่ระลึกลิขสิทธิ์แท้ Toyota Gazoo Racing (GR Collection) ให้ได้เลือกช็อปกันอย่างจุใจ
    • นอกจากนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ยังให้การสนับสนุนทีม Toyota Gazoo Racing Thailand เข้าร่วมการแข่งขันในรายการ Thailand Super series 2026 ในงานบางแสน กรังด์ปรีซ์ เพื่อช่วยผลักดันและพัฒนายานยนต์โตโยต้าในอนาคตร่วมกัน ฝากแฟนๆมอเตอร์สปอร์ต ติดตามชมและเชียร์เพื่อเป็นกำลังใจให้นักแข่งทีมทุกคนด้วย

    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine

    No Comment
  • พีทีที สเตชั่น เปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย สูตรใหม่ ตอกย้ำ “ที่สุด” ของน้ำมัน

    1 Min Read

    พีทีที สเตชั่น เปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย สูตรใหม่ ตอกย้ำ “ที่สุด” ของน้ำมัน

    บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR สร้างปรากฎการณ์ในวงการน้ำมัน ด้วยการเปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุดจาก พีทีที สเตชั่น น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มาพร้อมค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในประเทศไทย พลิกโฉมมาตรฐานน้ำมันพรีเมียมครั้งใหม่ ภายใต้แนวคิด “ที่สุด” ของน้ำมันตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานของไทยสู่เวทีระดับสากล

    งานเปิดตัว “Super PowerX 99” น้ำมันเกรดพรีเมียมสูตรใหม่ล่าสุดจาก พีทีที สเตชั่น จัดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่รวมตัวเหล่าอินฟลูเอนเซอร์ และ KOLs ชั้นนำจากทั่วประเทศ มาร่วมเป็นสักขีพยานการเปิดตัว “ที่สุด” ของน้ำมัน พร้อมสะท้อนแพสชันของคนรักรถและไลฟ์สไตล์แห่งสมรรถนะการขับขี่ระดับพรีเมียม ภายในงานยังได้เปิดตัวพรีเซนเตอร์ “เบียร์ ใบหยก” นักธุรกิจและนักสะสมรถยนต์ชื่อดัง และ “โจ้ Life of Car” คอนเทนต์ครีเอเตอร์สายยานยนต์ชื่อดัง เพื่อร่วมถ่ายทอดตัวตนของ Super PowerX 99 ในฐานะน้ำมันพรีเมียมสำหรับผู้ที่แสวงหาที่สุดของสมรรถนะการขับขี่

    นายพิมาน พูลศรี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน OR เปิดเผยว่า การเปิดตัว “Super PowerX 99” ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ พีทีที สเตชั่น ในการตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมพลังงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โดยมุ่งยกระดับประสบการณ์การขับขี่และตอบสนองความต้องการของผู้ใช้รถยนต์ยุคใหม่ ภายใต้แนวคิด “ที่สุด” ของน้ำมันพรีเมียมด้วยค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย ด้วยสารเติมแต่งพรีเมียมคุณภาพระดับโลกที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์สมรรถนะสูง ไม่ว่าจะเป็น รถยุโรป รถสปอร์ต ตลอดจนผู้ขับขี่ทั่วไปที่ใส่ใจในการดูแลรักษาของเครื่องยนต์และมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า

    น้ำมันพรีเมียมสูตรใหม่ “Super PowerX 99” ได้รับการพัฒนาขึ้นจากการคัดเบสน้ำมันคุณภาพสูงเกรดพิเศษ ผสานกับสารเติมแต่งระดับโลกจากประเทศเยอรมนีที่เพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า จนเกิดเป็น 4 ความเป็น “ที่สุด” ในทุกมิติ:

    • “ที่สุด” ของออกเทน มากกว่า 99 พลังที่มากกว่าตัวเลข: น้ำมันค่าออกเทนมากกว่า 99 สูงสุดในไทย เหมาะสำหรับรถยนต์สมรรถนะสูง และรถยนต์ที่รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ เพราะค่าออกเทนยิ่งสูง ยิ่งช่วยรีดสมรรถนะเครื่องยนต์ได้สุดกำลัง ทั้งพลังแรงม้า แรงบิด และการตอบสนองอัตราเร่ง นอกจากนั้น ยังช่วยให้การจุดระเบิดและการเผาไหม้สมบูรณ์ที่สุด ช่วยลดความเสี่ยงของการชิงจุดระเบิดก่อนเวลา (Knocking) และช่วยปกป้องเครื่องยนต์ในสภาวะการใช้งานที่ต้องการสมรรถนะสูง
    • “ที่สุด” ของความแรง เร่ง แซงได้ดั่งใจ: โดดเด่นด้านความเร็วแรง รีดสมรรถนะเครื่องยนต์ให้ทำความเร็วได้เต็มพิกัด จากนวัตกรรม PowerX Booster ด้วยสาร New Friction Modifier ช่วยดึงศักยภาพของเชื้อเพลิงและเครื่องยนต์ออกมาได้อย่างฉับไว ตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ต้องการการตอบสนองและสมรรถนะที่ดีขึ้น
    • “ที่สุด” ของการทำความสะอาด 100%: ด้วยสารเติมแต่งพรีเมียมถึง 4 เท่า คุณภาพระดับโลกจากเยอรมนี ช่วยดูแลปกป้องเครื่องยนต์ ทำความสะอาดหัวฉีด และชิ้นส่วนสำคัญของเครื่องยนต์ 100% ให้กลับมาเหมือนใหม่อีกครั้ง ลดคราบเขม่า และการอุดตันของหัวฉีด ทำให้การพ่นละอองน้ำมันละเอียดยิ่งขึ้น ส่งผลให้ระบบการจ่ายน้ำมันและการเผาไหม้ เป็นไปอย่างสมบูรณ์
    • “ที่สุด” ของมาตรฐาน รองรับเครื่องยนต์ Euro 6: พัฒนาสูตร และปรับปรุงคุณภาพสารเติมแต่งให้สอดคล้องกับมาตรฐานเครื่องยนต์ Euro 6 รองรับเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ล่าสุด ที่ตอบโจทย์ทั้งสมรรถนะและความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อม

    พร้อมกันนี้ พีทีที สเตชั่น ยังตอกย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพระดับสากลผ่านความร่วมมือกับ Mercedes-Benz Thailand ในฐานะ Official Partner ตัวแทนผู้นำยนตรกรรมหรูของประเทศไทย ร่วมจัดกิจกรรม Exclusive Test Drive “The Ultimate Power Experience” เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ณ พีระ อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต พัทยา โดยนำน้ำมัน Super PowerX 99 ไปพิสูจน์สมรรถนะจริงในสนามแข่งร่วมกับรถยนต์ตระกูล Mercedes-AMG เพื่อร่วมทดสอบและประเมินสมรรถนะของผลิตภัณฑ์ภายใต้สภาพการขับขี่จริงในสนามแข่งมาตรฐาน

    ความเคลื่อนไหวของ OR ในครั้งนี้ สะท้อนความมุ่งมั่นของ OR ในการพัฒนานวัตกรรมพลังงานและยกระดับทางเลือกสำหรับผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นผู้ใช้รถยนต์สมรรถนะสูงหรือผู้ขับขี่รถยนต์ทั่วไปที่ใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ “Super PowerX99” พร้อมแล้วที่จะให้คนรักรถทุกท่านร่วมเปิดประสบการณ์ความแรงที่แตกต่าง และพิสูจน์นิยาม #สุดทุกจังหวะ ด้วยตนเองวันนี้ ที่ พีทีที สเตชั่น ทั่วประเทศ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ Facebook Fanpage: PTT Station หรือ Contact Center โทร. 1365


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ‘มิชลิน’ จับมือ Scale-Up Booster เร่งพัฒนา OYA Urban Tree โซลูชันร่มเงาอัจฉริยะจาก ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’

    1 Min Read

    ‘มิชลิน’ จับมือ Scale-Up Booster เร่งพัฒนา OYA Urban Tree โซลูชันร่มเงาอัจฉริยะจาก ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’

    เพื่อรับมือกับคลื่นความร้อนที่เกิดบ่อยครั้งขึ้นในเขตเมืองและในช่วงที่มีการจัดงานอีเวนต์ขนาดใหญ่ มิชลินได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะเร่งพัฒนา OYA Urban Tree ซึ่งต่อยอดมาจากนวัตกรรมต้นแบบที่เรียกว่า Sombrero  โดยโซลูชั่นร่มเงาอัจฉริยะแบบพองลมนี้เป็นผลลัพธ์จากการวิจัยและพัฒนาของ      ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’

    Sombrero นวัตกรรมต้นแบบซึ่งติดตั้งที่เมืองตูลูสในปี 2567

    ภายหลังดำเนินการในระยะสำรวจและประเมินความเป็นไปได้เสร็จสิ้น มิชลินได้เลือก Scale-Up Booster ให้เป็นพันธมิตรสนับสนุนการพัฒนาโครงการเชิงผู้ประกอบการในการผลักดันนวัตกรรมสู่ธุรกิจสำหรับ OYA Urban Tree พร้อมเร่งเปิดตัวภายในปีนี้ โดยตั้งเป้าขยายสู่ตลาดโลกภายในสิ้นปี 2569

    OYA Urban Tree: โซลูชันที่ตอบโจทย์ความท้าทายด้านสภาพภูมิอากาศสำหรับเมืองและงานอีเวนต์

    OYA Urban Tree พัฒนาต่อยอดมาจากนวัตกรรมต้นแบบที่เรียกว่า Sombrero ซึ่งทีมงานของมิชลินได้พัฒนาต่อเนื่องมาเป็นเวลาหลายปีเพื่อรับมือกับปัญหาคลื่นความร้อนรุนแรงในเขตเมือง

    ทีมวิศวกรได้ออกแบบโครงสร้างร่มเงาแบบพองลมขนาดใหญ่ที่สามารถติดตั้งใช้งานได้อย่างรวดเร็วและให้ร่มเงาครอบคลุมพื้นที่กว่า 260 ตารางเมตร โครงสร้างที่มีน้ำหนักเบาและล้ำสมัยนี้สามารถติดตั้งและรื้อถอนได้สะดวก โดยไม่ต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานถาวรขนาดใหญ่ จึงเป็นโซลูชันสำหรับให้ความร่มเย็นในพื้นที่สาธารณะหรือสถานที่จัดงานซึ่งต้องเผชิญแสงแดดจัด รวมถึงพื้นที่ที่วิธีดั้งเดิม เช่น การปลูกต้นไม้หรือการสร้างโครงสร้างถาวร เป็นเรื่องยากหรือแทบเป็นไปไม่ได้

    นวัตกรรมต้นแบบ Sombrero ได้รับการทดสอบใช้งานจริง 2 ครั้งที่เมืองตูลูส ประเทศฝรั่งเศส และได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากสาธารณชน โดยไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้งานจริงและความสามารถในการรับมือกับข้อจำกัดสำคัญด้านการใช้งาน แต่ยังมีความโดดเด่นและมีศักยภาพสำหรับนำไปใช้งานในวงกว้าง

    ผลการทดสอบดังกล่าวส่งผลให้เกิดโครงการพัฒนาต่อยอดภายใต้ชื่อ OYA Urban Tree ซึ่งมุ่งนำเสนอโซลูชันอเนกประสงค์ที่มีความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีและสามารถปรับให้เหมาะกับการใช้งานในบริบทที่หลากหลายแตกต่างกัน

    เทคโนโลยีที่เกิดจากความเชี่ยวชาญของมิชลิน

    OYA Urban Tree พัฒนาขึ้นโดยมิชลิน บนฐานความเชี่ยวชาญของกลุ่มมิชลินในด้านนวัตกรรมเชิงวัสดุและโครงสร้าง, การออกแบบที่ยั่งยืน และสมรรถนะเชิงอุตสาหกรรม

    โซลูชันนี้สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของมิชลินในการต่อยอดนวัตกรรมจาก ‘มิชลิน อินโนเวชั่น แล็บ’ ให้เป็นโซลูชันที่นำไปใช้งานได้จริง ซึ่งช่วยให้เมืองและชุมชนในภูมิภาคต่าง ๆ สามารถปรับตัวรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    Scale-Up Booster: พันธมิตรในการวางโครงสร้างธุรกิจและขยายการเติบโต

    มิชลินได้เลือกข้อเสนอของ Scale-Up Booster เพื่อใช้สนับสนุนการวางโครงสร้างเชิงผู้ประกอบการในการผลักดันนวัตกรรมสู่ธุรกิจสำหรับ OYA Urban Tree ความร่วมมือครั้งนี้ตั้งอยู่บนพันธสัญญาที่สำคัญซึ่งครอบคลุมการสนับสนุนทั้งด้านบุคลากรและเงินทุน โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งผลักดันนวัตกรรมดังกล่าวเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรม, พัฒนาโครงสร้างโมเดลธุรกิจ และเปลี่ยนผ่านสู่การดำเนินธุรกิจเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ

    OYA Urban Tree เปิดตัวในฐานะสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีอุตสาหกรรมเมื่อปี 2569 โดยมีภารกิจในการผลักดันให้โซลูชันดังกล่าวถูกนำไปใช้งานในวงกว้าง ทั้งนี้ ทีมบริหารประกอบด้วยผู้ประกอบการและผู้เชี่ยวชาญด้านอุตสาหกรรมที่มีประสบการณ์สูง สตาร์ทอัพแห่งนี้ได้รับการสนับสนุนจากมิชลินเพื่อช่วยให้การถ่ายทอดองค์ความรู้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากการมีส่วนร่วมของทีมผู้ก่อตั้ง Sombrero ในคณะกรรมการที่ปรึกษา

    OYA Urban Tree เปิดตัวแคมเปญระดมทุน

    เพื่อเร่งเข้าสู่กระบวนการอุตสาหกรรมและขยายธุรกิจในเชิงพาณิชย์ OYA Urban Tree ได้เปิดแคมเปญระดมทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนาธุรกิจทั้งในประเทศฝรั่งเศสและตลาดต่างประเทศ

    ด้วยการสนับสนุนจาก Scale-Up Booster และมิชลิน  OYA Urban Tree ตั้งเป้าเปิดตัวผลิตภัณฑ์สู่ตลาดภายในปี 2569 พร้อมรุกขยายสู่ตลาดต่างประเทศภายในปีเดียวกัน โดยโครงการความร่วมมือครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มระยะยาวที่มีศักยภาพสูง

    โอลิวิเยร์ วุยชาร์ด (Olivier Vuichard) หัวหน้าฝ่ายนวัตกรรมของมิชลิน ระบุว่า “ภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ ทีมงาน Scale-Up Booster ได้ช่วยเสริมศักยภาพเชิงผู้ประกอบการให้นวัตกรรมต้นแบบของเรามีความพร้อมอย่างแท้จริงสำหรับพัฒนาเป็นธุรกิจ แนวทางการทำงานของพวกเขาผสานทั้งวิสัยทัศน์ด้านอุตสาหกรรม, ความเชี่ยวชาญในการวางโครงสร้างธุรกิจ และกลยุทธ์การรุกสู่ตลาดต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยให้นวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นโดยมิชลินพร้อมรุกก้าวสู่ตลาดโลกอย่างเต็มศักยภาพ

    อัลแบร์ ซุลมาน (Albert Szulman) และ มิเชล คทิทาเรฟฟ์ (Michel Ktitareff) ผู้ร่วมก่อตั้ง Scale-Up Booster กล่าวเสริมว่า “เรารู้สึกภาคภูมิใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับความไว้วางใจจากมิชลินให้มีส่วนร่วมขับเคลื่อนการพัฒนาต้นแบบที่โดดเด่นนี้สู่การเป็นโซลูชันเชิงธุรกิจอย่างแท้จริง  OYA Urban Tree ไม่เพียงตอบโจทย์ความต้องการระดับโลกในปัจจุบัน ด้วยการช่วยให้เมืองและการจัดงานอีเวนต์ต่าง ๆ สามารถปรับตัวรับมือกับสภาพอากาศร้อนจัด แต่ยังนำเสนอรูปแบบการใช้งานและคุณค่าใหม่ ๆ  อีกด้วย เป้าหมายของเราต่อจากนี้คือการเร่งรุกตลาดต่างประเทศ โดยเริ่มจากยุโรปและสหรัฐอเมริกา


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว ไทคานน์ รุ่นปี 2027 พร้อมรุ่นพิเศษ Black Edition และเทคโนโลยีเกียร์จำลอง E-Shift ในทุกรุ่นย่อย

    1 Min Read

    ปอร์เช่ ประเทศไทย เปิดตัว ไทคานน์ รุ่นปี 2027 พร้อมรุ่นพิเศษ Black Edition และเทคโนโลยีเกียร์จำลอง E-Shift ในทุกรุ่นย่อย

    ปอร์เช่ ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของไทคานน์รุ่นปี 2027 พร้อมเปิดตัวรุ่นพิเศษ Black Edition สำหรับ Taycan, Taycan 4 และ Taycan 4S ซึ่งโดดเด่นด้วยรายละเอียดตกแต่งสีดำที่สะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวทั้งภายนอกและภายใน และอุปกรณ์มาตรฐานคุณภาพสูงที่ครบครันยิ่งขึ้น พร้อมระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น โดยปอร์เช่ยังได้นำเสนอระบบ E-Shift ใหม่สำหรับไทคานน์ทุกรุ่นเป็นครั้งแรก ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์ร่วมกับระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น เพื่อมอบความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวระหว่างผู้ขับขี่และตัวรถ

    ปอร์เช่ ยกระดับไทคานน์สำหรับรุ่นปี 2027 ด้วยการพัฒนาในหลากหลายด้าน โดยได้เปิดตัว ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน (Taycan Black Edition) และเทคโนโลยีเกียร์จำลอง E-Shift ใหม่ในไทคานน์ทุกรุ่นเป็นครั้งแรก

    ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ใหม่ มาพร้อมรายละเอียดการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน ซึ่งช่วยเพิ่มความโดดเด่นให้กับรถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าของปอร์เช่ พร้อมด้วยระยะทางขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากความจุแบตเตอรี่ที่มากขึ้น

    ในไทคานน์รุ่นพิเศษนี้ ได้ผสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความสะดวกสบายที่เหนือกว่า และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้นไว้ด้วยกัน โดยนอกเหนือจากทางเลือกในการปรับแต่งเฉพาะบุคคลที่หลากหลาย ผ่านโปรแกรม ปอร์เช่ เอ็กคลูซีฟ เมนูแฟคทัวร์ (Porsche Exclusive Manufaktur) ยังสามารถสัมผัสอีกขั้นของประสบการณ์การขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้าผ่านระบบ E-Shift ใหม่ ด้วยการจำลองการเปลี่ยนเกียร์และระบบ Porsche Electric Sport Sound ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ทั้งในรุ่นพิเศษ Black Edition และในทุกรุ่นย่อยของไทคานน์

    การออกแบบที่สะท้อนความสปอร์ตและความโดดเด่น พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครันในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน

    รายละเอียดตกแต่งสีดำทั้งภายนอกและภายในช่วยยกระดับภาพลักษณ์ที่ผสานความสปอร์ตและความหรูหราให้โดดเด่นยิ่งขึ้นสำหรับรุ่นแบล็ค อิดิชัน ทั้งในไทคานน์, ไทคานน์ 4 และไทคานน์ 4 เอส โดยมา พร้อมแพ็คเกจสปอร์ต ดีไซน์ (SportDesign) กรอบกระจกข้าง และชื่อรุ่นบริเวณท้ายรถจะตกแต่งด้วยสีดำเงา (High-gloss Black) โดยกระจกมองข้างสีดำเงาที่จับคู่กับสีตัวถังภายนอกยังเป็นอุปกรณ์เฉพาะสำหรับรุ่นแบล็ค อิดิชันเท่านั้น นอกจากนี้ ยังติดตั้งแถบไฟท้ายพร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่สีดำ เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พร้อมด้วยแพ็คเกจตกแต่งภายในสีดำ (Black Interior Accent Package) แพ็คเกจพื้นที่จัดเก็บสัมภาระ (Storage Package) และกาบประตูอะลูมิเนียมสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง

    แบตเตอรี่ Performance Battery Plus ที่ขนาดใหญ่ขึ้น ซึ่งปกติมีให้เลือกเป็นอุปกรณ์เสริมสำหรับไทคานน์, ไทคานน์ 4 และไทคานน์ 4 เอส ได้ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน โดยแบตเตอรี่มีความจุพลังงานรวม 105 กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWh) ซึ่งช่วยยกระดับทั้งสมรรถนะการขับขี่และระยะทางขับขี่ตามมาตรฐาน WLTP โดยในไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน รุ่นสปอร์ตซีดาน ที่มีกำลังสูงสุด 435 แรงม้า (PS) ระยะทางขับขี่สูงสุดเพิ่มขึ้นเป็น 651กิโลเมตร ซึ่งมากกว่ารุ่นมาตรฐาน 85 กิโลเมตร หรือ 15 เปอร์เซ็นต์

    ปอร์เช่ยังเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานประกอบด้วย ระบบช่วยเปลี่ยนเลน (Lane Change Assist), ระบบกล้องมองภาพรอบคัน (Surround View) พร้อมระบบช่วยจอดอัตโนมัติแบบแอคทีฟ (Active Parking Assist), ล้อขนาด 21 นิ้ว พร้อมฝาครอบดุมล้อที่มีสัญลักษณ์ปอร์เช่แบบสี, ไฟหน้า HD Matrix LED, ไฟ LED ส่องพื้นบริเวณประตูพร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่, เบาะนั่ง Comfort Seats ด้านหน้าพร้อมระบบปรับไฟฟ้า 14 ทิศทางและระบบบันทึกตำแหน่ง พร้อมสัญลักษณ์ปอร์เช่บนพนักพิงศีรษะ, ระบบเสียง BOSE® Surround Sound System และระบบ Electric Sport Sound, แพ็คเกจจัดเก็บสัมภาระ (Storage Package) และการตกแต่งภายในด้วยหนังเรียบสีดำ และสัญลักษณ์ Black Edition แบบเฉพาะรุ่นบริเวณคอนโซลกลาง

    ไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ที่มอบทางเลือกมากกว่าสีดำ

    แม้จะใช้ชื่อแบล็ค อิดิชัน  แต่ไม่จำเป็นต้องเลือกสีดำเป็นสีตัวถังเท่านั้น โดยสามารถเลือกสีตัวถังภายนอก
    อื่น ๆ ได้เช่นกัน โดยสามารถเลือกสีทั้งหมดในกลุ่ม Contrasts, Shades และ Dreams ได้โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงสี Jet Black Metallic, Volcano Grey Metallic, Dolomite Silver Metallic และ Ice Grey Metallic

    แพ็คเกจแบล็ค อิดิชัน พิเศษและทางเลือกในการปรับแต่งเฉพาะบุคคลเพิ่มเติม

    ลูกค้าสามารถเลือกแพ็คเกจแบล็ค อิดิชัน เพิ่มเติมได้ ซึ่งประกอบด้วยสัญลักษณ์ Black Edition บริเวณประตูคู่หน้า กาบประตูสีดำพร้อมไฟส่องสว่าง และชุดกุญแจรถพร้อมเคสที่มาพร้อมสัญลักษณ์เดียวกัน

    นอกจากนี้ยังสามารถเลือกติดตั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ เพื่อการปรับแต่งเฉพาะบุคคล ช่วยให้รถแต่ละคันสะท้อนเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างโดดเด่น โดยสามารถปรับแต่งองค์ประกอบต่าง ๆ ภายในห้องโดยสารได้อย่างหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นกุญแจรถและเคสกุญแจ แผ่นรองพื้นที่ห้องเก็บสัมภาระแบบใช้งานได้ทั้งสองด้าน พรมปูพื้น แฟ้มเอกสาร ฝาปิดช่องเก็บของบริเวณคอนโซลกลาง และแผ่นธรณีประตู

    ประสบการณ์การขับขี่ที่ตอบสนองทุกประสาทสัมผัสด้วยตัวเลือก E-Shift ใหม่

    ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของไทคานน์ทุกรุ่นให้เร้าใจมากกว่าเดิม ด้วยตัวเลือกระบบ E-Shift ใหม่ ซึ่งถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ได้เข้มข้นและตอบสนองทุกประสาทสัมผัสได้อย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสัมผัส การได้ยิน และการมองเห็นได้อย่างลงตัว โดยการจำลองจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่ทำงานร่วมกับระบบเสียง Porsche Electric Sport Sound ที่ได้รับการพัฒนาใหม่ ให้ถ่ายทอดความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริงและเร้าใจ สร้างความรู้สึกราวกับกำลังไล่เรียงพละกำลังของรถสปอร์ตปอร์เช่ ในแต่ละเกียร์ ถ่ายทอดอารมณ์การขับขี่ในแบบปอร์เช่ดั้งเดิมอย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น

    นอกเหนือจากในโหมดอัตโนมัติ ผู้ขับขี่ยังสามารถเปลี่ยนเกียร์ด้วยตนเองโดยใช้แป้นเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัย GT Sport เพื่อเปลี่ยนเกียร์จำลองทั้งแปดจังหวะได้ โดยระบบจะจำลองการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริง ทั้งแรงกระตุกขณะเปลี่ยนเกียร์ที่ชัดเจน แรงหน่วงเฉพาะของแต่ละเกียร์ที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการหน่วงของเครื่องยนต์สันดาปภายใน รวมถึงระบบตัดรอบเครื่องยนต์เสมือนจริง ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยมอบการตอบสนองที่สมจริงในทุกจังหวะการขับขี่ โดยระบบเสียงภายในและภายนอกของระบบ Porsche Electric Sport Sound จะปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสภาวะการขับขี่ในแต่ละช่วง ตามการส่งกำลังและความเร็วรอบของเครื่องยนต์เสมือนจริง โดยระบบยังได้เสริมด้วยมาตรวัดรอบเสมือนจริง และตัวแสดงตำแหน่งเกียร์พร้อมไฟแสดงจังหวะเปลี่ยนเกียร์บนจอมาตรวัด

    E-Shift พร้อมพวงมาลัย GT Sport ที่มาพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ เป็นอุปกรณ์เสริมที่มีให้เลือกในไทคานน์ทุกรุ่นและทุกรูปแบบตัวถัง โดยจะเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในไทคานน์ เทอร์โบ จีที (Taycan Turbo GT) โดย ปอร์เช่ได้พัฒนารูปแบบการทำงานของระบบส่งกำลังและลักษณะเสียงให้สอดคล้องกับแต่ละรุ่น เพื่อสร้างเอกลักษณ์ด้านเสียงและบุคลิกการขับขี่ที่แตกต่างกันในแต่ละรุ่นย่อย โดยสามารถเปิดใช้งาน E-Shift ได้ผ่านสวิตช์เลือกโหมดเพิ่มเติมบนพวงมาลัย GT Sport

    ไทคานน์ รุ่นปี 2027 พร้อมเปิดให้จองแล้ววันนี้ที่โชว์รูมปอร์เช่อย่างเป็นทางการทั่วประเทศไทย โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 7,190,000 บาท และสำหรับไทคานน์ แบล็ค อิดิชัน ราคาเริ่มต้นที่ 7,990,000 บาท

    ค่าต่าง ๆ ที่ระบุเป็นช่วงไม่ได้อ้างอิงถึงรถยนต์คันใดคันหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอการจำหน่าย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เปรียบเทียบระหว่างรถยนต์แต่ละประเภทเท่านั้น รวมทั้งอ้างอิงจากกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่จำหน่ายในประเทศเยอรมนี อุปกรณ์เสริมและอุปกรณ์ตกแต่งเพิ่มเติม (เช่น ชิ้นส่วนอุปกรณ์เสริม ขนาดยาง เป็นต้น) อาจส่งผลต่อปัจจัยสำคัญของรถยนต์ อาทิ น้ำหนัก ความต้านทานการหมุน และคุณสมบัติด้านแอโรไดนามิก ซึ่งเมื่อรวมกับสภาพอากาศ สภาพการจราจร และรูปแบบการขับขี่ของแต่ละบุคคล อาจส่งผลต่ออัตราการใช้พลังงานหรือเชื้อเพลิง ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ระยะทางขับขี่ และสมรรถนะของรถยนต์


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment
  • เอ็มจี ชูมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุดในแบตเตอรี่ที่ประกอบในไทย ด้วยนวัตกรรมป้องกันและจัดการความร้อน (Thermal Management) เต็มรูปแบบ

    1 Min Read

    เอ็มจี ชูมาตรฐานความปลอดภัยขั้นสุดในแบตเตอรี่ที่ประกอบในไทย ด้วยนวัตกรรมป้องกันและจัดการความร้อน (Thermal Management) เต็มรูปแบบ

    บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ตอกย้ำวิสัยทัศน์ผู้นำยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เผยข้อมูลนวัตกรรมความปลอดภัยของแบตเตอรี่รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นที่ผลิตในประเทศไทย ถือเป็นหัวใจสำคัญของการขับขี่ยานยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบัน ด้วยมาตรฐานการทดสอบสุดโหด ทั้งในยุโรป (UN ECE R100) จีน (GB 38031) อีกทั้ง เอ็มจี ยังเป็นแบรนด์แรกและแบรนด์เดียวในประเทศไทยในปัจจุบันที่ได้รับมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม มอก. 3026-2563 พร้อมสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ สะท้อนความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยที่ก้าวล้ำเหนือระดับสากล

     

    มาตรฐานความปลอดภัยและการป้องกันแบตเตอรี่ (Battery Safety & Protection)

    เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน รถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นได้รับการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยี การป้องกันอย่างรัดกุม โดยเฉพาะการรับมือกับสภาวะการลุกลามทางความร้อน (Thermal Runaway) และการปกป้องแผงวงจรจากสภาพแวดล้อมภายนอก ผ่านนวัตกรรมและได้รองรับมาตรฐาน ดังนี้

    • โครงสร้างแบตเตอรี่นิรภัยเสริมแกร่ง: ตัวแบตเตอรี่ได้รับการออกแบบด้วยโครงสร้างเฟรมอลูมิเนียมอัดขึ้นรูปหลายชั้น (Multi-layer Extruded Aluminum) ผสานการทำงานร่วมกับโครงเหล็กเสริมแรงเพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในการดูดซับพลังงานจากการกระแทกและเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างโดยรวม
    • ระบบจัดการความร้อนและป้องกัน Over Temperature ขั้นสูง: นำเทคโนโลยีการจัดการความร้อนระดับแนวหน้ามาใช้งานอย่างครบครัน ทั้งการติดตั้งแอโรเจลฉนวนกันความร้อน (Thermal Insulation Aerogel) และผนังกั้นวัสดุแบบเปลี่ยนสถานะ (Phase Change Material) ที่มีคุณสมบัติพิเศษสามารถทนอุณหภูมิสูงกว่า 1,000 องศาเซลเซียสได้นานถึง 10 นาที ช่วยสกัดกั้นการลุกลามของความร้อนและยกระดับความปลอดภัยเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
    • มาตรฐานการทดสอบ UN ECE R100 คือหนึ่งในมาตรฐานสูงสุดที่ใช้ทดสอบแบตเตอรี่หลากหลายรูปแบบ อาทิ การทดสอบระบบการป้องกันกระแสเกิน (Over Current Protection) และการลุกลามทางความร้อน (Thermal Runaway) รวมไปถึงการตอกย้ำระบบการป้องกันที่มีอยู่เดิม เช่น Over Charge Protection และ Over Temperature Protection ซึ่งเกี่ยวข้องกับ ระบบความปลอดภัยการชาร์จไฟฟ้าโดยตรง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถมั่นใจได้ในการใช้งาน และการขับขี่ทุกเส้นทาง แม้ต้องเผชิญกับสภาพอากาศเลวร้าย ฝนตกหนัก หรืออากาศร้อนจัด รวมถึงการกระแทกต่างๆ โดยรถไฟฟ้ารุ่นล่าสุดอย่าง NEW MG URBAN ได้ผ่านมาตรฐานล่าสุดอย่าง UN ECE R100 Part2 Revision 4
    • มาตรฐาน GB 38031 (ประเทศจีน) มาตรฐานล่าสุดด้านความปลอดภัยของแบตเตอรี่แรงดันสูงสำหรับยานยนต์ไฟฟ้า โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยตั้งแต่ระดับเซลล์แบตเตอรี่ แพ็กแบตเตอรี่ ไปจนถึงระบบควบคุมแบตเตอรี่โดยรวม ครอบคลุมการป้องกันการลุกไหม้ และการควบคุมการลุกลามทางความร้อน พร้อมกำหนดให้มีระบบแจ้งเตือนล่วงหน้าเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน นอกจากนี้ยังมีรายการทดสอบเพิ่มเติมที่สะท้อนสภาวะการใช้งานจริงและสภาวะรุนแรงมากขึ้น เช่น ความปลอดภัยของเซลล์แบตเตอรี่หลังการชาร์จเร็ว การกระแทกบริเวณใต้แพ็กแบตเตอรี่ การบีบอัดแพ็กแบตเตอรี่ การจุ่มน้ำระดับ IPX7 ละอองเกลือ และการจำลองสภาพการใช้งานบนพื้นที่สูง ซึ่งช่วยยกระดับความปลอดภัยของแบตเตอรี่ในหลายมิติ ทั้งนี้ NEW MG URBAN ได้รับการรับรองตามมาตรฐาน GB 38031-2025 ซึ่งเป็นมาตรฐานฉบับล่าสุดแล้ว
    • มาตรฐาน มอก. 3026-2563 มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมสำหรับระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าและโครงสร้างตัวรถยนต์ ซึ่ง เอ็มจี เป็นแบรนด์รถยนต์รายแรกและรายเดียวในปัจจุบันที่ได้รับการรับรองมาตรฐานดังกล่าว สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ไฟฟ้าที่ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยอย่างรอบด้าน ไม่เพียงเฉพาะแบตเตอรี่ แต่ครอบคลุมระบบไฟฟ้าแรงดันสูงทั้งคัน ตั้งแต่ระบบกักเก็บพลังงาน ระบบส่งกำลังไฟฟ้า การทดสอบด้านความปลอดภัย ตลอดจนการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการใช้งานจริง โดยมีแนวทางการพัฒนาและการทดสอบที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล ECE R100 ทั้งนี้ รถยนต์ที่ผลิตในประเทศไทย ได้แก่ NEW MG URBAN, NEW MG4 ELECTRIC, NEW MG S5 EV PLUS และ ALL NEW MG3 HYBRID+ ได้รับการรับรองมาตรฐาน มอก. 3026-2563 ครบทุกรุ่น

    มร. ต๋า เซินเซิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “เอ็มจี ให้ความสำคัญกับ ‘ความปลอดภัย’ ในฐานะหัวใจสำคัญของการพัฒนารถยนต์ทุกคัน โดยรถยนต์เอ็มจีทุกรุ่นได้รับการออกแบบ และพัฒนาภายใต้มาตรฐานระดับสากล (Global Innovation) ครอบคลุมทุกองค์ประกอบ ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ระบบควบคุมการขับเคลื่อน ไปจนถึงเทคโนโลยีแบตเตอรี่ เพื่อมอบความมั่นใจสูงสุดให้กับผู้ใช้งาน พร้อมสะท้อนวิสัยทัศน์การเป็นผู้นำด้านยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการออกแบบรถยนต์ให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคชาวไทยควบคู่กับการผสานศักยภาพของบุคลากรไทย (Thai Passion) เข้ากับกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและได้มาตรฐานระดับโลก เพื่อให้รถยนต์ทุกคันได้นวัตกรรมที่เต็มเปี่ยม ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยจากการทดสอบ และคุ้มค่าในทุกมิติ (Value Choice) นอกจากนี้ เอ็มจี ยังสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาวให้กับลูกค้า ด้วยเครือข่ายศูนย์บริการมาตรฐานครบวงจรกว่า 126 แห่งทั่วประเทศ พร้อมระบบบริหารจัดการอะไหล่ที่มีประสิทธิภาพ รองรับการจัดส่งได้อย่างรวดเร็ว และการมอบการรับประกันแบตเตอรี่แรงเคลื่อนสูง ชุดมอเตอร์ขับเคลื่อน และชุดควบคุม ตลอดอายุการใช้งาน โดยไม่จำกัดระยะทางและผู้ครอบครองรถ (EV LIFETIME WARRANTY) เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจได้ในทุกการเดินทาง และใช้งานรถยนต์ไฟฟ้าเอ็มจีได้อย่างไร้กังวลตลอดอายุการครอบครอง”

    สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่

    Website: www.mgcars.com
    Line: @MGThailand
    Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
    Twitter: @mg_thailand
    Instagram: @mgthailand
    Youtube: MG Thailand
    TikTok: @mgthailand
    Application: MG Thailand

    Hashtag #MGThailand #MGCarsTH #PassionDrives #EVPIONEER


    ทาง Realtime car magazine ขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามารับชมกันนะครับ และยังสามารถไปติดตามเราต่อได้ที่นี่เลย

    Website : https://www.realtimecarmagazine.com/newsite/
    Facebook : https://www.facebook.com/realtimecarmagazinecom/
    Youtube : https://www.youtube.com/channel/UCeamIIu312yD-jYJUzOd7kQ
    instagram : https://www.instagram.com/realtimecar_m
    Tiktok : https://www.tiktok.com/@realtimecar
    Lemon8 : https://s.lemon8-app.com/al/QdvMMZFrQR
    Thread : https://www.threads.net/@realtimecar_magazine


    No Comment